บันทึกหลังการสอน ผลการสอน .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................
ลงชื่อ.....................................................ครูผู้สอน ( นายคำภีร์ คำเรืองศรี) วันที่.........เดือน...........................พ.ศ................ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะรายวิชานาฏศิลป์ ศ๒๒๑๐๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่องการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง เวลา ๑๒ ชั่วโมง ครูผู้สอน นายคำภีร์ คำเรืองศรี ................................................................................................................................................. ๑.มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๓.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และ วัฒนธรรม เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล ตัวชี้วัด ศ ๓.๒ (๑) เปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์จาก วัฒนธรรมต่างๆ (๒) ระบุหรือแสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลป์พื้นบ้าน ละครไทย ละคร พื้นบ้าน หรือมหรสพอื่นที่เคยนิยมกันในอดีต ๒.สาระสำคัญ การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองของไทยมีรูปแบบที่หลากหลาย การแสดงแต่ละชุด แต่ละ ท้องถิ่นจะมีความแตกต่างกัน เนื่องจากแต่ละท้องถิ่นมีวัฒนธรรมและประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัว ๓.สาระการเรียนรู้ ๑.นาฏศิลป์พื้นเมือง ๒.ท่ารำการแสดงพื้นเมือง
๓.นาฏศิลป์พื้นเมืองที่แสดงเป็นเรื่อง ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการคิด ๑.๑ ทักษะการวิเคราะห์ ๑.๒ ทักษะการจัดกลุ่ม ๑.๓ ทักษะการตั้งเกณฑ์ ๑.๔ ทักษะการประเมิน ๑.๕ ทักษะการนำความรู้ไปใช้ ๔.๒ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.รักชาติศาสน์กษัตริย์ ๒.มีวินัย ๓.ใฝ่เรียนรู้ ๔.มุ่งมั่นในการทำงาน ๕.รักความเป็นไทย ๖.มีจิตสาธารณะ ๖.ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ๑.หนังสือเสริมฝึกประสบการณ์ นาฏศิลป์ ๒ ๗. การวัดและการประเมินผล ๗.๑ การประเมินก่อนเรียน
- ทบทวนความรู้เดิมก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง ๗.๒ การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑.ตรวจใบงานที่ ๔.๑ เรื่อง เพลงฟ้อนเล็บ ๒.ตรวจใบงานที่ ๔.๒ เรื่อง การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง ๓.ตรวจใบงานที่ ๔.๓ เรื่อง ลักษณะของนาฏศิลป์พื้นเมือง ๔.ตรวจใบงานที่ ๔.๔ เรื่อง การแสดงลิเก ๕.ตรวจใบงานที่ ๔.๕ เรื่อง ลักษณะของการแสดงภาคต่างๆ ๖.ประเมินการนำเสนอผลงาน ๗.สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ๘.สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ๙.สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๗.๓ การประเมินหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ ๗.๔ การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - หนังสือเสริมฝึกประสบการณ์ นาฏศิลป์ ๒ ๘.กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องที่ ๑ เรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมือง ( ๑ ชั่วโมง ) วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ ( Inquiry Method : 5E ) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ ( Engage ) ๑.ครูให้ผู้เรียนยกตัวอย่างการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองที่ผู้เรียนรู้จัก เพื่อกระตุ้นความสนใจ ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา ( Explore ) ๑.ครูเชื่อมโยงเรื่องที่ผู้เรียนตอบกับเรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมือง ๒. ครูเปิดวิดีโอการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองทั้ง ๔ ภาค ให้ผู้เรียนชม แล้วซักถาม ผู้เรียนว่า เคยชมการแสดงชนิดใดมาบ้าง การแสดงแต่ละชุดมีลักษณะ วิธีการแสดง การ แต่งกายอย่างไร โดยให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น ตามความรู้ ความเข้าใจ และประสบ การณ์ของตนเอง
ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ ( Explain ) ๑. ครูนำเสนอเนื้อหาเรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมือง เกี่ยวกับความหมาย ที่มา ปัจจัยสำคัญ ที่มีผลต่อการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง และลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองใน แต่ละท้องถิ่น ดังนี้ ๑.๑ ความหมาย นาฏศิลป์พื้นเมืองหมายถึงการแสดงระบำ รำ ฟ้อน ของ ชาวบ้านในท้องถิ่น ๑.๒ ที่มา เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านเพื่อฉลองความสำเร็จ ฟ้อนรำเพื่อบูชา การเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ๑.๓ ปัจจัยสำคัญที่มีต่อการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง - สภาพภูมิประเทศ - วัฒนธรรม ศาสนา และความเชื่อ - การประกอบอาชีพ ๑.๔ ลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองแต่ละภาค - ภาคเหนือ มีความโดดเด่นด้านการฟ้อนที่มีท่วงท่าที่สวยงามนุ่มนวล - ภาคกลาง เป็นการแสดงที่มีความหลากหลาย มีความอ่อนช้อยงดงาม ผสมผสานกับวัฒนธรรมมอญ ลาว เขมร และจีน - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการแสดงที่เรียกว่า เซิ้ง ซึ่งเป็นการเต้นที่ สนุกสหนานจังหวะเร็วกระชับ - ภาคใต้ มีความโดดเด่นในท่วงท่าสง่างาม เป็นการเต้นมากกว่ารำ มี การเดินย่ำเท้าส่ายสะโพก ๒. ครูเปิดวิดีโอการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองทั้ง ๔ ภาค ให้ผู้เรียนชม แล้วให้ผู้เรียนร่วม กันวิเคราะห์ว่าเป็นการแสดงของภาคใด พร้อมอธิบายลักษณะการแสดง และให้ผู้เรียนวิเคราะห์ ความแตกต่างของนาฏศิลป์พื้นเมืองทั้ง ๔ ภาค ขั้นที่ ๔ ขยายความรู้ ( Expand ) ๑.ครูแจกใบงานเรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมือง ให้ศึกษาและวิเคราะห์ถึงที่มาและปัจจัยที่ทำให้การ แสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองในแต่ละท้องถิ่นมีความแตกต่างกัน โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือ เรียนนาฏศิลป์ ๒ หรือจากอินเทอร์เน็ต
ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล ( Evaluate ) ๒.ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและอภิปรายสรุปเรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมือง โดยครูคอยให้ ความรู้เพิ่มเติมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงประเด็นกับจุดประสงค์การเรียนรู้ และ แนะนำเนื้อหาที่จะเรียนในครั้งถัดไป เรื่องที่ ๒ เรื่อง ฟ้อนเล็บ ( ๒ ชั่วโมง ) วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ ( Inquiry Method : 5E ) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ ( Engage ) ๑.ครูให้ผู้เรียนยกตัวอย่างการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคเหนือที่ผู้เรียนรู้จักเพื่อกระตุ้น ความสนใจ ๒.ครูอ่านเนื้อเพลงฟ้อนเล็บให้ผู้เรียนฟัง แล้วให้ผู้เรียนลองสร้างสรรค์ท่าทางประกอบ เพื่อกระตุ้นความสนใจ ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา ( Explore ) ๑. ครูให้ผู้เรียนทบทวนการร้องเพลง ฟ้อนเล็บ ๒. ครูเปิดวิดีโอการแสดงฟ้อนเล็บ ให้ผู้เรียนชม ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ลักษณะท่ารำ เพื่อเป็นพื้นฐานในการต่อท่ารำ ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ ( Explain ) ๑.ครูนำเสนอเนื้อหาเรื่อง ท่ารำการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง ฟ้อนเล็บ เกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมา ลักษณะและวิธีการแสดง เนื้อเพลง การแต่งกาย วิธีการปฏิบัติท่ารำ ว่าฟ้อนเล็บเป็นการฟ้อนของชาวบ้านภาคเหนือ กรมศิลปากรได้นำมาปรับปรุงโดยได้แบบ แผนมาจากคุ้มเจ้าหลวง ในสมัยพระชายาเจ้าดารารัศมี ใช้วงดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือบรร
เลงประกอบการแสดง การแต่งกายจะนุ่งผ้าซิ่นลายขวาง สวมเสื้อแขนกระบอกห่มสไบทับ สวมเล็บยาวยกเว้นนิ้วหัวแม่มือ ๒.ครูให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ ฟ้อนเล็บ ดังนี้ ๒.๑ ครูเปิด PowerPoint เนื้อเพลงฟ้อนเล็บให้ผู้เรียนดู จากนั้นให้ผู้เรียนช่วยกัน อ่านเนื้อเพลง หลายๆ ครั้งจนจำได้ ๒.๒ ครูเปิดเพลงฟ้อนเล็บให้ผู้เรียนฟัง พร้อมกับให้ผู้เรียนลองร้องตาม ๒.๓ ครูสอนผู้เรียนร้องเพลงฟ้อนเล็บทีละท่อน พร้อมให้ตบมือตามจังหวะ จากนั้นครู ให้ผู้เรียนฝึกร้องเพลงฟ้อนเล็บเอง โดยครูคอยดูแลและแนะนำในส่วนที่ยัง ปฏิบัติไม่ถูกต้อง จนผู้เรียนสามารถปฏิบัติได้ถูกต้องด้วยตนเอง ๓. ครูให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติท่ารำ ฟ้อนเล็บ ดังนี้ ๓.๑ ครูสาธิตท่ารำฟ้อนเล็บทีละท่า พร้อมอธิบายวิธีการปฏิบัติ แล้วให้ผู้เรียน ปฏิบัติตามจนสามารถปฏิบัติได้ ๓.