The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิชาวิทยาการคำนวณ ป.4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pongbungon2629, 2022-06-15 06:22:45

แผนการสอนวิชาวิทยาการคำนวณ ป.4

แผนการสอนวิชาวิทยาการคำนวณ ป.4

แผนการสอน

รายวิชา วทิ ยาการคำนวณ
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4

ชื่อผู้สอน
นายรัชพล ขนุ เมอื ง

โรงเรยี นวดั กลางคลองสาม
อำเภอคลองหลวง จงั หวดั ปทมุ ธานีสำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษา

ปทมุ ธานี เขต ๑

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4
วิชา วทิ ยาการคำนวณ เวลา 1 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 ช่ือหน่วย อัลกอรทิ ึมกับการแกป้ ัญหา
เรอื่ ง ข้อความปรศิ นากับเจา้ หนยู อดนักสืบ เวลา 2 คาบ
ปกี ารศกึ ษา 2565

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด
ว 4.2 ป.4/1 ใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะในการแกป้ ัญหา การอธบิ ายการทำงาน การคาดการณ์ผลลพั ธ์

จากปัญหาอย่างง่าย

๒. สาระการเรียนรู้
เหตุผลเชงิ ตรรกะคอื การใช้เหตผุ ล กฎ กฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไขท่ีเกยี่ วขอ้ งเพ่ือตรวจสอบความสมเหตสุ มผลมี

ความสำคญั ในการวเิ คราะหห์ าเหตผุ ลสร้างการจดั ลำดับเรือ่ งราวก่อนหลังโดยแยกแยะความสำคัญของเรือ่ งราวดว้ ยการ
เปรียบเทียบปัจจยั ต่างๆทำให้การตดั สินใจแกป้ ญั หาเป็นไปตามหลกั วทิ ยาศาสตร์

อัลกอรทิ ึมคอื กระบวนการแก้ปญั หาทม่ี ีลำดบั ขัน้ ตอนวิธกี ารแกไ้ ขปัญหาใดปัญหาหน่ึงอย่างเปน็ ข้นั ตอนและ
ชดั เจนซึ่งการแก้ปญั หาโดยการใชอ้ ลั กอรทิ มึ นี้ สามารถใชแ้ กป้ ัญหาทั่ว ๆไปและยังใช้กับการเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอร์
ด้วยการแสดงอลั กอรทิ ึมดว้ ยข้อความคอื การใช้ขอ้ ความแสดงขั้นตอนการทำงานมีสว่ นประกอบ2สว่ นคอื ลำดบั และ
ข้ันตอนการทำงาน

๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1.นกั เรยี นสามารถอธบิ ายการทำงานและคาดการณ์ผลลัพธ์ โดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะ และ

อลั กอริทมึ ได้ (K)
2.นกั เรียนสามารถใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะ และอลั กอริทึมในการแก้ปญั หาอย่างงา่ ยได้ (P)
3.นักเรียนสามารถยกตัวอย่างการแก้ปัญหาโดยใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะและอลั กอริทึมใน

ชวี ิตประจำวนั ได้ (A)

๔. พฤติกรรมการเรยี นรู้ Knowledge Practice Attitude ( K P A )
ด้านความรู้ ( Knowledge : K) . อ่านและบอกความหมายของคำในเร่ืองได้ถกู ตอ้ ง
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P) เล่าเรื่องที่ฟงั ไดถ้ ูกต้อง
ด้านเจตคติ/คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ (Attitude: A) มนี สิ ัยรักการอ่าน
1. รกั ชาติ
2. ซอื่ สัตย์สุจริต
3. มีวนิ ัย
4. ใฝค่ วามรู้
5. อย่อู ย่างพอเพียง

6. ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
7. รกั ความเปน็ ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ

๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี นหลักสูตรการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

๖. ทกั ษะของผูเ้ รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
2. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
3. ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
4. ทักษะดา้ นการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6. ทักษะดา้ นความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผนู้ ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทักษะด้านการส่ือสารสารสนเทศและรู้เทา่ ทนั ส่ือ (Communication information
and media literacy)
9. ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร (Computing and ICT

Literacy)
 10. ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ณุ ธรรม มีเมตตา กรณุ า มีระเบียบวินยั (compassion)

๗. การบรู ณาการ
 1. บูรณาการรายวิชาอ่ืน....................................................................................
 2. บูรณาการหลกั สตู ร STAR STEM …………………………………………………………
 3. อืน่ ๆ (ระบุ......................................................)

๘. สาระการเรยี นรู้
1. เหตผุ ลเชิงตรรกะและอัลกอริทึม
2. การใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะและอัลกอรทิ ึมในการแก้ปัญหา
3. การแสดงอัลกอริทึมดว้ ยขอ้ ความ

๙. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
เรื่อง ข้อความปรศิ นากับเจ้าหนูยอดนักสืบ
ชว่ั โมงที่ 1
ขั้นนำ

1.ครนู ำเข้าสบู่ ทเรยี นโดยถามนกั เรยี นว่านักเรียนเคยดกู ารต์ นู โคนนั เจ้าหนยู อดนกั สืบหรอื ไม่ โคนันเป็นนักสบื
ทีม่ ีไหวพรบิ ดีมากเดี๋ยวเราจะมาเป็นนักสบื แบบโคนันกนั

2.ครสู นทนากับนกั เรยี นว่านักเรยี นรู้ไหมว่าในสืบคดีหรอื การแก้ปญั หาต้องทำอย่างเป็นลำดับขนั้ ตอนและต้อง
ใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะช่วยวเิ คราะหร์ ายละเอียดและหลักฐานตา่ งๆ

ขนั้ สอน
1.ครอู ธบิ ายเหตผุ ลเชิงตรรกะเพิ่มเติมในหนังสอื เรยี นวิทยาการคำนวณและยกตวั อย่างในชวี ิตประจำวนั

ประกอบ
2.ครแู บง่ กลุม่ นักเรยี น3-4 คนแจกใบกจิ กรรมเรอื่ งขอ้ ความปรศิ นากับเจา้ หนยู อดนักสืบใหน้ ักเรยี นทำ

กิจกรรมที1่ เรอ่ื งสมบัติชิ้นสุดท้าย
3.ครูสมมติบทบาทให้นกั เรยี นเปน็ โคนนั แลว้ เล่าสถานการณใ์ ห้นกั เรยี นฟงั เพือ่ ดึงดูดความสนใจ
4.นักเรียนภายในกล่มุ ช่วยกนั สบื คดีโดยการเรยี งขอ้ ความในกิจกรรมท่ี1เรื่องสมบตั ิชิ้นสดุ ทา้ ยใหถ้ กู ตอ้ งและ

วิเคราะห์หาคำตอบว่าใครคอื ขโมยพรอ้ มทง้ั หลกั ฐานภายในเวลา15นาที
5.ครูสมุ่ ถามนักเรยี นวา่ ใครคือขโมยเพราะเหตใุ ดถงึ คิดว่าคนนคี้ ือขโมยจากนนั้ ถามกลมุ่ อื่นๆท่ไี ด้คำตอบ

แตกตา่ งพร้อมเหตุผล

ข้นั สรุป
1.ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันวิเคราะห์ลำดับขอ้ ความสรุปว่าใครคอื ขโมยพรอ้ มหลกั ฐาน
2.ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายการใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในการแกป้ ัญหามคี วามสำคญั อย่างไร

(แนวคำตอบมคี วามสำคญั ในการวเิ คราะหห์ าเหตุผล จดั ลำดบั เร่ืองราวก่อนหลงั โดยแยกแยะความสำคัญของเรือ่ งราวทำให้
การตัดสินใจแกป้ ัญหามคี วามสมเหตสุ มผล)

3.ครูมอบหมายงานให้นักเรยี นทำกจิ กรรมที2่ เรอ่ื งทางเลือกของโคนันอาจแบ่งเวลาทำท้ายคาบหรือใหเ้ ป็น
การบา้ น

ชั่วโมงท่ี 2
ขั้นนำ
1. ครแู ละนกั เรียนทบทวนความร้เู ดิมทีเ่ รยี นในชวั่ โมงทีแ่ ลว้
2.จากใบกิจกรรมท่2ี เร่อื งทางเลอื กของโคนัน ครสู ่มุ นกั เรยี นถามเสน้ ทางทดี่ ที ่สี ุดและให้นกั เรยี นบอกขน้ั ตอนการ
เดนิ ทางในขณะเดียวกันให้นักเรียนกลมุ่ อื่นๆลองเดินตามขัน้ ตอนท่ีเพ่ือนนำเสนอ
(ครคู วรส่มุ นักเรยี น1-2กลมุ่ เพือ่ ใหน้ กั เรียนนำเสนอขั้นตอนการเดนิ ทางและตรวจสอบว่าเพ่ือนคนอน่ื สามารถทำตาม
ขนั้ ตอนที่นักเรียนนำเสนอได้หรอื ไม่)
3.ครูถามนกั เรียนวา่ ทำไมจึงคิดวา่ เส้นทางทีเ่ ลือกน้นั เป็นเส้นทางทดี่ ีทสี่ ดุ

ข้ันสอน

1.ครถู ามคำถามนกั เรยี นวา่ ทำไมนักเรยี นสามารถเดนิ ทางไปถงึ สถานทเี่ กิดเหตตุ ามทเ่ี พอ่ื นนำเสนอได้
(แนวคำตอบเพราะนักเรียนสามารถใช้ขอ้ ความแสดงลำดับขน้ั ตอนทชี่ ัดเจนได้ เม่ือใครอ่านข้อความดังกลา่ วกส็ ามารถ
เดนิ ทางไปถงึ สถานท่เี กิดเหตุได้ )
2.ครูบอกนักเรียนวา่ ขั้นตอนวิธที น่ี ักเรยี นใช้แก้ปัญหาเรยี กวา่ อัลกอรทิ ึมเปน็ การแสดงอลั กอริทึมดว้ ยขอ้ ความ
3.ครอู ธบิ ายความหมายและขนั้ ตอนของอลั กอริทึมในหนงั สอื เรยี นพร้อมทง้ั ยกตัวอยา่ งในชวี ติ ประจำวนั

ข้นั สรปุ
1.นกั เรยี นอภปิ รายความหมายของเหตผุ ลเชงิ ตรรกะและอัลกอรทิ มึ และส่มุ นักเรียนยกตวั อย่างการใชอ้ ัลกอรทิ มึ ดว้ ย
ข้อความในชีวติ ประจำวนั

๑๐. ชิน้ งาน/ภาระงาน
1. ใบกิจกรรมเรื่อง ข้อความปริศนากับเจา้ หนยู อดนกั สบื

๑๑. สือ่ การเรยี นรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรยี นวิชา เทคโนโลยี(วทิ ยาการคำนวณ)
2. ใบกิจกรรมเรื่อง ข้อความปริศนากับเจา้ หนูยอดนักสบื

