The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Bast Practice Active learning ครูผู้สอน-วิทยาศาสตร์ฯ-ครูอรชุมา แซ่่ลิ่ม โรงเรียนบ้านบางม่วง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aonchuma, 2023-09-03 23:15:30

ฺBest Practice Active Learning ปี2566

Bast Practice Active learning ครูผู้สอน-วิทยาศาสตร์ฯ-ครูอรชุมา แซ่่ลิ่ม โรงเรียนบ้านบางม่วง

1


ก ค าน า โรงเรียนบ้านบางม่วง อ าเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เห็นความส าคัญของการพัฒนาครูเพื่อจัดการเรียนรู้เชิง รุก (Active Learning) ได้ก าหนดเป็นภารกิจหลักของโรงเรียน มีโครงการ/กิจกรรมส่งเสริมให้ครูน ารูปแบบ/เทคนิค การสอนต่างๆมาใช้จัดการ เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ อีกทั้งยังส่งเสริมให้ครูได้พัฒนา วิจัย สื่อ และ นวัตกรรม อย่างต่อเนื่องทุกปีการศึกษา การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) เป็นผลงานด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เรื่องหนึ่ง ของโรงเรียน ซึ่งเป็นการใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เรื่อง พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต เพื่อพัฒนา รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่มีการใช้เครื่องมืออย่างหลากหลาย อาทิ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบฝึกหัดเสริมทักษะ การทดลง การลงมือปฏิบัติและสื่อประกอบกิจกรรมต่างๆ โดยรายงานฉบับนี้รวบรวม รายละเอียดของผลงาน การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหา ความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เรื่อง พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต อนึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลงาน การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคนิคการ สอนแบบสืบ เสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) นี้จะเป็นแบบอย่าง หรือแนวทางในการ ปฏิบัติงานด้านการการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของสถานศึกษาที่สนใจ ต่อไป อรชุมา แซ่ลิ่ม


ข สารบัญ เรื่อง หน้า ค าน า ก สารบัญ ข ชื่อผลงาน ๑ ชื่อผู้น าเสนอผลงาน ๑ ความส าคัญของผลงาน นวัตกรรม หรือวิธีปฏิบัติที่น าเสนอ ๑ จุดประสงค์ และเป้าหมายของการด าเนินงาน ๒ ขั้นตอนการด าเนินงาน กระบวนการผลิตผลงาน รูปแบบวิธีการในการพัฒนาสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ๒ ผลการด าเนินงาน ผลสัมฤทธิ์ ประโยชน์ที่ได้รับ ๔ ปัจจัยความส าเร็จ ๕ บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) ๕ การเผยแพร่ การได้รับการยอมรับ รางวัลที่ได้รับ ๕ การขยายผล ต่อยอด ประยุกต์ใช้ผลงาน นวัตกรรม หรือวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ๗ ภาคผนวก ก ๘ ภาคผนวก ข ๑๔


