๓หน่วยการเรียนรู้ท่ี สุภาษติ พระร่วง
คนไทยใช้สุภาษิตเพ่ือส่ังสอนและแนะนาลูกหลาน ให้มีแนวทาง
ในการปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เนื่องจากสุภาษิตเป็ นข้อความ
ขนาดส้ัน จดจาได้ง่าย มีเนื้อหาสาระลึกซึ้งกินใจ จึงได้รับความนิยม
แพร่หลายและมีการถ่ายทอดสืบต่อกนั มา
๑ ความเป็ นมา
สุภาษติ พระร่วง เชื่อกนั มาแต่
เดมิ ว่าแต่งขนึ้ ในสมยั สุโขทยั แต่
ท้งั นีม้ ปี รากฏเป็ นหลกั ฐานว่าใน
พ.ศ. ๒๓๗๙ รัชกาลที่ ๓ ได้ทรง สมุดไทยบนั ทกึ เร่ืองสุภาษติ พระร่วง
พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จารึก
เรื่องสุภาษติ พระร่วงลงบนแผ่นศิลาประดบั ไว้บนฝาผนัง ภายในวดั พระเชตุพนวมิ ล
มังคลาราม นอกจากจารึกเรื่องสุภาษิตพระร่วงที่วัดพระเชตุพนฯ แล้วยังพบเรื่อง
บณั ฑติ พระร่วง พระนิพนธ์ในสมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ซึ่ง
เรื่องบณั ฑติ พระร่วงนีม้ ขี ้อความคล้ายคลงึ สุภาษติ พระร่วงมากและมเี นื้อเรื่องครบถ้วน
กรมศิลปากรจึงใช้เป็ นเอกสารในการตรวจสอบชาระสุภาษิตพระร่วงจนเป็ นฉบับ
สมบูรณ์
สุภาษติ พระร่วง ๖ สานวน
๑. ร่ายสุภาษติ พระร่วง ฉบับจารึกวดั พระเชตุพนวมิ ลมงั คลาราม
พระนิพนธ์ สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
๒. โคลงประดษิ ฐ์พระร่วง ฉบบั พระราชนิพนธ์ สมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
๓. ร่ายสุภาษิตพระร่วง ฉบับวดั เกาะ สานวนร่าย
๔. สุภาษิตพระร่วงคาโคลง ฉบับพระราชนิพนธ์ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หัว
๕. ร่ายสุภาสิทตัง ฉบบั วดั ลาด อาเภอเมือง จงั หวดั เพชรบุรี
๖. กาพย์สุภาษิตพระร่วง ฉบบั วดั เกาะ สานวนกาพย์
***สาหรับฉบับทนี่ ามาเป็ นแบบเรียนนี้ เป็ นสุภาษิตพระร่วงสานวนท่ี ๑
๒ ประวตั ิผู้แต่ง
สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า
กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
สุภาษติ พระร่วง ไม่ปรากฏนามผู้แต่งแน่นอนและพบหลายฉบบั สาหรับฉบับ
ทน่ี ามาเป็ นแบบเรียนในหนังสือเล่มนีไ้ ด้รับการชาระโดยสมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า
กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงเป็ นพระราชโอรส
พระองค์ท่ี ๒๘ ในพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ประสูติเม่ือวันเสาร์ท่ี
๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๓๓ มีพระนามว่า พระองค์เจ้าวาสุกรี ทรงผนวชเป็ นภิกษุและ
ประทับจาพรรษาท่ีวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม จนตลอดพระชนมชีพ สิริรวม
พระชนมายุได้ ๖๓ พรรษา
๓ ลกั ษณะคาประพนั ธ์
สุภาษิตพระร่วงแต่งด้วยคาประพันธ์ประเภทร่ายสุภาพ วรรคละ ๕-๘ คา ร่าย
แต่ละวรรคมกี ารรับส่งสัมผสั อย่างสมา่ เสมอ โดยคาสุดท้ายของวรรคหน้าจะสัมผสั สระกบั
คาในวรรคต่อไปแต่ไม่มีกาหนดตาแหน่งคารับสัมผัสท่ีตายตัวและจบด้วยโคลงสองสุภาพ
ดงั ตัวอย่างต่อไปนี้
ร่ายสุภาพ
ปางสมเดจ็ พระร่วงเจ้า เผ้าแผ่นภพสุโขทยั มลกั เห็นในอนาคต จึงผายพจน
ประภาษเป็ นอนุสาสนกถา สอนคณานรชน…..
