ใบงานที่ 1.1
สังคมชมพทู วปี และคตคิ วามเชื่อทางศาสนาสมยั ก่อนพระพทุ ธเจ้า
คาชี้แจง นกั เรียนตอบคำถำมใหถ้ ูกตอ้ ง
1. อธิบำยลกั ษณะทำงภมู ิศำสตร์ของชมพทู วีปใหถ้ ูกตอ้ ง
ชมพทู วปี ในสมยั พุทธกำล ประกอบดว้ ย อำณำจกั รท่ีเป็นอิสระท้งั เล็กและใหญ่
โดยสำมำรถแบง่ ตำมลกั ษณะทำงภมู ิศำสตร์ ออกไดเ้ ป็ น 2 ส่วนท่ีสำคญั ไดแ้ ก่
มชั ฌมิ ประเทศ ปัจจนั ตประเทศ
ประกอบด้วย ..
แคว้นสาคญั ดงั นี้ ประกอบด้วย
แคว้นสาคญั ดงั นี้
แควน้ องั คะ มคธ กาสี โกศล วชั ชี
มัลละ เจตี วงั สะ กุรุ ปัญจาละ มัจฉะ แควน้ สักกะ โกลยิ ะ วเิ ทหะ
สุรเสนะ อัสสกะ อวนั ตี คนั ธาระ ภคั คะ องั คตุ ตราปะ
กัมโพชะ
2. อธิบำยโดยสรุปเก่ียวกบั คติควำมเช่ือของชำวชมพทู วปี ในสมยั ก่อนพทุ ธกำลลงใน “บนั ทึกช่วยจำ”
บนั ทึกช่วยจา
ความเชื่อของชาวชมพูทวปี ในสมยั ก่อนพุทธกาล มีทัง้ หมด 3 คตคิ วามเช่ือ
ความเช่ือที่ 1 . เช่ือเรอ่ื งธรรมชาติ ไดแ้ ก่ ฝนตก พระอาทิตย์ ฟ้ ารอง พายุพัด แผน่ ดนิ ไหว
ซึ่งจะคดิ วา่ เป็ นอาํ นาจของเทพเจา้ ทีบ่ ันดาลให้เกดิ จึงนําไปสู่การทําพธิ บี ชู าเทพเจา้
ความเช่ือท่ี 2 .เช่ือคมั ภรี แ์ ละคาํ สอนของศาสนาพราหมณ์ ทําใหเ้ กิดความเช่ือตอ่ มาซ่ึงเป็ น
ความเชื่อเรอ่ื ง วรรณะ และยังเช่ืออกี วา่ วรรณะพราหมณ์เป็ ฯนผู้นําคาํ สอนของเทพเจา้ มาประกาศ
โดยมีคมั ภีมพ์ ระเวทเป็ นหลกั
ความเชื่อที่ 3 . เชื่อในเรอ่ื งปรชั ญาของศาสนาตา่ งๆและคาํ สอนของเจา้ ลัทธในสภาพสังคมที่
มเี เตค่ วามทกุ ข์ทําให้ผู้คนเรม่ิ หาคาํ ตอบใหช้ ีวติ ทําใหเ้ กิดความเชื่อจากคนที่ไม่ยอมรบั คาํ สอน
ของศาสนาพราหมณ์
ใบงานที่ 2.1
พระพทุ ธศาสนามีทฤษฎที ่ีเป็ นสากล และมีข้อปฏบิ ตั ทิ ย่ี ดึ ทางสายกลาง
คาชี้แจง ตอบคำถำมท่ีกำหนดตอ่ ไปน้ี
พระพุทธศาสนามที ฤษฎที เ่ี ป็ นสากลอย่างไร
ทฤษฏที เ่ี ป็ นสากลของพระพทุ ธศาสนา คอื อรยิ สัจ 4 หรอื หลักความจรงิ อนั ประเสรฐิ
1) สอนวา่ ชีวติ และโลกนี้มปี ัญหา 2) สอนวา่ ปัญหามีสาเหตมุ ิไดเ้ กดิ ขนึ้ ลอยๆ
3) สอนวา่ มนุษยส์ ามารถแก้ปัญหาดว้ ยตนเอง 4) สอนวา่ การแกป้ ัญหานั้นตอ้ งใช้ปัญญา
พระพทุ ธศาสนามขี ้อปฏิบตั ทิ ย่ี ดึ ทางสายกลางอย่างไร
ข้อปฏบิ ัตทิ ี่ยดึ ทางสายกลางของพระพุทธศาสนา คอื มัชฌิมาปฏปิ ทา ไดแ้ ก่
อรยิ มรรคมีองค์ 8 1) ความเห็นชอบ 2) ความดาํ รชิ อบ
3) เจรจาชอบ 4) การกระทาํ ชอบ 5) การเลีย้ งชีพชอบ 6) พยายามชอบ