1๒. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1. วธิ ีการวดั และประเมินผล
ทดสอบก่อนเรียน สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตรวจผลงานและกระบวนการทำงาน
2. เครอื่ งมอื
แบบทดสอบก่อนเรยี น 10 ขอ้ แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบประเมินผลงาน
3. การประเมนิ ผลตัวชีว้ ดั
๑. รอ้ ยละ50ผา่ นเกณฑ์
๒. คณุ ภาพอยู่ในระดบั ดีผา่ นเกณฑ์
๓. คณุ ภาพอยใู่ นระดบั ดีผ่านเกณฑ์

เกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เกณฑก์ ารประเมนิ ดเี ยี่ยม (4) ระดับคุณภาพ / คะแนน ปรบั ปรงุ (1)
ดี (3) พอใช้ (2)

เกณฑ์การประเมนิ

1. เกณฑ์การใหค้ ะแนนตดั สินระดบั คณุ ภาพช้นิ งาน/ภาระงาน

ระดับ 4 หมายถึง ดีเยยี่ ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถงึ ดี = 5 – 6 คะแนน
1 - 4 คะแนน
ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ =

ระดับ 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ =

การประเมนิ สมรรถนะสำคญั คุณลักษณะอนั พึงประสงค์และทักษะศตวรรษที่ 21

ประเดน็ ประเมิน แหล่ง วธิ ีวัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ ารให้
คะแนน

สมรรถนะสำคัญ ช้นิ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถกู ต้อง

1. ความสามารถในการส่ือสาร อธิบายหรือการ การสังเกต แบบสังเกต ของช้นิ งาน

2. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ชิ้นงาน/การ การประเมิน แบบประเมิน -ตรงกบั ความ

2. ซื่อสัตย์สจุ รติ อธบิ าย/การ เป็นจรงิ

3. มีวนิ ยั นำเสนอ

4. ใฝ่ความรู้

6. มุ่งม่ันในการทำงาน

8. มีจิตสาธารณะ

ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ชน้ิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถูกต้อง
1. Reading อธบิ ายหรือการ ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ
2. Writing นำเสนอ ชนิ้ งาน/ ชิ้นงาน/ การ -ความ
3. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ เหมาะสม
4. Critical thinking and problem การอธิบาย อธิบายหรอื
solving หรอื การ การนำเสนอ
5. Creativity and innovation นำเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion

บันทกึ ผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรยี นการสอน

1. นกั เรยี นจำนวน........................คน
ผ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................
ไม่ผา่ นจดุ ประสงค.์ ...........................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................

2. นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรียนมีความรู้เกิดทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรยี นเจตคติ/คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………….………………………………
(..........................................................)
ตำแหนง่ ครู

ความเห็นของหัวหน้ากลุ่าระการเรยี นรู้ ความเห็นของหัวหน้างานวิชาการ
................................................................. ………………………………………………………………
…………………………………………………………. ……………………………………………………………..
ลงชอ่ื …………………………………………...…… ลงช่ือ……………………………………..………………
(นางจรรยา ทองน้อย)

ความเห็นของรองผอู้ ำนวยการสถานศึกษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
ลงชื่อ…………………………………………………………

(นายชัยรัชต์ คงลาภ)

ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา/ผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนรขู้ อง นางยุวภา สุขสวัสดิ์ สมใจแลว้ มคี วามคิดเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
2. การจัดกจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
 เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยงั ไม่เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป
3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
 นำไปใชไ้ ดจ้ ริง
 ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

..............................................................

(นางสาวสุพชาต ช่มุ ชน่ื )
ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดกลางคลองสาม

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4
วิชา วทิ ยาการคำนวณ เวลา 1 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 ชื่อหน่วย อลั กอรทิ ึมกบั การแก้ปัญหา
เรอื่ ง รหสั ลับของนกั สืบเยาวชน เวลา 1 คาบ
ปกี ารศกึ ษา 2565

1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชวี้ ดั
ว 4.2 ป.4/1 ใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะในการแกป้ ัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์

จากปญั หาอย่างงา่ ย

๒. สาระการเรยี นรู้
การแสดงอัลกอริทึมด้วยรหสั จำลองคือการอธบิ ายดว้ ยรหสั โดยเราสามารถกำหนดรหสั จำลองขึ้นเองได้

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.นกั เรยี นสามารถอธบิ ายหลักการเขยี นอลั กอริทึมด้วยรหสั จำลอง (K)
2.นกั เรยี นสามารถแก้ปญั หาอยา่ งง่ายได้ โดยใชอ้ ลั กอริทึมดว้ ยรหสั จำลอง (P)
3.สามารถยกตัวอย่างการแก้ปัญหาในชีวติ ประจำวนั โดยใชอ้ ัลกอรทิ ึมด้วยรหสั จำลอง (A)

๔. พฤติกรรมการเรยี นรู้ Knowledge Practice Attitude ( K P A )
ด้านความรู้ ( Knowledge : K) . อ่านและบอกความหมายของคำในเร่ืองได้ถูกตอ้ ง
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P) เลา่ เร่ืองที่ฟงั ไดถ้ ูกตอ้ ง
ดา้ นเจตคติ/คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ (Attitude: A) มนี สิ ัยรกั การอ่าน
1. รักชาติ
2. ซ่อื สตั ยส์ ุจริต
3. มีวนิ ัย
4. ใฝค่ วามรู้
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
6. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มีจติ สาธารณะ

๕. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี นหลักสูตรการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๖. ทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอ่าน (Reading)
2. ทกั ษะการ เขียน (Writing)
3. ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
4. ทักษะด้านการคดิ อย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา

(Critical thinking and problem solving)
5. ทักษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6. ทักษะด้านความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผนู้ ำ

(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทกั ษะด้านความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทักษะด้านการสอ่ื สารสารสนเทศและรูเ้ ทา่ ทนั สื่อ (Communication information

and media literacy)
9. ทักษะดา้ นคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
 10. ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มีคณุ ธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบยี บวินัย (compassion)

๗. การบรู ณาการ
 1. บูรณาการรายวิชาอน่ื ....................................................................................
 2. บรู ณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………
 3. อ่นื ๆ (ระบุ......................................................)

๘. สาระการเรียนรู้
1. อลั กอริทึมดว้ ยรหัสจำลอง
2. การใชอ้ ัลกอริทึมดว้ ยรหัสจำลองในการแก้ปญั หา

๙. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
เรื่อง รหสั ลับของนักสืบเยาวชน

ชว่ั โมงที่ 1
ขั้นนำ
1. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายความรเู้ ดมิ เรื่องการแกป้ ัญหาโดยใช้อัลกอริทมึ
2. ครูสนทนาเก่ียวกับกจิ กรรมที่ 2 ทางเลอื กของโคนัน จากช่วั โมงท่ีแล้วว่านักเรียนไดเ้ ขยี น

อัลกอริทึมเปน็ ขอ้ ความ ในชว่ั โมงน้นี กั เรียนจะไดเ้ ขยี นอลั กอริทมึ ด้วยรหสั จำลอง
ขั้นสอน
1. ครูอธิบายหลักการของรหสั จำลอง จากน้ันแจกใบกิจกรรม เรอ่ื งรหสั จำลอง ใหน้ ักเรยี นได้ทดสอบ

ความเขา้ ใจ ภายในเวลา 10 นาที
2. ครแู บ่งกลมุ่ นักเรยี น 3-4 คน จากนนั้ ครูแจกใบกิจกรรม เร่ือง ภารกิจลับของนักสืบเยาวชน
3. ครูเล่าสถานการณ์เพื่อดงึ ดูดความสนใจสมมติวา่ นักเรียนได้รบั ภารกจิ ลบั ให้เดนิ ทางไปสืบคดี

ระดบั ชาติ โดยต้องเดนิ ทางไปสบื คดที ่ีตา่ งแดนผ่านทางเรือขนส่งสนิ คา้ จุดเร่ิมต้นอยู่ทบี่ า้ น แต่
ก่อนทจี่ ะไปข้นึ เรือ นกั เรยี นจะตอ้ งเดินทางไปเอาแผนทเี่ ดินเรือท่ีกระท่อมหลงั ป่ามรณะ โดยหา้ ม
เขา้ ปา่ มรณะจากนัน้ เดนิ ทางต่อไปทป่ี ราสาท เพื่อขอความชว่ ยเหลือจากทหารให้ตดิ ตามไปดว้ ยถงึ
จะข้ามสะพานไปขึน้ เรอื ได้
4. นักเรียนพิจารณาเส้นทางการเดนิ ทางในใบกจิ กรรม และสร้างรหัสจำลองการเดินทางในใบ
กจิ กรรม ภายในเวลา 20 นาที
ขั้นสรปุ
1. ครสู ุม่ นกั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมาเขยี นรหัสจำลองหนา้ กระดาน และใหเ้ พื่อนกลุ่มอนื่ ๆ ช่วย
ตรวจสอบ
2. นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายหลักการแสดงอลั กอริทึมด้วยรหัสจำลอง และสรุปลงในสมุด

๑๐. ช้นิ งาน/ภาระงาน
1. ใบกจิ กรรม เร่อื งรหสั จำลอง

๑๑. สื่อการเรยี นรู้ / แหล่งเรียนรู้
๑. หนงั สือเรยี นวิทยาการคำนวณ
2. ใบกจิ กรรม เรอื่ งรหสั จำลอง

1๒. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1. วธิ ีการวดั และประเมินผล
ทดสอบก่อนเรยี น สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตรวจผลงานและกระบวนการทำงาน
2. เคร่ืองมือ
แบบทดสอบก่อนเรยี น 10 ขอ้ แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมนิ ผลงาน
3. การประเมนิ ผลตวั ชี้วัด
๑. ร้อยละ50ผา่ นเกณฑ์

๒. คุณภาพอยู่ในระดับดีผา่ นเกณฑ์
๓. คณุ ภาพอยู่ในระดับดผี า่ นเกณฑ์

เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เกณฑก์ ารประเมนิ ดเี ย่ยี ม (4) ระดับคณุ ภาพ / คะแนน ปรบั ปรุง (1)
ดี (3) พอใช้ (2)

เกณฑ์การประเมนิ

2. เกณฑ์การใหค้ ะแนนตัดสนิ ระดับคุณภาพชิน้ งาน/ภาระงาน

ระดบั 4 หมายถงึ ดเี ย่ียม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดับ 3 หมายถงึ ดี = 5 – 6 คะแนน
1 - 4 คะแนน
ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ =

ระดบั 1 หมายถึง ปรบั ปรงุ =

การประเมนิ สมรรถนะสำคญั คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์และทกั ษะศตวรรษท่ี 21

ประเด็นประเมนิ แหล่ง วิธวี ดั เครอื่ งมือวดั เกณฑก์ ารให้
คะแนน

สมรรถนะสำคัญ ช้ินงาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถูกต้อง

1. ความสามารถในการสื่อสาร อธิบายหรอื การ การสังเกต แบบสงั เกต ของชน้ิ งาน

2. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ชิ้นงาน/การ การประเมิน แบบประเมิน -ตรงกับความ

2. ซื่อสัตยส์ ุจริต อธิบาย/การ เป็นจริง

3. มีวนิ ยั นำเสนอ

4. ใฝค่ วามรู้

6. มุ่งมนั่ ในการทำงาน

8. มจี ิตสาธารณะ

ทักษะศตวรรษที่ 21 ชน้ิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถูกต้อง
1. Reading อธบิ ายหรือการ ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ
2. Writing นำเสนอ ชนิ้ งาน/ ชิ้นงาน/ การ -ความ
3. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ เหมาะสม
4. Critical thinking and problem การอธิบาย อธิบายหรอื
solving หรอื การ การนำเสนอ
5. Creativity and innovation นำเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion

บันทกึ ผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรยี นการสอน

1. นกั เรียนจำนวน........................คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ ..............คน คิดเปน็ ร้อยละ.................................
ไมผ่ ่านจุดประสงค.์ ...........................คน คดิ เป็นร้อยละ.................................

