The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการศึกษา แนวทางการยกระดับคุณภาพการผลิตและพัฒนาครูปฐมวัยในสถาบันอุดมศึกษาของไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jakkapat.somboon, 2022-08-23 23:09:54

แนวทางการยกระดับคุณภาพการผลิตและพัฒนาครูปฐมวัยในสถาบันอุดมศึกษาของไทย

รายงานการศึกษา แนวทางการยกระดับคุณภาพการผลิตและพัฒนาครูปฐมวัยในสถาบันอุดมศึกษาของไทย

176 รายงานการศึกษา แนวทางการยกระดับคณุ ภาพการผลิตและพฒั นาครปู ฐมวัยในสถาบนั อดุ มศึกษาของไทย

ส่ิงสนบั สนนุ การผลิตครู แนวทางการยกระดบั การผลติ ครปู ฐมวยั ดา้ นการสง่ เสรมิ สงิ่ สนบั สนนุ

การผลติ ครอู ย่างบูรณาการ




➢ มีระบบเครือข่ายโรงเรียนที่มีคุณภาพสำหรับส่งนักศึกษาไปฝึก

ประสบการณว์ ชิ าชพี ครทู ีม่ ีมาตรฐาน


➢ มีการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ท่ีนักศึกษาครูปฐมวัยสามารถ


ใชฝ้ ึกปฏบิ ัติ และฝกึ ประสบการณว์ ิชาชีพในยุคดิจทิ ลั


➢ มีการส่งเสริม สนับสนุนการเข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้ของกลุ่ม


นกั ศกึ ษาครูที่มีความเหลื่อมลำ้


➢ ส่งเสริมและจัดหาส่ิงสนับสนุนการเรียนรู้ อุปกรณ์ เทคโนโลยี ส่ือ

ทใ่ี ช้ในการผลติ ครปู ฐมวัย



1.2 แนวทางการยกระดบั การพฒั นาครปู ฐมวยั ในสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั (In-Service

Training) ใหส้ ามารถดำเนินงานได้ตามมาตรฐานสถานพฒั นาเด็กปฐมวัยแห่งชาต

จากการศกึ ษาสภาพปญั หาการพฒั นาครปู ฐมวยั ในสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั (In-Service

Training) ผลจากการศึกษาความต้องการของครูปฐมวัยในการพัฒนาตนเอง พบว่า ครูปฐมวัย
ส่วนใหญ่มีความต้องการการพัฒนาตนเองในประเด็นของ เทคนิคการจัดกิจกรรมเพ่ือพัฒนาผู้เรียน
แบบ Active Learning การวัดประเมินพัฒนาการผู้เรียนตามช่วงวัย การจัดกิจกรรม Coding
ความรูพ้ ้นื ฐานของกลุ่มเด็กทีม่ ีความตอ้ งการพเิ ศษ การจัดการกับสภาวการณ์ฉกุ เฉินหรอื โรคระบาด
ความรู้เบ้ืองต้นสำหรับการป้องกันโรคระบาด และทักษะการสื่อสารระหว่างผู้ปกครองชุมชน

โดยรูปแบบการพัฒนาตนเองท่ีครูต้องการเป็นแบบการอบรมที่มีพี่เลี้ยงหรือโค้ชท่ีจะคอยเป็น

ผู้ให้คำปรึกษาเพ่ือนำส่ิงท่ีได้จากการอบรมมาปฏิบัติโดยมีคนคอยช้ีแนะ และให้คำแนะนำเมื่อเกิด
ปัญหาในการจัดการเรียนการสอน เนื่องจากหลักสูตรการพัฒนาครูปฐมวัยส่วนใหญ่เป็นหลักสูตร

ฝึกอบรมระยะส้ันท่ีใช้เวลาประมาณ 1-3 วัน และเป็นการอบรมแบบบรรยายร่วมกับปฏิบัติการ

แต่ไม่มีการให้คำแนะนำหรือติดตามผลเม่ือครูนำความรู้ที่ได้รับลงสู่การปฏิบัติจริงในโรงเรียน
นอกจากนี้ ยังพบว่าความต้องการในการพัฒนาตนเองในเรื่องต่าง ๆ ของครูปฐมวัย เป็นไปตาม
นโยบายของหน่วยงานต้นสังกัดว่าต้องการให้ครูปฐมวัยจัดประสบการณ์การเรียนรู้หัวข้อใด

ใหก้ บั เดก็ เชน่ การจดั กิจกรรม Coding การจัดกจิ กรรมตามแนวคิด High/Scope เปน็ ตน้

ผลจากการศกึ ษาสภาพการพฒั นาครปู ฐมวยั ในปจั จบุ นั พบวา่ ครปู ฐมวยั ในหนว่ ยงาน

ต้นสังกัดที่ต่างกันต่างได้รับการพัฒนาทั้งในเร่ืองของความรู้ ความเข้าใจ การเสริมสร้างสมรรถนะ

ในการจัดกิจกรรมการพัฒนาผู้เรียนปฐมวัย แต่มีบางส่วนที่มีปัญหาในเร่ืองของสิ่งสนับสนุน

บ ท ที่ 6
177

ทั้งงบประมาณ อัตรากำลัง ภาระงานที่มาก ส่งผลให้การพัฒนาตนเองของครูปฐมวัยยังไม่เป็นไป
ตามความต้องการ โดยสภาพปัญหาในการพัฒนาครูปฐมวัย พบว่าภาระงานท่ีมากและจำนวน

ครูปฐมวัยในสถานพัฒนาเด็กท่ีค่อนข้างน้อยเป็นอุปสรรคต่อการไปเข้าร่วมการพัฒนา นอกจากนั้น
ยังพบว่ามีผู้บริหารส่วนหนึ่งที่ยังไม่เข้าใจในบทบาทหน้าท่ีของครูปฐมวัย ซ่ึงยังเข้าใจว่าเด็กปฐมวัย
สอนง่าย ไม่ต้องอบรมก็สอนได้ จึงทำให้ครูส่วนหน่ึงไม่ได้รับการสนับสนุนให้ไปเข้าร่วมการพัฒนา
ตนเอง และยังมีความแตกต่างในเร่ืองของความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถของครูปฐมวัยจบใหม

ที่จบต่างสถาบันการผลิตครู โดยปัจจัยท่ีส่งผลต่อการพัฒนาครูปฐมวัยทุกสังกัดสะท้อนถึง

การสนับสนุนของผู้บริหาร การมีเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาครูท่ีช่วยเหลือกัน ภาระงาน
ของครู งบประมาณ ส่ิงสนับสนุนการพัฒนา และการมีพ่ีเลี้ยงหรือโค้ชในการพัฒนาเป็นส่ิงที่สำคัญ
เพราะทำให้ครู เกิดความม่ันใจและหากพบปญั หายงั มพี ่ีเล้ยี งหรอื โค้ชที่สามารถขอคำปรึกษาได้

จากสภาพและปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น คณะผู้วิจัยได้แบ่งแนวทางการพัฒนา

ครูปฐมวัยเป็น 4 แนวทาง ประกอบไปด้วย 1) นโยบายการพัฒนาครูปฐมวัยสู่ความเป็นเลิศ

2) ความมั่นคงก้าวหน้าทางวิชาชีพครูปฐมวัย 3) รูปแบบการพัฒนาครูปฐมวัยสู่ความเป็นเลิศ

และ 4) การส่งเสรมิ ส่ิงสนับสนนุ การพัฒนาครูสู่ความเปน็ เลศิ โดยแต่ละกลมุ่ มีรายละเอยี ดแนวทาง

การยกระดับการพัฒนาครปู ฐมวยั ในสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั โดยมีรายละเอียด ดังนี้



นโยบายการพฒั นาคร ู แนวทางการยกระดบั การพัฒนาครูปฐมวัย ด้านนโยบายการพฒั นา

ครูปฐมวยั สคู่ วามเปน็ เลศิ




➢ มีนโยบายการพัฒนาครูปฐมวัยที่ส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาชีพ

และมีความตอ่ เนื่องของการพัฒนา


➢ มีมาตรฐานสมรรถนะครปู ฐมวยั กลางของประเทศ

➢ มีหน่วยงานกลางของจังหวัด/พ้ืนที่ในการขับเคลื่อนนโยบาย


การพฒั นา ครปู ฐมวัยไปสู่การปฏิบตั ิ


➢ มีระบบและกลไกการประสานงานด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย

ระหว่างหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม

และท้องถิ่น


➢ มีระบบกลไกการติดตามผลการพัฒนาครูปฐมวัยจากหน่วยงาน

กลางของประเทศ

178 รายงานการศกึ ษา แนวทางการยกระดบั คุณภาพการผลติ และพฒั นาครปู ฐมวัยในสถาบนั อดุ มศึกษาของไทย

ความก้าวหนา้ ทาง แนวทางการยกระดบั การพัฒนาครูปฐมวยั ด้านความมน่ั คงกา้ วหน้า

วิชาชีพครูปฐมวยั ทางวิชาชีพครูปฐมวยั




➢ มีระบบการเปรียบเทียบเส้นทางความก้าวหน้าทางวิชาชีพของ


ครูปฐมวัยที่อยู่ต่างสังกัด เพ่ือให้สามารถเทียบเคียงตำแหน่งทาง
วิชาการ/ความเชี่ยวชาญได้ ในกรณีท่ีต้องการเปล่ียน/ย้ายสังกัด

ในการทำงาน


➢ มีระบบการสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาตนในเส้นทางวิชาชีพ


จากองค์กรหรือหน่วยงานระดับประเทศ เช่น การให้รางวัล

การเชิดชเู กียรติ


➢ มีกิจกรรมส่งเสริมการสร้างความภาคภูมิใจต่อวิชาชีพครูปฐมวัย


ในสถานศกึ ษา


➢ มีการสนับสนุนทุนการศึกษาในระดับปริญญาโท-เอก เพ่ือความ

กา้ วหนา้ ทางวิชาชพี ของครูปฐมวัย



รปู แบบการพฒั นา แนวทางการยกระดับการพัฒนาครูปฐมวัย ดา้ นรูปแบบการพัฒนา

ครปู ฐมวัยสคู่ วามเป็นเลิศ




➢ มีระบบการพัฒนาครูปฐมวัยโดยสถาบันผลิตครูในพ้ืนท่ีเป็น

ศูนยก์ ลาง


➢ มีระบบธนาคารหน่วยกิตท่ีให้ครูได้สะสมจำนวนชั่วโมงการพัฒนา

ตนเองเพ่อื ความกา้ วหน้าทางวิชาชีพ


➢ มีหลักสูตรการพัฒนาครูปฐมวัยสำหรับการ  Re-Skills


และ Up-Skills ตามความจำเป็นของแตล่ ะบุคคล


➢ มีเครือข่ายการพัฒนาทางวิชาชีพครูปฐมวัยที่มาจากหน่วยงาน


สว่ นกลาง


➢ มีกิจกรรมการแลกเปลีย่ นเรียนร้เู ชิงพน้ื ที่สำหรบั ครปู ฐมวยั

➢ มีระบบกลไกการติดตามผลการพัฒนาครูปฐมวัย โดยมีสถาบัน


ผลิตครู ในพน้ื ทีเ่ ป็นพเี่ ลย้ี ง

บ ท ที่ 6
179

สงิ่ สนับสนุน แนวทางการยกระดบั การพัฒนาครปู ฐมวัย ด้านการส่งเสริม

การพฒั นาคร ู ส่งิ สนับสนนุ การพฒั นาครสู คู่ วามเป็นเลิศ



➢ มีการจัดสรรทุนการศึกษาสำหรับครูปฐมวัยในการศึกษาในระดับ

ท่ีสูงขึ้นต่อไป  และจัดสรรทุนสำหรับครูปฐมวัยในการเข้ารับ

การพัฒนาตนเองทางวิชาชีพจากหน่วยงานต่าง ๆ ท้ังในประเทศ
และต่างประเทศ

➢ มีการจัดสรรทุนสำหรับการผลิตนวัตกรรมเพ่ือใช้ในการจัด
ประสบการณ์การเรียนรู้ และพฒั นาเด็กปฐมวยั

➢ มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศกลางของประเทศทรี่ วบรวมข้อมลู ทาง
วิชาการ อาทิ งานวิจัย บทความวิชาการ คลิปวิดีโอที่เก่ียวข้องกับ

การดูแล พัฒนาและจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย
เพอ่ื ให้ครูปฐมวัยสามารถเข้าถึงข้อมลู ไดโ้ ดยงา่ ย

➢ มีหน่วยงานกลางของประเทศที่ดูแลด้านการวิจัยและพัฒนา

นวัตกรรม ด้านการศึกษาปฐมวัย และส่งต่อข้อมูลเหล่าน้ีให้กับ

ครูปฐมวัยท่ัวประเทศผ่านช่องทางต่าง ๆ ท่ีครูปฐมวัยสามารถ

เขา้ ถึงแหล่งข้อมูลได


180 รายงานการศกึ ษา แนวทางการยกระดบั คณุ ภาพการผลิตและพฒั นาครูปฐมวยั ในสถาบนั อดุ มศกึ ษาของไทย


ตอนท่ี 2 ข้อเสนอเชิงนโยบายการผลิตและพัฒนาครูปฐมวัยในสถาบันอุดมศึกษา

ของไทย


2.1 ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายการผลติ ครปู ฐมวยั ในสถาบนั อดุ มศกึ ษาของไทย (Pre-Service

Training) ใหส้ ามารถดำเนินงานไดต้ ามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแหง่ ชาต

คณะผู้วิจัยแบ่งข้อเสนอเชิงนโยบายการผลิตครูปฐมวัยในสถาบันอุดมศึกษาของไทย
เป็น 4 ระดับ ประกอบด้วย 1) หน่วยงานระดับนโยบาย 2) หน่วยงานระดับพ้ืนท่ี 3) สถาบัน

ผลติ ครู และ 4) สถานศึกษา มรี ายละเอยี ด ดังนี





หนว่ ยงานระดบั นโยบาย ● หน่วยงานระดับนโยบายควรจัดให้มีหน่วยงานกลางของประเทศ


ที่มีหน้าท่ีกำหนดมาตรฐานคุณภาพการผลิตครูปฐมวัย โดยมี
ระบบกลไกการประเมนิ คุณภาพสถาบนั ผลติ ครู

