The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสื่อสาร-ถ่ายทอด-ดนตรีสากล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 4.Kanyapak Baem, 2020-10-28 08:14:54

การสื่อสาร-ถ่ายทอด-ดนตรีสากล

การสื่อสาร-ถ่ายทอด-ดนตรีสากล

การสื่อสาร ถา่ ยทอด ดนตรสี ากล

คานา

หนงั สืออิเล็กทรอนิกส์ (E-BOOK) เล่มนจี้ ัดทำขน้ึ เพือ่ ใชเ้ ป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในกำรเรียนรู้เรอื่ งกำรสอื่ สำรกำรถ่ำยทฤษฎีดนตรสี ำกล
ในรำยวชิ ำศำสตรด์ นตรสี ำกลรหัสวิชำ ศ 30207 ระดับช้นั มธั ยมศึกษำที่ 6 ครบถว้ นไปดว้ ยเนือ้ หำท่ีเข้ำใจงำ่ ย ผ้จู ัดทำหวงั เปน็ อยำ่ งยง่ิ วำ่
หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ (E-BOOK) เลม่ นจี้ ะเปน็ ประโยชน์แก่ผอู้ ่ำนในกำรเรียนรู้เรอื่ งกำรสอ่ื สำรกำรถ่ำยทอดดนตรสี ำกลเปน็ อย่ำงยิง่ ถ้ำ
ผิดพลำดประกำรใด ขออภัยไว้ ณ ทีน่ ้ี

ควำมเชื่อใน สารบญั มำรยำทใน
ดนตรีสำกล กำรฟงั ดนตรี
ควำมเชอื่
กำรส่ือสำร กำรแต่ง ประโยชน์
กำรถ่ำยทอด กำยในดำ้ น ของดนตรี
ดนตรีสำกล ดนตรี
สำกล
หลักกำรฟัง
ดนตรสี ำกล

คณุ ค่าและความงามของดนตรีสากล

ดนตรีเป็นสว่ นหนง่ึ ของวิถีชวี ิตมนษุ ย์ มนุษย์รู้จักนำดนตรมี ำใช้ประโยชนต์ ้ังแตย่ คุ
ก่อนประวัติศำสตร์ หลังจำกท่ีมนษุ ยร์ ู้จกั กำรจดบันทกึ ขอ้ มูล จงึ ทำใหค้ นรุน่ หลงั ได้ทรำบประวตั คิ วำมเป็นมำของ
ดนตรี กำรศกึ ษำประวัติศำสตรด์ นตรี ทำใหเ้ รำเขำ้ ใจมนุษยด์ ว้ ยกนั มำกข้นึ เขำ้ ใจวิถชี ีวิตควำมเป็นอยู่ และเขำ้ ใจกำร
สืบทอดทำงวัฒนธรรมดนตรกี ำรศกึ ษำเรอ่ื งรำวทำงประวตั ศิ ำสตร์ หรอื กำรมองย้อนกลบั ไปในอดตี นั้นนอกจำกเป็นไป
เพ่อื ควำมสขุ ใจในกำรไดศ้ ึกษำ เรยี นรูแ้ ละรบั ทรำบเร่อื งรำวของอดีตโดยตรงแลว้ ยงั เป็นกำรศกึ ษำเปน็ แนวทำงเพ่ือ
ทำควำมเข้ำใจดนตรีทเ่ี กดิ ข้ึน
และกำรเปลีย่ นแปลงในแงข่ องดนตรใี นปัจจุบนั และเพอื่ นำมำใช้ในกำรทำนำยหรอื คำดเดำถงึ แนวโน้มของดนตรใี น
อนำคต ดว้ ยดนตรเี กิดขึ้นมำพรอ้ มกับมนุษย์และถอื ได้วำ่ เป็นสว่ นหนง่ึ ของชวี ิต
มนุษย์ มนษุ ย์รูจ้ กั กำรสร้ำงเสียงดนตรีเพือ่ ใชเ้ ปน็ เครอื่ งมอื สื่อสำร เชน่ กำรตเี กรำะ เคำะไม้ กำรเปำ่ เขำสตั ว์ กำรเปำ่
ใบไม้ เพอ่ื ส่งสญั ญำณต่ำงๆ มนษุ ยร์ ู้จกั กำรรอ้ งรำทำเพลง เพ่ือใหห้ ำยเครียด เพ่อื ควำมบันเทิง หรือเพอ่ื กำรประกอบ
พธิ กี รรมตำ่ งๆ กจิ กรรมท่ีเกย่ี วเนอ่ื งกบั เร่อื งของเสียงดนตรี มนุษย์ไดท้ ำให้เกิดข้ึนอย่ำงเป็นธรรมชำติของมนุษย์มำ
โดยตลอด ตอ่ มำเมื่อมนษุ ย์ได้สนใจดนตรใี นดำ้ นศลิ ปะดนตรจี งึ ไดว้ ิวฒั นำกำรขน้ึ ตำม
ลำดับ