2. นกั เรยี นมีความรคู้ วามเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรยี นมีความรเู้ กิดทักษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรยี นเจตคติ/คณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………….………………………………
(..........................................................)
ตำแหนง่ ครู

ความเห็นของหัวหน้ากลุ่าระการเรยี นรู้ ความเห็นของหัวหน้างานวิชาการ
................................................................. ………………………………………………………………
…………………………………………………………. ……………………………………………………………..
ลงชอ่ื …………………………………………...…… ลงช่ือ……………………………………..………………
(นางจรรยา ทองน้อย)

ความเห็นของรองผอู้ ำนวยการสถานศึกษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
ลงชื่อ…………………………………………………………

(นายชัยรัชต์ คงลาภ)

ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา/ผ้ทู ่ีไดร้ บั มอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนรขู้ อง นางยุวภา สุขสวัสดิ์ สมใจแลว้ มคี วามคิดเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่
 ดีมาก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
2. การจัดกจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
 เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยงั ไม่เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป
3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
 นำไปใชไ้ ดจ้ ริง
 ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

..............................................................

(นางสาวสุพชาต ช่มุ ชน่ื )
ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดกลางคลองสาม

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4
วิชา วทิ ยาการคำนวณ เวลา 1 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ชื่อหน่วย อัลกอรทิ ึมกบั การแกป้ ัญหา
เรื่อง แผนผงั แสนสนุก เวลา 3 คาบ
ปกี ารศกึ ษา 2565

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชวี้ ดั
ว 4.2 ป.4/1 ใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธบิ ายการทำงาน การคาดการณผ์ ลลัพธ์

จากปญั หาอย่างง่าย

๒. สาระการเรียนรู้
การแสดงอัลกอรทิ ึมด้วยผงั งานหรอื โฟลวชารต์ คอื แผนผังแสดงขัน้ ตอนการทำงานซ่งึ สามารถใชแ้ ผนผงั นีแ้ สดง

ข้นั ตอนการทำงานของโปรแกรมได้ การแสดงอลั กอริทมึ ด้วยผงั งานแบง่ ออกเปน็ 2แบบได้แก่ ผังงานแบบโครงสรา้ ง
เรียงลำดบั และผังงานแบบโครงสรา้ งทางเลือก

๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นกั เรียนสามารถอธิบายการทำงานของอลั กอริทึมดว้ ยผังงานหรือโฟลวชารต์ ได้ (K)
2. นักเรียนสามารถแก้ปัญหาอยา่ งงา่ ย โดยใช้อลั กอริทึมดว้ ยผงั งานหรอื โฟลวชารต์ ได้ (P)
3. นักเรยี นสามารถยกตวั อย่างการแก้ปญั หาในชีวิตประจำวันได้ โดยใช้อลั กอรทิ ึมดว้ ยผงั งาน

หรือโฟลวชารต์ (A)

๔. พฤติกรรมการเรียนรู้ Knowledge Practice Attitude ( K P A )
ด้านความรู้ ( Knowledge : K) . อา่ นและบอกความหมายของคำในเรื่องได้ถกู ต้อง
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P) เล่าเร่ืองท่ีฟงั ได้ถูกต้อง
ด้านเจตคติ/คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ (Attitude: A) มนี สิ ัยรกั การอ่าน
1. รักชาติ
2. ซื่อสตั ย์สจุ ริต
3. มีวนิ ยั
4. ใฝ่ความรู้
5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
6. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ

๕. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี นหลักสตู รการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

๖. ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
2. ทักษะการ เขยี น (Writing)
3. ทกั ษะการคดิ คำนวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทักษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6. ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผูน้ ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทกั ษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทักษะดา้ นการส่อื สารสารสนเทศและรู้เทา่ ทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
9. ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร (Computing and ICT

Literacy)
 10. ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ณุ ธรรม มีเมตตา กรณุ า มีระเบยี บวินยั (compassion)

๗. การบูรณาการ
 1. บรู ณาการรายวชิ าอื่น....................................................................................
 2. บรู ณาการหลกั สตู ร STAR STEM …………………………………………………………
 3. อนื่ ๆ (ระบ.ุ .....................................................)

๘. สาระการเรียนรู้
1. การแสดงอลั กอรทิ ึมดว้ ยผงั งานหรือโฟลวชาร์ต
2. การแก้ปัญหาโดยใชอ้ ลั กอริทมึ ดว้ ยผังงานหรือโฟลวชารต์

๙. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
เร่ือง แผนผงั แสนสนกุ
ชั่วโมงท่ี 1
ขั้นนำ

1.ครูทบทวนความรเู้ ดิมโดยการถามคำถามนักเรยี นว่าการแกป้ ญั หาโดยใช้อลั กอริทมึ สามารถแสดงไดก้ ีแ่ บบ
ได้แก่อะไรบา้ ง(แนวคำตอบมี 3แบบไดแ้ ก่ การแสดงอลั กอรทิ มึ ดว้ ยขอ้ ความการแสดงอัลกอรทิ ึมดว้ ยรหัสจำลองหรอื ซู
โดโคด้ และการแสดงอัลกอริทึมด้วยผังงานหรอื โฟลวชารต์

2.ครูสนทนาเก่ียวกับกิจกรรมที่ 2ทางเลือกของโคนนั จากชวั่ โมงท่แี ล้ววา่ นักเรยี นได้เขียนอัลกอรทิ มึ เปน็
ขอ้ ความในชว่ั โมงนี้นกั เรียนจะได้เขยี นอัลกอรทิ ึมด้วยรหสั จำลอง
ข้ันสอน

1.ครูแบง่ กลุ่มนักเรยี น3-4คนจากนั้นแจกบตั รขอ้ ความช่อื และความหมายสัญลกั ษณผ์ งั งานใหน้ ักเรยี นกลุ่ม
ละ1ชดุ จากนนั้ ให้นกั เรียนเล่นเกมบตั รภาพแผนผังเพื่อทดสอบความรู้และไหวพรบิ

2.ครูบอกกตกิ าแกน่ กั เรียนกติกามอี ยู่ว่าเม่ือครชู ูบตั รภาพรูปเรขาคณิตที่เป็นสัญลักษณข์ องผงั งานให้
นกั เรยี นพจิ ารณาคาดการณว์ ่าสญั ลักษณ์ทค่ี รูชูขึ้นนั้นมชี ื่อและความหมายว่าอยา่ งไรใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ แข่งกนั ยก
บัตรข้อความที่เปน็ คำตอบกลุ่มไหนตอบไดเ้ ร็วและถกู ตอ้ งรบั คะแนนไปครัง้ ละ5 คะแนน

3.หลังจากเลน่ เกมครบทุกบตั รภาพแลว้ ครอู ธบิ ายการแสดงอลั กอรทิ มึ ด้วยผังงานเพิม่ เตมิ จากหนังสอื เรยี น
วชิ าวทิ ยาการคำนวณ

4.ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายการแสดงอัลกอริทมึ ดว้ ยผงั งานหรือโฟลวชารต์
ขนั้ สรปุ

1. นักเรยี นสรปุ ความร้ทู ีไ่ ดจ้ ากการเลน่ เกมลงในสมุด

ชัว่ โมงท่ี 2
ขน้ั นำ

1.ครูทบทวนความหมายของสญั ลกั ษณก์ ารแสดงอัลกอริทมึ ด้วยผังงานหรอื โฟลวชารต์ ดว้ ยการสุ่มถามคำถาม
นกั เรยี น3-4 คน
ขัน้ สอน

1.ครูแบง่ กลมุ่ นักเรยี นกลุ่มละ3-4คนจากน้ันแจกใบกิจกรรมเร่ืองการเดนิ ทางด้วยผังงาน
2.ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั ทำใบกิจกรรมเรื่องการเดนิ ทางดว้ ยผงั งาน
ขน้ั สรปุ
1.ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันเฉลยใบกิจกรรมเรื่องการเดินทางด้วยผงั งาน
2.ครูสุ่มนกั เรียนยกตัวอยา่ งการแกป้ ัญหาในชีวิตประจำวนั โดยใชก้ ารแสดงอัลกอรทิ มึ ด้วยผงั งานเช่นการตน่ื
นอนของนักเรียน

ชว่ั โมงที่ 3
ขั้นนำ

1.ครูและนักเรยี นทบทวนความรเู้ ดิมจากกจิ กรรมในชว่ั โมงทแ่ี ลว้
2.ครูแบง่ กลุม่ นักเรียนกล่มุ ละ4-5คนเพอ่ื ทำกจิ กรรมแผนผังแสนสนุก

ขั้นสอน
1.ครูแจกอปุ กรณ์ให้นกั เรยี นได้แก่ กระดาษปร๊ฟู กลมุ่ ละ1 แผ่น และปากกาเมจกิ กลมุ่ ละ2 ด้าม
2.นกั เรียนจบั สลากเลือกสถานการณ์ (ให้ครูสรา้ งสถานการณโ์ ดยทีแ่ ตล่ ะกลมุ่ สถานการณ์ไม่ซำ้ กนั ตวั อยา่ ง

สถานการณ์ เชน่ การเดนิ ทางจากโรงเรียนกลบั บ้าน)แลว้ ให้นกั เรยี นออกแบบการแกป้ ญั หาโดยใชก้ ารแสดงอัลกอรทิ มึ ดว้ ย
ผังงาน ภายในเวลา 15 นาที

3.หลงั จากท่นี กั เรยี นทำกิจกรรมเสรจ็ แลว้ ครใู ห้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอหนา้ ชนั้ เรียนกลุ่มละ2-3นาที
ขนั้ สรปุ

1.ครูและนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายกจิ กรรมแผนผังแสนสนุก
2.ครูถามคำถามนักเรยี นวา่ ระหวา่ งเหตุผลเชงิ ตรรกะและอลั กอริทึมมคี วามสัมพนั ธ์กันอยา่ งไรให้นักเรียนตอบ
คำถามลงในสมุดของตนเอง
3.นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั ในหนงั สอื แบบฝกึ หัดวชิ าวทิ ยาการคำนวณข้อ4หน้า

