The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภาษากับการสื่อสาร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ubonrat Somyaprasert, 2020-05-15 03:46:08

ภาษากับการสื่อสาร

ภาษากับการสื่อสาร

๑ ภาษากบั การสื่อสาร

ในแต่ละสังคมยอ่ มมีบุคคลท่ีแตกต่างหลากหลายท้งั ในดา้ นเพศ อายุ การศึกษา ฐานะ
ทางเศรษฐกิจ การเลือกใช้ภาษาของแต่ละบุคคลจึงแตกต่างกนั ไปด้วย ผูส้ ่ือสารจาเป็ นต้องมี
ความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การใชภ้ าษาใหเ้ หมาะสมกบั บุคคล กาลเทศะไม่วา่ จะเป็ นการส่งสาร
ดว้ ยการเขียนหรือการพดู

ปัจจัยท่ตี ้องคานึงถึงเมื่อ้ภ้ภาษา

ชาติวุฒิ เป็ นการกาหนดสถานภาพของบุคคลโดยอาศยั ชาติกาเนิดเป็ นเกณฑ์ ได้แก่
พระมหากษตั ริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ หรือชนช้นั เจา้ นาย และสามญั ชน เม่ือจะพดู หรือเขียนสื่อสาร
กจ็ ะตอ้ งเลือกใชถ้ อ้ ยคาใหเ้ หมาะสม

คณุ วฒุ ิ เป็นการกาหนดสถานภาพของบุคคลโดยใชร้ ะดบั การศึกษาเป็นเกณฑ์ เช่น การ
พูดหรือเขียนส่ือสารกบั บุคคลที่มีระดบั การศึกษาสูง หรืออยูใ่ นวงวิชาการ ผูส้ ื่อสารยอ่ มเลือกใช้
ถอ้ ยคาเฉพาะ คาในวงวิชาการ หรือคาภาษาต่างประเทศได้ ในเรื่องเดียวกนั น้ีหากส่ือสารกบั บุคคล
ธรรมดา ท่ีมีระดบั การศึกษาไม่สูง ผูส้ ื่อสารก็จะตอ้ งปรับการใชถ้ อ้ ยคาใหม้ ีลกั ษณะตรงไปตรงมา
ส่ือความครบถว้ น อธิบายใหเ้ ห็นภาพ

๑ ภาษากบั การส่ือสาร

ปัจจัยท่ีต้องคานึงถึงเม่ือ้ภ้ภาษา

วยั วฒุ ิ เป็นการกาหนดสถานภาพของบุคคลโดยใชอ้ ายเุ ป็นเกณฑ์ บางคร้ังเมื่อคนต่างวยั
ตอ้ งติดต่อสื่อสารกนั โดยเฉพาะผูส้ ูงอายุกับวยั รุ่นก็มกั จะมีปัญหาเรื่องคาศพั ท์ที่ใช้ เพราะใน
ปัจจุบนั มีศพั ทเ์ กิดใหม่จานวนมาก

อาชีพ เป็ นการกาหนดสถานภาพของบุคคลโดยใช้หน้าที่เป็ นเกณฑ์ กล่าวคือ ผูท้ ี่มี
อาชีพต่างกนั ยอ่ มมีความคุน้ เคยกบั การใชค้ าศพั ทเ์ ฉพาะอาชีพ หรือคาศพั ทเ์ ฉพาะวงการ หากมีการ
ส่ือสารกนั โดยต่างฝ่ายต่างไม่ไดท้ าความเขา้ ใจถอ้ ยคาของอีกฝ่ ายไวก้ ่อน กอ็ าจเขา้ ใจผดิ พลาดหรือ
คลาดเคล่ือนได้

เพศ เป็นการกาหนดสถานภาพของบุคคลโดยใชเ้ พศสภาพเป็นเกณฑ์ กล่าวคือ บุคคล
ต่างเพศกนั จะมีการใช้ถ้อยคา สานวนแตกต่างกนั ซ่ึงการส่ือสารดว้ ยภาษาพูดของกลุ่มคนเพศ
เดียวกนั ยอ่ มลดความสุภาพ ความเป็นทางการลงได้ แต่เม่ือตอ้ งสื่อสารกบั บุคคลต่างเพศกส็ ามารถ
ปรับเปลี่ยนถอ้ ยคาใหม้ ีความสุภาพมากกวา่ ปกติ

