The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานประเพณีไทยชวนให้หลงใหลใน4ภาค

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phinyada Sa-ingthong, 2021-07-16 12:28:24

โครงงานประเพณีไทยชวนให้หลงใหลใน4ภาค

โครงงานประเพณีไทยชวนให้หลงใหลใน4ภาค

มหาวทิ ยาลยั รังสิต
คณะศิลปศาสตร์ สาขาวชิ าภาษาองั กฤษ

โครงงาน
เรื่อง ประเพณไี ทยชวนให้หลงใหลใน 4 ภาค

เสนอ
อาจารย์ อดศิ ักด์ิ นุชมี

จัดทาโดย

นางสาวภิญญดา สองิ้ ทอง 6402982
6403061
นายจริ ายสุ แช่มใส 6403580
6403691
นางสาวธญั วรัตม์ เอกอมวงศ์ 6403923
6404194
นาย สิรวชิ ญ์ เอย่ี มไพศาลภบิ าล

นางสาวชุตกิ าญจน์ น้อยสุขเสริม

นางสาวอภสั นันท์ ธนินทร์ณพงศ์

โครงงานนีเ้ ป็ นส่วนหน่ีงของการศึกษาหลกั สูตรศิลปศาสตรบณั ฑิต
รายวชิ าRSU111สังคมธรรมาธปิ ไตย
ปี การศึกษา 2564



เกยี่ วกบั โครงงาน

โครงงาน

เร่ือง ประเพณีไทยชวนใหห้ ลงใหลใน 4 ภาค

ผู้จัดทา

1. น.ส.ธญั วรัตม์ เอกอมรวงศ์ เลขประจาตวั 6403580(หวั หนา้ กลุ่ม)

2. น.ส.ภิญญดา สอิ้งทอง เลขประจาตวั 6402982

3. นาย จิรายสุ แช่มใส เลขประจาตวั 6403061

4. นาย สิรวชิ ญ์ เอี่ยมไพศาลภิบาล เลขประจาตวั 6403691

5. น.ส.ชุติกาญจน์ นอ้ ยสุขเสริม เลขประจาตวั 6403923

6. น.ส.อภสั นนั ท์ ธนินทร์ณพงศ์ เลขประจาตวั 6404194

ครูทป่ี รึกษา อาจารย์ อดิศกั ด์ิ นุชมี ตาแหน่ง ครู

สถานทศี่ ึกษา มหาวทิ ยาลยั รังสิต คณะศิลปศาสตร์ สาขาวชิ าภาษาองั กฤษ

ปี การศึกษา 2564



กติ ตกิ รรมประกาศ

โครงงานน้ีสาเร็จข้ึนไดด้ ว้ ยการสนบั สนุนจากบุคคลหลายท่านดว้ ยกนั จึงใคร่ขอขอบคุณท่าน
ต่างๆดงั น้ี

ขอขอบคุณอาจารย์ อดิศกั ด์ิ นุชมีผใู้ หค้ าปรึกษาอยา่ งดีตลอดจนแนวทางการแกไ้ ขปัญหาและทาใหร้ ู้ที่มา
ของความรู้ความเขา้ ใจในทางวชิ าการและประสบการณ์ดา้ นต่างๆซ่ึงเป็นประโยชนส์ ูงสุดในการทาโครงงาน
น้ี ทาใหค้ ณะผจู้ ดั ทาสามารถพฒั นาต่อยอดและเขา้ ใจปัญหาตา่ งๆดีมากข้ึนจนโครงงานสาเร็จลุล่วงไปได้
ดว้ ยดี ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ช่วยเหลือและช่วยกนั ทาโครงงานดว้ ยกนั มาตลอดจนโครงงานน้ีสาเร็จ
ขอขอบคุณทางคณะศิลปศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั รังสิต ตลอดจนผทู้ ี่เกี่ยวขอ้ งไว้ ณ ที่น้ีดว้ ย

สุดทา้ ยน้ีผจู้ ดั ทาหวงั เป็นอยา่ งยง่ิ วา่ โครงงานน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของผทู้ ่ีสนใจต่อไป

คณะผจู้ ดั ทา



หัวข้อโครงงาน : ประเพณีไทยชวนให้หลงใหลใน 4 ภาค

ประเภทของโครงงาน : โครงงานประเภทศึกษาคน้ ควา้

ผ้เู สนอโครงงาน : น.ส.ธญั วรัตม์ เอกอมรวงศ์ เลขประจาตวั 6403580

น.ส.ภิญญดา สอิง้ ทอง เลขประจาตวั 6402982

นาย จิรายสุ แช่มใส เลขประจาตวั 6403061

นาย สิรวชิ ญ์ เอ่ียมไพศาลภิบาล เลขประจาตวั 6403691

น.ส.ชุติกาญจน์ นอ้ ยสุขเสริม เลขประจาตวั 6403923

น.ส.อภสั นนั ท์ ธนินทร์ณพงศ์ เลขประจาตวั 6404194

ทป่ี รึกษาโครงงาน : อาจารย์ อดิศกั ด์ิ นุชมี

ปี การศึกษา : 2564

บทคดั ย่อ

การจดั ทาโครงงานในคร้ังน้ีมีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือเพิ่มความรู้และความเขา้ ใจถึงความต่างของสังคมท่ี
หลากหลายในเร่ืองประเพณี ให้กบั ผูท้ ่ียงั ขาดความรู้ในเรื่องน้ี หรือผูท้ ี่ตอ้ งการจะศึกษาและมีความสนใจ
เพ่อื ใหเ้ กิดการยอมรับซ่ึงกนั และกนั ในสงั คมที่มีความหลากหลาย และนาไปสู่ความสงบสุข

ผลการศึกษาและจดั ทาโครงงานพบวา่ การใหค้ วามรู้ ความเขา้ ใจเรื่องประเพณีใหก้ บั คนในสังคมน้นั
เป็ นอีกวิธีหน่ึงท่ีสามารถลดปัญหาความขดั แยง้ ไม่เขา้ ใจกนั ได้ เพราะเม่ือบุคคลต่างสังคม ต่างสถานที่ ต่าง
ประเพณีมาอยรู่ ่วมกนั เป็นเร่ืองธรรมดาท่ีอาจเกิดความขดั แยง้ ได้ เนื่องจากความแตกต่าง และความไม่เขา้ ใจ
กนั การทาโครงงานเรื่องประเพณีไทยชวนให้หลงใหลใน 4 ภาค โดยการให้ความรู้ผ่านทาง e-Book แก่
บุคคลอ่ืนน้นั จึงเป็นอีกทางหน่ึงที่ทาให้สมาชิกในสังคมเขา้ ใจซ่ึงกนั และกนั มากข้ึน และเกิดการยอมรับกนั
ไม่มากก็นอ้ ย เป็ นการลดปัญหาความขดั แยง้ ความไม่เขา้ ใจกนั ในความแตกต่าง ทาให้เปลี่ยนเป็ นเกิดการ
เห็นคุณค่าของประเพณี เกิดการช่ืนชม และการเคารพซ่ึงกนั และกนั ในสงั คม

