The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มโนราห์บทระไวยระเวก ( นางสาว กรกนก นุ่นแก้ว)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Fern Kornkanok, 2022-11-24 22:49:11

มโนราห์บทระไวยระเวก ( นางสาว กรกนก นุ่นแก้ว)

มโนราห์บทระไวยระเวก ( นางสาว กรกนก นุ่นแก้ว)

มโนราห์บทระไวยระเวก

ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 4

นางสาวกรกนก นุ่นแก้ว
นางสาวอนุธิดา พลายชุม
นางสาวศิริรัตน์วชั รกาญจน์
นางสาวดวงฤทยั ยุทธไชย

สาขานาฏศิลป์ คณะครุศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครศรีธรรมราช ปี พุทธศักราช 2565



คานา

เอกสารประกอบการเรียนราโนราบทปฐม ฉบบั น้ีจดั ทาข้ึนโดยมีวตั ถุประสงคเ์ พอ่ื ใชเ้ ป็นสื่อ
การเรียนการสอนการแสดงพ้ืนบา้ นโนราของนกั เรียน ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 3 ตลอดท้งั ผสู้ นใจ
เรียนรู้ที่ตอ้ งการพฒั นาทกั ษการแสดงโนรา

สารระสาคญั ของเอกสารประกอบดว้ ย ประวตั ิของการราโนราบทปฐม องคป์ ระกอบการแสดง
ผแู้ สดง ดนตรีประกอบการแสดง เคร่ืองแตง่ กาย และ การอธิบายทา่ ราโนราบทปฐม

ขอขอบคุณผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรวฒั น์ ช่างสาน อาจารยป์ ระจาวิชาการแสดงโนรา ที่ช้ีแนะ
พฒั นาเอกสารจนสมบูรณ์เป็นส่ือที่ดีมีประโยชน์ ขอบคุณศิลปิ นโนรากลอยใจดาวรุ่ง ท่ีเสียสละเวลามา
เป็นวทิ ยากรแนะนาการพฒั นาสร้างผลสัมฤทธ์ิที่ดีของงานเอกสารคร้ังน้ี จึงขอบคณุ มา ณ โอกาสน้ี

คณะผจู้ ดั ทา



สารบญั
เรื่อง หน้า
คานา.......................................................................................................................................... 2
สารบญั ....................................................................................................................................... 3
สารบญั ภาพ................................................................................................................................ 4
คาช้ีแจงการใชเ้ อกสาร................................................................................................................ 4
สาระสาคญั ................................................................................................................................. 5
วตั ถุประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม.......................................................................................................... 5
แบบทดสอบก่อนเรียน................................................................................................................. 6
กระดาษคาตอบ........................................................................................................................... 7
หวั ขอ้ เน้ือหาประจาบท................................................................................................................ 8
ประวตั ิความเป็นมา..................................................................................................................... 9
ตานานท่ีเล่าโดยขนุ อุปถมั ภว์ รากร............................................................................................... 9
ตานานละครชาตรี....................................................................................................................... 10
ประวตั ิชุดการแสดง..................................................................................................................... 11
ผแู้ สดง......................................................................................................................................... 11
ดนตรีและเพลง............................................................................................................................ 12
เพลงประกอบการแสดง............................................................................................................... 13
เครื่องแต่งกาย............................................................................................................................. 14-19
ทา่ รา............................................................................................................................................ 20-35
คาถามทบทวน............................................................................................................................ 36-37
แบบทดสอบหลงั เรียน................................................................................................................. 38-39
บรรณานุกรม............................................................................................................................... 40
ภาคผนวก.................................................................................................................................... 41



ภาพที่ สารบัญภาพ
ภาพที่ 1
ภาพท่ี 2 หน้า
ภาพที่ 3 เทริด.................................................................................................................... 17
ภาพที่ 4 บ่า....................................................................................................................... 18
ภาพที่ 5 ปิ้ งคอ.................................................................................................................. 18
ภาพท่ี 6 รอบอก................................................................................................................. 18
ภาพที่ 7 ปี กนกแอน........................................................................................................... 18
ภาพที่ 8 สร้อยคอ............................................................................................................... 19
ภาพท่ี 9 หางหงส์............................................................................................................... 19
ภาพท่ี 10 ผา้ นุ่ง.................................................................................................................... 20
ภาพท่ึ 11 หนา้ เพลา.............................................................................................................. 20
ภาพที่ 12 ผา้ หอ้ ย.................................................................................................................. 20
ภาพท่ี 13 กาไลแขน............................................................................................................. 20
ภาพทิ่ 14 เลบ็ ....................................................................................................................... 21
ท่านาฏศพั ท.์ ......................................................................................................... 22
ทา่ รา..................................................................................................................... 23-38

คาชีแ้ จงสาหรับนักเรียนในการใช้เอกสารประกอบการเรียน

เร่ือง มโนราห์บทระไวยระเวก สาหรับช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4
1. เอกสารเรื่องมโนราหบ์ ทระไวระเวก เป็นเอกสารที่มีความสมบรู ณ์ในเล่ม นกั เรียนตอ้ งทา
ความเขา้ ใจกบั คาช้ีแจง ตรวจสอบวตั ถุประสงค์ ตรวจสอบสาระสาคญั ทาแบบฝึกหดั ก่อนเรียน แลว้ จึง
ศึกษาสาระในเล่มท้งั หมด อา่ นสรุป และทาคาถามทบทวนท่ีมีในเล่มทุกคร้ัง ทาแบบทดสอบหลงั เรียน
อยา่ งมีสมาธิและเขา้ ใจ
2. นกั เรียนตอ้ งอา่ นหนงั สือทกุ หนา้ เพ่อื ทาความเขา้ ใจ หากมีขอ้ สงสัยใหถ้ ามครู
3. นกั เรียนปฏิบตั ิตามกิจกรรมอยา่ งเคร่งครัด โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ แบบทดสอบก่อนเรียน/หลงั
เรียน นกั เรียนจะตอ้ งมีความซ่ือสัตยโ์ ดยจะตอ้ งทาดว้ ยตนเองอยา่ งเคร่งครัด
4. .เมื่อนกั เรียนเรียนและทากิจกรรมในเลม่ เสร็จ จะตอ้ งเก็บเอกสารประกอบการเรียนส่งครูเพ่อื
จะไดบ้ นั ทึกคะแนน
5. หากนกั เรียนอา่ นคาถามในกิจกรรมไม่เขา้ ใจจะตอ้ งตรวจสอบกบั คณุ ครูเทา่ น้นั โดยไม่ถาม
เพ่อื น

1

มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 3.2 เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งนาฏศิลป์ ประวตั ิศาสตร์และวฒั นธรรม เห็นคณุ ค่าของ

นาฏศิลป์ ท่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรมภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน ภมู ิปัญญาไทยและสากล

ตัวชี้วดั
ศ 3.2 ม.4/1 เปรียบเทียบการนาการแสดง ไปใชใ้ นโอกาสต่างๆ
ศ 3.2 ม.4/3 บรรยายววิ ฒั นาการของนาฏศิลป์ และการละครไทย
ศ 3.2 ม.4/4 นาเสนอแนวคิดในการอนุรักษน์ าฏศิลป์ ไทย

สาระการเรียนรู้
1. ประวตั ิความเป็นมามโนราหบ์ ทระไวยระเวก
2. องคป์ ระกอบชุดการแสดงมโนราห์บทระไวยระเวก
3. ผแู้ สดงมโนราหบ์ ทระไวยระเวก
4. คนตรีประกอบการแสดงมโนราหบ์ ทระไวยระเวก
5. เพลงประกอบการแสดงมโนราหบ์ ทระไวยระเวก

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนบอกความหมายของบทร้องมโนราห์บทระไวยระเวกไดถ้ กู ตอ้ ง
2. นกั เรียนสามารถร้อง และรับบทร้องมโนราห์บทระไวยระเวกไดถ้ กู ตอ้ ง
3. นกั เรียนบอกท่ารามโนราห์บทระไวยระเวกไดถ้ กู ตอ้ ง
4. นกั เรียนสามารถบอกเครื่องแตง่ กายของมโนราห์ไดถ้ ูกตอ้ ง
5. รักและช่ืนชมการแสดงนาฏศิลป์ พ้ืนบา้ นไทยมโนราหใ์ นเชิงอนุรักษ์

วิธสี อนและกจิ กรรมการเรียนการสอน
1. วธิ สี อน
วิธีสอนมีการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนโดยใชว้ ิธีการสอนท่ีหลากหลายมีการจดั การเรียน

การสอนแบบอธิบาย อภิปรายและการฝึกปฏิบตั ิ การทางานกลุม่ ทาแบบทดสอบก่อนเรียน / หลงั เรียน
และการทาแบบฝึกหดั ทา้ ยบท

2. กจิ กรรมการเรียนการสอน
การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนประจาบทน้ีผสู้ อนตอ้ งใชป้ ระกอบแผนการจดั การเรียนรู้
ท่ี 1-2 จากคู่มือการใชน้ วตั กรรมเอกสารประกอบการเรียนราโนราบทครูสอ

2

ส่ือการเรียนการสอน
1. คมู่ ือการใชเ้ อกสารประกอบการ
2. เอกสารประกอบการเรียน

การวดั ผลและประเมินผล
กระบวนการวดั ผลประเมนิ ผล
1. วธิ ีการ
1.1 สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
1.2 สงั เกตพฤติกรรมรายกล่มุ
1.3 ตรวจแบบฝึกหดั
1.4 ทดสอบก่อนเรียน / หลงั เรียน
2. เครื่องมือ
2.1 แบบประเมินพฤติกรรมรายบคุ คล
2.2 แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม
2.3 แบบเฉลยแบบฝึกหดั ทา้ ยบทท่ี 1
2.4 แบบทดสอบก่อนเรียน / หลงั เรียน
2.5 แบบเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน / หลงั เรียน
3. เกณฑ์การวดั ผลประเมนิ ผล
3.1 ทาแบบทดสอบผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 80
3.2 ทาแบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 80

3

แบบทดสอบก่อนเรียน

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระนาฏศิลป์ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี 4

เร่ือง มโนราห์บทระไวระเวก รหัสวิชา ศ 31204 เวลา 10 นาที คะแนน 10คะแนน

**********************************************************************

คาชีแ้ จง: ให้นักเรียนเลือกคาตอบท่ีถูกท่สี ุดแล้วทาเครื่องหมาย(×)ลงในกระดาษคาตอบ

1.การแสดงโนราเป็ นศิลปะการละเล่นของคนในภาคใด

ก. ภาคเหนือ

ข. ภาคกลาง

ค. ภาคอีสาน

ง. ภาคใต้

2. นางศรีมาลามีธิดาชื่อว่าอะไร
ก.นางนวลทองสาลี
ข.นางนวลทองสาลี
ค.นางทองสาสี
ง.นางทองนวลสาลี