๑ ภาษากบั การส่ือสาร

ปัจจัยทต่ี ้องคานึงถึงเม่ือ้ภ้ภาษา

ความสัมพนั ธ์ระหว่างบุคคล หรือความสนิทสนมของบุคคลกม็ ีส่วนทาใหก้ ารใชภ้ าษา
ท้งั ในการเขียนและการพูดแตกต่างกนั ไปดว้ ย กล่าวคือ ผูท้ ่ีมีความสนิทสนมกนั มากกว่ายอ่ มลด
ระดบั ความเป็ นทางการลง และบางคร้ังอาจลดความสุภาพลงดว้ ย ในขณะที่ผูท้ ี่ไม่สนิทสนมกนั
หรือเป็นบุคคลแปลกหนา้ ยอ่ มใชภ้ าษาพูดสื่อสารในระดบั ที่เป็นทางการ และความสุภาพมากกวา่
ดงั น้นั ทุกคร้ังท่ีตอ้ งติดต่อสื่อสารกบั ผูอ้ ื่น จึงตอ้ งประเมินสถานภาพทางสังคมของคู่สื่อสารก่อน
รวมถึงประเมินความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบุคคลดว้ ย

สภาวะทางอารมณ์ของคู่สื่อสาร เป็ น
ปัจจยั สาคญั อีกประการหน่ึงในการใชภ้ าษา เพราะ
อารมณ์ ความรู้สึกโกรธ โมโห ฉุนเฉียว ดีใจ
เสียใจ เหล่าน้ียอ่ มส่งผลต่อถอ้ ยคาที่เลือกใชใ้ นการ
ส่ือสาร

๑ ภาษากบั การส่ือสาร

เมื่อจะใชภ้ าษาเพ่ือการสื่อสารไม่ว่าดว้ ยการเขียน หรือการพูด ผูส้ ื่อสารจาเป็ นตอ้ งมี
ความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั ระดบั ของภาษาเพอ่ื ใหเ้ ลือกใชไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง เหมาะสมกบั สถานการณ์การ
ส่ือสาร

ระดบั ภาษา

ภาษาแบบแผน มีลกั ษณะสาคญั ดงั น้ี

• เป็นภาษาท่ีตอ้ งระมดั ระวงั เร่ืองความถูกตอ้ ง ท้งั การออกเสียง การเลือกใชค้ าให้
ตรงความหมาย การใชร้ ูปแบบทางไวยากรณ์

• ภาษาระดบั น้ีใชใ้ นโอกาสการพูดที่เป็นทางการ ในงานพิธีการ หรือใชแ้ ก่บุคคล
สาคญั

• ภาษาระดบั น้ีมกั พบไดใ้ นงานเขียนเชิงวิชาการ เช่น ตารา บทความทางวิชาการ
รายงาน หนงั สือราชการ เป็นตน้

๑ ภาษากบั การส่ือสาร

ระดบั ภาษา/ภาษาแบบแผน

• ภาษาแบบแผนจะไม่ใช่คายอ่ เม่ือเขียนหรืออ่านจะตอ้ งใชค้ าเตม็

• ผใู้ ชภ้ าษาแบบแผนจะตอ้ งใชใ้ หถ้ ูกตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์ ไม่มีการละคา หรือใช้
คาซ้ าโดยไม่จาเป็ น

ภาษากง่ึ แบบแผน มีลกั ษณะสาคญั ดงั น้ี
• ภาษาก่ึงแบบแผนเป็นภาษาท่ีใชส้ ื่อสารในชีวติ ประจาวนั หรือในโอกาสท่ีไม่เป็น

ทางการ
• ภาษาก่ึงแบบแผนไม่ตอ้ งระมดั ระวงั เร่ืองความถูกตอ้ ง แบบแผนทางภาษา หรือ

ไวยากรณ์มากเท่ากบั ภาษาแบบแผน

• ภาษาก่ึงแบบแผนมกั มีการละส่วนต่างๆ ของประโยคได้ รวมท้งั อาจมีการใช้
สานวน สุภาษิต คาภาษาต่างประเทศ คายอ่ หรือคาสแลงที่สุภาพ

๑ ภาษากบั การสื่อสาร

ระดบั ภาษา/ภาษากง่ึ แบบแผน

• มกั พบในงานเขียนประเภทบทความทว่ั ไป การเขียนเล่าเรื่อง การสนทนาท่ีไม่
เป็นทางการ การสื่อสารกบั ผทู้ ่ีไม่คุน้ เคย การรายงานข่าว