ความเชื่อเกยี่ วกบั ศาสนา

 สมยั เรเนสซองส์ หรอื สมยั ฟน้ื ฟศู ิลปวทิ ยำ

 เริม่ ประมำณปี ค.ศ. 400 - 1400 ในสมยั กลำงน้ีโบสถเ์ ปน็ ศนู ยก์ ลำงท้ังทำงด้ำนดนตรี ศิลปะ กำรศกึ ษำและกำรเมือง ววิ ัฒนำกำรของ
ดนตรีตะวันตกมกี ำรบันทกึ ไว้ตง้ั แตเ่ ร่ิมแรกของครสิ ตศ์ ำสนำ บทเพลงทำงศำสนำซง่ึ เกิดขนึ้ จำกกรำประสมประสำนระหว่ำงดนตรโี รมนั
โบรำณกบั ดนตรียิวโบรำณ เพลงแตง่ เพอ่ื พิธีทำงศำสนำคริสตเ์ ปน็ สว่ นใหญ่ โดยนำคำสอนจำกพระคมั ภรี ม์ ำรอ้ งเปน็ ทำนอง เพื่อให้
ประชำชนไดเ้ กดิ อำรำณ์ซำบซึ้ง และมีศรทั ธำแกก่ ล้ำในศำสนำ ไมใชเ่ พ่ือควำมไพเรำะของทำนอง หรอื ควำมสนุกสนำนของจังหวะ เมอื่
ศำสนำครสิ ต์แพรก่ ระจำยไปทว่ั โลก ประเทศตำ่ งๆ ไดน้ ำบทเพลงที่ชำตติ นเองคนุ้ เคยมำร้องในพิธีสักกำระพระเจำ้ ดงั นั้นเพลงท่ีใชร้ ้อง
ในพิธขี องศำสนำครสิ ตจ์ ึงแตกตำ่ งกนั ไปตำมภ ูมภิ ำค2. ยุคเรเนสซองส์หรอื ยุคฟ้นื ฟศู ิลปวทิ ยำ (The Renaissance Period)

