Electronic
book
รากฐานอารยธรรมโบราณ
อารยธรรมตะวันออก
อารยธรรม
โบราณ
อารยธรรมตะวันตก
อารยธรรมจีน
อารยธรรม
ตะวันออก
อารยธรรมอินเดีย
อารยธรรมจีน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีอารยธรรมยาวนานที่สุดประเทศหนึ่ง โดยหลักฐานทาง
ประวัติศาสตร์ที่สามารถค้นคว้าได้บ่งชี้ว่า อารยธรรมจีนมีอายุถึง 5,000 ปี รากฐานที่สำคัญของ
อารยธรรมจีนคือการสร้างระบบภาษาเขียน และการพัฒนาแนวคิดลัทธิขงจื๊อ เมื่อ ประมาณ
ศตวรรษที่ 2 ก่อน ค.ศ. ประวัติศาสตร์จีนมีทั้งช่วงที่เป็นปึกแผ่นและแตกเป็นหลายอาณาจักรสลับ
กันไปในบางครั้งก็ถูกปกครอง โดยชนชาติอื่น วัฒนธรรมของจีนมีอิทธิพลอย่างสูงต่อชาติอื่นๆ ใน
ทวีปเอเชีย ซึ่งถ่ายทอดไปทั้งการอพยพการค้าและการยึดครอง
ด้านสถาปัตยกรรม
长城 長城กำแพงเมืองจีน (จีนตัวย่อ: ; จีนตัวเต็ม: ; พินอิน: Chángchéng
"ฉางเฉิง", อังกฤษ: Great Wall of China) เป็นกำแพงที่มีป้อมคั่นเป็นช่วง ๆ ของจีนสมัยโบราณ
ซึ่งเป็นความเจริญด้านสถาปัตยกรรมที่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดในปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์
ฉิน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการขายของราคาถูกจาก ชาวฮัน หรือ ซฺยงหนู คำว่า ซฺยงหนู บางทีก็สะกด
ว่า ซุงหนู หรือ ซวงหนู ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับอารยธรรมจีนในยุคต้นๆ ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว
เนื่องจากจะเข้ามารุกรานจีนตามแนวชายแดนทางใต้ ในสมัยราชวงศ์ฉิน ได้สั่งให้สร้างกำแพง
หมื่นลี้ตามชายแดน เพื่อป้องกันพวกซฺยงหนูและพวกเติร์ก ที่เข้ามารุกรานจากทางเหนือ
หลังจากนั้นยังมีการสร้างกำแพงต่ออีกหลายครั้งโดยสิ้นสุดการก่อสร้างในสมัยราชวงศ์หมิงโดย
กำแพงเมืองจีนมีความยาวถึง22,000กิโลเมตร
อักษรจีน ด้านภาษา
漢字อักษรจีนอยู่ในรูปแบบที่เรียกว่า ฮั่นจื้อ
( ) สัญลักษณ์แต่ละตัวแสดงคำใน
ภาษาจีนและความหมาย มีจุดกำเนิดจาก
รูปคน สัตว์ หรือสิ่งอื่นๆ แต่เมื่อเวลาผ่าน
ไป รูปร่างของอักษรมีการเปลี่ยนแปลงไป
บ้างและไม่เหมือนกับสิ่งที่เลียนแบบอีกต่อ
ไป สัญลักษณ์หลายตัวเกิดจากสัญลักษณ์
ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมารวมกัน
ตัวอักษรจีน ได้ส่งอิทธิพลต่อตัวอักษรของภาษาญี่ปุ่นและเกาหลี
ให้เกิดขึ้นจากพื้นฐานของตัวอักษรจีน
อักษรภาษาญี่ปุ่น อักษรภาษาเกาหลี
ญี่ปุ่นอดีตใช้อักษรจีนมาก่อนต่อ เกาหลีอดีตใช้ตัวจีน ที่เกาหลีเรียก
มาได้มีการดัดแปลงตัวอักษรเป็น ว่าฮันจาจนมายุคพระเจ้าเซจงถึงได้
บัญญัติฮันกลขึ้นมาใช้ ในปัจจุบันตัวจีน
อักษรฮิรางานะ ยังคงมีหลงเหลืออยู่เกาหลีให้เห็น
สังคมและวัฒนธรรม
ระบบที่ดิน
Kingพระราชทานที่ดินให้เจ้าเมือง-ขุนนางทำการเกษตรแต่มองให้ชาวนาทำแทน
ลัทธิขงจื้อ
สอนให้คนเป็นคนดี มีความกตัญญู และมีความเมตตาต่อสัตว์
ลัทธิเต๋
ตรงข้ามลัทธิขงจื้อเน้นให้เข้าใจยอมรับและปรับตัวเข้ากับธมช.