7) ระลกึ ชอบ 8) ตงั้ ใจมน่ั ชอบ
ใบงานที่ 2.2 ประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนา
คาชี้แจง อ่านกรณีตวั อยา่ งท่ียกมาให้ แลว้ อธิบายวา่ เป็นลกั ษณะประชาธิปไตยในพระพทุ ธศาสนาหรือไม่
เพราะเหตุใด
หลวงพโ่ี หน่งบอกหลวงพเ่ี ท่งว่าวนั นตี้ นจะไม่ลง ไมเ่ ป็ นประชาธปิ ไตย เพราะ เป็ นการตดั สินใจ
อุโบสถทาสังฆกรรม เพราะเพลยี จากการเดนิ ของหลวงพี่โหน่งเพียงผู้เดยี ว และการลงอโุ บสถ
บณิ ฑบาตในตอนเช้า ทาํ สังฆกรรมเป็ นสิ่งท่พี ระสงฆ์ทุกรปู ถอื เป็ นเรอื่ ง
สําคญั
ทป่ี ระชุมคณะสงฆ์วดั ดอนศรีสะอาด มมี ตเิ ป็ น เป็ นประชาธปิ ไตย เพราะ ไดม้ กี ารประชุมคณะสงฆ์
เอกฉันท์ให้หลวงพ่อทองได้รับผ้ากฐิน ในงาน และมมี ตทิ ี่เป็ นเอกฉันท์เรยี บรอ้ ยแล้ว
ทอดกฐินประจาปี 2552
เมอ่ื เกดิ ความเห็นแตกเป็ นสองฝ่ ายในคณะสงฆ์ เป็ นประชาธปิ ไตย เพราะ หลกั ของประชาธปิ ไตยกับ
จะมกี ารตดั สินโดยถอื เอาเสียงข้างมากเป็ นข้อยุติ เยภยุ ยสิกา คลา้ ยกัน
ทเ่ี รียกว่า “ เยภุยยสิกา ”
พระภกิ ษุสงฆ์ทมี่ สี ิทธ์ิเข้าร่วมประชุมในการเตรียม ไมเ่ ป็ นประชาธปิ ไตย เพราะ ยงั มีพระสงฆ์จาํ นวนหน่ึง
งานประจาปี ของวดั จะต้องเป็ นพระทม่ี พี รรษาเกนิ ที่ไมม่ ีสิทธเิ ข้ารว่ มประชุมและไม่ไดอ้ อกความเห็น
กว่า 10 ปี เท่าน้นั พระทบี่ วชใหม่หรือมพี รรษาน้อย เก่ียวกบั การเตรยี ใงานในครงั้ นี้
ไม่มสี ิทธ์ิเข้าประชุมในคร้ังนี้
พระภกิ ษุสงฆ์มคี วามเท่าเทยี มกนั และต้องเคารพกนั เป็ นประชาธปิ ไตย เพราะ พระสงฆ์มคี วามเท่าเทยี มกนั
ตามลาดบั อาวโุ ส คอื ถอื ตามลาดบั การอปุ สมบท หมายความวา่ พระสงฆท์ ุกรปู นั้นมีสิทธอิ์ อกความ
ก่อนหลงั และไม่ถอื ว่ามาจากชนช้ันใด เห็นและรบั ฟังความเห็นจากพระสงฆ์รปู อ่นื เหมอื นกัน
ใบงานที่ 2.3
การคดิ ตามนัยแห่งพระพทุ ธศาสนาและการคดิ แบบวทิ ยาศาสตร์
ตอนที่ 1
คาชีแ้ จง เปรียบเทียบและอธิบายหลกั การของพระพุทธศาสนากบั หลกั วทิ ยาศาสตร์
พระพุทธศาสนา วทิ ยาศาสตร์
พระพุทธศาสนาไม่ไดส้ อนให้มนุษยเ์ ชื่อและ วทิ ยาศาสตรถ์ อื หลกั วา่ จะเช่ืออะไรนั้น
ศรทั ธาอยา่ งงมงาย แตส่ อนให้นําความเชื่อ ตอ้ งพิสูจน์ ให้เห็นจรงิ ก่อน
โยงหาขอ้ พิสูจน์ดว้ ยประสบการณ์ ไม่เช่ือในรปู แบบของการศรทั ธาแตย่ ดึ มัน่
ในรปู แบบของเหตแุ ละผล ความล้มเหลว
ด้านความเช่ือ ดว้ ยปัญญา และ ดว้ ยการปฏิบัติ
