The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนารูปแบบนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบงโดยใช้ PLADA model

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tan330052, 2022-08-23 01:28:12

best practice รายงานผลการนิเทศภายในสถานศึกษา

การพัฒนารูปแบบนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบงโดยใช้ PLADA model





คำนำ

รายงานผลนิเทศภายในสถานศึกษา ด้านการอ่านออกเขียนได้ ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง
จัดทาขึ้นเพ่ือเป็นหลักฐานในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการด้านการบริหารสถานศึกษา มีความมุ่งหมาย
เพ่ือพัฒนาและศึกษาผลการใช้กระบวนการนิเทศภายในด้านการจัดการเรียนการสอนของโ รงเรียน
บา้ นหนองสะแบง รายงานฉบับน้ีสามารถใช้เป็นแนวทางพัฒนางานนิเทศภายในด้านการจัดการเรียนการสอน
ให้กับครูผู้สอนในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง เน่ืองด้วยมีรายละเอียด ข้อมูล
พรอ้ มทงั้ ค่มู อื การนิเทศภายในดา้ นการจัดการเรยี นการสอนประกอบการรายงานอย่างชัดเจน ข้อมูลท่ีนาเสนอ
เป็นข้อมูลส่วนหน่งึ ของการปฏิบัตงิ านของโรงเรยี นเทา่ น้นั

การรายงานครั้งนี้สาเร็จด้วยดี เพราะได้รับความกรุณา แนะนา ช่วยเหลืออย่างดียิ่ง
จาก ศึกษานิเทศก์ กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศกึ ษาหนองบวั ลาภู เขต 1 โรงเรยี นบา้ นหนองสะแบงร้สู กึ เป็นพระคุณอย่างย่ิง จึงขอกราบขอบพระคุณ
เปน็ อยา่ งสูง

ขอขอบคุณผู้เชี่ยวชาญทุกท่านท่ีได้เป็นผู้ตรวจประเมินเครื่องมือทางวิชาการ ขอขอบคุณ
คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองสะแบง ผู้บริหาร คณะครู ผู้ปกครอง นักเรียนและผู้มีส่วน
เก่ียวข้องทกุ ท่าน ซงึ่ ให้ความอนุเคราะห์และใหค้ วามรว่ มมือเป็นอย่างดีย่งิ จึงขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสน้ี

นางสาวกชพร พลศักขวา
ผูอ้ านวยการโรงเรยี นบ้านหนองสะแบง



สำรบญั

ตอนท่ี หนำ้
1. ข้อมลู ทวั่ ไปของสถานศึกษา.................................................................................... 1
2. ผลการดาเนนิ งานด้านการนเิ ทศภายในสถานศึกษา................................................. 5
2.1 ช่ือรูปแบบ...................................................................................................... 5
2.2 สภาพปจั จบุ นั /ปัญหา/ข้อมลู พนื้ ฐานของสถานศึกษา……………….....………….. 5
2.3 รปู แบบ กระบวนการนเิ ทศภายในสถานศึกษา................................................. 10
2.4 วิธีดาเนินการ………………………………………........................………………………… 11
2.5 การกากบั ตดิ ตาม ประเมินผลและรายงานผล…………………......………………… 16
2.6 ผลสาเรจ็ ทไี่ ด้และการนาผลไปใช้………............................................…………… 18
3. ข้อมลู อนื่ ๆ เพิม่ เตมิ ……………………………………………………….......................…………. 29

1

ตอนท่ี 1
ข้อมูลท่ัวไปของสถำนศึกษำ

ข้อมูลท่ัวไป

โรงเรียนบ้านหนองสะแบง เลขที่ 208 หมู่ที่ 6 บ้านหนองสะแบง ตาบลหนองสะแบงอาเภอโนนสัง
จังหวัดหนองบัวลาภู รหัสไปรษณีย์ 39140 สังกัดกลุ่มโรงเรียนโนนสัง 2 สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาหนองบัวลาภู เขต 1 เปิดสอนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ถึงระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 มีอาคาร
เรียน สปช.105/26 อาคาเอนกประสงค์ 312 หอสมดุ สนามฟตุ บอล สนามวอลเลย่ ์บอล และสนามกีฬาอน่ื ๆ

โรงเรียนบา้ นหนองสะแบง เดมิ ช่อื โรงเรียนประชาบาลโนนสัง (วดั บา้ นหนองสะแบง) ตั้งขึ้นเมือ่
ปีพ.ศ. 2482 บนพ้ืนที่ 7 ไร่ 1 งาน 94 ตารางวา ท่ีต้ังของโรงเรียนอยู่ห่างจากตัวอาเภอโนนสัง ประมาณ
7 กโิ ลเมตร และหา่ งจากตวั จังหวัดหนองบวั ลาภู 52 กโิ ลเมตร

อาณาเขต ตดิ กบั ท่ีของ นายจัน ชนะภูมิ
ตดิ กับที่ของ ติดถนนสาธารณะ
1. ทิศเหนือ ติดกับที่ของ ตดิ ถนนสาธารณะ
2. ทิศใต้ ตดิ กบั ท่ีของ นายลว้ น สมสนั
3. ทศิ ตะวันออก
4. ทิศตะวนั ตก

จำนวนนักเรยี น ปกี ำรศกึ ษำ 2564

ชน้ั จานวนนกั เรียน จานวน หมายเหตุ
อบ.2 ชาย หญงิ รวม หอ้ ง ครูประจาชัน้ ครอู ตั ราจา้ ง
อบ.3 24 6 นอกงบฯ
รวม 41 5 1 นางสาวจันทิมา สมณะครี ี
ป.1 6 5 11 1 นางสาวจันทิมา สมณะครี ี
ป.2 44 8 2
ป.3 25 7 1 นางพรรณนี หสั เดช
ป.4 3- 3 1 นางพรรณนี หสั เดช
ป.5 -6 6 1 นางพรรณนี หัสเดช
ป.6 -3 3 1 นางสาวธนาภรณ์ สาครขันธ์
รวม 4 7 11 1 นางสาวธนาภรณ์ สาครขนั ธ์
รวมท้ังหมด 13 25 38 1 นางยวุ รา ศริ วิ งษข์ ันธ์
19 30 49 6
8

2

ขอ้ มูลบุคลำกร ตำแหนง่ วฒุ ิกำรศึกษำ สอนชนั้
ผูอ้ านวยการโรงเรียน ศษ.ม บริหารการศึกษา -
ที่ ชอ่ื - สกลุ ครู ชานาญการพเิ ศษ ค.บ. คหกรรมศาสตร ป.6
1 นางสาวกชพร พลศักขวา ค.บ. การศึกษาปฐมวัย ป.1-3
2 นางยวุ รา ศริ วิ งษข์ นั ธ์ ครู คศ.1 ค.บ. สงั คมศกึ ษา ป.4-5
3 นางพรรณนี หัสเดช พนกั งานราชการ วท.บ.วทิ ยาศาสตรก์ ารกีฬา อบ. 2-3
4 นางสาวธนาภรณ์ สาครขนั ธ์ วท.บ. วิทยาศาสตร์-เคมี เจ้าหนา้ ทธี่ รุ การ
5 นางสาวจนั ทมิ า สมณะคีรี ครอู ัตราจา้ ง ช่างไฟฟา้ 4 นักการภารโรง
6 นางสาววัลลี ชาเวินชัย เจ้าหนา้ ทธ่ี รุ การ
7 นายวโิ รจน์ ขนนั ทอง นกั การภารโรง

เขตบรกิ ำรของโรงเรียน
เขตบริการของโรงเรยี นบ้านหนองสะแบง มีเขตบริการเดียว คอื หมูบ่ า้ นหนองสะแบง

ลักษณะภูมิประเทศ
พ้ืนที่ของหมู่บ้านหนองสะแบง ส่วนมากเป็นท่ีราบ มีประชากร จานวน 946 คน เป็นชาย 462 คน

หญงิ 484 คน มีครัวเรือนจานวน 224 ครัวเรือน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีเขตแดนติดต่อกัน สภาพทั่วไปเป็นหมู่บ้าน
ในเขตชนบทห่างจากอาเภอโนนสัง ประมาณ 7 กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดหนองบัวลาภู ประมาณ
58 กิโลเมตร อาชีพส่วนใหญ่ของประชากรในพ้ืนท่ีมีอาชีพเกษตรกรรม รับจ้างทั่วไปและอาชีพอ่ืนๆ
การคมนาคมขนส่ง มีถนนลาดยางยาวตั้งแต่หมู่บ้านไปจนถึงตัวอาเภอและจังหวัด ภายในหมู่บ้านเป็นถนน
คอนกรีต ดา้ นการสอ่ื สารมีโทรศพั ทส์ าธารณะ ด้านสาธารณูปโภค ทุกครัวเรือนมีน้าประปาหมู่บ้านใช้ได้ตลอด
ปี ส่วนน้าดื่มได้จากการกักเก็บน้าฝนตามฤดูกาลแต่ยังไม่พอใช้ตลอดปี ทาให้มีปัญหาในฤดูแล้ง ชุมชนมีไฟฟ้า
ใช้ทุกครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ลานกีฬานันทนาการ ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจาหมู่บ้ าน
วัด ส่วนในด้านการบริการยังมีบริการร้านตัดผม ร้านเสริมสวย ร้านซ่อมรถยนต์ รถจักรยานยนต์และร้านค้า
ทั่วไป ในด้านงบประมาณเป็นงบอุดหนุน และงบท้องถ่ิน ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนตาบลหนอง
สะแบง อาเภอโนนสงั จงั หวดั หนองบวั ลาภู

กำรคมนำคมขนส่ง
1 การคมนาคมในหมบู่ า้ น เป็นถนนคอนกรีต ตดิ ต่อกันได้ตลอดปี
2. การคมนาคมติดต่อกบั สพป. นภ. เขต 1 ถนนลาดยาง ตดิ ต่อไปไดต้ ลอดปี
3. การคมนาคมติดต่อกับ จงั หวดั ถนนลาดยาง ติดตอ่ ไปไดต้ ลอดปี
4. การคมนาคมระหวา่ งหมบู่ ้าน ติดตอ่ ได้ตลอดปี

3

ดำ้ นเศรษฐกจิ
ผ้ปู กครองนักเรยี นส่วนมากมีอาชพี เกษตรกรรม การทอผา้ รับจ้างทั่วไปและอาชีพอื่นๆ

นบั ถอื ศำสนำ
ประชากรในเขตบริการของโรงเรยี นบ้านหนองสะแบง นบั ถอื ศาสนาพทุ ธ รอ้ ยละ 100

แหล่งเรยี นรู้ ภูมปิ ญั ญำทอ้ งถน่ิ และกำรใช้แหลง่ วิชำกำรนอกระบบ

โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถ่ินและการใช้แหล่งวิชาการนอกระบบที่เอ้ืออานวยต่อ

กระบวนการจดั การเรยี นการสอน แสดงรายละเอยี ด ดังตาราง

ในสถานศกึ ษา นอกสถานศกึ ษา
1. ศูนย์การเรียนร้กู ารปลูกพืชแปลงเกษตรสาธิต 1. แหล่งทอผ้าบ้านหนองสะแบง

2. สวนหย่อมรอบบริเวณโรงเรยี น 2. วัดป่าหนองสะแบง

3. แหล่งผลติ ป๋ยุ หมกั ชีวภาพ 3. วัดศรีบุญเรือง บา้ นหนองสะแบง

4. ห้องพยาบาล 4. โรงพยาบาลโนนสงั
5. หอ้ งสมุด 5. รพสต.หนองตานา
6. โรงอาหาร/ห้องครัว 6. ทีท่ าการไปรษณยี โ์ นนสัง
7. โรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ 7. สถานีตารวจภูธรโนนสงั
8. โรงเพาะผกั ปลอดสารพษิ 8. องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลหนองสะแบง
9. สนามเด็กเล่น 9. สวนสัตวข์ อนแก่น

10. เข่อื นอบุ ลรัตน์

11. หาดโนนยาว

อำคำรเรียน อำคำรประกอบ
โรงเรียนมีอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน

รายละเอยี ดดงั ตาราง

4

ตำรำง แสดงสภำพควำมพอเพยี งของอำคำรเรยี น อำคำรประกอบ

รำยกำร จำนวน ดี สภำพกำรใช้งำน รอรื้อถอน
(ห้อง) พอใช้ ทรุดโทรม

อำคำรเรียน (หลงั ) /

 สปช.105/26 8 /

อำคำรประกอบ

 หอ้ งส้วม สปช.601/26 4/

 อาคารอเนกประสงค์ แบบ 312 1/

 ห้องพยาบาล 1/

 อาคารอานวยการ 1/

 ห้องสมุด 1

5

ตอนที่ 2
ผลกำรดำเนนิ งำนด้ำนกำรนิเทศภำยในของสถำนศึกษำ

2.1 ช่ือรปู แบบ PLADA Model
2.2 สภำพปจั จุบัน / ปัญหำ ขอ้ มูลพืน้ ฐำนของสถำนศึกษำ

การศึกษาเป็นกระบวนการท่ีเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับสังคม การศึกษาจะครอบคลุม
ถึงกระบวนการต่างๆ ของสังคมท่ีถ่ายทอดแนวคิด ความเชื่อ ระบบพฤติกรรม ตลอดจนศิลปกรรมต่างๆ
อันรวมเรียกว่าวัฒนธรรมจากชนรุ่นหน่ึงไปสู่อีกรุ่นหน่ึง (ไพฑูรย์ สินลารัตน์. 2555: 19) อีกท้ังการศึกษายัง
เป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม ซ่ึงเกิดจากประสบการณ์ การปฏิสัมพันธ์
ระหวา่ งบคุ คลกบั สิ่งแวดล้อมทั้งที่เป็นธรรมชาติและเทคโนโลยีการถ่ายทอดทางวัฒนธรรม การส่ังสอน ฝึกฝน
อบรมบ่มนิสัย การเลียนแบบ การปรับพฤติกรรม กระบวนการคิดและสร้างสรรค์ความรู้ เพ่ือสร้างเสริม
พัฒนาการทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญาและคุณธรรม ตามความสามารถของ บุคคลทุกช่วงวัย
ตลอดชีวิต (ราชบัณฑิตยสถาน. 2555: 167) การศึกษาจึงมีความสาคัญต่อกระบวนการพัฒนามนุษย์ ให้มี
ความเจริญงอกงามท้ังด้านสติปัญญา ความรู้ คุณธรรมความดีงามในจิตใจ ตลอดจนการดารงวิถีชีวิตกลมกลืน
กับธรรมชาติ สงิ่ แวดล้อม และสามารถปรับตวั ให้เข้ากันได้กับสงั คมปจั จุบนั ทมี่ กี ารเปลย่ี นแปลงไปอย่างรวดเรว็
โรงเรียนนั้นจัดได้ว่าเป็นสถาบันหลักท่ีรับผิดชอบในการจัดการศึกษาหรือการเรียนรู้ของเด็ก ตามระเบียบ
บรหิ ารราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ. 2546 (กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. 2547: 20-25) วา่ ดว้ ย การบริหารและ
การจัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน กาหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพ้ืนท่ีการศึกษาเฉพาะท่ี เป็นโรงเรียนมี
ฐานะเป็นนติ บิ ุคคลมีอานาจหนา้ ทีบ่ ริหารกจิ การของสถานศึกษาให้เปน็ ไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ
ของทางราชการ ประสานระดมทรัพยากรรวมทั้งควบคุมดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่ และ
ทรัพย์สินอื่นของสถานศึกษา เป็นผู้แทนของสถานศึกษาในกิจการทั่วไปจัดทารายงานประจาปี อนุมัติ
ประกาศนียบัตรและวุฒิบัตรของสถานศึกษา และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย มีหน้าท่ีหลักคือการให้
การศึกษาในลักษณะท่ีเฉพาะเจาะจง และโรงเรียนมีองค์ประกอบหลักที่ขาดมิได้ในการดาเนินการศึกษา
3 ประการ อันได้แก่ หลักสูตร ผู้เรียน และผู้สอน ซ่ึงขอบข่ายการบริหารสถานศึกษาข้ันพื้นฐานโดยทั่วไปน้ัน
มีการจัดแบ่งการบริหารงานออกเป็น 4 ด้าน คือ การบริหารวิชาการ การบริหารงบประมาณ การบริหารงาน
บุคคล และการบริหารท่ัวไป (ภาวิดา ธาราศรสี ุทธิ. 2556: 27)

