ใบความรู้ท่ี ๓
เรอ่ื ง ระบบสีในงานกราฟกิ
3.1 ความหมายของสี
สี (COLOR) หมายถึง ลักษณะกระทบตอ่ สายตาใหเ้ ห็นเปน็ สมี ผี ลถึงจติ วิทยา คือมีอำนาจให้เกดิ ความเข้ม
ของแสงท่อี ารมณ์และความรู้สึกได้ การทไ่ี ดเ้ ห็นสีจากสายตาสายตาจะส่งความรู้สกึ ไปยังสมองทำให้เกิดความรู้สึก
ต่างๆตามอิทธิพลของสี เช่น สดชื่น ร้อน ตื่นเต้น เศร้า สีมีความหมายอยา่ งมากเพราะศิลปินตอ้ งการใช้สีเป็นส่ือ
สร้างความประทบั ใจในผลงานของศิลปะและสะท้อนความประทบั ใจน้ันให้บังเกดิ แก่ผู้ดูมนษุ ย์เกีย่ วข้องกับสีต่างๆ
อยู่ตลอดเวลาเพราะทุกส่งิ ท่อี ยู่รอบตวั นน้ั ลว้ นแต่มีสีสันแตกต่างกันมากมาย สีเป็นสิง่ ทคี่ วรศึกษาเพ่ือประโยชน์กับ
ตนเองและ ผู้สร้างงานจิตรกรรมเพราะ เรื่องราวองสีนั้นมีหลักวิชาเป็นวิทยาศาสตร์จึงควรทำความเข้าใจ
วทิ ยาศาสตร์ ของสีจะบรรลผุ ลสำเร็จในงานมากขนึ้ ถา้ ไม่เขา้ ใจเรื่องสดี ีพอสมควร ถา้ ได้ศึกษาเรอ่ื งสดี ีพอแลว้ งาน
ศิลปะกจ็ ะประสบความสมบูรณ์เป็นอย่างยิง่
แม่สี (PRIMARIES)
สีต่างๆน้ันมอี ยู่มากมายแหล่งกำเนิดของสแี ละวธิ ีการผสมของสีตลอดจนรู้สึกท่ีมตี อ่ สขี องมนุษย์แต่ละกลุ่ม
ย่อมไม่เหมอื นกนั สีต่างๆท่ีปรากฎนัน้ ยอ่ มเกดิ ขน้ึ จากแม่สีในลักษณะทแ่ี ตกต่างกนั ตามชนิดและประเภทของสีน้นั
แมส่ ี คือ สีทนี่ ำมาผสมกนั แลว้ ทำให้เกิดสใี หม่ ท่ีมีลกั ษณะแตกต่างไปจากสเี ดมิ
แม่สี มือยู่ 2 ชนิด คอื
1. แม่สีของแสง (RGB) เกิดจากการหกั เหของแสงผ่านแท่งแกว้ ปริซึม มี 3 สี คือ สีแดง สีเหลือง และสี
น้ำเงิน อยู่ในรูปของแสงรังสี ซึ่งเป็นพลังงานชนิดเดียวที่มีสี คุณสมบัติของแสงสามารถนำมาใช้ ในการถ่ายภาพ
ภาพโทรทศั น์ การจดั แสงสีในการแสดงต่าง ๆ เป็นตน้
RGB มีแนวคิดมาจากการผสมแสงสีหลัก 3 สีเข้าด้วยกัน คือ แดง (RED) เขียว (GREEN) และน้ำเงิน
(BLUE) ซง่ึ เมื่อผสมกันจะทำให้เกิดสจี ำนวนมากและเมอื่ นำมารวมกนั ทค่ี วามเข้มสงู สดุ จะไดส้ ีขาว สว่ นใหญ่การใช้
สลี ักษณะนี้จะใชใ้ นอุปกรณ์ท่เี กี่ยวกบั แสง เชน่ จอภาพ กล้องดจิ ิตอล เปน็ ต้น
2. แม่สีวัตถุธาตุ เป็นสีที่ได้มาจากธรรมชาติ และจากการสังเคราะห์โดยกระบวนทางเคมี มี 3 สี คือ สี
แดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน แม่สีวัตถุธาตุเป็นแม่สีที่นำมาใช้งานกันอย่างกว้างขวาง ในวงการศิลปะ วงการ
อุตสาหกรรม ฯลฯแม่สีวัตถุธาตุ เมื่อนำมาผสมกันตามหลกั เกณฑ์ จะทำให้เกิด วงจรสี ซึ่งเป็นวงสีธรรมชาติ เกิด
