The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รูปเล่ม-science-show-แม่โจ้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by beau_jar, 2021-10-24 04:28:54

รูปเล่ม-science-show-แม่โจ้

รูปเล่ม-science-show-แม่โจ้

เรอื่ ง
การเปลยี่ นแปลงของอณุ หภมู ิ

แมเ่ หลก็ อจั ฉรยิ ะ
พลงั งาน Resonance

โดย สวา่ งศรี
1. นายศภุ กร เยน็ เเมน้
มอญเพชร
2. นางสาวสพุ รรษา
3. นางสาวสพุ รรษา

ครผู ฝู้ กึ ซอ้ ม

นางสาวจรพี ร วงั ครี ี
นายธนดล เทา้ โสม



คานา

การแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) เป็นกิจกรรมท่ีสงเสริมให้นักเรียนให้นักเรียนได้แสดง
ความสามารถในการใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การนาหลักการทางวทิ ยาศาสตร์มาใชป้ ระโยชน์
และตอบคาถามกับสิ่งท่ีสงสัยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร พวกเรานักเรียนโรงเรียนดอนคาวิทยา ระดับช้ัน
มธั ยมศึกษาตอนปลาย ได้นากิจกรรมการแสดงทางวิทยาศาสตร์มาแสดง 3 ชุดด้วยกัน ชุดท่ี 1 แสดงให้เห็น
ถึงแรงปะททุ ี่เกิดจากการเปล่ียนแปลงของสสารเมอื่ มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความดันรวมทง้ั การ
เกดิ ปฏิกิริยาเคมี ชดุ ท่ี 2 แสดงใหเ้ ห็นถึงอานาจของแม่เหล็กและการเกิดแม่เหลก็ ไฟฟา้ แบบชวั่ คราว ชดุ ท่ี 3
เปน็ การแสดงให้เหน็ ถึงการสัน่ พ้องท่ีเกดิ ขนึ้ ในธรรมชาตแิ ละผลกระทบและการใชป้ ระโยชนท์ ีเ่ กิดจากการสั่น
พ้องนัน้ ๆ

ขอขอบพระคุณผอู้ านวยการคมสนั ธรรมนู ที่สนบั สนุนและส่งเสริมทักษะดา้ นวิทยาศาสตรแ์ ละการ
แสดงออกในท่ีสาธารณะ คุณครูจรีพร วังคีรี และคุณครูธนดล เท้าโสม ที่ให้แนวคิดในการหาข้อมูลใน
การอ้างอิงสนับสนุนผลการทดลองต่างๆ และคอยให้คาปรึกษาแนะนา จนกิจกรรมนี้ลุล่วงไปด้วยดี และ
หวังเป็นอย่างย่ิงว่าการแสดงทางวิทยาศาสตร์ของกลุ่มข้าพเจ้าจะเป็นความรู้แก่ผู้รับชม ให้ทักษะด้าน
วทิ ยาศาสตร์ และเปน็ ประโยชน์สาหรบั นักเรยี นและผู้สนใจในการนาความรไู้ ปประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจาวัน

คณะผู้จดั ทา
ศุภกร สวา่ งศรี และคณะ

1 สงิ หาคม 2564

สารบญั ข

การแสดงที่ 1 การเปลย่ี นแปลงของอณุ หภมู ิ หน้า
มูลเหตุจูงใจ 1
วัตถปุ ระสงค์
เน้อื หาโดยยอ่ 1
วัสดอุ ปุ กรณ์ 1
วิธีการทดลอง 1
ผลการทดลอง 1
การนาหลกั การวิทยาศาสตรเ์ ขา้ มาใช้ 1
การนาความร้ไู ปประยุกตใ์ ช้ 2
2
การแสดงท่ี 2 แมเ่ หลก็ อจั ฉรยิ ะ 2
มลู เหตุจงู ใจ 2
วัตถุประสงค์ 2
เนอ้ื หาโดยยอ่ 2
วัสดอุ ปุ กรณ์ 2
วธิ กี ารทดลอง 3
ผลการทดลอง 3
การนาหลักการวทิ ยาศาสตร์เข้ามาใช้ 3
การนาความรู้ไปประยุกตใ์ ช้ 4
4
การแสดงท่ี 3 พลงั งาน Resonance 4
มูลเหตุจูงใจ 4
วตั ถุประสงค์ 4
เน้ือหาโดยยอ่ 5
วสั ดุอุปกรณ์ 5
วธิ ีการทดลอง 5
ผลการทดลอง 5
การนาหลักการวิทยาศาสตร์เขา้ มาใช้ 5
การนาความร้ไู ปประยุกต์ใช้ 5
6
ภาคผนวก