และการทดลอง
ด้านความรู้ พระพทุ ธเจ้าตรสั รพู้ ระสัทธรรมเพอื่ สอนให้ วทิ ยาศาสตรเ์ รมิ่ ตน้ ความรจู้ ากประสบการณ์
มนุษยเ์ กดิ ปัญญา 2 ทาง คอื ความเขา้ ใจ เช่น ความอยากรอู้ ยากเห็นจากการไดพ้ บ
ส่ิงตา่ งๆแล้วนําไปสู่การเเสวงหาคาํ อธบิ าย
ถกู ตอ้ งในธรรมชาติ และ ความเข้าใจใน โดยทีค่ าํ อธบิ ายนั้นตอ้ งมีเหต-ุ ผลมา
คณุ คา่ ทางจรยิ ธรรม เพ่ือนําไปปฏิบัติใช้ ยนื ยนั และตอ้ งไม่ยดึ อะไรลว่ งหน้าอยา่ ง
ใหเ้ กิดผลดตี อ่ ตนเองและคนรอบขา้ ง ตายตวั
ด้านความ พระพทุ ธศาสนาเน้นสอนเรอ่ื งศีลธรรม วทิ ยาศาสตรเ์ น้นหาความรทู้ างธรรมชาติ
แตกต่าง ความดคี วามช่ัว มุ่งใหม้ นุษย์ทาํ ส่ิงท่ีดี และวถั หุ รอื สสารไม่ไดส้ นใจเรอื่ งศีลธรรม
และมคี วามเมตตาตอ่ ส่ิงรอบขา้ งทงั้ มนุษย์ เช่น วทิ ยาศาสตรค์ นพบการระเบิด
แตค่ วรจะระเบิดอะไรหรอื ไม่ควรระเบดิ
และธรรมชาติ อะไร ไม่ไดอ้ ยู่ในหลกั การของวทิ ยาศาสตร์
ตอนที่ 2
คาชี้แจง ตอบคาถามตามประเด็นท่ีกาหนด
นกั เรียนคดิ ว่า การคดิ ตามนัยแห่งพระพุทธศาสนา (ด้วยวธิ ีคดิ แบบโยนโิ สมนสิการ )
สามารถนามาใช้ให้เกดิ ประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ของนกั เรียนได้อย่างไรบ้าง
การคดิ ตามหลกั วธิ ีคดิ แบบโยนิ โสมนสิการ เป็ นวธิ ีคดิ ทร่ี ะเอียด รอบคอบ ถูกวธิ ี มีระเบยี บ และมีเหตมุ ีผล
ซึ่งเป็ นแนวคดิ ท่ีสามารถนํามาประยกุ ต์ ใช้ ได้ ในหลายๆสถานการณ์ และการทาํ ตามแบบแนวคดิ นี้ยังทําให้
เรามีความอดทนและใจเย็น ไมว่ วู่ ามมากยง่ิ ขนึ้ เน่ืองจากวธิ คี ดิ แบบนี้ตอ้ งใช้เวลาและอาศัยสติ ความใจเย็น
สามารถนํามาใช้กับตนเองและคนรอบขา้ งโดยที่ไมส่ ่งผลรา้ ยตอ่ ผูอ้ ่นื และยังจะทําใหผ้ คู้ นรอบข้างไมร่ สู้ ึกไม่ดี
ตอ่ ตวั เรา
ใบงานที่ 2.4 พระพุทธศาสนา
คาชี้แจง อ่านกรณีตวั อยา่ งที่กาหนดให้ แลว้ แสดงความคิดเห็นตามประเดน็ ท่ีกาหนด
นายเกษม เป็นอดีตผบู้ ริหารท่ีประสบความสาเร็จท้งั ในชีวติ และธุรกิจของเขา แต่
วนั หน่ึงเมื่อเกิดพิษเศรษฐกิจคร้ังใหญ่ ทาให้นายเกษมกลายเป็นบุคคลลม้ ละลาย จากวนั น้นั
นายเกษมก็เปลี่ยนไปท้งั ดื่มเหลา้ สูบบุหรี่ และหมกมุ่นอยแู่ ตใ่ นความทุกขข์ องตนเอง
จนกระทงั่ นายเกษมไดพ้ บกบั พระรูปหน่ึงโดยบงั เอิญ และเขาไดร้ ะบายความทุกขใ์ นใจ
ท้งั หมดใหก้ บั พระรูปน้นั ไดฟ้ ัง ซ่ึงพระรูปน้นั จึงไดใ้ หข้ อ้ คิดกบั นายเกษมวา่ ธรรมดาของ