๑ แบบรายงานการน าเสนอผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ส าหรับครูผู้สอน ๑. ชื่อผลงาน การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) ๒. ชื่อผู้เสนอผลงาน : นางสาวอรชุมา แซ่ลิ่ม ต าแหน่ง ครู โรงเรียนบ้านบางม่วง สังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา ต าบลบางม่วง อ าเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา รหัสไปรษณีย์ ๘๒๑๙๐ E-mail [email protected] โทรศัพท์ ๐๘๑๐๘๓๘๒๑๓ ผลงานที่เสนอ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓. ความส าคัญของผลงาน นวัตกรรม หรือวิธีปฏิบัติที่น าเสนอ วิทยาศาสตร์มีบทบาทส าคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับชีวิตของทุก คนทั้งในการด ารงชีวิตประจ าวันและในงานอาชีพต่างๆ เครื่องมือเครื่องใช้ ตลอดจนผลผลิตต่างๆ เพื่อใช้อ านวยความ สะดวกในชีวิตและการท างานล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อื่นๆ ความรู้วิทยาศาสตร์ช่วยให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมาก พร้อมกันนั้นเทคโนโลยีก็มีส่วนส าคัญมากที่จะให้ การศึกษาค้นคว้าความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ดังนั้นในการจัดกระบวนการเรียนรู้ในวิชา วิทยาศาสตร์ จึงจ าเป็นต้องมีความรอบคอบและพิถีพิถัน ผู้วิจัยเป็นครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ตระหนักในความส าคัญนี้ จึงได้หาแนวทางหลาย ๆ อย่างเข้ามาจัดกระบวนการการเรียนรู้ แต่ก็ยังคงพบอุปสรรคมากมายผู้เรียนส่วนใหญ่มี ความเห็นตรงกันว่าวิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่ยากและมีผู้เรียนจ านวนไม่น้อยที่ไม่ประสบผลส าเร็จในการเรียนรู้ การเรียน การสอนวิทยาศาสตร์ที่ดีในศตวรรษที่ ๒๑ ควรมีลักษณะอย่างไร เมื่อวิถีชีวิตและสภาพของการเรียนรู้ในยุคปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ผู้สอนจึงมิได้เพียงแค่ท าหน้าที่ส่งผ่านความรู้เท่านั้น แต่ต้องเติมทักษะที่จ าเป็นในการ เรียนรู้อย่างสมดุล จากสภาพปัญหาการเรียนในปัจจุบัน การพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้จึงเป็นสิ่งส าคัญ เพราะการจัด กระบวนการเรียนรู้ที่ดี ย่อมท าให้ผู้เรียนประสบผลส าเร็จตามเป้าประสงค์ของหลักสูตรที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เป็นผู้ ค้นพบความรู้ ด้วยตนเองมากที่สุด และนอกจากกิจกรรมการเรียนการสอนแล้ว ด้วยเหตุนี้ผู้พัฒนาผลงานจึงเกิด แนวคิดที่จะพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้ เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) โดยเลือกเรื่องพื้นฐาน ของสิ่งมีชีวิต ซึ่งกระบวนการเรียนรู้ต้องเกิดจากการเรียนรู้ทฤษฎีและการสืบค้นข้อมูลเป็นหลัก โดยมีกระบวนการ


๒ ทดลองค่อนข้างน้อย จึงต้องให้การจัดการเรียนรู้ตามล าดับขั้นตอนมุ่งให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองผ่าน กิจกรรมการเรียนรู้ ๔. จุดประสงค์ และเป้าหมายของการด าเนินงาน ๔.๑ จุดประสงค์ ๑) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่เหมาะสมกับสภาพการจัดการเรียนการสอนวิชา วิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ๒) เพื่อศึกษาผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหา ความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) เรื่อง พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ในบทเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ ๑ ๔.๒ เป้าหมายของการด าเนินงาน ๔.๒.๑ เป้าหมายเชิงปริมาณ ๑) จัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) เรื่อง พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต กับผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ จ านวน ๓๔ คน ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ในโรงเรียนบ้านบางม่วง ๒) ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ทุกคนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ เกิดความสนใจ ตั้งใจ และใฝ่ เรียนรู้ ๔.๒.๒ เป้าหมายเชิงคุณภาพ ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ มีความรู้ความเข้าใจและการน าไปใช้ เรื่อง พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต สามารถร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ได้ และเกิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง จัดท าผลงาน/ชิ้นงาน อยู่ในระดับคุณภาพ “ดี” ขึ้นไป ๕. ขั้นตอนการด าเนินงาน กระบวนการผลิตผลงาน รูปแบบวิธีการในการพัฒนาสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ๕.๑ ขั้นออกแบบผลงาน/นวัตกรรม ขั้นเตรียมการ ๑) ออกแบบ/ก าหนดรูปแบบการด าเนินงาน - ก าหนดรูปแบบการสอนเชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) เรื่อง พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ประกอบการใช้แบบฝึกหัดเสริม ทักษะส าหรับทบทวนเนื้อหาและสรุปความรู้ ๒) ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหา ความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) เรื่อง พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุงพุทธศักราช ๒๕๖๐) ขั้นการพัฒนาเครื่องมือ การวางแผนการจัดการเรียนรู้ หมายถึง การตีความหมายของหลักสูตร และการก าหนดรายละเอียด ของหลักสูตรที่จะต้องน ามาจัดการเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้และแก้ไขปัญหาโดยผลการวางแผน จะได้เป็นคู่มือที่ใช้เป็นแนวทาง เรียนว่า ก าหนดการสอน ประกอบด้วยกิจกรรม ดังนี้


