หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1
ศาสนากบั การดาเนินชวี ติ
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี5
โรงเรียนบา้ นดอน(ศรีเสรมิ กสกิ ร)
สพป.น่าน เขต 1
สารบัญ หนา้
1
เรอื่ ง 3
ความสาคัญของพระพุทธศาสนา 17
พุทธประวัติ ตัง้ แตป่ ระสูติจนถงึ ตรสั รู้ 24
พทุ ธประวัติ โปรดพุทธบดิ า-พทุ ธกจิ 26
ประวตั ิศาสดาศาสนาต่างๆ 27
พุทธสาวก (พระโสณะโกฬวิ สิ ะ) 30
ชาดก(จฬู เฏฐิชาดก – วณั ณาโรหชาดก) 31
พทุ ธศาสนิกชนตัวอยา่ ง
พระไตรปิฎกและคัมภรี ข์ องศาสนาต่าง ๆ
1
ความสาคญั ของพระพทุ ธศาสนา
1.พระพุทธศาสนาเปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ผลงานสรา้ งสรรคข์ องบรรพบุรุษท่ถี า่ ยทอด
ออกมาเปน็ รปู ธรรม เช่น โบสถ์วิหาร สถปู
พระพุทธศาสนาไม่เพียงแต่มีความสาคัญต่อชาวพุทธในด้าน
จิตใจเท่านนั้ แต่ยงั มีความสาคญั ต่อสังคมไทยในด้านอนื่ ๆ ดังน้ี เจดีย์ จิตรกรรม
1.1 พระพทุ ธศาสนาเป็นมรดกทางวฒั นธรรม
จิตใจและลักษณะนสิ ัยของ
วัฒนธรรมเป็นส่ิงท่ีแสดงถึงวิถีการดาเนินชีวิตของคน คนไทย เชน่ ความมเี หตุผล
ในสังคมเป็นผลงานสร้างสรรค์ของบรรพบุรุษท่ีมีการสั่งสมและ มนี า้ ใจ มคี วามเปน็ มิตร
ถ่ายทอดแก่ชนรุ่นหลังต่อเนื่องกันมาเป็นเวลายาวนาน จน
ก ล า ย เ ป็ น ม ร ด ก แ ล ะ เ ป็ น ส ม บั ติ อั น ล้ า ค่ า ข อ ง สั ง ค ม ไ ท ย คา่ นิยมทด่ี งี ามในเร่อื ง
พระพุทธศาสนาจึงมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมไทยในด้านต่าง ๆ ความกตัญญูกตเวทีการ
ดงั นี้
เคารพผู้อาวโุ ส
1.1.1. มรดกทางด้านรปู ธรรม
เป็นผลงานสร้างสรรค์ของบรรพบุรุษที่ถ่ายทอด
ออกมาเป็นรูปธรรม เช่น โบสถ์วิหาร สถูป เจดีย์จิตรกรรม
ฝาผนัง ส่ิงเหล่าน้ีเกิดข้ึนจากแรงศรัทธาความเชื่อ และความ
เล่ือมใสของผู้สร้างท่ีมีต่อพระพุทธศาสนาที่สะท้อนให้เห็นถึง
ลกั ษณะทางวฒั นธรรมของไทยไดอ้ ย่างเดน่ ชดั
1.1.2. มรดกทางด้านจิตใจ
คนไทยนับถือพระพุทธศาสนามาช้านานทาให้การ
ดาเนินชีวิตของคนไทยผูกพันกับพระพุทธศาสนา หลักคาสอน
ทางพระพุทธศาสนาได้หล่อหลอม จิตใจและลักษณะนิสัยของ
คนไทย เช่น ความมีเหตุผล มีน้าใจ มีความเป็นมิตร รวมท้ัง
มีคา่ นยิ มที่ดีงามในเร่ืองความกตญั ญูกตเวทีการเคารพผู้อาวุโส
1.2 พระพทุ ธศาสนาเป็นหลกั ในการพัฒนาชาติไทย
พระพทุ ธศาสนาเปน็ มรดกทางวัฒนธรรมท่ีล้าค่าของชาติ
ไทย ประวัติศาสตร์ชาติไทยมีความเกี่ยวเนื่องผูกพันกับ
พ ร ะ พุ ท ธ ศ า ส น า ม า โ ด ย ต ล อ ด ค น ไ ท ย ไ ด้ น า ห ลั ก ค า ส อ น ใ น
พระพุทธศาสนามาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจาวัน และ นามา
เป็นหลกั ในการพฒั นาชาตไิ ทยให้เจริญก้าวหน้ามาตั้งแต่อดีตจนถึง
ปัจจุบัน หลักคาสอนทางพระพุทธศาสนาที่คนไทยนามาใช้เป็น
แนวทางในการพฒั นา ชาติไทยในดา้ นต่าง ๆ มีดงั นี้
1.2.1.การพัฒนาด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมการพัฒนาคน
พัฒนาไปพรอ้ มๆกนั ทง้ั 3 ดา้ น คอื
1.ด้านพฤติกรรมและวธิ กี ารใชช้ ีวิต
2.ด้านจิตใจเป็นการพัฒนาจิตใจให้เข้มแข็งมั่นคงมี
คณุ ธรรมและความสงบ
3 . ด้ า น ปั ญ ญ า เ ป็ น ก า ร พั ฒ น า ค ว า ม รู้ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ
แนวความคิดทัศนคติและค่านิยมเพ่ือให้รู้จักส่ิงต่างๆและรู้ว่าควร
ปฏบิ ัตติ นต่อส่งิ นัน้ ๆอย่างไร
2
2. การพัฒนาด้านจิตใจการพัฒนาชาติไทยต้องพัฒนาให้สมดุล การไมท่ าความชัว่ ทาจิตใจ
ท้งั ด้านวตั ถุ ใหบ้ ริสุทธ์ิ
