The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มัสยิดกลางจัวหวัดปัตตานี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kru62071, 2022-09-24 09:38:21

มัสยิดกลางจัวหวัดปัตตานี

มัสยิดกลางจัวหวัดปัตตานี

สถานที่ท่องเที่ยว
มัสยิดกลางจ.ปัตตานี

คำนำ

รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการเรียนวิชา ว 32103 การออกแบบและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 5 โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้จัดทำได้ฝึกการศึกษานคว้าเรื่องสถานที่ห่องเที่ยวแม่กำปอง และนำสิ่งที่ได้

ศึกษาค้นคว้ามาสร้างเป็นชิ้นงานเก็บไว้เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนของตนเองและครูต่อไป









ทั้งนี้เนื้อหาได้รวบรวมมาจากเว็บไซค์ และจากหนังสือคู่มือการเรียนอีกหลายเล่ม ผู้จัดทำขอขอบคุณ
อาจารย์อับดุลการีม มะดีเยาะ อย่างสูงที่กรุณาตรวจ ให้คำแนะนำเพื่อแก้ไข ให้ข้อเสนอแนะตลอดการทำงาน

ผู้จัดทำหวังว่ารายงานฉบับนี้คงมีประโยชน์ต่อผู้ที่นำไปใช้ให้เกิดผลตามความคาดหวัง

ส า ร บั ญ

เรื่อง หน้า
-ประวัติความเป็นมา
-รูปภาพบรรยากาศ 4
-อ้างอิง 7
9

ความเป็นมาของมัสยิด

มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2497 โดยใช้พื้นที่
บริเวณริมถนนหลวงสายปัตตานี-ยะลา ย่านตำบลอาเนาะรู กว้าง 3
ไร่ 55 ตารางวา ตามแนวคิดของรัฐบาลในสมัยนั้นที่ต้องการให้เกิด
สันติสุขขึ้นในพื้นที่ห่างไกลที่มักมีความรุนแรงเกิดขึ้น ทั้งจากสภาพ
ความเป็นอยู่ที่ไม่พัฒนาและความแตกต่างทางศาสนา โดยพลตำรวจ
เอกเผ่า ศรียานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเดินทางมาวาง
ศิลาฤกษ์เมื่อวันที่6 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 และใช้เวลาก่อสร้างนาน 9
ปี เมื่อแล้วเสร็จจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมา
ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2506 ให้ชื่อว่า
“มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี”[1] และมอบเป็นของขวัญแก่ประชาชน

ชาวมุสลิมในพื้นที่

หลังจากนั้นมีการบูรณะซ่อมแซมและต่อเติมเมื่อคราวใช้ต้อนรับเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ

พระบรมราชินีนาถเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2536 ทรงมีพระราชกระแส
รับสั่งกับนายสัมพันธ์ ทองสมัครรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ให้บูรณะปรับปรุงอาคารของมัสยิด กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนด

ให้เป็ นโครงการเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว ทรงครองศิริราชสมบัติเป็นปีที่ 50 ใน พ.ศ. 2539[2]
ส่งผลให้ตัวอาคารขยายและต่อเติมออกทั้ง 2 ข้าง และยังสร้างหออะ

ซานเพิ่มอีก 2 หอ ในเวลาต่อมา

มัสยิดแห่งนี้ออกแบบโดย นายประสิทธิผล ม่วงเขียวสถาปนิกกรมศาสนา รูป
ทรงภายนอกของมัสยิดมีต้นแบบมาจากทัชมาฮาล มียอดโดมสีเขียวขนาด

ใหญ่กลางอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น และโดมขนาดเล็กลงไปล้อมรอบ
4 ด้าน ด้านข้างมีหออะซาน 2 หอ และมีสระน้ำเบื้องหน้าส่องสะท้อนแสงเงา
ของมัสยิดอย่างงดงาม ส่วนภายในสร้างเป็นห้องโถง มีระเบียงอยู่สองข้าง มี
มิมบัรทรงสูงและแคบตั้งอยู่[4] มีหินอ่อนประดับประดาอย่างงดงาม ภาย
หลังการบูรณะ ปัจจุบันตัวอาคารของมัสยิดขยายออกไปทั้ง 2 ข้าง มีหออะ

ซานเพิ่มเป็น 4 หอ และขยายสระน้ำให้กว้างขึ้น





อ้ า ง อิ ง

https://web.archive.org/web/20160305185
358/http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/b

ook/book.php?
book=36&chap=1&page=t36-1-

infodetail02.html

เสนอโดย

อาจารย์ อับดุลการีม มะดีเยาะ
รายวิชา การออกเเบบเเละเทคโนโลยี

สมาชิกในกลุ่ม Dragonrose
ชั้นม.มัธยมศึกษาตอนปลายปีที5/14

ฟิรฮานา บราเฮง เลขที40 ฟิรนดาว มะรอแม เลขที่20

รีซมา สาแล๊ะ เลขที่30 อานิฟาซียะห์ หะแว เลขที37




Click to View FlipBook Version