การบริหารโรงเรียนในส่วนของการบริหารวิชาการเป็นงานหลักหรือภารกิจหลักของโรงเรียน ซ่ึงเป็น
งานเกี่ยวกบั การพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเป้าหมายของ
การศึกษา โดยจุดมุ่งหมายของการบริหารงานวิชาการอยู่ที่การสร้างนักเรียนให้มีคุณภาพ มีความรู้
มีจริยธรรม และคุณสมบัติท่ีพึงประสงค์ การบริหารวิชาการจึงเป็นการบริหารงานหรือการดาเนินการ
ในโรงเรยี น เพื่อพฒั นาการเรยี นการสอนให้เกิดประสิทธภิ าพและประสิทธิผลสูงสุด โดยโรงเรียนจะเป็นหน่วย
ปฏิบัติการหลักท่ีมีหน้าท่ีและภารกิจโดยตรงในการจัดการศึกษามีหน้าท่ีพัฒนานักเรียนให้มีความรู้
ความสามารถนาไปใชใ้ นการดารงชีวติ อยู่ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ มีคุณค่า และมี ศักด์ิศรี (ภาวิดา ธารา

4

6

ศรีสุทธิ. 2556: 4) การบริหารงานวิชาการ ในโรงเรียนเป็น การพัฒนาผู้เรียนให้มี คุณภาพตามที่คาดหวัง ซึ่ง
งานวชิ าการประกอบดว้ ยงานหลายๆ ด้าน ได้แก่ งานเก่ียวกับหลักสูตรหลักสูตรท้องถิ่น งานเก่ียวกับการเรียน
การสอน งานเก่ยี วกบั การวัดผลประเมินผลการเรียนการสอนตาม สภาพจรงิ รวมท้งั งานนิเทศการศึกษา

การนิเทศภายในโรงเรียนเป็นส่วนหน่ึงของการบริหารวิชาการ ด้วยกระบวนการในการปฏิบัติงาน
ที่ผู้บริหารและครูอาจารย์ของโรงเรียนร่วมมือกันจัดทาขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพ่ือปรับปรุงงานต่างๆ
เพอ่ื เพ่มิ ประสทิ ธภิ าพของการจดั การเรยี นการสอน ท่จี ะทาใหผ้ ลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนของนักเรียนสูงข้ึน และมี
ลักษณะที่พึงประสงค์ การนิเทศการจัดการเรียนการสอนหรือการจัดการเรียนรู้นั้นจัดเป็นงานหลักประการ
หนง่ึ ของการนเิ ทศภายในโรงเรียน เปน็ ภารกิจงานทีม่ ีความสาคัญย่ิงของการบริหารงานวิชาการ โดยการนิเทศ
ภา ย ใ นโ ร ง เรี ย น มีคว า มมุ่ ง ห มา ย เ พื่ อพั ฒ น าแ ล ะส่ง เ ส ริม กา รบ ริ ห าร แ ล ะงา น วิ ชา กา รของ โร ง เ รีย น ใ ห้ มี
ประสิทธิภาพยิ่งข้ึน รวมท้ังเป็นการสารวจ วิเคราะห์ วิจัยและประเมินผลเพ่ือปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐาน
การศึกษาเป็นการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้ได้มาตรฐาน และเอกสารทางวิชาการให้มีประสิทธิภาพ
สอดคลอ้ งกับความต้องการของโรงเรียนและครูผู้สอน ตลอดจนเป็นการพัฒนาโดยเฉพาะครูผู้สอนให้มีความรู้
มีทักษะ และประสบการณ์อันจาเป็นที่จะนาไปใช้ในการเรียนการสอน การจัดการศึก ษา อีกท้ังให้มี
ความสามารถในการแกป้ ญั หาตา่ งๆ เหลา่ น้นั ได้

การจัดการเรียนสอนหรือการจัดการเรียนรู้น้ัน เป็นการจัดกิจกรรมเพ่ือช่วยให้ผู้เรียนได้รับ
ประสบการณ์การเรียนรู้ ได้เรียนรู้ท้ังเน้ือหาสาระวิชา ทักษะ กระบวนการ มีคุณธรรมและจริยธรรม มีเจตคติ
และค่านิยมที่ถูกต้อง โดยมีครูเป็นผู้จัดการและอานวยความสะดวก เปิดโอกาสให้ผู้เรียนคิด วางแผน ลงมือ
ปฏิบัติ และหาข้อสรุปหรือข้อค้นพบ จนเกิดการเรียนรู้ นอกจากน้ีในการจัดการเรียนรู้ยังต้องมีกิจกรรมการ
ประเมินผลดว้ ยวา่ หลงั จากทีจ่ ดั กิจกรรมเพ่อื ช่วยใหผ้ ู้เรียนเกดิ การเรียนรไู้ ปแลว้ น้ัน ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามผลท่ี
คาดหวังหรอื ไม่ ครูจึงถือได้ว่าเป็นผู้มีบทบาทสาคัญย่ิงต่อการสร้างการเรียนรู้ เพ่ือพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้มี
คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ นั่นคือ เป็นคนดี คนเก่ง และมีจิตอาสาเพื่อสังคม หลักการสาคัญของการเรียนรู้ คือ
ต้องเรียนให้รู้จริง รวมท้ังเห็นคุณค่าของการเรียนรู้น้ัน ซึ่งจะเป็นพ้ืนฐานให้การเรียนรู้ในขั้นตอนต่อๆ ไป
เป็นเร่ืองสนุก และรู้สึกปล้ืมปติ ิจากการได้เรยี นรู้เพิ่มข้ึน ในทางตรงกันข้ามหากเรียนแล้วรู้แบบผิวเผิน ไม่รู้จริง
การเรยี นรู้ในขั้นตอนต่อไปจะยาก ไม่สนุก แต่เป็นความทุกข์ทรมาน ทาให้นักเรียนทอดทิ้งการเรียน ไปทาส่ิง
อื่นและในที่สุดก็ออกจากการเรยี น โดยยงั เรยี นไมจ่ บ

การพัฒนาคุณภาพการศึกษา จะสาเร็จได้ตามเป้าหมาย จาเป็นต้องมีองค์ประกอบสาคัญ
ในการพัฒนา คือ กระบวนการบริหาร กระบวนการจัดการเรียนรู้ และกระบวนการนิเทศ ที่ต้องร่วมกัน
สนับสนุนส่งเสริมไปด้วยกันในลักษณะของ “เกลียวเชือก” กระบวนการนิเทศการศึกษา เป็นกระบวนการ
ท่ีทาให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุง กระบวนการเรียนการสอนของครู โดยมุ่งให้เกิดการจัดการเรียนรู้ท่ีมี
ประสทิ ธิภาพส่งผลถงึ คุณภาพของผเู้ รยี น กระบวนการนิเทศการศึกษาช่วยทาให้เกิดการพัฒนาคน พัฒนางาน
สร้างการประสานสัมพันธ์ และขวัญกาลังใจ ซ่ึงต้องดาเนินงานให้ประสานสัมพันธ์กับกระบวนการอ่ืนในการ
พัฒนาคุณภาพการศึกษาให้บรรลุตามเป้าหมาย ทาให้เกิดการพัฒนาท่ีย่ังยืนถาวร ดังท่ีสานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน, 2549 : 52) กล่าวว่า

7

“กำรจัดกำรท่ีดีเป็นกุญแจนำไปสู่ควำมสำเร็จขององค์กร กำรนิเทศที่ดีนำไปสู่กำรจัดกำรท่ีดี” สานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มีนโยบาย “2562 ปีทองแห่งกำรนิเทศภำยใน ห้องเรียนเป็นฐำนเพื่อ
กำรพัฒนำคุณภำพของผู้เรียน” ได้กาหนดให้โรงเรียนในสังกัดใช้วิธีการนิเทศโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศและการสอื่ สารทีห่ ลากหลาย เพือ่ ส่งเสริมสนบั สนุน และพัฒนาคณุ ภาพการจัดการศึกษาตามบริบท
ของสถานศึกษา เพ่ือตอบสนองนโยบายการเป็นยุคประเทศไทย 4.0 และมาตรฐานการศึกษาชาติ คือผู้เรียน
เป็นผูส้ ร้างนวัตกรรม ครผู สู้ อนใชน้ วัตกรรมในการจดั การเรยี นการสอน ผบู้ รหิ ารใช้นวัตกรรมในการบริหารงาน
ได้ใหแ้ นวทางไว้ 5 ข้ันตอน คือ 1) การศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการ 2) การวางแผนการนิเทศ
3) การสร้างส่ือและเคร่ืองมือนิเทศ 4) การปฏิบัติการนิเทศ 5) การประเมินผลและรายงานผล ประเด็นการ
นิเทศ ระดับโรงเรียน คือ 1) การพัฒนาและใช้หลักสูตรสถานศึกษา 2) การอ่านออกเขียนได้ 3) การจัดการ
เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 4) การจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อเทคโนโลยีทางไกล (DLTV/DLIT)
5) การยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นของผเู้ รยี น 6) การประกันคณุ ภาพการศกึ ษา

ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เป็นปัญหาใหญ่ที่กลายเป็นเทือกเขาแห่งอุปสรรค ท่ีผู้บริหาร
สถานศึกษาไม่อาจก้าวข้ามและครูไม่อาจปีนป่ายข้ึนไปปักธงประกาศชัยชนะอย่างเด็ดขาด นับวันปัญหา
ดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นทุกวันในโรงเรียน จากความบกพร่องในเรื่องทักษะการอ่าน การเขียน ไปสู่ทักษะการฟัง
การพูด และการคิดของนักเรียน ขยายออกไปจนเป็นท่ีวิตกกับอนาคตการเรียนรู้ในวิชาภาษาไทย ประเด็น
ปัญหาท่ีจะแก้ไขการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูต้องยอมรับว่า มีเหตุแห่งปัญหา
ดังกล่าว ปัญหาจากผู้บริหารสถานศึกษาจัดวางตัวครูอนุบาลและครู ป.1 ไม่เหมาะสม ขาดการนิเทศ กากับ
ติดตาม ไม่เข้าใจถึงเหตุแห่งปัญหา ทางานแบบสร้างภาพ มากกว่าสร้างผล ขาดความเป็นต้นแบบท่ีดีใน
การอา่ น ปัญหาจากครใู หเ้ วลากบั การฝกึ ทกั ษะการอ่านและการเขยี นไม่เพียงพอ สอนผิดวิถีการเรียนรู้ของวิชา
ภาษาไทย ขาดการวิเคราะห์ทบทวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของตนเอง ไม่มีความสุขในการสอน
มีปัญหาส่วนตัว และปัญหาจากนักเรียนสมาธิส้ัน มีปัญหาจากครอบครัว จากปัญหาดังกล่าว จึงส่งผลให้การ
ทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของผู้เรียนในช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา 2563
ในภาพรวมมีคะแนนไม่ถึงร้อยละ 50 ในทุกกลุ่มสาระ ยกเว้นกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ผลการทดสอบ
ความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT) ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2563 พบว่า มีคะแนน
ลดลงทุกด้าน ในภาพรวมมีคะแนนเฉล่ียร้อยละ 30.75 (คะแนนด้านภาษาร้อยละ 28.00 และคะแนนด้าน
คานวณ ร้อยละ 33.50) และรายงานผลการทดสอบความสามารถด้านการอ่านออกของผู้เรียน (Reading
Test) ปีการศึกษา 2563 ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 พบว่า ในภาพรวมมี
คะแนนเฉล่ียร้อยละ 39.75 (คะแนนรายสมรรถนะด้านการอ่านออกเสียง ร้อยละ 27.00 และด้านการอ่าน
รเู้ รอื่ ง รอ้ ยละ 52.50)

จากปัญหาการนิเทศการศึกษาและการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของโรง เรียนบ้านหนอง
สะแบงดังที่กล่าวไว้ในเบ้ืองต้น โรงเรียนโดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการจึงมีความเห็น
ร่วมกันว่า ควรให้ความสาคัญต่อกระบวนการนิเทศภายในของโรงเรียนเพ่ิมมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการอ่าน
ออกเขียนได้ของครูผู้สอน เพื่อแก้ปัญหาการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน ท้ังน้ีเพ่ือเป็นการเพ่ิมทางเลือก

8

เกย่ี วกบั เทคนิควิธีการสอนใหค้ รู ซง่ึ โรงเรยี นอาจช่วยครผู สู้ อนไดด้ ว้ ยการพัฒนาหารูปแบบเทคนิควิธีการสอนที่
เหมาะสมกับบรบิ ทของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง และถา่ ยทอดองค์ความรู้น้ันต่อไปยังครูผู้สอนด้วยระบบการ
นิเทศ โดยหวังวา่ การดาเนินการดงั กล่าวน้ีน่าจะเป็นวธิ ีการหน่งึ ทจี่ ะชว่ ยเพ่มิ เทคนิควธิ ีการสอนให้ครู พร้อมทั้ง
เป็นการช่วยแกป้ ัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของ นักเรียนให้ลดลงได้ การพัฒนางานนิเทศภายในด้านการอ่าน
ออกเขียนได้ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง เป็นการพัฒนางานวิชาการซ่ึงเกี่ยวกับกระบวนการนิเทศด้านการ
อ่านออกเขียนได้ ในลกั ษณะเป็นการทางานร่วมกันระหว่างผูบ้ ริหารกบั ครผู สู้ อน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการอ่าน
ออกเขียนได้ของนกั เรยี น พัฒนา ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
ของนักเรียนให้เพ่ิมมากข้ึน การน้ีได้สารวจความคิดเห็นของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ
ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบงแล้วได้ข้อเสนอแนะว่าโรงเรียนควรดาเนินการพัฒนาและยกระดับผลการอ่าน
ออกเขียนได้ ทั้งน้ีเน่ืองด้วยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยส่วนใหญ่ต้ังแต่ปีการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า
นักเรียนตง้ั แตร่ ะดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1-6 มีคะแนนเฉลย่ี ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นวิชาภาษาไทยโดยภาพรวม
ยงั อยใู่ นระดบั ตา่ กวา่ เกณฑท์ ี่โรงเรียนได้กาหนดไว้มาอยา่ งต่อเนื่อง