และด้านจติ ใจสาหรับการพฒั นาดา้ นจติ ใจมีหลักธรรมท่ีสามารถ
นามาใชเ้ ป็นแนวทางในการปฏิบตั ไิ ดเ้ ชน่ โอวาท 3 ซ่งึ ไดแ้ ก่ โอวาท 3
1) การไมท่ าความช่วั คือการไมท่ าสิง่ ท่ีไม่ดอี ันเป็น ทาความดี
สาเหตุที่ทาให้ตนเองและผู้อ่ืนเดือดร้อน เช่น ลักขโมย ฉ้อโกง
ปลน้ ฆา่ และทารา้ ย
2) การทาความดี คือ การทาส่ิงที่ดีงามเมื่อทาแล้วไม่
ทาให้ตนเองและผู้อ่ืนเดือดร้อน เช่น มีเมตตากรุณาต่อกันมี
ความเออื้ เฟอเผอ่ื แผ่กัน
3) การทาจิตใจใหผ้ อ่ งใสบริสุทธิ์ คือ การทาจิตใจของ
ตนให้ปราศจากความเศร้าหมองขุ่นมัวดว้ ยการหม่ันฝกฝนอบรม
จิตให้เกิดความสดใสเบิกบาน จะเห็นได้ว่า การที่คนไทยอยู่
ร่วมกันได้อย่างมีความสุขประเทศไทย เจริญรุ่งเรืองและม่ันคง
ม า ไ ด้ จ น ถึ ง ทุ ก วั น นี้ ก็ เ พ ร า ะ ค น ไ ท ย ไ ด้ น า ห ลั ก ธ ร ร ม ท า ง
พระพุทธศาสนามาเปน็ หลักในการปฏบิ ตั ิตนและเปน็ หลกั ในการ
พฒั นาชาตไิ ทยดงั ที่ได้กลา่ วมาแล้ว
ปาณาติปาตา เวรมณี มสุ าวาทา เวรมณี
-เวน้ จากการฆา่ สตั วต์ ัดชวี ิต -เว้นจากการพดู เท็จ
อทินนฺ าทานา เวรมณี ศีล 5 สรุ าเมรยมชฺชปมาทฏฐฺ านา เวรมณี
- เวน้ จากการลกั ทรัพย์ - เวน้ จากการดืม่ น้าเมา
กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณี
- เว้นจากการประพฤติผดิ ในกาม
....................
นักเรียนคิดวา่ ศลี 5 มคี วามสาคัญ
อยา่ งไรตอ่ พทุ ธศาสนกิ ชน
เพือ่ นๆชว่ ยกันตอบ
หนอ่ ยนะคะ.
3
พุทธประวัติ
พุทธประวัติ คือ ประวัติของพระพุทธเจ้าเริ่มต้ังแต่ประสูติ ตรัสรู้ จนถึงปรินิพพาน
ท่ีชาวพุทธควรศึกษาพุทธประวัติให้รู้และเข้าใจที่ถูกต้องเพ่ือจะได้เกิดศรัทธาในวิถี
การดาเนนิ ชีวติ ของพระพุทธเจ้าและนามาเป็นแบบอยา่ งในการดาเนนิ ชวี ติ
อยากฟงั แลว้ ครับ / คะ่ วนั นค้ึ รจู ะเล่าพทุ ธประวตั ิ
นักเรียนอยากฟงั ไหมคะ
งัน้ เราไปฟังกนั เลย
ณ กรงุ กบลิ พัสดุ์ พระเจ้าสทุ โธทนะ
กษัตริย์ผู้ย่งิ ใหญท่ ี่ปกครองบ้านเมืองด้วย
ทศพิธราชธรรม
4
หมอ่ มฉันก็เชน่ กนั ข้ามีความสขุ เหลือเกิน
เพคะ พมิ พา
เมอ่ื เจ้าชายสทิ ธัตถะพระชนมายุ 16 พรรษา ทรงอภิเษกสมรสกับพระนางพมิ พา
หรอื ยโสธรา พระธดิ าของพระเจา้ กรงุ เทวทหะซง่ึ เปน็ พระญาติฝา่ ยพระมารดา
ในคนื ทพ่ี ระพทุ ธเจ้าเสด็จปฏิสนธใิ นครรภ์พระนางสริ ิมหามายา
พระนางทรงพระสุบนิ นมิ ติ วา่ มีชา้ งเผือกไดเ้ ข้ามาสู่พระครรภ์
5
ข้าจะคลอดแล้ว
ข้าปวดเหลือเกนิ
เมอื่ พระนางสริ ิมหามายาราชทรงพระครรภอ์ ยู่ มพี ระทัยปรารถนาจะเสดจ็ ไปเมอื งเทวทะ
อันเป็นบา้ นเกดิ ของพระองค์ คร้นั ได้รบั การอนุญาตจากพระเจา้ สทุ โทธนะแลว้ ก็เสดจ็ ไป
ครงั้ เมื่อถึง ณ สวนลมุ พนิ วี นั พระองค์กท็ รงเจบ็ พระครรภ์
ณ สวนลุมพินีวนั ข้าบริวารทัง้ หลายท้ังหลายก็รบี
จดั สถานท่ีผกู มา่ นแวดวงเข้ากบั ภายใต้ร่มไม้สาละ
ถวายแกพ่ ระนางสริ ิมหามายาเท่าที่พอจะทาได้
ในโลกนเ้ี ราเปน็ ผเู้ จรญิ ทีส่ ดุ
เป็นผ้ปู ระเสริฐท่ีสุด
การเกดิ ของเรานเี้ ปน็ ครง้ั สดุ ทา้ ย
ภพใหมต่ ่อไปไมม่ ี
หลงั จากประสูติได้ 5 วัน พระเจา้ สทุ โธทนะโปรดใหป้ ระชมุ พระญาติ 6
และเชิญพราหมณ์ จานวน 108 คน
เพอื่ มาทานายพระลกั ษณะของพระราชกมุ าร
“ ถ้าพระราชกุมารเสดจ็ อยูค่ รองเรือนก็จักเปน็
พระเจา้ จกั รพรรดผิ ทู้ รงธรรม หรอื ถา้ เสดจ็ ออก
ผนวชเปน็ บรรพชติ จักเปน็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจ้าผู้
ไม่มีกเิ ลสในโลก”
โกณฑัญญะพราหมณ์
ได้ทานายพระกมุ ารว่าจะเสดจ็ ออกผนวช