ลัทธินิติกรรมหรือฟาเฉีย
เชื่อว่าโดยธรรมชาติมนุษย์เป็นคนเลวจึงลงโทษผู้ทำผิดให้รางวัลผู้ทำดี
พระพุทธศาสนา
นิกายมหายานมีการดัดแปลงให้เข้ากับคนจีนและเกิดนิกายใหม่จำนวนมากบ
อิทธิพลของลัทธิขงจื๊อที่มีในไทย
ก่อให้เกิดขนบธรรมเนียมประเพณีหลายอย่างในประเทศไทย
พิธีไหว้เจ้า เทศกาลตรุษจีน เทศกาลกินเจ
ความเจริญด้าน
วรรณกรรม
วรรณกรรมที่ไทยได้รับอิทธิพลจากจีน คือ สามก๊ก และ ไซอิ๋ว ซึ่งทั้งสองได้มีการแปลในสมัยราชการที่1ตั้งแต่
พ.ศ. 2345 และเป็นร้อยแก้วของไทยที่ได้รับการตีพิมพ์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2417
สามก๊ก
เป็นเรื่องการรบระหว่างก๊กทั้งสามตอนทีแผนดินจีน
แตกออกเป็นเสี่ยงๆแตกออกเป็นทั้งหมดสามก๊กแล้วมี
การรบกันไปรบการมาต่างๆซึงสามก๊กเป็นนิยามที่ถูก
แต่งขึ้นมาภายหลังอยากไรก็ตามเหตุการณ์นี้เป็น
เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์เกิดในช่วง
ค.ศ.220-280
ไซอิ๋ว
เป็นเรื่องของการเดินทางไปยังชมพูทวีป (อินเดีย) เพื่อ
อัญเชิญคัมภีร์พระพุทธศาสนาของหลวงจีนชื่อ พระถังซำจั๋ง
玄奘大師(อ้างอิงจากผู้มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ มีนามว่าพระ
เสวียนจั้ง ) โดยมีสัตว์ 3 ตัวเป็นเพื่อนร่วมทาง
คือ เห้งเจีย (ปีศาจลิง) ตือโป๊ยก่าย(ปีศาจหมู) และซัวเจ๋ง
(ปีศาจปลา) ซึ่งระหว่างการเดินทางต้องพบกับการขัดขวาง
ของเหล่าปิศาจมากมาย ด้วยเนื้อหาที่เป็นการผจญภัย และมี
สัตว์เป็นตัวเอก ทำให้ไซอิ๋วได้รับความนิยมจากหมู่เยาวชน
มากที่สุด
อารยธรรมอินเดีย
อารยธรรมตะวันตก
อารยธรรมเมโสโปเตเมีย
อารยธรรมอียิปต์
อารยธรรมกรีก
อารยธรรมโรมัน
อารยธรรมเมโสโปเตเมีย
เมโสโปเตเมียเป็นแหล่งอารยธรรมที่มีความเก่าแก่ที่สุแห่งหนึ่ง เมโสโปเตเมีย แปล
ว่า ดินแดนระหว่างแม่น้ำสองสายคือ แม่น้ำไทกรีสและยูเฟรทีส (ปัจจุบันคือดินแดนส่วน
ใหญ่ของประเทศอิรัก) ระหว่างสองฝั่งแม่น้ำทั้งสองสายเป็นพื้นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์
เหมาะแก่การเพาะปลูก
ด้านภาษา
อักษรลิ่มหรือคูนิฟอร์ม (cuneiform)
การประดิษฐ์ตัวอักษรของชาวสุเมเรียนเมื่อประมาณ 2,500 ปีก่อนพุทธศักราชนั้น
นักโบราณคดีเชื่อว่าชาวสุเมเรียนเป็นชนชาติแรกที่คิดประดิษฐ์อักษรได้ก่อน
ชนชาติอื่น ตัวอักษรดังกล่าวเรียกว่า ตัวอักษรคูนิฟอร์ม (Cuneiform) หรืออักษรรูปลิ่มการประดิษฐ์
ตัวอักษรลิ่ม (Cuneiforms) โดยใช้ลำดับต้นอ้อสลักตัวอักษรลงบนแผ่นดินเหนียวเปียก แล้วนำไป
อบด้วยความร้อนจนแห้ง
อักษรลิ่มหรือคูนิฟอร์ม(cuneiform) เป็นต้นแบบตัวอักษรกรีกและโรมนั และพัฒนามา
เป็นอักษรอารบิกจนถึงปัจจุบัน
อักษรคูนิฟอร์ม ( Cuneiform) กรีก
โรมัน อักษรอารบิก
ด้านสถาปัตยกรรม
สวนลอยแห่งบาบิโลน
(the hanging garden of babylon)