3.นางทองสาลที รงครรภ์ เพราะเสวยอะไร
ก.เกสรดอกบวั
ข.เกสรดอกมะลิ
ค.เกสรดอกเขม็
ง.ดอกกหุ ลาบ

4.นางนวลทองสาลสี ุบนิ ว่ามีเทพธดิ ามาร่ายราให้ดู ท่ารามที ้ังหมดกที่ ่า
ก.8 ทา่
ข.10 ทา่
ค.12 ท่า
ง.14 ท่า

4

5.พระยาสายฟ้าฟาดทรงจ่ึงรับส่ังให้นางนวลทองสาลไี ปไหน
ก.ไปอยใู่ นป่ า
ข.ไปอยเู่ มืองอ่ืน
ค.ไปลอยแพ
ง.ไปขงั ในถ้า

6.แพของนางทองสาลไี ปตดิ เกาะอะไร
ก.เกาะกะชงั
ข.เกาะราชา
ค.เกาะสิมิลนั
ง.เกาะตาชยั

7.ดนตรีประโคมทน่ี างนวลทองสาลไี ด้เห็นมอี ะไรบ้าง
ก.กลองทบั ฉิ่งป่ี ขลุ่ย
ข.กลองระนาด ฉิ่งป่ี ตะโพน
ค.กลองทบั ฉ่ิงป่ี ตะโพน
ง.กลองทบั โหม่งฉิ่งป่ี และแตระ

8.การแสดงมโนราห์เป็ นเรื่องราวบนเวทีในแต่ละคร้ังประกอบด้วยอะไรบ้าง
ก.ตวั นายโรงตวั ตลกนางรา
ข.ตวั นายโรงตวั ตลกนางราตวั เอก
ค.ตวั นายโรงตวั ตลก
ง.ตวั นายโรง นางรา

5

9.จากรูปเป็ นท่าอะไร

ก.ราแพน
ข.น่ีมายกยา่ งใหต้ ีนขดั
ค.มาซดั ใหเ้ ป็นดอกบวั ตมู ”
ง.จบั ระบา

10.ตวั เลือกใดไม่ใช่องค์ประกอบของการแสดงโนรา
ก. เคร่ื องเสียง
ข. เคร่ื องแต่งกาย
ค.ผแู้ สดง
ง. ท่ารา

6

กระดาษคาตอบ

โรงเรียน......................................................................ปี การศึกษา...........................
ชื่อ..........................................................................ช้นั ...................เลขที่................
กลมุ่ สาระการเรียนรู้.....................วนั ที่..............เดือน...................พ.ศ..................

ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง
16
27
38
49
5 10

ประเมินผล
เตม็

ได้

7

ราโนราบทระไวระเวก

บทระไวระเวก เป็นการราตีท่าราตามเน้ือหาเน้ือหาสาระของบทร้องที่เกี่ยวกบั การสื่อ
ความหมายถึงการไดร้ าของเหล่านางหงส์ หรือนางข้ีนอน(กินนร)ในทา่ ราลีลาตา่ งๆของแตล่ ะนางเช่น
การบิน การแนะนาตวั เองใหเ้ ห็นความสวยงามของตนเองการราหวี ผมการเลียนแบบ ตวั ละครสตั วใ์ น
วรรณคดี การต่อสู้ การส่งน้าเป็นตน้ ซ่ึงบทโดยเลขมกั นิยมนาแสดงในลกั ษณะของการราหมู่หลายหลาย
คนในลกั ษณะการราแบบเขา้ ค่กู นั เทคนิคการราระไวระเวกจะตอ้ งมีหลกั การฝึกฝนท่ีถูกตอ้ งอยา่ งลึกซ่ึง
จะไดม้ ีความมน่ั ใจที่จะสร้างสรรคท์ ่าราไหม้ ีคณุ ภาพ เพื่อความถูกตอ้ งในเอกสารฉบบั น้ี จะนาเสนอ
ความหมาย ประวตั ิโนรา องคป์ ระกอบของการแสดง บทร้อง และท่าราระไวระเวก

ประวัติชุดการแสดง
ตานานท่ีเล่าโดยขุนอุปถมั ภน์ รากร (โนราพุ่มเทวา) อาเภอควนขนุน จงั หวดั พทั ลุงความว่าพระ

ยาสายฟ้าฟาดเป็ นกษตั ริยค์ รองเมืองๆ หน่ึง มีชายาชื่อนางศรีมาลา มีธิดาช่ือนางนวลทองสาลี วนั หน่ึง
นางนวลทองสาลีสุบินวา่ มีเทพธิดามาร่ายราใหด้ ู ท่ารามี 12 ท่า มีดนตรีประโคม ไดแ้ ก่ กลอง ทบั โหม่ง
ฉ่ิง ปี่ และแตระ นางให้ทาเครื่องดนตรีและหัดราตามท่ีสุบินเป็ นท่ีครึกคร้ืนในปราสาทอยู่มาวนั หน่ึง
นางอยากเสวยเกสรบวั ในสนะหนา้ วงั คร้ันนางกานลั เก็บถวายให้เสวย นางก็ทรงครรภ์ แต่ยงั คงเล่นรา
อยู่ตามปกติ วนั หน่ึงพระยาสายฟ้าฟาดเสด็จมาทอดพระเนตรการราของธิดา เห็นนางทรงครรภ์ทรง
ซักไซ้เอาความจริง ไดค้ วามเหตุเพราะเสวยเกสรบวั พระยาสายฟ้าฟาดทรงไม่เชื่อ และทรงเห็นวา่ นาง
ทรงทาให้อปั ยศ จึงรับส่ังให้เอานางลอยแพ พร้อมดว้ ยสนมกานลั 30 คน แพไปติดเกาะกะชงั นางจึงเอา
เกาะน้นั เป็นที่อาศยั ต่อมาไดป้ ระสูติโอรส ทรงสอนใหโ้ อรสราโนราไดช้ านาญ แลว้ เล่าเรื่องแตห่ นหลัง
ให้ทราบต่อมากุมารนอ้ ยซ่ึงเป็ นโอรสของนางนวลทองสาลีไดโ้ ดยสารเรือพ่อคา้ ไปเท่ียวราโนราไปยงั
เมืองพระอยั กาเร่ืองเล่าลือไปถึงพระยาสายฟ้าฟาด ๆ ทรงปลอมพระองค์ไปดูโนรา เห็นกุมารน้อยมี
หน้าตาคลา้ ยพระธิดา จึงทรงสอบถามจนได้ความจริงว่าเป็ นพระราชนัดดา จึงรับส่ังให้เขา้ วงั และให้
อามาตยไ์ ปรับนางนวลทองสาลีจากเกาะกะชงั แต่นางไม่ยอมกลบั พระยาสายฟ้าฟาดจึงกาชบั ให้จบั มดั
ข้ึนเรือพามา คร้ันเรือมาถึงปากน้า จะเขา้ เมืองก็มีจระเขล้ อยขวางทางไว้ ลูกเรือจึงตอ้ งปราบจระเข้ คร้ัง
นางเขา้ เมืองแลว้ พระยาสายฟ้าฟาดไดท้ รงจดั พธิ ีรับขวญั ข้ึน และใหม้ ีการราโนราในงานน้ีโดยประทาน
เคร่ืองตน้ อนั มีเทริด กาไลแขน ป้ันเหน่ง สังวาลพาดเฉียง 2 ขา้ ง ปี กนกแอ่น หางหงส์ สนับเพลา ฯลฯ
ซ่ึงเป็นเคร่ืองทรงของกษตั ริยใ์ หเ้ ป็นเครื่องแต่งตวั โนราและพระราชทานบรรดาศกั ด์ิใหแ้ ก่กุมารนอ้ ยราช
นดั ดาเป็ นขุนศรีศรัทธาอีกตานานที่เป็ นตานานละครชาตรีกรมศิลปากรปรากฎในหนังสือการเล่นของ
ไทย สรุปความว่า ทา้ วทศมาศนางสุวรรณดารา ครองกรุงศรีอยุธยา มีพระธิดา ช่ือนางนวลสาลี คร้ัน
นางนวลสาลีเจริญวยั เทพยดาไดม้ าปฏิสนธิในครรภโ์ ดยที่นางมิไดม้ ีสวามี ความทราบถึงทา้ วทศวงศ์ จึง

8

ทรงให้โหรทานายได้ความว่า ชะตาบ้านเมืองจะบงั เกิดนักเลงชาตรี ทา้ วทศวงศ์เกรงจะอบั อายแก่
ชาวเมือง จึงให้เอานางลอยแพไปเสีย เทพยดาบนั ดาลให้แพไปติดเกาะสีชงั แลว้ เนรมิตศาลาให้นางอยู่
อาศยั เม่ือครรภค์ รบทศมาสก็ประสูติพระโอรส เทพยดานาดอกมณฑาสวรรคม์ าชุบเป็นนางนมชื่อแม่ศรี
มาลา แลว้ ชุบแม่เพียน แม่เภา เป็นพี่เล้ียง ตอ่ มานางศรีมาลาและพ่ีเล้ียงกุมารไปเท่ียงป่ า ไดเ้ ห็นกินนรร่าย
ราในสระอโนตดั นทีก็จาได้ เมื่อกุมารชนั ษาได้ 9 ปี เทพยดาให้นามวา่ พระเทพสิงหร แลว้ เทพยดาเอา
ศิลามาชุบเป็ นพรานบุญ พร้อมกบั ชุบหน้ากากพรานให้ดว้ ย พรานบุญเล่นราอยู่กับพระเทพสิงหรได้
ขวบปี ก็ชวนกนั ไปเที่ยวป่ าขณะนอนหลบั ใตต้ น้ รังในป่ าเทพยดาลงมาบอกท่าราให้ 12 ท่า ท้งั เนรมิตทบั
ให้ 2 ใบ เนรมิตกลองให้ใบหน่ึงแลว้ ชุบขุนศรัทธาข้ึนให้เป็ นโนราเมื่อพระเทพสิงหลและพรานบุญตื่น
ข้ึนเห็นขุน ศรัทธา ทบั และกลอง ก็ยินดีชวนกนั กลบั ศาลาท่ีพกั จากน้นั เทพยดาก็เนรมิตเรือให้ลาหน่ึง
บคุ คลท้งั หมดจึงไดอ้ าศยั เรือกลบั อยธุ ยา เที่ยวเล่นราจนลือกนั ทวั่ วา่ ชาตรีราดีนกั ทา้ วทศวงศจ์ ึงรับสั่งให้
เขา้ เฝ้า ทอดพระเนตรเห็นนางนวลสาลีกท็ รงจาไดต้ รัสถามความหนหลงั แลว้ โปรดปรานประทานเครื่อง
ตน้ ใหพ้ ระเทพสิงหรใชเ้ ลน่ ชาตรีดว้ ย