เปน็ บรรพชิตและเปน็ พระสัมมาสัมพทุ ธเจา้
ผู้ไม่มีกิเลสในโลก
เมืองของขา้ หรอ 7
ท่านพอ่ เจา้ ดูส.ิ ...นี้เมอื งของเจ้า
เม่อื เจ้าชายสิทธัตถะทรงมพี ระชนมายไุ ด้ 8 พรรษา ไดท้ รงศึกษาในสานกั
พระอาจารย์ เจา้ ชายสิทธัตถะทรงศกึ ษาศิลปวทิ ยาเหล่าน้ไี ด้อย่างวอ่ งไว
และเชี่ยวชาญจนหมดความสามารถของพระอาจารย์
ข้านี้แหละ เกง่ ท่สี ดุ
81
วงั ฤดหู นาว
วังฤดฝู น
วังฤดูร้อน
ดว้ ยความรักของพระเจ้าสทุ โทธนะ พระองคท์ รงมีรับสั่ง
ให้สร้างพระราชวัง 3 ฤดู ถวายแกเ่ จา้ ชายสทิ ธตั ถะ
เมอ่ื มีพระชนมายุ 16 พรรษา ทรงอภเิ ษกสมรสกับพระนางพิมพา
หรอื ยโสธรา พระธดิ าของพระเจ้ากรงุ เทวทหะ ซึง่ เปน็ พระญาตฝิ า่ ยพระมารดา
9
1
1
เจา้ ชายสทิ ธตั ถะเมอ่ื มีพระชนมายุ 29 พรรษา พระนางพิมพาไดป้ ระสูตพิ ระราชโอรส
มพี ระนามวา่ "ราหุล" ซ่ึงหมายถงึ "บ่วง"
ฉนั นะ ขา้ ไม่ไดอ้ อกจากวงั
นานแคไ่ หนแล้ว
นอกวังมนั สนกุ ขนาดนเ้ี ลยหรอื
เมอ่ื พระชนมายุได้ 29 พรรษา ได้ เสด็จประพาสพระราชอุทยาน ทรงเห็น เทวทตู 4 คือ คน แก่
คนเจบ็ คนตาย และสมณะ ทรงสลดพระทยั และเข้าใจความจรงิ ของชีวติ วา่ มีแต่ความทุกข์ทา
อย่างไรจึงจะพ้นจากความทกุ ข์
เจบ็ 10
แก่
สมณะ
ตาย
11
ไดต้ อ่ มาทรงเหน็ สมณะ (นักบวช)ซ่ึงมกี ิริยาสงบทรงพอพระทยั และเหน็ ว่าหนทางนี้
(การเปน็ นักบวช) นา่ จะทาให้พ้นจากความทุกข์ไดจ้ ึงทรงตดั สนิ พระทยั
เสดจ็ ออกผนวช
พระองคท์ รงแสวงหาหนทางพ้นทกุ ข์
อยูน่ านถึง 6 ปกระทั่ง
12
หลงั จากทรงผนวชแล้ว พระองคม์ ุ่งไปทีแ่ มน่ า้ คยา แคว้นมคธ ได้พยายามเสาะแสวงทาง
พ้นทกุ ข์ ดว้ ยการศกึ ษาค้นคว้าทดลองในสานกั อาฬารดาบส กาลามโคตร และอุทกดาบส
รามบุตร แตเ่ มื่อเรยี นจบทัง้ 2 สานกั แล้ว ทรงเห็นวา่ น่ยี ังไม่ใช่ทางพน้ ทุกข์
เรว็ !! รีบทางาน
เก็บใหส้ ะอาด
พระองค์ได้เสด็จไปที่แม่นา้ เนรัญชรา ในตาบลอุรุเวลาเสนานคิ ม และทรงบาเพ็ญทกุ รกริ ยิ า
ด้วยการขบฟนั กลัน้ หายใจและอดอาหาร จนรา่ งกายซบู ผอม แต่หลงั จากทดลองได้ 6 ปี
ทรงเห็นว่าน่ียงั ไมใ่ ชท่ างพน้ ทุกข์ โยมีปญั วัคคยี ์ทง้ั 5 อันประกอบไปดว้ ย โกณฑญั ญะ วปั ปะ
ภทั ทยิ ะ มหานามะ และอัสสชิ ดูแลพระองค์
13
ขา้ นางสุชาดา
ขอถวายข้าวมธุปายาส
เจา้ ชายสิทธตั ถะทรงเลกิ บาเพญ็ ทุกรกิรยิ าและหนั มาฉนั อาหาร
โดยรับอาหารจากนางสุชาดาทม่ี าถวาย
พระองค์
ทรงฉันอาหารแล้ว
พระองคท์ รงลม้ เลกิ
ความตั้งใจแลว้
หลงั จากพระองคเ์ ลกิ บาเพญ็ ทุกรกริ ยิ า ทาใหพ้ ระปญั จวัคคีย์ทง้ั 5
ท่ีมาคอยรบั ใช้พระองคด์ ้วยความคาดหวังวา่ เมื่อพระองคค์ น้ พบทางพ้นทกุ ขจ์ ะไดส้ อน
พวกตนใหบ้ รรลุดว้ ย เกดิ เสือ่ มศรัทธาท่ีพระองค์ลม้ เลิกความต้ังใจ
จงึ เดินทางกลบั ไปท่ีป่าอิสิปตนมฤคทายวนั ตาบลสารนาถ เมอื งพาราณสี
14
เมอื่ พระองค์ฉันเปน็ ทเ่ี รยี บร้อย พระองคท์ รงถอื ถาดทองเสด็จไปสูแ่ ม่นา้
เนรญั ชราตัง้ พระหฤทัยอธษิ ฐานเสี่ยงพระบารมี
แล้วทรงปล่อยถาดทองให้หลุดจากพระหัตถ์
“ถ้าจะได้ตรัสรู้อนุตรสมั มาสมั โพธิญาณ
ขอใหถ้ าดทองลอยทวนกระแสนา้ ไปเถดิ
แม้นว่ามไิ ดส้ าเรจ็ สมประสงคข์ อให้ถาด
ลอยลอ่ งไปตามกระแสน้า”
ข้าขอถวายหญ้าคา
แก่ทา่ น
15
ข้าจะตั้งใจมนั่
บรรลเุ ปน็ พระสัมมาสัมพทุ ธเจ้า
คราน้นั พระองค์ทรงประทับนั่งขัดสมาธิใตต้ น้ พระศรีมหาโพธิ์ ณ อุรุเวลาเสนานิคม
เมอื งพาราณสี หันพระพักตรไ์ ปทางทศิ ตะวนั ออก และต้ังจิตอธษิ ฐานดว้ ยความแน่วแนว่ ่าตราบใดทยี่ ัง
ไมบ่ รรลสุ ัมมาสัมโพธิญาณ กจ็ ะไมล่ ุกข้ึนจากสมาธิบลั ลงั ก์
เจา้ !!!!!!!!
