The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สามัคคีเภทคำฉันท์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nichaphat18059, 2023-09-23 23:55:12

สามัคคีเภทคำฉันท์

สามัคคีเภทคำฉันท์

สามัคคีเภทคำ ฉันท์ มัธยมศึกษาปีที่ 6 เอกวิทยาศาสตร์ 1 6 9 12 18 19 22 23 29 31 43


ประวัติผู้แผู้ ต่ง นายชิตชิบุรทัต กวีในรัชรักาลที่ 5 ในขณะที่บรรพชาเป็น ป็ สามเณร อายุเพีย พี ง ๑๘ ปี ได้เข้า ข้ ร่วร่มแต่งฉันฉัท์สมโภช พระมหาเศวตฉัตฉัรในงาน ราชพิธีพิฉั ธี ตฉัรมงคล รัชรักาลที่ ๖ เมื่อ มื่ อายุ ๒๒ ปี ได้ส่งส่กาพย์ปย์ ลุกลุใจลงในหนังนัสือ สื พิมพิพ์ส พ์ มุทมุรสาร นายชิตชิ มีน มี ามสกุลกุเดิมว่า ชวางกูรกูได้รับรัพระราชทานนามสกุลกุ“บุรทัต” จาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎกุเกล้าฯ ในปี ๒๕๕๐ เมื่อ มื่ อายุ ๒๓ ปี ใช้น ช้ ามปากกาว่า เจ้าเงาะ เอกชน และ แมวคราว ผลงานการประพันพัธ์ที่ ธ์ที่สำ คัญ คือ สามัคมัคีเภทคำ ฉันฉัท์ ที่ม ที่ า - เรื่อ รื่ งสามัคมัคีเภทคำ ฉันฉัท์ มีที่ มีที่มาจากนิทนิานในหนังนัสือ สื ธรรมจักษุ - ในสมัยมัรัชรักาลที่ 5 เกิดวิกฤตการณ์ทั้ ณ์ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่นช่เกิด สงครามโลกครั้งรั้ที่ ๑ เกิดกบฏ ร.ศ. ๑๓๐ ซึ่ง ซึ่ ส่งส่ผลกระทบต่อความมั่นมั่คงของ บ้า บ้ นเมือ มื ง นายชิตชิบุรทัต จึงได้แต่งเรื่อ รื่ งสามัคมัคีเภทคำ ฉันฉัท์ขึ้น ขึ้ เพื่อ พื่ มุ่งมุ่ชี้ ความสำ คัญของการรวมกันเป็น ป็ หมู่คมู่ณะ ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ นิทนิานสุภสุาษิต ในมหา ปรินิริพนิพานสูตสูร และอรรถกถาสุมัสุงมัคลวิลาสินีสิ นี ทีฆนิกนิายมหาวรรค ( นายชิตชิบุรทัต )


แต่งขึ้น ขึ้ เพื่อ พื่ มุ่งมุ่สรรเสริญริธรรมแห่งห่ความสามัคมัคีเป็น ป็ แก่นของเรื่อ รื่ ง แต่งด้วยคำ ประพันพัธ์ปธ์ ระเภทฉันฉัท์ 19 ชนิดนิกาพย์ 1 ชนิดนิคือ 1. สัทสัทุลทุวิกกีฬิตฬิฉันฉัท์ 19 : ใช้แ ช้ ต่งสำ หรับรับทไหว้ครู บทสดุดีดุดี ยอพระเกียรติ 2. วสันสัตดิลกฉันฉัท์ 14 : ใช้สำ ช้ สำหรับรับรรยายหรือ รื พรรณนาชื่น ชื่ ชมสิ่งสิ่ที่สวยงาม 3. อุปชาติฉันฉัท์ 11 : นิยนิมแต่งสำ หรับรับทเจรจา 4. อีทิสังสัฉันฉัท์ 21 : เป็น ป็ ฉันฉัท์ที่มีจั มีจังหวะกระแทกกระทั้น เกรี้ย รี้ วกราด อารมณ์รุ ณ์รุนแรง พรรณนาความสับสัสน 5. อินทรวิเชีย ชี รฉันฉัท์ 11 : ใช้พ ช้ รรณนาเพื่อ พื่ โน้ม น้ น้า น้ วใจ อารมณ์เ ณ์ หงาและเศร้า ร้ 6. วิชชุมมาลาฉันฉัท์ 8 : ฉันฉัท์ที่ใช้ใช้ นการบรรยายความ 7. อินทรวงศ์ฉั ศ์ นฉัท์ 12 : ใช้ใช้ นการบรรยายความหรือ รื พรรณนาความ 8. วังสัฏสัฐฉันฉัท์ 12 : ใช้ใช้ นการบรรยายความหรือ รื พรรณนาความ 9. มาลินีฉั นี นฉัท์ 15 : บรรยายความที่เคร่งร่ขรึม รึ 10. ภุชภุงคประยาตฉันฉัท์ 12 : นิยนิมใช้แ ช้ ต่งบทที่ดำ เนินนิเรื่อ รื่ งอย่าย่งรวดเร็ว ร็ คึกคัก 11. มาณวกฉันฉัท์ 8 : ฉันฉัท์ที่มีลี มีลี ลาผาดโผน สนุกนุสนาน ร่าร่เริงริ 12. อุเปนทรวิเชีย ชี รฉันฉัท์ 11 : บรรยายบทเรีย รี บๆ 13. สัทสัธราฉันฉัท์ 21 : ฉันฉัท์ที่ใช้สำ ช้ สำหรับรัแต่งคำ อธิษธิฐาน ยอพระเกียรติ ใช้แ ช้ ต่งบทสั้นสั้ๆ 14. สาลินีฉั นี นฉัท์ 11 : เป็น ป็ ฉันฉัท์ที่มีคำ มี คำครุมาก 15. อุปัฏปัฐิตฐิาฉันฉัท์ 11 : ใช้บ ช้ รรยายความ 16. โตฏกฉันฉัท์ 12 : ใช้แ ช้ ต่งกับบทที่แสดงความโกรธเคือง 17. กมลฉันฉัท์ 12 : ใช้กั ช้ กับบทที่มีค มี วามตื่นเต้นเล็กน้อ น้ ย 18. จิตรปทาฉันฉัท์ 8 : เป็น ป็ ฉันฉัท์ที่เหมาะสำ หรับรับทที่น่าน่กลัว 19. สุรสุางคนางค์ฉันฉัท์ 28 : มีข้ มี อ ข้ บังบัคับ ครุ ลหุ ทำ ให้เ ห้ กิดความไพเราะมากขึ้น ขึ้ เหมาะสำ หรับรัข้อ ข้ ความที่คึกคักสนุกนุสนาน 20. กาพย์ฉ ย์ บังบั 16 : ใช้สำ ช้ สำหรับรัดำ เนินนิเรื่อ รื่ งอย่าย่งรวดเร็ว ร็ ลักษณะคำ ประพันธ์ จุดประสงค์