๑๐. ช้นิ งาน/ภาระงาน
1. แบบฝกึ หัดเทคโนโลย(ี วทิ ยาการคำนวณ)
2. ใบกิจกรรมเร่อื งการเดินทางดว้ ยผังงาน

๑๑. สื่อการเรียนรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
๑.หนังสือเรียนเทคโนโลย(ี วิทยาการคำนวณ)
2.แบบฝกึ หัดเทคโนโลยี(วทิ ยาการคำนวณ)
3.บตั รภาพและบัตรข้อความ
4.ใบกิจกรรมเร่ือง การเดนิ ทางด้วยผังงาน
5.อปุ กรณ์ในการทำกจิ กรรมไดแ้ ก่ กระดาษปรู๊ฟและปากกาเมจกิ

1๒. การประเมินผลการเรียนรู้
1. วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล
ทดสอบก่อนเรยี น สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตรวจผลงานและกระบวนการทำงาน
2. เครื่องมือ
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 10 ข้อ แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบประเมินผลงาน
3. การประเมินผลตวั ชี้วัด
๑. ร้อยละ50ผ่านเกณฑ์
๒. คุณภาพอย่ใู นระดบั ดผี ่านเกณฑ์
๓. คุณภาพอยู่ในระดบั ดีผา่ นเกณฑ์

เกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เกณฑก์ ารประเมนิ ดเี ยี่ยม (4) ระดับคุณภาพ / คะแนน ปรบั ปรงุ (1)
ดี (3) พอใช้ (2)

เกณฑ์การประเมิน

3. เกณฑ์การใหค้ ะแนนตดั สินระดบั คณุ ภาพช้นิ งาน/ภาระงาน

ระดับ 4 หมายถึง ดีเยยี่ ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถงึ ดี = 5 – 6 คะแนน
1 - 4 คะแนน
ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ =

ระดับ 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ =

การประเมนิ สมรรถนะสำคญั คุณลักษณะอนั พึงประสงค์และทักษะศตวรรษที่ 21

ประเดน็ ประเมิน แหล่ง วธิ ีวัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ ารให้
คะแนน

สมรรถนะสำคัญ ช้นิ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถกู ต้อง

1. ความสามารถในการส่ือสาร อธิบายหรือการ การสังเกต แบบสังเกต ของช้นิ งาน

2. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ชิ้นงาน/การ การประเมิน แบบประเมิน -ตรงกบั ความ

2. ซื่อสัตย์สจุ ริต อธบิ าย/การ เปน็ จรงิ

3. มีวนิ ยั นำเสนอ

4. ใฝ่ความรู้

6. มุ่งม่ันในการทำงาน

8. มีจิตสาธารณะ

ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ชน้ิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถูกต้อง
1. Reading อธบิ ายหรือการ ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ
2. Writing นำเสนอ ชนิ้ งาน/ ชิ้นงาน/ การ -ความ
3. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ เหมาะสม
4. Critical thinking and problem การอธิบาย อธิบายหรอื
solving หรอื การ การนำเสนอ
5. Creativity and innovation นำเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion

บันทกึ ผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรยี นการสอน

1. นกั เรียนจำนวน........................คน
ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................
ไมผ่ ่านจุดประสงค.์ ...........................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................

2. นกั เรียนมีความรู้ความเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นักเรียนมีความรู้เกิดทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรยี นเจตคติ/คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………….………………………………
(..........................................................)
ตำแหน่ง ครู

ความเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มระการเรียนรู้ ความเห็นของหัวหนา้ งานวิชาการ
................................................................. ………………………………………………………………
…………………………………………………………. ……………………………………………………………..
ลงชื่อ…………………………………………...…… ลงชอื่ ……………………………………..………………
(นางจรรยา ทองน้อย)

ความเห็นของรองผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
ลงช่ือ…………………………………………………………

(นายชัยรัชต์ คงลาภ)

ความเห็นของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา/ผู้ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นางยวุ ภา สขุ สวสั ด์ิ สมใจแลว้ มคี วามคิดเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
2. การจดั กจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยังไม่เนน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่
 นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ
 ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

..............................................................

(นางสาวสุพชาต ช่มุ ชนื่ )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นวดั กลางคลองสาม

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4 ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4
วชิ า วทิ ยาการคำนวณ เวลา 1 ช่ัวโมง
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 ช่ือหน่วย เขียนโปรแกรมอยา่ งง่ายด้วย Scratch
เร่ือง สำรวจโลกของ Scratch (การเขา้ ใช้งานโปรแกรม Scratch) เวลา 2 คาบ
ปกี ารศึกษา 2565

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้วี ดั
ว 4.2 ป.4/2 ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวรห์ รือสอ่ื และตรวจหา

ข้อผดิ พลาดและแก้ไข

๒. สาระการเรียนรู้
โปรแกรมScratchเปน็ โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ มลี ักษณะเป็นบลอ็ คโปรแกรม(block)นำมาตอ่ กนั เพ่อื สรา้ ง

รหัสคำสงั่ (Code)เพือ่ ส่ังให้โปรแกรมScratchทำงานตามที่ไดเ้ ขียนโปรแกรมไว้
โปรแกรมScratchสามารถนำมาใชพ้ ัฒนาซอฟตแ์ วร์เชิงสรา้ งสรรค์ เชน่ การสร้างนทิ านทีโ่ ต้ตอบกับผูอ้ า่ นได้

การสรา้ งเกมการสร้างหนุ่ ยนต์ เปน็ ต้น

๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นกั เรียนสามารถอธบิ ายลักษณะและข้ันตอนการเข้าใช้งานโปรแกรม Scratch ได้ (K)
2. นกั เรียนสามารถเขา้ ใชง้ านโปรแกรม Scratch ทงั้ 2 วธิ ี ตามขนั้ ตอนที่กำหนดได้ (P)
3. นักเรียนเหน็ ประโยชนข์ องการศึกษาโปรแกรม Scratch (A)

๔. พฤตกิ รรมการเรียนรู้ Knowledge Practice Attitude ( K P A )
ดา้ นความรู้ ( Knowledge : K) . อ่านและบอกความหมายของคำในเรื่องได้ถกู ตอ้ ง
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P) เลา่ เรื่องที่ฟงั ไดถ้ ูกตอ้ ง
ดา้ นเจตคติ/คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ (Attitude: A) มนี สิ ัยรักการอ่าน
1. รกั ชาติ
2. ซ่อื สตั ย์สุจริต
3. มีวินัย
4. ใฝ่ความรู้
5. อยู่อยา่ งพอเพียง
6. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มจี ติ สาธารณะ

๕. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี นหลักสตู รการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

๖. ทักษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทักษะการอา่ น (Reading)
2. ทักษะการ เขียน (Writing)
3. ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
4. ทักษะด้านการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6. ทักษะดา้ นความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผูน้ ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทักษะดา้ นการสอ่ื สารสารสนเทศและรเู้ ทา่ ทันส่ือ (Communication information
and media literacy)
9. ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT

Literacy)
 10. ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มีคณุ ธรรม มเี มตตา กรุณา มีระเบียบวนิ ยั (compassion)

๗. การบูรณาการ
 1. บรู ณาการรายวิชาอ่ืน....................................................................................
 2. บรู ณาการหลักสตู ร STAR STEM …………………………………………………………
 3. อื่นๆ (ระบ.ุ .....................................................)

๘. สาระการเรียนรู้
1. โปรแกรม Scratch

๙. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
เรื่อง สำรวจโลกของ Scratch (การเขา้ ใช้งานโปรแกรม Scratch)
การจดั กระบวนการเรียนรู้
ขั้นนำ

1. ครูตง้ั คำถามว่า นักเรียนคดิ วา่ คอมพิวเตอร์ทำงานไดอ้ ยา่ งไร(แนวตอบ: คอมพิวเตอรส์ ามารถทำงานไดน้ ั้น
เกดิ จากการทีม่ นุษย์เขยี นโปรแกรมข้ึนมาสงั่ งานใหค้ อมพวิ เตอร์ทำงานตามคำส่งั )

2. นักเรียนดภู าพจากหนังสือเรยี น รายวชิ าพื้นฐานเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)ป.4 จากนน้ั ครูต้งั คำถามวา่
เราจะสามารถเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอรไ์ ด้อยา่ งไร(แนวตอบ: การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอรน์ นั้ ผเู้ ขียนโปรแกรมจะต้องมี
ความรูเ้ กี่ยวกบั โปรแกรมทีต่ อ้ งการจะเขยี นซ่ึงจะต้องมีการวางแผนและลำดับขั้นตอนการสัง่ การให้ชดั เจนก่อนเสมอ)

จากนนั้ ครกู ระตนุ้ ให้นักเรียนเกดิ ความสนใจโดยบอกวา่ วนั นีเ้ รามาฝึกเขยี นโปรแกรมกัน

ข้ันสอน
1. นักเรียนเรียนรู้คำศัพท์ของหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การเขียนโปรแกรมอย่างง่ายด้วย Scratch จากภาพใน

หนงั สือเรียนรายวิชาพื้นฐานเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)ป.4 โดยครนู ำอ่านและสะกดคำศัพทด์ งั กล่าว
-Program(ชดุ คำสง่ั )

- Programming (การเขียนโปรแกรม)

2. นกั เรยี นศึกษาข้อมลู เก่ียวกบั โปรแกรมScratchจากหนงั สอื เรยี นรายวชิ าพื้นฐานเทคโนโลยี (วทิ ยาการการ

คำนวณ)ป.4 แลว้ รว่ มกนั อภิปรายวา่ โปรแกรมScratchเปน็ โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้เขยี นขึน้ เพ่ือสงั่ คอมพิวเตอร์

ทำงานได้

3. ครสู อบถามนักเรยี นว่านักเรียนเคยใช้งานโปรแกรมScratchหรือไม่ ถา้ มีนักเรยี นคนใดเคยใช้งานให้

นกั เรยี นออกมาเล่าให้เพ่อื นในช้ันฟังว่าใชง้ านอยา่ งไรและใช้เพือ่ ประโยชน์ดา้ นใด

ครชู ้แี จงว่าโปรแกรมScratchสามารถเข้าใช้งานได้ 2วธิ ี คอื การเขา้ ใช้งานแบบออนไลน์ และการเขา้ ใช้งานแบบ

ออฟไลน์

4. นกั เรยี นศกึ ษาการเขา้ ใชง้ านโปรแกรมScratchแบบออนไลน์ จากหนงั สอื เรียนรายวชิ าพ้นื ฐานเทคโนโลยี
(วิทยาการคำนวณ)ป.4หนา้ 24-28

5. นักเรยี นเขา้ ใชง้ านโปรแกรมScratchแบบออนไลน์ ซ่งึ มขี น้ั ตอนในการปฏิบตั ิ ดังน้ี
-เปิดเวบ็ เบราเซอรโ์ ครมและปอ้ นhttps://scratch.mit.edu/ทีช่ อ่ งอยู่เวบ็ กดแป้นEnterจะปรากฏหนา้ ตา่ ง
โปรแกรม Scratch
- คลิกเลือกJoinScratch
- ปอ้ นช่อื ผใู้ ช้เปน็ ภาษาอังกฤษโดยไมใ่ ชช้ ือ่ จรงิ
- ป้อนรหัสผ่านไมน่ อ้ ยกวา่ 6ตวั อักษรหรือตัวเลขและห้ามบอกรหสั ผ่านแกผ่ อู้ ่ืน (ใหน้ กั เรยี นจดช่ือบญั ชแี ละ
รหัสไว้เผอื่ ลืม)
- ป้อนรหัสผ่านอีกครัง้ ในช่อง ConfirmPasswordและคลิกถดั ไป(Next)
- ปอ้ นเดือนเกิดปี ค.ศ.เกดิ เพศและประเทศ
- ปอ้ นอีเมลของคณุ ครู และยืนยนั อเี มล
- เมื่อปรากฏหนา้ ตา่ งต้อนรับให้คลกิ ปุม่ OKLetsGo!

