- ๔๐ -
ส้าหรับการใหบ้ ริการของภาครัฐในการน้าเข้าสง่ ออก เป็นภารกจิ ท่เี ก่ียวข้องในส่วนของ
ภาคธุรกิจ ประกอบด้วยภาคการลงทุนและการค้า โดยมีกรอบของงานบรกิ ารภาครัฐที่เก่ียวข้องท่ีต้อง
ท้าการปรับปรุงการให้บริการภาครัฐ เช่น การจดทะเบียนจัดต้ังธุรกิจ การขออนุญาตประกอบกิจการ
พิธีการศลุ กากร (น้าเข้า-ส่งออก) การขอใบอนญุ าตและใบรับรองตา่ งๆ เป็นต้น
แผนภาพที่ ๓-๒ ภาพแสดงงานบริการภาครัฐในการนาเข้าสง่ ออก
ทีม่ า : โครงการบรู ณาการงานบรกิ ารภาครัฐให้มีประสทธภิ าพ นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา
ท่ปี รึกษาการพฒั นาระบบราชการ สา้ นกั งาน ก.พ.ร.
พระราชบัญญัติอานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๘
ปัจจุบันการติดต่อขออนุญาตด้าเนินการต่างๆ จะต้องติดต่อกับส่วนราชการหลายแห่ง
รวมทั้ง มีกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตจ้านวนมากและบางฉบับก็ไม่ได้ก้าหนดระยะเวลา เอกสารและ
หลักฐานที่จ้าเป็นต้องใช้ และขั้นตอนในการพิจารณาไว้อย่างชัดเจน ท้าให้เกิดความคลุมเครือ
ไม่ชัดเจน เป็นการสร้างภาระแก่ประชาชน ดังน้ัน เพื่ออ้านวยความสะดวกและลดภาระให้แก่
ประชาชน จึงได้มีการตราพระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทาง
ราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ข้ึน ซ่ึงเป็นเสมือนกฎหมายกลาง ท่ีจะก้าหนดข้ันตอนและระยะเวลาในการ
พิจารณาอนญุ าต การจัดให้มชี อ่ งทางในการรับค้าขอ ณ จุดเดียว และให้ขอ้ มูลท่ีชัดเจนเก่ียวกบั การขอ
อนุญาตกับประชาชน
- ๔๑ -
พระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๘ ประชาชนได้อะไร ๒
ประการแรก เม่ือไปติดต่อขอรับบริการตามหน่วยราชการต่างๆ จะพบกับ “คู่มือส้าหรับ
ประชาชน” ที่จะท้าให้ประชาชนผู้รับบริการทราบถึงวิธีการย่ืนค้าขอ ข้ันตอนและระยะเวลาในการ
พจิ ารณา เอกสารหลักฐานที่ต้องใชย้ ่ืนพร้อมค้าขอ และ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ท่ีจะติดประกาศไว้ให้เห็น
สิ่งเหล่าน้ีท้าให้การปฏิบัติราชการมีความชัดเจน โปร่งใส ไม่คลุมเครือ ด้วยการลดการใช้ดุลพินิจของ
เจ้าหน้าที่ รวมท้ัง จะอ้านวยความสะดวกประชาชนให้สามารถยื่นค้าขอผ่านทาง “อิเล็กทรอนิกส์”
แทนการยน่ื คา้ ขอด้วยตนเองได้
ประการท่ีสอง ในการรับค้าขอเจ้าหน้าท่ีผู้รับค้าขอจะต้องตรวจสอบค้าขอและเอกสาร
ให้ถูกต้องครบถ้วน หากพบว่าเอกสารไม่ถูกต้องหรือขาดเอกสารใด ต้องรีบแจ้งให้ประชาชนผู้มารับ
บริการทันที หากไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขณะนั้น ต้องบันทึกข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่ต้อง
ย่ืนเพ่ิมเติม พร้อมก้าหนดเวลาที่ประชาชนผู้รับบริการต้องด้าเนินการไว้ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสามารถ
ขอเอกสารเพ่ิมเติมได้เพียงคร้ังเดียวน้ัน เพ่ือเป็นการลดความล่าช้าในเรื่องการพิจารณาเอกสารของ
เจา้ หน้าทีล่ ง
ประการที่สาม การพิจารณาค้าขอของหน่วยงานราชการต้องด้าเนินการให้เสรจ็ ตามท่ีได้
ประกาศไว้ ในคู่มือส้าหรับประชาชน และต้องแจ้งให้ประชาชนผู้รับบริการทราบภายใน ๗ วัน หาก
ไม่สามารถพจิ ารณาเสรจ็ ภายในก้าหนด กต็ อ้ งแจ้งเป็นหนังสอื ให้ประชาชนผูร้ บั บรกิ ารทราบด้วย
ประการสุดท้าย จะพัฒนาศูนย์บริการร่วมของหน่วยงานราชการต่างๆ ที่ด้าเนินการ
อยู่แล้ว ให้สามารถรับค้าขออนุญาตหลายๆ งานบริการภายใต้กระทรวงเดยี วกันได้ และในระยะต่อไป
จะพัฒนาไปสู่การจัดต้ังศูนย์รับค้าขออนุญาตเพ่ือเป็นศูนย์กลางในการรับค้าขอท่ีประชาชนสามารถ
ยืน่ ค้าขอ เอกสารหลกั ฐาน ค่าธรรมเนยี ม ณ ศนู ย์รบั ค้าขอแทนหน่วยงานผอู้ นุญาตได้
นอกจากน้ี หนว่ ยงานราชการยังตอ้ งทบทวนกฎหมายท่ีเกีย่ วข้องกับการอนุญาตทุก ๕ ปี
หาแนวทางในการต่ออายุใบอนุญาตแบบอัตโนมัติ และเมื่อมีการออกใบอนุญาตแล้ว จะต้องมีการ
ตรวจสอบว่าการด้าเนนิ กิจการเหล่านนั้ ไมส่ ร้างความเดือดรอ้ นให้กบั ประชาชนด้วย
แผนภาพท่ี ๓-๓ พระราชบัญญัติการอ้านวยความสะดวกในการพิจารณาอนญุ าตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘
ทม่ี า : สา้ นกั งาน ก.พ.ร.
๒ “พระราชบัญญตั กิ ารอ้านวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘
ประชาชน ไดอ้ ะไร” (ออนไลน)์ . เข้าถงึ ได้จาก : http://www.opdc.go.th/page.php?url=tab_ view&cat=
N&id=471, ๒๕๕๘.
- ๔๒ -
ระบบ National Single Window
ระบบ National Single Window (NSW) เป็นระบบการบริการเชื่อมโยงข้อมูล
หน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ (G2G G2B และ B2B) ส้าหรับการน้าเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์
รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศในภูมิภาคอ่ืนๆ ซึ่งเป็นระบบ
บริการแบบอัตโนมตั ิและก่งึ อัตโนมัตคิ วบคไู่ ปกับการปฏิรูปกระบวนการและข้นั ตอนการให้บรกิ าร และ
การลดรูปเอกสาร โดยอ้านวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการสามารถท้าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์กับ
หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์แบบปลอดภัยและไร้เอกสาร รวมถึงการใช้ข้อมูล
ร่วมกันกับทุกองค์กรที่เกี่ยวข้อง และการเช่ือมโยงข้อมูลใบอนุญาตและใบรับรองระหว่างหน่วยงาน
ภาครัฐภายในประเทศและระหวา่ งประเทศ โดยผูใ้ ชบ้ รกิ ารทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจสามารถติดตามผล
ในทุกๆ ข้ันตอนของการด้าเนินงานน้าเข้า ส่งออกและการอนุมัติต่างๆผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้
(e-Tracking) ทกุ วันและตลอดเวลา ๒๔ ช่ัวโมง ๓
กรอบแนวคดิ การพัฒนาระบบ National Single Window
ระบบ NSW ของประเทศไทยพัฒนาตามกรอบแนวคิดขององค์การสหประชาชาติ
องค์การศุลกากรโลกและความตกลง ASEAN ส้าหรับการจัดตั้ง ASEAN Single Window ภายใต้
กรอบความร่วมมือของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ภายใน
ปี ๒๕๕๘ โดยมขี อบเขตการพฒั นาระบบ NSW ส้าหรบั การน้าเข้า การสง่ ออก และโลจิสติกส์ ดงั น้ี
๑. การจัดต้ังระบบ NSW ท้าหน้าท่ีเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการ
ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ (G2G) ท่ีเกี่ยวข้องกับการน้าเข้า การส่งออก การออกใบอนุญาตและ
ใบรับรองต่างๆ การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ (G2B) รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูล
ระหวา่ งภาคธุรกจิ (B2B) และ e-Logistics ในอนาคต
๒. การจัดต้ังระบบ NSW ท้าหน้าทีเ่ ป็นศูนย์กลางการเช่ือมโยงขอ้ มลู กับทุก Electronic
Windows ที่มีอยู่แล้ว ท้าให้ภาคธุรกิจสามารถเช่ือมโยงข้อมูลกับทุกหน่วยงานท่ีอยู่ต่างระบบ
Electronic Window ได้โดยอัตโนมัติ
๓. การจัดต้ังระบบ NSW ท้าหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเช่ือมโยงข้อมูลกับหน่วยงาน
ต่างประเทศ เช่น การเช่ือมโยงข้อมูลระหว่างประเทศสมาชิก ASEAN และ APEC เป็นต้น รวมถึง
รองรบั การเช่ือมโยงขอ้ มูลกบั หนว่ ยงานตา่ งประเทศของภาคธรุ กิจดว้ ย
๔. การพัฒนาปรับปรุงมาตรฐานการเช่ือมโยงข้อมูลของประเทศให้เป็นสากล เพ่ือให้
ระบบคอมพิวเตอรข์ องทกุ หนว่ ยงานสามารถสือ่ สารกนั เข้าใจเป็นมาตรฐานเดยี วกัน
๓ “ระบบ National Single Window (NSW)” (ออนไลน)์ . เข้าถึงได้จาก : http://wiki.mof.go.th/
mediawiki/index.php/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A_National_Single_Window_
(NSW), ๒๕๕๘.
- ๔๓ -
๕. การพัฒนาปรับปรุงข้ันตอนการท้างาน การติดต่อส่ือสารระหว่างหน่วยงานภาครัฐ
และภาคธรุ กจิ ให้สัน้ ลง โดยการสอ่ื สารกันผา่ นระบบ NSW แทนการสือ่ สารระหว่างบคุ คล
๖. การพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยการให้บริการระบบ NSW ตามมาตรฐานสากล
เพื่อรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลทางการค้าของหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ และ
มีกลไกการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล
๗. การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบท่ีเก่ียวข้องกับการค้าระหว่างประเทศของ
สว่ นราชการต่างๆ เพ่ือรองรับการการค้าไร้กระดาษทงั้ ภายในประเทศและระหว่างประเทศ
๘. การพัฒนาความรู้ความเข้าใจให้บุคลากรทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจท่ีเก่ียวข้อง รวมถึง
การพัฒ นาความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศ เช่น APEC ASEAN WCO และ UN
เปน็ ตน้
ระบบ NSW ของประเทศเร่ิมให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๔
โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับผู้ให้บริการระบบ Electronic Windows ที่มีอยู่แล้ว รวมถึงการเชื่อมโยงกับ
ระบบศุลกากรไร้เอกสาร เพ่ือให้บริการผู้ประกอบการที่เก่ียวข้องกับการน้าเข้า-ส่งออกทั่วประเทศ
แบบไร้เอกสารได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการค้าที่ใช้ระบบศุลกากรไร้เอกสาร
อยู่แล้ว รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐท่ีมีการแลกเปล่ียนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์กับกรมศุลกากรอยู่ก่อนแล้ว
ปัจจุบันระบบ NSW ให้บริการเชื่อมโยงข้อมูล ประกอบด้วย การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
ภาครัฐ (G2G) การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ (G2B) และการเชื่อมโยง
ข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาคธุรกิจและภาคธุรกิจ (B2B) บางส่วน โดยมีความก้าวหน้าการเช่ือมโยง
ระหวา่ งหน่วยงานภาครฐั ตา่ งๆ กับระบบ NSW (ณ วันท่ี ๑๕ กนั ยายน ๒๕๕๗) ดงั น้ี๔
๑. การเช่ือมโยงข้อมูลใบอนุญาต และใบรับรองต่างๆ กับระบบ NSW อย่างเป็น
ทางการแล้วจา้ นวน ๒๑ หน่วยงานประกอบดว้ ย
(๑) กรมศุลกากรเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต/ใบรับรองที่
เกี่ยวข้องกับการนา้ เขา้ -ส่งออกแบบไร้เอกสาร ต้ังแต่ตลุ าคม ๒๕๕๔
(๒) กรมสรรพสามิต เช่ือมโยงข้อมูลใบอนุญาตน้าเข้า-ส่งออกสุรา ไพ่ และบุหรี่
ตัง้ แต่ตุลาคม ๒๕๕๔
(๓) กรมการค้าต่างประเทศ ประกอบดว้ ย
- การเช่ือมโยงข้อมูลหนังสอื รับรองการส่งออกเพชรท่ียังไม่ได้เจียระไน ตั้งแต่
ตุลาคม ๒๕๕๔
- การเชอ่ื มโยงข้อมลู ใบอนุญาตสง่ ออกกาแฟ ตัง้ แต่ตุลาคม ๒๕๕๔
๔ “ระบบ National Single Window (NSW)” (ออนไลน)์ . เข้าถงึ ไดจ้ าก : http://wiki.mof.go.th/
mediawiki/index.php/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A_National_Single_Window_
(NSW), ๒๕๕๘.