ทาไมสาเรจ็ หรอก
เมอ่ื พระองค์จะตรัสรู้ ไดม้ ีหมูม่ ารเข้ามาขัดขวาง
แต่กพ็ ่ายแพพ้ ระบารมขี องพระองคก์ ลับไป
16
พระพทุ ธองคท์ รงบรรลอุ าสวักขยญาณ คือ ความร้ทู ที่ าให้สนิ้
อาสวะ หรือกเิ ลส ดว้ ยอริยสจั 4 ไดแ้ ก่ ทุกข์ สมทุ ยั นโิ รธ และมรรค และไดต้ รสั รู้ดว้ ยพระองคเ์ องเป็น
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเปน็ ศาสดาเอกของโลก ซง่ึ วันทีพ่ ระสมั มาสมั พุทธเจ้าตรสั รู้ ตรงกับวันเพ็ญ
เดือน 6 ขณะทมี่ ีพระชนมายุ 35 พรรษา
17
โปรดพุทธบิดา
นักเรยี นรู้หรอื ไมว่ ่า ภายหลังการตรสั รขู้ อง
พระพุทธองค์ พระองคท์ รงระลึกถึงบิดา
และพระญาตขิ องพระองค์ พระองคจ์ งึ ทรง
มาโปรดพระบิดาท่ีกรุงกบิลพัสดุ์
ผมไมเ่ คยรเู้ ลยครบั
งน้ั คุณครเู ล่าให้พบฟังหน่อย
ได้ไหมครบั
ณ กบิลพัสด์ุ พระบรมศาสดาเสด็จพุทธดาเนินเทยี่ วไปบณิ ฑบาตโปรดชาวเมอื งกบิลพัสด์ุ
พระเจา้ สทุ โธทนะทรงหวงั ไวว้ า่ พระราชโอรสจะทรงพาพระภิกษุสงฆส์ าวกเขา้ มารับ
อาหารบณิ ฑบาตในพระราชวัง
หยุดเถดิ ทา่ น 18
ท่านทาใหข้ า้ ตอ้ งอบั อาย เม่อื ไดท้ ราบเช่นน้ันกต็ กพระทัยเสด็จออกไปประทับยนื ขวางตรงพระพกั ตร์
ข้าเป็นถงึ กษตั รยิ ์ท่ียิ่งใหญ่
แล้วมีบตุ รทเ่ี ท่ียวขออาหาร กลางทาง พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระบดิ า
เมื่อจบพระธรรมเทศนา พระพุทธบิดาดารงอยู่ในพระโสดาปัตติผล
หยุดเถิด !!!!!
……………
ข้าขอถวาย
ภัตตาหารเหล่าน้ี
แดท่ ่าน
ครั้นรุ่งข้ึนวนั ที่ 2 หลังจากพระพุทธองค์พรอ้ มเหล่าภกิ ษุสงฆ์เสดจ็ ไปรับภัตตาหารบณิ ฑบาต
ในพระราชนิเวศน์ และกระทาภัตกิจแล้ว จงึ ทรงแสดงธรรมเทศนาโปรดพระเจา้ สุทโธทนะให้
ได้บรรลพุ ระสกทาคามิผลสว่ นพระนางมหาปชาบดไี ดบ้ รรลุพระโสดาปัตตผิ ล
19
ในวันที่ 3 พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระพุทธบิดาก็ได้สาเร็จ พระอนาคามิผล
ฝ่ายพระนางพิมพารู้สึกเศร้าเสียใจมาก ท่ีพระพุทธองค์ทรงตัดสินใจออกบวชโดยไม่บอกลา แม้ว่าพระพุทธ
องค์จะเสด็จเข้าไปรับอาหารบิณฑบาตในพระราชนิเวศถึงสามวันแล้วก็ตาม แต่พระนางพิมพาราชเทวี
กม็ ิได้เสดจ็ ออกมาเฝา้ พระพุทธองคเ์ ลย พระพทุ ธองค์ทรงพาอัครสาวก พระสารบี ุตรและพระโมคคัลลานะไป
ยังปราสาทของพระนางพิมพา ประทับน่ังบนอาสนะ เมื่อพระนางได้เห็นดังน้ันจึงเสด็จลุกขึ้น จูงพระหัตถ์
ของพระราหลุ กมุ าร
ท่านทิง้ ข้าและลกู ไป
อย่างไมใ่ ยดี
ท่านมไิ ด้รักและลกู เลย
ข้าเสียใจ
20
พระนางเสด็จตรงเข้ากอดพระบาทของพระบรมศาสดา ซบพระเศียรลงถวายนมัสการแล้วกลิ้งเกลือก
ซบพระเศียรที่หลังพระบาทของพระบรมศาสดาพิไรราพันตัดพ้อต่อว่าพระพุทธองค์ได้ทรงแสดง
“จันทกินรีชาดก” โดยพิสดาร กาจัดความเศร้าโศกปริเทวนาของพระนางพิมพาให้บรรเทาเบาบางลง
จากนั้นทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรด คร้ันจบพระธรรมเทศนา พระนางก็ได้ดวงตาเห็นธรรม ทรงทาลาย
เสียซึ่งกิเลสโทษทั้ง ๓ ประการ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ประดิษฐานอยู่ในพระโสดา
ปัตติผลเปน็ พระอริยบุคคลในพระพทุ ธศาสนา
อ้อ.... เรอ่ื งราวก็เปน็ แบบน้นี ี้เอง
ครูครบั แล้วราหลุ ละ่ ครับ
ครไู มเ่ ห็นพูดถงึ เลย
ราหลุ บตุ รของพระพทุ ธองค์
หลังจากเหตุการณ์น้ี ราหุลก็
ขอออกบวช ถอื เป็นสามเณรรูปแรก
ของโลกไงคะนกั เรยี น
21
พุทธกจิ 5 เวลา