แก่นเรื่อ รื่ ง แก่นเรื่อ รื่ งหลักของเรื่อ รื่ งสามัคมัคีเภทคำ ฉันฉัท์คือโทษของการแตกความสามัคมัคี การเอาความคิดของตนเป็น ป็ ใหญ่ และคิดว่าตนดีกว่าผู้อื่ผู้อื่นเสมอ ย่อย่มทำ ให้ เกิด ความเสีย สี หายต่อส่วส่นรวม ตัวละคร 1. พระเจ้าอชาตศัตศัรู - มีเ มี มตตาต่อพสกนิกนิร - ทำ นุบำนุบำรุงบ้า บ้ นเมือ มื งให้เ ห้ จริญริรุ่งรุ่เรือ รื ง - มีค มี วามรอบคอบ 2. วัสสการพราหมณ์ - เป็น ป็ ผู้เผู้ฉลียวฉลาดและรอบรู้ศิ รู้ ลศิปศาสตร์ - รักรัชาติบ้า บ้ นเมือ มื ง เสีย สี สละเพื่อ พื่ประเทศชาติ - จงรักรัภักดีรู้ - เป็น ป็ คนมีแ มี ผนงาน ใจเย็น ย็ - รอบคอบ มีส มี ติ 3. กษัตริย์ริลิ ย์ ลิจฉวี - ตั้งมั่นมั่ ในธรรม อปริหริานิยนิธรรม ๗ ประการ - ทิฐิเฐิกินเหตุ - ขาดวิจารณญาณในการไตร่ตร่รอง


เนื้อเรื่อ รื่ ง ในอดีตมีก มี ษัตริย์ริอ ย์ งค์หนึ่ง นึ่ ชื่อ ชื่ พระเจ้าอชาตศัตศัรู ปกครองแคว้นมคธ มีร มี าชคฤห์เ ห์ป็น ป็ เมือ มื งหลวง มีอำ มี อำมาตย์ค ย์ นสนิทนิชื่อ ชื่ วัสสการพราหมณ์ เป็น ป็ ที่ ปรึก รึ ษาราชการทั่วไป พระเจ้าอชาตศัตศัรูต้องการปราบแคว้นวัชชี ซึ่ง ซึ่ มีพ มี วกกษัตริย์ริลิ ย์ ลิจฉวีปกครอง แต่ยังยัลังเลอยู่เยู่พราะ กษัตริย์ริลิ ย์ ลิจฉวีทุกทุองค์ตั้งมั่นมั่อยู่ใยู่นธรรมที่เรีย รี กว่า “อปริหริานิยนิธรรม ๗”


บทประพันธ์ โบราณะกาลบรมะขัตขั ท้าวทรงพระนามะอภิไธ ครอบครองมไหยศุริศุยริเอก อาณาปวัตติบริบูริบู อันอรรคปุโรหิตหิอาจารย์ ฉลาดเฉลียวเชี่ย ชี่ วชินชิฯ กลเวทโกวิทจิตร์จิ ร์ จินต์ ปศาสตร์ก็ ร์ ก็ จบสบสรรพ์ ติยรัชรัชเกรีย รี งไกร ยะอชาตะศัตศัรู อภิเศกประสิทสิธิ์ภูธิ์ว์ภูว์ รณะบรรพประเพณี พราหมณ์น ณ์ ามวัสสการ ประจักษ์แจ้งศิลศิ