● หนว่ ยงานสว่ นกลางของประเทศควรจดั สรา้ งเครอ่ื งมอื วดั ความถนดั

ความเปน็ ครปู ฐมวยั ทเี่ ปน็ มาตรฐานกลาง

● หนว่ ยงานระดบั นโยบายควรกำหนดจดุ เนน้ นโยบายผลติ ครปู ฐมวยั

ที่นำไปสู่มาตรฐานสากล มีความต่อเน่ืองและมีความสอดคล้อง

กบั มาตรฐานสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวัยแหง่ ชาติ





หน่วยงานระดับพ้นื ท ่ี ● หน่วยงานในพ้ืนท่ีควรมีรูปแบบการส่งเสริมและสนับสนุนสถาบัน
ผลิตครูปฐมวัยให้สามารถดำเนินงานตามภารกิจและผลิตครูได้
ตามกรอบสมรรถนะครปู ฐมวัยทม่ี ปี ระสิทธภิ าพและประสิทธผิ ล

● หน่วยงานในพ้ืนท่ีควรมีคณะกรรมการส่วนกลางจัดทำกรอบอัตรา
กำลังครูปฐมวัยทุกสังกัดเชิงพื้นที่ เพ่ือการวางแผนในการผลิต

ครูปฐมวยั

● หน่วยงานในพ้ืนที่ควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย

ในการพฒั นาการผลิตครูปฐมวยั

บ ท ท่ี 6
181

สถาบนั ผลติ คร ู ● มีศูนย์กลางเครือข่ายสถาบันผลิตครูเชิงพื้นท่ีที่ร่วมผลิตครูแบบ
บูรณาการจากการมสี ว่ นร่วมของพืน้ ที่

● มีการจัดทำกรอบสมรรถนะอาจารย์ปฐมวัยสู่ความเป็นเลิศระดับ
สากล

● มีศูนย์พัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการด้านปฐมวัยท่ีมีบทบาท

ในการสร้างองค์ความรู้ พัฒนาผลิตนวัตกรรมทางด้านปฐมวัย

ในกลุ่มสถาบนั ผลติ ครูท่ีมเี ครอื ขา่ ยระดบั ประเทศและตา่ งประเทศ

● มหี ลกั สตู รปรญิ ญาหรอื ประกาศนยี บตั รสาขาการบรหิ ารสถานพฒั นา

เด็ก เพ่ือเป็นช่องทางในการพัฒนาผู้บริหารสถานพัฒนาเด็ก

ให้เปน็ ไปตามมาตรฐานสถานพฒั นาเด็กแหง่ ชาต





สถานศึกษา ● มีศูนย์พัฒนาส่งเสริมสมรรถนะครูพี่เลี้ยงในสถานพัฒนาเด็ก

เพื่อการฝึกประสบการณว์ ิชาชพี ครู

● มรี ปู แบบการพัฒนาครูปฐมวยั ที่บรู ณาการร่วมกบั สถาบนั ผลิตคร





2.2 ข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนาครูปฐมวัยในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย (In-Service
Training) ให้สามารถดำเนินงานได้ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ

คณะผู้วิจัยแบ่งข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนาครูปฐมวัยในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
เป็น 4 ระดับ ประกอบด้วย 1) หน่วยงานระดับนโยบาย 2) หน่วยงานระดับพ้ืนที่ 3) สถาบัน

ผลติ ครู และ 4) สถานศกึ ษา มรี ายละเอยี ด ดังน
้ี

182 รายงานการศกึ ษา แนวทางการยกระดับคุณภาพการผลิตและพฒั นาครปู ฐมวยั ในสถาบนั อดุ มศกึ ษาของไทย

หนว่ ยงานระดบั นโยบาย ● หน่วยงานระดับนโยบายควรจัดให้มีหน่วยงานกลางท่ีทำหน้าท่

รบั ผดิ ชอบหลกั ระดบั ชาตเิ พอื่ กำหนดทศิ ทาง แนวทาง แผนกลยทุ ธ

ในการพฒั นา ครปู ฐมวยั ตามมาตรฐานสถานพฒั นาเดก็ แห่งชาต

● หน่วยงานระดับนโยบายควรกำหนดมาตรฐานการประเมินผล

ของการพฒั นาครปู ฐมวัยตามมาตรฐานสถานพัฒนาเดก็ แหง่ ชาต

● หนว่ ยงานระดบั นโยบายควรกำหนดมาตรฐานสมรรถนะครปู ฐมวยั

ตามมาตรฐานสากล และมาตรฐานสมรรถนะผบู้ รหิ ารสถานพฒั นา

เดก็ ท่อี งิ มาตรฐานสถานพฒั นาเด็กปฐมวยั แหง่ ชาต

● หน่วยงานระดับนโยบายควรจัดต้ังหน่วยงานกลางระดับชาติที่ม

หน้าท่ีส่งเสริม สนับสนุนและติดตามผลการดำเนินงานตาม
มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กในทกุ สงั กัด

● หน่วยงานส่วนกลางของประเทศควรจัดสร้างเครื่องมือวัด

ความถนัด ความเป็นครูปฐมวัยท่เี ป็นมาตรฐานกลาง





หน่วยงานระดบั พน้ื ท ่ี ● จัดต้ังศูนย์การพัฒนาครูปฐมวัยสู่ความเป็นเลิศเชิงพื้นท่ีโดย

มีความรว่ มมือกบั สถาบนั ผลติ ครู และสถานพัฒนาเด็กทุกสังกัด

● ส่งเสริมและสนับสนุนสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในพ้ืนที่ให้สามารถ
ดำเนินงานตามภารกิจและกรอบสมรรถนะเด็กปฐมวัยได้อย่าง

มปี ระสทิ ธิภาพและประสิทธิผล

● ส่งเสริม สนับสนุน กำกับ ติดตาม ประเมิน และพัฒนาคุณภาพ

การจัดการศกึ ษาปฐมวัยของสถานพัฒนาเดก็ ในพื้นท
่ี
● จัดต้ังคณะกรรมการร่วมกำหนดกรอบอัตรากำลังครูปฐมวัย

ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานพัฒนาเด็กทุกสังกัดในพ้ืนที่

ทีร่ บั ผิดชอบ

● มีรูปแบบภาคีเครือข่ายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย
ให้เขา้ มามีบทบาทในกระบวนการพัฒนาครปู ฐมวยั ในสถานพฒั นา
เดก็ ท่รี ับผดิ ชอบ

● มีนโยบายเชิงพ้ืนที่ท่ีส่งเสริมให้ผู้บริหารและครูปฐมวัยได้พัฒนา
สมรรถนะด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีเสริมสร้าง
พฒั นาการอยา่ งสมวัย

บ ท ที่ 6
183

สถาบนั ผลติ คร ู ● จัดตั้งศูนย์พัฒนาครูปฐมวัยและผู้บริหารสถานพัฒนาเด็กโดยใช้
เครือข่ายพื้นที่เป็นฐาน ซึ่งมีหลักสูตรท่ีพัฒนาสมรรถนะผู้บริหาร
สถานพัฒนาเด็กและหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะครูปฐมวัยที่มี
ประสิทธิภาพ และมีระบบธนาคารหน่วยกิตที่ใช้สำหรับการเก็บ
ชั่วโมงการพฒั นาตนของครแู ละผูบ้ ริหาร

● สรา้ งแผนการพฒั นาครปู ฐมวยั ในการนำแนวทางในการพฒั นาเดก็
ปฐมวัยให้มีสมรรถนะและพัฒนาการตามวัยท้ังทางด้านร่างกาย
อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยการมีส่วนร่วม

ของหน่วยงานในพ้นื ที่

● จัดตั้งธนาคารหน่วยกิตสำหรับช่องทางการพัฒนาครูปฐมวัย

และผู้บริหารสถานพัฒนาเด็กในพื้นท่ี สำหรับรองรับหลักสูตร

Re-Skills / Up-Skills ให้ครูและผู้เรียนได้รับการพัฒนาตน

เพอื่ ความกา้ วหน้าทางวชิ าชพี





สถานศกึ ษา ● มรี ะบบการบรหิ ารจดั การหลกั สตู รการเรยี นการสอน สอ่ื เทคโนโลย

ดจิ ทิ ลั ทรพั ยากร สิ่งสนบั สนุนการศกึ ษา และการประเมินสำหรบั
เด็กปฐมวยั

● ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้
สร้างนิสัยการเรียนรู้ด้วยตนเอง และการมีส่วนร่วมในการจัด

การเรียนรู้ของพื้นท่ีเพ่ือการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างเต็มตาม
ศักยภาพ

● มศี นู ยพ์ ฒั นาครปู ฐมวยั ทสี่ รา้ งสรรคน์ วตั กรรมการพฒั นาเดก็ ปฐมวยั

ในชุมชนอย่างต่อเน่ืองเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และเป็น

ที่ยอมรับของหน่วยงานท้ังภาครัฐ เอกชน ระดับชาติ และระดับ
นานาชาต


บรรณานกุ รม




กมลฉัตร กล่อมอิ่ม. (2561, ตุลาคม-ธันวาคม). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนท่ีเรียน


ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุกบูรณาการศาสตร์พระราชากับการจัดการเรียนรู้แบบปกต

เพอื่ เสรมิ สร้างทักษะการแกป้ ญั หาและทักษะการเรยี นรเู้ ป็นทีม สำหรบั นักศกึ ษาวชิ าชพี ครู
สาขาการศกึ ษาปฐมวัย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น. 41(4): 109-110.

กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2546). คมู่ อื หลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช 2546 (สำหรับเดก็ อายุ
3-5 ปี). กรุงเทพฯ: สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขน้ั พนื้ ฐานกระทรวงศึกษาธกิ าร

กุญช์ภัสส์ พงษ์พานิชย์. (2561). การวิเคราะห์องค์ประกอบและตัวบ่งช้ีสมรรถนะด้านการจัด

การเรียนการสอนของครูผู้สอนนักเรียนระดับปฐมวัยท่ีใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง.
วารสารมหาวิทยาลยั ราชภฏั ยะลา. 13(1), 7-9..

กันตวรรณ มีสมสาร. (2560, พฤษภาคม-สิงหาคม). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะด้านการจัด

การเรยี นรู้ของครปู ฐมวยั ในศตวรรษท่ี 21. วารสารวไลยอลงกรณป์ ริทัศน.์ 7(2): 50-51.

เกษศิรินทร์ ศรีสัมฤทธ์ิและมาเรียม นิลพันธุ์. (2558, มกราคม-มิถุนายน). รูปแบบการพัฒนา
วิชาชีพเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดประสบการณ์ท่ีส่งเสริมทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย.
7(1): 183-185.

แขนงวิชาหลักสูตรและการสอน. (ม.ป.ป.). วิธีการสอนท่ีหลากหลาย. เอกสารประกอบการอบรม

ครูผู้สอนในระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน. นนทบุรี: สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย
สุโขทยั ธรรมาธิราช.

จรรยา ดาสาและคณะ. (2562, กรกฎาคม-ธันวาคม). การพัฒนาสมรรถนะครูปฐมวัยในการจัด

การเรยี นรู ้โครงงานสะเต็ม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
อบุ ลธานี. 10(2): 290.

จริ ะ จติ สภุ า มทุ ิตา ทาคาํ แสน และปรัชญนันท นลิ สขุ . (๒๕๕๙). รายงานการวจิ ัยเรอ่ื งการพัฒนา
ส่ือนิทานอิเล็กทรอนิกสเพ่ือสงเสริมกระบวนการเรียนรูของนักศึกษา. กรุงเทพฯ:
มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ิต

จินตนา สุขสำราญและคณะ. (2559, มกราคม-มิถุนายน). การพัฒนาชุดการเรียนรู้เพ่ือทักษะ

ที่พึงประสงค์ของนักศึกษาปฐมวัยมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม. วารสารวิชาการ

เครือขา่ ยบณั ฑติ ศกึ ษามหาวทิ ยาลัยราชภัฏภาคเหนือ. 6(10): 146.

บ ร ร ณ า นุ ก ร ม
185

จิราภรณ์ พจนาอารีย์วงศ์. (2557). การศึกษาองค์ประกอบและพัฒนาคุณลักษณะกัลยาณมิตร

ของนักศึกษา สาขาการศึกษาปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ด. (การศึกษาปฐมวัย).
กรงุ เทพฯ: บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ.


จีระพันธุ์ พูลพัฒน์. (2555). คุณลักษณะสำคัญของครูปฐมวัยตามการรับรู้ของนิสิตช้ันปีที่ 4.
วารสารครศุ าสตร์, 39(2), 7-8.


จฬุ นิ ฑิพา นพคณุ และคณะ. (2558, พฤษภาคม-สงิ หาคม). การศกึ ษาองค์ประกอบและการพฒั นา
ภาวะผู้นำใฝ่บรกิ ารของนักศึกษาสาขาการศกึ ษาปฐมวัย. SDU Res. 11(2): 125-126.


ฉันทนา วิริยเวชกุล. (2558). เทคนิคการสอนสำหรับครู. พิมพ์คร้ังที่ 2. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.


ชนิพรรณ จาติเสถียร (2560, เมษายน-มิถุนายน). การวิจัยและพัฒนากระบวนการฝึกอบรม

ครูประจำการด้านการประเมินเด็กปฐมวัยโดยใช้แนวคิดจิตตปัญญาศึกษาและการช้ีแนะ
ทางปัญญา. วารสาร ครศุ าสตร.์ 45(2): 13-16.


ชนิพรรณ จาติเสถียรและอรุณี หรดาล (2561, พฤษภาคม-สิงหาคม). การพัฒนาชุดฝึกอบรม

ทางไกลสำหรับครูปฐมวัย เรื่อง การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
โรงเรียนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์
และสังคมศาสตร)์ . 8(2): 90-91.


ชัยรัตน์ สุทธิรัตน์. (2558). 80 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. พิมพ์ครั้งท่ี 6.
นนทบุรี: พีบาลานดีไซค์แอนปริน้ ดง้ิ .