เหตุผลและความสาคัญดังที่ได้กล่าวมาแล้ว โรงเรียนซึ่งรับผิดชอบบริหารงานด้านวิชาการของ
โรงเรียนบ้านหนองสะแบง จึงได้ดาเนินการพัฒนางานนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ของโรงเรียน
บา้ นหนองสะแบงขึ้นมา โดยใช้วิธแี ก้ปัญหาจากหนังสอื เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว ของอาจารย์
ศวิ กานท์ ปทุมสูติ เปน็ แนวทาง โดยมีการดาเนินการตามลาดับขั้นตอนของกระบวนการพัฒนาเป็น 4 ขั้นตอน
คือ ข้ันตอนที่ 1 การสารวจปัญหาความต้องการศึกษา และสังเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน ข้ันตอนที่ 2 การสร้าง
และตรวจสอบกระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ ข้ันตอนท่ี 3 การทดลองใช้ กระบวนการ
นิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ และข้ันตอนที่ 4 การปรับปรุงแก้ไขกระบวนการนิเทศภายใน ด้านการ
อ่านออกเขียนได้ พร้อมท้ังได้ดาเนินการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์กระบวนการนิเทศภายใน ด้านการอ่าน
ออกเขยี นไดใ้ หก้ บั โรงเรียนอ่ืนๆ และหนว่ ยงานท่เี ก่ียวขอ้ งทราบ เพอื่ เปน็ ประโยชนต์ ่อวงการศึกษาตอ่ ไป

นยิ ำมศพั ท์
1. การนิเทศภายใน หมายถึง การให้คาแนะนา ช่วยเหลือ ช้ีแนะ เพ่ือแก้ไข ปรับปรุง พัฒนาการ
จดั กจิ กรรมการเรยี นรูข้ องครูใหม้ ีประสทิ ธิภาพ ทีส่ ่งผลให้นักเรยี นมีคณุ ภาพตามมาตรฐานของหลักสตู ร
2. การอ่านออกเขียนได้ หมายถึง ความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนในด้านภาษาท่ีมีสมรรถนะใน
ดา้ นการอ่านการเขยี นไดต้ ามระดับช้นั
3. กระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ หมายถึง กระบวนการนิเทศภายใน
ด้านการอ่านออกเขยี นได้ของโรงเรยี นบ้านหนองสะแบง ประกอบด้วยขนั้ ตอนการดาเนินการ 5 ขัน้ ตอน ดงั นี้

3.1 ขั้นตอนท่ี 1 การวางแผนการนิเทศ (Plan: P) หมายถึง ผู้อานวยการโรงเรียน ผู้ให้
การนเิ ทศ และครูผ้รู บั การนิเทศประชุมปรกึ ษาหารอื กัน เพือ่ วางแผนการนิเทศ สร้างเคร่ืองมือการนิเทศ จัดทา
เปน็ แผนการนิเทศภายใน ดา้ นการอ่านออกเขียนได้ และแผนการจดั การเรยี นการสอนร่วมกัน

7

9

3.2 ขั้นตอนที่ 2 การชี้นาใหค้ วามรู้ (Leading Knowledge: L) หมายถึง ผู้อานวยการโรงเรียน
และผู้ให้ การนเิ ทศจัดประชมุ สัมมนาให้ความรู้พืน้ ฐานท่เี กีย่ วกับการจดั การเรียนสอนวิชาภาษาไทยให้กับครู
ผู้รับ การนิเทศ ตามแผนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขยี นได้

3.3 ข้ันตอนท่ี 3 การจัดสรรทรัพยากร (Allocating Resources : A) หมายถึง การจัดสรร
ทรัพยากรต่างๆ ให้ใช้ได้อย่างมีประโยชน์มากที่สุด ตามความต้องการและความจาเป็นของครูผู้รับการนิเทศ
ผู้ใหก้ ารนเิ ทศ และโครงการโดยมวี ตั ถุประสงค์เฉพาะ

3.4 ขั้นตอนท่ี 4 การปฏิบัติงานตามแผน (Doing : D) หมายถึง ขั้นปฏิบัติงานตามแผน
การนิเทศภายในด้านการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่
ผ้อู านวยการโรงเรียน ผู้ให้การนเิ ทศ ครูผ้รู บั การนิเทศ และผสู้ นบั สนุนการนิเทศ

3.5 ข้ันตอนที่ 5 การประเมินผลการปฏิบัติงาน (Assessing Process : A) หมายถึง
การตรวจสอบการปฏิบัตงิ านตามแผนการนเิ ทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง
ตลอดจนรวบรวมปัญหาการปฏิบัติงานในทุกขั้นตอน เพ่ือหาทางปรับปรุงแก้ไขกระบวนการนิเทศภายใน
ดา้ นการอา่ นออกเขียนไดข้ องโรงเรยี นบ้านหนองสะแบง ให้มีความถกู ตอ้ งสมบูรณย์ ิ่งขนึ้

4. ผู้ให้การนิเทศ หมายถึง ผู้บริหาร หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้พ้ืนฐาน
หรือผู้เช่ียวชาญที่ได้รับมอบหมายให้ทาหน้าท่ีนิเทศการจัดการเรียนการสอน ตามรูปแบบกระบวนการนิเทศ
ภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง ด้วยวิธีการเยี่ยมนิเทศช้ันเรียน การสังเกต
การสอนในชนั้ เรียน และการให้คาปรึกษาแนะนาแบบโค้ชชงิ่ (Coaching techniques)

5. ครูผู้รับการนิเทศ หมายถึง ครูประจาช้ัน การสอนและจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียน
การสอน ปฏิบัติงานตามคู่มือการใช้กระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ของโรงเรียน
บ้านหนองสะแบง

6. ความพึงพอใจของนักเรียน หมายถึง ระดับความรู้สึกในทางท่ีดีของนักเรียนที่มีต่อการจัดการ
เรยี นการสอนโดยครผู ้รู บั การนิเทศ ซ่ึงวัดจากแบบสอบถามความพงึ พอใจที่สรา้ งข้นึ

7. ความพึงพอใจของครูผู้รับการนิเทศ หมายถึง ระดับความรู้สึกในทางที่ดีของครูผู้รับการนิเทศ
ที่มีต่อกระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง ซ่ึงวัดได้จาก
แบบสอบถามความพงึ พอใจทีส่ ร้างข้นึ

2.3 รูปแบบ หรือ กระบวนกำรนิเทศภำยในของสถำนศึกษำ
PLADA Model เปน็ กระบวนการนิเทศภายในดา้ นการอ่านออกเขียนได้ 5 ขัน้ ตอน คอื
1. การวางแผนการนเิ ทศ (Plan)
2. การชี้นาให้ความรู้ก่อนการนิเทศ (Leading Knowledge) ด้วยหลักการ “บันไดทักษะ 5 ขั้น”

คอื
1) ครนู าเน้ือเร่อื งที่สนุกมาใหน้ กั เรยี นฝกึ อ่านออกเสยี ง (ข้ันท่หี นึ่ง หาเร่ืองใหส้ นุก)
2) ครนู าเดก็ อ่านออกเสียงแจกลกู -สะกดคา-ผันเสียง วันละ 30 นาที (ขน้ั ทสี่ อง แจกลูกสะกดคา)

10

3) ครนู าเด็กอา่ นออกเสยี งคา หรือกล่มุ คา หรืออ่านเรือ่ ง ท่ีประกอบแบบฝึกอยู่เป็นระยะๆ วันละ
5-10 นาที (ข้ันที่สาม อา่ นย้านาวถิ )ี

4) ใหเ้ ดก็ คดั คาและเรอ่ื งที่อา่ นลงสมุด วันละ 10 นาที (ข้นั ท่ีส่ี คัดลายมอื ให้ถูกวธิ ี)
5) ให้เด็กเขียนตามคาบอกคาท่ีเรียนรู้แล้ว ในกระดาษทดสอบที่ครูแจกให้ และให้ครูเก็บ
กระดาษทดสอบนีไ้ วท้ กุ แผน่ วันละ 10-15 นาที (ข้นั ทห่ี ้า เขยี นตามคาบอกทุกวัน)
3. การจดั สรรทรพั ยากร (Allocating Resources)
4. การปฏบิ ัตงิ านตามแผน (Doing)
5. การประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงาน (Assessing Process)

กำรพัฒนำรูปแบบกำรนิเทศภำยในดำ้ นกำรอำ่ นออกเขียนไดข้ องโรงเรียนบำ้ นหนองสะแบง
โดยใช้ PLADA Model

11

2.4 วธิ ดี ำเนินกำร
การ พัฒ น างาน นิ เทศภาย ใน ด้านการ อ่าน ออกเขีย น ได้ของ โ ร งเรี ย น บ้าน ห น องส ะแบง ใน ครั้ งนี้

มีความมุ่งหมาย เพ่ือพัฒนากระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง
มขี นั้ ตอนการดาเนินการและพัฒนาแบ่งออกเปน็ 4 ขนั้ ตอน ดงั นี้

ข้ันตอนท่ี 1 การสารวจปัญหา ความต้องการ ศึกษาและสังเคราะห์ข้อมูลพ้ืนฐานของโรงเรียน
บา้ นหนองสะแบง

ขั้นตอนท่ี 2 การสรา้ งและตรวจสอบกระบวนการนิเทศภายในด้านการอา่ นออกเขยี นได้
ขน้ั ตอนที่ 3 การทดลองใช้กระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขยี นได้
ขน้ั ตอนท่ี 4 การปรับปรงุ แก้ไขกระบวนการนเิ ทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้
โรงเรียนต้องการศึกษารูปแบบกระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ที่เหมาะสมกั บ
โรงเรียนบ้านหนองสะแบง โดยพัฒนารูปแบบกระบวนการนิเทศภายในท่ีนามาศึกษาครั้งน้ี ได้มาจากการ
สังเคราะห์รูปแบบกระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ ของนักการศึกษา 7 คน/กลุ่ม ได้แก่
แฮริส (Harris) แกลทธอร์น (Glatthron) แอลเลน (Allen) สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และ
การศึกษาตามอัธยาศัย วัชรา เล่าเรียนดี อัญชลี โพธิ์ทอง สงัด อุทรานันท์ และ ธัญมัย แฉล้มเขตต์ ได้
รูปแบบ กระบวนการนิเทศภายในของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง ซ่ึงแบ่งได้เป็น 5 ข้ันตอน รูปแบบ
กระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง จัดได้ว่าเป็นรูปแบบ
กระบวนการนิเทศภายในท่ีมีลักษณะเป็นการใช้งานได้โดยท่ัวไป ไม่จากัดต้องใช้เฉพาะเจาะจงกับรายวิชาใด
วชิ าหน่งึ ดงั นนั้ จงึ สามารถนาไปใช้ไดก้ ับทุกกลมุ่ สาระการเรียนรแู้ ละหลากหลายวิชาเรียน ไม่ใช่ การนิเทศเพ่ือ
การจัดการเรียนการสอนเฉพาะรายวิชา ทั้งน้ีเพ่ือใช้ประกอบในการศึกษาคร้ังน้ีเป็นหลัก แสดงขั้นตอน
การดาเนินการพัฒนางานนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ของโรงเรียนบ้าน หนองสะแบง
ดงั ภาพประกอบ

12

ขัน้ ตอนกำรพฒั นำงำนนเิ ทศภำยในดำ้ นกำรอำ่ นออกเขยี นได้

ขน้ั ตอนกำรดำเนินกำร วธิ ีกำรดำเนนิ กำร ผลทีไ่ ด้รับ

ขนั้ ตอนที่ 1 สารวจปญั หาและความต้องการ พฒั นา สภาพปญั หา ความต้องการ พฒั นา
งานนิเทศภายใน ด้วยวธิ ีการ สมั ภาษณ์ งานนเิ ทศภายในดา้ น การอ่านออก
การสารวจ สารวจปัญหาและ ผู้เกย่ี วขอ้ ง เขยี นไดข้ อง โรงเรยี นบา้ นหนอง
ความต้องการศึกษาและ สะแบง และผลการ สงั เคราะห์
สงั เคราะห์ ขอ้ มูลพน้ื ฐาน ศึกษาเอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี กยี่ วกับการ กระบวนการนเิ ทศ ภายใน และ
นเิ ทศและการจดั การเรยี นรู้ และ เทคนคิ วธิ กี าร จัดการเรยี น
สังเคราะหข์ ้อมลู พื้นฐาน การสอน

ขนั้ ตอนที่ 2 นาข้อมลู จากข้ันตอนท่ี 1 มายกรา่ ง ตน้ แบบกระบวนการนเิ ทศ ภายใน
กระบวนการนเิ ทศภายใน ด้านการอ่านออกเขยี นได้ของ
การสรา้ ง และตรวจสอบ โรงเรยี นบา้ นหนองสะแบง
กระบวนการนเิ ทศ ภายใน ตรวจสอบความเหมาะสม และ ความ เพอื่ นาไปทดลองใชก้ ับกล่มุ
ด้านการอ่านออกเขียนได้ สอดคลอ้ งของกระบวนการ นเิ ทศภายใน ตวั อย่างครูผรู้ ับการนเิ ทศและ
ดา้ นการอ่านออกเขียนได้โดยผู้เชยี่ วชาญ นักเรียนระดบั ป.1-6

ขัน้ ตอนที่ 3 ผูว้ ิจัยนาต้นแบบกระบวนการนเิ ทศ ภายใน ผลการใช้กระบวนการนเิ ทศ ภายใน
การทดลองใชก้ ระบวนการ ด้านการอา่ นออกเขยี นไดไ้ ป ทดลองใชก้ บั กลุ่ม ดา้ นการอา่ นออกเขียนได้ของ
นเิ ทศภายในด้านการอ่าน ตัวอยา่ ง คือ ครผู ู้รบั การนเิ ทศ จานวน 4 คน โรงเรยี นบ้านหนองสะแบง และ
ออกเขยี นได้ และนกั เรียน จานวน 33 คน ข้อมลู อ่ืนๆ เพอ่ื นาไปใช้ ในข้ันตอน
ท่ี 4
ขน้ั ตอนท่ี 4
การปรับปรงุ แก้ไข นาขอ้ มูลที่ไดจ้ ากการ ดาเนินการ กระบวนการนเิ ทศภายในดา้ นการอ่านออกเขยี น
กระบวนการนเิ ทศ ภายใน ในขัน้ ตอนท่ี 3 และการสนทนา ได้ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง และจดั ทา
ดา้ นการอา่ นออกเขียนได้ กลมุ่ (Focus Group) มาใช้ รายงานการพัฒนางานนเิ ทศ ภายในด้านการ
ปรบั ปรงุ แกไ้ ขกระบวนการ อ่านออกเขียนได้ของ โรงเรยี นบา้ นหนองสะแบง
ฉบบั สมบรู ณ์

