The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Hannah Nauthiz, 2024-01-19 07:15:17

โครงงานไอเอส เรื่อง การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาล้างจานระหว่างสูตรมะเฟือง ผสมมะม่วงหาวมะนาวโห่กับสูตรตามท้องตลาด

-

Keywords: โครงงาน

รายงานการศึกษาคนควาดวยตนเอง เรื่อง การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาลางจานระหวางสูตรมะเฟอง ผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับสูตรตามทองตลาด โดย เด็กหญิงปาริฉัตร งามเจริญผล ชั้น ม.3/1 เลขที่ 17 เด็กหญิงอธิชา พูลสุข ชั้น ม.3/1 เลขที่ 22 เด็กหญิงพิชญาภา เขียวพรม ชั้น ม.3/1 เลขที่ 24 ครูที่ปรึกษา นางสาวพรชนก แสนพยุห โรงเรียนวัดทรงธรรม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ เพื่อเปนสวนหนึ่งของการเรียนรายวิชา I20202 การสื่อสารและการนำเสนอ : IS2 (Communication and Presentation) ปการศึกษา 2566


รายงานการศึกษาคนควาดวยตนเอง เรื่อง การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาลางจานระหวางสูตรมะเฟอง ผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับสูตรตามทองตลาด โดย เด็กหญิงปาริฉัตร งามเจริญผล ชั้น ม.3/1 เลขที่ 17 เด็กหญิงอธิชา พูลสุข ชั้น ม.3/1 เลขที่ 22 เด็กหญิงพิชญาภา เขียวพรม ชั้น ม.3/1 เลขที่ 24 ครูที่ปรึกษา นางสาวพรชนก แสนพยุห โรงเรียนวัดทรงธรรม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ เพื่อเปนสวนหนึ่งของการเรียนรายวิชา I20202 การสื่อสารและการนำเสนอ : IS2 (Communication and Presentation) ปการศึกษา 2566


ก ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาลางจานระหวางสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาว มะนาวโหกับสูตรตามทองตลาด ผูจัดทำ : เด็กหญิงปาริฉัตร งามเจริญผล ม.3/1 เลขที่ 17 เด็กหญิงอธิชา พูลสุข ม.3/1 เลขที่ 22 เด็กหญิงพิชญาภา เขียวพรม ม.3/1 เลขที่ 24 ที่ปรึกษา : คุณครูพรชนก แสนพยุห โรงเรียน : วัดทรงธรรม ปการศึกษา : 2566 บทคัดยอ การศึกษาคนควาครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อ ศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพน้ำยาลางจาน จากผลไมสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับสูตรที่ขายตามทองตลาด กลุมตัวอยางที่ใชในการศึกษาคนควาเปนกลุมตัวอยางคนในชุมชนของผูจัดทำมีจำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใชในการรวบรวมขอมูล ไดแก แบบสอบถาม (question naire) สถิติที่ใชในการวิเคราะห ขอมูล ไดแก 1. คารอยละ (Percentage) (%) เพื่อวิเคราะหขอมูลที่รวบรวมไดจากแบบสอบถามตอน ที่ 1 2. คาเฉลี่ย (̅) และ สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เพื่อวิเคราะหขอมูลที่รวบรวมไดจาก แบบสอบถามตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาลางจานระหวางสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาว มะนาวโหกับสูตรตามทองตลาด กลุมตัวอยางจำนวน 15 คน สามารถสรุปผลไดดังนี้ จากการประเมินความพึงพอใจของผูใชที่มีตอน้ำยาลางจานระหวางสูตรมะเฟองผสม มะมวงหาวมะนาวโหกับสูตรตามทองตลาดพบวาสูตรตามทองตลาดมีระดับความพึงพอใจของผูใชใน ภาพรวมอยูระดับมาก โดยมีคาเฉลี่ยรวม คือ 4.06 โดยมีระดับความพึงพอใจน้ำยาลางจานจาก มะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโห รายขอดังนี้ ดานประโยชนที่นำไปใชมีระดับความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีคาเฉลี่ยคือ 4.07 รองลงมา คือ ดานความเขมขนของน้ำยาลางจานมีคาเฉลี่ย คือ 4.01 สวนที่มี ระดับความพึงพอใจนอยที่สุดคือ ดานประสิทธิภาพในการใชงานมีคาเฉลี่ย คือ 3.79 และน้ำยาลาง จานจากสูตรทั่วไป รายขอดังนี้ ดานประโยชนที่นำไปใชความพึงพอใจ มากที่สุดโดยมีคาเฉลี่ย คือ 4.29 รองลงมาคือ ดานคุณภาพของผลิตภัณฑในการขจัดคราบมีคาเฉลี่ย คือ 4.07 สวนที่มีระดับ ความพึงพอใจนอยที่สุดคือ ดานความพึงพอใจในการใชงานมีคาเฉลี่ย คือ 3.79


ข กิตติกรรมประกาศ รายงานการศึกษาคนควาดวยตัวเอง เรื่อง การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาลางจาน ระหวางสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับสูตรตามทองตลาด สำเร็จลุลวงไดดวยความอนุเคราะห ของบุคคลหลายทาน ซึ่งบุคคลที่เปนผูมีพระคุณทานแรกที่คณะผูจัดทำขอขอบคุณ คือ คุณครูพรชนก แสนพยุหครูผูสอนวิชา การสื่อสารและการนำเสนอ (IS2) ที่กรุณาใหความชวยเหลือคณะผูจัดทำ ให ความรูใหคำแนะนำ ใหกำลังใจ ทั้งยังตรวจทานและชี้จุดบกพรองของคณะผูจัดทำดวยความเอาใจใส ของคุณครูเพื่อใหการเขียนรายงานการศึกษาคนควาดวยตัวเอง เรื่อง การเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ของ น้ำยาลางจานระหวางสวนมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับสูตรตามทองตลาด ฉบับนี้มีความ สมบูรณและความถูกตองทุก ๆ หลักการ ดวยบุคคลตอมาที่ไดใหความรูแกคณะผูจัดทำขอขอบคุณ นั้น คือคุณครูประภัสสร เฉลยวาเรศครูที่ปรึกษาของคณะผูจัดทำ ที่กรุณาใหคำแนะนำชี้ขอผิดพลาดที่ ผูจัดทำควรแกไข ใหกำลังใจและสนับสนุนคณะผูจัดทำในการทำรายงานการศึกษาคนควาดวยตัวเอง ฉบับนี้บุคคลที่สามที่คณะผูจัดทำขอบคุณยิ่ง คือ คุณพอคุณแม ที่ใหความชวยเหลือ ใหความ สนับสนุนและกำลังใจ ใหความเอื้อเฟอสถานที่ในการเขียนรายงานฉบับนี้จนเสร็จ บุคคลตอมาและ เปนบุคคลหลายหลายทานที่คณะผูจัดทำขอขอบคุณ คือ เปนคนในชุมชนละแวกบานของผูจัดทำ ทั้งที่ เปนกลุมตัวอยางและเปนคนใหกำลังใจ ใหความสนับสนุน รายงานของคณะผูจัดทำ ปาริฉัตร งามเจริญผล อธิชา พูลสุข พิชญาภา เขียวพรม ผูจัดทำ


ค สารบัญ เรื่อง หนา บทคัดยอ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค สารบัญตาราง จ สารบัญภาพ ฉ บทที่ 1 บทนำ 1 1. ความเปนมาและความสำคัญของการศึกษาคนควา 1 2. วัตถุประสงค 2 3. สมมติฐานของการศึกษาคนควา 2 4. ขอบเขตการศึกษาคนควา 2 5. นิยามศัพทเฉพาะ 3 6. ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 3 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของกับการศึกษาคนควา 4 1. ประสิทธิภาพ 5 2. น้ำยาลางจาน 6 2.1 ความหมายน้ำยาลางจาน 6 2.2 ชนิดน้ำยาลางจาน 6 2.3 ประโยชนน้ำยาลางจาน 6 2.4 สวนประกอบน้ำยาลางจาน 6 3. มะเฟอง 7 3.1 ลักษณะทางพฤกษศาสตร 7 3.2 ประโยชนของมะเฟอง 10 3.3 คุณคาทางโภชนาการ 10 3.4 สวนประกอบเคมี 11 3.5 สรรพคุณมะเฟอง 12 4. มะมวงหาวมะนาวโห 12 4.1 ความหมายมะมวงหาวมะนาวโห 12 4.2 ลักษณะทางพฤกษศาสตร 13


ง สารบัญ (ตอ) เรื่อง หนา 4.3 ประโยชนมะมวงหาวมะนาวโห (หนามแดง) 15 4.4 องคประกอบทางเคมี 15 4.5 สรรพคุณมะมวงหาวมะนาวโห (หนามเเดง) 16 บทที่ 3 วิธีดำเนินงานศึกษาคนควา 19 1. ประชากรและกลุมตัวอยาง 20 2. เครื่องมือและวิธีการสรางเครื่องมือ 20 3. การเก็บรวบรวมขอมูล 21 4. การจัดกระทำขอมูล 21 5. วิธีการสรางเครื่องมือ 21 6. การวิเคราะหขอมูล 22 7. สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล 22 บทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอมูล 24 4.1 ขั้นตอนนำเสนอผลการวิเคราะหขอมูล 24 บทที่ 5 อภิปรายผลและขอเสนอแนะ 27 1. สรุปผลการศึกษาคนควา 27 2. อภิปรายผลการศึกษาคนควา 28 3. ขอเสนอแนะ 28 บรรณานุกรม 29 ภาคผนวก 31 แบบสอบถามความพึงพอใจในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ 32 น้ำยาลางจาน ระหวางสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับ สูตรตามทองตลาด ผลวิเคราะหขอมูลแบบสอบถามของการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ 33 น้ำยาลางจานระหวางสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับ สูตรตามทองตลาด วิธีการดำเนินงาน 34 ประวัติผูศึกษา 39


จ สารบัญตาราง หนา ตารางที่ 1 แสดงคุณคาทางโภชนาการจากเนื้อผลมะเฟอง 100 กรัม 10 ตารางที่ 2 ตารางแสดงผลวิเคราะหขอมูลทั่วไปของกลุมตัวอยางจำแนกตามอาชีพ 23 ตารางที่ 3 เปนผลการวิเคราะหเกี่ยวกับประสิทธิภาพของน้ำยาลางจาน 24 จากมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหและสูตรตามทองตลาด ตารางที่ 4 ตารางแสดงการวิเคราะหขอมูลของน้ำยาลางจานสูตรตามทองตลาด 24


ฉ สารบัญภาพ หนา ภาพที่ 1 ลำตนของมะเฟอง 8 ภาพที่ 2 ใบของมะเฟอง 9 ภาพที่ 3 ดอกของมะเฟอง 9 ภาพที่ 4 ผลของมะเฟอง 10 ภาพที่ 5 มะมวงหาวมะนาวโห 13 ภาพที่ 6 ใบมะมวงหาวมะนาวโห 14 ภาพที่ 7 ดอกมะมวงหาวมะนาวโห 14 ภาพที่ 8 ผลมะมวงหาวมะนาวโห 15 ภาพที่ 9 รูปภาพองคประกอบทางเคมีของมะมวงหาวมะนาวโห 16 ภาพที่ 10 ผลของมะมวงหาวมะนาวโห 17 ภาพที่ 11 ใบของมะมวงหาวมะนาวโห 18 ภาพที่ 12 แสดงแบบสอบถามความพึงพอใจในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ 32 ของน้ำยาลางจานระหวางสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโห กับสูตรตามทองตลาด ภาพที่ 13 ผลวิเคราะหขอมูลแบบสอบถามของการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ 33 ของน้ำยาลางจานระหวางสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับ สูตรตามทองตลาด ภาพที่ 14 การนำมะมวงหาวมะนาวโหและมะเฟองไปลาง 34 ภาพที่ 15 การนำมะเฟองและมะมวงหาวมะนาวโหมาตม 34 ภาพที่ 16 การนำมะมวงหาวมะนาวโหมากรอง 35 ภาพที่ 17 การนำมะเฟองมากรอง 35 ภาพที่ 18 การนำ N70 มาใส 36 ภาพที่ 19 การนำผงขนหรือเกลือแกงมาใส 36 ภาพที่ 20 การคน N70 กับ ผงขน 37 ภาพที่ 21 การนำน้ำมะมวงหาวมะนาวโหและมะเฟองมาใสรวมกัน หนา 37 ภาพที่ 22 การคนใหเขากัน 38 ภาพที่ 23 การนำมาบรรจุใสขวดพรอมใชงาน 38 ภาพที่ 24 ประวัติผูจัดทำ 39


บทที่ 1 บทนำ 1. ความเปนมาและความสำคัญของการศึกษาคนควา ปญหาของน้ำยาลางจานที่มีราคาสูงจึงเปนผลกระทบตอการใชจายภายในบานจาก สภาวะ เศรษฐกิจในปจจุบันที่เราไดประสบปญหากันนั้น หลายทานคงทราบวา ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่ดึงตัวลงอยางนาตกใจ ทำใหเหลาพอคาและประชาชนตองประสบปญหาสินคาแพงและสินคาขาย ไมไดดังนั้นทางผูจัดทำจึงไดปรึกษาและหาทางออกเพื่อชวยทานพอบานและแมบานทั้งหลาย ใหมี รายจายภายในครัวเรือนลดนอยลงซึ่งตองเริ่มจากสิ่งที่เราใชทุกวันและสิ้นเปลืองอยางมาก เชน น้ำยา ลางจาน ที่ไดขยับราคาขึ้นสูงอีกเหมือนกัน เราจึงไดคิดคนวิธีศึกษาและวิธีทำน้ำยาลางจานใชเองซึ่งจะ ทำใหไดลดรายจายภายในครัวเรือนไดอีกเล็กนอย น้ำยาลางจานที่เราไดศึกษาและนำมาเสนอนี้ลวนมี วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติหาไดภายในครัวเรือนและทองถิ่น ไมอันตราย ไมตองซื้อหาหรืออาจจะตอ ยอดความรูใหเปนธุรกิจเสริมหรือธุรกิจหลัก ทำรายไดใหครอบครัวและชุมชนของตัวเองก็ไดดังนั้น อาจกลาวไดวา "ปญหาน้ำยาลางจานเปนปญหาของแมบานที่แพสารในน้ำยาโดยทั่วไป" สวนผสมตาง ๆ ในน้ำยาลางจาน มักกอใหเกิดปญหากับผูใชและธรรมชาติไดเชน 1. เวียนหัวคลื่นไสสารฟอสเฟตที่ หากตกคาง จะทำใหเกิดอาการเวียนหัว คลื่นไสและ ระคายเคืองผิว 2. ทำลายธรรมชาติสาร ฟอสเฟตที่ตกคาง หากปลอยสูแหลงน้ำธรรมชาติจะ ทำใหน้ำขาดออกซิเจนและแสงสองผานไมได สัตวจะตายและเปนปญหาที่ทำใหเกิดภาวะน้ำเนาเสีย 3. ปญหาระบบหายใจคลอรีนอาจทำใหเกิด ปญหาที่ระบบหายใจ ระคายเคืองผิวและปวดทองไดสวนโซเดียมลอริล ซัลเฟตเปนสารที่ทำใหเกิด ฟอง ทำใหเกิดการระคายเคืองและผื่นคัน 4. เปนสารกอมะเร็ง คลอรีนในน้ำยาลางจานทั่วไปถาทำ ปฏิกิริยากับสารอื่นอาจกลายเปนสารกอมะเร็งไดรวมถึงฟอรมัลดีไฮดซึ่งเปนสารกอมะเร็งชนิดหนึ่ง 5. อันตรายตอเด็ก น้ำหอมซึ่งผสมสารเคมีตาง ๆ เพื่อใชแตงกลิ่นเสมือนเปนการเคลือบจานและ ภาชนะตาง ๆ ทำใหมีกลิ่นติดจาน แตขณะเดียวกันอาจเรียกไดวาเปนเหมือนสารตกคาง ซึ่งเปน อันตรายอยางยิ่งตอเด็กที่มีผิวบอบบางและมีราคาแพงเเมบานไมมีเงินพอที่จะซื้อในปริมาณที่เยอะ ๆได


2 (มือไมพัง จานสะอาด ปลอดภัยไรสารตกคาง น้ำยาลางจาน แฮปปโฮมมี่,12 มกราคม พ.ศ.2566) ดังนั้นปญหาน้ำยาลางจานจึงเปนปญหาที่มีความจำเปนตองหาทางเเกไขจึงนำวัตถุดิบที่ไม เปนอันตรายตอเเมบานพอบานและเด็ก คือ มะเฟองและมะมวงหาวมะนาวโห เพราะผลไมสองชนิดนี้ มีคุณสมบัติสามารถกำจัดคราบสกปรกตาง ๆ ไดผลไมรสเปรี้ยวนี้มีคุณสมบัติเดน คือ มีความเปนกรด สูงใชสำหรับการทำความสะอาดในรูปเเบบตาง ๆ จะมีฤทธิ์เปนกรดจัดมีคา pH ประมาณ 3-3.5 ได นำมาใชเเทนสารที่นอกจากนี้เรายังคำนึงถึงความปลอดภัยและยังใชตนทุนที่นอยเเตไดในปริมาณที่ มากสามารถลดคาใชจายภายในครัวเรือนได จากที่กลาวมาขางตน ผูศึกษาจึงไดทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาลางจาน ระหวางสูตร มะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโห กับสูตรตามทองตลาด โดยมีวัตถุประสงคเพื่อทำน้ำยา ลางจานที่มีประสิทธิภาพในการขจัดคราบมันมีราคาถูกและปลอดภัยกับผูใชงาน 2. วัตถุประสงค 2.1 เพื่อศึกษาวิธีการทำน้ำยาลางจานจากผลไมสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโห 2.2 เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพน้ำยาลางจานจากผลไมสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาว มะนาวโหกับสูตรที่ขายตามทองตลาด 2.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผูใชน้ำยาลางจานสูตรสมุนไพร 3. สมมติฐานของการศึกษาคนควา 3.1 กรดจากมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโห ทำใหลางจานไดสะอาดขึ้น 3.2 น้ำยาลางจานสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหสามารถใชงานไดจริงและมี ประสิทธิภาพเทียบเทาตามทองตลาด 3.3 น้ำยาลางจานสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหมีคาความพึงพอใจในการใชงาน มากกวาน้ำยาสูตรตามทองตลาด 4. ขอบเขตการศึกษาคนควา 4.1 สถานที่ บานผูปกครองของเด็กหญิงพิชญาภา เขียวพรม 4.2 ระยะเวลา วันที่ 15 มิถุนายน – 15 สิงหาคม พ.ศ.2566 4.3 กลุมตัวอยางจำนวน 15 คน


3 4.4 ตัวแปรตน มะเฟอง มะมวงหาวมะนาวโห 4.5 ตัวแปรตาม ประสิทธิภาพน้ำยาลางจานสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโห 4.6 ตัวแปรควบคุม สูตรตามทองตลาดกับสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหและ ปริมาณคราบสกปรกที่มาก 5. นิยามศัพทเฉพาะ 5.1 มะเฟอง หมายถึง ชื่อตนไมชนิดหนึ่งผลรีเปนเหลี่ยมเฟองรอบผล เมื่อตัดตามขวางจะ เหมือนรูปดาว 5.2 มะมวงหาวมะนาวโห หมายถึง เปนพืชสมุนไพรไทยชื่อแปลกชนิดหนึ่งที่ในชวง 2-3 ปนี้ กำลังเปนที่นิยม จัดเปนผลไมประเภทรับประทานผลสุก มีรสชาติเปรี้ยวเฉพาะตัว 5.3 ประสิทธิภาพ หมายถึง ความสามารถที่ทำใหเกิดผลในการงาน 5.4 น้ำยาลางจานสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโห หมายถึง การนำผลไมมะเฟองและ มะมวงหาวมะนาวโหมาทำ เปนน้ำยาลางจาน 5.5 น้ำยาลางจานสูตรตามทองตลาด หมายถึง น้ำยาลางจานที่มีขายทั่วไปในทองตลาด 6. ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 6.1 ทำใหทราบวิธีการทำน้ำยาลางจานจากผลไมสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโห 6.2 ทำใหทราบประสิทธิภาพของน้ำยาลางจานจากผลไมสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโห 6.3 ทำใหทราบความพึงพอใจของผูใชที่มีตอน้ำยาลางจานจากผลไมสูตรมะเฟองผสม มะมวงหาวมะนาวโห


บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของกับการศึกษาคนควา ในการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวของกับการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาลางจานระหวางสูตร มะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับสูตรตามทองตลาด ผูศึกษาไดคนควาเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวของ โดยลำดับเนื้อหาที่เปนสาระสำคัญดังตอไปนี้ 1. ประสิทธิภาพ 1.1 ความหมายของประสิทธิภาพ 2. น้ำยาลางจาน 2.1 ความหมายน้ำยาลางจาน 2.2 ชนิดของน้ำยาลางจาน 2.3 ประโยชนของน้ำยาลางจาน 2.4 สวนประกอบของน้ำยาลางจาน 3. มะเฟอง 3.1 ลักษณะทางพฤกษศาสตร 3.2 ประโยชนของมะเฟอง 3.3 คุณคาทางโภชนาการ 3.4 สวนประกอบเคมี 3.5 สรรพคุณมะเฟอง 4. มะมวงหาวมะนาวโห 4.1 ความหมายมะมวงหาวมะนาวโห 4.2 ลักษณะพฤกษศาสตร 4.3 ประโยชนมะมวงหาวมะนาวโห (หนามแดง) 4.4 องคประกอบทางเคมี 4.5 สรรพคุณมะมวงหาวมะนาวโห (หนามแดง)


5 1. ประสิทธิภาพ 1.1 ความหมายของประสิทธิภาพ ทิรัศมชญา พิพัฒนเพ็ญ (2557) ไดสรุปความหมายของประสิทธิภาพไดวา ความสามารถใน การปฏิบัติงานใหเกิดผลสำเร็จตามวัตถุประสงคขององคการ โดยคำนึงถึงความ ประหยัดทรัพยากรใน ทุก ๆ ดานแตกอใหเกิดผลผลิตสูงสุด ประหยัดทั้งเวลา แรงงาน วัสดุสิ่งของและอื่น ๆ อนันท งามสะอาด (2551: 1) อธิบายวา ประสิทธิภาพ (Efficiency) หมายถึงกระบวนการ ดําเนินงานที่มีลักษณะดังนี้ 1. ประหยัด (Economy) ไดแก ประหยัดตนทุน (Cost) ประหยัดทรัพยากร (Resources) และประหยัดเวลา (Time) 2. เสร็จทันตามกําหนดเวลา (Speed) 3. คุณภาพ (Quality) โดยพิจารณาทั้งกระบวนการตั้งแตปจจัยนําเขา (Input) หรือวัตถุดิบมี การคัดสรรอยางดีมีกระบวนการดำเนินงาน กระบวนการผลิต (Process) ที่ดีและมีผลผลิต (Output) ที่ดีดังนั้นการมีประสิทธิภาพจึงตองพิจารณากระบวนการดําเนินงานวา ประหยัด รวดเร็ว มีคุณภาพ ของงานซึ่งเปนกระบวนการดําเนินงานทั้งหมด สิริวดี ชูเชิด (2556 อางถึงในสิรินภา ทาระนัด, 2561 : 35) กลาววาประสิทธิภาพการทำงาน หมายถึงความสามารถและทักษะในการกระทำของบุคคลของตนเองหรือของผูอื่นใหดีขึ้นเจริญขึ้น เพื่อใหบรรลุเปาหมายของตนเองและขององคกร อันจะทำใหตนเองและองคกรเกิดความพึงพอใจและ สงบสุขในที่สุด Peeterson and Plowan (1997 อางถึงใน ทิรัศมชญา พิพัฒนเพ็ญ, 2557 : 12-14) ไดให ความหมายของคำวา ประสิทธิภาพ ในความหมายอยางแคบวา หมายถึง การลดตนทุนในการผลิต และในความหมายอยางกวางวา หมายถึงคุณภาพ (quality) ของการมีประสิทธิผล (effectiveness) และความสามารถ (competence and capacity) ในการผลิตการดำเนินงานที่ถือวามีประสิทธิภาพ สูงสุดนั้นคือ สามารถผลิตสินคาหรือบริการในปริมาณและคุณภาพที่ตองการในเวลาที่รวดเร็วและใช ตนทุนนอยที่สุด ดังนั้น แนวความคิดของคำวาประสิทธิภาพในที่นี้จึงมีองคประกอบ 5 อยาง คือ ตนทุน คุณภาพ ปริมาณ เวลา และวิธีการในการผลิต จากความหมายที่กลาวมาทั้งหมด สรุปความหมายของประสิทธิภาพไดวา เปนการทำงานที่ ทำใหเกิดความสำเร็จเพื่อบรรลุเปาหมายตามที่เราตองการ โดยที่เราตองตั้งใจทำงานหรือทุมเทอยาง เต็มที่ ซึ่งประสิทธิภาพสามารถดูไดจากความทุมเทใหกับการทำงาน


6 2. น้ำยาลางจาน 2.1 ความหมายน้ำยาลางจาน น้ำยาลางจาน หมายถึง ผลิตภัณฑสำหรับใชทำความสะอาดจาน ชาม รวมถึงภาชนะอื่น ๆ ที่ ใชในครัวเรือนเพื่อชวยกำจัดคราบไขมัน และเศษอาหารใหออกไดงายขึ้น นอกจากนั้น ยังใชเพื่อทำ ความสะอาดในดานอื่นๆ เชน ใชทำความสะอาดภาชนะตาง ๆ ใชทำความสะอาดมือเทา เปนตน 2.2 ชนิดน้ำยาลางจาน 1. น้ำยาลางจานจากพืช เปนน้ำยาลางจานที่ผลิตไดจากสวนผสมของพืชเปนหลัก เชน น้ำ มะกรูด น้ำมะนาว เปนตน มักเปนผลิตภัณฑที่มีการผลิตในภาคครัวเรือนเพื่อใชเองหรือผลิตเพื่อการ จำหนายขนาดเล็กเปนผลิตภัณฑชุมชน 2. น้ำยาลางจานจากสารเคมีเปนน้ำยาลางจานที่มีสวนผสมของสารเคมีเปนหลัก เปน ผลิตภัณฑที่มีการผลิตมากในภาคอุตสาหกรรม 3. น้ำยาลางจานจากสารเคมีและจากพืช เปนน้ำยาลางจานที่มีสวนผสมของสารเคมีและ สารสกัดจากพืชเปนหลัก เปนผลิตภัณฑที่มีการผลิตและใชมากในปจจุบัน ทั้งในภาคอุตสาหกรรม และครัวเรือน ผลิตภัณฑน้ำยาลางจานที่มีการผลิต และใชมากในปจจุบันมักเปนผลิตภัณฑจากสารเคมีและ ผลิตภัณฑจากสารเคมีมีสวนผสมของสารสกัดจากพืชเปนหลัก มีลักษณะสีเหลืองหรือสีใสขน สวน น้ำยาลางจานจากพืชมักพบผลิต และมีการใชนอยที่สุด ซึ่งจะพบไดในภายในครัวเรือนหรือเปน ผลิตภัณฑชุมชน 2.3 ประโยชนน้ำยาลางจาน 1. ใชลางทำความสะอาดคราบไขมัน คราบอาหารที่เปอนตามมือ เทา หรือสวนตาง ๆ ของ รางกาย ยกเวนบริเวณผิวบอบบาง เชน ใบหนา 2. ใชลางทำความสะอาดอุปกรณหรือชิ้นสวนเครื่องจักรตาง ๆ 3. ใชลางทำความสะอาดแกว กระจกหรือเครื่องตกแตงตาง ๆ 4. น้ำที่ใชแลวจากการลางจานหรือภาชนะในครัวเรือนสามารถนำมารดตนไมหรือลานหญา เพื่อเพิ่มปุยฟอสฟอรัสได(Diychimical-by ดีเอเเอรเมส, 2020) 2.4 สวนประกอบของน้ำยาลางจาน โดยเริ่มแรก น้ำยาลางจานถูกแบงออกเปน 2 ประเภท คือ น้ำยาลางจานที่ผลิตจากสมุนไพร ธรรมชาติอยางน้ำมะนาว และ ผิวมะกรูด เนื่องจากมีคุณสมบัติกำจัดคราบและกลิ่นคาว แตตองนำมา สกัดไดทีละนอย แบบที่สอง คือ น้ำยาลางจานที่ทำมาจากสารเคมี ซึ่งเราใชกันอยูในชีวิตประจำวัน จำนวนมาก เนื่องจากผลิตไดทีละปริมาณมากและสะดวก ใชลางจานในเครื่องลางจานไดอีกดวย สวนประกอบในน้ำยาลางจานมี 5 อยาง ดังนี้


7 1. Sodium Alkyl Benzene Sulphonate สวนประกอบหลักที่เปนสวนชะลางคราบสิ่งสกปรก คราบไขมันหนัก ๆ โดยทำงานรวมกับ สารประกอบซัลเฟต 2. Sodium Lauryl Ether Sulphate สารประกอบโซเดียม มีหนาที่ทิ่มแทงเขาไปในคราบสารอินทรียหนัก ๆ และเขาไปลอมรอบ คราบไขมันตาง ๆ 3. น้ำมะนาว / น้ำผิวมะกรูด ฆาเชื้อ ใหกลิ่นและการสัมผัสที่เปนสมุนไพรธรรมชาติ และมีคุณสมบัติกำจัดคราบ ปองกันการเติบโต ของคราบที่หลงเหลือ 4. เกลือ ชวยเสริมสรางการเขาไปทำลายคราบของสารประกอบซัลเฟต 5. น้ำเปลา ชวยใหการชะลางเปนไปอยางงายดายและดีขึ้น (TONHOM SIWIKA, 2561) 3. มะเฟอง ชื่อวิทยาศาสตร: Averrhoa carambola อาณาจักร: Plantae หมวด: Magnoliophyta ชั้น: Magnoliopsida อันดับ: Geraniales วงศ: Oxalidaceae สกุล: Averrhoa สปชีส: Averrhoa carambola L. (นิดดา, 2557) 3.1 ลักษณะทางพฤกษศาสตร ลำตน มะเฟองเปนไมยืนตนขนาดเล็กถึงกลาง มีลำตนสูงประมาณ 5-12 เมตรขนาดลำตน ประมาณ 20-25 เซนติเมตร เปลือกลำตนมีลักษณะเรียบ สีน้ำตาลอมดำ และมีรอยแตกตามยาวไปทั่ว ลำตนแตกกิ่งจำนวนมาก


8 ภาพที่ 1 ลำตน (อางอิงจาก https://bitly.ws/35QbV) ใบ ใบมะเฟองจะติด และแทงใบใหมตลอดทั้งปไมมีการผลัดใบ ทำใหเปนรมเงาไดดีมาก โดย ใบมีลักษณะใบประกอบประเภทใบเดี่ยว (ใบสุดทายเปนใบเดี่ยว) ประกอบดวยกานใบหลัก ยาว ประมาณ 15-25 เซนติเมตร และมีใบยอยจำนวน 5-11 ใบ โดยใบยอยเรียงเปนคูๆ จนถึงปลายกาน ใบ และมีใบสุดทายเปนใบเดี่ยว ใบมะเฟองมีลักษณะคลาย และขนาดใกลเคียงกับใบมะยม แตใบมะเฟองคอนขางปอมกวา ฐานใบเบี้ยวมน ปลายใบแหลม มีกานใบสีมวงแดง ใบออนมีสีแดงหรือมวงแดง เมื่อแกมีสีเขียวเขม แผนใบดานลางมีสีจางกวาดานบน แผน และขอบใบเรียบ แผนใบเปนมัน และมีขนปกคลุม คลายขน กำมะหยี่


9 ภาพที่ 2 ใบ (อางอิงจาก https://bitly.ws/35QbV) ดอก ดอกมะเฟองเปนดอกสมบูรณเพศที่มีเกสรทั้งเพศผูและเพศเมียในดอกเดียวกัน โดย ออกดอกเปนชอตามกิ่งและลำตน ชอดอกยาวประมาณ 1.5-7.5 เซนติเมตร ดอกตูมมีสีมวงแดง เมื่อ บานจะมีสีแดงมวง สีขาว หรือชมพูที่ประกอบดวยกลีบดอกขนาดเล็ก 5 กลีบ ภายในดอกมีเกสรตัวผู 10 อัน เกสรตัวเมีย 1 อัน ดานลางสุดเปนรังไขที่จะเจริญเปนผล ภาพที่ 3 ดอก (อางอิงจาก https://bitly.ws/35QbV) ผล และเมล็ด ผลมะเฟองมีลักษณะที่แปลกตา คือ รูปผลเปนเหลี่ยมหรือเปนแฉกคลายรูป ดาว 5 เหลี่ยม หรืออาจพบ 6 เหลี่ยม ซึ่งเปนที่มาของชื่อสามัญ Star Fruit ผลมีขนาดยาวประมาณ 5-15 เซนติเมตร ขนาดผลประมาณ 3-10 เซนติเมตรปลายกนแหลม ผลขณะออนจะมีสีเขียวออน สี เขียว และคอยเปลี่ยนเปนสีเขียวอมเหลือง และสีเหลืองเมื่อสุกเต็มที่ เนื้อผลดานในฉ่ำดวยน้ำ มีรส


10 หวานอมเปรี้ยวเล็กนอย บางพันธุมีรสเปรี้ยวมาก ภายในผลบริเวณแกนกลางมีเมล็ดแทรกอยู จำนวน เมล็ด 5-12 เมล็ด แตบางพันธุจะมีเมล็ดนอยหรือไมมีเมล็ดเลย เมล็ดมีลักษณะฐานมน ปลายแหลม เปลือกเมล็ดแข็ง มีสีน้ำตาล ผลมะเฟองจะเริ่มสุกหลังจากดอกบานแลวประมาณ 55-60 วัน ภาพที่ 4 ผล (อางอิงจาก https://bitly.ws/35QbV) 3.2 ประโยชนของมะเฟอง ประโยชนมะเฟอง – ผลมะเฟองสุกมีรสหวานอมเปรี้ยวใชรับประทานเปนผลไม – ผลมะเฟองดิบที่ยังไมหามหรือสุก นำมาฝานเปนชิ้นสำหรับรับประทานคูกับแหนม – ผลมะเฟองหามใชทำสลัดรวมกับผักอื่น – ผลมะเฟองหามนำมาประกอบอาหาร อาทิผัดเปรี้ยวหวาน หรือผลที่เปรี้ยวมากใชใส อาหารประเภทตมยำเพื่อเพิ่มรสเปรี้ยว และชาวจีนใชมะเฟองนึ่งรวมกับปลา – ผลมะเฟองสุกนำมาผาและแยกเมล็ดออกกอนหั่นเปนชิ้น แลวนำมาปนหรือคั้นเปนน้ำ มะเฟองดื่ม – ผลมะเฟองสุกนำมาปอกเปลือก และยกเอาเฉพาะเนื้อสำหรับทำแยมมะเฟอง – ตนมะเฟองแตกกิ่งมาก ออกใบดกเขียวตลอดทั้งปนิยมปลูกไวหนาบานหรือภายในบาน เพื่อเปนรมเงาพักผอน (puechkaset, 2016) 3.3 คุณคาทางโภชนาการ มะเฟองเต็มไปดวยสารอาหารที่สำคัญ อุดมไปดวยสารตานอนุมูลอิสระ เชน L–ascorbic acid, epicatechin และ gallic acid ในรูปของ gallotannin (Shui and Leong, 2004) การบริโภค ผลของมะเฟอง 100 กรัม สามารถใหคุณคาทางโภชนาการดังตารางที่ 1


11 ตารางที่ 1 แสดงคุณคาทางโภชนาการจากเนื้อผลมะเฟอง 100 กรัม คุณคาทางโภชนาการจากเนื้อผลมะเฟอง 100 กรัม พลังงาน 30 กิโลแคลอรี่ คารโบไฮเดรต 6.73 กรัม น้ำตาล 3.98 กรัม เสนใยอาหาร 2.8 กรัม ไขมัน 0.38 กรัม โปรตีน 1.04 กรัม วิตามิน 5 0.39 มิลลิกรัม โฟเลต 12 ไมโครกรัม วิตามินซี 34.40 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 12 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 133 มิลลิกรัม สังกะสี 0.12 มิลลิกรัม ที่มา: USDA Nutrient database 3.4 สวนประกอบเคมี การวิเคราะหพฤกษเคมีของลำตนมะเฟองแสดงใหเห็นวามี saponins, alkaloids, flavonoids และ tannins (Thomaset al., 2008) ผลของมะเฟองก็พบวามีproanthocyanidins, epicatechin, gallic acid ในรูป gallotannin และ L–ascorbic acid (Shui and Leong, 2004) มี รายงานวา sterols ที่สำคัญที่มีอยูในผลของมะเฟอง คือ β–sitosterol, campesterol, lupeol และ isofucosterol นอกจากนี้ยังมีกรดไขมัน 4 ชนิด ไดแก palimitic, oleic, linoleic และ linolenic acid (Nordby and Hall, 1979) มีองคประกอบ o–glycosyl flavonoid เชน quercetin–3–o–β– d glycoside และ rutin สวนที่กินไดของผลมะเฟองเปนแหลงที่ดีของการลดและไมลดน้ำตาล แร ธาตุสารอาหารที่ระเหย แทนนิน เสนใยอาหาร เพคติน, เซลลูโลส เฮมิเซลลูโลส เหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส และ องคประกอบ carotenoid (Tiwari et al., 1979) สวนประกอบอื่นๆ ที่ระบุ ไดแก cyaniding–3 – o–β –dglucoside, cyaniding–3 –5 – o–β –d–diglucoside, β –amirin (Gunasegaran, 1992) และ flavones glycoside C เชน apigeni–6–C– β–L–fucopyranoside


