๒หน่วยการเรียนรู้ท่ี การอ่านในชีวติ ประจาวนั
• การอ่านเป็ นกระบวนการรับรู้และเข้าใจ
ความหมายของตวั หนงั สือ หรือจากขอ้ ความที่
เป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
• ผูอ้ ่านจะใช้ความรู้ ความคิด ความเช่ือ และ
ประสบการณ์เดิมของตนเชื่อมโยงกบั ส่ิงที่ได้
อ่าน เพื่อให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ และความ
บนั เทิง
• ในขณะท่ีอ่าน ผู้อ่านอาจมีความรู้สึก ความ
คิดเห็นท้ังในเชิงคล้อยตาม หรือขัดแย้งกับ
ผเู้ ขียนกไ็ ด้
• ในชีวิตประจาวนั ผอู้ ่านอาจมีโอกาสไดอ้ ่านสาร
อย่างหลากหลาย เป็ นต้นว่า สารท่ีให้ความรู้
ความบนั เทิง จรรโลงจิตใจ หรือโนม้ นา้ ว
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
สาร เรื่องราว หรือเน้ือหาท่ีผูอ้ ่านตอ้ งอ่าน หรือเลือกอ่านตามความสนใจอยู่ใน
รูปแบบหลากหลาย โดยอาจเป็นงานเขียนเชิงวิชาการ บนั เทิงคดี หรือสารคดี ซ่ึงงานเขียนแต่ละ
ประเภทจะใชร้ ะดบั ความสามารถในการอ่านแตกต่างกนั เพื่อให้การอ่านในแต่ละคร้ังเป็นการ
อ่านท่ีมีประสิทธิภาพ
ประเภทของสารทจ่ี ะต้องอ่านในชีวิตประจาวนั
งานเขยี นทางวิชาการ มีลกั ษณะสาคญั ดงั น้ี
• ขอ้ เขียนท่ีมีเน้ือหา ขอ้ มูล ความรู้ หรือทฤษฎีต่างๆ
• มุ่งใหผ้ อู้ ่านเกิดความรู้ เพ่มิ พนู ความคิด สติปัญญา
• มีวธิ ีการนาเสนอท่ีเป็นแบบแผน ใชค้ าศพั ทเ์ ฉพาะทาง มีการอา้ งอิงแหล่งขอ้ มูล
ท่ีใชป้ ระกอบการเรียบเรียงในรูปเชิงอรรถ และบรรณานุกรม
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
ประเภทของสารทจี่ ะต้องอ่านในชีวติ ประจาวนั
งานเขยี นบันเทงิ คดี มีลกั ษณะสาคญั ดงั น้ี
• คาวา่ “บนั เทิงคดี” เป็นศพั ทบ์ ญั ญตั ิของคาที่ยมื มาจากภาษาองั กฤษ คือ “fiction”
• งานเขียนที่เป็นเรื่องสมมติ หรือเรื่องราวที่แต่ง ที่สร้างสรรคข์ ้ึนจากจินตนาการ
ของผเู้ ขียน เนน้ ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน
• งานเขียนบนั เทิงคดีบางเรื่องก็อาจใหค้ วามรู้ แง่คิด ขอ้ คิดบางอยา่ งไวด้ ว้ ย เช่น
อาจมีการสอดแทรกแนวคิด สจั ธรรมของชีวติ กฎแห่งกรรม เป็นตน้
• งานเขียนบนั เทิงคดี เช่น นิทาน เร่ืองส้นั นวนิยาย บทละคร เป็นตน้
งานเขยี นสารคดี มีลกั ษณะสาคญั ดงั น้ี
• คาว่า “สารคดี” เป็ นศพั ท์บัญญตั ิของคาที่ยืมมาจากภาษาองั กฤษ คือ “non-
fiction”
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
ประเภทของสารทจี่ ะต้องอ่านในชีวิตประจาวนั
งานเขยี นสารคดี มีลกั ษณะสาคญั ดงั น้ี
• เป็นงานเขียนที่ไม่ใช่เร่ืองสมมติ หรือเร่ืองแต่ง
• เขียนข้ึนจากขอ้ เทจ็ จริงของบุคคล สถานท่ี เหตุการณ์ หรือสิ่งที่เกิดข้ึนจริง