องค์ประกอบของการแสดง
องค์ประกอบ หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่ใชป้ ระกอบเป็นสิ่งใหญ่ หรือ ส่วนของส่ิงต่าง ๆ ท่ีเป็นเครื่อง

ประกอบทาใหเ้ กิดเป็นรูปข้ึนใหม่โดยเฉพาะ (ราชบณั ฑิตยสภา, 2554). การแสดงโนรามีส่ิงตา่ ง ๆ ท่ีเขา้
มาประกอบในการแสดงอย่างวิจิตรสวยงาม คือ ผูแ้ สดง เคร่ืองแต่งกาย ดนตรีและเพลง ท่ารา และ
สถานท่ีแสดง ดงั น้ี

ผูแ้ สดง

ภาพที่ 1 ผ้แู สดงโนรา

9

ผู้แสดง หมายถึง คนที่รับผิดชอบในการแสดงโนราท้งั การร้อง การรา การแสดงเป็นเร่ืองราวบน
เวทีในแตล่ ะคร้ัง ประกอบดว้ ย ตวั นายโรง ตวั นางรา และตวั ตลก ดงั น้ี

1. ตัวนายโรง หมายถึง ตวั พระเอก เจา้ ของคณะ หวั หนา้ คณะ ผแู้ สดงท่ีเป็นผนู้ าของคณะโนรา
ในอดีตใช้ผูช้ ายแสดงลว้ น จึงตอ้ งมีรูปร่างที่เป็ นผูน้ า มีความรอบรู้จดั เจนในกระบวนการแสดงโนรา
อยา่ งชดั เจน

2. ตัวนางรา หมายถึง ตวั นางโนราท่ีเป็ นตัวประกอบในการราโนราแต่ละคร้ัง ในอดีตตวั
นางรามกั เป็ นตวั หัวจุกโนรา คือเด็กฝึ กหัดราโนราท่ีมีความสนใจ มีความสามารถในการรา มักเป็ นตวั
ประกอบในการราหมู่ ของการราบทครูสอน บทสอนรา บทปฐม และอ่ืน ระยะต่อมาหัวจุกโนราเริ่ม
หมดไปจากสงั คม ปัจจุบนั เร่ิมมีโนราหญิงเกิดข้ึน

3. ตัวตลก หมายถึง ผแู้ สดงท่ีทาใหผ้ ชู้ มขบขนั , โดยปริยายหมายถึงผทู้ ี่คนอ่ืนหัวเราะเยาะ การ
แสดงโนราจะมีตวั ตลกที่ใช้แสดงหลกั คู่กบั การแสดงโนราคือ ตวั พราน เป็ นตวั แสดงที่สาคญั มีหลาย
บทบาท ท้งั เป็นตวั ตลกของคณะโนรา และเป็นตวั บอกเร่ืองสาหรับทาการแสดงในแต่ละคร้ัง อยา่ งไรก็
ตามตวั ตลกในบทบาทการแสดงของโนรามีตวั พราน 2 ลกั ษณะ คือ พรานผูช้ าย สวมหน้ากากสีแดง
และพรานผหู้ ญิงหรือพรานเมีย สวมหนา้ กากสีขาวหรือสีเน้ือ
ราชบณั ฑิตยสภา, (2545) “เครื่อง” คือ ส่ิงสาหรับประกอบกนั หรือเป็ นพวกเดียวกนั “แต่ง” คือจดั ให้
งาม “กาย”คือตวั ดงั น้ัน “เครื่องแต่งกาย” จึงหมายถึง สิ่งสาหรับประกนั จดั ให้งามที่เกี่ยวกับตวั ของ
นกั แสดงโนรา เชื่อกนั ว่าเคร่ืองแต่งกายโนรา เป็ นส่ิงของที่ขุนศรีศรัทธาไดร้ ับพระราชทาน เป็ นเคร่ือง
ต้น อันมีเทริ ด กาไลแขน ป้ันเหน่ง สังวาลพาดเฉียง 2 ข้าง ปี กนกแอ่น หางหงส์ สนับเพลา
(xekkalakpaktai. 2562).
ธีรวฒั น์ ช่างสาน. (2565). สรุปเครื่องแต่งกายโนราต้งั แต่สมยั รัชกาลที่5 ถึงปัจจุบนั มี 3 แบบ
คือแบบเครื่องตน้ แบบทรงบวั และแบบเคร่ืองลกู ปัด 5 ชิ้นหรือ

องค์ประกอบชุดการแสดงราบทระไวระเวก
จะให้รายละเอียด ประกอบดว้ ย ผูแ้ สดง เพลงประกอบการแสดง เครื่องแต่งกาย และท่ารา

ดงั น้ี

ดนตรีและเพลง
เคร่ืองประโคมเสียงดนตรีของคณะโนราสาหรับประกอบการรา

การร้องเพอ่ื เพม่ิ สีสนั ท้งั ทานองและจงั หวะ เคร่ืองดนตรีโนรา
ส่วนใหญเ่ ป็นเคร่ืองตีใหจ้ งั หวะเทียบไดก้ บั เครื่อง เบญจดุริยางค์ มี 6 อยา่ ง (tungsong. 2562). มีดงั น้ี

10

1. ทบั (โทน) หมายถึง เป็นเครื่องตีท่ีสาคญั ท่ีสุด เพราะทาหนา้ ที่คมุ

จงั หวะและเป็นตวั นาในการเปล่ียนจงั หวะทานอง ทบั โนรา เป็นทบั คู่เสียง
ต่างกนั เลก็ นอ้ ยนิยมใชด้ นตรีเพยี งคนเดียว

2. กลอง หมายถึง เป็นกลองทดั ขนาดเลก็ (โตกวา่ กลองของหนงั ตะลงุ เลก็ นอ้ ย) 1 ใบ

ทาหนา้ ที่เสริมเนน้ จงั หวะและลอ้ เลียนเสียงทบั

3. ปี่ หมายถึง เป็นเครื่องเป่ าเพยี งชิ้นเดียวของวง นิยมใชป้ ่ี ในหรือ บางคณะอาจใชป้ ี่ นอกใช้

เพลงประกอบการแสดง เพียง 1 เลา

4. โหม่ง หมายถึง ฆอ้ งคู่ เสียงต่างกนั ที่เสียงแหลมเรียกวา่ เสียง โหมง้ ที่เสียงทุม้ เรียกวา่ เสียงหมงุ่

5. ฉิ่ง หมายถึง เป็นเคร่ืองตีเสริมแตง่ และเนน้ จงั หวะ

6. แตระ หรือแกระ หมายถึง กรับมีท้งั กรับอนั เดียวท่ีใชต้ ีกระทบ กบั รางโมงหรือกรับคแู่ ละ

มีท่ีร้อยเป็นพวงอยา่ งกรับพวงหรือใชไ้ มเ้ รียวไม้
หรือลวดเหลก็ หลายๆอนั มดั เขา้ ดว้ ยกนั ตีใหป้ ลายกระทบกนั ก็เรียกวา่ แตระ
มีลีลาการขบั ร้องและรับบทกลอนอยา่ งหน่ึงเรียกวา่ เพลงหนา้ แตระ(ใชแ้ ต่
เฉพาะแตระไม่ใชด้ นตรีชิ้นอื่นประกอบ)....

เพลงประกอบการแสดง

เพลงประกอบการแสดงบทระไวระเวก จะใหร้ ายละเอียด 2 ประเด็น คือ ทานองเพลงร้อง และ
เน้ือเพลง ดงั น้ี

บทร้องจะใช้ทานองเพลงทับในช่วงแรก และเพลงโทนในช่วงเปล่ียนจงั หวะเพ่ือเพิ่มความ
สนุกสนานท้งั สาระขงเน้ือหาและทา่ ราของผแู้ สดง รายละเอียดเน้ือระไวระเวกมีดงั น้ี

เน้ือเพลงบทระไวระเวก

เพลงทับ ฝงู นางนกการะเวกมาตีวง
ทาวา่ ระไวระเวก ยนิ เสียงละครนาง ข้หี นอนฟ้อนรา
จบั ระบาราเล่นละคร
เขา้ ป่ าพี่ชมแต่ฝงู หงส์ ที่แขนเจา้ ออ่ นเหลืออ่อน
เชิญราเถิดนะเจา้ รา สาวนอ้ ยจะกรายแขน
นอ้ งน้ีเป็นลูกสาวใคร เยอ้ื งกรนาดกรายมาราขยายเอยทา่
แลว้ จะมานาดยว่ั พ่ชี าย
จบั ระบาราฟ้อน

11

เพลงโทน นางหน่ึงซดั ดอกบวั ตูม
น้ีมายกยา่ งใหต้ ีนขดั ยกยา่ งตีนซา้ ยขยายท่า
ราทา่ นารายณ์อวตาร
พี่ทาเทวาเขา้ กุมสองหตั ถา นางหน่ึงราท่าไอท้ รพี
ราทา่ เทวาเกี่ยวกา้ นกิ่งมาลี ราท่ากษตั ริยต์ รีหวีผมดก
ทาหนุมานเขา้ จบั ดอกศรสี นางหน่ึงราทา่ อาวุธเบา
ทาพญาพาลีเขา้ จบั สองปลายเขา ราทา่ ดอกบุษบาบนั
ทาท่าเทวาส่องกระจกใหด้ ูเงา ราเป็ นท่าเทพนม
ทาเทพบุตรทรุดเข่าเขา้ จบั เอาคม ราเป็ นท่าฉ่ิงระบา
ราท่าเทวาชูกา้ นประสานสม สาวนอ้ ยน่าชมงามสมพกั ตร์
ราทา่ วิมานสานสมสี่พกั ตร์
ราท่าเทพเทวาเลิศล้ามาขวา้ งจกั ร
เจด็ นงลกั ษณ์ร่อนลงสรงนที