12 และ apigenin–6–C–β–1–fucopyranosidethis หลังเปนที่รูจักกันวา carambolaflavone (Arahoet al., 2005) พบ p–Anisaldehyde, 5 –hydroxymethyl–2 –furfur–al, gallic acid และ แอลกอฮอล dihydroabscissic ในเปลือกลำตนของมะเฟอง (Raganyaki et al., 1980) 3.5 สรรพคุณมะเฟอง ผลมะเฟอง (รสเปรี้ยว/หวานอมเปรี้ยว) ดวยการรับประทานสดหรือคั้นน้ำดื่ม – บรรเทาอาการคอแหง ทำใหชุมคอ – ลดอาการเลือดออกตามไรฟน – ชวยขับเสมหะ ทำใหชุมคอ และลดอาการไอหรือเจ็บคอ – แกอาการอาเจียน – แกเมารถ เมาเรือหรืออาการเมาคางจากการดื่มเหลา – ชวยลดความเครียด ทำใหผอนคลาย หรือนอนหลับไดงายขึ้น – ใชเปนยาระบาย ชวยในการขับถาย – ชวยขับระดู ทำใหระดูเปนปกติ – ชวยขับน้ำลาย และชวยเจริญอาหาร – ชวยขับปสสาวะ และชวยในการฟอกไต ลดสารพิษที่ตกคางในไต – แกอาการหนองใน – ชวยเสริมสรางภูมิตานทาน ทำใหรางกายแข็งแรงไมเจ็บปวยบอย – แกอาการรอนใน ทำใหอุณหภูมิในรางกายเปนปกติ – ลดความเสี่ยงตอโรคโลหิตจาง – แกอาการทองรวง ทองเสีย (puechkaset, 2016) 4. มะมวงหาวมะนาวโห 4.1 ความหมายมะมวงหาวมะนาวโห มะมวงหาวมะนาวโห หรือ หนามแดง (Karanda) จัดเปนผลไมทองถิ่นที่ใหรสเปรี้ยวมาก และจะออกรสหวานเล็กนอยหากผลสุกจัดเปนสีดำ แตมีเนื้อสัมผัสที่ใหความกรอบไดตลอด ดังนั้น จึงเปนผลไมที่ใชรับประทานสดเพื่อดับกระหายคลายรอนไดดีรวมถึงนิยมนำไปแปรรูปเปนผลิตภัณฑ อื่นๆ อาทิแยม ไวนเปนตน ผลของมะมวงหาวมะนาวโห ถือไดวาใหสรรพคุณทางยาในหลายดาน โดยเฉพาะเปลือกที่เต็ม ไปดวยสารแอนโทไซยานินจำนวนมาก รวมถึงสวนของเนื้อที่อุดมไปดวยวิตามิน และแรธาตุอื่น ๆ อีก หลายชนิด ซึ่งสารเหลานี้มีคุณสมบัติเปนสารตานอนุมูลอิสระไดดีจึงมีประโยชนตอรางกายหลายดาน อาทิชวยตานเซลลมะเร็ง ชวยปองกันการเสื่อมสภาพของเซลลและชวยลดไขมันในเสนเลือด เปนตน


13 นอกจากนั้น สวนอื่นๆ เชน ใบ เปลือก แกนไมและราก ยังมีสรรพคุณทางยาอีกหลายดาน ดังจะ กลาวใหทราบตอไป ภาพที่ 5 มะมวงหาวมะนาวโห (อางอิงจาก https://bitly.ws/35Q7J) 4.2 ลักษณะทางพฤกษศาสตร ลำตน ลำตนมะมวงหาวมะนาวโห (หนามแดง) เปนไมพุมขนาดเล็ก สูงประมาณ 2-5 เมตร เปลือกลำตนสีน้ำตาลเขม เมื่อใชมีดสับจะมียางสีขาวไหลออกมา ลำตนแตกกิ่งจำนวนมาก และมี หนามแหลมคม ยาวประมาณ 2 นิ้ว กระจายทั่ว ใบ ใบแทงออกเปนใบเดี่ยว แทงออกตรงขามกันบนกิ่ง ใบมีรูปทรงไขและปอม สีเขียวเขม โคนใบมน ปลายใบโคงหยักเขาตรงกลาง ใบกวางประมาณ 2-4 ซม. ยาวประมาณ 4-8 ซม. แผนใบ และขอบใบเรียบ แผนใบเกลี้ยงและเปนมัน ทองใบมีสีจางกวาดานบนและมีเสนใบมองเห็นไดชัดเจน ใบ (อางอิงจาก https://bitly.ws/35QhR)


14 ดอก ดอกมะมวงหาวมะนาวโห (หนามแดง) แทงออกเปนชอบริเวณซอกใบตามปลายกิ่ง มี กานชูดอกสีแดงเขมมีกลีบรองดอก กลีบดอกมี 5 กลีบ สีขาวอมชมพู ยาวประมาณ 1 ซม. โคนกลีบ เชื่อมติดกัน ปลายกลีบแยกออกและมีรูปทรงกรวย ภายในดอกประกอบดวยเกสรตัวผู 5 อัน และ เกสรตัวเมีย 1 อัน สวนดานลางสุดเปนรังไขที่จะเจริญตอมาเปนผล ดอก (อางอิงจาก https://bitly.ws/35QaE) ผล และเมล็ด ผลมะมวงหาวมะนาวโหมีรูปรางกลม และรีขนาดผลประมาณ 1-1.5 ซม. ยาว ประมาณ 2-4 ซม. ผลออนมีเปลือกสีขาวแลวคอยเปลี่ยนเปนสีแดงอมชมพูและเมื่อสุกเต็มที่จะมีสีดำ สวนเนื้อเมื่อยังดิบจะมีสีขาว และเมื่อสุกเต็มที่จะมีสีแดงอมชมพูเนื้อผลมีลักษณะกรอบแมเมื่อสุกแลว และภายในผลบริเวณตรงกลางจะมีเมล็ดแทรกรวมกันอยู 4-6 เมล็ด เมล็ดมีรูปรางแบน มีเปลือกหุม เมล็ดสีน้ำตาล


15 ผล (อางอิงจาก https://bitly.ws/35QaE) 4.3 ประโยชนมะมวงหาวมะนาวโห (หนามแดง) – ผลนำมารับประทานสดเปนผลไมที่เนื้อใหรสเปรี้ยวจัดจาน – ผลนำใสแกงประเภทตมยำ ตมแซบ เพื่อเพิ่มความเปรี้ยว เพียงทุบหรือผาเปนซีกใสในตม 3-5 ลูก หรือตามรสเปรี้ยวที่ตองการ – ผลนำมาแปรรูปเปนผลไมดอง แชอิ่ม แยม ไวน และน้ำผลไมบรรจุขวด เปนตน – ผลนำมาปนเปนน้ำผลไม โดยผสมน้ำตาลตามความหวานที่ตองการ น้ำของผลสามารถ นำมาใชปรุงอาหารแทนมะนาวได – เปลือกผลที่มีสีแดงอมชมพูหรือสีแดงดำนำมาสกัดเปนสีผสมอาหาร(puechkaset, 2017) 4.4 องคประกอบทางเคมี ในผลของมะมวงหาวมะนาวโห มีสาร anthocyanin สารประกอบฟนอลิก และ triterpenoid acid และสารจำพวกพวกโปรตีน เชน alanine,glycine,glutamine และยังพบ คารโบไฮเดรต ฟลาโวนอยดในลำตนและรากเปนพวกลิกแนน ใบเปนพวกไตรเทอรปนส,สเตียรอยด


16 รูปภาพองคประกอบทางเคมีของมะมวงหาว มะนาวโห (อางอิงจาก https://bitly.ws/35QbV) นอกจากนี้การศึกษาเบื้องตนพบวาสารสกัดของมะมวงไมรูหาว มะนาวโหยังประกอบดวยสารออก ฤทธิ์ทางชีวภาพอื่นๆ เชน สารโฟลีฟนอลิก (polyphenolic) ฟลาโวนอยด(flavonoid) ฟลาวาโนน (flavanone) วิตามิน ซีอัลคาลอยด(alkaloid) ซาโปนิน (saponin) และ แทนนิน (tannins) สวนคุณคาทางโภชนาการของมะมวงหาว มะนาวไมรูโห ระบุวาผลมะมวงหาวมะนาวโหสุก 100 กรัม ใหพลังงานประมาณ 75 แคลอรี่ มีไขมัน 2-5 กรัม น้ำตาล 7-12 กรัม และวิตามินซี9-11 มิลลิกรัม (ณนัฐอร บัวฉุน, ม.ป.ป.) 4.5 สรรพคุณมะมวงหาวมะนาวโห(หนามแดง) ผล ผลมีสารประกอบหลายชนิดที่ออกฤทธิ์ตานอนุมูลอิสระไดดีทำใหชวยชะลอการเสื่อมสภาพ ของเซลลผิวพรรณแลดูเตงตึง ดูออนไหว รวมถึงชวยชะลอการเสื่อมสภาพของอวัยวะภายในทำให อวัยวะทำหนาที่ไดสมบูรณไมปวยงาย ชวยขับสารพิษออกจากรางกาย และสงเสริมการทำงานของ ตับ และไต – ชวยเสริมสรางภูมิตานทาน รางกายแข็งแรง ไมปวยงาย – ชวยเสริมสรางการทำงานของสมอง – ชวยตานเซลลมะเร็ง ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง


17 – ชวยกระตุนการทำงานของระบบประสาท ทำใหตื่นตัวอยูเสมอ – ชวยแกอาการเมารถ เมาเรือ รวมถึงอาการเมาคาง เมาสารเคมีเปนตน – ชวยกระตุนการหลั่งของน้ำลาย ทำใหอยากอาหาร – ชวยลดไขมันในเสนเลือด โดยเฉพาะไขมันคอลเลสเตอรอล – ปองกัน และลดอาการเลือดออกตามไรฟน – ลดอาการคันคอ อาการคออักเสบ และลดอาการไอ ชวยขับเสมหะ – รักษาแผลในชองปาก และการติดเชื้อในชองปาก – ชวยบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน – ชวยปองกัน และลดความเสี่ยงการเปนโรคโลหิตจาง – ชวยขับปสสาวะ ลดอาการปสสาวะเล็ดหรือปสสาวะออกยาก – ลดความเสี่ยงตอการเปนอัมพฤกตอัมพาต น้ำยางจากเปลือก และผล – นำมาทารักษาโรคผิวหนังตางๆ เชน เกลื้อ – นำมาทารักษาแผลสด ทำใหแผลแหงเร็ว – นำมาทาตาปลาตามรางกาย ชวยในการผลัดเซลลอออก ผล (อางอิงจาก https://images.app.goo.gl/kYPrEMUW5mXb2eaZ9)


18 ใบ (นำมาตมน้ำดื่มหรือบดทาพอกภายนอก) – เปนยาแกทองรวง – แกอาการปวดหู – แกไขแกเจ็บคอ เจ็บปาก ลดอาการอักเสบภายในลำคอ – แกและบรรเทาโรคลมชัก ไมใหเกิดขึ้นถี่ – บรรเทาอาการทองรวง ทองเสีย – นำใบมาขยำกอนใชประคบแผลเพื่อชวยหามเลือด – นำใบมาตมน้ำอาบ ชวยปองกัน และรักษาโรคผื่นคัน รวมถึงโรคผิวหนัง จากเชื้อราตาง ๆ ใบ (อางอิงจาก https://images.app.goo.gl/EZaB8xRAuuc6b5X1A) เปลือก และเนื้อไม(นำมาตมน้ำดื่ม) – ใชยาบำรุงธาตุ บำรุงรางกาย ชวยในการเจริญอาหาร – ชวยบรรเทาอาการเปนไขลดอาการเปนหวัด – ชวยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ – ชวยบรรเทาอาการรอนใน – ชวยขับพยาธิ


19 – นำมาบดหรือฝนสำหรับทาแผลเปนหนอง แผลติดเชื้อ ชวยใหแผลหาย เร็ว – นำมาบดเปนผง แลวผสมน้ำเล็กนอยกอนทาบริเวณผิวหนังเพื่อลดอาการ คัน เปนผดผื่น – นำเปลือกหรือแกนมาตมน้ำอาบ ชวยในการรักษาโรคผิวหนัง ปองกันการ ลุกลามของโรคผิวหนัง เชน กลาก เกลื้อน เปนตน ราก (นำมาตมน้ำดื่ม และอื่น ๆ) – เปนยาขับพยาธิ – ชวยบำรุงรางกาย ทำใหเจริญอาหาร – ชวยในการขับปสสาวะ – บรรเทาอาการทองเสีย – นำบดสำหรับทาพอกแกอาการผื่นคัน (puechkaset, 2017)


บทที่ 3 วิธีดำเนินงานศึกษาคนควา การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาลางจานระหวางสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาว โหกับสูตรตามทองตลาด ผูศึกษาไดดำเนินการศึกษาคนควา โดยจัดลำดับขั้นตอน ดังนี้ 1. ประชากรและกลุมตัวอยาง 2. เครื่องมือและวิธีการสรางเครื่องมือ 3. การเก็บรวบรวมขอมูล 4. การจัดกระทำขอมูล 5. การวิเคราะหขอมูล 6. สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล 1. ประชากรและกลุมตัวอยาง กลุมตัวอยางที่ใชในการศึกษามีทั้งหมด 15 คน คนในชุมชน 10 คน อาชีพรับจางทั่วไป 5 คน 2. เครื่องมือที่ใชในการศึกษา เครื่องมือที่ใชในการทำโครงงาน คือ แบบสอบถาม ซึ่งเปนเครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวม ขอมูล โดยใชแอปพลิเคชัน Google form ในการสรางแบบสอบถามออนไลนและไดแบงเนื้อหา คำถามออกเปน 5 ขอ ดังนี้ 1. ความเขมขนของน้ำยาลางจาน 2. ประโยชนที่นำไปใช 3. คุณภาพของผลิตภัณฑในการขจัดคราบ 4. ความพึงพอในการใชงาน 5. ประสิทธิภาพในการใชงาน


21 3. การเก็บรวบรวมขอมูล การศึกษาครั้งนี้ไดดำเนินการ โดยนำแบบสอบถามที่สรางขึ้นใหกลุมตัวอยาง จำนวน 5 ขอ และเก็บรวบรวมขอมูลจากกลุมตัวอยาง โดยผูศึกษาทั้ง 3 คน ดำเนินการเก็บรวบรวมขอมูลดวย ตนเอง โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 1. ผูศึกษาสรางแบบสอบถามในแอปพลิเคชัน Google form และนำมาใหกลุมตัวอยาง 2. ผูศึกษาดำเนินการเก็บรวบรวมขอมูลโดยใชโปรแกรม Excel ในการเก็บรวบรวมขอมูล 4. การจัดกระทำขอมูล 1. ผูศึกษาไดรับแบบสอบถามจากกลุมตัวอยางจากแอปพลิเคชัน Google form 2. ผูศึกษาตรวจสอบความถูกตองความสมบูรณของแบบสอบถามจากกลุมตัวอยาง 3. ผูศึกษานำแบบสอบถามมาตรวจใหคะแนน ดังนี้ พึงพอใจมากที่สุด น้ำหนักคะแนน 5 คะแนน พึงพอใจมาก น้ำหนักคะแนน 4 คะแนน พึงพอใจปานกลาง น้ำหนักคะแนน 3 คะแนน พึงพอใจนอย น้ำหนักคะแนน 2 คะแนน พึงพอใจนอยที่สุด น้ำหนักคะแนน 1 คะแนน 5. วิธีการสรางเครื่องมือ 1. ศึกษาคนควาตำรา วารสาร บทความ งานวิจัยที่เกี่ยวของกับมะมวงหาวมะนาวโหและ มะเฟอง รายละเอียดวัตถุประสงคของการศึกษา เพื่อเปนแนวทางในการสรางแบบสอบถาม 2. ศึกษาการสรางแบบสอบถามจาก Google work space เพื่อใชเปนแนวทางในการสราง แบบสอบถาม 3. ศึกษาความหมาย ทฤษฎี หลักการ แนวคิด องคประกอบ เพื่อนำมาจัดทำนิยามศัพทเฉพาะ และนำนิยามศัพทเฉพาะมาเปนแนวทางในการสรางขอคำถาม 4. พัฒนาแบบสอบถามแบบมาตรสวนประมาณคา (Rating Scale) 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง นอย นอยที่สุด ใชในการรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นในการใชงานน้ำยาลาง จานสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหโดยจำแนกเปน 5 ดาน ไดแก 1. ความเขมขนของน้ำยาลางจาน 2. ประโยชนที่นำไปใช 3. คุณภาพของผลิตภัณฑในการขจัดคราบ 4. ความพึงพอในการใชงาน


22 5. ประสิทธิภาพในการใชงาน 5. นำแบบสอบถามไปทดลองใชกับกลุมตัวอยาง จำนวน 15 คน และนำมาหาคาสัมประสิทธิ์ ความเชื่อมั่นโดยวิธีครอนบาค (Cronbach) 6. นำไปจัดพิมพเปนเครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลตอไป 6. การวิเคราะหขอมูล ผูศึกษาดำเนินการวิเคราะหขอมูล ดังนี้ 1. วิเคราะหความพึงพอใจของ การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาลางจานระหวาง สูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับสูตรตามทองตลาด โดยการหาคาเฉลี่ยโดยใช โปรแกรม Excel ในการคำนวณ และ นำเสนอในรูปแบบตารางในโปรแกรม Word 2. นำผลการวิเคราะหทางสถิติมาแปลผล ดังนี้ คาเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด คาเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับมาก คาเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับปานกลาง คาเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับนอย คาเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง มีความพึงพอใจในระดับนอยที่สุด 7. สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล 1. คารอยละ (Percentage) ( % ) เพื่อวิเคราะหขอมูลที่รวบรวมไดจากแบบสอบถามตอนที่ 1 2. คาเฉลี่ย (Mean) เขียนแทนดวยสัญลักษณ ̅โดยใชสูตร ̅= ∑ เมื่อ ̅ คือ คาเฉลี่ย ∑ คือ ผลรวมทั้งหมดของขอมูล n คือ จำนวนกลุมตัวอยาง 3. สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) แทนดวยสัญลักษณ S.D. ใชสูตร S.D. =�∑ 2−(∑ )2 (−1) เมื่อ S.D. แทน คาความเบี่ยงเบนมาตรฐาน


23 ∑ 2 แทน ผลรวมของกำลังสองของคะแนน (∑ )2 แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยก กำลังสอง


บทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอมูล การนําเสนอผลการวิเคราะหขอมูลทางการศึกษาคนควาเรื่อง การเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ของน้ำยาลางจานระหวางสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับสูตรตามทองตลาด ผูศึกษาได นําเสนอการวิเคราะหขอมูลและการแปลผลขอมูลตามลำดับ ดังนี้ 1. ขั้นตอนนำเสนอผลการวิเคราะหขอมูล 2. ผลการวิเคราะหขอมูล 1. ขั้นตอนนำเสนอผลการวิเคราะหขอมูล ตอนที่ 1 เปนผลการวิเคราะหเกี่ยวกับการดําเนินงาน ตอนที่ 2 เปนการนําเสนอขอมูลและประเมินผลการวิจัย ตารางที่ 2 ตารางแสดงผลวิเคราะหขอมูลทั่วไปของกลุมตัวอยางจำแนกตามอาชีพ สถานภาพ จำนวน รอยละ นักเรียนโรงเรียนวัดทรงธรรม 5 33.30 รานขายของชำ 1 6.70 รานอาหาร 1 6.70 ขาราชการ 2 13.30 รับจาง 4 26.70 แมครัว 2 13.30 รวม 15 100 จากตารางที่ 2 แสดงวาในกลุมตัวอยาง 15 คน จำแนกไดดังนี้นักเรียนโรงเรียนวัดทรงธรรม จำนวน 5 คน คิดเปนรอยละ 33.30 รานขายของชำ จำนวน 1 คน คิดเปนรอยละ 6.70 รานอาหาร จำนวน 1 คน


25 คิดเปนรอยละ 6.70 ขาราชการ 2 คน คิดเปนรอยละ 13.30 รับจาง 4 คน คิดเปนรอยละ 26.70 แมครัว 2 คน คิดเปนรอยละ 13.30 ตอนที่ 2 เปนผลการวิเคราะหเกี่ยวกับประสิทธิภาพของน้ำยาลางจานจากมะเฟองผสม มะมวงหาวมะนาวโหและสูตรตามทองตลาด ตารางที่ 3ตารางแสดงการวิเคราะหขอมูลของน้ำยาลางจานจากมะเฟองผสมมะมวงมะนาวโห รายการประเมิน 5 4 3 2 1 n � S.D. ระดับคุณภาพ 1. ความเขมขนของ น้ำยาลาง จาน 5 7 2 1 0 15 4.01 0.92 มาก 2. ประโยชนที่นำไปใช 4 8 3 0 0 15 4.07 0.73 มาก 3. คุณภาพของผลิตภัณฑใน การขจัดคราบ 3 8 4 0 0 15 3.93 0.73 มาก 4. ความพึงพอใจในการใชงาน 4 6 5 0 0 15 3.93 0.83 มาก 5. ประสิทธิภาพใน การใชงาน 4 5 6 0 0 15 3.79 0.80 มาก เฉลี่ย 3.94 0.80 มาก จากตารางที่ 3 แสดงการวิเคราะหขอมูลของน้ำยาลางจานแสดงการวิเคราะหขอมูลของ น้ำยาลางจานจากมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโห พบวา กลุมตัวอยางมีความพึงพอใจในภาพรวม มีคาเฉลี่ย 3.94 อยูในระดับคุณภาพมาก โดยจำแนกความพึงพอใจรายขอที่มีคาเฉลี่ยสูงสุด คือ ประโยชนที่นำไปใช โดยมีคาเฉลี่ย 4.07 คุณภาพมาก รองลงมา คือ ความเขมขนของน้ำยาลางจาน มี คาเฉลี่ย 4.01 ระดับคุณภาพมาก และมีความพึงพอใจนอยที่สุด คือ ประสิทธิภาพในการใชงาน มี คาเฉลี่ย 3.79 ระดับคุณภาพมาก


26 ตารางที่ 4 ตารางแสดงการวิเคราะหขอมูลของน้ำยาลางจานสูตรตามทองตลาด รายการประเมิน 5 4 3 2 1 n � S.D. ระดับคุณภาพ 1. ความเขมขนของ น้ำยาลาง จาน 8 4 3 0 0 15 4.07 0.73 มาก 2. ประโยชนที่นำไปใช 7 5 3 0 0 15 4.29 0.83 มาก 3. คุณภาพของผลิตภัณฑใน การขจัดคราบ 6 5 4 0 0 15 4.07 0.83 มาก 4. ความพึงพอใจในการใชงาน 7 5 3 0 0 15 3.79 0.80 มาก 5. ประสิทธิภาพใน การใชงาน 8 4 3 0 0 15 4.07 0.73 มาก เฉลี่ย 4.06 0.78 มาก จากตารางที่ 4 แสดงการวิเคราะหขอมูลของน้ำยาลางจานสูตรตามทองตลาด พบวา กลุม ตัวอยาง มีความพึงพอใจในภาพรวม มีคาเฉลี่ย 4.06 อยูในระดับคุณภาพมาก โดยจำแนกความพึง พอใจรายขอที่มีคาเฉลี่ยสูงสุด คือ ประโยชนที่นำไปใช โดยมีคาเฉลี่ย 4.29 อยูในระดับคุณภาพมาก รองลงมา คือ ความเขมขนของน้ำยาลางจาน และคุณภาพของผลิตภัณฑในการขจัดคราบ และ ประสิทธิภาพในการใชงาน โดยมีคาเฉลี่ย 4.07 ระดับคุณภาพมาก และมีความพึงพอใจนอยที่สุด คือ ความพึงพอใจในการใชงาน มีคาเฉลี่ย 3.79 ระดับคุณภาพมาก


บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและขอเสนอแนะ จากการศึกษาคนควาดวยตนเอง เรื่อง การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาลางจาน ระหวางสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับสูตรตามทองตลาด คณะผูจัดทำไดสรุปผลอภิปราย ผลและขอเสนอแนะ ไดดังตอไปนี้ สรุปผลการศึกษาคนควา ผลการศึกษาคนควา พบวา ความพึงพอใจของการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาลาง จานระหวางสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับสูตรตามทองตลาด สรุปไดดังนี้ 1. ผลการวิเคราะหขอมูลทั่วไปของกลุมตัวอยาง 15 คน จำแนกอาชีพ คือ นักเรียน โรงเรียนวัดทรงธรรม จำนวน 5 คน คิดเปนรอยละ 33.30 รานขายของชำ จำนวน 1 คน คิดเปน รอยละ 6.70 รานอาหาร จำนวน 1 คน คิดเปนรอยละ 6.70 ขาราชการ 2 คน คิดเปนรอยละ 13.30 รับจาง 4 คน คิดเปนรอยละ 26.70 แมครัว 2 คน คิดเปนรอยละ 13.30 2. ผลการวิเคราะหความพึงพอใจของน้ำยาลางจานสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโห จากกลุมตัวอยาง มีคำถามจากแบบสอบถามเพื่อสอบถามจากกลุมตัวอยาง จำนวน 5 ขอ 1) ความเขมขนของน้ำยาลางจาน 2) ประโยชนที่นำไปใช 3) คุณภาพของผลิตภัณฑในการขจัด คราบ 4) ความพึงพอใจในการใชงาน 5) ประสิทธิภาพในการใชงาน ความพึงพอใจของน้ำยาลาง จานสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหจากกลุมตัวอยางอยูในระดับพึงพอใจมาก ̅= 3.94 และ S.D. = 0.80 มีผลปรากฏจำนวนคนที่ตอบแบบสอบถาม ดังนี้ ผลการวิเคราะหความพึงพอใจของน้ำยาลางจานจากสูตรตามทองตลาดจากกลุมตัวอยาง มีคำถามจากแบบสอบถามเพื่อสอบถามจากกลุมตัวอยาง จำนวน 5 ขอ 1) ความเขมขนของน้ำยาลางจาน 2) ประโยชนที่นำไปใช 3) คุณภาพของผลิตภัณฑในการขจัด คราบ 4) ความพึงพอใจในการใชงาน 5) ประสิทธิภาพในการใชงาน ความพึงพอใจของน้ำยาลาง จานสูตรตามทองตลาดจากกลุมตัวอยางอยูในระดับ พึงพอใจมาก ̅= 4.06 และ S.D. = 0.78


28 กลุมตัวอยางมีความพึงพอใจอยูในระดับมาก 5 รายการ คือ น้ำยาลางจานสูตรมะเฟองผสมมะมวง หาวมะนาวโหมีคาความพึงพอใจในการใชงานที่มากกวา ซึ่งเปนไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว ขอ 2 น้ำยา ลางจานสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหสามารถมีคาความพึงพอใจในการใชงานมากกวาน้ำยา สูตรตามทองตลาด 2. อภิปรายผล จากการศึกษาคนควาดวยตนเอง เรื่อง การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาลางจานสูตรมะเฟอง ผสมมะมวงหาวมะนาวโห ในครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อ 1. เพื่อศึกษาวิธีการทำน้ำยาลางจานจากผลไม สูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโห 2. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพน้ำยาลางจานจาก ผลไมสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับสูตรที่ขายตามทองตลาด 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจ ของผูใชน้ำยาลางจานสูตรสมุนไพรการดำเนินงานการศึกษาคนควา เริ่มตั้งแต วันที่ 15 มิถุนายน 2566 จนถึงวันที่ 9 มกราคม 2567 สถานที่ในการดำเนินการศึกษาคนควาไดแก บานผูปกครองของ เด็กหญิงพิชญาภา เขียวพรม ตลอดโครงการ สามารถสรุปผลไดดังนี้เนื่องจากน้ำยาลางจานสูตร มะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหตอนเเรกที่ทดลองไมคอยมีความเขมขนมากสักเทาไหรเลย ปรับเปลี่ยนสวนผสมมะมวงหาวมะนาวโหใสในปริมาณที่มากกวามะเฟองและไดสูตรที่เขมขนขึ้น ประโยชนที่นำไปใชตอน้ำยาลางจานสูตรมะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโห โดยภาพรวมคาเฉลี่ยอยูใน ระดับที่มากที่สุด (4.07) 3. ขอเสนอแนะ จากคณะผูจัดทำจากคณะผูจัดทำ 1. ควรปรับปรุงสวนผสมตาง ๆ ใหเขมขนขึ้น 2. ควรพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑในการขจัดคราบดานใหเพิ่มมากขึ้น 3. ควรมีประสิทธิภาพในการใชงานที่มากยิ่งขี้น