สารบญั ง

เรื่อง หน้า

เกี่ยวกบั โครงงาน ข
กิตติกรรมประกาศ ค
บทคดั ยอ่ ง
สารบญั
บทท่ี 1 บทนา 1
1
1.1 ที่มาและความสาคญั ของปัญหา 2
1.2 วตั ถุประสงคข์ องการจดั สร้างโครงงาน 2
1.3 ขอบเขตของการจดั สร้างโครงงาน
1.4 ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะไดร้ ับ 4
บทที่ 2 เอกสารที่เก่ียวขอ้ ง 4
2.1 ความหมายของประเพณีไทย 5-8
2.2 ความสาคญั ของประเพณีไทย 8-9
2.3 ประเพณีของไทยใน 4 ภาค 9
2.4 การอนุรักษป์ ระเพณีไทย
2.5 ความหมายและประโยชน์ของเวบ็ ไซต์ e-Book 10
บทท่ี 3 วธิ ีการดาเนินงาน 10
3.1 ข้นั ตอนการดาเนินงาน
3.2 อุปกรณ์ 11
บทที่ 4 ผลการดาเนินงาน
4.1 ผลการจดั ทา e-Book ประเพณีไทยชวนใหห้ ลงใหลใน 4 ภาค 12
บทท่ี 5 สรุปผลและขอ้ เสนอแนะ 12
5.1 สรุปผลการศึกษา 13
5.2 ขอ้ เสนอแนะ 14-17
บรรณานุกรม
ภาคผนวก

1

บทท่ี 1

บทนา

1.1 ทม่ี าและความสาคญั ของปัญหา

สังคม หมายถึง กลุ่มคนต้งั แต่สองคนข้ึนไป อาศยั อยรู่ ่วมกนั เป็ นระยะเวลายาวนานอย่างต่อเน่ือง ใน
บริเวณหรือพ้ืนที่แห่งใดแห่งหน่ึงมีอาณาเขตที่ชดั เจน และมีการปฏิสัมพนั ธ์ต่อกนั อยา่ งมีระเบียบและแบบ
แผน ภายใตว้ ิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมท่ีสอดคล้องกนั ตลอดจนสามารถเล้ียงตนเองได้ตามสมควรแก่
สภาพบุคคล ธรรมชาติของมนุษย์ไม่สามารถดารงชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ จึงตอ้ งอยู่ร่วมกบั บุคคลอ่ืน
ดงั น้นั การอยรู่ ่วมกนั จึงตอ้ งเคารพกฎกติกาและระเบียบของสงั คมน้นั ๆเพอ่ื การอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสันติ

การอยรู่ ่วมกนั ในสังคมแห่งความหลากหลาย หรือสงั คมพหุวฒั นธรรม หมายถึง การอยรู่ ่วมกนั ของกลุ่ม
คนที่มีความหลากหลายทางเช้ือชาติ ศาสนา ประเพณีและวิถีชีวิต ที่มีความแตกต่างกนั ท้งั ด้านความคิด
ความเช่ือ ดงั น้ันเมื่อกลุ่มคนต่างศาสนา ประเพณี ความคิด และวิถีชีวิตมาอยรู่ ่วมกนั ก็อาจนาไปสู่ปัญหา
ความขดั แยง้ และไม่สงบสุขได้ หากขาดความรู้ความเขา้ ใจในความต่างดงั กล่าว เพ่ือป้ องกนั ไม่ให้เกิดความ
ขดั แยง้ ในความแตกต่างน้ี คนในสังคมจึงควรมีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ความแตกต่างทางดา้ นประเพณี
และวฒั นธรรมในพ้ืนที่ต่างๆ นอกเหนือจากพ้ืนท่ีของตนเอง

ดงั น้นั เพื่อเพิ่มความรู้ ความเขา้ ใจ และแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของประเพณีในภาคต่างๆ เพ่ือใหเ้ กิดการ
ยอมรับซ่ึงกนั และกนั คณะผจู้ ดั ทาจึงจดั ทาโครงงาน ประเพณีไทยชวนใหห้ ลงใหลใน 4 ภาค โดยจดั ทาและ
ให้ความรู้เร่ืองประเพณี 4 ภาค ผ่านทาง e-book เพ่ือเพ่ิมความรู้และความเขา้ ใจถึงความต่างของสังคมที่
หลากหลาย เม่ือมีความรู้ความเขา้ ใจในความแตกต่างที่มากข้ึนก็จะทาให้สามารถอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสงบสุขใน
สังคมที่หลากหลายวฒั นธรรมน้ีได้

1.2 วตั ถุประสงค์ของการจัดสร้างโครงงาน

1.2.1 ศึกษาประเพณี 4 ภาค

1.2.2 นาเสนอความแตกต่างทางประเพณี

1.2.3 แสดงใหเ้ ห็นถึงคุณคา่ ของประเพณีท้งั 4 ภาค

1.2.4 ใหค้ วามรู้ผอู้ ่ืน เพือ่ ใหเ้ กิดความเขา้ ใจ เห็นคุณคา่ และช่ืนชมประเพณีท้งั 4 ภาค เพื่อให้เกิดการ
ยอมรับ

2

1.3 ขอบเขตของการจัดสร้างโครงงาน
1.3.1 เร่ืองที่ตอ้ งการศึกษา : ประเพณีท้งั 4 ภาค ในประเทศไทย
1.3.2 ระยะเวลาที่ศึกษา : 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564 – 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

1.4 ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะได้รับ
1.4.1 เกิดการเปิ ดใจยอมรับและเคารพซ่ึงกนั และกนั ในความแตกตา่ งทางประเพณี และวฒั นธรรม
1.4.2 กลุ่มคนท่ีมีความหลากหลายกนั ทางเช้ือชาติ ศาสนา ประเพณีและวิถีชีวิต และด้านต่างๆ
สามารถอยรู่ ่วมกนั ไดใ้ นสังคม

3

บทที่ 2
เอกสารที่เกย่ี วข้อง

ในการจดั ทาโครงงานประเพณีไทยชวนใหห้ ลงใหลใน 4 ภาค คณะผจู้ ดั ทาไดศ้ ึกษาและหาขอ้ มูลท่ี
เกี่ยวขอ้ งกบั ประเพณี ดงั น้ี

2.1 ความหมายของประเพณีไทย
2.2 ความสาคญั ของประเพณีไทย
2.3 ประเพณีของไทยใน 4 ภาค
2.4 การอนุรักษป์ ระเพณีไทย
เผยเเพร่ขอ้ มลู รูปแบบ e-Book
2.5 ความหมายและประโยชน์ของเวบ็ ไซต์ e-Book

4

2.1 ความหมายของประเพณี
ประเพณี (tradition) เป็ นกิจกรรมที่มีการปฏิบตั ิสืบเน่ืองกนั มาเป็ นเอกลกั ษณ์และมีความสาคญั ต่อ

