The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สัมมนาฉบับสมบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2023-04-08 11:42:56

สัมมนาฉบับสมบูรณ์

สัมมนาฉบับสมบูรณ์

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาโกโก้ในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย โดย นางสาวปาริตา พนาดร ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาสัมมนา อาจารย์รัตนา อุ่นจันทร์ สัมมนานี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาการเกษตรและการจัดการธุรกิจเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2565


ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาโกโก้ในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย โดย นางสาวปาริตา พนาดร ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาสัมมนา อาจารย์รัตนา อุ่นจันทร์ สัมมนานี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาการเกษตรและการจัดการธุรกิจเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ลงชื่อ อาจารย์ที่ปรึกษา (อาจารย์รัตนา อุ่นจันทร์)


(1) สารบัญ เรื่อง หน้า สารบัญ สารบัญภาพ กิตติกรรมประกาศ บทคัดย่อ บทนำ 1. สถานการณ์การผลิตโกโก้ 1.1 ลักษณะทางพฤกาศาสตร์โกโก้ 1.2 พันธุ์ของโกโก้ในทย 1.3 ดินที่ปลูกและการดูแลรักษา 1.4 ประโยชน์ของโกโก้ 1.5 การเก็บเกี่ยวผลโกโก้ 1.6 โรคและแมลงศัตรู 2. สถานการณ์การส่งออกและนำเข้าโกโก้ของประเทศไทย 3. สถานการณ์การผลิตในประเทศไทย 4. ตลาดและราคาโกโก้ในประเทศไทย 5. สถานการณ์โกโก้ประเทศคู่ค้า 6. บริษัทที่ส่งเสริมและรับซื้อ 7. ข่าวและบทวิเคราะห์ 8. สรุป 9. อ้างอิง (1) (2) (3) (4) (5) 1 1 4 5 5 6 6 7 8 9 12 14 17 19 21


( 2 ) สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า 1. ลักษณะต้นโกโก้ 2 2. ลักษณะผลโกโก้ 3 3. ลักษณะเมล็ดโกโก้ 4 4. การผลิตโกโก้ปี 2563 9 5. ราคาขายเฉลี่ยโกโก้ปี 2561 10 6. ราคาขายเฉลี่ยโกโก้ปี 2562 10 7. ราคาขายเฉลี่ยโกโก้ปี 2563 11 8. ราคาขายเฉลี่ยโกโก้ปี 2564 11 9. ราคาขายเฉลี่ยโกโก้ปี 2565 11


(3) กิตติกรรมประกาศ ข้าพเจ้าขอกราบขอบพระคุณนักวิชาการทุกท่านที่ข้าพเจ้าได้นำเอกสารของทุกท่านมาศึกษา และอ้างอิง รวมไปถึงบทความบนเว็บไซต์ต่างๆ ที่ข้าพเจ้าได้นำมาศึกษาและอ้างอิงจนกระทั่งเอกสาร วิชาการฉบับนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอขอบพระคุณอาจารย์รัตนา อุ่นจันทร์ซึ่งได้กรุณารับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิชาสัมมนา ให้แก่ข้าพเจ้าที่ได้ให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาในการทำงาน จนกระทั่งงานครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไป ด้วยดีและช่วยตรวจสอบแก้ไขจนกระทั่งสำเร็จเป็นรูปเล่มสมบูรณ์ คุณความดีที่พึ่งเกิดจากเอกสารวิชาการฉบับนี้ขอมอบเป็นเครื่องหมายบูชาพระคุณของบิดา มารดา บุคคลในครอบครัวครูอาจารย์ผู้มีพระคุณเป็นอย่างยิ่ง ปาริตา พนาดร 7 เมษายน 2566


(4) บทคัดย่อ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาโกโก้ในแต่ละพื้นที่ของประเทศ ไทยประกอบด้วย สถานการณ์การผลิต สถานการณ์การส่งออกและนำเข้าไทย ตลาดและราคาโกโก้ ประเทศคู่ค้า บริษัทที่ส่งเสริมและรับซื้อ รวมไปถึงข่าวและบทวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า โกโก้เป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่หน้าจับตามองเนื่องจากเป็นพืชที่อายุยืน เหมาะกับการปลูกในประเทศไทยเพราะเป็นพืชเขตร้อน และยังมีความต้องการในตลาดสูงทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ นิยมไปทำเป็นช็อกโกแลตซึ่งจะเห็นได้บ่อยในมุมของขนมหวาน รวมไปถึง ประโยชน์อีกหลายประการ ไม่เพียงแต่ภาครัฐที่มีการส่งเสริมภาคเอกชนก็มีการส่งเสริมเช่นกัน ทำให้ เกิดการแข่งขันในเรื่องของราคาในตลาด เพราะคุณลักษณะของโกโก้สามารถนำมาแปรรูปหรือทำ ผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย จากที่ได้ศึกษาข้อมูลพบว่ามีปัญหาราคาขายของผลผลิตโกโก้ เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่จะ ปลูกพืชเชิงเดี่ยวและไม่มีความรู้ในเรื่องของพืชปลูกแซม จึงทำให้นิยมปลูกพืชเชิงเดียวซึ่งจะส่งผลต่อ รายได้ เพราะกว่าจะให้ผลผลิตต้องใช้ระยะเวลานานทำให้ช่วงที่รอผลผลิตเกษตรจะไม่มีรายได้ โกโก้ จะเป็นพืชที่อายุยืนปลูก 3 ปีให้ผลผลิต สามารถที่จะปลูกแซมในสวนมะพร้าวหรือสวนปาล์มน้ำมัน ราคาแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆดังต่อไปนี้1) ปริมาณการปลูกและพื้นที่การผลิต ในแต่ละภาคของประเทศไทย 2)สภาพอากาศ 3) การดูแลรักษา 4) บริษัทที่ส่งเสริมและรับซื้อ ผู้ศึกษาจึงได้ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาโกโก้ในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาตลาดและราคาของโกโก้ สภาพพื้นที่ สภาพอากาศ และการดูแลรักษา ตลาดในประเทศคู่ ค้า รวมไปถึงบริษัทที่ส่งเสริมและรับซื้อ เพื่อที่จะให้เกษตรกรได้ทราบข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญเกี่ยวกับ โกโก้ และสามารถที่จะนำไปแก้ไขปัญหาเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรหรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรชุมชน อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของ ประเทศให้ยั่งยืนต่อไป คำสำคัญ : ราคา, การผลิต, การตลาด, โกโก้ Price, Production, Marketing, Cocoa


(5) บทนำ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ในแต่ละภูมิภาค จะมีการปลูกพืชที่แตกต่างกันไปตามฤดูกาลและนำผลผลิตป้อนเข้าสู่ภาคตลาดและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาครัฐซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการผลักดันนโยบายให้การสนับสนุนวิธีการปลูกพืชแนวใหม่ การสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูก การยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ปัจจุบันภาค การเกษตรได้มีการพัฒนาและแปรรูปผลผลิตในรูปแบบผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ชุมชน ทั้งในระดับกลุ่ม อาชีพ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มผู้ประกอบการเพื่อเป็นการเสริมสร้าง ระบบเศรษฐกิจฐานรากให้ เกิดขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มในการจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ได้ผลิตและจำหน่ายออกสู่ตลาดทั้ง ในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ (อาทิตย์ ชื่นอารมณ์และคณะ, 2563) ประเทศเป็นประเทศที่หลากหลายในการปลูกพืชทั้งข้าว ยางพารา อ้อย ปาล์มน้ำมัน และพืชเศรษฐกิจในอนาคตอาทิเช่น โกโก้ ซึ่งพืชถือเป็นปัจจัยสำคัญในการหล่อเลี้ยงชีวิตให้กับคน ไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งไม่ใช่แค่การบริโภคเท่านั้น แต่หากปลูกในปริมาณมากย่อมสร้างรายได้ให้กับ เกษตรมากตามไปด้วย จากอดีตจนถึงปัจจุบันมีพืชเศรษฐกิจที่ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับคน ในประเทศเป็นจำนวนมาก (สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร, 2566) โกโก้ไม่เพียงแต่ทำของขนมหวานได้อย่างเดียว แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารและสารต้าน อนุมูลอิสระต่าง ๆ มากมาย เช่น ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซิลีเนียม (Selenium) ไนอะซิน (Niacin) ทีโอโบรมีน (Theobromine) ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) พอลิฟีนอล (Polyphenols) ธาตุเหล็ก (Iron) และธาตุสังกะสี (Zinc) และมีสรรพคุณอีกมากมาก เช่น ช่วยต่อต้านและยับยั้งเซลล์มะเร็ง ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยให้อารมณ์ดี ลดภาวะซึมเศร้า ลดความ เสี่ยงของโรคหัวใจ บำรุงสมองและป้องกันภาวะสมองเสื่อม และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง ขึ้น ฯลฯ (kcinterfoods, 2565) และในประเทศไทยก็มีการปลูกโกโก้เป็นจำนวนมากในแต่ละ ภูมิภาค ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากสรรพคุณต่างๆ โกโก้สามารถที่จะนำมาแปรรูปได้หลากหลาย ผู้คนมีความ ต้องการเป็นจำนวนมาก จึงมีผลในเรื่องของราคาขายในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย จากเหตุผล ดังกล่าวข้างต้นจึงทำให้ผู้ศึกษามีความสนใจเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาโกโก้ในแต่ละพื้นที่ของ ประเทศไท


1 ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาโกโก้ในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย 1. สถานการณ์การผลิตโกโก้ 1.1 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์โกโก้ 1.1.1 ต้นโกโก้จัดเป็นพรรณไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก แต่มีการนำมาปลูก ทั่วไปในเขตร้อนในประเทศไทยมีผู้นำเข้ามาปลูกตามสวนทั่วไปทางภาคใต้ โดยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาด เล็ก มีความสูงของต้นประมาณ 3-8 เมตร และอาจสูงได้ถึง 13 เมตร ขึ้นใต้ร่มเงาไม้ อากาศร้อน ความชื้นสูง และมีฝนตกชุก ดังภาพที่ 1 ภาพที่ 1 : ลักษณะต้นโกโก้ ที่มา: ศูนย์การเรียนรู้อุทยาน พรรณไม้(2566) 1.1.2 ใบโกโก้ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับหรือเวียนรอบ ลักษณะของใบเป็นรูปรี รูปไข่กลับหรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือสอบ ส่วนขอบใบเป็นคลื่น เล็กน้อย โคนใบป่องทั้งสองข้าง มีหูใบขนาดเล็ก ลักษณะเป็นรูปใบหอกหลุดร่วงได้ง่าย 1.1.3 ดอกโกโก้ดอกมีขนาดเล็กออกเป็นกลุ่มๆ ตามลำต้นหรือกิ่งใหญ่ ๆ ที่แก่แล้ว ตรงที่ใบ ร่วงไป ดอกเป็นสีเขียวหรือสีแดง มีขนขึ้นประปราย ดอกมีใบประดับขนาดเล็ก มีขน ส่วนกลีบดอกมี 5 กลีบ กลีบดอกเป็นสีขาวอมเหลืองหรือสีขาวอมชมพู กลีบดอกตอนล่างมีลักษณะเป็นกระพุ้งสอบ ลงมาหาโคนกลีบ 1.1.4 ผลโกโก้ ลักษณะของผลเป็นรูปกลมยาว รูปไข่แกมรูปขอบขนาน หรือรูปรี ห้อยลง ตามกิ่งและลำต้น ผลมีขนาดกว้างประมาณ 6-10 เซนติเมตร และยาวประมาณ 12-22 เซนติเมตร ผิวผลแข็งขรุขระ ตามผลมีร่องตามยาวประมาณ 10 ร่อง และมีสันเป็นปุ่มป่ำ ผลเป็นสีเขียว สีเหลือง ผลเมื่อแก่จัดจะเป็นสีแดงอมเหลืองหรือสีแดงอมม่วง ภายในผลมีเมล็ดโกโก้ประมาณ 20-60 เมล็ด เรียงเป็นแถว 5 แถว ยาวตามแกนกลางของผล ดังภาพที่ 2