พระองค์จึงปรึก รึ ษากับวัสสการพราหมณ์ว่ ณ์ ว่าควรทำ อย่าย่งไรให้พ ห้ วกกษัตริย์ริลิ ย์ ลิจ ฉวีแตกความสามัคมัคีกันวันหนึ่ง นึ่ พระเจ้าอชาตศัตศัรูเสด็จออกว่าราชการ จึงหารือ รื กับพวกอำ มาตย์เ ย์ รื่อ รื่ งจะยกทัพไปรบกับแคว้นวัชชี มีแ มี ค่วัสสการพราหมณ์ที่ ณ์ที่กราบทูลทูเป็น ป็ เชิงชิทักท้วงและขอให้ร ห้ อเพื่อ พื่ เห็น ห็ แก่ มิตมิรภาพและความสงบและทำ นายว่าถ้ารบก็จะพ่าพ่ยแพ้ด้ พ้ ด้ วย


บทประพันธ์ ฝ่าฝ่ยพราหมณ์ก็ ณ์ ก็ กราบทูลทู นยาธิบธิายไข พระราชปรารม ขอองคภูบภูาล อันซึ่ง ซึ่ จะกรีฑ รี า กระษัตริย์ริณ ย์ วัชชี เปนก่อนกระนั้นนั้ชอบ มิมีมิค มี ดีเอา และโลกจะล่วงวา นงเจตนาดำ กระนี้พ นี้ ระจุ่งปรา เพื่อ พื่ กล่อมถนอมเกลา อดิศูริศูย์ริณ ย์ ทันใด วจนัตนัถทัดทาน ฯ ภนิยนิมมิคมิวรการณ์ พิเพิคราะห์เ ห์ หตุจตุงดี ฯ พละทัพและไปตี ชนบทสมหมาย ทุษทุะตอบก็ทำ เนา ธุระเห็น ห็ บเปนธรรม ฯ ทะติว่าพระองค์จำ ริห์ริวิ ห์ วิรุธประทุษทุ ฐ์เ ฐ์ ขา ฯ รภะภาระแบ่งบ่เบา มิตมิระภาพสงบงาม


พระเจ้าอชาตศัตศัรู ได้ฟังฟัก็คิดว่าเป็น ป็ คำ ดูหดูมิ่นมิ่และแกล้งทำ เป็น ป็ โกรธ จากนั้นนั้ก็ สั่งสั่ให้นำ ห้ นำวัสสการพราหมณ์ไณ์ปลงโทษ โดยการ เฆี่ย ฆี่ น โกนผม ประจาน และไล่ ออกจากเมือ มื ง วัสสการพราหมณ์ย ณ์ อมรับรั โทษจนสลบไป และเดินทางไปเมือ มื งเวสาลีที่เป็น ป็ เมือ มื งหลวงของแคว้นวัชชีแ ชี ล้วไปผูกผูไมตรีกั รีกับคนในเมือ มื ง จนกษัตริย์ริลิ ย์ ลิจฉวีตี กลองเป็น ป็ สัญสัญาณในการเชิญชิกษัตริย์ริ ไย์ปประชุม


บทประพันธ์ ลงพระราชอาชะญา ณ บท พระอัยการพิพพิากษะกฎ ไล่มิใมิห้ส ห้ ถิตย์ณ ย์ คามนิคนิม นครมหาสิมสิานิยนิม มันมัสมรรคสวามิภัมิ ภักดิใน อมิตมิตะลิจฉวีก็ไป แรมทางกลางเถี่อน หนึ่ง นึ่ใดนึก นึ ดู หลายวันถั่นล่วง นามเวสาลี ผูกผูไมตรีจิ รีจิตร์ กับหมู่ชมู่าวเมือ มื ง เล่าเรื่อ รื่ งเคืองขุ่นขุ่ จำ เปนมาใน และโกนผม ฯ บุรีใรี ด ฯ อมิตมิตะลิจฉวีก็ไป บห้า ห้ มกัน ฯ ห่าห่งเพื่อ พื่ นหาผู้ เห็น ห็ ใครไป่มีป่ มี ฯ เมือ มื งหลวงธานี ดุ่มดุ่เดาเข้า ข้ไป เชิงชิชิดชิชอบเชื่อ ชื่ ง ฉันฉัท์อัชฌาสัยสัฯ ว้าวุ่นวายใจ ด้าวต่างแดนตน