สังคม เช่น การแต่งกาย ภาษา วฒั นธรรม ศาสนา ศิลปกรรม กฎหมาย คุณธรรม ความเชื่อ ฯลฯ อนั เป็ นบ่อ
เกิดของวฒั นธรรมของสงั คมเช้ือชาติต่างๆ กลายเป็ นประเพณี ประจาชาติและถ่ายทอดกนั มาโดยลาดบั หาก
ประเพณีน้นั ดีอยแู่ ลว้ กร็ ักษาไวเ้ ป็นวฒั นธรรมประจาชาติหากไม่ดีกแ็ กไ้ ขเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเทศะ

ประเพณีลว้ นไดร้ ับอิทธิพลมาจากส่ิงแวดลอ้ มภายนอกที่เขา้ สู่สังคมรับเอาแบบปฏิบตั ิท่ีหลากหลาย
เขา้ มาผสมผสานในการดาเนินชีวิตประเพณีจึงเรียกไดว้ ่าเป็ นวิถีแห่งการดาเนินชีวิตของสังคมซ่ึงมีอิทธิพล
ต่อประเพณีไทยมากท่ีสุดวนั สาคญั ตามประเพณีไทยนอกจากจะเป็ นวนั ท่ีเราไดร้ ะลึกถึงความสาคญั ของวนั
น้นั ๆ ที่สืบทอดกนั มายาวนาน ประเพณีของไทยส่วนใหญ่ยงั มาจาก 4 ภาค คือภาคกลาง เหนือ ใต้ อีสาน ซ่ึง
มีเอกลกั ษณ์ท่ีเเตกต่างกนั

คาว่าประเพณีตามพจนานุกรมภาษาไทยฉบบั บณั ฑิตยสถานไดก้ าหนดความหมายประเพณีไวว้ ่า
ขนบธรรมเนียม แบบแผน ซ่ึงสามารถแยกคาต่างๆ ออกไดเ้ ป็ น ขนบ มีความหมายว่า ระเบียบแบบอย่าง
ธรรมเนียมมีความหมายวา่ ท่ีนิยมใชก้ นั มา และเม่ือนามารวมกนั แลว้ ก็มีความหมายวา่ ความประพฤติท่ีคน
ส่วนใหญ่ยึดถือเป็ นแบบแผน และไดท้ าการปฏิบตั ิสืบต่อกนั มา จนเป็ นตน้ แบบที่จะให้คนรุ่นต่อๆไปได้
ประพฤติปฏิบตั ิตามกนั ตอ่ ไป

2.2 ความสาคญั ของประเพณไี ทย
วฒั นธรรมประเพณีของชาติ ลว้ นแสดงให้เห็นความคิด ความเชื่อ ที่สะทอ้ นถึงวิธีการดาเนินชีวิต

ความเป็นมา ความสาคญั ซ่ึงลว้ นเป็นส่วนหน่ึงของอารยธรรมไทย ดงั น้นั ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยจึง มี
ความสาคญั ดงั น้ี
2.2.1 ความเป็นสิริมงคล ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยน้นั ลว้ น เกี่ยวขอ้ งกบั พระพุทธศาสนาและพราหมณ์
พธิ ีกรรมต่าง ๆ ที่ปฎิบตั ิสืบทอดกนั มาน้นั เป็นความเช่ือเรื่องของความเป็นมงคลแก่ชีวติ
2.2.2 ความสามคั คี ความเสียสละ ขนบธรรมเนียมประเพณีเป็ นเคร่ืองฝึ กจิตใจใหร้ ู้จกั เป็ นผเู้ สียสละจะเห็น
ไดจ้ ากงานบุญต่าง ๆ มกั เกิดการร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกนั เช่นพิธีขนทรายเขา้ วดั การก่อเจดียท์ ราย ทาให้
เกิดความรักความสามคั คี
2.2.3 การมีสัมมาคารวะ ถือเป็ นขนบธรรมเนียมประเพณีไทยอยา่ งหน่ึง แสดงถึงความนอ้ มนอ้ ม อ่อนโยน
ความมีมารยาทไทย
2.2.4 ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ช่วยทาใหค้ นไทยอยใู่ นกรอบที่ดีงาม ถือวา่ เป็ นเคร่ืองกาหนด พฤติกรรม
ไดอ้ ยา่ งหน่ึง
2.2.5 ขนบธรรมเนียมประเพณีในแต่ละทอ้ งถิ่น ถึงแมว้ า่ จะแตกต่างกนั แต่ทุกคนก็มีความรู้สึกวา่ ทุกคน เป็ น
คนไทย มีความเป็นชาติเดียวกนั และสามารถแบง่ ออกถึงความเป็นมาของชาติได้

5

2.3 ประเพณขี องไทยใน4ภาค

2.3.1 ภาคเหนือ
2.3.1.1 ประเพณแี ข่งเรือล้านนา

จะถูกจดั ข้ึน ณ ลาน้าน่านทุกปี ในระยะหลงั เทศกาลออกพรรษา ประมาณปลายเดือนตุลาคมหรือ ตน้ เดือน
พฤศจิกายน นอกจากเพื่อความสนุกสนานร่ืนเริงและเพ่ือเชื่อม ความสามัคคีแล้วยงั เป็ นการอนุรักษ์
วฒั นธรรม ประเพณี การแข่งเรือแบบลา้ นนาในงานจะมีการแข่งขนั เรือหลายประเภทคือ เรือใหญ่ เรือกลาง
และเรือสวยงาม โดยเรือที่เขา้ แข่งขนั ทุกลาตอ้ งแต่งหวั เรือเป็ นรูปพญานาค เพื่อคงไวซ้ ่ึงเอกลกั ษณ์ของเรือ
แขง่ จงั หวดั น่าน นอกจากน้นั จะมีการตีฆอ้ ง ล่องน่าน-ตีตานแข่งเรือ ซ่ึงเป็นประเพณีด้งั เดิมของจงั หวดั

2.3.1.2 ประเพณลี อยโคม
ทุกวนั เพญ็ เดือนยี่ (เดือนสอง) ของลา้ นนา ภาพโคมนบั ร้อย ๆ ดวงค่อย ๆ ลอยละลิ่วส่องแสงสวา่ งอยูบ่ น
ทอ้ งฟ้ าเหนือ จงั หวดั เชียงใหม่ ซ่ึงนนั่ เป็นสญั ลกั ษณ์ของ "ประเพณีย่เี ป็ ง" หรือประเพณีเดือนยี่ หรือประเพณี
ลอยกระทงแบบลา้ นนา ซ่ึงประเพณีน้ีงดงามจนใครท่ีอยากไปสัมผสั กบั ความตระการตาเหล่าน้ีสักคร้ัง งาน
ประเพณีพ้ืนบา้ นในวนั เพ็ญเดือนสิบสอง ของชาวลา้ นนาจงั หวดั เชียงใหม่ ที่มีความเช่ือในการปล่อยโคม
ลอยซ่ึงทาดว้ ยกระดาษสาติดบนโครงไมไ้ ผแ่ ลว้ จุดตะเกียงไฟตรงกลางเพื่อให้ไอความร้อนพาโคมลอยข้ึน
ไปในอากาศเป็นการปล่อยเคราะห์ปล่อยโศกและเร่ืองร้ายๆตา่ งๆ ใหไ้ ปพน้ จากตวั