ชยั ยศ ชาวระนอง. (2556) การพฒั นามาตรวดั สมรรถนะสำหรบั ครูปฐมวัยของศูนยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ :
วเิ คราะห์องคป์ ระกอบเชงิ ยนื ยนั พหุระดบั . มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สวนดุสิต: กรุงเทพฯ.


ชุติกาญจน์ เบญจพรวัฒนา. (2545). ผลของการใช้กระบวนการนิเทศภายในแบบกัลยาณมิตรที่มี
ต่อคุณภาพการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม.

(การศกึ ษาปฐมวยั ). กรงุ เทพฯ: บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ.


ชุลีวัลย์ รักษาภักดีและอุไรวาส ปรีดีดิลก. (2558). การประเมินความต้องการจำเป็นเพ่ือพัฒนา

ครอู นบุ าลในการจดั กจิ กรรมเสรใี นโรงเรยี นสงั กดั สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน.

วารสารอเิ ล็กทรอนกิ สท์ างการศกึ ษา. 10(2): 8.


ณรุทธ์ สุทธจติ ต.์ (2545). พฤติกรรมการสอนดนตรี. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .

ณฐั ทิญาภรณ์ การะเกตุ. (2562). การศกึ ษาพฤติกรรมความรับผิดชอบของนักศึกษาชน้ั ปีที่ 2 สาขา

การศกึ ษา ปฐมวัยโดยใช้วิธีการเสริมแรงทางบวก. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์

และสงั คมศาสตร์. 10(1): 45; 47-48.

186 รายงานการศกึ ษา แนวทางการยกระดบั คณุ ภาพการผลิตและพัฒนาครูปฐมวัยในสถาบันอดุ มศกึ ษาของไทย


ณฏั ฐพงศ์ ทองภักด.ี (2558). ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงกับเศรษฐศาสตร์และการบริหารการพฒั นา.
กรงุ เทพฯ: ศนู ย์ศกึ ษาเศรษฐกจิ พอเพียง สถาบนั บัณฑิตพฒั นบรหิ ารศาสตร.์


ณัฐพัชร์ สกุลคำบ่อเศร้า. (2555). การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพ่ือพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลเด็กในการ

เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์การบริหาร
ส่วนตำบลหนองอ้อ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (การบริหาร
การศกึ ษา). สกลนคร: บัณฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสกลนคร.


ณัฐภัสสร ชนื่ สขุ สมหวัง. (2556). การประเมนิ ความตอ้ งการจำเปน็ เพื่อพัฒนาสมรรถนะทางวิชาชีพ
ของครูปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย
จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.


ดาราพร เปี่ยมงาม. (2544). การพัฒนาชุดฝึกอบรมเร่ืองการจัดกิจกรรมศิลปะแบบร่วมมือสำหรับ
ครูปฐมวัยในโรงเรียนเทศบาลจังหวัดพิจิตร. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. (หลักสูตรการสอน)
นนทบรุ :ี บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธริ าช.


เติมศกั ด์ิ คทวณิช. (2546). จิตวทิ ยาท่วั ไป. กรงุ เทพฯ: ซีเอ็ดยเู คชนั่ .

ทัศนา ประสานศรี. (2560, กันยายน-ธันวาคม). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ 8 ขั้น


เรอื่ ง ลกั ษณะของครทู ดี่ ขี องนกั ศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี คณะครศุ าสตร.์ วารสารมหาวทิ ยาลยั

นครพนม. 7(3): 100.

ทัศนา ประสานตร. 2555). การพัฒนารูปแบบความเป็นครูของนักศึกษา มหาวิทยาลัยนครพนม.
วารสารมหาวทิ ยาลัยนครพนม, 2(3) : กันยายน - ธนั วาคม 2555.

ทพิ ย์ ขำอยู่ สทุ ธพิ รรณ ธรี พงศแ์ ละนฤิ มล สวุ รรณศร.ี (2561, มกราคม-มถิ นุ ายน). การจดั การเรยี นร
ู้
ของครูปฐมวัย: กรณีศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. วารสาร
การจัดการทางการศกึ ษาปฐมวัย. 1(1): 24-25.

ทิศนา แขมณี. (2545). กระบวนการเรียนรู้ ความหมาย แนวทางการพัฒนา และปัญหาข้องใจ.
กรุงเทพฯ: สถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ.

ธติ มิ า บุญม.ี (2554). ผลการจัดการความรู้เพือ่ พัฒนาความรูค้ วามสามารถในการจัดกิจกรรมศลิ ปะ
สร้างสรรค์ของครูปฐมวัยโรงเรียนอนุบาลแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในพระอุปถัมภ

ของสมเด็จพระเจ้าพ่ีนางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์.
วทิ ยานพิ นธ์ ค.ม. (การจดั การการปฐมวยั ศกึ ษา). กรงุ เทพฯ: บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั

ราชภัฏพระนคร.

บ ร ร ณ า นุ ก ร ม
187

ธีรเดช ช่ืนประภานุสรณ์และคณะ. (2559). การยกระดบั คุณภาพครูปฐมวัยสังกัดกรมการปกครอง
ส่วนท้องถ่ินในประเทศไทยโดยใช้กระบวนการสร้างระบบช้ีแนะและการเป็นพี่เล้ียง

ในรูปแบบการพัฒนาในขณะปฏิบัติการสอน. รายงานการวิจัย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย
สวนดสุ ิต.


ธรี ภรณ์ ภกั ด.ี (2555, พฤษภาคม-สงิ หาคม). การพฒั นาครปู ฐมวยั ตน้ แบบดา้ นการสรา้ งชดุ กจิ กรรม

ศิลปะจากการเล่านิทานพื้นบ้านของผู้สูงอายุสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา
อุดรธานีเขต 2 อำเภอกมุ วาปีทีส่ ่งเสริมพัฒนาความคิดสรา้ งสรรคข์ องเดก็ ปฐมวัย. วารสาร
ศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 14(2): 36; 42-44.


นิติธร ปิลวาสน์. (2560). การวิเคราะห์องค์ประกอบและการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนร
ู้
ของครูปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ ปร.ด. (วิทยาการทางการศึกษาและการจัดการเรียนรู้).
กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ.


บญุ ลอ้ ม ดว้ งวเิ ศษและมนสชิ สทิ ธสิ มบรู ณ.์ (2560, มกราคม-เมษายน). การพฒั นารปู แบบการสอน

แบบเน้นประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตสำหรับนักศึกษาครู มหาวิทยาลัยราชภัฏ.

สกั ทอง: วารสารมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ (สทมส). 23(1): 78-81.


ปรารถนา โกวิทยางกูร. (2558, สิงหาคม-ธันวาคม). การพัฒนาทักษะการประเมินการเรียนรู้

ในศตวรรษที่ 21 ของครผู สู้ อนในระดบั ปฐมวยั ในจงั หวดั ลำปาง. วารสารวชิ าการมหาวทิ ยาลยั

ฟารอ์ ีสเทอรน์ . 9(2): 133-134.


ปรัชญาภรณ์ แสนแก้วและเผชิญ กิจระการ. (2562). การพัฒนาแนวทางพัฒนาครูด้านการจัด
ประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
จงั หวัดกาฬสินธ.ุ์ วารสารมหาวทิ ยาลัยราชภฏั รอ้ ยเอ็ด, 13(2), 118-120.


ประทานพร สันติพจนาและวรวรรณ เหมชะญาติ. (2557). การประเมินความต้องการจำเป็น

เพื่อพัฒนาความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู
วิชาเอกการศึกษาปฐมวัย. วารสารอเิ ลก็ ทรอนิกส์ทางการศึกษา. 9(1): 169.


ปิยะมาศ ทองเปลว. (2560). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู

ของครูปฐมวัยสำหรับสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี
เขต 4. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. (การบริหารการศึกษา). มหาสารคาม: บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.


ปวีณา หมดราคี. (2547). ผลการนิเทศแบบเพื่อนให้คำปรึกษาเพ่ือนท่ีมีต่อความสามารถในการ
จดั การเรียน การสอนที่ผู้เรียนเป็นสำคัญของครูในโรงเรียนอนุบาลเอกชน. วิทยานิพนธ์
ค.ม. (การศกึ ษาปฐมวยั ). กรงุ เทพฯ: บัณฑิตวทิ ยาลัย จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.

188 รายงานการศึกษา แนวทางการยกระดบั คณุ ภาพการผลติ และพัฒนาครูปฐมวยั ในสถาบนั อดุ มศกึ ษาของไทย


พรรณี ชชู ัย เจนจิต. (2545). จติ วทิ ยาการเรยี นการสอน. พมิ พค์ รง้ั ที่ 5. กรงุ เทพฯ: เมธที ปิ ส์ จำกดั .

พรรณรายณ์ ทรัพย์แสนดี. (2562, กันยายน-ธันวาคม). การพัฒนาชุดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้าง


ความรู้เก่ียวกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษในช้ันเรียนรวมสำหรับนักศึกษาครู. วารสาร

วไลยอลงกรณป์ รทิ ศั น์ (มนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร)์ . 9(3): 167-169.

พนิดา ชาตยาภา (2559, พฤษภาคม-สิงหาคม). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาสาขา
วิชาการศึกษาปฐมวัยโดยใช้แผนที่ทางความคิด. วารสารวิจัยและพัฒนาวไลยอลงกรณ

ในพระบรมราชูปถมั ภ์ สาขามนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์. 11(2): 315-316.

พนิดา ชาตยาภา. (2560). การพฒั นาการคดิ วิจารณญาณของนกั ศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย
โดยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ

วไลยอลงกรณใ์ นพระบรมราชปู ถมั ภ.์ 11(3): 128.

พชั รา พมุ่ พชาต.ิ (2558). การพฒั นาหลกั สตู รฝกึ อบรมเพอ่ื สรา้ งเสรมิ ความสามารถในการแกป้ ญั หา

อย่างสร้างสรรค์สำหรับครูปฐมวัยในจังหวัดชัยนาท. รายงานการวิจัยคณะศึกษาศาสตร์.
กรุงเทพฯ : สถาบันวจิ ัยและพฒั นา มหาวทิ ยาลัยราชภัฏจันทรเกษม.

พัชราวลัย มีทรัพย์. (2562, กรกฎาคม-ธันวาคม). การประเมินความต้องการจำเป็นด้านทักษะ

พน้ื ฐานของครอู นบุ าล. วารสารมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั

ราชภัฏพบิ ลู สงคราม. 13(2): 585-587.

พิจิกา ทีสุกะ. (2556, พฤศจิกายน-มีนาคม). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมนักศึกษาวิชาชีพครู

เพ่ือพัฒนาความสามารถในการจัดประสบการณ์สร้างเสริมการตระหนักรู้ในตนเองสำหรับ

เด็กปฐมวัย. วารสารศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร. 10(2): 129.

พิชญ์สินี ชมพูคำ. 2561). รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์รูปแบบการประเมินสมรรถนะนักศึกษาคร

ในศตวรรษที่ 21. เชยี งใหม่: มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เชยี งใหม.่

พิทยาภรณ์ มานะจุติและอภิญญา มนูญศิลป์. (2559, มกราคม-มิถุนายน). การพัฒนารูปแบบ

การนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพ่ือนแก่อาจารย์โรงเรียนสาธิต แผนกอนุบาล มหาวิทยาลัย
ราชภฏั เชียงใหม.่ พฆิ เนศวรส์ าร. 12(1): 137; 146.

พิมพ์นิภา ศรีสุแล. (2557). การพัฒนาชุดฝึกอบรมด้วยตนเองเร่ืองทักษะกระบวนการ

ทางวิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัยศึกษาสำหรับครูปฐมวัยในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นท
่ี
การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4. การศึกษาค้นคว้าอิสระ กศ.ม. (หลักสูตร

และการสอน). นนทบรุ ี: มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธริ าช.

บ ร ร ณ า นุ ก ร ม
189

เพ็ญจันทร์ มีนะจรัส. (2551). ผลของการใช้การนิเทศภายในแบบเพ่ือนนิเทศเพื่อนที่มีคุณภาพ

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการของครูปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม.
(การศกึ ษาปฐมวยั ). กรงุ เทพฯ: บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ.


ภูวณัฐสร์ หนูมาก. (2549). กระบวนการมีส่วนร่วมของบ้าน วัด โรงเรียน (บวร) ต่อการพัฒนา
โรงเรียนวิถีพุทธ. วิทยานิพนธ์ สส.ม. (สังคมสงเคราะห์ศาสตร์). กรุงเทพฯ: บัณฑิต
วิทยาลัย: มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร.์


มลธชิ า กลางณรงคแ์ ละนนั ทรตั น์ เจรญิ กลุ . (2562, กรกฏาคม-ธนั วาคม). การวเิ คราะหค์ วามตอ้ งการ

จำเปน็ ของการพฒั นาครโู รงเรยี นเลศิ หลา้ สาขาถนนเกษตร-นวมนิ ทรต์ ามแนวคดิ คณุ ลกั ษณะ

ของครนู วตั กร. วารสารวิชาการ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั พระนคร. 10(2): 204.


มนัญญา งามแสง. (2547). กลยุทธ์ทางเลือกในการพัฒนาทักษะการประเมินภายในสำหรับ

ครูอนุบาล: การประเมินความต้องการจำเป็นสมบูรณ์แบบโดยใช้การวิจัยเชิงสำรวจ

และพหุกรณีศึกษา. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (การวัดและประเมินผลการศึกษา). กรุงเทพฯ:
บัณฑติ วทิ ยาลัย จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั .


มารศรี ญาณะชัย. (2547). การวิจัยพัฒนาการใช้คำถามสร้างสรรค์ของครูปฐมวัยในจังหวัด
อุตรดติ ถ์. รายงานการวิจัย. อุตรดติ ถ์: มหาวิทยาลัยราชภฏั อุตรดิตถ์.


เยาวพา เดชะคปุ ต.์ (2542). กจิ กรรมสำหรบั เดก็ ปฐมวัย. กรุงเทพฯ: แมค็ จำกัด.