โคลงสองสุภาพ แถลงเลศเหตุเลือกล้วน
โดยอรรถอนั ถ่องถ้วน
เลศิ อ้างทางธรรม แลนา ฯ
คตสิ อนใจจากสุภาษติ พระร่วง
วรรณคดเี รื่องสุภาษติ พระร่วงเป็ น
วรรณคดีคาสอนเรื่องสาคัญของไทย มี
เนื้อหาสาระท่เี ป็ นประโยชน์ สามารถใช้เป็ น
ข้อคิดหรือแนวทางในการดาเนินชีวิตได้ใน
ทุกๆ ด้าน ดังจะยกตัวอย่างบทประพันธ์
แสดงให้เห็น ดงั นี้
คตสิ อนใจจากสุภาษติ พระร่วง (ต่อ)
เมอ่ื น้อยให้เรียนวชิ า ให้หาสินเม่ือใหญ่
ทาอะไรให้เหมาะสมกับวยั จึงจะสาเร็จประโยชน์ และมีความ
เจริญรุ่งเรือง
คตสิ อนใจจากสุภาษติ พระร่วง (ต่อ)
หว่านพชื จกั เอาผล เลย้ี งคนจักกนิ แรง
จะทาอะไรไม่ควรหวงั ผลประโยชน์
คตสิ อนใจจากสุภาษติ พระร่วง (ต่อ)
น้าเชี่ยวอย่าขวางเรือ ทสี่ ุ้มเสือจงประหยดั
ถ้าไปในทที่ อี่ นั ตราย ต้องระมัดระวงั ให้มาก
คตสิ อนใจจากสุภาษติ พระร่วง (ต่อ)
ท่ไี ปจงมีเพอื่ น ทางแถวเถอ่ื นไคลคลา
ไปไหนมาไหนควรมเี พ่ือนร่วมทางไปด้วย
ยามอนั ตรายจะได้ช่วยเหลือกนั
คตสิ อนใจจากสุภาษติ พระร่วง (ต่อ)
อย่าขอของรักมติ ร ชอบชิดมกั จางจาก
ไม่ควรสร้างความลาบากใจให้กับเพื่อน เช่น การขอในส่ิ งท่ี
เพ่ือนรักและหวงโดยไม่เกรงใจอาจทาให้เสียเพื่อนไปได้
คตสิ อนใจจากสุภาษติ พระร่วง (ต่อ)
อย่ายลเยย่ี งถ้วยแตกมิติด จงยลเย่ียงสัมฤทธิ์แตกมิเสีย
เป็ นการสอนคนให้ทาตนแบบเคร่ืองสัมฤทธ์ิ ซึ่งเม่ือแตกหักแล้ว
กน็ ามาหลอมใหม่ให้ดไี ด้ดงั เดมิ
คตสิ อนใจจากสุภาษติ พระร่วง (ต่อ)
ยอครูยอต่อหน้า ยอข้าเม่ือแล้วกจิ ยอมติ รเมอ่ื ลับหลงั
ครูเป็ นผู้รู้ ย่อมไม่เหลงิ ต่อคายอ
รู้จักชมข้าทาสเม่ืองานเสร็จเขาจะได้มกี าลงั ใจหายเหน่ือย
กล่าวชมเพื่อนลบั หลงั เป็ นการชมอย่างจริงใจ ไม่เสแสร้ง
คตสิ อนใจจากสุภาษติ พระร่วง (ต่อ)
เข้าออกอย่าวางใจ ระวงั ระไวหน้าหลงั
ต้องรู้จกั ระมดั ระวงั ตวั ในการเดนิ ทางไปไหนมาไหน
คตสิ อนใจจากสุภาษติ พระร่วง (ต่อ)
ข้างตนไว้อาวุธ เครื่องสรรพยทุ ธอย่าวางจิต
ภยั อนั ตรายมไี ด้ทุกเมื่อ ควรรู้จกั ตระเตรียมตวั ป้องกนั เอาไว้ก่อน
คตสิ อนใจจากสุภาษติ พระร่วง (ต่อ)
เจ้าเคยี ดอย่าเคยี ดตอบ นอบนบใจใสสุทธ์ิ
เม่ือเจ้านายโกรธ อย่าโกรธตอบ ควรใจเยน็ และอ่อนน้อมถ่อมตน
คตสิ อนใจจากสุภาษติ พระร่วง (ต่อ)
อย่าขุดคนด้วยปาก อย่าถากคนด้วยตา
อย่าพูดจาทม่ิ แทงให้คนอื่นเสียหาย และอย่ามองผู้อื่นด้วยสายตาดูถูก
คตสิ อนใจจากสุภาษติ พระร่วง (ต่อ)
เผ่ากษตั ริย์เพลงิ งู อย่าดูถูกว่าน้อย