2 ภาพที่ 2 : ลักษณะผลโกโก้ ที่มา: ศูนย์การเรียนรู้อุทยาน พรรณไม้(2566) 1.1.5 เมล็ดโกโก้ ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปรี มีขนาดกว้างประมาณ 1.3-1.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2.2.5 เซนติเมตร เมล็ดเป็นสีน้ำตาล มีเยื่อหุ้มเมล็ดบางๆ รสหวาน ดังภาพประกอบที่ 3 ภาพที่ 3 : ลักษณะเมล็ดโกโก้ ที่มา: ศูนย์การเรียนรู้อุทยาน พรรณไม้(2566) จากข้อความข้างต้นสรุปได้ว่าลักษณะทางพฤกษศาสตร์โกโก้ประกอบด้วย 1) ต้นโกโก้ จัดเป็นพรรณไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก แต่มีการนำมาปลูกทั่วไปในเขตร้อนในประเทศไทยมี ผู้นำเข้ามาปลูกตามสวนทั่วไปทางภาคใต้ โดยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงของต้นประมาณ 3-8 เมตร และอาจสูงได้ถึง 13 เมตร ขึ้นใต้ร่มเงาไม้ อากาศร้อน ความชื้นสูง และมีฝนตกชุก 2) ใบโกโก้ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับหรือเวียนรอบ ลักษณะของใบเป็นรูปรี รูปไข่กลับ หรือรูปไข่ แกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือสอบ ส่วนขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบมีขนาดกว้าง ประมาณ 4-20 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-48 เซนติเมตร เส้นแขนงใบมีข้างละประมาณ


3 9-12 เส้น ปลายเส้นโค้งจรดกัน ก้านใบยาวประมาณ 1-3 เซนติเมตร โคนใบป่องทั้งสองข้าง มีหูใบ ขนาดเล็ก ลักษณะเป็นรูปใบหอก ขนาดกว้างประมาณ 1-2 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 0.5-1.5 เซนติเมตร หลุดร่วงได้ง่าย 3) ดอกโกโก้ดอกมีขนาดเล็กออกเป็นกลุ่มๆ ตามลำต้นหรือกิ่งใหญ่ ๆ ที่แก่แล้ว ตรงที่ใบร่วงไป เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร ก้าน ดอกยาวประมาณ 1-2.3 เซนติเมตร ดอกเป็นสีเขียวหรือสีแดง มีขนขึ้นประปราย ดอกมีใบประดับ ขนาดเล็ก มีขน ส่วนกลีบดอกมี 5 กลีบ 4) ผลโกโก้ ลักษณะของผลเป็นรูปกลมยาว รูปไข่แกมรูป ขอบขนาน หรือรูปรี ห้อยลงตามกิ่งและลำต้น ผลมีขนาดกว้างประมาณ 6-10 เซนติเมตร และยาว ประมาณ 12-22 เซนติเมตร ผิวผลแข็งขรุขระ ตามผลมีร่องตามยาวประมาณ 10 ร่อง และมีสันเป็น ปุ่มป่ำ ผลเป็นสีเขียว สีเหลือง ผลเมื่อแก่จัดจะเป็นสีแดงอมเหลืองหรือสีแดงอมม่วง ภายในผลมีเมล็ด โกโก้ประมาณ 20-60 เมล็ด เรียงเป็นแถว 5 แถว ยาวตามแกนกลางของผล 5) เมล็ดโกโก้ ลักษณะ ของเมล็ดเป็นรูปรี มีขนาดกว้างประมาณ 1.3-1.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2.2.5 เซนติเมตร เมล็ดเป็นสีน้ำตาล มีเยื่อหุ้มเมล็ดบางๆ รสหวาน 1.2 พันธุ์ของโกโก้ในไทย 1.2.1 สายพันธุ์หลักของโกโก้ คริโอลโล (Criollo) สายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดมาจากอเมริกากลาง และอเมริกาใต้ พบได้ใน เขตประเทศเม็กซิโก โคลัมเบีย เอกวาดอร์ เวเนซุเอรา และประเทศแถบแคริบเบียน ลักษณะเด่นที่ทำ ให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนคือการมีกลิ่นหอม รสชาติเข้มข้น และมีรสขมฝาดเพียงเล็กน้อย ทำให้เป็นที่ ต้องการมากในอุตสาหกรรมช็อกโกแลต เนื่องจากโกโก้สายพันธุ์นี้เป็นพืชที่มีความทนทานต่อ สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ไม่ดีนัก ทำให้มีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ปลูก มีการเจริญเติบโตที่ช้ากว่า สายพันธุ์อื่นๆ ให้ผลผลิตต่ำ และมักถูกโรคแมลงรบกวนได้ง่าย ทำให้ได้ผลิตจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับ พันธุ์อื่นๆ แต่ด้วยรสชาติที่ดีและโดดเด่นกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ทำให้สายพันธุ์นี้ถูกมองว่าเป็นสินค้า หรูหราในตลาดโกโก้เลยทีเดียว ฟอรัสเทอร์โร่ (Forastero) ในสายพันธุ์ฟอรัสเทอร์โร่เป็นสายพันธุ์ที่ใช้การอย่างแพร่หลาย ในอุตสาหกรรมช็อกโกแลต เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้หลากหลาย รูปแบบและให้ผลผลิตสูง ทำให้สามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่ทั่วโลก เมื่อทำเป็นช็อกโกแลตจะให้ รสชาติกลางๆ ในบางสายพันธุ์รองอาจมีรสขมหรือฝาดจัดได้ ทำให้นิยมไปแปรรูปต่อ ส่วนใหญ่สาย พันธุ์นี้จะปลูกแถวอเมริกาใต้ อเมริกากลาง แอฟริกาตะวันตก และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ทรินิทาริโอ (Trinitario) สายพันธุ์นี้เชื่อว่ามีแหล่งกำเนิดบนเกาะ ตรินิแดด (Trinidad) ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกของป่าอเมซอน โดยมากมักมีลักษณะที่เป็นร่องขรุขระมากกว่าฟอรัสเทอร์โร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ มีความทนทานต่อโรคและสภาพแวดล้อมได้ดีพอๆ กันกับฟอรัสเทอร์โร่จึง เป็นที่นิยมปลูกในหลายประเทศ (Chocolasia, 2566)


4 สัณห์ ละอองศรี (2563) สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร รายงานว่าปัจจุบัน ประเทศไทย มีพันธุ์โกโก้ที่ผ่านการรับรองพันธุ์จากกรมวิชาการ เกษตรอย่างถูกต้องตามกฎระเบียบ เพียง 2 พันธุ์เท่านั้น 1. พันธุ์ลูกผสมชุมพร1 (Pa7x Na32) เป็นพันธุ์โกโก้ลูกผสมที่คัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ ขึ้นโดยนักวิชาการเกษตรของศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร กรมวิชาการเกษตร เป็นพันธุ์โกโก้ที่ให้ผลผลิตสูง เมล็ดมีเปอร์เซ็นต์ไขมันสูง 57.27% 2. พันธุ์ ไอ.เอ็ม.1 (I.M.1) เป็นพันธุ์โกโก้หอมลูกผสมสายทรินิทาริโอที่ได้จากการศึกษาวิจัย คัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ขึ้น โดยนักวิชาการเกษตรของบริษัท มาร์คริณ ฟาร์ม จำกัด เป็นพันธุ์โกโก้ ที่ให้ผลผลิตสูง เมล็ดมีกลิ่นหอมจัดและมีความเปรี้ยวต่ำ เมื่อนำมาแปรรูปเป็นช็อกโกแลตเมล็ดมี เปอร์เซ็นต์ไขมันสูง ระหว่าง 52-67% เป็นสายพันธุ์โกโก้สำหรับส่งเสริมการปลูกแก่เกษตรกรสมาชิก ของบริษัทมาร์คริณ ฟาร์ม จำกัด จากข้อความข้างต้นสรุปได้ว่าพันธุ์โกโก้ในประเทศไทย ปัจจุบันพันธุ์โกโก้ในประเทศไทยมี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ลูกผสมชุมพร1 (Pa7x Na32) และพันธุ์ ไอ.เอ็ม.1 (I.M.1) 1.3 ดินที่ปลูกและการดูแลรักษา ศูนย์รวมบทความ สาระน่ารู้ ข่าวสาร เกี่ยวกับการเกษตร และเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ (2561) รายงานว่าการปลูกโกโก้และการดูแลหลังการปลูกช่วยให้เกษตรกรหรือผู้ปลูกได้เมล็ดโกโก้ที่ มีคุณภาพ จำหน่ายได้ในราคาที่สูง ถึงแม้ว่าโกโก้จะเป็นพืชที่ปลูกในประเทศไทยได้แต่ก็ไม่ใช่พืช พื้นเมือง ดังนั้น การดูแลหลังการปลูกอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการปลูกโกโก้สภาพแวดล้อม ที่เหมาะสมในการปลูกโกโก้ควรเป็นพื้นที่มีความลาดเอียง มีระดับน้ำใต้ดินไม่ควรต่ำกว่า 90 เซนติเมตร จากระดับผิวดิน มีสภาพน้ำท่วมขังติดต่อกันได้นานถึง 5 เดือน มีร่มเงา เพราะโกโก้ไม่ ต้องการแสงแดดมาก และเมื่อต้นโกโก้เจริญเติบโตเต็มที่มีใบปกคลุมต้นหนาแน่นแล้ว สามารถ เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแสงแดดจัด ต้นโกโก้ต้องการปริมาณของแสงแดดในการเจริญเติบโตทั้งปีใน อัตรา 1,110 ถึง 2,700 ชั่วโมง อุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 15 ถึง 30 องศาเซลเซียส แหล่งน้ำมี ปริมาณฝนตกชุกตลอดทั้งปี มีระยะฤดูแล้งไม่ควรติดต่อกันนานเกิน 3 เดือน และมีแหล่งน้ำช่วยให้ ความชุ่มชื้นต้นโกโก้ได้เพียงพอต่อความต้องการในฤดูแล้ง ดินเป็นดินร่วนปนทรายมีค่าความเป็นกรด เป็นด่าง (pH) อยู่ที่ 5.5 ถึง 7.0 ต้นโกโก้ สามารถทนต่อความเป็นกรดได้ดีมีหน้าดินที่ลึกเกิน 1 เมตร ระบายน้ำได้ดีมีปริมาณอินทรียวัตถุ ไม่น้อยกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ 1.4 ประโยชน์ของโกโก้ ศูนย์การเรียนรู้อุทยาน พรรณไม้(2566) รายงานว่าประโยชน์โกโก้มีดังนี้1) เมล็ดโกโก้นิยม นำมาใช้ทำช็อกโกแลต (Chocolate) เนื่องจากมีไขมันสูงและมีสารประกอบหลายอย่าง ที่ทำให้เกิด กลิ่นหอมเฉพาะตัวเมื่อผ่านกรรมวิธี และยังมีผลิตภัณฑ์อีกประเภทหนึ่งที่สกัดได้เมล็ดที่คั่วแล้วด้วยตัว