เครื่องแต่งกาย

ราชบณั ฑิตยสภา, (2545) “เครื่อง” คือสิ่งสาหรับประกอบกนั หรือเป็ นพวกเดียวกนั “แต่ง” คือ
จดั ให้งาม “กาย” คือตวั ดงั น้นั “เครื่องแต่งกาย” จึงหมายถึงสิ่งสาหรับประกนั จดั ให้งามเก่ียวกบั ตวั ของ
นกั แสดงโนรา เชื่อกนั ว่าเคร่ืองแต่งกายโนรา เป็ นสิ่งของท่ีขุนศรีศรัทธาไดร้ ับพระราชทาน เป็ นเครื่อง
ตน้ อนั มี เทริด กาไลแขน ป้ันเหน่ง สังวาลพาดเฉียง 2 ขา้ ง ปี กนกแอน่ หางหงส์สนบั เพลา ธีรวฒั น์ ช่าง
สาน. (2565). สรุปเครื่องแต่งกายโนราต้งั แต่สมยั รัชกาลท่ี 5 ถึงปัจจุบนั มี 3 แบบ คือ แบบเครื่องตน้
แบบทรงบวั และแบบเคร่ืองลูกปัด 5 ชิ้นหรือเครื่องเตม็

1.เทริด เป็นเคร่ืองประดบั ศีรษะของตวั นาย โรงหรือโนราใหญห่ รือตวั ยนื เครื่อง(โบราณไม่นิยมในางรา
ใช)้ ทาเป็น รูปมงกุฎอยา่ งเต้ีย มีกรอบหนา้ มี ดา้ ยมงคลประกอบ

12

ภาพท่ี 2 เทริด
2. เครื่องลูกปัด หมายถึง ชุดเส้ือผา้ เคร่ืองแตง่ กายของตวั โนราโดยการนาเมด็ ลกู ปัดกระดูกตา่ ง ๆ
ในยุคก่อนนิยมใชส้ ีเม็ดลูกปัดอย่างนอ้ ย 5 สี ที่ตดั กนั มาร้อยกบั เชือกตามลกั ษณะของภูมิปัญญาของคน
ภาคใต้ ใหเ้ กิดเป็นลวดลายต่าง ๆ ท้งั ลายฟันปลาลายขา้ วหลามตดั ลายพิมพพ์ อง อยา่ งวิจิตรสวยงาม
นามาห่อหุม้ ร่างกายนกั แสดงโนราแทนเส้ือประกอบ ดว้ ยชิ้นส่วนสาคญั 5 ชิ้นคือ
2.1 บ่า สาหรับสวมทบั บนบ่าซา้ ย และขวา รวม 2 ชิ้น

ภาพที่ 2 บ่า
2.2 ปิ้ งคอ 2. สาหรับสวมหอ้ ยคอดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั คลา้ ยกรองละครไทยรวม 2 ชิ้น

ภาพท่ี 4 ปิ้ งคอ
2.3 พานอกหรือรอบอก เป็ นเทคนิคการร้อยลูกปัดเป็ นรูป ส่ีเหลี่ยมผืนผา้ ใช้พนั รอบตวั นักแสดงเพ่ือ
ปกปิ ดหนา้ อก เคร่ืองแตง่ กายชิ้นน้ีบางถ่ินเรียกวา่ พานโคร บางถ่ินเรียกวา่ รอบอก

13

ภาพท่ี 5 รอบอก
3. ปี กนกแอ่นหรือปี กเหน่ง หมายถึง เคร่ืองประดบั ทาดว้ ยแผ่นเงินเป็นรูปคลา้ ยนกนางแอ่นกาลงั กางปี ก
ใชส้ าหรับโนราใหญห่ รือตวั ยนื เครื่อง สวมติดกบั สังวาลอยทู่ ี่ระดบั เหนือสะเอว ดา้ นซา้ ยและขวา
คลา้ ยตาบทิศของละคร

ภาพท่ี 6 ปี กนางแอ่น
4. ซับทรวงหรือทับทรวงหรือตาบ หมายถึง สร้อยคอสาหรับสวมห้อยไวต้ รงทรวงอกส่วนที่เป็ น
สร้อยคอจะร้อยดว้ ยเม็ดลูกปัดเป็นเส้นลงมาผกู ติดไวก้ บั แผ่นเงินเป็ นรูปคลา้ ยขนมเปี ยกปูนดุนลาย และ
อาจฝังเพชรพลอยเป็ นดอกดวงหรืออาจ ร้อยดว้ ยลูกปัด นิยมใช้เฉพาะตวั โนราใหญ่หรือตวั ยืนเคร่ือง
ปัจจุบนั ตวั นางรากใ็ ส่ไดแ้ ละบางคร้ังอาจร้อยเป็นเมด็ ลกู ปัดอยา่ งเดียวไมม่ ีแผ่นเงินก็ได้

ภาพท่ี 7 ซับทรวง

14

5. ปี กหรือหางหงส์ หมายถึง เครื่องแตง่ ร่างกายส่วนหลงั ระดบั สะเอวของนกั แสดงนิยมทาดว้ ยเขาควาย
หรือโลหะ ปัจจุบนั สามารถทาดว้ ยแผน่ พวี ีซีก็มี นามาเกลาใหเ้ ป็นรูปคลา้ ยปี กนก 2 ชิ้น นามาประกบกนั
ผกู ปลายใหแ้ น่นส่วน โคนจะแยกออกจากกนั ดึงไวด้ ว้ ยผา้ ท่ีเยบ็ เป็นเสน้ ปลอ่ ยชายท้งั 2 ขา้ งใหย้ าวไว้
สาหรับผกู มดั กบั สะเอว ปลายปี กเชิดงอนข้ึนและผกู รวมกนั ไวท้ าพู่จากไหมพรมติดไวเ้ หนือปลายปี ก
ใชล้ ูกปัดร้อยหอ้ ยเป็นดอกดวงรายตลอดท้งั ขา้ งซา้ ย และขวาใหด้ ูคลา้ ยขนของนก ใชส้ าหรับสวมคาด
ทบั ผา้ นุ่งตรงระดบั สะเอว ปล่อยปลายปี กยนื่ ไป ดา้ นหลงั คลา้ ยหางกินรี

ภาพที่ 8 หางหงส์
6. ผ้านุ่ง หมายถึง ผา้ ยาวส่ีเหลี่ยมผืนผา้ อาจเป็นผา้ ลายไทยหรือผา้ พ้นื ก็ไดน้ ามานุ่งทบั สนบั เพลา
ใหช้ าย ร้ังไปเหน็บไวข้ า้ งหลงั ปล่อยปลายชายให้ห้อยลงเช่นเดียวกับหางกระเบน เรียกปลายชายที่พบั
แลว้ ห้อยลงน้ีวา่ “หางหงส์” การนุ่งผา้ ยาวเป็นหางหงส์ของโนราน้ีถือเป็นภูมิปัญญาตามอตั ลกั ษณ์ของ
ทางภาคใตเ้ ท่าน้ันมีข้นั ตอนการนุ่งที่แยบยล ไม่ง่ายสาหรับผทู้ ่ีไม่มีประสบการณ์อย่างไรก็ตามปัจจุบนั
ผา้ ยาวท่ีใชน้ ุ่งน้ีนามาเยบ็ เป็นผา้ สาเร็จรูปใหง้ ่ายตอ่ การแต่งกาย

ภาพที่ 9 ผ้านุ่ง
7. หน้าเพลา หรือเหน็บเพลา หนือหนบั เพลา หมายถึง กางเกงยาวคร่ึงน่องสาหรับสวมใส่ของนกั แสดง
โนราท้งั ตวั พระและตวั นางรานิยมทาจากผา้ ยดื เพ่อื ความยดื หยนุ่ ของการเคลื่อนไหวร่างกายส่วนขาของ
นกั แสดงปลายขาจะตกแต่งดว้ ยผา้ ลาย เป็นแถบสีเพ่ือความสวยงาม สนบั ในอดีตสามารถทาได้ 2 แบบ
คอื แบบที่นุ่งสวมเป็นกางเกง และแบบที่ทาเฉพาะขาท้งั สองขา้ ง โคนขาผกู เชือกใหแ้ น่นแต่ปัจจุบนั น้ี
คงเหลือแบบเดียวคอื ท่ีนุ่งเป็นกางเกง

15

ภาพที่ 10 หน้าเพลา

8. ผ้าห้อย หมายถึง ผา้ สีตา่ งๆท่ี คาดใหช้ ายผา้ หอ้ ยลงมาดา้ นลา่ ง

ความยาพอคลุมเข่านกั แสดง โดยปกติจะใชผ้ า้ สีแผน่ บาง ๆอาจเป็ นผา้ ชีฟอง หรือผา้ โทนสีตา่ งๆ อดั จีบ

หรือพลีส หรือจะเป็นผา้ โปร่งผา้ บางสีสดก็ไดห้ อ้ ยเคียงไวร้ ะหวา่ งหนา้ ผา้ ท้งั ดา้ นซา้ ยและดา้ นขวา

ภาพท่ี 11 ผ้าห้อย

9. หน้าผ้า หมายถงึ ผา้ เน้ือหนาปกลวดลายดว้ ยเลื่อมและลูกปัดตามท่ีนิยมจะเป็นผา้ สีผนกั เช่น สีดา สีน้า
เงิน หนา้ ผา้ มี 3 ชิ้น หอ้ ยไวค้ รงกลางลาตวั 1 ชิ้น และขา้ งขาดา้ นซา้ ยและขวาอีกขา้ งละชิ้น

ภาพท่ี 12 หน้าผ้า

10. กาไลต้นแขน หมายถึง กาไลที่ใชห้ นีบไวท้ ี่ตน้ แขนของผแู้ สดงท้งั 2 ขา้ ง
เพื่อขบรัดกลา้ มเน้ือใหด้ ู ทะมดั ทะแมงและเพิม่ ความสงา่ งาม ของกลา้ มเน้ือแขนขณะที่ร่ายรามากข้นึ
อยา่ งไรกต็ ามเขา้ ใจวา่ ตน้ แขนน่าจะเปรียบไดก้ บั พาหุรัดของเคร่ืองแตง่ กายละครไทยนน่ั เอง

16

ภาพที่ 13 ผ้าห้อย
11. กาไล หรือไหมล หมายถึง กาไลของโนรามกั ทาดว้ ยทองเหลือง ทาเป็นวงแหวนใชส้ วมมือท้งั 2 ขา้ ง
ๆ ละหลายๆ วง เช่น แขนแต่ละ ขา้ งอาจสวม 5-10 วงซอ้ นกนั เพอ่ื เวลาปรับเปลี่ยนทา่ จะไดม้ ีเสียงดงั
เป็นจงั หวะเร้าใจยง่ิ ข้ึน