ได้ข้อ ข้ สรุปว่า ให้พ ห้ ราหมณ์ผู้ ณ์ นั้ผู้นั้นั้เข้า ข้ มาเพื่อ พื่ จะได้รู้ข้ รู้ อ ข้ เท็จจริงริหลังจากได้ฟังฟั แล้วรวมกับรอยแผลบนตัว กษัตริย์ริลิ ย์ ลิจฉวีทุกทุพระองค์ก็หมดความสงสัยสัและ แต่งตั้งให้เ ห้ป็น ป็ ครูสอนศิลศิปวิทยาแก่ลูกลู ๆ และดำ รงตำ แหน่งน่อำ มาตย์ผู้ ย์ ผู้ พิพพิากษาอรรถคดีอีกด้วย วัสสการพราหมณ์ทำ ณ์ ทำหน้า น้ ที่ได้ดีจนได้รับรัความไว้วางใจ จึงเริ่มริ่อุบายทำ ให้ลู ห้ กลู ที่เป็น ป็ ศิษศิย์ใย์ ห้ท ห้ ะเลาะกัน


บทประพันธ์ พราหมณ์ห ณ์ นึ่ง นึ่ ซึ่ง ซึ่ เขา พวกปัจปัจามิตมิร์ ต้องราชอาชญา จำ ไล่ให้ไห้ป ลำ ดับนั้นนั้วัสสการพราหมณ์ แต่งอุบายงาม ปวงโอรสลิจฉวีดำ คัญประดุจดุคำ ไป่เป่หลือเลยสักสัพระองค์อัน ขาดสมัคมัรพันพัธ์ เปนเปาโรหิตหิย์ มาคธเขตร์ไร์ ผท ฯ หนีม นี าอาศรัยรั ฤๅรับรัเลี้ยงดู ธ ก็ยุศิษศิยตาม ฉงนงำ ริณริวิรุธก็สำ ธเสกสรร มิลมิะปิยปิะสหฉันฉัท์ ก็อาดูรดู


สุดสุท้ายลูกลู ๆ ก็ต่างไปฟ้อ ฟ้ งพ่อพ่ของตน ผู้เผู้ป็น ป็ พ่อพ่ ได้ฟังฟัลูกลูชายก็ไม่ไม่ตร่ตร่รอง ทำ ให้แ ห้ ตกความสามัคมัคีกัน จนผ่าผ่นไป 3 ปีส ปี ามัคมัคีธรรม ระหว่างกษัตริย์ริถู ย์ กทำ ลายวัสสการพราหมณ์จึ ณ์ จึ งลอบนำ ความ ไปบอกพระเจ้าอชาตศัตศัรู พระเจ้าอชาตศัตศัรูก็ยกทัพไปเมือ มื งเวสาลี ชาวเมือ มื งก็ตกใจ มุขมุมนตรีจึ รีจึ งตีกลอง ขึ้น ขึ้ เป็น ป็ อาณัติณั ติสัญสัญาณให้ย ห้ กทัพมาสู้ แต่กษัตริย์ริทุ ย์ กทุองค์ก็เผิกผิเฉย ถึงประตู เมือ มื งเปิดปิก็ไม่มีม่ ใมี ครสั่งสั่ปิดปิพระเจ้าอชาตศัตศัรูจึงชนะได้ง่าย และเสด็จกลับกรุง ราชคฤห์เ ห์ ดิม


บทประพันธ์ แท้ท่านวัสสการใน เสริมริเสมอไป หลายอย่าย่งต่างกลธขวนขวาย วัญจโนบาย ครั้นรั้ล่วงสามปีปปี ระมาณมา ลิจฉวีรา นาครธา เห็น ห็ ริปุริปุมี ข้า ข้ มติรชล มุ่งมุ่จะทลาย ต่างก็ตระหนก ตื่นบมิเมิว้น ทั่วบุรคา เสีย สี งอลวน กษณะตริเริหมาะไฉน สะดวกดาย พจนยุปริยริาย บเว้นครา สหกรณประดา ชทั้งหลาย นิวินิวิสาลี พลมากมาย ก็ลุพ้ลุน พ้ หมาย พระนครตน มนอกเต้น ตะละผู้คผู้ น มจลาจล อลเวงไป


ทรงตริไริฉน โดยนยดำ เสวกผอง อาณัติณั ติปาน ศัพศัทอุโฆษ ลิจฉวีด้าว ต่างธก็เฉย ไท้มิอิมิ อินังนั ต่างก็บคลา แม้พ ม้ ระทวาร รอบทิศด้าน เห็น ห็ นรไหน เข้า ข้ปราบลิจฉวิขัตขัติย์รั ย์ ฐรัชนบท สู่เสู่งื้อมพระหัตหัถ์หมด ไป่พัป่กพัต้องจะกะเกณฑ์นิกนิายพหลโรย แรงเปลอืงระดมโปรย ประยุทธ์ ราบคาบเสร็จ ร็ ธเสด็จลุรลุาชคฤหอุต คมเขตบุเรศดุจดุ ก็จะได้ทำ รัสรัภูบภูาล ก็เคาะกลองขาน ดุจดุกลองพังพั ประลุโลุสตท้าว ขณะทรงฟังฟั และละเลยดัง ธุระกับใคร ณสภาคา บุรทั่วไป และทวารใด สิจสิะปิดปิมี ฯ และโดย ประยุทธ์ ณ เดิม