 เริม่ ประมำณ ค.ศ. 1400 – 1600 เพลงศำสนำยังมคี วำมสำคัญอยู่เชน่ เดิม เพลงสำหรบั ประชำชนท่วั ไป เพื่อใหค้ วำมบนั เทิง
ควำมสนุกสนำน กเ็ กิดขน้ึ ด้วย กำรประสำนเสยี งได้รบั กำรพฒั นำให้กลมกลนื ขน้ึ เพลงศำสนำเปน็ รำกฐำนของทฤษฎกี ำร
ประสำนเสียง เพลงในยุคนีแ้ บง่ เปน็ สองแบบ สว่ นใหญจ่ ะเปน็ แบบท่เี รยี กว่ำ อมิ มเิ ททฟี โพลีโฟนี (Imitative Polyphony) คอื
มีหลำยแนว และแตล่ ะแนวจะเร่มิ ไมพ่ ร้อมกัน ทุกแนวเสยี งมีควำมสำคญั แบบทส่ี องเรยี กว่ำ โฮโมโฟนี (Homophony) คอื มี
หลำยแนวเสียงและบรรเลงไปพรอ้ มกัน มีเพยี งแนวเสียงเดยี วท่ีเด่น แนวเสยี งอนื่ ๆ เป็นเพยี งเสียงประกอบ เพลงในสมัยนี้ ยงั ไม่
มีกำรแบง่ จงั หวะท่ีแน่นอน คอื ยงั ไม่มกี ำรแบง่ หอ้ งออกเปน็ 3/4 หรือ 4/4 เพลงส่วนใหญ่กย็ ังเกย่ี วข้องกับคริสต์ศำสนำอยเู่ พลง
ประกอบขน้ั ตอนตำ่ งๆ ของพิธที ำงศำสนำท่ีสำคัญ คือ เพลงแมส (Mass) และโมเตท็ (Motet) คำรอ้ งเปน็ ภำษำละตนิ เพลงที่
ไม่ใชเ่ พลงศำสนำก็เร่มิ นยิ มกนั มำกข้นึ ไดแ้ ก่ เพลงประเภท แมดรกิ ลั (Madrigal) ซึง่ มเี น้ือร้องเก่ยี วกบั ควำมรัก หรือยกยอ่ ง
บคุ คลสำคัญ และมกั จะมจี งั หวะสนุกสนำน นอกจำกนี้ยังใช้ภำษำประจำชำติของแตล่ ะชำติและเชื้อชำตทิ ่ีนับถือ

ความเช่ือการแต่งกายในด้านดนตรี

 ยคุ คลำสสิค ( Classic Period ; ค.ศ. 1750 -1825)

 กำรละครสมัยน้มี ักจะแสดงเปน็ ประเภทโศกนำฏกรรม (Tragedy มำจำกคำภำษำกรกี Tragoidos ซึ่งแยกออกได้เปน็ 2 คำ คือ Tragos
แปลวำ่ แพะ และ Oidos แปลวำ่ นักรอ้ ง สนั นิษฐำนวำ่ พวกนักรอ้ งอำจแต่งกำยดว้ ยหนงั แพะ หรอื แพะคอื รำงวลั สำหรับเพลงท่ีดีทส่ี ุด
เรื่องท่ีแสดงสว่ นใหญม่ ักเป็นเรอ่ื งเกี่ยวกับเทพเจำ้ กรกี โดยเฉพำะเทพเจำ้ ไดโอนซิ ุส นอกจำกนั้นกเ็ ปน็ เรอ่ื งรำวเกีย่ วกับวรี บุรุษในสมยั
โฮเมอร์ ส่วนใหญ่มกั จบดว้ ยควำมเศรำ้ นักแต่งละครโศกนำฏกรรม ท่ีมชี ่ือเสยี งในสมัยนี้ ไดแ้ ก่ อีสคิลุส มีชวี ติ อยรู่ ะหว่ำงปี 524 – 456
ก่อนครสิ ์ตกำลสมยั เรเนสซองส์ หรอื สมัยฟ้ืนฟูศลิ ปวทิ ยำ

 วฒั นธรรมกำรแตง่ กำยของคนชัน้ สูงในสมยั น้ัน ทง้ั ด้ำนเสือ้ ผ้ำ เคร่อื งนงุ่ ห่ม และควำมนิยมในกำรไว้ผมยำวหวแี สกกลำงตำมสมัยนิยม
ในแฟชนั่ แบบฟลอเรนไทนใ์ นอติ ำลี นอกจำกท่ีปรำกฏให้เหน็ ในภำพโมนำลิซำ ยงั เห็นได้ในภำพอ่นื ๆ ของเขำอกี นอกจำกนี้ ภำพโมนำลิ
ซำยงั เป็นภำพทีเ่ ลโอนำร์โด ดำ วินชี ถ่ำยทอดบุคลิกของตนเองแฝงไว้ในใบหน้ำของโมนำลซิ ำ ซึ่งจะมีลกั ษณะเค้ำโครงรปู หน้ำที่
คล้ำยกนั ล ละครท่ีมีชอื่ เสยี งของเขำ คอื โพรเมเตอุส ,บำวด์, โซเฟอคลิส, ยูริพิดิส

