The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 愛`死[AMV], 2023-01-24 13:50:23

วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม

วัสดุงานช่างอุตสาหกรรม

อุตสาหกรรม ม 140.- หนังสอเล่มนี้เรียบเรียงตามจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา ื และคําอธิบายรายวิชา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชพ (ปวช.) พุทธศ ี ั กราช 2562 ของสํ านักงานคณะกรรมการการ อาชวศีกษา กระทรวงศึ กษาธิการ ึ 20100-1002 เสกสรร ศรียศ วัสดุงานชาง ่ (หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชพ) ี ได ้ผ่านการตรวจประเมินคุณภาพจากสํ านักงานคณะกรรมการการอาชวศี กษา ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ึ 2562 ครั้ง หมวด วิชาสมรรถนะวิชาชพ กลุ่มสมรรถนะวิชาช ี พพื้นฐาน ประกาศลําดับที่ ี 6


คำนำ หนังสือเรียนวิชา วัสดุงานชางอุตสาหกรรม รหัสวิชา 20100-1002 เลมนี้ เรียบเรียงขึ้นเพื่อใช ประกอบการเรียนการสอนที่เนนผูเรียนเปนสำคัญตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ.(ปวช.) พุทธศักราช 2562 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เนื้อหาของหนังสือมีดวยกันทั้งหมด 13 หนวยการเรียน ประกอบดวย วัสดุในงานชาง อุตสาหกรรม กรรมวิธีการผลิตเหล็ก โลหะ โลหะไมใชเหล็ก โลหะผสม อโลหะ มาตรฐานเหล็กในงาน อุตสาหกรรม วัสดุ เชื้อเพลิง วัสดุหลอลื่นและวัสดุหลอเย็น วัสดุกอสราง วัสดุไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส การกัดกรอนและการ ปองกัน และการตรวจสอบวัสดุ พรอมทั้งแบบฝกหัดประจำหนวยและ แบบทดสอบ หลังเรียน เพื่อใหผูเรียน ไดฝกทักษะในสถานการณตาง มีทักษะการคิดและแกปญหา และบูรณาการกับการทำงานตามสาขา อาชีพตาง ๆ ตอไป ผูเรียบเรียงและฝายวิชาการ ศูนยหนังสือ เมืองไทย หวังเปนอยางย ิ่ งวาหนังสือเรียนวิชา วัสดุ งานชาง อุตสาหกรรม เลมนี้ จะสามารถใหความรูและเกิดประโยชนแกผูสอน ผูเรียน ตลอดจนผูสนใจ ศึกษาท ั่ วไป เปนอยางดีหากมีขอผิดพลาดประการใดผูเรียบเรียงและฝายวิชาการ ศูนยหนังสือ เมืองไทย ขอ นอมรับคำติชมเพื่อเปนประโยชนในการปรับปรุงแกไขในโอกาสตอไป


สารบัญ หนา หนวยที่1 วัสดุในงานชางอุตสาหกรรม ............................................................. 1 1.1 ความหมายของวัสดุในงานชาง......................................................... 1 1.2 ประเภทของวัสดุในงานชางอุตสาหกรรม ............................................... 1 1.3 หลักการเลือกใชวัสดุในงานอุสาหกรรม................................................. 1 1.4 คุณสมบัติของวัสดุในงานชางอุตสากรรม ............................................... 1 หนวยที่2 กรรมวิธีการผลิตเหล็ก................................................................... 2 2.1 ความหมายของสินแรเหล็ก ............................................................ 2 2.2 ชนิดของสินแรเหล็ก ................................................................... 2 2.3 ขั้นตอนการผลิตเหล็ฏกลาจากสินเร.................................................... 2 หนวยที่3 โลหะที่เปนเหล็ก........................................................................ 3 3.1 ประเภทของโลหะ ..................................................................... 3 3.2 ความหมายของโลหะที่เปนเหล็ก....................................................... 3 3.3 เหล็กกลา.............................................................................. 3 3.4 เหล็กหลอ ............................................................................. 3 หนวยที่4 โลหะไมใชเหล็ก......................................................................... 4 4.1ความหมายของโลหะที่ไมใชเหล็ก....................................................... 4 4.2 โลหะหนัก ............................................................................. 4 4.3 โลหะเบา .............................................................................. 4 หนวยที่5 โลหะผสม ............................................................................... 5 5.1 ความหมายของโลหะผสม.............................................................. 5 5.2 โลหะหนักผสม......................................................................... 5 5.3 โลหะเบาผสม.......................................................................... 5 5.4 ความหมายของโลหะซินเตอร.......................................................... 5 หนวยที่6 อโลหะ.................................................................................. 6 6.1 ความหมายของอโลหะ................................................................. 6 6.2 ประเภทของอโลหะ.................................................................... 6 6.3 วัสดุธรรมชาติ.......................................................................... 6