- ๔๔ -
- การเช่ือมโยงขอ้ มูลใบอนุญาตสง่ ออกสนิ ค้าไมแ้ ละไม้แปรรปู ตั้งแตเ่ มษายน ๒๕๕๕
- การเชอื่ มโยงข้อมลู ใบอนุญาตส่งออกสินค้าถา่ นไม้ ตัง้ แต่เมษายน ๒๕๕๕
- การเชื่อมโยงข้อมูลใบรับรองมาตรฐานสินค้าแป้งมันส้าปะหลัง ต้ังแต่
พฤศจิกายน ๒๕๕๖
- การเช่ือมโยงข้อมูลการขึ้นทะเบียนผู้น้าเข้าสินค้า หอมแดง มันส้าปะหลัง
และผลิตภณั ฑ์มนั สา้ ปะหลงั ส้ม เครอ่ื งในสกุ ร เคร่ืองใช้ไฟฟา้ และยางรถใหม่ ตัง้ แต่กรกฎาคม ๒๕๕๗
(๔) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเช่ือมโยงข้อมูลใบรับรองและ/หรือ
ใบอนญุ าตเพือ่ การนา้ เข้าหรือการส่งของออกจากเขตประกอบการเสรี ตั้งแตต่ ลุ าคม ๒๕๕๔
(๕) กรมโรงงานอตุ สาหกรรมเช่ือมโยงข้อมูลใบแจ้งข้อเท็จจริงตามแบบ วอ./อก.๖
สา้ หรับน้าเข้า-สง่ ออกวตั ถอุ ันตราย ต้ังแต่ตลุ าคม ๒๕๕๔
(๖) ส้านักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเชื่อมโยงหนังสืออนุมัติส่ังปล่อย
สนิ ค้าท่ีได้รับการส่งเสริมการลงทุน ตงั้ แต่ตลุ าคม ๒๕๕๔
(๗) กรมปศสุ ัตว์ ประกอบดว้ ย
- การเช่ือมโยงข้อมูลใบอนุญาตการน้าสัตว์หรือซากสัตว์เข้าราชอาณาจักร
และออกนอกราชอาณาจกั ร (แบบ ร.๖ และแบบ ร.๙) ตั้งแต่ตุลาคม ๒๕๕๔
- การเช่ือมโยงข้อมูลใบรับรองสินค้าเกษตร (Health Certificate) กับ
กรมปศุสตั ว์ ต้ังแต่สิงหาคม ๒๕๕๕
(๘) กรมประมงเช่ือมโยงข้อมูลหนังสืออนุญาตให้น้าสัตว์น้าบางชนิดเข้ามาใน
ราชอาณาจกั ร และใบอนญุ าตนา้ สัตว์น้าหรือซากสัตว์ออกนอกราชอาณาจักร (ร.๙) ตงั้ แตม่ กราคม ๒๕๕๕
(๙) ส้านักงานคณะกรรมการอาหารและยาเชื่อมโยงข้อมูลใบรับแจ้งการน้าเข้า
ผลิตภณั ฑส์ ุขภาพ ต้ังแตเ่ มษายน ๒๕๕๕
(๑๐) ส้านักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติเชื่อมโยงข้อมูล
ใบรบั รองสนิ ค้าเกษตร (Health Certificate) กับกรมปศุสัตว์ ต้งั แต่สงิ หาคม ๒๕๕๕
(๑๑) กรมศิลปากรเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาตส่งหรือน้าโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ
ออกนอกราชอาณาจกั ร ตง้ั แตก่ นั ยายน ๒๕๕๕
(๑๒) กรมธุรกิจพลังงาน ประกอบด้วย
- การเช่ือมโยงข้อมูลหนังสือรับรองให้น้าสินค้า (น้ามันเชื้อเพลิง) เข้าใน
ราชอาณาจกั ร และใบอนญุ าตเปน็ ผ้คู ้าน้ามนั ตามมาตรา ๗ ตัง้ แตธ่ ันวาคม ๒๕๕๕
- การเชื่อมโยงข้อมูลหนังสือรับรองให้จ้าหน่ายก๊าซปิโตรเลียมออกไปนอก
ราชอาณาจกั รต้งั แต่กรกฎาคม ๒๕๕๖
(๑๓) ส้านักงานคณะกรรมการอ้อยและน้าตาลทรายเช่ือมโยงข้อมูลใบอนุญาตให้
สง่ สนิ ค้า ออกไปนอกราชอาณาจกั ร (สนิ ค้าท่วั ไป) (แบบ อ.๔) ต้งั แตเ่ มษายน ๒๕๕๖
(๑๔ ) กรมการอุตสาหกรรมทหารเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญ าตสั่งเข้ามา
ซ่ึงยุทธภัณฑ์ ใบอนุญาตน้าเข้ามาซ่ึงยุทธภัณฑ์ หนังสือก้ากับการส่งออก และหนังสือก้ากับ
การส่งผา่ นแดน ต้งั แต่พฤษภาคม ๒๕๕๖
- ๔๕ -
(๑๕) ส้านักงานกองทุนสงเคราะห์การท้าสวนยางเชื่อมโยงข้อมูลใบรับเงิน
สงเคราะห์ทางอิเล็กทรอนกิ ส์ ตง้ั แตก่ รกฎาคม ๒๕๕๖
(๑๖) กรมการขนส่งทางบก เช่ือมโยงข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าเพ่ือใช้ในการส่ง
ข้อมลู แบบ ๓๒ ตงั้ แตส่ ิงหาคม ๒๕๕๖
(๑๗) กรมปา่ ไมเ้ ช่อื มโยงข้อมูลใบอนญุ าตน้าเข้าเล่ือยโซ่ยนต์ ตง้ั แต่มกราคม ๒๕๕๗
(๑๘) การท่าเรือแห่งประเทศไทยเชื่อมโยงข้อมูลบัญชีสินค้าทางเรือ (Manifest)
ต้ังแต่พฤษภาคม ๒๕๕๗
(๑๙) ส้านักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการ
โทรคมนาคมแห่งชาติเช่ือมโยงข้อมูลใบอนุญาตน้าเข้า-ส่งออกเครื่องวิทยุคมนาคมและอุปกรณ์ ตั้งแต่
กรกฎาคม ๒๕๕๗
(๒๐) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เช่ือมโยงข้อมูลใบอนุญาตน้าเข้า ส่งออก
และน้าผา่ นเชอื้ โรค และพิษจากสัตว์ ต้งั แต่สงิ หาคม ๒๕๕๗
(๒๑) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เช่ือมโยงข้อมูลใบรับรองการยกเว้นอากร
ตามมาตรา ๑๒ ตั้งแตก่ นั ยายน ๒๕๕๗
๒. การเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาต และใบรับรองต่างๆ กับระบบ NSW ที่อยู่ระหว่าง
ทดสอบระบบ จ้านวน ๑๐ หน่วยงานประกอบด้วย
(๑) กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
(๒) กรมอุตสาหกรรมพืน้ ฐานและการเหมอื งแร่
(๓) กรมการปกครอง
(๔) ส้านักงานปรมาณูเพ่อื สันติ
(๕) กรมทรพั ยากรธรณี
(๖) กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สัตว์ปา่ และพันธุพ์ ชื
(๗) กรมการค้าภายใน
(๘) กรมวิชาการเกษตร
(๙) กรมเจ้าท่า
(๑๐) หอการค้าไทยและสภาหอการคา้ แห่งประเทศไทย
๓. การเช่ือมโยงข้อมูลใบอนุญาตและใบรับรองต่างๆ กับระบบ NSW ท่ีอยู่ระหว่าง
การพฒั นาระบบ จ้านวน ๓ หนว่ ยงาน ประกอบด้วย
(๑) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จ้ากัด (มหาชน)
(๒) กรมการบินพลเรอื น
(๓) กรมควบคุมโรค
๔. การเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาตและใบรับรองต่างๆ กับระบบ NSW ที่อยู่ระหว่าง
จดั หาระบบ จ้านวน ๒ หน่วยงานประกอบดว้ ย
(๑) สา้ นักงานมาตรฐานผลิตภณั ฑ์อตุ สาหกรรม
(๒) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
- ๔๖ -
ลกั ษณะงานบริการของระบบ National Single Window ในปัจจบุ ัน
ระบบ NSW ของประเทศ ท้าหน้าท่ีเป็นศูนย์กลางการเช่ือมโยงข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ
ณ จุดเดียวของประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ
ที่เก่ียวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ โดยผู้ประกอบการค้าจัดท้าข้อมูลเพียงคร้ังเดียวหรือจัดเตรียม
เอกสารเพียงหน่ึงชุด แล้วส่งให้ระบบ NSW ทางอิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงระบบ NSW จะท้าหน้าท่ีส่งข้อมูล
เหล่านั้นให้ทุกหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง รวมถึงธุรกรรมการช้าระเงิน โดยผู้ใช้บริการไม่ต้องเสียเวลาและ
ค่าใช้จ่ายเก่ียวกับการจัดท้าข้อมูลหลายชุดเพ่ือจัดส่งให้หลายหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง นอกจากน้ี ระบบ
NSW ยังท้าหน้าที่เป็น National Gateway ส้าหรับการเช่ือมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายในประเทศ
สมาชิกอาเซยี น และประเทศอืน่ ๆ นอกภูมภิ าคอาเซียนโดยมรี ูปแบบการเช่อื มโยงดงั รูป
แผนภาพท่ี ๓-๔ ระบบ National Single Window (NSW) ของประเทศไทย
ท่ีมา : กรมศลุ กากร
ระบบ NSW พร้อมใหบ้ รกิ ารเช่อื มโยงขอ้ มลู ระหว่างหน่วยงานภาครฐั และผ้ปู ระกอบการ
น้าเข้าส่งออก รวมถึงพร้อมรองรับการเช่ือมโยงข้อมูลระหว่าง ASEAN Single Window โดยมีบริการ
หลักๆ พร้อมให้บรกิ าร ดังน้ี
๑. การบริการเว็บไซต์ (www.thainsw.net) โดยระบบ NSW ของประเทศ ประกอบด้วย
บริการข้อมูลข่าวสารการน้าเข้าส่งออกที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ เช่น กฎหมายและระเบียบ
การจัดตั้ง NSW และ ASEAN Single Window มาตรฐานข้อมูล มาตรฐานการเชื่อมโยงข้อมูล โดย
กลุ่มผู้ใช้บริการ ประกอบด้วยสาธารณชนทั่วไป ผู้รับบริการจากหน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการ
ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกับการน้าเข้า ส่งออกและโลจสิ ติกส์
- ๔๗ -
๒. การบริการระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Exchange Gateway) ระหว่างหน่วยงาน
ภายในประเทศ และแลกเปล่ียนข้อมูลกับหน่วยงานต่างประเทศ ส้าหรับท้าหน้าที่รับส่งข้อมูลแบบ
ปลอดภัยระหวา่ งหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจภายในประเทศไทย ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน
และประเทศนอกภูมิภาคอาเซียน โดยระบบดังกล่าวออกแบบไว้ให้ท้างานแบบอตั โนมัติ สามารถรับส่ง
ข้อมูลได้ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ต่อชั่วโมง ซึ่งปัจจุบัน มีทะเบียนผู้ใช้บริการรวม
ทั้งส้ิน ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ทะเบียน ท้าหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้ใช้บริการน้าเข้าส่งออกทาง
อิเลก็ ทรอนิกส์ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ราย
๓. การบริการติดตามสถานภาพการท้าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของทุกหน่วยงาน
แบบเบ็ดเสรจ็ ณ จุดเดยี วผา่ นอินเทอร์เน็ต (NSW e-Tracking) โดยผู้ใช้บริการสามารถติดตามผลของ
การท้าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงานภายในประเทศและระหว่างประเทศแบบ Real time
บนระบบ NSW ได้ทุกวันตลอดเวลา ๒๔ ช่ัวโมง โดยใช้เลขท่ีอ้างอิง วันท่ี ชื่อเอกสาร และประเทศ
ท่ีต้องการทราบ ระบบงานดังกล่าวจะให้ข้อมูลเก่ียวกับผลของการท้าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของ
แต่ละหน่วยงานท่ีมีการเชื่อมโยงข้อมูลกันทางอิเล็กทรอนิกส์จากต้นทางจนถึงปลายทางว่า
กระบวนการนั้นอยู่ที่หน่วยงานใด โดยผู้ใช้สามารถดูรายละเอียดของแต่ละข้ันตอนการส่งข้อมูลได้
เชน่ แต่ละหนว่ ยงานใช้เวลาดา้ เนินการนานเท่าไร ความลา่ ช้าอยทู่ ่ขี นั้ ตอนใด
๔. การบริการระบบฐานข้อมูล “National Standard Data Set” หรือมาตรฐานข้อมูล
ของประเทศแบบ Real time ซ่ึงเป็นมาตรฐานข้อมูลสอดคล้องตามมาตรฐานขององค์การระหว่าง
ประเทศ (UN WCO และ ASEAN) พร้อมแสดงความสัมพันธ์ระหว่างมาตรฐานสากลจากแหล่งต่างๆ
เช่น มาตรฐานท่ีจัดท้าโดยองค์การสหประชาชาติ และมาตรฐานขององค์การศุลกากรโลก เพ่ือให้
ผใู้ ชบ้ รกิ ารของหน่วยงานภาครฐั และภาคธุรกจิ สามารถสบื คน้ และน้าไปใชง้ านไดเ้ ปน็ มาตรฐานเดียวกนั
๕. การบริการระบบการออกใบอนุญาตและใบรับรองของส่วนราชการที่ไม่มีระบบงาน
คอมพิวเตอร์ของตนเอง และยังไม่พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ NSW ของประเทศ เช่น
กรมศิลปากร และกรมทรัพยากรธรณี โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นค้าขอใบอนุญาตและใบรับรอง
ต่างๆ ของส่วนราชการดังกล่าวบนระบบ NSW ได้โดยตรงผ่านอินเทอร์เน็ต โดยเจ้าหน้าท่ีของ
หน่วยงานออกใบอนุญาตและใบรับรองจะพิจารณาค้าขอใบอนุญาตและใบรับรอง และพิจารณา
การออกเลขท่ีใบอนุญาตและใบรบั รองบนระบบ NSW โดยตรงเช่นเดียวกัน ซ่ึงผู้ประกอบการสามารถ
ติดตามผลการออกใบอนุญาตและใบรับรอง รวมถึงการใช้ใบอนุญาตและใบรับรองต่างๆ ส้าหรับ
การตรวจปลอ่ ยสนิ ค้าได้ทกุ วัน ตลอดเวลา ๒๔ ชว่ั โมง
๖. การบริการ Help Desk and Call Center ส้าหรบั หน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบ
การค้าท่ีเก่ียวข้องกับการน้าเข้าส่งออก โดยให้บริการรับแจ้งปัญหา การแก้ไขปัญหา และบริการ
สอบถามข้อมูลต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องกับการท้าธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องกับการ
เช่ือมโยงข้อมูลระหว่าง NSW กับหน่วยงานภายใน ประเทศไทย และการเชื่อมโยงกับประเทศสมาชิก
อาเซียน (ASEAN Single Window) และประเทศอื่นๆ นอกภูมิภาคอาเซียน ประกอบด้วยการ
ใหบ้ รกิ ารผา่ นทางโทรศัพท์ และผา่ นระบบคอมพิวเตอรแ์ บบออนไลน์
- ๔๘ -
สรปุ
นโยบายดิจิตัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจของ
ประเทศ ผ่านการบูรณาการการให้บริการของภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพเพ่ือให้การบริการภาครัฐ
เปน็ ไปอย่างรวดเร็ว โดยการปรับปรงุ รูปแบบการให้บริการมิให้เกิดการซา้ ซ้อน การเช่ือมโยงข้อมูลและ
ข้ันตอนการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งฐานข้อมูลท่ีกระจายอยู่ตามหน่วยงาน
โดยน้าระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพ่ือให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ และการส่งเสริมในส่วน
ของภาคเศรษฐกิจดิจิทัลส้าหรับภาคธุรกิจ เพื่อให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนมีการใช้ดิจิทัล
รองรับการท้าธุรกรรมที่ต้องเชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร โดยมีพระราชบัญญัติอ้านวยความสะดวกใน
การพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ก้าหนดให้หน่วยงานของรัฐที่มีการอนุญาต
การจดทะเบียนหรือการแจ้งให้มีกฎหมายหรือกฎก้าหนดให้ต้องขออนญุ าต จดทะเบียน หรือแจ้งก่อน
จะด้าเนนิ การใด ต้องจัดทา้ คู่มอื ส้าหรับประชาชน ประกอบดว้ ย หลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงอื่ นไข (ถา้ มี)
ในการย่ืนค้าขอขั้นตอนและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่
ผู้ขออนุญาตจะต้องยื่นมาพร้อมกับค้าขอ โดยจะก้าหนดให้ย่ืนค้าขอผ่านทางส่ืออิเล็กทรอนิกส์
แทนการมายน่ื ค้าขอดว้ ยตนเองกไ็ ด้
บทที่ ๔
แนวทางการเช่อื มโยงและบรู ณาการข้อมลู ภาครัฐ
ดา้ นการนาเข้า-ส่งออก
การเชอ่ื มโยงและบูรณาการข้อมลู ดา้ นการนาเข้า-สง่ ออก
การพัฒนาระบบการเชอ่ื มโยงข้อมูลด้านการนาเข้า-ส่งออก เป็นการอานวยความสะดวก
ดา้ นการนาเข้า-ส่งออก และการบริหารจัดการกิจกรรมโลจิสติกส์ท่ีมีประสิทธิภาพ เพ่ือสร้างความได้เปรียบ
ในการแข่งขัน และเป็นการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ การกาหนดรูปแบบที่เหมาะสม
ในการเชือ่ มโยงและบูรณาการข้อมูลด้านการนาเข้า-ส่งออก ต้องสามารถเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูล
ทั้งภาคเอกชนและระหวา่ งหน่วยงานภาครัฐได้อย่างครบวงจร คือ การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาคเอกชน
และภาครัฐ (B2G) และการเช่อื มโยงข้อมูลระหวา่ งหนว่ ยงานภาครัฐ (G2G)
แผนภาพท่ี ๔-๑ การเชอ่ื มโยงขอ้ มลู ในการนาเข้าส่งออก
ทมี่ า : สานักงานพฒั นาธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)
- ๕๐ -
สถานะการดาเนินการเช่อื มต่อ National Single Window ในปจั จบุ นั ๑
ระบบ National Single Window (NSW) เป็นระบบการบริการเชื่อมโยงข้อมูล
หน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจ (G2G, G2B และ B2B) สาหรับการนาเข้า ส่งออก และโลจิสติกส์
รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ โดยระบบ
NSW เป็นระบบอานวยความสะดวกและบริการแบบอัตโนมัติและก่ึงอัตโนมัติควบคู่ไปกับการปฏิรูป
กระบวนการและข้ันตอนการให้บริการ และการลดการใช้เอกสาร โดยอานวยความสะดวกให้
ผู้ใช้บริการ (เช่น ผู้ประกอบการนาเข้า ส่งออก และโลจิสตกิ ส์) สามารถทาธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์
กบั หนว่ ยงานภาครฐั และภาคธรุ กิจทางอิเล็กทรอนิกส์แบบปลอดภัยและไรเ้ อกสาร เช่น การจัดเตรียม
ข้อมูลเพียงครั้งเดียวในการขอใบอนุญาตและใบรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์และการปฏิบัติพิธีการ
ศุลกากรใบขนสินค้าและชาระค่าภาษีอากรแบบอัตโนมัติการใช้ข้อมูลร่วมกันกับทุกองค์กรท่ีเก่ียวข้อง
รวมถึงการเช่ือมโยงข้อมูลใบอนุญาตและใบรับรองระหว่างหน่วยงานภาครัฐภายในประเทศ และ
การเชอ่ื มโยงข้อมูลภาคธรุ กจิ ระหว่างประเทศ โดยผ้ใู ช้บริการทง้ั ภาครัฐและภาคธรุ กิจ สามารถตดิ ตาม
ผลในทุก ๆ ข้ันตอนของการดาเนินงานนาเข้า ส่งออก และการอนุมัติต่าง ๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้
(NSW e-Tracking) ทุกวันและตลอดเวลา ๒๔ ช่ัวโมง โดยมรี ูปแบบของการบูรณาการเช่ือมโยงข้อมูล
ระหวา่ งหน่วยงานภาครฐั และภาคธุรกิจกับระบบ NSW ของประเทศดงั น้ี
แผนภาพที่ ๔-๒ สถานะการดาเนนิ การเชือ่ มตอ่ NSW ในปัจจบุ นั
๑ ศลุ กากร, กรม. “สถานะการดาเนินการเชื่อมต่อ National Single Window ในปัจจุบัน”. ๒๕๕๘.
- ๕๑ -
โครงสรา้ งพื้นฐานท่จี าเป็นต่อการขบั เคลอ่ื น National Single Window
สานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) (Electronic
Transactions Development Agency (Public Organization) ได้นาเสนอกรอบโครงสร้างพ้ืนฐาน
ที่จาเป็นในการขับเคล่ือน National Single Window ซึ่งมีโครงสร้างสาคัญในการขับเคล่ือนรวม
๓ ส่วน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานด้านมาตรฐาน โครงสร้างพ้ืนฐานด้านความม่ันคงปลอดภัย
และโครงสรา้ งพืน้ ฐานดา้ นกฎหมาย (standard - security – law)
๑. โครงสร้างพน้ื ฐานดา้ นมาตรฐาน
ได้นาเสนอกรอบโครงสร้างพ้ืนฐานที่จาเป็นต่อการขับเคลื่อน National Single
Window ไปสู่ e-Single Window and Paperless Trading โดยทาการศกึ ษา วิเคราะห์กระบวนการ
ที่เก่ยี วข้องกับการนาเข้า-ส่งออกสินค้า การลดข้ันตอนท่ีเก่ียวข้องกับกระบวนการนาเข้า-สง่ ออกสนิ ค้า
รวมถึงการปรับปรุงข้อบังคับและกฎหมายที่เก่ียวข้อง การพัฒนารหัสข้อมูลมาตรฐานและการ
ออกแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ การพัฒนามาตรฐานการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงของหน่วยงานท่ี
เกยี่ วข้องภายในประเทศ และการพัฒนามาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ
แผนภาพท่ี ๔-๓ โครงสรา้ งพื้นฐานด้านมาตรฐาน
ทมี่ า : สานกั งานพัฒนาธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ (องคก์ ารมหาชน)
- ๕๒ -
๒. โครงสรา้ งพ้นื ฐานด้านความมั่นคงปลอดภยั
ด้วยการทาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ซ่ึงครอบคลุมการทาธุรกรรมต่างๆ ทั้งใน
ภาคธุรกิจ และการให้บริการของรัฐในงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการทาธุรกรรมในส่วนของ
ประชาชนหรือผู้บริโภค มีความสาคัญมากข้ึนเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในการสร้างมูลค่าเพ่ิมทาง
เศรษฐกิจและการยกระดับคณุ ภาพชีวิตที่ดีข้ึนของประชาชน แต่การติดตอ่ สื่อสารกันทางออนไลน์เพ่ือ
ทาธุรกรรมต่างๆ ก็มีประเด็นความเช่ือม่ันว่าบุคคล เว็บไซต์ เครื่องให้บริการ (เชิร์ฟเวอร์/server) หรือ
อุปกรณ์หนึ่งอุปกรณ์ใด หรือระบบสารสนเทศระบบหนึ่งระบบใด หรือเอนทิตี (Entity) หนึ่งเอนทิตีใดนั้น
เป็นบุคคลหรือเป็นส่ิงนั้นจริง จึงเป็นท่ีมาของการพัฒนาเทคโนโลยีโครงสร้างพ้ืนฐานกุญแจสาธารณะ
(Public Key Infrastructure) หรือมักเรียกกันว่า “เทคโนโลยี PKI” ซ่ึงมีคุณสมบัติในการเข้ารหัสลับ
เพ่ือรักษาความลับ และใช้ในการลงลายมือชื่อดิจิทัล ซึ่งสามารถระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อดิจิทัล และ
เมื่อใช้ลายมือชื่อดิจิทัลกากับข้อความใดแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นกับข้อความหรือ
ลายมือช่อื ดจิ ิทัล ก็จะตรวจพบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึนน้นั ได้ ซงึ่ ทาใหก้ ารลงลายมือชอื่ ดิจทิ ัลดังกล่าว
น้ัน นอกจากสามารถระบุตัวบุคคลได้แล้ว ยังสามารถตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูล อันทาให้
เจ้าของลายมือช่ือดิจิทัลไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดในธุรกรรมท่ีทาได้๒ อน่ึง ในการให้บริการ
เกี่ยวกับใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์นั้น ผู้ให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ( Certification
Authority) หรือท่ีมักเรียกกันว่า “CA” ๓เป็นองค์กรที่ให้บริการ ภายใต้แนวปฏิบัติ มาตรฐาน หรือ
มาตรการด้านความม่ันคงปลอดภัยตามมาตรฐานสากลมากมายท่ีเก่ียวข้อง ขณะนี้ ในประเทศไทย
มี CA ทใี่ ห้บริการแล้วจานวน ๔ ราย และท่ีอย่รู ะหว่างการพัฒนาระบบเพ่ือให้บรกิ ารอกี หลายราย
๒ มาตรา ๙ ในกรณีท่ีบุคคลพึงลงลายมือชือ่ ในหนงั สือ ให้ถือว่าขอ้ มูลอิเล็กทรอนกิ ส์นัน้ มกี ารลงลายมือ
ชอ่ื แล้วถา้
(๑) ใชว้ ิธีการทีส่ ามารถระบุตวั เจ้าของลายมือชื่อ และสามารถแสดงได้วา่ เจ้าของลายมือช่ือรับรอง
ข้อความในขอ้ มูลอิเล็กทรอนกิ สน์ ั้นวา่ เปน็ ของตน และ
(๒) วิธีการดังกล่าวเป็นวิธีการท่ีเช่ือถือได้โดยเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการสร้างหรือส่งข้อมูล
อิเลก็ ทรอนกิ ส์ โดยคานึงถงึ พฤติการณ์แวดลอ้ มหรอื ขอ้ ตกลงของคู่กรณี
๓ มาตรา ๒๖ ลายมอื ชื่ออิเล็กทรอนกิ ส์ที่มลี ักษณะดงั ต่อไปน้ีให้ถือว่าเป็นลายมือชอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส์ที่
เชอ่ื ถอื ได้
(๑) ข้อมลู สาหรับใช้สร้างลายมอื ช่ืออิเล็กทรอนิกส์นั้นได้เชือ่ มโยงไปยังเจา้ ของลายมอื ช่ือโดยไม่
เช่อื มโยงไปยงั บคุ คลอืน่ ภายใต้สภาพท่ีนามาใช้
(๒) ในขณะสร้างลายมือช่ืออเิ ล็กทรอนิกส์น้ัน ข้อมลู สาหรับใช้สร้างลายมอื ช่ืออเิ ล็กทรอนกิ สอ์ ยู่
ภายใต้การควบคุมของเจ้าของลายมอื ชื่อโดยไมม่ กี ารควบคมุ ของบุคคลอ่นื
(๓) การเปลย่ี นแปลงใด ๆ ท่ีเกิดแกล่ ายมอื ชื่ออิเล็กทรอนิกส์ นับแต่เวลาที่ได้สรา้ งข้ึนสามารถจะ
ตรวจพบได้ และ
(๔) ในกรณีท่ีกฎหมายกาหนดให้การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นไปเพ่ือรับรองความ
ครบถว้ นและไม่มีการเปลี่ยนแปลงของขอ้ ความ การเปลี่ยนแปลงใดแกข่ ้อความน้ันสามารถตรวจพบได้นับแต่เวลาท่ี
ลงลายมอื ช่อื อเิ ล็กทรอนิกส์
บทบัญญัติในวรรคหนึ่ง ไม่เป็นการจากัดว่าไม่มีวิธีการอื่นใดที่แสดงได้ว่าเป็นลายมือชื่อ
อเิ ลก็ ทรอนกิ สท์ ี่เชอื่ ถือได้ หรอื การแสดงพยานหลกั ฐานใดเกย่ี วกบั ความไม่นา่ เช่อื ถอื ของลายมอื ชอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
- ๕๓ -
แผนภาพที่ ๔-๔ แสดงเป้าประสงคข์ องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี PKI
บทบาทของ Thailand National Root Certificate Authority : NRCA ช่วยทาให้
ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ที่รับรองตัวบุคคล นิติบุคคล หรือเซอร์เวอร์ให้เชื่อมโยงและตรวจสอบกันได้
ทาให้ผู้ประกอบการไม่มีความจาเป็นท่ีจะต้องขอใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ซ้าซ้อน หลายใบเพื่อทา
ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ท่ีเก่ียวกับการขอใบอนุญาต หรือการนาเข้าส่งออกสินค้าทั้งในและระหว่าง
ประเทศ ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ ๓ ราย คือ TOT CAT และ Thai Digital ID ด้านข้อกฎหมาย NRCA
เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สาคัญในการสนับสนุนการใช้ลายมือชื่อดิจิทัล ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่สนับสนุน
การห้ามปฏเิ สธความรับผดิ ในกระบวนการทาธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์
แผนภาพที่ ๔-๕ Thailand National Root Certificate Authority : NRCA
ทีม่ า : สานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)
- ๕๔ -
๓. โครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมาย
พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ กาหนดให้มีบทบัญญัติรองรับในเรื่องตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงเป็นส่ิงที่
สามารถระบุถึงตัวผู้ทาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นเดียวกับลายมือช่ืออิเล็กทรอนิกส์ ทาให้
ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ท่ีต้องมีการประทับตราในหนังสือเป็นสาคัญสามารถดาเนินการได้ รวมท้ัง
ให้สามารถนาเอกสารซ่ึงเป็นส่ิงพิมพ์ออกของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มาใช้แทนต้นฉบับหรือให้เป็น
พยานหลักฐานในศาลได้ ซ่ึงจะเป็นการส่งเสริมความเช่ือมั่นในการทาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และ
เสรมิ สร้างศักยภาพการแข่งขนั ในเวทกี ารคา้ ระหว่างประเทศ หลักการของกฎหมายวา่ ดว้ ยธุรกรรมทาง
อิเล็กทรอนิกส์ คือมีความเทา่ เทยี มกันระหว่างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์กบั กระดาษ โดยต้องมกี ารรับรอง
ผลทางกฎหมาย๔ และให้เป็นพยานหลักฐานในการดาเนินคดีได้๕ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ มีการกาหนดไว้ ๓ ส่วนหลัก หนังสือหรือหลักฐานเป็นหนังสือ
การลงลายมอื ช่ือ และการแสดงเจตนาไว้ดว้ ย
แผนภาพท่ี ๔-๖ กฎหมายวา่ ด้วยธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์
๔ มาตรา ๗ ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความใดเพียง
เพราะเหตุทข่ี ้อความนัน้ อยูใ่ นรปู ของข้อมลู อเิ ล็กทรอนกิ ส์
๕ มาตรา ๑๑ ห้ามมิใหปฏิเสธการรับฟงข้ออมูลอิเล็กทรอนิกสเป็นพยานหลักฐาน ในกระบวนการ
พิจารณาตามกฎหมายทัง้ ในคดีแพง คดีอาญา หรือคดีอ่ืนใด เพยี งเพราะเหตวุ าเปน็ ข้อมูลอเิ ล็กทรอนิกส ในการช่ังน้าหนัก
พยานหลักฐานวาข้อมูลอิเล็กทรอนิกสจะเช่ือถือได หรือไมเพียงใดนั้น ให้พิเคราะหถึงความนาเช่ือถือของลักษณะหรือ
วิธีการท่ีใชสร้าง เก็บรักษา หรือสื่อสารข้อมูล อิเล็กทรอนิกส ลักษณะหรือวิธีการเก็บรักษา ความครบถ้วน และไมมี
การเปล่ียนแปลงของข้อความ ลักษณะ หรือวิธีการท่ีใชในการระบุหรือแสดงตัวผูสงข้อมูล รวมทั้งพฤติการณที่เก่ียวข้อง
ทง้ั ปวง ใหน้ าความในวรรคหนงึ่ มาใช บงั คับกบั สงิ่ พมิ พออกของขอ้ มูลอิเลก็ ทรอนกิ สด้วย
- ๕๕ -
ขอ้ มลู อิเลก็ ทรอนิกสน์ ัน้ มีความเป็นเป็นตน้ ฉบบั ๖ สามารถพมิ พ์ออกมาเป็นเอกสารกระดาษเพ่อื ใชง้ าน๗
มีวิธีการเก็บรักษาไว้ตามกฎหมาย๘ สามารถแปลงเอกสารกระดาษเป็นอิเล็กทรอนิกส์๙ รวมถึง
การปิดอากรแสตมป์บนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้๑๐ ตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เร่ือง
หลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารในการจัดทาหรือแปลงเอกสารและข้อความให้อยูใ่ นรูปของข้อมลู อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๓
๖ มาตรา ๑๐ ในกรณีท่ีกฎหมายกาหนดให้นาเสนอหรือเก็บรักษาข้อความใดในสภาพที่เป็นมา
แต่เดิมอย่างเอกสารต้นฉบับ ถ้าได้นาเสนอหรือเก็บรักษาในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตาม หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
ใหถ้ ือวา่ ไดม้ ีการนาเสนอหรอื เก็บรักษาเป็นเอกสารตน้ ฉบบั ตามกฎหมายแล้ว
(๑) ขอ้ มลู อเิ ล็กทรอนิกส์ได้ใช้วิธีการท่เี ชอื่ ถือได้ในการรักษาความถูกตอ้ งของขอ้ ความตั้งแต่การ
สรา้ งขอ้ ความเสร็จสมบรู ณ์ และ
(๒) สามารถแสดงข้อความน้ันในภายหลังได้ ความถูกต้องของข้อความตาม (๑)
ให้พิจารณาถึงความครบถ้วนและไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดของข้อความ เว้นแต่การรับรองหรือบันทึกเพ่ิมเติม หรือ
การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตามปกติในการติดต่อส่ือสาร การเก็บรักษา หรือการแสดงข้อความ
ซึ่งไม่มผี ลต่อความถกู ต้องของขอ้ ความน้นั
ในการวินิจฉัยความน่าเชื่อถือของวิธีการรักษาความถูกต้องของข้อความตาม (๑)
ให้พิเคราะห์ถึงพฤตกิ ารณ์ทเี่ กย่ี วขอ้ งท้งั ปวง รวมทง้ั วัตถุประสงคข์ องการสรา้ งขอ้ ความน้นั
๗ มาตรา ๑๐ วรรค ๔ ในกรณที ่ีมีการทาส่ิงพิมพออกของข้อมูลอเิ ล็กทรอนิกสตามวรรคหนึ่งสาหรบั ใช
อ้างอิงขอ้ ความของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หากส่ิงพิมพออกนั้นมีข้อความถูกต้องครบถ้วนตรงกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส
และมีการรับรองสิ่งพิมพ ออกโดยหน วยงานที่มีอานาจตามที่คณะกรรมการประกาศกาหนดแล้ว
ใหถอื วาสง่ิ พิมพออกดังกลาวใชแทนต้นฉบับได้
๘ มาตรา ๑๒ ภายใต้บังคับบทบัญญัตมิ าตรา ๑๐ ในกรณีที่กฎหมายกาหนดให้เก็บรักษาเอกสารหรือ
ข้อความใด ถ้าได้เก็บรักษาในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปน้ี ให้ถือว่าได้มีการเก็บรักษาเอกสาร
หรือข้อความตามทกี่ ฎหมายตอ้ งการแลว้
(๑) ขอ้ มูลอเิ ล็กทรอนิกส์นน้ั สามารถเข้าถึงและนากลบั มาใช้ไดโ้ ดยความหมายไมเ่ ปลยี่ นแปลง
(๒) ได้ เก็ บรั กษาข้ อมู ลอิ เล็ กทรอนิ กส์ นั้ นให้ อยู่ ในรู ปแบบท่ี เป็ นอยู่ ในขณะท่ี สร้ าง
สง่ หรือได้รบั ขอ้ มูลอิเลก็ ทรอนกิ สน์ ั้น หรืออยู่ในรูปแบบท่สี ามารถแสดงข้อความทส่ี ร้าง ส่ง หรอื ได้รับใหป้ รากฏอยา่ งถูกตอ้ งได้ และ
(๓) ได้เกบ็ รกั ษาขอ้ ความส่วนที่ระบถุ ึงแหลง่ กาเนดิ ต้นทาง และปลายทางของข้อมูลอิเลก็ ทรอนิกส์
ตลอดจนวันและเวลาทส่ี ่งหรือได้รบั ข้อความดงั กลา่ ว
ถ้ามีความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับกับข้อความที่ใช้เพียงเพ่ือวัตถุประสงค์ในการส่งหรือรับข้อมูล
อิเล็กทรอนกิ ส์
หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในการเก็บรกั ษาเอกสารหรือข้อความใด อาจกาหนดหลกั เกณฑ์รายละเอียด
เพ่ิมเตมิ เกย่ี วกับการเก็บรกั ษาเอกสารหรอื ข้อความน้ันได้ เท่าท่ีไมข่ ดั หรือแยง้ กับบทบญั ญตั ใิ นมาตรานี้
๙ มาตรา ๑๒/๑ ให้นาบทบัญญัติในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใช บังคบั กับเอกสาร
หรอื ขอ้ ความท่ีไดมกี ารจัดทาหรอื แปลงใหอยู่ในรูปของขอ้ มลู อิเล็กทรอนิกสในภายหลังดว้ ยวิธีการทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์
และการเก็บรักษาเอกสารและขอ้ ความดังกลาวด้วยโดยอนุโลม การจดั ทาหรือแปลงเอกสารและขอความให้อยูในรูป
ของขอ้ มลู อิเลก็ ทรอนิกสตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการกาหนด
๑๐ มาตรา ๘ วรรค ๒ ในกรณีท่กี ฎหมายกาหนดใหต้องมีการปดอากรแสตมป หากได มีการชาระเงิน
แทนหรือ ดาเนินการอ่ืนใดด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีหนวยงานของรัฐซ่ึงเก่ียวข้อง
ประกาศกาหนด ให้ถือวาหนังสือ หลักฐานเป็นหนังสือ หรือเอกสาร ซ่ึงมีลักษณะเป็นตราสารนั้น ไดมีการปดอากร
แสตมป์และขีดฆ่าตามกฎหมายน้ันแล้ว ในการน้ีในการกาหนดหลักเกณฑและวธิ ีการ ของหนวยงานของรัฐดังกลาว
คณะกรรมการจะกาหนดกรอบและแนวทางเพื่อเป็นมาตรฐานทวั่ ไปไว้ดว้ ยก็ได้
- ๕๖ -
อุปสรรคของการพัฒนาระบบ National Single Window
๑. ความไม่ม่ันใจ ในการออกใบอนุญาต/ใบรับรองในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ว่ามีผล
ทางกฎหมาย อีกทั้งรูปแบบฟอร์มกลาง (Single Form) ท่ีใช้ระหว่างหน่วยงานภายในประเทศและ
ต่างประเทศ สามารถนามาใชท้ ดแทนเอกสารเดิมทม่ี ีอยุ่แล้วได้หรือไม่
๒. ความไมพ่ ร้อม ในการแก้ไขกฎหมายภายในเพ่อื รองรับการออกใบอนุญาต/ใบรับรอง
เพื่อการนาเข้า-ส่งออกผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงความไม่พร้อมด้านงบประมาณในการจัดทา
ระบบคอมพิวเตอร์ การไมม่ ีบุคลากรและผเู้ ชีย่ วชาญ
แผนภาพที่ ๔-๗ อปุ สรรคในการพฒั นาระบบ NSW
ทีม่ า : ข้อมูลจากการสารวจหนว่ ยงานนาร่องของรัฐจานวน ๕ หน่วยงาน
กรอบแนวทางการเช่ือมโยงรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์๑๑
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ประเทศสหรัฐอเมริกานาแนวคิดสถาปัตยกรรมองค์กร (EA: Enterprise Architecture)
มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนากรอบแนวทางสถาปัตยกรรมระบบ IT ภาครัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา โดย
กาหนดไว้ในกรอบแนวทางที่เรียกว่า Federal Enterprise Architecture (FEA) ซึ่งประเทศสหรัฐอเมริกา
ได้ใช้เป็นกรอบในการขับเคล่ือนการพัฒนาระบบเชื่อมโยงรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ โดยเป็นแบบจาลอง
แนวคิดท่ีกาหนดโครงสร้างของเอกสารและโครงสร้างของการทางานร่วมกันในธุรกรรมที่มีความซับซ้อน
คาบเกี่ยวกับหลายส่วนงาน (cross–cutting business) เอฟอีเอถูกออกแบบให้รองรับการพัฒนาโครงสร้าง
การทางานรว่ มกันในรฐั บาลเพื่อเพิ่มประสิทธภิ าพ และรองรับขนาดของเศรษฐกิจที่เตบิ โตข้ึน
๑๑ “การศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยภายใต้
โครงการส่งเสริมศักยภาพบุคลากรด้านนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย” (ออนไลน์).
เข้าถึงได้จาก : http://www.mict.go.th/assets/portals/1/files/4_cha%20_22.pdf, ๒๕๕๘.
- ๕๗ -
เอฟอีเอประกอบดว้ ย ๖ องค์ประกอบหลัก ได้แก่
- Performance Reference Model (PRM) เปน็ โมเดิลอ้างอิงเชงิ สมรรถนะ สนบั สนุน
การประเมนิ และวดั ประสทิ ธภิ าพของการทางาน เป็นการจดั หมวดหม่แู ละวิธีการมาตรฐานในการวัด
ประสทิ ธภิ าพการทางาน การทาใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายโดยการสรา้ งภาษาทเ่ี ป็นมาตรฐานเพ่ือใช้อธบิ ายผล
และการวดั เพ่ือให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ควบคู่การบรกิ ารทางธุรกิจ ซ่ึงจะแสดงใหเ้ หน็ ถงึ การเช่ือมโยง
ระหว่างกระบวนการธุรกิจภายในและความสาเร็จของธรุ กิจโดยดูจากผลผลิต (Outputs) และ
ประโยชนท์ ่ไี ดจ้ ากผลผลิต (outcomes) ทีไ่ ดจ้ ากแนวคิดที่จะให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง (customer
centric) ซึ่งจะชว่ ยในการสนับสนุนการวางแผนและการตัดสนิ ใจบนพ้ืนฐานของการเปรียบเทยี บ
โปรแกรมและบริการที่มีประสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ล
- Business Reference Model (BRM) เป็นโมเดลอ้างอิงเชิงธุรกรรม เน้นการทางาน
ร่วมกันและการให้บริการทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน โดยพิจารณาในแง่มุมของการทางาน
มากกว่าการพิจารณาโครงสร้างขององค์กรรัฐบาล เน้นการพิจารณาท้ังภารกิจและธุรกรรมการปฏิบัติงาน
ซึ่งเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในและระหว่างหน่วยงาน และทาหน้าที่
เป็นฐานสาหรับหนว่ ยงานและรัฐบาลกลางในการใชก้ ลยทุ ธ์ของการใหบ้ ริการร่วมกนั ของภาครัฐ
- Data Reference Model (DRM) เป็นโมเดลที่สนับสนุนข้อมูลสาหรับการทางานร่วมกัน
และการนาข้อมูลกลับมาใช้ใหม่ (reuse) การสร้างมาตรฐานด้านการอธิบาย การจัดกลุ่มของข้อมูล
เป็นการบรู ณาการแลกเปลย่ี นข้อมลู กนั ระหว่างหนว่ ยงาน
- Application Reference Model (ARM) เป็นโมเดลที่เน้นการจัดกลุ่มแอพพลิเคชันและ
ระบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานและเทคโนโลยีท่ีสนับสนุนการให้บริการและการทางานร่วมกัน เป็นการ
จัด Application ที่มคี วามสัมพันธ์กับมาตรฐานและเทคโนโลยีท่ีสนบั สนุนองค์ประกอบของการให้บรกิ าร
- Infrastructure Reference Model (IRM) เป็นโมเดลสาหรับการบริหารจัดการโครงสร้าง
ของหน่วยงานรัฐบาลใหส้ นับสนนุ การทางานรว่ มกนั และกาหนดมาตรฐานของเทคโนโลยีใหร้ องรับกับ
ขอ้ มูลต่างๆ ทีเ่ กยี่ วขอ้ งในการปฏบิ ตั ิงาน
- Security Reference Model (SRM) เปน็ โมเดลการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย
ท้งั ด้านนโยบายและแนวทางในการรักษาความปลอดภยั เป็นการกาหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย
ซ่ึงสอดคล้องกับสถาปัตยกรรมองค์กร ท้ังเป็นการกาหนดนโยบายด้านความปลอดภัยในข้ันตอนทาง
ธุรกรรมและการดาเนินงาน
วิธกี ารของเอฟอีเอ (FEA Method)
แผนงานในการดาเนินการตามวธิ กี ารของเอฟอีเอ (FEA Method) ประกอบดว้ ย
- การสร้างและการวางแผน (Organize and Plan) เน้นบทบาทของผู้นา (leadership)
และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholder) เพ่ือให้เกิดความเข้าใจในการกาหนด
การจัดลาดับความตอ้ งการ และหาข้อมูลว่าองคก์ รใดมีความตอ้ งการที่คล้ายกนั จากนั้นสร้างเปน็ แผน
ในการทางานรว่ มกนั เพื่อกาหนดแนวทาง (roadmap)
- การใช้งานและการวัดผล (Implement and Measure) ให้ความสาคัญกับการมีส่วนร่วม
สนับสนุน ความสาคัญในการทางานเพ่ือใชแ้ ละตรวจสอบ โดยจะสนับสนุนการลงทุนการจดั ซื้อจดั จ้าง
การดาเนินการและการวดั ประสิทธภิ าพ
- ๕๘ -
กลุ่มประเทศในทวีปยุโรป
การพัฒนา IT ภาครัฐของกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป (EIF: European Interoperability
Framework) เป็นลักษณะของการรองรับและสนับสนุนบริการสาธารณะ (public service) ของกลุ่ม
ประเทศยุโรปให้มีการเชื่อมโยงแบบข้ามพรมแดน (cross – border) โดยแบ่งระดับการเช่ือมโยง
ออกเปน็ ๔ ด้าน ได้แก่
- ความเชื่อมโยงในระดับกฎหมาย (Legal Interoperability) เป็นความสอดคล้องของ
กฎหมายและกฎระเบียบเพ่ือสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลท่ีเหมาะสม โดยแต่ละประเทศพัฒนา
บริการสาธารณะภายใต้กรอบของกฎหมายระดับชาติ บางคร้ังกฎหมายน้ันอาจไม่สอดรับกับประเทศ
สมาชกิ อนื่ ท่ที างานรว่ มกันเนื่องจากมีความซับซอ้ น หรอื ไมส่ ามารถนาไปใช้งานได้ กฎหมายในประเทศ
สมาชิกต้องมีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ เมื่อมีการแลกเปล่ียนข้อมูลระหว่าง
ประเทศสมาชิกเพื่อใช้บริการสาธารณะของกลุ่มประเทศยุโรป จะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายในการ
สง่ ขอ้ มลู ไร้พรมแดน และกฎหมายปกป้องขอ้ มูลทงั้ ในประเทศผู้ใหข้ ้อมลู และประเทศผู้รบั ข้อมลู
- ความเชื่อมโยงในระดับกระบวนการ (Organizational Interoperability) เป็นความ
สอดคล้องด้านการพัฒนากระบวนการที่ใช้งานรว่ มกันในองค์กรท่ีแตกต่างกนั เพื่อให้บรรลุเป้าหมายท่ี
ตกลงกันและได้ประโยชน์ร่วมกัน โดยประเทศสมาชิกต้องเห็นชอบในรายละเอียดของกระบวนการที่
ดาเนินการร่วมกัน ท้ังการประสานงานและให้ความร่วมมือเพ่ือให้เกิด “บริการสาธารณะท่ีจาเป็น”
ดังน้ี
๑. การจัดเตรียมกระบวนการ โดยหน่วยงานท่ีมีการทางานร่วมกันในกระบวนการที่
ต้องมีการกาหนดมาตรฐานท่ีใช้ มีการสร้างท่ีจัดเก็บข้อมูล กระบวนการและวิธีปฏิบัติ เพื่อให้ผู้มีส่วน
เก่ยี วข้องสามารถแลกเปลีย่ นข้อมูลได้ และทาให้เกิดความสะดวกในการนาข้อมูลเหล่านน้ั กลับมาใชใ้ หม่
๒. การปรับกระบวนการใหม่ โดยประเทศสมาชิกควรปรับปรุงกระบวนงานเพ่ือ
สนับสนุนการทางานร่วมกันแบบไร้พรมแดน โดยการปรับเปลี่ยนต้องคานึงถึงท่ีมาของกระบวนการ
นั้นๆ ดว้ ย
๓. การจัดต้ังสัญญาด้านการบริการ เป็นเครื่องมือในการให้ความช่วยเหลือ
ร่วมกิจกรรมและรวม/ควบ กระบวนการในกรอบของการบริการข้ามพรมแดน เช่น การทาบันทึก
ความเข้าใจ (MOU) ร่วมกนั ระหว่างรัฐบาลในการเหน็ ชอบร่วมกนั ในกจิ กรรมต่างๆ ดาเนนิ การร่วมกนั
๔. การประเมินผลและการเติมช่องว่าง กรอบการประเมินผลร่วมกัน (Common
Assessment Framework: CAF) ควรจะประเมินตามส่วนงาน (Sector) เพ่ือกาหนดจุดบกพร่องใน
กระบวนการแล้วปรับปรุงให้ดีขึ้น ผลของการปรับกระบวนการจะถูกนาไปใช้ในประเทศสมาชิกเพ่ือ
เติมเต็มช่องว่าง มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและให้เกิดความสอดคล้องกับบริการของรัฐบาล
อเิ ล็กทรอนิกสใ์ นกลุ'มประเทศยโุ รป (Pan-European e-Government Services: PEGS)
๕. การจัดการและการเปล่ียนแปลง ประเทศสมาชกิ ควรจดั ทาแผนกลยทุ ธ์ระดบั ชาติ
ให้เป็นข้อกาหนดในแนวทางของ PEGS โดยข้อกาหนดจะเน้นการให้ความร่วมมือข้ามพรมแดนเป็น
กจิ กรรมหน่งึ ของประเทศสมาชกิ
- ๕๙ -
- การเช่ือมโยงเชิงความหมาย (Semantics Interoperability) เป็นการเชอ่ื มโยงข้อมูล
ที่ใช้ในการแลกเปล่ียน ต้องเป็นข้อมูลท่ีถูกต้องและทุกฝ่ายต้องเข้าใจความหมายของข้อมูลท่ีตรงกัน
และการแลกเปลี่ยนได้รับการคุ้มครอง ซึ่งอาจเริ่มต้นจากการสร้างกลุ่มของโครงสร้างของข้อมูลท่ีถูก
อ้างถึงในการเช่ือมโยงเชิงความหมาย เพ่ือให้องค์กรเห็นชอบในความหมายของข้อมูลท่ีต้องการ
แลกเปล่ียน ซี่งอุปสรรคที่ในการเช่ือมโยงเชิงความหมายของกลุ่มประเทศยุโรป คือ ความแตกต่าง
ด้านภาษา วฒั นธรรม กฎหมายและการบริหารงานในประเทศสมาชิก
- การเชื่อมโยงด้านเทคนิค (Technical Interoperability) ด้านเทคนิคในการเช่ือมโยง
ระบบคอมพิวเตอร์และบริการ ซ่งึ ครอบคลุมการเชอ่ื มโยงด้านข้อมูล การบรกิ ารทเ่ี ช่ือมโยงกัน บริการ
ที่ใช้ข้อมูลร่วมกัน การนาเสนอข้อมูลและการแลกเปล่ียนข้อมูล การเชื่อมโยงด้านเทคนิคต้องรองรับ
ข้อกาหนดมาตรฐานของกลุ่มประเทศในยุโรป หรอื ข้อกาหนดของกระทรวงไอซที ี
ประเทศมาเลเซีย
ประเทศมาเลเซียได้พัฒนากรอบแนวทางเพ่ือการพัฒนาระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์
ท่ีเรียกว่า "วันกอฟอีเอ (1GovEA)" ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ท่ีมาของ 1GovEA มาจากแนวคิดที่รัฐบาล
มาเลเซียต้องการปรับปรุงการทางานของเจ้าหน้าทใ่ี นองค์กรภาครัฐมีวัฒนธรรมของ "การเพ่ิมผลผลิต
ความคดิ สร้างสรรค์และนวัตกรรม" 1GovEA ตอ้ งการขับเคลื่อนกระบวนการใหม่ๆ ท่ีจะทาให้ประชาชน
มีความม่ันใจวา่ บรกิ ารสาธารณะมปี ระสทิ ธิภาพ ประสทิ ธิผล และตอบสนองความตอ้ งการ เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพ
ให้องค์กรแบบเดิมที่มักจะมีส่วนงานแยกกันทั้งแบบอัตโนมัติ (automate) แบบทาด้วยมือ (manual)
รวมถงึ สนับสนุนการวางแผนทางธุรกรรมและการใชท้ รัพยากรร่วมกัน มุมมองที่หลากหลายจากการใช้
1GovEA กอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ ดงั น้ี
๑. มรี ะบบในการทางานร่วมกัน เช่น แบ่งปนั กระบวนการ ระบบหรือขอ้ มูล
๒. ต่อยอดและขยายการใช้งาน แบ่งปันกระบวนการทางานร่วมกัน ระบบและข้อมูล
เพอื่ ให้ผลลัพธ์ท่เี กดิ ขึ้นสอดคลอ้ งกบั แผนงานของรัฐบาล
กรอบการพัฒนา 1GovEA ท่ีใช้แนวคิดของสถาปัตยกรรมองค์กรมาช่วยในการพัฒนา
โดยใช้ท้ัง ๔ สถาปัตยกรรมองค์กร ประกอบด้วย สถาปัตยกรรมด้านองค์กรและธุรกรรม (Business
architecture) สถาปัตยกรรมด้านข้อมูล (Information architecture) สถาปัตยกรรมด้านแอพลิเคชั่น
(Application architecture) และสถาปัตยกรรมดา้ นเทคโนโลยี (Infrastructure architecture)
ขัน้ ตอนการพฒั นาตามแนวทางของ 1GovEA
ขั้นตอนเริ่มต้นของการพัฒนา 1GovEA จะให้ความสาคัญในบริการภาครัฐท่ีแชร์ให้แก่
ประชาชน ประกอบด้วย สถาปัตยกรรมด้านธุรกรรม (ในระดับของ Process) สถาปัตยกรรมด้านข้อมูล
(ในระดับของ Services) และสถาปัตยกรรมด้านเทคโนโลยี (ในระดับของ Infrastructure) ซึ่งจากข้อมูล
ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ บรกิ ารของประเทศมาเลเซียที่มมี ากกว่ารอ้ ยละ ๖๐ เป็นบรกิ ารออนไลน์
ขั้นตอนการพฒั นาตามแนวทางของ 1GovEA ประกอบด้วย ๔ ขั้นตอนตามลาดบั ดงั นี้
๑. การศึกษาเบื้องต้น (Preliminary Research) โดยทาการศึกษาเบ้ืองต้นเก่ียวกับ
เอกสาร หรอื กระบวนการทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
๒. ระยะท่ี ๑ ระยะการศึกษา (Phase 1 Study) เป็นการศึกษาทรัพยากรท่ีมีอยู่เพ่ือ
การเตรยี มความพร้อมในดา้ นต่างๆ แนวทางการปฏิบัติและระดบั ของสถาปัตยกรรมในองค์กรภาครฐั
- ๖๐ -
๓. ระยะท่ี ๒ ระยะการออกแบบ และวางแผนการพัฒนา (Phase 2 Development)
โดยพัฒนาแนวทางภาครัฐ กรอบสถาปตั ยกรรมองค์กร กรรมวิธี และขอ้ แนะนาท่เี กยี่ วขอ้ ง
๔. ระยะท่ี ๓ ระยะการพฒั นาระบบและนาไปใช้ (Phase 3 Implementation) การลงมือ
พฒั นา ติดตงั้ และใชง้ านระบบจริงในองคก์ รต่างๆ
ข้อเสนอของภาคเอกชนตอ่ การพัฒนาระบบการเชอื่ มโยงขอ้ มูลการนาเข้า-สง่ ออก
๑. “ดร.สมนกึ ครี ีโต” ผู้อานวยการสถาบันนวตั กรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ ได้นาเสนอรูปแบบการเชื่อมโยงของระบบ National Single Window ในการสัมมนา
“อนาคต e-Freight และ Port Community Systems สาหรับประเทศไทย เพ่ือการเตรียมความพร้อม
เข้าสู่ AEC” เมื่อวันท่ี ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ ๑๒ โดยกล่าวถึงสถานการณ์ของประเทศไทย ท่ีผ่านมา
โครงการต่างๆ ของทั้งกรมศุลกากร กระทรวงคมนาคม และหนว่ ยงานราชการอ่ืนๆ ตา่ งเรง่ ดาเนินการ
พัฒนาระบบ “NSW ท่ีเก่ียวข้องกับธุรกรรมเอกสารของภาครัฐ” (Regulatory NSW) เท่าน้ัน ยังไม่มี
แผนงานท่ีชัดเจนในการประสานงานการพัฒนาระบบเช่ือมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกลุ่ม
ผู้ประกอบการขนส่ง ท้ังผ่านทางเรือ ทางอากาศยาน และด่านชายแดน (ไม่มี Port Single Window
Roadmap ท้ัง Air/Sea/Land e-Freight) ผู้ประกอบการที่เก่ียวข้องยังไม่เข้าใจ ในโอกาสของการพัฒนา
ประสิทธิภาพการขนส่งระหว่างประเทศ ด้วยการเช่ือมโยงระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกลุ่ม
ผู้เกี่ยวข้องในการขนส่ง (e-Freight หรือ Port Community System Roadmap) ผู้ประกอบการ
ขนส่งของไทยซ่ึงส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ขาดความสามารถในการพัฒนาระบบไอทีเพื่อปรับปรุงงาน
บริหารจัดการภายในของตนเองให้ดกี ว่าเดิม ดังนั้น จึงเป็นภยั คกุ คามสาคัญเน่ืองจากจะไมพ่ ร้อมรับมือ
กับการแขง่ ขันท่ีจะเข้มขน้ รุนแรงมากข้ึนไปอีกของคู่แข่งในอาเซียน โดยเฉพาะอย่างย่ิงนับจากปี ๒๕๕๘
โดย ดร.สมนึก คีรีโต ให้ความเห็นเพิ่มเติมในส่วนของการพัฒนาสู่ระบบ NSW อย่าง
เต็มรปู แบบสาหรับประเทศไทย ดงั น้ี
บันไดข้ันที่ ๑ ระบบศุลกากรไร้กระดาษ (+e-payment for Customs Duty + Container
Loading List + Simple + e-Document Exchange with Port Authority and/or Terminal Operators)
บันไดข้ันที่ ๒ เช่ือมโยงระบบระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อการออกใบอนุญาต และ
ใบรับรองของภาครฐั ๓๖ หนว่ ยงาน
บันไดข้ันท่ี ๓ ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ภาคการขนส่ง ท้ังทางเรือ ทางการบิน และ
รถบรรทุกข้ามพรมแดน (e-Document Exchange among Air & Sea & Land Port Community)
Air/Sea/Land Port Community System Integration : PCS
บันไดข้ันท่ี ๔ แลกเปล่ียนเอกสารอิเล็กทรอนิกส์กับประเทศคู่ค้า เช่น ASEAN SW และ
EU e-Doc Exchange
๑๒ สมนึก คีรีโต, ผู้อานวยการสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
บรรยายเร่ือง “อนาคต e-Freight และ Port Community Systems สาหรับประเทศไทย เพ่ือการเตรียมความพร้อม
เขา้ สู่ AEC”, ๒๑ ตลุ าคม ๒๕๕๗.
- ๖๑ -
แผนภาพที่ ๔-๘ บันได ๔ ขั้นส่รู ะบบ NSW
ทม่ี า : แผนยทุ ธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจสิ ติกสข์ องประเทศ ฉบบั ท่ี ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๖๐)
แผนภาพที่ ๔-๙ โมเดลการเชือ่ มโยง National Single Window
- ๖๒ -
๒. การสัมภาษณ์ผู้บริหารสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย (Thai Federation on Logistics)
“นายธง ตั้งศรีตระกูล” ได้กล่าวถึงแนวความคิดในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศว่า
การเปิดเสรีบริการโลจิสติกส์จะส่งผลดีต่อผู้บริโภค และกระตุ้นการแข่งขันด้านการให้บริการให้
มีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งผลดีต่อผู้ท่ีจะขยายตลาดบริการโลจิสติกสไ์ ปยังตลาดในภูมภิ าคอาเซียน
แต่ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ (LSP) ของไทยท่ีอาจได้รับผลกระทบมากคาดว่าจะเป็นกลุ่มบริการ
โลจสิ ตกิ ส์ที่ไมใ่ ชข่ นสง่ ท่ีไม่สนใจขยายเครือข่ายการให้บรกิ ารไปยงั ตลาดในภมู ภิ าคอาเซียนภาคเอกชน
ไทยต้องปรับปรุงคุณภาพบริการ เทคโนโลยี ฝีมือแรงงาน ลดต้นทุนรวมทั้งพัฒนาความสามารถ
ด้านการใช้ภาษาต่างประเทศภาครัฐควรสนับสนุนการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการไทยเชื่อมโยงกับ
ต่างประเทศ การเร่งพัฒนาระบบ National Single Window ที่เกี่ยวข้องกับ e-Logistics ทั้งทาง
ท่าเรือ ท่าอากาศยาน และด่านชายแดนเพื่อประสิทธิภาพในการขนส่งระหว่างประเทศด้วย
การเชอื่ มโยงระบบเอกสารอิเล็กทรอนกิ ส์
ข้อเสนอในการนาเทคโนโลยี Cloud Computing ที่เป็นการสร้างพ้ืนที่จาลอง (Virtual
Machine) บน Internet ที่มี Software สาหรับบริหารจัดการระบบและทรัพยากรของเคร่ืองคอมพิวเตอร์
มาใช้ในการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูล ทาให้หน่วยงานสามารถลดต้นทุนด้าน Hardware มีความ
ยืดหยุ่นในการบรหิ ารจัดการทรัพยากรจากการที่ผใู้ ห้บรกิ ารมีการจดั ทาระบบ Load-Balancer Auto-
scaling โดยสามารถใช้ประโยชน์ในการจัดทา Big Data Analytics Recommendation รวมถึงการมี
Back Up Data เพ่อื ความปลอดภยั ของข้อมูล
ระบบ Cloud Computing มี ๓ รูปแบบหลัก คือ
- Software as a Service (SaaS) เปน็ การใชห้ รือเชา่ ใช้บริการซอฟตแ์ วร์หรือแอพพลิเคช่ัน
ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยประมวลผลบนระบบของผู้ให้บริการ ทาให้ไม่ต้องลงทุนในการสร้างระบบ
คอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์เอง ไม่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบ เพราะซอฟต์แวร์
จะถูกเรยี กใช้งานผ่าน Cloud ทีเ่ ปน็ SaaS เช่น Gmail เป็นต้น
- Platform as a Service (PaaS) เป็นรูปแบบการให้บริการท่ีผู้ให้บริการจะเตรียม
โครงสร้างพ้ืนฐานในสว่ นของ Hardware Software ชดุ คาส่งั และ Application ซงึ่ เรยี กวา่ Platform
สาหรับรองรบั การพัฒนาการใช้งานให้เหมาะสมกับบริบทในแตล่ ะองค์กร ทาให้สามารถลดตน้ ทุนและ
เวลาที่ใช้ในการพฒั นาซอฟทแ์ วร์ขององค์กรได้ เช่น Google App Engine Microsoft Azure เป็นตน้
- Infrastructure as a Service (IaaS) เป็นบริการให้ใช้โครงสร้างพ้ืนฐานทางคอมพิวเตอร์
เช่น หน่วยประมวลผล ระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย ในรูปแบบระบบเสมือน (Virtualization)
โดยองค์กรไม่ต้องลงทุนส่ิงเหล่านี้เอง สามารถยืดหยุ่นในการปรับเปล่ียนโครงสร้างระบบไอทีของ
องคก์ รในทุกรูปแบบ อีกท้ังลดความยุ่งยากในการดแู ลระบบ ซึ่งเป็นหน้าท่ีของผู้ให้บรกิ าร เชน่ บริการ
Cloud storage ของ DropBox ซ่ึงให้บริการพื้นท่ีเก็บข้อมูล นอกจากน้ียังมีบริการให้เช่ากาลัง
ประมวลผล บริการให้เช่าเซิร์ฟเวอร์เสมือน เพ่ือใช้งานรันแอพพลิเคช่ันผ่าน Web Application หรือ
Software เฉพาะด้านขององค์กร เช่น Google Compute Engine Amazon Web Services
Microsoft Azure เป็นต้น
- ๖๓ -
แผนภาพที่ ๔-๑๐ รปู แบบการใหบ้ รกิ าร Cloud Computing
ข้อเสนอในการเชื่อมโยงขอ้ มูลด้านการนาเขา้ -สง่ ออก โดยนาระบบ Cloud Computing
มาประยุกต์ใช้ ในส่วนของ G2G ควรตัดกระบวนงานของ Gateway โดยจัดทาเป็น Front end
Application แทน ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐควรมีการปรับปรุบกระบวนงานโดยการสร้าง
มาตรฐานข้อมูลโดยการจัดทา Data Interchange สาหรับ e-License แบบ Massaging เพื่อรองรับ
การแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ Single Entry ผ่าน Concept Messaging เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถใช้
งานร่วมกบั ระบบ Front End ของเอกชนที่มีอยู่
แผนภาพท่ี ๔-๑๑ รปู แบบเชอ่ื มโยงข้อมูลระหว่างภาครฐั และเอกชนผ่าน Cloud Computing
- ๖๔ -
แผนภาพท่ี ๔-๑๒ การเช่อื มโยง National Single Window Single Entry ผ่าน Concept Messaging
แผนภาพที่ ๔-๑๓ การเช่ือมโยง National Single Window สาหรบั การผา่ นพิธกี ารศุลกากร
- ๖๕ -
แนวคิดของคณะทางานปรับปรุงข้อมูลและระบบ National Single Window
เพ่ือรองรบั AEC 2015
ด้วยรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล) มีบัญชาในการประชุม
คณะอนุกรรมการศูนย์อานวยการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ครั้งที่ ๓/๒๕๕๘ ให้แต่งตั้งคณะทางานพิเศษเพ่ือขับเคล่ือนการพัฒนาระบบ National Single
Window ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ และให้สามารถลดขั้นตอนเอกสารและ
สามารถใชง้ านไดจ้ ริงในการปรับปรงุ กระบวนงานการนาเข้า-ส่งออกสนิ คา้ ดว้ ยระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส์
“นางสาวอุรัชฎา เกตุพรหม” เลขานุการและคณะทางาน ให้ความคิดเห็นว่า สานักงาน
พัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ) ในฐานะหน่วยงานรับมอบหมายเพื่อ
ตอบโจทย์ e-Document และพระราชบัญญัติการอานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทาง
ราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยไดจ้ ัดทาระบบงาน ดงั นี้
๑. ระบบ National Contact Information System: NCIS เพ่ือใช้เป็นหน้าต่างยื่น
เอกสารจาก G2G หรือ B2G โดยระบบ NCIS น้ี ประชาชนหรือผู้ประกอบการสามารถเข้ามากรอก
เอกสารได้ที่จุดดียวแบบไม่ซ้าซ้อน และระบบกระจายแบบฟอร์มย่อยท่ีแต่ละหน่วยงานต้องการให้
โดยสามารถลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ (Digital Signature) หน่วยงานสามารถรับข้อมูลได้
โดยไมต่ อ้ งปรับเปล่ียนระบบงาน
แผนภาพที่ ๔-๑๔ National Contact Information System : NCIS
- ๖๖ -
๒. ระบบ Trusted electronic Document Authority: TeDA จัดทาข้ึน เพื่อให้เป็น
โครงการต้นแบบในการจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) แบบถาวรที่มีความน่าเช่ือถือ
โดยจัดต้ังระบบรับรองและจัดเก็บเอกสาร ด้วยเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะ (Public
Key Infrastructure: PKI) ในการยืนยันตัวบุคคลทางอิเล็กทรอนกิ ส์ ร่วมกับการบริหารจัดการเอกสาร
อิเล็กทรอนิกส์ คุณสมบัติเฉพาะ (Key Features) ที่ระบบ TeDA มี เพื่อรองรับความต้องการของ
หน่วยงานตา่ งๆ ซง่ึ เป็นหวั ใจหลักในการทา e-Trade Documents
แผนภาพท่ี ๔-๑๕ Trusted electronic Document Authority : TeDA
ได้แก่ แบบฟอร์มอัจฉริยะ (iForm) รองรับเอกสารได้อย่างหลากหลายที่มาจากหน่วยงานต่างๆ และ
เพ่ิมความม่ันใจดว้ ยลายมอื ชื่ออเิ ล็กทรอนิกส์ เปน็ แบบฟอร์มท่ีดคู ล้ายแบบฟอรม์ ท่ัวๆ ไปใหผ้ ูใ้ ช้ (user)
กรอกข้อมูล และเบ้ืองหลังมีการจัดเก็บและส่งข้อมูลแบบเป็นโครงสร้าง (xml) ซ่ึงทาให้ส่งต่อไป
ประมวลผลได้สะดวก มีการประทับเวลาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Time Stamping) เพ่ือรับรองว่าเอกสาร
อิเล็กทรอนิกส์น้ัน ได้เกิดขึ้นและมีอยู่ก่อนเวลาที่ระบุไว้ (Time Stamp Token) เพื่อเป็นกลไกยืนยันเวลา
ของการทาธุรกรรม การรับรองเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Notary) สาหรับกรณีที่ธุรกรรมน้ันๆ ต้องการทนาย
หรือ Notary Public ในการยืนยันผู้ลงลายมือชื่อ เช่น เอกสารแปลสาคัญท่ีเป็นภาษาต่างประเทศ
การจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Archive) ระยะยาว โดยอ้างอิงจากระยะเวลาการจัดเก็บเอกสาร
กระดาษแต่ละประเภทซ่ึงต้องมีมาตรฐานในการจัดการเอกสาร การจัดหาเคร่ืองมืออุปกรณ์และ
ซอฟต์แวร์ท่ีใช้จัดเก็บโดยคานึงถึงวิธีการท่ีมั่นคงปลอดภัย เช่ือถือได้ และมีการจัดเก็บตามเวลา
ที่เหมาะสม การค้นหาและเรียกดูข้อมูล (Search & View) ของหน่วยงานต้นสังกัดที่ได้ทาการจัดเก็บ
และบริหารโดยโครงการ TeDA ได้ตามสิทธิของผู้ใช้ท่ีหน่วยงานน้ันๆ แจ้งไว้กับโครงการส่ิงพิมพ์ออก
(Printout) จากระบบ TeDA จะเป็นเอกสารที่ถือว่าได้พิมพ์ออกจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง
ส่ิงพิมพ์ออกแล้ว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการทาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๑๐
ให้ใช้ไดเ้ สมอื นต้นฉบับ
- ๖๗ -
แผนภาพที่ ๔-๑๖ TeDA Form
๓. โครงสร้างพื้นฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูล (กรณีมีการจัด Workflow ระหว่าง
หน่วยงาน) ปัจจุบันมีการจัดทาโครงสร้างของร่างพระราชกฤษฎีกากาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ
ในการทาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้านการนาเข้า สง่ ออก นาผ่านและโลจิสติกส์ ผ่านระบบเช่ือมโยง
ข้อมูล ณ จุดเดียว พ.ศ. .... เพื่อใช้เป็นกฎหมายที่กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ในการเช่ือมโยงข้อมูล
ณ จุดเดยี ว
- ๖๘ -
แผนภาพที่ ๔-๑๗ ร่างพระราชกฤษฎีกากาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการทาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้าน
การนาเข้า ส่งออก นาผา่ นและโลจิสตกิ ส์ ผ่านระบบเช่อื มโยงขอ้ มลู ณ จดุ เดยี ว พ.ศ. ....
แผนภาพที่ ๔-๑๘ การแลกเปลย่ี นข้อมลู NSW
- ๖๙ -
สรปุ
โครงสร้างพื้นฐานท่ีจาเป็นในการขับเคลื่อน National Single Window ท่ีต้องดาเนินการ
ไปพร้อมกันได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานด้านมาตรฐาน โครงสร้างพ้ืนฐานด้านความม่ันคงปลอดภัย และ
โครงสร้างพ้ืนฐานด้านกฎหมาย (standard - security – law) แต่ในการพัฒนาระบบ National
Single Window ในการเช่ือมโยงและบูรณาการข้อมูลภาครัฐด้านการนาเข้า-ส่งออก ในส่วนของ
ภาครัฐพบว่า ความไม่มั่นใจ ในการออกใบอนุญาต/ใบรับรองในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ว่ามีผลทาง
กฎหมาย รูปแบบฟอร์มกลาง (Single Form) และความไม่พร้อม ในการแก้ไขกฎหมายภายในเพ่ือ
รองรับการออกใบอนุญาต/ใบรับรองเพ่ือการนาเข้า-ส่งออกผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงความ
ไม่พรอ้ มด้านงบประมาณในการจดั ทาระบบคอมพิวเตอร์ การไม่มีบคุ ลากรและผเู้ ชยี่ วชาญ ในส่วนของ
ภาคเอกชนเห็นว่า ผ่านมาโครงการต่างๆ ของทั้งกรมศุลกากร กระทรวงคมนาคม และหน่วยงาน
ราชการอื่นๆ ต่างเร่งดาเนินการพัฒนาระบบ NSW ที่เกี่ยวข้องกับธรุ กรรมเอกสารของภาครัฐ (Regulatory
NSW) เท่านั้น ยังไม่มีแผนงานท่ีชัดเจนในการประสานงานการพัฒนาระบบเช่ือมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง ท้ังผ่านทางเรือ ทางอากาศยาน และด่านชายแดน ผู้ประกอบการ
ที่เกี่ยวข้องยังไม่เขา้ ใจ ในโอกาสของการพฒั นาประสิทธิภาพการขนส่งระหว่างประเทศ ด้วยการเชื่อมโยง
ระบบเอกสารอเิ ล็กทรอนิกส์ระหว่างกลุ่มผู้เก่ยี วข้องในการขนส่ง (e-Freight หรือ Port Community
System Roadmap) ผู้ประกอบการขนส่งของไทยซ่ึงส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ขาดความสามารถในการ
พัฒนาระบบไอทีเพื่อปรับปรุงงานบริหารจัดการภายในของตนเองให้ดกี ว่าเดิม และเห็นควรปรับเปลี่ยน
ในส่วนของ G2G เป็น Front end Application จัดทา Data Interchange สาหรับ e-License แบบ
Massaging เพื่อรองรับการแลกเปล่ียนข้อมูลแบบ Single Entry ผ่าน Concept Messaging เพื่อให้
ผูป้ ระกอบการสามารถใช้งานรว่ มกบั ระบบ Front End ของเอกชนทีม่ ีอยู่
สพธอ. ในฐานะหน่วยงานรับมอบหมายเพื่อตอบโจทย์ e-Document และพระราชบัญญัติ
การอานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้โดยอาศัยเทคโนโลยี
ในการพัฒนาระบบ National Contact Information System : NCIS ข้ึนเพื่อประชาชนหรือ
ผู้ประกอบการสามารถเข้ามากรอกเอกสารได้ที่จุดเดียวแบบไม่ซ้าซ้อน และระบบกระจายแบบฟอร์ม
ย่อยที่แต่ละหน่วยงานต้องการให้ โดยสามารถลงลายมือช่ืออิเล็กทรอนิกส์ได้ (Digital Signature)
หน่วยงานสามารถรับข้อมูลได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนระบบงาน ระบบ Trusted electronic
Document Authority : TeDA จัดทาข้ึน เพื่อให้เป็นโครงการต้นแบบในการจัดเก็บเอกสาร
อเิ ล็กทรอนิกส์แบบถาวรท่มี ีความน่าเชื่อถือ โดยจัดตั้งระบบรับรองและจัดเก็บเอกสาร ด้วยเทคโนโลยี
โครงสร้างพ้ืนฐานกุญแจสาธารณะ (Public Key Infrastructure: PKI) ในการยืนยันตัวบุคคลทาง
อิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกับการบริหารจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ คุณสมบัติเฉพาะ (Key Features)
ที่ระบบ TeDA มี เพื่อรองรับความต้องการของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการดาเนินการ
โครงการ Trade Gateway)
บทที่ ๕
บทสรปุ และขอ้ เสนอแนะ
จากการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับกระบวนการนาเข้า-ส่งออก สภาพปัญหา
แ ล ะ อุ ป ส ร ร ค ใ น ก า ร ท า ใ ห้ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย สู ญ เ สี ย ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร แ ข่ ง ขั น ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ
ในด้านการค้าและการบริการด้านโลจิสติกส์ ตลอดจนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์
แห่งชาติ เพ่ือศึกษาแนวทางในการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลภาครัฐในการนาเข้า-ส่งออก
มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพ่ือเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถในการ
แข่งขนั ของประเทศในอนาคต ผวู้ ิจัยขอนาเสนอบทสรปุ และข้อเสนอแนะ ดังน้ี
บทสรปุ
จากสถานการณ์การค้าของโลกท่ีมีการแข่งขันและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ประกอบกับการ
เข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เป็นโอกาสที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่ง
สินค้าของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Logistics Hub) ภาครัฐท่ีเกี่ยวข้องกับกระบวนการนาเข้า-ส่งออก
จึงต้องปรับเปล่ียนแนวทางการให้บริการของภาครัฐให้มีความเหมาะสมและทันท่วงที โดยต้องมี
การบูรณาการข้อมูลที่เก่ียวข้องและจาเป็นในการนาเข้า–ส่งออก ทาให้กระบวนงานในการนาเข้า-ส่งออก
เป็นอิเล็กทรอนิกส์ มีช่องทางการบริการสะดวก ทันสมัย มีการกาหนดกรอบเวลาและมาตรฐานในการ
ให้บริการที่ชัดเจน สามารถอานวยความสะดวกทางการค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซ่ึงจะเป็น
การช่วยพัฒนาระบบ Logistics ของประเทศให้มีประสิทธิภาพและสามารถแข่งขันกับประเทศในภูมภิ าคได้
อีกท้ังการนาเอาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปฏิบัติงานจะเป็นการลดปฏิสัมพันธ์ระหว่าง
ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ของรฐั ซง่ึ สามารถลดความเสี่ยงในการทุจริตคอรัปชั่นของเจ้าหน้าทีภ่ าครัฐได้
การเช่ือมโยงและการบูรณาการข้อมูลภาครัฐในการให้บริการด้านการนาเข้า -ส่งออก
ผวู้ จิ ยั ขอเสนอแนวทางในการดาเนนิ การ ดังนี้
๑. สรา้ งกระบวนงานทมี่ ีความถกู ต้อง แม่นยา สะดวก แนน่ อน ลดปฏสิ ัมพันธ์และประกันเวลา
โดยหากเอกสารครบถ้วน จะสามารถได้รับการบริการจากหน่วยงานรัฐ โดยผู้ประกอบการไม่ต้องพบ
เจ้าหน้าที่ของรัฐ ในปัจจุบันมีการประกาศใช้พระราชบัญญัตกิ ารอานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต
ของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซ่ึงสามารถนามาใชเ้ ปน็ เคร่อื งมอื ในการอานวยความสะดวกใหก้ ับประชาชนได้
๑.๑ “ถูกต้อง แม่นยา” เป้าหมายในการดาเนินการเช่ือมโยงและบูรณาการข้อมูล
ภาครัฐในการให้บริการด้านการนาเข้าส่งออก (Business Processes for Trade Facilitation Concept)
การจัดทาคู่มอื สาหรับประชาชนจะทาให้ประชาชนผูร้ ับบริการทราบถงึ วิธกี ารย่ืนคาขอ ขนั้ ตอน ระยะเวลา
ในการพิจารณาเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ยื่นพร้อมคาขอ และค่าธรรมเนียมต่างๆ ท่ีจะติดประกาศไว้
ให้เห็นสงิ่ เหลา่ นท้ี าให้การปฏิบัตริ าชการมีความชัดเจน โปร่งใส ไมค่ ลมุ เครอื ดว้ ยการลดการใชด้ ุลพินิจ
ของเจา้ หน้าท่ี
- ๗๑ -
๑.๒ “สะดวก แน่นอน” หากกระบวนงานใดที่ต้องชี้แจงเป็นการเฉพาะ ต้องมี
การจัดทาประกาศกระบวนงานท่ีต้องมีการชี้แจงเฉพาะ เน่ืองจากมีผลกระทบต่อความมั่นคง หรือ
ความปลอดภยั ของประชาชน เชน่ การตรวจสอบเรือ่ งโรคระบาดสัตว์ สามารถรบั เอกสารและอนุมัติให้
นาเข้าได้ แต่ยังคงต้องมีกระบวนการในการตรวจสอบทางกายภาพด้วย ทาให้สามารถกาหนดรูปแบบ
กระบวนงานที่เหมาะสมในการเช่ือมโยงและบูรณาการข้อมูลภาครัฐในการให้บริการด้านการนาเข้า -
ส่งออก
๑.๓ “ลดปฏิสัมพันธ์ ประกันเวลา” ในการย่ืนคาขอรับบริการ หากเอกสารครบถ้วน
ตามประกาศ ผู้ประกอบการสามารถได้รับการอนุมัติอนุญาต ตามระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ โดยไม่ต้องพบ
เจา้ หน้าทีข่ องรฐั
๑.๔ “พัฒนา ปรับปรุง ต่อเน่ือง” หน่วยงานราชการยังต้องทบทวนกฎหมาย
ท่ีเก่ียวข้องกับการอนุมัติอนุญาตทุก ๕ ปี หาแนวทางในการต่ออายุใบอนุญาตแบบอัตโนมัติ และเมื่อ
มกี ารออกใบอนุญาตแล้ว จะต้องมีการตรวจสอบวา่ การดาเนินกิจการเหล่าน้ัน ไม่สร้างความเดือดร้อน
ให้กบั ประชาชนดว้ ย
๒. แผนงานสู่ความสาเรจ็ (Plans to reach the goals) ในการเช่ือมโยงและบูรณาการ
ข้อมูลภาครัฐในด้านการนาเข้าส่งออก ปัจจัยสู่ความสาเร็จคือการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
ทีเ่ หมาะสมในการดาเนินงาน ผู้วิจัยขอเสนอในการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่าง
ภาครัฐ ภาคการขนสง่ และภาคการค้า ดังนี้
๒.๑ การจัดทากระบวนงาน “Business Process” ของแต่ละหน่วยงาน โดยแบ่ง
ประเภทของกระบวนงานท่ีต้องมีปฏิสัมพันธ์ และไม่มีปฏิสัมพันธ์ให้ชัดเจน นาเทคโนโลยีที่เหมาะสม
มาใช้กับกระบวนงาน Authorization โดยสร้างกระบวนงาน ในการอนุมัติ หรืออนุญาต
(Authorization) ผ่านการเช่ือมโยงทางอิเล็กทรอนิกส์ National Single Window (NSW) เพื่อให้
เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถใชป้ ระโยชนจ์ ากข้อมูลที่จาเป็นในขั้นตอนต่างๆ ในการนาเข้า-ส่งออกร่วมกัน
ซง่ึ จะสามารถลดระยะเวลาและประกันเวลาในการให้บรกิ ารของหน่วยงานภาครฐั ได้
ผู้วิจัยมีความเห็นว่า ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งระหว่างประเทศ ได้แก่ ข้อมูล
การขนสง่ ทัง้ ทางเรือ ทางการบนิ และรถบรรทุกขา้ มพรมแดน (e-Document Exchange among Air
& Sea & Land Port Community) ซงึ่ เป็นข้อมูลต้งั ต้นของการค้าระหว่างประเทศ มีความจาเปน็ ตอ้ ง
เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และต้องมีการดาเนินกระบวนงานล่วงหน้าก่อนสินค้ามาถึง ดังนั้น จึงควร
มีการยกร่างกฎหมายเพ่ือบังคับให้มีการส่งข้อมูลการขนส่งระหว่างประเทศล่วงหน้าก่อนที่จะมีการ
ขนสง่ สินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร (Inbound) หรือส่งสนิ ค้าออกไปนอกราชอาณาจักร (Outbound)
หรือมีการขนส่งสินค้าผ่านราชอาณาจักร (Transit) และต้องทาการแลกเปล่ียนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ผา่ นระบบ NSW เทา่ น้ัน
- ๗๒ -
๒.๒ การวิเคราะห์ขั้นตอน และนาเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีเหมาะสมมาใช้กับ
กระบวนงานอเิ ล็กทรอนิกส์ที่สามารถตอบรบั อัตโนมตั ิ “Technology Authorization”
ผ้วู ิจัยมีความเห็นว่าในการจัดทากระบวนงานที่เปน็ ธุรกรรมท่ีเอกชนมีความเกี่ยวข้อง
กับภาครัฐ ในการยื่นคาขอตามพระราชบัญญัติการอานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของ
ทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวได้กาหนดไว้ใน มาตรา ๗ วรรคหน่งึ “ในกรณีท่ีมี
กฎหมายกาหนดให้การกระทาใดจะต้องได้รับอนุญาต ผู้อนุญาตจะต้องจัดทาคู่มือสาหรับประชาชน
ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไข (ถ้ามี) ในการยื่นคาขอข้ันตอนและ
ระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ผู้ขออนุญาตจะต้องย่ืนมา
พรอ้ มกบั คาขอ และจะกาหนดใหย้ ื่นคาขอผ่านทางสือ่ อเิ ล็กทรอนิกส์แทนการมายนื่ คาขอด้วยตนเองก็ได้”
ในการย่ืนคาขอผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์แทนการมายื่นคาขอด้วยตนเอง ภาครัฐจึงควร
เลือกกระบวนงานที่เหมาะสม และประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ดังนั้น การใช้ระบบ NSW
จึงเป็นกระบวนงานที่จะนามาใช้ในกระบวนงานท่ีจะนามาใช้เป็นพื้นฐานในการดาเนินงานท่ีเก่ียวข้อง
กับการขออนมุ ตั ิอนญุ าตของประชาชน (B2G)
เพื่อให้เกิดความสาเร็จท่ีสอดคล้องกับกระบวนงานตาม พระราชบัญญัติการอานวย
ความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ผู้วิจัยเห็นควรให้มีการนาเทคโนโลยี
สารสนเทศที่เหมาะสมมาใช้กับกระบวนงานอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตอบรับอัตโนมัติ “Technology
Authorization” อาทิเช่น ระบบ National Contact Information System (NCIS) ซ่ึงเป็นระบบ
การสร้างหน้าต่างในการยื่นเอกสารต่างๆ ตามแบบฟอร์มย่อยของแต่ละหน่วยงาน ตามความเคยชิน
ของเอกสารกระดาษ โดยสามารถลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ (Digital Signature) ประชาชนหรือ
ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาท่ีหน้าต่างน้ีกรอกเอกสารได้ท่ีจุดเดียวแบบไม่ซ้าซ้อน หน่วยงานรัฐ
สามารถรับข้อมูลและตอบกลับข้อมูลได้ โดยไม่ต้องปรับเปล่ียนระบบงาน ซึ่งหากมีความกังวลในการ
ยืนยันตัวบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็สามารถนาเทคโนโลยี Trusted Electronic Document Authority
(TeDA) ซ่ึงเป็นการจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) แบบถาวร โดยจัดตั้งระบบรับรอง
และจัดเก็บเอกสาร ด้วยเทคโนโลยีโครงสร้างพ้ืนฐานกุญแจสาธารณะ (Public Key Infrastructure:
PKI) ในการยนื ยนั ตัวบคุ คลทางอิเล็กทรอนกิ ส์ รว่ มกับการบริหารจัดการเอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกส์
อย่างไรก็ดี ในการจัดเก็บข้อมูลในการทาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างเอกชน
กับรฐั หรอื ต้องมกี ารส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรฐั กับหน่วยงานของรฐั ทาให้มคี วามจาเปน็ ต้อง
มกี ารจดั เกบ็ ขอ้ มูลไว้ในฐานข้อมูลเดียวกนั เป็นฐานขอ้ มูลกลางของประเทศ (Data Center)
๒.๓ การจัดทากระบวนงาน “End to End Process” ของการนาเข้า–ส่งออกทั้งหมด
ให้มีความชัดเจน และลดขั้นตอนให้เหลือในรูปแบบเท่าท่ีจาเป็น โดยหลังจากการแบ่งประเภทของ
กระบวนงานที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์และไม่มีปฏิสัมพันธ์กับหน่วยงานอ่ืน ๆ ตามกระบวนงาน Business
Process แล้ว จึงนาข้อมูลทั้งหมดมาบูรณาการโดยการหาจุดเชื่อมของหน่วยงานในแต่ละขั้นตอน
และลดขัน้ ตอนให้เหลือในรูปแบบเท่าท่ีจาเปน็ เพื่อสร้างกระบวนงานท่ีลดปฏสิ ัมพันธ์และประกันเวลา
ของกระบวนงานท้ังหมด และนาไปสู่ข้ันตอนของการบูรณาการและเชื่อมโยงเอกสารท่ีจาเป็นในการ
นาเข้า-ส่งออก เพ่ือให้สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์ ซ่ึงจะเป็นการลดระยะเวลาในการ
ผ่านพธิ ีการนาเขา้ –ส่งออกไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ
- ๗๓ -
ผู้วิจัยมีความเห็นว่า เมื่อข้อมูลในการอนุมัติอนุญาตเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์และ
เก็บอยู่ใน Data Center แล้ว ปัจจัยท่ีต้องพึงระวังในการจัดทาข้อมูล คือ จัดให้มีมาตรฐานกลางของ
ข้อมูลในรูปแบบเดียวกันในทุกหน่วยงาน เช่น สาหรับประชาชน ใช้เลขบัตรประจาตัวประชาชน
สาหรับนิตบิ ุคคล ใชเ้ ลขการจดทะเบียนนิตบิ ุคค สาหรับรหสั ใดๆ ที่เป็นมาตรฐานสากล ต้องจัดทาข้อมูล
ตามมาตรฐานสากลเท่าน้นั
ปัจจัยของความสาเร็จในการจัดทา “End to End Process” คือ กระบวนงานใด
ทกี่ ระทาได้โดยการตอบรับอัตโนมัติ และเป็นข้อมูลท่ีเช่ือมโยงภายในประเทศเทา่ นั้น กระบวนการนั้น
สามารถใช้ระบบการจัดทาข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูลบนกระบวนการอย่างง่ายที่ประชาชนเข้าถึง
ได้ง่ายและเกบ็ ข้อมลู ไว้ใน Data Center เพ่อื ให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ งสามารถนาข้อมูลนน้ั ไปใชต้ ่อยอด
การทางานทเ่ี ป็นกระบวนการต่อเน่ืองได้
แต่หากกระบวนงานใดเป็นกระบวนงานที่ต้องช้ีแจงเป็นการเฉพาะ และได้มีการ
ประกาศกระบวนงานทต่ี อ้ งมีการชี้แจงเฉพาะ เนื่องจากมผี ลกระทบต่อความมน่ั คง หรอื ความปลอดภัย
ของประชาชนไว้แล้ว หรือกระบวนงานน้ันเป็นกระบวนงานที่ต้องเชื่อมโยงกับการนาเข้า (Import)
สง่ ออก (Export) นาผ่าน (Transit) ในข้ันตอนของการผ่านเข้าออกประเทศ ควรมีการเชื่อมโยงข้อมูล
โดยใช้ระบบ NSW เพ่ือเตรียมการในการเชื่อมโยงส่งผ่านข้อมูลในด้านการนาเข้าส่งออกไปยัง
ประเทศคูค่ า้
๒.๔ การพัฒนาต่อยอดเป็นระบบ Trade Gateway ในการให้บริการด้านการ
นาเข้า-ส่งออก ด้วยการออกแบบระบบออนไลน์และพัฒนาระบบครอบคลุมครบวงจรการบริการ
ธุรกรรม สาหรับการนาเข้า-ส่งออก ให้ครอบคลุมได้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซ่ึงจะเป็นเครื่องมือ
สนบั สนนุ ใหป้ ระเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการค้าในภมู ิภาคอาเซยี นได้
ผู้วิจัยมคี วามเห็นวา่ ต้องจดั ใหม้ ีการทางานร่วมกันแบบบรู ณาการภายใต้คณะกรรมการ
ชุดเดยี วในการกากับดแู ลมาตรฐานการจัดทาขอ้ มลู และฐานข้อมูลของชาติ เพอื่ ให้เกิดความเป็นเอกภาพ
ในการปฎิบตั ิ
โดยอาจมีการสร้างกฎระเบียบกลางท่ีใช้ร่วมกัน เพ่ือให้มีกระบวนการเดียวในการ
เชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลภาครัฐในการให้บริการด้านการนาเข้า – ส่งออก (National Trade
Gateway) ที่ทาให้กระบวนการในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ีภาครัฐท่ีเกี่ยวข้องในกระบวนการ
นาเข้า-ส่งออกทุกหน่วยงาน มีมาตรฐานการปฏิบัติงานสอดคล้อง ต่อเน่ืองและเชื่อมโยงกัน ภายใต้
กฎหมายกลางที่มีการบูรณาการข้อมูลท่ีจาเป็ นในการน าเข้า -ส่งออกอย่ างครบถ้วนตามกฎหมาย
ท่ีเก่ียวข้อง เพ่ือให้มาตรฐานของข้อมูล กฎ ระเบียบของหน่วยงานเอื้อต่อระบบ ทาธุรกรรมผ่านทาง
อิเล็กทรอนิกส์ และสามารถอานวยความสะดวกทางการค้าให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เช่น กฎหมายกาหนดหลักเกณฑ์วิธีการในการทาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้านการนาเข้า ส่งออก
นาผ่านและโลจสิ ติกส์ ผา่ นระบบเชื่อมโยงขอ้ มูล ณ จดุ เดียว พ.ศ. .... เป็นตน้
- ๗๔ -
แผนภาพที่ ๕-๑ แผนภาพแผนงานสู่ความสาเร็จ (Plans to reach the goals) ในการเช่ือมโยงและบรู ณาการ
ขอ้ มูลภาครฐั ในด้านการนาเข้าสง่ ออก
ข้อเสนอแนะ
๑. แนวทางการเช่ือมโยงและบูรณาการข้อมูลภาครัฐในการให้บริการด้านการนาเข้า–
ส่งออก โดยการพัฒนาระบบ National single Window (NSW) และกระบวนการอย่างง่ายทาง
อเิ ล็กทรอนิกส์ท่มี กี ารตอบรับอัตโนมตั ิ (Trade Facilitation Authorization)
- การเชือ่ มโยงข้อมลู ในระบบ National Single Window (NSW) อย่างเต็มรูปแบบ
สาหรับประเทศไทย ในขั้นตอนของการจัดทาใบขนสินค้าได้เข้าสู่กระบวนการศุลกากรไร้เอกสาร
(Paperless) และมีการส่งผ่านข้อมูลกับภาคเอกชนด้วยระบบ NSW แล้ว ส่ิงที่ต้องเร่งดาเนินการ คือ
จดั ทาระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ภาคการขนส่ง ทั้งทางเรือ ทางการบนิ และรถบรรทุกข้ามพรมแดน
และเชือ่ มโยงขอ้ มลู กบั กรมศุลกากรดว้ ยระบบ NSW
- สาหรับการเช่ือมโยงข้อมูลระหว่างเอกชนกับหน่วยงานภาครัฐ ในส่วนที่เก่ียวข้อง
กับการขออนมุ ัติอนุญาต ตามพระราชบัญญัตกิ ารอานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทาง
ราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ และการเชื่อมโยงระบบระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยกันเอง ซึ่งเป็นการ
ดาเนินการกับข้อมูลท่ีมติ ้องมีการส่งผ่านไปยังคู่ค้าต่างประเทศ ผู้วิจยั เสนอแนะให้มกี ารเช่ือมโยงข้อมูล
โดยใช้มาตรฐานข้อมูลท่ีเป็นสากล แต่จัดทาโดยกระบวนการอย่างง่ายทางอิเล็กทรอนิกส์ท่ีมีการตอบ
รับอัตโนมัติ (Trade Facilitation Authorization) ที่เอื้อต่อการอานวยความสะดวกทางการค้าและ
สอดคล้องกับระบบงานทีภ่ าคเอกชนมีอยู่แล้ว และประชาชนสามารถเขา้ ถงึ ไดโ้ ดยงา่ ย
- ในการบริหารจัดการข้อมูลของชาติ ต้องจัดให้มีหน่วยงานท่ีทางานร่วมกันแบบ
บรู ณาการภายใต้คณะกรรมการชุดเดียวในการกากับดแู ลมาตรฐานการจัดทาข้อมูลและฐานข้อมูลของชาติ
(Data Center) เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเป็นเอกภาพในการปฎิบตั ิ
- ๗๕ -
- แผนงาน/โครงการการเช่ือมโยงและบูรณาการข้อมูลภาครัฐในการให้บริการด้าน
การนาเขา้ – ส่งออก
ตารางท่ี ๕-๑ ตารางแสดงแผนงานการเชือ่ มโยงและบูรณาการข้อมูลภาครฐั ในการให้บรกิ ารด้านการนาเขา้ – สง่ ออก
ท่ี แผนงาน/ วัตถุประสงค์/ ผลผลติ ผลลัพธ์ ระยะ หนว่ ยงาน งบ
โครงการ สาระสาคัญ เวลา ที่เกย่ี วขอ้ ง ประมาณ
๑ การสร้าง ให้มีคมู่ อื สาหรบั คูม่ ือสาหรับ ภาครฐั มี ๒๑ หนว่ ยงาน สานักงาน
คมู่ อื สาหรบั ประชาชนท่มี ี ประชาชน กระบวนงานกลางใน กรกฎาคม ผู้มีหน้าท่ี คณะกรรม
ประชาชน ตาม กระบวนการการ ของ การใหบ้ รกิ าร ๒๕๕๘ ในการ การพัฒนา
พระราชบญั ญตั ิ อนุมตั อิ นุญาตฯ สว่ นราชการ ประชาชนทเี่ ก่ียว ให้บริการ ระบบ
การอานวย ในการตดิ ต่อ ทเ่ี ผยแพร่บน ขอ้ งกับการนาเขา้ ประชาชน ราชการ
ความสะดวก ราชการตาม ระบบ สง่ ออก ดังน้ี (กพร.)
ในการพิจารณา พรบ.ฯ สารสนเทศ - ชอื่ กระบวนงาน
อนญุ าตของ ของ - หน่วยงานเจ้าของ
ทางราชการ สานักงาน กระบวนงาน
พ.ศ. ๒๕๕๘ คณะกรรม - พนื้ ทที่ ีใ่ ห้บริการ
การพฒั นา - กฎหมาย ขอ้ บังคบั
ระบบ ขอ้ ตกลงที่กาหนด
ราชการ ระยะเวลา
(กพร.) - ช่องทางการ
ให้บรกิ าร
- หลักเกณฑ์ วิธีการ
เง่อื นไขในการย่ืนคา
ขอ และในการ
พจิ ารณาอนุญาต
- ขั้นตอนระยะเวลา
และสว่ นงานที่
รบั ผดิ ชอบ
- รายการเอกสาร
หลกั ฐานประกอบ
การย่ืนคาขอ
- ตัวอยา่ งแบบฟอร์ม
และคู่มอื การกรอก
แบบฟอร์ม
- ๗๖ -
ที่ แผนงาน/ วตั ถปุ ระสงค/์ ผลผลติ ผลลพั ธ์ ระยะ หนว่ ยงาน งบ
โครงการ เวลา ท่ีเกย่ี วขอ้ ง ประมาณ
สาระสาคัญ
๒ การจดั ทา ธันวาคม หนว่ ยงาน หนว่ ยงาน
รายงานการ สามารถแบ่งแยก ๑. รายงาน ภาครัฐมกี ารจดั แบง่ ๒๕๕๘ ผู้มีหนา้ ที่ ผู้มหี นา้ ที่
จดั แบง่ ในการ ในการ
ประเภท ของ กระบวนงานท่ี กระบวนการ ประเภทของ ใหบ้ ริการ ใหบ้ รกิ าร
กระบวนงาน ประชาชน ประชาชน
ทเ่ี กยี่ วขอ้ งใน ต้องพบปะ ท่วั ไปที่ไม่ กระบวนงานที่
การนาเขา้ -
สง่ ออก ใน เจา้ หนา้ ทีห่ รือ ต้องพบ เกีย่ วขอ้ งในการ
รูปแบบของ
กระบวนงาน กระบวนงานที่ เจ้าหน้าที่ ซ่ึง นาเข้า-สง่ ออก
ทต่ี อ้ งมี
ปฏสิ มั พันธ์ อนุมัตไิ ด้โดยไม่ สามารถ ทต่ี อ้ งม/ี ไมม่ ี
และ
กระบวนงาน ต้องพบปะ อนุญาต/ ปฏิสมั พันธอ์ ยา่ ง
ที่ไม่มี
ปฏสิ มั พนั ธ์ เจ้าหนา้ ท่ี อนมุ ัติผา่ น ชัดเจน ดงั นี้
ตอ่ กนั
ระบบอิเล็ก ๑. กระบวนการ
ทรอนกิ ส์ ทัว่ ไปท่ีไมต่ ้องพบ
๒. รายงาน เจา้ หน้าที่ ซง่ึ
กระบวนการ สามารถอนุญาต/
เฉพาะที่ตอ้ ง อนุมัติ ผ่านระบบ
พบเจา้ หน้าท่ี อิเล็กทรอนกิ สไ์ ด้
ก่อนทีจ่ ะ ทันทีหากมีการยืน่
อนุมตั /ิ เอกสารครบถ้วน
อนญุ าต ตาม ๒. กระบวนการ
ระเบยี บของ เฉพาะที่ต้องพบ
ทางราชการ เจา้ หน้าที่ กอ่ นทจ่ี ะ
ซึง่ มีคมู่ อื ที่ อนมุ ัติ/อนุญาตตาม
แจง้ ระเบียบของทาง
รายละเอียด ราชการ ซ่งึ อาจมี
ขน้ั ตอนการ ความจาเป็น ตอ้ งใช้
ดาเนนิ การที่ เอกสารในรปู แบบ
ชดั เจน กระดาษ
ประกอบการขอ
อนุมตั ิ/อนุญาต
และมีความ
จาเปน็ ต้อง
ตรวจสอบสินค้าทาง
กายภาพ เพ่ือ
ปกปอ้ งสงั คม
- ๗๗ -
ที่ แผนงาน/ วตั ถุประสงค/์ ผลผลติ ผลลัพธ์ ระยะ หนว่ ยงาน งบ
โครงการ สาระสาคญั เวลา ท่ีเกยี่ วขอ้ ง ประมาณ
๓ การเชื่อมโยง ๑. วเิ คราะหก์ าร มกี าร ๑. ประชาชน ๒๕๕๘ หนว่ ยงาน/ หนว่ ยงาน/
และบรู ณาการ นาเทคโนโลยี เปล่ียนแปลง สามารถย่ืนขอรับ - คณะ คณะ
ข้อมลู ภาครัฐ สารสนเทศท่ี กระบวนงาน บรกิ ารดว้ ยวธิ กี าร ๒๕๕๙ กรรมการ กรรมการ
ในการ เหมาะสมมาใช้กบั ที่เป็น ทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ทไี่ ดร้ ับ ทไ่ี ด้รับ
ให้บรกิ าร กระบวนงาน กระดาษมา ๒. หนว่ ยงาน มอบหมาย มอบหมาย
ด้านการ อิเล็กทรอนกิ สท์ ่ี เปน็ ภาครฐั สามารถ ใหม้ หี น้าที่ ใหม้ หี นา้ ที่
นาเขา้ -ส่งออก สามารถตอบรบั กระบวนงาน เชือ่ มโยงและบรู ณา ในการ ในการ
โดย อตั โนมตั ิ อิเลก็ ทรอนิก การข้อมลู ภาครัฐใน พัฒนา พัฒนา
Technology "Technology สใ์ นส่วนที่ รปู แบบ ธุรกรรม ธุรกรรม
Authorization Authorization" จาเป็น อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ทางอิเลก็ ทางอเิ ลก็
๒. วเิ คราะห์ ๓. มรี ปู แบบของ ทรอนกิ ส์ ทรอนิกส์
กระบวนงานที่ การใหบ้ ริการท่ี
เป็นธรุ กรรมท่ี ประชาชนเข้าถึงได้
เอกชนมีความ โดยง่ายในรูปแบบ
เกยี่ วขอ้ งกบั อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เช่น
ภาครฐั ในการยื่น ทาบนอุปกรณ์
คาขอตาม คอมพิวเตอร์
พระราชบญั ญัติ สานักงาน หรอื
การอานวยความ โทรศัพท์มอื ถอื
สะดวกในการ smart phone
พิจารณาอนญุ าต
ของ ทางราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๘
มีการกาหนดให้
ยืน่ คาขอผา่ นสอื่
อิเลก็ ทรอนกิ ส์
แทนการมายน่ื
คาขอดว้ ยตนเอง
ภาครัฐจงึ ควร
เลือกกระบวนงาน
ท่ีเหมาะสมและ
ประชาชนเขา้ ถงึ
ไดโ้ ดยงา่ ย
- ๗๘ -
ที่ แผนงาน/ วตั ถปุ ระสงค์/ ผลผลติ ผลลัพธ์ ระยะ หนว่ ยงาน งบ
โครงการ สาระสาคญั เวลา ท่ีเกย่ี วข้อง ประมาณ
๔ การพฒั นา ๑. จดั หาอปุ กรณ์ ๑. มีอุปกรณ์ ๑. มีอปุ กรณ์ ๒๕๕๙ หนว่ ยงาน/ หนว่ ยงาน/
ระบบเชอื่ มโยง อิเล็กทรอนกิ ส์ อิเล็กทรอนิกส์ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ในการ คณะ คณะ
ข้อมลู ระหวา่ ง เพ่ือจดั เก็บข้อมลู ในการจดั เกบ็ จดั เกบ็ ขอ้ มลู ท่ี กรรมการ กรรมการ
หนว่ ยงาน ในการให้บรกิ าร ขอ้ มลู เพอื่ การ เกยี่ วขอ้ งกับการ ทไ่ี ด้รับ ทไ่ี ด้รบั
ภายในประเทศ ดา้ นการนาเข้า- บริการดา้ น นาเขา้ -ส่งออก เพ่อื มอบหมาย มอบหมาย
ดว้ ยระบบ ส่งออก การนาเข้า- เปน็ ฐานขอ้ มูลชาติ ให้มีหน้าท่ี ให้มีหนา้ ที่
Web Service ๒. พฒั นาระบบ ส่งออก ๒. มีการเช่อื มโยง ในการ ในการ
Cloud ซอฟต์แวรส์ าหรบั ๒. มีระบบ ขอ้ มลู ในการนาเขา้ - พัฒนา พัฒนา
Service และ การเช่ือมโยง ซอฟตแ์ วร์ใน สง่ ออก เป็น ระบบ ระบบ
Trade ข้อมูลระหวา่ ง การเชอ่ื มโยง อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ แบบ Trade Trade
Gateway เอกชนกบั ข้อมูล B2G ครบวงจร Gateway Gateway
หน่วยงานของรฐั G2B และ ๓. ภาครัฐและเอกชน
(B2G) หรือ G2G สามารถใช้ประโยชน์
หนว่ ยงานของรฐั ๓. มีข้อมูล จากฐานขอ้ มลู ในการ
กับหนว่ ยงานของ รายงานและ นาเขา้ -สง่ ออก เพ่อื
รฐั (G2G) ข้อมลู ทาง วิเคราะหข์ อ้ มูลทาง
๓. พฒั นาระบบ สถติ ิ เพอื่ ใช้ การคา้ การลงทนุ
การเช่อื มโยง ในการ
ข้อมูลและบรู ณา วเิ คราะห์
การข้อมลู ภาครฐั ข้อมลู ทาง
ในการใหบ้ ริการ การค้าและ
ด้านการนาเขา้ - การบรกิ ารท่ี
สง่ ออก และการ เกีย่ วข้องกับ
จัดทารายงานทาง การนาเขา้ -
สถติ ิ ส่งออก
- ๗๙ -
ที่ แผนงาน/ วัตถุประสงค์/ ผลผลิต ผลลัพธ์ ระยะ หนว่ ยงาน งบ
เวลา ท่เี กย่ี วข้อง ประมาณ
โครงการ สาระสาคญั
๒๕๕๘ หนว่ ยงาน/ หนว่ ยงาน/
๕ การจัดทา ๑. สารวจ ๑. มีข้อมลู ๑. ภาครฐั สามารถ - คณะ คณะ
กรรมการ กรรมการ
กระบวนงาน กระบวนงานท่มี ี กระบวนงาน ลดข้อมลู ที่มีความ ๒๕๕๙ ทไ่ี ดร้ ับ ทไ่ี ด้รับ
มอบหมาย มอบหมาย
End to End ความซา้ ซ้อน หรือ ทส่ี ามารถลด ซา้ ซอ้ นออกจากการ ใหม้ ีหนา้ ท่ี ให้มีหน้าที่
ในการ ในการ
Process เพ่อื ทาการเรอื่ ง การ ให้บริการดา้ นการ พัฒนา พัฒนา
ธุรกรรม ธรุ กรรม
การบรู ณากา เดียวกันมากกวา่ ดาเนนิ งานท่ี นาเข้า-สง่ ออก ทางอเิ ลก็ ทางอิเล็ก
ทรอนกิ ส์ ทรอนิกส์
ข้อมลู ภาครัฐ ๑ หนว่ ยงาน ซา้ ซอ้ นใน ๒. สามารถสร้าง
ในการ ๒. จดั ทา End to การใหบ้ รกิ าร กระบวนงานที่มีการ
ใหบ้ ริการดา้ น End Process ด้านการ เชอ่ื มโยงและบรู ณา
การนาเข้า- เพ่ือลดข้ันตอน นาเข้า-สง่ ออก การข้อมลู ภาครัฐใน
สง่ ออก กระบวนงานใน ๒. มีขอ้ มูล การใหบ้ รกิ ารดา้ น
การนาเขา้ -ส่งออก กระบวนงาน การนาเข้า-สง่ ออก
๓. บรู ณาการ End to End ๓. ประชาชน
เช่อื มโยงเพือ่ ให้ Process ซึ่ง สามารถใชบ้ ริการใน
การกระบวนงาน ลดขน้ั ตอนท่ี การดาเนินธรุ กรรมท่ี
สามารถ เกี่ยวข้องกบั เกีย่ วขอ้ งกับการ
ดาเนินการแบบ การนาเขา้ - นาเข้า-สง่ ออก ท่มี ี
เบด็ เสรจ็ ณ จดุ ส่งออก กระบวนการ
เดยี ว โดยวิธีการ ๓. มี ให้บริการแบบ
ทาง กระบวนงาน เบ็ดเสร็จ ณ จดุ เดยี ว
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ทบ่ี รู ณาการ ในรปู แบบ
เป็น อิเลก็ ทรอนิกส์
กระบวนการ
กลางทใ่ี ชใ้ น
การ
ให้บรกิ าร
แบบ
เบ็ดเสร็จ ณ
จดุ เดยี ว ใน
รูปแบบอเิ ล็ก
ทรอนกิ ส์
- ๘๐ -
ที่ แผนงาน/ วัตถุประสงค์/ ผลผลติ ผลลพั ธ์ ระยะ หน่วยงาน งบ
โครงการ สาระสาคญั เวลา ท่เี ก่ยี วขอ้ ง ประมาณ
๖ การพัฒนาและ นาขอ้ มูล สามารถ สามารถแลกเปลย่ี น ๒๕๕๘ หน่วยงาน/ หน่วยงาน/
เชื่อมโยงขอ้ มลู อเิ ล็กทรอนิกส์ท่ี เชอ่ื มโยงขอ้ มลู ขอ้ มูลดา้ นการ - คณะกรรม คณะกรรม
ภาครัฐในการ เกีย่ วข้องกับการ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ นาเขา้ -สง่ ออก ๒๕๕๙ การทมี่ ี การทมี่ ี
ให้บรกิ าร ใหบ้ รกิ ารด้านการ ท่ีเกย่ี วข้องกับ ระหวา่ งประเทศ หนา้ ทใี่ น หน้าท่ใี น
นาเขา้ -สง่ ออก นาเข้า-สง่ ออก การให้บรกิ าร ผ่านระบบ NSW การพฒั นา การพัฒนา
ระหวา่ ง ทมี่ ีความจาเป็น ดา้ นการนาเข้า- ระบบ ระบบ
ประเทศด้วย ในการแลกเปลี่ยน สง่ ออกระหว่าง NSW NSW
ระบบ NSW ขอ้ มลู ระหวา่ ง ประเทศด้วย
ประเทศมาพัฒนา ระบบNSW
เชอื่ มโยงข้อมูล
ระหว่างประเทศ
ดว้ ยระบบNSW
๗ การตรวจสอบ ๑. จดั ตง้ั ๑. หนว่ ยงาน ๑. ทาใหท้ ราบข้อมลู ๒๕๕๙ --
- หนว่ ยงาน/ หน่วยงาน/
ประสทิ ธภิ าพ หนว่ ยงาน/ ผ้ทู าการ ประสทิ ธภิ าพในการ คณะ คณะ
๒๕๖๐ กรรมการผู้ กรรมการผู้
การเชื่อมโยง คณะกรรมการเพอื่ ประเมินและ ให้บริการด้านการ มีหนา้ ท่ี มหี น้าที่
รบั ผิดชอบ รับผิดชอบ
และบูรณาการ ทาหนา้ ท่ใี นการ ตรวจสอบ นาเข้า-สง่ ออกของ ในการ ในการ
ตรวจสอบ ตรวจสอบ
ข้อมูลภาครฐั ตรวจสอบ ประสทิ ธภิ าพ ภาครัฐ ประสทิ ธภิ าพ ประสิทธิภาพ
การ การ
และการ ประสทิ ธภิ าพการ การเช่ือมโยง ๒. มีการทบทวนและ เช่ือมโยง เช่ือมโยง
และบูรณา และบรู ณา
ใหบ้ รกิ ารใน เช่ือมโยงและ และบรู ณาการ ปรบั ปรุง การข้อมลู การขอ้ มลู
ภาครัฐ ภาครฐั
การนาเขา้ - บูรณาการขอ้ มลู ข้อมูลภาครฐั กระบวนการในทุก และการ และการ
ใหบ้ ริการใน ให้บริการใน
ส่งออก ภาครัฐ และการ และการ ขัน้ ตอนอย่างตอ่ เนื่อง การนาเข้า- การนาเขา้ -
ส่งออก สง่ ออก
ใหบ้ ริการในการ ใหบ้ ริการในการ
นาเขา้ -สง่ ออก นาเขา้ -สง่ ออก
๒. ให้มกี าร ๒. มีการ
ประเมนิ ประเมนิ
ประสิทธภิ าพใน ประสทิ ธภิ าพใน
การให้บริการ และ การใหบ้ ริการ
ทบทวน และทบทวน
กระบวนงานตาม กระบวนงาน
โครงการการ ตามโครงการการ
เช่อื มโยงและ เช่อื มโยงและ
บูรณาการข้อมลู บูรณาการขอ้ มลู
ภาครฐั ในการ ภาครัฐในการ
ใหบ้ ริการด้านการ ให้บรกิ ารด้าน
นาเข้า-สง่ ออก การนาเข้า-
สง่ ออก
- ๘๑ -
ตารางที่ ๕-๒ ตารางแสดงระยะเวลาดาเนินการเช่ือมโยงและบรู ณาการข้อมูลภาครัฐในการใหบ้ ริการด้านการ
นาเขา้ – สง่ ออก
ระยะเวลาทใี่ ช้ (ปงี บประมาณ)
กจิ กรรม/ข้ันตอน หนว่ ยงาน ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐
ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย.
๑. สร้างคมู่ ือสาหรับประชาชน ตาม หน่วยงานผมู้ ี
พระราชบญั ญตั กิ ารอานวยความ หน้าท่ใี นการ
สะดวกในการพจิ ารณาอนญุ าตของ ใหบ้ ริการ
ทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ สะดวกใน ประชาชน
การพจิ ารณาอนญุ าตของทางราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๘
๒. การจดั ทารายงานการจดั แบง่ หนว่ ยงานผมู้ ี
ประเภท ของกระบวนงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง หน้าทใี่ นการ
ในการนาเขา้ - สง่ ออก ในรปู แบบ ใหบ้ รกิ าร
ของกระบวนงานท่ีตอ้ งมีปฏสิ มั พนั ธ์ ประชาชน
และกระบวนงานท่ีไม่มีปฏสิ มั พนั ธ์
ตอ่ กนั
๓. การเช่อื มโยงและบรู ณาการ หนว่ ยงาน/คณะ
ขอ้ มูลภาครฐั ในการใหบ้ ริการ กรรมการที่ไดร้ บั
ดา้ นการนาเขา้ -สง่ ออก โดย มอบหมายใหม้ ี
Technology Authorization หนา้ ที่ในการ
พฒั นาธรุ กรรม
ทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์
๔. การพฒั นา ระบบเชอ่ื มโยงขอ้ มูล หน่วยงาน/คณะ
ระหวา่ ง หน่วยงานภายในประเทศ กรรมการ ท่ี
ดว้ ยระบบ Web Service Cloud ไดร้ บั มอบหมาย
Service และ Trade Gateway ใหม้ ีหนา้ ทใี่ น
การพฒั นาระบบ
Trade
Gateway
๕. การจัดทากระบวนงาน End to หนว่ ยงาน/คณะ
End Process เพอ่ื การบรู ณากา กรรมการทไี่ ดร้ บั
ขอ้ มูลภาครัฐในการใหบ้ ริการดา้ น มอบหมายใหม้ ี
การนาเขา้ -สง่ ออก หน้าทใ่ี นการ
พฒั นาธรุ กรรม
ทางอเิ ลก็
ทรอนิกส์
๖. การพฒั นาและเช่ือมโยงขอ้ มูล หนว่ ยงาน/
ภาครัฐในการใหบ้ รกิ ารนาเขา้ - คณะกรรมการที่
สง่ ออกระหวา่ งประเทศดว้ ยระบบ มีหนา้ ที่ในการ
NSW พฒั นาระบบ
NSW
๗. การตรวจสอบประสทิ ธภิ าพการ - หน่วยงาน/
เช่ือมโยงและบรู ณาการขอ้ มูลภาครัฐ คณะกรรมการผู้
และการใหบ้ ริการในการนาเขา้ - มีหน้าที่
สง่ ออก รับผดิ ชอบใน
การตรวจสอบ
ประสทิ ธภิ าพ
การเช่อื มโยง
และบรู ณาการ
ขอ้ มูลภาครัฐ
และการ
ใหบ้ รกิ ารในการ
นาเขา้ -สง่ ออก
- ๘๒ -
แผนภาพที่ ๕-๒ แผนภาพแสดงแผนการดาเนินงานการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลภาครัฐในการให้บริการ
ด้านการนาเขา้ – ส่งออก
๒. แนวทางการอานวยความสะดวกทางการค้าโดยการเพิ่มศักยภาพของระบบ
โลจสิ ตกิ สข์ องประเทศ เพ่อื รองรบั การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น (AEC)
- ในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะก่อให้เกิดฐานการผลิตร่วมกัน
ในประเทศอาเซียน อัตราภาษีอากรในอาเซียนมีอัตราเป็น “0” ประเทศไทยในฐานะประเทศที่มี
ความได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ ควรจะมีการเตรียมการในการเพิ่มศักยภาพของระบบโลจิสติกส์ของ
ประเทศ โดยการขจัดอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-tariff barrier) ได้แก่ การต้องดาเนิน
กระบวนการขออนุมัติอนุญาต เพื่อการนาเข้ามาในราชอาณาจักร โดยจัดให้สินค้าได้รับการชะลอ
การดาเนินการตามกฎหมายที่เก่ียวข้องกับการขออนุญาตไว้ก่อน โดยให้ขออนุญาตนาเข้าในขณะนาออก
จากพืน้ ท่ีเฉพาะสินค้าในส่วนที่ใช้บรโิ ภคในราชอาณาจักร
- จัดตั้ง “เขตเศรษฐกิจพิเศษทางศุลกากร” เพ่ือเป็นพื้นท่ีท่ีกาหนดไว้สาหรับการ
ประกอบพาณิชยกรรม หรือกิจการอ่ืนใดท่ีเป็นประโยชนแ์ กก่ ารเศรษฐกจิ ของประเทศ มุ่งเน้นกิจกรรม
ในเชิงพาณิชยกรรมการบริการด้านโลจิสติกส์ และจุดกระจายสินค้าแบบครบวงจร โดยนาสินค้าท่ีมี
ฐานการผลิตอยู่ในประเทศอ่ืน และสินค้านาเข้ามาเพิ่มมูลค่าในพื้นที่ มาทาการบริหารจัดการในการ
กระจายสินค้าส่งเสริมให้นักลงทุนข้ามชาติเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการบริหารการค้าและ
การลงทุน ในการจัดตั้งสานักงานใหญ่ข้ามประเทศ (International Headquarters : IHQ) เพ่ือทา
ธุรกรรม “บริการแก่ธุรกิจในเครือ” หรืออาจจัดต้ังบรรษัทการค้าระหว่างประเทศ (International
Trading Centers: ITC) ในประเทศไทย เพื่อทาธุรกรรม "ซือ้ ขายสินค้า" เป็นหลัก อีกทัง้ ผู้ประกอบการไทย
จะได้ขยายตลาดและสินค้าจากหลากหลายประเทศ เกิดการจ้างงานในประเทศ และทาให้ภาครัฐ
สามารถจดั เก็บภาษเี งนิ ได้เพ่มิ มากข้นึ อนั เป็นการเพ่ิมศกั ยภาพทางเศรษฐกจิ ของประเทศ
- ๘๓ -
แผนภาพที่ ๕-๓ รา่ งพระราชบญั ญตั ิศุลกากร (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... เร่อื ง เขตเศรษฐกิจพเิ ศษทางศุลกากร
บรรณานกุ รม
เอกสารวิจัย
“รายงานผลวิจัยประเทศที่มีความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ๒๕๕๗ (Doing Business 2014)”
(ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http : //www.fti.or.th/2011/download/technical/
Doing_Business_2014_1_643.pdf, ๒๕๕๗.
สมั ภาษณ์
ธง ต้ังศรีตระกูล, ผู้บริหารสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย (Thai Federation on Logistics). สัมภาษณ์.
๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘.
อุรัชฎา เกตุพรหม, เลขานุการและคณะทางานปรับปรุงข้อมูลและระบบ National Single Window
เพอ่ื รองรบั AEC 2015. สมั ภาษณ์. ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘.
บรรยาย
วรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา, ที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการ สานักงานคณะกรรมการพัฒนา
ระบบราชการ บรรยายเร่ือง “โครงการบรู ณาการงานบริการภาครัฐใหม้ ีประสิทธิภาพ”,
๑๗ ธนั วาคม ๒๕๕๗.
สมนึก ครี ีโต, ผอู้ านวยการสถาบนั นวตั กรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บรรยาย
เร่ือง “อนาคต e-Freight และ Port Community Systems สาหรับประเทศไทย เพื่อการ
เตรยี มความพรอ้ มเข้าสู่ AEC”, ๒๑ ตลุ าคม ๒๕๕๗.
สุรางคณา วายุภาพ, ผู้อานวยการสนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)
บรรยายเร่ือง “Standard - Security – Law โครงสร้างพ้ืนฐานท่ีจาเป็นต่อการ
ขับเคลอ่ื น National Single Window”, ๒๕๕๖.
กฎหมาย
“พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙”, ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ ๔๓, ๑๓ สิงหาคม ๒๔๖๙,
หนา้ ๒๗๒-๓๕๖.
“พระราชบัญญัติอานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘”,
ราชกจิ จานเุ บกษา. เลม่ ที่ ๑๓๒, ๒๒ มกราคม ๒๕๕๘, หน้า ๑-๘.
“พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔”, ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ ๑๑๘,
๔ ธันวาคม ๒๕๔๔, หนา้ ๒๖-๔๒.
๘๕
เอกสารท่ไี มต่ พี ิมพ์
ศุลกากร, กรม. “คู่มือการบันทึกข้อมลู ระบบ e-Export”. คู่มอื ปฏบิ ัตงิ าน. ๒๕๕๖.
ศลุ กากร, กรม. “คู่มือการบันทึกข้อมูลระบบ e-Import”. ค่มู ือปฏบิ ตั งิ าน. ๒๕๕๖.
ศุลกากร, กรม. “รายงานผลการศกึ ษาการบริหารจดั การชายแดนรว่ มกัน (Coordinated Border
Management (CBM))”. ๒๕๕๗.
ศุลกากร, กรม. “สถานะการดาเนินการเชอ่ื มตอ่ National Single Window ในปจั จุบัน”. ๒๕๕๘.
ศุลกากร, กรม. “สรปุ สาระสาคัญของความตกลงว่าด้วยการอานวยความสะดวกทางการคา้
(Agreement on Trade Facilitation: TFA)”. ๒๕๕๘.
ฐานข้อมูลอเิ ล็กทรอนกิ ส์
“การอานวยความสะดวกทางการค้าและแนวทางการพฒั นาขดี ความสามารถทางการแข่งขันของไทย”
(ออนไลน์). เขา้ ถึงไดจ้ าก : http://www.commercethaiusa.org/oca/wp-content
/uploads/PDF/Competitiveness_CustomsMutualAssistanceAgreement.pdf, ๒๕๕๘.
“ความตกลงวา่ ด้วยการอานวยความสะดวกทางการค้า (AGREEMENT ON TRADE FACILITATION : TFA)”
(ออนไลน)์ . เข้าถึงไดจ้ าก : http://www2.moc.go.th/ewt_dl_link. .php?nid=7500
&filename=status, ๒๕๕๘.
“ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนภุ ูมิภาคลมุ่ แม้่นา้ โขง (Greater Mekong Sub-Region : GMS)”
(ออนไลน)์ . เข้าถึงไดจ้ าก : http://vigcollab.mot.go.th, ๒๕๕๘.
“นโยบายดจิ ิทลั เพื่อเศรษฐกิจและสงั คม (Digital Economy)” (ออนไลน์). เขา้ ถึงไดจ้ าก : http://
www.mict.go.th/view/1/Digital%20Economy, ๒๕๕๘.
“แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๖๐”
(ออนไลน์). เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : http://www.nesdb.go.th, ๒๕๕๘.
“แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสตกิ ส์ของประเทศไทย ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๖๐)” (ออนไลน์).
เข้าถึงได้จาก : http://www.news.mot.go.th/motc/portal/graph/logistic2.pdf, ๒๕๕๘.
“พระราชบัญญตั ิการอานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ประชาชน
ได้อะไร” (ออนไลน์). เขา้ ถึงได้จาก : http://www.opdc.go.th/page.php?url=tab_
view&cat=N&id=471, ๒๕๕๘.
“พระราชบญั ญตั ิการอานวยความสะดวกในการพจิ ารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘”
(ออนไลน์). เข้าถึงไดจ้ าก: ttp://library2.parliament.go.th/giventake/content_nla2557/
law4-220158-1.pdf, ๒๕๕๘.
“ระบบ National Single Window (NSW)” (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://wiki.mof.go.th/
mediawiki/index.php/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A_
National_Single_Window_(NSW), ๒๕๕๘.
๘๖
“การศึกษาแนวทางการขบั เคลื่อนการพัฒนารฐั บาลอิเล็กทรอนกิ ส์ของประเทศไทยภายใต้โครงการส่งเสรมิ
ศกั ยภาพบุคลากรด้านนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารของประเทศไทย”
(ออนไลน)์ . เขา้ ถึงได้จาก : http://www.mict.go.th/assets/portals/1/files/4_cha
%20_22.pdf, ๒๕๕๘.
ประวตั ยิ อ่ ผู้วจิ ัย
ชอื่ นางชลิดา พนั ธก์ ระวี
วนั เดือน ปเี กิด ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๐๖
การศึกษา ปี ๒๕๒๓ – ๒๕๒๖ นิติศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปี ๒๕๓๑ – ๒๕๓๓ นติ ศิ าสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั
ปี ๒๕๔๘ – ๒๕๔๙ เนตบิ ัณฑิตไทย
ประวัตกิ ารทางานโดยยอ่
- ผู้เช่ียวชาญเฉพาะด้านกฎหมายและระเบียบพิธีการศลุ กากร (๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑)
- นายดา่ นศุลกากรแม่กลอง ดา่ นศลุ กากรแม่กลอง (๑๐ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๓)
- ผอู้ านวยการสานกั สทิ ธปิ ระโยชนท์ างภาษีอากร (๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๓)
- ผ้อู านวยการสานักงานศุลกากรตรวจสนิ ค้าทา่ อากาศยานสุวรรณภมู ิ (๑๔ พฤศจกิ ายน ๒๕๕๔)
ตาแหนง่ ปจั จุบัน ผู้อานวยการสานกั งานศลุ กากรตรวจสินคา้ ท่าอากาศยานสวุ รรณภูมิ
กรมศลุ กากร กระทรวงการคลัง
การปฏบิ ตั ิงานพเิ ศษ
- อาจารยพ์ เิ ศษภาควิชาปกติ คณะนิติศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ วชิ ากฎหมายศุลกากร
- อาจารยพ์ เิ ศษรว่ มบรรยาย มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ หลักสตู รประกาศนียบัตรกฎหมายภาษอี ากร
- อาจารยพ์ ิเศษรว่ มบรรยาย มหาวทิ ยาลัยรามคาแหง หลกั สตู ร MBA Logistics