The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการศึกษาดูงาน_ครั้งที่ 1_หนองคาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Siam Lanchang Co.,Ltd., 2024-04-04 14:57:19

เอกสารประกอบการศึกษาดูงาน_ครั้งที่ 1_หนองคาย

เอกสารประกอบการศึกษาดูงาน_ครั้งที่ 1_หนองคาย

Keywords: เชียงราย,หนองคาย,ท่าลี่,เลย,บ้านเดื่อ,ปลานิล

เอกสารประกอบการศึกษาดูงาน


ก ำหนดกำรศึกษำดูงำน ครั้งที่ 1 “กำรขับเคสื่อนเศรษฐกิจชำยแดนภำคเหนือ 2024” ภายใต้โครงการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก ด้วยเศรษฐกิจมูลค่าสูงภาคเหนือ ประจ าปีงบประมาณ 2566 ไปพลางก่อน ระหว่างวันที่ 5 - 8 เมษายน 2567 ณ ด่านพรมแดนหนองคาย อ าเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย วันศุกร์ที่ 5 เมษำยน 2567 05.00 น. คณะฯ พบกันที่ศูนย์ราชการเชียงราย / จุดอื่นๆ ตามที่ก าหนดไว้กับ ผู้ประกอบการ 06.00 น. ออกเดินทางไปอ าเภอท่าลี่ จังหวัดเลย 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหารระหว่างการเดินทาง 15.00 น. อาหารว่างและเครื่องดื่ม 17.00 น. เข้าที่พักที่บ้านพักพอเพียง และใจดีรีสอร์ท จังหวัดเลย 19.00 น. ประชุมชี้แจงและให้ข้อมูลการศึกษาดูงานด่านพรหมแดนท่าสี่ พร้อมรับประทานอาหารเย็นที่พอเพียงคาเฟ่ พักผ่อนตามอัธยาศัย วันเสำร์ที่ 6 เมษำยน 2567 07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 08.00 น. Check Out จากที่พัก 08.30 น. ศึกษาดูงานจุดที่ 1. ด่านศุลการกรท่าลี่ 09.30 น. ออกเดินทางไปด่านพรมแดนหนองคาย 10.00 น. อาหารว่างและเครื่องดื่ม 11.30 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ ร้าน ป. ปลาเป็น อ าเภอวังสะพุง จังหวัดเลย 15.00 น. ศึกษาดูงานจุดที่ 2. ด่านพรมแดนหนองคาย • ฟังบรรยายภาพรวมการขนส่งสินค้า (Logistic) โดยนายด่านฯ 1 ชั่วโมง • ฟังบรรยายภาพรวมการค้าของไทยจีน ผ่าน สปป. ลาว โดย ดร.จตุรงค์ บุนนาค 1 ชั่วโมง • อาหารว่างและเครื่องดื่ม 17.30 น. เดินทางกลับ 18.30 น. รับประทานอาหารเย็น ที่ร้านแดงแหนมเนือง กลับที่พัก โรงแรมหนองคายธาวิลล่า พักผ่อนตามอัธยาศัย 2


ก ำหนดกำรศึกษำดูงำน ครั้งที่ 1 “กำรขับเคสื่อนเศรษฐกิจชำยแดนภำคเหนือ 2024” ภายใต้โครงการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก ด้วยเศรษฐกิจมูลค่าสูงภาคเหนือ ประจ าปีงบประมาณ 2566 ไปพลางก่อน ระหว่างวันที่ 5 - 8 เมษายน 2567 ณ ด่านพรมแดนหนองคาย อ าเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย วันอำทิตย์ที่ 7 เมษำยน 2567 07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม 09.00 น. ศึกษาดูงานจุดที่ 3. โรงพยาบาลหนองคายวัฒนา (ธุรกิจบริการ /Wellness) อาหารว่างและเครื่องดื่ม 11.30 น. เดินทางไปชุมชนท่องเที่ยวบ้านเดื่อ 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ เชฟชุมชน BY ท่องเที่ยวชุมชนบ้านเดื่อ 13.30 น. ศึกษาดูงาน จุดที่ 4. ชุมชนท่องเที่ยวบ้านเดื่อ (ธุรกิจท่องเที่ยว) 15.30 น. ศึกษาดูงาน จุดที่ 5. การเลี้ยงปลานิลกระชังแม่น้ าโขง (GI หนองคาย) ณ ชุมชนบ้านเดื่อ อาหารว่างและเครื่องดื่ม 16.30 น. ศึกษาดูงาน จุดที่ 6. ส ารวจศักยภาพทางธุรกิจการค้าชายแดนในจังหวัดหนองคาย ที่ตลาดท่าเสด็จ 18.00 น. กลับที่พัก โรงแรมหนองคายธาวิลล่า รับประทานอาหารเย็น ที่โรงแรมหนองคายธาวิลล่า • สรุปผลการศึกษาดูงานครั้งที่ 1 ณ ห้องจัดเลี้ยง โรงแรมหนองคายธาวิลล่า • ท่านพาณิชย์จังหวัดเชียงราย ชี้แจงรายละเอียดกิจกรรมต่อไป คือกิจกรรมประชุม และ Focus Group • Check กลุ่มสินค้าของผู้ประกอบการแต่ละราย เพื่อจัดหมวดหมู่ และแนะน า การเตรียมตัว ในการเข้าร่วมกิจกรรม Focus Group ในเดือนพฤษภาคม 67 วันจันทร์ที่ 8 เมษำยน 2567 07.00 – 10.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม คณะศึกษาดูงานฯ Check Out และ เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ ก ำหนดกำรเปลี่ยนแปลงตำมควำมเหมำะสม 3