๒ ครูให้ผู้เรียนแสดงท่ารำฟ้อนเล็บ พร้อมเปิดเพลงประกอบ โดยครูปฏิบัตินำและ ให้ผู้เรียนปฏิบัติตามในครั้งแรก จากนั้นครูให้ผู้เรียนลองปฏิบัติเองหลายๆ ครั้ง จนชำนาญ และสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง ๓.๓ ครูสอบถามผู้เรียนถึงข้อสงสัยในการปฏิบัติท่ารำ ฟ้อนเล็บ ครูตอบข้อสงสัย และสาธิตท่ารำฟ้อนเล็บอีกครั้งให้กับผู้เรียนที่ยังปฏิบัติไม่ได้ จนเข้าใจและสามารถปฏิบัติได้ ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ ( Expand ) ๑.ครูแจกใบงานเรื่อง ฟ้อนเล็บ ให้ผู้เรียนศึกษาและวิเคราะห์ถึงประวัติความเป็นมา ลักษณะและวิธีการแสดง เนื้อเพลง ท่ารำ อุปกรณ์ประกอบการแสดง การแต่งกาย และ เปรียบเทียบความแตกต่างกับการแสดงที่ผู้เรียนเคยชม โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน นาฏศิลป์ ๒ หรือจากอินเทอร์เน็ต ขั้นที่ ๕ ตรวจสอลผล ( Evaluate )
โดยครูคอยให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์และแนะนำเนื้อหาและแนะนำเนื้อหาที่จะ เรียนในครั้งถัดไป เรื่องที่ ๓ เรื่อง รำลาวกระทบไม้ ( ๒ ชั่วโมง ) วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ ( Inquiry Method : 5E ) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ ( Engage ) ๑.ครูให้ผู้เรียนยกตัวอย่างการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ผู้เรียนรู้จัก เพื่อกระตุ้นความสนใจ ๒.ครูอ่านเนื้อเพลงลาวกระทบไม้ให้ผู้เรียนฟัง แล้วให้ผู้เรียนลองสร้างสรรค์ท่า ทาง ประกอบเพื่อกระตุ้นความสนใจ ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา ( Expand ) ๑.ครูเปิดวิดีโอการแสดงรำลาวกระทบไม้ ให้ผู้เรียนชม แล้วซักถามผู้เรียนว่า เคยชมการแสดง ชนิดนี้หรือไม่ มีลักษณะ วิธีการแสดง การแต่งกายอย่างไร โดยให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นตาม ความรู้ความเข้าใจ และประสบการณ์ของตนเอง ๒.ครูให้ผู้เรียนทบทวนการร้องเพลง ลาวกระทบไม้ ๓.ครูเปิดวิดีโอการแสดงรำลาวกระทบไม้ ให้ผู้เรียนชม ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ลักษณะท่ารำ เพื่อเป็นพื้นฐานในการต่อท่ารำ ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ ( Explain ) ๑. ครูนำเสนอเนื้อหาเรื่อง ท่ารำการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง รำลาวกระทบไม้ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ลักษณะและวิธีการแสดง เนื้อเพลง การแต่งกาย วิธีการปฏิบัติ ท่ารำ ว่ารำลาวกระทบไม้เป็นการละเล่นพื้นเมืองของชาวจังหวัดสุรินทร์ เรียกว่า “เต้นสาก” ความสวยงามจะอยู่ที่ลีลาการข้ามไม้ใช้วงปี่พาทย์ ทำนองเพลงเป็นของเก่า แต่งกายแบบพื้น เมือง แสดงในงานมงคลและงานรื่นเริง
๒. ครูให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ รำลาวกระทบไม้ ดังนี้ ๒.๑ ครูเปิด PowerPoint เนื้อเพลงลาวกระทบไม้ให้ผู้เรียนดู จากนั้นให้ผู้เรียนช่วย กันอ่านเนื้อเพลงหลายๆ ครั้งจนจำได้ ๒.๒ ครูเปิดเพลงลาวกระทบไม้ให้ผู้เรียนฟัง พร้อมกับให้ผู้เรียนลองร้องตาม ๒.๓ ครูสอนผู้เรียนร้องเพลงลาวกระทบไม้ทีละท่อน พร้อมให้ตบมือตามจังหวะ จากนั้นครูให้ผู้เรียนฝึกร้องเพลงลาวกระทบไม้เอง โดยครูคอยดูแลและแนะนำใน ส่วนที่ยังปฏิบัติไม่ถูกต้อง จนผู้เรียนสามารถปฏิบัติได้ถูกต้องด้วยตนเอง ๓. ครูให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติท่ารำ รำลาวกระทบไม้ ดังนี้ ๓.๑ ครูสาธิตท่ารำ รำลาวกระทบไม้ทีละท่า พร้อมอธิบายวิธีการปฏิบัติ แล้ว ให้ผู้เรียนปฏิบัติตามจนสามารถปฏิบัติได้ ๓.๒ ครูให้ผู้เรียนแสดงท่ารำ รำลาวกระทบไม้ พร้อมเปิดเพลงประกอบ โดย ครูปฏิบัตินำและให้ผู้เรียนปฏิบัติตามในครั้งแรก จากนั้นครูให้ผู้เรียนลองปฏิบัติเองหลายๆ ครั้ง จนชำนาญและสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง ๓.๓ ครูสอบถามผู้เรียนถึงข้อสงสัยในการปฏิบัติท่ารำ รำลาวกระทบไม้ ครูตอบ ข้อสงสัย และสาธิตท่ารำรำลาวกระทบไม้อีกครั้งให้กับผู้เรียนที่ยังปฏิบัติไม่ได้ จนเข้าใจ และสามารถปฏิบัติได้ ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ ( Expand ) ๑.ครูแจกใบงานเรื่อง รำลาวกระทบไม้ ให้ผู้เรียนศึกษาและวิเคราะห์ถึงประวัติ ความเป็นมา ลักษณะและวิธีการแสดง เนื้อเพลง ท่ารำ อุปกรณ์ประกอบการแสดง การแต่งกาย และ เปรียบเทียบความแตกต่างกับการแสดงที่ผู้เรียนเคยชม โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือเรียน นาฏศิลป์ ๒ หรือจากอินเทอร์เน็ต ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล ( Evaluate ) ๑.ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและอภิปรายสรุปเรื่อง รำลาวกระทบไม้ และประโยชน์ ที่ได้รับจากการเรียน โดยครูคอยให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์ และแนะนำเนื้อหาที่จะ เรียนในครั้งถัดไป