จากการผสมกันของแม่สวี ัตถธุ าตุ เปน็ สหี ลักท่ีใช้งานกันท่วั ไป ในวงจรสี จะแสดงสิ่งต่าง ๆ ดงั ต่อไปนี้
CMYK มีแนวคิดมาจากระบบการพิมพ์ โดยภาพจะถูกแยกออกเป็นแม่พิมพ์ของสีหลักเพียง 4 สี คือ
ฟา้ (CYAN) ม่วงแดง (MAGENTA) เหลือง (YELLOW) ดำ (BLACK) ซง่ึ เมื่อนำมารวมกันแล้วจะไดส้ ดี ำ
1. วงจรสี (Colour Wheel)
วงจรสี คือ สีทเี่ กิดจากการผสมกนั เปน็ คู่ เรมิ่ ตง้ั แต่ แมส่ ี 3 สี แลว้ เกิดเปน็ สใี หมข่ นึ้ มา จนครบวงจร จะได้สีท้ังหมด
12 สี ซ่ึงแบ่งสีเป็น 3 ข้นั คือ
1.1 สีขัน้ ท่ี 1 (Primary Colours) คือ แม่สี 3สี ได้แก่ สีแดง เหลอื ง และนำ้ เงนิ
1.2 สีข้นั ที่ 2 (Secondary Colours) คอื สที ่ีเกดิ จากการผสมกนั เป็นค่ๆู ระหวา่ งแมส่ ี 3 สี จะได้สี
เพิ่มข้ึนอกี 3สี
1.3 สีข้นั ท่ี 3 (Tertiary Colours) คอื สีที่เกิดจากการผสมกันเป็นคูๆ่ ระหวา่ งแม่สี 3 สี กับสีขั้นที่ 2
จะไดส้ ีเพิม่ ขึน้ อกี 6สี
1.4 สกี ลาง (Neutral Colour) คือ สีท่ีเกิดการผสมสีทกุ สี ในวงจรสี หรอื แม่สี 3สี ผสมกัน จะไดส้ เี ทา
แก่ สีท้งั 3 ข้ัน เมือ่ นำมาจดั อยู่เปน็ วงจรจะได้ลักษณะเป็นวงล้อสี
2. วรรณะของสี (Tone of Colour)
วรรณะสี คือ ความแตกต่างของสีแต่ละกลุ่ม ในวงจรสีโดยแบ่งตามความรู้สึกด้านอุณหภูมิ โดยแบ่ง
ออกเป็น 2 วรรณะ คือ
2.1 สีวรรณะร้อน (Warm Tone) ประกอบด้วยสีเหลือง, ส้มเหลือง, ส้ม, ส้มแดง, แดง และม่วงแดง
2.2 สีวรรณะเย็น (Cool Tone) ประกอบด้วยสีม่วง, ม่วงน้ำเงิน, น้ำเงิน, เขียวน้ำเงิน, เขียวและเขียว
เหลือง
3. สีตรงขา้ ม (Comprementary Colour)
สีตรงข้าม หมายถึง สีทีอ่ ยู่ในตำแหนง่ ตรงขา้ มกันในวงจรสี และมีการตดั กันอยา่ งเดน่ ชัดซง่ึ จะให้ความร้สู กึ
ทข่ี ัดแยง้ กนั หากนำมาผสมกันจะไดส้ กี ลาง (เทา) ซ่งึ มที งั้ หมด 6คู่ ไดแ้ ก่
- สเี หลือง ตรงข้ามกบั สมี ว่ ง
- สแี ดง ตรงขา้ มกบั สเี ขียว
- สนี ้ำเงนิ ตรงขา้ มกบั สสี ม้
- สีเขียวเหลอื ง ตรงข้ามกับ สมี ว่ งแดง
- สีสม้ แดง ตรงข้ามกบั สีเขียวน้ำเงนิ
- สมี ว่ งนำ้ เงิน ตรงข้ามกบั สสี ้มเหลอื ง
4. สีข้างเคยี ง ( Analogous Colour)
สีข้างเคียง หมายถึง สีที่อยู่เคียงข้างกันทั้งซ้ายและขวาในวงจรสี มีความคล้ายคลึงกันหากนำมาจัดอยู่
ด้วยกันจะมีความกลมกลืนกัน หากอยู่ห่างกันมากเท่าใดความกลมกลืนก็จะยิ่งน้อยลงความขัดแย้งก็จะมีมากข้นึ