1

การแสดงท่ี 1 การเปลย่ี นแปลงของอณุ หภมู ิ

มลู เหตจุ งู ใจ

ในการเรียนเคมีในเร่ืองสารและสมบัติของสาร ซ่ึงสารแต่ละชนิดก็จะมีสถานะ รูปลักษณะแตกต่าง
กันออกไปตามชนิดและประเภทของสารชนิดน้ันๆ โดยการเปล่ียนแปลงสถานะของสารจะมีหลายปัจจัยเข้า
มาเก่ียวข้อง เช่น อุณหภูมิ และความดัน เรื่องการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสารหรือสารประกอบชนิดต่างๆ ท่ี
พบในชวี ิตประจาวันเพอ่ื นามาแก้ปัญหาหรือการประยกุ ต์ใชเ้ พอื่ เป็นประโยชน์ตอ่ ไป

วตั ถุประสงค์
1. เพ่ือพิสูจน์ว่าแอลกอฮอล์ซ่ึงเป็นมีสถานะเป็นของเหลวสามารถระเหยกลายเป็นไอได้ สามารถ

ขยายตัวใหม้ ีปริมาตรมากกว่าเดมิ และเมื่อระเหยภายในภาชนะที่มขี นาดเล็กและปิดมิดชิดจะทาให้ความดัน
ภายในภาชนะเพ่มิ มากขน้ึ เม่อื จุดไฟจะเกดิ ปะทหุ รอื ระเบิดข้ึนได้หรอื ไม่

2. เพ่อื ทดสอบคุณสมบตั กิ ารติดไฟของแอลกอฮอล์

เนอื้ หาโดยยอ่
ของเหลวหรือแก๊สเมื่ออยู่น่งิ จะมีทิศตั้งฉากกับพ้ืนท่ที ส่ี ารน้ันบรรจุอยู่ เม่อื ฉดี สารละลายแอลกอฮอล์

ลงไปในภาชนะปิดจะเกิดการระเหยและเปลี่ยนสถานะจากของเหลวกลายเป็นไอ และเม่ือจุดไฟเข้าไปใน
ภาชนะทาให้อุณหภูมิและความดันในภาชนะเพ่ิมขึ้น ปริมาตรของแอลกอฮอล์จะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว
และทาปฏิกิริยากนั กา๊ ซออกซเิ จนทาให้เกดิ การเผาไหม้ภายในภาชนะทาให้เกิดแรงดันอยา่ งมหาศาล จนเกิด
การปะทอุ ยา่ งรนุ แรง ซึ่งการเผาไหม้อยา่ งเฉยี บพลันหรือเรยี กอีกอย่างวา่ การระเบดิ

วสั ดุอปุ กรณ์และสารเคมี 2 ถัง
1. ปบี โลหะมีฝาปิด 2 ขวด
2. methyl alcohol (CH3OH) 2 อัน
3. ปนื ยงิ แกส๊ 2 อัน
4. แวน่ ตาปอ้ งกันสาร 2 ผืน
5. ผา้ ชุบน้า

วธิ กี ารทดลอง
1. เตรยี มปบี ขนาดตามต้องการ โดยเจารดู ้านขา้ งของปบี สงู จากระดันพ้ืนประมาณ 2 เซนติเมตร

ให้มคี วามกวา้ งประมาณ 1 เซนตเิ มตร เพ่อื จดุ ไฟ
2.นาแอลกอฮอล์ 75 % ฉดี พ่น (ใหเ้ ป็นละอองขนาดเล็ก) ลงไปในปีบประมาณ 2-3 มิลลิลิตร แล้ว

ปิดฝาให้สนิท
3. รอเวลาประมาณ 30-60 วินาที เพ่อื ให้แอลกอฮอลร์ ะเหย
4. จุดไฟเข้าไปบรเิ วณรทู ่ีทาการเจาะไว้
5. สงั เกตผลการทดลองทีเ่ กิดขนึ้

2

ผลการทดลอง
แอลกอฮอล์เป็นสารละลายที่อยู่ในรูปของของเหลวเมอื่ ทาการฉีดพ่นใหเ้ ปน็ ละอองจะเกิดการ

ระเหยและขยายตวั ไดโ้ ดยงา่ ย แตเ่ น่อื งด้วยขนาดของภาชนะท่ีมขี นาดจาจดั เมอ่ื แอลกอฮอลเ์ กิดการขยายตวั
จึงทาใหเ้ กิดความดันภายในปีบเพิ่มขึ้น เม่ือจุดไฟเข้าไปแอลกอฮอลซ์ ึง่ มีคณุ สมบตั ใิ นการติดไฟจึงทาให้เกดิ
แรงปะทุอยา่ งรุนแรงภายในปีบ จึงทาให้เกิดประกายไฟและเสยี งดงั เกิดข้นึ
การนาหลกั การวทิ ยาศาสตรเ์ ขา้ มาใช้

สารจะมีการเปลี่ยนแปลงสถานะเม่ืออุณหภูมิและความดันที่เปล่ียนแปลงไป ทาให้สารน้ันเกิดการ
หดตัวหรือขยายตัว หรือเกิดการเปลี่ยนสถานะจากของเหลวกลายเป็นไอ และการทาปฏิกิริยากับก๊าซ
ออกซิเจนในภาชนะปิด และเมื่อจุดไฟเข้าไปในภาชนะแอลกอฮอล์จะขยายตัวทาให้ความดันภายในภาชนะ
เพ่ิมขึน้ จนทาให้เกดิ การปะทุเกดิ ข้ึน
การนาความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ช้

1. นาหลักการการหดตัวและขยายตัวของสสารไปสรา้ งอุปกรณว์ ดั อณุ หภูมิ (ปรอทหรอื
เทอรโ์ มมเิ ตอร์)

2. ใช้หลักการนี้ในการสรา้ งถนน รางรถไฟ หรือหอไอเฟล โดยมีการคานวณพื้นทวี่ ่างสาหรบั รองรบั
การยายตวั ของวตั ถุเมือ่ ได้รับความร้อน เพื่อป้องกนั การแตกรา้ วหรือความเสียหายของสิง่ ปลูกสร้าง

3. การทางานของเทอรโ์ มสตัทหรอื เครอื่ งตดั ไฟในอุปกรณ์ไฟฟ้าท่ีท่ีอณุ หภมู ิสูงหรือตา่ เพ่อื ป้องกนั
การเกดิ ไฟไหม้ เชน่ เคร่อื งปรบั อากาศ เตารดี

4. ชาวนานาหลกั การระเบดิ นี้ไปใชใ้ นการไลน่ กในนาข้าว

การแสดงท่ี 2 แมเ่ หลก็ อจั ฉรยิ ะ
มลู เหตจุ งู ใจ

ในการเรียนเรื่องแม่เหลก็ ไฟฟา้ เราสามารถสร้างแม่เหลก็ ไฟฟ้าแบบช่วั คราวได้เอง โดยอาศัย
หลกั การง่ายๆ โดยใชห้ ลักการพื้นฐานของขั้วแมเ่ หลก็ โลก และเราสามารถนาหลกั การนี้มาใชใ้ น
ชวี ติ ประจาวันได้อย่างไรบ้าง
วตั ถุประสงค์

1. เพอ่ื ตอ้ งการตรวจสอบคุณสมบตั ขิ องแมเ่ หล็ก
2. เพอ่ื ทาการตรวจสอบการเกิดแม่เหล็กไฟฟ้าแบบช่วั คราว
เนอ้ื หาโดยยอ่
แมเ่ หลก็ เป็นแร่หรอื โลหะท่ีมีคุณสมบตั ิดูดเหล็กได้ โดยแมเ่ หลก็ จะมี 2 ขวั้ เสมอ คอื ข้วั เหนือและขั้ว
ใต้ เมือ่ แขวนแทง่ แม่เหลก็ ใหเ้ คล่อื นทอ่ี ย่างอสิ ระ เมอ่ื หยุดนงิ่ ข้วั ทชี่ ีไ้ ปทางทศิ เหนอื เรียกว่า ขวั้ เหนือ (N) และ
ขั้วทชี่ ้ไี ปทางทศิ ใต้ เรียกว่า ขวั้ ใต้ (S) ขั้วแมเ่ หลก็ ทัง้ สองด้านจะสามารถดูดเหล็กไดเ้ สมอ แมเ่ หลก็ ขวั้ เดียวกัน
จะมีอานาจผลักกนั และแมเ่ หล็กต่างข้ัวกันจะมอี านาจดดู กันเสมอ อานาจแม่เหล็กจะที่อานาจสูงสุดบรเิ วณ
ปลายทั้งสองดา้ นของแม่เหลก็ และอานาจแม่เหลก็ จะลดลงเมือ่ ขยบั เข้าสูบ่ ริเวณตรงกลางของแท่งแมเ่ หลก็

3

วสั ดอุ ุปกรณ์
1. แมเ่ หล็ก 1 ชิน้
2. แทง่ เหล็ก 1 ชิ้น
3. กระป๋องโลหะ 2 กระป๋อง
4. แบตเตอรขี่ นาด 9 โวลต์ 1 กอ้ น
5. ขดลวดทองแดง 1 เส้น

6. ลวดเสยี บกระดาษ 1 กลอ่ ง
7. แท่นวาง 2 ชิ้น

วธิ กี ารทดลอง
ตอนที่ 1 ตรวจสอบคณุ สมบตั ขิ องแมเ่ หลก็
1. นาแทง่ เหล็กไปสมั ผสั กับโลหะ (เหล็ก)
2. นาแม่เหลก็ ไปสมั ผสั กับโลหะ (เหลก็ )
3. สังเกตและเปรียบเทยี บผลการทดลอง
ตอนท่ี 2 การทาใหเ้ กดิ แมเ่ หลก็ ชวั่ คราว
1. นาแทง่ เหล็กมาพนั ด้วยขดลวดทองแดง
2. ต่อเข้ากับขัว้ บวกและขว้ั ลบของแบตเตอรขี่ นาด 9 โวลต์
3. นาแท่งเหลก็ ที่ตอ่ เขา้ กบั แบตเตอร่ีไปสัมผัสกบั ลวดเสียบกระดาษ
4. สังเกตผลการทดลอง
5. ทาการตดั วงจรไฟฟา้ ออกจากแท่งเหลก็ ดังกล่าว
6. นาแทง่ เหล็กไปสัมผสั กับลวดเสยี บกระดาษอกี คร้ัง
7. สงั เกตผลการทดลอง

ผลการทดลอง
ตอนที่ 1
เมื่อนาเหลก็ ไปสัมผัสกบั โลหะ (เหล็ก) จะไมเ่ กิดแรงดงึ ดดู ระหวา่ งเหลก็ ทงั้ สองแท่ง แต่เมอ่ื นา

แมเ่ หลก็ ไปสมั ผสั กับโลหะ (เหล็ก) จะพบว่าแม่เหลก็ มอี านาจในการดงึ ดูดโลหะ (เหล็ก) ใหเ้ คลอื่ นท่เี ข้ามาหา
แมเ่ หล็กได้

ตอนที่ 2
เมื่อนาแท่งเหลก็ มาพันด้วยขดลวดทองแดงแล้วตอ่ เข้ากบั วงจรไฟฟ้าจะทาให้แทง่ เหล็กดงั กลา่ ว
กลายเปน็ แมไ่ ฟฟา้ มอี านาจในการดูดลวดเสียบกระดาษได้ แตเ่ มือ่ ตัดวงจรไฟฟา้ ออกจากแทง่ เหลก็ แลว้
นามาสมั ผัสกบั ลวดเสยี บกรดาษอกี ครั้งจะไมส่ ามารถดดู ลวดเสยี บกระดาษได้ ดงั น้นั การตอ่ วงจรไฟฟ้าเขา้
ไปในแทง่ ทพี่ ันดว้ ยขดลวดทองแดงจะทาใหแ้ ท่งเหลก็ สามารถกลายเปน็ แมเ่ หล็กไฟฟา้ ช่วั คราวได้

4

การนาหลกั การวทิ ยาศาสตรเ์ ขา้ มาใช้
แมเ่ หลก็ มีอานาจแมเ่ หล็กโดยจะดึงดูดวัตถุท่เี ปน็ เหลก็ โดยแมเ่ หล็กจะมสี องขัว้ คือขวั้ เหนอื และขัว้ ใต้

เม่ือนาแม่เหลก็ ที่มีขั้วต่างกนั เข้าใกลก้ ันจะเกดิ แรงดึงดูดเขา้ หากัน แต่ถ้านาขว้ั ท่ีเหมอื นกันมาใกล้กันจะเกดิ
แรงผลักทาให้วัตถสุ องชน้ิ ถอยหา่ งจากกนั โดยแม่เหลก็ นี้จะมอี านาจในการดงึ ดดู เหลก็ ได้ตลอดเวลา
เรียกว่า “แม่เหล็กไฟฟา้ ถาวร”

และเม่อื นาแทง่ เหล็กมาพันด้วยขดลวดทองแดงแล้วตอ่ เขา้ กับวงจรไฟฟ้าจะทาใหแ้ ทง่ เหลก็ ที่พันดว้ ย
ขดลวดทองแดงกลายเปน็ แม่ไฟฟ้ามอี านาจในการดูดเหล็กได้ แตเ่ มอ่ื ตดั วงจรไฟฟ้าออกจากแทง่ เหล็กทพ่ี ัน
ด้วยขดลวดทองแดงแล้วนามาสัมผสั กับเหล็กอกี คร้งั จะไมส่ ามารถดูดเหลก็ ได้ ซึ่งปรากฏการณด์ ังกลา่ ว
เรยี กว่า “แมเ่ หล็กไฟฟา้ ช่ัวคราว” นนั่ เอง

การนาความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ช้
1. นาความรู้ไปใชใ้ นการสรา้ งเข็มทศิ เพอื่ บอกทศิ ทางในการเดนิ เรอื เดนิ ปา่ และการสารวจพ้นื ท่ี

ต่างๆ
2. หลกั การสร้างรถไฟฟา้ ความเรว็ สูง โดยใช้หลกั การแม่เหล็กลอย ทาใหร้ ถไฟฟา้ ลอยอยู่เหนือราง

เพือ่ ลดแรงเสียดทานระหวา่ งรางรถไฟและบรเิ วณด้านใตร้ ถไฟ ทาให้รถไฟฟ้าสามารถเคลอื่ นทดี่ ว้ ยความเร็ว
ท่มี ากขน้ึ

3. หลักการทางานของปัน้ จ่ันดูดโลหะ ท่ใี ช้ยกของประเภทโลหะ โดยใช้หลกั การของแมเ่ หลก็ ไฟฟา้
เมือ่ ปลอ่ ยกระแสไฟฟ้าผ่านเขา้ ไปในขดลวดรอบแท่งเหลก็ ทาใหเ้ กดิ เป็นแม่เหล็กไฟฟา้ แบบช่ัวคราวขนึ้
สามารถดูดเศษเหล็กได้ และเมือ่ ตดั วงจรไฟฟา้ จากระบบทาให้สถานะแม่เหลก็ หมดไปและปลอ่ ยเศษเหลก็ ให้
รว่ งลงสู่ทจ่ี ัดเกบ็ ได้ตามตอ้ งการ

การแสดงท่ี 3 พลงั งาน Resonance
มลู เหตจุ งู ใจ

ในการเรียนฟสิ กิ ส์ในเร่ืองการสน่ั พอ้ ง ซงึ่ การสั่นพ้องเปน็ เหตุการณ์ท่ีสามารถเกิดไดเ้ องตาม
ธรรมชาติทเี่ ราอาจพบเจอได้บอ่ ยๆ แต่อาจไม่รวู้ ่ามันคอื การสั่นพ้อง การสั่นพ้องมีทั้งโทษและประโยชน์ โดย
เหตุการณ์ท่ีน่าทึ่งที่สุดเก่ียวกับการสั่นพ้องคือการพังทลายของสะพานแขวน Tacoma Narrows
ในสหรัฐอเมริกา ท่ีพังทลายเพียงเพราะกระแสลมพัดผ่านเพียงชั่ววูบเท่าน้ัน ซ่ึงเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใคร
คาดคิดมากอ่ น และเปน็ บทเรียนท่ีสาคญั ในการออกแบบสิ่งก่อสร้างท่ีมลี กั ษณะเชน่ นี้

วตั ถปุ ระสงค์
1. เพื่อพิสูจน์การสั่นพ้องของอากาศในท่อปลายเปิดทั้งสองด้าน เมื่อแกว่งท่อด้วยความเร็วอากาศ

ภายในท่อจะมีแอมพลจิ ูดเพม่ิ ขึน้ จะทาให้เสียงดังมากขึน้ เรือ่ ยๆ
2. เพอ่ื พิสจู นก์ ารสั่นพ้องของอากาศในท่อปลายเปิดท้ังสองด้าน เมื่อแกว่งทอ่ ดว้ ยความเรว็ และเมื่อ

ลดความเรว็ ลงอากาศภายในท่อจะมแี อมพลจิ ดู ลดลงจะทาให้เสียงเบาลง

5

เนอื้ หาโดยยอ่
การส่นั พอ้ งของเสยี ง (Sound resonance) คือการทาใหอ้ ากาศที่อยูใ่ นท่อสัน่ ด้วนความถธี่ รรมชาติ