5 ทำละลาย ที่เรียกว่า "โกโก้สกัด" (Cocoa extract) ที่นำมาใช้ผสมในเครื่องดื่มผงรสช็อกโกแลต ขนมอบ ไอศกรีม ลูกกวาด ทอฟฟี่ เป็นต้น โดยสรุปแล้วผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดโกโก้ คือ เนื้อโกโก้(cocoa liquor) หรือ cocoa mass) เนยโกโก้(cocoa butter) โกโก้ผง(cocoa powder) และช็อกโกแลต (chocolate) 2) เมล็ดโกโก้นำมาคั่วเอาเปลือกหุ้มเมล็ดออก บดให้ละเอียด บีบเอา น้ำมันออก เนื้อโกโก้จะเกาะกันเป็นแท่งๆ แล้วนำมาบดให้แตกเป็นผงอีกครั้ง ใส่รวมกับแป้ง แล้วนำไปแต่งรสแต่งสีอาหาร ส่วนโกโก้ผงที่ชงกับเครื่องดื่มจะนำมาผสมกับแป้งทำขนม นอกจากนี้ เมล็ดโกโก้ยังถูกนำมาใช้เป็นอาหารเสริมอย่างดีที่ชื่อว่า “Food of the gods” โดยการนำผลโกโก้มา หมักแล้วแยกเอาเมล็ดออก นำมาทำความสะอาดแล้วนำไปย่างไฟ เสร็จแล้วกะเทาะเปลือกออก ก็จะ ได้เนื้อในเมล็ดที่นำไปใช้ได้3) น้ำมันโกโก้ใช้เป็นสารแต่งกลิ่นและรสของอาหาร ยา และเครื่องดื่ม หลายชนิด 4) เปลือกเมล็ดที่กะเทาะแยกออกจากใบเลี้ยง อาจนำไปบีบเอาเนยโกโก้ (Cocoa Butter) ซึ่งนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการทำครีม สบู่ โลชั่นบำรุงผิว และเครื่องสำอาง ใช้เป็นตัวยาพื้นของยา เหน็บ ขี้ผึ้ง และครีม หรือนำมาสกัด theobromine ซึ่งใช้เป็นสารกระตุ้นเช่นเดียวกับกาเฟอีนที่ได้ จากกาแฟและชา 1.5 การเก็บเกี่ยวผลโกโก้ สมศักดิ์ วรรณศิริ(2566) รายงานว่า โกโก้จะเริ่มให้ผลผลิตเมื่อย่างเข้าปีที่ 3 โดยโกโก้จะ ทยอยออกดอกเป็นรุ่นตลอดทั้งปี โดยปกติจะห่างกันประมาณ 2-3 สัปดาห์ หากดูแลดี โกโก้จะให้ ผลผลิตตลอดทั้งปี โดยจะเก็บเกี่ยวได้ 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง อายุของผลนับจากดอกบานประมาณ 5-6 เดือน ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลืองหรือแดง ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์การเก็บผลโกโก้นั้นควรใช้ กรรไกรตัดขั้วผลออกจากกิ่ง ไม่ควรใช้มือเด็ดเพื่อป้องกันไม่ให้ขั้วผลช้ำ เพราะจะได้เกิดเป็นตาดอก และผลรุ่นถัดไป 1.6 โรคและแมลงศัตรู ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพรสถาบันวิจัยพืชสวน (2561) รายงานว่า โรคที่สำคัญของโกโก้ 2 โรค คือ 1) โรคกิ่งแห้ง หรือโรควีเอสดี เกิดจากเชื้อรา Oncobasidium theobromae ลักษณะของโรค ปลายยอดจะแห้ง บริเวณนี้จะเกิดตาข้างแตกออกมากตาจะเน่าตายก่อนพัฒนาเป็นกิ่ง เมื่อผ่าดูจะ ปรากฏเป็นสีน้ำตาลตามแนวยาวของเนื้อไม้หลายเส้น การป้องกันกำจัด ให้ตัดบริเวณที่เป็นโรคออก โดยตัดให้เลย เข้าไป 1 ฟุต เพื่อป้องกันมิให้เชื้อราลุกลามไปบริเวณส่วนอื่น 2) โรคผลเน่าดำ เกิดจาก เชื้อรา Phytophthora Sp. เข้าทําลายส่วนของผล เกิดแผลสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ ลักษณะฉ่ำนํ้า ลุกลามไปทั่วผล มีการป้องกันกำจัด สามารถตัดแต่งกิ่งให้โปร่งเพื่อลดร่มเงา เก็บผลโกโก้ออกให้หมด เพื่อลดแหล่งสะสมโรค หลีกเลี่ยงการให้นำแบบสปริงเกอร์ เพราะความชื้นจะช่วยให้โรคเกิดการแพร่ ระบาดเร็วขึ้น และฉีดพ่นด้วยสารคูปราวิท ค็อปเปอร์ออกซีคลอไรด์คอปปีไซด์ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง ส่วนแมลงศัตรูโกโก้มี1) มวนโกโก้ (Helopeltis sp.) ตัวอ่อนและตัวเต็มวัย ของแมลงชนิดนี้จะดูดกิน


6 น้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนและผลอ่อน ระยะวางไข่ตัวแก่จะวางไข่ฝังลงในเปลือกผิวของโกโก้และ เจริญเติบโตออกมาทําลายผลและยอดอ่อนของโกโก้ต่อไป การป้องกันกำจัด เผาทำลายผลโกโก้ที่ ตกค้างอยู่ตามต้นให้ หมดพ่นด้วยสารเคมีจำพวกเซฟวินอสส์ อโซดรินธโอดาน สลับ กันห่างกัน ประมาณ 7-10 วัน ในช่วงฤดูฝนที่มวนโกโก้ระบาด 2) ด้วงกินใบ ที่พบส่วนใหญ่ ได้แก่ ด้วงกุหลาบ ด้วงงวง แมลงค่อมทอง การป้องกันการกำจัด ฉีดพ่นด้วยสารเคมีจำพวกเซฟวินอโซดริน ทุก 7-10 วัน ช่วงระบาด 3) เพลี้ยแป้ง ตัวอ่อนจะเข้าดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณตา ยอดและผลโกโก้ ทำให้เป็นจุดสี เหลืองและสีน้ำตาล และในส่วนของสัตว์ศัตรูโกโก้นอกเหนือจากแมลงที่คอยทำลายโกโก้ แล้วยังมี สัตว์ประเภทฟันแทะที่คอยทำลายผลโกโก้ เช่น กระรอก หนู ชะมด ลิง กระแต ค้างคาว เป็นต้น 2. สถานการณ์การส่งออกและนำเข้าโกโก้ของประเทศไทย สถาบันวิจัยพืชสวน(2563) รายงายว่า สถานการณ์การส่งออกเมล็ดโกโก้ของไทยในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา มีปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มจาก 138 กิโลกรัม ในปี2558 เป็น 925 ตัน ในปี พ.ศ. 2562 โดยในปี 2562 ประเทศปลายทางที่ไทยส่งออกมากเป็นอันดับหนึ่ง ได้แก่ อินเดีย มีสัดส่วนการส่งออกถึงร้อยละ 99 ของปริมาณทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ ลาว และญี่ปุ่น สอดคล้องกับ รายงานข่าวของอินเดีย ซึ่งขาดแคลนวัตถุดิบในการแปรรูปมากขึ้น (นำเข้า เมล็ดโกโก้ 53,031 ตัน ในปี 2555-2556 และ เพิ่มเป็น 51,627 ตัน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 4) ในปี 2556-2557) และส่งออก ผลิตภัณฑ์โกโก้ได้มากขึ้น รัฐบาลอินเดียจึงได้ส่งเสริมการปลูกโกโก้เป็นพืชแซมในสวนมะพร้าวและ สวนหมาก โดยหวังว่าจะทดแทนการนำเข้าได้บางส่วน สำหรับสถานการณ์การนำเข้านั้นในช่วง 5 ปี (พ.ศ.2558-2562) ประเทศไทยนำเข้า เมล็ดโกโก้ ลดลงจาก 15,667 ตัน ในปี 2558 เหลือ 980 ตัน ในปี พ.ศ. 2562 ในขณะที่การนำเข้าผลิตภัณฑ์โกโก้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 7 โดยเพิ่มจาก 32,718 ตัน ในปี พ.ศ. 2558 เพิ่มเป็น 44,278 ตัน ในปี พ.ศ. 2562 โดยในปี พ.ศ. 2562 ประเทศที่ไทยนำเข้าเมล็ด โกโก้จากประเทศคองโกมากเป็นอันดับหนึ่ง มีสัดส่วนนำเข้าถึงร้อยละ 82 ของปริมาณนำเข้าทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ กินีร้อยละ 10 ในขณะที่บริษัทแกลโกไทย จำกัด ผู้ผลิตช็อกโกแลต นำเข้าเมล็ด โกโก้จากประเทศฟิลิปปินส์เป็นหลัก และนำเข้าผลิตภัณฑ์โกโก้จากมาเลเซียมากเป็นอันดับหนึ่ง มีสัดส่วนร้อยละ 49 และนำเข้าจากสิงคโปร์มีสัดส่วนร้อยละ 12 และอินโดนีเซียร้อยละ 10 ตามลำดับ ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(2566) มีข้อมูลการรายงานการนำเข้าการส่งออก โกโก้ ดังนี้ 1. การนำเข้าเมล็ดโกโก้ ของประเทศไทยในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมามีปริมาณนำเข้าดังนี้ ปี พ.ศ.2561 มีจำนวน 289,821 กิโลกรัม มูลค่า 13,457,473 บาท ปี พ.ศ. 2562 มีจำนวน 980,202 กิโลกรัม มูลค่า 31,837,947 บาท ปี พ.ศ. 2563 มีจำนวน 19,167 กิโลกรัม มูลค่า 3,390,804 บาท ปี พ.ศ. 2564 มีจำนวน 18,435 กิโลกรัม มูลค่า 3,499,588 บาท และในส่วนของปี


7 พ.ศ. 2565 ยังไม่มีข้อมูลการนำเข้าเมล็ดโกโก้ ซึ่งประเทศไทยได้นำเข้าเมล็ดโกโก้มากที่สุดในปี พ.ศ. 2562 จำนวน 980,202 กิโลกรัม รวมมูลค่าทั้งหมด 31,837947 บาท และมีการนำเข้าเมล็ด โกโก้มากที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2. การส่งออกเมล็ดโกโก้ ของประเทศไทยในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมามีปริมาณส่งออกดังนี้ปี พ.ศ. 2561 มีจำนวน 288,879 กิโลกรัม มูลค่า 24,571,798 บาท ปีพ.ศ. 2562 มีจำนวน 925,566 กิโลกรัม มูลค่า 78,513,516 บาท ปีพ.ศ. 2563 มีจำนวน 3,024 กิโลกรัม มูลค่า 257,273 บาท ปีพ.ศ. 2564 มีจำนวน 9,411 กิโลกรัม มูลค่า 1,910,169 บาท และในส่วนของปีพ.ศ. 2565 ยังไม่ มีข้อมูลการส่งออกเมล็ดโกโก้ ซึ่งประเทศไทยได้ส่งออกเมล็ดโกโก้มากที่สุดในปี พ.ศ. 2562 จำนวน 978,635 กิโลกรัม รวมมูลค่าทั้งหมด 83,411,718 บาท และมีการส่งออกเมล็ดโกโก้มากที่สุดในเดือน มีนาคม 3. สถานการณ์การผลิตในประเทศไทย โกโก้ถูกจับตาเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจใหม่ในปัจจุบันจากจุดเด่นที่สามารถปลูกได้ทั้งแบบ เชิงเดี่ยว และแบบปลูกแซม เพื่อเป็นรายได้เสริมให้เกษตรกรตลอดทั้งปี อีกทั้งความต้องการโกโก้ยังมี ต่อเนื่องทั้งจากในและต่างประเทศ ส่งผลให้โกโก้ไทยมีโอกาสเติบโตได้ในอนาคต ปัจจุบันเกษตรกรก็ มีความสนใจการปลูกโกโก้เป็นจำนวนมากเนื่องจากโกโก้เป็นพืชที่อายุยืน ดูแลง่าย ความต้องการ โกโก้ในตลาดโลกสูง และยังมีปัจจัยอีกหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม โกโก้ไทยยังติดข้อจำกัดในหลาย ประเด็นตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่ง Supply Chain ของโกโก้และความได้เปรียบของไทย ประกอบด้วย ต้นน้ำ (เกษตรกร) มีความได้เปรียบด้านพื้นที่โดยสามารถปลูกได้ทุกภาค ซึ่งจำเป็นต้อง คัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และอาจต้องลงทุน ระบบน้ำเพิ่มเติมในภาคเหนือและอีสาน ปัจจุบันมีเกษตรกรที่ปลูกโกโก้ทั้งสิ้นราว 1,300 ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การเติบโตของต้นน้ำใน ระยะถัดไปยังเผชิญความท้าทายอยู่ไม่น้อย กลางน้ำ-ปลายน้ำ (วิสาหกิจชุมชน/ผู้ผลิตช็อกโกแลต/โรงงานแปรรูป/ ร้านคาเฟ่) บางกลุ่มมี องค์ความรู้ในการแปรรูปและสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ในช่วง 3 ปีมานี้โกโก้ได้รับกระแสความ นิยมมากขึ้น ทำให้พื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเพื่อรองรับโอกาสในอนาคตภาครัฐจึงมีแนวคิดใน การส่งเสริมโกโก้ให้เป็นหนึ่งในพืชแห่งอนาคต (Future Crop) อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยยังผลิตโกโก้ได้น้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคใน ประเทศและการส่งออกไปยังต่างประเทศจึงจำเป็นต้องนำเข้ามาโดยตลอด ทั้งนี้ ปี พ.ศ. 2559 ไทย นำเข้าโกโก้ 3.9 หมื่นตัน เพิ่มขึ้นเป็น 4.2 หมื่นตันในปีพ.ศ. 2563 และส่งออกเฉลี่ยปีละ 2.1 หมื่น ตัน