สว่ นใหญ่จะเปน็ สี ในวรรณะเดยี วกัน (ภาพท่ี 6) สีขา้ งเคยี งไดแ้ ก่
- สีแดง - สม้ แดง - สม้ หรอื ม่วงแดง -แดง - สม้ แดง
- สีส้มเหลือง - เหลอื ง - เขียวเหลือง หรอื ส้มแดง - สม้ - ส้มเหลือง
- สเี ขยี ว - เขียวน้ำเงนิ - น้ำเงิน หรอื เขียวน้ำเงิน - เขยี ว - เขยี วเหลือง
- สมี ่วงนำ้ เงิน - มว่ ง - ม่วงแดง หรอื ม่วงนำ้ เงนิ - น้ำเงนิ – เขียวน้ำเงิน
ความรสู้ กึ เก่ยี วกับสีในเชงิ จติ วทิ ยา
สแี ดง ให้ความรสู้ กึ ร้อน รุนแรง กระตนุ้ ทา้ ทาย เคลอ่ื นไหว ตน่ื เต้น เร้าใจ มีพลงั ความอุดมสมบรู ณ์
ความมง่ั ค่งั ความรัก ความสำคญั อนั ตราย
สีสม้ ให้ความรสู้ ึก รอ้ น ความอบอนุ่ ความสดใส มีชวี ติ ชีวา วัยรุน่ ความคกึ คะนอง การ
ปลดปล่อย ความเปรีย้ ว การระวัง
สีเหลอื ง ให้ความรู้สึกแจม่ ใส ความสดใส ความร่าเริง ความเบิกบานสดชน่ื ชีวติ ใหม่ ความสด ใหม่ ความ
สุกสวา่ ง การแผ่กระจาย อำนาจบารมี
สเี ขียว ใหค้ วามรูส้ ึก สงบ เงียบ รม่ รน่ื ร่มเยน็ การพักผอ่ น การผอ่ นคลาย ธรรมชาติ ความ
ปลอดภัย ปกติ ความสุข ความสุขุม เยือกเย็น
สนี ้ำเงิน ใหค้ วามรู้สึกสงบ สุขมุ สุภาพ หนกั แน่น เครง่ ขรึม เอาการเอางาน ละเอียด รอบคอบ สงา่
งาม มีศักดิ์ศรี สงู ศักด์ิ เป็นระเบียบถอ่ มตน
สีมว่ ง ให้ความรสู้ กึ มเี สนห่ ์ นา่ ติดตาม เร้นลับ ซอ่ นเร้น มอี ำนาจ มพี ลงั แฝงอยู่ ความรกั ความ
เศร้า ความผิดหวงั ความสงบ ความสงู ศกั ดิ์
สีฟา้ ให้ความรู้สกึ ปลอดโปร่งโล่ง กวา้ ง เบา โปร่งใส สะอาด ปลอดภยั ความสว่าง ลมหายใจ ความ
เปน็ อิสระเสรีภาพ การชว่ ยเหลือ แบ่งปัน
สีขาว ให้ความรสู้ ึก บรสิ ทุ ธ์ิ สะอาด สดใส เบาบาง ออ่ นโยน เปดิ เผย การเกิด ความรกั ความหวงั ความ
จริง ความเมตตา ความศรัทธา ความดงี าม
สดี ำ ใหค้ วามรู้สึก มืด สกปรก ลึกลับ ความสน้ิ หวัง จดุ จบ ความตาย ความช่วั ความลบั ทารณุ โหดรา้ ย
ความเศร้า หนกั แน่น เขม้ เขง็ อดทน มีพลัง
สชี มพู ให้ความรูส้ ึก อบอ่นุ อ่อนโยน น่มุ นวล ออ่ นหวาน ความรัก เอาใจใส่ วัยรนุ่ หนุ่มสาว ความนา่ รกั
ความสดใส
สเี ทา ให้ความร้สู กึ เศรา้ อาลยั ท้อแท้ ความลึกลับ ความหดหู่ ความชรา ความสงบ ความ
เงียบ สุภาพ สุขมุ ถอ่ มตน
สที อง ให้ความรูส้ กึ ความหรหู รา โออ่ ่า มีราคา สงู ค่า สิ่งสำคญั ความเจรญิ ร่งุ เรอื ง ความสุข ความมง่ั
ค่ัง ความรำ่ รวย การแผก่ ระจาย
(ที่มา : http://www.vattaka.com/color.htm)
3.2 ระบบสที ่ีใช้กบั งานกราฟิก
