The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by paitoon.nfe, 2021-03-17 07:20:57

การเพาะพันธ์กบนา

หลักสูตรท้องถิ่น









เรื่องการเพาะพันธุ์กบนา







ศูนย์เรียนรู้ “เศรษฐกิจพอเพียง”ในชุมชน


Sufficiency Economy Community Learning Centre (SECLC)



หมู่ที่ 12 ต าบลกกแรต อ าเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย





































การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยต าบลกกแรต

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอกงไกรลาศ

ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสุโขทัย

ค ำน ำ


การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธยาศัยต าบลกกแรต ได้ด าเนินการจัดท าหลักสูตรท้องถิ่น

เรื่องการเพาะพนธุ์กบนา เพอใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านการเกษตรของศูนย์เรียนรู้ “เศรษฐกิจ

ื่

พอเพยง” ในชุมชน Sufficiency Economy Community Learning Centre (SECLC) หมู่ที่ 12

ต าบลกกแรต อาเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย โดยมีวัตถุประสงค์ในการพฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ตามหลัก

ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง และสามารถน าความรู้ไปปรับใช้ในวิถีชีวิตที่เหมาะสมกับตนเองและครอบครัวได้
อย่างดียิ่ง
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลักสูตรท้องถิ่นเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ของศูนย์เรียนรู้

“เศรษฐกิจพอเพียง”ในชุมชนด้านการเกษตร และหากมีข้อเสนอแนะประการใด ในเอกสารหลักสูตรท้องถิ่นเล่ม


นี้ การศึกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศัยต าบลกกแรต จะน าไปพัฒนาต่อไป



กศน.ต าบลกกแรต

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอกงไกรลาศ

สารบัญ


หน้า


ค าน า
สารบัญ
ค าแนะน าการใช้หลักสูตรท้องถิ่น 1

โครงสร้างหลักสูตรท้องถิ่น 2

- สาระส าคัญ 2
- ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 2

- ขอบข่ายเนื้อหา 2
- กิจกรรมการเรียนรู้ 2

- โครงสร้างเนื้อหาหลักสูตร 3

- การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ 4
- การวัดและประเมินผล 4

บรรณานุกรม
ภาคผนวก

คณะผู้จัดท า

1


ค ำแนะน ำกำรใช้หลักสูตรท้องถิ่น



หลักสูตรท้องถิ่น เรื่องการเพาะพนธุ์กบนา ของศูนย์เรียนรู้ “เศรษฐกิจพอเพยง” ในชุมชนหมู่ที่ 12

ต าบลกกแรต อาเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เป็นหลักสูตรที่สอดคล้องกับการด าเนินชีวิตจริงและมุ่งเน้น


การเรียนรู้อย่างบูรณาการ ไม่แยกส่วนของกระบวนการเรียนรู้ โดยผู้เรียนเป็นผู้ร่วมกระบวนการเรียนรู้ด้วย
ตนเอง และเกษตรกรต้นแบบ (Master Trainer) จะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ให้ค าแนะน าให้ค าปรึกษา และ


ช่วยเหลืออ านวยความสะดวกในการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน อันจะน าไปสู่การคิดเป็น ท าเป็น และสามารถน าไป
ปรับใช้ในวิถีชีวิตประจ าวันตามหลักปรัชญาของ “เศรษฐกิจพอเพียง” รายละเอียดดังนี้


1. หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง กำรเพำะพันธุ์กบนำ ประกอบด้วย
เรื่องที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสายพันธุ์กบนา

เรื่องที่ 2 การเลือกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์กบนา

เรื่องที่ 3 การท ากระชังเพาะพันธุ์กบนา

เรื่องที่ 4 การเพาะพันธุ์กบนา

เรื่องที่ 5 การอนุบาลกบนาวัยอ่อน

เรื่องที่ 6 การเลี้ยงกบนาโตเต็มวัย

เรื่องที่ 7 โรคกบนา วิธีการป้องกันโรคกบนา

เรื่องที่ 8 ช่องทางการจัดจ าหน่าย/การตลาด

2. ระยะเวลำในกำรศึกษำ จ ำนวน 6 ชั่วโมง

3. วิธีกำรศึกษำ
3.1 ท าแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน เพอตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจในหลักสูตร
ื่
ท้องถิ่น เรื่อง การเพาะพันธุ์กบนา นี้เพียงใด

3.2 ผู้เรียนเป็นผู้ร่วมกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเกษตรกรต้นแบบ (Master


Trainer) จะเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ให้ค าแนะน าให้ค าปรึกษา และช่วยเหลืออานวยความสะดวกในการเรียนรู้

ให้แก่ผู้เรียน
3.3 นอกจากศึกษาจากหลักสูตรท้องถิ่นแล้วผู้เรียนควรหาความรู้เพมเติมจากแหล่งการ
ิ่
เรียนรู้อื่น ๆ เช่น แหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่ในอ าเภอ เว๊ปไซต์ต่าง ๆ หรือห้องสมุดประชาชน

2


โครงสร้ำงหลักสูตรท้องถิ่น


สำระส ำคัญ

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การเพาะพนธุ์กบนา เป็นการจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียน

ได้บูรณาการทักษะต่าง ๆ ไปพร้อมกับการสร้างสถานการณ์ในการเรียนรู้ โดยมี เกษตรกรต้นแบบ (Master

Trainer) เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ โดยให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติด้วยตนเองจนส าเร็จ และสามารถน าความรู้ที่ได้ไป

ปรับใช้ในวิถีชีวิตที่เหมาะสมกับตนเองและครอบครัวได้ ตามหลักปรัชญาของ “เศรษฐกิจพอเพียง”

ผลกำรเรียนรู้ที่คำดหวัง
1. ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับสายพันธุ์กบนา

2. ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจและสามารถเลือกพอพันธุ์/แม่พันธุ์กบนาได้อย่างถูกต้อง

3. ผู้เรียนสามารถท ากระชังเพาะพันธุ์กบนาได้อย่างถูกต้อง

4. ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจและสามารถผสมพันธุ์กบนาได้

5. ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจและสามารถอนุบาลลูกกบนาวัยอ่อนได้อย่างถูกวิธี
6. ผู้เรียนมีความรู้และสามารถดูแลและเลี้ยงกบนาเต็มวัยได้อย่างถูกต้อง


7. ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่เกดกับกบนา และวิธีการป้องกันโรคกบนาตามโรคที่เกิด
8. ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับช่องทางการจัดจ าหน่าย/การตลาด

ขอบข่ำยเนื้อหำ

เรื่องที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสายพันธุ์กบนา


เรื่องที่ 2 การเลือกพอพันธุ์และแมพันธุ์กบนา

เรื่องที่ 3 การท ากระชังเพาะพันธุ์กบนา

เรื่องที่ 4 การเพาะพันธุ์กบนา

เรื่องที่ 5 การอนุบาลกบนาวัยอ่อน

เรื่องที่ 6 การเลี้ยงกบนาโตเต็มวัย

เรื่องที่ 7 โรคกบนา วิธีการป้องกันโรคกบนา

เรื่องที่ 8 ช่องทางการจัดจ าหน่าย/การตลาด

กิจกรรมกำรเรียนรู้
ผู้เรียนเป็นผู้ร่วมกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเกษตรกรต้นแบบ (Master Trainer) จะเป็นผู้

ถ่ายทอดความรู้ ให้ค าแนะน าให้ค าปรึกษา และช่วยเหลืออานวยความสะดวกในการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน

อนจะน าไปสู่การคิดเป็น ท าเป็น และสามารถน าไปปรับใช้ในวิถีชีวิตประจ าวันตามหลักปรัชญาของ

“เศรษฐกิจพอเพียง”

3


โครงสร้ำงเนื้อหำหลักสูตร





ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ เบื้องต้นเกี่ยวกับสายพนธุ์กบนา สามารถเลือกพอพนธุ์/ แม่พนธุ์กบนา
การท ากระชังเพาะพันธุ์กบนา การผสมพันธุ์กบนา การอนุบาลลูกกบนาวัยอ่อน การเลี้ยงกบนาโตเต็มวัย โรคที่
เกิดกับกบนา วิธีการป้องกันโรคกบนา และช่องทางการจัดจ าหน่าย/การตลาด ของกบนา



จ ำนวน
ที่ เรื่อง ตัวชี้วัด เนื้อหำ
ชั่วโมง
1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสายพันธุ์ 15

สายพันธุ์กบนา เบื้องต้นเกี่ยวกับสายพันธุ์กบ กบนา นาที

นา
2 วิธีการเลือกพอพันธุ์และ ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ การเลือกพ่อพันธุ์และแม่ 30


แม่พันธุ์กบนา และสามารถเลือกพอพันธุ์/ พันธุ์กบนา นาที
แม่พันธุ์กบนาได้อย่างถูกต้อง
3 การท ากระชังเพาะพันธุ์ ผู้เรียนสามารถท ากระชัง การท ากระชังเพาะพันธุ์กบนา 45

กบนา เพาะพันธุ์กบนาได้อย่าง นาที
ถูกต้อง

4 การเพาะพันธุ์กบนา ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ การเพาะพันธุ์กบนา 1

และสามารถผสมพันธุ์กบนา ชั่วโมง
ได้

5 การอนุบาลกบนาวัย ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ การอนุบาลกบนาวัยอ่อน 1

อ่อน และสามารถอนุบาลลูกกบนา ชั่วโมง
วัยอ่อนได้อย่างถูกวิธี

6 การเลี้ยงกบนาโตเต็มวัย ผู้เรียนมีความรู้และสามารถ การเลี้ยงกบนาโตเต็มวัย 1
ดูแลและเลี้ยงกบนาเต็มวัยได้ ชั่วโมง

อย่างถูกต้อง

7 โรคกบนา วิธีการ ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ โรคกบนา/วิธีการป้องกันโรค 1
ป้องกันโรคกบนา เกี่ยวกับโรคที่เกิดกับกบนา กบนา ชั่วโมง

และวิธีการป้องกันโรคกบนา

ตามโรคที่เกิด
8 ช่องทางการจัด ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ ช่องทางการจัดจ าหน่าย/ 30