หนวยที่ 1 วัสดุในงานชางอุตสาหกรรม 1.1 ความหมายของวัสดุในงานชางอุตสาหหกรรม วัสดุในงานชางอุตสาหกรรม หมายถึง วัสดุหรือวัตถุดิบ เปนเครื่องมือและเปนวัสดุชวยในกระบวนการ ผลิตชิ้นงาน สำเร็จหรือผลิตภัณฑ 1.2 ประเภทของวัสดุในงานชางอุตสาหกรรม วัสดุที่นำมาใชในงานอุตสาหกรรม ผูผลิตจะตองมีความเขาใจเกี่ยวกับชนิดคุณสมบัติของวัสดุ เพ ื่ อท ี่ จะไดเลือก วัสดุมาใชงานใหถูกตองและเหมาะสมกับการผลิต ซึ่งแบงออกเปน2 ประเภทใหญคือ 1.2.1 โลหะ 1.2.2 อโลหะ 1.3 หลักการเลือกใชวัสดุในงานชางอุตสาหกรรม การเลือกใชวัสดุในงานชางอุตสาหกรรมใหเหมาะสมกับงาน จะทำใหงานท ี่ไดออกมามีประสิทธิภาพสูง ใชไดนาน และเกิดความคุมคา ในการเลือกใชควรคำนึงถึง 3 องคประกอบหลัก คือ 1. ลักษณะงานหรือผลิตภัณฑ 2.คุณสมบัติของวัสดุ 3. สภาวะสิ่งแวดลอม ลักษณะงาน คุณสมบัติของวัสดุและปจจัยสิ่งแวดลอมในสภาวะตาง ๆดังนี้ 1. งานที่ตองรับแรงดึง จะใชทองแดง ทองเหลือง สเตนเลส อะลูมิเนียม กาว ยาง 2. งานที่ตองรับแรงอัด จะใชเหล็กหลอ เหล็กผสม คอนกรีต 1.4 คุณสมบัติของวัสดุในงานชางอุตสาหกรรม แบงออกเปน 3 ดาน คือ คุณสมบัติของวัสดุในงานชางอุตสาหกรรม แบงออกเปน 3 ดาน คือ 1.4.1 คุณสมบัติทางดานเคมีมีดังนี้ 1. ความคงทนตอการกัดกรอน 2ความคงทนตอความรอน 3. สามารถผสมรวมกันได 4. มีความเปนพิษนอย 1.4.2 คุณสมบัติทางดานฟสิกสมีดังนี้ 1. คุณสมบัติในการเปนตัวนำไฟฟา (Electrical Conductivity) 2. คุณสมบัติในการนำความรอน (Heat Conductivity) 1.4.3 คุณสมบัติทางดานเชิงกล มีดังนี้ 1. ความแข็งแรง (Strength) หมายถึง ความสามารถในการรับแรงโดยไมแตกหักเสียหาย 2. ความสามารถในการรับแรงอัด (Compressive Strength) การทดสอบในการดกอัดชิ้นงาน 1