ภาษาปาก หรือระดบั กนั เอง มีลกั ษณะสาคญั ดงั น้ี
• ภาษาปากมกั ปรากฏคาอุทาน คาลงทา้ ย คาตดั คายอ่ คาสแลง คาเฉพาะกลุ่ม คา

ผวน คาหยาบ

• เป็ นภาษาที่ใชส้ นทนาในวงจากดั เฉพาะในการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลที่มี
ความสนิทสนม ใกลช้ ิด คุน้ เคยกนั มาก

• นอกจากภาษาปากจะใชใ้ นวงสนทนาของผูม้ ีความใกลช้ ิด สนิทสนม คุน้ เคยกนั
แลว้ ยงั พบในการเขียน เช่น การเขียนจดหมายระหว่างเพื่อน การเขียนบนั ทึก
ประจาวนั เป็ นตน้ ภาษาปากไม่นิยมใช้บนั ทึกเป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร ยกเวน้ ใน
นวนิยาย หรือเร่ืองส้นั เพอื่ ใหเ้ กิดความสมจริง

๑ ภาษากบั การส่ือสาร

บทสรุป

ในการพิจารณาวา่ การใชถ้ อ้ ยคาหน่ึงๆ เป็นภาษาระดบั ใด จาเป็นตอ้ งพิจารณาภาพรวม
ท้งั หมดของขอ้ ความหรือขอ้ เขียนน้นั ๆ เพราะในขอ้ ความ หรือขอ้ เขียนหน่ึงๆ อาจปรากฏการใช้
ภาษามากกวา่ ๑ ระดบั ได้ นอกจากน้ี คาบางคากส็ ามารถใชเ้ ป็นภาษาปาก ภาษาก่ึงแบบแผน หรือ
ภาษาแบบแผนได้ เช่นคาวา่ “บา้ น”

การเลือกใชถ้ อ้ ยคาเป็นเรื่องสาคญั ท่ีผสู้ ่งสารตอ้ งใหค้ วามใส่ใจ เพราะหากเลือกคาที่
ควรใช้กบั บุคคลหน่ึงไปสื่อสารกบั อีกบุคคลหน่ึง หรือคาที่ควรใช้ในโอกาสหน่ึงไปใช้ในอีก
โอกาสหน่ึง ภาษาที่ใชย้ อ่ มผดิ ระดบั ผรู้ ับสารอาจไม่เขา้ ใจถอ้ ยคา เจตนา หรือท่าทีของผสู้ ่งสารได้
ทาใหก้ ารสื่อสารไม่เป็นไปตามวตั ถุประสงค์ ท้งั ยงั อาจทาใหเ้ กิดความเขา้ ใจผดิ หรือผดิ ใจกนั ได้

การมีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกบั ความแตกต่างระหวา่ งภาษาเขียนและภาษาพูด จะเป็น
ตวั ช่วยสาคญั ที่ทาให้ผูใ้ ชภ้ าษาเพื่อการส่ือสาร สามารถใชภ้ าษาไดถ้ ูกตอ้ ง เหมาะสมกบั โอกาส
ของการสื่อสาร

๒ ภาษาพูดและภาษาเขียน้นภีวติ ประจาวนั

ในทางภาษาศาสตร์ ถือว่า ภาษาพูดเป็ นภาษาท่ีแทจ้ ริงของมนุษย์ กล่าวคือ มนุษยพ์ ูด
ส่ือสารกนั ไดก้ ่อนท่ีจะประดิษฐ์สัญลกั ษณ์ หรือเครื่องหมายข้ึนใชแ้ ทนเสียงพูด นอกจากน้ีคนที่
อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่มีอวยั วะในการออกเสียงครบถว้ น กส็ ามารถท่ีจะพดู สื่อสารกบั ผอู้ ื่นได้
ในกลุ่มสงั คมเดียวกนั ได้

ธรรมภาตขิ องภาษาพดู

• ภาษาพูด หมายถึง ภาษาท่ีใชพ้ ูดสื่อสารในชีวิตประจาวนั มีความเคร่งครัดดา้ น
ไวยากรณ์แตกต่างกนั ไปตามโอกาสของการใชภ้ าษา

• ระดบั ภาษาท่ีใชโ้ ดยส่วนใหญ่เป็นภาษาระดบั กนั เอง และระดบั ก่ึงแบบแผน หรือ
ก่ึงทางการ

• ประโยคท่ีใชส้ ่วนมากไม่มีความสมบูรณ์ดา้ นไวยากรณ์ เช่น ละประธาน ละกรรม
ในประโยค เป็นตน้

