The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานโรคติดต่อ 2.64.5 บท

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by g_shock_33, 2022-06-04 00:17:42

รายงานโรคติดต่อ 2.64.5 บท

รายงานโรคติดต่อ 2.64.5 บท

คำนำ

เอกสารสรุปผลการดำเนินงานฉบับนี้ ได้จัดทำขึ้นเพ่ือรายงานผลการประเมินการดำเนินงาน
โครงการอบรมให้ความรู้วัยใส ใส่ใจสุขภาพและการป้องกันโรคติดต่อ กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส
ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองนราธิวาส ปีงบประมาณ 2565 และ
ใชเ้ ป็นขอ้ มลู ประกอบการพิจารณาจดั ทำแผนดำเนินงานกิจกรรมตา่ ง ๆ ในปตี อ่ ไป

การดำเนินงาน และการจัดทำเอกสารฉบบั น้ี สำเรจ็ และเป็นรปู เลม่ ได้ดว้ ยความร่วมมอื จากบคุ ลากร
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองนราธิวาส ขอขอบคุณบุคลากร ทุกท่าน
โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ผู้อำนวยการศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองนราธิวาส ที่ได้
ให้คำแนะนำจนการจดั กิจกรรมดงั กล่าวสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และหวังวา่ เอกสารฉบับน้ี จะใชเ้ ป็นขอ้ มูลอ้างอิง
ต่อไป

ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำเภอเมืองนราธิวาส

10 มกราคม 2565

สารบัญ หน้า

บทที่ ๑ บทนำ 1
- ความเปน็ มาและความสำคัญของโครงการ 1
- วตั ถุประสงค์ 2
- เปา้ หมาย 2
- งบประมาณ 3
- ผู้รบั ผดิ ชอบโครงการ 3
- เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 3
- โครงการทเ่ี กี่ยวข้อง 3
- ผลลัพธ์ 4 - 12
13 – 14
บทที่ ๒ เอกสารทเ่ี กีย่ วข้อง 15 – 21
บทที่ ๓ วิธีดำเนินการ 22
บทท่ี ๔ ผลการศกึ ษา
บทท่ี ๕ สรปุ ผลการศึกษา

บรรณานุกรม
ภาคผนวก

*******************************************

1

บทที่ ๑

บทนำ

1.ความเปน็ มาและความสำคญั

ปัจจุบันระบบนิเวศวิทยาทั่วโลกเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้เชื้อโรคมีการปรบั ตัวเพื่อความอยู่รอด
จึงมีความเส่ียงที่จะทำให้มีโรคติดต่อใหม่ๆเกิดข้ึนตามมาอีกหลายโรค สำหรับประเทศไทยปัญหาโรคติดต่อ
ประจำท้องถิ่น ก็ยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญ เน่ืองจากในสังคม ไทยมีการเปล่ียนแปลงรวดเร็ว เช่น
การเปลี่ยนแปลงของประชากร ลักษณะหรือรูปแบบการแพร่ระบาดของโรค ปัญหาโรคติดต่อไม่ไช่เป็นปัญหา
ด้านสาธารณสุขเพียงด้านเดียวแต่ส่งผลกระทบท้ังต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะการท่องเที่ยวของ
ประเทศได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โรคติดต่อที่เป็นปัญหาทั้งในระดับประเทศและท้องถ่ินที่สำคัญ ได้แก่
โรคเอดส์ โรคไข้เลือดออกและโรคมือ เท้า ปาก สำหรับโรคเอดส์ซึ่งยังไม่มียารักษาให้หายขาด และยังเป็นโรค
ที่มีผลกระทบอย่างสูงต่อภาวะจิตใจของผู้ติดเช้ือและครอบครัว การแพร่เช้ือเอซไอวี เกิดขึ้นในกลุ่มอายุ
๑๕-๒๔ ปี กล่มุ วัยรุ่นมีแนวโน้มการติดเชื้อเพิ่มขึน้ โดยส่วนใหญ่มกั ไม่ค่อยกลัวหรือให้ความสำคัญกับโรคเอดส์
มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย และมีเพศสัมพันธ์คร้ังแรกแบบไม่ป้องกัน ในสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของ
ประเทศไทย พบการระบาดสูงสุดรอบ ๑0 ปี ซ่ึงโรคน้ีสามารถเป็นได้ในทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ
2 – 10 ปี โดยพบว่ามีการระบาดไดเ้ กือบตลอดท้ังปี แต่มกั จะมีการระบาดรนุ แรงในช่วงฤดฝู น ระหว่างเดือน
มถิ ุนายนถงึ เดือนสิงหาคม ของทุกปี อีกทั้งโรคมอื เท้าปาก พบมากที่สุดในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม คือ
ช่วงเวลาเปิดเทอม นับเป็นปัญหาสำคัญระดับชาติ ที่หน่วยงานและทุกภาคส่วนต้องระดมความร่วมมือเพื่อ
ป้องกันและแก้ไขปญั หาอย่างจริงจัง ประกอบกบั นักศึกษาข้นั พ้ืนฐาน กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส โดยส่วนใหญ่
ยังขาดความรู้ ความเขา้ ใจ และความตระหนัก ในการป้องกันตนเอง ครอบครวั และผู้อ่ืน

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองนราธิวาส ได้ตระหนักถึงปัญหาและ

สำคัญในการป้องกันของโรคติดต่อ จึงได้จัดโครงการอบรมให้ความรู้วัยใส ใส่ใจสุขภาพและการป้องกัน

โรคติดต่อ กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส เพ่ือให้นักศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการป้องกันตนเอง

ครอบครัวและผูอ้ ื่น อีกทง้ั สามารถนำความรทู้ ีไ่ ด้รับไปใช้ประโยชน์ในการดำเนนิ ชีวิตตอ่ ไปได้

2.วตั ถุประสงค์
๑. เพอื่ ให้กลุม่ เป้าหมาย นักศึกษาข้ันพ้ืนฐาน กศน.อำเภอเมอื งนราธวิ าส มีความรคู้ วามเขา้ ใจ
เรือ่ งการป้องกนั โรคติดต่อ โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พันธ์ และการต้งั ครรภไ์ มพ่ ึงประสงค์

๒. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย กลมุ่ เปา้ หมาย นกั ศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน กศน.อำเภอเมืองนราธวิ าส มที ักษะ
ในการปอ้ งกันตนเองจากโรคติดตอ่ โรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธ์ และการตง้ั ครรภ์ไม่พึงประสงค์

3. เพอื่ ให้กลุม่ เป้าหมาย กลมุ่ เปา้ หมาย นักศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน กศน.อำเภอเมอื งนราธิวาส นำความรู้
ทีไ่ ดร้ ับไปประยกุ ต์ใชใ้ นการดำเนินชีวิตได้

2

3.เปา้ หมาย

เชิงปรมิ าณ

นกั ศึกษา กศน.อำเภอเมอื งนราธวิ าส ( 7 ตำบล ) จำนวน 190 คน แบง่ เป็น

- ตำบลบางนาค จำนวน 30 คน

- ตำบลกะลวุ อเหนอื จำนวน 30 คน

- ตำบลกะลวุ อ จำนวน 30 คน

- ตำบลบางปอ จำนวน 30 คน

- ตำบลโคกเคยี น จำนวน 25 คน

- ตำบลมะนังตายอ จำนวน 23 คน

- ตำบลลำภู จำนวน 22 คน

เชิงคุณภาพ

กลุ่มเป้าหมายมคี วามรู้ความเข้าใจ มที ักษะเร่ืองการปอ้ งกนั และควบคุมโรคติดต่อ โรคตดิ ต่อท่ีเกิด

จากเพศสัมพันธ์และการป้องกันตนเองจากการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ อีกท้ังสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

ในการดำเนินชีวิตได้

ระยะเวลา
วันท่ี 7 มกราคม 2565

พื้นทด่ี ำเนินการ
ณ กศน.ตำบล ทัง้ 7 ตำบล ของ กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส

4.งบประมาณ
จากแผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัด

การศึกษาต้ังแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน กิจกรรมจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้
นพ้ืนฐาน งบเงินอุดหนุน ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน รหัสงบประมาณ ๒๐๐๐๒43016500154
จำนวน 29,60๐ บาท ( สองหมน่ื เก้าพนั หกรอ้ ยบาทถ้วน ) รายละเอียดดงั น้ี

1. ค่าตอบแทนวทิ ยากร เป็นเงิน 1,200 บาท
1 คน × 200 บาท × 6 ชว่ั โมง × 1 วนั

2. คา่ ใชส้ อย

- ค่าอาหารนกั ศกึ ษา จำนวน 190 คน x ๗๐ บาท x 1มื้อ เปน็ เงิน 13,300.- บาท

- คา่ อาหารว่างและเครอ่ื งด่ืม จำนวน 190 คน x ๒๐ บาท x 2 ม้ือ เปน็ เงนิ 7,60๐.- บาท

3. ค่าวสั ดุ เป็นเงิน 5๐๐.- บาท
- คา่ ปา้ ย เปน็ เงนิ 7,00๐.- บาท
- ค่าวัสดุดำเนินงาน

รวมเป็นเงนิ ทัง้ สน้ิ 29,6๐๐ บาท

รวมเป็นเงินท้ังส้นิ 29,6๐๐.- บาท ( สองหม่นื เกา้ พนั หกร้อยบาทถว้ น )

3

5.ผ้รู ับผดิ ชอบโครงการ เบอรโ์ ทร 083-0746869
นางสาวปิยนาถ ยะปา ตำแหนง่ ครูผชู้ ว่ ย

6.เครอื ข่าย
สาธารณสุขอำเภอเมอื งนราธิวาส

7.โครงการทเี่ กย่ี วขอ้ ง
-

8. ผลลัพธ์(Outcome)
กลุ่มเป้าหมายมีความร้คู วามเขา้ ใจ มีทกั ษะเรื่องการปอ้ งกันและควบคุมโรคตดิ ต่อ โรคติดต่อที่เกิดจาก

เพศสัมพันธ์และการป้องกันตนเองจากการต้ังครรภ์ไม่พึงประสงค์ อีกท้ังสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
ในการดำเนินชวี ติ ได้