คุณ คุ ค่าของวรรณคดี - ใช้ฉั ช้ นฉัท์หลายชนิดนิ โดยลีลาของฉันฉัท์แต่ละชนิดนิที่นำ มาแต่งนั้นนั้ล้วนแต่ เหมาะสมกับเนื้อ นื้ เรื่อ รื่ ง เช่นช่ตอนที่บรรยายเนื้อ นื้ เรื่อ รื่ งถึงการดำ เนินนิอุบายของวัสสการพราหมณ์ ใช้ ฉันฉัท์ชื่อ ชื่ ภุชภุงคประยาตฉันฉัท์ ซึ่ง ซึ่ มีค มี วามหมายว่า ฉันฉัท์ที่มีลี มีลี ลาประดุจดุการคืบ คลานของพระยานาค เป็น ป็ ฉันฉัท์ที่มีจั มีจังหวะจะโคนที่สม่ำ เสมอ เสมือ มื นมีก มี าร เคลื่อนไหวที่ฟังฟัดูนุ่ดูมนุ่นวล เหมาะแก่การบรรยายเรื่อ รื่ ง - การสรรคำ มีก มี ารใช้คำ ช้ คำที่ประณีต ณี เป็น ป็ พิเพิศษ เมื่อ มื่ กล่าวถึงสิ่งสิ่ศักศัดิ์สิทสิธิ์ เช่นช่พระมหากษัตริย์ริ ย์ ครู อาจารย์ จะใช้คำ ช้ คำศัพศัท์ภาษาบาลีสันสัสกฤต เช่นช่มุนีมุนี= นักนัปราชญ์ - การเล่นเสีย สี งสัมสัผัสผัทั้งในและนอก ภายใต้เศวตฉัตฉัรรัตรัน์ ก็จรัสรัจรูญเรือ รื ง ตั้งราชอาสนประเทือง วรมัญมัจบรรจถรณ์ คำ ที่สัมสัผัสผั ในวรรค เช่นช่ฉัตฉัร-รัตรัน์, น์ จรัสรั- จรูญ, มัญมัจ –บรรจ - มีก มี ารเล่นเสีย สี งพยัญยัชนะ ทิชงชาติฉลาดยล คะเนกลคะนึง นึ การ กษัตริย์ริลิ ย์ ลิจฉวีวาร ระวังเหือ หื ดระแวงหาย คะเนกล – คะนึง นึ การ, ระวังเหือ หื ด – ระแวงหาย - การใช้โช้ วหาร เพื่อ พื่ ให้ผู้ ห้ อ่ผู้ อ่านจินตนาการเห็น ห็ ภาพชัดชัเจน เข้า ข้ใจและเกิด อารมณ์ค ณ์ ล้อยตาม คุณ คุ ค่าด้านวรรณศิล ศิป์


- สะท้อนภาพการปกครองโดยระบอบสามัคมัคีธรรม และการประพฤติตาม วัฒนธรรม ๗ ประการ (อปริหริานิยนิธรรม) ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ หลักธรรมที่ส่งส่ผลให้เ ห้ กิด ความเจริญริของหมู่คมู่ณะฝ่าฝ่ยเดียวไม่มีม่ท มี างเสื่อ สื่ มเลย ได้แก่ ๑. หมั่นมั่ ประชุมกันอยู่เยู่นือ นื งนิตนิย์ ๒. เมื่อ มื่ มีภ มี ารกิจก็ประชุมปรึก รึ ษาหารือ รื กัน โดยไม่เม่บื่อ บื่ หน่าน่ย การประชุม ๓. ยึด ยึ มั่นมั่ ในจารีต รีประเพณีอั ณี อันดีงาม ประพฤติดีปฏิบัติบั ติาม ๔. เมื่อ มื่ ผู้ใผู้หญ่ใญ่ห้โห้ อวาทสั่งสั่สอน ผู้น้ผู้ อ น้ ยย่อย่มปฏิบัติบั ติามด้วยความเคารพ ๕. ไม่ทำม่ ทำร้า ร้ ยข่มข่เหงบุตรและภรรยาผู้อื่ผู้อื่น ๖. ไม่ลม่บหลู่ดูลู่แดูคลนเจดียสถานที่ตนเคารพสักสัการะและทำ พิธีพิบ ธี วงสรวงตาม ประเพณี ๗. ให้ค ห้ วามคุ้มคุ้ครองป้อ ป้ งกันพระอรหันหัต์ในแคว้นวัชชี - สะท้อนภาพการพิพพิากษาคดีและการลงโทษ การลงโทษสมัยมั โบราณ มีก มี ารโบย การโกนผมประจาน และการประกาศขับขั ไล่ตามพระราชโองการ - สะท้อนลักษณะสถาบัตบัยกรรมไทย - มีก มี ารกล่าวถึง ส่วส่นประกอบต่างๆ เช่นช่ช่อช่ ฟ้า ฟ้ บราลี นภศูลศูหางหงส์ - ได้พรรณนาความงดงามของปราสาทที่มีส มี ามยอด คุณ คุ ค่าด้านสัง สั คม - สะท้อนให้เ ห้ ห็น ห็ สภาพสังสัคมว่า จะต้องมีค มี วามสามัคมัคีจึงจะอยู่รยู่อดได้ - การคบคนและการไว้วางใจบุคคลอื่นนั้นนั้ต้องใช้วิ ช้ วิจารณญาณไตร่ตร่รองให้ รอบคอบ มิฉมิะนั้นนั้จะนำ ผลร้า ร้ ยมาสู่ตสู่นได้เหมือ มื นบรรดากษัตริย์ริลิ ย์ ลิจฉวีแห่งห่ แคว้นวัชชีที่ ชีที่มิไมิด้ไตร่ตร่รองเหตุผตุลให้ร ห้ อบคอบทรงหลงกลศัตศัรูรับรั วัสสการพราหมณ์ไณ์ ว้จนเป็น ป็ เหตุใตุห้เ ห้ สีย สี แคว้นวัชชีใชี นที่สุดสุ คุณ คุ ค่าด้านเนื้อหา