• มุ่งเนน้ ที่จะให้สาระความรู้ และมีความถูกตอ้ งเป็ นสาคญั แต่ไม่เนน้ หนกั ทาง
วิชาการ อาจกล่าวไดว้ า่ งานเขียนสารคดีใหส้ าระความรู้เช่นเดียวกบั งานเขียน
ทางวิชาการ และให้ความเพลิดเพลินเช่นเดียวกบั บนั เทิงคดี จึงถือเป็ นรอยต่อ
ของงานวชิ าการกบั งานบนั เทิงคดี
• สานวนภาษาท่ีใชไ้ ม่มีแบบแผนตายตวั ข้ึนอยกู่ บั ความสามารถของผเู้ ขียนแต่ละ
คนท่ีจะเรียบเรียงเน้ือหาสาระของน่าอ่าน ชวนใหต้ ิดตามมากนอ้ ยเพียงใด เช่น
การใชภ้ าษาที่เป็นกนั เองกบั ผอู้ ่าน ยกตวั อยา่ งเรื่องใกลต้ วั ผอู้ ่านประกอบ หรือมี
การเปรียบเทียบเพอื่ ใหเ้ ห็นภาพชดั เจน
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
งานเขียนแต่ละประเภทจะใชร้ ะดบั ความสามารถในการอ่านแตกต่างกนั เพื่อใหก้ าร
อ่านในแต่ละคร้ังเป็ นการอ่านที่มีประสิทธิภาพ ความสามารถทางการอ่าน เป็ นส่ิงที่จะตอ้ ง
ฝึ กฝนอยา่ งสม่าเสมอแบบค่อยเป็ นค่อยไป และระดบั ความสามารถแต่ละข้นั ก็จะเป็ นพ้ืนฐาน
ของการอ่านในระดบั สูงต่อไป
การอ่านเพ่ือจับใจความสาคัญ
ธรรมชาติของการอ่านจบั ใจความ มีลกั ษณะสาคญั ดงั น้ี
• เป็ นการอ่านเพ่ือเก็บสาระสาคญั ของเรื่องท่ีอ่าน เช่น เน้ือหา ความรู้ ความคิด
และทรรศนะของผเู้ ขียน
• ผูอ้ ่านจะประสบความสาเร็จในการจบั ใจความหรือไม่ ข้ึนอยู่กบั ปัจจยั หลาย
ประการ เช่น ความรู้พ้ืนฐานเกี่ยวกบั เรื่องท่ีอ่าน ความสามารถทางภาษา ความ
พร้อมของผอู้ ่าน เป็นตน้
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
การอ่านเพ่ือจบั ใจความสาคัญ
ประเภทของการอ่านจบั ใจความ มี ดงั น้ี
• การอ่านจบั ใจความโดยรวม คือ การสังเกตหัวขอ้ ใหญ่ หวั ขอ้ รองของเน้ือหา
อยา่ งรวดเร็ว เพือ่ จดั ลาดบั ความสมั พนั ธ์ เชื่อมโยงของเน้ือหา
• การอ่านจบั ใจความสาคญั คือ การอ่าน
ต่อจากแนวทางแรก โดยท่ีผอู้ ่านตอ้ งอ่าน
อยา่ งละเอียดเพื่อสรุปใจความสาคญั ของ
เร่ืองให้ได้ โดยอาจใช้วิธีขีดเส้นใต้ ทา
เคร่ืองหมาย หรือจดบนั ทึกยอ่ ลงในสมุด
ผอู้ ่านตอ้ งมีความสามารถในการแยกแยะ
ว่า ข้อความใดเป็ นใจความสาคัญ
ขอ้ ความใดเป็ นพลความ หรือขอ้ ความ
สนบั สนุนใจความสาคญั
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
การอ่านเพื่อจบั ใจความสาคัญ
ตาแหน่งของใจความสาคญั มีลกั ษณะ ดงั น้ี
• ใจความสาคญั อยตู่ น้ ยอ่ หนา้ เป็นยอ่ หนา้ ท่ีพบมากที่สุด ผอู้ ่านจะคน้ หาใจความ
สาคญั ไดท้ นั ที โดยประโยคที่อยถู่ ดั ไปจะทาหนา้ ที่ขยายความประโยคแรกให้
ชดั เจน
“กระชอนเป็ นเคร่ืองกรองของเหลวชนิดหนึ่ง สานด้วยตอก
ไม้ไผ่เป็ นตาถี่ๆ รูปร่ างคล้ายมะนาวตัด หรือบางทีทาขอบปากเป็ น
สี่เหลี่ยม มีหูสาหรับวางพาดปากหม้อ ปากชามเพ่ือกรองกะทิ กรอง