รัติพร ภาธรธุวานนท์. (2560, ตุลาคม). การพัฒนากระบวนการฝึกอบรมครูปฐมวัยเพ่ือสร้าง


พ้ืนฐานชีวิตที่ดีงามให้แก่เด็กโดยน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” สู่การพัฒนาอย่างย่ังยืน.
วารสารวิทยาลัยบณั ฑติ เอเชีย. 7 (ฉบับพเิ ศษ): 134.

รัชดาพร ขจรโมทย์และชัยยนต์ เพาพาน. (2557, มกราคม-เมษายน). การพัฒนาครูผู้ดูแลเด็ก

ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบบูรณาการสังกัดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหาร
ส่วนตำบลโพธิ์ศรี อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม. 4(1):
100-101.

รังรอง สมมิตร. (2547). ผลการพัฒนาการสังเกตและจดบันทึกของครูปฐมวัยโดยการนิเทศ

แบบไตรต่ รอง สารนิทัศน์. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ:
บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ.

รุ่งทพิ ย์ ศรแี สนยง ธรี ะ ภูดีและคมสนั ทิ์ ขจรปัญญาไพศาล. (2557, มกราคม-เมษายน). การพฒั นา
ครูผู้ดูแลเด็กด้านการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัด
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลหลกั เหลย่ี ม อำเภอนามน จงั หวดั กาฬสนิ ธ.์ุ วารสารมหาวทิ ยาลยั

นครพนม. 4(1): 116.

190 รายงานการศึกษา แนวทางการยกระดบั คณุ ภาพการผลิตและพัฒนาครปู ฐมวัยในสถาบันอดุ มศกึ ษาของไทย


วณชิ ชา สทิ ธพิ ล ศศลิ กั ษณ์ ขยนั กจิ และพมิ พนั ธ์ เดชะคปุ ต.์ (2562, มกราคม-มถิ นุ ายน). การเสรมิ สรา้ ง

ความสามารถในการทำวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนของครูอนุบาลโดยใช้หลักการประเมิน
เพอ่ื การเรยี นรแู้ ละชมุ ชนแหง่ การเรยี นรเู้ ชงิ วชิ าชพี . วารสารวจิ ยั ทางการศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ. 14(1): 128-129


วรินทร วีระศิลป์ (2552). การวิเคราะห์คุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของครูพ่ีเล้ียงเด็กอนุบาล:

พหกุ รณศี กึ ษา. วทิ ยานพิ นธ์ ค.ม. (วจิ ยั การศกึ ษา). กรงุ เทพฯ: บณั ฑติ วทิ ยาลยั จฬุ าลงกรณ

มหาวิทยาลัย..


วรัฎฐา จงปตั นาและสืบสกลุ นรินทรางกรู ณ อยุธยา. (2562). การวเิ คราะห์ความตอ้ งการจำเป็น
ของการพัฒนาครูโรงเรียนอนุบาลทรัพย์ปัญญาตามแนวคิดภาวะผู้นำเชิงเทคโนโลยี.
วารสารอเิ ลก็ ทรอนิกส์ทางการศกึ ษา. 7


วราภรณ์ โพธิ์ศรีประเสริฐ. (2545). การพัฒนาโปรแกรมการปรับปรุงการพูดสำหรับครูปฐมวัย

โดยใช้เทคนคิ การละคร. วทิ ยานพิ นธ์ ค.ม. (การศกึ ษาปฐมวยั ). กรงุ เทพฯ: บัณฑติ วทิ ยาลัย
จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.


วราลี โกศัยและคณะ. (2561, กรกฎาคม-ธันวาคม). รูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้การจัด
ประสบการณ์แบบสะเต็มท่ีส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของเด็กปฐมวันในศตวรรษท่ี 21.
วารสารวชิ าการ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั บรุ รี มั ย.์ 10(2): 124; 135-136.


วไลพร เมฆไตรรัตน์. (2555). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสมรรถนะการจัดประสบการณ์

การเรียนรู้ตามแนวคิดพหุปัญญาสำหรับครูปฐมวัยโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏ

ภาคเหนือตอนล่าง. วิทยานิพนธ์ ค.ด.(การจัดการการศึกษาและการเรียนรู้). นครสวรรค์:
บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยราชภัฏนครสวรรค.์


วไลรัตน์ บุญสวัสด.ิ์ (2538). หลักการนเิ ทศการศกึ ษา. กรงุ เทพฯ: อารต์ กราฟฟคิ .

วาระดี ชาญวิรัตน์ ประดบั ศรี พนิ ธโุ ท และสภุ าวดี วิสุวรรณ. (2561, มกราคม-เมษายน). การวจิ ัย

กระบวนการพัฒนาทักษะการต้ังคำถามเพื่อหาคำตอบอย่างเป็นระบบโดยการสอนกลยุทธ์
เหนือการรู้คิดตามรูปแบบ Special Chef ของนักศึกษาสายการศึกษา มหาวิทยาลัย
ราชภฏั นครราชสีมา. วารสารราชพฤกษ์. (16)1: 137

วิชญาพร อ่อนปุยและพิชญาภา ศรีวงษ์. (2563, มกราคม-มิถุนายน). การพัฒนารูปแบบการสอน
ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM) เพ่ือพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษาที่ศึกษา
ในรายวชิ าคณติ ศาสตร์สำหรับเดก็ ปฐมวยั . วารสารราชภฏั เพชรบูรณ์สาร. 22(1): 81-84)

บ ร ร ณ า นุ ก ร ม
191

วิภารัตน์ อิ่มรัมย์และคณะ. (2561). การพัฒนากรอบการประเมินสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้
และการรวู้ ชิ าเฉพาะดา้ นของนกั ศกึ ษาครกู ารศกึ ษาปฐมวยั . รายงานสบื เนอื่ งจากการประชมุ

วิชาการ (PROCEEDINGS) การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ คร้ังท่ี 2

พ.ศ. 2561. 768-769.


วิมลรัตน์ วิมลรัตนกุล. (2547). การพัฒนาโปรแกรมการส่งเสริมความสามารถทางการขับร้อง

ของครูปฐมวัยในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กอนุบาลโดยการประยุกต์ใช้แนวคิด
ทางดนตรีของโคดาย. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย
จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย.


วิลาวัณย์ จารุอริยานนท์. (2561, ตุลาคม-ธันวาคม). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างคุณลักษณะ
ความเปน็ ครยู คุ ใหม่ ดว้ ยกระบวนการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ. วารสารครศุ าสตร์ จฬุ าลงกรณ

มหาวทิ ยาลัย 46(4): 379-382.


ศิรพิ ร ศรีจันทะ พรี ภฏั รุ่งสทั ธรรม และประดษิ ฐ์ วชิ ยั . (2562, มกราคม-เมษายน). สะเตม็ ศกึ ษา
กับการจัดการเรียนรู้. วารสารวชิ าการแพรวากาฬสนิ ธุ์ มหาวทิ ยาลัยกาฬสินธ์ุ. 6(1): 160.


ศิรประภา พฤทธิกุล. (๒๕๖๑). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือเสริมสร้างความเป็นครูของนิสิต
สาขาการศึกษาปฐมวัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. วารสารการศึกษาและ

การพฒั นาสงั คม, ๑๓(๒).


ศิวภรณ์ สอนแสนและคณะ. (2557). การพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักศึกษา

สาขาการศึกษา ปฐมวัยโดยรูปแบบ MAPLE. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ

วไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถมั ภ์. 8(3): 122; 126.


โศรดา แผ้วภักดี. (2544). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเรื่องการจัดกิจกรรมเกมการศึกษาสำหรับ
ครปู ฐมวัย. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. (หลักสูตรและการสอน). นครปฐม: บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร.


สลวงพร กุศลส่ง. (2562, มกราคม-มิถุนายน). การพัฒนารูปแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ
บูรณาการ แนวคิดจิตตปัญญาศึกษา การเรียนรู้โดยใช้การวิจัยเป็นฐาน และระบบพ่ีเล้ียง
สำหรบั นกั ศกึ ษาครสู าขาการศกึ ษาปฐมวยั . วารสารราชภฏั เพชรบรู ณส์ าร. 21(1): 69-71; 73.


สาธร ใจตรง. (2560). จิตวิทยาการฝึกอบรม. กรุงเทพฯ: หลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขา
จติ วิทยา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏจันทรเกษม.


สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์. (2558, มกราคม-มิถุนายน). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมครู

เพ่ือส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมของเด็กปฐมวัย. วารสารวิชาการศึกษา
ศาสตร์ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ. 16(1): 83-89.

192 รายงานการศึกษา แนวทางการยกระดบั คณุ ภาพการผลิตและพัฒนาครูปฐมวัยในสถาบันอดุ มศึกษาของไทย


สุณี บุญพิทักษ์. (2559). รูปแบบกิจกรรมการพัฒนาคุณลักษณะครูปฐมวัยที่ดีของครูศูนย์พัฒนา
เด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน. รายงานการวิจัย. กำแพงเพชร: มหาวิทยาลัย
ราชภฏั กำแพงเพชร.


สุภาพร สิมลีและคณะ. (2561, กรกฎาคม-ธันวาคม). การพัฒนายุทธศาสตร์การจัดการการเรียนรู้
ตามทฤษฎีการเรียนรู้แบบเน้นประสบการณ์และแนวคิดการเสริมพลังการทำงาน

เพื่อพัฒนาความสามารถการเป็นนักวิจัยด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้และการวิจัย

ในชนั้ เรียนของครูปฐมวยั . วารสาร AL-NUR บณั ฑติ วทิ ยาลัย. 13(25): 92-93; 95.


สุภาภรณ์ บัณฑิตย์. (2559). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมครูปฐมวัยเพื่อส่งเสริมความสามารถ

ในการจัดประสบการณเ์ รียนร้เู พ่อื พฒั นาความคิดสร้างสรรค.์ วทิ ยานพิ นธ์ ปร.ด. (การวิจัย
และพัฒนาทางการศกึ ษา). พิษณโุ ลก: มหาวิทยาลยั ราชภัฏพบิ ูลสงคราม.


สุมน ไวยบุญญาและสุเทพ อ่วมเจริญ. (2559, มกราคม-มิถุนายน). การพัฒนาหลักสูตรเสริม
สมรรถนะการจัดประสบการณ์เรียนรู้ของนักศึกษาครูท่ีส่งเสริมทักษะการสื่อสารสำหรับ
เด็กปฐมวยั . วารสารศิลปากร ศึกษาศาสตรว์ จิ ยั . 8(1): 239; 248.


สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา. (2562). มาตรฐานสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั แหง่ ชาต.ิ กรงุ เทพฯ :

พริกหวานกราฟฟคิ จำกัด.


สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2563). นโยบายสำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 OBEC’S POLICY 2020.
กรุงเทพฯ : โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั .


สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579.
กรงุ เทพฯ : บรษิ ัท พริกหวานกราฟฟคิ จำกดั


สำนักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2563). แผนยทุ ธศาสตร์กระทรวงศึกษาธกิ าร (พ.ศ. 2563 –
2565). แหลง่ ทีม่ า: https://qrgo.page.link/i9WhX สบื คน้ เมอ่ื 25 ธนั วาคม 2563.


สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2561). แผนปฏิบัติงาน 4 ปี (พ.ศ. 2561 – 2564) ของสำนักงาน
เลขาธิการคุรุสภา. แหล่งที่มา: http://www.ksp.or.th/ksp2018/2018/10/1831/
สบื ค้นเมื่อ 25 ธันวาคม 2563.


หนูณะ ปุนนะรา. (2557). การพัฒนาศักยภาพครูในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามมาตรฐาน
การศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นอนบุ าลโกญจนาทสงั กดั สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา

สกลนคร เขต 3. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (การบริหารการศึกษา). สกลนคร: บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สกลนคร.

บ ร ร ณ า นุ ก ร ม
193

หฤทัย อนุสสรราชกิจ. (2556). กระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปล่ียนแปลงตนเองสำหรับการพัฒนา
ครปู ฐมวยั . โครงการวจิ ัย. จนั ทบุรี: มหาวทิ ยาลัยราชภฏั รำไพพรรณี.


หฤทัย อนุสสรราชกิจและวราลี ถนอมชาติ. (2562, พฤษภาคม-สิงหาคม). การพัฒนาชุมชน

การเรยี นรทู้ างวชิ าชพี ดว้ ยการพฒั นาบทเรยี นรว่ มกนั เพอื่ สง่ เสรมิ สมรรถนะการจดั การเรยี นร
ู้
ของครูปฐมวัยในจังหวดั จนั ทบุรี. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน.์ 9(2): 7-8.


หฤทัย อนสุ สรราชกิจและศิรประภา พฤทธิกลุ . (2553). การพฒั นากระบวนการเรียนรู้ตามแนวคดิ
จติ ตปญั ญาศกึ ษาสำหรบั ครปู ฐมวยั ในเขตภาคตะวนั ออก. โครงการวจิ ยั . จนั ทบรุ :ี มหาวทิ ยาลยั

ราชภฏั รำไพ พรรณ.ี


องอาจ นัยพัฒน์. (2554). วิธีวิทยาการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพทางพฤติกรรม. กรุงเทพฯ:
สามลดา.


อรอนงค์ ธรรมจนิ ดา กญั ญาพัชญ์ จาอ้ายและพัชรกันย์ ฉตั รวิไลลกั ษณ.์ (2561, สงิ หาคม-ตลุ าคม).
ผลของการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ต่อความรู้และการปฏิบัติของครูผู้ดูแลเด็กในการ
ประเมินสุขภาพเด็กปฐมวัยเพื่อป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ. วารสารวิทยาลัยพยาบาล
บรมราชชนนี อตุ รดิตถ.์ ฉบับพิเศษ: 13.


อรุณี หรดาลและพัชรี ผลโยธิน. (2561, มกราคม-มิถุนายน). การพัฒนาความรู้ความสามารถ

ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาอย่างธรรมชาติแบบองค์รวมสำหรับครูปฐมวัย

ในกรงุ เทพมหานครและปรมิ ณฑล. วารสารศกึ ษาศาสตร์ มสธ. 11(1): 96-99.


