คู่มือภารกิจงาน สำ นักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกกรระะททรรววงงกกาารรพัพัพัฒพัฒนนาาสัสัสังสังคคมมแแลละะคคววาามมมั่มั่ มั่ น มั่ นคคงงขขอองงมมนุนุ นุ ษ นุ ษย์ย์ ย์ย์
สารบัญ หน้า สารบัญ วิสัยทัศน์กระทรวง 2 พันธกิจ 2 โครงสร้างองค์กร 3 กฏหมายในภารกิจกระทรวง พม. 4 กลุ่มเป้าหมาย 5 ภารกิจสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 6 การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม 7 ➢ ด้านเงินสงเคราะห์ 7 - เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน 7 - เงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน 8 - เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง 8 - เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ 9 - เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก 9 - เงินสงเคราะห์คนไทยตกทุกข์ได้ยากในประเทศให้กลับภูมิลำเนา 11 - การสงเคราะห์ในการจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี 11 ➢ด้านการกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพ 12 - การให้บริการกู้ยืมเงินกองทุนเพื่อการประกอบอาชีพ สำหรับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ 12 - การให้บริการกู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูงอายุ 13 ➢ด้านสภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัย 15 - การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ 15 - การปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย 17 การให้บริการประชาชน 19 - เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 19 - กองทุนคุ้มครองเด็ก 21 - ครอบครัวอุปถัมภ์ 23
สารบัญ (ต่อ) หน้า - ครอบครัวบุญธรรม 25 - การขออนุญาตจัดตั้ง/ต่ออายุสถานรับเลี้ยงเด้กเอกชน 26 - การคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว 27 - การคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ 28 - การขอมีบัตรผู้แสดงความสามารถ 31 - งานออกบัตรประจำตัวคนพิการ 31 - การจัดบริการล่ามภาษามือ 33 - การจัดบริการกายอุปกรณ์สำหรับช่วยคนพิการ 33 - การบริการช่วยเหลือทางกฎหมาย 34 - การจัดหาครอบครัวอุปการะให้แก่คนพิการที่ไม่มีผู้ดูแล 34 - การให้บริการผู้ช่วยคนพิการ 35 - การจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป 36 - การรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ 37 - การรับรองเป็นองค์กรสวัสดิการชุมชน 38 งานโครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน 39 งานด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม (งานมูลนิธิต่าง ๆ) 41 เครือข่ายการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ 42 กลไกการขับเคลื่อนงาน/คณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการฯ 43 ช่องทางการให้บริการ 44 บรรณานุกรม
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
2 โครงสร้าง
3
4 กลุ่มเป้าหมาย
5 กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ.2559 โดยมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ 1. จัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในระดัยจังหวัดรวมทั้ง รายงานสถานการณ์ทางสังคมและเสนอแนะแนวทางแก้ไข 2. ประสานและจัดทำแผนงานโครงการและกิจการด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในระดับจังหวัดให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวง 3. ส่งเสริมและประสานการดำเนินงาน การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตามภารกิจและเป้าหมายของหน่วยงาน ในกระทรวง 4. ส่งเสริมสนับสนุนและประสานการดำเนินงานกับองค์กรเครือข่ายในจังหวัด ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน 5. ส่งเสริมและประสานงานการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมรวมทั้งการส่งต่อให้หน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีอำนาจหน้าที่ในการจัดสวัสดิการสังคมตามกฎหมาย 6. กำกับดูแลหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ให้ดำเนินการตามกฎหมายนโยบายของกระทรวงและติดตาม และประเมินผล แผนการปฏิบัติราชการของกระทรวงในความรับผิดซอยของส่วนราชการและหน่วยงานสังกัด กระทรวงในระดับจังหวัด 7. เป็นศูนย์ข้อมูลด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในระดับจังหวัด 8. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้มีการดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์รวมทั้งความก้าวหน้าทางวิชาการและผลการปฏิบัติงานของกระทรวง 9. รับเรื่องราวร้องทุกข์และแก้ไขปัญหาสังคมในระดับจังหวัด 10. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย โดยที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เป็นกลไกระดับภูมิภาคที่สำคัญของกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่จะสามารถปฏิบัติภารกิจด้านการพัฒนาสังคม เพื่อเสริมสร้างความ มั่นคงของมนุษย์ให้เข้าถึงและครอบคลุมประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งนี้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมี ประสิทธิภาพมุ่งสู่วิสัยทัศน์ของกระทรวงที่จะเป็นองค์การและกลไกระดับชาติที่เอื้ออำนวยและประสาน เชื่อมโยง กับภาคีทุกภาคส่วนเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต มีบริการสวัสดิการและการคุ้มครองอย่างทั่วถึง เป็นธรรมและเสมอภาคสามารถช่วยเหลือและพัฒนาตนเองครอบครัวและชุมชน เป็นสังคมสันติสุขน่าอยู่และยั่งยืน ต่อไป ภารกิจสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด
6 หลักเกณฑ์ เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน ให้เป็นไปตามหลักการเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัว ยากจน ในอัตราและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด ดังนี้ 1. ให้การช่วยเหลือเป็นเงิน ครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท สำหรับครอบครัวที่มีเด็กหนึ่งคน และไม่เกิน 3,000 บาท สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเกินกว่าหนึ่งคน 2. ให้การช่วยเหลือเป็นสิ่งของ (เครื่องอุปโภคบริโภค) วงเงินไม่เกิน 1,000 บาท สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก หนึ่งคน และไม่เกิน 3,000 บาท สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเกินกว่าหนึ่งคน (การจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค ให้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) 3. ให้การช่วยเหลือทั้งเงินและสิ่งของในคราวเดียวกัน วงเงินไม่เกิน 2,000 บาท สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก หนึ่งคน และไม่เกิน 3,000 บาท สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเกินกว่าหนึ่งคน 4. ให้คำแนะนำ ปรึกษา และบริการอื่นๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม ด้านเงินสงเคราะห์ เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน
7 หลักเกณฑ์ - เป็นผู้ที่ประสบปัญหาทางสังคม มีความเดือดร้อน ตามหลักเกณฑ์วิธีการ การจ่ายเงินช่วยเหลือให้เป็น ไปตามระเบียบกระทรวงฯ ว่าด้วยการจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2564 - ดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็นและเหมาะสม - ให้ความช่วยเหลือเป็นเงินหรือสิ่งของได้ไม่เกิน 3,000 บาท/ครอบครัว และช่วยติดต่อกันได้ไม่เกิน 3 ครั้งต่อ ครอบครัวต่อปีงบประมาณ หลักเกณฑ์ การให้ความช่วยเหลือเป็นเงิน หรือสิ่งของ วงเงินช่วยเหลือไม่เกินครั้งละ 3,000 บาท และช่วยติดต่อกัน ไม่เกิน 3 ครั้ง/ครอบครัว/ปีงบประมาณ เงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง
8 หลักเกณฑ์ 1. คนพิการ หรือครอบครัวคนพิการที่ประสบปัญหาเดือดร้อน มีสภาวะยากลำบาก หรืออยู่ตามลำพัง หรือฐานะยากจน หรือไม่มีรายได้ 2. ช่วยเหลือเป็นสิ่งของหรือเป็นเงินครั้งละไม่เกิน 3,000 บาท ปีละไม่เกิน 3 ครั้ง/คน/ปีงบประมาณ หลักเกณฑ์ 1. ผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาเดือดร้อน มีสภาวะยากลำบาก หรืออยู่ตามลำพัง หรือฐานะยากจน หรือไม่มีรายได้ 2. ช่วยเหลือเป็นสิ่งของหรือเป็นเงินครั้งละไม่เกิน 3,000 บาท ปีละไม่เกิน 3 ครั้ง/คน/ปีงบประมาณ เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก
9
10 คุณสมบัติ 1. อายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป 2. สัญชาติไทย 3. ผู้สูงอายุที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เว้นแต่ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐแต่ยังไม่ มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือยังไม่ได้ลงทะเบียนให้นายอำเภอ หรือกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน หรือนายกเทศมนตรี หรือ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นผู้ออกหนังสือรับรองตามแบบที่อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุกำหนด 4. การช่วยเหลือเป็นเงิน รายละ 3,000 บาท เงินสงเคราะห์คนไทยตกทุกข์ได้ยากในประเทศให้กลับภูมิลำเนา การสงเคราะห์ในการจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี
11 ด้านการกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพ การให้บริการกู้ยืมเงินกองทุนเพื่อการประกอบอาชีพ สำหรับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ
12 เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายเกี่ยวกับการคุ้มครองการส่งเสริม และการสนับสนุนผู้สูงอายุตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ สามารถยื่นกู้รายบุคคลวงเงินรายละไม่เกิน 30,000 บาท และสามารถยื่นกู้รายกลุ่ม จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ต้องชำระคืนเป็นรายงวดภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี โดยไม่มีดอกเบี้ย การให้บริการกู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูงอายุ
13
14 การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้แก่คนพิการ 1. ห้องน้ำและห้องอาบน้ำ เช่น ติดตั้งราวจับอุปกรณ์พยุงตัว วัสดุปูพื้นและปรับระดับพื้นเรียบ ไม่ลื่น ปรับเปลี่ยนสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ที่ถูกสุขอนามัย ปรับแสงสว่าง และการระบายอากาศ ระบบสุขาภิบาล และการ ระบายน้ำที่ดี 2. บันได ติดตั้งราวจับพยุงตัวที่แข็งแรง ราวกันตก จมูกกันลื่น ขยายชั้นลูกนอน และปรับลดระยะชั้นลูกตั้ง ไม่ให้ชันและตั้งเกินไป และปรับชานพัก 3. ทางเดินภายในบ้าน ห้องนอน เตียงนอนพื้นที่พักผ่อน ห้องครัว ห้องอาหารภายในอาคารโดยติดตั้งราว จับหรืออุปกรณ์พยุงตัวที่แข็งแรงในพื้นที่ที่ใช้งานบ่อย วัสดุปูพื้นและปรับระดับพื้นเรียบไม่ลื่น แสงสว่างและการ ระบายอากาศ การจัดเก็บสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ให้เข้าที่ และติดตั้งผลิตภัณฑ์และสิ่งอำนวยความสะดวก มือจับ เตียงที่ห้อยขาลุกได้เอง 4. หลังคา ชานบ้าน สวน ทางเดินรอบบ้าน ภายนอกอาคาร เช่น การปรับปรุงทางเดินทางลาดราวจับเดิน และที่จอดรถ 5. รายละเอียดอื่นๆ เพื่อให้ที่อยู่อาศัยมีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย โดยอัตราวงเงินในการปรับ สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้แก่คนพิการกำหนดวงเงินเหมาจ่ายรายละไม่เกิน 40,000 บาท โดยผ่าน อปท. เป็นผู้ประมาณการค่าใช้จ่ายตามแบบ แล้วส่งไปยังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ด้านสภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัย การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ
15
16 งบประมาณ การปรับสภาพแวดล้อมซ่อมแซมที่อยู่อาศัยในอัตราเหมาจ่ายหลังละไม่เกิน 40,000 บาท โดยเป็นค่าวัสดุ ในการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน ค่าบริหารจัดการ และค่าตอบแทน โดยผ่าน อปท. เป็นผู้ประมาณการค่าใช้จ่ายตามแบบ แล้วส่งไปยังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ การปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย
17
18 คุณสมบัติ เด็กแรกเกิดที่มีสิทธิ 1. มีสัญชาติไทย 2. เด็กที่มีอายุไม่เกิน 6 ปี 3. อาศัยอยู่กับผู้ปกครองที่อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ไม่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของหน่วยงานรัฐ หรือเอกชนตามที่อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนประกาศกำหนด คุณสมบัติผู้ปกครองที่มีสิทธิลงทะเบียน 1. เป็นบุคคลที่รับเด็กแรกเกิดไว้ในความอุปการะ 2. เด็กแรกเกิดต้องอาศัยรวมอยู่ด้วย 3. อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย คือ สมาชิกครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาท ต่อคนต่อปี หมายเหตุ มารดาที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ยังไม่ต้องมายื่นคำร้องขอลงทะเบียนขอรับสิทธิเงินอุดหนุนเพื่อ การเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จะได้รับเงินอุดหนุนเดือนละ 600 บาท ตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียนขอรับสิทธิ ไม่มีย้อนหลัง การให้บริการประชาชน เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
19
20 กองทุนคุ้มครองเด็ก
21