เมล็ดพันธ์ุพืช หรือใช้ตากเมล็ดพืชเล็กๆ ได้แก่ เม็ดแตงกวา ฟัก แฟง
แตงไทย แตงโม เป็ นต้น”
(วบิ ูลย์ ลี้สุวรรณ, ๒๕๔๖, หน้า ๑๙)
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
การอ่านเพ่ือจบั ใจความสาคัญ
ตาแหน่งของใจความสาคญั มีลกั ษณะ ดงั น้ี
• ใจความสาคญั อยู่ตอนท้ายย่อหน้า ผูเ้ ขียนจะข้ึนตน้ ย่อหน้าดว้ ยประโยคพล
ความ หรือประโยคขยายความก่อน แลว้ จึงสรุปด้วยประโยคที่เป็ นใจความ
สาคญั
“ในวงการธุรกิจ การส่ือสารด้วยวิธีการเขียนเป็ นสิ่งหน่ึงท่ี
สาคัญยิ่ง การเขียนในทางธุรกิจมีหลายประเภท เช่น การเขียนเอกสาร
การประชุม การเขยี นรายงาน การเขียนจดหมายธุรกิจ การเขียนเอกสาร
จ้างและการสมัครงาน และการเขียนเอกสารเพ่ือประชาสัมพันธ์ การ
เขียนแต่ละประเภทมีวิธีการเขียนท่ีแตกต่างกัน ผู้มีหน้าท่ีเขียนเพื่อการ
สื่อสารทางธุรกิจจาเป็ นต้องเลือกใช้วิธีการเขียนให้เหมาะสมกับการ
เขยี นแต่ละประเภท”
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
การอ่านเพื่อจบั ใจความสาคัญ
ตาแหน่งของใจความสาคญั มีลกั ษณะ ดงั น้ี
• ใจความสาคญั อยู่ตอนกลางย่อหน้า ผูอ้ ่านจะต้องอ่านแต่ละประเด็น แต่ละ
ประโยค แลว้ พิจารณาวา่ ประโยคใดสาคญั ท่ีสุด ท่ีเชื่อมโยงประโยคขยายความ
อื่นๆ เขา้ ไวด้ ว้ ยกนั
“ครอบครัวคนไทยรับประทานอาหารพร้ อมกัน วางสารับ
กับข้าวไว้กลางวง มารยาทในการรับประทานอาหาร จึงเป็ นเร่ืองหนึ่งท่ี
ผ้ใู หญ่อบรมเดก็ เช่น ไม่มูมมาม ไม่เคี้ยว หรือซดเสียงดงั ไม่พูดเมื่ออาหาร
เต็มปาก รู้จักใช้ช้อนกลาง แม้ในบางท้องถ่ินที่รับประทานข้าวเหนียวนึ่ง
ลกู หลานได้รับการส่ังสอนให้หยบิ ข้าวพอคา และเปิ บข้าวอย่างเรียบร้อย”
(สารานุกรมไทยสาหรับเยาวชนฯ ฉบับเสริมการเรียนรู้ เล่ม ๒, ๒๕๔๘ น.
๖๗)
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
การอ่านเพ่ือจับใจความสาคัญ
ตาแหน่งของใจความสาคญั มีลกั ษณะ ดงั น้ี
• ใจความสาคญั อยตู่ อนตน้ และตอนทา้ ยย่อหนา้ โดยประโยคใจความสาคญั จะ
วางอย่ปู ระโยคแรก และจะมีการย้าอีกคร้ังในประโยคสุดทา้ ย ซ่ึงประโยคท้งั
สองจะมีเน้ือความใกลเ้ คียงกนั
“ในการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ ส่ิงที่เป็ นเคร่ืองมือสาคัญอย่าง
หน่ึงคือจดหมาย เพราะจดหมายสามารถเกบ็ ไว้เป็ นหลักฐานได้ โดยอาจใช้
เป็ นหลักฐานในการปฏิบัติงาน หรือใช้ เป็ นหลักฐานในทางกฎหมาย
นอกจากนี้การเขียนจดหมายยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ผู้เขียน
จดหมายสามารถเขียนข้อความต่างๆ ตามที่ต้องการได้ครบถ้วนสมบูรณ์
โดยเสียค่าส่งไม่มากนัก ในวงการธุรกิจจึงนิยมใช้จดหมายเป็ นเคร่ืองมือ
ติดต่อสื่อสารทสี่ าคญั อย่างหนึ่ง”