2.3.1.3 ประเพณกี รวยสลาก หรือตานก๋วยสลาก
ประเพณีตานก๋วยสลาก หรือประเพณีก๋ินขา้ วสลาก เป็ นประเพณีทาบุญโดยมิได้เลือกเจาะจงพระภิกษุ
สามเณร รูปใดรูปหน่ึงของชาวลา้ นนา ลกั ษณะโดยทว่ั ไปคลา้ ยคลึงกบั ประเพณีถวายสลากภตั ของชาวไทย
ภาคกลาง หากทางลา้ นนานิยมเป็นการทาบุญจตุปัจจยั ถวายแด่พระสงฆ์ โดยมิตอ้ งมีการทาบุญเป็ นภตั ตาหาร
ต่าง ๆ เช่นเดียวกบั ภาคกลางการตานก๋วยสลากของชาวลา้ นนานิยมปฏิบตั ิกนั ต้งั แต่วนั ข้ึน 15 ค่า เดือน 12
เหนือ ถึงเดือนเกี๋ยงเหนือหรือประมาณต้งั แต่เดือนกนั ยายนถึงเดือนตุลาคมของ ทุกปี สาเหตุที่ถือปฏิบตั ิกนั
เช่นน้ีกเ็ พราะวา่ เป็นช่วงที่ชาวบา้ นไดป้ ลูกขา้ วในนากนั เสร็จแลว้ จึงไดห้ ยุดพกั ผอ่ น พระสงฆก์ ็จาพรรษาอยู่
วดั บวกกบั ในช่วงเวลาน้ีก็มีผลไมส้ ุก ขา้ วในนาเริ่มเขียว ชาวนาที่มีฐานะไม่ค่อยดีการดารงชีวิตก็เริ่มขดั สน
ดงั น้นั การตานก๋วยสลากในช่วงน้ีจึงเทา่ กบั วา่ ไดส้ งเคราะห์คนยากคนจนเป็ นสังฆทานไดก้ ุศลแรงก่อนจะถึง
วนั ตานก๋วยสลาก 1 วนั เขาเรียก วนั ดา วนั น้ีจะเป็ นวนั ท่ีชาวบา้ นไดจ้ ดั เตรียมขา้ วของไม่ว่าจะเป็ นของกิน
หรือของใชต้ า่ งๆ สาหรับที่จะนามาจดั ดาใส่ ก๋วยสลากท่ีกรุดว้ ยใบตองไวภ้ ายใน เช่น ขา้ วสาร พริกแห้ง ปลา
แห้ง เกลือ น้าตาล กระเทียม มะพร้าว สบู่ แชมพู ฯลฯ เมื่อบรรจุสิ่งของถวายทานเรียบร้อยแล้วจะรวบ
ปากก๋วยมดั ดว้ ยเส้นตอกหรือเชือก โดยมี กรวยดอกไมผ้ ูกมดั ไปดว้ ย แลว้ นาเงินปัจจยั ท่ีเสียบไมเ้ รียบร้อย
นามาเสียบเขา้ กบั กรวยดอกไม้ เพอ่ื ทาเป็นยอดก๋วยสลาก และวนั น้ีมกั จะมีญาติสนิทมิตรสหายท่ีอยู่
ต่างหมบู่ า้ นมาร่วมจดั ตานก๋วยสลากดว้ ย ซ่ึงถือเป็นประเพณีที่จะไดท้ าบุญร่วมกนั

6

2.3.2 ภาคอสี าน

2.3.2.1 ประเพณบี ุญเบิกฟ้ า
“ประเพณีบุญเบิกฟ้ า ช่วงวนั ข้ึน 3 ค่า เดือน 3 หลงั การเก็บเกี่ยวผลผลิต ชาวนาอีสานตอบแทน ผืนแผน่ ดิน
ทากิน โดยการใชป้ ๋ ุยคอกทาจากมูลสัตวก์ ลบั คืนสู่ผืนดินใหม้ ีความอุดมสมบูรณ์อีกคร้ัง อีกท้งั สายฝนแรก
ของปี ก็กาลงั จะมา ฟ้ ากาลงั จะร้อง เม่ือมาทิศใดก็จะทานายความอุดมสมบูรณ์ในปี น้นั ๆ ไปตามความเช่ือ
ด้งั เดิม”
ชาวนาใชป้ ระโยชน์จากพ้ืนดินมายาวนาน ตลอดระยะเวลาการเพาะปลูก ความอุดมสมบูรณ์ของพ้ืนดินได้
สูญสลายไป เมื่อถึงช่วงเก็บเกี่ยว เมล็ดขา้ วท่ีเติบโตจนไดส้ ีทองลว้ นเป็ นส่ิงท่ีธรรมชาติไดม้ อบให้ ซ่ึง
ชาวนาตา่ งรู้และสานึกในบุญคุณของผนื แผน่ ดิน ดว้ ยการคืนธาตุ คืนอาหารเป็ นการตอบแทน อาการที่วา่ ก็
คือป๋ ุยนน่ั เอง
เดือน 3 เดือนมหศั จรรยข์ องชาวอีสาน นอกจากเป็ นเดือนท่ีอุดมสมบูรณ์แลว้ ยงั เป็ นเดือนเร่ิมตน้ ฤดูฝน ซ่ึง
จะมีเสียงฟ้ าร้อง และมีความเช่ือวา่ ในวนั ข้ึน 3 ค่า เดือน 3 น้ี เมื่อมีฟ้ าร้องมาจากทิศทางใดจะเป็ นสัญญาณ
บอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของฝนในปี น้นั ๆ การทานายดงั กล่าวนบั วา่ มีความแม่นยาจนมีการจดบนั ทึกคา
ทานายเป็นกลอนไวเ้ ป็นหลกั ฐาน ช่ือวา่ “โสลกฝน”