หนูรูค้ ่ะวา่ พระพทุ ธเจา้ นักเรยี นร้ไู หมคะ วา่ ในเวลา
มีวตั รปฏบิ ัติ 5 ประการ 1 วัน พระพทุ ธเจ้าทรง
ซง่ึ เรียกกันวา่ “พทุ ธกจิ ” ทาอะไรบ้าง
เวลาเช้า
ออก
บิณฑบาต
22
เวลาคา่
ใหโ้ อวาทพระภิกษุ
เวลาเย็น
แสดงธรรม
23
เวลากลางราตรี
ตอบปัญหาหรอื
สนทนากับเทวดา
เวลาใกลร้ ุ่ง
ตรวจดูภพั พสัตว์
เพ่อื จะไดโ้ ปรดให้พน้ ทุกข์
24
ประวตั ิศาสดาศาสนาต่างๆ
ศาสนา พราหมณ์-ฮินดู คริสต์ อิสลาม
ศาสดา ไมม่ ี
คมั ภีร์ พระเวท พระเยซู นบีมฮู ัมหมดั
อุดมคตอิ นั สงู สุด โมกษะ
บคุ คล ไบเบิล อลั กุรอาน
สถานที่ พราหมณ์
สัญลักษณ์ เทวาลยั อาณาจกั รของพระเจา้ พระอัลเลาะห์
โอม บาทหลวง อิหม่าม
โบสถ์ มัสยิด
ไมก้ างเขน พระจันทร์เสย้ี วกับดาว
ศาสนาครสิ ต์
ศาสนาคริสต์มีวัฒนาการมาจากศาสนายูดาย(หรือศาสนายิว
นับถือกันมากในประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นที่ต้ังประเทศของชนชาติยิว)
เปน็ ศาสนาประเภทเอกเทวนยิ มหรือศาสนาท่ีนับถือพระเจ้าองค์เดียวคือพระ
ยะโฮวาห์และศาสดาของศาสนาคริสต์คอื พระเยซู
พระเยซูเป็นชาวยิว ถือกาเนิดเมื่อปี พ.ศ.543 หรือ ค.ศ.1
(คริสต์ศักราชที่ 1 เริ่มในปีท่ีพระเยซูประสูติ) ณ หมู่บ้านเบธเลเฮม
แคว้นยูดาห์ ในดินแดนปาเลสไตน์ บิดาของพระเยซู เป็นช่างไม้ชื่อโจเซฟ
และมารดาชอื่ มาเรีย
ในวัยเยาว์พระเยซูเติบโตในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหน่ึงในเมืองนาซาเลธ
แคว้นกาลิลี เป็นผู้สนใจ ศึกษาหลักคาสอนของศาสนายูดายโดยตลอดมา
ครั้นเม่ือมีพระชนม์ได้ 30 พรรษา ทรงรับศีลล้างบาป ตามลัทธิของนักบุญ
โยฮันและได้ปลีกตัวไปประทับอยู่ที่ป่าแห่งหนึ่ง เพ่ือบาเพ็ญศีลภาวนา
เจริญสมาธิและนมัสการพระเจ้า หลังจากน้ันจึงทรงประกาศศาสนาใหม่
เรียกว่า ศาสนาครสิ ตน์ กิ าย
ศาสนาอิสลาม 25
ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประเภทเอกเทวนิยม
นับถือพระเจ้าองค์เดียวคือ พระอัลเลาะฮ์ มีศาสดา
ผู้ประกาศศาสนา คือ นบี มูฮามัด เป็นศาสนาท่ีไม่มีพระหรือ
นักบวชแต่จะมีผู้นาในการทาพิธีทางศาสนาเรียกว่าอิหม่าม
และผู้นับถือศาสนาอิสลามเรียกว่ามุสลิม แปลว่า ผู้อ่อนน้อม
ต่อพระเจ้าเพื่อสันติสุข ศาสนาอิสลามถือกาเนิดในดินแดน
คาบสมุทรอาหรับในนครมักกะฮNประเทศซาอุดิอาระเบีย
ในปัจจุบัน เมื่อประมาณ ค.ศ. 610 โดย นบี มูฮามัดเป็นผู้รับ
โองการจากพระเจ้ามาเผยแผ่แกม่ วลมนุษยน์ กิ าย
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ท้ังสองศาสนามีวิวัฒนาการ
สืบต่อเน่ืองกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ จนอาจกล่าวได้ว่าเป็น
ศ า ส น า เ ดี ย ว กั น โ ด ย ศ า ส น า พ ร า ห ม ณ์ เ กิ ด ขึ้ น ก่ อ น
ประมาณ 1000 ปี ก่อน พ.ศ. ต่อมาความเชื่อได้เร่ิม
เปล่ยี นแปลงจนกลายเปน็ ศาสนาฮินดูในปัจจุบัน
ศาสนาพราหมณ-์ ฮินดู ได้ชื่อวา่ เปน็ ศาสนาที่เก่าแก่
ที่สุดในโลก แต่ไม่สามารถสืบค้นชื่อของศาสดาผู้ก่อต้ังหรือ
เผยแผ่ศาสนาได้ เป็นศาสนาท่ีนับถือพระเจ้าหลายองค์แต่
องค์ที่ย่ิงใหญ่ที่สุดคือพระพรหม และคัมภีร์หลักคาสอน
ที่สาคัญคอื คัมภรี พ์ ระเวท วิวัฒนาการของศาสนาพราหมณ์
และฮินดู แบ่งได้เป็น 3 ยุค ได้แก่ สมัยพระเวทสมัย
พราหมณ์ และสมยั ฮินดู
26
พุทธสาวกพระโสณะโกฬวิ ิสะ
พระโสณโกฬวิ สิ ะ