เรื่องที่ ๔ เรื่อง ตารีกีปัส ( ๑ ชั่วโมง ) วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ ( Inquiry Method : 5E ) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ ( Engage ) ๑.ครูให้ผู้เรียนยกตัวอย่างการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้ที่ผู้เรียนรู้จัก เพื่อกระตุ้น ความสนใจ ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา ( Explore ) ๑. ครูเปิดวิดีโอการแสดงตารีกีปัส ให้ผู้เรียนชม แล้วซักถามผู้เรียนว่า เคยชม การแสดงชนิดนี้หรือไม่ มีลักษณะ วิธีการแสดง การแต่งกายอย่างไร และมีอุปกรณ์ประกอบ การแสดงคืออะไร โดยให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น ตามความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ ของตนเอง ๒. ครูเชื่อมโยงเรื่องที่ผู้เรียนตอบกับเรื่อง ตารีกีปัส ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ ( Explain ) ๑. ครูนำเสนอเนื้อหาเรื่อง ตารีกีปัส เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ลักษณะและวิธีการ แสดง การแต่งกาย วิธีการปฏิบัติท่ารำ ว่าตารีกีปัสเป็นการแสดงของภาคใต้ มีพัดเป็น อุปกรณ์ประกอบการแสดง และแพร่หลายในหมู่ชาวไทยมุสลิม ใช้ไวโอลิน แมนโดลิน ขลุ่ย ฆ้อง รำมะนาและมาราคัสเป็นเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการแสดง แต่งกายโดยนุ่งโสร่งปา เต๊ะและเสื้อบานง ท่ารำเน้นการย่ำเท้า ส่ายสะโพก ๒. ครูให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติ ท่ารำตารีกีปัส ดังนี้ ๒.๑ ครูเปิดเพลงตารีกีปัสให้ผู้เรียนฟัง เพื่อให้ชินกับจังหวะและเป็นพื้นฐานใน การต่อ ท่ารำ ๒.๒ ครูให้ผู้เรียนฝึกย่ำเท้าตามจังหวะเพลง โดยครูปฏิบัตินำในครั้งแรก จากนั้น ครูให้ผู้เรียนลองปฏิบัติเองหลายๆ ครั้ง จนชำนาญและสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง
๒.๓ ครูสาธิตท่ารำตารีกีปัสทีละท่า พร้อมอธิบายวิธีการปฏิบัติ แล้วให้ผู้เรียน ปฏิบัติตามจนสามารถปฏิบัติได้ ๒.๔ ครูให้ผู้เรียนแสดงท่ารำตารีกีปัส พร้อมเปิดเพลงประกอบ โดยครูปฏิบัตินำและ ให้ผู้เรียนปฏิบัติตามในครั้งแรก จากนั้นครูให้ผู้เรียนลองปฏิบัติเองหลายๆ ครั้ง จนชำนาญ และสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเอง ๒.๕ ครูสอบถามผู้เรียนถึงข้อสงสัยในการปฏิบัติท่ารำตารีกีปัส ครูตอบข้อสงสัย และสาธิตท่ารำตารีกีปัสอีกครั้งให้กับผู้เรียนที่ยังปฏิบัติไม่ได้ จนเข้าใจและสามารถปฏิบัติได้ ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ ( Expand ) ๑.ครูแจกใบงานเรื่อง ตารีกีปัส ให้ผู้เรียนศึกษาและวิเคราะห์ถึงประวัติความเป็น มา ลักษณะและวิธีการแสดง ท่ารำ อุปกรณ์ประกอบการแสดง การแต่งกายและ เปรียบเทียบ ความแตกต่างจากการแสดงที่ผู้เรียนเคยชม โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือเรียนนาฏศิลป์ ๒ หรือจากอินเทอร์เน็ต ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล ( Evaluate ) ๑.ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและอภิปรายสรุปเรื่อง ตารีกีปัส และประโยชน์ที่ได้รับ จากการเรียน โดยครูคอยให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์และแนะนำเนื้อหาที่จะเรียนใน ครั้งถัดไป เรื่องที่ ๕ เรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมืองที่แสดงเป็นเรื่อง ลิเก ( ๑ ชั่วโมง ) วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ ( Inquiry Method : 5E ) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ ( Engage ) ๑.ครูให้ผู้เรียนช่วยกันบอกลักษณะเด่นของการแสดงลิเกตามความเข้าใจของผู้ เรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจ ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา ( Explore ) ๑. ครูเปิดวิดีโอการแสดงลิเกให้ผู้เรียนชม แล้วซักถามผู้เรียนว่า เคยชมการแสดงชนิด นี้หรือไม่และมีวิธีการแสดง การแต่งกายอย่างไร โดยให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น ตามความ