- แจ้งคณุ ครูให้ยนื ยนั อีเมลโดยให้เขา้ อเี มลและคลกิ Comfirmmyemailaddress
- เมอื่ สมัครสมาชกิ แลว้ จะปรากฏหนา้ ตา่ งโปรแกรมให้ตรวจสอบชอ่ื ผใู้ ช้ทม่ี ุมขวาบน
6. นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายว่าการเข้าใชง้ านโปรแกรมScratch แบบออนไลนม์ ีขน้ั ตอนการปฏิบตั อยา่ งไรเพือ่
ทบทวนและชแี้ นะนกั เรยี นท่ียังไมเ่ ข้าใจและไมส่ ามารถเข้าสู่โปรแกรมScratchได้

ช่ัวโมงท่ี 2

ขน้ั สอน
1. ครแู ละนกั เรยี นทบทวนความรเู้ ดมิ โดยถามคำถามนักเรยี นวา่ โปรแกรมScratchสามารถเขา้ ใชง้ านได้ 2วธิ ีก่ีวิธี

อะไรบา้ ง
(แนวคำตอบ:2วิธี คอื การเขา้ ใช้งานแบบออนไลน์ และการเขา้ ใชง้ านแบบออฟไลน์)

2. จากนนั้ ครสู นทนากับนกั เรยี นวา่ ช่วั โมงที่แล้วนกั เรยี นเขา้ ใช้งานโปรแกรมScratchแบบออนไลน์ ชว่ั โมงน้ี
นกั เรียนจะได้ศึกษาการเข้าใชง้ านโปรแกรมScratchแบบออฟไลน์

3. นกั เรียนศึกษาการเขา้ ใช้งานโปรแกรม Scratchแบบออฟไลน์ จากหนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานเทคโนโลยี
(วทิ ยาการคำนวณ)ป.4

4. ครูใหน้ ักเรยี นเข้าใช้งานโปรแกรมScratchแบบออฟไลน์ ที่ได้ศกึ ษาจากหนงั สอื เรยี นซึ่งมขี นั้ ตอนในการปฏิบตั ิ

เปิดเวบ็ เบราล์เซอรโ์ ครมและปอ้ นhttps://scratch.mit.edu/downloadทช่ี อ่ งอยู่เวบ็ กดแป้นEnterจะ
ปรากฏหนา้ ต่างโปรแกรมScratchใหด้ าวนโ์ หลด

5.นกั เรียนแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ4-5คนให้แตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั สืบค้นข้อมลู เก่ียวกับโปรแกรมScratchจากอนิ เทอร์เนต็
นำขอ้ มูลท่ีศกึ ษาไดม้ าสรุปและวิเคราะห์รว่ มกันจากนั้นจดั ทำป้ายนเิ ทศติดหนา้ ชนั้ เรียนเพอ่ื ให้นกั เรยี นคนอนื่
ๆได้ศึกษาความรเู้ กยี่ วกับโปรแกรมScratch

6.ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันอธบิ ายโปรแกรมScratchจากท่ีนกั เรียนได้รว่ มกันศึกษาในแต่ละกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยน
ความรกู้ ันภายในชน้ั เรยี น พรอ้ มทัง้ ให้นักเรยี นทำแบบฝึกหัดรายวชิ าพ้นื ฐานเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)ป.4
เพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น

ขนั้ สรปุ
1. ครอู ธิบายเพม่ิ เตมิ วา่ เหตผุ ลที่เราตอ้ งศึกษาโปรแกรมScratchเนื่องจากเปน็ โปรแกรมภาษาทส่ี ามารถสรา้ ง

ชน้ิ งานอย่างง่ายได้ เชน่ นทิ านทสี่ ามารถโตต้ อบกับผูอ้ ่านได้ ภาพเคลอื่ นไหวเกมดนตรี เปน็ ตน้ และยงั สามารถแสดง
ชน้ิ งานและแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ กบั ผู้อ่นื บนเวบ็ ไซต์ได้ ทำใหผ้ ทู้ ศ่ี ึกษาเรยี นร้หู ลกั การพร้อมทงั้ คดิ ไดอ้ ยา่ งสรา้ งสรรค์

2.ครปู ระเมนิ ผลการทำกิจกรรมกลมุ่ การอภปิ รายร่วมกนั เกย่ี วกบั โปรแกรมScratch
3.ครูประเมินพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คลโดยแบบฝึกหดั รายวชิ าพนื้ ฐานเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
4. ครปู ระเมนิ ชนิ้ งานปา้ ยนเิ ทศเรอ่ื งโปรแกรมScratch

๑๐. ช้นิ งาน/ภาระงาน
1. แบบฝกึ หดั รายวชิ าพน้ื ฐานเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

๑๑. สื่อการเรียนรู้ / แหลง่ เรียนรู้
๑. หนังสอื เรียน รายวชิ าพื้นฐานเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
2. แบบฝกึ หัด รายวชิ าพ้ืนฐานเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
3. แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ

1๒. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1. วิธกี ารวดั และประเมินผล
ทดสอบก่อนเรยี น สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล ตรวจผลงานและกระบวนการทำงาน
2. เคร่ืองมือ
แบบทดสอบก่อนเรียน 10 ข้อ แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ ผลงาน
3. การประเมินผลตวั ช้วี ัด
๑. ร้อยละ50ผ่านเกณฑ์
๒. คณุ ภาพอยใู่ นระดบั ดีผา่ นเกณฑ์
๓. คุณภาพอย่ใู นระดับดผี ่านเกณฑ์

เกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เกณฑก์ ารประเมนิ ดเี ยี่ยม (4) ระดบั คณุ ภาพ / คะแนน ปรบั ปรงุ (1)
ดี (3) พอใช้ (2)

เกณฑ์การประเมิน

4. เกณฑ์การใหค้ ะแนนตดั สินระดบั คณุ ภาพช้ินงาน/ภาระงาน

ระดับ 4 หมายถึง ดีเยยี่ ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถงึ ดี = 5 – 6 คะแนน
1 - 4 คะแนน
ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ =

ระดับ 1 หมายถงึ ปรับปรงุ =

การประเมนิ สมรรถนะสำคญั คุณลักษณะอนั พึงประสงค์และทักษะศตวรรษที่ 21

ประเดน็ ประเมิน แหล่ง วธิ ีวัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ ารให้
คะแนน

สมรรถนะสำคัญ ช้นิ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถกู ต้อง

1. ความสามารถในการส่ือสาร อธิบายหรือการ การสังเกต แบบสังเกต ของช้นิ งาน

2. ความสามารถในการคดิ นำเสนอ

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ชิ้นงาน/การ การประเมิน แบบประเมิน -ตรงกบั ความ

2. ซื่อสัตย์สจุ ริต อธบิ าย/การ เปน็ จรงิ

3. มีวนิ ยั นำเสนอ

4. ใฝ่ความรู้

6. มุ่งม่ันในการทำงาน

8. มีจิตสาธารณะ

ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ชน้ิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถูกต้อง
1. Reading อธบิ ายหรือการ ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ
2. Writing นำเสนอ ชนิ้ งาน/ ชิ้นงาน/ การ -ความ
3. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ เหมาะสม
4. Critical thinking and problem การอธิบาย อธิบายหรอื
solving หรอื การ การนำเสนอ
5. Creativity and innovation นำเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion

บันทกึ ผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรยี นการสอน

1. นักเรยี นจำนวน........................คน
ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้...............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไมผ่ ่านจุดประสงค.์ ...........................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................................

2. นกั เรียนมีความร้คู วามเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรยี นมีความรู้เกิดทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นกั เรยี นเจตคติ/คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………….………………………………
(..........................................................)
ตำแหนง่ ครู

ความเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มระการเรียนรู้ ความเห็นของหัวหนา้ งานวิชาการ
................................................................. ………………………………………………………………
…………………………………………………………. ……………………………………………………………..
ลงชื่อ…………………………………………...…… ลงชอื่ ……………………………………..………………
(นางจรรยา ทองน้อย)

ความเห็นของรองผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
ลงช่ือ…………………………………………………………

(นายชัยรัชต์ คงลาภ)

ความเห็นของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา/ผู้ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นางยวุ ภา สขุ สวสั ด์ิ สมใจแลว้ มคี วามคิดเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
2. การจดั กจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยังไม่เนน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่
 นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ
 ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

..............................................................