ข้อสอบ 1. แคว้นวัชชีใชี ช้ธ ช้ รรมข้อ ข้ ใดในการปกครองบ้า บ้ นเมือ มื ง ก. พรหมวิหารสี่ ข. สามัคมัคีธรรม 3. อปริหริานิยนิธรรม 4. ฆราวาสธรรม 2. พระเจ้าอชาตศัตศัรูสร้า ร้ งเมือ มื งปาฏลีบุ ลี บุ ตรขึ้น ขึ้ ด้วยสาเหตุใ ตุ ด ก. ต้องการย้า ย้ ยเมือ มื งหลวง ข. เพื่อ พื่ เป็น ป็ ฐานทัพโจมตีวัชชี ค. เพื่อ พื่ สอดแนมความเคลื่อนไหวของวัชชี ง. เพื่อ พื่ เป็น ป็ ศูนศูย์ก ย์ ลางเผยแผ่พผ่ระพุทพุธศาสนา 3. เหตุใ ตุ ดพระเจ้าอชาตศัตศัรูจึงกระทำ ปิตุฆ ตุ าต ก. มีเ มี พื่อ พื่ นเลวคอยยุยง ข. พระเจ้าพิมพิพิสพิารสั่งสั่ประหารชีวิ ชีวิต ค. ต้องการทรัพรัย์ส ย์ มบัติบั ติ ง. ต้องการเป็น ป็ คนกล้าหาญ 4. แคว้นมคธและวัชชีวิ ชีวิาทกันด้วยเรื่อ รื่ งใด ก. แย่งย่เครื่อ รื่ งเทศ ข. แย่งย่พื้น พื้ ที่อุดมสมบูรณ์ริ ณ์ มริ ฝั่งฝั่แม่น้ำม่น้ำคงคา ค. แย่งย่เมือ มื งปาฏลิคาม ง. แย่งย่เส้น ส้ ทางค้าขาย 5. ข้อ ข้ ใดเป็นแก่นหลักของเรื่อ รื่ งสามัคมัคีเ คี ภทคำ ฉันท์ ก. โทษของการแตกสามัคมัคีนำ หมู่คมู่ณะไปสู่คสู่วามฉิบฉิหาย ข. การใช้ปัช้ ญปัญาเอาชนะศัตศัรูโดยไม่ต้ม่ ต้ องเสีย สี เลือดเนื้อ นื้ ค. การรู้จั รู้ จักใช้บุ ช้บุคคลให้เ ห้ หมาะสมกับงานทำ ให้ง ห้ านสำ เร็จ ร็ ด้วยดี ง. การใช้วิ ช้ วิจารณญาณใคร่คร่รวญก่อนตัดสินสิ ใจทำ สิ่งสิ่ใดย่อย่มเป็น ป็ ผลดี


6. สามัคมัคีเ คี ภทคำ ฉันท์แต่งเป็นบทร้อ ร้ ยกรอง ประกอบไปด้วยคำ ประพันพัธ์ ประเภทฉันท์และกาพย์อ ย์ ย่าย่งละกี่ช กี่ นิด ก. ฉันฉัท์ ๑๘ ชนิดนิและกาพย์ ๓ ชนิดนิ ข. ฉันฉัท์ ๑๓ ชนิดนิและกาพย์ ๓ ชนิดนิ ค. ฉันฉัท์ ๑๘ ชนิดนิและกาพย์ ๒ ชนิดนิ ง. ฉันฉัท์ ๑๓ ชนิดนิและกาพย์ ๒ ชนิดนิ 7. ข้อ ข้ ใดไม่ใม่ช่ลัช่ ลักษณะนิสัยสัของวัสสการพราหม์ ก. มีว มี าทศิลศิป์ที่ ป์ ที่ดี ข. มีค มี วามจงรักรัภักดี ค. มีค มี วามรอบคอบไม่ปม่ระมาท ง. ขาดวิจารณญาณในการไตร่ตร่รอง 8. ข้อ ข้ ใดเป็นลักษณะนิสัยสัของกษัตริย์ริลิ ย์ ลิจฉวี ก. ยึด ยึ มั่นมั่ ในหลักธรรมอปราหินิหิยนิธรรม ๗ ข. มีวิ มีวิจารณญาณในการไตร่ตร่รอง ค. มีค มี วามเพีย พี รและความอดทน ง. มีว มี าทศิลศิป์ที่ ป์ ที่ดี 9. ทิชงค์ชาติฉลาดยล คะเนกลคำ นึงการ กษัตริย์ริลิ ย์ ลิจวีว วี าร ระวังเหือ หื ดระแวงหาย บทประพันพัธ์ข้า ข้ งต้น มีคุ มี ณ คุ ค่าด้านวรรณศิลศิป์อะไร ก. อุปลักษณ์ ข. อุปมา ค. การเล่นเสีย สี งหนักนัเบา ง. การเล่นสัมสัผัสผัพยัญยัชนะ