โดยท่ัวไปสใี นธรรมชาติและสที ี่สรา้ งข้นึ จะมรี ูปแบบการมองเหน็ ของสีทแี่ ตกตา่ งกนั ซงึ่ รูปแบบการ
มองเหน็ สีท่ใี ชใ้ นงานดา้ นกราฟกิ ทว่ั ไปนน้ั มอี ยูด่ ว้ ยกัน 7 ระบบ ไดแ้ ก่
1. ระบบสี RGB ตามหลกั การแสดงสีของเครื่องคอมพิวเตอร์
2. ระบบสี CMYK ตามหลกั การแสดงสขี องเครอื่ งพิมพ์
3. ระบบสี HSB ตามหลักการมองเห็นสีของสายตามนษุ ย์
4. ระบบสี LAB ตามหลักการแสดงสีทไี่ มข่ ้ึนอย่กู ับอปุ กรณใ์ ด ๆ สามารถใชก้ ับสีท่ีเกิดจากอุปกรณ์
ทุกชนดิ ไม่วา่ จะเป็นจอคอมพวิ เตอร์หรอื เครื่องพมิ พ์
5. ระบบสี Grayscale มักใช้แปลงภาพสีเพื่อไปใชใ้ นงานพมิ พแ์ บบขาว-ดำ
6. ระบบสี Bitmap ประกอบดว้ ย 2 สี คือขาวและดำ มกั ใช้กบั ภาพวาดท่วี าด้วยหมึกดำ ภาพ
ลายเสน้ ภาพสเกต็ ซ์ เป็นต้น
7. ระบบสี Indexed เป็นระบบจดั เก็บสี โดยกำหนดให้ 1 ภาพ จะมคี วามละเอยี ดของสไี ม่เกนิ
256 สีเทา่ นัน้
3.2.1 ระบบสี RGB
ย่อมาจากคำว่า Red Green Blue เปน็ ระบบสีที่เกิดจากการรวมกนั ของแสง สีแดง สเี ขียว และ
สนี ำ้ เงนิ เมอ่ื มกี ารใช้สัดสว่ นของ 3 สนี ีต้ ่างกนั จะทำให้เกิดสีต่าง ๆ ไดอ้ กี มากมายถงึ 16.7 ล้านสี ซึ่งใกล้เคียงกับ
สีท่ตี าเรามองเห็นปกติ โดยสที ไี่ ดจ้ ากการผสมสขี นึ้ อยกู่ ับความเขม้ ของสี ถา้ หากสีมีความเขม้ มากเม่ือนำมาผสมกัน
จะทำให้เกิดเป็นสีขาว จึงเรียกระบบสีนี้ว่า Additive หรือการผสมสีแบบบวก หลักการแสดงสีของ
จอคอมพิวเตอร์นั้นจะแสดงสีเป็นระบบ RGB อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเลือกโหมดการทำงานใดก็ตาม ดังแสดงในภาพ
ท่ี 1.5
ภาพที่ 1.5 ระบบสี GRB
3.2.2 ระบบสี CMYK
ย่อมาจากคำว่า Cyan Magenta Yellow Black เป็นระบบสีมาตรฐานที่เหมาะกับงาน
พิมพ์ พิมพ์ออกทางกระดาษหรือวัสดุผิวเรียบอื่น ๆ โดยทำการแก้ไขจุดบกพร่องของระบบสี RGB ท่ี
เครอ่ื งพมิ พ์ ไม่สามารถพมิ พ์สบี างสอี อกไปได้ ซ่งึ ประกอบดว้ ยสีหลกั 4 สี ได้แก่ สฟี า้ สชี มพมู ว่ ง สเี หลอื ง และสีดำ เม่ือ
นำสีทั้งหมดมาผสมกันจะเกิดเป็นสีดำ จึงเรียกระบบสีนี้ว่า Subtractive Color หลักการเกิดสีของระบบนี้
คือ หมึกสีหนึ่งจะดูดกลืนแสงจากสีหนึ่งและสะท้อนกลับออกมาเป็นสีต่าง ๆ ดังแสดงในภาพ
ที่ 1.6
ภาพที่ 1.6 ระบบสี CMYK
3.2.3 ระบบสี HSB
เป็นระบบสีท่เี ล่ยี นแบบการมองเห็นของสายตามมนษุ ย์ ซง่ึ แบ่งออกเปน็ 3 ส่วนคือ
Hue คือ สีต่างๆ ที่สะท้อนออกมาจากวัตถุแล้วเข้าสู่สายตาของเรา ซึ่งมักเรียกสีตามชื่อสี เช่น