กำรเตรียมตัวให้พร้อมส ำหรับกำรเดินทำงศึกษำดูงำน 1. กำรแต่งกำย ชุดสุภำพ และล ำลองในบำงโอกำส 2. ขอควำมร่วมมือจัดกระเป๋ำเดินทำงที่เป็นเป้ หรือผ้ำที่ยืดหยุ่น เพื่อควำมสะดวกในกำรจัดพื้นที่ใน รถตู้และท ำให้กำรเดินทำงสะดวกสบำย 3. จัดเตรียมยำประจ ำตัวให้พร้อม และกรุณำแจ้งเจ้ำหน้ำที่ประสำนงำนประจ ำรถล่วงหน้ำ ในกรณีที่ท่ำนมีโรคประจ ำตัว 4. กรุณำเตรียมหมวกกันแดด แว่นกันแดด หรือร่มกันแดด ด้วยตนเอง 5. โทรศัพท์มือถือ สำยชำร์จ และเพำเวอร์แบงก์พร้อมส ำหรับกำรติดต่อสื่อสำร กำรถ่ำยภำพ หรือ บันทึกเสียงระหว่ำงกำรเดินทำง 6. ขอควำมร่วมมือดูแลสิ่งของมีค่ำ เครื่องประดับด้วยตัวเอง เพรำะเจ้ำหน้ำที่จะไม่สำมำรถ รับผิดชอบกรณีสูญหำย รำยชื่อทีมงำนสยำมล้ำนช้ำง ผู้บริหำรโครงกำร 1. จิตรา ผดุงศักดิ์ (หญิง) Project Director 08 1951 2074 2. สุภาวดี บุตรศรี (ดี) Managing Director 08 1626 4137 3. ทิติภา ตั้งใจในธรรม (อ้อย) Project Manager 09 8836 6356 4. กัญวรา สุรธรา (น้อง) ประสานงานผู้ประกอบการ 09 6282 3299 5. เอกภพ รัศมี (บอย) ประสานงานผู้ประกอบการ 08 1862 4864 6. วรวุฒิ แสงเมืองเปียง (วุฒิ) ประสานงานผู้ประกอบการ 09 2971 0695 7. อรรถพล ธวัชชัยพิบูลย์ (บาส) ประสานงานผู้ประกอบการ 09 7219 5742 8. ขนิษฐา ชัยเพ็ชร (นก) ประสานงานข้อมูล, สถานที่ 09 6794 1678 9. จันทนา ชมชื่น (น้องหญิง) Secretary 09 7017 5699 คณะท ำงำนจัดโครงกำรกิจกรรมฯ โดยส ำนักงำนพำณิชย์จังหวัดเชียงรำย 1. นางณัฐพร มหาไพบูลย์ พาณิชย์จังหวัดเชียงราย 06 5513 1720 2. นางนฤภร ฝึกฝน นักวิชาการพาณิชย์ช านาญการพิเศษ 08 1950 1665 3. น.ส.พิมพ์ปพัชญ์ ชุมภูรัตน์ นักวิชาการพาณิชย์ช านาญการพิเศษ 06 5510 1882 4. น.ส.จรรยมณฑน์ จุลเจิม นักวิชาการพาณิชย์ช านาญการ 06 4465 4264 5. น.ส. จุไรรัตน์ อุ่นใจ เจ้าพนักงานธุรการช านาญงาน 09 6216 3253 6. น.ส. ประไพวรรณ์ จันดา เจ้าพนักงานการพาณิชย์ช านาญงาน 08 9663 6018 4


ประวัติควำมเป็นมำ ด่ำนศุลกำกรท่ำลี่ ด่ำนศุลกำกรท่ำลี่จัดตั้งขึ้นตามกฎกระทรวงการคลังฉบับที่ 49 พ.ศ. 2508 ต่อมามีกฎกระทรวงฉบับที่ 130 (พ.ศ. 2543) ก าหนดให้ด่านศุลกากรท่าลี่ เป็นที่ส าหรับน าเข้าหรือส่งออกทุกประเภท ซึ่งต่อมามีกฎกระทรวงการคลัง ปี 2548 ได้ก าหนดทางอนุมัติ ด่านพรมแดนและด่ารศุลกากรใหม่โดยเพิ่มทางถนนจากสะพานมิตรภาพแม่น้ าเหือง ไทย-ลาว มายังด่านศุลกากรท่าลี่เป็นทางอนุมัติและตั้งด่านพรมแดนถาวรแห่งใหม่ คือ ด่านพรมแดนบ้านนากระเซ็ง ก าหนดเวลาขนส่งของเข้าหรือออกในราชอาณาจักร ผ่านเขตทางบกทางอนุมัติ ตั้งแต่เวลา 08.00 ถึง 18.00 น. เริ่มแรกเมื่อก่อตั้งด่านศุลกากรท่าลี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แต่ตั้งนายอ าเภอท่าลี่ (นายทวี ทวีพูล) เป็นพนักงานศุลกากรท าการแทนกรมศุลกากร (นายด่านศุลกากร) และกรมศุลกากรได้ออกค าสั่ง แต่งตั้งข้าราชการ ไปประจ าด่านศุลกากรท่าลี่เปิดด่านฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2508 และต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2546 เห็นชอบให้ก่อสร้างสะพานมิตรภาพแม่น้ าเหืองไทย-ลาว และด่านพรมแดนบ้านนากระเซ็ง ด่านศุลกากรท่าลี่แห่งใหม่ ที่บริเวณสะพานมิตรภาพน้ าเหืองไทย-ลาว ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านนากระเซ็ง ต าบลอาฮี อ าเภอท่าลี่ จังหวัดเลย โดยมีข้อตกลงร่วมระหว่างรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่าย ก าหนดให้เป็นด่านถาวรและด่านสากล เพื่อส่งเสริมและ สนับสนุนด้านการค้าและการท่องเที่ยวแก่กัน เนื่องจากจังหวัดเลย และแขวงไซยะบุรี ต่างมีการค้าและท่องเที่ยวร่วมกัน มานานนับ 10 ปี ปัจจุบัน สปป.ลาว มีโครงการพัฒนาขยายปรับปรุงถนนจากแขวงไซยะบุรี สู่เมืองหลวงพระบาง ซึ่งเป้นเมืองมรดกโลก ที่ระยะทางประมาณ 360 กิโลเมตร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ขอทราบข้อมูลเกี่ยวกับ passport visa หรือบุคคลเดินทางไป สปป.ลาว ติดต่อ ส านักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเลย โทร. 042-821284 ด่านศุลกากรท่าลี่ เลขที่ 8 หมู่ 1 ต าบลท่าลี่ อ าเภอท่าลี่ จังหวัดเลย 42140 โทรศัพท์ 042-889187 โทรสาร 042-889187 กด 4, 042-863610, 042-863597 QR Code Facebook ด่ำนศุลกำกรท่ำลี่ 5