1.เตรียมสินแร 2.ลางหิน ดิน ทราย 3.บดทําใหเปนผงละเอียด 4.ใชแมเหล็กดูดเพ ื่ อแยกเอาเฉพราะผงเหล็ก 5.อบไลความชื้น 6.ผสมผงถาน หินปูน 7.อัดเปนกอนกลมขนาดเสนผานศูนยกลาง 10-15 มิลลิเมตร 2.1 ความหมายของสินแรเหล็ก หนวยที่2 กรรมวิธีการผลิตเหล็ก สินแรเหล็ก ( One) หมายถึง วัตถุดิบหลักท ี่ใชในการผลิตเหล็กโดยขุดพบจากเหมืองแรเหล็กตาง ๆ มาก จะผสมรวมอยูกับหิน ดิน ทราย กำมะถัน ฟอสฟอรัส คารบอน และแรอื่น ๆ แรเหล็กทีพบ โดยท ั่ วไป รูปของ ออกไซด(Oxide) 2.2 กองสินแรเหล็ก สินแรเหล็กที่คนพบ แบงออกเปน 5 ชนิด ดังนี้ 1.สินแรเหล็กแมกนีไทต 2. สินแรเหล็กเฮมาไทตหริอเรดเฮมาไทต 3. สินแรเหล็กบราวนเฮมาไทตหือแรเหล็กไลมอไนต 4.สินแรเหล็กชิเดอไรต 5.สินแรเหล็กไพไรต 2.3 ขั้นตอนการผลิตเหล็กกลาจากสินแร 2


3.1 ประเภทของโลหะ หนวยที่ 3 โลหะที่เปนเหล็ก โลหะแบงออกไดเปน 2 ประเภท คือ 1.โลหะที่เปนเหล็ก 2. โลหะที่ไมใชเหล็ก 3.2 ความหมายของโลหะที่เปนเหล็ก โลหะที่เปนเหล็ก (Ferrous Metals) หมายถึง โลหะท ี่ มีธาตุเหล็กผสมอยูเปนธาตุหลัก ไดแก เหล็ก เหนียว เหล็กหลอ เหล็กกลา ฯลฯ เปนวัสดุโลหะที่ใชกันมากที่สุดในวงการอุตสาหกรรม เนื่องจากเปนวัสดุที่ มีความ แข็งแรงสูง สามารถปรับปรุงคุณภาพและเปลี่ยนแปลงรูปทรงไดหลายวิธีเชน การหลอ การกลึง การอัดรีดขึ้นรูป แบงเปน 2 ชนิด คือ เหล็กกลาและเหล็กหลอ 3.3 เหล็กกลา 3.3.1ความหมายของเหล็กกลา เห ล็ ก ก ลา (Steel) เป น เห ล็ ก ที่ มี ธ าตุ ค ารบ อ น ผ ส ม อ ยูประมาณ 0.1-1 .5 % โด ย น้ ำห นั ก ซึ่งปริมาณธาตุคารบอนที่ ผสมอยูทำใหเหล็กกลามีคุณสมบัติที่แตกตางกัน นอกจากปริมาณของธาตุ คารบอนแลว ยังมีการผสมธาตุตาง ๆ ในเนื้อเหล็กกลาอีกดวยอีก เชน โครเมียม นิกเกิล ทังสเตน วาเนเดียม โมลิบดีนัม เปนตน เพื่อเปนการปรับปรุง คุณสมบัติของเหล็กกลาใหดีขึ้น เหมาะสมกับการนำไปใชใน อุตสาหกรรมเฉพาะอยาง เชน ทนตออุณหภูมิไดสูง ทนตอการเสียดสีทนตอการกัดกรอน มีความแข็งแกรง สูงขึ้น เหล็กกลาแบงออกได2 ชนิด คือ เหล็กกลาคารบอน และเหล็กกลาผสม 3.4 เหล็กหลอ 3.4.1ความหมายของเหล็กหลอ เหล็กหลอ (Cast Iron) เปนวัสดุชางที่จัดอยูในพวกโลหะ มีเปอรเซ็นตของคารบอนผสมอยู ตั้งแต 2-6% จึงทำใหเหล็กหลอมีความแข็ง มีคุณสมบัติการไหลตัวสูงขณะหลอมเหลว มีการหดตัวต่ำเมื่อ เย็นตัวลง การขึ้นรูปตองนำไป หลอมแลวเทลงแบบ ผลิตภัณฑท ี่ ทำจากเหล็กหลอมีอยูมากมาย เชน ทำฐาน เครื่องจักร ตัวเครื่องจักร ราง เครื่องกลึง เสื้อสูบเครื่องยนตพูลเลยสายพาน ชิ้นสวนเครื่องจักรกล เปนตน 3.4.2คุณสมบัติของเหล็กหลอ มีผลิตจากเหล็กดิบสีเทา (มี ซิลิคอน (Si) สูง) มีสารมลทินปนอยู มาก รับแรงดึง (Tensile) ไมดี รับแรงอัด (Compressive) ไดดี จุดหลอมเหลวต่ำ แมเหล็กจะดูดผงเศษเหล็ก ไดนอย ไมเปนสปริงจะหักเปราะไดงาย การ รวมตัวของคารบอนอยูในรูปของแกรไฟตผิวหยาบ เม็ดเกรนโต มองเห็นไดชัดเจน และเมื่อเผาใหรอนจะเสีย รูปทรงและจะยุบตัว ชนิดของเหล็กหลอ เหล็กหลอที่ใชในปจจุบันไดมีการผลิตใหมีคุณสมบัติดีขึ้น และเหมาะสม ที่ จะนำมาใชงาน ผูที่จะนำเหล็กหลอไปใชงานตองศึกษาคุณสมบัติของเหล็กหลอแตละชนิดใหเหมาะสมกับ ลักษณะ ของงานที่นำมาใช 3