อารีย์ พรหมเล็ก. (2562, กรกฎาคม-ธันวาคม). กระบวนทัศน์การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริม
สมรรถนะการคดิ สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย. 11(2):
72; 75.


อารีย์ พรหมเล็กและสุเทพ อ่วมเจริญ. (2554, กรกฎาคม-ธนั วาคม). การพฒั นาหลกั สูตรฝกึ อบรม
นักศึกษาวิชาชีพครูเพื่อพัฒนาความสามารถการจัดประสบการณ์ที่เสริมสร้างความฉลาด
ทางอารมณส์ ำหรบั เด็กปฐมวัย. วารสารศลิ ปากรศกึ ษาศาสตรว์ จิ ัย. 3(1,2): 129; 132.


อินธิชา อินทรวงศ์และมนตรี แย้มกสิกร. (2561, กรกฎาคม-ธันวาคม). การพัฒนาระบบการแนะ
ฝึกโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเพื่อพัฒนาสมรรถนะการสอนสำหรับ

นกั ศึกษาครู มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สงขลา. วารสารครพุ บิ ูล. 5(2): 246; 251.


อิสรีย์รักข์ อภิอารยาวงศ์ (2556). การพัฒนาศักยภาพครูปฐมวัยในการผลิตและการใช้ส่ือการจัด
ประสบการณเ์ รียนร้โู รงเรยี นทีโอเอวทิ ยา (เทศบาล 1 วดั คำสายทอง) สงั กดั เทศบาลเมอื ง
มุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (การบริหารการศึกษา). สกลนคร:
มหาวิทยาลัยราชภฏั สกลนคร.

194 รายงานการศกึ ษา แนวทางการยกระดับคณุ ภาพการผลติ และพัฒนาครปู ฐมวัยในสถาบนั อุดมศกึ ษาของไทย


อุทุมพร จามรมาน. (2540). การตีค่าความสามารถท่ีแท้จริงของผู้เรียนเพ่ือการปฏิรูปการศึกษา
(Authentic performance and portfolio assessment of learners for
educational reform). กรงุ เทพฯ: ฟันน่พี ับบลชิ ชง่ิ .


เอมอร รสเครือ. (2545). การพัฒนาชุดฝึกอบรมครูปฐมวัยเพ่ือส่งเสริมพฤติกรรมการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมของเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. (หลักสูตร

การสอน). นนทบรุ ี: บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช.


เอ็มไพร์ อนั โนนจารย์ ธรี ะ ภดู ีและศกั ด์สิ ทิ ธ์ิ ฤทธลิ ัน. (2557, พฤษภาคม-สงิ หาคม). การพฒั นาครู
ผู้ดูแลเดก็ ใน การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบบูรณาการสำหรับเด็กปฐมวัย: กรณีศึกษา
ศูนย์พฒั นาเดก็ เลก็ เทศบาลร่องคำ อำเภอรอ่ งคำ จงั หวดั กาฬสนิ ธ.ุ์ วารสารวิชาการแพรวา
กาฬสนิ ธ์ุ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์. 1(2): 140-141


อภิภา ปรัชญพฤทธ์ิ. (2560). การพัฒนารูปแบบการผลิตครูเพื่อรองรับการศึกษายุค 4.0 วารสาร
ร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก, 35 (3 กันยายน – ธนั วาคม 2560.


อารีย์ พรหมเล็ก. (2559). รายงานการวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบดุสิตเพื่อพัฒนา
ความฉลาดทางอารมณ.์ กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั สวนดสุ ิต.


Mezirow; & Associates. (2000). Learning as Transformative. San Francisco, CA:
Jossey-Bass. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). พระราชบัญญัติ

การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ:

พริกหวานกราฟฟคิ .


Al-Hassan, O. M. (2020). Exploring early childhood teacher education: implications
for policy and practice. Educational Research for Policy and Practice,
19(2020), 89–104.


Best, M. and MacGregor, D. (2017). Transitioning Design and Technology Education
from physical classrooms to virtual spaces: implications for pre-service
teacher education. International Journal of Technology and Design
Education, 27(2017), 201–213.


Church, A. and Bateman, A. (2019). Methodology and professional development:
Conversation Analytic Role-play Method (CARM) for early childhood
education. Journal of Pragmatics, 143(2019), 242-254.


Gould, J. (2012). Learning theory and classroom practice in the lifelong learning
sector. (2nd ed). Exeter: Learning Matters

บ ร ร ณ า นุ ก ร ม
195

Julia Barenthien, Elisa Oppermann, Yvonne Anders & Mirjam Steffensky. (2020).
Preschool teachers’ learning opportunities in their initial teacher education
and in-service professional development – do they have an influence on
preschool teachers’ science-specific professional knowledge and
motivation?. International Journal of Science Education 42:5, pages

744-763.


Knoles, M. S. (1950). Informal Adult Education: A Guide for Administrators, Leaders,
and Teachers. New York: Association Press.


Knowles, M. S., Holton III, E. E. & Swanson, R. A. (2015). The Adult learner :

The definitive classic in adult education and human resource
development. London: Routedge.


Lindeman, E. C. (1926). The Meaning of Adult Education, New York: New Republic.
Republished in a new edition in 1989 by The Oklahoma Research Center
for Continuing Professional and Higher Education


Milana, M. & Nesbit, T. (2015). Global perspectives on adult education and learning
policy. Hamshire: Palgrave Macmillan.


Omdal, H. (2018). Creating teacher capacity in Early Childhood Education and Care
institutions implementing an authoritative adult style. Journal of Education
Change, 19(2018), 103–129.


Rogers, C.R. (1969). Freedom to Learn. Columbus. OH: Merrill.

Rogers, C.R. & Freiberg, H.J. (1994). Freedom to Learn (3rd Ed). Columbus,


OH: Merrill/Macmillan.

Sumrall, C.T., et al. (2017). Student Teaching within Early Childhood Teacher

Preparation Programs: An Examination of Key Features Across 2- and 4-Year
Institutions. Early Childhood Education Journal, 45(2017), 821–830.

Yin, H., To, K. H., Keung, C. P C., Tam W. W. Y. (2019). Professional learning
communities count: Examining the relationship between faculty trust and
teacher professional learning in Hong Kong kindergartens. Teaching and
Teacher Education, 82(2019), 153-163.



ภาคผนวก

198 รายงานการศกึ ษา แนวทางการยกระดบั คณุ ภาพการผลติ และพัฒนาครปู ฐมวยั ในสถาบันอุดมศกึ ษาของไทย


ผลการวิจัยเพม่ิ เตมิ : สภาพการพัฒนาครปู ฐมวัยในสถานพัฒนาเดก็ ปฐมวัย

(In-Service Training)





สัญลกั ษณท์ ี่ใชใ้ นการวิเคราะหข์ ้อมลู


การวิเคราะห์ข้อมูลและการแปลความหมายของผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้กำหนด
สัญลักษณ์ท่ใี ชใ้ นการวิเคราะหข์ อ้ มลู ดังนี้

n แทน จำนวนคนในกลมุ่ ตัวอยา่ ง

M แทน ค่าเฉล่ยี (Mean)

SD แทน สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

p แทน ระดบั นยั สำคญั ทางสถิติ (p-value)

χ2 แทน ค่าสถิติไค-สแควร์ (Chi-Square)

GFI แทน ค่าดชั นีวดั ระดบั ความกลมกลืน (Goodness of Fit Index)

AGFI แทน ค่าดัชนีวัดระดบั ความกลมกลืนท่ีปรับแกแ้ ล้ว

(Adjusted Goodness of Fit Index)

CFI แทน ดัชนีวัดระดับความสอดคล้องเปรยี บเทียบ

(Comparative Fit Index)

RMSEA แทน ค่าดชั นีรากของคา่ เฉลีย่ กำลังสองของความคลาดเคล่ือน

โดยประมาณ (Root Mean Square Error of Approximation)

SRMR แทน คา่ ดชั นรี ากมาตรฐานของคา่ เฉลีย่ กำลังสองของส่วนทีเ่ หลือ

(Standard Root Mean Square Residual)

b แทน ค่านำ้ หนกั องคป์ ระกอบ (Factor Loading)

SE แทน คา่ ความคลาดเคลอ่ื นมาตรฐาน (Standard Error)

t แทน ค่าสถติ ิที (t-test)

SC แทน คา่ น้ำหนกั องค์ประกอบมาตรฐาน

(Completely Standardize Solution)

CR แทน คา่ ความเชื่อมน่ั เชิงโครงสร้าง (Construct Reliability)

ภ า ค ผ น ว ก
199

ตวั อกั ษรยอ่ ทใ่ี ช้ในการวิเคราะหข์ ้อมูล


การนำเสนอข้อมูลเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ผู้วิจัยได้กำหนดตัวอักษรย่อที่ใช้แทน

ตวั บง่ ช้ี ดงั น้ี

A1 หมายถงึ การบรหิ ารจดั การอยา่ งเปน็ ระบบ

A2 หมายถงึ การบรหิ ารจัดการบุคลากรทุกประเภทตามหน่วยงานท่สี งั กัด

A3 หมายถึง การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมเพ่อื ความปลอดภยั

A4 หมายถึง การจดั การเพือ่ ส่งเสรมิ สุขภาพและการเรียนรู้

A5 หมายถึง การส่งเสรมิ การมีสว่ นรว่ มของครอบครัวและชุมชน

B1 หมายถึง การดูแลและพัฒนาเดก็ อยา่ งรอบด้าน

B2 หมายถงึ การสง่ เสริมพฒั นาการดา้ นร่างกายและดแู ลสขุ ภาพ

B3 หมายถงึ การสง่ เสริมพัฒนาการดา้ นสตปิ ญั ญา ภาษาและการส่ือสาร

B4 หมายถงึ การส่งเสรมิ พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จิตใจ สงั คม ปลกู ฝังคุณธรรม

และความเป็นพลเมืองดี

B5 หมายถึง การสง่ เสรมิ เดก็ ในระยะเปลย่ี นผา่ นใหป้ รบั ตวั สกู่ ารเชอ่ื มตอ่ ในขนั้ ถดั ไป



การนำเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล


ผลการศึกษาสภาพการพัฒนาครูปฐมวัยในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย คณะผู้วิจัยได้นำเสนอ
ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล เป็น 2 ตอน ดงั น้ี


ตอนที่ 1 ผลการศึกษาสภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์เรียนรู้สำหรับการพัฒนา


เดก็ ปฐมวยั ตามมาตรฐานสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั แห่งชาติ โดยมีผลการศกึ ษา ดังนี้

ตอนที่ 1.1 ข้อมลู ทวั่ ไปของกลุม่ ตัวอย่าง

ตอนที 1.2 ผลการศึกษาสภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์เรียนรู้สำหรับ

การพัฒนาเดก็ ปฐมวัยตามมาตรฐานสถานพฒั นาเด็กปฐมวยั แห่งชาต ิ

ตอนที่ 1.3 ผลการเปรียบเทียบสภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สำหรบั การพัฒนาเดก็ ปฐมวยั ฯ จำแนกตามสังกดั

ตอนท่ี 1.4 ผลการเปรียบเทียบสภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สำหรบั การพัฒนาเด็กปฐมวัยฯ จำแนกตามภาค

ตอนท่ี 1.5 ผลการเปรียบเทียบสภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สำหรับการพัฒนาเด็กปฐมวัยฯ จำแนกตามตำแหนง่

200 รายงานการศึกษา แนวทางการยกระดับคุณภาพการผลิตและพฒั นาครูปฐมวัยในสถาบนั อดุ มศึกษาของไทย


ตอนท่ี 1.6 ผลการเปรียบเทียบสภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สำหรบั การพัฒนาเด็กปฐมวยั ฯ จำแนกตามวฒุ ิการศึกษา

ตอนที่ 1.7 ผลการเปรียบเทียบสภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์เรียนรู้
สำหรับการพัฒนาเด็กปฐมวยั ฯ จำแนกตามประสบการณท์ ำงาน

ตอนที่ 2 การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของการบริหารและการจัดประสบการณ์เรียนร
ู้
สำหรับการพฒั นาเดก็ ปฐมวยั

ตอนที่ 2.1 การวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบเชงิ ยนื ยนั ของการบรหิ ารและการจดั ประสบการณ์

เรียนรูส้ ำหรบั การพัฒนาเดก็ ปฐมวยั จำแนกตามสงั กดั

ตอนที่ 2.2 การวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบเชงิ ยนื ยนั ของการบรหิ ารและการจดั ประสบการณ์

เรียนรู้สำหรบั การพฒั นาเด็กปฐมวยั จำแนกตามตำแหน่งงาน







ภ า ค ผ น ว ก
201

ตอนท่ี 1 ผลการศึกษาสภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์เรียนรู้สำหรับ

การพัฒนาเดก็ ปฐมวัยตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแหง่ ชาติ


โดยมผี ลการศึกษา ดังน
้ี
จากการศกึ ษาสภาพการบรหิ ารและการจดั ประสบการณเ์ รยี นรสู้ ำหรบั การพฒั นาเดก็ ปฐมวยั

ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแหง่ ชาติ ของกลุม่ ตัวอยา่ งทเี่ ป็นผ้บู ริหาร ครู และพเ่ี ลีย้ งเดก็
จำนวนรวมทง้ั สิ้น 8,534 คน ผลการวิจัย มดี งั น
้ี

ตอนท่ี 1.1 ข้อมูลทั่วไปของกล่มุ ตัวอย่าง

คณะผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง โดยการหาจำนวนและร้อยละ
ดังตาราง ก-1



ตาราง ก-1 จำนวนและรอ้ ยละของกลมุ่ ตัวอยา่ ง (n=8,534)