อากาศท่สี ั่นดว้ นแอมพลิจดู มากขึ้นเรอื่ ยๆ ทาใหเ้ กิดเสียงดงั มากกว่าปกติ หรอื การทเี่ ราให้ความถีเ่ สียงท่มี คี า่
เทา่ กบั ความถ่ขี องธรรมชาตขิ องวัตถใุ นช่วงเวลาหนึง่ กจ็ ะสามารถทาใหว้ ัตถสุ ่ันดว้ ยแอมพลจิ ดู มากขนึ้ เรือ่ ยๆ
จนอาจทาใหว้ ตั ถุแตกและเสียหายได้

อปุ กรณ์ 2 เส้น
ท่อปลายเปดิ สองด้าน

วธิ กี ารทดลอง
1. เตรยี มท่อปลายเปดิ ท้งั สองดา้ น เสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางประมาณ 3 เซนติเมตร ความยาวประมาณ1.5

เมตร
2. ทาการแกว่งทอ่ ในระดับข้างลาตวั หรอื เหนือศีรษะก็ได้ โดยเร่มิ จากความเร็วในระดบั ชา้ ปาน

กลาง และเรว็ ท่สี ดุ จาก
3. ฟงั เสยี งท่ีเกดิ ขึน้ ในการแกว่งในแตล่ ะระดบั ความเร็วว่าแตกตา่ งกนั อยา่ งไร

ผลการทดลอง
เม่ือแกว่งท่อปลายเปิดสองด้านจะเกิดการส่ันพ้องของอากาศในท่อ เมื่อแกว่งท่อด้วยความเร็ว

อากาศภายในทอ่ จะมีแอมพลจิ ดู เพิ่มขึ้นจะทาให้เสียงดังมากขนึ้ เรือ่ ยๆ และเมอ่ื ลดความเร็วลงอากาศภายใน
ทอ่ จะมแี อมพลจิ ูดลดลงจะทาให้เสียงเบาลง

การนาหลกั การวทิ ยาศาสตรเ์ ขา้ มาใช้
เมื่อนาท่อปลายเปดิ มาแกว่งทาใหอ้ ากาศทอี่ ยใู่ นทอ่ สน่ั ด้วย ความถธ่ี รรมชาติอากาศทส่ี ่นั ด้วย

แอมพลจิ ดู มากขนึ้ เรอื่ ยๆ ทาใหเ้ กดิ เสียงดงั มากกวา่ ปกติ ถ้าเราแกว่งท่ออยา่ งแรงแอมพลจิ ูดจะมากข้นึ
ทาให้เกดิ เสียงดงั มาก แต่หากเราผอ่ นแรงลงมาแอมพลจิ ดู จะมคี ่าลดลง ทาให้เกิดเสยี งเบาลง

การนาความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ช้
1. วิศวกรสามารถนาความรู้ไปคานวณค่าของการสั่นพ้องในการสร้างสะพานแขวน เพ่ือป้องกันการ

พังทลายของสะพาน
2. นาหลกั การสั่นพ้องของเสยี งในเส้นเชือกท่ตี ึงไปใช้ในการประดิษฐ์เคร่ืองดนตรีประเภทเคร่ืองสาย

เช่น กีตาร์ ซอ ไวโอลนี และเปียโน
3. ใช้ในการออกแบบไดอะแฟรมของลาโพง
4. นาหลักการนี้ไปใช้ในการออกแบบและการเลือกใช้วัสดุท่ีใช้ในการก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน

บรเิ วณใกลส้ นามบนิ เพอื่ ป้องกันการแตกของกระจกท่ีเกดิ จากการสนั่ พ้องของเสียง
5. ใช้หลกั การสั่นพอ้ งของวัตถุในการชว่ ยดึงโมเลกลุ ฝุน่ หรอื เชือ้ รา ท่ฝี งั ในเนอื้ ผ้าใหห้ ลดุ ออกมาได้

ภาคผนวก

ประวตั ผิ แู้ สดง

นายศุภกร สวา่ งศรี
ช่อื เล่น แชมป์

กาลังศึกษาอย่ชู น้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6
โรงเรียนดอนคาวิทยา

นางสาวสุพรรษา เยน็ แม้น
ชือ่ เลน่ ต๊กิ

กาลังศกึ ษาอย่ชู ัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6
โรงเรียนดอนคาวทิ ยา

นางสาวสุพรรษา มอญเพชร
ชอ่ื เลน่ ใหม่

กาลงั ศกึ ษาอย่ชู ้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 6
โรงเรยี นดอนคาวทิ ยา


Click to View FlipBook Version