6


ประวัติด่ำนศุลกำกรหนองคำย ด่านศุลกากรหนองคาย เป็นด่านศุลกากรทางบกมีเขตแดนติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีแม่น้ าโขงเป็นเส้นกั้น เขตแดน ในอดีตเป็น "ด่านเก็บภาษี" ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2458 ขึ้นอยู่กับข้าหลวงปกครอง (เจ้าเมืองหนองคาย) ในปีเดียวกันนั้นเอง ได้มีการโอนด่านเก็บภาษีจากกระทรวงมหาดไทยไปขึ้นกับกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ สังกัดกรมสรรพากร จนกระทั่งปี พ.ศ.2462 ได้มีการโอนด่านเก็บภาษีจากกรมสรรพากรไปขึ้นกับกรมศุลกากร ตั้งแต่นั้นมา "ด่านภาษีหนองคาย" จึงสังกัด กรม ศุลกากร และในปี 2481 ได้มีกฎกระทรวงการคลัง ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 30 มกราคม พ.ศ.2481 ก าหนดเขตด่านศุลกากรหนองคาย และก าหนดให้ด่านศุลกากรหนองคายเป็นท่าหรือที่ส าหรับการน าของเข้าและ ส่งของออกได้ทุกประเภท อีกทั้งได้มีกฎ กระทรวงการคลัง ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 25 พฤษภาคมพ.ศ.2486 ก าหนดด่านพรมแดนท่าบ่อ ซึ่งตั้งอยู่ที่อ าเภอท่าบ่อ จังหวัด หนองคาย ขึ้นกับด่านศุลกากรหนองคาย ในระยะแรกได้ฝากให้กรมสรรพากรเป็นผู้ดูแลด่านศุลกากรหนองคาย จนกระทั่งปี พ.ศ.2485 กรมศุลกากรได้แต่งตั้งนายสิทธิ สิทธิพงษ์ ไปปฏิบัติหน้าที่นายด่านศุลกากรหนองคายเป็นคนแรก แต่เดิมที่ ท าการด่านศุลกากรหนองคายตั้งอยู่ที่ท่าเรือตลาดหลวง ต าบลในเมือง อ าเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เป็นอาคาร 2 ชั้น สร้างขึ้นใน ปี พ.ศ.2493 ชั้นบนเป็นที่ท าการของส านักงานศุลกากรภูมิภาคที่ 2 ส่วนชั้นล่างเป็นที่ท าการของด่านศุลกากรหนองคาย และด่าน ตรวจพืชจังหวัดหนองคาย แต่เนื่องจากพื้นที่คับแคบพ่อค้าประชาชนไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร ประกอบกับอาคารดังกล่าว ได้รับการอนุรักษ์เป็นอาคารประวัติศาสตร์ไม่สามารถปรับปรุงเพิ่มเติมได้ ด่านศุลกากรหนองคายจึงได้ย้ายไปอยู่ที่ศูนย์ราชการ จังหวัดหนองคาย ตั้งอยู่ที่ถนนมิตรภาพ อ าเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2535 เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2558 ด่านศุลกากรหนองคายได้ย้ายที่ท าการจากถนนมิตรภาพ อ าเภอเมือง จังหวัดหนองคาย มา ปฏิบัติงานที่อาคาร ด่ำนศุลกำกรหนองคำย(ชั่วครำว) ถนนเฉลิมพระเกียรติ อ ำเภอเมือง จังหวัดหนองคำย แล้ว เนื่องจากที่ท า การเดิม มีพื้นที่จ านวน 8 ไร่ สถานที่คับแคบ ไม่สามารถปรับปรุงสถานที่หรือก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมเพื่อรองรับการปฏิบัติงานที่ เพิ่มขึ้นได้ จึงได้ย้ายมาปฏิบัติงานที่อาคารด่านศุลกากรหนองคาย(ชั่วคราว) ภายในพื้นที่ก่อสร้างด่านศุลกากรหนองคายแห่งใหม่ บนพื้นที่ 40 ไร่ ซึ่งด่านฯ ได้รับงบประมาณจากกรมศุลกากร จ านวน 220 ล้านบาท ในปีงบประมาณ2559-2562 เพื่อด าเนิน โครงการก่อสร้างด่านศุลกากรหนองคายและลานตรวจสินค้าแห่งใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างประกอบ ปัจจุบัน ด่านศุลกากรหนองคายได้ย้ายมาที่ท าการแห่งใหม่ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2562 และได้ท าพิธิเปิดอาคารที่ท าการด่านศุลกากร หนองคายแห่งใหม่ เมื่อวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2562 เวลา 09.09 น. โดยมีนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร เป็น ประธาน ในพิธี โดยมีนายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และนายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ เอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ ให้เกียรติร่วมเปิดแพรคลุมป้ายชื่อด่านศุลกากรหนองคาย และได้ร่วมกันปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจ ารัชกาลที่ 10 เป็น ที่ระลึกในพิธีเปิดอาคารที่ท าการด่านศุลกากรหนองคายแห่งใหม่ สอบถำมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ส านักงานศุลกากรหนองคาย ถนนเฉลิมพระเกียรติ ต าบลหนองกอมเกาะ อ าเภอเมือง จังหวัดหนองคาย 43000 หมำยเลขโทรศัพท์ : 042-990900, 042-990904 7


8


9


10


11 11


• “Wellness” คืออะไร? เรำมำท ำควำมรู้จักเทรนด์สุขภำพแบบ wellness กันดีกว่ำ Global Wellness Institute ให้นิยำมว่ำกำรมีสุขภำพเชิงเวลเนส (wellness) คือ การหากิจกรรม ทางเลือก และรูปแบบการใช้ชีวิต (lifestyles) ที่ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมุ่งเน้นที่การ ป้องกันก่อนการเกิดโรค และปรับการใช้ชีวิตด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ในการดูแลสุขภาพควบคู่กันไป เพื่อน าไปสู่ ผลลัพธ์ของการมีสุขภาพองค์รวมและความเป็นอยู่ที่ดี เพราะ wellness ไม่ใช่แค่เรื่องการมีสุขภาพที่ดี แต่ยังมีอีกหลายมิติทั้ง ในด้านของกายภาพ จิตใจ การเข้าสังคม รวมถึงพัฒนาการด้านสติปัญญา หากเราสรุปความหมายสั้น ๆ ของค าว่า Wellness เรำอำจแปลควำมหมำยของค ำ ๆ นี้ได้ว่ำ “ควำมเป็นอยู่ ที่ดี” ซึ่งหมำยถึงหลำย ๆ มิติ คือ ด้ำนร่ำงกำย อำรมณ์ สังคม ปัญญำ จิตวิญญำณ กำรท ำงำน กำรเงิน และสิ่งแวดล้อม โดยแต่ละมิติมีควำมส ำคัญเท่ำ ๆ กัน และมีควำมเชื่อมโยงซึ่งกันละกัน ในประเทศไทยพบว่า 77% ของการเสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น การรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ขาดการออกก าลังกาย ความเครียด นอนหลับไม่เพียงพอ การ สูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสมไม่ว่า จะเป็นการกิน ออกก าลังกาย และรักษาน้ าหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งอาจมีใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ มาช่วยเพิ่มประ สิทธิการดูแลสุขภาพด้านร่างกายให้ดีขึ้น รักษาสภาวะจิตใจ และอารมณ์ให้ปกติ สร้างสิ่งแวดล้อม และสังคมที่ดี มีความพึง พอใจและเห็นคุณค่าของตัวเอง ซึ่งหากเราสามารถสร้างสุขภาวะแบบ wellness ได้ เราก็จะมีสุขภาพดีในทุก ๆ มิติ ซึ่งมีผลดี ต่อการลดการเกิดโรคภัยต่าง ๆ ภาวะอารมณ์และจิตใจดีขึ้น ลดความเสี่ยงโรคต่าง ๆ ได้มากขึ้น ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าการดูแล สุขภาพในเชิง wellness สามารถช่วยป้องกันโรคได้ และในบางกรณี สามารถหยุดอาการเรื้อรังของโรคไม่ติดต่อบางชนิดได้ ด้วยเช่นกัน ควำมเป็นอยู่ที่ดี (Wellness) มีควำมส ำคัญอย่ำงไร? ความเป็นอยู่ที่ดีท าให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวม ดังนั้นหากเราดูแลสุขภาพ เพื่อเป้าหมายให้ไปถึงการมีสุขภาวะที่ดี แบบ wellness แล้ว เราก็จะลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ รวมไปถึงมีสุขภาพจิตที่ดี มีความสุขกับการใช้ชีวิต ซึ่งถึงส่งผลดี ต่อคนรอบข้าง และสังคม “Wellness” เป็นค าที่มีการใช้กันมากขึ้นในช่วง 10-15 ปีหลังมานี้ เราอาจพบค า ๆ นี้ตามโรงพยาบาล หรือองค์กร และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการ ดูแลสุขภาพ โดยทั่วไปเรามักเข้าใจกันว่า “wellness” เป็นค าที่ให้ความหมายว่า สุขภาพดี แต่จริง ๆ แล้วค านี้มีความหมายกว้างกว่าค าว่า “สุขภาพดี” และ ปัจจุบันทั่วโลกก็ให้ความส าคัญกับการดูแลสุขภาพแบบ wellness มากขึ้น เพราะ เป็นการดูแลที่ไม่ใช่แค่มิติด้านสุขภาพ แต่รวมไปถึงมิติของจิตใจ สิ่งแวดล้อม สังคม รวมไปถึง เศรษฐฐานะ (หรือเศรษฐกิจเชิงสังคม) อีกด้วย 12