22 หลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือค่าเลี้ยงดูเด็กแก่ครอบครัวอุปถัมภ์ 1. จ่ายให้ครอบครัวอุปถัมภ์ที่ยากจน ซึ่งรับเด็กกำพร้าหรือถูกทอดทิ้ง หรือบิดามารดาไม่สามารถดูแลได้ 2. การช่วยเหลือเงินค่าเลี้ยงดูเด็กเดือนละไม่เกิน 2,000 บาท ต่อเด็ก 1 คน 3. การช่วยเหลือเป็นสิ่งของ เช่น เครื่องอุปโภคบริโภคสำหรับเด็กตามความจำเป็นเดือนละไม่เกิน 500 บาท ต่อเด็ก 1 คน 4. กรณีการให้ความช่วยเหลือครอบครัวที่ให้ความอุปการะเด็กมากกว่า 1 คน พิจารณาช่วยเหลือค่าเลี้ยงดู เด็กได้ ภายในวงเงินเดือนละไม่เกิน 4,000 บาท และ/หรือช่วยเหลือเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคภายในวงเงินเดือนละ ไม่เกิน 1,000 บาท 5. กรณีการช่วยเหลือเงินค่าเลี้ยงดูเด็ก สำหรับเด็กอายุครบ 18 ปี ให้ช่วยเหลือในเดือนที่เด็กมีอายุครบ 18 ปี บริบูรณ์ เป็นเดือนสุดท้าย ครอบครัวอุปถัมภ์
23
24 เป็นการจัดหาครอบครัวทดแทนถาวรให้กับเด็ก เพื่อให้เด็กมีชีวิตครอบครัวตามสิทธิพื้นฐานที่ควร จะได้รับ การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมดำเนินการและดูแลโดยศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ซึ่งจัดตั้งขึ้น เมื่อ พ.ศ.2520 ตามมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2520 และตามมาตรา 15 แห่ง พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ.2522 เพื่อเป็นการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามเจตนารมณ์ ของกฎหมาย การดำเนินการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม จึงต้องคำนึงทั้งด้านสังคมและกฎหมาย กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่สำคัญ ได้แก่ 1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 2. พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.2474 3. พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ.2522 4. พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2533 5. พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553 6. กฎกระทรวงฉบับที่ 9 (พ.ศ.2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ.2522 7. กฎกระทรวงการสอบคุณสมบัติและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่และความเหมาะสม ของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมบุคคลผู้มีอำนาจให้ความยินยอมในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม และเด็กที่จะเป็น บุตรบุญธรรม พ.ศ.2544 8. ระเบียบคณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขว่าด้วยการ เตรียมความพร้อมในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ.2554 คุณสมบัติตามกฎหมาย ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจะต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้น ดังนี้ 1 ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ 2. ต้องมีอายุแก่กว่าเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี 3. ต้องเป็นผู้ที่ไม่ต้องห้ามที่จะเป็นผู้ปกครองเด็ก ตามมาตรา 1587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ได้แก่ - ผู้ซึ่งศาลสั่งว่าเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ - ผู้ซึ่งเป็นบุคคลล้มละลาย - ผู้ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะปกครองผู้เยาว์หรือทรัพย์สินของผู้เยาว์ - ผู้ซึ่งมีคดีในศาลกับผู้เยาว์ - ผู้ซึ่งบิดามารดาที่ตายได้ทำหนังสือระบุชื่อห้ามไว้มิให้เป็นผู้ปกครองเด็ก ครอบครัวบุญธรรม
25 การขออนุญาตจัดตั้ง/ต่ออายุสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน
26 ความรุนแรงในครอบครัว หมายถึง การกระทำการใดๆโดยมุ่งประสงค์ให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพของบุคคลในครอบครัว หรือการกระทำที่มีเจตนาที่อาจเป็นอันตรายแก่จิตใจ หรือสุขภาพ ของบุคคลในครอบครัว หรือบังคับ หรือใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมให้บุคคลในครอบครัวต้องกระทำการ ไม่กระทำการ หรือยอมรับการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งโดยมิชอบ แต่ไม่รวมถึง การกระทำโดยประมาท การคุ้มครองและช่วยเหลือผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว
27 การคุ้มครองและช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
28 ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัด (ศปคม.จ.) โดยสำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ระดับจังหวัด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งมีภารกิจงาน ที่เกี่ยวข้องหลัก 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ 2) การป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์3) การช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้า มนุษย์ 4) กองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และให้การสนับสนุนการดำเนินงานอื่น ๆ ตามที่ ได้รับมอบหมายในจังหวัด การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในระดับจังหวัด ใช้กระบวนการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหาย จากการค้ามนุษย์โดยมีการดำเนินงานตามแนวทางกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism : NRM) มี 4 ขั้นตอน