ภาพท่ี 14 กาไล
12. เล็บ หมายถึง เครื่องสวมนิ้วมือให้โคง้ งามคลา้ ย เลบ็ กินนรหรือกินรี ทาดว้ ยทองเหลืองหรือเงิน อาจ
ตอ่ ปลายดว้ ยหวายที่มี ลูกปัดร้อยสอดสีไวพ้ องาม นิยมสวม มือละ 4 นิ้ว (ยกเวน้ หวั แมม่ ือ)

ภาพท่ี 15 เลบ็
13. หน้าพราน หมายถึง เคร่ืองสวมหนา้ ของนกั แสดงท่ีเป็นตวั พราน ซ่ึงเป็ นตวั ตลกของการแสดงโนรา
ทาจากไมแ้ กะเป็นรูปใบหนา้ ไม่มีส่วนท่ีเป็ นคาง ทาจมูกยื่นยาว ปลายจมูกงุม้ เลก็ นอ้ ย เจาะรูตรงส่วนท่ี
เป็นตาดา ใหผ้ สู้ วมมองเห็นไดถ้ นดั ทาสีแดง

17

ภาพท่ี 16 หน้าพราน

18

ทกั ษะการปฏิบัตกิ ารรามโนราห์บทระไวยระเวก

ท่าราบทระไวระเวก
ทา่ ราบทระไวระเวก จะใหร้ ายละเอียดของท่าราตามท่วงทานองเพลงร้อง คือ ท่าราเพลงทบั

และทา่ ราเพลงโทน ดงั น้ี
ท่าราเพลงทบั

ท่าที่1 ทาวา่ ระไวระเวก
“มาทาท่าระไวย” ขยบั เทา้ ซา้ ยเทา้ ขวาวางหลงั มือท้งั สองจบั จีบหงายมว้ นมือปล่อยจีบ เอียงซา้ ย
“นอ้ งเหอระเวก” ขยบั เทา้ ซา้ ยเทา้ ขวาวางหลงั มือท้งั สองจบั จีบหงายมว้ นมือปล่อยจีบ เอียงซา้ ย

มาทาท่าระไวย

19

นอ้ งเหอระเวก
ภาพท1่ี 7 ทาว่าระไวระเวก
ทา่ ท่ี2 ฝงู นางนกการะเวกมาตีวง
“ฝงู นางนกเวก” กา้ วหนา้ เทา้ ขวา มือท้งั สองวาดจีบจากระดบั ไหล่ หนา้ ตรง
“สาวเหอตีวง” ยา่ เทา้ ซา้ ย พร้อมกบั การโยกตวั ตามจงั หวะเพลง ปฏิบตั ิการย่าเทา้ จนหมดคาร้องรับ
หนา้ ตรง

ฝงู นางนกเวก

สาวเหอตีวง
ภาพท่ี18 ฝงู นางนกการะเวกมาตีวง
ท่าท่ี3 เขา้ ป่ าพี่ชมแตฝ่ งู หงส์
“เขา้ ป่ าพช่ี ม” เทา้ ซา้ ยกา้ วขา้ ง มือซา้ ยส่งจีบไปดา้ นขา้ ง “พี่ชม” ยนื รวมเทา้ พนมมือ หนา้ ตรง
“แตฝ่ งู หงส์” กระดกเส้ียวเทา้ ขวา มือซา้ ยจีบยกไปดา้ นหนา้ มือขวาส่งจีบหลงั เอียงขวา

20

เขา้ ป่ า

พี่ชม

แตฝ่ งู หงส์
ภาพท่ี19 เข้าป่ าพช่ี มแต่ฝงู หงส์
ท่าที่4 ยนิ เสียงพวกนาง ข้ีหนอนฟ้อนรา
“ยนิ เสียงพวกนางข้ีหนอน” เทา้ ขวากา้ วไขว้ มือซา้ ยแบมือแตะขา้ งแกม้ มือขวาส่งจีบหลงั เอียงซา้ ย
“ฟ้อนรา” เทา้ ขวายกขา้ ง มือซา้ ยมว้ นมือจีบปล่อยเป็นวงบน มือขวาจบั จีบหงายแขนตึง ลกั คอขวา

21

ข้นั ที่ 1 ข้ันที่ 2

ยนิ เสียงพวกนางข้หี นอน ฟ้อนรา

ภาพที่20 ยนิ เสียงพวกนางขีห้ นอนฟ้อนรา

ท่าที่5 เชิญราเถิดนะเจา้ รา

“เชิญรา”
เทา้ ขวายกหลงั ไขว้ มือขวามว้ นมือจีบต้งั วงบน มือซา้ ยส่งจีบหงายแขนงอระดบั สะเอว เอียงซา้ ย (ร้อง
ซ้า) ปฏิบตั ิซ้าท่าแตต่ รงขา้ มกนั
“จบั ระบา” เทา้ ขวาวางหลงั มือขวามว้ นจีบปล่อยต้งั วงบน มือซา้ ยจบั สะเอว เอียงซา้ ย
“ราเลน่ ละคร” เทา้ ซา้ ยวางหลงั มือซา้ ยมว้ นจีบปล่อยต้งั วงบน มือขวาจบั สะเอว เอียงขวา

ขัน้ ที่ 1 ขัน้ ท่ี 2
เชิญรา เถิดนะเจา้ รา

ภาพที่21 เชิญราเถิดนะเจ้ารา จบั ระบาราเล่นละคร

ทา่ ที่6 จบั ระบาราเลน่ ละคร
“จบั ระบา” ย่าเทา้ ซา้ ยเทา้ ขวาวางหลงั มือซา้ ยจบั สะเอว มือขวามว้ นมือจีบปลอ่ ยเป็นวงบน (วงเขาควาย)
เอียงซา้ ย
“ราเล่นละคร” ย่าเทา้ ขวาเทา้ ซา้ ยวางหลงั มือขวาจบั สะเอว มือซา้ ยมว้ นมือจีบปลอ่ ยเป็นวงบน (วงเขา
ควาย) เอียงขวา

22

ขน้ั ท่ี 1 ข้ันท่ี 2
จบั ระบา
ราเลน่ ละคร
ภาพที่22 จับระบาราเล่นละคร

ทา่ ท่ี7 นอ้ งน้ีเป็นลกู สาวใคร ท่ีแขนเจา้ อ่อนเหลืออ่อน
“นอ้ งน่ีเป็นลูกสาวใคร” เทา้ ขวาอยหู่ นา้ มือซา้ ยตกั มือจากดา้ นล่างแลว้ มาจีบหนา้ อก หนา้ ตรง (ร้องซ้า)
ปฏิบตั ิซ้าทา่
“ท่ีแขนเจา้ อ่อนเหลืออ่อน” ย่าเทา้ ซา้ ยวางหลงั มือซา้ ยวาดไปดา้ นหลงั “เหลืออ่อน” ยา่ เทา้ ขวา มือซา้ ย

วาดไปดา้ นหนา้ ลกั คอขวา

ข้นั ท่ี 1 ข้นั ที่ 2 ข้นั ที่ 3

น้องน่เี ป็นลกู สาวใคร ทแ่ี ขนเจา้ อ่อนเหลอื อ่อน

ภาพที่23 น้องน่ีเป็นลูกสาวใคร ที่แขนเจ้าอ่อนเหลืออ่อน

ทา่ ท่ี8 แลว้ จะมานาดยว่ั พช่ี าย สาวนอ้ ยจะกรายแขน
“แลว้ มานาดยว่ั พชี่ าย” ยา่ เทา้ ซา้ ย วาดแขนขวาข้ึนระดบั ไหล่ แขนซา้ ยลดลงแนบลาตวั เอียงซา้ ย
“สาวนอ้ ยจะกรายแขน” ยา่ เทา้ ขวา วาดแขนซา้ ยข้ึนระดบั ไหล่ แขนขวาลดลงแนบลาตวั เอียงขวา

23

ขนั้ ที่ 1 ช้ันที่ 2

แลว้ มานาดย่ัวพีช่ าย สาวนอ้ ยจะกรายแขน

ภาพท่ี 24 แล้วมานาดยั่วพ่ชี าย สาวน้อยจะกรายแขน

ท่าท่ี 9 จบั ระบาราแพน
“จบั ระบา” ยนื รวมเทา้ มือท้งั สองจีบหงายระดบั วงกลาง หนา้ ตรง
“ราแพน” เทา้ ซา้ ยวางหลงั มือท้งั สองต้งั วงกลาง หมุนตวั ทางซา้ ย 1 รอบ

ขัน้ ที่ 1 ข้นั ที่ 2

จบั ระบำ รำแพน

ภาพท่ี 25 จับระบำรำแพน

หมายเหตุ ร้องเลยบท เพอื่ เขา้ ร้องเพลงโทน ปฏิบตั ิท่าสอดสร้อย ตามจงั หวะเพลงเย้อื งแขนขดั ซา้ ยมารา
ขยายเอยท่า
ท่าท่ี 10 ราเย้อื งแขนขา้ งซา้ ย
“ราเยอ้ื งแขนขา้ งซา้ ย” ยกหนา้ เทา้ ซา้ ย มือขวาแทงมือเป็นวงบน (วงเขาควาย) มือซา้ ยแบลาดไป
ดา้ นหนา้ เอียงขวา
“ราขยายทา่ ” กา้ วหนา้ เทา้ ซา้ ย มือซา้ ยส่งจีบหลงั มือขวาจาคว่าแขนงอระดบั อก เอียงซา้ ย

24

ขั้นที่ 1 ขัน้ ที่ 2 ขน้ั ที่ 3
ราเยอ้ื งแขนขา้ งซา้ ย ราขยายทา่

ภาพที่ 26 ราเยื้องแขนข้างซ้ายขยายท่า

ทา่ ราเพลงโทน

ท่าท่ี 11 น้ีมายกยา่ งใหต้ ีนขดั

“น่ีมายกยา่ ง ใหต้ ีนขดั ” กา้ วขา้ งเทา้ ขวาลงเหลี่ยม มือซา้ ยต้งั วงบน มือขวาจีบหงายแขนตึง เอียงซา้ ย

“มาซดั ใหเ้ ป็นดอกบวั ตมู ”

ข้ันท่ี 1 ขั้นที่ 2
น่ีมายกยา่ งใหต้ ีนขดั “มาซดั ใหเ้ ป็ นดอกบวั ตมู ”

ภาพที่27 น่ีมายกย่างให้ตีนขดั มาซัดให้เป็ นดอกบวั ตูม

หมายเหตุ เพลงโทนน้ีจะตอ้ งรากนั เป็นคู่ ท่าท่ี 11 น้ี จบั คู่หันหนา้ เขา้ หากนั ปฏิบตั ิเหมือนกนั จากน้นั
เม่ือร้องรับ ปฏิบตั ิซ้าแตก่ ลบั หนา้ กนั ระหวา่ งคู่