(นางสาวสุพชาต ช่มุ ชนื่ )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นวดั กลางคลองสาม

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5

วิชา วทิ ยาการคำนวณ ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 ช่ือหน่วย เขียนโปรแกรมอยา่ งง่ายดว้ ย Scratch เวลา 1 ช่ัวโมง

เรื่อง การเขยี นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ scratch เบื้องตน้ (1)

ปีการศกึ ษา 2565 เวลา 2 คาบ

1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชีว้ ัด
ว 4.2 ป.4/2 ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย โดยใช้ซอฟตแ์ วร์หรือสอื่ และตรวจหา

ขอ้ ผดิ พลาดและแก้ไข

๒. สาระการเรียนรู้
การเขียนโปรแกรม scratch คือ การเขยี นสคริปตใ์ ห้ตัวละครแตล่ ะตวั รวมท้งั ฉาก ทำงานรว่ มกนั

โดยท่ตี วั ละครแตล่ ะตวั รวมทง้ั ฉากสามารถมไี ด้หลายสคริปต์หรือไม่มสี คริปต์ ซ่ึงโปรแกรม
scratch สามารถนำมาพัฒนาในเชิงสร้างสรรคไ์ ด้ เชน่ การสร้างนิทาน การสร้างเกม ดนตรี
ภาพเคล่ือนไหว เป็นตน้

โปรแกรม scratch มีองค์ประกอบหลกั ท้งั หมด 7 องคป์ ระกอบ ดังนี้
1. แถบเมนู
2. กลุ่มบลอ็ ก
3. ขอ้ มลู เวทหี รือตัวละครทีถ่ ูกเลอื ก
4. เวที
5. บลอ็ กในกลมุ่ ท่ีถูกเลือก
6. พ้ืนที่ทำงาน
7. รายการตวั ละคร และเวทีทใ่ี ช้ในโปรเจกต์ปัจจบุ นั

๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นกั เรยี นสามารถบอกองค์ประกอบต่างๆของโปรแกรม scratch ได้ (K)
2. นกั เรียนสามารถปฏบิ ัตติ ามขน้ั ตอนการเขียนโปรแกรม scratch เบื้องต้นได้ (P)
3. นักเรียนเห็นความสำคญั ของการเขียนโปรแกรม scratch (A)

๔. พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ Knowledge Practice Attitude ( K P A )
ด้านความรู้ ( Knowledge : K) . อา่ นและบอกความหมายของคำในเรื่องได้ถูกต้อง
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P) เล่าเร่ืองที่ฟังได้ถูกต้อง
ดา้ นเจตคติ/คุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ (Attitude: A) มนี ิสัยรักการอ่าน
1. รักชาติ

2. ซอ่ื สัตยส์ จุ รติ
3. มีวินัย
4. ใฝค่ วามรู้
5. อยอู่ ย่างพอเพียง
6. มุ่งม่ันในการทำงาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มจี ิตสาธารณะ

๕. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี นหลักสูตรการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

๖. ทกั ษะของผูเ้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทักษะการอา่ น (Reading)
2. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
3. ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะดา้ นการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะด้านความรว่ มมือการทำงานเปน็ ทีมและภาวะผนู้ ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทักษะด้านความเข้าใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะด้านการสอ่ื สารสารสนเทศและรเู้ ทา่ ทันส่ือ (Communication information
and media literacy)
9. ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT

Literacy)
 10. ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ุณธรรม มีเมตตา กรุณา มรี ะเบยี บวินยั (compassion)

๗. การบูรณาการ
 1. บรู ณาการรายวชิ าอ่นื ....................................................................................
 2. บูรณาการหลกั สูตร STAR STEM …………………………………………………………
 3. อน่ื ๆ (ระบ.ุ .....................................................)

๘. สาระการเรียนรู้
1. โปรแกรม Scratch

๙. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
เรื่อง การเขยี นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ scratch เบ้ืองตน้ (1)

ช่วั โมงท่ี 1

ข้ันนำ
1. ครสู นทนากับนักเรยี นโดยนำเขา้ สู่บทเรียนจากท่นี กั เรยี นไดศ้ กึ ษาและสืบค้นเร่ืองโปรแกรมscratchชวั่ โมง

ก่อนหนา้ น้นั คราวนี้เราจะมีการฝกึ เขยี นโปรแกรมกันจรงิ ๆ
2.จากนนั้ ครใู หน้ ักเรียนเปิดใชโ้ ปรแกรมโดยเข้าบัญชแี ละรหสั ท่นี ักเรียนมีอยกู่ ่อนหน้านี้

ข้นั สอน
1. ครูอภปิ รายวา่ หากตอ้ งการใหแ้ มวหรือตัวละครทำตามคำสัง่ ของเรานำ้ เราจะตอ้ งเขยี นโปรแกรมคำสงั่ เพอ่ื

ป้อนใหโ้ ปรแกรมทำตามคำสัง่ จากชว่ั โมงท่ผี า่ นมานกั เรยี นรวู้ ิธีการเขา้ ใชง้ านโปรแกรมแลว้ แต่การที่จะเขียนโปรแกรมคำส่งั
ไดน้ ั้นส่ิงที่จะตอ้ งศกึ ษาเพ่ิมเติม องคป์ ระกอบของโปรแกรมscratch

2. ครอู ธบิ ายควบคู่กบั ภาพองคป์ ระกอบของโปรแกรมscratch จากหนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานเทคโนโลยี
(วทิ ยาการคำนวณ)ป.4 วา่ องค์ประกอบหลกั ของโปรแกรมscratchมดี ังน้ี

1.แผน่ เมนเู ครื่องมอื
2.เครอื่ งมือเวที
3.ข้อมูลเวที หรือตัวละครทถ่ี กู เลือก
4.บลอ็ กโปรแกรมคำสัง่
5.ชุดคำสง่ั ของบล็อกที่เลอื ก
6.พื้นทท่ี ำงาน
7. เวที
8.รายการตวั ละคร และเวทีทใ่ี ช้ในโปรเจกตป์ ัจจุบัน
3. นักเรยี นศกึ ษาความร้เู ก่ียวกับองคป์ ระกอบของโปรแกรมScratchจากหนงั สือเรียนรายวิชาพื้นฐาน
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)ป.4
4.ครูและนักเรยี นรว่ มกันอภิปรายว่าโปรเจกต์ในโปรแกรมScratchมีโครงสรา้ งหลัก3สว่ นดังนี้
1)พืน้ ท่ีเขียนสครปิ ต์ หรอื พื้นท่เี ขยี นโปรแกรมเพอ่ื สั่งให้ตัวละครหรอื เวทที ำตามคำส่ังท่ีตอ้ งการโดยสามารถสงั่
การไดจ้ ากบล็อกโปรแกรมคำส่ัง
2)เวที เปน็ สว่ นท่แี สดงผลการทำงานของสครปิ ต์ เสียงฉากซง่ึ เวทจี ะมีขนาด480x360หนว่ ย
3)หอ้ งแตง่ ตวั เปน็ ภาพของตวั ละครซง่ึ สามารถเปล่ยี นแปลงภาพตวั ละครได้ตามความตอ้ งการโดยตวั ละคร
สามารถเปลยี่ นแปลงชุดหรือเคลอ่ื นไหวในรปู แบบตา่ งๆตามทีต่ ้องการได้
5. ครูใหน้ ักเรียนพิจารณาบลอ็ กโปรแกรมคำสั่งจากหนังสือเรยี นรายวชิ าพืน้ ฐานเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ป.4ซงึ่ เป็นบล็อกคำสั่งโปรแกรมภาษาคอมพวิ เตอรท์ ี่ใชส้ ่ังการใหโ้ ปรแกรมScratchทำงานตามที่ได้ออกแบบไว้ โดยมี
บล็อกคำสั่งพน้ื ฐานดงั นี้
1)การเคลอื่ นที่ เชน่ เคลอ่ื นที่ไปข้างหนา้ หมนุ ไปทางขวา

2)รูปรา่ งเช่นสลบั ชุดเปลย่ี นขนาด
3)เสยี งเช่นเลน่ กลองเล่นเสียงสตั ว์
4)ปากกาเชน่ สีปากกายกปากกาข้ึน
5)ควบคุมเชน่ วนซ้ำตรวจสอบเงอ่ื นไข
6)กำลังรบั รู้ เชน่ ระดับเสยี งคลกิ เมาส์
7)เหตุการณ์ เชน่ สรา้ งตัวแปรสรา้ งรายการ
8)โอเปอเรเตอร์ เชน่ บวกเช่อื มและ
6. นักเรยี นคลิกเลือกบลอ็ กโปรแกรมคำสงั่ ตามที่ระบุข้างตน้ บนหนา้ จอโปรแกรมScratchในเครอ่ื งคอมพิวเตอร์
เพือ่ ให้นกั เรยี นเข้าใจคำส่งั พน้ื ฐานตา่ งๆในบลอ็ กคำสงั่ มากขน้ึ เมอ่ื นักเรียนคลิกเลอื กคำสง่ั ต่างๆจากหน้าจอโปรแกรม
คำส่ังครอู าจถามวา่ แตล่ ะคำสงั่ ทำหน้าทีใ่ ดบ้างให้นักเรยี นอภปิ รายรว่ มกนั ในชน้ั เรยี น

ชวั่ โมงท่ี 2

ขน้ั สอน
1. นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 4-5 คน โดยใหน้ กั เรียนสบื คน้ และหาวิธีการทำให้ตวั ละครใน

โปรแกรม Scratch พดู คำว่า “สวสั ดปี ระเทศไทย” โดยให้เวลาสืบคน้ และทำใหต้ ัวละครพูดภายในเวลา
20 นาที

2. นกั เรียนสง่ ตัวแทนออกมานำเสนอสิ่งทีน่ กั เรยี นสบื คน้ ได้หน้าชัน้ เรียน ปญั หาอุปสรรคทเี่ จอ
จากการทำงานในโปรแกรม Scratch และสรปุ ว่ากลมุ่ ของนักเรียนสามารถทำใหต้ วั ละครพดู ตามคำสั่งที่
กำหนดได้หรือไม่

3. นกั เรยี นแตล่ ะคนศึกษาค้นคว้าการเขยี นโปรแกรม Scratch จากหนังสอื เรียน รายวิชาพ้ืนฐาน
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.4

4. ครแู ละนกั เรียนอภปิ รายร่วมกันเกี่ยวกบั การเขียนโปรแกรม Scratch โดยให้ตวั ละครพูดคำว่า
“สวสั ดปี ระเทศไทย” จนไดข้ ้อสรปุ วา่ การกำหนดให้ตัวละครพดู ได้น้ันจะต้องออกแบบซอฟต์แวรอ์ ยา่ ง
ชดั เจนและนำไปเขยี นโปรแกรมภาษาคอมพวิ เตอร์ Scratch ซ่ึงการออกแบบซอฟต์แวร์จะตอ้ งออกแบบ
โดยใชผ้ ังงาน

5. นกั เรยี นแต่ละคนสรา้ งตวั ละครและกำหนดคำพดู ทต่ี ้องการใหต้ วั ละครพดู ตามความคิด
สร้างสรรค์ของนักเรียน โดยนำเสนอบนเวทใี นโปรแกรม Scratch ตามข้นั ตอนท่ีได้ศึกษามาขา้ งต้น ซ่ึงเร่ิม
จากการออกแบบผงั งาน

6. นักเรยี นแตล่ ะคนเดนิ เย่ยี มชมผลงานการสร้างตวั ละครของเพื่อน ๆ ภายในชั้นเรียน ท่ีได้
สร้างสรรคข์ นึ้ ผ่านโปรแกรม Scratch และให้นกั เรยี นแลกเปลีย่ นความคิดเห็นร่วมกัน

7. นักเรยี นทำใบงาน เรือ่ ง ส่วนประกอบของโปรแกรม Scratch
8.นกั เรยี นทำใบงาน เร่ือง บล็อกคำสัง่
ขน้ั สรปุ
1. ครูอภิปรายรว่ มกันกับนกั เรยี นเกยี่ วกับโปรแกรม Scratch จนได้ข้อสรปุ ว่า โปรแกรม
Scratch เปน็ โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอรภ์ าษาหน่ึงท่ีพฒั นาขนึ้ มา เพ่ือใช้ในการเขยี นโปรแกรม

คอมพิวเตอร์ในรูปแบบของกราฟิก สามารถเรียนร้ไู ด้ง่าย และสนกุ สนานกับการเรียนรู้ ฝกึ กระบวนการคิด
เป็นขั้นเป็นตอนอยา่ งสร้างสรรค์ สามารถสรา้ งช้นิ งานได้ตามความต้องการหรอื จินตนาการ