29
30 ผู้พิการทุกประเภท ที่แพทย์รับรองความพิการแล้ว งานออกบัตรประจำตัวคนพิการ การขอมีบัตรผู้แสดงความสามารถ
31
32 ล่ามภาษามือ ได้รับค่าตอบแทนในอัตราไม่ต่ำกว่าชั่วโมงละ 300 บาท และไม่เกินชั่วโมงละ 500 บาท และอัตราชั่วโมงละ 600 บาท กรณีให้บริการประชุมสัมมนาหรือฝึกอบรม (ประกาศกรมส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราคำตอบแทนการให้บริการล่ามภาษามือ ประกาศ ณ วันที่ 10 กันยายน 2561) หลักเกณฑ์ คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ ประเภท 3 และใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่าคนพิการมีความสามารถ ในการใช้รถสามล้อชนิดมือโยก การจัดบริการล่ามภาษามือ การจัดบริการกายอุปกรณ์สำหรับช่วยคนพิการ
33 ความช่วยเหลือทางกฎหมาย - การให้คำปรึกษาหารือทางกฎหมาย - การให้ความรู้ทางกฎหมาย - การจัดทำนิติกรรมสัญญา - การไกล่เกลี่ยหรือการประนีประนอมยอมคว - การจัดหาทนายความ - การให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ ในทางคดี ครอบครัวอุปการะคนพิการได้รับการสนับสนุน - ค่าใช้จ่ายในการอุปการะเลี้ยงดูคนพิการแบบเหมาจ่ายไม่เกิน 3,000บาท/คน/เดือน - ค่าใช้จ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเฉพาะคนพิการสำหรับการดำรงชีวิตเบิกจ่ายตามจริงแต่ไม่เกิน 2,000.บาท/คน/เดือน การบริการช่วยเหลือทางกฎหมาย การจัดหาครอบครัวอุปการะให้แก่คนพิการที่ไม่มีผู้ดูแล
34 การให้บริการผู้ช่วยคนพิการ
35 การจัดตั้งศูนย์บริการคนพิการทั่วไป
36 หลักเกณฑ์ 1. มูลนิธิหรือสมาคม ➢ ดำเนินกิจการ มีผลการดำเนินกิจการและมีผลงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม ต่อเนื่องจนถึง วันยื่นคำขอไม่น้อยกว่า 6 เดือน มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในท้องที่ที่จะยื่นคำขอไม่น้อยกว่า 6 เดือน ➢ มีบุคลากรหรืออาสาสมัครในการปฏิบัติงานประจำหรือมีที่ปรึกษาที่มีความรู้เกี่ยวกับการจัด สวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ มีการกำหนดสาขาในการจัดสวัสดิการสังคมที่จะดำเนินการ อย่างชัดเจน ➢ มีการกำหนดลักษณะหรือรูปแบบและวิธีการในการดำเนินการจัดสวัสดิการสังคม ➢ มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นองค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา และองค์กรอื่นได้มีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคม 2. องค์กรภาคเอกชน ➢ เป็นองค์กรภาคเอกชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดสวัสดิการสังคม ซึ่งจะต้องดำเนิน กิจการและมีผลงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมต่อเนื่องจนถึงวันยื่นคำขอ ไม่น้อยกว่า 1 ปี ➢ มีส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่ดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม หรือมูลนิธิสมาคม รับรองผลการดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในท้องที่ที่จะยื่นคำขอ ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ➢ มีบุคลากรหรืออาสาสมัครในการปฏิบัติงานประจำหรือ มีที่ปรึกษาที่มีความรู้เกี่ยวกับการจัด สวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์มีการกำหนดสาขาในการจัดสวัสดิการสังคมที่จะดำเนินการ อย่างชัดเจน มีการกำหนดลักษณะหรือรูปแบบและวิธีการในการดำเนินการจัดสวัสดิการสังคม ➢ มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นองค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา และองค์กรอื่นได้มีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคม การรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์