8 4. ตลาดและราคาโกโก้ในประเทศ สถาบันวิจัยพืชสวน (2563) รายงานว่าโกโก้เป็นไม้ผลเขตร้อน (tropical tree crop) เป็น พืชในวงศ์ Sterculiaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Theobroma cacao L. ซึ่งเป็นชนิดเดียวในจำนวน 22 ชนิดของสกุล Theobroma ที่ปลูกกันกว้างขวางในเชิงการค้านอกจากนี้ยังมีอีก 2 ชนิดได้แก่ 1) T. bicolor Humb. Et Bompl. ปลูกในแถบอเมริกาใต้ใช้ประโยชน์ในการเป็นส่วนผสมของ ผลิตภัณฑ์โกโก้และ 2) T. grandiflorum ปลูกในบราซิลใช้ประโยชน์จากเยื่อหุ้มเมล็ดซึ่งมีรสหวาน และกลิ่นหอมนิยมนำมาทำเครื่องดื่มต่างๆ โกโก้ปลูกได้ในแถบ 10-20 องศาจากเส้นศูนย์สูตรส่วน ใหญ่ในแถบอเมริกากลางและใต้ แอฟริกาใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ต้นโกโก้สูง 40 ฟุตหรือ 12 เมตร เจริญเติบโตได้ดีในร่มเงาของไม้การติด ผลเริ่มตั้งแต่ 18 เดือนหลังปลูก และจะให้ผลผลิตเต็มที่ในปีที่ 5 และได้ 70-100 ฝัก/ปีหรือมากกว่า นั้น อายุการเก็บผลผลิตที่ให้ผลตอบแทนเชิงพาณิชย์ 25-30 ปี สุธีลา เลาหศิริ(2530) ประเทศไทยได้เริ่มปลูกโกโก้ในลักษณะของโครงการต่างๆ ได้มีการ วิจัยเกี่ยวกับการนำโกโก้มาปลูกแซมในสวนมะพร้าว โดยมทางกรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินโครงการ นี้ขึ้นเพื่อศึกษาแนวทางในการช่วยเหลือชาวสวนมะพร้าวให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากผลผลิต มะพร้าวในขณะนั้นราคาตกต่ำ การพัฒนาโกโก้จึงได้เริ่มขึ้นและขยายพื้นที่ปลูกเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รัชณภัค อินนุกูล และคณะ (2564) รายงานว่า ไทยมีสภาพพื้นที่และภูมิอากาศเหมาะสมใน การปลูกโกโก้ เนื่องจากเป็นพืชเขตร้อนจึงเจริญเติบโตได้ดีในประเทศแถบเส้นศูนย์สูตร โดยเริ่มปลูก ในภาคใต้และกระจายไปยังภาคอื่นทั่วประเทศ โกโก้เป็นที่รู้จักและชื่นชอบของผู้คนทุกเพศทุกวัยมา นานและด้วยคุณประโยชน์ที่หลากหลาย ทำให้นิยมนำไปเป็นส่วนประกอบในอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างไรก็ดี คนส่วนใหญ่รู้จักโกโก้ในรูปแบบช็อกโกแลตแต่กว่าจะมาเป็น ช็อกโกแลต หรือกระบวนการที่เรียกว่า “Bean to bar” นั้น มีหลายขั้นตอนและเกี่ยวพันกับผู้มีส่วน ร่วมในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่เกษตรกรจนถึงร้านคาเฟ่ซึ่งอาศัยความเชี่ยวชาญและ การมีส่วนร่วมเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามตลาดต้องการ ดังภาพที่ 4


9 ภาพที่ 4 การผลิตโกโก้ปี 2563 ที่มา: รัชณภัค อินนุกูลและคณะ (2564) จากภาพที่ 4 แสดงราคาโกโก้ 5 ปีย้อนหลังแต่ละภาค ข้อมูลดัดแปลงจากระบบสารสนเทศ การผลิตทางด้านการเกษตร DOAE มีข้อมูลดังนี้ ปี พ.ศ. 2561 มีจำนวนครัวเรือนเกษตรกรที่ปลูกโกโก้รวมทั้งหมด 157 ครัวเรือน แบ่งออกเป็น ภาคกลาง 9 ครัวเรือน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 51 ครัวเรือน ภาคภาคเหนือ 62 ครัวเรือน ภาคใต้ 8 ครัวเรือน ภาคตะวันออก 23 ครัวเรือน และภาตะวันตก 4 ครัวเรือน ซึ่งมีพื้นที่รวมทั้งหมด 660.75 ไร่ ให้ผลผลิต 69 ไร่ คือ ภาคใต้ 13 ไร่และภาคตะวันออก 56 ไร่ ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ ทั้งหมด 75,860 กิโลกรัม แบ่งเป็นภาคใต้ 30,920 กิโลกรัม และภาคตะวันออก 44,940 กิโลกรัม และมีราคาขายเฉลี่ย ดังภาพที่ 5 ปี พ.ศ. 2562 มีจำนวนครัวเรือนเกษตรกรที่ปลูกโกโก้รวมทั้งหมด 311 ครัวเรือน แบ่งออกเป็น ภาคกลาง 18 ครัวเรือน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 63 ครัวเรือน ภาคภาคเหนือ 147 ครัวเรือน ภาคใต้ 45 ครัวเรือน ภาคตะวันออก 34 ครัวเรือน และภาตะวันตก 4 ครัวเรือน ซึ่งมีพื้นที่รวม ทั้งหมด 1,732.75 ไร่ ให้ผลผลิต 136 ไร่ คือ ภาคเหนือ 4 ไร่ ภาคใต้ 13 ไร่ ภาคตะวันออก 99 ไร่ และภาคตะวันตก 20 ไร่ ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ทั้งหมด125,720 กิโลกรัม แบ่งเป็นภาคเหนือ 80 กิโลกรัม ภาคใต้ 25,800 กิโลกรัม ภาคตะวันออก 79,840 กิโลกรัม และภาคตะวันตก 20,000 กิโลกรัม และมีราขายเฉลี่ย ดังภาพที่ 6


10 ภาพที่5 ราคาขายเฉลี่ยโกโก้ปี2561 ภาพที่ 6 ราคาขายเฉลี่ยโกโก้ปี 2562 ที่มา: กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์(2566) ปี พ.ศ. 2563 มีจำนวนครัวเรือนเกษตรกรที่ปลูกโกโก้รวมทั้งหมด 1,394 ครัวเรือน แบ่งออกเป็นภาคกลาง 62 ครัวเรือน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 414 ครัวเรือน ภาคภาคเหนือ 307 ครัวเรือน ภาคใต้ 489 ครัวเรือน ภาคตะวันออก 25 ครัวเรือน และภาตะวันตก 97 ครัวเรือน ซึ่งมี พ ื ้ น ที ่ ร ว มทั ้ ง ห มด 6,006.50 ไ ร ่ ใ ห ้ ผ ล ผ ล ิ ต 555.25 ไ ร่ คื อ ภ า คกล า ง 7 . 7 5 ไ ร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 85 ไร่ ภาคเหนือ 50.50 ไร่ ภาคใต้ 124 ไร่ ภาคตะวันออก 95 ไร่ และ ภาคตะวันตก 193 ไร่ ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ทั้งหมด 859,249 กิโลกรัม แบ่งเป็นภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ 800 กิโลกรัม ภาคเหนือ 5,750 กิโลกรัม ภาคใต้ 11,389 กิโลกรัม ภาคตะวันออก 319,810 กิโลกรัม และภาคตะวันตก 521,500 กิโลกรัม และมีราขายเฉลี่ย ดังภาพที่ 7 ปี พ.ศ. 2564 มีจำนวนครัวเรือนเกษตรกรที่ปลูกโกโก้รวมทั้งหมด 2,368 ครัวเรือน แบ่งออกเป็นภาคกลาง 68 ครัวเรือน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 525 ครัวเรือน ภาคภาคเหนือ 787 ครัวเรือน ภาคใต้ 773 ครัวเรือน ภาคตะวันออก 71 ครัวเรือน และภาตะวันตก 144 ครัวเรือน ซึ่งมีพื้นที่รวมทั้งหมด 10,012.87 ไร่ ให้ผลผลิต 945.87 ไร่ คือ ภาคกลาง 21.75 ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 106 ไร่ ภาคเหนือ 223.37 ไร่ ภาคใต้ 281.75 ไร่ ภาคตะวันออก 100 ไร่ และภาคตะวันตก 213 ไร่ ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ทั้งหมด 882,134.97 กิโลกรัม แบ่งเป็นภาคกลาง 4,882 กิโลกรัม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9,525 กิโลกรัม ภาคเหนือ 36,174.97 กิโลกรัม ภาคใต้ 112,810 กิโลกรัม ภาคตะวันออก 620,293 กิโลกรัม และภาคตะวันตก 98,450 กิโลกรัม และมี ราขายเฉลี่ย ดังภาพที่ 8 0 0 0 66.05 29.71 0 0 10 20 30 40 50 60 70 0 0 8 52.4 20.57 50 0 10 20 30 40 50 60


11 ภาพที่ 7 ราคาขายเฉลี่ยโกโก้ปี 2563 ภาพที่ 8 ราคาขายเฉลี่ยโกโก้ปี 2564 ที่มา: กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์(2566) ปี พ.ศ. 2565 มีจำนวนครัวเรือนเกษตรกรที่ปลูกโกโก้รวมทั้งหมด 2,954 ครัวเรือน แบ่ง ออกเป็นภาคกลาง 77 ครัวเรือน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 592 ครัวเรือน ภาคภาคเหนือ 1,131 ครัวเรือน ภาคใต้ 845 ครัวเรือน ภาคตะวันออก 110 ครัวเรือน และภาตะวันตก 199 ครัวเรือน ซึ่งมี พื้นที่รวมทั้งหมด 13,091.68 ไร่ ให้ผลผลิต 2,749.12 ไร่ คือ ภาคกลาง 27.75ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 293.75 ไร่ ภาคเหนือ 572.12 ไร่ ภาคใต้ 1,167.75 ไร่ ภาคตะวันออก 357 ไร่และภาคตะวันตก 330.75 ไร่ ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ทั้งหมด 1,260,590.20 กิโลกรัม แบ่งเป็น ภาคกลาง 5,515 กิโลกรัม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 57,003 กิโลกรัม ภาคเหนือ 243,926.20 กิโลกรัม ภาคใต้ 112,625 กิโลกรัม ภาคตะวันออก 682,326 กิโลกรัม และ ภาคตะวันตก 159,195 กิโลกรัม และมีราคาขายเฉลี่ย ดังภาพที่9 ภาพที่ 9 ราคาขายเฉลี่ยโกโก้ปี 2565 ที่มา: กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์(2566) 0 25 26.52 40.02 12.9 15 0 10 20 30 40 50 8.04 15.02 23.09 52.84 13.4 146.69 0 20 40 60 80 100 120 140 160 13.33 15.9 24.99 53.7 12.1 81.36 0 20 40 60 80 100