รู้ความเข้าใจ และประสบการณ์ของตนเอง ๒. ครูเชื่อมโยงเรื่องที่ผู้เรียนตอบกับเรื่อง ลิเก ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ ( Explain ) ๑. ครูนำเสนอเนื้อหาเรื่อง ลิเก เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ขั้นตอนการแสดง ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง การแต่งกาย ตัวแสดง ว่า ๑.๑ประวัติความเป็นมา ลิเกเป็นการแสดงที่มีต้นแบบมาจากการสวดดิเกร์เพื่อบูชา พระอัลเลาะห์ของแขกนิกายเจ้าเซ็น ๑.๒ ขั้นตอนการแสดงมี ๕ ขั้นตอนดังนี้ ๑.การออกแขก ๒.การขอขมา ๓.การรำ ๔.การเข้าออก ๕.การด้นกลอนสด ๑.๓ เครื่องดนตรี ใช้วงปี่พาทย์บรรเลงประกอบการแสดง ๑.๔ การแต่งกาย มีแต่งกายที่วิจิตรสวยงาม ๑.๕ ตัวแสดงแบ่งได้ดังนี้ พระเอก นางเอก ตัวพ่อ-แม่ ตัวตลกตามพระเอกหรือ โจ๊กชายตัวตลกตามนางเอกหรือโจ๊กหญิง ตัวพระรอง-นางรอง ตัวตลกตามตัวโกง ตัวอิจฉา ขั้นที่ ๔ ขยายความรู้ ( Expand ) ๑. ครูแจกใบงานเรื่อง ลิเก ให้ศึกษาและวิเคราะห์ถึงประวัติความเป็นมา ขั้นตอน การแสดง ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง การแต่งกาย และเปรียบเทียบลิเกกับนาฏศิลป์พื้นเมือง ที่แสดงเป็นเรื่องอื่นๆ ที่ผู้เรียนรู้จัก โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือเรียนนาฏศิลป์ ๒ หรือจากอินเทอร์เน็ต ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล ( Evaluate ) ๑.ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและอภิปรายสรุปเรื่อง ลิเก โดยครูคอยให้ความ
รู้เพิ่มเติมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงประเด็นกับจุดประสงค์การเรียนรู้ และแนะนำ เนื้อหาที่จะเรียนในครั้งถัดไป เรื่องที่ ๖ เรื่อง นาฏศิลป์พื้นเมืองที่แสดงเป็นเรื่อง หุ่นกระบอก ( ๑ ชั่วโมง ) วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ ( Inquiry Method : 5E ) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ ( Engage ) ๑.ครูให้ผู้เรียนช่วยกันยกตัวอย่างการเชิดหุ่นของชาติต่างๆ ที่ผู้เรียนรู้จัก เพื่อกระตุ้นความ สนใจ ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา ( Explore ) ๑. ครูเปิดวิดีโอการแสดงหุ่นกระบอกให้ผู้เรียนชม แล้วซักถามผู้เรียนว่า เคยชม การแสดงชนิดนี้หรือไม่และมีวิธีการแสดง การแต่งกายอย่างไร โดยให้ผู้เรียนแสดงความ คิดเห็นตามความรู้ ความเข้าใจและประสบการณ์ของตนเอง ๒. ครูเชื่อมโยงเรื่องที่ผู้เรียนตอบกับเรื่อง หุ่นกระบอก ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ ( Explain ) ๑.ครูนำเสนอเนื้อหาเรื่อง หุ่นกระบอก เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ขั้นตอนการแสดงและ ท่าที่ใช้ในการฝึกเชิดหุ่น ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ว่า ๑.๑ ประวัติความเป็นมา หุ่นกระบอกเกิดขึ้นโดยนายเหน่งคนขี้ยาได้ดัดแปลงหุ่น ไหหลำมาเป็นหุ่นไทยเพื่อเชิดหากิน ต่อมาหม่อมราชวงศ์ เถาะ พยัคฆเสนา ไปเห็นหุ่นกระบอก ที่เมืองอุตรดิตถ์แล้วนำมาสร้างพร้อมทั้งได้ก่อตั้งหุ่นกระบอกขึ้นเป็นคณะแรกในกรุงเทพมหานคร ๑.๒ ลักษณะหุ่นกระบอก ประกอบด้วยส่วนสำคัญ ๔ ส่วน คือ ๑. ศีรษะหุ่น ๒. ลำตัวหุ่นกระบอก ๓.มือของหุ่นกระบอก ๔. เสื้อผ้าและเครื่องประดับหุ่นกระบอก
๑.๓ การเชิดหุ่น ใช้มือซ้ายถือกระบอกไม้ไผ่ซึ่งเป็นลำตัวหุ่น ใช้มือขวาถือตะเกียบ ทั้ง ซ้ายและขวาของตัวหุ่น ท่าที่ต้องหัดในการเชิดหุ่น ได้แก่ กล่อมตัว เชิดย้อนมือ กระทบตัว โยกตัวเพลงเร็ว ๑.๔ ขั้นตอนการแสดง มีการโหมโรงก่อนจึงจะทำการแสดง ๑.๕ ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ใช้วงปี่พาทย์ ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ ( Expand ) ๑.ครูแจกใบงานเรื่อง หุ่นกระบอก ให้ศึกษาและวิเคราะห์ถึงประวัติความเป็นมา ขั้นตอนการแสดงและท่าที่ใช้ในการฝึกเชิดหุ่น การแต่งกาย ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง และ เปรียบเทียบหุ่นกระบอกกับนาฏศิลป์พื้นเมืองที่แสดงเป็นเรื่องอื่นๆ ที่ผู้เรียนรู้จัก โดยศึกษาข้อมูล เพิ่มเติมจากหนังสือเรียนนาฏศิลป์ ๒ หรือจากอินเทอร์เน็ต ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล ( Evaluate ) ๑.ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและอภิปรายสรุปเรื่อง หุ่นกระบอก โดยครูคอยให้ความรู้ เพิ่มเติมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงประเด็นกับจุดประสงค์การเรียนรู้ และแนะนำ เนื้อหาที่จะเรียนในครั้งถัดไป ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑.หนังสือเรียน นาฏศิลป์ ม.๒ ๒.สื่อวิดีโอการแสดง ๓.ตรวจใบงานที่ ๕.๑ เรื่อง เพลงฟ้อนเล็บ ๔.ตรวจใบงานที่ ๕.๒ เรื่อง การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง ๕.ตรวจใบงานที่ ๕.๓ เรื่อง ลักษณะนาฏศิลป์พื้นเมือง ๖.ตรวจใบงานที่ ๕.๔ เรื่อง การแสดงลิเก ๗.ตรวจใบงานที่ ๕.๕ เรื่อง ลักษณะการแสดงภาคต่างๆ ๙.๒ แหล่งการเรียนรู้ ๑.ห้องสมุด