นอกจำกนี้กำรส่งเสริมสุขภำพ และควำมเป็นอยู่ที่ดีเป็นหนึ่งใน 17 เป้ำหมำยระดับโลก ที่ประกอบกันเป็นวำระกำรพัฒนำอย่ำง ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ภำยในปี 2030 โดยสหประชำชำติ (United Nations) ก ำหนดให้สร้ำง หลักประกันให้คนมีสุขภำพที่ดี ซึ่งกำรดูแลให้มีสุขภำพแข็งแรงส่งเสริมควำมเป็นอยู่ที่ดีส ำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยเป็นสิ่งส ำคัญ ต่อกำรพัฒนำที่ยั่งยืน และเป็นเป้ำหมำยใหม่เพื่อให้ทั่วโลกร่วมกันส่งเสริมวิถีชีวิตที่มีสุขภำพดี มีมำตรกำรป้องกัน และกำรดูแล สุขภำพที่ทันสมัย และมีประสิทธิภำพส ำหรับทุกคน ซึ่งเมื่อเรำมีสุขภำพที่ดีจะส่งผลต่อไปยังคนรอบข้ำง ครอบครัว ชุมชน สังคม เศรษฐกิจ อุตสำหกรรม ประเทศ และโลกของเรำในภำพรวม ควำมเป็นอยู่ที่ดี (Wellness) ประกอบด้วยอะไรบ้ำง? การดูแลสุขภาพแบบ wellness มุ่งเน้นไปที่การป้องกันมากกว่าการรักษา ซึ่งแตกต่างจากการแพทย์ดั้งเดิมที่เน้นการ รักษาโรคภัยไข้เจ็บเป็นครั้งคราว หรือการบ าบัดเพื่อฟื้นฟูสุขภาพให้หายจากอาการเจ็บป่วย หากเราดูแลสุขภาพแบบ wellness เราจะสามารถป้องกัน และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงครอบคลุมถึงการรักษาวิถีชีวิตให้เหมาะสม ด าเนินชีวิต อย่างมีสุขภาพดีและมีความสุข ก่อให้เกิดการพัฒนาในด้านความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน เป้าหมายที่ 3: สรา้งหลกัประกนัการมีสขุภาวะทดี่ีและสง่เสริมความเป็นอยู่ทดี่สีา หรบัทกุคนในทกช่วงวัยุ 13


Wellness หรือ ควำมเป็นอยู่ที่ดี ครอบคลุมหลำยมิติ ซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน และต้องได้รับกำรปรับเปลี่ยน ให้เหมำะสมไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งประกอบไปด้วย สุขภำวะทำงอำรมณ์(emotional wellness) หลายคนคงเคยได้ยินประโยคยอดฮิตที่ว่า ถ้าสภาพจิตใจไม่ดีจะส่งผลต่อสุขภาพ ซึ่งถ้าเรารู้จักที่จะจัดการความรู้สึก ความคิดที่ เปลี่ยนแปลงไป และมีความพึงพอใจในการใช้ชีวิต ไม่เครียด ไม่วิตกกังวล รวมไปถึงการสามารถควบคุมสภาวะอารมณ์เหล่านี้ได้ การ รับรู้ ยอมรับ เข้าใจความรู้สึกตนเอง และผู้อื่นจะท าให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะมีสุขภาพจิตที่ดี สุขภำวะทำงกำย (physical wellness) การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ซึ่งการมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ เกิดจากการรู้จักร่างกายของเราและค่อย ๆ สร้างสุขนิสัยที่ดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร โภชนาการ หรือ การออกก าลังกาย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับร่างกาย ยิ่งหากท าให้เป็นส่วนนึงของกิจวัตรประจ าวันจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณมีสุขภาพ และร่างกายที่ดีในระยะยาว สุขภำวะทำงสังคม (social wellness) ส่วนมิติทางสังคมจะครอบคลุมทุกแง่มุมของความสัมพันธ์ทางสังคมปฏิสัมพันธ์ต่อบุคคลอื่น การรักษาความสัมพันธ์ที่ดี การมีความสุข กับการอยู่กับผู้อื่น สร้างมิตรภาพ และการสานสัมพันธ์กับคนในสังคมด้วยความคิดเชิงบวก ล้วนแล้วแต่จะสร้างบรรยากาศที่ดีในการใช้ ชีวิต ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพจิตของเรา สุขภำวะทำงสติปัญญำ (cognitive wellness) สุขภาวะทางสติปัญญาเป็นสุขภาวะที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสมอง ความรู้คิด ความสามารถในการเรียนรู้ การแก้ปัญหา ความสามารถ ด้านสติปัญญา ความอยากรู้อยากเห็นพัฒนาความรู้ และให้คุณค่ากับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ความสามารถด้านสติปัญญาที่ดีจะช่วย ปรับปรุงคุณภาพชีวิตโดยรวมของเรา ซึ่งจะส่งผลต่อพฤติกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปรับเปลี่ยนสุขนิสัยเชิงลบให้เป็นสุขนิสัยเชิง บวก กำรสร้ำงวิถีควำมเป็นอยู่ที่ดี (wellness) ท ำได้อย่ำงไรบ้ำง? ในยุคที่คนหันมาให้ความสนใจเรื่อง Health & Wellness มากขึ้น แน่นอนว่าองค์ความรู้เกี่ยวกับสิ่งนี้เป็นเรื่องส าคัญมาก การหาข้อมูล ที่น่าเชื่อถือตามสื่อต่าง ๆ หรือการศึกษาข้อมูลจากองค์กรที่น่าเชื่อถือหรือจากสถาบันทางการแพทย์ จึงอาจเป็นทางเลือกในการ หาข้อมูลเพิ่มเติม และเมื่อเราได้ทราบถึงความหมาย มีความเข้าใจ และทราบถึงความส าคัญของ “Wellness” หรือ “การเป็นอยู่ที่ดี” เราจึงสามารถที่จะปรับเปลี่ยนการด าเนินชีวิตให้เป็นไปตามแนวทางของ wellnessเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม สมอง และน าไปสู่การมีสุขภาพดีแบบองค์รวมอย่างยั่งยืน 14