12 สรุปจากข้อมูลข้างต้นสามารถสรุปได้ดังนี้ ราคาขายปี พ.ศ. 2561 เฉลี่ย 44.52 บาทต่อ กิโลกรัม ราคาขายเฉลี่ยมากที่สุดคือภาคใต้เฉลี่ย 52.40 บาทต่อกิโลกรัม รองลงมา คือ ภาคตะวันออกเฉลี่ยอยู่ที่ 29.71 บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายปี พ.ศ. 2562 เฉลี่ย 31.78 บาทต่อ กิโลกรัม ราคาขายเฉลี่ยมากที่สุดคือภาคใต้เฉลี่ย 66.05 บาทต่อกิโลกรัม รองลงมา คือภาคตะวันตก เฉลี่ย 50.00 บาทต่อกิโลกรัม ภาคตะวันออกเฉลี่ย 20.57 บาทต่อกิโลกรัม และภาคเหนือเฉลี่ย 8.00 บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายปี พ.ศ. 2563 เฉลี่ย 14.64 บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายเฉลี่ยมากที่สุด คือภาคใต้ คือ 40.02 บาทต่อกิโลกรัม รองลงมา คือภาคเหนือเฉลี่ย 26.52 บาทต่อกิโลกรัม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเฉลี่ย 25.00 บาทต่อกิโลกรัม ภาคตะวันตกเฉลี่ย 15.00 บาทต่อกิโลกรัม และภาคตะวันออกเฉลี่ย 12.90 บาทต่อกิโลกรัม ราคาปี พ.ศ. 2564 เฉลี่ย 33.70 บาทต่อกิโลกรัม เฉลี่ยมากที่สุดคือภาคตะวันตก คือ 146.69 บาทต่อกิโลกรัม รองลงมา คือภาคใต้เฉลี่ย 52.84 บาท ต่อกิโลกรัม ภาคเหนือเฉลี่ย 23.09 บาทต่อกิโลกรัม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเฉลี่ย 15.02 บาทต่อ กิโลกรัม ภาคตะวันออกเฉลี่ย 13.40 บาทต่อกิโลกรัม และภาคกลางเฉลี่ย 8.04 บาทต่อกิโลกรัม ราคาปี พ.ศ. 2565 เฉลี่ย 27.23 บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายเฉลี่ยมากที่สุดคือภาคตะวันตก 81.36 บาทต่อกิโลกรัม รองลงมา คือภาคใต้เฉลี่ย 53.70 บาทต่อกิโลกรัม ภาคเหนือเฉลี่ย 24.99 บาทต่อกิโลกรัม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเฉลี่ย 15.90 บาทต่อกิโล ภาคกลางเฉลี่ย 13.33 บาทต่อกิโลกรัม และภาคตะวันออกเฉลี่ย 12.10 บาทต่อกิโลกรัม 5. สถานการณ์โกโก้ประเทศคู่ค้า สำนักข่าวอินโฟเควสท์(IQ) (2565) เปิดเผยว่าได้เยี่ยมชมกิจการของบริษัท โกโก้แลนด์ คอร์ ปอเรชั่น ที่นำผลโกโก้สดและผลโกโก้แห้งมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์โกโก้หลากหลายชนิด มีมาตรฐาน และรสชาติดี จนเป็นที่ยอมรับและรู้จักของผู้บริโภค นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะส่งออกผลิตภัณฑ์ไป ต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์จากโกโก้ที่เพิ่มขึ้นทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ จากการเติบโตของห้างสรรพสินค้า ร้านคาเฟ่ และขนม ความใส่ใจเรื่องสุขภาพ จึง เป็นความท้าทายของไทยที่จะผลักดันให้ผลิตภัณฑ์โกโก้ไทยมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก และผลิตได้ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค เพื่อให้โกโก้เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ อีกชนิดของไทย ที่จะช่วยสร้างรายได้ที่ยั่งยืนแก่เกษตรกรขณะนี้ไทยมีความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ ช่วยสร้างแต้มต่อในตลาดสำคัญ เนื่องจากปัจจุบัน 14 ประเทศคู่เอฟทีเอ ได้แก่ อาเซียน จีน ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และชิลี ได้ยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าโกโก้และของปรุงแต่งจาก โกโก้ที่ส่งออกจากไทยแล้ว ยังเหลืออีก 4 ประเทศ คือ อินเดียเก็บภาษีสินค้าขนมและอาหารปรุงแต่ง ที่ทำจากโกโก้ 30% ญี่ปุ่น 1-29.8% เกาหลีใต้ 5% และเปรู 6-11% ในปี พ.ศ. 2564 ไทยส่งออก โกโก้และของปรุงแต่งจากโกโก้สู่ตลาดโลก มูลค่า 42.22 ล้านดอลลาร์ โดยมีตลาดส่งออกสำคัญ อาทิ


13 ญี่ปุ่น มูลค่า 14.93 ล้านดอลลาร์ อาเซียน มูลค่า 14.73 ล้านดอลลาร์ (ตลาดส่งออกหลัก คือ เมียน มา ลาว และมาเลเซีย) และจีน มูลค่า 5.27 ล้านดอลลาร์สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น ช็อกโกแลต และ อาหารปรุงแต่งอื่นๆ ที่มีโกโก้ ผงโกโก้ที่ไม่เติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวานอื่น เป็นต้น โกโก้อาเซียน (2561) โดย รองศาสตราจารย์อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษา การค้าระหว่างประเทศมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานว่าโกโก้ (Cocoa) เป็นอีกพืชเศรษฐกิจ ของอาเซียน เพราะมีการปลูกกันหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และ ไทย แต่อาเซียนไม่ใช่ผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก ปี พ.ศ. 2560 ผลผลิตโกโก้โลกอยู่ที่ 4.6 ล้านตัน ซึ่งนับ จาก "Cocoa Bean" (ลดลงไป 2.3% เทียบปีที่ผ่านมา) ทวีปแอฟริกามีผลผลิต 72% ของผลผลิตโลก ตามด้วยลาตินอเมริกา 18% และเอเชีย 10% โดยไอวอรีโคสต์ กานา เอกวาดอร์ และอินโดนีเซีย คือ 4 ประเทศที่มีกำลังผลผลิตถึง 72% (เอกวาดอร์แซงหน้าอินโดนีเซียขึ้นเป็นที่ 3 เมื่อปี พ.ศ. 2560) ขณะที่ความต้องการของโลก 3.5 ล้านตัน (เพิ่มขึ้น 2% กับปีที่ผ่านมา) ยุโรปเป็นตลาด ใหญ่ของโลกที่มีความต้องการคิดเป็นสัดส่วน 40% อเมริกาเหนือมีความต้องการสัดส่วน 23% เอเชีย 17% ภาพของโกโก้ในปี พ.ศ.2563 ค่อนข้างไปในทิศทางที่ดีเช่น ICCO (International Cocoa Organization) คาดการณ์ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าความต้องการโกโก้ของโลก 4.7 ล้านตัน และการผลิตโลกอยู่ที่ 4.6 ล้านตัน ซึ่งก็ไปสอดคล้องกับหนังสือ "Telegraph" ของอังกฤษ บอกว่า ปี พ.ศ. 2563 ทั่วโลกจะขาดช็อกโกแลตอยู่ 1 ล้านตัน ถ้าเป็นตามข้างต้นราคาก็ต้องดี แต่ราคาในปี พ.ศ. 2559-2560 ลดลงไปถึง 58% (Farm Bridge International) "มันเกิดอะไรขึ้น" คำตอบคือ ผลผลิตโกโก้ออกมาเยอะเกินกว่าความต้องการ ปี พ.ศ. 2558-2560 สต๊อกโกโก้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ผลิตมากกว่าความต้องการ) จาก 1.4 ล้านตัน เป็น 1.7 ล้านตัน ส่งผลทำให้ราคาตลาดโลกลดลงจาก 3,361 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน (ปี พ.ศ. 2559) เหลือ 2,185 สหรัฐ/ตัน (ปี พ.ศ. 2561 ตลอดทั้งปีราคา ค่อนข้างผันผวน) ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียมีผลผลิตลดลงอย่างต่อเนื่อง ปี พ.ศ. 2560 ผลผลิต 2.9 แสนตัน (70% ปลูกที่เกาะสุลาเวสี) จากเดิมที่ผลิต 8.5 แสนตัน ในปี พ.ศ. 2552 (Central Statistics Agency อินโดนีเซีย) เพราะหันไปปลูกปาล์มน้ำมันแทน (รายได้จากโกโก้ 4 แสนบาท/ปี รายได้จากปาล์มน้ำมัน 7 แสนบาท/ปี) คาดว่าในปี พ.ศ. 2561 ผลผลิตจะลดลงเหลือ 2.6 แสนตัน ในปี พ.ศ.2557 เช่นกัน สถานการณ์แบบนี้ไม่ดีสำหรับอุตสาหกรรมโกโก้ รัฐบาล อินโดนีเซียจึงเก็บภาษีส่งออกเมล็ดโกโก้ 0-15% ของมูลค่าการส่งออก (มูลค่าภาษีส่งออกเมล็ดโกโก้ = อัตราภาษีส่งออก x ราคาอ้างอิงตลาดโลก x ปริมาณการส่งออก x อัตราแลกเปลี่ยน) เพื่อลดการ ส่งออก โดยหันไปเน้นการส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปแทน และส่งเสริมอุตสาหกรรมช็อกโกแลตที่มี บริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงานอย่างจริงจัง สถานการณ์ผลผลิตของมาเลเซียไม่ต่างจากอินโดนีเซีย ผลผลิตลดลงจาก 2.7 แสนตัน (ปี พ.ศ. 2543) เหลือ 1,000 ตัน ในปี พ.ศ. 2560 พื้นที่ปลูกลดลงจาก 2.5 ล้านไร่ เหลือ 1 แสนไร่ แต่มาเลเซียมีเป้าหมายเป็น "King of Chocolate in Asia" รัฐบาลจึง


14 บรรจุใน "National Commodity Policy 2554-2563" ว่าต้องเพิ่มผลผลิตเป็น 6 หมื่นตัน พื้นที่ปลูก เป็น 2.5 แสนไร่ ผลผลิตต่อไร่เพิ่มจาก 192 กก./ไร่ เป็น 240 กก./ไร่ และให้เงินสนับสนุนในการปลูก และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ส่วนฟิลิปฟินส์ผลิต 8,000 ตัน (ปี พ.ศ. 2559) มีเป้าหมาย 1 แสนตัน ใน ปี พ.ศ. 2563 เวียดนามปลูก 1.5 แสนไร่ (ปี พ.ศ. 2555) ผลผลิต 7 หมื่นตัน ปลูกทางตอนใต้ สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เป้าหมาย 5 แสนไร่ ในปี พ.ศ. 2563 6. บริษัทที่ส่งเสริมและรับซื้อ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (2564) รายงานว่าบริษัท เจ.พี.วาย. โกโก้ไทย จำกัด ซึ่งได้ทำ (Contract Farming) กับเกษตรกร จำนวน 47 ราย โดยมีสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเป็น หน่วยงานกำกับดูแล โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 (มีการต่อสัญญารอบละ 10 ปี) ซึ่งทาง บริษัทได้ทำสัญญารับซื้อผลผลิตกับเกษตรกรในราคาประกันผลผลิต 8 บาท/กิโลกรัม นอกจากนี้ ทาง บริษัทได้สนับสนุนด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยีการผลิตเพื่อให้เกษตรกรสามารถทำการผลิตได้อย่างมี ประสิทธิภาพและได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ รวมถึงมีการส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจฟาร์มเพื่อดูแลคุณภาพและ มาตรฐานของผลผลิตทำให้ได้ราคาดี จึงเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกและขยายพื้นที่ปลูกโกโก้ เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากได้ราคาตามมาตรฐานและมีแหล่งรับชื่อที่แน่นอน SME Cluster สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อย (สสว.) มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กิจกรรมพัฒนาคลัสเตอร์โกโก้ภายใต้โครงการสนับสนุนและ พัฒนาคลัสเตอร์ SME ประจำปี พ.ศ.2564 รายงานข้อมูลว่าจะมีคลัสเตอร์ในแต่ละภาค ดังต่อไปนี้ คลัสเตอร์โกโก้ภาคเหนือ ประกอบด้วย คุณสิริญา ปูเหล็ก (ซันนี่) ประธานกลุ่มคลัสเตอร์โกโก้ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย ทำสวนโกโก้ อายุ 4 ปีทำการศึกษาทดลองเรียนรู้การแปรรูปเพิ่มมูลค่าโกโก้ครบวงจร เปิดคอร์สอบรมการสร้าง มูลค่าโกโก้ไทย โดยมี2 ศูนย์คือ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง 2 ศูนย์ทำงานขับเคลื่อนภายใต้สมาคมสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนชาติพันธุ์และจด บริษัท ฮิลล์ ไทรบ์ โกโก้ คอฟ จำกัด (โกโก้ดอย) คุณสุภัทรา ปัทมะสุคนธ์(ออย) ผู้ประสานงานกลุ่มคลัสเตอร์โกโก้ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ส่งเสริมปลูก รับซื้อ แปรรูปโกโก้ โดยส่งเสริมให้สมาชิกจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน ปัจจุบันจัดตั้งไปแล้ว 1 วิสาหกิจ ชุมชนโกโก้ล้านนา-ฝาง คุณสุรีพรรณ ทาใจ (อุ๋ย) ผู้ประสานงานกลุ่มคลัสเตอร์โกโก้ภาคเหนือ จังหวัดลำปาง มีสวน โกโก้4 ปี สายพันธุ์im1 มีเครือข่ายผู้ปลูกโกโก้ในพื้นที่ อำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่ม อำเภอแม่ เมาะ อำเภอห้างฉัตร อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง รับซื้อผลผลิตคืนจากเกษตรกรและจำหน่ายต้นกล้า พันธุ์ชุมพร1 ในปัจจุบันแปรรูปโกโก้ครบวงจรจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโกโก้ ทั้งโกโก้บัตเตอร์ โกโก้พาว