สมัยหน่ึง พระศาสดาเสด็จประทับอยู่ท่ีเขาคิชฌกูฏ ใกล้กรุงราชคฤห์ ชนเป็นอันมากพากันไปเฝ้าคร้ันฟังพระธรรม
เทศนากลบั ไปแลว้ กุลบตุ รคนหน่งึ ชอ่ื ว่า โสณะ เปน็ โกฬวิ ิสโคตร ได้เขา้ ไปเฝ้าพระศาสดาทูลว่า ข้าพระองค์ได้ฟังธรรม
ท่ีพระองคท์ รงแสดงแล้ว เห็นว่า ผู้อยู่ครองเรือนจะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธ์ิบริบูรณ์สิ้นเชิง ดุจดังสังข์ที่ขัดแล้ว
ไม่ทาได้โดยง่ายเลย ข้าพระองค์อยากจะใคร่บวชขอพระองค์จงโปรดให้ข้าพระองค์บวชเถิด พระศาสดาทรงบวชให้
ตามประสงค์ครั้นบวชแล้ว ทาความเพียรอยู่ที่สีตวัน ทาความเพียรเกินขนาดเดินจงกรมไม่หยุด จนเท้าแตกก็ไม่ได้
บรรลุธรรมวิเศษอะไร จึงดาริในใจว่า บรรดาสาวกของพระศาสดาท่ีปรารภความเพียรแล้ว เราก็เป็นคนหน่ึงถึงอย่าง
นั้นจิตของเราก็ยังไม่พ้นจากอาสวะทั้งปวงได้ สมบัติในตระกูลของเราก็ยังมีอยู่ ถ้าอย่างไรเราจะสึกออกไปบริโภค
สมบตั แิ ละบาเพ็ญกุศลจะเป็นการดีกว่าคร้ันบวชแล้ว ทาความเพียรอยู่ที่สีตวัน ทาความเพียรเกินขนาดเดินจงกรมไม่
หยดุ ครนั้ พระศาสดาทรงทราบเช่นนน้ั แลว้ จงึ เสด็จไปยังท่ีอยู่ของพระโสณโกฬิวิสะ ตรัสสอนให้ปรารภความเพียรแต่
พอปานกลางไม่ย่ิงนัก ไม่หย่อนนัก ทรงยกพิณ 3 สายข้ึนมาเปรียบเทียบจนเท้าแตกก็ไม่ได้บรรลุธรรมวิเศษอะไร
จงึ ดารใิ นใจว่า บรรดาสาวกของพระศาสดาท่ีปรารภความเพียรแล้ว เราก็เป็นคนหน่ึงถึงอย่างนั้นจิตของเราก็ยังไม่พ้น
จากอาสวะท้ังปวงได้ สมบัติในตระกูลของเราก็ยังมีอยู่ ถ้าอย่างไรเราจะสึกออกไปบริโภคสมบัติและบาเพ็ญ กุศล
จะเป็นการดีกว่า คร้ันพระศาสดาทรงทราบเช่นน้ันแล้ว จึงเสด็จไปยังท่ีอยู่ของพระโสณโกฬิวิสะ ตรัสสอนให้ปรารภ
ความเพียรแตพ่ อปานกลางไมย่ ิ่งนกั ไมห่ ยอ่ นนกั ทรงยกพณิ 3 สายข้นึ มาเปรียบเทียบ
พระโสณโกฬวิ สิ ะต้ังอยู่ในโอวาททพ่ี ระศาสดาตรัสสอนปรารภความเพียรแต่พอประมาณไม่ย่ิงนัก ไม่หย่อนนัก ไม่นาน
ก็ได้บรรลุพระอรหัตผล ต่อมาท่านเข้าไปเฝ้าพระศาสดาทูลว่า ภิกษุผู้อรหันต์มีอาสวะสิ้นแล้วอยู่จบพรหมจรรย์แล้ว
มีกิจทจี่ ะต้องทาก็ไดท้ าเสรจ็ แล้ว มภี าระของหนักอันวางแล้ว มีประโยชน์ของตนได้ถึงแล้ว มีธรรมที่ประกอบไว้ในภพ
ส้ินรอบแลว้ รู้ชอบจงึ พ้นแล้วจากอาสวะ ภกิ ษุผูอ้ รหนั ตน์ นั้ น้อมเขา้ ไปแลว้ ในคณุ 6 ประการคอื
1. ในบรรพชา
2. ในท่ีสงดั
3. ในความสารวมไมเ่ บยี ดเบียน
4. ในความสน้ิ แห่งความถือม่นั
5. ในความสน้ิ แหง่ ความอยาก
6. ในความไม่หลง
พระศาสดาจึงทรงยกย่องว่าเป็นเลศิ กว่าภิกษุทงั้ หลายผ้ปู รารภนาความเพียรในพระพทุ ธศาสนา
27
ชาดกจฬู เสฏฐชิ าดก
จฬู เสฏฐชิ าดก
ครั้งหน่ึงในอดีตกาล มีเศรษฐีผู้หนึ่งชื่อจุลฬกะ เป็นผู้มีความสามารถในการพยากรณ์เหตุการณ์
ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยาโดยอาศัยเหตุจากนิมิตต่าง ๆ ในวันหนึ่ง จุลฬกะนั่งรถม้าไปยังราชสานัก เพ่ือ
เฝ้าพระราชา ได้เห็นหนูตายตัวหน่ึงแล้วทานายว่า “ถ้าใครมีปัญญาย่อมสามารถนาหนูตายตัวนี้ไปเป็นทุน
ประกอบการค้าให้เจรญิ รงุ่ เรืองเป็นเศรษฐไี ด้”
ชายหนุ่มยากจนคนหนึ่งนามว่าจูฬันเตวาสิกได้ยินเข้า จึงถือหนูตัวนั้นไปขายให้ยายแก่ใจบุญ
คนหน่ึง สาหรับเปน็ อาหารแมว ไดเ้ งินมา 1 กากณกิ เทา่ นน้ั
วันรุ่งขึ้นเขาจึงนาเงินนั้นไปซ้ือน้าอ้อยนาไปต้ังไว้ที่ประตูเมืองคู่กับน้าด่ืมอีกหม้อหน่ึง เม่ือคนเก็บ