สุขภำพดี เริ่มได้ทุกเวลำ สุขภาพดี ป้องกันได้ตั้งแต่ต้นทาง หากเราอยากมีสุขภาพดีแบบ Wellness เราต้องรู้จักป้องกันตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งในทางการแพทย์ เรียกว่า เวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) เป็นแขนงหนึ่งของการแพทย์คู่กับการรักษาพยาบาล (Curative Medicine) โดยให้ ความส าคัญกับการป้องกันการเจ็บป่วยที่ต้นเหตุ เช่น ถ้าเรารู้ว่า การไปอยู่ในที่ผู้คนแออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก แล้วเราไม่ใส่หน้ากาก อนามัยป้องกัน หรือ ไม่ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ ก็มีสิทธิ์ที่จะรับเชื้อโควิด 19 เข้ามาได้ ดังนั้นแก้ที่ต้นเหตุ ใส่หน้ากากอนามัยให้เรียบร้อยเมื่อ ไปที่ชุมนุมชน คนเยอะๆ ก็จะเป็นการป้องกันตัวเองได้ดี หรือ ถ้าเรารู้ว่า น้ าหนักตัวเยอะเกิน จนเกิดความเครียดเสี่ยงต่อโรคร้ายต่างๆ ใน อนาคต เราก็ต้องใส่ใจเลือกอาหารการกิน ลดการทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และหันมาขยับร่างกายเพื่อสุขภาพ เป็นต้น พูดง่ายๆ เลยว่า สุขภาพดีแบบ Wellness คุณสร้างมันได้ ถ้ารู้จักแก้ไขปัญหา จัดการที่ต้นเหตุ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเจ็บป่วย สุขภาพที่ดี ทั้งกายและใจ ก็จะเกิดขึ้นได้ทุกวัน แปลว่าไม่ว่าจะเวลาไหน ก็เป็นเวลาเริ่มต้นการดูแลสุขภาพที่ดีทั้งนั้น เพราะเราไม่ได้อยากมีชีวิตที่ แข็งแรงหลังการเจ็บป่วย แต่เป็นชีวิตที่เราดูแลให้แข็งแรงไปเรื่อยๆ สุดท้ายนี้ การมี Health & Wellness ที่ดีของแต่ละคนไม่จ าเป็นต้องเหมือนกัน เราสามารถก าหนดความพอดี และหาสมดุลของ ตนเอง ได้ ไม่ใช่เป้าหมาย หรือ New Year Resolution ที่จะสามารถก าหนดเป็นตัวเลข แต่เป็นเส้นทางการค้นพบที่ท าได้ตลอดชีวิต ซึ่ง ต้องเกิดจากความเข้าใจในพื้นฐานของการมีสุขภาพดี ที่มากกว่าแค่ความแข็งแรง หรือการออกก าลังกายอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงเป็นสิ่งที่คุณ สามารถลองผิดลองถูกได้และสนุกกับมันได้เรื่อยๆ 15


ในระยะ 5 ปีข้ำงหน้ำ แนวโน้มมูลค่ำกำรตลำดของอุตสำหกรรมด้ำนสุขภำพและควำมเป็นอยู่ที่ดีจะเป็น อย่ำงไร? หลายหน่วยงานได้ประมาณการมูลค่าไว้แตกต่างกันบ้าง แต่แน่นอนว่าอุตสาหกรรมด้านสุขภาพจะขยายตัวในอัตราที่สูงมาก โดย PeC (Price water house Coopers) คาดการณ์ว่าตลาดใน Asia-Pacific จะเติบโตอีกราว 40% ในปี 2023 และมีมูลค่ามากกว่าตลาดในอเมริกาเหนือ โดยตลาดของ digital wellness นั้น คาดว่าจะเติบโตถึง 220.94 พันล้านเหรียญ สหรัฐในปี 2026 เพราะในปี 2022 เฉพาะตลาดของ wearable devices จะมีมูลค่า 24 พันล้านเหรียญสหรัฐ กลุ่มอุตสำหกรรมด้ำนสุขภำพที่มีแนวโน้มกำรเติบโตสูงในโลกมีอะไรบ้ำง? McKinsey Research ได้ส ารวจในหัวข้ออนำคตของควำมเป็นอยู่ที่ดี(Future of Wellness) พบว่าผู้บริโภคมีความสนใจมาก ในเรื่องต่อไปนี้ ได้แก่ สุขภาพที่ดีขึ้น (better health), สมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้น (Better Fitness), โภชนาการที่ดีขึ้น (Better Nutrition), รูปลักษณ์ที่ดีขึ้น (Better Appearance), การนอนหลับที่ดีขึ้น (Better Sleep) และการมีสติที่ดีขึ้น (Better Mindfulness) ข้อมูลอ้างอิง: 1. https://globalwellnessinstitute.org/industry-research/2022-global-wellness-economy-country-rankings/ 2. https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=59622349 3. https://globalwellnessinstitute.org/what-is-wellness/ 4. https://www.sdgmove.com/2021/01/25/sdg-updates-good-health-and-well-being/ 5. https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/protect-my-family/wellness.html มูลค่ำกำรตลำดโดยรวม ของอุตสำหกรรมด้ำนสุขภำพ และควำมเป็นอยู่ที่ดีในระดับโลก เป็นอย่ำงไร? Global Wellness Institute ได้ประมาณ มูลค่าของอุตสาหกรรมนี้ไว้ราว 4.5 ล้านล้าน เหรียญสหรัฐ ($4.5 trillion) ในปี 2022 และ จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือในช่วงปี 2022-2024 ประมาณว่ามูลค่าจะเพิ่มอีกราว 1.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ 16