โลก ยอ่ มมีสุขและทุกขเ์ วยี นมาไมร่ ู้จบ ไม่มีส่ิงใดที่จีรังยงั่ ยนื การที่เราจะมีสติเตรียมพร้อม
รับกบั เรื่องราวต่างๆ น้นั จาเป็นตอ้ งรู้จกั ฝึกหดั อบรมตนเองท้งั กาย วาจา และใจ รวมท้งั มี
สมาธิและปัญญาในการเขา้ ใจปัญหาและสามารถดาเนินชีวติ ไดอ้ ยา่ งมนั่ คง และใน
ทา้ ยท่ีสุดก็ใหแ้ สวงหาหนทางแห่งอิสรภาพที่แทจ้ ริงในทางพระพุทธศาสนา ซ่ึงถือเป็น
ความสุขท่ีแทจ้ ริง โดยนายเกษมกร็ ับไปปฏิบตั ิตามดว้ ยความคาดหวงั วา่ สิ่งน้ีจะช่วยนาเขา
ใหพ้ น้ จากความทุกขท์ ่ีประสบอยู่
1. สาเหตุแห่งความทุกขข์ องนายเกษม คืออะไร
สาเหตหุ ลักของความทุกขข์ องนายเกษมมาจากผลของพิษเศรฐกิจครงั้ ใหญก่ ็จรงิ แต่ รองลงมาท่ีสําคญั ไม่แพ้กันเลย มาจาก
ทีน่ ายเษมนั้นไม่รอบคอบไม่ไดม้ ีแผนรบั มอื กบั ปัญหาทีเ่ กิดขนึ้ อีกทงั้ ยงั จมอย่กู ับความทุกขน์ ั้นโดยไมเ่ ป็ นอนั ทาํ อะไร
ทําให้ความทกุ ขข์ องนายเกษมมีเพม่ิ มากขนึ้ ตามเวลา
2. คาสอนของพระที่ใหแ้ ก่นายเกษมน้นั สอดคลอ้ งกบั หลกั การฝึกอบรม และการพ่งึ ตนเองในทาง
พระพทุ ธศาสนาอยา่ งไร
การฝึ กอบรมจิตใจในเรอื่ งของ สมาธิ และ ปัญญา คอื การที่นามเกษมตอ้ งมสี มาธกิ ับเรอ่ื งทีเ่ กิดขึน้ และหาแนวทางการ
หลดุ พ้นจากวกิ ฤตครงั้ นี้ ในเรอื่ งของปัญญา คอื ความเข้าใจในสถานการณ์ทกี่ าํ ลงั เกดิ ขึน้ ความรเู้ ทา่ ทนั เหตกุ ารณ์
ทเี่ ป็ นประโยชน์ตอ่ ตวั นายเกษมเองในทกุ ๆดา้ นของการใช้ชีวติ
3. นกั เรียนคิดวา่ ศาสตร์แห่งการศึกษาในพระพทุ ธศาสนาน้นั สามารถนามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นกรณีของ
นายเกษมไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
นําข้อคดิ ของหลกั คาํ สอนของพระพุทธเจ้าเรอ่ื ง โยนิ โสมนสิกา มาใช้ คอื การสอนใหร้ จู้ กั คดิ วเิ คราะห์ วจิ ารณ์
อยา่ งรอบดา้ น ซึ่งเป็ นผลให้เกดิ ปัญญา โดยการคดิ คอื การคดิ ให้ถกู ทางตอ่ เนื่องเป็ นลาํ ดบั ๆ การคดิ พิจารณาถงึ
ความจรงิ ท่ีเกิด การคดิ อยา่ งมีเหตผุ ล และการคดิ พจิ ารณาให้เกดกุศลธรรมคอื การพจิ ณาทที่ ําใหม้ ีสติ เพ่ือท่ีจะนํา
ไปแก้ ไขปัญหาที่เกดิ ขึน้
4. ถา้ นกั เรียนเป็ นนายเกษม นกั เรียนจะมีวธิ ีแกไ้ ขปัญหาท่ีเกิดข้ึนอยา่ งไร ใหต้ นเองพน้ จากความทุกข์
ที่เป็นอยตู่ ามหลกั พระพุทธศาสนาที่วา่ ดว้ ยเหตุปัจจยั และวธิ ีการแกไ้ ขปัญหา