15 เดอร์ โกโก้แมส ช็อคโกแลตบาร์ และศูนย์การเรียนรู้โกโก้ล้านนา กลุ่มเกษตรกรแปรรูปโกโก้ล้านนา และจดทะเบียนบริษัทโกโก้ล้านนา จำกัด คุณธเนศวร โสภณ ผู้ประสานงานกลุ่มคลัสเตอร์โกโก้ภาคเหนือ จังหวัดกำแพงเพชร ส่งเสริม การปลูกโกโก้ และรับซื้อผลผลิตคืนสู่บริษัทโกโก้ไทย 2017 จำกัด คุณพวงรัตน์ แสงเพชร์(รัตน์) ผู้ประสานงานกลุ่มคลัสเตอร์โกโก้ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย ทำศูนย์การเรียนรู้และแปรรูปส่วนประกอบโกโก้ให้เป็นของใช้และเครื่องแต่งกาย จากใบก้าน เปลือก จากโกโก้มีเครือข่ายที่ทำโกโก้ในกลุ่มและจัดตั้งบริษัท ไทยเฮิร์บ แอท เชียงราย จำกัดมา 3ปี คลัสเตอร์โกโก้ภาคอีสาน ประกอบด้วย คุณวิรัตน์ เสาโกมุท ประธานกลุ่มคลัสเตอร์โกโก้ภาคอีสาน จังหวัดชัยภูมิไร่คิมสวนวายุ (โกโก้ ชัยภูมิ) ส่งเสริมการปลูก รวบรวมผลผลิต แปรรูปเม็ดแห้ง พัฒนาเม็ดแห้งร่วมกับบริษัท TCD (Thai Cacao Distribution) และพัฒนาเม็ดแห้งร่วมกับ บริษัท Chocotoss คลัสเตอร์โกโก้ภาคใต้ประกอบด้วย คุณธันย์ปวัฒน์เศวตภัทรวาทิน (หนุ่ย) ประธานกลุ่มคลัสเตอร์โกโก้ภาคใต้ประธานวิสาหกิจ ชุมชนโกโก้ระนอง ผู้ก่อตั้ง CacaoRanong Chocolate Cafe' มีประสบการณ์ในธุรกิจโกโก้ตั้งแต่การ ปลูก แปรรูปเป็นเมล็ดแห้ง และสินค้าโกโก้แปรรูป ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร คุณเจนจิรา อินทร์คง (น้ำผึ้ง) ผู้ประสานงานกลุ่มคลัสเตอร์โกโก้ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ก่อตั้ง Rose Cocoa Garden ท่าศาลานครศรีธรรมราช มีประสบการณ์ใน ธุรกิจโกโก้ตั้งแต่การปลูก แปรรูปเป็นเมล็ดแห้ง และสินค้าโกโก้แปรรูป คลัสเตอร์ภาคกลางและตะวันออก ประกอบด้วย คุณบดินทร์ เจริญพงศ์ชัย (แจ็ค) ประธานกลุ่มคลัสเตอร์โกโก้ภาคกลางและตะวันออก กรุงเทพฯ ผู้ก่อตั้ง Yellow Chocolate และ ผู้จัดงาน Thailand Craft Chocolate Festival ภารกิจหลักคือสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางโกโก้และช็อคโกแลตที่มีคุณภาพของเอเชีย กิจกรรมที่ทำคือ การสร้างแพลตฟอร์มให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และซื้อขายสินค้า เพื่อพัฒนา คุณภาพของโกโก้และช็อคโกแลตไทย รวมถึงจัดคอร์สให้ความรู้เรื่องต่างๆ ของโกโก้และช็อคโกแลต คุณสุพักร์ ตั๊นวิเศษ (เก่ง) ผู้ประสานงานกลุ่มคลัสเตอร์โกโก้ภาคกลางและตะวันออก จังหวัดชลบุรีผู้ก่อตั้ง PK chocolate เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ จำหน่ายกล้าพันธุ์ทั้งเพาะเมล็ด- เสียบ ยอด และรับซื้อผลผลิตโกโก้ (ภาคตะวันออก) นำมาแปรรูปเมล็ดแห้งโกโก้ (ส่งออกต่างประเทศ) และ Cacoa & Chocolate และยังจำหน่ายเครื่องจักรแปรรูปโกโก้ (ผลิตในประเทศไทยและนำเข้าจาก ต่างประเทศ)พร้อมทั้งติดตั้งวางระบบเครื่องจักร ซึ่งเกษตรกรรุ่นใหม่กลุ่ม Young smart framer จังหวัดชลบุรี ศูนย์เรียนรู้โกโก้ครบวงจร ในรูปแบบวิสาหกิจโกโก้ชลบุรี ( บ้านเขาซก) เป็นต้น


16 ฐานเศรษฐกิจ (2564) รายงานว่าบริษัท โกโก้ กรีน ฟาร์ม จำกัด นำเสนอโครงการส่งเสริม การปลูกโกโก้อินทรีย์ ปลอดสารเคมี เพื่อสร้างอาชีพ ประกันรายได้ให้เกษตรกรไทยแบบยั่งยืน โดย นำ โกโก้ สายพันธุ์ "ลูกผสมชุมพร 1" (Pa7+Na32) เกษตรกรมีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ จำนวน 6,500 บาท/ไร่ (ต้องร่วมโครงการ 1 ไร่ขึ้นไป จึงจะสามารถเปิดสัญญาได้) เกษตรกร/ ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับ 1) ต้นกล้าโกโก้ สายพันธุ์ "ลูกผสมชุมพร 1" จำนวน 100 ต้น 2) ปุ๋ย จุลินทรีย์ 100 กิโลกรัม 3) ฮอร์โมนจุลินทรีย์ จำนวน 1,000 กรัม ประกันเปลี่ยนต้นตาย ภายใน ระยะเวลา 30 วัน พร้อมการดูแลจากฝ่ายส่งเสริม ตั้งแต่เริ่มปลูกจนครบสัญญาคราวละ 8 ปีต่อเนื่อง รับซื้อผลสดถึงสวน ซึ่งจะเป็นการเกษตรพันธสัญญา พลังเกษตร (2561) รายงานว่าบริษัท พีซีเอฟ เทค ฟาร์ม จำกัด เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ดำเนิน กิจการทางด้านการเกษตรมา 2 ปี กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดแรกที่ทำการส่งออก หากจะถามถึง วงการโกโก้ในประเทศไทยถือว่าเป็นพืชที่ทำกันมานานถึง 40 ปี แต่ก็ยังไม่หวือหวาทางด้านการซื้อขายเท่าใดนัก ปัจจุบันบทบาททางด้านการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกของบริษัทนี้ถือว่า มาถูกทาง และเริ่มต้นทำสัญญารับประกันการรับซื้อผลผลิตโกโก้ให้กับเกษตรกรมาแล้ว 2 ปี ในโครงการ “ ปลูกต้นโกโก้ พืชเศรษฐกิจเพื่อการส่งออก” บริษัท เซาเทิร์นไทยโกโก้ จำกัด (2563) รายงานว่าบริษัท เซาเทิร์นไทยโกโก้ จำกัด วางแผน การตลาด ร่วมกับ บริษัท มาร์คริณช็อกโกแลต จำกัด เพื่อรองรับผลผลิต โกโก้ สายพันธุ์ I.M.1 พื้นที่ ปลูกของสมาชิกมากกว่า 1,000 ราย ในภาคใต้ของไทย การขนส่งผลผลิต การขยายจุดรับซื้อ ผลิตภัณฑ์จากโกโก้ภายใต้แบรนด์ Markrin Chocolate เพราะสิ่งที่เรามีมากกว่าส่งเสริมให้ปลูกสาย พันธุ์คุณภาพโกโก้สายพันธุ์ I.M.1 โรงงานแปรรูป ได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม มีผลิตภัณฑ์จำหน่าย รองรับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ จุดรับซื้อผลผลิตคืนครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้บริษัท เซา เทิร์นไทยโกโก้ จำกัด ซึ่งทางบริษัทจะจำหน่ายต้นโกโก้พันธุ์ I.M.1 และรับซื้อผลผลิตโกโก้ I.M.1 แห่ง เดียวในภาคใต้มีตัวแทนแต่ละจังหวัดของภาคใต้ดังนี้ 1. ชุมพร-ระนอง 092-5565192 คุณนิว 2. พังงา 089-9935023 คุณแรม หรือเพจ โกโก้ไอเอ็มวันจังหวัดพังงา 3. สุราษฎร์ธานี083-6561728 คุณทวีป 4. กระบี่ 093-1623989 คุณนิว 5. ตรัง 062-3525624 คุณวิว หรือเพจ โกโก้สายพันธุ์ไอเอ็มวัน ตรัง 6. พัทลุง 093-6715742 คุณบังหมัด หรือเพจ โกโก้ไอเอ็มวัน จังหวัดพัทลุง 7. สตูล 062-2134992 คุณบังศร หรือเพจ โกโก้ไอเอ็มวัน I.M.1 จังหวัดสตูล 8. สงขลา 086-9656741 คุณบังซี หรือเพจ โกโก้ไอเอ็มวัน im1 สงขลา 9. ยะลา 084-3138486 คุณบังแม หรือเพจ โกโก้ไอเอ็มวัน I.M.1 จังหวัดยะลา