4

บทท่ี ๒

เอกสารท่ีเก่ยี วขอ้ ง

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually transmitted diseases: STDs) คือกลุ่มโรคที่ติดต่อจาก
การ ติดเช้อื จากคนทเ่ี ป็นโรคหรือคนที่ติดเชื้อ ซงึ่ ส่วนใหญ่จะติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ไมว่ ่าจะเป็นทางช่อง
คลอด ทางปาก ทางทวารหนัก หรือบางกรณีมีการถ่ายทอดสู่ทารกขณะอยู่ในครรภ์ เป็นต้น ผู้ที่ได้รับเช้ือส่วน
ใหญ่ มักไม่แสดงอาการหรือมีอาการน้อยมากจึงมีโอกาสท่ีจะไม่รู้ว่าตนเองติดเชื้อและเสี่ยงในการแพร่เชื้อ
ให้กับคู่นอนต่อไป ด้านสถานการณ์ของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในประเทศไทยมีแนวโน้มกลับมาเป็นปัญหา
ด้านสาธารณสุขอีกคร้ัง จากรายงานของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่ามีผู้ป่วยเพ่ิมข้ึนอย่าง
ต่อเนื่องในช่วงกว่า 10 ปีท่ีผ่านมา และยังมีแนวโน้มเพ่ิมขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน (อายุ 15 – 24 ปี) ที่มี
อัตราปว่ ยสูงกว่ากลมุ่ อายุอื่น ดงั นั้น การเข้ารับการตรวจโรคติดตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์และการป้องกันต้งั แต่เริ่มต้น
จึงมีความสำคญั อยา่ งยง่ิ หากคุณไมส่ ามารถหลีกเล่ยี งการมเี พศสัมพันธ์ได้
โรคติดตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์เกิดจากเช้ือโรคหลายชนดิ ได้แก่

โรคที่เกิดจากเช้ือแบคทีเรีย สามารถรักษาให้หายแต่เป็นซ้ำได้หากได้รับเช้ือมาใหม่ ส่วนมากจะติดต่อ
ผ่านการมีเพศสมั พันธ์ เชน่

โรคซิฟิลิส (Syphilis) เกิดจากเช้ือแบคทีเรียทรีโพนีมา พาลลิดัม (Treponema pallidum) สามารถ
ติดตอ่ ได้ 2 ทางคือ 1) จากมารดาสทู่ ารก โดยมารดาท่มี ีเชือ้ ซฟิ ิลิสสามารถสง่ เชอ้ื ผ่านรกไปสู่ทารกในครรภแ์ ละ
ทำให้ทารกติดเชื้อหรือพิการตั้งแต่กำเนิด บางรายอาจคลอดก่อนกำหนด เกิดภาวะแท้ง หรือทารกเสียชีวิตใน
ครรภ์ได้ 2) การมีเพศสัมพันธ์ผ่านทางช่องคลอด ทวารหนัก ช่องปาก ทั้งนี้ บางกรณีอาจได้รับเช้ือผ่านการ
สัมผัสโดยตรง เช่น ทอ่ ปัสสาวะ เยอ่ื บุตา รอยถลอกหรือบาดแผลท่ีผิวหนัง โดยเม่ือได้รบั เชือ้ แล้วจะกระจายไป
ตามกระแสโลหิตและทำให้เกดิ พยาธิสภาพไดเ้ กอื บทุกอวัยวะ

อาการของผู้ที่มีเชื้อซิฟิลิสแบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะแรกจะมีแผลที่อวัยวะเพศเป็นขอบแข็ง
ไม่เจ็บ เรียกว่าแผลริมแข็ง หากไม่ได้รักษาแผลจะหายเองได้ใน 1 – 2 สัปดาห์ แต่โรคจะดำเนินต่อไปคือมีผื่น
ขึ้นตามลำตัว ฝ่ามือฝ่าเท้า อ่อนเพลีย ปวดเม่ือยตามตัว มีไข้ ปวดศีรษะ ผมร่วง หากปล่อยไว้ไม่รักษา
โรคจะเข้าสู่ระยะสงบคือไม่มีอาการใด ๆ และจะทราบได้จากการตรวจเลือดเท่านั้น เม่ือเช้ือแพร่กระจายเข้าสู่
อวัยวะตา่ ง ๆ ของร่างกาย เช่น หัวใจ สมอง น้ำไขสันหลัง อาจทำใหเ้ กดิ อาการหลอดเลือดหวั ใจอักเสบ ตาบอด
หูหนวก สมองพิการ และอาจนำไปสกู่ ารเสียชีวิตได้

วิธีป้องกันการได้รับเช้ือดังกล่าวสามารถทำได้ด้วยการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลซิฟิลิสของคู่นอน เข้ารับการตรวจการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพ่ือเป็น
ประโยชน์ตอ่ การตัดสินใจมีเพศสมั พนั ธ์ หรอื ไปพบแพทยเ์ ม่ือมีความกังวลหรอื สงสยั ว่าตนเองติดเช้ือทาง

5

เพศสัมพันธ์ และสตรีต้งั ครรภค์ วรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคตดิ ต่อทางเพศสัมพันธเ์ พอื่ ลดผลกระทบ
และความรนุ แรงของโรค

โร ค ห น อ ง ใน แ ท้ (Gonorrhea) เกิ ด จ า ก เชื้ อ แ บ ค ที เรี ย ไน ซี เรี ย โก โน เรี ย ( Neisseria
gonorrhoeae) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ท่ีสามารถรักษาได้และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
มักแสดงอาการภายในประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากได้รับเช้ือ หรือบางรายอาจปรากฏอาการเม่ือผ่านไปหลาย
เดอื น ทำใหไ้ มไ่ ดร้ ับการรักษาหรือรกั ษาชา้ อาการของโรคหนองในแทจ้ ะแตกตา่ งกันไปตามเพศ ดงั น้ี
ผูช้ ายท่ีตดิ เชื้อจะมีอาการปัสสาวะแสบขัด มหี นองข้นสีเหลืองหรือเขียวไหลออกจากปลายท่อปัสสาวะ โดยอาจ
เกิดหลังมีเพศสัมพันธ์ เจ็บหรือแสบขณะปัสสาวะ หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศอักเสบ ต่อมลูกหมากอักเสบ
ท่ออสจุ ิตีบตัน และเพิม่ โอกาสในการเปน็ หมันในอนาคต

อาการในผู้หญิงอาจไม่มีหรือมีน้อย เช่น ตกขาวผิดปกติ มีลักษณะเป็นน้ำหรือเส้นบาง ๆ สีออกเขียว
หรือเหลือง รู้สึกเจ็บหรือแสบขณะปัสสาวะ หากไม่ได้รับการรักษาโรคจะลุกลามและอาจก่อให้เกิดภาวะอุ้งเชิง
กรานอักเสบ ท่อรังไข่ตีบตัน เสี่ยงต่อการเกิดภาวะมีบุตรยาก ท้องนอกมดลูก รวมถึงมีภาวะแทรกซ้อนขณะ
ต้ังครรภ์

การป้องกนั การติดเชื้อโรคหนองในแท้สามารถทำได้โดยการปรบั พฤตกิ รรมเพ่ือลดความเส่ียง เชน่ สวม
ถงุ ยางอนามัยทุกครั้งท่ีมเี พศสัมพันธ์ หลีกเล่ยี งการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยโรคหนองในหรือคนู่ อนท่ีมีความเสี่ยง
ไม่ควรเปล่ียนคู่นอนบ่อยเพราะเป็นการเพ่ิมความเสี่ยงต่อการได้รับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และควรเข้ารับ
การตรวจคัดกรองโรคหนองในแท้เปน็ ประจำทกุ ปี

โรคหนองในเทียม (Chlamydia) เกิดจากการได้รับเช้ือแบคทีเรียคลามีเดีย ทราโคมาติส
(Chlamydia trachomatis) จากการมีเพศสัมพนั ธก์ บั คู่นอนที่ติดเช้ือ อาการของโรคหนองในเทยี มบางรายอาจ
ไม่ปรากฏชัดเจน ส่วนบางรายจะแสดงอาการหลังได้รับเช้ือแล้วในระยะเวลา 1 – 3 สัปดาห์ และอาการจะ
แตกตา่ งกนั ตามเพศ ดังน้ี

อาการในผู้ชาย มักพบว่ามีอาการปัสสาวะแสบขัด มีมูกใสหรือขุ่นไหลออกจากปลายท่อปัสสาวะ เกิด
การอกั เสบทีบ่ ริเวณหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ บางรายอาจไม่มีอาการซ่ึงหากไม่ได้รกั ษา โรคอาจลกุ ลามและเกิด
ภาวะแทรกซ้อนได้ในลักษณะเดียวกับโรคหนองในแท้ เช่น โรคไขข้ออักเสบ โรคตาอักเสบ โรคทวารหนัก
อกั เสบ เป็นตน้

อาการในผู้หญิง ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ ในผู้ป่วยบางรายจะมีอาการตะคริวหรือรู้สึกเจ็บใต้ท้องน้อย
ประจำเดือนเปลี่ยนแปลง ตกขาวผิดปกติและมีกลิ่นเหม็น รู้สึกเจ็บหรือแสบขณะปัสสาวะ เลือดออกหรือรู้สึก
เจ็บระหว่างหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ ผู้ท่ีมีอาการเหล่าน้ีหรือมีความกังวลว่าตนเองติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ควรไป
พบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรองและบำบัดรักษาหากติดเชื้อ เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่รักษาอาจเกิด
อาการแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ การต้ังครรภ์นอกมดลูก การเป็นหมันเนื่องจากความ
เสียหายท่ีเกิดขึน้ กับทอ่ รงั ไข่ ภาวะมบี ุตรยาก เป็นตน้

ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease: PID) คือ ภาวะที่มีการติดเช้ือในระบบ
สืบพันธุ์เพศหญิงส่วนบน ได้แก่ มดลูก ท่อนำไข่ รังไข่ และเย่ือบุช่องท้องในอุ้งเชิงกราน ปัจจัยเสี่ยงท่ีทำให้ติด
เชื้อ ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนอายุ 25 ปี มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การสวนล้างช่องคลอด เพิ่งใส่ห่วง
อนามัยคุมกำเนิด และการมีคู่นอนหลายคน ผู้ติดเช้ือส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ ส่วนผู้ที่มีอาการมักพบว่ามี
การตกขาวผิดปกติหรือมีลักษณะเหมือนหนอง ปวดท้องน้อย มีไข้ รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ เลือดออก
ผิดปกติ ในผู้ที่เคยเป็นโรคหนองในแท้ หนองในเทยี ม หรอื โรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธ์อ่นื มาก่อนจะมีความเส่ียง

6

สูงที่จะเกิดภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ ทั้งน้ี ภาวะนี้สามารถเกิดข้ึนได้แม้ไม่เคยมีโรคติดต่อทาง
เพศสมั พันธ์มากอ่ นก็ตาม

หากพบว่ามีอาการท่ีผิดปกติหรือตรวจพบเชื้อดังกล่าว ผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษาภายใต้การดูแลของ
แพทย์เพ่ือป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว และควรงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าการรักษาจะเสร็จ
ส้ิน อีกท้ังควรตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มเติมด้วย เช่น เอชไอวี (HIV) หนองในแท้ และหนองใน
เทียม
โรคทเี่ กดิ จากเช้อื ไวรสั สามารถรักษาให้หายแต่เกดิ ซำ้ ได้แมไ้ มไ่ ดร้ บั เชอ้ื เพ่มิ ไดแ้ ก่