13

กำหนดเวลำกำรดำเนินกำรพฒั นำงำนนเิ ทศภำยในด้ำนกำรอำ่ นออกเขียนได้

ของโรงเรยี นบ้ำนหนองสะแบง

ข้นั ตอนที่ กิจกรรม/กำรปฏิบตั ิ วัน/เดอื น/ปี

1 การสารวจปัญหา ความต้องการ ศกึ ษาและสังเคราะห์ข้อมลู 1 พ.ค.2563 –

พ้นื ฐาน (การศกึ ษาและวเิ คราะห์ข้อมลู พ้ืนฐาน (Management 31 พ.ค. 2563

by data : M)

1.1 สารวจปญั หาความตอ้ งการพฒั นางานนเิ ทศภายใน ด้วยวิธกี าร พ.ค. 2563
สมั ภาษณ์ผูเ้ กย่ี วข้อง

1.2 ศึกษาเอกสาร และงานวิจยั เกยี่ วกบั การนเิ ทศและการจดั การ พ.ค. 2563
เรยี นรู้ และสงั เคราะห์ข้อมลู พ้ืนฐาน

2 การสร้างและตรวจสอบกระบวนการนเิ ทศภายในดา้ นการอ่านออก 1 มิ.ย. 2563 – 30 มิ.ย. 2563

เขียนได้ ของโรงเรยี นบ้านหนองสะแบง

2.1 ร่างกระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ ม.ิ ย. 2563

2.2 ตรวจสอบ แกไ้ ขปรับปรุงและจดั ทากระบวนการนิเทศภายใน มิ.ย. 2563
ด้าน การจดั การเรียนการสอน พรอ้ มคู่มือการใช้กระบวนการ

3 การทดลองใช้กระบวนการนิเทศภายในดา้ นการอา่ นออกเขียนได้ 1 ก.ค. 2563 – 31 ส.ค. 2563

ของ โรงเรียนบ้านหนองสะแบง

3.1 ทดลองใชก้ ระบวนการนิเทศภายในดา้ นการอา่ นออกเขียน 1 พ.ย. 2563

ได้ กับครูผสู้ อนและนักเรยี นกลมุ่ ตัวอย่าง ตามแผนการจดั การ

เรยี นรู้

3.4 การประเมินผลการปฏบิ ัติงาน (Assessing Process : A) 22-26 มี.ค. 64

4 การปรบั ปรงุ แกไ้ ขกระบวนการนเิ ทศภายในดา้ นการอา่ นออกเขียน 1 เม.ย. 2564 – 30 เม.ย. 2564

ได้

4.1 ตรวจสอบและปรบั ปรงุ แก้ไขกระบวนการนเิ ทศภายใน เม.ย. 2564

4.2 จดั ทากระบวนการนเิ ทศภายในฉบบั สมบูรณ์ และรายงานผล เม.ย. 2564

14

ขน้ั ตอนท่ี 1 กำรวำงแผนกำรนิเทศ (Plan: P)
เปน็ การดาเนินการศึกษาและวเิ คราะหจ์ ากขอ้ มลู พ้นื ฐานเก่ยี วกับการจัดการศึกษาของ โรงเรียนบ้าน
หนองสะแบง โดยเก็บและรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในโรงเรียน ได้แก่ ผลสัมฤทธ์ิทางการ
เรียนของนักเรียนในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ รายงานผลการทดสอบความสามารถด้านการอ่านออกของ
ผู้เรียน (Reading Test) ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 ผลการทดสอบความสามารถพ้ืนฐานของผู้เรียนระดับชาติ
(NT) ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3 และผลการทดสอบการศึกษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีท่ี
6 ของนักเรียนในแต่ละปกี ารศึกษา เก็บข้อมูลจากงานวัดผลและทะเบียน ส่วนข้อมูลพฤติกรรมการเรียนรู้ของ
นกั เรียน เช่น ความสนใจเรียน เก็บข้อมูลจากกลุ่มบริหารบุคคล ในข้ันตอนนี้คณะครู ทาหน้าที่วิเคราะห์และ
เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ภายในโรงเรียนบ้านหนองสะแบง จัดทาปฏิทินการนิเทศ
แบบบันทึกการนิเทศ เครื่องมือการนิเทศ คาส่ังการนิเทศ แบบทดสอบการเขียน ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1-6
ห้องละ 20 ชุด จากห้องนิเทศออนไลน์ ศน.คาตา อ้วนสาเล พร้อมทั้งมีการสารวจปัญหา และความต้องการ
จากผเู้ ก่ียวขอ้ งเพื่อทราบข้อมูลเบ้ืองต้นในการพัฒนางานวิชาการของโรงเรียน และเป็นการดาเนินการร่วมกัน
ระหว่างผู้บริหาร ผู้ให้การนิเทศ ครูผู้รับการนิเทศ ประชุมปรึกษาหารือร่วมกัน เพ่ือวางแผนเกี่ยวกับการ
กาหนดขั้นตอนการนิเทศ โดยให้สอดคล้องกับข้อมูล การจัดการเรียนการสอนและกระบวนการนิเทศภายใน
ด้านการอ่านออกเขียนได้ โดยจัดทาเป็นแผนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ของโรงเรียน
บา้ นหนองสะแบงร่วมกัน
ขั้นตอนท่ี 2 กำรช้นี ำให้ควำมรกู้ ่อนกำรนิเทศ (Leading Knowledge: L)
เปน็ การให้ความรเู้ บอื้ งตน้ เกย่ี วกบั การจัดการเรยี นการสอน ตามรปู แบบวิธีดา้ นการอ่านออกเขียนได้
ครั้งนี้ ให้ครูสอนด้วย "บันไดทักษะ 5 ขั้น" ตามลาดับเนื้อหาในแบบฝึกของหนังสือ “เด็กอ่านไม่ออกเขียน
ไมไ่ ด้แก้งา่ ยนิดเดยี ว” ไมน่ อ้ ยกว่า 1 ช่วั โมง/ตอ่ วนั และในทุกชวั่ โมงให้สอนครบทกั ษะ 5 ขั้น ดังนี้

1) ครูนาเนื้อเรือ่ งท่ีสนุกมาใหน้ กั เรยี นฝึกอ่านออกเสียง (ขัน้ ที่หน่งึ หาเรือ่ งให้สนุก)
2) ครนู าเด็กอา่ นออกเสียงแจกลกู -สะกดคา-ผนั เสียง วันละ 30 นาที (ขัน้ ทส่ี อง แจกลูกสะกดคา)
3) ครนู าเด็กอา่ นออกเสียงคา หรอื กลุ่มคา หรอื อา่ นเรอ่ื ง ทีป่ ระกอบแบบฝึกอยู่เป็นระยะๆ วันละ
5-10 นาที (ขั้นทีส่ าม อา่ นย้านาวถิ )ี
4) ให้เดก็ คดั คาและเรื่องทอี่ ่านลงสมุด วันละ 10 นาที (ขน้ั ท่ีส่ี คดั ลายมือให้ถูกวธิ ี)
5) ให้เด็กเขียนตามคาบอกคาที่เรียนรู้แล้ว ในกระดาษทดสอบท่ีครูแจกให้ และให้ครูเก็บ
กระดาษทดสอบนไ้ี วท้ กุ แผน่ วนั ละ 10-15 นาที (ขัน้ ทหี่ า้ เขียนตามคาบอกทุกวัน)
เป็นการฝึกหัดทบทวนอย่างต่อเน่ืองเพ่ือให้เกิดความชานาญ เพื่อให้ครูผู้รับการนิเทศ มีความรู้และ
ทักษะการจัดการเรียนการสอนสาหรับใช้สอนในวิชาเรียน โดยผู้อานวยการสถานศึกษาจัดหาผู้เชี่ยวชาญ
ด้านการอ่านออกเขียนได้ มาเป็นวิทยากรและผู้อานวยการสถานศึกษาเป็นวิทยากรร่วม และให้ครูผู้รับการ
นิเทศเขียน แผนการจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบวิธีการจัดการเรียนการสอนจากการฝึ กอบรม
เพื่อนาไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนต่อไป รูปแบบการให้ความรู้เป็นการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตามสภาพ

15 13

จริงในโรงเรียนมีการให้ความรู้เชิงทฤษฎีและทดลองปฏิบัติกับนักเรียนท่ีครูรับผิดชอบ โดยมีผู้เชี่ยวชาญการ
สอนเป็นวิทยากร

การให้ความรกู้ ่อนการนิเทศการจัดการเรยี นการสอน จะช่วยใหค้ รูผู้รับการนิเทศมีความรู้ ทักษะการ
จัดการเรียนการสอนและเขียนแผนการจัดการเรียนการสอนได้ตรงตามวัตถุประสงค์ สามารถนาไปปฏิบัติใน
ขน้ั ตอนการวางแผนการสอนและการปฏิบัติการสอนได้อย่างถูกต้อง ในข้ันน้ีผู้อานวยการสถานศึกษาทาหน้าที่
ร่วมเป็นวิทยากร รวมทั้งประสานงาน ติดตาม ดูแล และให้คาแนะนาในการดาเนินงานให้เป็นไปตาม
วตั ถปุ ระสงคก์ ารดาเนินการ

ข้ันตอนท่ี 3 กำรจัดสรรทรพั ยำกร (Allocating Resources: A)
เป็นการดาเนินการเพื่อเตรียมการและจัดเตรียมสื่อ วัสดุอุปกรณ์ หนังสือ ปัจจัยและส่ิงต่างๆ ที่
เก่ียวข้อง เพื่ออานวยความสะดวกให้การดาเนินการลุล่วงสาเร็จไปด้วยดี ซ่ึงผู้อานวยการสถานศึกษาจะทา
หน้าท่จี ัดเตรียม ประสานงาน และอานวยความสะดวกให้ตามความต้องการและความประสงค์ของครูผู้รับการ
นเิ ทศและ ผู้ให้การนิเทศ
ขน้ั ตอนที่ 4 กำรปฏิบตั ิงำนตำมแผน (Doing: D)
เป็นการดาเนนิ การของผู้เกีย่ วข้องในทุกๆ ฝ่าย ปฏิบัติตามแผนการนิเทศที่กาหนดไว้ใน ข้ันตอนท่ี 1
โดยมกี ารปฏิบตั งิ านใน 3 ลกั ษณะ คือ
1. การปฏิบัติงานของครูผู้รับการนิเทศ กล่าวคือ ครูผู้รับการนิเทศลงมือปฏิบัติงานตามความรู้
ความสามารถที่ได้รับมาจากการดาเนินการในขั้นตอนที่ 2 และแจ้งผู้อานวยการสถานศึกษาทราบเพื่อจัดสรร
ทรพั ยากรท่ีจาเปน็ ตอ่ การปฏบิ ัตงิ านของครผู ู้รับการนเิ ทศ
2. การปฏิบัติงานของผู้ให้การนิเทศ กล่าวคือ ผู้ให้การนิเทศนอกจากการให้การนิเทศ แล้วควรต้อง
ควบคุมคุณภาพให้งานสาเร็จตามกาหนดและมีคุณภาพสูงตามที่ต้องการ โดยมีผู้อานวยการสถานศึกษาเป็นผู้
ร่วมในการกากบั ติดตามผล ประสานงาน และอานวยความสะดวก
3. การปฏิบัติงานของผู้สนับสนุนการนิเทศ กล่าวคือ ผู้บริหารโรงเรียนซึ่งจัดได้ว่าเป็นผู้สนับสนุน
หลกั จะต้องให้การสนับสนุนในเรื่องวัสดุอุปกรณ์ เคร่ืองมือเครื่องใช้ต่างๆ สถานที่จาเป็นต่อการใช้งานภายใน
โรงเรียน ได้แก่ ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องสมุด และอื่นๆ รวมท้ังอานวยความสะดวกในการประสานงานกับ
หนว่ ยงานอืน่ ภายนอกสถานศกึ ษา
ขน้ั ตอนท่ี 5 กำรประเมินผลกำรปฏบิ ัติงำน (Assessing Process: A)
เป็นการดาเนินการเพื่อประเมินปัญหาและผลสาเร็จของการดาเนินการแต่ละขั้นตอน โดยพิจารณา
จากสมรรถนะการจดั การเรียนรู้ของครูผู้รับการนิเทศ ซึ่งรวมท้ังความรู้และทักษะใน การจัดการเรียนการสอน
พฤตกิ รรมการสอนของครผู รู้ บั การนิเทศตลอดช่วงเวลาการสอน ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น การเขียนตามคาบอก
ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนของครูผู้รับการนิเทศ ตลอดจนประเมินผล
การปฏิบัติตามกระบวนการนิเทศภายใน ด้านการอ่านออกเขียนได้ในภาพรวม ด้วยวิธีการสังเกตชั้นเรียน
การวิจัยเชิงปฏิบัติการการเรียนการสอน การนิเทศสอนงาน (Coaching) การให้คาปรึกษาแนะนา การระดม
ความคิด ซึ่งข้ันตอนน้ีผู้อานวยการสถานศึกษาทาหน้าท่ีประสานงาน และประเมินผลการนิเทศภายในด้าน

16

การอ่านออกเขียนได้ โดยเป็นผู้ดาเนินการจัดประชุม วิเคราะห์และสรุปผลท่ีได้จากการดาเนินการในทุก
ข้นั ตอน

2.5 กำรกำกับ ติดตำม ประเมินผลและรำยงำนผล
ขั้นตอนท่ี 1 กำรวำงแผนกำรนิเทศ (Plan: P) เป็นการประชุมปรึกษาหารือกันเพื่อ วางแผน

การนิเทศให้สอดคล้องกับจัดทาเป็นแผนกระบวนการนิเทศ ภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ และแผน
การจดั การเรยี นการสอน โรงเรียนบา้ นหนองสะแบงร่วมกนั

ผลการวางแผนการนิเทศ พบว่า ได้มีการประชุมวางแผนกาหนดรูปแบบการนิเทศ ปฏิทิน
การนิเทศ แบบบันทกึ การนิเทศ คาสั่งการนิเทศ และการเขียนแผนการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาวิธีการ
จัดการเรียนการสอนของครูผู้สอน โดยการจัดใหค้ วามรู้เทคนิควิธีการจดั การเรียนการสอนตามขั้นการ จัดการ
เรียนการสอน 5 ขั้น กับครูผรู้ ับการนเิ ทศกอ่ นปฏบิ ัติการสอน มกี ารจดั เตรยี มวิทยากรทจี่ ะมา ให้ความรู้เทคนิค
วิธกี ารจดั การเรยี นการสอนเน้ือหาสาระวชิ าภาษาได้อย่าง มีประสทิ ธภิ าพ