จ าหน่าย/การตลาด เกี่ยวกับช่องทางการจัด การตลาด นาที

จ าหน่าย/การตลาด

4


กำรจัดประสบกำรณ์กำรเรียนรู้
ควรจัดในลักษณะของการบูรณาการทักษะต่าง ๆ ไปพร้อมกับการสร้างสถานการณ์ในการเรียนรู้


ื่
เพอฝึกให้ผู้เรียนได้ศึกษาคุณธรรมเพอพฒนาสังคมไทยและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองที่ท าให้การ
ื่
เรียนรู้ด้วยตนเองประสบความส าเร็จ และน าความรู้ไปใช้ในวิถีชีวิตให้เหมาะสมกับตนเอง และชุมชน สังคม
หลักปรัชญาของ “เศรษฐกิจพอเพียง”

กำรวัดและประเมินผล

ใช้การประเมินจากการท าแบบทดสอบ สังเกตจากการปฏิบัติ และสภาพจริงของผู้เรียนที่แสดงออก

5


แบบทดสอบก่อนเรียน -หลังเรียน


ค ำชี้แจง : โปรดท ำเครื่องหมำย × หน้ำค ำตอบที่ถูกต้อง
1. กบสายพันธุ์ใดที่เพาะพันธุ์ในศูนย์เรียนรู้ “เศรษฐกิจพอเพียง” ในชุมชน Sufficiency Economy

Community Learning Center (SECLC) หมู่ที่ 12 ต าบลกกแรต อ าเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย
ก. กบนา

ข. กบบัว

ค. บูลฟร็อก
ง. กบภูเขา


2. กบจัดเป็นสัตว์ประเภทใด

ก. สัตว์น้ า

ข. สัตว์บก
ค. สัตว์เลื้อยคลาน

ง. สัตว์ครึ่งน้ าครึ่งบก

3. เพศของกบสามารถสังเกตได้จากอวัยวะส่วนใดของกบ
ก. ก้น

ข. ปอด

ค. ท้อง
ง. กล่องเสียง


4. ฤดูใดเหมาะสมกับการเพาะพันธุ์กบมากที่สุด

ก. ฤดูหนาว
ข. ฤดูร้อน

ค. ฤดูฝน

ง. ใบไม้ร่วง

5. ในช่วงผสมพันธุ์กบตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะอย่างไร
ก. ตัวผู้ : คางและรอบตัวเหลือง

ตัวเมีย : สีข้างสาก มือใหญ่ขึ้น
ข. ตัวผู้ : คางและรอบตัวเหลืองนิ้วแม่โป้งมีปุ่มใหญ่ขึ้นเป็นพิเศษ

ตัวเมีย : สีข้างสาก

ค. ตัวผู้ : คางและรอบตัวเหลือง
ตัวเมีย : สีข้างลื่น

ง. ตัวผู้ : สีข้างสาก
ตัวเมีย : คางและรอบตัวเหลืองนิ้วแม่โป้งมีปุ่มใหญ่ขึ้นเป็นพิเศษ

6


6. ฤดูใดไม่ควรเพาะพันธุ์กบ

ก. ฤดูหนาว
ข. ฤดูร้อน

ค. ฤดูฝน

ง. ใบไม้ร่วง

7. ข้อดีของการเลี้ยงกบในกระชังบกคออะไร

ก. เลี้ยงในบริเวณบ้าน หรือมีพื้นที่ทุ่งไร่ ทุ่งนาได้ดีมากๆ

ข. ลงทุนสูงกว่าเลี้ยงกบในบ่อดินธรรมดา แต่ต้นทุนยังน้อยกว่าการสร้างบ่อปูน
ค. ต้องรื้อถอนและท ากระชังใหม่เมื่อครบระยะเวลา 2 – 3 ปี ท าให้ต้องลงทุนค่ากระชังอกครั้ง

ง. ถ้าเลิกเลี้ยงต้องรื้นถอนกระชังออก และต้องซื้อดินมาถมบ่อ สิ้นเปลืองมากๆ

8. การป้องกันการติดเชื้อของกบลักษณะบ่อควรมีลักษณะอย่างไร
ก. บ่อที่เลี้ยงต้องสะอาดมีแสงแดดส่อง น้ าในบ่อสามารถถ่ายเทได้สะดวก

ข. ให้อาหารผสมยาป้องกันโรคตลอดระยะเวลาในการเลี้ยง

ค. หาปลาดุกมาเลี้ยงเพื่อที่จะให้น้ าสะอาดอยู่เสมอ
ง. ถูกทุกข้อ


9. โรคท้องบวมในกบมีสาเหตุมาจากอะไร

ก. การติดเชื้อแบคทีเรีย

ข. การเปลี่ยนน้ าอย่างรวดเร็ว โดยใชน ้าบาดาลที่ไมไดพกไวกอน

ค. การให้อาหารมากจนเกินไป

ง. การมีโพรโทซัวในทางเดินอาหาร

10. กบ ถาเลี้ยงอยางถกตองตามวิธีการและใชเวลาเพียง 4-5 เดือน จะไดจ านวนเท่าไร / 1 กิโลกรัม