นําคาํ สอนของพระพุทธศาสนาในเรอ่ื ง อรยิ สัจ 4 มาประยกุ ต์ ใช้กับหลกั พระพุทธศาสนาท่วี า่ ดว้ ยเหตปุ ัจจยั
และวธิ ีแก้ ไขปัญหา ดงั นี้
ทุกข์ คอื การเกิดปัญหา หรอื รปู้ ัญหาท่เี กิดขึน้ รวู้ า่ ปัญหาที่เกดิ ขนึ้ คอื อะไร เราตอ้ งรวู้ า่ เรากําลงั มีปัญหาอะไรอยู่
สมทุ ยั คอื การสืบหาปัญหาของสาเหตุ เราตอ้ งรแู้ ลว้ วา่ ปัญหาคอื อะไรแตย่ ังคงตอ้ งหาสาเหตขุ องปัญหานี้
นิ โรธ คอื การกําหนดแนวทางการแก้ ไขปัญหาท่เี กิดจากสาเหตตุ า่ งๆ เมื่อรวู้ า่ ตน้ ตอของปัญหาเกิดจากอะไรก็ควรหาวธิ แี ก้ ไข
มรรค คอื ปฎบิ ตั ติ ามวธิ กี ารการแก้ ไขปัญหา คอื ปฎิบตั ติ ามท่เี ราไดก้ ําหนดแนวทางไวเ้ พ่ือทจี่ ะไดห้ ลดุ พน้ หรอื ดบั ปัญหานี้
ใบงานท่ี 2.5
พระพุทธศาสนามุ่งประโยชน์และสันตภิ าพแก่บุคคล สังคม และโลก
คาชีแ้ จง หาขา่ วเก่ียวกบั การช่วยเหลือเก้ือกลู กนั ของคนในสังคมไทยหรือต่างประเทศมาติดไวใ้ นกรอบ
แลว้ ตอบคาถามในประเดน็ ท่ีกาหนด
(ข่าว)
1. นกั เรียนเล่าเน้ือหาโดยสรุปของขา่ ว
เมอื่ ปี 2562 ชายวยั 26 ปี ไดส้ ละบ้านของตนเองให้เป็ นสถานทด่ี แู ลผู้ป่ วยตดิ เตยี งที่ไม่มีญาติ หรอื คนดแู ล
แตเ่ วลาผ่านไปยง่ิ มคี นเข้ามามากขึน้ ทาํ ใหก้ ลายเป็ นพนื้ ท่ีคบั เเคบ ไดม้ คี นบรจิ าคพืน้ ท่ี 1 ไร่ 2 งานให้เพือ่ สรา้ งศนู ย์
ดแู ลขึน้ มาใหม่
2. จากข่าวขา้ งตน้ ตรงกบั หลกั ธรรมขอ้ ใด ในสังคหวตั ถุ 4 โดยอธิบายและเชื่อมโยงเน้ือหาใหช้ ดั เจน
ทาน คอื การเสียสละ แบ่งปันของตนเองเพอื่ เป็ นประโยชน์แก่ผู้อ่ืน ไดม้ คี นบรจิ าคพนื้ ที่ใหเ้ พือ่ สรา้ งศนู ยก์ ารดแู ล
ท่ีใหญ่กวา่ เดมิ และ ชายหนุมคนนี้ไดเ้ สียสละบา้ นของตนเองเพ่อื ไวด้ แู ลคนท่ีไมส่ ามารถดแู ลตนเองได้
3. นกั เรียนคิดวา่ หากเราถึงพร้อมดว้ ยหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา จะช่วยใหส้ ังคมและโลกของเรา
มีความสงบสุขและเกิดสนั ติภาพไดอ้ ยา่ งไร
พระพุทธศาสนานั้นเน้นสอนให้เราเป็ นคนที่ดี มศี ีลธรรม มสี ติ สมาธิ ปัญญา หากเราทุกคนสามารถเข้าถึงเเละ
ปฏบิ ัตติ นตามหลักของพระพทุ ธศาสนาไดอ้ ย่างครบถว้ นไมม่ ากก็น้อยจะทาํ ใหเ้ รามีคณุ ภาพชีวติ ที่ดขี ึน้ ไมท่ างใด
ก็ทางหน่ึง อาจไม่ไดเ้ ป็ นคนทีม่ ีพรอ้ มทกุ อย่างแตน่ ั้นจะทาํ ใหเ้ ราไมป่ ระมาท รอบคอบ มสี ติ อยูเ่ สมอ และนั่นจะทาํ ให้ผคู้ น
ไมท่ าํ สิ่งทว่ี วู่ าม