๒ ภาษาพดู และภาษาเขียน้นภีวติ ประจาวนั

ธรรมภาตขิ องภาษาพูด/ต่อ

• ภาษาพูดมกั ใช้คาซ้า เช่น นิ่งๆ เฉยๆ ใชค้ าซ้อน เช่น หนงั สือหนังหา หลายสิ่ง
หลายอยา่ ง ใชค้ าท่ีไม่ชดั เจน เช่น อะไรพวกน้ี อะไรทานองน้ี ใชค้ าลงทา้ ย

• ภาษาพดู จะมีช่วงหยดุ แสดงอาการลงั เล หรือไม่แน่ใจ เช่น อืม เอ่อ... แบบ... หรือ
อาจมีขอ้ ผดิ พลาดทางไวยากรณ์อ่ืนๆ

ธรรมภาตขิ องภาษาเขียน

• ภาษาเขียน หมายถึง สัญลกั ษณ์ท่ีมนุษยใ์ นกลุ่มสังคมหน่ึงๆ กาหนดใชแ้ ทนเสียง
ในภาษาร่วมกนั

• มนุษยท์ ุกชาติพนั ธุ์ต่างมีภาษาพดู ท่ีใชส้ ่ือสารกนั ภายในกลุ่ม แต่ไม่ทุกชาติพนั ธุ์ที่
มีสญั ลกั ษณ์ใชแ้ ทนเสียงในภาษา

๒ ภาษาพูดและภาษาเขียน้นภีวติ ประจาวนั

ธรรมภาตขิ องภาษาเขยี น/ต่อ

• ระดบั ภาษาที่ปรากฏในภาษาเขียน ส่วนใหญ่เป็ นภาษาระดบั ทางการ แต่ก็พบ
ภาษาระดบั อ่ืนๆ ท้งั น้ีข้ึนอยู่กบั สถานการณ์การสื่อสาร เช่น การเขียนนวนิยาย
หรือเรื่องส้ันท่ีตอ้ งการถ่ายทอดความสมจริงของชีวิต ผูเ้ ขียนก็จาเป็ นตอ้ งใช้
ถอ้ ยคาในระดบั ท่ีไม่เป็นทางการ

• ภาษาเขียนมีความประณีตมากกว่าภาษาพูด เพราะผูเ้ ขียนมีเวลาในการขดั เกลา
ถอ้ ยคา

• ภาษาเขียนมีความประณีตมากกว่าภาษาพูด เพราะผูเ้ ขียนมีเวลาในการขดั เกลา
ถอ้ ยคา และสามารถใชเ้ ป็นหลกั ฐานอา้ งอิงได้

• ภาษาเขียนมกั มีการใชค้ านามธรรมที่ข้ึนตน้ ดว้ ยคาวา่ “การ...” เช่น การตดั สินใจ
การกาหนด การประชาสัมพนั ธ์ ใช้ประโยคที่ข้ึนตน้ ดว้ ย “เป็ นท่ี” เช่น เป็ นที่
เขา้ ใจวา่ โรคไขห้ วดั นกไม่สามารถติดต่อจากคนหน่ึงไปสู่อีกคนหน่ึงได้ เป็นตน้

๒ ภาษาพูดและภาษาเขียน้นภีวติ ประจาวนั

แนวทางการ้ภ้ภาษาพูดและภาษาเขียน้นภีวิตประจาวนั

การใชภ้ าษาเพื่อสื่อสารในชีวติ ประจาวนั ไม่วา่ ดว้ ยวิธีการเขียน หรือการพดู ผสู้ ื่อสาร
จะตอ้ งคานึงถึงปัจจยั หลายประการ เช่น สถานภาพ บทบาทของคู่สื่อสาร รวมถึงความสัมพนั ธ์
ระหว่างบุคคล นอกจากน้ีผสู้ ่ือสารยงั จะตอ้ งคานึงถึงกาลเทศะในการส่ือสาร และเร่ืองที่กล่าวถึง
ประกอบกนั ดว้ ย การใชภ้ าษาใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์การสื่อสาร มีขอ้ ควรพิจารณาที่สมั พนั ธ์
กนั สามประการ

ความเป็ นภาษาพูดและภาษาเขยี น มีลกั ษณะ ดงั น้ี
• ภาษาพดู จะใชใ้ นกรณีท่ีไม่เป็นทางการ หรือเป็นภาษาปาก