2.3.2.2 ประเพณบี ุญบ้ังไฟ
“นิทานพ้ืนบา้ นเล่าสืบต่อกนั มา ผาแดงนางไอ่ พระยาคนั คาก ลว้ นกล่าวถึงการจุดบ้งั ไฟถวายแด่พญา
แถน เพื่อเป็นการขอฝนใหต้ กตอ้ งตามฤดูกาล หลาบสิบปี ไดส้ ืบทอดงานประเพณีบุญบ้งั ไฟ ความสวยงาม
ของการตกแต่งขบวนที่ยง่ิ ใหญ่ ควนั สีขาวพุ่งทะยานไปตามบ้งั ไฟแสนที่ข้ึนสู่ทอ้ งฟ้ า ตามมาดว้ ยเสียงดงั
สนน่ั และเสียงลุน้ ของผคู้ น สุดเร้าไดท้ ุกคร้ังไป”
เมื่อถึงเดือน 6 ชาวอีสานจะมีการจดั งานประเพณีที่สาคญั หน่ึงในฮีตสิบสอง จากความเช่ือในการบูชาพญา
แถนให้ฝนตกตอ้ งตามฤดูกาล พร้อมเขา้ สู่การทานาคร้ังใหม่ และกล่าวกนั ว่าหากหมู่บา้ นใด ชุมชน
ไหน มิไดจ้ ดั งานประเพณีน้ีข้ึนในปี น้นั ๆ ฝนก็จะไม่ตก พ้ืนดินก็จะแหง้ แลง้ ไม่สามารถทาการเพาะปลูก
ใดๆ ได้
เม่ือถึงวนั งาน ก่อนการประกวดประชันบ้งั ไฟประเภทต่างๆ จะมีขบวนแห่บ้งั ไฟตกแต่งดว้ ยสีสันท่ี
สวยงาม ตามมาด้วยเสียงดนตรีบรรเลงให้จงั หวะในการเซิ้งบ้งั ไฟ เซิ้งกระติบ ฟ้ อนขาลาย ท่ีเป็ น
เอกลกั ษณ์ของชาวอีสาน และอีกหน่ึงสีสัน คือ ขบวนแห่การแต่งกายลอ้ เลียนบุคคล ผชู้ ายบางคนสวมใส่
ชุดหญิงสาวออกอากปั กิริยาอ่อนชอ้ ย สร้างเสียงหวั เราะ และความสนุกสนานให้ ผพู้ บเห็น

2.3.2.3 ประเพณผี ตี าโขน
ประเพณีเล่นผีตาโขนเป็ นประเพณีท่ีชาวด่านซ้ายจงั หวดั เลยถือปฏิบตั ิสืบต่อกนั อย่างยาวนานผูท้ ี่สวม
บทบาทเป็ นผีตาโขนน้นั จะตอ้ งสวมหน้ากากท่ีน่าเกลียดน่ากลวั ทาจากหวดน่ึงขา้ วเหนียว แต่งกายด้วย
เส้ือผา้ สีสันสดใส ออกเดินร่วมขบวนไปกบั ขบวนแห่งานบุญหลวง ซ่ึงจะจดั ร่วมไปกบั งานบุญหลวง ท่ีวดั
โพนชยั อาเภอด่านซา้ ย จงั หวดั เลย

7

คาวา่ “ผตี าโขน” น้นั สันนิษฐานไดอ้ ยู่ 2 ทาง คือ หน่ึง มีท่ีมาจากเร่ืองราวของพระเวสสันดรชาดกวา่ เม่ือพระ
เวสสนั ดรและพระนางมทั รีเสด็จออกจากป่ า กลบั คืนสู่เมืองน้นั บรรดาผปี ่ าและสิงสาราสัตวท์ ้งั หลายต่างพา
กนั แฝงเร้นมากบั ชาวบา้ นเพื่อรอส่งกลบั บา้ นกลบั เมือง จึงเรียกกนั วา่ ผตี ามคน จนกระทงั่ เพ้ียนเสียงมาเป็ น
ผีตาโขนอีกทางหน่ึง คือ เชื่อว่าประเพณีผีตาโขนเป็ นการละเล่นเพื่อบวงสรวงบูชาดวงวิญญาณบรรพชน
เนื่องจากชาวด่านซา้ ยเชื่อกนั วา่ บรรพชนที่เสียชีวิตไปแลว้ จะกลายเป็ นส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิสามารถดลบนั ดาลให้
เกิดความอุดมสมบูรณ์หรือความหายนะกบั บา้ นเมืองได้ เพื่อให้เป็ นที่พอใจของดวงวิญณาณบรรพชน
ชาวบา้ นจึงจดั ใหม้ ีการละเล่นผตี าโขนข้ึน ซ่ึงจะจดั รวมไปกบั งานบุญผะเหวด งานบุญสงกรานต์ งานบุญบ้งั
ไฟและงานบุญซาฮะในช่วงรอยต่อของเดือนมิถุนายนจนถึงช่วงตน้ เดือนกรกฎาคมของทุกปี
2.3.3 ภาคกลาง

2.3.3.1 ประเพณตี กั บาตรดอกไม้
“นอ้ มนมสั การรอยพระพทุ ธบาท ร่วมทาบุญตกั บาตรตามวิถีปฏิบตั ิ ในงานประเพณีตกั บาตรดอกไม้ เนื่อง
ในเทศกาลวนั เขา้ พรรษา ตลอดช่วงเชา้ และช่วงบ่ายพระสงหลายร้อยรูป บิณฑบาตเหล่าดอกเขา้ พรรษาสี
เหลือง ขาว และน้าเงินม่วง ซ่ึงจะเบ่งบานในช่วงวนั เขา้ พรรษา ท่ีพุทธศาสนิกชนหลายหมื่นแสนต่าง
พร้อมใจนามาถวายดว้ ยศรัทธาอนั แรงกลา้ เร่ือยมาจวบจนปัจจุบนั ” ดอกเขา้ พรรษากาลงั เบ่งบานอยรู่ ายรอบ
ภูเขา บริเวณใกลก้ บั วดั พระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร นบั เป็ นสัญญาณท่ีบอกใหท้ ราบวา่ ใกลถ้ ึงช่วงวนั
เขา้ พรรษา แรม 1 ค่า เดือน 8 แลว้ ซ่ึงนบั วา่ เป็ นวาระมงคลที่พุทธศาสนิกชน จะมาพร้อมกนั เพื่อถวายดอก
เขา้ พรรษาแก่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อนาไปสักการะแด่พระเจดียจ์ ุฬามณี ตามความเชื่อด้งั เดิม