37 หลักเกณฑ์ 1. ดำเนินกิจการและแผนงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมหรือปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม ต่อเนื่องจนถึงวันยื่นคำขอไม่น้อยกว่า 1 ปี 2. มีที่ทำการตั้งอยู่ในท้องที่ที่จะยื่นคำขอไม่น้อยกว่า 1 ปี 3. มีบริการจัดสวัสดิการสังคมในระดับชุมชนที่หลากหลายตามสภาพภูมิสังคมของชุมชน 4. มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคมอย่างสม่ำเสมอ กองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม จัดตั้งขึ้นตามมาตรา 24 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนใช้จ่าย ในการจัดสวัสดิการสังคมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 ผู้มีสิทธิเขียนโครงการขอรับการสนับสนุนจากกองทุน คือ 1. องค์กรสาธารณประโยชน์ 2. องค์กรสวัสดิการชุมชน 3. หน่วยงานของรัฐ ลักษณะโครงการที่ให้การสนับสนุนเงินกองทุน ได้แก่ 1. โครงการที่มีผลต่อการป้องกัน การแก้ไขปัญหา และการพัฒนาสังคม 2. โครงการของหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นโครงการที่ริเริ่มใหม่หรือเป็นโครงการที่สามารถขอรับการ สนับสนุนจากงบประมาณปกติได้หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ 3. โครงการขององค์กรสาธารณประโยชน์ หรือองค์กรสวัสดิการชุมชน ต้องเป็นโครงการที่ไม่ขัดต่อ นโยบายของรัฐบาลและแผนพัฒนางานสวัสดิการสังคม และเป็นโครงการที่มีการดำเนินงานมาแล้ว โดยมีทุนหรือ เงินสมทบอยู่บางส่วน หรือเป็นโครงการใหม่ ทั้งนี้โครงการนั้นต้องไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากส่วน ราชการ และแหล่งทุนอื่น ๆ หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ และ 4. โครงการอื่นตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติกำหนด การสนับสนุนจากกองทุนในระบบปกติมีกรอบวงเงิน ดังนี้ 1. โครงการขนาดเล็ก คือ โครงการที่ขอสนับสนุนในวงเงินไม่เกิน 50,000 บาท 2. โครงการขนาดกลาง คือ โครงการที่ขอสนับสนุนในวงเงินเกิน 50,000 ถึง 300,000 บาท 3. โครงการขนาดใหญ่ คือ โครงการที่ขอสนับสนุนในวงเงินเกิน 300,000 ถึง 3,000,000 บาท การรับรองเป็นองค์กรสวัสดิการชุมชน
38 โครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 12 กระทรวง 1 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักนายกรัฐมนตรี (นร.)กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงกลาโหม (กห.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กระทรวงแรงงาน (รง.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อ บูรณาการความร่วมมือในการช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมทุกมิติแบบองค์รวม ทำให้สามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้ครอบครัวมั่นคงมีความสุข สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำและไม่ละทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมทั้งวางแผนให้ความช่วยเหลือและพัฒนาระบบการให้ความช่วยเหลือให้สามารถเข้าถึงสวัสดิการ ตลอดจน บูรณาการการทำงานในระดับพื้นที่ด้วยกลไกสหวิชาชีพ ร่วมกับอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ติดตามครอบครัวกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง ครัวเรือนเปราะบางในระบบบริหารจัดการ ข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai people Map and Analytics Platform : TPMAP) โดยกระทรวง พม. กำหนดคำนิยาม ครัวเรือนเปราะบาง หมายถึง ครัวเรือนที่มี รายได้น้อยและมีบุคคลที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่น ได้แก่ ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก แม่/พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง มีปัญหาที่อยู่อาศัย จำเป็นต้องร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยแบ่งระดับของความเปราะบางครัวเรือน 4 ระดับ คือ ระดับ 0 ครัวเรือนที่ไม่ตกมิติด้านรายได้ และมีบุคคลที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ระดับ 1 ครัวเรือนที่มีรายได้น้อย และ ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัย ระดับ 2 ครัวเรือนที่มีรายได้น้อย และ มีบุคคลที่อยู่ในภาวพึ่งพิง 1 - 2 คน ระดับ 3 ครัวเรือนที่มีรายได้น้อย และ มีบุคคลที่อยู่ในภาวพึ่งพิง มากกว่า 2 คน โครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการพัฒนา คุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางให้มีความมั่นคงในการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน ซึ่งมีการขับเคลื่อนการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางให้สามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการให้ครอบคลุมในทุกมิติแบบองค์รวม 5 มิติ คือ มิติรายได้- อาชีพ มิติความเป็นอยู่ มิติสุขภาพ มิติการศึกษา และมิติการเข้าถึงบริการภาครัฐ ด้วยกระบวนการจัดการรายกรณี(Case Management) โดยระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์(MSO -Logbook) งานโครงการบูรณาการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน
39
