มโนราหบ์ ทปฐม
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
นางสาวกรกนก นนุ่ แก้ว
นางสาวอนธุ ดิ า พลายชุม
นางสาวศริ ิรัตน์ วชั รกาญจน์
นางสาวดวงฤทยั ยุทธไชย
สาขานาฏศลิ ป์ คณะครุศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ปพี ทุ ธศกั ราช 2565
ก
คำนำ
เอกสารประกอบการเรยี นรำมโนราหบ์ ทปฐม ฉบบั น้ีจดั ทำข้ึนโดยมวี ตั ถุประสงคเ์ พ่ือใช้เปน็ สื่อการ
เรียนการสอนการแสดงพื้นบ้านมโนราห์ของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตลอดท้ังผู้สนใจเรียนรู้ที่
ต้องการพฒั นาทกั ษการแสดงโนรา
สารระสำคัญของเอกสารประกอบด้วย ประวัติของการรำโนราบทปฐม องค์ประกอบการแสดง ผู้
แสดง ดนตรีประกอบการแสดง เครอื่ งแตง่ กาย และ การอธบิ ายทา่ รำโนราบทปฐม
ขอขอบคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรวัฒน์ ช่างสาน อาจารย์ประจำวิชาการแสดงโนรา ท่ีช้ีแนะ
พัฒนาเอกสารจนสมบูรณ์เป็นส่ือท่ีดีมีประโยชน์ ขอบคุณศิลปินมโนราห์กรอยใจดาวรุ่ง ที่เสียสละเวลามา
เปน็ วิทยากรแนะนำการพฒั นาสรา้ งผลสมั ฤทธ์ทิ ี่ดีของงานเอกสารครั้งน้ี จงึ ขอบคณุ มา ณ โอกาสน้ี
คณะผจู้ ดั ทำ
ข
สารบัญ
หนา้
คำนำ………………………………………………………………………………………………………………………………. ก
สารบญั ……………………………………………………………………………………………………………………………. ข
สารบญั ภาพ……………………………………………………………………………………………………………………… ค
สาระสำคัญ………………………………………………………………………………………………………………………. 2
แบบทดสอบก่อนเรียน……………………………………………………………………………………………………….. 3
กระดาษคำตอบ………………………………………………………………………………………………………………… 7
หวั ขอ้ เน้ือหาประจำบท………………………………………………………………………………………………………. 8
ประวัตคิ วามเปน็ มา……………………………………………………………………………………………………………. 9
ตำนานทเี่ ล่าโดยขุนอปุ ถมั ภ์วรากร……………………………………………………………………………………….. 9
ตำนานละครชาตรี……………………………………………………………………………………………………………… 10
ประวตั ชิ ดุ การแสดง……………………………………………………………………………………………………………. 10
ผแู้ สดง……………………………………………………………………………………………………………………………… 11
ดนตรแี ละเพลง…………………………………………………………………………………………………………………. 12
เพลงประกอบการแสดง……………………………………………………………………………………………………… 13
เคร่อื งแตง่ กาย…………………………………………………………………………………………………………………… 14-19
ท่ารำ………………………………………………………………………………………………………………………………… 20-40
คำถามทบทวน………………………………………………………………………………………………………………….. 41-45
แบบทดสอบหลังเรยี น………………………………………………………………………………………………………… 46-47
กระดาษคำตอบ…………………………………………………………………………………………………………………. 48
บรรณานุกรม……………………………………………………………………………………………………………………… 49
ภาคผนวก………………………………………………………………………………………………………………………….. 50
ค
สารบัญภาพ
ภาพที่ หน้า
ภาพที่ 1 เทริด………………………………………………………………………………………………………………… 17
ภาพที่ 2 บ่า…………………………………………………………………………………………………………………... 18
ภาพท่ี 3 ป้ิงคอ……………………………………………………………………………………………………………….. 18
ภาพท่ี 4รอบอก………………………………………………………………………………………………………………. 18
ภาพที่ 5 ปกี นกแอน………………………………………………………………………………………………………… 18
ภาพที่ 6สร้อยคอ.............………………………………………………………………………………………………….. 19
ภาพที่ 7หางหงส์……………………………………………………………………………………………………………… 19
ภาพท่ี 8ผ้านงุ่ …………………………………………………………………………………………………………………. 20
ภาพที่ 9หนา้ เพลา…………………………………………………………………………………………………………… 20
ภาพที่ 10ผา้ ห้อย...........………………………………………………………………………………………………….. 20
ภาพที่ 11กำไลแขน…………………………………………………………………………………………………………. 20
ภาพที่ 12เล็บ…………………………………………………………………………………………………………………. 21
ภาพที่ 13ทา่ นาฏศัพท์…………………………………………………………………………………………………….. 22
ภาพที่ 14ทา่ รำ………………………………………………………………………………………………………………. 23-38
คำชี้แจงการใชเ้ อกสารประกอบการเรยี น
เรือ่ ง โนราบทครูสอน สำหรับนักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
1. เอกสารเร่ืองโนราบทปฐม เป็นเอกสารที่มีความสมบูรณ์ในเล่ม นักเรียนต้องทำความเข้าใจกับคำ
ชี้แจง ตรวจสอบวัตถุประสงค์ ตรวจสอบสาระสำคัญ ทำแบบฝึกหัดก่อนเรียน แล้วจึงศึกษาสาระในเล่ม
ทั้งหมด อ่านสรุป และทำคำถามทบทวนท่ีมีในเล่มทุกครั้ง ทำแบบทดสอบหลังเรียนอย่างมีสมาธิและ
เข้าใจ
2. นักเรียนตอ้ งอ่านหนงั สือทกุ หนา้ เพอ่ื ทำความเข้าใจ หากมีขอ้ สงสยั ให้ถามครู
3. นักเรียนปฏิบัติตามกิจกรรมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียน
นักเรยี นจะต้องมีความซอ่ื สัตยโ์ ดยจะตอ้ งทำดว้ ยตนเองอยา่ งเคร่งครดั
4.เม่ือนักเรียนเรียนและทำกิจกรรมในเล่มเสร็จ จะต้องเก็บเอกสารประกอบการเรียนส่งครูเพ่ือจะได้
บันทึกคะแนน
5. หากนกั เรยี นอา่ นคำถามในกจิ กรรมไม่เข้าใจจะต้องตรวจสอบกับคุณครูเท่าน้นั โดยไมถ่ ามเพอื่ น
1
กระดาษคำตอบ
โรงเรียน......................................................................ปกี ารศึกษา...........................
ช่อื ..........................................................................ชัน้ ...................เลขท.่ี ...............
กลมุ่ สาระการเรียนร้.ู ....................วันที่..............เดือน...................พ.ศ..................
ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง
16
27
38
49
5 10
ประเมินผล
เต็ม
ได้
2
มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 3.2 เข้าใจความสัมพันธร์ ะหว่างนาฏศิลป์ประวัติศาสตรแ์ ละวฒั นธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์
ท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรมภมู ิปญั ญาท้องถิน่ ภมู ิปัญญาไทยและสากล
ตวั ช้วี ัด
ศ 3.2 ม.4/1 เปรียบเทยี บการนำการแสดง ไปใช้ในโอกาสตา่ งๆ
ศ 3.2 ม.4/3 บรรยายววิ ฒั นาการของนาฏศลิ ปแ์ ละการละครไทย
ศ 3.2 ม.4/4 นำเสนอแนวคดิ ในการอนรุ กั ษ์นาฏศลิ ป์ไทย
สาระการเรยี นรู้
1. ประวตั คิ วามเป็นมามโนราหบ์ ทปฐม
2. องคป์ ระกอบชุดการแสดงมโนราห์บทปฐม
3. ผูแ้ สดงมโนราห์บทปฐม
4. คนตรปี ระกอบการแสดงมโนราหบ์ ทปฐม
5. เพลงประกอบการแสดงมโนราห์บทปฐม
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรยี นบอกความหมายของบทรอ้ งโนราห์บทปฐมได้ถูกต้อง
2. นักเรียนสามารถรอ้ ง และรบั บทร้องโนราห์บทปฐมได้ถูกต้อง
3. นักเรียนบอกทา่ รำโนราหบ์ ทปฐมไดถ้ กู ตอ้ ง
4. นักเรยี นสามารถบอกเคร่ืองแต่งกายของโนราห์ได้ถูกต้อง
4. รกั และชื่นชมการแสดงนาฏศลิ ป์พน้ื บา้ นไทยโนราหใ์ นเชิงอนุรักษ์
วิธีสอนและกจิ กรรมการเรียนการสอน
1. วธิ ีสอน
วิธีสอนมีการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนโดยใช้วธิ ีการสอนที่หลากหลายมีการจดั การเรียน
การสอนแบบอธิบาย อภิปรายและการฝึกปฏิบัติ การทำงานกลุ่ม ทำแบบทดสอบก่อนเรียน / หลังเรียน
และการทำแบบฝกึ หัดท้ายบท
2. กจิ กรรมการเรียนการสอน
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนประจำบทนี้ผู้สอนต้องใช้ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ที่