2.3.3.2 ประเพณกี ารกวนข้าวทพิ ย์
ประเพณีกวนขา้ วทิพย์ เป็ นพระราชพิธีท่ีกระทากนั ในเดือน 10 ซ่ึงมีมาต้งั แต่สมยั สุโขทยั และกรุงศรีอยุธยา
เป็นราชธานี และไดร้ ับการฟ้ื นฟูคร้ังใหญ่ ในสมยั รัชกาลที่ 1 และมาละเวน้ เลิกรา ไปในสมยั รัชกาล ท่ี 4 และ
รัชกาลที่ 3 แลว้ มาไดร้ ับการฟ้ื นฟู อีกคร้ังหน่ึงในสมยั รัชกาลท่ี 4 เป็ นตน้ มา แต่ในปัจจุบนั น้ีส่วนใหญ่จะจดั
กนั ในเดือน 12 บางแห่งก็เดือนหน่ึง ซ่ึงคงจะถือเอาระยะที่ขา้ วกลา้ ในทอ้ งนามีรวงขา้ วเป็ นน้านม ของแต่ละ
ปี และชาวบา้ นก็มีความพร้อมเพรียงกนั ในจงั หวดั สิงห์บุรีบริเวณที่ยงั คงรักษาประเพณีกวนขา้ วทิพย์ มี
เหลืออยเู่ พียง 3 หมู่บา้ น คือหมู่บา้ นพฒั นาโภคาภิวฒั น์ หมู่บา้ นวดั กุฎีทอง หมู่บา้ นในอาเภอพรหมบุรี ยงั คง
รูปเคา้ โครง ของการรักษาประเพณี และมีความเช่ือถือ อยา่ งมน่ั คง เป็ นแบบอยา่ งที่ดี ซ่ึงแฝงดว้ ยจริยธรรม
และคติธรรมอยมู่ าก ท่ีสมควรนามากล่าวถึงคือ ความพร้อมเพรียงของ ชาวบา้ นท้งั ท่ีทานา และไม่ไดท้ านา
ถึงเวลากม็ าร่วมจดั ทาและ ช่วยเหลือโดยยดึ ถือ ความสามคั คีเป็นหลกั

2.3.3.3 ประเพณรี ับบัว-โยนบวั
เป็นประเพณีทอ้ งถ่ินซ่ึงมีเพยี งแห่งเดียวในประเทศไทย คือ ที่อาเภอบางพลี จงั หวดั สมุทรปราการ ดว้ ยเหตุที่
แต่เดิมน้นั พ้ืนที่ในละแวกอาเภอบางพลีข้ึนช่ือวา่ อุดมไปดว้ ยดอกบวั หลวง สะพร่ังไปทว่ั ทุกลาคลองหนอง
บึง เมื่อใกลจ้ ะถึงวนั ทาบุญในช่วงออกพรรษา ชาวบา้ นในอาเภอใกลเ้ คียงจึงมกั พากนั พายเรือมาเก็บดอกบวั
ไปถวายพระ ชาวบางพลีเห็นเช่นน้ันจึงอาสาเป็ นผูเ้ ก็บดอกบวั ให้ ต่อมา เมื่อใกลจ้ ึงวนั ออกพรรษาคราใด

8

ชาวบางพลีจะพากนั เกบ็ ดอกบวั ไวค้ อยท่า เผอ่ื มีคนต่างถิ่นพายเรือมาขอรับดอกบวั นานวนั นานปี จากน้าใจ
ของชาวบา้ นบางพลี กก็ ลายมาเป็นประเพณีรับบวั
2.3.4 ภาคใต้

2.3.4.1 ประเพณชี ิงเปรต
เป็นงานบุญประเพณีของคนภาคใต้ เป็นความเช่ือของพุทธศาสนิกชนท่ีเชื่อวา่ บรรพบุรุษ ไดแ้ ก่ ป่ ู ยา่ ตา ยาย
และญาติพี่น้องที่ล่วงลบั ไปแลว้ ผูท้ ่ีทาบาปไวม้ ากจะตกนรก กลายเป็ นเปรต ตอ้ งทนทุกข์ทรมานในอเวจี
ตอ้ งอาศยั ผลบุญท่ีลูกหลานอุทิศส่วนบุญกศุ ลให้ ในแตล่ ะปี มายงั ชีพ เมื่อถึงวนั แรม 1 ค่า เดือน 10 พระยายม
จะปล่อยคนบาปท้งั หลาย ท่ีเรียกวา่ "เปรต” กลบั ไปพบญาติพี่นอ้ งในเมืองมนุษย์ เพื่อมาขอส่วนบุญจากลูก
หลาน ญาติ พ่ีนอ้ ง และจะกลบั ไปนรก ในวนั แรม 15 ค่า เดือน 10 ในโอกาสน้ี ลูก หลาน ญาติ พ่ีนอ้ ง ท่ียงั มี
ชีวติ อยู่ จึงนาอาหารไปทาบุญที่วดั เพ่อื อุทิศส่วนบุญกุศลใหแ้ ก่ผทู้ ่ีล่วงลบั ไปแลว้ เป็นการแสดงความ
กตญั ญูกตเวที

2.3.4.2 ประเพณชี ักพระ
“ด้วยจิตอนั ศรัทธายิ่งต่องานประเพณี เม่ือถึงวนั ชักพระ ชาวบา้ นต่างร่วมกันทาบุญตักบาตร อันเชิญ
พระพทุ ธรูปประดิษฐานบนบุษบกบนเรือพระ รถพระ ซ่ึงตกแต่งอยา่ งงดงาม จากน้นั จึงออกแรงชกั พระ เรือ
พระ ออกจากวดั สมโภชไปตามถนน ลาคลอง ผคู้ นหนาตาดว้ ยจิตศรัทธาเป็นหน่ึงเดียวกนั ” ตระเตรียม
สลกั เสลา ประดิษฐ์ รถเรือพนมพระ งดงาม ดว้ ยมวลหมู่ดอกไม้ ดว้ ยจิต ดว้ ยศรัทธา สมความยิ่งใหญ่ใน
ประเพณีอนั นบั ถือสู่สิริมงคล นบั ร้อย นบั พนั ร่วมแรง ร่วมใจ แขง็ ขนั สามคั คี คนหนุ่มสาว ผเู้ ฒา่

2.3.4.3 งานประเพณแี ห่พระแข่งเรือ
งานประเพณีแห่พระแข่งเรือ อาเภอหลงั สวน จงั หวดั ชุมพร จดั เป็ นมรดกทางวฒั นธรรม เพื่อสร้างความ
สามคั คีใหเ้ กิดข้ึนในชุมชน และเป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะทอ้ งถ่ิน โดยเฉพาะการข้ึนโขนชิงธง ท่ีนายทา้ ยเรือตอ้ ง
ถือทา้ ยเรือใหต้ รงเพ่ือใหน้ ายหวั เรือควา้ ธงท่ีทุน่ เส้นชยั โดยการข้ึนโขนเรือ

2.4 การอนุรักษ์วฒั นธรรมไทยและประเพณไี ทย
การอนุรักษ์วฒั นธรรมไทยให้ดารงอยู่สืบไปจาเป็ นตอ้ งอาศยั ความร่วมมือจากคนไทยทุกคน ซ่ึงมีหลาย
วธิ ีการดว้ ยกนั ดงั น้ี

2.4.1 การรวบรวมขอ้ มูลวฒั นธรรมต่างๆ ท้งั จากคนในทอ้ งถิ่น และเอกสารที่ไดม้ ีการบนั ทึกไว้
เพ่ือนามาศึกษา วจิ ยั ให้เขา้ ใจถึงแก่นแท้ เอกลกั ษณ์ และคุณประโยชน์ของวฒั นธรรมน้นั ๆ ซ่ึงจะช่วยใหค้ น
รุ่นใหมเ่ กิดการยอมรับ และนาไปปรับใชก้ บั ชีวติ ยคุ ปัจจุบนั ได้