40 . ภารกิจ บทบาท หน้าที่ของ พม. งานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ - โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน (จัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ประสบ ปัญหาความเดือดร้อนในจังหวัด) - งานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ - งานสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน - ติดตาม ดูแลนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษา งานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ - การติดตาม ดูแลเด็กกำพร้าหรือเด็กอนาถาที่ครอบครัวประสบ สาธารณภัย ที่ได้รับทุนการศึกษา - การช่วยเหลือ สงเคราะห์ ประชาชนที่ประสบประสบสาธารณภัย - ประสานติดตามผลการเรียนนักเรียนทุนฯ - การให้ความช่วยเหลือตามบทบาทภารกิจกระทรวง งานมูลนิธิราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ - การประชาสัมพันธ์ การคัดเลือกนักเรียนทุนฯ ที่ พ่อ-แม่ หรือเด็กที่ป่วย เป็นโรค HIV - การติดตามดูแลนักเรียนทุนฯ โครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียน ที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาค บังคับ - การสนับสนุนเงินสงเคราะห์ ตามบทบาทภารกิจของกระทรวง การบูรณาการขับเคลื่อนงานด้านสังคมระดับจังหวัด
41 ❖ ศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ (CSR) ❖ ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) ❖ ศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็กระดับตำบล ❖ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) ❖ โรงเรียนผู้สูงอายุ ❖ ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ❖ ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) ❖ สภาเด็กและเยาวชน ❖ อาสาสามัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ❖ อาสาสามัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เชี่ยวชาญด้านคนพิการ ❖ อาสาสามัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ ❖ ผู้ช่วยคนพิการ เครือข่ายการขับเคลื่อนงาน ในพื้นที่ เครือข่าย พม. เครือข่ายอาสาสมัครของ พม.
42 ลำดับ คณะกรรมการ/คณะทำงาน ประธาน เลขานุการ 1. คณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัด ผวจ. พมจ. 2. คณะอนุกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัด ผวจ. พมจ. 3. คณะอนุกรรมการควบคุมการขอทานจังหวัด ผวจ. พมจ. 4. คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด ผวจ. พมจ. 5. คณะกรรมการบริหารกองทุนคุ้มครองเด็กจังหวัด ผวจ. พมจ. 6. คณะอนุกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมประจำจังหวัด ผวจ. พมจ. 7. คณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัด ผวจ. พมจ. 8. คณะอนุกรรมการรับรองมูลนิธิ สมาคมหรือองค์กรภาคเอกชนเป็นองค์กร สาธารณประโยชน์และรับรององค์กรภาคประชาชนเป็นองค์กรสวัสดิการชุมชนจังหวัด ผวจ. พมจ. 9. คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัด ผวจ. พมจ. 10. คณะกรรมการคัดเลือกสตรีไทยดีเด่นประจำจังหวัด ผวจ. พมจ. 11. คณะกรรมการคัดเลือกแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดหนองคาย ผวจ. พมจ. 12. คณะกรรมการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ผู้สูงอายุของจังหวัด ผวจ. พมจ. 13. คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาครอบครัวจังหวัด ผวจ. พมจ. 14. คณะอนุกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยจังหวัด ผวจ. พมจ. 15. คณะกรรมการองค์กรเครือข่ายมูลนิธิราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผวจ. พมจ. 16. คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัด รอง ผวจ. พมจ. กลไกการขับเคลื่อนงาน
43 ช่องทางการให้บริการ
คู่มือรายการบริการสิทธิสวัสดิการ เพื่อการตรวจสอบสิทธิสวัสดิการ ภายใต้โครงการวิจัยเพื่อพัฒนา ระบบตรวจสอบคุณสมบัติของกลุ่มเป้าหมายที่มีสิทธิ์รับความช่วยเหลือจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (กมพ.) สำนักงานปลัดกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (สป.พม.) ปีงบประมาณ 2565. บรรณานุกรม
จัดทำ โดย สำ นักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองคาย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กลุ่มนโยบายและวิชาการ 10 ปัญหาสังคมเร่งด่วน 1 ความรุนแรงในครอบครัว 2 การตั้งครรภ์ไม่พร้อม 3 การค้ามนุษย์ 4 ยาเสพติด 5 คนเร่ร่อน/ไร้ที่พึ่ง 6 ขอทาน 7 เด็กและเยาวชน 8 คนสูญหาย 9 ผู้สูงอายุ 10 คนพิการ