4.1 ความหมายของโลหะที่ไมใชเหล็ก หนวยที่4โลหะที่ไมใชเหล็ก โลหะท ี่ไมใชเหล็ก (Non Ferrous Metal) หมายถึง โลหะท ี่ไมมีสวนผสมของเหล็กผสมอยู ปจจุบันนับ ได วามีความสำคัญมากตอระบบการผลิตมากข ึ้ นตามลำดับ เพราะวัสดุเหลานี้จะมีคุณสมบัติทนตอการกัด กรอน ทน ความรอน เปนตัวนำไฟฟาที่ดี น้ำหนักเบา ขึ้นรูปไดงาย แบงออกเปน 3 ประเภทใหญๆ คือ โลหะ หนัก โลหะเบา และโลหะผสม 4.2. โลหะหนัก 4.2.1 ความหมายของโลหะหนัก โลหะหนัก (Heavy Metal) คือ โลหะท ี่ มีความหนาแนนมากกวา 4 กิโลกรัมตอตารางเดซิเมตร (กก.ดม.) 4.2.2 โลหะหนักมีความสำคัญในระบบอุตสาหกรรม 1. ทองแดง (Copper) สัญลักษณทางเคมี : Cu ลักษณะทั่วไป : เปนโลหะสีแดงบรอนซออน เหนียว ผิว เปนมัน มีความลื่น สนิมมีลักษณะ สีเขียว 4.3 โลหะเบา 4.3.1 ความหมายของโลหะเบา โลหะเบา (Light Metals) หมายถึง โลหะที่มีความหนาแนนนอยกวา 4 กิโลกรัมตอตาราง เดซิเมตร (กก.ตม. ) ที่นิยมใชในงานอุตสาหกรรม มีดังตอไปนี้ 4.3.2 โลหะเบาที่นิยมใชในงานอุตสาหกรรม 1. อะลูมิเนียม (Aluminium) สัญลักษณทางเคมี: AI ลักษณะท ั่ วไป : เปนโลหะสีเงิน ผิวละเอียด สวยงาม กรรมวิธีผลิต : นำสินแรออกไซดมาสกัด และนำไปอบไลในเตาหมุนที่อุณหภูมิ1,300 องศาเซลเซียส จะได อะลูมิเนียมออกไซดนำไปแยกดวยเตาไฟฟาที่อุณหภูมิ900-950 องศาเซลเซียส จะไดอะลูมิเนียมบริสุทธิ์ 2. แมกนีเซียม (Magnesium) สัญลักษณทางเคมี: Mg ลักษณะท ั่ วไป : เปนโลหะสีขาว ผิวละเอียด สวยงามเปนโลหะเบามาก เบากวาอะลูมิเนียม 23 เทา มีความแข็งแรงนอยมาก ใชเปนโลหะหลักไมได แตเมื่อผสม กับโลหะอื่นจะเพิ่มคุณสมบัติใหโลหะ ยืนลุกเปนไฟไดเองในอากาศ กรรมวิธีผลิต : นำาสินแรแมกนีไซตและโดโล ไมต มาหลอมและแยกดวยไฟฟา ใหสารประกอบ แมกนีเซียมทีมีน้ำหนักเบาลอยตัวขึนและดักออกมาหลอมกับ เกลือเพ ื่ อทำการแยกสารเจือปนจะทำใหไดแมกนีเซียมบริสุทธ ิ์ ขณะทำการหลอมจะตองไมใหออกซิเจนในอากาศ เขาไปผสมเพราะจะทำใหเกิดการลุก เปนไฟ คุณสมบัติ น้ำหนักเบา ใชผสมกับโลหะอื่น เชน อะลูมิเนียม เหล็ก แมงกานีส ซิลิคอน ทองแดง เพื่อลดน้ำหนัก เพิ่มความแข็งแรง และความสวยงาม ทนการเสียดสี ทนการกัดกรอน ของอากาศ ทนการสึกหรอที่อุณหภูมิสูง และกลึงขึ้นรูปไดงาย ประโยชนใชงาน ใชผสมกับโลหะสําหรับทาลอ รถยนตหรือเรียกวา “กระทะลอแม็ก” ทา ชินสวนเครื่องบิน ยานอวกาศ ชิ้นสวนเครื่องจักร เครื่องยนตเครื่อง เทอรไบนเครื่องพิมพและงานที่ตองการ ลดน้ำหนักแตคงไวซึ่งความแข็งแรง ถาเปนแมกนีเซียมบริสุทธิ์จะใชทำ แฟลช เปนตน รูปที่1 ลักษณะกระทะลอแม็กที่ผลิตดวยแมกนีเซียม 4