2.4.2 ส่งเสริมให้เห็นคุณค่าของประเพณีไทย โดย เฉพาะประเพณีในทอ้ งถ่ิน ให้คนในทอ้ งถิ่น
ตระหนกั ถึงเอกลกั ษท์ างวฒั นธรรม ซ่ึงจะทาใหเ้ กิดความมนั่ ใจและสามารถปรับตวั เขา้ กบั ความเปลี่ยนแปลง
จากวฒั นธรรมอ่ืนๆที่เขา้ มาได้

9

2.4.3 การรณรงคเ์ พื่อปลูกฝังจิตสานึกความ รับผดิ ชอบในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมใหก้ บั คนไทยทุก
คน เพื่อให้ตระหนักถึงความสาคญั ของวฒั นธรรมว่าเป็ นเร่ืองท่ีทุกคนตอ้ งรับผิดชอบร่วมกัน รวมท้ัง
ภาคเอกชนตอ้ งร่วมกนั ในการส่งเสริมสนบั สนุน ประสานงานการบริการความรู้ วิชาการ และทุนทรัพย์
สาหรับจดั กิจกรรมทางวฒั นธรรมใหก้ บั ชุมชน

2.4.4 ส่งเสริมให้ใช้ศิลปวฒั นธรรมเป็ นสื่อกลาง ในการสร้างความสัมพนั ธ์ระหว่างกัน ท้ัง
วฒั นธรรมภายในประเทศ ระหวา่ งทอ้ งถ่ินตา่ งๆและระหวา่ งประเทศ

2.4.5 ปลูกฝังทศั นคติว่าทุกคนมีหน้าท่ีเสริมสร้าง ฟ้ื นฟู และการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมทาง
ธรรมชาติและทางวฒั นธรรมท่ีเป็ นสมบตั ิของชาติ ให้ทุกคนเกิดความเขา้ ใจวา่ ส่ิงเหล่าน้ีมีผลโดยตรงของ
ความเป็นอยขู่ องทุกคน

2.4.6 สร้างศูนยก์ ลางในเผยแพร่ประชาสัมพนั ธ์ผลงานทางด้านวฒั นธรรม ดว้ ยระบบเครือข่าย
สารสนเทศ เช่นเวบ็ ไซต์ เพื่อใหป้ ระชาชนเขา้ ถึงไดง้ ่าย สะดวกรวดเร็ว และสามารถปรับเปลี่ยนใหเ้ หมาะสม
กบั การดาเนินชีวิตได้ง่าย อย่างไรก็ดีสื่อมวลชนควรมีบทบาทในการส่งเสริม และสนับสนุนงานด้าน
วฒั นธรรมมากยง่ิ ข้ึนดว้ ย

2.5 ความหมายและประโยชน์ของเวบ็ ไซต์ e-Book
2.5.1 ความหมายของ e-Book
ยอ่ มาจากคาวา่ Electronic Book หมายถึงหนงั สือท่ีสร้างข้ึนดว้ ยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีลกั ษณะ

เป็นเอกสารอิเลก็ ทรอนิกส์ โดยปกติมกั จะเป็นแฟ้ มขอ้ มูลท่ีสามารถอา่ นเอกสารผา่ นทางหนา้ จอคอมพิวเตอร์
ท้งั ในระบบออฟไลน์และออนไลน์ คุณลกั ษณะของหนงั สืออิเล็กทรอนิกส์สามารถเชื่อมโยงจุดไปยงั ส่วน
ต่าง ๆ ของหนังสือ เว็บไซต์ต่าง ๆ ตลอดจนมีปฏิสัมพนั ธ์และโตต้ อบกบั ผูเ้ รียนได้ นอกจากน้นั หนงั สือ
อิเล็กทรอนิกส์สามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคล่ือนไหว แบบทดสอบ และสามารถส่ังพิมพ์เอกสารที่
ตอ้ งการออกทางเคร่ืองพิมพไ์ ด้ อีกประการหน่ึงท่ีสาคญั ก็คือ หนงั สืออิเล็กทรอนิกส์สามารถปรับปรุงให้
ทนั สมยั ไดต้ ลอดเวลา ซ่ึงคุณสมบตั ิเหล่าน้ีจะไม่มีในหนงั สือธรรมดาทว่ั ไป

2.5.2 ประโยชน์ของ e-Book
2.5.2.1 e-Book เขา้ ถึงไดง้ ่าย เพียงแคม่ ีสมาร์ทโฟนหรือแทบ็ เล็ตกบั อินเทอร์เน็ตกส็ ามารถเขา้ ถึง e-Book บน
แพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ไดท้ ุกประเภทและทุกภาษา e-Book เป็ นหนงั สืออิเล็กทรอนิกส์และยงั สามารถ
อพั เดตเน้ือหาไดต้ ลอดเวลา
2.5.2.2 e-Book สามารถดาวนโ์ หลดเก็บไวอ้ ่านแบบออฟไลน์ได้ โดยที่ไม่จาเป็ นตอ้ งมีอินเตอร์เน็ต สามารถ
อ่านไดอ้ ยา่ งตอ่ เนื่อง โดยไมต่ อ้ งกงั วลวา่ อินเทอร์เน็ตจะหมดหรือจะติดปัญหาอื่นๆ
2.5.2.3 e-Book พกพาง่าย หนกั เท่าสมาร์ทโฟนหรือแทบ็ เลตของคุณเท่าน้นั คุณสามารถพกติดตวั ไปไหน
มาไหนไดต้ อดเวลา
2.5.2.4 e-Book อ่านไดไ้ มจ่ ากดั จานวนคร้ัง เพราะไมส่ ามารถยบั หรือเสียหายเหมือนกระดาษ

10

บทที่ 3

วธิ ีการดาเนินงาน

3.1 ข้นั ตอนการดาเนินงาน

ลาดบั กิจกรรม วนั / เดือน / ปี
1 รวมสมาชิกในกลุ่ม 14 มิถุนายน 2564
2 กาหนดเร่ืองที่จะศึกษา 21 มิถุนายน 2564
3 รวบรวมขอ้ มูล 21 มิถุนายน – 9 กรกฎาคม

4 เรียบเรียงขอ้ มูล, จดั ทารูปเล่ม, จดั ทา e-Book 2564
5 นาเสนอ 10 กรกฎาคม – 17 กรกฎาคม