ข้อมูลล่ำสุดของสถำบันสุขภำพโลก (GWI) ระบุว่ำ ตลำดกำรท่องเที่ยวเพื่อสุขภำพจะมียอดเงินหมุนเวียน 817,000 ล้ำนเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2566 และขยำยตัวเป็น 1.3 ล้ำนล้ำนเหรียญสหรัฐฯ ภำยในปี 2568 ผลมาจากที่ผู้คนทั่วโลกให้ความส าคัญกับการดูแลสุขภาพก่อนป่วย รวมทั้งการรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Care) ตลอดจนการเสริมภูมิต้านทาน ซึ่งในภาพรวมธุรกิจกลุ่มนี้มีอัตราเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 8.1% ต่อปี อย่างไรก็ตาม แม้จะรวมอยู่ในกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แต่ความสนใจของผู้มาเยือนก็มีความแตกต่างในรายละเอียด โดยกลุ่มความสนใจ ทั้งหมดมุ่งเน้นไปที่การแสวงหาความหมายใหม่ของการใช้ชีวิต ที่ความหรูหราสะดวกสบายไม่อาจตอบโจทย์ได้ครบถ้วน รูปแบบของทิศทางการท่องเที่ย วเชิงสุขภาพที่รวบรวมไว้ ประกอบด้วย 1. The ‘local wisdom’ of Health and Wellness สู่แหล่งก าเนิดของการรักษาแบบโบราณที่มีรากเหง้าทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ท้องถิ่น เช่น เดินทางไปญี่ปุ่น เพื่อแช่น้ าพุร้อน พักที่พักแบบเรียวกัง หรือไปอินเดีย ซึ่งเป็นต้นก าเนิดโยคะโลก เพื่อได้เข้าคลาสโยคะกับกูรูในต านาน 2. Wellness & Water มาจากแนวคิดที่ว่า น้ า คือ ต้นก าเนิดของสุขภาพที่ดี กิจกรรมที่ใช้น้ าเพื่อบ าบัดจึงได้รับความนิยมมาก เช่น การแช่ น้ าพุร้อน การอาบน้ าตก หรือว่ายน้ าในล าธารในป่าใหญ่ 3. Wellness Spiritual ทริปเจริญสติ ฝึกสมาธิ ก าลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่นักเดินทางทั่วโลก การปลีกวิเวก แสวงหาความสงบจากการ พักผ่อนเงียบ ๆ เพียงล าพัง เป็นการท่องเที่ยวพักผ่อนอย่างแท้จริง 4. Wellness Company Outing ทั้งในยุโรปและอเมริกา จะเห็นการเพิ่มขึ้นของทริปองค์กรที่พาพนักงานไปท ากิจกรรม Team building เน้นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพทางกายและจิตใจ 5. Plant Based Therapy คนรุ่นใหม่ทั่วโลกหันมากินอาหารที่ผลิตจากพืชมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันนี้พบว่าร้อยละ 5 ของประชากรใน สหรัฐอเมริกา หรือราว 16.5 ล้านคนเป็นมังสวิรัติ บรรดารีสอร์ตสุขภาพทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรปจึงเพิ่มเมนูอาหารจากพืช 6. Animal Therapy งานวิจัยมากมายระบุว่า มิตรภาพที่ดีระหว่างคนกับสัตว์ส่งผลต่อจิตใจ ก่อให้เกิดความผ่อนคลายสบายใจ ฟื้นฟู สมรรถภาพทางกาย โปรแกรมท่องเที่ยวฟื้นฟูสุขภาพ ไม่ใช่เพียงการมีปฏิสัมพันธ์กับสัตว์เลี้ยง แต่รวมถึงสัตว์อื่น ๆ เช่น การอาบน้ าช้าง การดูนก ส ารวจสัตว์ป่า 7. Emotional Wellness การฟื้นฟูจิตใจส าหรับผู้ที่ต้องท างานอยู่ท่ามกลางความเครียด เกิดความวิตกกังวลสะสม, ได้รับความกระทบ กระเทือนทางจิตใจ เพื่อให้ผ่อนคลาย โดยการบ าบัดฟื้นฟูจะใช้หลักทางโภชนาการ การออกก าลังกาย และการดูแลจิตใจ สร้างความเข้มแข็งทางใจให้เหล่า นักเดินทางได้มองโลกอย่างงดงามเปี่ยมความหมายและสร้างสรรค์ 8. Digital Detox ลดอาการเสพติดเทคโนโลยี เว้นวรรค หรือพักการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลชั่วคราว วางเฉยต่อโซเชียลมีเดีย พักใจ พักสมอง และน า ตนเองออกสู่ธรรมชาติ มีปฏิสัมพันธ์กับชุมชน และโลกภายนอก เป้าหมายส าคัญ คือ การสร้างสมดุลให้กับชีวิต มีเวลาทบทวนตัวเอง เพิ่มความคิด สร้างสรรค์ 9. Alcohol Free Therapy เพื่อช่วยให้เลิกดื่มสุรา ล้างพิษ และเสริมสร้างสุขภาพทางกายและใจ ก่อให้เกิดความเข้มแข็งควบคู่ไปกับการ บ าบัดด้วยการนวดสปาก าหนดจุดที่ได้ผล 10. Wellness Meet Medical Tourism การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ผสานกับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ออกแบบโปรแกรมดูแลสุขภาพเชิง บูรณาการ รวมการวินิจฉัยทางการแพทย์ เช่น การดริปวิตามินทางเส้นเลือดเพื่อเสริมภูมิต้านทาน การฝึกโยคะ หรือก าหนดโภชนาการ และการออกก าลัง กายที่ออกแบบเฉพาะบุคคล “ทั้งหมดเป็นเทรนด์ที่ผสมผสำนกับรูปแบบต่ำง ๆ ที่มีอยู่แล้วในบ้ำนเรำ นักเดินทำงเพื่อสุขภำพในยุคหลังโควิดนี้มีดีมำนด์ที่หลำกหลำยและต้องกำร ประสบกำรณ์จำกกำรเดินทำงที่มีคุณค่ำ เปี่ยมควำมหมำย กำรออกแบบทริปเพื่อสุขภำพในยุคนี้จึงต้องตอบโจทย์สุขภำพกำยและเติมเต็มจิตวิญญำณ อย่ำงลึกซึ้ง และนี่คือโจทย์ใหม่ส ำหรับผู้ประกอบกำรเวลเนสยุคนี้” นำยอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่ำกำรด้ำนสินค้ำและธุรกิจท่องเที่ยว รองผู้ว่ำกำร ททท. กล่ำว ท่องเที่ยวสุขภำพบูมหลังเกิดโควิด ยอดเงินสะพัด 8.17 แสนล้ำนเหรียญฯ อีก 2 ปีพุ่ง 1.3 ล้ำนล้ำนเหรียญฯ ททท.วำงแผนรุกตลำดท่องเที่ยวเชิงสุขภำพ แนะผู้ประกอบกำรท ำกำรบ้ำน จับกลุ่มนักท่องเที่ยวไม่ง่ำย เหตุควำมต้องกำรหลำกหลำย 17