โรคเริม (Herpes) เกิดจากเชื้อไวรัสเฮอร์พีส์ ซิมเพล็กซ์ (Herpes simplex virus: HSV) ส่วนใหญ่
แสดงอาการที่อวัยวะเพศ หรืออาจเกิดบนผิวหนังบริเวณอื่นของร่างกาย เช่น ตุ่มน้ำใสขึ้นที่ริมฝีปาก ในช่อง
ปาก ร่วมกับอาการปวด แสบ และคัน สาเหตุมาจากการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดหรือทวารหนักโดยไม่
ปอ้ งกัน การใช้ปากในการมเี พศสัมพันธ์กับผู้ท่ีมีเม็ดตุ่มใสท่ีปาก และการสัมผัสอวัยวะเพศกับผู้ท่ีติดเชื้อโรคเริม
โดยเมือ่ มกี ารตดิ เช้ือเริมแล้วเชอ้ื จะหลบอย่ใู นร่างกายและสามารถทำใหโ้ รคกำเริบได้เม่ือร่างกายอ่อนแอ

การดูแลรักษาโรคเริมสามารถทำได้โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ รักษาสุขอนามัยและหลีกเลี่ยงการเกา
บริเวณที่เกิดอาการเพ่ือป้องกันการติดเชื้อในเน้ือเยื่อ และทานยาบรรเทาปวด หากมีตุ่มพองลุกลามมาก ไข้สูง
และไม่ลดภายใน 1 – 3 วัน เริ่มมีอาการทางดวงตา เช่น เจ็บหรือเคืองตา ควรไปพบแพทย์เพ่ือทำการรักษา
ต่อไป

เชื้อไวรัสเอชพีวี (Human papilloma virus: HPV) เป็นเช้ือที่ได้รับมาจากการสัมผัสโดยตรงผ่าน
การมีเพศสัมพันธ์ สามารถแสดงอาการหลังติดเช้ือได้ 2 ลักษณะคือ 1) โรคหูดหงอนไก่ จะมีลักษณะเป็นต่ิง
เน้ือนูน เรียบหรือขรุขระเล็กน้อยบริเวณอวัยเพศและทวารหนัก 2) อาการของโรคมะเร็งบริเวณอวัยวะเพศ
ได้แก่ มะเร็งปากมดลกู มะเรง็ ทวารหนัก มะเร็งชอ่ งปากและลำคอ และมะเร็งอวัยวะเพศชาย
เนือ่ งจากยงั ไมม่ ียาที่จะใช้กำจัดไวรัสน้ีได้ การป้องกันจึงจำเป็นอย่างยิ่งและสามารถทำได้หลายวิธีคือ การตรวจ
PAP Test หรือ HPV Test เมื่อพบความผิดปกติในระยะต้น การฉีดวัคซีนป้องกันการติดเช้ือเอชพีวี (HPV
vaccine) สำหรับคนท่ีมีอายุ 9 – 45 ปี โดยเฉพาะก่อนมีเพศสัมพันธ์คร้ังแรกจะมีประสิทธิภาพสูงในการ
ป้องกันการติดเชื้อ รวมถึงการลดพฤติกรรมความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ เช่น หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ ไม่
เปลยี่ นค่นู อนหลายคน ใช้ถงุ ยางอนามยั เมื่อมเี พศสมั พนั ธ์ เป็นต้น

โรคไวรัสตบั อกั เสบ (Hepatitis) เช้ือไวรสั ที่กอ่ ให้เกดิ อาการตบั อกั เสบเรอ้ื รังและมสี าเหตกุ ารแพรเ่ ช้ือ
จากการมเี พศสัมพนั ธ์หรือการสัมผัสเลอื ด ได้แก่ ไวรสั ตับอกั เสบบี และไวรัสตับอักเสบซี โดยการได้รับเช้ือไวรัส
ตับอักเสบสามารถติดต่อได้จากกลุ่มผู้ท่ีมีเช้ือไวรัสตับอักเสบอยู่ในรา่ งกายแต่ไม่แสดงอาการและมีโอกาสในการ
แพร่เช้ือสู่ผ้อู ่ืนได้ เรยี กว่า ‘พาหะ’ ซึ่งมักเปน็ ไดก้ บั เชอ้ื ไวรสั ตบั อกั เสบบีและซีเท่านัน้ สามารถแพร่เชอ้ื ผา่ นการ

7

มีเพศสัมพันธ์หรือเลือด เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน เจ้าหน้าท่ีพยาบาลถูกเข็มฉีดยาท่ีมีเชื้อ
ไวรสั ตำมือ การใช้เข็มฉดี ยารว่ มกนั ในผู้ทต่ี ดิ ยาเสพติด การสกั การให้เลือด หรอื แม่ส่ลู ูก เป็นตน้
ไวรัสตับอักเสบบีเป็นชนิดที่พบได้บ่อยท่ีสุด ผู้ท่ีได้รับเช้ือในช่วง 2 – 3 เดือนแรกท่ีมีการฟักตัวของเช้ือจะมี
อาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ตาเหลือง ฯ และจะหายเองได้ภายใน 2 – 3 สัปดาห์ แต่ในกรณีที่อาการ
ยังคงอยู่นานโดยท่ีร่างกายไม่สามรถกำจัดเช้ือได้ ผู้ป่วยอาจมีโอกาสเป็นโรคไวรัสตับอักเสบเร้ือรังและมี
ภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวเพราะเชื้อไวรัสดังกล่าวจะเขา้ ไปทำลายเซลล์ตับทีละน้อยจนเกดิ ภาวะตบั แข็งและ
อาจนำไปสกู่ ารเกดิ มะเร็งตับได้
สว่ นผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีส่วนมากไม่แสดงอาการ หรือมักมีอาการเรื้อรัง เช่น รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา ปวด
ท้อง มีไข้ น้ำหนักลด อารมณ์แปรปรวน ปวดกล้ามเนื้อ มีผื่นคัน เป็นต้น และเนื่องจากผู้ติดเช้ือส่วนใหญ่ไม่
แสดงอาการผิดปกตทิ ำให้ไม่ทราบว่าตนเองกำลังติดเชื้อ จะทราบก็ต่อเม่ืออาการปรากฏในช่วงที่ตับได้รบั ความ
เสยี หายมากแลว้ โดยหากปลอ่ ยไวไ้ ม่รบั การรักษาอาจสง่ ผลใหเ้ กดิ โรคตบั แข็งได้

การตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบโดยท่ัวไปแพทย์จะทำการซักประวตั ิอาการ ประวัติการฉีดวัคซีน
ตรวจการทำงานของตับ ภาวะแข็งตัวของเลือด การตรวจทางภูมิคุ้มกันวิทยาท่ีบ่งบอกการติดเชื้อหรือเคยติด
เช้ือท้ังแบบเฉียบพลันและเร้ือรัง การเจาะเลือดเพ่ือตรวจหาไวรัสตับอักเสบชนิดต่าง ๆ รวมถึงตรวจหาสาร
พนั ธกุ รรมของเชอื้ ไวรสั ตับอักเสบเพราะอาจมีเชื้อในกระแสเลือดและสามารถแพรส่ ู่ผู้อ่ืนได้ ในผ้ปู ่วยทเ่ี ปน็

พาหะสามารถให้ทานยาต้านไวรัสตับอักเสบเพ่ือลดโอกาสในการเกิดอาการตับแข็งและมะเร็งตับใน
อนาคต สำหรับสตรีต้ังครรภ์ท่ีตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ปัจจุบันสามารถให้วัคซีนในทารกหลังคลอดเพ่ือ
ป้องกันกนั ตดิ เช้ือเนอ่ื งจากโอกาสในการตดิ เช้ือสูงมาก

โรคเอดส์ (Acquired Immune Deficiency Syndrome: AIDS) คือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องที่
เกิดจากการติดเช้ือเอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus: HIV) ที่สามารถพบได้ในของเหลว เช่น
เลือด น้ำอสุจิ สารคัดหลั่งจากช่องคลอด น้ำนมของผู้ท่ีติดเชื้อ ช่องทางการติดต่อท่ีสำคัญ ได้แก่ การมี
เพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเช้ือเอชไอวีโดยไม่ป้องกัน การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ การสัมผัสเลือดหรือน้ำเหลือง
ของผู้ติดเชื้อผ่านผิวหนังท่ีมีแผลเปิดหรือถลอก การรับเชื้อจากมารดาท่ีติดเช้ือท้ังขณะตั้งครรภ์ ระหว่างคลอด
และการให้นมทารก โดยเชื้อเอชไอวีจะทำให้ภูมิคุ้มกันของเม็ดเลือดขาวในร่างกายลดลง เม่ือผู้ป่วยได้รับเช้ือ
และเข้าสู่ระยะสดุ ท้ายของการตดิ เชื้อ จำนวนเมด็ เลอื ดขาวและประสิทธภิ าพในการปอ้ งกนั เชอื้ โรคจะเส่ือมถอย
สง่ ผลใหเ้ กิดความเสีย่ งในการติดเชื้ออน่ื และเกดิ โรคแทรกซ้อน เชน่ วัณโรคและปอดบวม เปน็ ตน้

โดยเฉล่ียแล้วระยะเวลาที่ภูมิคุ้มกันเม็ดเลือดขาวในร่างกายจะลดลงหลังได้รับเชื้อเอชไอวีคือประมาณ
8 – 10 ปี ซึ่งในระยะต้นภายหลังได้รับเชื้อช่วง 2 – 12 สัปดาห์แรก ผู้ติดเช้ืออาจไม่มีอาการผิดปกติปรากฏ
หรือบางรายมีอาการคลา้ ยไข้หวดั ไข้หวดั ใหญ่ หรือไขท้ ว่ั ไป ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์แล้วหายไปได้เอง

8

จึงอาจทำให้ผู้ติดเช้ือไม่ได้รับการวินิจฉัยและรกั ษาตั้งแตร่ ะยะตน้ และถึงแมว้ ่าการติดเชื้อในระยะนี้จะ
ไม่มีอาการและยังไม่ถือเป็นโรคเอดส์ แต่เช้ือเอชไอวีจะเจริญเติบโตไปเรื่อย ๆ และทำลายระบบภูมิคุ้มกันโรค
จนมีจำนวนลดลง สง่ ผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้ในที่สุด เมื่อโรคดำเนินไปถึงระยะสดุ ท้ายท่ีระบบภูมิคุ้มกันโรค
ของผู้ป่วยเสื่อมเต็มที่แล้วจึงจะเรียกว่าเป็นผู้ป่วยโรคเอดส์ อาการหลักในระยะนี้คือ มีไข้เร้ือรังติดต่อกันหลาย
สัปดาห์หรือเป็นเดือน ไอเรื้อรังหรือหายใจหอบเหนื่อยจากวัณโรคปอดหรืออาการปอดอักเสบ ท้องเสียเร้ือรัง
จากเช้ือราหรือโปรโตซัว น้ำหนักลด รูปร่างผอมแห้ง มีจุดแดงจ้ำเขียวหรือเลือดออกจากภาวะเกล็ดเลือดต่ำ
พฤติกรรมเปลี่ยนจากเดิมเนื่องจากความผิดปกติของสมอง รวมถึงมีอาการของโรคมะเร็งแทรกซ้อน เช่น มะเร็ง
ผนงั หลอดเลอื ด มะเรง็ ตอ่ มน้ำเหลืองในสมอง มะเรง็ ปากมดลกู มะเรง็ ทวารหนัก เปน็ ตน้