สีเขียว สเี หลือง สีแดง เป็นต้น
Saturation คือ ความสดของสี โดยค่าความสดของสีจะเริ่มที่ 0 ถึง 100 ถ้ากำหนด Saturation ที่ 0
สีจะมีความสดน้อย แต่ถ้ากำหนดท่ี 100 สีจะมีความสดมาก
Brightness คือ ระดับความสว่างของสี โดยค่าความสว่างของสีจะเริ่มที่ 0 ถึง 100 ถ้ากำหนดที่ 0
ความสวา่ งจะนอ้ ยซึ่งจะเปน็ สีดำ แต่ถา้ ดำหนดท่ี 100 สจี ะมีความสวา่ งมากทสี่ ดุ
ภาพที่ 1.7 ระบบสี HSB
3.2.4 ระบบสี LAB
เปน็ มาตรฐานสำหรับการวัดค่าแบบครอบคลุมทกุ สีในระบบสี RGB และ CMYK สามารถใช้กับสีทเ่ี กิดจาก
อุปกรณ์ทกุ ชนิดไมว่ า่ จะเป็นจอคอมพวิ เตอร์ เคร่ืองพมิ พ์ สแกนเนอร์ รวมทั้งอุปกรณอ์ ืน่ ๆ สว่ นประกอบของ
ระบบสีนี้ ได้แก่
L (Luminance) เป็นคา่ ความสวา่ ง จะมีคา่ ต้งั แต่ 0 (สีดำ) ไปจนถึงค่า 100 (สีขาว)
A แสดงการไลส่ ีจากสีเขียวไปยงั สีแดง
B แสดงการไล่สีจากสีนำ้ เงนิ ไปยังสีเหลอื ง ดังแสดงในภาพที่ 1.8
ภาพที่ 1.8 ระบบสี LAB
3.2.5 ระบบสี Grayscale
ระบบสีแบบ Grayscale จะจัดการแต่ละพิกเซลในแบบ 8 บิต เหมือนเป็นสวิทช์เปิด-ปิด
แสดง 8 อัน เพือ่ สรา้ งเปน็ 1 สดี ำ , 1 สขี าว , และ254 ระดบั สีเทา มักใช้กับภาพขาว-ดำ หรอื แปลงภาพสเี พื่อไป
ใช้ในงานพิมพแ์ บบขาว-ดำ ซ่ึงจะทำให้ขนาดของไฟลล์ ดลง 2 ใน 3 ของ RGB
ภาพที่ 1.9 ระบบสี Grayscale
3.2.6 ระบบสี Bitmap
ระบบสีแบบ Bitmap จะประกอบด้วยสี 2 สี คือ ขาวและดำ บางคร้ังเรียกวา่ ภาพแบบ 1
บิต ซึ่งแต่ละพิกเซลในภาพจะเป็นได้เพียงขาวหรือดำเท่านั้น มักใช้กับภาพวาดที่วาด้วยหมึกดำ ภาพลายเส้น
ภาพสเกต็ ซ์ เป็นตน้
3.2.7 ระบบสี Indexed
เป็นระบบจัดเก็บสี โดยกำหนดให้ 1 ภาพ จะมีความละเอียดของสีไม่เกิน 256 สีเท่าน้ัน
เป็นโหมดสีที่เหมาะสำหรับการทำภาพบน web โดยที่ทุกครั้งที่แปลงภาพจากโหมดสีอื่นๆ มาเป็น Index
โปรแกรมจะทำการสรา้ งตารางดัชนี ( Indexed Color ) ขึน้ มาจัดเก็บสใี นภาพ และจะทำการตรวจสอบรหัสสีที่ได้
โดยถ้าค่าสีใดอยู่นอกเหนือจาก 256 ในตารางดัชนีสี จะถูกแปลงเป็นสีจากสีทั้ง 256 สีที่เก็บเอาไว้ใกล้เคียงให้
โดยอัตโนมัติ ดงั นน้ั ภาพทไ่ี ดจ้ ะให้ความสวยงามที่ใกล้เคียงของเดมิ และทำให้ไฟลม์ ีขนาดเล็กลงด้วย จุดด้อยของ
ระบบสี Indexed Color คือการมีสีใช้งานเพียง 256 เฉดสี จึงทำให้ไม่สามารถเก็บรายละเอียดของสีเอาไว้ได้
ครบถว้ น
3.3 เทคนิคการเลอื กใชส้ ใี นการออกแบบ