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
การอ่านเพ่ือจับใจความสาคัญ
แนวทางการอ่านจบั ใจความสาคญั มีข้นั ตอนปฏิบตั ิ ดงั น้ี
• พิจารณาช่ือเร่ือง เพราะเป็นใจความสาคญั ท่ีสุด คือกุญแจวิเคราะห์ประเด็นใน
เรื่อง หากเร่ืองท่ีอ่านมีขนาดยาว หรือเป็ นงานเขียนเชิงวิชาการท่ีมีการระบุ
หวั ขอ้ ยอ่ ย กใ็ หส้ งั เกตหวั ขอ้ ยอ่ ยเหล่าน้ีดว้ ย
• อ่านอยา่ งคร่าวๆ หรืออ่านเพื่อเก็บใจความโดยรวม ว่าเป็ นเร่ืองเก่ียวกบั อะไร
แต่ละยอ่ หนา้ หรือหวั ขอ้ สมั พนั ธ์กนั อยา่ งไร
• อ่านเก็บรายละเอียด พิจารณาจับใจความสาคัญในแต่ละย่อหน้า โดยใช้
เคร่ืองหมายกากบั หรือเน้นขอ้ ความด้วยปากกาเน้นข้อความ ในการคน้ หา
ใจความสาคญั ผูอ้ ่านตอ้ งตดั ส่วนท่ีเป็ นพลความออก เช่น การให้คาอธิบาย
ตวั อย่าง การเปรียบเทียบ เพราะรายละเอียดเหล่าน้ีเป็ นพลความท่ีสนับสนุน
ประเดน็ หลกั
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
การอ่านเพ่ือจบั ใจความสาคัญ
แนวทางการอ่านจับใจความสาคญั มีข้นั ตอนปฏิบตั ิ ดงั น้ี
• ขณะอ่านหากพบคายาก คาท่ีไม่ทราบความหมายมาก่อน ควรเดาความหมาย
จากบริบท หรือขอ้ ความแวดลอ้ ม หากไม่ทราบใหเ้ ปิ ดหาจากพจนานุกรม
• เมื่ออ่านจบให้ต้ังคาถามกับ
ตนเองว่า เรื่ องที่อ่านน้ันเป็ น
เรื่องอะไร ใคร ทาอะไร ที่ไหน
เม่ือไร อยา่ งไร และทาไม
• สรุปใจความสาคญั เรียบเรียง
ดว้ ยสานวนภาษาของตนเอง ก็
จะไดร้ ับสาระสาคญั ของเร่ือง
ที่ผเู้ ขียนมีเจตนาส่ือสาร
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
การอ่านวนิ ิจสาร เป็นความสามารถในการอ่านที่พฒั นาข้ึนจากการอ่านเพ่ือจบั ใจความ
สาคัญ แต่อย่างไรก็ตามผู้อ่านก็จะต้องใช้ทักษะการอ่านจับใจความสาคัญเป็ นพ้ืนฐาน
ความสามารถในระดบั น้ี จะถูกนาไปใชเ้ ม่ือผอู้ ่านจะตอ้ งอ่านสารท่ีผเู้ ขียนมีเจตนาแฝงนยั ยะ หรือ
ขอ้ คิดใหแ้ ก่ผอู้ ่าน เช่น นินาน เร่ืองส้ัน นวนิยาย ร้อยกรอง กวีนิพนธ์ ซ่ึงหากผรู้ ับสารอ่านแลว้ ได้
เพียงความบนั เทิง กไ็ ม่ถือวา่ ผอู้ ่านไดร้ ับ “สาร” อยา่ งสมบูรณ์
การอ่านวนิ ิจสาร
แนวทางการอ่านวนิ ิจสาร มีข้นั ตอน ดงั น้ี
• ทาความเข้าใจเน้ือหา หรือเน้ือเร่ืองโดยสมบูรณ์ เช่น เน้ือหาเก่ียวกับอะไร
เรื่องราวเป็ นอยา่ งไร ใคร ทาอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เป็ นตน้ หรืออาจ
เรียกวา่ “อ่านเอาเร่ือง”
• วิเคราะห์ คือ การจาแนกสิ่งท่ีอ่านวา่ ส่วนใดเป็นขอ้ เท็จจริง จะตอ้ งตรวจสอบ
ไดว้ ่าเป็ นจริงหรือเท็จ ส่วนใดเป็นขอ้ คิดเห็น หรือความรู้สึกของผเู้ ขียน ซ่ึงมกั
ปรากฏคาที่แสดงการคาดคะเน การตดั สิน ซ่ึงผูอ้ ่านจะเชื่อหรือไม่ให้ดูจาก
เหตุผลที่นามาสนบั สนุน