การวินิจฉัยการติดเช้ือเอชไอวีในปัจจุบันมีความก้าวหน้าและสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงหาก
ตรวจพบเชื้อต้ังแต่ระยะต้น ๆ กส็ ามารถให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสท่ีมีทั้งสำหรับเด็กและผูใ้ หญ่เพ่ือหยุดการ
แพร่กระจายของเชือ้ ในร่างกาย และป้องกันไม่ให้โรคดำเนินไปสู่ระยะเอดส์ได้ กรณีท่ีผู้ป่วยเข้าสู่ระยะโรคเอดส์
แล้ว จะมีการใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวีในการรักษาโดยผู้ป่วยต้องทานยาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องไปตลอดชีวิต
เน่อื งจากยังไมม่ ยี าท่สี ามารถกำจดั ไวรัสนแ้ี ละรักษาให้หายขาดจากโรคได้

สำหรับการป้องกันทารกจากการติดเช้ือเอชไอวี คู่สมรสท่ีวางแผนจะมีลูกหรือเม่ือเริ่มไปฝากครรภ์
ควรตรวจคัดกรองเอชไอวแี ละโรคตดิ ต่อต่อทางเพศสัมพันธ์อนื่ ๆ รว่ มด้วย หากพบการติดเชื้อในสตรที ่ีตั้งครรภ์
ให้รีบรับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส งดการให้นมทารกและให้ทารกทานยาต้านไวรัสอย่างน้อย 4 สัปดาห์หลัง
คลอดเพื่อป้องกันการติดเช้ือ ส่วนการป้องกันการตดิ เช้ือเอชไอวีทางเพศสมั พันธ์สามารถทำได้โดยการใช้ถงุ ยาง
อนามยั ทกุ ครง้ั ท่มี ีเพศสัมพนั ธ์

หากมีความเสย่ี งสงู ที่จะไดร้ บั เชื้อเอชไอวีหรือเคยมโี รคตดิ ต่อทางเพศสมั พันธ์ ควรปรกึ ษาแพทยเ์ พ่ือรับ
ยาเพร็พ (PrEP) ที่ใช้ในการต้านไวรัส ป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี โดยทานก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ เช่น มี
เพศสัมพนั ธ์โดยไมใ่ สถ่ ุงยางอนามยั เปล่ียนคู่นอนหลายคน เป็นต้น หรอื เข้ารบั ยาเป็ป (PEP) ยาต้านเชื้อเอชไอวี
แบบฉุกเฉิน ใช้ในการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหลังการสัมผัสภายใน 72 ชั่วโมง โดยชุดบริการยาเป็ปได้ถูก
บรรจุเปน็ หน่ึงในชุดสิทธิประโยชนข์ องหลักประกนั สุขภาพแห่งชาตปิ ระจำปี 2565 เพอื่ ใหป้ ระชาชนสามารถ
เข้าถึงบริการสาธารณสุขและการรักษาท่ีจำเป็นเพ่ิมขน้ึ โดยมอบบริการครอบคลุมประชาชนชาวไทยทกุ คน ไม่
จำกดั จำนวนคร้ังและไมม่ ีคา่ ใช้จา่ ย
โรคที่เกดิ จากเช้อื รา ส่วนใหญเ่ ปน็ โรคที่ไมต่ ้องมีเพศสัมพันธก์ ็สามารถเปน็ ได้ เช่น

ภาวะเช้ือราช่องคลอด (Bacterial Vaginosis: BV) ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และสามารถ
รักษาให้หายได้ มีสาเหตุมาจากความไม่สมดุลของแบคทีเรียภายในช่องคลอด ทำให้ช่องคลอดมีอาการอักเสบ
คัน และตกขาวมีกลิ่นเหม็น หรือบางรายอาจไม่ปรากฏอาการ ผู้หญิงในทุกช่วงวัยมีความเสี่ยงท่ีจะเกิดภาวะนี้
และมักพบมากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ช่วงอายุระหว่าง 15 – 49 ปี รวมถึงอาจมีความเสี่ยงเพ่ิมข้ึนจากปัจจัย
อ่ืน เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การสวนล้างช่องคลอด การใส่ห่วงคุมกำเนิดในสตรีที่มีประจำเดือน
กะปรดิ กะปรอย เป็นตน้

ถึงแม้ว่าภาวะเชื้อราช่องคลอดจะไม่ใช่โรคท่ีก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่เม่ือเป็นแล้วควรได้รับการ
รักษา เพราะอาจทำให้มีความเส่ียงที่จะได้รับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเกิดโรคติดเชื้อในระบบทางเดิน
ปัสสาวะ รวมถึงเพิ่มความเส่ียงต่อการเกิดโรคอ่ืนในระยะยาว เช่น ภาวะอักเสบในอุ้งเชิงกราน การติดเช้ือของ
รอยเย็บหลังผ่าตัดมดลูก หากต้ังครรภ์อาจมีความเส่ียงเกิดภาวะถุงน้ำคร่ำแตกก่อนการเจ็บครรภ์ เจ็บครรภ์
คลอดก่อนกำหนด และภาวะถงุ น้ำคร่ำอักเสบ เป็นตน้

9

โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย เกิดจากการ
ติดเชื้อโปรโตซัวที่ชื่อว่า Trichomonas vaginalis มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่
แสดงอาการ ทำให้หลายคนไมร่ ้ตู วั วา่ กำลังติดเช้ือและมีโอกาสแพรเ่ ช้ือไปส่คู ่นู อนของตนเองได้

พยาธิในช่องคลอดจะก่อให้เกิดอาการตกขาวมากผิดปกติ เป็นฟองและอาจส่งกล่ินเหม็น บริเวณ
อวัยวะเพศระคายเคืองหรือแสบ มีเลือดไหลออกจากช่องคลอด ปวดปัสสาวะบ่อย มีอาการปวดขณะปัสสาวะ
หรือมีเพศสัมพันธ์ หากปล่อยไว้โดยไม่เข้ารับการรักษา อาจก่อให้เกิดอาการท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะ
อักเสบได้ อกี ท้ังยังเส่ียงต่อการเกิดโรคมะเรง็ ปากมดลูก และการมีบุตรยากในอนาคต
เน่อื งจากโรคนี้สามารถติดต่อได้ผ่านการมีเพศสมั พันธ์ จึงสามารถป้องกนั และลดความเส่ียงในการรบั เชอื้ ได้ดว้ ย
การสวมถุงยางอนามัยทุกครง้ั ทมี่ ีเพศสมั พันธ์เช่นเดียวกับการป้องกันโรคติดตอ่ ทางเพศสัมพันธอ์ ่ืน ๆ หลีกเลี่ยง
การเปล่ียนคู่นอนหลายคน รวมถึงหม่ันสังเกตอาการหรือความเปลี่ยนแปลงของรา่ งกายอย่เู สมอ หากพบความ
ผดิ ปกติใหร้ ีบไปพบแพทย์ทนั ที

ถึงแม้ว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่เม่ือเป็นแล้วจะสามารถรักษาให้หายได้ แต่บางโรคก็อาจ
กอ่ ใหเ้ กิดอันตรายถึงชีวิต ดงั น้ัน การตอบสนองต่อโรคเพื่อแก้ปัญหาอย่างมีประสทิ ธภิ าพ เชน่ การมอี งค์ความรู้
อย่างรอบด้านและเท่าทนั กับบรบิ ท รวมถึงการตระหนกั ถึงปัจจัยเสี่ยงตา่ ง ๆ ท่ีอาจกอ่ ใหเ้ กิดโรค จะเป็นตัวชว่ ย
สำคัญในการลดความเสย่ี งทจ่ี ะไดร้ ับโรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธไ์ ด้

10

การต้งั ครรภไ์ มพ่ งึ ประสงค์
การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในวัยรุ่น ปัจจุบันเป็นปัญหาสำคัญหาหน่ึง เนื่องจากมีแนวโน้มเพ่ิมข้ึน อัน

เน่ืองมาจากความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มี ผลต่อการเปลี่ยนแปลงทาง
ประเพณี วัฒนธรรมทางสังคม รวมท้ังความเช่ือทางเพศท่ีผิดๆ ดังนั้นการเรียนรู้ และเข้าใจผลกระทบต่อการ
ตง้ั ครรภ์ในวัยรุ่น เพื่อหลีกเล่ียงปญั หาต่างๆ ต่อพฤติกรรมทางเพศจึงเป็นสงิ่ สำคัญ และการสร้างความตระหนัก
ในตนเอง ตลอดจนการใช้วิจารณญาณในการแก้ไขปัญหาดังกลา่ วได้ดว้ ยตนเองอย่างมปี ระสิทธิภาพ
๑. ความหมายของการต้ังครรภท์ ไี่ ม่พงึ ประสงค์

การต้ังครรภ์ท่ีไม่พึงประสงค์ หมายถึง สถานการณ์ของการตั้งครรภ์ท่ีไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้มีการ
วางแผนการณ์จะให้เกิดข้ึน การไม่มีความรู้ ความเขา้ ใจที่ถกู ต้องเกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการคุมกำเนิดการถูก
ขม่ ขนื จนตั้งครรภ์ การต้งั ครรภ์กอ่ นการสมรส ตลอดจนความไม่พร้อมในด้านภาวะต่างๆ ด้านเศรษฐกิจ การไม่
รบั ผิดชอบของบดิ าของเด็กในครรภ์ เป็นตน้
๒. พฤติกรรมเส่ียงตอ่ การต้ังครรภท์ ี่ไม่พึงประสงค์

พฤติกรรมเส่ียงต่อการต้ังครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ในช่วงชีวิตของวัยรุ่น อันก่อให้เกิดการต้ังครรภ์ก่อน
วัยอนั ควรมาจากปัจจัยตา่ งๆ ดงั นี้

๒.๑ การเปดิ โอกาสแก่ตนเองและผู้อนื่
การเปิดโอกาสต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศมีหลายประการ เช่น การเที่ยวกลางคืนในสถานเริงรมย์

ต่างๆ การด่ืมเครอื่ งดม่ื ท่ีมแี อลกอฮอล์และรับอาหารจากคนแปลกหนา้ การเดนิ ทางตามที่เปลี่ยว มดื สถานทไี่ ม่
ปลอดภัย การไว้วางใจเพื่อน คนรัก หรือบุคคลแปลกหน้ามากเกินไปโดยไม่ไตร่ตรอง กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ
ตามสือ่ ต่างๆ ตลอดจนความกา้ วหนา้ ทางวทิ ยาศตร์และเทคโนโลยี การใข้ยาและสารเสพตดิ เป็นต้น