5.1 ความหมายของโลหะผสม หนวยที่5 โลหะผสม โลหะผสม (Alloy) หมายถึง การนำโลหะตังแต 2 ชนิดขึ้นไป มาผสมและหลอมละลายรวมเปนเนือ เดียวกันในอัตราสวนทีกำหนดโดยมาตรฐาน โลหะท ี่ มีสวนผสมมากกวาเรียกวา โลหะหลักในการผสม เพ ื่ อใหได โลหะใหมซึ่งมีคุณสมบัติทางกล ทางไฟฟา และทางเคมีตามความตองการ เปนตน ปจจุบันโลหะผสมมีความสำคัญ ในชีวิตประจำวันและในงานอุตสาหกรรมตาง ๆ เชนอุปกรณเคร ื่ องใชภายในบาน ชิ้นสวนของเคร ื่ องยนต เครื่องบิน ยานอวกาศ งานดานไฟฟาและ อิเล็กทรอนิกสเปนตน 5.1.1โลหะผสม แบงออกเปน 2 ประเภท คือ 1. โลหะหนักผสม 2. โลหะเบาผสม 5.2 โลหะหนักผสม โลหะหนักผสมที่นิยมนำมาใชในงานอุตสาหกรรมในปจจุบัน มีดังนี้ 5.2.1 สังกะสีผสม (Zn + Al + Mn + Cu) แบงออกไดเปน 2 ชนิด คือ 1. สังกะสีชนิดรีด เปนสังกะสีทีมีสวนผสมของอะลูมิเนียม 4-12% ทองแดงและแมงกานีส ผส ม อยู เล็กนอย ใชงานลักษณะเดียวกับทองเหลือง คุณสมบัติ เหมาะแกงานรีด มีความแข็งแรงนอย และมีความเที่ยงตรง นอย ประโยชนใชงาน ใชแทนทองเหลืองได 2. สังกะสีชนิดหลออัด มีความแข็งแรงมากกวาและยังมีความเที่ยงมากกวาใหผิวงานที่ เรียบรอยดีกวา ชนิดรีด ประกอบดวย (1) สังกะสีหลออัดผสมดีบุก มีความแข็งแรงนอยกวาแตมีความเที่ยงตรงสูง (2) สังกะสีหลอ อัดผสมอะลูมิเนียม ใหความแข็งแรงสูง แตมีความเที่ยงตรงนอยกวา คุณสมบัติมีความแข็งแรงมากกวาชนิดรีด มี ความเที่ยงตรงมากกวาชนิดรีด และมีผิวงาน ประโยชนใชงาน ใชหลอชิ้นงานที่ยาก ๆ 5.3 โลหะเบาผสม โลหะเบาผสม หมายถึง โลหะที่มีสวนผสมของโลหะเบาผสมเปนสวนผสมหลัก ไดแกอะลูมิเนียม ผสม แมกนีเซียมผสม 5.3.1 อะลูมิเนียมผสม 5.4 ความหมายของโลหะซินเตอร โลหะซินเตอรหมายถึง โลหะแข็งท ี่ ผานกระบวนการผลิตชิ้นงานจากโลหะผง ซึ่งทำใหไดโลหะท ี่ ม ความ แข็งมาก ใชสำหรับเปนคนตัดชนิดตาง ๆ 5