• ภาษาเขียนจะใชใ้ นกรณีที่เป็นภาษาก่ึงแบบแผนและภาษาแบบแผน

• ในชีวติ ประจาวนั ผสู้ ่ือสารสามารถนาสิ่งที่ปกติใชใ้ นภาษาพดู ไปเขียนได้

๒ ภาษาพดู และภาษาเขียน้นภีวติ ประจาวนั

แนวทางการ้ภ้ภาษาพูดและภาษาเขียน้นภีวิตประจาวนั /ต่อ

ความเป็ นภาษาพูดและภาษาเขยี น มีลกั ษณะ ดงั น้ี
• การพูดสื่อสารในบางโอกาสก็ใช้ภาษาเขียน โดยเฉพาะอย่างย่ิงการพูดใน

สถานการณ์ที่เป็นทางการ เป็นพิธีการ เช่น การกล่าวปฏิญาณในงานพระราชพิธี
พระราชทานปริญญาบตั ร แถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรี เป็นตน้

• การจะพิจารณาวา่ ถอ้ ยคาท่ีปรากฏน้นั เป็ นภาษาพูด หรือภาษาเขียน อาจพิจารณา
ไดจ้ ากลกั ษณะเด่นเฉพาะ หรือธรรมชาติของภาษาพดู ภาษาเขียนดงั ไดเ้ สนอไป

• แมว้ ่าภาษาพูดและภาษาเขียนจะมีลกั ษณะเด่นที่ทาให้แยกออกจากกนั ได้ แต่
บ่อยคร้ังก็พบว่า การใชภ้ าษาเพ่ือส่ือสารในชีวิตประจาวนั มีภาษาพูดและภาษา
เขียนปะปนกนั อยู่

๒ ภาษาพดู และภาษาเขยี น้นภีวติ ประจาวนั

แนวทางการ้ภ้ภาษาพูดและภาษาเขยี น้นภีวติ ประจาวนั /ต่อ

ความสุภาพ ในดา้ นการใชภ้ าษาสามารถแสดงความสุภาพได้ ดงั น้ี

• การใชน้ ้าเสียงที่สุภาพ คือ การพูดเบาๆ และทอดเสียงใหย้ าว ตรงขา้ มกบั การพูด
ส้นั หว้ น หรือที่เรียกวา่ พดู ไม่มีหางเสียง

• การเลือกใชถ้ อ้ ยคาเพอื่ แสดงความสุภาพ เช่น การเลือกใชค้ าสรรพนามแทนตวั
ผพู้ ดู ที่เหมาะสม การใชค้ าลงทา้ ย

ความเป็ นทางการ คือ ระดบั ความเป็ น
แบบแผนของภาษาท่ีแปรไปตามสถานการณ์การ
สื่อสาร ซ่ึงระดับของภาษาแบ่งกวา้ งๆ ได้ ๓
ระดบั ดงั ท่ีนาเสนอ โดยภาษาระดบั หน่ึงๆ ยอ่ ม
เหมาะสมกบั ระดบั ความเป็ นทางการที่แตกต่าง
กนั

๒ ภาษาพูดและภาษาเขียน้นภีวติ ประจาวนั

บทสรุป

• ท้งั ภาษาพดู และภาษาเขียน มีลกั ษณะร่วมกนั คือ เป็นพาหะที่ใหส้ ารเกาะเก่ียวไป
ยงั ผรู้ ับสาร

• แมว้ า่ ภาษาพดู และภาษาเขียนจะมีลกั ษณะเด่นเฉพาะ หรือธรรมชาติพอที่จะทาให้
ระบุความแตกต่างได้ แต่ก็พบว่าในบางสถานการณ์ของการสื่อสาร ผูส้ ่ือสารก็
อาจใชภ้ าษาพดู ปะปนกบั ภาษาเขียนได้

• การใชภ้ าษาเพ่อื สื่อสารในชีวติ ประจาวนั ประเดน็ สาคญั จึงไม่ไดอ้ ยทู่ ่ีวา่ ผสู้ ื่อสาร
สามารถระบุไดว้ ่า ถอ้ ยคาที่เห็นเป็นภาษาพูด หรือภาษาเขียน แต่ประเด็นสาคญั
คือ เม่ือผูส้ ่ือสารทราบความแตกต่างบางประการแลว้ จึงนาไปภาษาไปใช้ให้
ถูกตอ้ งเหมาะสมกบั สถานการณ์การส่ือสาร


Click to View FlipBook Version