ข้ันตอนที่ 2 กำรช้ีนำให้ควำมรู้ก่อนกำรนิเทศ (Leading Knowledge: L) เป็นการจัดประชุม
PLC ให้ ความรู้เก่ียวกับ รูปแบบกระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ของโรงเรียน
บ้านหนองสะแบง 5 ขั้นตอน และวิธีการจดั การเรยี นการสอน 4 ขน้ั คอื

1) ให้โรงเรียนสนับสนุนหนังสือเพื่อใช้เป็นเคร่ืองมือในการสอนแก้ปัญหา เด็กอ่านไม่ออกเขียน
ไม่ไดแ้ ก้งา่ ยนิดเดียว (นาเดก็ ฝึกตามแบบฝึกในหนงั สือเล่มน้)ี

2) ให้โรงเรียนสนับสนุนกระดาษชาร์ท 100 แผ่น พร้อมเคร่ืองเขียนเพื่อคัดลอกเน้ือหาแบบฝึก
จากหนังสือ ให้ได้ขนาดโตพอท่ีเด็ก 33 คนจะเห็นได้ชัดเจนท่ัวกัน (เขียนคร้ังเดียวใช้ได้หลายคร้ัง ดีกว่าใช้
กระดานดา เพราะกระดานดาเม่อื ลบแลว้ ตอ้ งเขยี นใหม่เสียเวลา)

3) ให้โรงเรียนอานวยความสะดวกในการดาเนินงาน (ให้มีครูอาสาทาหน้าท่ีสอนแก้ปัญหาเป็น
การเฉพาะ และใหเ้ ดก็ แตล่ ะคนมาเรียนกบั ครูอาสาวนั ละ 1 ชั่วโมง) ติดตามนเิ ทศ สรา้ งเสรมิ ขวญั และกาลงั ใจ

4) ให้เดก็ ทุกคนมสี มุดสาหรบั คดั ลายมือ 1 เลม่ และสมดุ สาหรบั เขยี นตามคาบอกอีก 1 เล่ม (เล่ม
คัดลายมือให้เด็กนากลับไปอ่านที่บ้านได้ ส่วนเล่มเขียนตามคาบอกให้เก็บไว้ที่โต๊ะครูอาสา ให้ครูอาสาตรวจ
เพอื่ ทราบพฒั นาการของเด็ก และถ้าพบว่าเด็กคนใดเขียนคาในสระ หรือตัวสะกด หรือวรรณยุกต์ใดไม่ได้ ก็ให้
ทบทวนแกไ้ ขในการสอนช่ัวโมงต่อไป)

ผลการให้ความรู้ก่อนการนิเทศ พบว่า ครูผู้รับการนิเทศมีความกระตือรือร้น มีความต้ังใจ ศึกษา
และสามารถเขียนแผนการจัดการเรียนการสอนวิชาที่สอน ตามเทคนิควิธีการจัดการเรียนการสอนท้ัง 4 ขั้นได้
และสามารถนาไปใช้ในการพฒั นาการเรยี นรขู้ องนักเรียนไดต้ รงตามเปา้ หมายท่ีกาหนดไว้

ข้ันตอนท่ี 3 กำรจัดสรรทรัพยำกร (Allocating Resources: A) เป็นการจัดสรรทรัพยากร
ต่างๆ ให้ใช้ได้อย่างมีประโยชน์มากที่สุด ตามความต้องการและความจาเป็นของครูผู้รับการนิเทศ ผู้ให้
การนเิ ทศ และโครงการโดยมีวตั ถปุ ระสงคเ์ ฉพาะ

17 15

ผลการจัดสรรทรัพยากร พบว่า มีการจัดสรรทรัพยากรท่ีจาเป็นตรงต่อความต้องการของ ครูผู้รับ
การนเิ ทศ และผู้ให้การนิเทศ กล่าวคือ มีการจัดเตรียมสถานที่ ส่ือ วัสดุ หนังสือและอุปกรณ์ท่ีใช้ใน การนิเทศ
และจัดการเรียนการสอนเพียงพอต่อความต้องการในการใช้งาน ซ่ึงครูผู้รับการนิเทศมีความพึงพอใจต่อการ
จดั เตรียมวสั ดอุ ปุ กรณแ์ ละส่ืออยู่ในระดับมาก เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอนทาให้เกิดประสิทธิผล
ชว่ ยใหค้ รผู ู้รบั การนเิ ทศปฏิบัตกิ ารจดั การ เรียนการสอนเปน็ ไปตามข้นั การจัดการเรียนการสอน 5 ข้ัน ได้อย่าง
มีประสิทธภิ าพ

ขั้นตอนท่ี 4 กำรปฏิบัติงำนตำมแผน (Doing: D) เป็นการดาเนินงานและปฏิบัติงานตามแผน
กระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ของผู้เก่ียวข้อง ซึ่งได้แก่ ผู้อานวยการโรงเรียน ผู้ให้
การนิเทศ ครผู รู้ ับการนิเทศ และผ้สู นบั สนนุ การนเิ ทศ

ผลการปฏิบตั ิตามแผน พบวา่ ผู้ท่ีเกีย่ วข้องในกระบวนการนิเทศ ไดแ้ ก่ ผู้บรหิ ารใหก้ ารสนับสนุนและ
อานวยการให้กระบวนการนิเทศดาเนินไปด้วยความเรียบร้อย ผู้ให้การนิเทศได้ ให้คาแนะนาพร้อมท้ัง
ข้อเสนอแนะในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของครูผู้รับการนิเทศ ให้ ประสบผลสาเร็จตามเป้าหมาย
และครูผู้รับการนิเทศให้ความร่วมมือและต้ังใจปฏิบัติตามแนวทางการ นิเทศ ยอมรับการพัฒนาการจัดการ
เรียนการสอนท่ีได้รับจากการอบรม ตลอดจนมีการขยายผลไปสู่ โรงเรียนอื่น ซ่ึงได้นาเทคนิควิธีการอ่านออก
เขยี นได้ไปปรบั ใชใ้ นกลุม่ สาระการเรยี นรอู้ ่ืนๆ ดว้ ย

ข้ันตอนที่ 5 กำรประเมินผลกำรปฏิบัติงำน (Assessing Process: A) เป็นการตรวจสอบ
การปฏิบัตงิ านตามแผนกระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ แบบประเมินสมรรถนะการจัดการ
เรียนการสอนของครูผู้รับการนิเทศ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนการสอน
โดยครูผู้รับการนิเทศและแบบสอบถามความพึงพอใจของครูผู้รับการนิเทศต่อกระบวนการนิเทศภายในด้าน
การอ่านออกเขียนได้ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง ตลอดจนรวบรวม ปัญหาการปฏิบัติงานในทุกข้ันตอน
เพ่อื หาทางปรบั ปรุงแกไ้ ขกระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขยี นได้ใหม้ คี วามถูกต้องสมบูรณ์ยงิ่ ขน้ึ

ผลการประเมินผลการปฏิบัติงาน พบว่า การปฏิบัติงานเป็นไปตามความคาดหมาย ผู้ให้การนิเทศ
สามารถนากระบวนการนิเทศการจัดการเรียนการสอนไปใช้กับครูผู้รับการนิเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จนเกิดประสิทธิผล ครูผู้รับการนิเทศนาเทคนิควิธีการจัดการอ่านออกเขียนได้ ที่ได้รับจากการอบรมไปใช้
พัฒนาการเรยี นร้ขู องนกั เรยี นได้ตามวตั ถปุ ระสงค์ซง่ึ พบว่า นกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 1-3 อ่านออกเขียนได้
ทุกคน นกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 อา่ นคล่องเขียนคลอ่ งทุกคน ประเมินผลการอ่านออกเขียนได้ โดยการ
เขียนตามคาบอก เคร่ืองมือแบบทดสอบการเขียน 20 ชุด จากห้องนิเทศออนไลน์ ศน.คาตา อ้วนสาเล
นักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน หลังเรียนกับครูผู้รับการนิเทศ สูงกว่าก่อนเรียน ในส่วนปัญหาการ
ดาเนินการพบวา่ ชว่ งระยะแรกครูผู้รับการนิเทศยังไม่เปิดใจ ยอมรับการนิเทศมีความเห็นว่าการนิเทศเป็นการ
จับผิดการสอนของครูผู้รับการนิเทศ จึงต้องสร้าง ความเข้าใจเก่ียวกับการนิเทศให้ครูผู้รับการนิเทศได้เข้าใจ
ตรงกันว่า การนิเทศเป็นการมุ่งหาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อพัฒนานักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ให้มากที่สุด และ
งานการนิเทศเป็นงานท่ีสาคัญซึ่งทุกคนที่เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาของโรงเรียนต้องร่วมกันพัฒนา ซึ่งการ

18

แก้ปัญหาดงั กลา่ ว ผู้อานวยการสถานศกึ ษาดาเนนิ การ โดยให้ครูผู้รับการนิเทศมีส่วนร่วมในกระบวนการนิเทศ
ภายในดา้ นการอ่านออกเขียนไดอ้ ย่างต่อเน่ือง

2.6 ผลสำเรจ็ ทไี่ ดแ้ ละกำรนำผลไปใช้

2.6.1 ผลสำเร็จท่ีได้

ผลทีเ่ กิดกับนักเรียน

1) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 อ่านออกเขียนได้ทุกคน นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4-6

อา่ นคลอ่ งเขยี นคล่องทกุ คน

2) นักเรียนมีค่าเฉลี่ย รายงานผลการทดสอบความสามารถด้านการอ่านออกของผู้เรียน

(Reading Test) ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 ค่าเฉล่ียคะแนน ปีการศึกษา 2564 สูงกว่าระดับประเทศ ซ่ึงสูงกว่า

เกณฑ์เปา้ หมายเป็นท่ีน่าพอใจ

คะแนนเฉลยี่ ร้อยละ คะแนนเฉลยี่ รอ้ ยละ

ดำ้ น ปีกำรศกึ ษำ 2563 ปกี ำรศกึ ษำ 2564

ระดบั โรงเรียน ระดับประเทศ ระดับโรงเรียน ระดบั ประเทศ

กำรอำ่ รออกเสียง 27.00 74.14 72.40 69.95

กำรอำ่ นรเู้ รื่อง 52.50 71.86 76.00 72.79

รวม 2 ดำ้ น 39.75 73.02 74.20 71.38

3) นักเรียนมีค่าเฉลี่ยผลคะแนนการทดสอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เปรียบเทียบค่าเฉล่ีย

คะแนนปีการศึกษา 2563 และปีการศึกษา 2564 ค่าพัฒนาสูงกว่าเกณฑ์เป้าหมายของสถานศึกษาที่กาหนด

เฉลย่ี รวมไวร้ อ้ ยละ 5 ซง่ึ สูงกวา่ เกณฑเ์ ป้าหมายเป็นท่นี ่าพอใจ

กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ คะแนนปกี ำรศึกษำ คะแนนปกี ำรศกึ ษำ ค่ำพัฒนำ
รำยวชิ ำ 2563 2564

วชิ าภาษาไทย 58.22 58.75 +0.53

วิชาคณติ ศาสตร์ 23.33 26.63 +3.30

วิชาวิทยาศาสตร์ 36.08 41.25 +5.17

วิชาภาษาอังกฤษ 32.50 29.69 -2.81

เฉลยี่ รวม 37.53 39.08 +6.19

19

4) นักเรียนมีค่าเฉลี่ยผลการประเมินทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT)
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ค่าเฉลีย่ คะแนน ปีการศึกษา 2564 สูงกว่าระดับประเทศ ซ่ึงสูงกว่าเกณฑ์เป้าหมายเป็น
ท่ีน่าพอใจ

ควำมสำมำรถ คะแนนเฉลย่ี รอ้ ยละ ปกี ำรศกึ ษำ 2563 คะแนนเฉลีย่ ร้อยละ ปีกำรศึกษำ 2564
ระดับโรงเรียน ระดบั ประเทศ ระดบั โรงเรียน ระดับประเทศ
ด้านคณติ ศาสตร์ 64.71 49.44
ดา้ นภาษาไทย 28.00 47.46 66.57 56.14
รวมควำมสำมำรถท้งั ๒ ด้ำน 33.50 40.47
65.64 52.80
30.75 43.97

5) การเปรียบเทียบคะแนนเฉล่ียผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การเขียนตามคาบอก ของนักเรียน
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1-6 กอ่ นและหลงั เรยี นจากครผู รู้ บั การนิเทศ

ตาราง 1 การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน การเขียนตามคาบอก ของนักเรียน
ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 1 การอ่านการเขยี น กอ่ นและหลังเรียนจากครผู รู้ บั การนเิ ทศ

กลุม่ นกั เรียน n  SD t Sig.
(2-tailed)
ก่อนเรียน 5
หลังเรียน 5 5.80 .84 -6.325* .00
7.80 .84

P < .05 การอ่าน

กลุ่มนักเรียน n  SD t Sig.
(2-tailed)
ก่อนเรยี น 5
หลังเรียน 5 5.80 .84 -6.325* .00
7.80 .84

P < .05 การเขียน

จากตาราง 1 การเปรียบเทียบคะแนนเฉล่ียผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การเขียนตามคาบอก
ของนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลังเรียนจากครูผู้รับการนิเทศ พบว่า นักเรียนมีคะแนน

เฉลย่ี ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น การอา่ นการเขยี นตามคาบอก จานวน 10 คา หลังเรียน (  = 7.80, SD = .84)

สงู กว่าก่อนเรียน (  = 5.80, SD = .84) ทง้ั การอ่านและการเขยี น อยา่ งมีนัยสาคญั ทางสถิติท่รี ะดบั .05

16

20

ตาราง 2 การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน การเขียนตามคาบอก ของนักเรียน
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 การอ่านการเขยี น ก่อนและหลงั เรียนจากครผู ู้รับการนิเทศ

กลมุ่ นกั เรยี น n  SD t Sig.
(2-tailed)
กอ่ นเรยี น 8
หลังเรียน 8 5.75 1.16 -4.410* .00
8.25 1.16

P < .05 การอา่ น

กลุ่มนกั เรียน n  SD t Sig.
(2-tailed)
ก่อนเรยี น 8
หลงั เรียน 8 5.37 .74 -13.781* .00
P < .05 การเขยี น 9.00 .92

จากตาราง 2 การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การเขียนตามคาบอก ของ
นักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 2 ก่อนและหลังเรียนจากครูผู้รับการนิเทศ พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย

ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น การอ่านคา จานวน 10 คา หลงั เรียน (  = 8.25, SD = 1.16) สูงกว่าก่อนเรียน ( 