ก. 1 - 2 ตัว / 1 กิโลกรัม

ข. 4 – 5 ตัว / 1 กิโลกรัม
ค. 6 - 7 ตัว / 1 กิโลกรัม

ง. 8 – 9 ตัว / 1 กิโลกรัม



เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน –หลังเรียน

1. ก 2. ง 3. ง 4. ค 5. ข

6. ก 7. ข 8. ก 9. ข 10. ข

7


เนื้อหำหลักสูตร


ี่
เรื่องท 1 ควำมรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสำยพันธุ์กบนำ
กบที่เหมาะสมจะน ามาท าการเพาะเลี้ยงนี้ ไดแก กบนา ซึ่งถาเลี้ยงอยางถูกตองตามวิธีการและใชเวลา



เพยง 4-5 เดือน จะไดกบขนาด 4-5 ตัว/กก. เปนกบที่มีความเจริญเติบโตเร็ว โดยมีอตราการแลกเปลี่ยน

อาหาร 3-4 กก. ไดเนื้อกบ 1 กก. ทั้งยังเปนกบที่มีผูนิยมน าไปประกอบอาหารบริโภคกันมากกวากบพนธุ์
ื่
อน ๆ ลักษณะของกบนานั้นตัวผูจะมีขนาดเล็กกวา กบตัวเมีย
และสวนที่เห็นไดชัดก็คือกบตัวผูเมื่อจับพลิกหงายขึ้นจะเห็นมี

กลองเสียง อยูใตคางแถวๆมุมปากลางทั้งสองขาง ในชวงฤดูผสม

พันธุกบตัวผูจะเปนผู สงเสียงรอง และในขณะที่รองนั้นสวนของ

กลองเสียงจะพองโตและใส สวนตัวเมียนั้นจะมองไมเห็นสวน

ของกลองเสียงดังกลาว กบตัวเมียก็รอง เชนเดียวกันแต


เสียงออกเบา ถาอยูใน ชวงฤดูผสมพนธุ กบตัวเมียที่มีไขแกจะสังเกตเห็นสวนของทองบวมและใหญกวาปกติ
ขณะเดียวกันที่กบตัวผูจะสงเสียงรองบอยครั้ง และสีของล าตัวออกเปนสีเหลืองออน หรือมีสีเหลืองที่ใตขา

เห็นชัดกวาตัวเมีย ถึงอยางไรสีของกบจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสิ่งแวดลอมและที่อยูอาศัย


เรื่องที่ 2 กำรเลือกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์กบนำ


















โดยธรรมชาติ กบจะเริ่มจับคู ผสมพนธุและวางไขในฤดูฝน และพอพนธุ์ แม่พนธุ์ที่ดีต้องมีอายุอย่าง
น้อย 1 ป ขึ้นไป กบตัวผู้ จะเห็นกลองเสียงอยูใตคางทั้งสองขาง ขากรรไกร เปนลักษณะวงกลมสีคล ้า เมื่อถึง

ฤดูผสมพนธุ กบตัวผูจะสงเสียงรอง สวนของกลองเสียงนี้จะพองโปน แตลักษณะนี้จะไมมีในกบตัวเมีย ซึ่งตัว

เมียนั้น เมื่อถึงฤดูผสมพนธุที่สวนทองจะขยายใหญ และกบตัวเมยที่ยังมีไขอยูในทองจะมีความสากขางล าตัว


ทั้งสองดาน เมื่อใชนิ้วสัมผัสจะรูสึกได และเมื่อไขออกจากทองไปแลว ปุมสากเหลานี้ก็จะหายไป อนึ่ง กบตัว

เมียก็จะสงเสียงรองเชนกัน แตเปนเสียงที่เบามาก และกบตัวเมียที่รูตัววามีไขแกอยูในทองจะเปนผูเดินทางมา
หาตัวผูตามเสียงรอง

8


เรื่องที่ 3 กำรท ำกระชังเพำะพันธุ์กบนำ


กระชังเพาะพนธุ์กบนา ภายใน ศูนย์เรียนรู้ “เศรษฐกิจพอเพยง” ในชุมชน Sufficiency Economy


Community Learning Center (SECLC) บ้านคลองท้ายวัง หมู่ที่ 12 ต าบลกกแรต อาเภอกงไกรลาศ
จังหวัดสุโขทัย จะท าโดยมีวิธีการดังนี้

1. เตรียมไวนิลที่ไม่ใช้แล้ว และหลี่ไนลอนขาดความกว้าง 1.5 เมตร

2. น าหลี่ไนลอนมาเย็บติดกับของของป้ายไวนิลที่เตรียมไว้ ตามขนาดตามที่ต้องการ เพื่อท าให้ไวนิล

นั้นเป็นพื้นของกระชังเพาะพนธุ์กบนา ส าหรับกักเก็บน้ า หรือจะเรียกกระชังเพาะพันธุ์กบนา อีกอย่างหนึ่งว่า

กระชังบก















เรื่องที่ 4 กำรเพำะพันธุ์กบนำ


เมื่อเตรียมกระชังเพาะพนธุ์กบนาแล้ว ภายกระชังควรมีพชน ้า เชน ผักบุง ผักตบชวาเล็ก ๆ และน้ า
แตไมควรมีน ้าสูงเกิน 5 ซ.ม. ถามีน ้ามากจะไมสะดวกในการที่ตัวผูโอบรัดตัวเมีย และ ขณะที่ตัวเมียเบงไขซึ่ง

ตองใชแรงขาหลังยันพน จนหัวทิ่มน ้า ซึ่งถาน ้ามากขาหลังก็จะลอยน ้าท าใหไมมีก าลัง เปนเหตุใหไขออกมาไม
ื้
มาก และขณะที่กบตัวเมียปลอยไขออกมา กบตัวผูก็จะปล่อยน ้าเชื้อออกมาผสมกับไขทันที อนึ่ง กบจะผสม

พันธุและวางไขในชวง 04.00 - 06.00 น. แตถาอากาศเย็นชุมฉ ่า เชน มีฝนตกพร า อาจจะเลยไปถึง 08.00 น.

ื่

ก็ได เมื่อเห็นวากบออกไข แลวจึงน าพอแมพนธุออกจากบอเพาะ เพอปองกันไมใหแพไขแตก เนื่องจากการ
ื่

เคลื่อนไหวของกบ บอ ผสมพนธุนี้เมื่อ ปลอยพอแมกบ ลงไปแลว ไมควรไปรบกวนหรือมีสิ่งอนใดท าใหกบ
ตกใจ ซึ่งเปนเหตุใหกบไมผสมพันธุ และออกไขได้

9


เรื่องที่ 5 กำรอนุบำลกบนำวัยอ่อน















เมื่อไขกบฟกออกเปนตัวออนแลว ชวงระยะ 2 วันแรกไมตองใหอาหารเพราะลูกออดยังใชไขแดงที่ติด


มาเลี้ยงตัวเอง หลังจากนั้นจึงเริ่มใหอาหาร เป็น ไขแดงตม ลูกออดจะมีอายุ 20-30 วัน จึงเปนลูกกบเต็มวัย
ในชวงนี้จะตองหาไมกระดาน ขอนไมหรือแผนโฟมลอยน ้าเพอใหลูกกบเต็มวัยขึ้นไปอาศัยอยู และให้อาหาร
ื่

เป็นอาหารเม็ดส าหรับลูกกบ


เรื่องที่ 6 กำรเลี้ยงกบนำโตเต็มวย
ลูกออดเมื่อเจริญเติบโตเปนกบเต็มวัยแลว มันจะขึ้นจากน ้าไปอาศัยอยูบนบกหรือวัสดุอน ๆที่ลอยน ้า
ื่
เมื่อคัดขนาดน าไปเลี้ยงในบอแลวตองเตรียมอาหารให ถาเปนลูกออดที่เคยใหอาหารเม็ดกินแตแรก ก็สามารถ


ใหอาหารเม็ดดังกลาวกินไดตอไป การเลี้ยงกบในกระชังนี้สืบเนื่องมาจากการเพาะพนธุกบ คือ เมื่อเพาะกบ

ื่
และเลี้ยงลูกออดจนเปนกบเต็มวัยแลวจึงคัดขนาดลูกกบน าไปเลี้ยงในบอซีเมนตหรือในกระชังอน ๆ หรือ
ื่
จ าหน่าย สวนที่เหลือก็เลี้ยงตอในกระชังตอไป พื้นที่ใตกระชังใชแผนกระดานหรือแผนโฟมสอดดานลาง เพอให

เกิดสวนนูนในกระชังและกบไดขึ้นไปอยูอาศัยสวนรอบ ๆ หรือขุดหลุมตรงกลางกระชัง เพอให้เกิดที่ให้น้ าขัง
ื่
และภายนอกกระชังใชวัสดุ เชน แฝกหญาคา หรือทางมะพราว เพอไมใหกบมองเห็นทิวทัศนนอกกระชัง
ื่

มิฉะนั้นกบจะหาหนทางหลบหนีออกโดยกระโดดและชนผืนอวนกระชังเปนเหตุใหปากเปนบาดแผลและ
เจ็บปวดจนกินอาหารไมได สวนดานบนกระชังก็มีวัสดุพรางแสงให้ เชนกัน

10


การเลือกสถานที่ที่จะสรางคอกกบหรือ บอเลี้ยงกบ

1. ควรเปนที่ที่อยูใกลบาน สะดวกตอการดูแลรักษา และปองกันศัตรู

2. เปนที่สูง ที่ดอน เพื่อปองกันน ้าทวม

3. พื้นที่ราบเสมอ สะดวกตอการสรางคอกและแองน ้าในคอก

4. ใกลแหลงน ้า เพื่อสะดวกตอการถายเทน ้า

5. ใหหางจากถนน เพื่อปองกันเสียงรบกวน กบจะไดพักผอนเต็มที่และโตเร็ว


เรื่องที่ 7 โรคกบนำ วิธีกำรป้องกันโรคกบนำ

ปญหาโรคกบที่เกิดขึ้นนั้นโดยสวนใหญแลวจะเปนปญหาที่สืบเนื่องมาจากความผิดพลาด ทางดานการ

เลี้ยง ท าใหมีการหมักหมมของเสียตาง ๆ เกิดขึ้นในบอเลี้ยงกันอยางหนาแนน มีการใหอาหารมาก ประกอบกับ

การขาดความเอาใจใส และไมเขาใจในเรื่องความสะอาดของบอรวมถึงน ้าที่เลี้ยงโอกาสที่กบจะเปนโรคติดเชื้อ

แบคทีเรียจึงมีมากขึ้น แบงออกไดดังนี้

1. โรคติดเชื้อแบคทีเรีย เปนโรคที่ท าความเสียหายใหกับผูเลี้ยงกบมากที่สุด ทั้งในชวงที่

เปนลูกออด และกบเต็มวัย ซึ่งในที่นี้จะแยกออกเปน 2 ลักษณะคือ

1.1 โรคติดเชื้อแบคทีเรียในระยะลูกออด พบไดตั้งแตระยะที่ไขฟกเปนตัวจนกระทั่ง

พัฒนาเปนตัวเต็มวัย อาการที่สังเกตไดคือ ลูกออดจะมีล าตัวดาง คลายโรคตัวดางในปลาดุกจากนั้นจะเริ่มพบ

อาการทองบวมและตกเลือดตามครีบหรือระยางคตาง ๆ

สาเหตุของการเกิดโรคมักจะมาจากการปลอยลูกออดในอตราหนาแนนเกินไปมีการ

ใหอาหารมากท าใหคุณภาพน ้าไมเหมาะสม

1.2 โรคติดเชื้อแบคทีเรียในระยะเต็มวัย พบทั้งในกบขนาดเล็ก และขนาดใหญ

องคประกอบที่จะท าใหอาการของโรครุนแรงมากหรือนอยคือ สายพนธุของเชื้อแบคทีเรีย Aeromonas และ

Pseudomonas และระยะเวลาของการเปนโรคอาการของโรคโดยทั่วไปที่พบไดแก การเกิดแผลที่มีลักษณะ

เปนจุดแดง ๆ ตามขาและผิวตัวโดยเฉพาะดานทอง จนถึงแผลเนาเปอยบริเวณปาก ล าตัวและขา เปนตน

ดังนั้นจึงควรจัดการท าความสะอาดเปลี่ยนถายน ้าบอย ๆ ควบคุมปริมาณอาหารให

พอเหมาะ และอยาปลอยกบลงเลี้ยงหนาแนนเกินไป

2. โรคที่เกิดจากโปรโตซัวในทางเดินอาหาร โดยทั่วไปจะพบในกบเล็กมากกวากบโต อาการ

ทั่วไปจะพบวากบไมคอยกินอาหาร ผอม ตัวซีด เมื่อตรวจดูในล าไสจะพบโปรโตซัว การติดเชื้อโปรโตซัวใน

ทางเดินอาหารนี้ถาเปนติดตอกันเปนเวลานานก็จะท าใหกบตายได การรักษาควรจะใชยา Metronidazole

ผสมอาหารใหกินในอัตรา 3-5 กรัม/อาหาร 1 กิโลกรัม กินติดตอกันครั้งละ3 วัน แลวเวนระยะ 3-4 วัน แลวให

ยาซ ้าอีก 2-3 ครั้ง หรือจนวากบจะมีอาการดีขึ้น และกินอาหารตามปกติ

11


3. โรคทองบวม โดยทั่วไปจะเกิดกับลูกออดในฟารมที่ใชน ้าบาดาล การเปลี่ยนน ้าอยางรวด


เร็วโดยใชน ้าบาดาลที่ไมไดพกไวกอน จะท าใหความดันกาซที่ละลายอยูในน ้าลดต ่าลงอยางเฉียบพลัน มีผลให
รางกายของลูกออดตองปรับความดันกาซในตัวเองลงมาใหเทากับความดันของกาซในน ้า ท าใหเกิดฟองกาซขึ้น

ในชองวางของล าตัว ทองลูกออดจึงบวมขึ้นมา การแกไขจะกระท าไดยากมากจึงควรปองกันโดยระมัดระวังใน


เรื่องการถายน ้าอยาเปลี่ยนน ้าปริมาณมาก ๆ ในเวลาสั้น ๆ และควรจะมีการพกน ้าและเติมอากาศใหดีกอน
น ามาใชโดยเฉพาะอยางยิ่งน ้าบาดาล

วิธีกำรป้องกันโรคกบนำ

การเลี้ยงกบที่จะลดอตราการแพรของเชื้อโรคนั้น ความส าคัญอยูที่ลักษณะของบอเลี้ยงที่จะ ตอง

สะอาด มีแสงแดดสองลงถึงพื้นได ถึงแมจะมีการพรางแสงไวมุมใดมุมหนึ่งก็ตาม น ้าในบอเลี้ยงตองสามารถถาย

เทได้ถึงอยางไรก็ตามไมควรเลี้ยงกบหนาแนนจนเกินไป และถาพบกบตัวใดมีอาการผิดปกติควรจับแยกออก

เลี้ยงตางหาก


เรื่องที่ 8 ช่องทำงกำรจัดจ ำหน่ำย/กำรตลำด

ส าหรับผูเลี้ยงกบหากหลีกเลี่ยงชวงที่มีการจับกบในแหลงธรรมชาติก็จะชวยลดปญหาดานราคาตกต ่า