ข้อมูลท่วั ไปของกลมุ่ ตัวอยา่ ง จำนวน (คน) ร้อยละ


1. เพศ

ชาย 540 6.30

หญงิ 7,994 93.70


รวม 8,534 100.00


2. วฒุ ิการศกึ ษา

ตำ่ กวา่ ปรญิ ญาตร ี 438 5.13

ปริญญาตรี 5,914 69.30

ปริญญาโทขน้ึ ไป 2,182 25.57


รวม 8,534 100.00


3. ประสบการณ์ทำงาน

ตำ่ กว่า 5 ป ี 2,408 28.20

6-10 ป ี 2,710 31.80

11-15 ปี 1,187 13.90

16 ปขี ึ้นไป 2,229 26.10


รวม 8,534 100.00

202 รายงานการศกึ ษา แนวทางการยกระดบั คุณภาพการผลิตและพฒั นาครูปฐมวัยในสถาบนั อดุ มศกึ ษาของไทย


ตาราง ก-1 (ต่อ)


ข้อมูลท่ัวไปของกลุ่มตัวอยา่ ง จำนวน (คน) ร้อยละ


4. ตำแหนง่

ผ้บู ริหาร 721 8.40

ครู/ครผู ู้ชว่ ย 6,978 81.80

พี่เลยี้ งเด็ก 835 9.80


รวม 8,534 100.00


5. สังกัด

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน (สพฐ.) 6,312 74

องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ (อปท.) 936 11.00

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 475 5.60

กรุงเทพมหานคร (กทม.) 629 7.40

โรงเรียนสาธิต 74 0.90

สถานรบั เลี้ยงเด็ก 59 0.70

อนื่ ๆ 49 0.40


รวม 8,534 100.00


6. ภาค

เหนือ 1,580 18.50

ตะวนั ออกเฉยี งเหนือ 2,890 33.90

กลาง 2,216 26.00

ตะวันออก 695 8.10

ตะวนั ตก 165 1.90

ใต ้ 988 11.60


รวม 8,534 100.00


จากตาราง ก-1 พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 93.70

และเพศชาย คดิ เปน็ รอ้ ยละ 6.30 โดยกลมุ่ ตวั อยา่ งสว่ นใหญม่ วี ฒุ กิ ารศกึ ษาปรญิ ญาตรี คดิ เปน็ รอ้ ยละ

69.30 รองลงมาคือ ปริญญาโทขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 25.57 และวุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี
คิดเปน็ รอ้ ยละ 5.13 ซงึ่ กล่มุ ตวั อย่างส่วนใหญม่ ีประสบการณท์ ำงาน ก-10 ปี คดิ เปน็ รอ้ ยละ 31.80
รองลงมาคอื ประสบการณท์ ำงาน ตำ่ กวา่ 5 ปี คดิ เปน็ รอ้ ยละ 28.20 ประสบการณท์ ำงาน 11-15 ป ี

คิดเป็นร้อยละ 13.90 ประสบการณ์ทำงาน 16 ปีข้ึนไป คิดเป็นร้อยละ 26.10 โดยกลุ่มตัวอย่าง
ส่วนใหญ่อยู่ตำแหน่งครู/ครูผู้ช่วย คิดเป็นร้อยละ 81.80 รองลงมาคือพี่เล้ียงเด็ก คิดเป็น

ภ า ค ผ น ว ก
203

ร้อยละ 9.80 และผู้บริหาร คิดเป็นร้อยละ 8.40 ซ่ึงกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่สังกัดสำนักงาน

คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน (สพฐ.) คิดเป็นร้อยละ 74.00 รองลงมาคือองค์กรปกครอง

สว่ นทอ้ งถนิ่ (อปท.) คดิ เปน็ รอ้ ยละ 11.00 กรงุ เทพมหานคร (กทม.) คดิ เปน็ รอ้ ยละ 7.40 สำนกั งาน

คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) คิดเป็นร้อยละ 5.60 โรงเรียนสาธิต คิดเป็น

ร้อยละ 0.90 สถานรับเล้ียงเด็ก คิดเป็นร้อยละ 0.70 และอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ 0.40

และกลมุ่ ตวั อยา่ งสว่ นใหญอ่ ยภู่ าคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื คดิ เปน็ รอ้ ยละ 33.90 รองลงมาคอื ภาคกลาง

คดิ เปน็ รอ้ ยละ 26.00 ภาคเหนอื คดิ เปน็ รอ้ ยละ 18.50 ภาคใต้ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 11.60 ภาคตะวนั ออก

คิดเป็นรอ้ ยละ 8.10 และภาคตะวนั ตก คิดเปน็ รอ้ ยละ 1.90 ตามลำดบั


ตอนที่ 1.2 ผลการศึกษาสภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์เรียนรู้สำหรับ


การพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ตามมาตรฐานสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั แหง่ ชาติ

ผู้วิจัยทำการศึกษาสภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์เรียนรู้สำหรับการพัฒนา

เด็กปฐมวัย โดยการวเิ คราะหค์ า่ เฉล่ยี และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดังตาราง ก-2



ตาราง ก-2 ค่าเฉล่ียและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของสภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์

เรยี นรูส้ ำหรับการพฒั นาเดก็ ปฐมวยั (n=8,534)


สภาพการบริหารและการจดั ประสบการณเ์ รยี นร
ู้
M SD ระดับ

สำหรบั การพัฒนาเด็กปฐมวยั

มาตรฐานดา้ นท่ี 1 การบรหิ ารจัดการ 4.21 0.54 มาก


1.1 การบริหารจัดการอยา่ งเปน็ ระบบ 4.21 0.63 มาก


1.1.1 มีการบรหิ ารจัดการสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวัยอยา่ งเป็นระบบ 4.19 0.69 มาก


1.1.2 มีการบรหิ ารหลกั สตู รสถานพฒั นาเด็กปฐมวัยอย่างเปน็ ระบบ 4.24 0.70 มาก


1.1.3 มีการบรหิ ารจดั การขอ้ มลู อยา่ งเปน็ ระบบ 4.19 0.69 มาก


1.2 การบริหารจัดการบคุ ลากรทกุ ประเภทตามหนว่ ยงานทีส่ ังกัด 4.23 0.65 มาก


1.2.1 มีการบรหิ ารจดั การบคุ ลากรอย่างเป็นระบบ 4.17 0.78 มาก


1.2.2 ผูบ้ รหิ ารสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวัย/หวั หน้าระดับปฐมวัย/ 4.31 0.76 มาก

ผู้ดำเนนิ กจิ การ มีคุณวฒุ ิ/คุณสมบัตเิ หมาะสม และบริหารงาน

อย่างมปี ระสิทธิภาพ


1.2.3 ครู/ผดู้ แู ลเด็กทท่ี ำหนา้ ที่หลักในการดแู ลและพัฒนาเดก็ ปฐมวัย 4.43 0.74 มาก

มวี ฒุ ิการศกึ ษา/ คุณสมบัติเหมาะสม

204 รายงานการศึกษา แนวทางการยกระดบั คณุ ภาพการผลติ และพัฒนาครูปฐมวยั ในสถาบนั อดุ มศกึ ษาของไทย


ตาราง ก-2 (ตอ่ )


สภาพการบริหารและการจดั ประสบการณ์เรยี นร
ู้ M SD ระดบั

สำหรบั การพัฒนาเดก็ ปฐมวัย

1.2.4 มกี ารบริหารบุคลากรจดั อัตราสว่ นของครู/ผูด้ แู ลเดก็ 4.01 0.98 มาก

อย่างเหมาะสมพอเพียงต่อจำนวนเดก็ ในแตล่ ะกล่มุ อายุ


1.3 การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมเพอื่ ความปลอดภัย 4.17 0.62 มาก


1.3.1 มีการบรหิ ารจดั การดา้ นสภาพแวดลอ้ มเพอื่ ความปลอดภยั 4.21 0.75 มาก

อยา่ งเปน็ ระบบ


1.3.2 โครงสรา้ งและตัวอาคารมั่นคง ตงั้ อยใู่ นบรเิ วณและสภาพแวดล้อม 4.30 0.77 มาก

ทป่ี ลอดภัย


1.3.3 มีการจัดการความปลอดภัยของพนื้ ทีเ่ ล่น/สนามเด็กเล่น 4.03 0.85 มาก

และสภาพแวดล้อมภายนอกอาคาร


1.3.4 มีการจดั การสภาพแวดลอ้ มภายในอาคาร ครภุ ณั ฑ์ อุปกรณ์ 4.06 0.78 มาก

เครือ่ งใช้ใหป้ ลอดภยั เหมาะสม กับการใช้งานและเพียงพอ


1.3.5 มกี ารจัดให้มีของเลน่ ท่ปี ลอดภัยได้มาตรฐาน มจี ำนวนเพยี งพอ 4.01 0.83 มาก

สะอาด เหมาะสมกบั ระดบั พัฒนาการของเด็ก


1.3.6 มีการสง่ เสรมิ ใหเ้ ด็กปฐมวัยเดนิ ทางอยา่ งปลอดภัย 4.34 0.70 มาก


1.3.7 มกี ารจดั ให้มีระบบปอ้ งกนั ภัยจากบคุ คลท้งั ภายในและภายนอก 4.32 0.72 มาก

สถานพัฒนาเดก็ ปฐมวยั


1.3.8 มกี ารจดั ใหม้ รี ะบบรับเหตฉุ ุกเฉนิ ป้องกนั อัคคีภัย/ภยั พบิ ตั ิ 4.05 0.82 มาก

ตามความเส่ยี งของพืน้ ท่ี


1.4 การจัดการเพ่อื สง่ เสริมสุขภาพและการเรียนรู้ 4.26 0.60 มาก


1.4.1 มีการจดั การเพ่ือส่งเสรมิ สุขภาพ เฝา้ ระวังการเจรญิ เติบโตของเด็ก 4.36 0.67 มาก

และดแู ลการเจบ็ ป่วยเบอ้ื งตน้


1.4.2 มีแผนและดำเนนิ การตรวจสขุ อนามยั ประจำวัน ตรวจสุขภาพ 4.38 0.67 มาก

ประจำปี และป้องกนั ควบคมุ โรคตดิ ต่อ


1.4.3 อาคารต้องมพี ืน้ ทใ่ี ช้สอยเป็นสัดสว่ นตามกจิ วตั รประจำวันของเดก็ 4.16 0.78 มาก

ที่เหมาะสมตามช่วงวัย และการใช้ประโยชน


1.4.4 มกี ารจดั ให้มพี น้ื ที/่ มมุ ประสบการณ์ และแหล่งเรยี นรใู้ นหอ้ งเรียน 4.21 0.73 มาก

และนอกห้องเรียน

ภ า ค ผ น ว ก
205

ตาราง ก-2 (ตอ่ )


สภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์เรียนร
ู้ M SD ระดับ

สำหรบั การพฒั นาเดก็ ปฐมวัย

1.4.5 มกี ารจัดบริเวณหอ้ งนำ้ ห้องส้วม ทแี่ ปรงฟัน/ล้างมอื ให้เพียงพอ 4.15 0.83 มาก

สะอาดปลอดภยั และเหมาะสมกบั การใชง้ านของเด็ก


1.4.6 มกี ารจดั การระบบสขุ าภบิ าลทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ครอบคลมุ สถานทปี่ รงุ 4.21 0.75 มาก

ประกอบอาหาร น้ำดืม่ นำ้ ใช้ กำจัดขยะ สิ่งปฏกิ ูล และพาหะนำโรค


1.4.7 มกี ารจัดอุปกรณภ์ าชนะและเครื่องใช้ส่วนตัวให้เพยี งพอกับ 4.34 0.70 มาก

การใชง้ านของเด็กทกุ คน และดแู ลความสะอาดและปลอดภยั

อย่างสมำ่ เสมอ


1.5 การส่งเสริมการมสี ่วนร่วมของครอบครวั และชมุ ชน 4.18 0.63 มาก


1.5.1 มีการส่อื สารเพอ่ื สร้างความสัมพันธ์และความเขา้ ใจอนั ดรี ะหว่าง 4.36 0.66 มาก

พอ่ แม/่ ผ้ปู กครอง กับสถานพัฒนาเดก็ ปฐมวัยเก่ียวกบั ตัวเด็ก

และการดำเนนิ งานของสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั


1.5.2 มกี ารจดั กจิ กรรมทพ่ี อ่ แม/่ ผปู้ กครอง/ครอบครวั และชมุ ชน มสี ว่ นรว่ ม 4.19 0.73 มาก


1.5.3 มกี ารดำเนนิ งานใหส้ ถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั เปน็ แหลง่ เรยี นรแู้ กช่ มุ ชน 4.06 0.78 มาก

ในเรอื่ งการพัฒนาเดก็ ปฐมวยั


1.5.4 มคี ณะกรรมการสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั 4.12 0.85 มาก


มาตรฐานดา้ นที่ 2 คร/ู ผดู้ แู ลเด็กใหก้ ารดแู ลและจัดประสบการณเ์ รยี นร ู้ 4.39 0.53 มาก

และการเล่นเพ่ือพฒั นาเด็กปฐมวัย


2.1 การดแู ลและพัฒนาเดก็ อย่างรอบด้าน 4.34 0.57 มาก


2.1.1 มีแผนการจดั ประสบการณก์ ารเรียนร้ทู ีส่ อดคลอ้ งกับหลกั สตู ร 4.47 0.62 มาก

การศกึ ษาปฐมวยั มีการดำเนนิ งานและประเมินผล


2.1.2 มกี ารจดั พนื้ ที่/มุมประสบการณ์การเรยี นรแู้ ละการเล่นท่เี หมาะสม 4.29 0.70 มาก

อยา่ งหลากหลาย


2.1.3 มกี ารจัดกจิ กรรมสง่ เสริมพฒั นาการทุกด้านอยา่ งบูรณาการ 4.37 0.65 มาก

ตามธรรมชาตขิ องเด็กทเี่ รยี นรู้ ดว้ ยประสาทสัมผสั ลงมอื ทำ

ปฏิสมั พนั ธ์ และการเล่น


2.1.4 มกี ารเลอื กใชส้ อ่ื /อปุ กรณ์ เทคโนโลยี เครอ่ื งเลน่ และจดั สภาพแวดลอ้ ม 4.20 0.72 มาก

ภายใน-ภายนอก แหลง่ เรยี นรูท้ ่ีเพยี งพอ และเหมาะสมปลอดภยั

206 รายงานการศึกษา แนวทางการยกระดบั คณุ ภาพการผลติ และพัฒนาครูปฐมวยั ในสถาบันอุดมศึกษาของไทย


ตาราง ก-2 (ต่อ)


สภาพการบริหารและการจัดประสบการณเ์ รียนร้
ู M SD ระดับ

สำหรบั การพฒั นาเดก็ ปฐมวัย

2.1.5 มกี ารเฝ้าระวงั ตดิ ตามพฒั นาการเดก็ รายบุคคล 4.38 0.65 มาก


2.2 การส่งเสรมิ พฒั นาการด้านรา่ งกายและดแู ลสุขภาพ 4.47 0.55 มาก


2.2.1 จดั ใหเ้ ด็กรับประทานอาหารทีค่ รบถว้ นในปรมิ าณท่ีเพียงพอ 4.52 0.62 มากทสี่ ุด

และสง่ เสริมพฤตกิ รรมการกนิ ท่เี หมาะสม


2.2.2 จัดกจิ กรรมใหเ้ ด็กได้ลงมอื ปฏบิ ัตอิ ย่างถกู ต้องเหมาะสมในการดแู ล 4.47 0.62 มาก

สขุ ภาพ ความปลอดภัยในชวี ติ ประจำวนั


2.2.3 มกี ารตรวจสขุ ภาพอนามยั ของเดก็ ประจำวนั ความสะอาดของรา่ งกาย 4.46 0.63 มาก

ฟันและช่องปาก เพอ่ื คัดกรองโรคและการบาดเจ็บ


2.2.4 มีการเฝา้ ระวงั ตดิ ตามการเจริญเติบโตของเด็กเปน็ รายบุคคล 4.45 0.63 มาก

บนั ทึกผลภาวะโภชนาการ อยา่ งต่อเน่ือง


2.2.5 จัดให้มีการตรวจสุขภาพร่างกาย ฟันและชอ่ งปาก สายตา และหู 4.47 0.63 มาก

ตามกำหนด


2.3 การส่งเสริมพัฒนาการด้านสตปิ ัญญา ภาษาและการสอื่ สาร 4.38 0.57 มาก


2.3.1 จัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็ ไดส้ ังเกต สัมผสั ลองทำ คดิ ตั้งคำถาม 4.36 0.65 มาก

สบื เสาะหาความรู้ แก้ปญั หา จินตนาการ คิดสรา้ งสรรค์โดยยอมรับ

ความคิดและผลงานที่แตกต่างของเด็ก


2.3.2 จดั กิจกรรมและประสบการณท์ างภาษาที่มคี วามหมายต่อเดก็ 4.36 0.64 มาก

เพื่อการส่อื สารอยา่ งหลากหลาย ฝกึ ฟัง พูด ถาม ตอบ เลา่

และสนทนาตามลำดบั ขนั้ ตอนพฒั นาการ


2.3.3 จัดกจิ กรรมปลกู ฝังให้เดก็ มีนสิ ยั รกั การอา่ นใหเ้ ด็กมที ักษะการดภู าพ 4.40 0.63 มาก

ฟังเรอื่ งราว พดู เลา่ อา่ น วาด/เขียน เบื้องตน้ ตามลำดบั พฒั นาการ

โดยคร/ู ผดู้ ูแลเดก็ เป็นตวั อยา่ งของการพูดและการอา่ นทีถ่ ูกตอ้ ง


2.3.4 จดั ใหเ้ ดก็ มปี ระสบการณ์เรยี นรู้เกยี่ วกับตวั เด็ก บุคคล สิง่ ต่างๆ 4.43 0.62 มาก

สถานที่ และธรรมชาติรอบตัวด้วยวธิ ีการทเ่ี หมาะสมกบั วัย

และพัฒนาการ


2.3.5 จดั กจิ กรรมและประสบการณด์ ้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ 4.36 0.66 มาก

เบ้ืองต้นตามวัย โดยเด็กเรียนรู้ผา่ นประสาทสมั ผัสและลงมือปฏบิ ัติ

ด้วยตนเอง

ภ า ค ผ น ว ก
207

ตาราง ก-2 (ต่อ)


สภาพการบรหิ ารและการจัดประสบการณ์เรียนร
ู้ M SD ระดับ

สำหรบั การพัฒนาเดก็ ปฐมวัย 4.43 0.56 มาก

2.4 การสง่ เสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จติ ใจ สงั คม ปลกู ฝังคณุ ธรรม 4.33 0.65 มาก

และความเป็นพลเมืองด

2.4.1 มกี ารสรา้ งความสมั พันธ์ที่ดแี ละมัน่ คงระหวา่ งผ้ใู หญก่ บั เดก็ 4.51 0.60 มากทีส่ ดุ

จัดกจิ กรรมสรา้ งเสรมิ ความสมั พนั ธ์ทด่ี รี ะหวา่ งเดก็ กบั เด็ก

และการแกไ้ ขข้อขัดแยง้ อย่างสรา้ งสรรค

2.4.2 จดั กิจกรรมส่งเสรมิ ใหเ้ ด็กมคี วามสุข แจม่ ใส ร่าเรงิ ไดแ้ สดงออก
ดา้ นอารมณ์ ความร้สู ึกท่ีดีตอ่ ตนเอง โดยผา่ นการเคลอ่ื นไหว

ร่างกาย ศลิ ปะ ดนตรี ตามความสนใจ และถนดั


2.4.3 จัดกจิ กรรมและประสบการณ์ ปลกู ฝังคุณธรรมให้เด็กใฝด่ ี มีวินัย 4.47 0.61 มาก

ซือ่ สัตย์ รู้จกั สิทธิ และหนา้ ทรี่ ับผิดชอบของพลเมอื งดี
4.29 0.66 มาก

รักครอบครัว โรงเรยี น ชุมชนและประเทศชาติ ดว้ ยวิธที ี่เหมาะสม

กบั วัยและพฒั นาการ

2.5 การสง่ เสริมเดก็ ในระยะเปลี่ยนผา่ นให้ปรบั ตวั สูก่ ารเชือ่ มตอ่ ในข้ันถัดไป

2.5.1 จดั กจิ กรรมกบั ผู้ปกครองให้เตรียมเด็กก่อนจากบ้านเข้าสู่ 4.26 0.71 มาก

สถานพัฒนาเด็กปฐมวยั / โรงเรียน และจดั กจิ กรรมชว่ งปฐมนเิ ทศ
มาก

ให้เด็กค่อยปรับตัวในบรรยากาศที่เป็นมติ ร


2.5.2 จดั กิจกรรมสง่ เสริมการปรับตวั ก่อนเขา้ รบั การศกึ ษาในระดับ 4.32 0.70
ท่สี ูงขึน้ แตล่ ะขน้ั จนถงึ การเปน็ นักเรยี นระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 1


สภาพการบรหิ ารและการจดั ประสบการณเ์ รียนร้ ู 4.30 0.51 มาก

สำหรบั การพัฒนาเดก็ ปฐมวัยโดยรวม




จากตาราง ก-2 พบวา่ สภาพการบรหิ ารและการจดั ประสบการณเ์ รยี นรสู้ ำหรบั การพฒั นา

เด็กปฐมวยั โดยรวม มีค่าเฉลีย่ เทา่ กับ 4.30 มีส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.51 อยใู่ นระดับมาก
และเมอื่ พจิ ารณารายมาตรฐาน พบวา่ มาตรฐานดา้ นที่ 2 คร/ู ผดู้ แู ลเดก็ ใหก้ ารดแู ลและจดั ประสบการณ

เรียนรู้และการเล่นเพ่ือพัฒนาเด็กปฐมวัยมีค่าเฉล่ียสูงสุด (M= 4.39 SD=0.53) ส่วนมาตรฐาน

ดา้ นท่ี 1 การบรหิ ารจดั การมคี า่ เฉลยี่ ตำ่ สดุ (M=4.21 SD=0.54) ซงึ่ สามารถพจิ ารณาเปน็ รายมาตรฐาน

ได้ดังน้


208 รายงานการศกึ ษา แนวทางการยกระดับคุณภาพการผลิตและพฒั นาครูปฐมวัยในสถาบนั อุดมศึกษาของไทย

มาตรฐานด้านท่ี 1 การบริหารจัดการ มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.21 มีส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
เท่ากับ 0.54 อยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า การจัดการเพ่ือส่งเสริมสุขภาพ

และการเรียนรู้มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (M=4.26 SD=0.60) รองลงมาคือ การบริหารจัดการบุคลากร

ทุกประเภทตามหน่วยงานที่สังกัด (M=4.23 SD=0.65) การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ

(M=4.21 SD=0.63) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน (M=4.18 SD=0.63)

และการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมเพ่ือความปลอดภัยมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (M=4.17 SD=0.62)

ตามลำดับ และสามารถพจิ ารณาเปน็ รายขอ้ ได้ดังนี

1.1 การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.21 มีส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐานเท่ากบั 0.63 อยู่ในระดับมาก เมอ่ื พจิ ารณาเป็นรายขอ้ ยอ่ ย พบวา่ มกี ารบรหิ ารหลกั สูตร
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบมีค่าเฉล่ียสูงสุด (M=4.24 SD=0.70) มีการบริหารจัดการ
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบและมีการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบมีค่าเฉล่ีย

ต่ำสุด (M=4.19 SD=0.69)

1.2 การบริหารจัดการบุคลากรทุกประเภทตามหน่วยงานท่ีสังกัด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ
4.23 มีส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.65 อยู่ในระดับมาก และเม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า
คร/ู ผดู้ แู ลเดก็ ทท่ี ำหนา้ ทหี่ ลกั ในการดแู ลและพฒั นาเดก็ ปฐมวยั มวี ฒุ กิ ารศกึ ษา/คณุ สมบตั เิ หมาะสม

มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (M=4.43 SD=0.74) รองลงมาคอื ผู้บรหิ ารสถานพฒั นาเด็กปฐมวยั /หัวหน้าระดับ
ปฐมวัย/ผู้ดำเนินกิจการ มีคุณวุฒิ/คุณสมบัติเหมาะสม และบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ

(M=4.31 SD=0.76) มีการบริหารจัดการบุคลากรอย่างเป็นระบบ (M=4.17 SD=0.78)

และมีการบริหารบุคลากรจัดอัตราส่วนของครู/ผู้ดูแลเด็กอย่างเหมาะสมพอเพียงต่อจำนวนเด็ก

ในแตล่ ะกลุ่มอายุมคี า่ เฉลี่ยตำ่ สุด (M=4.01 SD=0.98) ตามลำดบั

1.3 การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมเพ่ือความปลอดภัย มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.17

มีส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.62 อยู่ในระดับมาก และเม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่ามีการ

ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยเดินทางอย่างปลอดภัยมีค่าเฉล่ียสูงสุด (M=4.34 SD=0.70) รองลงมาคือ

มีการจัดให้มีระบบป้องกันภัยจากบุคคลท้ังภายในและภายนอกสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย (M=4.32
SD=0.72) โครงสร้างและตวั อาคารม่ันคง ต้ังอยู่ในบรเิ วณและสภาพแวดล้อมทีป่ ลอดภยั (M=4.30
SD=0.77) มีการบริหารจัดการด้านสภาพแวดล้อมเพ่ือความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ (M=4.21
SD=0.75) มีการจัดการสภาพแวดล้อมภายในอาคาร ครุภัณฑ์ อุปกรณ์ เครื่องใช้ให้ปลอดภัย

เหมาะสม กับการใช้งานและเพียงพอ (M=4.06 SD=0.78) มีการจัดให้มีระบบรับเหตุฉุกเฉิน
ปอ้ งกันอัคคีภัย/ภัยพิบัติตามความเส่ยี งของพ้นื ที่ (M=4.05 SD=0.82) มีการจัดการความปลอดภยั
ของพืน้ ท่เี ล่น/สนามเดก็ เล่น และสภาพแวดล้อมภายนอกอาคาร (M=4.03 SD=0.85) และมกี ารจดั
ให้มีของเล่นที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน มีจำนวนเพียงพอ สะอาด เหมาะสมกับระดับพัฒนาการ

ของเด็กมคี า่ เฉลย่ี ตำ่ สุด (M=4.01 SD=0.83) ตามลำดับ

ภ า ค ผ น ว ก
209

1.4 การจัดการเพ่ือส่งเสริมสุขภาพและการเรียนรู้ มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.26

มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.60 อยู่ในระดับมาก และเม่ือพิจารณาเป็นรายข้อพบว่ามีแผน
และดำเนินการตรวจสุขอนามัยประจำวัน ตรวจสุขภาพประจำปี และป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อ

มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (M=4.38 SD=0.67) รองลงมาคือ มีการจัดการเพ่ือส่งเสริมสุขภาพ เฝ้าระวัง

การเจริญเติบโตของเด็ก และดูแล การเจ็บป่วยเบ้ืองต้น (M=4.36 SD=0.67) มีการจัดอุปกรณ์
ภาชนะและเครื่องใช้ส่วนตัวให้เพียงพอกับการใช้งานของเด็กทุกคน และดูแลความสะอาด

และปลอดภยั อยา่ งสมำ่ เสมอ (M=4.34 SD=0.70) มกี ารจดั ใหม้ พี น้ื ท/ี่ มมุ ประสบการณ์ และแหลง่ เรยี นร
ู้
ในหอ้ งเรยี นและนอกหอ้ งเรยี นและมกี ารจดั การระบบสขุ าภบิ าลทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ ครอบคลมุ สถานท
ี่
ปรุง ประกอบอาหาร น้ำดื่ม น้ำใช้ กำจัดขยะ สิ่งปฏิกูล และพาหะนำโรค (M=4.21 SD=0.73,
0.75) อาคารต้องมีพื้นท่ีใช้สอยเป็นสัดส่วนตามกิจวัตรประจำวันของเด็กที่เหมาะสม ตามช่วงวัย
และการใช้ประโยชน์ (M=4.16 SD=0.78) ส่วนมีการจัดบริเวณห้องน้ำ ห้องส้วม ที่แปรงฟัน

