ทบทวนกอ่ นสอบกลางภาคเลขยกกาลงั & อตั ราสว่ นตรโี กณมติ ิ 6. ถ้า a 1 5 แล้ว a 5 a 13 มคี ่าเท่าใด (O – NET 2560)
3
1. ถา้ 1 2b แล้ว a b มีคา่ เทา่ ใด (O – NET 2562) 2 a 1
2 3
a3
4a 8
2. ถา้ y เปน็ จานวนจรงิ บวก แลว้ y 3 y2 เทา่ กบั เทา่ ใด 7. นิพจน์ 3 16x 4 3 54x 4 3 128x 4 เทา่ กบั เทา่ ใด (O – NET 2560)
y x(2x ) 13 3x(2x ) 13 9x (2x ) 1
3
(O – NET 2562)
4 4
10x 3 18x 3
3. 2 8 16 1 1 เทา่ กบั เท่าใด (O – NET 2562)
3 3
42
8. นิพจน์ 25 625x6y4 เทา่ กับเทา่ ใด (O – NET 2560)
4. ถ้า x 11 3 64 แล้วค่าของ x อยู่ในชว่ งใด (O – NET 2561)
8 20 125
[0, 2) [2, 4) [4, 11)
2
a 1 3 1612 1 1
[11, 7) [4, 11) 9. จานวนจริงบวก a ทท่ี าให้ 2 2
2 2 a 2 27 3
5 1 3 2 1 0
2 2
เทา่ กบั เท่าใด (O – NET 2560)
5. ถา้ 4 5 5 1 มีค่าเทา่ กับเท่าใด (O – NET 2561)
55
10. ถ้า a 5 และ b 8 แลว้ 6 a2b 6 a4b
เทา่ กบั เท่าใด (O – NET 2560)
11. ถ้า a 3 2 แลว้ a2 1 มีคา่ เท่ากบั เท่าใด 8 4 16 1
3 2 a2 125 125
16. ถา้ x แล้ว x มีค่าเท่ากับขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี
(O – NET 2560) (O – NET 2551)
12. ถา้ x เปน็ จานวนจรงิ บวกท่ีสอดคลอ้ งกบั สมการ 17. ถ้า 8x 8(x1) 8(x2) 228 แลว้ x มีคา่ เท่ากบั ข้อใดตอ่ ไปน้ี
(4x )2x 1 (16)4 แลว้ x มีค่าเทา่ กับเท่าใด (O – NET 2560) (O – NET 2550)
22x
2 1
18. 83 (18)3 มีค่าเท่ากบั ขอ้ ใดตอ่ ไปนี้ (O – NET 2550)
13. ถา้ รปู สีเ่ หลี่ยมผืนผา้ มดี า้ นยาว ยาวกวา่ ดา้ นกว้างอยู่ 3 ฟตุ และ 4 144 6
เสน้ ทแยงมุมยาวกวา่ ด้านกวา้ งอยู่ 7 ฟตุ แล้วเสน้ รอบรูปของสเ่ี หลย่ี ม
น้ยี าวก่ฟี ตุ (O – NET 2556)
19. กาหนดให้ ABC เป็นรูปสามเหลี่ยมทม่ี ีมมุ B เป็นมมุ ฉาก มมี มุ A
เท่ากบั 30o และมพี นื้ ที่เทา่ กบั 24 3 ตารางหนว่ ย ความยาว
ของดา้ น AB เท่ากบั ขอ้ ใดต่อไปนี้ (O – NET 2549)
14. ค่าของ (2)2 8 1 2 2 เทา่ กบั ข้อใดต่อไปนี้
2
32
(O – NET 2552)
20. กาหนดให้ ABC เป็นรปู สามเหลี่ยมทม่ี ีมมุ B เป็นมมุ ฉาก
ถา้ cotA 12 แลว้ 10 cosecA 12 secA มคี ่าเท่าใด
5
(O – NET 2549)
15. ( 18 23 125 34 4)3 มคี ่าเทา่ กบั เท่าใด (O – NET 2551)
21. จากรปู ขอ้ ใดถกู ต้อง (O – NET 2552) 25. ให้ ABC เป็นรูปสามเหลี่ยมทีมีมมุ C เป็นมุมฉาก ดา้ น BC ยาว a
หนว่ ย และดา้ น AC ยาว a + 8 หน่วย ถ้า cot(90o B) 3
C
แล้ว a มคี ่าเท่ากบั ข้อใดต่อไปน้ี (O – NET 2554)
BA
sin21o cos 69o 26. อิทธิยืนอยู่ยอดประภาคารสงู 30 เมตร เห็นเรอื สองลาจอดอยู่ในทะเล
sin21o cos21o ทางทิศตะวันออกในแนวเส้นตรงเดยี วกัน โดยท่ีสายตาของเขาทามุมกม้
cos21o tan21o องศา เม่ือมองเรอื ลาทหี่ นึ่ง และทามุมกม้ องศา เม่ือมองเรอื ลา
tan21o cos 69o
ทสี่ อง ถ้าเรอื สองลาอยู่ห่างกนั 80 เมตร และ = 90 องศา
22. กลอ้ งวงจรปดิ ซงึ่ ถกู ติดต้ังอย่สู ูงจากพนื้ ถนน 2 เมตร สามารถจบั ภาพได้
ตา่ ทสี่ ุดทมี่ ุมก้ม 45o และสูงทสี่ ดุ ทมี่ ุมกม้ 30o ระยะทางบนพ้ืนถนน แลว้ เรอื ลาทอ่ี ยู่ไกลจากฝงั ท่ีสุดอยู่ห่างจากจดุ ที่ตวั ประภาคารก่ีเมตร
ในแนวกลอ้ งที่กลอ้ งนส้ี ามารถจบั ภาพไดค้ ือเทา่ ใด (O – NET 2553)
(O – NET 2554)
23. กาหนดใหส้ ามเหลี่ยมมุมฉาก ABC มี C 90o ให้ D เปน็ จดุ บน 27. ชายคนหนึ่งเห็นยอดตกึ แหง่ หน่ึงด้วยมุมเงย 45o เม่ือชายคนนเี้ ดินเข้าไป
ดา้ น AB ซึ่งทาให้ CD ตง้ั ฉากกบั AB ถา้ AB ยาว 20 หนว่ ย และ
CD ยาว 8 หน่วย แล้ว AD มคี วามยาวมากท่ีสุดกห่ี น่วย ใกล้ตึกอีก 10 เมตร เขาจะมองเห็นยอดตกึ ดว้ ยมุมเงย 60o ตกึ หลังนี้
(O – NET 2554)
มีความสูงใกลเ้ คยี งกบั คา่ ในข้อใดตอ่ ไปนี้มากทสี่ ดุ (O – NET 2558)
25 เมตร 30 เมตร 35 เมตร
40 เมตร 45 เมตร
24. cosec 30o sin 31o sin 35o tan 55o มีคา่ เทา่ กับเท่าใด 28. สุทศั นยืนมองจากหน้าตา่ งห้องพักในตึก A ไปยงั ตกึ B เขามองยอดตึก B
cos 35o cos 59o เป็นมมุ เงย 45o และมองฐานตึก B เป็นมมุ กม 30o ถาหนา้ ตา่ งห้องพกั
อยสู่ งู จากพื้นดนิ 20 เมตร แล้วตึก B สงู กเ่ี มตร (O – NET 2560)
(O – NET 2554)