๒.๒ การเปดิ เผยอารมณ์ทางเพศ
การเปิดเผยอารมณ์ทางพศ หมายถึง พฤติกรรมเสยี่ งทางเพศที่ก่อให้เกดิ อารมณ์ทางเพศแก่ผู้พบเห็น

เช่น การเปิดเผยสัดส่วนร่างกายด้วยการสวมเสื้อผ้ารัดรปู โชว์สัดส่วนจนเป็นท่ีสะดุดตาและย่ัวยใุ ห้เกิดอารมณ์
ทางเพศ หรือการแสดงพฤติกรรมท่ียั่งยวนด้วยกิริยาวาจาที่แสดงความพึงพอใจ สนใจ เรียกร้อง เชื้อเชิญต่อ
เพศตรงข้าม ตลอดจนการใขย้ ากระต้นุ อารมณท์ างเพศ เพือ่ แสดงให้ผู้อน่ื เห็นความสามารถทางเพศของตน

๒.๓ ความเชื่อทางเพศท่ีผดิ
ความเช่ือทางเพศที่ผิด มีผลต่อการตัง้ ครรภ์ทไ่ี มพ่ ึงประสงคไ์ ด้ เช่น การมเี พศสมั พนั ธค์ รั้งเดียวไม่อาจ
ต้ังครรภ์ได้ การคุมกำเนิดไม่ควรใช้กับคนรัก ความสามารถใน้ร่ืองเพศเป็นตัววัดความเป็นลูกผู้ชาย การมี
เพศสัมพันธก์ อ่ นแต่งงานเปน็ เร่อื งธรรมดา ผ้หู ญิงและผชู้ ายมสี ทิ ธเิ ท่าเทียมกนั ในเร่อื งเพศ ผู้ชายไมม่ คี วาม

11

จำเป็นตอ้ งรับผดิ ชอบภายหลงั มีเพศสมั พันธ์ การมีเพศสัมพันธห์ ลายคหู่ ลายคน ถือว่าเป็นผู้มีความสามารถ เป็น
ตน้

๒.๔ สถาบนั ครอบครัว
ครอบครัวเป็นสงั คมแรกท่ีปลูกฝงั ความรัก ความเข้าใจ คุณธรรม จริยธรรมอก่บคุ คลในครอบครัว การ
ขาดการอบรมเลี้ยงดูท่ีดี ความแตกแยกในครอบครัว การขาดความรัก การดูแลเอาใจใส่ซึงกันและกัน ทำให้
วัยรุ่นมักมีปฏิสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อครอบครัว และมักจะปลีกตนเอง หรือไปคบเพื่อนซ่ึงอาจชักชวนกันไปในทางที่
ผดิ ๆ ได้
๓.ปญั หาและผลกระทบจากการตัง้ ครรภท์ ่ไี ม่พึงประสงค์
การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ก่อให้เกิดปัญหา และผลกระทบท้ังสองฝ่ายไม่ว่าจะหญิงหรือชายหรือ
เกดิ ขึ้นเฉพาะฝา่ ยเดียว กรณเี ม่ือฝ่ายหญิงถูกข่มขืน หรือฝา่ ยชายไมร่ บั ผดิ ชอบ ทง้ั น้ีปัญหาดงั กลา่ วมีผล ดงั นี้
๓.๑ ปญั หาทางดา้ นร่างกาย
ผู้ท่ีต้ังครรภ์ก่อนวัยอันควร ส่วนใหญ่พบว่ามีอายุยังน้อย ซ่ึงมีสภาพร่างกายท่ีเจริญเติบโตยังไม่เต็มที่
หรือไม่พร้อมกับสภาพของการตั้งครรภ์ จึงมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และอัตราเสี่ยงต่อการตาย และการ
เจ็บป่วย เช่น การท่ีกระดูกเชิงกรานเล็กเกินไปไม่สามารถคลอดโดยวิธีธรรมชาติได้ การขาดความรู้ และความ
พร้อมต่อการเตรียมตัวเป็นมารดา เป็นต้น ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย เติบโตช้า พัฒนาการทางสมอง
หยดุ ชะงัก การคอลดก่อนกำหนอ เป็นตน้
๓.๒ ปญั หาทางดา้ นจิต
การตง้ั ครรภ์ของวัยรนุ่ หญงิ ส่วนใหญ่ เป็นการต้ังครรภท์ ี่ไม่มีการวางแผนมาก่อน ทง้ั นี้อาจเกิดจากความ
รกั สนุก ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความประมาท หรือการถกู ล่วงละเมดิ ทางเพศ ซงึ่ ปัญหาตา่ งๆ เหล่านส้ี ร้างความ
วติ กกังวล ความเครียด ความอับอาย เสียใจ เศร้าใจ กลัวการถูกประณาม การไม่ยอมรับจากครอบครัว สังคม
และฝ่ายชาย ซ่ึงมีผลต่อภาวะการต้ังครรภ์ในฝ่ายหยิง ตลอดจนความต้องการที่จะทำแท้งด้วยวิธีการต่างๆ
นอกจากเป็นการกระทำท่ีผิดกฎหมายแล้ว อาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น การตกเลือดหรือเสียชีวตได้ ส่วนวัยรุ่น
ชายเช่นกัน มักเกิดความเครียด ความวิตกกังวล ความกลัวว่าผู้อื่นจะทราบเร่ืองต่อการทำความผิดของตนจาก
ยาติ เพ่ือนฝูง หรอื ยาตฝิ ่ายหยงิ ถ้าทราบเร่ืงแล้วจะเอาผดิ ตามกฎหมายได้ กลัวภาระการผกู มดั ระหว่างกนั การ
เรียกร้องของฝ่ายหยิง โดยผลกระทบทางจิตใจนี้จะส่งผลต่อการเรียน เช่น หยุดเรียน เสียการเรียน การเรียน
ตกตำ่ เป็นต้น
๓.๓ ปญั หาทางดา้ นครอบครวั และสงั คม
การต้ังครรภ์ในวัยรุ่นอาจก่อให้เกิดปัญหาครอบครัวและสังคมได้ เน่ืองจากสภาพความไม่พร้อมของ
บทบาท หน้าท่ี ความรับผิดชอบทั้งสองฝ่าย หรอื การทฝ่ี ่ายหญิงตอ้ งรับสภาพเพียงฝ่ายเดยี ว ปัญหาการปรบั ตัว
ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีอันเน่ืองจากปัญหาต่างๆ เช่น ฐานะ การอบรมเลี้ยงดูท่ีแตกต่างกัน วุฒิภาวะ ความ
รับผดิ ชอบ การถูกทอดท้ิง การทะเลาะเบาะแวง้ ย่อมให้เกิดปญั หาภายในครอบครวั ตลอดจนการหมดโอกาสใน
การเรียนต่อ เพราะต้องรับภาระหน้าที่ความเป็นพ่อหรือแม่ก่อนวัยอันควร ซึ่งมีผลต่อการสร้างรากฐานการ
ดำเนินชีวิตตามสงั คมทยี่ อมรบั ได้
๔. การหลกี เลยี่ งการปอ้ งกนั ตนเองจากพฤตกิ รรมเสีย่ งต่อการตั้งครรภท์ ไี่ มพ่ งึ ประสงค์
การหลีกเล่ียงและป้องกันตนเองจากพฤติกรรมเสี่ยงต่อการต้ังครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์จากปั ญหาและ
ผลกระทบดังกลา่ ว นักเรยี นจึงควรปฏบิ ัติตน ดังน้ี

12

๔.๑ การปิดโอกาสตอ่ พฤตกิ รรมเสย่ี งทางเพศ
การปิดโอกาสต่อพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ เช่น การไม่เท่ียวเตร่ตามสถานเริงรมย์ต่างๆ การไม่ดื่ม
เคร่ืองดื่มที่มีแอลกฮอล์ การไม่คบหาบุคคลแปลกหน้า การไม่เดินในท่ีเปลี่ยวและมีอันตราย การหลีกเล่ียงสิ่ง
กระตุน้ ความรสู้ กึ ทางเพศทางสือ่ วิทยุ โทรทศั น์ สื่อส่ิงพิมพ์ อนิ เทอรเ์ น็ต การเลือกคบเพือ่ นที่ดเี ปน็ ตน้
๔.๒ การหลีกเล่ยี งพฤตกิ รรมเสยี่ ง ของตนเอง
การหลีกเล่ียงพฤติกรรมเสี่ยงของตนเอง เช่น การแต่งกายรัดรูป การเปิดเผยสัดส่วนในท่ีสาธารณชน
ตลอดจนการแสดงออกทางด้านกิริยา ท่าทางท่ีย่ัวยวนไม่เหมาะสม เช่น การ๔กเน้ือต้องตัว โดยการโอบ
การกอด การจบู เป็นต้น
๔.๓ ร้จู ักทักษะการปฏิเสธ
การรู้จักการปฏิเสธ เป็นการช่วยลดความต้องการทางเพศได้ เช่น คำว่า "ไม่ หยุด อย่า" ท้ังนี้ต้องเป้น
การปฏิเสธที่มาจากความต้ังใจจริงท่ีจะหลีกเล่ียงและป้องกันตนเองมากกว่าการเสแสร้งยั่งยวนหรือส่งเสริม
อารมณ์ทางเพศมากข้ึน ดังน้ัน ทักาะการปฏิเสธจะต้องทำด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ เข้มแข็ง และมีความม่ันคง
พร้อมทั้งการแสดงท่าทางในการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ขณะน้ัน เพื่อเปลี่ยนกิริยาท่าทางการแสดง หรือ
ความรู้สึกทางเพศทีเ่ กดิ ข้นึ ใหผ้ อ่ นคลาย หรอื หมดไป
๔.๔ รู้จักทักษะการต่อรอง
การปฏิเสธเพียงอย่างเดียว บางครั้งอาจไม่เกิดผล การรู้จักการสื่อสาร การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีโดย
รู้จักการต่อรองด้วยวธิ ีการต่างๆ อาจจะโดยเสนอกิจกรรมอื่นๆ ที่ดีกว่า เพื่อเป็นการหลีกเล่ียงเหตุการณืเฉพาะ
หน้า เช่น การขอไปเปิดโทรทัศนข์ ณะที่กำลังถูกเพอื่ นชายโอบกอด การหลีกเลี่ยงการอยู่สองคนตามลำพัง โดย
การไปออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา เปน็ ต้น
๔.๕ รู้จกั การคมุ กำเนดิ
การคุมกำเนิดเป็นการป้องกันการต้ังครรภ์ได้ การคุมกำเนิดมีหลายวิธ๊ การรู้จักเลือกวิธีในการควบคุม
กำเนิดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมความสะดวกของแต่ละคน แต่การรู้จักการคุมกำเนิดโดยใช้ถุงยางอนามัย เป็น
วิธีการที่สะดวกประหยัด ได้ผลดีท้ังการป้องกนั การต้ังครรภ์ และการปลอดภัยจากโรคทางเพศสัมพันธ์และโรค
เอดส์แตข่ ณะเดียวกัน การรู้จักวิธกี ารใช้ถุงยางอนามัยท่ีถูกต้องก็เป็นส่ิงจำเป็น เพราะถุงยางอนามัยท่ีหมดอายุ
และวิธกี ารใช้ไมถ่ ูกต้อง อาจกอ่ ปัญหาขนึ้ ได้
๔.๖ ความสมั พนั ธ์ทดี่ ีระหว่างครอบครวั
ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครอบครัว เป็นการปอ้ งกันพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศที่สำคัญอย่างหนงึ่ ของวัยรุ่น
ความสัมพันธ์ท่ีดีระหว่างบุคคลในครอบครัวจะสร้างความรัก ความผูกพัน ความเข้าใจ ซ่ึงเป็นการสร้าง
ภูมิคุ้มกันให้กบั วัยรุ่น ตลอดจนการยึดม่ันเร่ืองการรักนวลสงวนตวั ก่อนถึงการแต่งงาน ก็จะช่วยลดพฤติกรรมที่
เส่ียงได้