ท่าท่ี 12 พที่ าเทวาเขา้ กมุ สองหัตถา
“พท่ี าเทวาเขา้ กมุ ” ยกขา้ งเทา้ ขวา มือซา้ ยต้งั วงหนา้ มือขวาลกั ษณะบวั ชูฝัก เอียงขวา จากน้นั ร้องรับ
ปฏิบตั ิทา่ เช่นเดิมแต่เปล่ียนขา้ ง
“สองหตั ถา” นกั แสดงคนหนา้ นงั่ ลงต้งั เข่าขวา มือท้งั สองยกเป็นวงบวั บาน นกั แสดงคนท่ี 12 ยนื ซอ้ น
หลงั จบั มือคนหนา้ หนา้ ตรง

25

ขน้ั ที่ 1 ขน้ั ที่ 2 ขนั้ ท่ี 3
พี่ทาเทวาเขา้ กมุ สองหตั ถา

ภาพที่ 28 พท่ี าเทวาเข้ากมุ สองหตั ถา

ท่าท่ี 13 ยกยา่ งตีนซา้ ยขยายทา่
“ยกราตีนซา้ ย” ยกหนา้ เทา้ ซา้ ย มือขวาแทงมือเป็นต้งั วงบน มือซา้ ยแบลาดไปดา้ นหนา้ หนา้ ตรง
“ขยายทา่ ” ยา่ เทา้ ซา้ ย มือซา้ ยส่งจีบหลงั มือขวาจีบคว่าระดบั อก เอียงซา้ ย
หมายเหตุ ราโชวข์ ยายท่า โดยการปฏิบตั ิทา่ ย่าเทา้ ขวา มือขวาปล่อยจีบเป็นแบมือปลายนิ้วตก มือซา้ ยต้งั
วงหนา้ ยา่ เทา้ ซา้ ย มือซา้ ยส่งจีบหลงั มือขวาจีบคว่าระดบั อก เอียงซา้ ย ปฏิบตั ิสลบั ไปมาจนจบจงั หวะ
จากน้นั เมื่อถึงบทร้อง “ราท่าเทวาเก่ียวกา้ นก่ิงมาลี” ปฏิบตั ิซ้าท่าที่ 3 อีกคร้ัง

ข้นั ท่ี 1 ขนั้ ที่ 2 ขั้นท่ี 3
ยกราตีนซา้ ย ขยายทา่

ภาพที่29 ยกย่างตนี ซ้ายขยายท่า
“ทาเทวาเขา้ จบั ” ยกขา้ งเทา้ ขวา มือซา้ ยต้งั วงหนา้ มือขวาลกั ษณะบวั ชูฝัก เอียงขวา จากน้นั ร้องรับ
ปฏิบตั ิท่าเช่นเดิมแต่เปลี่ยนขา้ ง
“โอน้ ะนอ้ งกิ่งมาลี” นกั แสดงคนหนา้ นง่ั ลงต้งั เขา่ ขวา มือท้งั สองยกเป็นวงบวั บาน นกั แสดงคนที่ 12 ยนื
ซอ้ นหลงั จบั มือคนหนา้ หนา้ ตรง

26

ข้นั ที่ 1 ขนั้ ที่ 2 ขัน้ ที่ 3
ทาเทวาเขา้ จบั โอน้ ะนอ้ งก่ิงมาลี

ภาพที่30 ทาท้าวเทวาเข้าจับโอ้นะน้องกงิ่ มาลี

ท่าที่5 ราทา่ พระยาอวตาร ทาหนุมานเขา้ จบั ดอกศรศรี
“ราทา่ พระยาอวตาร” กา้ วหนา้ เทา้ ขวา มือท้งั สองล่อแกว้ วงบวั บาน หนา้ ตรง
“นี่ราพระยาอวตาร” ยนื ลกั ษณะเดิม นกั แสดงคนหนา้ ยนื ปฏิบตั ิท่าเดิม นกั แสดงคนหลงั
ลดมือลงมาตอ่ ศอกคนแรก หนา้ ตรง
“ทาหนุมานเขา้ จบั ” ยกขา้ งเทา้ ขวา มือขวากามือยกลกั ษณะบวั ชูฝัก มือซา้ ยกามือลกั ษณะ
วงหนา้ เอียงขวา (ร้องรับ) นกั แสดงคนหนา้ อยกู่ บั ที่ นกั แสดงคนหลงั วิ่งวนรอบคนหนา้ จากขวาไปซา้ ย
“ดอกศรศรี” นกั แสดงคนหนา้ นง่ั คุกเข่าซา้ ยต้งั เข่าขวา มือขวาจีบคว่าแขนตึงระดบั ไหล่ มือ
ซา้ ยจีบควา่ งอแขนระดบั อก เอียงซา้ ย

นกั แสดงคนหลงั เทา้ ขวากา้ วขา้ ง มือท้งั สองจบั มือจีบนกั แสดงคนหนา้ เอียง
ซา้ ย

ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั ที่ 2
ราทา่ พระยาอวตาร น่ีราพระยาอวตาร

27

ขน้ั ที่ 1 ข้ันท่ี 2
ทาหนุมานเขา้ จบั ดอกศรศรี

ภาพที่31 ราท่าพระยาอวตาร ทาหนุมานเข้าจับดอกศรสี

ท่าที่6 นางหน่ึงราท่าไอท้ รพี ทาพญาพาลีเขา้ จบั ท้งั สองเขา
“นางหน่ึงราทา่ ไอท้ รพ”ี ยนื รวมเทา้ มือท้งั สองต้งั วงบน (วงเขาควาย) หนา้ ตรง
“ราทา่ พาลีเขา้ จบั ” กระเถิบตวั ทางซา้ ย มือท้งั สองต้งั วงลา่ ง หนา้ ตรง (ร้องซ้า) กระเถิบตวั ทางขวา มือ
ท้งั สองต้งั วงลา่ ง หนา้ ตรง ลดมือลงมาต่อศอกคนแรก หนา้ ตรง
“ท้งั สองเขา” นกั แสดงคนหนา้ ลงเหล่ียมใหญ่ มือท้งั สองต้งั วงบน (วงเขาควาย) หนา้ ตรง

นกั แสดงคนหลงั เทา้ ขวาเหยยี บขาขวานกั แสดงคนหนา้ มือท้งั สองจบั วงบนของนกั แสดงคน
หนา้ หนา้ ตรง

นางหน่ึงราทา่ ไอท้ รพี

ราทา่ พาลีเขา้ จบั

28

ท้งั สองเขา
ภาพที่32 นางหน่ึงราท่าไอ้ทรพี ทาพญาพาลเี ข้าจบั ท้ังสองเขา

ท่าที่7 ราทา่ กษตั ริยต์ รีหวผี มดก ทาทา่ เทวาส่องจกใหด้ ูเงา

“ราทา่ กษตั ริยต์ รีหวีผมดก” กา้ วหนา้ เทา้ ซา้ ย มือท้งั สองแบมือระดบั ใบหนา้ (ลกั ษณะลบู

ผม) เอียงซา้ ย

“ทาทา่ เทวาส่องจก” นกั แสดงคนหนา้ ลบู หนา้ ลกั ษณะเดิม ค่อยหมนุ ตวั ทางขวาเขา้ หา

นกั แสดงคนหลงั

นกั แสดงคนหลงั ยกขา้ งเทา้ ขวา มือขวาต้งั วงบวั บาน มือซา้ ยต้งั วงหนา้ เอียงขวา

(ร้องซ้า) ปฏิบตั ิท่าเดิมแตเ่ ปล่ียนขา้ ง

“ใหด้ ูเงา” นกั แสดงคนหนา้ ปฏิบตั ิท่าลกั ษณะเดิม

นกั แสดงคนหลงั พาดขาซา้ ย มือท้งั สองขดั จางนางระดบั สะเอว หนา้ ตรง

ขัน้ ท่ี 1 ขัน้ ที่ 2 ข้นั ท่ี 3

ราทา่ กษตั ริยต์ รีหวีผมดก ทาท่าเทวาส่องจก ใหด้ ูเงา

ภาพที่33 ราท่ากษัตริย์ตรีหวีผมดก ทาท่าเทวาส่องจกให้ดูเงา

ท่าท่ี8 นางหน่ึงราทา่ อาวธุ เบา ทาเทพบตุ รทรุดเข่าเขา้ จบั คม
“ราทา่ อาวุธเบา” นกั แสดงคนหนา้ นงั่ คกุ เขา่ มือท้งั สองแบลาดงอแขนไปดา้ นหนา้
หนา้ ตรง นกั แสดงคนหลงั ยนื รวมเทา้ มือท้งั สองแบลาดงอแขนไปดา้ นหนา้
หนา้ ตรง

29

“ราเทพบุตรทรุดเขา่ ” นกั แสดงคนหนา้ ปฏิบตั ิท่าเดิม
นกั แสดงคนหลงั แยกตวั ไปทางซา้ ย นง่ั ต้งั เข่าขวา มือขวาลกั ษณะ

บวั ชูฝัก มือซา้ ยต้งั วงหนา้ เอียงขวา (ร้องรับ) ถอยหลงั กลบั ท่ีเดิม ปฏิบตั ิเช่นเดิม แต่ตรงขา้ ง
“เขา้ จบั คม” นกั แสดงคนหนา้ นง่ั คกุ เขา่ ลกั ษณะเดิม แต่เปลี่ยนมือเป็นพรหมสี่
หนา้ หนา้ ตรง

นกั แสดงคนหลงั ยนื ตรง มือท้งั สองจบั มือนกั แสดงคนหนา้ หนา้ ตรง

ขั้นที่ 1 ขัน้ ที่ 2 ขน้ั ท่ี 3
ราท่าอาวุธเบา ราเทพบุตรทรุดเข่า เขา้ จบั คม

ภาพที่34 นางหน่ึงราท่าอาวธุ เบา ทาเทพบตุ รทรุดเข่าเข้าจับคม

ทา่ ท่9ี รำท่าดอกบษุ บาบัน รำท่าเทวาชูกา้ นประสานสม
“ราทา่ ดอกบุษบาบนั ” นกั แสดงคนหนา้ นง่ั คกุ เขา่ ต้งั เข่าขวา มือท้งั สองหงายฝ่ามือขยมุ้
มือระดบั อก หนา้ ตรง

นกั แสดงคนหลงั กา้ วหนา้ เทา้ ซา้ ย มือท้งั สองหงายฝ่ามือขยมุ้
มือระดบั อก หนา้ ตรง