2. ครถู ามคำถามนักเรยี นวา่ การฝึกเขียนโปรแกรมมีประโยชน์ตอ่ เราอยา่ งไร(แนวตอบ : การฝึก
เขยี นโปรแกรมจะชว่ ยสง่ เสริมให้เกดิ ความคดิ สร้างสรรค์ สะท้อนความคดิ ที่ได้ออกมาเป็นผลงาน
นอกจากนี้ การเขยี นโปรแกรมจะช่วยใหเ้ กิดการคดิ อย่างเป็นขั้นเปน็ ตอน โดยเริม่ จากความคิดสร้างสรรค์
การวเิ คราะหป์ ัญหาและนำไปสกู่ ารหาคำตอบอย่างเปน็ ระบบ)

3. ครูตรวจใบงานที่ 2.1 เร่ือง สว่ นประกอบของโปรแกรม Scratch
4. ครตู รวจใบงานที่ 2.2 เรอื่ ง บลอ็ กคำสง่ั
5. ครปู ระเมนิ การนำเสนองานหนา้ ช้นั เรยี นของนกั เรยี นจากการทำกิจกรรมกลมุ่ เกี่ยวกบั การ
เขียนโปรแกรม Scratch

๑๐. ช้นิ งาน/ภาระงาน
1. ใบงานเรือ่ งสว่ นประกอบของโปรแกรมScratch
2. ใบงานเรอ่ื งบลอ็ กคำสั่ง

๑๑. สอ่ื การเรียนรู้ / แหลง่ เรียนรู้
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐานเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.4
2. ใบงาน เรือ่ ง ส่วนประกอบของโปรแกรม Scratch
3. ใบงาน เร่อื ง บล็อกคำสั่ง
4. แหล่งข้อมลู สารสนเทศ

1๒. การประเมินผลการเรยี นรู้
1. วิธกี ารวัดและประเมินผล
ทดสอบก่อนเรียน สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ตรวจผลงานและกระบวนการทำงาน
2. เครือ่ งมอื
แบบทดสอบก่อนเรียน 10 ข้อ แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ ผลงาน
3. การประเมินผลตวั ชว้ี ัด
๑. ร้อยละ50ผา่ นเกณฑ์
๒. คุณภาพอยใู่ นระดับดผี า่ นเกณฑ์
๓. คณุ ภาพอยู่ในระดับดีผา่ นเกณฑ์

เกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เกณฑก์ ารประเมนิ ดเี ยี่ยม (4) ระดับคุณภาพ / คะแนน ปรบั ปรงุ (1)
ดี (3) พอใช้ (2)

เกณฑ์การประเมิน

5. เกณฑ์การใหค้ ะแนนตดั สินระดบั คณุ ภาพช้นิ งาน/ภาระงาน

ระดบั 4 หมายถึง ดีเยยี่ ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดับ 3 หมายถงึ ดี = 5 – 6 คะแนน
1 - 4 คะแนน
ระดบั 2 หมายถึง พอใช้ =

ระดับ 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ =

การประเมนิ สมรรถนะสำคญั คุณลักษณะอนั พึงประสงค์และทักษะศตวรรษที่ 21

ประเด็นประเมิน แหล่ง วธิ ีวัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ ารให้
คะแนน

สมรรถนะสำคัญ ช้นิ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถกู ต้อง

1. ความสามารถในการสื่อสาร อธิบายหรือการ การสังเกต แบบสังเกต ของช้นิ งาน

2. ความสามารถในการคิด นำเสนอ

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ชิ้นงาน/การ การประเมิน แบบประเมิน -ตรงกบั ความ

2. ซื่อสัตย์สจุ ริต อธบิ าย/การ เปน็ จรงิ

3. มีวนิ ยั นำเสนอ

4. ใฝ่ความรู้

6. มุ่งม่ันในการทำงาน

8. มีจิตสาธารณะ

ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ชน้ิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถูกต้อง
1. Reading อธบิ ายหรือการ ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ
2. Writing นำเสนอ ชนิ้ งาน/ ชิ้นงาน/ การ -ความ
3. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ เหมาะสม
4. Critical thinking and problem การอธิบาย อธิบายหรอื
solving หรอื การ การนำเสนอ
5. Creativity and innovation นำเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion

บันทึกผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรยี นการสอน

1. นักเรียนจำนวน........................คน
ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้...............คน คดิ เป็นร้อยละ.................................
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์............................คน คดิ เป็นร้อยละ.................................

2. นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นักเรยี นมีความรู้เกิดทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรยี นเจตคติ/คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………….………………………………
(..........................................................)
ตำแหนง่ ครู

ความเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มระการเรียนรู้ ความเห็นของหัวหนา้ งานวิชาการ
................................................................. ………………………………………………………………
…………………………………………………………. ……………………………………………………………..
ลงชื่อ…………………………………………...…… ลงชอื่ ……………………………………..………………
(นางจรรยา ทองน้อย)

ความเห็นของรองผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษา
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
ลงช่ือ…………………………………………………………

(นายชัยรัชต์ คงลาภ)

ความเห็นของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา/ผู้ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนรู้ของ นางยวุ ภา สขุ สวสั ด์ิ สมใจแลว้ มคี วามคิดเห็นดงั น้ี
1. เป็นแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี
 ดมี าก
 ดี
 พอใช้
 ควรปรบั ปรุง
2. การจดั กจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผ้เู รียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม
 ยังไม่เนน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
3. เปน็ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่
 นำไปใชไ้ ดจ้ รงิ
 ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
4. ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

..............................................................

(นางสาวสุพชาต ช่มุ ชนื่ )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นวดั กลางคลองสาม

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 6 ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4
วชิ า วทิ ยาการคำนวณ เวลา 1 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 ชื่อหน่วย เขียนโปรแกรมอย่างง่ายด้วย Scratch
เรอ่ื ง การเขียนโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ scratch เบ้ืองต้น (2) เวลา 3 คาบ
ปกี ารศึกษา 2565

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ดั
ว 4.2 ป.4/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา่ งง่าย โดยใชซ้ อฟต์แวร์หรือสื่อ และตรวจหา

ขอ้ ผิดพลาดและแก้ไข

๒. สาระการเรยี นรู้
โปรแกรมscratch สามารถนำมาใชพ้ ฒั นาซอฟต์แวรเ์ ชงิ สรา้ งสรรค์ เชน่ การสร้างนทิ านการสร้างเกมเป็นต้น

การเขียนโปรแกรมเปน็ การสรา้ งลำดับของคำส่งั ใหค้ อมพิวเตอร์ทำงานเพ่ือใหไ้ ด้ผลลพั ธต์ ามความต้องการหากมี
ขอ้ ผดิ พลาดใหต้ รวจสอบการทำงานทีละขัน้ ตอนเมือ่ พบโจทยท์ ี่ทำใหผ้ ลลัพธ์ไม่ถกู ต้อง ใหท้ ำการแกไ้ ขจนกวา่ จะได้
ผลลัพธ์ทถี่ กู ต้อง

ตัวอยา่ งโปรแกรมท่มี ีเรือ่ งราวเชน่ นทิ านทม่ี ีการตอบโตก้ ับผูใ้ ชก้ ารต์ นู ส้ันเล่ากิจวตั รประจาํ วนั ภาพเคลื่อนไหว
การฝึกตรวจสอบข้อผดิ พลาดจากโปรแกรมของผู้อ่ืนจะช่วยพัฒนาทกั ษะหาสาเหตุของปญั หาไดด้ ยี ่งิ ขนึ้

๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรยี นสามารถอธิบายลำดับขัน้ ตอนการเขียนโปรแกรม scratch ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง (K)
2. นักเรยี นสามารถออกแบบโปรแกรม scratch ตรวจหาข้อผดิ พลาดและแก้ไขได้ (P)
3. นกั เรยี นเห็นประโยชนข์ องการเขียนโปรแกรม scratch (A)

๔. พฤติกรรมการเรยี นรู้ Knowledge Practice Attitude ( K P A )
ด้านความรู้ ( Knowledge : K) . อ่านและบอกความหมายของคำในเรื่องได้ถกู ต้อง
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P) เลา่ เร่ืองท่ีฟังไดถ้ ูกตอ้ ง
ด้านเจตคติ/คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ (Attitude: A) มนี สิ ัยรกั การอ่าน
1. รกั ชาติ
2. ซ่ือสัตย์สุจรติ
3. มีวนิ ัย
4. ใฝค่ วามรู้
5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
6. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
7. รกั ความเปน็ ไทย

8. มีจติ สาธารณะ

๕. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียนหลักสูตรการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

๖. ทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอ่าน (Reading)
2. ทักษะการ เขียน (Writing)
3. ทกั ษะการคิดคำนวณ (Arithmetic)
4. ทักษะดา้ นการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปญั หา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation)
6. ทักษะด้านความรว่ มมือการทำงานเป็นทีมและภาวะผ้นู ำ
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทักษะด้านความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะด้านการสือ่ สารสารสนเทศและรเู้ ท่าทันสื่อ (Communication information
and media literacy)
9. ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT

Literacy)
 10. ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ณุ ธรรม มเี มตตา กรณุ า มรี ะเบยี บวินยั (compassion)

๗. การบรู ณาการ
 1. บรู ณาการรายวิชาอน่ื ....................................................................................
 2. บูรณาการหลักสตู ร STAR STEM …………………………………………………………
 3. อืน่ ๆ (ระบ.ุ .....................................................)