13

บทท่ี ๓

วิธีดำเนินการ

โครงการอบรมให้ความรู้วัยใส ใส่ใจสุขภาพและการป้องกันโรคติดต่อ กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส

เพ่ือให้นกั ศึกษา กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส มีความรู้ความเขา้ ใจ มีทักษะเรอ่ื งการปอ้ งกันและควบคมุ โรคติดต่อ

โรคติดต่อท่ีเกิดจากเพศสัมพันธ์และการป้องกันตนเองจากการต้ังครรภ์ไม่พึงประสงค์ อีกท้ังสามารถนำความรู้

ไปประยกุ ต์ใช้ ในการดำเนนิ ชวี ิตได้โดยมีข้ันตอนในการดำเนินงาน ดังนี้

ข้ันที่ ๑ ขนั้ การเตรยี มการ
๑.๑ สำรวจสภาพ ปัญหาและความต้องการของกลุม่ เปา้ หมาย
๑.๒ ประชมุ วางแผนการดำเนนิ โครงการ
๑.๓ เขียนโครงการเพ่อื เสนอขออนุมัติงบประมาณในการดำเนินโครงการ
1.4 ประสานงานผู้ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง/วิทยากร

ข้นั ท่ี ๒ ขัน้ ดำเนินการ
ดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการอบรมให้ความร้เู รอื่ งสรา้ งสขุ ภาพดวี ิถีปกติใหม่ (New Normal)

ต้านภัย Covid -19

ขั้นท่ี ๓ นเิ ทศติดตามผล และรายงานผล / ประเมนิ ผล

๓.๑ การนเิ ทศตดิ ตามผลการดำเนนิ โครงการ

๓.๒ การประเมนิ ผลและสรปุ ผลการดำเนนิ โครงการ

๓.๓ การรายงานและเผยแพร่ผลการดำเนนิ โครงการ

ดัชนชี ้ีวดั ผลสำเร็จของโครงการ (Key Performance Indicator: KPI)

ตัวช้วี ดั ความสำเรจ็ สอดคล้องกบั วิธกี ารประเมิน เครือ่ งมือที่ใช้
มาตรฐาน กศน.ที่ แบบประเมนิ ความพึง

ผลผลติ (outputs) กลุ่มเป้าหมาย กศน.อำเภอ พอใจ

เมอื งนราธิวาสที่เข้าร่วมโครงการอบรมให้ ประเมนิ ความพงึ แบบประเมนิ ความพงึ
พอใจ
ความรูว้ ัยใสใส่ใจสุขภาพและการปอ้ งกนั ๑,๒,3 พอใจของผู้เข้าร่วม

โรคติดตอ่ กศน.อำเภอเมอื งนราธวิ าส กิจกรรม

จำนวน 190 คน

ผ ล ลั พ ธ์ ( outcomes) ร้ อ ย ล ะ 8 5

กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะ

เร่อื งการปอ้ งกนั และควบคุมโรคตดิ ตอ่ ๑,๒,3 ประเมนิ ความพึง
โ ร ค ติ ด ต่ อ ท่ี เกิ ด จ า ก เพ ศ สั ม พั น ธ์ แ ล ะ ก า ร พอใจของผ้เู ขา้ ร่วม
ป้องกันตนเองจากการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์
อีกท้ังสามารถนำความรู้ ไปประยุกต์ใช้ในการ กิจกรรม

ดำเนินชีวติ ได้

14

สำหรับเกณฑ์การให้คะแนนสำหรับแบบสอบถามในการสรุปผลการดำเนินงานของโครงการอบรมให้
ความรู้วัยใส ใส่ใจสุขภาพและการป้องกันโรคติดต่อ กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส โดยแบ่งค่าในการประเมิน
ออกเป็น 5 ระดับ ตามแบบของ ลิเคิรต์ (Likert’s five point rating scale) ดังน้ี

น้ำหนกั คะแนน ๕ หมายถงึ มคี วามเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด
นำ้ หนกั คะแนน ๔ หมายถึง มีความเหน็ อยู่ในระดับมาก
น้ำหนักคะแนน ๓ หมายถึง มีความเห็นอยู่ในระดับปานกลาง
นำ้ หนกั คะแนน ๒ หมายถงึ มคี วามเห็นอยู่ในระดับน้อย
นำ้ หนักคะแนน ๑ หมายถงึ มีความเหน็ อยู่ในระดับนอ้ ยท่ีสุด

ในส่วนของการวิเคราะห์ผลการปฏิบัติงานโครงการอบรมให้ความร้วู ัยใส ใส่ใจสุขภาพและการป้องกัน
โรคติดต่อ กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส และระดับความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการถือว่าเป็นค่าเฉลี่ยของ
คะแนนทไ่ี ด้จากการตอบแบบสอบถาม ท้งั น้ีผูจ้ ดั กิจกรรมไดก้ ำหนดการวิเคราะหต์ ามแนวคดิ ของ เบสท์ (อา้ งถึง
ใน พวงรตั น์ ทวีรัตน,์ ๒๕๔๓ : ๓๐๓) ดังนี้

ค่าเฉลยี่ ความหมาย
๑.๐๐ – ๑.๔๙ น้อยทสี่ ดุ
๑.๕๐ – ๒.๔๙ นอ้ ย
๒.๕๐ – ๓.๔๙ ปานกลาง
๓.๕๐ – ๔.๔๙ มาก
๔.๕๐ – ๕.๐๐ มากท่สี ุด

15

บทท่ี ๔

ผลการศกึ ษา
ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรู้วัยใส ใส่ใจสุขภาพและการ
ป้องกันโรคติดต่อ กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 190 คน ผู้ศึกษาแบ่งผล
การศึกษาออกเปน็ 2 ส่วน ดังน้ี
สว่ นท่ี 1 ข้อมูลทว่ั ไปเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม
ส่วนที่ 2 ข้อมูลเก่ียวกับผลการศึกษาระดับความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการอบรมให้
ความรู้วัยใส ใส่ใจสุขภาพและการป้องกันโรคติดต่อ กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส ผลการศึกษาในแต่ละส่วนจะ
นำเสนอข้อมูลในรูปแบบตารางแจกแจงเป็นค่าเฉล่ีย และค่าร้อยละจากข้อมูลที่ได้เป็นสำคัญ ซึ่งมีรายละเอียด
ของผลการศึกษา ดงั น้ี
ส่วนท่ี 1 ข้อมูลทั่วไปเก่ียวกบั สถานภาพของผตู้ อบแบบสอบถาม

ผู้ตอบแบบสอบถามในการศึกษาในครั้งนี้ เป็นนักศึกษา กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส
ที่เข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรู้วัยใส ใส่ใจสุขภาพและการป้องกันโรคติดต่อ กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส
โดยใช้คา่ ร้อยละดังปรากฏ ดงั น้ี

1.จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรู้วัยใส ใส่ใจสุขภาพและการป้องกันโรคติดต่อ กศน.
อำเภอเมืองนราธวิ าส จำนวน 190 คน

จากรูปภาพ กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการท้ังหมด 190 คน แบ่งเป็นตำบล 7 ตำบล
โดยกลุม่ เป้าหมายท้งั 7 ตำบล โดยแบ่งเป็น ตำบลบางนาค ตำบลบางปอ ตำบลกะลุวอ และตำบลกะลุวอเหนือ
กลุ่มเป้าหมาย ตำบลละ 30 คน รวมท้ังหมด 4 ตำบล จำนวน 120 คน คิดเป็นร้อยละ 63.2 ตำบล
โคกเคียน กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 13.4 ตำบลมะนังตายอ กลุ่มเป้าหมาย จำนวน
23 คน คิดเป็นร้อยละ 12.1 และ ตำบลลำภู กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 11.3
ตามลำดบั

16

รูปภาพท่ี 2 จำนวนและรอ้ ยละของผเู้ ข้าร่วมโครงการจำแนก ตามเพศ ช่วงอายุ
ระดบั การศกึ ษา และอาชีพ

กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการจำแนกเป็น เพศหญิง จำนวน 114 คน คิดเป็นร้อยละ 60 และ
เพศชาย จำนวน 76 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 40

กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการจำแนกเป็น ช่วงอายุระหว่าง 15 - 39 ปี จำนวน 167 คน คิดเป็น
ร้อยละ 87.90 ช่วงอายุระหว่าง 40 - 49 ปี จำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 9.50 และช่วงอายุระหว่าง
50 - 59 ปี จำนวน 5 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 2.60

กลุ่มเป้าหมายท่ีเข้าร่วมโครงการจำแนกเป็น ระดับการศึกษา แบ่งเป็น ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
จำนวน 108 คน คิดเป็นร้อยละ 56.8 มัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 68 คน คิดเป็นร้อยละ 35.80 และ
ระดับประถมศกึ ษา จำนวน 14 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 7.40

กลุ่มเปา้ หมายท่ีเข้ารว่ มโครงการจำแนกเป็น อาชพี รับจา้ ง จำนวน 84 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 44.20 อาชพี
วา่ งงาน จำนวน 55 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 58.90 อาชีพอ่ืน ๆจำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 12.60 อาชพี ค้าขาย

จำนวน 21 คน คิดเปน็ ร้อยละ 11.10 และเกษตรกร จำนวน 6 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 3.20 ตามลำดบั

17

รูปภาพที่ 3 จำนวนและรอ้ ยละของการถ่ายทอดความรูข้ องวิทยากร และการเปดิ โอกาสใหม้ สี ่วนรว่ ม
และการซกั ถาม

กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจของการถ่ายทอดความรู้ของวิทยากรมีความชัดเจน ระดับ
มาก จำนวน 97 คน คิดเป็นร้อยละ 51.1 ระดับมากท่ีสุด จำนวน 49 คน คิดเป็นร้อยละ 25.8 ระดับปานกลาง
จำนวน 39 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 20.5 และระดบั นอ้ ย จำนวน 5 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 2.6ฃ

ความสามารถในการอธิบายเน้ือหาของวิทยากร ระดับมาก จำนวน 100 คน คิดเป็นร้อยละ 52.6 ระดับ
มากท่ีสุด จำนวน 43 คน คิดเป็นร้อยละ 22.6 ระดับปานกลาง จำนวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 21.6 ระดับน้อย
จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 2.6 และระดับน้อยที่สุด จำนวน 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 0.5

วิทยากรมีเทคนิคในการถ่ายทอดใช้สื่อที่เหมาะสม ระดับมาก จำนวน 95 คน คิดเป็นร้อยละ 50 ระดับ
มากท่ีสุด จำนวน 49 คน คิดเป็นร้อยละ 25.8 ระดับปานกลาง จำนวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 21.6 ระดับน้อย
จำนวน 4 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 2.1 และระดับน้อยที่สดุ จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.5

วิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม ระดับมาก จำนวน 92 คน คิดเป็นร้อยละ 48.4 ระดับ
ปานกลาง จำนวน 46 คน คิดเป็นร้อยละ 24.2 ระดับมากท่ีสุด จำนวน 45 คน คิดเป็นร้อยละ 23.7 ระดับน้อย
จำนวน 6 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 3.2 และระดบั นอ้ ยทส่ี ุด จำนวน 1 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 0.5 ตามลำดับ

18

รปู ภาพท่ี 4 จำนวนและร้อยละของเน้ือหาตรงกับความต้องการของผูเ้ ขา้ รับการอบรมเนอื้ หามีประโยชน์ต่อ
การนำไปใช้ในการจัดการเรยี นรู้และ ความรคู้ วามเข้าใจ ก่อนและหลงั การอบรม

เนื้อหาตรงกับความต้องการของผู้เข้ารับการอบรม ระดับมาก จำนวน 92 คน คิดเป็นร้อยละ 48.4 ระดับ
มากที่สุด จำนวน 52 คน คิดเป็นร้อยละ 27.4 ระดับปานกลาง จำนวน 44 คน คิดเป็นร้อยละ 23.2 ระดับน้อย
จำนวน 2 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 1.1

เน้ือหามีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้อบรม ระดับมาก จำนวน 98 คน คิดเป็นร้อยละ
51.6 ระดับมากท่ีสุด จำนวน 54 คน คิดเป็นร้อยละ 28.4 ระดับปานกลาง จำนวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 18.9
ระดบั น้อย จำนวน 2 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 1.1

มีความรู้ความเข้าใจ ก่อนการอบรม ระดับปานกลาง จำนวน 116 คน คิดเป็นร้อยละ 61.1 ระดับมาก
จำนวน 51 คน คิดเป็นร้อยละ 26.8 ระดับมากท่ีสุด จำนวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 8.4 ระดับน้อย จำนวน 6 คน
คิดเปน็ ร้อยละ 3.2 และระดบั นอ้ ยที่สุด จำนวน 1 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 0.5

มีความรู้ความเข้าใจ หลังการอบรมระดับมาก จำนวน 111 คน คิดเป็นร้อยละ 58.4 ระดับมากท่ีสุด
จำนวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 20.5 ระดับปานกลาง จำนวน 37 คน คิดเป็นร้อยละ 19.5 ระดับน้อยทสี่ ุด จำนวน
2 คน คดิ เป็นร้อยละ 1.1 และระดับน้อย จำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ 0.5 ตามลำดับ

19

รปู ภาพที่ 5 จำนวนและรอ้ ยละของระยะเวลาในการอบรมมคี วามเหมาะสม การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับ
กลุ่มเป้าหมาย และ วิธกี ารวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์

กลุ่มเป้าหมายท่ีเข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจของระยะเวลาในการอบรมมีความเหมาะสม ระดับมาก
จำนวน 111 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 58.4 ระดับปานกลาง จำนวน 50 คน คิดเปน็ ร้อยละ 26.3 ระดับมากที่สุด
จำนวน 27 คน คดิ เป็นร้อยละ 14.2 ระดบั นอ้ ย จำนวน 2 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 1.1

การจัดกิจกรรมเหมาะสมกบั กลุ่มเป้าหมาย ระดับมาก จำนวน 109 คน คดิ เป็นร้อยละ 57.4 ระดับ
ปานกลาง จำนวน 40 คน คิดเป็นร้อยละ 21.1 ระดับมากที่สุด จำนวน 35คน คิดเป็นร้อยละ 28.4 ระดับ
น้อย จำนวน 5 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 2.6 และระดบั นอ้ ยทส่ี ุด จำนวน 1 คน คิดเปน็ ร้อยละ 0.5

วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ระดับมาก จำนวน 114 คน คิดเป็นร้อยละ 60 ระดับ
ปานกลาง จำนวน 37 คน คิดเป็นร้อยละ 19.5 ระดับมากที่สุด จำนวน 33 คน คิดเป็นร้อยละ 17.4 ระดับน้อย
จำนวน 5 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 2.6 และระดบั นอ้ ยท่ีสุด จำนวน 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 0.5 ตามลำดับ

20

รปู ภาพที่ 6 จำนวนและร้อยละของการส่ือสาร การสร้างบรรยากาศ เพ่ือให้เกิดการเรียนรู้ การบริการ
การช่วยเหลือ และการแก้ปัญหา สถานท่ี วัสดุ อุปกรณ์ และส่ิงอำนวยความสะดวก

กลุ่มเป้าหมายท่ีเข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจของการส่ือสาร การสร้างบรรยากาศ เพ่ือให้เกิดการ
เรียนรู้ ระดับมาก จำนวน 111 คน คิดเป็นร้อยละ 58.4 ระดับปานกลาง จำนวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ
21.6 ระดับมากที่สุด จำนวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 18.9 ระดับน้อย จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.5
และระดับน้อยท่ีสุด จำนวน 1 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 0.5

การบริการ การช่วยเหลือ และการแก้ปัญหา ระดับมาก จำนวน 117 คน คิดเป็นร้อยละ 61.6
ระดับปานกลาง จำนวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 18.9 ระดับมากท่ีสดุ จำนวน 33 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 17.4
ระดับน้อย จำนวน 2 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 1.1 และระดบั นอ้ ยทส่ี ุด จำนวน 2 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 1.1

สถานท่ี วัสดุ อปุ กรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก ระดับมาก จำนวน 110 คน คิดเป็นร้อยละ 57.9
ระดับปานกลาง จำนวน 43 คน คิดเป็นร้อยละ 22.6 ระดับมากท่ีสุด จำนวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 16.8
และระดบั น้อย จำนวน 5 คน คดิ เป็นร้อยละ 2.6 ตามลำดบั

21

รูปภาพท่ี 7 ขอ้ คิดเหน็ เพ่ิมเตม่ิ / ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ

จากรูปภาพ กลุ่มเป้าหมายท่ีเข้าร่วมโครงการ แสดงข้อคิดเห็นเพ่ิมเติ่มและข้อเสนอแนะอ่ืนๆ
สว่ นมาก ไมม่ ี คดิ เป็นร้อยละ 50 ตามลำดบั แผนภูมิ

22

บทท่ี ๕

บทสรปุ ผลการศึกษาและขอ้ เสนอแนะ

จากการจดั กจิ กรรมโครงการอบรมให้ความรู้วยั ใส ใส่ใจสุขภาพและการป้องกันโรคติดต่อ กศน.อำเภอ
เมืองนราธิวาส ได้จัดทำขึ้น มีวัตถุประสงค์กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะเร่ืองการป้องกันและ
ควบคุมโรคติดตอ่ โรคติดต่อทีเ่ กิดจากเพศสัมพันธ์และการป้องกนั ตนเองจากการต้ังครรภ์ไม่พึงประสงค์ อีกท้ัง
สามารถนำความรู้ ไปประยุกตใ์ ช้ในการดำเนินชีวติ ได้

พบว่ากลุ่มเป้าหมายท่ีเข้าร่วมโครงการอบรม ท้ังหมด จำนวน 190 คน โดยกลุ่มเป้าหมายทั้ง 7
ตำบล เข้าร่วมโครงการตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ สรุปในภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 100 กลุม่ เป้าหมายที่
เข้าร่วมโครงการกลุ่มเป้าหมายท่ีเข้าร่วมโครงการจำแนกเป็นเพศหญิง 114 คน คิดเป็นร้อยละ 60 และ
เพศชาย 76 คน คิดเป็นร้อยละ 40 ช่วงอายุระหว่าง 15 - 39 ปี จำนวน 167 คน คิดเป้นร้อยละ 87.90
ชว่ งอายุระหว่าง 40 - 49 ปี จำนวน 18 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 9.50 และช่วงอายุระหวา่ ง 50 - 59 ปี จำนวน
5 คน คิดเป็นร้อยละ 2.60 ระดับการศึกษา แบ่งเป็น ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 108 คน คิดเป็น
รอ้ ยละ 56.8 มัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 68 คน คิดเป็นร้อยละ 35.80 และระดับประถมศึกษา จำนวน
14 คน คิดเป็นร้อยละ 7.40 อาชีพรับจ้าง จำนวน 84 คน คิดเป็นร้อยละ 44.20 อาชีพว่างงาน จำนวน
55 คน คิดเป็นร้อยละ 58.90 อาชีพอ่ืน ๆจำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 12.60 อาชีพค้าขาย จำนวน
21 คน คิดเป็นร้อยละ 11.10 และเกษตรกร จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 3.20 ตามลำดับ การถ่ายทอด
ความรู้ของวิทยากรมีความชัดเจน ระดับมาก จำนวน 97 คน คิดเป็นร้อยละ 51.1 ระดับมากที่สุด จำนวน
49 คน คิดเป็นร้อยละ 25.8 ระดับปานกลาง จำนวน 39 คน คิดเป็นร้อยละ 20.5 และระดับน้อย จำนวน
5 คน คิดเป็นร้อยละ 2.6 ความสามารถในการอธิบายเนื้อหาของวิทยากร ระดับมาก จำนวน 100 คน
คิดเป็นรอ้ ยละ 52.6 ระดับมากที่สุด จำนวน 43 คน คิดเป็นร้อยละ 22.6 ระดับปานกลาง จำนวน 41 คน
คิดเป็นร้อยละ 21.6 ระดับน้อย จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 2.6 และระดับน้อยท่ีสุด จำนวน 1 คน
คิดเป็นร้อยละ 0.5 วิทยากรมีเทคนิคในการถ่ายทอดใช้ส่ือที่เหมาะสม ระดับมาก จำนวน 95 คน คิดเป็น
ร้อยละ 50 ระดับมากที่สุด จำนวน 49 คน คิดเป็นร้อยละ 25.8 ระดับปานกลาง จำนวน 41 คน คิดเป็น
ร้อยละ 21.6 ระดับนอ้ ย จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 2.1 และระดับน้อยที่สุด จำนวน 1 คน คิดเปน็ ร้อยละ
0.5 และวิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม ระดับมาก จำนวน 92 คน คิดเป็นร้อยละ 48.4
ระดับปานกลาง จำนวน 46 คน คิดเป็นร้อยละ 24.2 ระดับมากที่สุด จำนวน 45 คน คิดเป็นร้อยละ 23.7
ระดับน้อย จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 3.2 และระดับน้อยท่ีสุด จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.5
ตามลำดับ เน้ือหาตรงกับความต้องการของผูเ้ ขา้ รับการอบรม ระดับมาก จำนวน 92 คน คิดเป็นร้อยละ 48.4
ระดับมากที่สุด จำนวน 52 คน คิดเป็นร้อยละ 27.4 ระดับปานกลาง จำนวน 44 คน คิดเป็นร้อยละ 23.2
ระดับน้อย จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 1.1 เนื้อหามีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้อบรม
ระดับมาก จำนวน 98 คน คิดเป็นร้อยละ 51.6 ระดับมากที่สุด จำนวน 54 คน คิดเป็นร้อยละ 28.4
ระดับปานกลาง จำนวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 18.9 ระดับน้อย จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 1.1
มีความรู้ความเข้าใจ ก่อนการอบรม ระดับปานกลาง จำนวน 116 คน คิดเป็นร้อยละ 61.1 ระดับมาก
จำนวน 51 คน คิดเป็นร้อยละ 26.8 ระดับมากท่ีสุด จำนวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 8.4 ระดับน้อย
จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 3.2 และระดบั นอ้ ยทีส่ ุด จำนวน 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 0.5 มีความรู้ความเข้าใจ
หลงั การอบรมระดับมาก จำนวน 111 คน คิดเป็นร้อยละ 58.4 ระดบั มากท่ีสุด จำนวน 39 คน