18


ท่องเที่ยวชุมชนบ้ำนเดื่อ วัฒนธรรมอีสำนเหนือ ที่คุณต้องมำสัมผัส ชุมชนบ้ำนเดื่อ หมู่ 2 ต.บ้ำนเดื่อ อ.เมืองหนองคำย จ.หนองคำย ประวัติความเป็นมาชุมชนบ้านเดื่อ เริ่มก่อตั้งประมาณ ปี พ.ศ. 2400 ค าว่า บ้านเดื่อตั้งชื่อต้นไม้ที่มีจ านวนมากบริเวณนั้นคือ ต้นเดื่อชาวบ้านจึงเรียกชื่อหมู่บ้านนี้ว่า “บ้ำนเดื่อ” ไม่มีประวัติและไม่มีใครทราบว่าบุคคลก่อตั้งบ้านนี้คนแรกชื่ออะไร แต่สันนิษฐานว่า น่าจะอพยพมาจากต าบลสีกายส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งน่าจะมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวหรือ สปป.ลาว อย่างไรก็ตามยังมีประวัติบางส่วนเล่าว่าบรรพบุรุษให้ชื่อ “ชุมชนบ้านเดื่อ” มีนายบุญมี ศรีเมือง ซึ่งข้ามมาจาก สปป.ลาว ขณะนั้นได้บวชและสร้าง “วัดอุทุมพร” ขึ้น ต่อมาได้สึกออกมาแต่งงานกับนางมั่นและได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของบ้านเดื่อ 19


นอกจากนี้ ชุมชนบ้านเดื่อยังมีกิจกรรมท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชน ที่จะท าให้คุณได้สัมผัสกับวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อเเละการด ารงชีวิต ของชาวบ้านอย่างลึกซึ้ง อาทิ ทดลองพับกระทงดอกไม้และพับนกใบตาล ล่องเรือลอยกระทงดอกไม้บูชาวัดพังโคน ผูกนกขอพรพระเจ้าไชย เชษฐา นั่งสามล้อเก็บมะเดื่อริมฝั่งโขง เชฟใหม่หัดท า ชมการทอผ้าย้อมสีมะเดื่อ หรือท าสบู่มะเดื่อและน ากลับไปใช้ได้จริง ทุกท่านยังได้ดื่มด่ ากับบรรยากาศริมฝั่งโขงยามค่ าคืนที่ร้านเชฟชุมชน โฮมสเตย์พักผ่อนสบายๆ สไตล์ไทบ้านเดื่อ บ้ำนเดื่อโฮมสเตย์ เป็นที่พักอันยอดเยี่ยม ส าหรับผู้มาเยือนหนองคาย เป็นที่พักชนบทติดเมือง ที่นักท่องเที่ยวจะได้ใช้ชีวิต ร่วมกับคนในชุมชน 20


Souvenir by หมู่บ้ำนริมโขง ผลิตภัณฑ์ชุมชนและของที่ระลึกชุมชนบ้ำนเดื่อ ชาวบ้านบ้านเดื่อมีวิถีชีวิตตั้งอยู่ริมแม่น้ าโขง จึงประกอบอาชีพประมง ได้แก่ การท าปลานิลกระชังและปลาตามธรรมชาติ เกษตรปลูกผักแบบขั้นบันไดตามริมฝั่งแม่น้ าโขง ชาวบ้านจึงน าปลามาแปรรูปอาหาร ปลาจุ่มเป็นเมนูที่ขึ้นชื่อของชุมชนบ้าน เดื่อที่ต้องมาลอง และยังมีกุนเชียงปลานิล ปลานิลแดดเดียวและนอกจากนี้ยังมี มะขาม ฟักข้าว มะม่วงแช่อิ่ม เสื่อกก ข้าว ออร์แกนิค ผักผลไม้สด ซึ่งล้วนแต่เป็นของฝากที่น่าซื้อกลับบ้านไปอย่างแน่นอน เเละบ้านเดื่อมีต้นมะเดื่อภายในหมู่บ้านจ านวนมาก จึงน า มะเดื่อมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และอาหาร และยังเป็น ของฝากส าหรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ กระเป๋าย้อมสีมะเดื่อ ที่มีสีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และยังมีครีมนวดสมุนไพร ที่ท าจากมะเดื่อ สบู่มะเดื่อ แจ่วมะเดื่อ น้ ามะเดื่อ 21


The precious culture of Ban Duea เที่ยวบ้ำนเดื่อไม่เบื่อเเน่ ชุมชนบ้านเดื่อ จังหวัดหนองคาย เป็นชุมชนวิถีชีวิตลุ่มน้ าโขง มีอาชีพด้านการ ประมงแม่น้ าโขง เลี้ยงปลากระชังแม่น้ าโขง และการเกษตร พื้นที่ตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ า โขงมีต้นมะเดื่อจ านวนมากจึงเป็นที่มาของ ชุมชนบ้านเดื่อ รอยยิ้มและวิถีชีวิตเรียบง่าย ของชาวบ้านที่นี่ จะท าให้รู้ว่าเที่ยวบ้านเดื่อ ไม่มีเบื่อจริงๆ 22


"ปลำนิลกระชังแม่น้ ำโขงหนองคำย" สินค้ำ Gl น้องใหม่ จังหวัดหนองคำย เนื้อแน่น นุ่ม รสชำติหวำน สร้ำงรำยได้ให้แก่เกษตรกรในชุมชนกว่ำ 540 ล้ำนบำท กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียน "ปลานิลกระชังแม่น้ าโขงหนองคาย“ สินค้า GI รายการใหม่ประจ าจังหวัดหนองคาย เนื้อแน่น นุ่ม เป็นที่นิยมของผู้บริโภค สร้างรายได้ ให้แก่ เกษตรกรในชุมชนอย่างยั่งยืน กรมทรัพย์สินทางปัญญามีนโยบาย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานรากบนพื้นฐานแห่งอัตลักษณ์และภูมิปัญญาไทย โดยการขึ้น ทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เพื่อยกระดับสินค้าท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จัก เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า พร้อมส่งเสริม การควบคุมคุณภาพ สินค้า เพื่อสร้างความั่นใจให้แก่ผู้บริโภค และขยายช่องทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ประกาศขึ้นทะเบียนสินค้า GI รายการใหม่ "ปลำนิลกระชังแม่น้ ำโขงหนองคำย" สินค้ำ GI ล ำดับที่ 3 ของจังหวัดหนองคำย ต่อจากกล้วยตากสังคมและสับปะรดศรีเชียงใหม่ "ปลำนิลกระชังแม่น้ ำโขงหนองคำย " คือปลำนิล สำยพันธุ์จิตรลดำ มีลักษณะส่วนหัวเล็ก ริมฝีปำกบน และล่ำงเสมอกัน มีลำยพำดตำมขวำง เมื่อปรุงสุกเนื้อมีสีขำว แน่นเป็นสิ่ม และนุ่ม จ าหน่ายในรูปแบบปลานิลสด และปลานิลแดดเดี่ยว ผลิตและแปรรูปตามภูมิปัญญาของชุมชน ครอบคลุมเขตพื้นที่ 6 อ าเภอของ จังหวัดหนองคายที่แม่น้ าโขงไหลผ่าน ได้แก่ อ าเภอสังคม อ าเภอศรีเชียงใหม่ อ าเภอท่าบ่อ อ าเภอเมืองหนองคาย อ าเภอโพนพิสัย และ อ าเภอรัตนวาปี ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ คือ มีคุ้งน้ ากว้าง พื้นท้องน้ าเป็นทราย มีโขดหินท าให้การไหลผ่านของน้ าในแม่น้ าโขงในช่วงจังหวัด หนองคายเป็นการไหล แบบเอื่อยๆ ตลอดเวลา ช่วยเพิ่มออกชิเจนในน้ าให้เหมาะสมกับการเลี้ยงปลานิล ท าให้ปลานิลมีสุขภาพดี จาก การว่ายน้ าตลอดเวลา ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ าโขงซึ่งมีแร่ธาตุในดิน และเป็นน้ าที่มีความสะอาด ส่งผลให้ "ปลานิลกระชัง แม่น้ าโขงหนองคาย " ที่เลี้ยงในกระชังจึงไม่มีกลิ่นเหม็นคาว และไม่มีกลิ่นโคลน เนื้อแน่น นุ่ม เนื่องจากมีไขมันแทรก เป็นที่นิยมของ ผู้บริโภคในจังหวัดหนองคายรวมถึงจังหวัดใกล้เคียง ถือเป็นสินค้าด้านการเกษตรที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัดหนองคายและเกษตรกรใน ชุมชนกว่า 540 ล้านบาทต่อปี 23