“ราท่าเทวาชูกา้ น” นกั แสดงคนหนา้ ยกหนา้ เทา้ ขวา มือขวาลกั ษณะบวั ชูฝัก มือซา้ ย

ต้งั วงหนา้ เอียงขวา (ร้องซ้า) ปฏิบตั ิท่าเดิมแต่เปลี่ยนขา้ ง
นกั แสดงคนหลงั ปฏิบตั ิทา่ เดิม

“ประสานสม” นกั แสดงคนหนา้ นงั่ คุกเขา่ ต้งั เข่าขวา มือท้งั สองต้งั ลกั ษณะวงบวั
บาน แต่แทงปลายนิ้วมือไปดา้ นหลงั หนา้ ตรง
นกั แสดงคนหลงั ยนื ตรง มือท้งั สองหงายฝ่ามือขยมุ้ มือวางบนฝ่ามือนกั แสดงคนหนา้ หนา้ ตรง

30

ขัน้ ท่ี 1 ขั้นท่ี 2 ขน้ั ที่ 3
ราทา่ ดอกบุษบาบาน ราทา่ เทวาชูกา้ น ประสานสม

ภาพท่ี35 ราท่าดอกบษุ บาบนั ราท่าเทวาชูก้านประสานสม

10. เน้ือร้อง ราเป็นท่าเทพนม ราเทพวิมานสานสม ส่ีพกั ตร์
อธิบายทา่ รา
“ราเป็นทา่ เทพนม” ยนื ตรง มือท้งั สองพนมระดบั อก หนา้ ตรง
“น่ีราเป็นท่าเทพนม” นกั แสดงคนหนา้ หนั ตวั ทางขวาหนั หนา้ เขา้ หานกั แสดงแถวหลงั กา้ วหนา้ เทา้ ซา้ ย
มือพนมลกั ษณะเดิม นกั แสดงคนหลงั กา้ วหนา้ เทา้ ซา้ ย มือปฏิบตั ิเช่นเดิม
“ราเทพวมิ านสานสม” นกั แสดงคนหนา้ “เทพวมิ าน” มือขวายกลกั ษณะบวั ชูฝัก มือซา้ ยต้งั วงหนา้ เอียง
ขวา “สาน” ลดมือท้งั สองมาวางตอ่ กนั “สม” ประกบมือเขา้ ดว้ ยกนั

นกั แสดงคนหลงั ปฏิบตั ิเช่นเดียวกบั นกั แสดงคนหนา้
“ส่ีพกั ตร์” นกั แสดงคนหนา้ ยนื พนมมือเขา้ หานกั แสดงคนหลงั จากน้นั เม่ือร้องรับ จะเกา้ เทา้ ซา้ ยกลบั
ตวั หนั หลงั ชนกบั นกั แสดงคนหลงั มือท้งั สองข้ึนวงบวั บาน จงั หวะต่อไป กา้ วเทา้ ขวาหนั หนา้ เขา้ หา
นกั แสดงคนหลงั มือท้งั สองพนมมือ ปฏิบตั ิสลบั หนา้ ไปมาจนครบส่ีทิศ

นกั แสดงคนหลงั ปฏิบตั ิเช่นเดียวกบั นกั แสดงคนหนา้

ขัน้ ที่ 1 ขั้นที่ 2
ราเป็นทา่ เทพนม นี่แหละเป็นทา่ เทพนม

31

ขนั้ ที่ 1 ขั้นท่ี 2

ราเทพวมิ านสานสม สี่พกั ตร์

ภาพท่ี 36 รำเปน็ ท่าเทพนม รำเทพวิมานสานสม ส่ีพักตร์

11. เน้ือร้อง ราเป็นทา่ ฉ่ิงระบา ราเทพเทวาเลิศล้ามาขวา้ งจกั ร
อธิบายทา่ รา

“ราเป็นฉิ่งระบา” ยนื ตรง มือท้งั สองจบั สะเอว หนา้ ตรง
“ออราไปเล่าสาวเหอ” นกั แสดงทกุ คนกระเถิบยา่ เทา้ ซา้ ยตามจงั หวะเพลง ไปหน่ึงจงั หวะใหญ่
จากน้นั กระเถิบย่าเทา้ ขวากลบั ท่ีเดิมอีกหน่ึงจงั หวะใหญ่
“มากรายเป็นทา่ ฉ่ิงระบา”เทา้ ขวาวางหลงั มือขวามว้ นมือจีบปล่อยเป็นวงบน มือซา้ ยจบั สะเอว เอียงซา้ ย
จากน้นั เปล่ียนเป็นเทา้ ซา้ ยวางหลงั มือซา้ ยมว้ นมือจีบปล่อยเป็นวงบน มือขวาจบั สะเอว เอียงขวา
ปฏิบตั ิสลบั ไปมาจนหมดจงั หวะ
“ราเทพเทวาเลิศล้า” ยกขา้ งเทา้ ขวา มือขวาส่งลกั ษณะบวั ชูฝัก มือซา้ ยต้งั วงหนา้ เอียงขวา (ร้องซ้า)
ปฏิบตั ิสลบั ขา้ ง
“มาขวา้ งจกั ร” กระโดดแลว้ วิง่ ซอยเทา้ ตามกนั เป็นวง มือขวากามือหงายลกั ษณะบวั ชูฝัก มือขวากามือ
ต้งั วงหนา้ เอียง
ขวา

ข้นั ตอนท่ี 1 ข้นั ตอนที่ 2 ข้นั ตอนที่ 3
ราเป็ นฉิ่งระบา ออราไปเลา่ สาวเหอ

32

ข้นั ท่ี 1 ขน้ั ที่ 2

ราเทพเทวาเลิศล้า มาขวา้ งจกั ร

ภาพท่ี 37 รำเป็นทา่ ฉ่งิ ระบำ รำเทพเทวาเลิศล้ำมาขว้างจักร

12. เน้ือร้อง สาวนอ้ ยน่าชมงามสมพกั ตร์ เจด็ นงลกั ษณ์ร่อนลงสรงนที

อธบิ ายท่ารา
“สาวนอ้ ยน่าชมงามสมพกั ตร์” กา้ วหนา้ เทา้ ขวา มือท้งั สองชอ้ นข้ึนประสานระดบั อก หนา้ ตรง
“สาวนอ้ ยน่าชมงามสมพกั ตร์” ปฏิบตั ิซ้าท่า
“เจด็ นงลกั ษณ์ร่อนลงสรงนที” ซอยเทา้ ตามเป็นวง มือท้งั สองจบั จีบประดบั สะโพก จากน้นั ปล่อยเป็น
วงบน (วงเขาควาย) สลบั ไปมาจนหมดจงั หวะ

ข้ันตอนท่ี 1
ขัน้ ตอนที่ 2

33

ข้นั ตอนท่ี 3 ขน้ั ตอนที่ 4

ภาพท่ี 38 สาวน้อยน่าชมงามสมพักตร์ เจด็ นงลกั ษณ์ร่อนลงสรงนที

13. เน้ือร้อง ดนตรีบรรเลง
อธิบายท่ารำ
ท่าต้ังสุ่ม

ภาพท่ี 39 ท่าตัง้ ซุ่ม

ท่าเดนิ หงส์

ภาพท่ี 40 ทา่ เดินหงส์

34

สรุป

ราโนราบทระไวระเวกปรากฏอยู่ในบทของมโนราห์ท่ีใช้ประกอบพิธีกรรมคลองหงส์แทง
จระเขใ้ นมโนราห์โรงครูเป็นบทท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั นางกินรีหรือเป็ นการร่ายราของนางกินรีที่ฟ้อนราอยใู่ น
ป่ า อนั มีเทพเทวาหรือเทพารักษม์ าเค้ียวพาราสีดว้ ย มีองคป์ ระกอบท่ีสาคญั คือ มีทา่ ราที่จะตอ้ งเขา้ คู่ เช่น
ถา้ เทวาเขา้ จบั ท่าตีนขดั ซ่ึงมีท้งั หมด 17 วรรค แต่ละวรรคจะมีการราท่าตา่ งๆ ในส่วนของเพลงและบท
ร้องจะแบ่งออกเป็ น 2 ส่วน 1 คือส่วนของเพลงทบั ท่ีเริ่มจากวรรคแรก ทาวา่ ระไวระเวก จนถึงเย้ืองเเข
นขา้ งซ้ายราขยายท่า และอีกส่วนคือเพลงโทน เริ่มจากน่ีมายกย่างตีนขดั จนถึงวรรคสุดทา้ ย ก่อนจะมี
การเลยบท เพ่อื ท่ีจะจบบทน้นั และต่อดว้ ยการราเดินหงส์ หรือจงั หวะชา้ เรียกอีกอยา่ งวา่ เลน่ หง
เป็ นการราโนราเพื่อความบนั เทิงชุดหน่ึง ปรากฏในพิธีโรงครูโนราสาระสาคญั ของการรา ศาสตร์แห่ง
ครูหมอโนรา, (2556) ใหร้ ายละเอียดของบทระไวระเวก เป็นบทร่ายราที่ลีลาของนางกินรีแต่ละตวั ท่ีมา
รวมจบั ระบากนั สนุกสนานแต่ละนางมีท่าราที่สวยงาม มีบุคลิกท่ีแตกต่างกนั มาแสดงความหลากหลาย
ของกระบวนการรา

35

คาถามทบทวน
แบบฝึ กหดั ที่ 1 เร่ือง ราโนราบทระไวระเวก
******************************************************
คาชี้แจง : ใหน้ กั เรียนตอบคาถามและอธิบายตามส่ิงกาหนดใหต้ ่อไปน้ี (10 คะแนน)
1.จากภาพมีชื่อวา่ อะไร และอธิบายท่าราใหถ้ ูกตอ้ ง

ภาพท่ี 41
.......................................................................................................................................................................
2.จากภาพมีชื่อวา่ อะไร และอธิบายท่าราใหถ้ ูกตอ้ ง

ภาพท่ี 42
.......................................................................................................................................................................