อย่าดูถูกสิ่งต่างๆ เพราะส่ิงเหล่าน้ันอาจนาความเดือดร้อนมาสู่เราได้
คตสิ อนใจจากสุภาษติ พระร่วง (ต่อ)
อย่ารักถา้ กว่าเรือน อย่ารักเดอื นกว่าตะวนั
อย่าเห็นของมีประโยชน์น้อยดกี ว่าของมปี ระโยชน์มาก
๔ บทวเิ คราะห์
เน่ื องจากเนื้ อความของ สุ ภาษิต
พระร่วง มีที่มาจากการรวบรวมคาสอน
หรือสุภาษิตเก่าแก่ต้ังแต่สมัยโบราณเข้าไว้
ด้วยกัน จึงไม่มีการเรียงลาดับเนื้อความท่ี
แน่นอน แต่สามารถสรุปได้ว่าคาสอนใน
สุภาษิตพระร่วง แบ่งออกเป็ น ๒ ลักษณะ
ได้แก่ คาสอนที่เป็ น ข้อห้าม และ คาสอนท่ี
เป็ น คาแนะนา โดยสามารถนามาวเิ คราะห์
คุณค่าทางด้านเนื้อหาและด้านวรรณศิลป์
ได้ดงั นี้
๔.๑ คุณค่าด้านเนื้อหา
คาสอนในสุภาษิตพระร่วง เป็ นการสอนอย่างกว้างๆ ครอบคลุมท้งั คติ
ทางโลกและทางธรรม สามารถนาไปปฏิบัติได้จริงในชีวติ จึงทาให้สุภาษิต
พระร่วงมคี ุณค่าในด้านเนื้อหา ซึ่งแบ่งเป็ น
๑) ข้อคดิ และคตทิ างโลก
๒) ข้อคดิ และคติทางธรรม
๑) ข้อคดิ และคตทิ างโลก
สุ ภาษิตพระร่ วงมีเนื้อหามุ่งสอนให้ รู้ วิธีดาเนินชีวิตและการปฏิบัติท้ัง
ต่อตนเองและผู้อื่นอย่างเหมาะสม เพ่ือความสงบสุขในสังคม ในด้านต่างๆ
ดงั นี้
๑.๑) ความสาคญั ของการศึกษาหาความรู้ ๑.๒) ข้อคดิ ในการทางาน
๑.๓) ความสาคญั ของการพูด ๑.๔) มารยาทในการเข้าสังคม
๑.๕) การรู้จักปรับตัวในสังคม ๑.๖) การประหยดั
๑.๗) การดาเนินชีวติ ครอบครัวให้มีความสุข ๑.๘)การให้ความสาคญั ของญาตพิ นี่ ้อง
๑.๙) การรับราชการ
๒) ข้อคดิ และคตทิ างธรรม
สุภาษติ พระร่วงมคี าสอนทเ่ี ช่ือมโยงกบั หลกั ศาสนา จริยธรรม และ
คุณธรรมหลายด้าน ดงั นี้
๒.๑) สอนให้มศี ีล มธี รรม และมคี วามเมตตา
๒.๒) สอนให้มีความโอบอ้อมอารี
๒.๓) สอนให้มคี วามกตญั ญูรู้คุณ
๒.๔) สอนให้ต้งั ตนอย่ใู นความไม่ประมาท
๒.๕) สอนให้เป็ นผู้รู้ประมาณ
๔.๒ คุณค่าด้านวรรณศิลป์
สุภาษิตพระร่วงแต่งด้วยร่ายสุภาพท่ีมีสัมผัสคล้องจอง จดจาง่าย มีความไพเราะ
และยังให้ความรู้เรื่องคาศัพท์และสานวนเก่า ทาให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของภาษาท่ี
เป็ นไปตามกาลเวลา คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ของสุภาษติ พระร่วงแบ่งได้ ดงั นี้
๑) การใช้คาน้อยแต่กนิ ความมาก
๒) การใช้คาศัพท์คาเดยี ว
๓) การสรรคา
๑) การใช้คาน้อยแต่กนิ ความมาก
เนื่องจากสุภาษิตพระร่วงแต่งด้วยร่ายสุภาพ ซ่ึงมีข้อจากัดเร่ืองจานวนคา ทาให้ใน