๓ ๑) ศึกษาวิเคราะห์หลักสูตร ได้แก่ หลักการ จุดหมาย โครงสร้าง เวลาเรียน แนวทางการด าเนินการ จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ตอบสนองจุดประสงค์การเรียนรู้ และจุดมุ่งหมายของหลักสูตร การวัดและการ ประเมินผลการเรียน ค าอธิบายในแต่ละกลุ่มประสบการณ์ ซึ่งระบุเนื้อหาที่ต้องให้ผู้เรียนได้เรียนตามล าดับขั้นตอน กระบวนการที่ต้องให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติ และจุดประสงค์การเรียนที่ต้องการให้เกิดการเรียนรู้ ๒) ศึกษาความสอดคล้องสัมพันธ์กันกับองค์ประกอบแต่ละส่วนของหลักสูตร ๓) ล าดับความคิดรวบยอดที่จัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ก่อนหลัง โดยพิจารณาขอบข่ายเนื้อหา และ กิจกรรมที่ก าหนดไว้ในค าอธิบายรายวิชา ๔) ก าหนดผลที่ต้องการ เครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอนให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อได้เรียนรู้ ความคิด รวบยอดแต่ละเรื่องแล้ว ๕) ก าหนดกิจกรรมการเรียนการสอนตามล าดับขั้นตอนที่ก าหนดไว้ในค าอธิบายรายวิชา หรืออาจ พิจารณาจากกิจกรรมที่เหมาะสมกับเนื้อหาสาระ ๖) ก าหนดเวลาเรียนให้เหมาะสมกับขอบข่ายเนื้อหาสาระหรือความคิดรวบยอด จุดประสงค์การ เรียนรู้และกิจกรรมที่ก าหนดไว้ ภาพที่ ๑ แสดงรูปแบบการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) ออกแบบสื่อประกอบกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) แผนการจัดการเรียนรู้ รูปแบบสืบแบบสืบเสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning)ของบทเรียนเรื่อง พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุงพุทธศักราช ๒๕๖๐) จ านวน ๓ แผน ๑๒ ชั่วโมง ประกอบด้วย • แผนฯ ที่ ๑ : เซลล์ของสิ่งมีชีวิต เวลา ๕ ชั่วโมง • แผนฯ ที่ ๒ : เซลล์พืชและเซลล์สัตว์ เวลา ๓ ชั่วโมง • แผนฯ ที่ ๓ : การแพร่และออสโมซิส เวลา ๔ ชั่วโมง