29 บรรณานุกรม ทิรัศมชญา พิพัฒนเพ็ญ และคณะ. (2557). ความหมายของประสิทธิภาพ. เขาถึงไดจาก : https://www.songkhlacity.go.th/files/com_content/2014- 10/20141002_odtydwpa.pd. (วันที่คนขอมูล : 8 ธันวาคม 2566). ณนัฐอร บัวฉุน. ฤทธิ์ตานอนุมูลอิสระและสารประกอบฟนอลิกของเมล็ดและเนื้อมะมวงไมรูโห. วารสารวิจัยและพัฒนะ วไลยอลงกรณในพระบรมราชูปถัมภ. ปที่ 13 ฉบับที่2. พฤษภาคมสิงหาคม 2561, หนา 53-63. นิดดา หงสวิวัฒน. (2557). มะเฟอง ผลไมสุขภาพ สรรพคุณตานโรค. ครัว. 20(236): 16 – 22. (วันที่คนขอมูล : 7 สิงหาคม 2566). สิรินภา ทาระนัด. (2561). การศึกษาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานขงขาราชการสวนทองถิ่นใน เขตพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม. เขาถึงไดจาก : https://th.m.wikipedia.org/wiki/. (วันที่คนขอมูล : 7 สิงหาคม 2566) อนันท งามสะอาด. (2551). การจัดการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีดวยหลักการมีสวนรวม : กรณีวิทยาลัยเทคนิคเดชอุดม. เขาถึงไดจาก : http://phd.mbuisc.ac.th/KKU_Thesis/Anan.pdf. (วันที่คนขอมูล : 13 ธันวาคม 2566). แฮปป โฮมมี่. (2566). สวนผสมตาง ๆ ในน้ำยาลางจาน มักกอใหเกิดปญหากับผูใชและธรรมชาติ ได. เขาถึงไดจาก : https://ulifespace.com/blogs/editorial/safe-without-residuehappie-homie-dish-wash. (วันที่คนขอมูล : 14 ธันวาคม 2566). Araho D, Miyakoshi M, Chou WH, Kambara T, Mizutani K, and Ikeda T. (2005). A new flavone C-glycoside from the leaves of Avehrroa carambola, Natural Medicines. (59)3: 113 – 116. Diychimical-byดีเอเเอรเมส. (2020). ประโยชนของน้ำยาลางจาน. เขาถึงไดจาก : https://www.diychemical.com/ประโยชนของน้ำยาลางจาน. (วันที่คนขอมูล : 8 ธันวาคม 2566) Nobdby HE and Hall TN, (1979). Lipid markers in chemotaxonomy of tropical fruits: Preliminary Studies with carambola and loquat. Proc. Fla. State Hort. Soc. 92: 298 – 300. Ranganayaki S, Singh R, and Singh AK. (1980). The chemical examination of the bark of A. carambola. Proceedings of national Academy of sciences India. Section A. 50: 61 – 63.


30 Shui G and Leong LP. (2004). Analysis of polyphenolic anti-oxidants in starfruitusing Liquid chromatography and Mass spectrometry. J Chromatogr A. (1022) 2: 67 – 75. Thomas S, Patil DA, Patil AG, Naresh C. (2008). Pharmacognostic evaluation and physicochemical analysis of Averrhoa carambola L Fruit. Journal of Herbal Medicine and Toxicology. (2)2: 51 – 54. Tiwari VD , Sohi AS , Chopra TR. (1979). Allergic Contact Dermatitis Due To Parthenium Hysterophorus. Indian J Dermatol Venereol Leprol 45 (6): 392 – 400. TONHOM SIWIKA. (2561). สวนประกอบน้ำยาลางจาน. เขาถึงไดจาก : http://surl.li/hywwp. (วันที่คนขอมูล : 8 ธันวาคม 2566). puechkaset. (2016). มะเฟอง สรรพคุณ และการปลูกมะเฟอง. เขาถึงไดจาก : https://puechkaset.com/มะเฟอง/. (วันที่คนขอมูล : 10 ธันวาคม 2566). puechkaset. (2017). มะมวงหาวมะนาวโห (หนามแดง) และสรรพคุณมะมวงหาวมะนาวโห. เขาถึงไดจาก : https://puechkaset.com/มะมวงหาวมะนาวโห/. (วันที่คนขอมูล : 11 ธันวาคม 2566) Gunasegaran R. (1992). Flavonoids and anthocyanins of three oxalidaceae. Fitoterapia. (63)1: 89 – 90.


31 ภาคผนวก .


32 แสดงแบบสอบถามความพึงพอใจในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาลางจาน ระหวางสูตร มะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับสูตรตามทองตลาด


33 ผลวิเคราะหขอมูลแบบสอบถามของการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ำยาลางจาน ระหวางสูตร มะเฟองผสมมะมวงหาวมะนาวโหกับสูตรตามทองตลาด


34 วิธีการดำเนินงาน 1. นำมะมวงหาวมะนาวโหและมะเฟองที่ไดมาไปลาง 2. นำมะเฟองไปหั่นเปนชิ้นปานกลาง 3. นำมะเฟองและมะมวงหาวมะนาวโหเเยกไปตมคนละหมอ ใสน้ำจนทวมและตม 10-15 นาทีหรือ จนเดือด


35 4. นำมะมวงหาวมะนาวโหกรองเเยกเนื้อกับน้ำออกโดยใชผาขาวบางในการกรองพอกรอง เอาน้ำออก จนหมดเเลวใหนำมาพักจนหายรอน 5. นำมะเฟองกรองเเยกเนื้อกับน้ำออกโดยใชผาขาวบางในการกรอง พอกรองเอาน้ำออกจนหมดเเลว ใหนำมาพักจนหายรอน


36 6. เตรียมกะละมังเเลวนำ N70 มาใสประมาณ 6 ชอนโตะ 7. นำผงขนหรือเกลือแกงมาใส 1/2 ของ N70


37 8. คนให N70 กับผงขนเขากันจนเปนเนื้อครีม 9. นำ f24 มาใส 6 ชอนโตะ 10. คนใหเขากันจนเปนครีมไมเหลวมาก 11. นำน้ำมะมวงหาวมะนาวโหและมะเฟองที่ใสขวดไวจนหายรอนมาใสอยางละ 6 ชอนโตะ


38 12. คนใหเขากันหามคนแรงอาจทำใหเกิดฟองได 13. ใสสารกันเสียลงไป 3 หยด แลวคน 14. ทิ้งไว 1 คืนเก็บไวในที่ที่แสงนอย 15. นำมาบรรจุใสขวดพรอมใชงาน


39 ประวัติผูจัดทำ 1. ชื่อ-นามสกุล : เด็กหญิงปาริฉัตร งามเจริญผล วัน/เดือน/ป: 17 มกราคม พ.ศ.2552 ที่อยูปจจุบัน : 37/1 หมู 10 ซอยคายมวย ถนนเพชรหึงษ ตำบลบางกอบัว อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ประวัติการศึกษา : ระดับการศึกษาชั้นอนุบาล ที่โรงเรียนรุงเรืองวิทยา ระดับชั้นประถมศึกษาป1 ถึงปที่ 6 ที่โรงเรียนอำนวยวิทย ปจจุบันกำลังศึกษาในระดับมัธยมตอนตนที่ โรงเรียนวัดทรงธรรม


40 2. ชื่อ-นามสกุล : เด็กหญิงอธิชา พูลสุข วัน/เดือน/ป : 22 กรกฎาคม พ.ศ.2552 ที่อยูปจจุบัน : 29/29 หมู1 หมูบานสมชาย ซอยสามัคคี1 ถนนปูเจาสมิงพราย ตำบล บางดวน อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ประวัติการศึกษา : ระดับการศึกษาชั้นอนุบาลมารดา ระดับชั้นประถมศึกษาป 1 ถึงปที่ 6 ที่ โรงเรียนวัดบางหญาแพรก ปจจุบันกำลังศึกษาในระดับมัธยมตอนตนที่ โรงเรียนวัดทรงธรรม


41 3. ชื่อ-นามสกุล : เด็กหญิงพิชญาภา เขียวพรม วัน/เดือน/ป : 10 กรกฎาคม พ.ศ.2552 ที่อยูปจจุบัน : 42/6 หมู 4 ซอยเพชรหึงษ 16 ถนนเพชรหึงษ ตำบลบางยอ อำเภอพระ ประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ประวัติการศึกษา : ระดับการศึกษาชั้นอนุบาล ที่โรงเรียนอำนวยวิทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ที่โรงเรียนสารสาสนพิทยา ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 3 ถึงชั้นประถมศึกษา ปที่ 6 ที่โรงเรียนสารสาสนวิเทศสุวรรณภูมิ ปจจุบันกำลังศึกษาในระดับมัธยม ตอนตนที่โรงเรียนวัดทรงธรรม


Click to View FlipBook Version