ดอกไม้กลับจากป่ากาลังกระหายน้าเต็มที่ผ่านมาก็เชิญชวนให้ด่ืมน้านั้น คนเก็บดอกไม้จึงมอบดอกไม้คน
ละกาเป็นการตอบแทนวนั ตอ่ ๆมา ชายหนุม่ ก็ปฏิบัติเชน่ เคย จนสามารถรวบรวมทรัพย์ได้ถึง 8 กหาปณะ
ต่อมาวันหนึ่งในต้นฤดูฝน ฝนตกหนัก พายุแรง ก่ิงไม้ต้นไม้ในพระราชอุทยานหักโค่นล้มระเนระนาด
ผู้รักษาพระราชอุทยานหนักใจว่าจะนาก่ิงไม้พวกน้ีไปท้ิงที่ไหนดี ชายหนุ่มจึงรับอาสาทาความสะอาด
อุทยาน โดยขอต้นไม้กง่ิ ไม้เหลา่ น้ันเปน็ ของตอบแทนนายอุทยานก็ตกลงทนั ที
เขาจึงไปยังสนามเด็กเล่น ชักชวนเด็ก ๆ มาดื่มน้าอ้อย แล้วให้ช่วยกันขนต้นไม้ไปกองท่ีประตู
พระราชอทุ ยาน ครเู่ ดียวกเ็ สร็จ
28
ส่วนเขาเองไปหาช่างป้ันหม้อของหลวงเสนอ อยู่ต่อมาไม่กี่วัน เขาได้ข่าวว่าวันรุ่งข้ึนจะมีพ่อค้านา
ม้ามาที่เมืองน้ีถึง 500 ตัวเขาจึงเอ่ยปากขอหญ้าจาก
ขายไม้เหล่านั้นทาฟืน ได้ทรัพย์ถึง 16 กหาปณะ คนเก่ียวหญ้าคนละฟ่อน และขอร้องว่า ถ้าเขายัง
และยังได้โอ่งน้าเน้ือดีใบใหญ่และหม้อไหต่าง ๆ ไม่ได้ขายหญ้าเหล่าน้ัน ก็ขอให้คนเกี่ยวหญ้าอย่าเพิ่ง
แถมมาอกี 5 ใบด้วย ขายหญา้ ของตนเป็นอนั ขาด
เขานาโอ่งใส่น้าด่ืมไปต้ังไว้ใกล้ปาก วั น น้ั น เ ข า ไ ด้ ห ญ้ า ถึ ง 5 0 0 ฟ่ อ น
ประตูเมือง เชิญชวนให้คนเกี่ยวหญ้าเลี้ยงสัตว์ เมื่อพ่อค้าม้ามาหาซ้ือหญ้าเล้ียงม้าจากท่ีใดไม่ได้เลย
ประมาณ 500 คน ดื่มแก้กระหาย คนเกี่ยวหญ้า จึงต้องซื้อจากเขาเป็นเงินสูงถึง 1000 กหาปณะและ
เหล่าน้ันด่ืมน้าแล้ว ก็คิดจะตอบแทนคุณจึงถามว่ามี ยังทาให้คนเกี่ยวหญ้าขายหญ้าได้ในราคา ดี
ธุระส่ิงใดให้ช่วยบ้าง เขาตอบว่า ขณะนี้ยังไม่มี ตามไปดว้ ย
ตอ่ เม่อื ไรมีจะแจ้งให้ทราบ
อีก 2-3 วันต่อมา มีคนส่งข่าวอีกว่า บัดน้ีเรือ
บรรทุกสินค้ามาถึงท่าแล้วเขาจึงรีบหาเช่ารถม้า
ซึ่งมีบริวารมาด้วยอย่างโก้หรูขับไปท่ีท่าเรือ
แล้วมัดจาสินค้าทั้งหมดไว้ เม่ือพ่อค้านับร้อยคน
ของเมืองพาราณสี มาขอซื้อสินค้านายเรือก็แจ้งว่า
มพี อ่ คา้ ใหญม่ ามดั จาสนิ คา้ ไปหมดแลว้ ชายหนุ่มมีฐานะร่ารวยข้ึนทันตาเห็น ภายในเวลา
พ่อค้าเหล่าน้ันจึงขอร่วมลงทุนในเรือ 5 เดือนเท่านั้นเขาได้นาทรัพย์จานวน 100,000
สินค้ากับเขาคนละ 1,000 กหาปณะ และอีก กหาปณะ เป็นเครื่องสักการะแทนดอกไม้ธูปเทียนไป
1,000 กหาปณะ สาหรับเป็นค่าสินค้า เขาจึง กราบท่านจุลฬกเสฏฐี เป็นการแสดงความกตัญญู
ขายสินค้าน้ันให้ไปได้กาไรทันที 200,000 กตเวที แลว้ เล่าเร่ืองท้ังปวงของตนให้ฟังท่านเศรษฐีเห็น
กหาปณะ
ค ว า ม มี ส ติ ปั ญ ญ า ค ว า ม เ พี ย ร พ ย า ย า ม แ ล ะ มี
ความกตัญญูกตเวที จึงยกธิดาและทรัพย์สมบัติให้
ครอบครอง
ต่อมาเม่ือจุลฬกเสฏฐีสิ้นชีวิตแล้วชายหนุ่มผู้น้ีได้
ตาแหนง่ เศรษฐขี องเมืองพาราณสตี ่อไป
29
ชาดกวณั ณาโรหชาดก
วัณณาโรหชาดก
สมัยหนึ่ง พระโพธิสตั วเ์ กดิ เป็นรุกขเทวดาอยใู่ นป่า ครง้ั น้นั
สิงโต และเสือโครง่ อาศยั อยใู่ นถ้าแห่งหนงึ่ มีสุนัขจิง้ จอกตวั
หน่งึ ดแู ลรับใชส้ ิงโตและเสอื โคร่ง
สุนัขจิ้งจอกตัวนั้นอาศัยกินอาหารที่เหลือจาก
สัตว์ทั้งสองจนอ้วนพี ต่อมาสุนัขจิ้งจอกคิดอยากกินเน้ือ
สิงโตและเสือโคร่ง จึงยุให้สัตว์ท้ังสองแตกร้าวกันจะได้
ตอ่ ส้กู ัดกนั จนบาดเจบ็ และตายลงในทสี่ ดุ เมื่อสุนัขจิ้งจอกคิดได้เช่นน้ันแล้ว จึงไปยุสิงโตว่า “เสือ
โคร่งกลา่ ววา่ สิงโตเปน็ ผูม้ ีลักษณะชาตกิ าลัง และความเพยี รไม่ถึง