36

แบบฝึ กหดั ที่ 2 เรื่อง เพลงประกอบการแสดง

******************************************************
คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรียนตอบคาถามและอธิบายตามสิ่งกาหนดใหต้ ่อไปน้ี (10 คะแนน)
จงเติมเน้ือร้องใหถ้ ูกตอ้ ง

ทาวา่ ระไวระเวก ฝงู นางนก.............................
เขา้ ................................... ยนิ เสียงละครนาง ........
เชิญราเถิดนะเจา้ รา จบั ระบาราเล่นละคร
นอ้ งน้ีเป็นลกู สาวใคร ..........................................
แลว้ จะมานาดยวั่ พช่ี าย สาวนอ้ ยจะกรายแขน
จบั ระบาราฟ้อน เย้อื งกรนาดกรายมาราขยายเอยทา่

ตอบ ทาวา่ ระไวระเวก ฝงู นางนกการะเวกมาตีวง
เขา้ ป่ าพ่ชี มแตฝ่ งู หงส์ ยนิ เสียงละครนาง ข้หี นอนฟ้อนรา
เชิญราเถิดนะเจา้ รา จบั ระบาราเลน่ ละคร
นอ้ งน้ีเป็นลูกสาวใคร ที่แขนเจา้ อ่อนเหลืออ่อน
แลว้ จะมานาดยว่ั พชี่ าย สาวนอ้ ยจะกรายแขน
จบั ระบาราฟ้อน เยอ้ื งกรนาดกรายมาราขยายเอยท่า

37

แบบฝึ กหัดที่ 3 เร่ือง องค์ประกอบของการแสดง
******************************************************
คาชี้แจง : ใหน้ กั เรียนตอบคาถามและอธิบายตามส่ิงกาหนดใหต้ ่อไปน้ี (10 คะแนน)
จงอธิบายความหมายของผา้ หอ้ ย
………………………………………………………………………
…………………………………….
จงอธิบายความหมายของเครื่องแต่งกายหางหงส์
…..…………………………………………………………………
…………………..

1.ผา้ สีต่างๆท่ีคาดใหช้ ายผา้ หอ้ ยลงมาดา้ นลา่ งความยาพอคลุมเข่านกั แสดงโดยปกติจะใชผ้ า้ สีแผน่ บางๆอาจ
เป็นผา้ ชีฟองหรือผา้ โทนสีต่างๆอดั จีบหรือพลีสหรือจะเป็นผา้ โปร่งผา้ บางสีสดกไ็ ดห้ อ้ ยเคียงไวร้ ะหวา่ งหนา้
ผา้ ท้งั ดา้ นซา้ ยและดา้ นขวา
2.เคร่ืองแตง่ ร่างกายส่วนหลงั ระดบั สะเอวของนกั แสดงนิยมทาดว้ ยเขาควายหรือโลหะปัจจุบนั สามารถทาดว้ ย
แผน่ พวี ซี ีก็มี นามาเกลาใหเ้ ป็นรูปคลา้ ยปี กนก2ชิ้นนามาประกบกนั ผกู ปลายใหแ้ น่นส่วนโคนจะแยกออกจาก
กนั ดึงไวด้ ว้ ยผา้ ที่เยบ็ เป็นเสน้ ปล่อยชายท้งั 2ขา้ งใหย้ าวไวส้ าหรับผกู มดั กบั สะเอว

38

แบบทดสอบหลังเรียน

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระนาฏศิลป์ ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 4

เรื่อง โนราบทระไวระเวก รหสั วิชา ศ 31204 เวลา 10 นาที คะแนน 10 คะแนน

คาชีแ้ จง : ให้นักเรียนเลือกคาตอบทถี่ กู ท่สี ุดแล้วทาเครื่องหมาย (×) ลงในกระดาษคาตอบ

1. การแสดงโนราเป็ นศิลปะการละเล่นของคนในภาคใด

ก. ภาคเหนือ

ข. ภาคกลาง

ค. ภาคอีสาน

ง. ภาคใต้

2. นางศรีมาลามีธิดาช่ือว่าอะไร
ก.นางนวลทองสาลี
ข.นางนวลทองสาลี
ค.นางทองสาสี
ง.นางทองนวลสาลี

3.นางทองสาลที รงครรภ์ เพราะเสวยอะไร
ก.เกสรดอกบวั
ข.เกสรดอกมะลิ
ค.เกสรดอกเขม็
ง.ดอกกุหลาบ

4.นางนวลทองสาลสี ุบนิ ว่ามีเทพธดิ ามาร่ายราให้ดู ท่ารามีท้งั หมดกท่ี ่า
ก.8 ทา่
ข.10 ท่า
ค.12 ทา่
ง.14 ท่า

39

5.พระยาสายฟ้าฟาดทรงจึ่งรับส่ังให้นางนวลทองสาลไี ปไหน
ก.ไปอยใู่ นป่ า
ข.ไปอยเู่ มืองอื่น
ค.ไปลอยแพ
ง.ไปขงั ในถ้า

6.แพของนางทองสาลไี ปตดิ เกาะอะไร
ก.เกาะกะชงั
ข.เกาะราชา
ค.เกาะสิมิลนั
ง.เกาะตาชยั

7.ดนตรีประโคมท่นี างนวลทองสาลไี ด้เห็นมีอะไรบ้าง
ก.กลอง ทบั ฉิ่ง ป่ี ขลุ่ย
ข.กลอง ระนาด ฉ่ิง ปี่ ตะโพน
ค.กลอง ทบั ฉ่ิง ปี่ ตะโพน
ง.กลอง ทบั โหมง่ ฉ่ิง ปี่ และแตระ

8. การแสดงมโนราห์เป็ นเรื่องราวบนเวทใี นแต่ละคร้ัง ประกอบด้วย อะไรบ้าง
ก.ตวั นายโรง ตวั ตลก นางรา
ข.ตวั นายโรง ตวั ตลก นางรา ตวั เอก
ค.ตวั นายโรง ตวั ตลก
ง.ตวั นายโรง นางรา

40

9.จากรูป เป็ นท่าอะไร

ก.ราแพน
ข.นี่มายกยา่ งใหต้ ีนขดั
ค.มาซดั ใหเ้ ป็นดอกบวั ตมู ”
ง.จบั ระบา

10. ตวั เลือกใดไม่ใช่องค์ประกอบของการแสดงโนรา
ก. เคร่ืองเสียง
ข. เคร่ืองแตง่ กาย
ค. ผแู้ สดง
ง. ทา่ รา

บรรณานุกรม

41

บรรณานุกรม

ศาสตร์แห่งครูหมอโนรา. (2556). บทกลอนและบทร้องของพธิ กี รรมโนรา. สืบคน้ เมื่อ 2565 ตุลาคม :
10 จาก http://krunora.blogspot.com/2013/06/blog-post_7.html

ธีรวฒั น์ ช่างสาน. (2565). รายงานการวิจยั เคร่ืองลูกปัดโนราในจงั หวดั นครศรีธรรมราช.
นครศรีธรรมราช : สถาบนั ราชภฏั นครศรีธรรมราช.
_______. (2565). การพฒั นาเคร่ืองแตง่ กายโนราภูมิปัญญาชาวบา้ นในจงั หวดั นครศรีธรรมราช. สืบคน้
เมื่อ2565, พฤศจิกายน : 7

จาก file:///C:/Users/lenovo/Downloads/128541 A1-337152-1-10-20180614.pdf
ราชบณั ฑิตยสภา. (2554). โนรา. สืบคน้ เมื่อ 2565, พฤศจิกายน : 12.

จาก https://dictionary.apps.royin.go.th/
Xekkalakpaktai. (2565). ตานานโนรา. สืบคน้ เมื่อ2565, พฤศจิกายน : 7

จาก https://sites.google.com/site/xekkalakpaktai/nora/nora-1
ศาสตร์แห่งครูหมอโนรา. (2556). บทกลอนและบทร้องของพิธีกรรมโนรา. สืบคน้ เม่ือ 2565 ตลุ าคม :

10 จาก http://krunora.blogspot.com/2013/06/blog-post_7.html
ศาสตร์แห่งครูหมอโนรา. (2556). บทกลอนและบทร้องของพิธีกรรมโนรา. สืบคน้ เมื่อ 2565 ตลุ าคม :

10 จาก http://krunora.blogspot.com/2013/06/blog-post_7.html
นางสาวชุรีพร จาสอน. (2562). ท่ารามโนราห์. สืบคน้ เม่ือ 2565, ตุลาคม : 20

จาก https://anyflip.com/xmeuv/zzih/basic
ศาสตร์ครูหมอโนรา. (2565). บทกลอนและบทร้องพธิ กรรมโนรา สืบคน้ เม่ือ 2565, ตุลาคม : 20

จาก http://krunora.blogspot.com/2013/06/blog-post_7.html
มรดกภูมิปัญญาทางวฒั นธรรม. (2563). โนราโรงครู. สืบคน้ เม่ือ 2565, กนั ยายน 20

จากhttps://www.m-culture.go.th/phatthalung/ewt_news.php?nid=3300&filename=King
พรรัตน์ ดารุง และโลเวล สการ์. (2563) ศิลปะการร้อง รา ท่ีผกู พนั กบั ชีวิต. กรุงเทพฯ : กลุ่มสงวนรักษา
มรดกภูมิปัญญาทางวฒั นธรรม กรมส่งเสริมวฒั นธรรม.

จาก https://clib.psu.ac.th/southerninfo/content/2/bae72ee9
มโนราห์. (ม.ป.ป.). สืบคน้ 11 พ.ย. 64,

จาก https://sites.google.com/site/mnorahnoei/home

ภาคผนวก

42

ประวัตวิ ทิ ยากร

ภาพท่ี 43 ท่าวิทยากร

ช่ือ นางสาว นนั ชนนั หนูพรหม ชื่อเล่น พงษ์

เกดิ วันท่ี 8 มกราคม 2539 สัญชาติ ไทย ศาสนา พทุ ธ

การศึกษา ปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ นาฎศิลป์ ไทย (พระ) มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สงขลา

มีพน่ี ้องร่วมกนั 3 คน นส.นวลจนั ทร์ เป็ นบุตรคนสุดท้องเล่นโนราห์มาต้งั แต่อายุ 9 ปี มีความถนดั ด้าน
การรา ขับบทโนราห์แบบฉบับโบราณ ต้ังแต่อายุ 15 ปี

ประสบการณ์ทางาน ไดร้ ่วมแสดงโนราหก์ บั หลายคณะในภาคใต้ เช่น โนราห์วิเชียรศรชยั โนราห์นอ้ ม
โบราณศิลป์ โนราหห์ นูเขยี นเสียงทอง และอีกมากมาย ซ่ึงแตล่ ะคณะจะมีวธิ ีการเล่นท่ีแตกต่างกนั บา้ ง
ไดร้ ับใบประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติผดู้ ูแลอนุรักษศ์ ิลปะวฒั นธรรมพ้ืนบา้ น สาขานาฎยศาสตร์ จาก
อ.สมบตั ิ แกว้ สุจริต ณ จ.สระแกว้ 2563


Click to View FlipBook Version