10. ลูก ลู ข่าข่งประดาทา รกกาลขว้างไป หมุน มุ เล่นสนุกไฉน ดุจ ดุ กันฉะนั้นหนอ บทประพันพัธ์ข้า ข้ งต้นมีโมี วหารภาพพจน์อะไรและข้อ ข้ ใดถอดความได้ถูก ถู ต้อง ก. อุปมาโวหาร ลูกลูข่าข่งที่เด็กขว้างเล่นได้สนุกนุฉันฉั ใด วัสสการพราหมณ์ก็ ณ์ ก็ สามารถยุแหย่ใย่ห้แ ห้ คว้นมคธแตกความสามัคมัคีได้ตามใจชอบและคิดที่จะสนุกนุ ฉันฉันั้นนั้ ข. อุปลักษณ์โณ์ วหาร ลูกลูข่าข่งที่เด็กขว้างเล่นได้สนุกนุฉันฉั ใด วัสสการพราหมณ์ก็ ณ์ ก็ สามารถยุแหย่ใย่ห้แ ห้ คว้นมคธแตกความสามัคมัคีได้ตามใจชอบและคิดที่จะสนุกนุ ฉันฉันั้นนั้ ค. อุปมาโวหาร ลูกลูข่าข่งที่เด็กขว้างเล่นได้สนุกนุฉันฉั ใด วัสสการพราหมณ์ก็ ณ์ ก็ สามารถยุแหย่ใย่ห้เ ห้ หล่ากษัตริย์ริลิ ย์ ลิจฉวีแตกความสามัคมัคีได้ตามใจชอบและคิดที่ จะสนุกนุฉันฉันั้นนั้ ง. อุปลักษณ์โณ์ วหาร ลูกลูข่าข่งที่เด็กขว้างเล่นได้สนุกนุฉันฉั ใด วัสสการพราหมณ์ก็ ณ์ ก็ สามารถยุแหย่ใย่ห้เ ห้ หล่ากษัตริย์ริลิ ย์ ลิจฉวีแตกความสามัคมัคีได้ตามใจชอบและคิดที่ จะสนุกนุฉันฉันั้นนั้ เฉลย 1. ตอบ ข เพราะ ชาวแคว้นวัชชียึ ชี ด ยึ มั่นมั่ ในอปริหริานิยนิธรรมซึ่ง ซึ่ เน้น น้ สามัคมัคีธรรมเป็น ป็ หลัก หากถูกถูโจมตีเหล่ากษัตริย์ริลิ ย์ ลิจฉวีก็จะทรงรวมกำ ลังกันต่อสู้จสู้ นฝ่าฝ่ยศัตศัรูพ่าพ่ยแพ้ ไป ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ ดังคำ สอนของอปริหริานิยนิธรรมเป็น ป็ หลักสำ คัญที่ผู้บผู้ ริหริารองค์กรไม่ ว่าจะเล็กหรือ รื ใหญ่ จะต้องถือปฏิบัติบั ติเพื่อ พื่ ให้เ ห้ กิดความสามัคมัคี อันเป็น ป็ แก่นของ การอยู่ร่ยู่วร่มกันโดยสงบสุขสุและความก้าวหน้า น้ ขององค์กร รวมไปถึงสมาชิกชิ ขององค์กรโดยรวม 2. ตอบ ข เพราะพระเจ้าอชาตศัตศัรูต้องการที่จะรู้ค รู้ วามเคลื่อนไหวของเมือ มื งวัชชีจึ ชีจึ งใช้ เมือ มื งปาฏลีบุตรเป็น ป็ ที่สอดส่อส่ง