= 5.75, SD = 1.16) การเขียนตามคาบอก จานวน 10 คา หลังเรียน (  = 9.00, SD = .92) สูงกว่าก่อน

เรียน (  = 5.37, SD = .74) อย่างมีนัยสาคัญทางสถิตทิ ี่ระดับ .05

ตาราง 3 การเปรยี บเทยี บคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การเขยี นตามคาบอก ของนกั เรียน

ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3 การอ่านการเขยี น ก่อนและหลงั เรยี นจากครูผู้รบั การนิเทศ

กลุ่มนกั เรยี น n  SD t Sig.
(2-tailed)

ก่อนเรยี น 7 5.85 .89 -4.869* .00
หลงั เรยี น 7 8.43 1.27

P < .05 การอ่าน

กลุ่มนกั เรียน n  SD t Sig.
(2-tailed)

ก่อนเรียน 7 5.43 .78 -11.342* .00
หลงั เรียน 7 9.28 .75

P < .05 การเขียน

21

จากตาราง 3 การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน การเขียนตามคาบอก
ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 ก่อนและหลังเรียนจากครูผู้รับการนิเทศ พบว่า นักเรียนมีคะแนน
เฉล่ียผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน การอ่านคา จานวน 10 คา (  = 8.43, SD = 1.27) สูงกว่าก่อนเรียน (  =
5.85, SD = .89) การเขียนตามคาบอก จานวน 10 คา หลังเรียน (  = 9.28, SD = .75) สูงกว่าก่อนเรียน
(  = 5.43, SD = .78) อย่างมีนยั สาคญั ทางสถิตทิ ีร่ ะดับ .05

ตาราง 4 การเปรียบเทียบคะแนนเฉล่ียผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การเขียนตามคาบอก ของนักเรียน

ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 การอา่ นการเขยี น ก่อนและหลังเรียนจากครผู ูร้ ับการนิเทศ

กลุ่มนกั เรียน n  SD t Sig.
(2-tailed)

กอ่ นเรยี น 4 6.00 .81 -4.899* .00
หลงั เรยี น 4 8.00 .81

P < .05 การอา่ น

กลุ่มนกั เรียน n  SD t Sig.
(2-tailed)

ก่อนเรยี น 4 6.00 .81 -4.371* .00
หลงั เรยี น 4 8.75 .95

P < .05 การเขียน

จากตาราง 4 การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน การเขียนตามคาบอก

ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังเรียนจากครูผู้รับการนิเทศ พบว่า นักเรียนมีคะแนน

เฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การอ่านคา จานวน 10 คา (  = 8.00, SD = .81) สูงกว่าก่อนเรียน (  =

6.00, SD = .81) การเขียนตามคาบอก จานวน 10 คา หลังเรียน (  = 8.75, SD = .95) สูงกว่าก่อนเรียน

(  = 6.00, SD = .81) อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิตทิ ี่ระดบั .05

ตาราง 5 การเปรียบเทียบคะแนนเฉล่ียผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน การเขียนตามคาบอก ของนักเรียน

ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5 การอ่านการเขยี น ก่อนและหลงั เรยี นจากครูผู้รับการนิเทศ

กลุม่ นกั เรยี น n  SD t Sig.
(2-tailed)

กอ่ นเรยี น 6 6.17 .98 -3.727* .00
หลังเรียน 6 8.67 .81

P < .05 การอา่ น

22

กลุม่ นกั เรยี น n  SD t Sig.
(2-tailed)

กอ่ นเรยี น 6 6.33 .81 -4.743* .00
หลงั เรยี น 6 9.33 .81

P < .05 การเขยี น

จากตาราง 5 การเปรียบเทียบคะแนนเฉล่ียผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การเขียนตามคาบอก

ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 ก่อนและหลังเรียนจากครูผู้รับการนิเทศ พบว่า นักเรียนมีคะแนน

เฉลี่ยผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน การอ่านคา จานวน 10 คา (  = 8.67, SD = .81) สูงกว่าก่อนเรียน (  =

6.17, SD = .98) การเขียนตามคาบอก จานวน 10 คา หลังเรียน (  = 9.33, SD = .81) สูงกว่าก่อนเรียน

(  = 6.33, SD = .81) อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิตทิ รี่ ะดบั .05

ตาราง 6 การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การเขียนตามคาบอก ของนักเรียน

ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6 การอ่านการเขียน กอ่ นและหลังเรยี นจากครผู รู้ ับการนิเทศ

กล่มุ นกั เรยี น n  SD t Sig.
(2-tailed)

ก่อนเรยี น 3 6.33 .57 -5.196* .00
หลงั เรยี น 3 9.33 .57

P < .05 การอ่าน

กลมุ่ นักเรยี น n  SD t Sig.
(2-tailed)

ก่อนเรยี น 3 6.33 .57 -5.196* .00
หลังเรียน 3 9.33 .57

P < .05 การเขียน

จากตาราง 6 การเปรียบเทียบคะแนนเฉล่ียผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน การเขียนตามคาบอก

ของนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ก่อนและหลังเรียนจากครูผู้รับการนิเทศ พบว่า นักเรียนมีคะแนน

เฉลี่ยผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน การอา่ นและการเขียนตามคาบอก จานวน 10 คา หลังเรียน (  = 9.33, SD =

.57) สงู กว่ากอ่ นเรยี น (  = 6.33, SD = .57) อย่างมีนัยสาคญั ทางสถติ ทิ ่ีระดบั .05

23

6) ความพึงพอใจของนักเรยี นต่อการจัดการเรียนการสอนโดยครูผรู้ ับการนิเทศและเปรยี บเทียบกับ

เกณฑ์

รำยกำร  SD ควำมหมำย

1. บรรยากาศและสง่ิ แวดลอ้ มในหอ้ งเรยี นส่งเสริมใหเ้ รียนรู้ ไดด้ ขี ้ึน 3.97 0.64 มาก

2. มีการกระตนุ้ ให้นกั เรียนสนใจดว้ ยการตั้งคาถาม 4.20 0.40 มาก

3. วธิ กี ารอธิบาย การจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนเข้าใจง่าย 4.20 0.75 มาก

4. เนอ้ื หาในแตล่ ะกิจกรรมน่าสนใจและเหมาะสมกบั ระดบั ความรู้ 4.48 0.54 มาก
ความสามารถของนักเรียน

5. ครูสอนโดยนาเสนอเนื้อหาสาระที่นา่ สนใจ เหมาะกับวยั เชอ่ื มโยง 4.20 0.40 มาก
ประสบการณข์ องนักเรียน

6. สอ่ื ท่ใี ชใ้ นการสอนตรงกบั เนอ้ื หาและกจิ กรรมทีเ่ รยี น 4.57 0.53 มากทีส่ ดุ

7. มีการน าเสนอให้เหน็ ภาพรวมของส่ิงทเ่ี รยี น 4.62 0.49 มากทสี่ ดุ

8. มคี าถามทนี่ กั เรียนตอ้ งอธิบายถึงความสมั พนั ธท์ เี่ ก่ยี วข้อง กันของเน้อื หา 3.85 0.63 มาก
ทเี่ รียน

9. นกั เรยี นสามารถสรปุ สาระสาคญั ท่เี รยี นไดด้ ้วยตนเอง 4.45 0.50 มาก

10. มีการเชื่อมโยงความร้เู ดมิ กบั ความรูใ้ หม่ 4.43 0.53 มาก

11. กิจกรรมเน้นให้นกั เรยี นรูจ้ ักเชอ่ื มโยงส่งิ ท่ีเรียนกับ สภาพแวดล้อม 4.40 0.53 มาก
ตา่ งๆ ที่เกย่ี วข้องกับตนเอง

12. ครูสอนใหน้ ักเรยี นมคี วามร้คู วามเขา้ ใจงา่ ยขน้ึ สามารถ คิดและนา 4.63 0.49 มากท่สี ดุ
ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ได้

13. กจิ กรรมตา่ ง ๆ สง่ เสรมิ ใหน้ กั เรียนพัฒนาทักษะทาง ภาษาไทยเพิ่ม 4.23 0.77 มาก
มากขน้ึ

14. ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรียนมีสว่ นร่วมในกิจกรรม การเรยี นรู้ 4.22 0.76 มาก

15. วธิ ีการสอนของครชู ่วยใหน้ กั เรียนกลา้ แสดงออกและมี ความพรอ้ ม 4.40 0.49 มาก
ด้านภาษาไทยในการรว่ มกจิ กรรมตา่ ง ๆ

16. กจิ กรรมก่อใหเ้ กดิ ปฏสิ มั พนั ธท์ ่ดี ีและทาใหร้ ู้แนวทางใน การทางาน 4.25 0.44 มาก
รว่ มกนั ในชั้นเรยี น

17. ครูฝึกใหน้ ักเรียนไดม้ โี อกาสฝกึ การตัดสนิ ใจและ แก้ปัญหาในขณะอา่ น 4.42 0.50 มาก
และเขยี น

18. นักเรยี นไดร้ บั การฝกึ ในกจิ กรรมตา่ งๆ ดว้ ยตนเอง 4.40 0.49 มาก

19. ครูมอบหมายงานใหน้ กั เรยี นได้ฝกึ และทบทวนความรู้ ที่เรียนอยา่ ง 4.45 0.50 มาก
ตอ่ เนือ่ ง

20. นกั เรยี นมีความสุขในการเรียน 4.88 0.32 มากท่ีสุด

คำ่ เฉล่ยี โดยรวม 4.36 0.54 มำก 21

24

จากตาราง ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนการสอนโดยครูผู้รับการนิเทศ
พบว่า นกั เรียนมคี วามพึงพอใจต่อการจดั การเรยี นการสอนของครูผู้รับการนิเทศ โดย ภาพรวมอยู่ในระดับมาก
(  = 4.36, SD = 0.54) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ส่วนใหญ่มีค่าเฉล่ีย ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
(  = 3.85-4.48, SD = 0.40-0.77) โดยหัวข้อนักเรียนมีความสุขใน การเรียน มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจสูงสุด
(  = 4.88, SD = 0.32) รองลงมาได้แก่ ครูสอนให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจง่ายข้ึน สามารถคิดและนา
ความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ (  = 4.63, SD = 0.49) มีการนาเสนอให้เห็นภาพรวมของสิ่งที่เรียน(  = 4.62,
SD = 0.49) ตามลาดับ และพบว่า มีคาถามที่นักเรียนต้องอธิบายถึงความสัมพันธ์ท่ีเก่ียวข้อง กันของเน้ือหาท่ี
เรียน มีค่าเฉล่ียความพงึ พอใจ ตา่ สุด (  = 3.85, SD = 0.63)

2.6.2 ผลทเ่ี กิดกับครูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ 15
1) ครูมีวิธีการ/นวัตกรรมในการแก้ปัญหาและพัฒนานักเรียนให้มีความสามารถในการอ่านและ

การเขียนตามระดบั ช้ัน
2) ครมู ขี อ้ มูลการคัดกรองดา้ นการอ่านและการเขยี นของนกั เรียนเปน็ รายบคุ คล
3) ครูทุกคนได้รับการยอมรับ ยกย่องชมเชย ประกาศเกียรติคุณจากหน่วยงานภายนอก และ

ภายใน เชน่ จากคุรุสภา การแขง่ ขันงานศิลปะหัตกรรมนักเรยี น ระดบั เขตพ้นื ท่กี ารศึกษา ดงั นี้
ครแู ละบุคลากรทางการศึกษาไดร้ บั รางวัล ระดับเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษา

ท่ี รางวัลที่ได้รับ จานวน(คน) ปกี ารศกึ ษา
1 รางวลั เหรยี ญทอง กิจกรรมการเขียนคัดลายมือ ตามโครงการ 1 2565

รักษ์ภาษาไทย (ครผู ูฝ้ กึ สอน)

2 รางวลั เหรียญทอง กจิ กรรมการเขียนเรียงความ ตามโครงการ 1 2565
รักษ์ภาษาไทย (ครผู ้ฝู กึ สอน)

3 ครูดศี รโี นนสงั 1 2563

4 ครูดีศรโี นนสัง 1 2564

4) สมรรถนะการจดั การเรียนการสอนของครูผูร้ บั การนเิ ทศ  25

รำยกำร 3.20 SD ควำมหมำย
กำรสอนตรงตำมแผนกำรจัดกจิ กรรมกำรเรยี นกำรสอน 3.20
1. มีการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมในขั้นการ หาเร่ืองให้สนุก 3.20 0.84 ดี
2. มกี ารปฏิบัติกจิ กรรมในขั้นการ แจกลูกสะกดคา 3.20 0.84 ดี
3. มกี ารปฏิบัตกิ ิจกรรมในขัน้ การ อา่ นยา้ นาวิถี 3.60 0.84 ดี
4. มีการปฏิบตั ิกจิ กรรมในข้ันการ คดั ลายมือใหถ้ ูกวธิ ี 0.45 ดี
5. มกี ารปฏิบัตกิ จิ กรรมในขัน้ การ เขียนตามคาบอกทุกวนั 3.20 0.55 ดีมาก
พฤติกรรมในกำรสอน 3.20
6. มีการต้งั คาถาม/ตอบคาถามไดถ้ ูกต้องเหมาะสม 3.60 0.45 ดี
7. มกี ารชมเชย/การเสริมกาลังใจให้กับนักเรียน 3.00 0.84 ดี
8. ครูผู้รบั การนิเทศมีความตั้งใจในการจัดการเรยี นการสอนตามแผนฯ 3.20 0.55 ดมี าก
9. การนาเข้าสบู่ ทเรียนชัดเจนและนา่ สนใจ 3.00 0.71 ดี
10. การสอนอธิบายเนื้อหาสาระได้อย่างชัดเจนเข้าใจง่าย 3.20 0.84 ดี
11.ใชค้ าถามกระตุ้นการเรยี นรนู้ ักเรยี นอย่างสม่าเสมอ 3.40 0.71 ดี
12. ใช้เทคนคิ วิธสี อนอย่างหลากหลาย 0.84 ดี
13. ใช้ส่อื การสอนได้อย่างเหมาะสมกบั เนื้อหาสาระท่สี อน 3.60 0.55 ดี
14. การใช้ภาษาสภุ าพ และมีกิรยิ าทีเ่ หมาะสมสอดคลอ้ งกับ
สถานการณ์ 3.20 0.55 ดมี าก
15. มีการสรปุ เน้ือหาสิ่งที่สอน กระชับเข้าใจง่าย 3.27
0.45 ดี
ค่ำเฉลย่ี โดยรวม 0.67 ดี