24 ตลำดอินโดจีน (ท่ำเสด็จ) จังหวัดหนองคำย มีสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่1 เป็นประตูสู่เวียงจันทน์เมืองหลวงของประเทศลาว ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ าโขงห่างออกไปทางเหนือ 25 กม. หนองคายได้รับการคัดเลือกจากวารสาร The US Magazine Modern Maturity ของสหรัฐอเมริกา จัดอันดับเป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 7 ของโลก ภูมิศาสตร์และที่ตั้งตลาดมีแรงดึงดูดนักท่องเที่ยว รวมทั้งความพร้อมด้านสิ่งอ านวยความสะดวก “ตลำดท่ำเสด็จ” “ตลำดท่ำเรือ” หรือ“ตลำดอินโดจีน”ไม่ว่าจะชื่อไหนก็ล้วนแล้วแต่เป็นชื่อที่ใช้เรียกขานของตลาดขนาดใหญ่ ริมแม่น้ าโขงในเขตเทศบาลเมืองหนองคายเหมือนกันซึ่งที่มาของชื่อตลาดก็ตั้งกันตามลักษณะของตลาด “ตลำดอินโดจีน” เพราะตลาดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมสินค้าจากหลากหลายประเทศในแถบอินโดจีนไม่ว่าจะเป็น ไทยลาว เวียดนาม จีน ฯลฯ “ตลำดท่ำเรือ” เริ่มมาจาก ในอดีตก่อนที่จะมีการสร้างสะพานมิตรภาพไทย– ลาว ท่าเรือของตลาดสินค้าอินโดจีน ริมแม่น้ าโขงแห่งนี้ เคยถูกใช้เป็นจุดผ่านแดนถาวรส าหรับผู้ที่ต้องการจะเดินทางไปมาระหว่าง ไทย กับ สปป.ลาว บริเวณนี้จึงมีเรือข้ามฟากสัญจรไปมา ระหว่างสองฝั่งแม่น้ าโขงอย่างคึกคักคน ท้องถิ่นจึงนิยมเรียกชื่อตลาดแห่งนี้ ในอีกชื่อหนึ่งว่า“ตลาดท่าเรือ” ต่อมาในปี พ.ศ.2498 ได้เกิดน้ าท่วมครั้งใหญ่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” พร้อมด้วย “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ได้เสด็จพระราชด าเนินมาเยี่ยมเยียนราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดหนองคายและ ได้เสด็จฯขึ้นจากเรือพระที่นั่ง ณ ท่าเรือของตลาดสินค้าอินโดจีนแห่งนี้ภายหลัง “ตลาดท่าเรือ” จึงได้ถูกเปลี่ยนชื่อไปเป็น “ตลำดท่ำเสด็จ” และเรียกติดปากกันมาจน ปัจจุบัน


25 รำยชื่อผู้เข้ำร่วมกิจกรรมกำรศึกษำดูงำน ครั้งที่ 1 25


26 รำยชื่อผู้เข้ำร่วมกิจกรรมกำรศึกษำดูงำน ครั้งที่ 1 26


27 รำยชื่อผู้เข้ำร่วมกิจกรรมกำรศึกษำดูงำน ครั้งที่ 1 รำยชื่อทีมงำนสยำมล้ำนช้ำง ผู้บริหำรโครงกำร 1. จิตรา ผดุงศักดิ์ (หญิง) Project Director 08 1951 2074 2. สุภาวดี บุตรศรี (ดี) Managing Director 08 1626 4137 3. ทิติภา ตั้งใจในธรรม (อ้อย) Project Manager 09 8836 6356 4. กัญวรา สุรธรา (น้อง) ประสานงานผู้ประกอบการ 09 6282 3299 5. เอกภพ รัศมี (บอย) ประสานงานผู้ประกอบการ 08 1862 4864 6. วรวุฒิ แสงเมืองเปียง (วุฒิ) ประสานงานผู้ประกอบการ 09 2971 0695 7. อรรถพล ธวัชชัยพิบูลย์ (บาส) ประสานงานผู้ประกอบการ 09 7219 5742 8. ขนิษฐา ชัยเพ็ชร (นก) ประสานงานข้อมูล, สถานที่ 09 6794 1678 9. จันทนา ชมชื่น (น้องหญิง) Secretary 09 7017 5699 คณะท ำงำนจัดโครงกำรกิจกรรมฯ โดยส ำนักงำนพำณิชย์จังหวัดเชียงรำย 1. นางณัฐพร มหาไพบูลย์ พาณิชย์จังหวัดเชียงราย 06 5513 1720 2. นางนฤภร ฝึกฝน นักวิชาการพาณิชย์ช านาญการพิเศษ 08 1950 1665 3. น.ส.พิมพ์ปพัชญ์ ชุมภูรัตน์ นักวิชาการพาณิชย์ช านาญการพิเศษ 06 5510 1882 4. น.ส.จรรยมณฑน์ จุลเจิม นักวิชาการพาณิชย์ช านาญการ 06 4465 4264 5. น.ส. จุไรรัตน์ อุ่นใจ เจ้าพนักงานธุรการช านาญงาน 09 6216 3253 6. น.ส. ประไพวรรณ์ จันดา เจ้าพนักงานการพาณิชย์ช านาญงาน 08 9663 6018


Click to View FlipBook Version