17 10. ปัตตานี 083-1925864 คุณบังยู หรือเพจ โกโก้ไอเอ็มวัน ปัตตานี 11. นราธิวาส 081-7671669 คุณบาบอ หรือเพจ โกโก้ไอเอ็มวัน i.m.1 จังหวัดนราธิวาส สรุปจากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าบริษัทที่ส่งเสริมและรับซื้อผลผลิตโกโก้นั้นจะแต่ะบริษัทจะ มีความแตกต่างกัน เนื่องจากบางบริษัทจะมีพันธสัญญามาเกี่ยวข้อง และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อย (สสว.) ที่ได้ร่วมจัดโครงการกับมหาวิทยาลัยเพื่อที่จะส่งเสริมและให้ความรู้ ต่างๆ มากมายทำให้เกิดเป็นกลุ่มตัวแทนแต่ภาคของพื้นที่ และยังมีการรับซื้อเพื่อนำไปแปรรูปเพิ่ม มูลค่าได้อีกด้วย และนอกเหนือจากเนื้อหาที่กล่าวมาจากการหาข้อมูล ก็จะมีการรับซื้อในบางส่วนที่ ไม่ผูกกับบริษัทหรือโครงการต่างๆ จะเป็นบุคคลที่เขาสนใจเกี่ยวกับธุรกิจโกโก้ทำเป็นของตนเอง โดยมีการับซื้อจากเกษตรกรที่เขาพึงพอใจกับราคาขายที่เขาตั้งไว้ เพราะเขาก็อยากที่จะได้ผลผลิต จากเกษตรกรมาทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็น การทดลองหมัก หรือแปรรูปต่างเพื่อที่จะให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ ของเขาเอง 7. ข่าวและบทวิเคราะห์ ข่าวสด Khoso d Online (2565) รายงานว่าวันที่ 27 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า มีเกษตรกรหลายหมู่บ้านใน ตำบลโคกปรง และ ตำบลยางสาว อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัด เพชรบูรณ์ ที่เคยทำไร่ข้าวโพดและปลูกพืชผัก แล้วหันไปปลูกทำสวนโกโก้ เนื่องจากมี บริษัทเอกชนรายหนึ่งจาก จังหวัดกำแพงเพชรมาชักชวนให้ไปศึกษาดูงานและเยี่ยมชมโรงงาน พร้อมทั้งนำต้นกล้าพันธุ์โกโก้มาเสนอขายเพื่อให้เกษตรกรหันมาปลูกทำสวนโกโก้ โดยอ้างว่า โกโก้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่และเป็นพืชแห่งอนาคต ที่มีการนำไปแปรรูปทำเป็นช็อกโกแลต หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ อาหารเสริม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ชนิดต่างๆ รวมทั้ง การปลูกทำสวนโกโก้ ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 50-60 ปี และเริ่มเก็บเกี่ยว ผลผลิตได้ในระยะเวลาเพียง 1 ปี แปดเดือน เก็บเกี่ยวผลผลิตได้เดือนละถึง 2 ครั้ง และจะมี การทำสัญญาประกันราคารับชื้อผลผลิตผลสดในราคากิโลกรัมละ 10 บาท ไม่คัดไซส์ ตลอดระยะเวลา 8 ปีเมื่อเกษตรกรหลงเชื่อ ซื้อต้นกล้าพันธุ์ของบริษัทดังกล่าวมาปลูกในราคา ต้นละ 50 บาท โดยในพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 100 ต้น หรือไร่ละ 5,000 บาท แต่พอได้ผลผลิต ออกมากลับถูกบริษัทดังกล่าวไม่มารับซื้อตามสัญญา ทำให้เกษตรกรหลายรายที่กู้หนี้ยืมสินมา ลงทุนกันรายละหลายหมื่นบาท กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น (สวพท.) (2565) มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขต แม่ฮ่องสอน ในฐานะผู้ประสานหลักการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโกโก้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด แม่ฮ่องสอน (อบจ.) ดำเนินการตรวจรับผลผลิตโกโก้ที่รับซื้อจากเกษตรกรที่ปลูกโกโก้ในจังหวัด แม่ฮ่องสอน ภายใต้โครงการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าโกโก้แม่ฮ่องสอน “แม่ฮ่องสอนเมืองช็อคโกแลต”


18 โดยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้มีการตรวจรับผลผลิตรอบสุดท้าย จำนวน 3,600 กิโลกรัม (แบบสด) ซึ่งรวมทั้งหมดที่ตรวจรับไปก่อนหน้านี้ มีผลผลิตที่ผ่านการรับซื้อจาก ภายใต้ โครงการจำนวนทั้งสิ้น 40,000 กิโลกรัม ตามแผนงานการรับซื้อที่ได้รับอนุมัติภายหลังจากนี้ศูนย์ ความเป็นเลิศด้านกัญชาและเกษตรอินทรีย์นานาชาติ (ECOA CMRU) และสถาบันวิจัยเพื่อการ พัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จะได้นำผลผลิตที่ผ่านการแปรรูปเมล็ดแห้งมาผ่าน กระบวนการ เพื่อผลิตโกโก้ผง โกโก้ butter และช็อคโกแลต นอกจากนี้จะได้ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ ผู้ประกอบการ ได้แก่ การทำเครื่องดื่ม เบอเกอรี่และช็อคโกแลต ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดต่อไป มติชนออนไลน์รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก น.ส.สุพัตรา แสวงศรี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ ประเทศอินเดียถึงโอกาสในการ ขยายตลาดสินค้าโกโก้และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโกโก้เจาะตลาดอินเดีย เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่ม สูงขึ้นตามการขยายตัวของตลาดที่ชาวอินเดีย เริ่มมีการบริโภคสินค้าในกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ การเติบโตของตลาดสินค้าดังกล่าว มีผลการศึกษาของยูโรมอนิเตอร์ (Euromonitor) รายงานว่า สินค้าของหวานในอินเดีย มีมูลค่า 118,000 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมถึงช็อคโกแลต ลูกอม อมยิ้ม และ หมากฝรั่ง โดยพบว่าตลาดช็อคโกแลตมีแนวโน้มจะเติบโตเป็นเท่าตัวในปี พ.ศ. 2570 สอดคล้องกับ ผลการศึกษาของ IMARC Group ที่คาดการณ์ว่าตลาดช็อคโกแลตในอินเดียจะเติบโตเฉลี่ย 12.1% ต่อปี ในช่วงปี พ.ศ. 2563–2569 ในขณะที่ BlueWeave Consulting คาดการณ์ว่าตลาดช็อคโกแลต ในอินเดียว่าจะเติบโตเฉลี่ย 11% ต่อปีในช่วงปี พ.ศ. 2565–2571 ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยด้าน ประชากรที่ครึ่งหนึ่งของคนอินเดียมีอายุน้อยกว่า 25 ปี และ 2 ใน 3 ของประชากรมีอายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่สามารถบริโภคช็อคโกแลตได้ในปริมาณมาก รวมถึงครอบครัวชนชั้นกลางมี การขยายตัวมากขึ้น สะท้อนถึงกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นและชาวอินเดียยังนิยมบริโภค และมอบของขวัญ ด้วยช็อคโกแลตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงคาดว่าความต้องการของตลาดจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และส่งผลให้อินเดีย เพิ่มการเพาะปลูกโกโก้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการซึ่งอินเดีย ต้องการใช้เมล็ดโกโก้แห้งประมาณ 5 หมื่นตันต่อปี เพื่อนำมาผลิตสำหรับการบริโภคภายในประเทศ และการส่งออก นายภูสิต กล่าวว่า ที่ผ่านมา อินเดียนำเข้าเมล็ดโกโก้จากไทย เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2561 เป็น มูลค่า 1.57 แสนเหรียญสหรัฐ และเพิ่มขึ้นเป็น 3.62 ล้านเหรียญสหรัฐในปี พ.ศ. 2562 เพิ่มขึ้น 2,193% แต่หลังจากนั้น อินเดียหันไปนำเข้าจากโดมินิกันและเนเธอแลนด์แทน และไม่พบการนำเข้าจากไทยอีกส่วนของผงโกโก้ไทยยังไม่มีการส่งออกไปอินเดีย แต่พบว่ามี อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย ครองตลาดอินเดียอยู่ในสัดส่วนถึง 94% ของการนำเข้าทั้งหมด จึงเป็นไปได้ว่าไทยอาจโอกาสแทรกตลาดได้บ้าง โดยผู้นำเข้าอินเดียสามารถใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีนำเข้า เมล็ดโกโก้และผงโกโก้จากไทยได้ภายใต้ FTA อาเซียน-อินเดียได้ ส่วนช็อคโกแลตและผลิตภัณฑ์อื่นที่


19 ทำจากโกโก้ในปีพ.ศ. 2564 อินเดียนำเข้าจากไทยเป็นมูลค่า 2.05 แสนเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 819% โดยไทยเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 24 ของอินเดีย มีสัดส่วนตลาดเพียง 0.26% ในขณะที่สิงคโปร์ และ มาเลเซียเข้าไปเจาะตลาดและเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 10 ของอินเดียแล้ว อย่างไรก็ตามไทยน่าจะ ขยายการส่งออกผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไปยังอินเดียได้อีก นอกเหนือจากช็อคโกแลตทั่วไปแล้ว ผู้ผลิตนม และไอศกรีมของไทยอาจนำโกโก้มาใช้ทำไอศกรีมช็อคโกแลตเพื่อส่งออกไปอินเดียด้วย ซึ่งเป็นสินค้า ที่สามารถใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีภายใต้ FTA โดยไทยเป็นแหล่งนำเข้าหลักของอินเดียสำหรับสินค้า ไอศกรีมอยู่แล้วโดยควรทดลองนำผลไม้อบแห้งจากไทยไปใช้เป็นส่วนผสมของช็อคโกแลตและ ไอศกรีมด้วย ซึ่งในปัจจุบันมีแบรนด์ทางเลือกในตลาดยังไม่มากนัก นอกจากนี้ทูตพาณิชย์ยังให้ข้อมูล เพิ่มเติมอีกว่าผู้ประกอบการที่มีความพร้อม ควรพิจารณาไปลงทุนในอินเดีย โดยเฉพาะการร่วมลงทุน กับผู้ผลิตนมและน้ำตาลในอินเดีย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งโดยสามารถนำเมล็ดและ ผงโกโก้จากไทยมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงการเปิดร้านขนม แฟรนไชส์ ที่ให้บริการ เครื่องดื่มและของหวานด้วย ข่าวสด Khosod Online และมติชนออนไลน์(2565) สรุปได้ว่า การส่งเสริมการปลูกโกโก้ ของเกษตรกรไทยต้องมีความชัดเจนมากขึ้น โดยที่เกษตรกรต้องพิจารณาด้วยว่าทางบริษัททั้งเอกชน หรือหน่อยงานของภาครัฐจะต้องมีข้อมูลเอกสารที่ชัดเจนในการทำสัญญาหรือข้อมูลโครงการ ซึ่งบริษัทของเอกชนและหน่วยงานของภาครัฐนั้นจะต้องมีความหน้าเชื่อถือ เพื่อให้เกษตรกรเห็นว่า หากลงทุนปลูกโกโก้แล้วพวกเขาจะได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่มีการหลอกลวงเกิดขึ้น ซึ่งผลที่ ตามมาก็จะดีขึ้นด้วยในภาคการเกษตรของไทย จะเห็นได้ว่าหากประเทศไทยมีการผลิตโกโก้ได้มาก ขึ้น และสามารถที่จะแปรรูปได้ตามความต้องการของประเทศที่เราจะส่งออกผลที่ตามมาก็คือ ประเทศไทยสามารถส่งออกทั้งเมล็ดโกโก้และสินค้าที่แปรรูปจากโกโก้ได้มากขึ้นทำให้ประเทศมี รายได้ทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกษตรกรที่ปลูกโกโก้ในประเทศไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อเกษตรกรที่ได้รับผลตอบแทนจากการปลูกโกโก้แล้ว จะทำให้เกษตรกรมีความตั้งใจอยากจะผลิต โกโก้ให้ได้มากขึ้นและมีประสิทธิภาพอีกด้วย ซึ่งก็เป็นผลดีทางเศรษฐกิจไทยด้วยเช่นกัน 8. สรุป การส่งเสริมการเกษตรในประเทศไทยนั้นมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมทางด้านพืช เศรษฐกิจหรือทางด้านสัตว์เศรษฐกิจ จะเห็นได้ว่าทางภาครัฐจะให้ความสำคัญกับการส่งเสริม ทางด้านการเกษตรเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผลต่อเศรษฐกิจในประเทศไทย โกโก้ถือเป็นพืช เศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่เป็นที่จับตามองเป็นอย่างมากเพราะเป็นพืชที่อายุยืน เหมาะกับการปลูกใน ประเทศไทย และยังมีความต้องการสูง และไม่ใช่เฉพาะทางภาครัฐที่ส่งเสริมการปลูกโกโก้ ในภาคเอกชนก็มีการส่งเสริมเหมือนกันเพราะเมื่อโกโก้เป็นพืชที่หน้าจับตามองทางภาคเอกชนเองก็