๘. สาระการเรียนรู้
1. โปรแกรม Scratch

๙. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
เรื่อง การเขยี นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ scratch เบื้องต้น (2)
ชว่ั โมงที่ 1
ข้นั นำ

1.ครูทบทวนความรูเ้ ดิมโดยถามคำถามกระตุน้ นักเรียนคดิ วา่ โปรแกรมscratchสามารถทำให้ตัวละครพดู มีเสียง
ตอบโต้กันไดห้ รือไม่
(แนวตอบ:ตัวละครสามารถพูดตอบโตก้ นั ได)้

2.ครสู นทนาเพ่อื นำเขา้ สเู่ น้อื หาวา่ เด๋ยี วเราจะมาสรา้ งโปรเจคเรอื่ งราวของฉนั กอ่ นอนื่ เราต้องเรยี นรู้การสรา้ ง
เสียงใหต้ วั ละครกอ่ น
ขน้ั สอน

1.นักเรียนเปิดหนงั สือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐานเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)ป.4 เรอ่ื งการเขียนโปรแกรม
scratchให้มเี สียงโดยครอู ธบิ ายถึงการใช้งานโปรแกรมscratch สามารถทีจ่ ะทำใหต้ วั ละครเคลือ่ นไหวและมคี ำพดู
ประกอบได้ ยงั สามารถใสเ่ สยี งเพอ่ื ให้ตวั ละครพดู ออกมาอย่างมเี สยี งได้

2.ครอู ธิบายเนือ้ หาวา่ การเขยี นโปรแกรมscratchให้มีเสยี งนนั้ ตอ้ งเรมิ่ จาก
1)ขั้นท่ี 1 การกำหนดวตั ถุประสงค์ ปญั หาว่าเราจะสร้างสรรคต์ ัวละครใหม้ บี ทบาทอย่างไร โดยควรกำหนดบท
สนทนาใหเ้ ขา้ กับฉากหลงั และสถานการณ์ตา่ งๆยกตวั อย่างตามหนงั สือเรียนเชน่ ตอ้ งการให้ตวั ละครพดู ว่า“สวสั ดี
ประเทศไทย”และมีเสยี ง“เหมียว”
2)ข้ันที่ 2 การวางแผนการแก้ปัญหาตอ้ งวางแผนการใชซ้ อฟตแ์ วรเ์ พ่ือจะนำไปเขยี นโปรแกรม
ภาษาคอมพวิ เตอร์
3)ขั้นที่ 3 การออกแบบซอฟต์แวร์ โดยออกแบบออกมาในรูปของผงั งานตามหนงั สือเรยี นครอู าจจะเขยี นการ
ออกแบบและอธิบายขั้นตอนต่างๆของการเขยี นผงั งานลงบนกระดานดำ
3.เมื่อนักเรียนออกแบบการเขยี นโปรแกรมscratchให้มเี สยี งออกมาในรูปของผังงานเรียบรอ้ ยจากน้นั นำผงั งาน
ทีเ่ ราออกแบบมาเขียนโปรแกรมภาษาคอมพวิ เตอร์ scratchโดยการเปิดโปรแกรมscratchข้ึนมาเพอ่ื นำผงั งานท่อี อกแบบไว้
ทำตามขน้ั ตอนตามตัวอย่างในหนังสอื เรยี นรายวชิ าพืน้ ฐานเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)ป.4
4.นักเรียนศึกษาเพ่มิ เติมจากเวบ็ ไซต์ ที่ไดจ้ ากการสแกน QRcodeในหนงั สอื เรียนหน้า50 เพื่อให้ศกึ ษา
เนอื้ หาในเรอ่ื งนใ้ี หเ้ ขา้ ใจมากขน้ึ
5.นักเรียนศกึ ษาตัวอยา่ งการทำตวั ละครเคลอ่ื นท่ีจากหนังสือเรยี นรายวชิ าพืน้ ฐานเทคโนโลยี(วทิ ยาการคำนวณ)
ป.4
6.นกั เรยี นใชโ้ ปรแกรมscratchสร้างตัวละครให้เคลอ่ื นทีต่ ามขนั้ ตอนทรี่ ะบไุ วใ้ นหนังสือเรยี นรายวชิ าพืน้ ฐาน
เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)ป.4
7.ครเู ปดิ โอกาสให้นกั เรยี นซักถามหรอื อภปิ รายรว่ มกับเพ่อื นในชั้นเรียนในประเดน็ ที่เป็นปัญหาเกิดข้อสงสัย
8.ครอู ภปิ รายกับนักเรยี นว่าตวั ละครสามารถเคลื่อนทไ่ี ปยงั ตำแหนง่ ใดก็ไดภ้ ายในกรอบเวที โดยตวั ละครจะ
เคลือ่ นทแ่ี บบเสน้ ตรง

ชว่ั โมงท่ี 2
ขน้ั สอน

1. จากช่วั โมงที่แลว้ นักเรยี นไดเ้ รียนร้กู ารสรา้ งเสยี งใหต้ วั ละครแลว้ ในชว่ั โมงน้เี ราจะมาออกแบบ
โปรเจกต์เรอื่ งราวของฉัน

2. นักเรียนสำรวจคลงั ตัวละคร โดยเลอื กตวั ละครในคลงั ตัวละครได้โดยคลิกปุ่ม (1) และเปิด (2)
จะมีตวั ละครใหเ้ ลอื กมากมาย

(2)
(1)

3. นักเรยี นออกแบบโปรเจกตเ์ รือ่ งราวของฉนั (เปน็ โปรเจกตจ์ ากหนังสือ Scratch in Action
Animation) นกั เรยี นใช้โปรแกรม scratch ในการสร้างตวั ละคร โดยครยู กตัวอยา่ งโปรเจกต์ เชน่ สร้าง
ตวั ละคร เพมิ่ คำสัง่ เสยี งให้ตวั ละคร ทดลองหาวิธีท่ีทำใหเ้ สียงตอบโตก้ นั ระหวา่ งตัวละครได้ โดยมขี น้ั ตอน
ดังน้ี

1)นักเรยี นเลือกตวั ละคร และออกแบบซอฟต์แวรด์ ว้ ยผงั งานลงในสมุด
2)ศกึ ษาบล็อกคำสัง่ ในหนังสือเรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ป.4
3)ศกึ ษาสคริปตแ์ นะนำและทดลองกับตวั ละครที่ออกแบบไว้ถา้ มีข้อผดิ พลาดให้ให้แก้ไข
ขอ้ ผิดพลาดนนั้ และออกแบบตวั ละครต่อไป
กำหนดระยะเวลาในการทำ 30 นาที จากน้ันครูจะเดนิ ตรวจชน้ิ งานของนักเรียนแตล่ ะคนภายในหอ้ ง
4. หลังจากสร้างช้ินงานเสร็จเรียบรอ้ ย ให้นักเรียนเขียนสรุปลำดับขั้นตอนการทำงานลงในสมุด
โดยระบวุ ่าในการทำกจิ กรรมนักเรยี นคดิ วา่ ข้ันตอนใดบ้างท่ีทำแลว้ สนุกทีส่ ดุ ขนั้ ตอนใดยากทส่ี ดุ พรอ้ ม
บอกเหตุผลประกอบ แนะนำมาพูดคยุ แลกเปลยี่ นกบั เพ่ือนในชนั้ เรียน

ขนั้ สรปุ
1. ครูถามนักเรียนวา่ เราจะนำความรูเ้ รอ่ื งการเขียนโปรแกรมมาประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวันของ

เราไดอ้ ย่างไรบ้าง ใหน้ ักเรยี นภายในห้องชว่ ยกันอภปิ รายหาคำตอบ

ชัว่ โมงท่ี 3
ขัน้ สอน

1.นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ฝึกแก้ปญั หาในโปรแกรมโดยใชค้ วามรทู้ เี่ รยี น
มาก่อนหนา้ นี้

2.ครสู นทนากบั นักเรียนเรื่องการฝึกแกป้ ญั หาหรอื แก้บั๊ก(Bug) ในโปรแกรม (Debugging) ว่า
การฝึกแก้ปญั หาในโปรแกรม ทำให้เราเขียนโปรแกรมได้เกง่ ข้ึน

3.แต่ละกล่มุ เปิดเวบ็ ไซตไ์ ปยัง
URL(https://scratch.mit.edu/projects/282421428/editor/)

แล้วอ่านโจทย์ว่าต้องการตรวจสอบและแกไ้ ขข้อผดิ พลาดอย่างไร จากนั้นให้คลกิ ปมุ่

4.เริ่มแก้โจทยป์ ญั หาได้เลย (โจทยป์ ญั หามาจากหนังสอื Scratch in Action Animation)
กำหนดเวลาให้ 20 นาที
ขน้ั สรปุ

1.นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอการออกแบบซอฟต์แวรด์ ว้ ยผังงานทใ่ี ชใ้ นการแกป้ ัญหาหน้าชั้น
เรยี นทลี ะกลมุ่

2.ครูตรวจชิ้นงานโดยใชแ้ บบประเมินชิ้นงาน และเดินดชู ้ินงานของแต่ละกลุม่
๑๐. ชิน้ งาน/ภาระงาน

1. หนงั สือScratchinActionAnimation
2. หนังสอื เรียนรายวชิ าพื้นฐานเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)

๑๑. ส่ือการเรยี นรู้ / แหล่งเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรียน รายวชิ าพน้ื ฐานเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
2. หนังสอื Scratch in Action Animation
3. แหล่งข้อมลู สารสนเทศ

1๒. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1. วิธกี ารวัดและประเมินผล
ทดสอบก่อนเรียน สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ตรวจผลงานและกระบวนการทำงาน
2. เครอื่ งมอื
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 10 ข้อ แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมนิ ผลงาน
3. การประเมนิ ผลตวั ช้ีวดั
๑. รอ้ ยละ50ผา่ นเกณฑ์
๒. คณุ ภาพอยู่ในระดบั ดผี า่ นเกณฑ์
๓. คณุ ภาพอยู่ในระดบั ดีผ่านเกณฑ์

เกณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)

เกณฑ์การประเมนิ ดีเย่ยี ม (4) ระดบั คุณภาพ / คะแนน ปรบั ปรงุ (1)
ดี (3) พอใช้ (2)

เกณฑ์การประเมิน

1. เกณฑ์การใหค้ ะแนนตัดสนิ ระดบั คุณภาพชน้ิ งาน/ภาระงาน

ระดับ 4 หมายถงึ ดีเยย่ี ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถงึ ดี = 5 – 6 คะแนน
1 - 4 คะแนน
ระดบั 2 หมายถงึ พอใช้ =

ระดบั 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง =

การประเมนิ สมรรถนะสำคัญ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์และทักษะศตวรรษท่ี 21

ประเด็นประเมนิ แหลง่ วิธีวัด เครือ่ งมือวดั เกณฑก์ ารให้
คะแนน
สมรรถนะสำคัญ ชิ้นงาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/
1. ความสามารถในการส่ือสาร อธิบายหรอื การ การสังเกต แบบสงั เกต - ความถกู ต้อง
2. ความสามารถในการคิด นำเสนอ ของชิ้นงาน
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ชนิ้ งาน/การ การประเมนิ แบบประเมิน -ตรงกบั ความ
2. ซื่อสัตย์สุจรติ อธิบาย/การ เปน็ จริง
3. มวี นิ ัย นำเสนอ
4. ใฝ่ความรู้
6. มุ่งมั่นในการทำงาน
8. มีจิตสาธารณ

ทกั ษะศตวรรษที่ 21 ชน้ิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ต้อง
1. Reading อธบิ ายหรอื การ ประเมนิ ประเมิน - ความเข้าใจ
2. Writing นำเสนอ ช้นิ งาน/ ชิน้ งาน/ การ -ความ
3. Arithmetic การสังเกต สังเกตการ เหมาะสม
4. Critical thinking and problem การอธิบาย อธิบายหรอื
solving หรือการ การนำเสนอ
5. Creativity and innovation นำเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information
and media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion

บันทกึ ผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรยี นการสอน

1. นกั เรียนจำนวน........................คน
ผา่ นจุดประสงค์การเรียนร้.ู ..............คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................
ไมผ่ า่ นจุดประสงค.์ ...........................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................

2. นกั เรียนมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นกั เรยี นมีความร้เู กิดทักษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. นักเรียนเจตคติ/คณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………….………………………………
(..........................................................)
ตำแหนง่ ครู


Click to View FlipBook Version