แตอยางไรก็ตามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดลอมท าใหแหลงที่อยูอาศัยเลี้ยงตัวตามธรรมชาติของกบลดลง

ดังนั้นแนวโนมการเลี้ยงกบในอนาคต จึงนับไดวามีลูทางแจมใส ไมมีปญหาดานการจ าหนายและราคาก็ดีมีผล

คุมตอการลงทุน ลงแรง สามารถสงเปนสินคาออกชวยการขาดดุลใหแกผู้ที่สนใจเลี้ยง

กบเปนสัตวเศรษฐกิจชนิดหนึ่งซึ่งตลาดนิยมบริโภคทั้งในประเทศและตางประเทศ ซึ่งกบขนาด 4-5

ตัว/กก. ราคาจะอยู่ที่ 60 – 80 บาท/1 กิโลกรัม ถ้าขายลูกกบระยะเวลาเลี้ยง 2 เดือน ราคาจะอยู่ที่ ตัวละ 2

บาท และถ้าขายลูกกบระยะเวลาเลี้ยง 3 – 4 เดือน ราคาจะอยู่ที่ ตัวละ 5 บาท ช่องทางการจัดจ าหน่าย/

การตลาด แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

1.ช่องทางการจัดจ าหน่ายทางตรง คือ เป็นช่องทางที่ผู้ผลิตน าสินค้าสู่ลูกค้าโดยตรงไม่ผ่านคนกลาง

ช่องทางการจัดจ าหน่ายแบบนี้นิยมใช้ในตลาดธุรกิจมากกว่าตลาดผู้บริโภค โดยทางออนไลน์

https://web.facebook.com/profile.php?id=100014433636445












2.ช่องทางการจัดจ าหน่ายทางออม คือ เป็นช่องทางที่ผู้ผลิตอาศัยคนกลางในการกระจายสินค้าไปสู่
ลูกค้า ช่องทางการจัดจ าหน่ายนี้จะเป็นที่นิยมในตลาดผู้บริโภคมากกว่าตลาดธุรกิจ

12



สามารถซื้อได้ที่ ศูนย์เรียนรู้ “เศรษฐกิจพอเพยง” ในชุมชน Sufficiency Economy Community
Learning Center (SECLC) หมู่ที่ 12 ต าบลกกแรต อ าเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย

: นายนเรศ เพิ่มพูน เกษตรกรต้นแบบ (Master Trainer) โทร 083 4525 4563

บรรณานุกรม


เอกสารค าแนะน า กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. ส านักงานส่งเสริมและฝึกอบรม

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. “การเลี้ยงกบ”. http://www.eto.ku.ac.th/neweto/e-book/fish/frog.pdf

( 5 เมษายน 2562)

ภาคผนวก



องค์ความรู้ด้านการเกษตร เรื่อง การเพาะพันธุ์กบนา ของ เกษตรกรต้นแบบ Master Trainer
ศูนย์เรียนรู้ “เศรษฐกิจพอเพียง”ในชุมชน Sufficiency Economy Community Learning Center (SECLC)


หมที่ 12 ต าบลกแรต อ าเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทย
ู่

องค์ความรู้ด้านการเกษตร เรื่อง การเพาะพันธุ์กบนา ของ เกษตรกรต้นแบบ Master Trainer จ านวน 6 ชวโมง
ั่
ศูนย์เรียนรู้ “เศรษฐกิจพอเพียง”ในชุมชน Sufficiency Economy Community Learning Centre (SECLC)


ู่
หมที่ 12 ต าบลกกแรต อ าเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทย
กศน.ต าบลกกแรต : ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอกงไกรลาศ


จ านวนชั่วโมง
ที่ จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา วิธีการให้ความรู้ สื่อการเรียนรู้ การวัดประเมินผล

ทฤษฎี ปฏิบัติ

1 เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ - ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ -บรรยาย -ชุดนิทรรศการ - ประเมินผลจากสภาพจริง 15 นาที -

เบื้องต้นเกี่ยวกับสายพันธุ์กบนา สายพันธุ์กบนา -แผ่นพับ
-พื้นที่ปฏิบัติจริง

2 เพื่อให้ผู้เรียนผู้เรียนมีความรู้ ความ - การเลือกพ่อพันธุ์และ -บรรยาย - พ่อพันธุ์ และแม่พันธุ์กบนา - ประเมินผลจากสภาพจริง 15 นาที 15 นาที

เข้าใจและสามารถเลือกพ่อพนธุ์/แม่ แม่พันธุ์กบนา -สาธิต

พันธุ์กบนาได้อย่างถูกต้อง -ปฏิบัติ


3 เพื่อให้ผู้เรียนสามารถทากระชัง - การท ากระชังเพาะพันธุ์ -บรรยาย - กระชังเพาะพันธุ์กบนา - ประเมินผลจากสภาพจริง 15 นาที 30 นาที
เพาะพันธุ์กบนาได้อย่างถูกต้อง กบนา -สาธิต
-ปฏิบัติ

4 เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ - การเพาะพันธุ์กบนา -บรรยาย - พ่อพันธุ์ และแม่พันธุ์กบนา - ประเมินผลจากสภาพจริง 30 นาที 30 นาที