20 อยากที่จะได้ผลผลิตจากโกโก้ เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและนำผลผลิตมาแปรรูปหรือทำ ผลิตภัณฑ์เป็นของบริษัทในด้านการบริโภคหรืออุปโภคของประชาชนทั่วไป และสามารถที่จะมีการ ส่งออกผลิตภัณฑ์ได้ถือว่าเป็นการสร้างรายได้ให้บริษัทอีกด้วย โกโก้จัดเป็นพรรณไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก แต่มีการนำมาปลูกทั่วไปในเขตร้อนใน ประเทศไทยมีผู้นำเข้ามาปลูกตามสวนทั่วไปทางภาคใต้ โดยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงของ ต้นประมาณ 3-8 เมตร และอาจสูงได้ถึง 13 เมตร ขึ้นใต้ร่มเงาไม้ อากาศร้อน ความชื้นสูง และมีฝน ตกชุก มีลักษณะใบเป็นใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับหรือเวียนรอบ ลักษณะของใบเป็นรูปรี รูปไข่ กลับ หรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือสอบ ส่วนขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ดอกมีขนาดเล็กออกเป็นกลุ่มๆ ตามลำต้นหรือกิ่งใหญ่ๆ ดอกเป็นสีเขียวหรือสีแดง มีขนขึ้นประปราย ดอกมีใบประดับขนาดเล็ก มีขน ส่วนกลีบดอกมี 5 กลีบ ออกเรียงสลับกับกลีบเลี้ยง กลีบดอกเป็นสี ขาวอมเหลืองหรือสีขาวอมชมพู ลักษณะของผลเป็นรูปกลมยาว รูปไข่แกมรูปขอบขนาน หรือรูปรี ห้อยลงตามกิ่งและลำต้น ผิวผลแข็งขรุขระผลเป็นสีเขียว สีเหลือง ผลเมื่อแก่จัดจะเป็นสีแดงอมเหลือง หรือสีแดงอมม่วง ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปรี เมล็ดเป็นสีน้ำตาล มีเยื่อหุ้มเมล็ดบาง ๆ รสหวาน พันธุ์ โกโก้ในประเทศไทย ปัจจุบันพันธุ์โกโก้ในประเทศไทยมีทั้งสิ้น 2 พันธุ์ ได้แก่ โกโก้พันธุ์ ไอ.เอ็ม.1 (I.M.1 Variety) และโกโก้พันธุ์ลูกผสมชุมพร 1 การเก็บเกี่ยวผลโกโก้นั้นเป็นการปลิดฝักสดออกจาก ต้นโกโก้ และแกะฝักสุกเพื่อเอา เมล็ดเปียกออก เมื่อโกโก้สุกฝักจะเปลี่ยนสีจากฝักสีเขียวเป็นเหลือง ส้ม และฝักสีแดงจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม การปลูกและการดูแลรักษาโกโก้มีดังนี้ 1) สภาพแวดล้อมที่ เหมาะสมในการปลูกโกโก้ลักษณะภูมิอากาศโกโก้เป็นพืชยืนต้นซึ่งเจริญเติบโตได้ดีในลักษณะ ภูมิอากาศประเทศร้อนซึ่งมีอุณหภูมิระหว่าง 18-32 องศาเซลเซียส โกโก้เติบโตได้ดีปริมาณน้ำฝน ควรอยู่ในช่วง 1500-2000 มิลลิเมตร โกโก้ก็สามารถเติบโตได้ดีในแสงแดดจัด เมื่อโกโก้โตเต็มที่และ ใบของมันปกคลุมหนาแน่น แล้วตลอดจนเมื่อดินมีความอุดมสมบูรณ์หรือมีการใช้ปุ๋ยพอเพียง ลักษณะดินสวนโกโก้ควรมีชั้นดินลึก พอสมควรระบายน้ำได้ดี มีระดับความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของ เนื้อดินประมาณ 6.5 2) รูปแบบการ ปลูกโกโก้มี 3 รูปแบบดังนี้ 2.1 การปลูกโกโก้เป็นพืชเชิงเดียว 2.2 การปลูกโกโก้เป็นพืชแซมของพืช เศรษฐกิจชนิดอื่น 2.3 การปลูกโกโก้เป็นพืชแซมในสภาพป่า ธรรมชาติ 3) ขั้นตอนการปลูกโกโก้มีขั้นตอนดังนี้ 3.1 เตรียมหลุมปลูกให้มีความกว้าง 30 เซนติเมตร x ยาว 30 เซนติเมตร x ลึก 30 เซนติเมตร ใช้ระยะปลูก 3×3 เมตร หรือใช้ระยะปลูก 2.50×2.50 เมตร 3.2 ตากหลุมทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน 3.3 นำดินบนที่ขุดขึ้นมาผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 3.4 ใช้มีดกรีดตามแนวข้างถุงเพาะชำโกโก้แล้วแกะถุงพลาสติกออก 3.5 เปิดหลุมแล้วนำต้นกล้าโกโก้ ลงปลูกตรงกลางหลุมเกลี่ยดินกลบให้มิด 3.6 ปักหลักไม้แล้วใช้เชือกรั้งต้นกล้าเพื่อช่วยยึดต้นกล้า โกโก้ให้แน่น 3.7 รดน้ำพอชุ่ม 3.8 ใช้จอบ หรือพลั่วแทงดินในแนวดิ่งเพื่อตัดรากพืชอื่นที่มีอยู่ในรัศมี 50 เซนติเมตร จากโคนต้นโกโก้ให้ลึกลงไป ในดินประมาณ 15 เซนติเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้รากต้นไม้


21 อื่นเข้ามาทำอันตรายต้นกล้าโกโก้ที่ปลูกใหม่ 4) การดูแลรักษา การให้น้ำการให้น้ำแก่ต้นกล้าโกโก้ ประมาณ 2-3 วัน/ครั้ง และฤดูแล้ง คลุมต้นโกโก้ด้วยทางหรือกาบมะพร้าวหรือใบไม้หนาๆ เพื่อรักษา ความชื้นของดินบริเวณโคนต้น โรคที่พบในโกโก้ได้แก่ โรคกิ่งแห้งโกโก้ โรคผลเน่าดำ โรคกิ่งแห้งของ โกโก้โรคไหม้และโรคแอนแทรคโนส ในส่วนของแมลงศัตรูก็จะมีปลวก ด้วงปีกแข็งกัดกินใบ เพลี้ย อ่อนและมวนโกโก้ สัตว์ศัตรูมีหนู กระรอก และชะมด ปัญหาในเรื่องราคาขายของผลผลิตโกโก้นั้น จะเห็นได้ว่ามีราคาที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้ 1) ปริมาณการปลูกและพื้นที่การผลิตในแต่ละภาคของประเทศไทย 2) การดูแลรักษา 3) สภาพอากาศ 4) สายพันธุ์ 5) บริษัทที่ส่งเสริมและรับซื้อในแต่ละพื้นที่ จาก ปัจจัยที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าจากข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี พื้นที่รวมทั้งหมด 13,091.68 ไร่ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็ มีการดูแลรักษาที่ต่างกันและยังมีสภาพอากาศในแต่ภาคส่วนแตกต่างกัน สายพันธุ์ที่ใช้ในการปลูกก็ ไม่เหมือนกันในบางพื้นที่ และพื้นที่รวมทั้งหมดให้ผลผลิต 2,749.12 ไร่ พื้นที่ที่ให้ผลผลิตมากที่สุดคือ ภาคใต้ จำนวน 1,167.75 ไร่แต่ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ทั้งหมด 1,260,590.20 กิโลกรัม ซึ่งพื้นที่ที่เก็บ เกี่ยวผลผลิตได้มากที่สุดคือ ภาคตะวันออก 682,326 กิโลกรัม ในเรื่องของราคาขายเฉลี่ยโกโก้ในแต่ ละพื้นที่นั้นก็มีความแตกต่างกันและพื้นที่ที่โดดเด่นที่สุดในเรื่องของราคาขายเฉลี่ยคือภาคตะวันตก จะมีราคาสูงกว่าภาคอื่นๆ ถึงแม้ว่าภาคตะวันตกจะมีพื้นที่ที่น้อย ผลผลิตก็ไม่ได้สูงที่สุด แต่จะมีบริษัท ที่มีการส่งเสริมการปลูกโกโก้เยอะ และให้ราคาสูงเนื่องจากคนที่ส่งเสริมส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทเอกชน แต่ละบริษัทก็อยากได้ผลผลิตโกโก้เพื่อนำมาแปรรูปหรือสร้างแพลตฟอร์มให้บริษัทของตนเอง อยากมีผลิตภัณฑ์หรือสินค้าใหม่ให้แก่ผู้บริโภคหรือทำการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศได้อีกด้วย จึงเกิดการแข่งขันในเรื่องของราคา 9. บรรณานุกรม กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2566). DOAE ระบบสารสนเทศการผลิต ทางด้านการเกษตร.https://opendata.doae.th/ ข่าวสด Khosod Online. (2565). เกษตรกรเพชรบูรณ์ โอดถูกหลอกขายต้นโกโก้ สัญญา 8 ปี รับ ซื้อโลละ 10 บาท แต่ลงทุนแล้วหาย. https://www.khaosod.co.th/ ฐานเศรษฐกิจ. (2564). เกษตรพันธสัญญา บูม “ปลูกโกโก้” ทั่วไทย https://www.thansettakij.com/ บริษัท เซาเทิร์นไทยโกโก้ จำกัด. (2563) .หน่วยงานและตัวแทนจำหน่ายหลัก. httpa://southernthaicocoa.co.th/ พลังเกษตร. (2561). ปลูกต้นโกโก้ไม้ผลเศรษฐกิจตัวใหม่ให้ผลตอบแทนดีมีตลาดรับซื้อแน่นอน 5 ปี. https://www.palangkaset.com/


22 มติชนออนไลน์. (2565). พาณิชย์ชี้โอกาสสูงไทยส่งออก “โกโก้” เจาะตลาดอินเดีย. https://www.matichon.co.th/ รัชณภัค อินนุกูล ภัทรียา นวลใยและนราพร สังสะนา. (2564). ปลดล็อกโกโก้ไทยอย่างไร...ให้ไปต่อ ได้. Regional Letter แบ่งปันความรู้...สู่ภูมิภาค (7/2564). https;//www.bot.or.th/ สถาบันวิจัยพืชสวน. (2563). สถานการณ์การผลิตโกโก้. https://www.doa.go.th/ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น (สวพท.) (2565). ตรวจรับผลผลิตโกโก้แบบสดรอบ สุดท้าย ภายใต้ โครงการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าโกโก้แม่ฮ่องสอน. https://www.cmru.ac.th/ สัณห์ ละอองศรี. (2563). สายพันธุ์โกโก้ในไทย.องค์ความรู้ เรื่องโกโก้. https://kp.mju.ac.th/ สุธีลา เลาหศิริ. (2530). การบริหารจัดการกลุ่มผู้ปลูกโกโก้ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง. การวิจัย เกี่ยวกับการนำโกโก้มาปลูกแซมในสวนมะพร้าว. file:///C:/Users/HP/Pictures/Camera%20Roll/pensri2508 สมศักดิ์ วรรณศิริ. (2566). การปลูกโกโก้. https://www.kasetnumchok.com/ สำนักข่าวอินโฟเควสท์(IQ). (2565). ข่าวเศรษฐกิจ. https://www.ryt9.com/ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร. (2566). พืชเศรษฐกิจสินค้าสร้างรายได้ในครัวเรือนและ ประเทศ. https://www.arda.or.th/ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. (2564). หนุนเกษตรกรปลูกโกโก้พืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ สร้าง กำไรดีแนะเลือกสายพันธุ์พื้นที่ปลูกให้เหมาะสม. https://www.oae.go.th/ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (2566). ระบบฐานข้อมูลและการให้ ข้อมูลการค้าเกษตรต่างประเทศของประเทศไทย. https://impexpth.oae.go.th/ ศูนย์การเรียนรู้อุทยาน พรรณไม้. (2566). โกโก้สรรพคุณและประโยชน์ของโกโก้. https://chaipatpark.com/ ศูนย์รวมบทความ สาระน่ารู้ ข่าวสาร เกี่ยวกับการเกษตรและเรื่องราวอื่นๆที่น่าสนใจ. (2561). การ ปลูกโกโก้และการดูแลหลังการปลูก. https://www.m-group.in.th/ ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพรสถาบันวิจัยพืชสวน. (2561). การปลูกโกโก้.https://www.doa.go.th/ อาทิตย์ ชื่นอารมณ์, สุภัสรา บุญเรือง, อมรรัตน์ เวชเจริญ, นิตยา วงศ์ยศ และ จารุรัศมิ์ ธนูสิงห์. (2563). การบริหารจัดการกลุ่มผู้ปลูกโกโก้ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง. file:///C:/Users/HP/Downloads/pensri2508 อุทยานการอาชีพชัยพัฒนา. (2566). โกโก้ สรรพคุณและประโยชน์ของโกโก้. www.chaipatpark.com


Click to View FlipBook Version