23

คิดเป็นร้อยละ 20.5 ระดับปานกลาง จำนวน 37 คน คิดเป็นร้อยละ 19.5 ระดับน้อยท่ีสุด จำนวน 2 คน
คิดเป็นร้อยละ 1.1 และระดับน้อย จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.5 ตามลำดับ ระยะเวลาในการอบรมมีความ
เหมาะสม ระดับมาก จำนวน 111 คน คิดเป็นร้อยละ 58.4 ระดับปานกลาง จำนวน 50 คน คิดเป็น
ร้อยละ 26.3 ระดับมากที่สดุ จำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 14.2 ระดับน้อย จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ
1.1 จำนวนและร้อยละของการจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ระดับมาก จำนวน 109 คน คิดเป็น
ร้อยละ 57.4 ระดับปานกลาง จำนวน 40 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 21.1 ระดับมากท่ีสดุ จำนวน 35 คน คดิ เป็น
ร้อยละ 28.4 ระดับน้อย จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 2.6 และระดับน้อยท่ีสุด จำนวน 1 คน คิดเป็น
ร้อยละ 0.5 และวิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ระดับมาก จำนวน 114 คน คิดเป็น
ร้อยละ 60 ระดับปานกลาง จำนวน 37 คน คิดเป็นร้อยละ 19.5 ระดับมากท่ีสุด จำนวน 33 คน คิดเป็น
ร้อยละ 17.4 ระดับน้อย จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 2.6 และระดับน้อยที่สุด จำนวน 1 คน คิดเป็น
ร้อยละ 0.5 ตามลำดับ การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ระดับมาก จำนวน 111 คน
คิดเป็นร้อยละ 58.4 ระดับปานกลาง จำนวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 21.6 ระดับมากที่สุด จำนวน 36 คน
คดิ เป็นร้อยละ 18.9 ระดบั น้อย จำนวน 1 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 0.5 และระดับน้อยท่ีสุด จำนวน 1 คน คิดเป็น
ร้อยละ 0.5 การบริการ การช่วยเหลือ และการแก้ปัญหา ระดับมาก จำนวน 117 คน คิดเป็นร้อยละ 61.6
ระดับปานกลาง จำนวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 18.9 ระดับมากที่สดุ จำนวน 33 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 17.4
ระดับน้อย จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 1.1 และระดับน้อยท่ีสุด จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 1.1
สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก ระดับมาก จำนวน 110 คน คิดเป็นร้อยละ 57.9
ระดับปานกลาง จำนวน 43 คน คิดเป็นร้อยละ 22.6 ระดับมากที่สุด จำนวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 16.8
และระดับน้อย จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 2.6 ตามลำดับ กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ
แสดงข้อคิดเห็นเพิ่มเต่ิมและข้อเสนอแนะอื่นๆ ส่วนมาก ไม่มี คิดเป็นร้อยละ 50 ตามลำดับแผนภูมิ ทั้งน้ี
นักศึกษา กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส มีทักษะเร่ืองการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ โรคติดต่อท่ีเกิดจาก
เพศสัมพันธ์และการป้องกันตนเองจากการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ อีกทั้งสามารถนำความรู้ ไปประยุกต์ใช้
ในการดำเนนิ ชีวติ ได้

บรรณานุกรม

https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1087
https://www.hitap.net/182978
https://www.rsathai.org/contents/325/
https://sites.google.com/site/noon1945/ngan

ภาคผนวก

ภาพกจิ กรรม
โครงการอบรมใหค้ วามรู้วัยใส ใสใ่ จสขุ ภาพและการปอ้ งกันโรคตดิ ต่อ กศน.อำเภอเมอื งนราธิวาส

วนั ท่ี 7 มกราคม 2565
กศน.ตำบลบางนาค

พิธีเปิดโครงการอบรมให้ความรู้วัยใส ใส่ใจสุขภาพและการป้องกันโรคติดต่อ กศน.อำเภอเมือง
นราธิวาส นางสาวนาริณีย์ อโนะมะศิริ ครูชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอ
เมืองนราธวิ าส มอบหมายให้ นางสาวอรุโณทยั ยา่ งกงุ้ ครผู ู้ช่วย เป็นประธานในพธิ ีเปิดโครงการในครัง้ นี้

กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา กศน.ตำบลบางนาค เข้าร่วมอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ กศน.ตำบล
บางนาค โดยมีคณะองค์กรนักศึกษา กศน.ตำบลบางนาค ดำเนินการขับเคลื่อนอำนวยความสะดวกให้กับ
กลุ่มเป้าหมายและวิทยากรให้ความรู้ และมีนางโรฮานี บินตีฮะซัน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาล
สง่ เสรมิ สขุ ภาพตำบลโคกเคยี น เป็นวิทยากรให้ความรู้

กศน.ตำบลมะนังตายอ

กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา กศน.ตำบลมะนังตายอ เข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรู้วัยใส ใส่ใจสุขภาพ
และการป้องกันโรคติดต่อ กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยผ่านระบบออนไลน์ ณ กศน.
ตำบลมะนังตายอ โดยมีคณะองค์กรนกั ศึกษา กศน.ตำบลมะนังตายอ ดำเนนิ การขับเคล่ือนอำนวยความสะดวก
ให้กับกลุ่มเป้าหมาย และมีนางโรฮานี บินตีฮะซัน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตำบลโคกเคยี น เป็นวทิ ยากรให้ความรู้

กศน.ตำบลโคกเคียน

กล่มุ เป้าหมาย นกั ศกึ ษา กศน.ตำบลโคกเคียน เข้ารว่ มโครงการอบรมให้ความรู้วัยใส ใส่ใจสุขภาพและ
การป้องกันโรคติดต่อ กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยผ่านระบบออนไลน์ ณ กศน.
ตำบลโคกเคียน โดยมีคณะองค์กรนักศึกษา กศน.ตำบลโคกเคียน ดำเนินการขับเคลื่อนอำนวยความสะดวก
ให้กับกลุ่มเป้าหมาย และมีนางโรฮานี บินตีฮะซัน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตำบลโคกเคียน เปน็ วิทยากรใหค้ วามรู้

กศน.ตำบลกะลวุ อเหนือ

กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา กศน.ตำบลกะลุวอเหนือ เข้ารว่ มโครงการอบรมให้ความรู้วัยใส ใส่ใจสุขภาพ
และการป้องกันโรคติดต่อ กศน.อำเภอเมืองนราธวิ าส และแลกเปล่ียนเรียนรู้ โดยผ่านระบบออนไลน์ ณ กศน.
ตำบลกะลุวอเหนือ โดยมีคณะองค์กรนักศึกษา กศน.ตำบลกะลุวอเหนือ ดำเนินการขับเคล่ือนอำนวยความ
สะดวกให้กับกลุ่มเป้าหมาย และมีนางโรฮานี บินตีฮะซัน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพตำบลโคกเคยี น เปน็ วทิ ยากรใหค้ วามรู้

กศน.ตำบลลำภู

กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา กศน.ตำบลลำภู เข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรู้วัยใส ใส่ใจสุขภาพและการ
ป้องกันโรคติดต่อ กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยผ่านระบบออนไลน์ ณ กศน.
ตำบลลำภู โดยมีคณะองค์กรนักศึกษา กศน.ตำบลลำภู ดำเนินการขับเคลื่อนอำนวยความสะดวกให้กับ
กลุ่มเป้าหมาย และมีนางโรฮานี บินตีฮะซัน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตำบลโคกเคียน เปน็ วทิ ยากรให้ความรู้

กศน.ตำบลกะลุวอ

กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา กศน.ตำบลกะลุวอ เข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรู้วัยใส ใส่ใจสุขภาพและ
การป้องกันโรคติดต่อ กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยผ่านระบบออนไลน์ ณ กศน.
ตำบลกะลุวอ โดยมีคณะองค์กรนักศึกษา กศน.ตำบลกะลุวอ ดำเนินการขับเคลื่อนอำนวยความสะดวกให้กับ
กลุ่มเป้าหมาย และมีนางโรฮานี บินตีฮะซัน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตำบลโคกเคียน เป็นวทิ ยากรให้ความรู้

กศน.ตำบลบางปอ

กลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา กศน.ตำบลบางปอ เข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรู้วัยใส ใส่ใจสุขภาพและ
การป้องกันโรคติดต่อ กศน.อำเภอเมืองนราธิวาส และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยผ่านระบบออนไลน์ ณ กศน.
ตำบลบางปอ โดยมีคณะองค์กรนักศึกษา กศน.ตำบลบางปอ ดำเนินการขับเคล่ือนอำนวยความสะดวกให้กับ
กลุ่มเป้าหมาย และมีนางโรฮานี บินตีฮะซัน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ตำบลโคกเคียน เป็นวิทยากรให้ความรู้


Click to View FlipBook Version