จากตาราง สมรรถนะการจัดการเรียนการสอนของครูผู้รับการนิเทศ โดยภาพรวมพบว่า อยู่ใน
ระดับดี (  = 3.27, SD = 0.67) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับดี (  = 3.00-3.40,
SD = 0.45-0.84 ) ส่วนหัวข้อ มีการปฏิบัติกิจกรรมในข้ันการ เขียนตามคาบอกทุกชั่วโมง ครูผู้รับการนิเทศมี
ความตั้งใจในการจัดการเรียนการสอนตามแผนฯ การใช้ภาษาสุภาพ และมีกิริยาท่ีเหมาะสมสอดคล้องกับ
สถานการณ์อยู่ในระดับ ดีมาก (  = 3.60, SD = 0.55) และในส่วน หัวข้อการนาเข้าสู่บทเรียนชัดเจนและ
น่าสนใจ ใช้คาถามกระตุ้นการเรยี นรนู้ ักเรยี นอยา่ งสมา่ เสมอ อยู่ในระดับต่าสุด (  = 3.00, SD = 0.71)

26

5) ความพึงพอใจของครูผู้รบั การนิเทศต่อกระบวนการนิเทศภายในของโรงเรยี นบา้ นหนองสะแบง

รำยกำร  SD ควำมหมำย

1. องคป์ ระกอบเชงิ กระบวนการแบ่งเป็น 5 ระยะ ได้แก่ การวางแผนการนเิ ทศ

การให้ความรกู้ ่อนการนเิ ทศ การจดั สรรทรัพยากร การปฏบิ ตั ิงานตามแผน และ 4.00 0.71 มาก

การประเมินผลการปฏิบตั งิ าน

2. องคป์ ระกอบทเ่ี ปน็ ระบบสนับสนุน ได้แก่ ความรว่ มมือ ของผเู้ ก่ียวข้อง 4.20 0.45 มาก
ผู้บรหิ าร ผใู้ ห้การนเิ ทศ ผูป้ ระสานงาน และ ผรู้ ับการนเิ ทศ

3. องค์ประกอบเชิงกระบวนการสอดคลอ้ งกบั องค์ประกอบ เชิงสนบั สนนุ 4.20 0.84 มาก

4. องคป์ ระกอบของกระบวนการมีความเปน็ ระบบเกย่ี วข้อง สมั พนั ธ์กัน และมี 4.40 0.55 มาก
ความชัดเจน

5. ขนั้ ตอนดาเนินการตามรปู แบบท้งั 5 ขนั้ ตอน สามารถ นาไปใชป้ ฏิบตั ไิ ด้จริง 4.20 0.45 มาก

6. มกี ารประชมุ หารือร่วมกนั ระหว่างผ้บู ริหาร ผู้ใหก้ ารนเิ ทศ ผรู้ ับการนเิ ทศ 4.60 0.55 มากท่สี ดุ
เพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซึง่ ความตอ้ งการและกระบวนการ นเิ ทศ

7. มีการให้ความรเู้ กย่ี วกบั กระบวนการนเิ ทศภายใน 5 ขน้ั ตอน และบันไดทกั ษะ 4.00 0.71 มาก
5 ข้นั ก่อนการนเิ ทศ

8. การประชมุ กอ่ นการนเิ ทศก่อใหเ้ กิดประโยชนใ์ น การจดั การเรียนการสอนเพอ่ื 4.60 0.55 มากทส่ี ุด
พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา

9. การจดั สรรทรัพยากรทจ่ี าเปน็ และตรงกบั ความต้องการ ของบคุ ลากร 4.40 0.55 มาก

10. การอานวยความสะดวกและใหก้ ารชว่ ยเหลอื จาก ผรู้ ับผิดชอบบรหิ าร 4.40 0.55 มาก
จัดการการนิเทศ

11. การจดั สรรทรัพยากรทีจ่ าเปน็ ต้องใชใ้ นการจัดการเรยี น การสอน 4.40 0.55 มาก

12. การวเิ คราะห์และสะท้อนผลรว่ มกันทาให้เกดิ การ แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ระหวา่ ง 4.60 0.55 มากทส่ี ดุ
ผใู้ หก้ ารนิเทศและผรู้ บั การนิเทศ

13. มีการประชุมปรึกษาหารือภายหลังการนเิ ทศ 4.20 0.84 มาก

14. การประเมินทงั้ ในระหว่างและหลังการนเิ ทศมคี วาม เหมาะสม 4.20 0.84 มาก

15. การปฏิบตั งิ านตามแผนการนิเทศมีความเหมาะสม 4.40 0.55 มาก

16. การใชก้ ระบวนการนเิ ทศภายในดา้ นการอ่านออกเขยี นไดช้ ่วยพฒั นา 4.20 0.45 มาก
สมรรถภาพการจัดการเรยี นการสอน

17. การใชก้ ระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขยี นไดช้ ่วยพฒั นา 4.40 0.55 มาก
คุณภาพการศึกษาของนักเรยี นโรงเรยี นบา้ นหนองสะแบง

18. กระบวนการนเิ ทศภายในดา้ นการจดั การเรียนการสอน สามารถนาไปใชไ้ ด้ 4.40 0.55 มาก
จรงิ

คำ่ เฉลี่ยโดยรวม 4.32 0.60 มำก

จากตาราง พบว่า ครผู ู้รับการนิเทศมีความพึงพอใจต่อกระบวนการนิเทศภายในด้านอ่านออกเขียน 24
ได้ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (  = 4.32, SD = 0.60) เมื่อพิจารณาเป็น

27 16
25
รายข้อพบว่า ส่วนใหญ่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (  = 4.00-4.40, SD = 0.45- 0.84) ยกเว้นหัวข้อ 6
การประชุมหารือร่วมกันระหว่างผู้บริหาร ผู้ให้การนิเทศ ผู้รับการนิเทศเพ่ือให้ ได้มาซ่ึงความต้องการและ
กระบวนการนิเทศ หัวข้อ 8 การประชุมก่อนการนิเทศก่อให้เกิดประโยชน์ ในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนา
คุณภาพการศึกษา และหัวข้อ 12 การวิเคราะหแ์ ละสะท้อนผลร่วมกนั ทาให้เกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่าง

ผ้ใู หก้ ารนเิ ทศและผูร้ บั การนิเทศ ครผู ู้รับการนิเทศ พบว่า แต่ ละหัวข้อมีความพึงพอใจอยู่ในระดับสูงที่สุด ( 
= 4.60, SD = 0.55)

2.6.3 ผลที่เกิดกับสถำนศึกษำ
1) โรงเรียนมีข้อมูลและมีแนวทาง/วิธีการส่งเสริม สนับสนุน สร้างความรู้ความเข้าใจ

การแกป้ ญั หาการอา่ นออกเขียนได้ การสร้างนวตั กรรมใหก้ บั โรงเรียน
2) โรงเรียนมีระบบนิเทศ ช้ีแนะ ช่วยเหลือในการอ่านออก เขียนได้และนาผลการนิเทศไปใช้ใน

การพฒั นา
3) โรงเรียนได้รับการยอมรับ ยกย่องชมเชย ได้รับประกาศเกียรติคุณจากภายนอก และองค์กร

อืน่ อยา่ งต่อเน่ือง โรงเรยี นผา่ นการคดั เลอื กผลงานนวตั กรรมการบริหารจัดการท่ีเป็นแบบอย่างได้ในโครงการ
ติดตามการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)

4) นกั เรียนอ่านไม่ได้ เขียนไมไ่ ดล้ ดลง จนเป็นโรงเรยี นอา่ นออกเขยี นได้ 100%
5) โรงเรียนมนี กั เรียนทีม่ ีความบกพรอ่ งทางการเรียนรู(้ LD) ลดลง
6) โรงเรียนมกี ารนิเทศครทู กุ คนทกุ ห้องเรียน
2.6.4 ผลทเ่ี กิดกับ ผู้ปกครอง ประชำชน ชุมชน และทอ้ งถิ่น
1) ผู้ปกครองมคี วามภาคภมู ิใจ มั่นใจ พอใจและไวว้ างใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของ
โรงเรยี น
2) ผู้ปกครอง ประชาชน ชุมชนและท้องถ่ินมีส่วนร่วมในการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา
การวางแผน การดาเนินงานพัฒนานักเรียน โดยการเป็นวิทยากรให้ความรู้ตามฐานกิจกรรมการเรียนรู้ และ
การประเมนิ ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน
3) ผู้ปกครองนักเรียน ประชาชน ชุมชน และท้องถ่ินมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการอ่าน
ออกเขยี นไดใ้ นสงิ่ ทโ่ี รงเรยี นดาเนินการเพิม่ มากข้ึน
4) ผู้ปกครองนักเรียน ประชาชน ชุมชน และท้องถิ่นรัก หวงแหน และรู้สึกความเป็นเจ้าของ
สถานศึกษามากย่งิ ข้ึน
5) ชมุ ชน หน่วยงาน องค์กรอื่นๆ ชื่นชมโรงเรียนในด้านการนิเทศครูอย่างต่อเนื่องและยังให้การ
สนบั สนนุ งบประมาณ การให้การสนับสนนุ วสั ดอุ ุปกรณ์ ทรัพยากรบุคคล ภูมิปัญญาท้องถ่ินในการจัดกิจกรรม
ต่างๆ ของโรงเรยี นเปน็ อยา่ งดี คอื ผา้ ปา่ เพ่ือการศกึ ษาโรงเรียนบ้านหนองสะแบง จานวนเงิน 400,000 บาท
(สี่แสนบาทถ้วน)

28

กำรนำผลไปใช้
1) กลุ่มสาระการเรียนรตู้ า่ งๆ ของโรงเรียน สามารถนารปู แบบกระบวนการนิเทศภายในด้านการ

อา่ นออกเขียนได้ ไปใช้นเิ ทศการจดั การเรยี นการสอนของครูผู้สอนไดใ้ นทุกรายวชิ า
2) โรงเรียนสามารถนารูปแบบกระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ ไปใช้เป็น

แนวทางในการวางแผนการนเิ ทศด้านการอา่ นออกเขียนได้ภายในโรงเรียน
3) ครูผู้สอนสามารถปรับกิจกรรมย่อยในแต่ละขั้นตอนของวิธีจัดการเรียนการสอนใน

กระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมีความหลากหลายและ
น่าสนใจมากขนึ้

4) โรงเรียนสามารถนารูปแบบกระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้ของโรงเรียน
บ้านหนองสะแบง ไปใช้นิเทศครูผู้สอนได้กับทุกกลุ่มสาระกาเรียนรู้ โดยเฉพาะกับวิชาซ่ึงเน้นการสร้างเสริม
ทักษะ

ปัจจัยทีส่ ่งผลตอ่ ควำมสำเรจ็
1. ครู บุคลากรทกุ คน มคี วามเปน็ ผนู้ าทางวชิ าการ
2. การทางานเปน็ ทมี
3. การบูรณาการในทุกด้านท่ีเก่ียวข้อง
4. การกระจายอานาจ
5. การมสี ่วนร่วมในการดาเนนิ งานของทกุ ภาคสว่ น
6. การกากบั ตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏบิ ัติงานของผบู้ รหิ ารโรงเรยี น
7. ความตอ่ เน่ืองของการดาเนนิ งาน
8. การม่งุ ผลสมั ฤทธิ์

29

ตอนที่ 3
ขอ้ มูลอนื่ เพิ่มเตมิ

ภาพท่ี 1 การวางแผนการนเิ ทศ

ภาพที่ 2 การชีน้ าให้ความร้กู ่อนการนเิ ทศ

30
ภาพท่ี 3 การจดั สรรทรัพยากร

31
ภาพที่ 4 การปฏิบัติตามแผน

32
ภาพที่ 5 การประเมินผลการปฏิบัตงิ าน

ภาพท่ี 6 กิจกรรมรกั การอ่าน

33
ภาพท่ี 7 คาส่ังการปฏิบัตงิ านนิเทศภายใน

34
ภาพท่ี 8 หนงั สือแนวทางการแก้ปัญหาการอา่ นไม่ออกเขยี นไมไ่ ด้

ภาพที่ 9 บญั ชีคาพน้ื ฐาน

35
ภาพที่ 10 แบบบนั ทกึ การอ่าน การเขียน

36

แบบประเมนิ สมรรถนะกำรเรียนกำรสอนของครผู ูร้ บั กำรนเิ ทศ
(ประเมินโดยครผู ู้รับกำรนิเทศ)

คำช้แี จง

1. เครื่องมือน้ีสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการประเมินสมรรถนะการจัดการเรียนการสอนของ ครูผู้รับการ
นิเทศ ตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การอ่านออกเขียนได้ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6
โรงเรยี นบา้ นหนองสะแบง

2. สมรรถนะการจัดการเรียนการสอน หมายถึง พฤติกรรมหรือการปฏิบัติของครูผู้รับการนิเทศ
เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนตรงตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และพฤติกรรมในการสอน
เช่น การตง้ั คาถาม/ตอบคาถาม การชมเชย/การเสรมิ กาลังใจ ความตง้ั ใจในการจัดการเรยี นการสอนตามแผนฯ

3. เกณฑก์ ารให้ระดับคะแนนสมรรถนะการจดั การเรียนการสอนของครผู รู้ ับการนเิ ทศ
4 หมายถงึ มีพฤติกรรม / ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมนั้นเป็นประจาสม่าเสมอ หรืออยใู่ นระดับดีมาก
3 หมายถงึ มพี ฤตกิ รรม / ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมนนั้ เปน็ สว่ นใหญ่ หรอื อย่ใู นระดับดี
2 หมายถงึ มีพฤติกรรม / ปฏิบัตกิ จิ กรรมนั้นนอ้ ย หรืออย่ใู นระดับพอใช้
1 หมายถึง มีพฤตกิ รรม / ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมนั้นน้อยมาก หรอื อยู่ในระดับปรับปรุง

4. การแปลความหมายของค่าเฉลี่ยคะแนนสมรรถนะในการจัดการเรียนการสอนของครูผู้รับ
การนเิ ทศ

3.50 – 4.00 หมายถึง มีความสามารถจัดการเรยี นการสอนอย่ใู นระดับดีมาก
2.50 – 3.49 หมายถึง มีความสามารถจดั การเรยี นการสอนอยู่ในระดับดี
1.50 – 2.49 หมายถึง มีความสามารถจัดการเรียนการสอนอยู่ในระดับพอใช้
1.00 – 1.49 หมายถึง มีความสามารถจดั การเรยี นการสอนอยใู่ นระดับปรบั ปรุง

37

คาชี้แจง กาเครื่องหมาย / ลงในชอ่ งว่างที่ตรงกับระดับคะแนนสมรรถนะการจัดการเรยี นการสอนของครู
ผ้รู บั การนเิ ทศ

รำยกำรประเมนิ ระดบั คะแนน
43 2 1
กำรสอนตรงตำมแผนกำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นกำรสอน
1. มีการปฏบิ ัติกจิ กรรมในขัน้ การ หาเรอื่ งให้สนุก
2. มกี ารปฏิบัตกิ ิจกรรมในข้นั การ แจกลูกสะกดคา
3. มกี ารปฏิบัติกจิ กรรมในขั้นการ อ่านย้านาวิถี
4. มีการปฏิบตั ิกิจกรรมในขน้ั การ คดั ลายมือให้ถูกวิธี
5. มีการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมในขนั้ การ เขยี นตามคาบอกทุกวัน
พฤติกรรมในการสอน
6. มกี ารต้ังคาถาม/ตอบคาถามได้ถูกต้องเหมาะสม
7. มกี ารชมเชย/การเสรมิ กาลงั ใจใหก้ ับนักเรียน
8. ครผู รู้ ับการนิเทศมคี วามตั้งใจในการจัดการเรียนการสอนตามแผนฯ
9. การนาเข้าสูบ่ ทเรยี นชัดเจนและน่าสนใจ
10. การสอนอธิบายเน้ือหาสาระได้อยา่ งชดั เจนเข้าใจงา่ ย
11.ใชค้ าถามกระต้นุ การเรียนร้นู กั เรียนอยา่ งสมา่ เสมอ
12. ใช้เทคนคิ วิธสี อนอย่างหลากหลาย
13.ใชส้ ่อื การสอนได้อยา่ งเหมาะสมกบั เนื้อหาสาระท่ีสอน
14. การใช้ภาษาสุภาพ และมีกริ ิยาท่เี หมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ
15. มกี ารสรุปเนอื้ หาส่งิ ท่ีสอน กระชับเขา้ ใจง่าย

ขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเติม
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอื่ ...................................................................ผู้ประเมิน
(..................................................................)
...................../......................../.....................