3.2 อุปกรณ์
3.2.1 Computer, Laptop
3.2.2 สญั ญาณอินเทอร์เน็ต

11

บทที่ 4

ผลการดาเนินงาน

การจดั ทาโครงงานประเพณีไทยชวนใหห้ ลงใหลใน 4 ภาค โดยนาเสนอผา่ นทาง e-Book มี
วตั ถุประสงคเ์ พอ่ื เพ่ิมความรู้และความเขา้ ใจถึงความตา่ งของสังคมท่ีหลากหลายใหก้ บั ผอู้ ื่นหรือผทู้ ี่สนใจ
เม่ือทุกคนมีความรู้ความเขา้ ใจในความแตกตา่ งที่มากข้ึนก็จะทาใหส้ ามารถอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสงบสุขในสังคม
ท่ีหลากหลายวฒั นธรรมน้ีได้ โดยคณะผจู้ ดั ทานาเสนอขอ้ มูลผา่ นทาง e-Book เพื่อใหส้ อดคลอ้ งกบั
สถานการณ์ Covid-19 ในปัจจุบนั โดยมีผลการดาเนินงาน ดงั น้ี

4.1 ผลการจัดทา e-Book ประเพณไี ทยชวนให้หลงใหลใน 4 ภาค

ในการจดั ทาโครงงานประเพณีไทยชวนใหห้ ลงใหลใน 4 ภาคโดยนาเสนอขอ้ มูลผา่ นทางสื่อe-Book
คณะผจู้ ดั ทาไดเ้ ร่ิมดาเนินงานตามข้นั ตอนวิธีการดาเนินงานที่เสนอในบทท่ี 3 และได้เผยแพร่e-Book
ประเพณีไทยชวนใหห้ ลงใหลใน 4 ภาค ผา่ นเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผทู้ ่ีสนใจและตอ้ งการจะศึกษาขอ้ มูลจึง
สามารถเขา้ ถึงเน้ือหาขอ้ มลู ไดท้ ุกท่ี ทุกเวลา

12

บทท่ี 5

สรุปผลและข้อเสนอแนะ

สรุปผลการศึกษา

จากการทาโครงงานน้ีพวกเราไดร้ ับความรู้จากการศึกษาประเพณีท้งั 4ภาคไดเ้ รียนรู้ถึงความแตกตา่ ง
ของแต่ละประเพณีไดเ้ ห็นถึงคุณคา่ ของประเพณีไทยท้งั ส่ีภาค ความสาคญั ของประเพณี วฒั นธรรมคือ
แบบอยา่ งหรือวถิ ีการดาเนินชีวติ ของชุมชนในแต่ละรูปแบบ เป็นตวั กาหนดพฤติกรรมการอยรู่ ่วมกนั ใน
สังคม วฒั นธรรมของสงั คมจะแตกตา่ งข้ึนอยกู่ บั การเป็นอยขู่ องแตล่ ะภาคและทรัพยากรต่างๆมีเอกลกั ษณ์
ประจาของแต่ละภาค และสามารถนาไปเผยแพร่ใหแ้ ก่ผทู้ ่ีอยากรู้หรือตอ้ งการศึกษาเก่ียวประเพณีของ

ท้งั 4ภาคเพ่ือนามาสู่สงั คมมากยง่ิ ข้ึนและเผยแพร่สู่ชุมชนหรือสถานศึกษาต่างๆจะไดน้ าขอ้ มลู เหล่าน้ีมา
ประยกุ ตใ์ ชไ้ ดใ้ นชีวติ ประจาวนั หรือเผยแพร่สู่ครอบครัวตนเองซ่ึงสามารถนามาเป็นการอนุรักษว์ ฒั นธรรม
อยา่ งหน่ึงเพื่อใหบ้ ุคคลรุ่นต่อไปไดร้ ับรู้ประเพณีตา่ งๆและตระหนกั คุณคา่ ของประเพณีไทยมากยง่ิ ข้ึน

ข้อเสนอแนะ

เม่ือประเพณีไทยเริ่มถดถอย ความหมายท่ีแทจ้ ริงของแต่ละเทศกาลอนั ดีงามเริ่มเลือนหายอยา่ ง

น่าเป็นห่วงเราจึงผนึกกาลงั กนั กระตุน้ คนรุ่นใหม่ ฟ้ื นฟปู ระเพณีไทยท้งั 4 ภาคเพ่อื อนุรักษย์ งั คงดารงอยู่
ตอ่ ไป

13

บรรณานุกรม

Punudda Santa. ความสาคญั ของวฒั นธรรมไทย. (ออนไลน์).
แหล่งท่ีมา : https://sites.google.com/site/praphenithiy8862/wathnthrrm-thiy. 2559.

Chatchawan Panyapayatjati. กระตุน้ คนรุ่นใหม่ ฟ้ื นฟูประเพณีไทย. (ออนไลน์).
แหล่งที่มา : https://www.thaihealth.or.th/Content/23874.html. 2557.

ประเพณีไทย 4 ภาค. ประเพณีผตี าโขน. (ออนไลน์).
แหล่งที่มา : https://www.sites.google.com/site/mnbeee201/home/prapheni-thiy-phakh-
tawan-xxk-cheiyng-henux/prapheni-phi-ta-khon. 2561.

อคั รเดช เช้ือเมืองพาน. ประเพณีแข่งเรือลา้ นนา. (ออนไลน์).
แหล่งท่ีมา : https://sites.google.com/site/phumipayyaprapheniphakhhenux/prapheni-
khaeng-reux-lan-na. 2560.

Kapook. ประเพณีภาคเหนือ และวฒั นธรรมประเพณีภาคเหนือ. (ออนไลน์).
แหล่งท่ีมา : https://travel.kapook.com/view68566.html. 2562.

พทั ธิกร สาลี. ประเพณีตานก๋วยสลาก. (ออนไลน)์ .
แหล่งที่มา : https://sites.google.com/site/praphenitankwyslak/neuxha/prawati. 2557.

สุกญั ญา ไชยมงคล. ประเพณีภาคอีสาน. (ออนไลน์).
แหล่งท่ีมา : https://sukanyaae20.wordpress.com. 2557.

ปนดั ดา แสนทา. คา่ ของประเพณีไทย. (ออนไลน์).
แหล่งที่มา : https://sites.google.com/site/praphenithiy8862/kha-khxng-prapheni-thiy.
2561.

Sanook. ประเพณีกวนขา้ วทิพย.์ (ออนไลน์). แหล่งที่มา : https://guru.sanook.com/7689/. 2562.
สานกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั พทั ลุง. ประเพณีวนั สาทรเดือนสิบ. (ออนไลน์).

แหล่งท่ีมา : https://www.m-
culture.go.th/phatthalung/ewt_news.php?nid=2432&filename=King. 2563.

14

ภาคผนวก

ประเพณีแขง่ เรือลา้ นนา

ประเพณีลอยโคม

ประเพณีกรวยสลาก หรือตานก๋วยสลาก

15

ประเพณีบุญเบิกฟ้ า
ประเพณีบุญบ้งั ไฟ
ประเพณีผตี าโขน

16

ประเพณีตกั บาตรดอกไม้
ประเพณีการกวนขา้ วทิพย์
ประเพณีรับบวั -โยนบวั

17

ประเพณีชิงเปรต
ประเพณีชกั พระ
ประเพณีแห่พระแขง่ เรือ


Click to View FlipBook Version