ภำพดนตรขี องผคู้ นสมยั ยุคกลำง

ภำพเครอื่ งดรตรขี องยุคเรเนสซองส์

ประโยชนข์ องดนตรีสากล

 1. ดำ้ นกำรศกึ ษำ
 นำเสยี งดนตรมี ำใช้ประกอบในกำรสอนแบบสรำ้ งสรรคท์ ำงศลิ ปะผลปรำกฏวำ่ เสียงดนตรี สำมำรถส่งเสริมพฒั นำกำรทำงอำรมณ์

เสรมิ สร้ำงควำมคดิ จนิ ตนำกำร ช่วยกระตนุ้ ให้มีกำรแสดงออกในทำงสรำ้ งสรรค์
 2.ดำ้ นกำรแพทย์
 ใชเ้ สียงดนตรกี ระตนุ้ ทำรกในครรภม์ ำรดำ ผลปรำกฏว่ำเดก็ มปี ฏกิ ริ ยิ ำตอบรับกบั เสยี งเพลง ทัง้ ทำงพฤติกรรมและร่ำงกำยที่ดี เสยี งเพลง

ท่นี ุ่มนวลจะทำใหเ้ ด็กมีอำกำรสงบเงยี บ รำ่ งกำยเจริญเติบโตขึ้นและยังชว่ ยใหร้ ะบบหำยใจและระบบยอ่ ยอำหำรดีขน้ึ
 3. ดำ้ นสังคม
 มีกำรใชจ้ งั หวะดนตรีมำกำหนดควบคุมกำรทำงำน เพือ่ ให้เกิดควำมพรอ้ มเพรยี ง เชน่ กำรพำยเรือ จังหวะยก-สง่ ของ เปน็ ตน้ กำรใช้

ดนตรปี ลกุ เร้ำอำรมณใ์ ห้เกดิ ควำมรกั ควำมสำมคั คใี นหมูค่ ณะ

 4. ดำ้ นจติ วิทยำ

 ใชเ้ สียงดนตรปี รับเปลย่ี นนิสัยกำ้ ว ร้ำวของมนษุ ย์ รักษำโรคสมำธสิ ั้น โดยเฉพำะเด็กจะทำให้มสี มำธยิ ำวขน้ึ อ่อนโยนขึ้น โดยใชห้ ลัก
ทฤษฎอี ธี อส (Ethos) ของดนตรี

 5. ด้ำนกีฬำ

 ใชด้ นตรปี ระกอบกิจกรรมกีฬำ เช่น ยมิ นำสตกิ กจิ กรรมเขำ้ จงั หวะ กำรเตน้ แอโรบิค เปน็ ต้น นอกจำกน้ันยังมกี ิจกรรมต่ำงๆมำกมำยทใ่ี ช้
ดนตรเี ปน็ สว่ นประกอบในกำรดำเนินกำรท้งั ทำงตรงและทำงออ้ ม อำจกลำ่ วไดว้ ำ่ ดนตรเี ปน็ ส่วนประกอบทขี่ ำดเสียมิไดใ้ นกจิ กรรมของ
สงั คมมนุษย์

หลักการฟังดนตรีสากล

 หลักกำรฟังดนตรมี ี 2 ประกำร คือ

 1. ฟังอยำ่ งต้งั ใจ เป็นกำรฟังเพ่ือจำแนกเสียงดนตรีวำ่ เสียงที่ไดย้ ินนน้ั เป็นทำนองของเพลงใด ใชท้ ำนองใดเปน็ หลกั มแี นวกำรประสำน
เสยี งอย่ำงไร และจังหวะเปน็ รูปแบบใด รวมทง้ั แยกแยะและบอกชนิดเครื่องดนตรีทีบ่ รรเลงได้

 2. ฟงั อย่ำงเข้ำใจ เปน็ กำรฟงั โดยศึกษำองคป์ ระกอบของเสยี งดนตรหี รอื บทเพลงทีฟ่ งั คอื จงั หวะ ทำนอง กำรประสำนเสยี ง และ
รปู แบบของเพลงใหพ้ จิ ำรณำวำ่ องค์ประกอบครบถว้ นหรือมีควำมสมั พันธส์ อดคล้องกนั อยำ่ งไรบ้ำง

มารยาทในการฟงั ดนตรี

 1. กำรแตง่ กำรเรียบร้อย ในกำรไปชมกำรแสดงดนตรคี วรแต่งกำยให้เรียบร้อย เหมำะสมโดยเฉพำะกำรแสดงดนตรที เ่ี ป็นพิธีกำรมำก
 2. กำรไปถงึ สถำนท่แี สดงก่อนเวลำ ถือเป็นธรรมเนยี มกำรปฏบิ ตั ทิ ผี่ เู้ ขำ้ ชมควรไปถึงสถำนที่แสดงกอ่ นเวลำ และน่งั ตำมท่นี งั่ ให้เรยี บรอ้ ย

ก่อนกำรแสดงจะเรม่ิ ต้น
 3. กำรมีสมำธใิ นกำรชมกำรแสดง ขณะชมกำรแสดงควรมีสมำธใิ นกำรชมกำรแสดงอย่ำงจริงจงั เพ่ือให้เข้ำถึงควำมไพเรำะ คุณคำ่ ของ

บทเพลง ซึง่ ทำให้ผู้ชมเกิดควำมซำบซึ้งในบทเพลงนั้น ๆ
 4. กำรปรบมือ เปน็ มำรยำททีส่ ำคัญของผ้ชู มกำรแสดงดนตรที ค่ี วรปรบมอื เปน็ เวลำนำนเมื่อมกี ำรบรรเลงเพลงแตล่ ะเพลงจบตอ่ ครบั
 5. กำรงดใช้เครือ่ งมือส่ือสำร มักจะได้ยินเสียงจำกเคร่ืองมือสื่อสำรเหลำ่ น้อี ยเู่ สมอ สภำพเช่นนไี้ ม่ควรเกดิ ขึ้นในขณะชมกำรแสดงดนตรี

ประเภทน้ี
 6.กำรนำเด็กเข้ำมำชมกำรแสดง ไมค่ วรนำเด็กอำยตุ ำ่ กวำ่ ๕ ปี เข้ำชมกำรแสดงยกเว้นบำงรำยกำรที่อนุญำต เปน็ กรณีพิเศษ

 7.กำรถำ่ ยภำพกำรแสดง ไม่ควรนำกลอ้ งถ่ำยภำพ กล้องถ่ำยวีดโิ อ เข้ำไปบนั ทึกกำรแสดงในหอประชมุ เวน้ แต่จะได้รับอนุญำตเปน็ กรณี
พเิ ศษ เพรำะกำรแสดงของตำ่ งประเทศหลำยประเทศมลี ิขสทิ ธ์ิเฉพำะ ไมอ่ นญุ ำตใหม้ ีกำรบันทกึ ไปเผยแพร่

 8.งดกำรนำอำหำร และ เครื่องดื่มทกุ ประเภทเข้ำไปในหอประชุม เพรำะนอกจำกอำหำรบำงประเภทจะสง่ กลน่ิ รบกวนผู้อน่ื ตลอดจน
กำรแกะหบี หอ่ และกำรขบเคย้ี วจะทำใหเ้ กดิ เสยี งดัง

ผจู้ ัดทำ

 นำงสำวกญั ญำภัค แม่นศร
 มธั ยมศึกษำปที ่ี ๖/๑ เลขท่ี ๔ เลขประจำตัว ๕๙๘๓

เสนอ
คณุ ครพู นั ธะศักด์ิ ฐำนโพธิ์


Click to View FlipBook Version