เส้ียวหนงึ่ ของเสอื โคร่ง”
เม่ือสิงโตได้ฟังถ้อยคานั้นแล้วก็ไม่เชื่อว่าเสือ
โคร่งจะกล่าววาจาเช่นนั้นได้ จึงบอกให้สุนัขจิ้งจอก
กลับไปเสียสุนัขจิ้งจอกจนปัญญาที่จะทาให้สิงโตเชื่อ
คาพูดของตนจึงไปหาเสือโคร่งแล้วกล่าวยุยงให้เสือโคร่ง
และสิงโตแตกแยกกนั อีก
เมอ่ื เสอื โคร่งไดฟ้ ังคายุยงของสุนัขจ้ิงจอกแลว้ จึงมาไตถ่ ามสงิ โตวา่ “สิงโตท่าน
มีเขี้ยวงาม มชี าตกิ าลงั งามและมกี าลังความเพียรเชน่ น้ีแล้วไม่ประเสรฐิ กวา่ เราหรอื ”
สิงโตจึงเตือนสติแก่เสือโคร่งวา่ สนุ ขั จ้งิ จอกต้องการจะฆ่าพวกเรา จงึ กล่าวยุ
ยงให้เราแตกแยกกัน หากบุคคลเช่ือคาพูดของผู้อื่น ก็จะทาให้มิตรแตกแยกกันและ
อาจนาภยั มาสตู่ นและมติ ร ในทางตรงกันข้าม หากบุคคลระวังคายุยงของผู้อ่ืนท่ีจะทา
ใหม้ ิตรแตกแยก ตง้ั ข้อสงสยั ในคาพดู เหลา่ นัน้ บุคคลน้นั คอื มิตรแท้
เมื่อสิงโตให้คติแก่เสือโคร่งแล้วจึงเป็นมิตรที่ดีต่อกันดังเดิม ฝ่ายสุนัข
จง้ิ จอกตอ้ งหลีกหนไี ป
30
พทุ ธศาสนิกชนตัวอย่าง
พระโสณโกฬิวสิ ะ
ชาวเมืองจาปา แคว้นอังคะ เมื่ออุปสมบทแล้วท่านต้ังใจศึกษาพระธรรมด้วยความเพียร
ท่านเดินจงกรมอย่างหนักจนเท้าแตก แต่ก็ไม่บรรลุธรรมจึงเกิดความท้อแท้ พระพุทธเจ้า
ประทานโอวาทด้วยข้ออปุ มาเร่ือง พิณสามสาย เมอื่ นาไปปฏิบัตจิ ึงบรรลุอรหันต์
คุณธรรมทีไ่ ด้
คนที่มีความเพียรยอ่ มประสบผลสาเร็จ
การกระทาทกุ อย่างควรปฏบิ ัตติ ามทางสายกลาง
อาจารย์เสถียร โพธนิ นั ทะ
เป็นผู้ใฝ่รู้ทางพระพุทธศาสนา ในวัยเด็กมีจิตใจโน้มเอียงไปสู่พระพุทธศาสนามีศรัทธา
เลื่อมใส ชอบศกึ ษาเก่ียวกับพระพุทธศาสนา จนมีความรู้แตกฉานและได้เป็นอาจารย์ในมหาม
กุฏราชวิทยาลัย
คุณธรรมทีไ่ ด้
สนใจใฝ่ร้ใู ฝ่เรียนพระพทุ ธศาสนา
ปฏิบตั ติ นเปน็ ลูกที่ดี
สมเดจ็ พระสังฆราช (สา ปสุ สฺ เทโว)
เป็นสมเด็จพระสงั ฆราชองค์ท่ี 9 แหง่ กรงุ รัตนโกสนิ ทร์ พระองค์บรรพชาเป็น
สามเณรเม่ือพระชนั ษาได้ 14 ปี และสามารถสอบพระปริยัติธรรมได้ 9 ประโยค เมอ่ื ครงั้ ยงั
เป็นสามเณร พระองค์ไดล้ าสิกขาและได้กลับมาอปุ สมบทใหม่ ก็สามารถสอบพระปรยิ ตั ิธรรม
ได้ 9 ประโยคอีกครง้ั จึงมีผถู้ วายสมญานามวา่ “สังฆราช 18 ประโยค”
คณุ ธรรมที่ได้
มีความขยันหม่ันเพยี รในการศึกษาพระธรรม
ทรงปฏบิ ัติพระองค์ตามพทุ ธปณิธาน 4 ประการ
นักเรียนคะ พุทธศาสนกิ ชนตัวอยา่ งที่ครู
ยกตวั อยา่ งมาให้นักเรยี นฟงั ลว้ นแต่จะ
มีคุณสมบัติ
และคุณธรรมในชีวิตของทา่ น ซึ่ง
นกั เรียนสามารถนาไป
ปรับใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ของนกั เรียนได้
....
31
พระไตรปิกฎ พระไตรปิกฎ คืออะไร
มคี วามสาคญั อยา่ งไร
………… แบง่ เปน็ ก่หี มวดหมู่
…………. ใครรู้บ้าง ?
งนั้ เราไปหา
คาตอบกัน
เปน็ คัมภรี ์ทางพระพุทธศาสนาที่มคี วามสาคัญ
มาก เพราะเป็นหลกั ฐานทางพระพุทธศาสนา
ทบี่ นั ทกึ คาสอนของพระพุทธเจ้าไวเ้ ปน็ ลาย
ลักษณ์อกั ษรเพ่ือให้พทุ ธศาสนิกชนได้ศกึ ษาและ
นาไปปฏบิ ตั ใิ นชวี ิตประจาวนั
วินัยปิฎก อภธิ รรมปฎิ ก
หมวดว่าด้วยระเบียบวนิ ยั หมวดท่ีวา่ ดว้ ยขอ้ ธรรม
มที ั้งหมด 21,000 ลว้ น ๆ ไมม่ ปี ระวตั ิ
พระธรรมขันธ์ และทอ้ งเรอื่ งประกอบ
มที ัง้ หมด 42,000 พระ
สุตตนั ตปิฎก ธรรมขนั ธ์
หมวดท่วี ่าดว้ ยพระธรรม
เทศนาทวั่ ๆ ไปมปี ระวตั ิ
และท้องเรอ่ื งประกอบ
มีทงั้ หมด 21,000 พระ
ธรรมขันธ์