สวนลอยบาบิโลน ตั้งอยู่บนแม่น้ำยูเฟรติส ประเทศอิรักในปัจจุบัน สร้างโดยกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ที่ 3 สร้าง
ให้แก่มเหสีของพระองค์ชื่อพระนางเซมีรามีส เมื่อ 600 ปีก่อนคริสต์ศักราช สุงประมาณ 75 ฟุต กินพื้นที่ 400 ตาราง
ฟุต ระเบียงทุกชั้นได้รับการตกแต่งด้วยไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนพุ่มชนิดต่างๆ มีระบบชลประทานชักน้ำจากแม่น้ำไท
กิสไปทำเป็นน้ำตกและนำไปเลี้ยงต้นไม้ตลอดปี แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีทางการเกษตรและการชลประทานขั้นสูง
ที่สามารถยกสวนพืชไปปลูกบนพระราชวังได้อย่างสวยงาม ปัจจุบันสวนนี้ได้พังทลายไปหมดแล้ว
ในนปีค.ศ.1899 ได้มีการขุดค้นพบซากเมืองบาบิโลน หากแต่ไร้ซึ่งวี่แววของสวนลอยอันงดงาม นักโบราณคดี
และผู้เชี่ยวชาญจึงมีคำถามว่า สวยลอยแห่งกรุงบาบิโลนนั้นมีอยู่จริงหรือ คำถามถูกเฉลยโดยสมมุติฐานของ สเต
ฟานี่ ดัลลี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านอารายธรรมเมโสโปเตเมีย ได้กล่าวว่าสวนลอยแห่งบาบิโลนนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นที่
อาณาจักรบาบิโลน แต่จริงๆ แล้วสวนลอยเป็นส่วนหนึ่งของเมืองนิเนเวห์อันเป็นเมืองหลวงสำคัญของชาวแอสซีเรีย
ซึ่งอยู่ห่างจากอาณาจักรบาบิโลนขึ้นไปทางเหนือถึง 300 ไมล์
ด้านศาสนา
ความเชื่อในศาสนาทำให้เกิดการสร้างศาสนสถาน เช่น ชาวสุเมเรียนนำดินเหนียวมาสร้าง
ศาสนสถานขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “ซิกกูแรต” เพื่อบูชาเทพเจ้าที่มีหลายองค์ เช่น เทพเจ้าแห่งท้องฟ้า
ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ ส่วนเทพเจ้าสูงสุด ได้แก่ เทพที่ควบคุมฤดูกาล สิ่งของที่นำมาบูชาเทพเจ้า
ได้แก่ โลหะ เงิน ทอง และสิ่งมีค่าอื่นๆ รวมทั้งการบูชายัญ
ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
ในดินแดนเมโสโปเตเมียได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆหลายอย่าง เช่น ชาวสุเมเรียน
ได้ประดิษฐ์คิดค้นล้อเกวียน ซุ้มโค้ง (Arch) ซึ่งช่วยทำให้อาคารแข็งแรงขึ้น แป้นหมุนที่ใช้ใน
การทำเครื่องปั้นดินเผา ความรู้ทางการคำนวณ การแบ่งชั่วโมงออกเป็น 60 นาที รู้จักทำ
สำริดโดยนำทองแดงมาหลอมกับดีบุก ทำเครื่องมือโลหะที่ใช้ในการทำไร่ทำนา
ประดิษฐ์จานหมุนเพ่ือใช้ปั้นภาชนะดินเผา ต่อมาได้นกวงล้อไปติด เข้ากับ
เกวียนหรือรถม้าใช้สำหรับการเดนิทางหรือลากส่ิงของ
สมาชิกในกลุ่ม
1.นางสาวกชมน จันทร์แก้ว เลขที่ 13
2.นางสาวธิดารัตน์ ทวะกาญจน์ เลขที่ 10
3.นางสาวธิดารัตน์ บัวไชย เลขที่37
4.นางสาวอรอรงค์ ยุ้ยด้วง เลขที่12
5.นางสาวนันท์นรีนาฏ แสงแก้ว เลขที่32
6.นางสาวทัชชภัทร หมัดโซะ เลขที่36