วัสดุ ธรรมชาติ ไม ยาง หนัง สี่งทอ กาว ธรรมชาติ วัสดุ สังเคราะห พลาสติก แกว ปูนซีเมนต ยางเทียม หนัง สี 6.1 ความหมายของอโลหะ หนวยที่6 อโลหะ อโลหะ หมายถึง วัสดุทีไดจากธรรมชาติหรือไดจากการสังเคราะหขึ้นมา เชน พลาสติก ปูนซีเมนตแกว ไม ยาง น้ำมันเปนตน มีคุณสมบัติแตกตางจากโลหะ การเรียงตัวของอะตอมไมเปนระเบียบ 6.2 ประเภทของอโลหะ อโลหะแบงออกไดเปน 2 ประเภท คือ 1. วัสดุธรรมชาติหมาย ถึงวัสดุที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและนำมาทำปนผลิตภัณฑตางๆ ท ี่ใชประโยชน ท ั่ วไป เชน ไมยางธรรมชาติหนัง สิ่งทอ และกาวธรรมชาติเปนตน 2. วัสดุสังเคราะหหมายถึง วัสดุที่ผลิตขึ้นดวยกรรมวิธีทางเคมีเพ ื่ อใหเปนสารชนิดใหม หรือผลิตขึ้นเพื่อ ทดแทนวัสดุท ี่ มีอยูตามธรรมชาติโดยมีคุณสมบัติที่ดีกวาหรือใกลเคียงในการนำมาใชประโยชนเชน พลาสติก แกว ปูนซีเมนตยางเทียม หนังเทียม และสี เปนตน 6.3 วัสดุธรรมชาติ วัสดุธรรมชาติที่นำมาปนผลิตภัณฑตางๆ ทีใชประโยชนโดยท ั่ วไป แบงออกไดดังนี้ 1. ไม(Wood) ไดจากการนำตนไมที่มีอายุมาก ขนาดใหญมาแปรรูป เพื่อนำไปใชงานตามความเหมาะสม ในดานความสวยงามและความแข็งแรงทนทาน สีของไมโดยทั่วไปจะเปนสีน้ำตาลดำ น้ำตาลเหลืองและน้ำตาลแดง 2. ยางธรรมชาติ(Rubber) ยางธรรมชาติไดจากการนำน้ำยางจากตนยางพารา มาแยกน้ำออกจากเนื้อยา โดยการเติม กรดน้ำสม (อะซิติก) ลงในน้ำยาง เนื้อยางจะตกตะกอน จับกันเปนกอน นำกอนยางไปรีดเปนแผนบางๆ แลวนำมาทำการรมควันทีอุณหภูมิ 40-50 องศาเซลเซียส จะไดยางแผนรมควันสีน้ำตาล ยางดิบที่นำไปทำ ผลิตภัณฑยาง จะตองมีกรรมวิธีทางเคมีปรุงแตงเนื้อยาง 6


หนังสอแนะนํา ื หนังสือ พิมพ 4 สี ทั้งเลม จำนวน 325 หนา กระดาษ ปอนด ความหนา กระดาษปก 230 แกรม กระดาษเนื้อใน 70 แกรม บริษัทศูนยหนังสือ เมืองไทย จำกัด 101/14 หมูบานมณียา 3 ซอย 10 ถ.รัตนาธิเบศร ต.ไทรมา อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โns. 0-2924-6316, 08-1445-9968, 08-6300-4113 โทรสาร 0-2594-3923 www.muangthaibook.com อีเมล : [email protected] ISBN 978-616-281-548-3 ราคา 140 บาท


Click to View FlipBook Version