แต่ละวรรคจาเป็ นต้องใช้คาน้อยแต่ให้ได้ใจความมาก ผู้อ่านต้องตีความให้ถูกต้องจึงจะ
เข้าใจความหมายทแี่ ท้จริง ดงั ตัวอย่าง
อย่าปลกุ ผกี ลางคลอง
มีความหมายว่า ไม่ควรรื้อฟื้ นเร่ืองราวที่ได้ยุติลงไปแล้วขึ้นมา
ใหม่ ในขณะท่ีการงานกาลังดาเนินไปได้ด้วยดีหรือในระหว่างท่ี
อยู่ในภาวะคบั ขัน เป็ นคาสอนที่เป็ นความเปรียบและแสดงให้เห็น
ถึงความเช่ือของคนในอดีตที่ถือกันว่าเมื่อนาวิญญาณไปถ่วงน้า
(คลอง) แล้ว ไม่ควรปลุกหรือเรียกวิญญาณน้ันให้ฟื้ นขึน้ มาอกี อนั
เป็ นการกระทาทไ่ี ม่มเี หตุผลและไม่ก่อให้เกดิ ประโยชน์แต่อย่างใด
๒) การใช้คาศัพท์คาเดียว
เป็ นการนาศัพท์มาใช้เพยี งคาเดยี วโดดๆ และแตกต่างจากคาทใี่ ช้ในปัจจุบันมาก
ผู้อ่านต้องพนิ ิจพจิ ารณาจึงจะเข้าใจความหมายของคาและเนื้อความ ดงั ตัวอย่าง
จงเร่งระมดั ฟื นไฟ ปัจจุบนั ใช้ ระมดั ระวงั
นอบตนต่อผู้เฒ่า ปัจจุบนั ใช้ นบนอบ หรือ นอบน้อม
พรรคพวกพงึ ทานกุ ปัจจุบนั ใช้ ทานุบารุง หรือ ทะนุบารุง
มีสินอย่าอวดมัง่ ปัจจุบนั ใช้ มั่งมี
๓) การสรรคา
๓.๑ การเล่นเสียง เป็ นการเล่นเสียงสัมผสั ท้งั สัมผสั สระและสัมผัสอกั ษร
ในวรรคเดยี วกนั เช่น
สัมผสั อกั ษร
อย่าเคลอื่ นคลาดคลาถอย เล่นเสียงสัมผสั อกั ษร คือ เคลื่อน-คลาด-คลา
อย่ากร้ิวโกรธเนอื งนิจ เล่นเสียงสัมผสั อกั ษร คือ กริ้ว-โกรธ, เนือง-นิจ
สัมผสั สระ
อย่าตปี ลาหน้าไซ เล่นเสียงสัมผสั สระ คือ ปลา-หน้า
อย่ากอปรจิตริษยา เล่นเสียงสัมผสั สระ คือ จิต-ริษ(ยา)
๓) การสรรคา (ต่อ)
๓.๒) การเล่นคา การเล่นคาโดยเฉพาะการซ้าคาทีต่ ้นวรรค ภายในวรรค และ
ระหว่างวรรค ช่วยเน้นย้าความหมายและยังได้ความไพเราะจากเสียงสัมผัสท่ี
คล้องจอง เช่น
- ยอครูยอต่อหน้า ยอข้าเมื่อแล้วกจิ ยอมิตรเมื่อลบั หลงั
- อย่ายลเยย่ี งถ้วยแตกมิติด จงยลเยย่ี งสัมฤทธ์ิแตกมเิ สีย
- รู้ทขี่ ลาดทห่ี าญ คนพาลอย่าพาลผดิ
- เข้าเถื่อนอย่าลืมพร้า หน้าศึกอย่านอนใจ
- ไปเรือนท่านอย่านั่งนาน
สรุป
โคลงโลกนิติ นอกจากจะได้รับการยอมรับว่าเป็ น
หนังสือที่แตส่งุภดีมาษีศิตลพปะรกะารร่วปงรแะมพ้จันะธเ์ทป็ี่โนดวดรเรด่ณน คทด้ังีทในี่มดี ้าน
ถ้อยขคนาแาดละสส้ันานแตวน่คภุณาคษ่าานท้ันม่ี มีควีมาามกไมพาเยราะดแ้วลยะไอด่า้ในหเ้แขน้าใวจทง่ายงแล้ว
ยงั เปใ็นกวรารณปคฏดิบีทัต่ีทิตรงนคทุณี่เคป็่านคปวรรแะกโ่กยาชรศนึก์อษยา่าแงลยะ่ิงสาตม่อากรถารนาคา
สอนดาใเนนเนิ ร่ืชอีงวตติ ่างๆ ไปปรับใช้ในการดาเนินชีวิตประจาวันใน
ปัจจุบันได้เป็ นอย่างดี