1-2 จากคูม่ อื การใช้นวัตกรรมเอกสารประกอบการเรยี นรำโนราบทครสู อน
สอื่ การเรยี นการสอน
1. คู่มือการใช้เอกสารประกอบการ
2. เอกสารประกอบการเรยี น
การวัดผลและประเมนิ ผล
กระบวนการวัดผลประเมินผล
1. วิธกี าร
1.1 สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
3
1.2 สังเกตพฤติกรรมรายกลมุ่
1.3 ตรวจแบบฝกึ หัด
1.4 ทดสอบกอ่ นเรียน / หลังเรยี น
2. เครอื่ งมอื
2.1 แบบประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคล
2.2 แบบประเมนิ พฤติกรรมรายกล่มุ
2.3 แบบเฉลยแบบฝึกหัดทา้ ยบทท่ี 1
2.4 แบบทดสอบก่อนเรยี น / หลังเรียน
2.5 แบบเฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น / หลงั เรยี น
3. เกณฑ์การวัดผลประเมนิ ผล
3.1 ทำแบบทดสอบผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 80
3.2 ทำแบบฝึกหดั ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 80
4
แบบทดสอบก่อนเรียน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ สาระนาฏศลิ ป์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
เรือ่ ง โนราบทปฐม รหสั วิชา ศ31204 เวลา 10 นาที คะแนน 10 คะแนน
**********************************************************************************
คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นเลอื กคำตอบท่ีถกู ท่สี ดุ แลว้ ทำเคร่ืองหมาย (×) ลงในกระดาษคำตอบ
1. นายโรง มคี วามหมายวา่ อยา่ งไร
ก. เจ้าของคณะ ข.นักแสดง
ค. เจ้าของงาน ง. ผู้ชม
จ. นกั ดนตรี
2. ตัวเลอื กใดอธิบาย “เทริด” ไดถ้ ูกตอ้ งทสี่ ุด
ก. ผ้านุ่งสำหรับโนรา ข. ลกู ปัดคลุมไหล่
ค. เครื่องสวมศรี ษะ ง. เครือ่ งสวมเลก็
จ.เครื่องทดั หู
3. “เครอ่ื งเบญจ” ใช้เรยี กอะไรของการแสดงโนรา
ก. ท่ารำ ข. เคร่ืองดนตรี
ค. บทร้อง ง. เส่ือปแู สดง
จ. เครื่องแต่งกาย
4. การแสดงโนราเปน็ ศลิ ปะการละเล่นของคนในแถบภาคใด
ก. ภาคเหนอื ข. ภาคกลาง
ค. ภาคอีสาน ง. ภาคใต้
จ.ภาคตะวันตก
5. นางนวลทองสำลไี ด้ถูกลอยแพไปตดิ ที่เกาะอะไร
ก. เกาะมาลายู ข. เกาะหนูเกาะแมว
ค. เกาะสชี งั ง. เกาะสมยุ
จ. เกาะพะงนั
6. ท่า หันเป็นมอญ มือตัง้ วงอยูร่ ะดับใด
ก. ระดับสะเอว ข. ระดบั อก
ค. ระดับหางตา ง. วงเขาควาย
จ. ระดบั ไหล่
5
7. นางนวลทองสำลถี ูกเนรเทศออกจากเมืองไปโดยใช้พาหนะชนดิ ใด
ก. เรือ ข. เครอื่ งบนิ
ค. แพ ง. รถยนต์
จ.มอเตอร์ไซ
8. ตงั้ ตน้ ใหเ้ ปน็ ปฐม ............... คำทห่ี ายไปควรเปน็ ตัวเลอื กใด
ก.ถัดมาพระพรหมส่หี นา้ ข.รำเป็นทา่ สอดสร้อย
ค.รอ้ ยใหห้ อ้ ยเป็นพวงมาลา ง.ทำเวโหนโยนชา
จ.แกว้ ขา้ เอยให้น้องนอน
9. ตามตำนานเชื่อวา่ โนราเกิดข้นึ ท่จี งั หวดั ใด
ก. สงขลา ข. นครศรธี รรมราช
ค. ตรงั ง. พทั ลงุ
จ.กระบี่
10. เจา้ พระยาสายฟา้ ฟาดมีศกั ดเ์ิ ปน็ อะไรกบั ขุนศรีศรัทธาหรอื เด็กชายน้อย
ก. พอ่ ข.ลงุ
ค. อา ง. ยาย
จ.ตา
6
รำโนราบทปฐม
เป็นท่ารำโนราแบบประสมท่า เทียบเคียงได้กับการรำแม่บทใหญ่ของทางภาคกลาง การร้องทำนอง
บทปฐมนี้จะรอ้ งบทบทเพลงทับเพลงโทนของโนรา มีตน้ เสยี งร้องเป็นหลัก และมีการร้องรับของลูกคู่ประสาน
เสียงอย่างลงตัว ท่ารำให้รายละเอียดของของท่าปฐม ท่าสอดสร้อย ท่าเวโหยนโยนช้า ท่าน้องนอน รำเป็น
ท่าให้ต่างกัน ท่าหันให้เป็นมอน ท่านกแขกเต้า และท่าอ่ืน ๆ อีกมากมาย การรำจะพลิกแพลงไปตามบท
รอ้ ง อยา่ งสวยงาม
ประวัติชุดการแสดง
ตำนานที่เล่าโดยขุนอุปถัมภ์นรากร (โนราพุ่มเทวา) อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุงความว่าพระยา
สายฟ้าฟาดเป็นกษัตริย์ครองเมืองๆ หน่ึง มีชายาช่ือนางศรีมาลา มีธิดาชื่อนางนวลทองสำลี วันหน่ึงนางนวล
ทองสำลีสุบินว่ามีเทพธิดามาร่ายรำให้ดู ท่ารำมี 12 ท่า มีดนตรีประโคม ได้แก่ กลอง ทับ โหม่ง ฉ่ิง ป่ี และ
แตระ นางใหท้ ำเครอื่ งดนตรีและหัดรำตามท่สี บุ ินเป็นที่ครึกคร้ืนในปราสาท
อยู่มาวนั หนงึ่ นางอยากเสวยเกสรบัวในสนะหน้าวัง ครั้นนางกำนัลเก็บถวายให้เสวย นางกท็ รงครรภ์ แต่ยังคง
เล่นรำอยู่ตามปกติ วันหน่ึงพระยาสายฟ้าฟาดเสด็จมาทอดพระเนตรการรำของธิดา เห็นนางทรงครรภ์ทรง
ซักไซ้เอาความจริง ได้ความเหตุเพราะเสวยเกสรบัว พระยาสายฟ้าฟาดทรงไม่เชื่อ และทรงเห็นว่านางทรงทำ
ให้อัปยศ จึงรับสั่งให้เอานางลอยแพ พร้อมด้วยสนมกำนัล 30 คน แพไปติดเกาะกะชัง นางจึงเอาเกาะน้ันเป็น
ที่อาศัย ตอ่ มาไดป้ ระสตู ิโอรส ทรงสอนใหโ้ อรสรำโนราไดช้ ำนาญ แล้วเล่าเรื่องแต่หนหลังให้ทราบ
ต่อมากุมารน้อยซึ่งเป็นโอรสของนางนวลทองสำลีได้โดยสารเรือพ่อค้าไปเที่ยวรำโนราไปยังเมืองพระอัยกา
เร่ืองเล่าลือไปถึงพระยาสายฟ้าฟาด ๆ ทรงปลอมพระองค์ไปดูโนรา เห็นกุมารน้อยมีหน้าตาคล้ายพระธิดา จึง
ทรงสอบถามจนได้ความจริงว่าเป็นพระราชนัดดา จึงรับสั่งให้เข้าวัง และให้อำมาตย์ไปรับนางนวลทองสำลี
จากเกาะกะชงั แต่นางไม่ยอมกลับ พระยาสายฟ้าฟาดจึงกำชับให้จับมดั ขน้ึ เรือพามา ครั้นเรือมาถึงปากนำ้ จะ
เข้าเมืองก็มีจระเข้ลอยขวางทางไว้ ลูกเรือจึงต้องปราบจระเข้ คร้ังนางเข้าเมืองแล้ว พระยาสายฟ้าฟาดได้ทรง
จัดพิธีรับขวัญขึ้น และให้มีการรำโนราในงานน้ีโดยประทานเคร่ืองต้น อันมีเทริด กำไลแขน ป้ันเหน่ง สังวาล
พาดเฉียง 2 ข้าง ปีกนกแอ่น หางหงส์ สนับเพลา ฯลฯ ซ่ึงเป็นเครื่องทรงของกษตั ริย์ให้เป็นเครื่องแต่งตัวโนรา
และพระราชทานบรรดาศักด์ิให้แกก่ ุมารน้อยราชนัดดาเป็นขุนศรีศรัทธา
อีกตำนานท่ีเป็นตำนานละครชาตรีกรมศิลปากรปรากฎในหนังสือการเล่นของไทย สรุปความว่า ท้าวทศมาศ
นางสุวรรณดารา ครองกรุงศรีอยุธยา มีพระธิดา ชื่อนางนวลสำลี ครั้นนางนวลสำลีเจริญวัย เทพยดาได้มา
ปฏิสนธิในครรภ์โดยท่ีนางมิได้มีสวามี ความทราบถึงท้าวทศวงศ์ จึงทรงให้โหรทำนายได้ความว่า ชะตา
บ้านเมืองจะบังเกิดนักเลงชาตรี ท้าวทศวงศ์เกรงจะอับอายแก่ชาวเมือง จึงให้เอานางลอยแพไปเสีย เทพยดา
บันดาลให้แพไปตดิ เกาะสีชังแล้วเนรมิตศาลาให้นางอยู่อาศยั
เมื่อครรภ์ครบทศมาสก็ประสูติพระโอรส เพพยดานำดอกมณฑาสวรรค์มาชุบเป็นนางนมช่ือแม่ศรีมาลา แล้ว
ชุบแม่เพียน แม่เภา เป็นพี่เลี้ยง ต่อมานางศรีมาลาและพ่ีเล้ียงกุมารไปเท่ียงป่า ได้เห็นกินนรร่ายรำในสระอโน
ตัดนทีก็จำได้ เม่ือกุมารชนั ษาได้ 9 ปี เทพยดาให้นามว่า พระเทพสิงหร แล้วเทพยดาเอาศิลามาชุบเป็นพราน
บุญ พร้อมกับชบุ หนา้ กากพรานให้ด้วย พรานบุญเลน่ รำอยกู่ ับพระเทพสงิ หรได้ขวบปกี ช็ วนกนั ไปเท่ียวปา่
ขณะนอนหลับใต้ต้นรังในป่าเทพยดาลงมาบอกท่ารำให้ 12 ท่า ทั้งเนรมิตทับให้ 2 ใบ เนรมิตกลองให้ใบหนึ่ง
แล้วชุบขุนศรัทธาข้ึนให้เป็นโนราเมือ่ พระเทพสงิ หลและพรานบุญต่ืนขึ้นเห็นขุน ศรัทธา ทับ และกลอง กย็ ินดี
7
ชวนกันกลับศาลาที่พัก จากนั้นเทพยดากเ็ นรมิตเรือให้ลำหน่ึง บุคคลทั้งหมดจึงได้อาศัยเรือกลับอยุธยา เท่ียว
เล่นรำจนลือกันท่ัววา่ ชาตรีรำดีนัก ท้าวทศวงศ์จึงรับส่ังให้เข้าเฝ้า ทอดพระเนตรเห็นนางนวลสำลีก็ทรงจำได้
ตรสั ถามความหนหลังแล้วโปรดปรานประทานเครือ่ งต้นให้พระเทพสิงหรใชเ้ ลน่ ชาตรีดว้ ย
องคป์ ระกอบชดุ การแสดง
องค์ประกอบ หมายถงึ สิ่งตา่ ง ๆ ที่ใช้ประกอบเปน็ ส่งิ ใหญ่ หรอื ส่วนของส่ิงต่าง ๆ
ทเ่ี ป็นเครอ่ื งประกอบทำใหเ้ กิดเป็นรูปขึ้นใหมโ่ ดยเฉพาะ (ราชบณั ฑติ ยสภา, 2554).
การแสดงโนรามีสง่ิ ต่าง ๆ ทเ่ี ขา้ มาประกอบใน การแสดงอยา่ งวจิ ิตรสวยงาม คือ ผูแ้ สดง
เครือ่ งแต่งกาย ดนตรีและเพลง ทา่ รำ และสถานท่แี สดง ดงั น้ี
การรำ โนราแต่ละตวั ตอ้ งรำอวดความชำนาญและความสามารถเฉพาะตน โดยการรำผสมท่า
ตา่ งๆ เขา้ ด้วยกันอยา่ งต่อเนื่องกลมกลนื แตล่ ะทา่ มีความถูกตอ้ งตามแบบฉบบั มคี วามคล่องแคล่วชำนาญ
ที่จะเปล่ียนลีลาให้เขา้ กบั จังหวะดนตรี และต้องรำให้สวยงามอ่อนช้อยหรอื กระฉบั กระเฉงเหมาะแก่กรณี
บางคนอาจอวดความสามารถ ในเชงิ รำเฉพาะด้าน เช่น การเล่นแขน การทำให้ตวั อ่อน การรำทา่ พลกิ
แพลง เปน็ ตน้
การรอ้ ง โนราแตล่ ะตัวจะต้องอวดลลี าการรอ้ งขบั บทกลอนในลกั ษณะตา่ งๆ เชน่ เสียงไพเราะดัง
ชัดเจน จงั หวะการร้องขบั ถูกตอ้ งเรา้ ใจ มีปฏิภาณในการคิดกลอนรวดเรว็ ไดเ้ นื้อหาดี สมั ผัสดี มี
ความสามารถในการร้องโตต้ อบ แก้คำอยา่ งฉับพลันและคมคาย เปน็ ต้น
การทำบท เปน็ การอวดความสามารถในการตคี วามหมายของบทร้องเปน็ ท่ารำ ให้คำร้องและทา่
รำสมั พันธ์กนั ต้องตที ่าใหพ้ สิ ดารหลากหลายและครบถว้ น ตามคำร้องทุกถ้อยคำต้องขับบทรอ้ งและตีทา่ รำ
ให้ประสมกลมกลืนกับจังหวะและลลี าของดนตรีอย่างเหมาะเหม็ง การทำบทจึงเปน็ ศลิ ปะสดุ ยอดของโนรา
การรำเฉพาะอย่าง นอกจากโนราแตล่ ะคนจะต้องมีความสามารถในการรำ การร้อง และการทำบท
ดังกล่าวแลว้ ยงั ต้องฝึกการำเฉพาะอย่างให้เกิดความชำนาญเปน็ พิเศษดว้ ยซง่ึ การรำเฉพาะอยา่ งนี้ อาจใช้
แสดงเฉพาะโอกาส เช่น รำในพิธไี หว้ครู หรอื พธิ แี ต่งพอกผูกผา้ ใหญ่ บางอยา่ งใช้รำเฉพาะเม่ือมีการประชัน
โรง บางอย่างใชใ้ นโอกาสรำลงครหู รือโรงครู หรอื รำแกบ้ น เปน็ ต้น การรำเฉพาะอย่าง
8
ผู้แสดง
ผู้แสดง หมายถึง คนท่ีรับผิดชอบในการแสดงโนราทั้งการร้อง การรำการแสดงเป็นเร่ืองราวบน
เวทใี นแต่ละคร้งั ประกอบดว้ ย ตวั นายโรง ตัว นางรำ และตวั ตลก ดงั น้ี
1. ตัวนายโรง หมายถึง ตัวพระเอก เจ้าของคณะ หัวหน้าคณะ ผู้แสดงท่ีเปน็ ผู้นำของคณะโนรา ในอดีตใช้
ผู้ชายแสดงล้วน จึงต้องมีรปู ร่างที่ เป็นผนู้ ำมีความรอบรจู้ ัดเจนในกระบวนการแสดงโนราอยา่ งชัดเจน
2. ตัวนางรำ หมายถึง ตัวนางโนราที่เป็นตัวประกอบในการรำ โนราแต่ละคร้ังในอดีตตัวนางรำมักเป็นตัว
หวั จุกโนรา คือเด็กฝึกหัดรำโนรา ที่มีความสนใจ มีความสามารถในการรำมักเป็นตัวประกอบในการรำหมู่
ของการรำบทครูสอน บทสอนรำ บทปฐม และอื่นระยะต่อมาหัวจุกโนรา เร่ิมหมดไปจากสังคม ปัจจุบัน
เริ่มมโี นราหญิงเกิดขน้ึ
3. ตัวตลก หมายถึง ผู้แสดงที่ทำให้ผชู้ มขบขัน, โดยปริยาย หมายถึงผู้ที่คนอื่นหวั เราะเยาะการแสดงโนรา
จะมีตัวตลกที่ใช้แสดงหลักคู่ กับการแสดงโนราคือ ตัวพรานเป็นตัวแสดงท่ีสำคัญมีหลายบทบาท ท้ังเป็น
ตัวตลกของคณะโนราและเป็นตัวบอกเรื่องสำหรับทำการแสดงในแต่ละคร้ังอย่างไรก็ตามตัวตลกใน
บทบาทการแสดงของโนรามีตัวพราน 2 ลักษณะ คือ พรานผชู้ ายสวมหน้ากากสแี ดง และพรานผ้หู ญงิ หรือ
พรานเมยี สวม หนา้ กากสีขาวหรือสเี นื้อ
เครอ่ื งดนตรี
เคร่ืองดนตรี หมายถงึ เคร่อื งประโคมเสียงดนตรีของคณะโนราสำหรับประกอบการรำ
การรอ้ งเพ่ือเพิ่มสีสัน ทั้งทำนองและจงั หวะ เครื่องดนตรโี นรา
ส่วนใหญ่เปน็ เครือ่ งตีใหจ้ งั หวะเทียบได้กบั เครอื่ ง เบญจดุรยิ างค์ มี 6 อย่าง (tungsong. 2562). มดี ังนี้
1. ทับ(โทน) หมายถึง เป็นเครื่องตีที่สำคัญท่ีสุด เพราะทำหน้าที่คุมจังหวะและเป็นตัวนำในการ
เปลี่ยนจังหวะทำนอง ทับโนรา เปน็ ทับค่เู สยี งต่างกันเลก็ น้อยนยิ มใชด้ นตรเี พยี งคนเดยี ว
2. กลอง หมายถงึ เปน็ กลองทัดขนาดเลก็ (โตกว่ากลองของหนัง ตะลุงเล็กนอ้ ย) 1 ใบ
ทำหนา้ ที่เสริมเน้นจังหวะและลอ้ เลยี นเสยี งทบั
3. ปี่ หมายถึง เป็นเครอื่ งเป่าเพยี งชน้ิ เดียวของวง นิยมใช้ป่ีในหรือ บางคณะอาจใช้ป่ีนอกใช้เพลง
ประกอบการแสดง
เพยี ง 1 เลา
4. โหมง่ หมายถึง ฆ้องคู่ เสยี งต่างกนั ทเี่ สยี งแหลมเรียกว่า เสียง โหม้ง ท่เี สียงทุ้มเรียกว่เสยี งหมงุ่
5. ฉิ่ง หมายถึง เปน็ เครอ่ื งตีเสรมิ แต่งและเน้นจงั หวะ
6. แตระ หรือแกระ หมายถึง กรับมีทั้งกรับอันเดียวท่ีใช้ตีกระทบ กับรางโมงหรือกรับคู่และมีท่ี
รอ้ ยเป็นพวงอย่างกรับพวงหรอื ใช้ไม้เรียวไม้หรือลวดเหล็กหลายๆอันมัดเข้าด้วยกันตีให้ปลายกระทบกันก็
เรียกว่าแตระมีลีลาการขับร้องและรับบทกลอนอย่างหนึ่งเรียกว่า เพลงหน้าแตระ(ใช้แต่เฉพาะแตระไม่ใช้
ดนตรชี นิ้ อน่ื ประกอบ)
9
เพลงประกอบการแสดง ถดั มาพระพรหมสีห่ น้า
เวโหนโยนช้า
ตง้ั ตน้ เป็นประถม พสิ มัยร่วมเรยี ง
สอดสรอ้ ยห้อยเปน็ พวงมาลา ทา่ ต่างกนั
ใหน้ อ้ งนอน มรคาแขกเต้าบินเข้ารัง
เคยี งหมอน จนั ทร์ทรงกลด
หันเปน็ มอน มารกลับหลงั
กระตา่ ยชมจันทร์ กนิ นรรอ่ นรำ
พระรถโยนสาส์น พระรามานา้ วศลิ ป์
ชชู ายนาดกรายเขา้ วัง หลงใหลไปสน้ิ งามโสภา
เข้ามาเปรียบท่า กวางโยนตัว
มจั ฉาลอ่ งวาริน หงสท์ องลอยลอ่ ง
โตเล่นหาง กวางเดนิ ดง
รำยั่วเอแปง้ ผัดหน้า ช้างสารหว้านหญ้า
เหราเลน่ น้ำ พระลักษณแ์ ผลงศรจรลี
สุรวิ งศ์ทรงศักด์ิ ยงู ฟ้อนหาง
ดสู านา่ รัก น่งั ลงใหไ้ ด้ท่ี
ขหี้ นอนฟ้อนฝูง กระบ่ีตีทา่
ขดั จางหยางนางรำท้ังสองศรี ชะนรี ่ายไม้
ชกั สซี อสามสายยา้ ยเพลงรำ ชกั ลำนำ
จนี สาวไส้
เมขลาล่อแก้ว
เพลงรำแต่ก่อนครสู อนมา
เคร่อื งแตง่ กาย
ราชบัณฑิตยสภา, (2545) “เครอ่ื ง” คอื สง่ิ สำหรับประกอบกันหรอื เปน็ พวกเดยี วกัน
“แตง่ ” คอื จดั ใหง้ าม “กาย”คอื ตัว ดงั น้นั “เครื่องแตง่ กาย” จึงหมายถึง
สง่ิ สำหรับประกันจัดให้งามที่เก่ียวกับตวั ของนักแสดง โนรา เชื่อกันว่าเครื่องแต่งกายโนราเป็นส่ิงของท่ีขุน
ศรีศรัทธาไดร้ บั พระราชทาน เปน็ เคร่ืองตน้ อนั มเี ทรดิ กำไลแขน ปั้นเหนง่
สงั วาลพาดเฉียง 2 ขา้ ง ปีกนกแอน่ หางหงส์ สนับเพลา
ธีรวัฒน์ ช่างสาน. (2565). สรุปเครื่องแต่งกายโนราต้ังแต่สมัย รัชกาลท่ี 5 ถึงปัจจุบันมี 3 แบบ
คือ แบบเครือ่ งต้น แบบทรงบัว และแบบเครอ่ื งลกู ปดั 5 ชน้ิ หรือเครือ่ งเตม็
1. เทรดิ เป็นเคร่อื งประดับศีรษะของตัวนาย โรงหรอื โนราใหญ่หรือตัวยนื เคร่ือง
(โบราณไมน่ ยิ มใหน้ างรำใช้)ทำเปน็ รูปมงกฎุ อยา่ งเต้ีย มีกรอบหน้า มี ดา้ ยมงคลประกอบ
10
ภาพที่ 1
2. เคร่อื งลูกปัด หมายถงึ ชดุ เส้ือผ้าเครื่องแตง่ กายของตวั โนราโดยการนำเม็ดลูกปดั กระดกู ตา่ ง ๆ
ในยุคก่อนนิยมใช้สีเม็ดลูกปัดอย่างน้อย 5 สี ท่ีตัดกันมาร้อยกับเชือกตามลักษณะของภูมิปัญญาของคน
ภาคใต้ ใหเ้ กิดเปน็ ลวดลายต่าง ๆ ทง้ั ลายฟนั ปลาลายข้าวหลามตัด ลายพมิ พ์พอง อยา่ งวจิ ิตรสวยงาม
นำมาห่อหมุ้ รา่ งกายนักแสดงโนราแทนเส้ือประกอบ ด้วยช้ินสว่ นสำคัญ 5 ชน้ิ คือ
2.1 บา่ สำหรับสวมทบั บนบ่าซ้าย และขวา รวม 2 ชิ้น
ภาพท่ี 2
2.2 ป้งิ คอ สำหรับสวมห้อยคอดา้ นหน้าและดา้ นหลังคล้ายกรองละครไทยรวม 2 ช้นิ
ภาพที่ 3
11
2.3 พานอกหรือรอบอก เป็นเทคนคิ การรอ้ ยลูกปดั เป็นรูป ส่ีเหล่ยี มผนื ผ้า ใชพ้ นั รอบตวั
นกั แสดงเพ่อื ปกปิดหน้าอก เครอ่ื งแต่งกายช้ินนี้บางถิ่นเรียกวา่ พานโคร บางถน่ิ เรียกว่ารอบอก
ภาพที่ 4
3. ปีกนกแอน่ หรอื ปีกเหนง่ หมายถึง
เครื่องประดับทำดว้ ยแผน่ เงินเป็นรปู คล้ายนกนางแอ่นกำลังกางปกี ใช้สำหรับโนราใหญ่หรอื ตัวยนื เครอื่ ง
สวมตดิ กบั สังวาลอยทู่ ร่ี ะดบั เหนือสะเอว ด้านซ้ายและขวา คล้ายตาบทิศของละคร
ภาพท่ี 5
4. ซับทรวงหรือทับทรวงหรือตาบ หมายถึง สร้อยคอสำหรับสวมห้อยไว้ตรงทรวงอกส่วนที่เป็น
สร้อยคอจะร้อยด้วยเม็ดลูกปัดเป็นเส้นลงมาผูกติดไว้กับแผ่นเงินเป็นรูปคล้ายขนมเปียกปูนดุนลาย และ
อาจฝังเพชรพลอยเป็นดอกดวงหรืออาจ ร้อยด้วยลูกปัด นิยมใช้เฉพาะตัวโนราใหญ่หรือตัวยืนเครื่อง
ปจั จุบนั ตวั นางรำกใ็ ส่ไดแ้ ละบางครง้ั อาจร้อยเปน็ เม็ดลกู ปดั อยา่ งเดียวไมม่ ีแผ่นเงินก็ได้
12
ภาพท่ี 6
5. ปีกหรือหางหงส์ หมายถึง เครื่องแต่งร่างกายส่วนหลงั ระดับสะเอวของนกั แสดงนิยมทำด้วยเขา
ควายหรอื โลหะ ปจั จบุ ันสามารถทำด้วยแผน่ พีวซี กี ็มี นำมาเกลาให้เป็นรูปคลา้ ยปีกนก 2 ชน้ิ นำมาประกบ
กันผูกปลายให้แน่นส่วน โคนจะแยกออกจากกันดึงไว้ด้วยผ้าท่ีเย็บเป็นเส้นปล่อยชายท้ัง 2 ข้างให้ยาวไว้
สำหรับผูกมัดกับสะเอว ปลายปีกเชิดงอนข้ึนและผูกรวมกันไว้ทำพู่จากไหมพรมติดไว้เหนือปลายปีก ใช้
ลูกปัดร้อยห้อยเป็นดอกดวงรายตลอดท้ังข้างซ้าย และขวาให้ดูคล้ายขนของนก ใช้สำหรับสวมคาดทับ
ผา้ นุง่ ตรงระดบั สะเอว ปลอ่ ยปลายปีกยน่ื ไป ด้านหลงั คลา้ ยหางกินรี
ภาพท่ี 7
6. ผ้านุ่ง หมายถึง ผ้ายาวสี่เหลี่ยมผืนผ้าอาจเป็นผ้าลายไทยหรือผ้าพื้นก็ได้นำมานุ่งทับสนับเพลา
ให้ชาย รั้งไปเหน็บไวข้ า้ งหลงั ปล่อยปลายชายให้ห้อยลงเชน่ เดียวกบั หางกระเบน เรยี กปลายชายที่พบั แล้ว
ห้อยลงนี้ว่า “หางหงส์” การนุ่งผ้ายาวเป็นหางหงส์ของโนรานี้ถือเป็นภูมิปัญญาตามอัตลักษณ์ของทาง
ภาคใต้เท่าน้ันมีขั้นตอนการนุ่งที่แยบยล ไมง่ ่ายสำหรับผู้ท่ีไม่มีประสบการณ์อย่างไรก็ตามปัจจุบันผา้ ยาวท่ี
ใชน้ ุ่งน้ีนำมาเยบ็ เป็นผ้าสำเร็จรูปใหง้ า่ ยต่อการแตง่ กาย
13
ภาพท่ี 8
7. หน้าเพลา หรือเหน็บเพลา หนือหนับเพลา หมายถึง กางเกงยาวครึ่งน่องสำหรับสวมใส่ของ
นักแสดงโนราทั้งตัวพระและตัวนางรำนิยมทำจากผ้ายืดเพ่ือความยืดหยุ่นของการเคล่ือนไหวร่างกายส่วน
ขาของนักแสดงปลายขาจะตกแต่งด้วยผ้าลาย เป็นแถบสีเพื่อความสวยงาม สนับในอดีตสามารถทำได้ 2
แบบคือแบบท่ีนุ่งสวมเป็นกางเกง และแบบท่ีทำเฉพาะขาท้ังสองข้าง โคนขาผูกเชือกให้แน่นแต่ปัจจุบันน้ี
คงเหลือแบบเดยี วคือที่นุ่งเป็นกางเกง
ภาพที่ 9
8. ผ้าห้อย หมายถึง ผ้าสีต่างๆที่คาดให้ชายผ้าห้อยลงมาด้านล่างความยาพอคลุมเข่านักแสดง
โดยปกติจะใช้ผ้าสีแผ่นบาง ๆอาจเป็นผ้าชีฟอง หรือผ้าโทนสีต่างๆ อัดจีบหรือพลีส หรือจะเป็นผ้าโปร่งผ้า
บางสสี ดกไ็ ดห้ ้อยเคียงไวร้ ะหว่างหน้าผ้าทัง้ ด้านซา้ ยและดา้ นขวา
14
ภาพที่ 10
9. หน้าผ้า หมายถึง ผ้าเนื้อหนาปกลวดลายด้วยเลือ่ มและลกู ปัดตามท่ีนยิ มจะเป็นผ้าสีผนักเชน่ สี
ดำ สีน้ำเงิน หนา้ ผา้ มี 3 ชน้ิ หอ้ ยไวค้ รงกลางลำตัว 1 ช้นิ และขา้ งขาด้านซา้ ยและขวาอกี ขา้ งละชิน้
ภาพท่ี 11
10. กำไลตน้ แขน หมายถงึ กำไลที่ใช้หนีบไวท้ ่ีต้นแขนของผแู้ สดงท้งั 2 ข้างเพือ่ ขบรดั กลา้ มเน้ือให้
ดู ทะมัดทะแมงและเพิ่มความสง่างาม ของกล้ามเน้ือแขนขณะท่ีร่ายรำมากขึ้นอย่างไรก็ตามเข้าใจว่าต้น
แขนน่าจะเปรียบได้กบั พาหรุ ดั ของเครื่องแตง่ กายละครไทยน่ันเอง
ภาพท่ี 12
15
11. กำไล หรือไหมล หมายถึง กำไลของโนรามักทำด้วยทองเหลือง ทำเป็นวงแหวนใช้สวมมือทั้ง
2 ข้าง ๆ ละหลายๆ วง เช่น แขนแตล่ ะ ข้างอาจสวม 5-10 วงซ้อนกัน เพื่อเวลาปรับเปลย่ี นทา่ จะไดม้ ีเสียง
ดงั เปน็ จังหวะเร้าใจยงิ่ ข้ึน
ภาพที่ 13
12. เล็บ หมายถึง เคร่ืองสวมนิ้วมือให้โค้งงามคล้าย เล็บกินนรหรือกินรี ทำด้วยทองเหลืองหรือ
เงนิ อาจตอ่ ปลายดว้ ยหวายท่ีมี ลูกปัดรอ้ ยสอดสีไว้พองาม นิยมสวม มือละ 4 นว้ิ (ยกเวน้ หัวแม่มือ)
ภาพท่ี 14
16
ท่ารำมโนราห์บทปฐม
1. เน้ือรอ้ ง รักขา้ เอยจะกล่าวงามกล่าวถึงนางเทพมาลรี าศีใส
อธิบายท่ารำ
“รักข้าเอยจะกล่าวงาม” ถอนเท้าซ้ายวางหลัง มือซ้ายต้ังวงหน้า มือขวาแบมือแตะหน้าอก
เอยี งขวา
“กล่าวถึงนางเทพมาลี” ยกข้างเท้าขวา มือขวาแบลาดระดับสะเอว มือซ้ายตั้งวงหน้า เอียงชวา
(รอ้ งซ้ำปฏบิ ัติตรงขา้ ม
“ราศีใส” เท้าซา้ ยวางหลัง มอื ท้ังสองจีบควำ่ แล้วมว้ นมือออก แบมอื ลาดระดับสะเอว เอียงขวา
ขัน้ ท่ี 1 ชนั้ ท่ี 2
รักข้าเอยจะกล่าวงาม กลา่ วถงึ นางเทพมาลี
ข้ันท่ี3
ราศีใส
ภาพท่ี1 รักข้าเอยจะกล่าวงามกลา่ วถึงนางเทพมาลรี าศีใส
2. เน้ือร้อง จับระบำรำบวนมันเย้ายวนใจ มาทำวา่ ยิ้มแยม้ ละไมอยไู่ ปมา
อธบิ ายทา่ รำ
“จบั ระบำรำบวนเย้ายวนใจ” ถอนเท้าขวา มอื ทงั้ สองข้อนมอื ประสานหน้าอก หนา้ ตรง
“มาทำว่าย้ิมแย้มละไม” เท้าลักษณะเดิม มือขวาม้วนมือช้ีนิ้วระดับอก มือซ้ายมือรับจีบ เอียง
ซา้ ย
17
“อยู่ไปมา” เทา้ ลักษณะเดิม มือซา้ ยม้วนออกเป็นตั้งวงบน มอื ซ้ายจบี หงายชายพก เอียงซ้าย
(ร้องรับปฏบิ ตั ิมือสลับไปมา)
ขนั้ ที่ 1 ขนั้ ท่ี 2
จบั ระบำรำบวนเยา้ ยวนใจ มาทำวา่ ย้ิมแย้มละไม
ข้นั ที่ 3
อยไู่ ปมา
ภาพที่2 จับระบำรำบวนมันเยา้ ยวนใจ มาทำวา่ ย้ิมแย้มละไมอยูไ่ ปมา
3. เนื้อรอ้ ง ตัง้ ต้นให้เป็นประถม ถดั มาพระพรหมสี่หน้า
อธิบายท่ารำ
“ตง้ั ตน้ ใหเ้ ป็นประถม” ยืนชดิ เท้า มือทงั้ สองพนมมือระดบั สะเอว หน้าตรง
“ถัดมาพระพรหม” หมุนตัวทางขวา หันหน้าเข้าวงลงเหลี่ยม มือทั้งสองยังพนมระดับสะเอว
หนา้ ตรง
“สี่หน้า” กลับตัวทางขวา ลงเหลี่ยม มือท้ังสองขึ้นท่าพรหมสี่หน้า หน้าตรง จากน้ันสลับท่าพระ
พรหม และท่าสหี่ นา้ จนหมดท่ารับ
18
ข้ันที่ 1 ข้ันท่ี 2
ตง้ั ต้นใหเ้ ป็นประถม ถัดมาพระพรหม
ขนั้ ท่ี 3
สี่หน้า
ภาพท่ี3 ต้งั ต้นให้เป็นประถม ถัดมาพระพรหมสีห่ น้า
4. เนือ้ รอ้ ง รำเป็นทา่ สอดสร้อย
อธิบายทา่ รำ
“รำเป็นท่าสอดสร้อย” ถอนเท้าขวา มือซ้ายจีบหงายระดับสะเอว มือขวาจีบหงายชายพก หน้า
ตรง
“เลยบทดนตรีรับ” ม้วนมือขวาข้ึนตั้งวงบน มือซ้ายจีบหงายแขนงอระดับสะเอว เคาะเท้า
เคาะเท้าขวา นับ1 จากน้ันเปลี่ยนเป็นม้วนมือซ้ายปล่อยเป็นวงบน มือขวาจีบหงายแขนงอระดับสะเอว
เคาะเท้าซา้ ย นับ2 แล้วเปล่ียนเป็นม้วนมือขวาตั้งวงบน มือซ้ายจีบหงายแขนงอระดับสะเอว เคาะเท้าขวา
นับ3 จากน้นั หมุนตัวทางมือตง้ั วง 1 รอบ และปฏบิ ัติสลับทา่ รำลักษณะเดมิ อีก 2 ชดุ
“รำเป็นทา่ สอดรอ้ ย” เทา้ ขวาวางหลัง มือขวาจบี ปรกหนา้ มอื ซ้ายต้ังวงบน เอยี งซา้ ย
19
ขน้ั ท่ี 1 ข้นั ท่ี 2
รำเปน็ ท่าสอดสร้อย เลยบทดนตรีรบั
ขั้นที่ 3
รำเป็นท่าสอดสร้อย
ภาพท่ี4 รำเป็นท่าสอดสร้อย
5. เนอื้ ร้อง รอ้ ยให้เป็นพวงมาลา เวโหยนโยนช้าให้น้องนอน
อธบิ ายท่ารำ
“ร้อยให้เป็นพวงมาลา” เท้าขวาวางหลัง มือขวาจีบคว่ำระดับใบหน้า มือซ้ายช้อนมือมาจีบคว่ำ
ซอ้ นบนมอื ขวา จากน้ันรอ้ งซำ้ กลบั มือจีบอกี ครง้ั
“เวโหยนโยนช้า” ก้าวข้างเท้าขวา มือขวาแทงมือเป็นวงบน มือซ้ายจีบหงายชายพก (รอ้ งซ้ำ
กลบั มือลักษณะเดิมแตต่ รงขา้ ม
“ให้น้องนอน” นักแสดงทางขวา น่ังคุกเข่าซายตั้งเข่าขวา มือขวาต้ังวงบน มือซ้ายจีบไล่มือไป
ตามลำตวั นกั แสดงทางซ้าย
นกั แสดงทางซ้าย นั่งพับเพยี บทางขวา มือขวาแตะแกม้ มือซา้ ยจีบขา้ งลำตัว เอียงขวา
20
ข้ันท่ี 1 ขนั้ ที่ 2
ร้อยให้เป็นพวงมาลา เวโหยนโยนชา้
ขั้นท่ี 3
ใหน้ ้องนอน
ภาพที่5 รอ้ ยให้เปน็ พวงมาลา เวโหยนโยนช้าให้น้องนอน
6. เน้อื รอ้ ง รำเปน็ ทา่ ผาลาซดั ลงมาเพยี งไหล่รำพิสมัยรว่ มเรยี งเขา้ เคียงหมอน
อธิบายท่ารำ
“รำเป็นท่าผาลา” ยกข้างเท้าขวา มือทั้งสองจับจีบระดับสะเอว จากนั้นขึ้นท่าพรหมสี่หน้า หน้า
ตรง
“ปลดปลงลงมาให้เพียงไหล่” เท้าขวาวางหลัง มือทั้งสองจีบจีบคว่ำระดับไหล่ แล้ววาดมาปล่อย
เปน็ วงกลาง หน้าตรง
“ทำพิสมัยร่วมเรียง” เท้าขวาวางหลัง “พิสมัย” มือซ้ายตั้งมือลักษณะวงหน้า มือขวาแทงมือแบ
ลาด“ร่วม” ดึงมือขวามาซ้อนกับมือซ้าย “เรียง” มือท้ังสองประกบกัน หน้าตรง (ร้องรับปฏิบัติท่าตรง
ขา้ มกนั )
“เข้าเคียงหมอน” ลงน่ังพับเพียงทางซ้าย มือขวาวางข้อศอกกับพื้นมือแบรับใบหน้า มือซ้ายวาง
ราบกบั ลำตวั เอียงขวา
21
ขั้นที่ 1 ขัน้ ท่ี 2
รำเป็นท่าผาลา ปลดปลงลงมาเพียงไหล่
ขัน้ ท่ี 3 ข้ันท่ี 4
รำพิสมัยร่วมเรยี ง เขา้ เคียงหมอน
ภาพที่6 รำเป็นท่าผาลาซัดลงมาเพียงไหล่ รำพสิ มัยรว่ มเรียงเข้าเคียงหมอน
7. เนอื้ รอ้ ง รำเป็นท่านตี่ ่างกัน แล้วคอ่ ยมาหนั มร
อธบิ ายท่ารำ
“รำเปน็ ท่าใหต้ า่ งกนั ” ยนื พนมมอื หนา้ ตรง
“ร้องเลยบทดนตรีรับ” นักแสดงทางขวาหน้าตรง นักแสดงทางซ้ายกลบั หลงั หัน จากนั้นกา้ วเท้า
ลงเหลี่ยมมือขวาตั้งวงบน มือซ้ายจีบหงายแขนตึง นับ1 จากน้ันต่างคนกลับหน้า มือซ้ายตั้งวงบน มือขวา
จีบหงายแขนตึง นับ2 แล้วกลับหน้าลงเหล่ยี ม มือขวาต้ังวงบน มือซ้ายจีบหงายแขนตึง นับ3 ปฏิบัติสลับ
ท่ี แลว้ ปฏบิ ัติท่าจงั หวะที1่ -3 อีก 2 ชดุ
“แล้วค่อยมาหันให้เป็นมร” กระทืบเท้าขวา มือท้ังสองต้ังวงกลาง ปลายน้ิวแทงเข้าหากัน
หมนุ รอบตวั เอง 3 รอบ แล้วจงึ หมุนตวั เป็นวงโดยปฏิบัตมิ ือลักษณะเดมิ
22
ขน้ั ที่ 1 ขัน้ ที่ 2
รำเปน็ ท่าใหต้ า่ งกนั แล้วคอ่ ยมาหนั ใหเ้ ป็นมอน
ภาพท่ี7 รำเปน็ ท่าน่ีต่างกนั แล้วค่อยมาหันมร
8. เนอื้ ร้อง ทำมรคาแขกเต้าบนิ เข้ารัง
อธบิ ายท่ารำ
“รำมาคานกแขกเต้า” นักแสดง 1 คน ออกมาเป็นนกแขกเต้า โดยการยืนชิดเท้าย่อเข่า มือทั้ง
สองรวมกันระดับอก โดยการกำมือหลอม ๆ ยกนิ้วชี้ข้ึน หน้าตรง นักแสดงท่ีเหลือนั่งคุกเข่าเป็นวงกลม
มอื ท้ังสองประสานกัน
“ร้องเลยบทบินไปล่าว” นักแสดงคนท่ีเป็นนก ก้าวหน้าเท้าขวา มือท้ังสองจับผ้าห้อยข้าง
จากนน้ั ว่งิ ซอยเทา้ ไปรอบวง 1 รอบ
“ดนตรีรับ” นักแสดงที่เป็นนก น่ังคุกเข่า มือซ้ายต้ังวงบน มือขวาส่งจีบหลัง ไซร้ตัวตาม
จังหวะเพลง จากน้ันกลับมาปฏิบัติทางขวา ปฏิบัติเช่นเดียวกันอีกชุด แล้วค่อยสลัดขา สลัดแขน จน
หมดจังหวะ แล้วค่อยลุกข้ึนวิ่งวนรอบวง สุดจังหวะ วิ่งเข้าในวงแล้วนั่ง ลอยเข่า มือซ้ายจีบส่งปลายน้ิวไป
ดา้ นหน้า มือขวาวางหนา้ ขา
ขนั้ ท่ี 1 ขั้นท่ี 2
รำมรคานกแขกเต้า รอ้ งเลยบท
23
ขั้นที่ 3
ดนตรรี ับ
ภาพที่8 ทำมรคาแขกเต้าบินเขา้ รัง
9. เนือ้ รอ้ ง รำท่ากระตา่ ยชมจนั ทร์
อธิบายท่ารำ
“รำท่ากระตา่ ยชมจันทร์” นักแสดงทุกคน ปฏิบัตเิ หมือนกัน โดยการยนื ชดิ เท้าย่อเขา่ มือทั้งสอง
วาดขึ้นระดับไหล่ จากนนั้ จบั ผ้าห้อยขา้ งทั้งสองมือ หน้าตรง
“ร้องเลยบทชมไปล่าว” นักแสดงทุกคนว่ิงซอยเท้าไปรอบวง แล้วให้คนกลางยืนด้วยขาขวา ขา
ซ้ายพาดบนขาขวา มือทั้งสองขัดจางนาง หน้าตรง นักแสดงคนอื่นน่ังคุกเข่าล้อมวง อยู่ด้านหน้าสมมติ
เป็นกระตา่ ง กำลังชมจนั ทร์
“ดนตรีรบั ” จงั หวะท1ี่ นงั่ ตบมอื ตามจังหวะเพลง โดยการวนซา้ ยไปขวา หมดจังหวะกม้ กราบ
จงั หวะท2ี่ นักแสดงเป็นพระจนั ทร์ ลงฉากใหญ่ มือท้ังสองขนึ้ พรหมสี่หน้า นักแสดง
ท่เี ป็นกระตา่ ย นง่ั คกุ เข่าตบมือตามจังหวะเพลง สลบั ไปมา
ขน้ั ท่ี 1 ข้ันท่ี 2
รำท่ากระจ่ายชมจันทร์ ร้องเลยบท
24
ข้ันท่ี 3
ดนตรีรับ
ภาพท่ี9 รำท่ากระจ่ายขมจันทร์
10. เนอื้ ร้อง รำท่าพระจันทร์ทรงกลด
อธิบายท่ารำ
“รำท่าพระจันทร์ทรงกลด” นักแสดงทุกคน ปฏิบัติเหมือนกัน โดยการยืนชิดเท้าย่อเข่า มือทั้ง
สองวาดขึน้ ระดบั ไหล่ จากน้ัน จบั ผา้ หอ้ ยข้างท้ังสองมอื หนา้ ตรง
“ร้องเลยบทรำไปล่าว” นักแสดงทุกคนว่ิงซอยเท้าไปรอบวง แลว้ จุดก่ึงกลางต่อตัว โดยมีฐานยืน
ลงฉากใหญ่ 2 คน คนตรงกลางข้นึ เหยียบ คนอ่ืน ๆ จดั ซุม้ นั่งเกยี่ วข้ีหนอน
“ดนตรีรับ” จากนัน้ ทุกคนยกมอื ข้ึนตั้งวงบน สลบั มอื ตามจังหวะเพลง จีบเป็นวง วงเป็นจีบ
จนหมดจังหวะ
ขนั้ ที่ 1 ขน้ั ที่ 2
รำท่าพระจันทร์ทรงกลด รอ้ งเลยบท
25
ข้นั ท่ี 3
ดนตรรี บั
ภาพที่10 รำท่าพระจนั ทร์ทรงกลด
11. เน้ือร้อง รำทา่ พระรถโยนสารมารกลับหลงั
อธิบายทา่ รำ
“รำทา่ พระรถโยนสาร” ยกขา้ งเท้าขวา มือขวาแบลาดระดบั สะเอว มือซา้ ยตัง้ วงหน้า เอยี งชวา
“รอ้ งซ้ำ พระรถโยนสาร” ยกขา้ งเทา้ ซ้าย มอื ซ้ายแบลาดระดบั สะเอว มอื ขวาต้ังวงหนา้ เอยี งซา้ ย
“แก้วข้าเอยมารกลับหลงั ” ยืนรวมเท้า มือขวาลักษณะบัวชูฝกั แต่กำมือ มือซ้ายลกั ษณะวงหน้า
แต่กำมือ วิ่งซอยเท้าทางซา้ ย 1 รอบ
ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั ท่ี 2
รำทา่ พระรถโยนสาร รอ้ งซำ้ พระรถโยนสาร
ขัน้ ที่ 3
แก้วข้าเอยมารกลับหลัง
ภาพที่11 รำท่าพระรถโยนสารมารกลบั หลงั
26
12. เนอ้ื ร้อง รำท่าชชู ายนาดกรายเขา้ วัง
อธิบายท่ารำ
“รำทา่ ชูชายนาดกราย” ยกหนา้ ขาซา้ ย มือขวาจบี ควำ่ ระดับอก มือซา้ ยส่งจีบหลงั เอยี งซา้ ย
“ดนตรบี รรเลง” เปล่ียนเป็นยกหน้าเท้าขวา มอื ขวาปล่อยมือแบหงายฝา่ มือระดับอก มือซ้ายต้ัง
วงหนา้ เอยี งขวา ปฏิบตั ิสลบั ไปมาช้า 4 จงั หวะ แลว้ คอ่ ยย่ำเท้าเร็วตามจังหวะเพลง
“จะเข้าวงั ” ปฏิบัติทา่ เดมิ แต่หมนุ ตัวทางซา้ ยเข้าวง
ข้ันท่ี 1 ขน้ั ท่ี 2
รำทา่ ชูชายนาดกราย จะเขา้ วงั
ภาพที่12 รำท่าชชู ายนาดกรายเขา้ วัง
13. เนื้อร้อง แลว้ มาน่งั หมอบเฝ้าเจ้านครินทร์
อธิบายทา่ รำ
“แล้วมาน่ังหมอบเฝ้า” นักแสดงด้านหน้า น่ังพับเพียบ ทางซ้าย มือพนมมือแล้วลงกราบ
นักแสดงด้านหลังตรงกลาง ยืนด้วยขาซ้าย ขาขวาพาดบนเข่าซ้าย มือซ้ายบัวชูฝัก มือขวาตั้งวงล่าง หน้า
ตรง
“เจา้ นครนิ ทร์” นักแสดงคนกลางปฏิบัตทิ ่าเดิม แตค่ นน่งั ปฏิบัตทิ ่านั่งพับเพียงถวายบงั คม
ขน้ั ที่ 1 ขั้นท่ี 2
แลว้ มานงั่ หมอบเฝา้ เจา้ นครนิ ทร์
ภาพท่ี13 แลว้ มาน่ังหมอบเฝ้าเจ้านครินทร์
27
14. เนื้อร้อง รำท่าขี้หนอนรอ่ นรำ รำแลว้ เข้ามาเปรียบทา่
อธบิ ายท่ารำ
“รำท่าขี้หนอนร่อนรำ” ยนื ด้วยขาซ้าย มือซ้ายตั้งวงบน (เขาควาย) มือซ้ายจีบปรกขา้ งโดยเกี่ยว
ขาขวาขึ้นมาดว้ ย หน้าตรง
“รำแล้วเข้ามาเปรียบท่า” ปล่อยขาขวา ลงมาเป็นกระดกไขว้เท้า มือซ้ายจีบหงาย ใกล้เท้าซ้าย
มือขวาตัง้ วงบน เอยี งซ้าย
ข้นั ที่ 1 ขัน้ ท่ี 2
รำทา่ ขห้ี นอนร่อนรำ รำแล้วเข้ามาเปรียบทา่
ภาพท่ี14 รำทา่ ขี้หนอนรอ่ นรำ รำแล้วเขา้ มาเปรยี บทา่
15. เนอื้ รอ้ ง รำท่าพระรามรามา แก้วขา้ เอย่ ทา้ วน้าวศิลป์
อธิบายท่ารำ
“รำท่าพระรามรามา” ยืนตรง พนมมือไหวร้ ะดบั อก หน้าตรง
“แก้วข้าเอ่ยท้าวน้าวศิลป์” ยกข้างเท้าขวา มือซ้ายจีบคว่ำระดับอก มือขวา จีบคว่ำเหยียดแขน
ตึงระดับไหล่ เอียงขวา
ข้ันท่ี 1 ขั้นท่ี 2
รำทา่ พระรามรามา แก้วข้าเอย่ ท้าวน้าวศลิ ป์ เปรยี บท่า
ภาพท่ี15 รำท่าพระรามรามา แกว้ ขา้ เอย่ ทา้ วน้าวศิลป์
28
16. เนือ้ รอ้ ง ฝูงมัจฉาล่องมาในวาริน
อธิบายทา่ รำ
“ฝูงมจั ฉาลอ่ งมาในวาริน” ยืนตรง พนมมอื ไหวร้ ะดบั อก หนา้ ตรง
“ล่องไปล่าว เลยบท” ซอยเท้าไปตามวง มือท้ังสองวางซ้อนกัน(ลักษณะบทบาทสมมติเป็นตัว
ปลา) หมุนไปตามวง โดยยืดตัวข้นึ แลว้ ก้มตัวลง ไปตามวง
ขั้นที่ 1 ขน้ั ที่ 2
ฝงู มจั ฉาล่องมาในวารนิ ลอ่ งไปล่าว เลยบท
ภาพที่16 ฝูงมจั ฉาลอ่ งมาในวารนิ
17. เน้อื รอ้ ง ฉันหลงใหลไปสิ้น แก้วข้าเอย่ งามโสภา
อธบิ ายทา่ รำ
“ฉันหลงใหลไปส้นิ ” เทา้ ขวาวางหลัง มอื ซา้ ยตัง้ วงบน (เขาควาย) มือขวาปอ้ งหนา้ เอยี งซ้าย
“แก้วข้าเอ่ยงามโสภา” ถอนเท้าขวา มือทั้งสองจีบระดับสะเอว แล้วปล่อยแบหงายฝ่ามือ เอียง
ซา้ ย หมุนตัวทางขวา 1 รอบ
ข้นั ที่ 1 ข้นั ที่ 2
ฉนั หลงใหลไปสิ้น แกว้ ขา้ เอ่ยงามโสภา
ภาพท่ี17 ฉนั หลงใหลไปส้ิน แก้วข้าเอ่ยงามโสภา
18. เน้อื รอ้ ง รำท่าโตเล่นหาง ถัดมาทา่ กวางโยนตัว
อธบิ ายทา่ รำ
29
“รำท่าโตเลน่ หาง” เท้าซ้ายวางหลัง มอื ซ้ายสง่ ไปด้านหน้าคว่ำฝ่ามือกดน้ิวกลางและน้ิวชี้ลง มือ
ขวาสง่ หลังแบมอื ตะแคง หนา้ ตรง (รอ้ งซำ้ ทา่ ปฏบิ ัติเหมอื นเดมิ แต่ตรงข้ามกัน)
“ถัดมาท่ากวางโยนตัว” ยกหน้าเท้าซ้าย มือขวาวางซ้อนมือซ้ายระดับอก (ดนตรีรับ
ปฏิบัติการกระโดดตามจังหวะเพลง โดยการกระโดดไปด้านหน้า กระดกขวา นับ1 แล้วเหยียบเท้าขวา ยก
หนา้ ซา้ ย นับ2 ปฏบิ ตั ิสลบั ไปมาจงั หวะชา้ 4 และตอ่ ดว้ ยจังหวะเรว็
ขั้นที่ 1 ข้ันท่ี 2
รำท่าโตเลน่ หาง ถดั มาทา่ กวางโยนตัว
ภาพท่ี18 รำท่าโตเลน่ หาง ถัดมาท่ากวางโยนตวั
19. เนอ้ื รอ้ ง แลว้ รำยวั่ เอาแปง้ แกว้ ขา้ เหอมาผัดหนา้
อธบิ ายท่ารำ
“แล้วรำยั่วเอาแป้ง” เท้าขวาวางหลัง มือขวาแทงมือต้ังวงบน(เขาควาย) มือซ้ายแบลาดแขนงอ
ระดับสะเอว เอียงซา้ ย
“แก้วข้าเหอมาผัดหน้า” ปฏิบัติเท้าลักษณะเดิม มือทั้งสองปฏิบัติท่าลักษณะลูบใบหน้า แล้ว
หมุนตัวทางขวา 1 รอบ
ขั้นท่ี 1 ข้นั ที่2
แล้วรำยัว่ เอาแป้ง แก้วขา้ เหอมาผดั หนา้
ภาพท1ี่ 9 แลว้ รำย่วั เอาแปง้ แก้วขา้ เหอมาผดั หนา้
20. เนื้อร้อง หงส์ทองลอยล่องมันว่ายน้ำมา รำทา่ เหราเลน่ นำ้ แกว้ ข้อเหอสำราญนัก
อธิบายท่ารำ
30
“หงส์ทองลอยล่องมันว่ายน้ำมา” เท้าซ้ายวางหลัง มือซ้ายส่งจีบคว่ำระดับวงบน มือซ้ายส่งจีบ
หลัง หนา้ ตรง
“รำท่าเหราเล่นน้ำ” ลดตัวลงนงั่ ลกั ษณะพับเพยี บทางซ้าย แต่เหยียดเท้าขวาไปด้านหลังใหม้ าก
มือท้ังสองวางกับพ้ืนด้านหน้า หน้าตรง (ดนตรีรับ) โยกหมุนตัวไปตามจังหวะเพลง เม่ือดนตรีเปลี่ยน
จงั หวะปฏบิ ัตกิ ารกลับตัวนงั่ ตามจงั หวะเพลง โดยใช้มอื ยนั พื้นลกั ษณะเดิม)
“แกว้ ขอ้ เหอสำราญนกั ” นั่งพับเพียบพับขาไปทางขวา โยกหมุนตัวไปตามจังหวะเพลง จากนั้น
กลับการนั่งพับเพยี บไปทางซ้าย แล้วโยกหมนุ ตัวตามจังหวะเพลงจนหมดจงั หวะ
หงส์ทองลอยลอ่ งมันวา่ ยนำ้ มา รำทา่ เหราเล่นน้ำแก้วขอ้ เหอสำราญนกั
ภาพท2่ี 0 หงส์ทองลอยลอ่ งมนั วา่ ยนำ้ มา รำท่าเหราเล่นนำ้ แก้วขอ้ เหอสำราญนกั
21. เนือ้ รอ้ ง รำทา่ โตเลน่ หาง ถดั มาท่ากวางเดนิ ดง
อธบิ ายทา่ รำ
“รำท่าโตเล่นหาง” เท้าซ้ายวางหลัง มือซ้ายส่งไปด้านหน้าคว่ำฝ่ามือกดนิ้วกลางและนิ้วช้ีลง มือ
ขวาส่งหลังแบมือตะแคง หน้าตรง (รอ้ งซ้ำท่าปฏบิ ัตเิ หมือนเดมิ แต่ตรงขา้ มกนั )
“ถัดมาท่ากวางเดินดง” เท้าขวาวางหลัง(เคาะเท้า) มือซ้ายมาทาบมือขวา ระดับกลางลำตัว
(ดนตรีรับ เดินก้าวหน้าเท้าขวา เคาะเท้าซ้าย แล้วเปล่ียนเป็นก้าวหน้าเท้าซ้ายเคาะเท้าขวา ไปตามวงจาก
ซ้ายไปขวา
ขน้ั ท่ี 1 ขัน้ ท่ี 2
รำท่าโตเล่นหาง ถัดมาทา่ กวางเดนิ ดง
ภาพท่ี21 รำท่าโตเล่นหาง ถัดมาทา่ กวางเดินดง
22. เน้อื ร้อง รำเป็นทา่ พระสรุ วิ งศ์ แกว้ ขอ้ เอย่ ผู้ทรงศกั ด์ิ
อธิบายท่ารำ
“รำเปน็ ท่าพระสุรวิ งศ์” ยนื ตรงเทา้ ชดิ มอื ทั้งสองพนมมือระดบั อก หน้าตรง
“แก้วข้อเอ่ยผู้ทรงศักด์ิ” ยืนดว้ ยเท้าซ้าย เท้าขวางอเข่าพาดบนเข่าซ้าย มือซ้ายส่งลักษณะบัวชู
ฝกั มือขวาต้ังวงล่าง หนา้ ตรง
31
ข้ันท่ี 1 ข้นั ท่ี 2
รำเปน็ ท่าพระสุรวิ งศ์ แกว้ ขอ้ เอ่ยผ้ทู รงศักด์ิ
ภาพที่22 รำเปน็ ทา่ พระสรุ ิวงศ์ แกว้ ขอ้ เอ่ยผ้ทู รงศักดิ์
23. เน้ือร้อง รำทา่ ชา้ งสารหวา่ นหญ้า พพ่ี ศิ ดูวา่ น่ารกั
อธบิ ายทา่ รำ
“รำท่าช้างสารหวา่ นหญ้า” ยำ่ เท้าถอยหลัง มือขวาวางระดับใต้คาง มือซ้าย หงายแบมือแล้วหมุน
เป็นวง ระดับสะเอว หนา้ ตรง (ร้องรบั ปฏบิ ัติทา่ เดมิ แต่ย่ำเทา้ ไปดา้ นหน้า
“พพี่ ิศดวู า่ น่ารกั ” เทา้ ขวาวางหลัง มอื ขวาป้องหน้า มอื ซา้ ยตงั้ วงบน เอยี งซา้ ย
ขัน้ ท่ี 1 ขน้ั ท่ี 2
รำทา่ ชา้ งสารหว่านหญา้ พพ่ี ศิ ดูว่านา่ รัก
ภาพท่ี23 รำท่าชา้ งสารหวา่ นหญ้า พพ่ี ิศดวู ่านา่ รกั
24. เนอ้ื ร้อง รำทา่ พระลกั ษณแ์ ผลงศร แกว้ ข้อเอ่ยจรลี
อธิบายทา่ รำ
“รำท่าพระลักษณ”์ ยนื รวมเทา้ มอื ท้ังสองพนมมอื ระดับอก หนา้ ตรง
“แผลงศร” เหว่ียงเท้าขวาไปหลัง แล้วค่อยวางส้นเท้าด้านหน้า มือทั้งสองรวมกันระดับ
สะเอวซ้าย จากน้ันดึงมือขวาจีบมือซ้ายลักษณะต้ังวง เอียงขวา (ร้องซ้ำแผลงศร” ปฏิบัติลักษณะเดิมแต่
ตรงขา้ มกนั
“แก้วข้อเอ่ยจรลี” ชิดเท้าเบี่ยงตัวทางซ้าย มือซ้ายม้วนจีบแล้วปล่อยเป็นวงหน้า มือขวาส่งจีบ
หลัง หนาตรง (ร้องรบั ว่งิ ซอยเท้าตามกันเป็นวงหมุนตวั ทางซ้าย)
32
ขัน้ ท่ี 1 ขนั้ ท่ี 2 ขั้นที่ 3
รำท่าพระลกั ษณ์ แผลง ศร
แกว้ ขอ้ เอ่ยจรลี
ภาพที่24 รำท่าพระลกั ษณ์แผลงศร แก้วขอ้ เอย่ จรลี
25. เน้ือรอ้ ง รำทา่ ขีห้ นอนฟอ้ นฝูง ถัดมานกยงู ฟ้อนหาง
อธบิ ายท่ารำ
“รำท่าข้ีหนอนฟ้อนฝูง” ยืนด้วยเท้าซ้าย เท้าขวายกไปเกี่ยวด้วยแขนขวาที่ทำจีบปรกข้าง มือขวา
ตง้ั วงบน (เขาควาย) หน้าตรง
“ถดั มานกยงู ฟ้อนหาง” เท้าขวาวางหลัง มือทั้งสองส่งไปด้านหลัง(กระดิกปลายน้ิว) เอียงซ้าย
(ร้องซ้ำยงู ฟอ้ นหาง) ปฏิบตั ิลักษณะเดมิ แต่ตรงขา้ มกัน
ขั้นที่ 1 ขั้นท่ี 2
รำทา่ ขหี้ นอนฟ้อนฝูง ถดั มานกยูงฟอ้ นหาง
ภาพท่ี25 รำท่าขีห้ นอนฟ้อนฝงู ถดั มานกยูงฟ้อนหาง
33
26. เน้ือร้อง ทำขัดจางหยางให้นางรำ แก้วขา้ เอย่ ทงั้ สองศรี
อธิบายทา่ รำ
“ทำขัดจางหยาง” เท้าซ้ายวางหลัง มือท้ังสองกำมือชูน้ิวช้ีและน้ิวกลาง ระดับวงกลาง ม้วนจาก
ซ้ายไปขวา หน้าตรง “ให้นางรำ” มือขวาตั้งวงกลาง มือซ้ายจีบต่อศอก เอียงขวา (ร้องซ้ำขัดจากหยางให้
นางรำ) ปฏบิ ัตทิ ่าเดิมแต่ตรงข้ามกนั
“แก้วขา้ เอ่ยทงั้ สองศรี” เท้าขวาวางหลัง มือท้ังสองกำมือชูน้ิวช้ีและนิ้วกลาง ระดับวงกลาง
เอียงซ้าย
(รอ้ งรบั ) ปฏบิ ตั ทิ า่ เดิมหมุนตัวทางขวา 1 รอบ
ขั้นที่ 1 ขน้ั ที่ 2
ทำขดั จางหยาง ให้นางรำ
ขัน้ ท่ี 3 ขั้นท่ี 4
ทำขัดจางหยาง ใหน้ างรำ
แกว้ ข้าเอย่ ทั้งสองศรี
ภาพท่ี26 ทำขัดจางหยางให้นางรำ แก้วข้าเอย่ ท้งั สองศรี
27. เนอื้ ร้อง แลว้ ซดั ขน้ึ ให้เป็นวง แล้วมานัง่ ลงให้ไดท้ ่ี
อธิบายทา่ รำ
“แล้วซัดขึ้นให้เป็นวง” เท้าขวาวางหลัง มือทั้งสองม้วนมือจีบแล้วปล่อยเป็นวงกลาง (ปลายนิ้ว
เขา้ หากัน) หนา้ ตรง จากนั้นหมุนรอบตัวเองทางขวา 1 รอบ
“แล้วมาน่ังลงให้ไดท้ ่ี” ลดตัวลงน่ังไขว้เท้า โดยเท้าขวาทับไขว้เท้าซ้าย มือยังปฏิบัติลักษณะ
เดมิ หน้าตรง
34
ขน้ั ที่ 1 ขั้นท่ี 2
แลว้ ซดั ข้นึ ให้เปน็ วง แล้วมานั่งลงให้ได้ที่
ภาพท่ี27 แล้วซดั ขึ้นให้เป็นวง แลว้ มาน่ังลงใหไ้ ดท้ ี่
28. เนอ้ื รอ้ ง คอ่ ยชกั สซี อสามสาย แก้วข้าเอ่ยยา้ ยเพลงรำ
อธบิ ายทา่ รำ
“ค่อยชักสีซอสามสาย” น่ังไขว้เท้าลักษณะเดิม มือขวาส่งจีบปรกข้าง มือซ้ายจีบตะแคงมือ
ระดับอก เอียงขวา (ดนตรีรับ) มือซ้ายสะบัดข้อมือ ปลายจังหวะปล่อยเป็นวงบน ปฏิบัติซ้ำท่าจนหมด
จังหวะ
“แก้วข้าเอ่ยยา้ ยเพลงรำ” สะบดั มือซา้ ย ปล่อยเปน็ ตงั้ วงบน(เขาควาย) หน้าตรง
ขั้นท่ี 1 ขั้นท่ี 2
คอ่ ยชักสซี อสามสาย แก้วข้าเอ่ยย้ายเพลงรำ
ภาพท่ี28 ค่อยชักสีซอสามสาย แก้วข้าเอย่ ยา้ ยเพลงรำ
29. เน้อื รอ้ ง รำท่ากระบี่ตีทา่ ออจีนมาสาวไส้
อธิบายท่ารำ
“รำท่ากระบี่ตีท่า” ตบเท้าขวาแล้วก้าวหน้า มือมือขวาแทงมือไปด้านหน้า มือซ้ายแทงมือตั้งวง
บน (เขาควาย) เอยี งขวา (รอ้ งรบั นีท่ ่ากระบตี่ ที ่า) ปฏบิ ตั ทิ า่ ลกั ษณะเดมิ แต่ตรงขา้ มกนั
“ออจีนมาสาวไส้” เท้าซา้ ยก้าวหนา้ ก้มตัวเลก็ น้อย มอื จบี จากสะเอวยกสูงลกั ษณะวงบน มอื ซา้ ย
ตงั้ วงลา่ ง หนา้ ตรง จากนัน้ ย่ำเทา้ เปล่ยี นมอื สลับการจีบ จนหมดจังหวะรับ
35
ข้นั ท่ี 1 ขน้ั ที่ 2
รำทา่ กระบต่ี ีทา่
ขน้ั ที่ 3
ออจีนมาสาวไส้
ภาพที่29 รำท่ากระบี่ตที า่ ออจนี มาสาวไส้
30. เนือ้ รอ้ ง รำท่าชะนีร่ายไม้ แกว้ ข้าเอ่ยดเู ฉอ่ื ยฉ่ำ
อธิบายทา่ รำ
“รำท่าชะนีรา่ ยไม้” ยืนด้วยเท้าซ้าย เทา้ ขวาแกว่งหมุนเท้าจากขวาไปซ้าย มือซ้ายยกสูงลักษณะ
วงบนแตก่ ำมอื ลักษณะเกาะกิ่งไม้ มือขวากำมือแกวง่ หมนุ จากขวาไปซ้าย หน้าตรง
“แก้วข้าเอ่ยดูเฉ่ือยฉ่ำ” เท้าขวาวางหลัง หมุนตัว จากขวาไปซ้าย 1 รอบ มือยังปฏิบัติลักษณะ
เดมิ
รำท่าชะนีรา่ ยไม้ แกว้ ข้าเอย่ ดเู ฉอื่ ยฉ่ำ
ภาพท่ี30 รำท่าชะนรี ่ายไม้ แกว้ ขา้ เอ่ยดูเฉือ่ ยฉ่ำ
36
31. เนือ้ รอ้ ง ทา่ เมขลาล่อแกว้ ลอ่ แล้วมาชักลำนำ
อธิบายท่ารำ
“ท่าเมขลาล่อแก้ว” เท้าซ้ายยกข้าง มือขวาต้ังวงบน มือซ้ายล่อแก้วเหยียดแขนตึงระดับไหล่
หนา้ ตรง (ร้องรับออกน่เี มขลาลอ่ แกว้ )
“ล่อแลว้ มาชักลำนำ” เปล่ียนเป็นกระดกไขว้เท้าขวา มอื ขวาม้วนมอื จีบปล่อยเป็นวงบน มือซ้าย
ลอ่ แก้วแขนตึง ไว้ใกล้เท้าซา้ ย เอียงขวา
ขน้ั ท่ี 1 ขั้นท่ี 2
ท่าเมขลาล่อแก้ว ลอ่ แล้วมาชกั ลำนำ
ภาพที่31 ท่าเมขลาล่อแก้ว ลอ่ แล้วมาชกั ลำนำ
32. เนอ้ื รอ้ ง มันเป็นเพลงรำแตก่ ่อน แก้วข้าเอ่ยครสู อนมา
อธบิ ายทา่ รำ
“มนั เปน็ เพลงรำแตก่ อ่ น” ลดตัวลงตง้ั เข่าซ้าย คกุ เขา่ ขวา มอื ทง้ั สองพนมมอื ระดับอก หนา้ ตรง
“แก้วขา้ เอ่ยครูสอนมา” ลงนัง่ พับเพียบพับเข่าทางซ้าย มอื ท้ังสองไหว้เหนือศีรษะ แล้วลงกราบ
(ร้องรบั จะไหว้กราบลงลกั ษณะเดิม อกี 2 ครัง้
ข้ันที่ 1 ขั้นที่ 2
มนั เปน็ เพลงรำแต่ก่อน แก้วขา้ เอย่ ครูสอนมานำ
ภาพที่32 มนั เปน็ เพลงรำแตก่ ่อน แก้วข้าเอย่ ครูสอน
37
สรุป
โนราบทประถมมีการประสมท่า โนราบทปฐมน้ันเป็นบทรำและบทร้อง เพื่อบูชาครู ในพิธีโนรา
โรงครู ท่ารำต่างๆ เป็นท่าท่เี ลียนแบบ ธรรมชาติ รปู แบบชีวิต สัตว์ และ ลักษณะสังคม ฯลฯ ซึ่งเปน็ ท่าที่
แตกตออกมาจาก ทา่ รำต้นฉบบั 12 ท่า ครูของโนราแต่ละโรง
ทำนองบทปฐมนี้จะร้องบทบทเพลงทับเพลงโทนของโนรา มีต้นเสียงร้องเป็นหลัก และมีการร้อง
รับของลกู ค่ปู ระสานเสยี งอย่างลงตวั ท่ารำให้รายละเอียดของของทา่ ปฐม
38
คำถามทบทวน
แบบฝึกหดั ที่ 1 เรือ่ ง รำโนราบทปฐม
***************************************************************************
คำชี้แจง : ให้นกั เรียนตอบคำถามและอธิบายตามสิง่ กำหนดใหต้ อ่ ไปนี้ (10 คะแนน)
1. อธิบายมโนราบทปฐมพอสังเขป
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................................ ...........................
........................................................................................................ ...............................................................
............................................................................................................................. ..........................................
....................................................................................................................................................... ................
................................................................................................................... ....................................................
............................................................................................... ........................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
.............................................................................................................................................. .........................
.......................................................................................................... .............................................................
............................................................................................................................. ..........................................
......................................................................................................................................................... ..............
..................................................................................................................... ...........................................
2. อธบิ ายประวตั ชิ ดุ การแสดงพอสงั เขป
.........................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................... ........................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................... ............................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
39
แบบฝึกหัดท่ี 2 เร่ือง เพลงประกอบการแสดง
**********************************************************************
คำช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามและอธิบายตามส่งิ กำหนดให้ต่อไปน้ี (10 คะแนน)
1.ใหน้ กั เรยี นเตมิ เนื้อเพลงทีเ่ ว้นไวใ้ หถ้ ูกตอ้ ง
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................
........................................................................
40
แบบฝึกหดั ท่ี 3 เรอื่ ง องค์ประกอบของการแสดง
**********************************************************************
คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามและอธิบายตามส่ิงกำหนดใหต้ ่อไปน้ี (10 คะแนน)
1. การขบั ร้องเพลงโนราตอ้ งมีลักษณะอยา่ งไรถงึ จะนา่ ฟัง
............................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................. ..........................................
.........................
2. เครื่องดนตรโี นรามีอะไรบ้าง
.........................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................... ........................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................... .............................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................
41
แบบฝกึ หดั ที่ 4 เรื่อง ท่ารำ
**********************************************************************
คำชแ้ี จง : ให้นกั เรียนตอบคำถามและอธิบายตามสง่ิ กำหนดให้ตอ่ ไปนี้ (10 คะแนน)
1. จากรปู คอื ท่าอะไร พร้อมอธบิ ายทา่ รำให้ถูกต้อง
............................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
2. จากรูปคอื ท่าอะไร พร้อมอธิบายท่ารำให้ถกู ต้อง
.........................................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................................
42
แบบทดสอบหลังเรียน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ สาระนาฏศลิ ป์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3
เรือ่ ง โนราบทปฐม รหัสวิช ศ31204 เวลา 10 นาที คะแนน 10
**********************************************************************************
คำชีแ้ จง : ให้นักเรยี นเลือกคำตอบที่ถูกท่สี ุดแลว้ ทำเคร่ืองหมาย (×) ลงในกระดาษคำตอบ
1. นายโรง มีความหมายวา่ อยา่ งไร
ก. เจ้าของคณะ
ข.นักแสดง
ค. เจ้าของงาน
ง. ผ้ชู ม
จ. นักดนตรี
2. ตัวเลอื กใดอธบิ าย “เทรดิ ” ไดถ้ ูกต้องท่สี ดุ
ก. ผ้านุ่งสำหรบั โนรา ข. ลกู ปดั คลมุ ไหล่
ค. เคร่อื งสวมศีรษะ ง. เครือ่ งสวมเลก็
จ.เครื่องทดั หู
3. “เคร่อื งเบญจ” ใชเ้ รียกอะไรของการแสดงโนรา
ก. ทา่ รำ ข. เครอื่ งดนตรี
ค. บทรอ้ ง ง. เส่อื ปแู สดง
จ.เคร่ืองแต่งกาย
4. การแสดงโนราเป็นศิลปะการละเล่นของคนในแถบภาคใด
ก. ภาคเหนอื ข. ภาคกลาง
ค. ภาคอีสาน ง. ภาคใต้
จ.ภาคตะวนั ตก
5. นางนวลทองสำลีไดถ้ ูกลอยแพไปตดิ ทเ่ี กาะอะไร
ก. เกาะมาลายู ข. เกาะหนูเกาะแมว
ค. เกาะสชี งั ง. เกาะสมุย
จ. เกาะพะงัน
6. ทา่ หันเปน็ มอญ มือตงั้ วงอยรู่ ะดับใด
ก. ระดับสะเอว ข. ระดับอก
ค. ระดบั หางตา ง. วงเขาควาย
จ. ระดบั ไหล่
43
7. นางนวลทองสำลีถูกเนรเทศออกจากเมืองไปโดยใช้พาหนะชนดิ ใด
ก. เรือ ข. เครอ่ื งบนิ
ค. แพ ง. รถยนต์
จ.มอเตอร์ไซ
8. ต้ังตน้ ให้เป็นปฐม ............... คำที่หายไปควรเปน็ ตวั เลือกใด
ก.ถดั มาพระพรหมส่ีหน้า ข.รำเปน็ ท่าสอดสร้อย
ค.ร้อยให้ห้อยเปน็ พวงมาลา ง.ทำเวโหนโยนชา
จ.แกว้ ขา้ เอยใหน้ ้องนอน
9. ตามตำนานเชอ่ื ว่าโนราเกิดขนึ้ ท่จี งั หวดั ใด
ก. สงขลา ข. นครศรีธรรมราช
ค. ตรงั ง. พทั ลงุ
จ.กระบ่ี
10. เจ้าพระยาสายฟ้าฟาดมีศักดเ์ิ ปน็ อะไรกบั ขนุ ศรีศรทั ธาหรือเด็กชายน้อย
ก. พ่อ ข.ลุง
ค. อา ง. ยาย
จ.ตา
บรรณารกุ รรม