38

แบบสอบถำมควำมพึงพอใจของนกั เรยี นต่อ
กำรจดั กำรเรียนกำรสอนโดยครผู รู้ บั กำรนเิ ทศ

คำช้ีแจง

แบบสอบถามน้ีสรา้ งขน้ึ เพือ่ สอบถามความพงึ พอใจของนักเรยี นที่มตี อ่ การจดั การเรียนการสอน

โดยครูผรู้ บั การนิเทศ มี 2 ตอน ตอนที่ 1 ขอ้ มูลทว่ั ไป ตอนที่ 2 ความพึงพอใจของนกั เรยี น

ตอนที่ 1 ขอ้ มูลท่ัวไป

1. เพศ  ชาย  หญิง

2. ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ............................

ตอนท่ี 2 ควำมพึงพอใจของนักเรยี น

คำชแี้ จง โปรดใส่เคร่อื งหมาย  ลงในชอ่ งว่าง ทีต่ รงกับระดับความพึงพอใจของนักเรยี น

ระดับควำมพึงพอใจ

รำยกำร มำก มำก ปำน นอ้ ย น้อย
ทสี่ ุด (4) กลำง (2) ทีส่ ุด
(5) (3) (1)

1. บรรยากาศและสงิ่ แวดลอ้ มในหอ้ งเรียนสง่ เสรมิ ให้เรียนรู้ ได้ดี

ข้นึ

2. มกี ารกระตุ้นให้นกั เรียนสนใจด้วยการต้ังคาถาม

3. วิธกี ารอธบิ าย การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนเขา้ ใจง่าย

4. เน้ือหาในแต่ละกจิ กรรมน่าสนใจและเหมาะสมกับระดับ

ความรูค้ วามสามารถของนักเรียน

5. ครสู อนโดยนาเสนอเนอ้ื หาสาระทน่ี า่ สนใจ เหมาะกบั วัย 29

เช่อื มโยงประสบการณ์ของนักเรยี น

6. สอื่ ทใี่ ชใ้ นการสอนตรงกบั เนื้อหาและกจิ กรรมทเี่ รียน

7. มกี ารน าเสนอใหเ้ ห็นภาพรวมของสิง่ ท่ีเรยี น

8. มคี าถามท่นี กั เรยี นต้องอธิบายถงึ ความสมั พันธ์ทเี่ ก่ียวข้อง กัน

ของเนื้อหาที่เรยี น

9. นักเรยี นสามารถสรุปสาระสาคัญท่เี รยี นได้ด้วยตนเอง

10. มีการเชื่อมโยงความร้เู ดิมกบั ความรใู้ หม่

11. กิจกรรมเน้นให้นักเรียนรู้จักเชอื่ มโยงสิ่งท่เี รียนกบั

สภาพแวดล้อมตา่ งๆ ท่ีเก่ยี วข้องกบั ตนเอง

12. ครูสอนให้นักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจง่ายข้ึน สามารถ คิด

และนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ได้

39

ตอนที่ 2 (ตอ่ )

ระดบั ควำมพึงพอใจ

รำยกำร มำก มำก ปำน น้อย นอ้ ย
ท่สี ดุ (4) กลำง (2) ทสี่ ุด
13. กจิ กรรมต่างๆ ส่งเสริมให้นกั เรยี นพฒั นาทักษะทาง (5) (3) (1)
ภาษาไทยเพ่ิมมากขน้ึ
14. ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนมีสว่ นร่วมในกิจกรรม การเรียนรู้
15. วธิ ีการสอนของครชู ่วยให้นกั เรียนกลา้ แสดงออกและมี ความ
พรอ้ มด้านภาษาไทยในการร่วมกจิ กรรมต่าง ๆ
16. กิจกรรมก่อใหเ้ กิดปฏสิ มั พันธท์ ด่ี แี ละทาใหร้ ้แู นวทางใน การ
ทางานรว่ มกันในชั้นเรยี น
17. ครูฝึกใหน้ ักเรียนไดม้ ีโอกาสฝึกการตัดสนิ ใจและ แกป้ ัญหา
ในขณะอา่ นและเขยี น
18. นักเรียนไดร้ ับการฝึกในกิจกรรมตา่ งๆ ด้วยตนเอง
19. ครูมอบหมายงานใหน้ ักเรียนได้ฝกึ และทบทวนความรู้
ท่ีเรยี นอย่างต่อเน่ือง
20. นักเรยี นมีความสุขในการเรยี น

ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

40

แบบสอบถำมควำมพึงพอใจของครูผูร้ ับกำรนิเทศตอ่
กระบวนกำรนเิ ทศภำยในดำ้ นกำรจัดกำรเรียนกำรสอนของโรงเรยี นบำ้ นหนองสะแบง

คำช้ีแจง
1. เครอื่ งมือน้สี ร้างข้นึ เพ่ือสอบถามความพงึ พอใจของครูผูร้ ับการนิเทศต่อกระบวนการ นเิ ทศภายใน

ด้านการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรยี นบา้ นโคกใหญ่
2. องคป์ ระกอบของกระบวนการนิเทศภายในด้านการจดั การเรยี นการสอนประกอบด้วย

ข้นั ตอนการดาเนินการ 5 ขน้ั ตอนคือ
2.1 วางแผนการนเิ ทศ
2.2 การชน้ี าให้ความรูก้ ่อนการนิเทศ
2.3 การจัดสรรทรัพยากร
2.4 การปฏิบัตงิ านตามแผน
2.5 การประเมนิ ผลการทางาน

3. เกณฑ์การใหร้ ะดบั ความพึงพอใจ ดงั น้ี
5 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจมากทีส่ ดุ
4 หมายถงึ มีความพึงพอใจมาก
3 หมายถงึ มีความพอใจปานกลาง
2 หมายถึง มีความพึงพอใจน้อย
1 หมายถงึ มีความพงึ พอใจนอ้ ยท่สี ุด

41

คาช้ีแจง โปรดใส่เคร่อื งหมาย  ลงในช่องวา่ งท่ตี รงกบั ระดบั คะแนนความพึงพอใจต่อกระบวนการ นิเทศ
ภายในด้านการอา่ นออกเขยี นได้ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง

ระดับควำมพึงพอใจ

รำยกำร มำก มำก ปำน นอ้ ย น้อย
ที่สดุ (4) กลำง (2) ทส่ี ดุ
(5) (3) (1)

1. องค์ประกอบเชิงกระบวนการแบ่งเปน็ 5 ระยะ ได้แก่

การวางแผนการนเิ ทศ การให้ความรกู้ ่อนการนิเทศ การจดั สรร

ทรัพยากร การปฏิบตั งิ านตามแผน และการประเมนิ ผลการ

ปฏบิ ัตงิ าน

2. องคป์ ระกอบท่ีเปน็ ระบบสนบั สนนุ ได้แก่ ความร่วมมอื ของ

ผเู้ ก่ยี วข้อง ผูบ้ รหิ าร ผ้ใู ห้การนเิ ทศ ผ้ปู ระสานงาน และ ผูร้ บั การ

นเิ ทศ

3. องคป์ ระกอบเชิงกระบวนการสอดคล้องกบั องค์ประกอบ เชิง

สนบั สนุน

4. องค์ประกอบของกระบวนการมีความเปน็ ระบบเก่ยี วข้อง

สัมพันธ์กัน และมีความชัดเจน

5. ข้ันตอนดาเนนิ การตามรูปแบบทัง้ 5 ข้ันตอน สามารถ นาไปใช้

ปฏิบตั ิไดจ้ รงิ

6. มกี ารประชุมหารือรว่ มกันระหวา่ งผูบ้ รหิ าร ผู้ใหก้ ารนเิ ทศ ผูร้ บั

การนิเทศเพ่ือใหไ้ ด้มาซง่ึ ความต้องการและกระบวนการ นิเทศ

7. มกี ารใหค้ วามรูเ้ กี่ยวกับกระบวนการนิเทศภายใน 5 ขน้ั ตอน

และบนั ไดทักษะ 5 ข้นั กอ่ นการนิเทศ

8. การประชมุ ก่อนการนิเทศก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์ใน การจดั การ

เรียนการสอนเพ่ือพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา

9. การจัดสรรทรัพยากรท่จี าเปน็ และตรงกับความต้องการ

ของบุคลากร

10. การอานวยความสะดวกและให้การช่วยเหลอื จาก ผู้รับผดิ ชอบ

บริหารจดั การการนิเทศ

11. การจัดสรรทรพั ยากรท่ีจาเปน็ ตอ้ งใช้ในการจดั การเรยี น การ

สอน

12. การวเิ คราะห์และสะท้อนผลร่วมกันทาให้เกดิ การ แลกเปล่ียน

เรียนรู้ระหวา่ งผใู้ ห้การนเิ ทศและผรู้ บั การนิเทศ

42

(ตอ่ ) ระดับควำมพึงพอใจ

รำยกำร มำก มำก ปำน นอ้ ย น้อย
ทสี่ ุด (4) กลำง (2) ทส่ี ดุ
13. มกี ารประชุมปรกึ ษาหารือภายหลังการนเิ ทศ (5) (3) (1)
14. การประเมินท้งั ในระหวา่ งและหลังการนิเทศมี
ความเหมาะสม
15. การปฏบิ ตั งิ านตามแผนการนเิ ทศมีความเหมาะสม
16. การใชก้ ระบวนการนเิ ทศภายในด้านการอ่านออกเขยี นได้
ช่วยพัฒนาสมรรถภาพการจดั การเรยี นการสอน
17. การใช้กระบวนการนิเทศภายในด้านการอ่านออกเขียนได้
ช่วยพฒั นาคุณภาพการศึกษาของนักเรยี นโรงเรียนบา้ น
หนองสะแบง
18. กระบวนการนิเทศภายในด้านการจัดการเรียนการสอน
สามารถนาไปใชไ้ ดจ้ ริง

ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................................. .
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

43

แบบสอบถำมควำมพึงพอใจของครูผู้รบั กำรนเิ ทศและนักเรียน

แบบสอบถามความพึงพอใจของครผู รู้ บั การนิเทศทีม่ ตี ่อกระบวนการนิเทศภายในด้านการอา่ นออก
เขียนได้ของโรงเรียนบ้านโคกใหญ่ มีลกั ษณะเปน็ แบบมาตราส่วนประมาณคา่ (Rating Scale) 5 ระดบั ซึง่ เปน็
การสอบถามระดบั ความพงึ พอใจของครูผ้รู ับการนเิ ทศท่มี ตี ่อกระบวนการนิเทศภายใน การจดั การเรยี นการ
สอนของโรงเรยี น โดยแต่ละระดับกาหนดคา่ คะแนน ดังน้ี (บญุ ชม ศรีสะอาด. 2556: 121)

ให้คะแนน 5 หมายถงึ มีความพึงพอใจอยใู่ นระดับมากทีส่ ุด
ให้คะแนน 4 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจอยูใ่ นระดบั มาก
ให้คะแนน 3 หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง
ใหค้ ะแนน 2 หมายถึง มีความพงึ พอใจอย่ใู นระดับน้อย
ให้คะแนน 1 หมายถึง มีความพงึ พอใจอยู่ในระดับน้อยทสี่ ุด

เกณฑ์การแปลผลคะแนนเฉล่ียจากการวดั สมรรถนะการจัดการเรยี นการสอน มีดังน้ี

มคี วามพึงพอใจอยใู่ นระดบั มากทีส่ ุด อยใู่ นชว่ งคา่ เฉลย่ี คะแนน 4.50 – 5.00

มคี วามพึงพอใจอย่ใู นระดบั มาก อยู่ในชว่ งคา่ เฉลยี่ คะแนน 3.50 – 4.49

มีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง อย่ใู นชว่ งค่าเฉล่ยี คะแนน 2.50 – 3.49

มคี วามพึงพอใจอย่ใู นระดับน้อย อยใู่ นช่วงคา่ เฉลีย่ คะแนน 1.50 – 2.49

มีความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อยที่สดุ อยู่ในชว่ งคา่ เฉลย่ี คะแนน 1.00 – 1.49

44

แบบทดสอบกำรอ่ำน ช้ันประถมศกึ ษำปที ่ี 1

ชุดที่ 2

เร่อื ง อาหารพ้นื บา้ น

อาหารบา้ นฉัน มกี ันหลากหลาย

กระเทียมกระชาย ซ้อื ขายมากมี

แตงโมลูกท้อ ลูกยอลน้ิ จี่

ออกผลมากมี ของดบี ้านเรา

พืชผกั สวนครัว ตามรัว้ ตามเสา

หมู่บ้านของเรา คอยเฝ้าทากนิ

ตาลึงฟกั แฟง หอมแดงกระถนิ

ผักในทอ้ งถน่ิ เคยชินมานาน

ต้มยาทากนิ ท้องถน่ิ อสี าน

อาหารพน้ื บ้าน กล่าวขานมากมี

45

แบบทดสอบกำรเขียน ชั้นประถมศึกษำปีท่ี 1

ชุดท่ี 10

1. ชนะ 11. ถอื

2. ช้นิ 12. ทะเล

3. ชิงชา้ 13. จอบ

4. เดิน 14. ทาเล

5. แดด 15. ประตู

6. ตก 16. ทว่ ม

7. ตอก 17. พาย

8. ตะไคร้ 18. เลยี้ ว

9. เขียง 19. ละมุด

10. โตะ๊ 20. สขุ

46

ช้ันประถมศกึ ษำปีท่ี 1 กำรอ่ำน

ชัน้ ประถมศกึ ษำปีที่ 1 กำรเขยี น

47

ช้ันประถมศกึ ษำปีท่ี 2 กำรอ่ำน

ชัน้ ประถมศกึ ษำปีที่ 2 กำรเขยี น


Click to View FlipBook Version