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
การอ่านวนิ ิจสาร/แนวทางการอ่านวินิจสาร
• ตีความ คือ การกลน่ั กรองความหมาย หรือเจตนาท่ีแทจ้ ริงของผเู้ ขียนออกมาให้
ได้ โดยผอู้ ่านจะตอ้ งใชค้ วามรู้ ความคิด ประสบการณ์เดิมของตนเชื่อมโยงเพื่อ
ทาความเข้าใจ หาความหมายจากสิ่งที่อ่าน เพราะคาบางคา ข้อความบาง
ขอ้ ความก็อาจสื่อความหมายทว่ั ไป ที่ปรากฏในพจนานุกรม แต่กม็ ีจานวนมาก
ที่มีความหมายแฝง
“หอกระจายข่าว”
ความหมายนัยตรง คือ อาคารทใี่ ช้เป็ นทแี่ จ้งหรือประกาศข่าว
“เขาเป็ นหอกระจายข่าวประจาบริษัทของเรา”
จากประโยคนี้ คาว่า หอกระจายข่าว จะมคี วามหมายนัย
ประหวดั ใช้ในความหมายเปรียบ หมายถงึ ผู้ทสี่ ามารถเล่าเรื่อง
ให้เป็ นทร่ี ับรู้กนั อย่างแพร่หลายและรวดเร็ว
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
การอ่านวินิจสาร หากฝึ กฝนอย่างสม่าเสมอจะทาให้ผู้อ่านเป็ นผู้มีวิจารณญาณ
นอกจากจะจบั ใจความสาคญั ของเรื่องไดค้ รบถว้ นแลว้ ยงั เขา้ ใจเจตนาของผเู้ ขียน ได้แสดงความ
คิดเห็นต่อเรื่องที่อ่าน ไดต้ ดั สินใจวา่ จะเชื่อสิ่งท่ีผเู้ ขียนส่ือสารหรือไม่
การอ่านประเมนิ ค่า
ธรรมชาติของการอ่านประเมนิ ค่า มีลกั ษณะสาคญั ดงั น้ี
• เรียกอีกอย่างหน่ึงว่า การอ่านประเมินค่า
เป็ นความสามารถในการอ่านระดบั สูง ที่
พฒั นามาจากการอ่านวนิ ิจสาร
• ผอู้ ่านจาเป็นตอ้ งมีประสบการณ์ในการอ่าน
อย่างหลากหลาย และช่าชอง มีความรู้
รอบตวั ความคิด ประสบการณ์เดิมของตน
เพื่อใชเ้ ช่ือมโยงทาความเขา้ ใจ
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
การอ่านประเมนิ ค่า/ธรรมชาติของการอ่านประเมนิ ค่า
• การอ่านประเมินค่า เป็นเร่ืองของการตดั สินส่ิงท่ีอ่านดว้ ยหลกั เหตุผล ทฤษฎี วา่
สิ่งที่อ่านน้ันดี หรือไม่ดีอย่างไร มีข้อเด่น ข้อด้อยอะไร ไม่ใช่ตัดสินด้วย
ความคิด ความเช่ือ หรือความรู้สึกของผอู้ ่าน
• ผอู้ ่านตอ้ งทาความเขา้ ใจเร่ืองท่ี
อ่านอย่างรอบคอบ รอบด้าน
เพ่ือให้มีข้อมูลมากพอที่ จะ
นาไปวิพากษ์วิจารณ์ แสดง
ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ต ร ว จ ส อ บ
ค ว า ม ถู ก ต้อ ง ข อ ง ข้อ มู ล ที่ ไ ด้
จากการอ่านเปรี ยบเทียบกับ
ขอ้ มูลจากแหล่งอ่ืน
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
การอ่านประเมนิ ค่า
แนวทางการอ่านประเมินค่า มีข้นั ตอน ดงั น้ี
• อ่านทาความเขา้ ใจเน้ือหา หรือเน้ือเร่ืองโดยสมบูรณ์
• วิเคราะห์ หรือจาแนกสิ่งท่ีอ่านออกเป็ นส่วนๆ เช่น หากอ่านเรื่องที่นาเสนอ
เน้ือหาเชิงวชิ าการ ก็จะตอ้ งแยกแยะไดว้ า่ ขอ้ มูลส่วนใดเป็นขอ้ เทจ็ จริง ส่วนใด
เป็ นขอ้ คิดเห็น หากเป็ นการอ่านเรื่องบนั เทิงคดี เช่น นิทาน เร่ืองส้ัน นวนิยาย