๔ แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ประเมินความรู้ความเข้าใจ และการน าไปใช้ (จากการท าแบบทดสอบ ความรู้เรื่อง พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต จ านวน ๒๐ ข้อ โดยคาดหวังให้ผู้เรียนร้อยละ ๘๐ ผ่าน เกณฑ์การประเมินความรู้ ความเข้าใจ (วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน) : เกณฑ์ผ่านร้อยละ ๖๐ ของคะแนนเต็ม ขั้นการด าเนินงาน ๑) จัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) เรื่อง พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ตามแผนการจัดการเรียนรู้ ๒) ประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนจากการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้คุณภาพผลงาน และ การทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ๖. ผลการด าเนินงาน ผลสัมฤทธิ์ ประโยชน์ที่ได้รับ ๖.๑ ผลการด าเนินงาน ในระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) เรื่อง ส่วนประกอบของเซลล์พืชเซลล์สัตว์มีการมอบหมายงาน คือชิ้นงานเชิงสร้างสรรค์ส่วนประกอบของเซลล์พืชเซลล์สัตว์และใบงานส่วนประกอบและหน้าที่ของเซลล์พืชเซลล์ สัตว์ ซึ่งมีผลการประเมินระดับคุณภาพ แสดงดังตารางที่ ๑ ตารางที่ ๑ แสดงการวิเคราะห์ระดับคุณภาพจากการประเมินผลงานที่มอบหมาย ผลการประเมินระดับคุณภาพ จ านวนผู้เรียนที่ได้ (คน) คิดเป็นร้อยละ ดีมาก ๑๖ ๔๗.๐๖ ดี ๑๒ ๓๕.๒๙ พอใช้ ๔ ๑๑.๗๖ ปรับปรุง ๒ ๕.๘๘ จากตารางที่ ๑ ผลการวิเคราะห์ระดับคุณภาพจากการประเมินผลงานที่มอบหมายคือชิ้นงานเชิงสร้างสรรค์ เซลล์พืชเซลล์สัตว์และใบงานส่วนประกอบของเซลล์พืชเซลล์สัตว์พบว่าผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ จ านวน ๓๔ คน มีระดับคุณภาพดีมาก ร้อยละ ๔๗.๐๖ คุณภาพดีร้อยละ ๓๕.๒๙ คุณภาพพอใช้ ร้อยละ ๑๑.๗๖ ปรับปรุง ร้อยละ ๕.๘๘ หลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เรื่อง พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ครูผู้สอนได้ท าการทดสอบความรู้ความเข้าใจและการน าไปใช้ของผู้เรียน โดยการวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนด้วยแบบทดสอบ จ านวน ๒๐ ข้อ ข้อละ๑ คะแนน ซึ่งก าหนดให้ผู้ผ่านการทดสอบร้อยละ ๖๐ เป็นผู้ผ่าน เกณฑ์การประเมิน โดยมีผลการทดสอบแสดงดังตารางที่ ๒ ตารางที่ ๒ แสดงการวิเคราะห์ระดับคุณภาพจากการประเมินผลงานที่มอบหมาย ช่วงคะแนน จ านวนผู้เรียนที่ได้ (คน) คิดเป็นร้อยละ ๑๒ – ๒๐ คะแนน ๒๘ ๘๒.๓๕ ต่ ากว่า ๑๒ คะแนน ๖ ๑๗.๖๕


๕ จากตารางที่ ๒ แสดงผลการทดสอบความรู้ความเข้าใจและการน าไปใช้ของผู้เรียนผ่านแบบทดสอบพบว่า ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ จ านวน คน มีคะแนนอยู่ในช่วงผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๖๐ จ านวน คน คิดเป็นร้อยละ ๘๒.๓๕ การวิเคราะห์หาความเหมาะสมของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอน แบบสืบเสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) จากบันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู้ พบว่า สามารถจัดการเรียนรู้ได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่จัดท าไว้ ผู้เรียนผ่านเกณฑ์การประเมินจ านวน ๓๔ คน คิด เป็นร้อยละ ๑๐๐ ๖.๒ ผลสัมฤทธิ์ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) เรื่อง พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ส าเร็จลุล่วงได้ด้วยดีผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจและ มีส่วนร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้เป็นอย่างดี สามารถเกิดองค์ความรู้ด้วยตนเองจัดท าผลงานที่มอบหมายอยู่ในระดับดี เป็นส่วนใหญ่ ๖.๓ ประโยชน์ที่ได้รับ ๑) ผู้เรียนได้เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) เรื่อง พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ๒) ครูผู้สอนสามารถน ารูปแบบการจัดการเชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคนิคการสอนแบบสืบ เสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) ไปปรับใช้ในเนื้อหาอื่นๆ ๓) โรงเรียนมีรูปแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ต้นแบบที่ผ่านการพัฒนาอย่างมีระบบเพิ่มขึ้นอีก ๑ รูปแบบ ๗. ปัจจัยความส าเร็จ ๗.๑ ผู้บริหาร คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความตระหนักถึงความส าคัญของการจัดการเรียนรู้ เชิง รุก (Active Learning) มีการส่งเสริมการใช้เทคนิคการสอนอย่างหลากหลายรูปแบบ ๗.๒ โรงเรียนมีโครงการหรือแผนงานด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ส่งเสริมให้ครูจัดท าสื่อการสอน นวัตกรรม และวิจัยทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ๘. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) ประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหา ความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) เรื่อง พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต นี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแผนการ จัดการเรียนรู้เพียงอย่างเดียว หากแต่ขึ้นอยู่กับผู้สอนด้วย ดังนั้นครูผู้สอนจะต้องเข้าใจเนื้อหาและวิธีการใช้สื่อ ประกอบการสอนเป็นอย่างดี ๙. การเผยแพร่ การได้รับการยอมรับ รางวัลที่ได้รับ การเผยแพร่การด าเนินงานผ่านสื่อออนไลน์ https://sites.google.com/obec.moe.go.th/kro-onchu/Home



๗ ๑๐. การขยายผล ต่อยอด ประยุกต์ใช้ผลงาน นวัตกรรม หรือวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ น ารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้เทคนิคการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ๕ ขั้นตอน (The ๕E’s of Inquiry-Based Learning) เรื่อง พื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ไปขยายผลในโรงเรียน โดยการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคนิคการจัดการเรียนรู้ร่วมกัน


๘ ภาคผนวก ก แผนการจัดการเรียนรู้


๙ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ หน่วยของสิ่งมีชีวิต เรื่อง เซลล์ของสิ่งมีชีวิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ร า ย วิ ช า วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ ว ๒๑๑๐๑ จ านวนเวลาที่สอน ๕ ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวอรชุมา แซ่ลิ่ม ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๑. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด (ความเข้าใจที่คงทน) เซลล์ (cell) เป็นหน่วยพื้นฐานที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต ทั้งสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ ซึ่งเซลล์ แต่ละชนิดจะมีรูปร่างและลักษณะที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปเซลล์ของสิ่งมีชีวิตจะมีขนาดเล็ก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วย ตาเปล่า จึงต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ในการศึกษารูปร่างและลักษณะของเซลล์ ๒. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดชั้นปี/ผลการเรียนรู้/เป้าหมายการเรียนรู้ ๒.๑ ตัวชี้วัด ว ๑.๒ ม.๑/๒ ใช้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสงศึกษาเซลล์และโครงสร้างต่าง ๆ ภายในเซลล์ ม.๑/๓ อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างกับการท าหน้าที่ของเซลล์ ม.๑/๔ อธิบายการจัดระบบของสิ่งมีชีวิต โดยเริ่มจากเซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบอวัยวะ จนเป็นสิ่งมีชีวิต ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๓.๑ ด้านความรู้(Knowledge) ๑) อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างของเซลล์ต่อการท าหน้าที่ของเซลล์ได้ ๒) อธิบายการจัดระบบของสิ่งมีชีวิตได้ ๓.๒ ด้านทักษะและกระบวนการ (Skill/Process) ๓) ใช้งานกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงตามขั้นตอนที่ถูกต้องได้ ๓.๓ ด้านเจตคติ (Attitude) ๔) ปฏิบัติตามขั้นตอนการใช้งานกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงได้ ๔. สาระการเรียนรู้ ๔.๑ เนื้อหาสาระหลัก : Knowledge (ผู้เรียนต้องรู้อะไร) - เซลล์เป็นหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตบางชนิดมีเซลล์เพียงเซลล์เดียว เช่น อะมีบา พารามี เซียม ยีสต์ บางชนิดมีหลายเซลล์ เช่น พืช สัตว์ - เซลล์ของสิ่งมีชีวิตมีรูปร่างลักษณะที่หลากหลาย และมีความเหมาะสมกับหน้าที่ของเซลล์นั้น เช่น เซลล์ประสาทส่วนใหญ่มีเส้นใยประสาทเป็นแขนงยาว น ากระแสประสาทไปยังเซลล์อื่น ๆ ที่อยู่ไกลออกไป เซลล์ขน รากเป็นเซลล์ผิวของรากที่มีผนังเซลล์และ เยื่อหุ้มเซลล์ยื่นยาวออกมา ลักษณะคล้ายขนเส้นเล็ก ๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวใน การดูดน้ าและแร่ธาตุ


๑๐ - พืชและสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์มีการจัดระบบ โดยเริ่มจาก เซลล์ไปเป็นเนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบ อวัยวะ และสิ่งมีชีวิต ตามล าดับ เซลล์หลายเซลล์มารวมกันเป็นเนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อหลายชนิดมารวมกันและท างาน ร่วมกันเป็นอวัยวะ อวัยวะต่าง ๆ ท างานร่วมกัน ๔.๒ ทักษะ/กระบวนการ : Process (ผู้เรียนสามารถปฏิบัติอะไรได้) - ทักษะการสร้างค าอธิบาย - ทักษะการสื่อความหมาย - ทักษะการคิดวิเคราะห์ - ทักษะการสืบค้นโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ๔.๓ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ : Attitude (ผู้เรียนควรแสดงพฤติกรรมการเรียนอะไรบ้าง) - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นในการท างาน ๕. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๑) ทักษะการสังเกต ๒) ทักษะการระบุ ๓) ทักษะการเปรียบเทียบ ๔) ทักษะการจ าแนกประเภท ๕) ทักษะการส ารวจ ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการท างาน ๖. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ ๕Es (๕Es Instructional Model) ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นน า กระตุ้นความสนใจ (Engage) ๑. ครูแจ้งผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ๒. ครูให้นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อวัดความรู้เดิมของนักเรียนก่อนเข้าสู่บทเรียน ๓. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่จะเรียนวันนี้ โดยให้นักเรียนดูภาพสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว และ สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ จาก PPT จากนั้นครูถามค าถาม Big Question ว่า สิ่งที่เล็กที่สุด ในร่างกายของเราคือ อะไร แล้วให้นักเรียนระดมความคิดในการตอบค าถาม(แนวค าตอบ เซลล์ เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในร่างกาย ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด)


๑๑ ขั้นสอน ส ารวจค้นหา (Explore) ๑. ครูถามค าถามเพื่อทบทวนความรู้เดิมว่า สิ่งมีชีวิตแตกต่างจากสิ่งไม่มีชีวิตอย่างไร เพราะเหตุใดจึงเป็น เช่นนั้น (แนวค าตอบ สิ่งมีชีวิตสามารถเจริญเติบโต เคลื่อนไหว หายใจ ขับถ่าย สืบพันธุ์ และตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ ส่วนสิ่งไม่มีชีวิตไม่มีคุณสมบัติของลักษณะดังกล่าว เพราะสิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนประกอบไปด้วยเซลล์ที่เป็น หน่วยพื้นฐานให้สิ่งมีชีวิตด าเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อใช้ในการด ารงชีวิต) ๒. ครูถามค าถามเพื่อโยงเข้าสู่หัวข้อที่จะเรียนว่า ร่างกายของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะมีโครงสร้าง และจ านวน เซลล์ในการด ารงชีวิตเหมือนกันหรือไม่ (แนวค าตอบ ร่างกายของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะมีโครงสร้าง และจ านวนเซลล์ในการด ารงชีวิต ไม่เหมือนกัน) ๓. ครูให้นักเรียนศึกษาวีดิทัศน์การเคลื่อนที่ของพารามีเซียมกับการเคลื่อนที่ของสัตว์ แล้วให้นักเรียนร่วมกัน อภิปรายเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสิ่งมีชีวิตทั้งสองชนิด ในประเด็นของจ านวนเซลล์ และการ ท างานร่วมกันของเซลล์ที่มีผลต่อการเคลื่อนที่ ๔. ครูให้นักเรียนศึกษา เรื่อง ประเภทเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ในหัวข้อสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว และยกตัวอย่างภาพ สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.๑ เล่ม ๑ หน้าที่ ๒๙ ชั่วโมงที่ ๒ ขั้นสอน ส ารวจค้นหา (Explore) ๑. ครูถามค าถามเพื่อโยงเข้าสู่หัวข้อถัดไปว่า เซลล์ต่าง ๆ ที่อยู่บนร่างกายของเรามีรูปร่างและหน้าที่ เหมือนกันหรือไม่ อย่างไร (แนวค าตอบ เซลล์บนร่างกายมนุษย์มีรูปร่างแตกต่างกันตามความเหมาะสมกับหน้าที่การท างานของเซลล์ แต่ละชนิด เช่น เซลล์กล้ามเนื้อเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ เซลล์รับแสงในดวงตา เป็นต้น) ๒. ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์เช่น พืช สัตว์ เป็นต้น โดยให้นักเรียนศึกษารูปร่างและ หน้าที่ของเซลล์จาก PPT หรือหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.๑ เล่ม ๑ หน้าที่ ๓๐-๓๑ ๓. ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ ๔-๕ คน ร่วมกันยกตัวอย่างเซลล์ของสิ่งมีชีวิตมา ๑๐ ชนิด พร้อมอธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างกับหน้าที่ของเซลล์ชนิดนั้น แล้วส่งตัวแทนออกมาน าเสนอ หน้าชั้น เรียน ชั่วโมงที่ ๓ ขั้นสอน ส ารวจค้นหา (Explore) ๑. ครูถามค าถามเกริ่นน าเข้าสู่หัวข้อที่จะเรียนว่า เราจะศึกษารูปร่างและลักษณะเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว และเซลล์ของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ได้อย่างไร


๑๒ (แนวค าตอบ การศึกษาเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว และเซลล์ของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ต้องอาศัยกล้อง จุลทรรศน์เข้ามาช่วยในการศึกษา) ๒. ครูน าเข้าสู่บทเรียนโดยการเล่าประวัติของรอเบิร์ต ฮุค พอสังเขป พร้อมทั้งอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับกล้อง จุลทรรศน์ที่รอเบิร์ต ฮุค เป็นผู้ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในการศึกษาเซลล์ จากนั้นครูตั้งค าถามเพื่อกระตุ้นความสนใจ ของนักเรียนว่า เซลล์ ที่รอเบิร์ต ฮุค ค้นพบมีลักษณะอย่างไร (แนวค าตอบ รอเบิร์ต ฮุค ใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูไม้คอร์กที่เฉือนบาง ๆ และพบช่องขนาดเล็กจ านวนมาก เรียกช่องเหล่านี้ว่า เซลล์ (cell) แต่เซลล์ที่รอเบิร์ต ฮุค เห็นนั้นเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว เพราะ ภายในไม่มี องค์ประกอบที่มีชีวิตอยู่มีเพียงผนังเซลล์เรียงติดกันเป็นช่องสี่เหลี่ยม) ๓. ครูอธิบายส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์จาก PPT หรือหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.๑ เล่ม ๑หน้าที่ ๓๒ ๔. ครูสาธิตการใช้งานกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงตามขั้นตอนที่ถูกต้อง จาก PPT หรือหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ม.๑ เล่ม ๑ หน้าที่ ๓๓ ๕. ครูแจกใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง เซลล์ของสิ่งมีชีวิต แล้วให้นักเรียนศึกษาค าชี้แจงในใบงาน ๖. ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ ๔-๕ คน ฝึกปฏิบัติใช้งานกล้องจุลทรรศน์ โดยใช้สไลด์ตัวอย่างที่จัดเตรียม ไว้ แล้ว ได้แก่ พารามีเซียม ยูกลีนา เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์อสุจิ เซลล์ประสาท เซลล์คุม เป็นต้น โดยแต่ละ กลุ่มจะได้รับสไลด์ตัวอย่างที่แตกต่างกัน จากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสังเกตรูปร่าง แล้ววาดภาพและ บรรยายลักษณะและหน้าที่ของเซลล์ แต่ละชนิดลงในใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง เซลล์ของสิ่งมีชีวิต ชั่วโมงที่ ๔ ขั้นสอน อธิบายความรู้ (Explain) ๑. ครูสุ่มเลือกนักเรียน ๔ คน ออกมาน าเสนอใบงานที่ ๒.๑ หน้าชั้นเรียน โดยนักเรียนแต่ละคนน าเสนอใน หัวข้อ ดังนี้ นักเรียนคนที่ ๑ น าเสนอขั้นตอนการใช้กล้องจุลทรรศน์ นักเรียนคนที่ ๒ น าเสนอความแตกต่างระหว่างสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวกับสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ นักเรียนคนที่ ๓ และ ๔ น าเสนอความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างของเซลล์ต่อการท าหน้าที่ของเซลล์จาก สไลด์ตัวอย่าง ๒. ครูอธิบายเพิ่มเติมเพื่อเสริมความเข้าใจหลังจากนักเรียนแต่ละคนน าเสนอจบ ชั่วโมงที่ ๕ ขั้นสรุป ขยายความเข้าใจ (Expand) ๑. ครูให้นักเรียนท าแบบฝึกหัดลงในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.๑ เล่ม ๑ ตรวจสอบผล (Evaluate) ๑. ครูตรวจใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง เซลล์ของสิ่งมีชีวิต ๒. ครูตรวจแบบฝึกหัดในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.๑ เล่ม ๑ ๓. ครูประเมินพฤติกรรมการท างานรายกลุ่มจากการศึกษาองค์ประกอบและการใช้งานของกล้องจุลทรรศน์ ๔. ครูประเมินการน าเสนอใบงาน โดยใช้แบบประเมินการน าเสนอผลงาน


๑๓ ๗. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ๗.๑ การประเมินก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง หน่วยของสิ่งมีชีวิต - ตรวจแบบทดสอบก่อน เรียน - แบบทดสอบก่อนเรียน ประเมินตามสภาพ จริง ๗.๒ ประเมินระหว่างการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑) เซลล์ของสิ่งมีชีวิต - ตรวจใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง เซลล์ของสิ่งมีชีวิต - เฉลยใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง เซลล์ของสิ่งมีชีวิต ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ๒) การน าเสนอผลงาน - ประเมินการน าเสนอ ผลงาน - แบบประเมินการน าเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๓) พฤติกรรมการ ท างานรายกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การท างานรายกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานรายกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๔) คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการท างาน - แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ๘. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๘.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ม.๑ เล่ม ๑ ๒) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ม.๑ เล่ม ๑ ๓) ใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง เซลล์ของสิ่งมีชีวิต ๔) PowerPoint น าเสนอภาพสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ และรูปร่างของเซลล์ในสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ ๕) PowerPoint น าเสนอภาพส่วนประกอบและขั้นตอนการใช้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง ๖) กล้องจุลทรรศน์ ๗) สไลด์สิ่งมีชีวิตตัวอย่าง เช่น พารามีเซียม ยูกลีนา เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์อสุจิ เป็นต้น ๘.๒ แหล่งการเรียนรู้ ๑) ห้องเรียน ๒) ห้องปฏิบัติการ


๑๔ ภาคผนวก ข. ภาพการจัดการเรียนรู้


๑๕


๑๖


๑๗


Click to View FlipBook Version