และสามารถผสมพันธุ์กบนาได้ -สาธิต

-ปฏิบัติ
5 เพื่อให้ผู้เรียนผู้เรียนมีความรู้ ความ - การอนุบาลกบนาวัยอ่อน -บรรยาย - ลูกกบนาวัยอ่อน - ประเมินผลจากสภาพจริง 30 นาที 30 นาที
เข้าใจและสามารถอนุบาลลูกกบนา -สาธิต

จ านวนชั่วโมง
ที่ จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา วิธีการให้ความรู้ สื่อการเรียนรู้ การวัดประเมินผล
ทฤษฎี ปฏิบัติ

วัยอ่อนได้อย่างถูกวิธี -ปฏิบัติ

6 ผู้เรียนมีความรู้และสามารถดูแลและ - การเลี้ยงกบนาโตเต็มวัย -บรรยาย - กบนาโตเต็มวัย - ประเมินผลจากสภาพจริง 30 นาที 30 นาที
เลี้ยงกบนาเต็มวัยได้อย่างถูกต้อง -สาธิต

-ปฏิบัติ

7 เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้โรคที่เกิด - โรคกบนา -บรรยาย -ชุดนิทรรศการ - ประเมินผลจากสภาพจริง 1 ชั่วโมง
กับกบนา และวิธีการป้องกันโรคกบ - การป้องกันโรคกบนา -แผ่นพับ

นา ตามโรคที่เกิด -พื้นที่ปฏิบัติจริง
8 เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ ช่องทางการจัดจ าหน่าย/ -บรรยาย -ชุดนิทรรศการ - ประเมินผลจากสภาพจริง 30 นาที

เกี่ยวกับช่องทางการจัดจ าหน่าย/ การตลาด -แผ่นพับ
การตลาด -พื้นที่ปฏิบัติจริง

รูปแบบศูนย์เรียนรู้ “เศรษฐกิจพอเพียง”ในชุมชน Sufficiency Economy Community Learning Centre (SECLC)
หมู่ที่ 12 ต าบลกกแรต อ าเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทย เรื่อง การเพาะพันธุ์กบนา

กศน.ต าบลกกแรต : ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอกงไกรลาศ


ผู้ถ่ายทอด
อาคารสถานที่ พื้นที่ปฏิบัติงาน สื่อการเรียนรู้ วัสดุอุปกรณ์ (Master Trainer) หมายเหตุ
“เกษตรกรต้นแบบ”

“สวนเพิ่มพูล” หมู่ที่ 12 ต าบล พื้นที่ทั้งหมด จ านวน 6 ไร่ 1 งาน 1. ชุดนิทรรศการ -วัสดุส าหรับท าการเพาะพันธุ์ นายนเรศ เพิ่มพูล - งบประมาณ
กกแรต อ าเภอกงไกรลาศ จังหวัด - ที่พักอาศัย จ านวน 1 งาน 2. แผ่นพับ กบนา สนับสนุนจากภาคี

สุโขทัย โทร 083 4525 4563 - นา จ านวน 4 ไร่ 3. สถานที่จริง - พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์กบนา เครือข่าย
- พื้นที่ส าหรับรับฟังการบรรยาย - สถานที่ท าการเกษตร จ านวน 8 คู่


และศกษาตามอัธยาศัยจากชุด ผสมผสาน เช่น ปลูกผัก เลี้ยงกบ - บ่อแยกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์
นิทรรศการ เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ สระ กบนา จ านวน 2 บ่อ
- สามารถรองรับผู้เข้ารับการ น้ า จ านวน 2 ไร่ - กระชังเลี้ยงกบนา 5 กระชัง

อบรมได้ประมาณ 20 – 30 คน - กระชังส าหรับเพาะพันธุ์กบ
นา จ านวน 3 กระชัง

- สายยาง

- สปริงเกอร์

สถานที่ ศูนย์เรียนรู้ “เศรษฐกิจพอเพียง”ในชุมชน

Sufficiency Economy Community Learning Centre (SECLC)

หมู่ที่ 12 ต าบลกกแรต อ าเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เรื่อง การเพาะพันธุ์กบนา

กศน.ต าบลกกแรต : ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอกงไกรลาศ

คณะผู้จัดท ำ




ที่ปรึกษำ
1. นางสาวเรณู ลีสุวรรณ์ ผู้อ านวยการ ส านักงาน กศน. จังหวัดสุโขทัย

2. นายพงค์แสนชัย อิสระไพจิตร์ ผู้อ านวยการ กศน. อ าเภอกงไกรลาศ

3. ดร.ศรีโสภา มีเจริญ ผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม


ผู้เรียบเรียง
1. นายกฤษณะ อยู่สุขสวัสดิ์ ครู กศน.ต าบลกกแรต

2. นายนเรศ เพิ่มพล เกษตรกรต้นแบบ (Master Trainer)


การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยต าบลกกแรต


ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยอ าเภอกงไกรลาศ
ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดสุโขทัย

เอกสารทางวิชาการเลขที่ 08/2562


Click to View FlipBook Version