ผอู้ ่านตอ้ งแยกแยะส่วนประกอบของเรื่องได้ เช่น โครงเรื่อง แก่นเร่ือง เจตนา
ของผเู้ ขียน น้าเสียง คุณค่า หรือขอ้ คิด
• ตีความ เพื่อกลน่ั กรองความหมาย หรือเจตนาที่แทจ้ ริงของผเู้ ขียน
• วิจารณ์ หรือบอกไดว้ ่าส่วนประกอบเหล่าน้นั มีลกั ษณะเป็ นอย่างไร หากอ่าน
เรื่องเชิงวชิ าการ จะตอ้ งระบุความน่าเช่ือถือของขอ้ มูลได้ แต่ถา้ เป็นเร่ืองบนั เทิง
คดี จะตอ้ งระบุวธิ ีการของผเู้ ขียน ขอ้ ดี ขอ้ ดอ้ ย พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุง
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
การอ่านประเมนิ ค่า/แนวทางการอ่าน
• ประเมินค่า คือ การตดั สินว่าส่ิงผูเ้ ขียนนาเสนอ หรือส่งมาน้นั มีคุณค่าอย่างไร
มากน้อยเพียงใด ซ่ึงการจะประเมินค่าได้น้ัน จาเป็ นอย่างย่ิงที่ผูอ้ ่านจะต้อง
วิเคราะห์ วิจารณ์เร่ืองที่อ่านโดยละเอียด การประเมินค่าเป็ นเร่ืองของความ
คิดเห็นส่วนตวั ผอู้ ่านแต่ละคนอาจใหค้ ่าต่อเร่ืองที่อ่านแตกต่างกนั
การอ่านประเมินค่า เป็นเรื่องของการตดั สิน ใหค้ ่าเร่ืองท่ีไดอ้ ่าน ซ่ึงความน่าเช่ือถือ
ของการตดั สิน เกิดข้ึนจากผลการวิเคราะห์องค์ประกอบส่วนต่างๆ ของเร่ืองท่ีอ่านอย่าง
ละเอียดรอบคอบ อยูบ่ นพ้ืนฐานของขอ้ เท็จจริง ไม่ใช่การตดั สินบนความรู้สึกส่วนตวั ของผู้
ประเมิน
๒ การอ่านในชีวติ ประจาวนั
บทสรุป
มนุษยไ์ ม่สามารถหลีกเลี่ยง “การอ่าน” ซ่ึงเป็นกิจกรรมที่สาคญั ได้ ตราบใดท่ีมนุษยย์ งั
มีความจาเป็ นตอ้ งรับสาร เพ่ือให้ตนเองรับรู้ เขา้ ใจความหมาย และตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ได้
ถูกตอ้ ง
ทุกช่วงวยั ของชีวิตตอ้ งอาศยั การอ่าน ไม่ว่าจะเป็ นวยั เด็ก ซ่ึงจาเป็ นจะตอ้ งศึกษาเล่า
เรียน ก็ตอ้ งใชค้ วามสามารถในการอ่านเพื่อแสวงหา สะสมความรู้ นาไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ใน
อนาคต ส่วนวยั ทางานก็ต้องอาศยั การอ่านทาความเข้าใจเพ่ือให้ตนเองปฏิบตั ิงานได้ทุกตัว
นอกจากน้ีการเป็ นส่วนหน่ึงของสังคม เป็ นพลเมืองของโลก ก็ตอ้ งอาศยั การอ่านเพ่ือทาความ
เขา้ ใจกฎ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั หรือกติกาต่างๆ เพื่อให้ปฏิบตั ิตนไดถ้ ูกตอ้ ง สามารถอยู่ร่วมกนั ได้
อยา่ งปกติสุข
นอกจากการอ่านจะเป็ นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ช่วยให้ปฏิบตั ิตนไดถ้ ูกตอ้ ง
แลว้ ยงั สามารถใชเ้ ป็ นเครื่องมือในการแสวงหาความบนั เทิง เพลิดเพลินใหแ้ ก่จิตใจ ดงั น้นั การ
อ่านจึงเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความสมดุลใหแ้ ก่ชีวติ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี