The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วิท

วิท

71

1. นกั เรียนท่ีเรยี นกบั ครูชวี วทิ ยาโดยสว่ นรวม และจาแนกตามเพศ ประสบการณ์ และเพศกบั
ประสบการณ์ มีความเข้าใจธรรมชาตวิ ิทยาศาสตรโ์ ดยรวม รายด้านทงั้ 4 ด้าน และรายดา้ นย่อย 8-11
ด้านอย่ใู นระดบั มาก และมคี วามเข้าใจอีก 1-4 ดา้ นยอ่ ยที่เหลอื อยูใ่ นระดับปานกลาง

2. ครูชวี วิทยามคี วามเข้าใจธรรมชาติวทิ ยาศาสตรโ์ ดยรวม รายดา้ นท้ัง 4 ดา้ น และรายด้านย่อย
7 ใน 12 ด้าน มากกวา่ นักเรียนอย่างมีนยั สาคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดบั 0.05

3. ครูชีววทิ ยาชายและครชู วี วิทยาหญงิ มีความเข้าใจธรรมชาติวทิ ยาศาสตรโ์ ดยรวม รายดา้ น
ทั้ง 4 ด้าน และรายดา้ นยอ่ ย 5-8 ดา้ นมากกวา่ นักเรยี นชายและนกั เรยี นหญิงอยา่ งมนี ยั สาคญั ทางสถติ ิ
ทรี่ ะดบั 0.05

4. ครูชวี วทิ ยาท่มี ปี ระสบการณใ์ นการสอนต่างกนั มคี วามเขา้ ใจธรรมชาติวทิ ยาศาสตร์
โดยรวม รายดา้ น 1-4 ดา้ น และรายดา้ นย่อย 2-8 ดา้ น มากกวา่ นักเรียนอย่างมนี ยั สาคญั ทางสถิติท่ี
ระดบั 0.05

5. ครูชวี วทิ ยาทีม่ ีเพศและประสบการณใ์ นการสอนตา่ งกนั มคี วามเข้าใจธรรมชาติ
วทิ ยาศาสตรโ์ ดยรวม รายด้าน 1-3 ด้าน และรายดา้ นยอ่ ย 1-4 ดา้ น มากกว่านกั เรยี นชาย และนกั เรียน
หญิง ยอกเวน้ ครูชีววิทยาหญิงที่มีประสบการณ์ในการสอนมากกวา่ 15 ปขี ้นึ ไป มีความเข้าใจนอ้ ย
กว่านักเรียนชาย และนกั เรยี นหญิงในด้านย่อย ความสมบรู ณแ์ ละเรียบงา่ ย อย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติ
ทร่ี ะดับ 0.05

สิรินภา กิจเกื้อกูล นฤมล ยุตาคม และอรุณี อิงคากุล (2548 : 133-145) ศกึ ษาความเขา้ ใจ
เกีย่ วกบั ธรรมชาติของวิทยาศาสตรข์ องนักเรยี นระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 จานวน 12 คน จาก
โรงเรียนมธั ยมศกึ ษา ก ข และ ค ปีการศึกษา 2547 ในประเทศไทย โดยใชว้ ธิ กี ารสัมภาษณแ์ บบกง่ึ
โครงสรา้ ง ผลการวิจัยพบวา่ นักเรยี นสว่ นใหญม่ คี วามเข้าใจเกย่ี วกับธรรมชาตขิ องวิทยาศาสตร์และ
ธรรมชาติของกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรม์ ากกวา่ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับธรรมชาตขิ องกิจกรรมการ
ทางวิทยาศาสตร์ และเพ่อื ชว่ ยใหน้ กั เรียนเข้าใจถงึ ธรรมชาติของวทิ ยาศาสตรค์ รบโดยสมบูรณ์
นอกจากครผู สู้ อนจะจดั การเรยี นการสอนโดยการเปดิ โอกาสให้นกั เรยี นได้ทาการทดลองหรอื ฝกึ
ปฏิบตั แิ ล้ว ครูผูส้ อนจาเปน็ ตอ้ งสือ่ สารออกมาให้นักเรยี นไดร้ ับรู้ รับฟงั หรอื ไดม้ องเห็นถงึ
ความสาคญั ของกจิ การทางวทิ ยาศาสตรด์ ้วย

สุทธิดา จารัส นฤมล ยุตาคม และพรทิพย์ ไชยโส (2552 : 360-374) ศกึ ษาความเข้าใจ
ธรรมชาตขิ องวิทยาศาสตรข์ องนกั เรยี นแผนการเรียนวทิ ยาศาสตร์ โดยเก็บขอ้ มลู ด้วยแบบสอบถาม
ความเขา้ ใจธรรมชาตขิ องวิทยาศาสตร์ จากนักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 จานวน 135 คน จาก
โรงเรยี นของรัฐบาล 3 แห่ง ในเขตกรงุ เทพมหานคร ในภาคตน้ ปีการศกึ ษา 2552 การวเิ คราะห์
ข้อมลู ใชก้ ารลงรหัส จัดกลุ่ม และสถิตบิ รรยาย ผลการวจิ ยั พบว่า นักเรยี นสามารถบอกลกั ษณะของ

72

วิทยาศาสตรใ์ นหลายแง่มมุ เชน่ ความร้ทู างวทิ ยาศาสตรส์ ามารถเปลีย่ นแปลงได้ การสงั เกตและ
ลงขอ้ สรุป แต่พบว่านักเรียนยังมีความเข้าใจคลาดเคล่ือนในเรือ่ ง วธิ ีการหาความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์
ความหมายและที่มาของกฎและทฤษฎี ปัจจยั ท่ีสง่ ผลต่อการทางานของนกั วิทยาศาสตร์ และ
ผลกระทบของสังคมและวัฒนธรรมที่มีตอ่ วิทยาศาสตร์

จากงานวจิ ัยท่ีเกี่ยวข้องสรปุ ไดว้ ่า ความเขา้ ใจในธรรมชาตขิ องวทิ ยาศาสตร์มคี วามสัมพนั ธ์
กบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นวทิ ยาศาสตร์ เจตคติทางวิทยาศาสตร์ และทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ในเชิงบวก แตย่ ังพบปญั หาเก่ยี วกับการศกึ ษาธรรมชาตขิ องวทิ ยาศาสตร์ คือ นักเรยี น
ขาดความเข้าใจในธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ และครูไมส่ อนสอนธรรมชาตขิ องวทิ ยาศาสตรใ์ น
ชั้นเรยี น เน่อื งจากขาดความเขา้ ใจในการเช่ือมโยงธรรมชาตขิ องวทิ ยาศาสตรใ์ หส้ อดคล้องกับเนอื้ หา
บทเรยี น ท้ังนี้การสอนธรรมชาติของวทิ ยาศาสตรท์ ่ีเหมาะสม ควรใชก้ ระบวนการเรียนการสอนที่
ชัดเจน โดยการตงั้ เป้าหมายในการสอนธรรมชาตขิ องวิทยาศาสตร์ไว้ลว่ งหน้า และจัดกิจกรรมการ
อภิปรายเพ่อื ใหน้ ักเรียนได้สะท้อนความคดิ และความเข้าใจเกี่ยวกบั ธรรมชาตขิ องวิทยาศาสตร์
ซึ่งจะสง่ ผลตอ่ การเรยี นร้วู ิทยาศาสตรข์ องนกั เรยี นต่อไป


Click to View FlipBook Version