3. ตอบ ก เพราะการใช้ปิช้ ตุปิฆตุาตเพื่อ พื่ เพิ่มพิ่ความขายของหรือ รื ความเป็น ป็ ผู้นำผู้ นำในสงคราม หรือ รื การเป็น ป็ ผู้มีผู้ อิ มี อิทธิพธิลมักมัเป็น ป็ กลยุทธ์ท ธ์ างทหาร 4. ตอบ ก เพราะศาสนาและความเชื่อ ชื่ ของบรรพบุรุษ ความคนแต่งตัวเทศน์แ น์ ละใช้ เครื่อ รื่ งเทศมีค มี วามสำ คัญในการภิกษุและชาวฮินดูใดูนการบรรพชาติและการ พิธีพิพิ ธี ธีพิต่ ธี ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อ ข้ งกับศาสนา แต่แบ่งบ่ตามศาสนาและภูมิภูศมิาสตร์ มีก มี าร เชื่อ ชื่ และใช้เ ช้ ครื่อ รื่ งเทศที่แตกต่างกัน การขัดขัแย้ง ย้ เกิดขึ้น ขึ้ เมื่อ มื่ มีค มี วามเข้า ข้ ขัดขั ใน การใช้เ ช้ ครื่อ รื่ งเทศหรือ รื ความเชื่อ ชื่ เกี่ยวกับเครื่อ รื่ งเทศ 5. ตอบ ก เพราะพวกกษัตริย์ริลิ ย์ ลิจฉวีแตกความสามัคมัคีกันทำ ให้ถู ห้ กถูศัตศัรูยกทัพมาตีเมือ มื ง 6. ตอบ ค เพราะสามัคมัคีเภทคำ ฉันฉัท์ ประกอบด้วย คำ ประพันพัธ์ปธ์ ระเภทฉันฉัท์ ๑๗ ชนิดนิ ได้แก่ กมลฉันฉัท์, กาพย์ฉ ย์ บังบั, จิตรปทาฉันฉัท์, โตฏกฉันฉัท์, ภูชภูงคประยาตฉันฉัท์, มาณวกฉันฉัท์, มาลินีฉั นี นฉัท์, วสันสัตดิลกฉันฉัท์, วังสัฏสัฐ-ฉันฉัท์, วิชชุมมาลาฉันฉัท์, สัทสัทุลทุวิกพิตพิฉันฉัท์, สัทสัธราฉันฉัท์, สาลินีฉั นี นฉัท์, สุรสุางคนางค์ฉันฉัท์, อินทรวิเชีย ชี ร ฉันฉัท์, อินทรวงศ์ฉั ศ์ นฉัท์, อีทิสังสัฉันฉัท์, อุปชาติฉันฉัท์, อุปัฎปัฐิตฐิาฉันฉัท์ และอุเปนทรวิ เชีย ชี รฉันฉัท์ และมีก มี าพย์ ๒ ชนิดนิคือ กาพย์ฉ ย์ บังบั๑๖ และ กาพย์สุ ย์ รสุางคนางค์ ๒๘


7. ตอบ ง การขาดวิจารณญาณในการไตร่ตร่รองเป็น ป็ ลักษณะของกษัตริย์ริลิ ย์ ลิจฉวี ทำ ให้ เกิดการแตกกันในหมู่กมู่ษัตริย์ริ ย์ 8. ตอบ ก เพราะข้อ ข้ ข. การมีวิ มีวิจารณญาณในการไตร่ตร่รองเป็น ป็ ลักษณะของพระเจ้าอชา ตศัตศัรู เนื่อ นื่ งจากทรงวางแผนร่วร่มกับวัสสการพราหมณ์โณ์ จมตีแคว้นวัชชีไชี ด้ สำ เร็จ ร็ ข้อ ข้ ค. การมีค มี วามเพีย พี รและความอดทนเป็น ป็ ลักษณะของวัสสการพราหมณ์ เนื่อ นื่ งจากต้องใช้เ ช้ วลานานจนกว่าจะทำ ให้เ ห้ หล่ากษัตริย์ริแ ย์ ละโอรสแตกสามัคมัคี ข้อ ข้ ง. การมีว มี าทศิลศิป์ที่ ป์ ที่ดีเป็น ป็ ลักษณะของวัสสการพราหมณ์ ทำ ให้ล ห้ วงกษัตริย์ริ ย์ วัชชีใชี ห้เ ห้ ชื่อ ชื่ ใจได้ 9. ตอบ ง เพราะมีก มี ารเล่นเสีย สี งพยัญยัชนะที่ คะเนกล-คำ นึง นึ การ และ ระวังเหือ หื ด-ระแวง หาย 10. ตอบ ค เฉลย มีอุ มีอุปมาโวหารดูไดูด้จากคำ ว่าดุจดุและดูจดูากบริบริทเนื้อ นื้ เรื่อ รื่ ง วัสสการพรา หมณ์ยุ ณ์ยุแหย่ใย่ห้เ ห้ หล่ากษัตริย์ริลิ ย์ ลิจฉวีแตกความสามัคมัคี ไม่ใม่ช่แช่คว้นมคธที่อยู่ฝ่ยู่าฝ่ย เดียวกัน


สมาชิก นางสาวรวิกานต์ นางสาวปวริศริา นางสาวณฐพรรณ นางสาวแองเจลีน่าน่ นางสาวณิชาภัทร นางสาวพีร พี ยา นางสาวณัฐวรา นางสาวภรภัทร นางสาวปัณ ปั ฑวริษฐา นางสาวญาณีนาถ นางสาวจิรภัทร 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. ปิ่นปิ่เวหาส์ เนื่อ นื่ งจำ นงค์ สถิตย์ว ย์ งศ์ ปัง ปั ป้อ ป้ มสอน อนุกุ นุ ล กุ อนัน นั ต์ชัย ชั บวรสุข สุ เสรี ทรงเดช รอดมา ญาณสมบูรณ์ อดุล ดุ โภคาธร


Click to View FlipBook Version