๒.แหล่งข้อมูลสารสนเทศ ๑๐. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานที่ ๕.๑– ๕.๕ ใบงานที่ ๕.๑ - ๕.๕ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงาน กลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตการณ์ รักชาติ ศาสนา กษัตริย์มีวินัย ใฝ่เรียนรู้มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบท้ายหน่วย การเรียนรู้ที่ ๕ แบบทดสอบหลังเรียน หน่วย การเรียนรู้ที่ ๕
บันทึกหลังการสอน ผลการสอน .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................
ลงชื่อ.....................................................ครูผู้สอน ( นายคำภีร์ คำเรืองศรี) วันที่.........เดือน...........................พ.ศ............ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะรายวิชานาฏศิลป์ ศ๒๒๑๐๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง ความสัมพันธ์ของนาฏศิลป์ เวลา ๓ ชั่วโมง ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่เป็นภูมิปัญญาไทย ครูผู้สอน นายคำภีร์ คำเรืองศรี ................................................................................................................................................. ๑.มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน ศ ๓.๑ เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่านาฏศิลป์ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิด อย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มาตรฐาน ศ ๓.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และสากล ตัวชี้วัด ศ ๓.๑ (๑) อธิบายการบูรณาการศิลปะแขนงอื่นๆ กับการแสดง (๕) เชื่อมโยงการเรียนรู้ระหว่างนาฏศิลป์แขนงอื่นๆ กับการแสดง ศ ๓.๒ (๑) เปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์จาก วัฒนธรรมต่างๆ ๒.สาระสำคัญ การแสดงนาฏศิลป์ของไทยนั้นมีความเกี่ยวข้องกับวิชาอื่นๆ บางครั้งมีความเกี่ยวข้อง ทั้งทางตรงและทางอ้อมกับประเพณี วัฒนธรรมด้วย ๓.สาระการเรียนรู้
๑.ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับวิชาอื่นๆ ๒.ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับประเพณีวัฒนธรรม ๓.ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับศิลปะแขนงต่างๆ ๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการคิด ๑.๑ทักษะการวิเคราะห์ ๑.๒ทักษะการจัดกลุ่ม ๑.๓ทักษะการตั้งเกณฑ์ ๑.๔ทักษะการประเมิน ๑.๕ทักษะการนำความรู้ไปใช้ ๔.๒ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.รักชาติศาสน์กษัตริย์ ๒.มีวินัย ๓.ใฝ่เรียนรู้ ๔.มุ่งมั่นในการทำงาน ๕.รักความเป็นไทย ๖.มีจิตสาธารณะ ๖. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ๑.หนังสือเสริมฝึกประสบการณ์ นาฏศิลป์ ๒ ๗. การวัดและการประเมินผล ๗.๑ การประเมินก่อนเรียน - ทบทวนความรู้เดิมก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง ๗.๒ การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑.๑ ตรวจใบงานที่ ๖.๑ เรื่อง บทกลอน ๑.๒ ตรวจใบงานที่ ๖.๒ เรื่อง ความสัมพันธ์ของการแสดง ๑.๓ ตรวจใบงานที่ ๖.๓ เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับประเพณีวัฒนธรรม ๑.๔ ตรวจใบงานที่ ๖.๔ เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับศิลปะแขนงต่างๆ ๑.๕ ประเมินการนำเสนอผลงาน ๑.๖ สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ๑.๗ สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ๑.๘ สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๗.๓ การประเมินหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ ๗.๔ การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ๑.หนังสือเสริมฝึกประสบการณ์ นาฏศิลป์ ๒ ๘.กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องที่ ๑ เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับวิชาอื่นๆ ( ๑ ชั่วโมง ) วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ ( Inquiry Method : 5E ) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ ( Engage ) ๑.ครูให้ผู้เรียนช่วยกันยกตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์และวิชาอื่นๆ ใน ๘ กลุ่ม สาระการเรียนรู้ เพื่อกระตุ้นความสนใจ ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา ( Explore ) ๑. ครูเปิดวิดีโอการแสดงโขนเรื่อง รามเกียรติ์ ให้ผู้เรียนชม แล้วซักถามผู้เรียนว่า เคยชมการแสดงชนิดนี้หรือไม่ และให้ช่วยกันวิเคราะห์ว่าการแสดงที่ได้ชมนั้นมีวิชาใดเข้ามา มีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง โดยให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นตามความรู้ ความเข้าใจ และประสบ การณ์ของตนเอง ๒. ครูเชื่อมโยงเรื่องที่ผู้เรียนตอบกับเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับวิชาอื่น
ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ ( Explain ) ๑. ครูนำเสนอเนื้อหาเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับวิชาอื่นๆ เช่น - วิชาภาษาไทย มีความสัมพันธ์ในส่วนของบทละคร บทร้อง ภาษาที่ใช้ในการแสดง ละคร - วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มีความสัมพันธ์ในส่วนของที่มา และเรื่องราวต่างๆ ตลอดจนการแต่งกายในการแสดงละคร หรือระบำ รำ ฟ้อน ซึ่งมักอิงกับ วิถีชีวิตความเป็นอยู่หรือละครบางเรื่องอิงกับประวัติศาสตร์ - วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี (เกษตร) การแสดงระบำบางชุด มีการนำ เสนอถึงความสวยงามของพืชพรรณไม้ต่างๆ ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ ( Expand ) ๑.ครูแจกใบงานเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับวิชาอื่นๆ ให้ศึกษาและ วิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับวิชาอื่นๆ ว่าสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง โดยศึกษา ข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือเรียนนาฏศิลป์ ๒ หรือจากอินเทอร์เน็ต ขั้นที่ ๕ ตรวจสอลผล ( Evaluate ) ๑.ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและอภิปรายสรุปเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับ วิชาอื่นๆ โดยครูคอยให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงประเด็นกับ จุดประสงค์การเรียนรู้และแนะนำเนื้อหาที่จะเรียนในครั้งถัดไป เรื่องที่ ๒ เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับประเพณีวัฒนธรรม ( ๑ ชั่วโมง ) วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ ( Inquiry Method : 5E ) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ ( Engage ) ๑.ครูให้ผู้เรียนช่วยกันเลือกการแสดงนาฏศิลป์ที่เหมาะกับประเพณีต่างๆ ตามความเข้าใจของผู้เรียน เพื่อกระตุ้นความสนใจ
ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา ( Explore ) ๑. ครูเปิดวิดีโอการแสดงฟ้อนเทียนให้ผู้เรียนชม แล้วซักถามผู้เรียนว่า เคยชมการ แสดงชนิดนี้หรือไม่ และให้ช่วยกันวิเคราะห์ว่าการแสดงที่ได้ชมนั้นสามารถนำไปใช้ในโอกาสใด ได้บ้าง โดยให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นตามความรู้ ความเข้าใจและประสบการณ์ของตนเอง ๒.ครูเชื่อมโยงเรื่องที่ผู้เรียนตอบกับเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับประเพณี วัฒนธรรม ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ ( Explain ) ๑. ครูนำเสนอเนื้อหาเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับประเพณีวัฒนธรรม ๑.๑ประเพณีแห่เทียนพรรษา ในขบวนแห่จะมีการละเล่นพื้นเมืองและการ ฟ้อนประกอบการแห่ด้วย ๑.๒ ประเพณีบุญบั้งไฟ มีการจัดขบวนฟ้อนรำหน้าขบวน ๑.๓ ประเพณีขันโตก มีการบรรเลงดนตรีสลับกับการแสดงบนเวที เช่น ฟ้อน สาวไหม ฟ้อนดาว ฟ้อนเทียน ๑.๔ ประเพณีลากพระ มีการฟ้อนรำและการเล่นเพลงเรือ ๒. ครูกล่าวถึงประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ ทั้ง ๔ ภาค ภาคเหนือ เช่น ประเพณียี่เป็ง ประเพณีฟ้อนผีปู่ย่า ภาคกลาง เช่น ประเพณีตักบาตรดอกไม้ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประเพณีโยนบัว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ประเพณีแห่ผีตาโขน ประเพณีทอดกฐิน ประเพณีบุญผะเหวด ภาคใต้ เช่น ประเพณีแข่งเรือยาว ประเพณีสารทเดือนสิบ ประเพณีแห่ผ้าขึ้น พระธาตุ แล้วให้ผู้เรียนเลือกการแสดงนาฏศิลป์ที่เหมาะสมกับประเพณีนั้นๆแล้วครู อธิบายเพิ่มเติม ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ ( Expand ) ๑.ครูแจกใบงานเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับประเพณีวัฒนธรรม ให้ศึกษาและ วิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับประเพณีวัฒนธรรมว่าสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง โดย ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือเรียนนาฏศิลป์ ๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ หรือจากอินเทอร์เน็ต ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล ( Evaluate ) ๑. ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและอภิปรายสรุปเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่าง นาฏศิลป์กับประเพณีวัฒนธรรม โดยครูคอยให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือ
สรุปไม่ตรงประเด็นกับจุดประสงค์การเรียนรู้และแนะนำเนื้อที่จะเรียนในครั้งถัดไป เรื่องที่ ๓ เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับศิลปะแขนงต่างๆ ( ๑ ชั่วโมง ) วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ ( Inquiry Method : 5E ) ขั้นที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ ( Engage ) ๑.ครูให้ผู้เรียนช่วยกันบอกความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับศิลปะแขนงต่างๆ ที่ผู้เรียนรู้จักตามความเข้าใจ เพื่อกระตุ้นความสนใจ ขั้นที่ ๒ สำรวจค้นหา ( Expand ) ๑. ครูเปิดวิดีโอการแสดงโขนให้ผู้เรียนชม แล้วซักถามผู้เรียนว่า เคยชมการแสดง ชนิดนี้หรือไม่ และให้ช่วยกันวิเคราะห์ว่าการแสดงที่ได้ชมนั้นมีศิลปะแขนงใดปรากฏอยู่บ้าง โดยให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น ตามความรู้ ความเข้าใจและประสบการณ์ของตนเอง ๒. ครูเชื่อมโยงเรื่องที่ผู้เรียนตอบกับเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับศิลปะ แขนงต่างๆ ขั้นที่ ๓ อธิบายความรู้ ( Explain ) ๑. ครูนำเสนอเนื้อหาเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับศิลปะแขนงต่างๆ ได้แก่ ๑.๑ จิตรกรรม มีส่วนสำคัญในการสร้างฉาก ออกแบบเครื่องแต่งกาย เครื่องประ ดับวาดลวดลายลงบนหัวโขน และการแต่งหน้า ๑.๒ ประติมากรรม มีส่วนสำคัญในการสร้างเครื่องประดับเครื่องแต่งกาย เช่น การทำหัวโขน อุปกรณ์ประกอบฉากต่างๆ ๑.๓ สถาปัตยกรรม มีส่วนสำคัญในการทำสิ่งก่อสร้าง ฉาก งานศิลปะขนาดใหญ่ เช่นปราสาทราชวังต่างๆ ๑.๔ วรรณกรรม มีส่วนสำคัญในด้านของบทร้อง บทละครต่างๆ
ขั้นที่ ๔ ขยายความเข้าใจ ( Expand ) ๑.ครูแจกใบงานเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับศิลปะแขนงต่างๆ ให้ศึกษาและวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับศิลปะแขนงอื่นว่าสัมพันธ์กันอย่างไร บ้าง โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือเรียนนาฏศิลป์ ๒ หรือจากอินเทอร์เน็ต ขั้นที่ ๕ ตรวจสอบผล ( Evaluate ) ๑.ผู้เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและอภิปรายสรุปเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ กับศิลปะแขนงต่างๆ โดยครูคอยให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนที่ผู้เรียนไม่เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงประเด็นกับ จุดประสงค์การเรียนรู้และแนะนำเนื้อหาที่จะเรียนในครั้งถัดไป ๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๙.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑.หนังสือเรียน นาฏศิลป์ ม.๒ ๒.สื่อวิดีโอการแสดง ๓.ตรวจใบงานที่ ๖.๑ เรื่อง บทกลอน ๔.ตรวจใบงานที่ ๖.๒ เรื่อง ความสัมพันธ์ของการแสดง ๕.ตรวจใบงานที่ ๖.๓ เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์กับประเพณีวัฒนธรรม ๖.ตรวจใบงานที่ ๖.๔ เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ศิลปะต่างๆ ๙.๒ แหล่งการเรียนรู้ ๑.ห้องสมุด ๒.แหล่งข้อมูลสารสนเทศ
๑๐. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานที่ ๖.๑ - ๖.๔ ใบงานที่ ๖.๑ - ๖.๔ ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์ ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอ ผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงาน กลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ สังเกตการณ์ รักชาติ ศาสนา กษัตริย์มีวินัย ใฝ่เรียนรู้มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบท้ายหน่วย การเรียนรู้ที่ ๖ แบบทดสอบหลังเรียน หน่วย การเรียนรู้ที่ ๖
บันทึกหลังการสอน ผลการสอน .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ปัญหา/อุปสรรค .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................
ลงชื่อ.....................................................ครูผู้สอน ( นายคำภีร์ คำเรืองศรี) วันที่.........เดือน...........................พ.ศ................