/ล้างมือให้เพียงพอ สะอาด ปลอดภัย และเหมาะสมกับการใช้งานของเด็กมีค่าเฉล่ียต่ำสุด

(M=4.15 SD=0.83) ตามลำดบั

1.5 การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.18

มสี ว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐานเทา่ กบั 0.63 อยใู่ นระดบั มาก และเมอื่ พจิ ารณาเปน็ รายขอ้ พบวา่ มกี ารสอื่ สาร

เพื่อสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีระหว่างพ่อแม่/ผู้ปกครองกับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
เกี่ยวกับตวั เดก็ และการดำเนนิ งานของสถานพัฒนาเดก็ ปฐมวัยมคี า่ เฉล่ียสูงสุด (M=4.36 SD=0.66)
รองลงมาคือ มีการจัดกิจกรรมท่ีพ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครอบครัว และชุมชน มีส่วนร่วม (M=4.19

SD=0.73) มีคณะกรรมการสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย (M=4.12 SD=0.85) มีการดำเนินงาน

ให้สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นแหล่งเรียนรู้แก่ชุมชนในเร่ืองการพัฒนาเด็กปฐมวัยมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด

(M=4.06 SD=0.78) ตามลำดับ

มาตรฐานดา้ นท่ี 2 คร/ู ผดู้ แู ลเดก็ ใหก้ ารดแู ลและจดั ประสบการณเ์ รยี นรแู้ ละการเลน่ เพอ่ื

พัฒนาเด็กปฐมวัย มีคา่ เฉลี่ยเท่ากับ 4.39 มสี ่วนเบย่ี งเบนมาตรฐานเทา่ กบั 0.53 อยู่ในระดับมาก
เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและดูแลสุขภาพมีค่าเฉลี่ยสูงสุด
(M=4.47 SD=0.55) รองลงมาคือการส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม ปลูกฝัง

คณุ ธรรมและความเปน็ พลเมอื งดี (M=4.43 SD=0.56) การส่งเสรมิ พัฒนาการด้านสตปิ ญั ญา ภาษา
และการสื่อสาร (M=4.38 SD=0.57) การดูแลและพัฒนาเด็กอย่างรอบด้าน (M=4.34 SD=0.57)
และการส่งเสริมเด็กในระยะเปล่ียนผ่านให้ปรับตัวสู่การเชื่อมต่อในขั้นถัดไปมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด

(M=4.29 SD=0.66) ตามลำดับ และสามารถพิจารณาเปน็ รายข้อได้ดงั นี้

2.1 การดูแลและพัฒนาเด็กอย่างรอบด้าน มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.34 มีส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐานเทา่ กับ 0.57 อยใู่ นระดบั มาก เมอ่ื พจิ ารณาเปน็ รายขอ้ พบวา่ มีแผนการจัดประสบการณ์
การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มีการดำเนินงานและประเมินผลมีค่าเฉลี่ย

210 รายงานการศึกษา แนวทางการยกระดับคณุ ภาพการผลิตและพฒั นาครูปฐมวัยในสถาบนั อดุ มศกึ ษาของไทย

สงู สดุ (M=4.47 SD=0.62) รองลงมาคอื มีการเฝา้ ระวงั ติดตามพฒั นาการเดก็ รายบคุ คล (M=4.38
SD=0.65) มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านอย่างบูรณาการตามธรรมชาติของเด็ก

ท่ีเรียนรู้ ด้วยประสาทสัมผัส ลงมือทำ ปฏิสัมพันธ์ และการเล่น (M=4.37 SD=0.65) มีการจัด
พ้ืนที่/มุมประสบการณ์การเรียนรู้และการเล่นท่ีเหมาะสมอย่างหลากหลาย (M=4.29 SD=0.70)
และมีการเลือกใช้สื่อ/อุปกรณ์ เทคโนโลยี เคร่ืองเล่นและจัดสภาพแวดล้อมภายใน-ภายนอก

แหล่งเรยี นรทู้ ี่เพยี งพอ เหมาะสม ปลอดภัยมีค่าเฉล่ยี ต่ำสุด (M=4.20 SD=0.72) ตามลำดบั

2.2 การส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและการดูแลสุขภาพ มีค่าเฉล่ียเท่ากับ
4.47 มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.55 อยู่ในระดับมาก และเม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า
จดั ใหเ้ ดก็ รบั ประทานอาหารทคี่ รบถว้ นในปรมิ าณทเ่ี พยี งพอ และ สง่ เสรมิ พฤตกิ รรมการกนิ ทเ่ี หมาะสม

(M=4.52 SD=0.62) รองลงมาคือจัดกิจกรรมให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติอย่างถูกต้องเหมาะสมในการ
ดูแลสขุ ภาพ ความปลอดภยั ในชวี ิตประจำวันและจัดให้มีการตรวจสุขภาพร่างกาย ฟันและช่องปาก
สายตา หู ตามกำหนด (M=4.47 SD=0.62, 0.63) มีการตรวจสุขภาพอนามัยของเด็กประจำวัน
ความสะอาดของร่างกาย ฟันและช่องปาก เพ่ือคัดกรองโรคและการบาดเจ็บ (M=4.46 SD=0.63)
ส่วนมีการเฝ้าระวังติดตามการเจริญเติบโตของเด็กเป็นรายบุคคล บันทึกผลภาวะโภชนาการ

อยา่ งต่อเนือ่ งมคี ่าเฉล่ียตำ่ สดุ (M=4.45 SD=0.63) ตามลำดบั

2.3 การสง่ เสรมิ พัฒนาการด้านสติปัญญา ภาษา และการส่ือสาร มีค่าเฉลีย่ เท่ากับ
4.38 มีส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.57 อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า

จัดให้เด็กมีประสบการณ์เรียนรู้เก่ียวกับตัวเด็ก บุคคล ส่ิงต่างๆ สถานที่และธรรมชาติรอบตัวด้วย

วธิ กี ารทเ่ี หมาะสมกบั วยั และพฒั นาการมคี า่ เฉลย่ี สงู สดุ (M=4.43 SD=0.62) รองลงมาคอื จดั กจิ กรรม

ปลูกฝังให้เด็กมีนิสัยรักการอ่านให้เด็กมีทักษะการดูภาพ ฟังเร่ืองราว พูด เล่า อ่าน วาด/เขียน

เบื้องต้นตามลำดับพัฒนาการ โดยครู/ผู้ดูแลเด็กเป็นตัวอย่างของการพูดและการอ่านท่ีถูกต้อง

(M=4.40 SD=0.63) จัดกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กได้สังเกต สัมผัส ลองทำ คิดตั้งคำถาม สืบเสาะ
หาความรู้ แก้ปัญหา จินตนาการ คิดสร้างสรรค์โดยยอมรับความคิดและผลงานท่ีแตกต่างของเด็ก
จัดกิจกรรมและประสบการณ์ทางภาษาท่ีมีความหมายต่อเด็ก เพ่ือการสื่อสารอย่างหลากหลาย

ฝึกฟัง พูด ถาม ตอบ เล่าและสนทนาตามลำดับข้ันตอนพัฒนาการ และจัดกิจกรรม

และประสบการณ์ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เบ้ืองต้นตามวัย โดยเด็กเรียนรู้ผ่านประสาท
สมั ผัส และลงมือปฏบิ ัติดว้ ยตนเองมคี ่าเฉล่ียตำ่ สุด (M=4.36 SD=0.65, 0.64, 0.66) ตามลำดับ

2.4 การส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม ปลูกฝังคุณธรรมและ

ความเป็นพลเมอื งดี มคี า่ เฉล่ยี เทา่ กบั 4.43 มสี ่วนเบีย่ งเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.56 อยู่ในระดับมาก
และเมอื่ พจิ ารณาเป็นรายข้อพบวา่ จัดกิจกรรมส่งเสรมิ ให้เดก็ มคี วามสุข แจม่ ใส ร่าเริง ไดแ้ สดงออก

ดา้ นอารมณ์ ความรู้สึกท่ีดีต่อตนเอง โดยผ่านการเคลือ่ นไหวรา่ งกาย ศิลปะ ดนตรี ตามความสนใจ
และถนัดมีค่าเฉล่ียสูงสุด (M=4.51 SD=0.60) รองลงมาคือจัดกิจกรรมและประสบการณ์ ปลูกฝัง

ภ า ค ผ น ว ก
211

คุณธรรมให้เด็กใฝ่ดี มีวินัย ซ่ือสัตย์ รู้จักสิทธิ และหน้าท่ีรับผิดชอบของพลเมืองดี รักครอบครัว
โรงเรียน ชุมชนและประเทศชาติ ด้วยวิธีที่เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการ (M=4.47 SD=0.61)
สว่ นมกี ารสรา้ งความสมั พนั ธท์ ด่ี แี ละมนั่ คงระหวา่ งผใู้ หญก่ บั เดก็ จดั กจิ กรรมสรา้ งเสรมิ ความสมั พนั ธ

ท่ีดีระหว่างเด็กกับเด็ก และการแก้ไขข้อขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (M=4.33

SD=0.65) ตามลำดบั

2.5 การส่งเสริมเด็กในระยะเปลี่ยนผ่านให้ปรับตัวสู่การเชื่อมต่อในข้ันถัดไป

มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.32 มีส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.70 อยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณา
เป็นรายข้อพบว่าจัดกิจกรรมส่งเสริมการปรับตัวก่อนเข้ารับการศึกษาในระดับท่ีสูงขึ้นแต่ละข้ัน
จนถึงการเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีค่าเฉล่ียสูงสุด (M=4.32 SD=0.70) ส่วนจัด
กิจกรรมกับผู้ปกครองให้เตรียมเด็กก่อนจากบ้านเข้าสู่สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย/ โรงเรียน

และจัดกิจกรรมช่วงปฐมนิเทศให้เด็กค่อยปรับตัวในบรรยากาศที่เป็นมิตรมีค่าเฉล่ียต่ำสุด (M=4.26
SD=0.71)

ตอนท่ี 1.3 ผลการเปรยี บเทยี บสภาพการบรหิ ารและการจดั ประสบการณ์เรยี นรู้สำหรบั
การพฒั นาเด็กปฐมวยั จำแนกตามสังกดั

1.3.1  คา่ เฉลย่ี และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐานของสภาพการบรหิ ารและการจดั ประสบการณ


เรยี นรสู้ ำหรบั การพฒั นาเด็กปฐมวยั จำแนกตามสังกัด

ผวู้ จิ ยั ทำการวเิ คราะหค์ า่ เฉลย่ี และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐานของสภาพการบรหิ ารและการจัด

ประสบการณ์เรยี นรสู้ ำหรับการพฒั นาเดก็ ปฐมวัย จำแนกตามสงั กัด ดงั ตาราง ก-3

ตาราง ก-3 คา่ เฉล่ียและส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐานของสภาพการบรหิ ารและการจดั ประสบการณ์เรียนรสู้ ำหรับการพฒั นาเด็กปฐมวยั จำแนกตามสงั กัด (n=8,534)
212 รายงานการศกึ ษา แนวทางการยกระดับคณุ ภาพการผลิตและพฒั นาครูปฐมวัยในสถาบนั อดุ มศกึ ษาของไทย



สภาพการบริหารและ สังกัด


การจดั ประสบการณเ์ รยี นร ู้ สพฐ. อปท. สช. กทม. โรงเรยี นสาธิต สถานรับเลย้ี งเดก็ อ่ืน ๆ


สำหรับการพฒั นาเดก็ ปฐมวยั M SD ระดับ M SD ระดับ M SD ระดบั M SD ระดับ M SD ระดับ M SD ระดับ M SD ระดบั


มาตรฐานดา้ นที่ 1 4.20 0.53 มาก 4.06 0.60 มาก 4.42 0.51 มาก 4.35 0.54 มาก 4.45 0.52 มาก 4.10 0.57 มาก 4.07 0.79 มาก

การบรหิ ารจัดการ


1.1 การบริหารจัดการ 4.21 0.60 มาก 3.97 0.72 มาก 4.41 0.59 มาก 4.38 0.63 มาก 4.46 0.61 มาก 3.98 0.79 มาก 4.10 0.80 มาก

อย่างเป็นระบบ


1.2 การบรหิ ารจดั การบคุ ลากร 4.24 0.63 มาก 4.02 0.69 มาก 4.37 0.60 มาก 4.38 0.64 มาก 4.47 0.62 มาก 4.06 0.59 มาก 4.06 0.93 มาก

ทกุ ประเภทตามหนว่ ยงาน

ทีส่ ังกัด


1.3 การบรหิ ารจดั การ 4.14 0.61 มาก 4.01 0.70 มาก 4.47 0.55 มาก 4.36 0.59 มาก 4.39 0.59 มาก 4.18 0.57 มาก 4.03 0.80 มาก

สภาพแวดลอ้ ม

เพอื่ ความปลอดภัย


1.4 การจัดการเพอ่ื สง่ เสริม 4.25 0.59 มาก 4.09 0.66 มาก 4.50 0.52 มาก 4.40 0.60 มาก 4.50 0.53 มาก 4.21 0.58 มาก 4.11 0.83 มาก

สุขภาพและการเรียนรู้


1.5 การสง่ เสรมิ การมีส่วนร่วม 4.16 0.62 มาก 4.19 0.63 มาก 4.38 0.61 มาก 4.25 0.63 มาก 4.46 0.57 มาก 4.06 0.71 มาก 4.06 0.92 มาก

ของครอบครวั และชมุ ชน

ตาราง ก-3 (ตอ่ )



สภาพการบรหิ ารและ สังกดั


การจดั ประสบการณเ์ รยี นร ู้ สพฐ. อปท. สช. กทม. โรงเรยี นสาธติ สถานรับเลี้ยงเดก็ อืน่ ๆ


สำหรบั การพัฒนาเดก็ ปฐมวัย M SD ระดบั M SD ระดับ M SD ระดบั M SD ระดบั M SD ระดบั M SD ระดับ M SD ระดบั


มาตรฐานดา้ นที่ 2 คร/ู ผ้ดู ูแลเด็ก 4.38 0.51 มาก 4.29 0.58 มาก 4.55 0.49 มาก 4.51 0.51 มาก 4.62 0.46 มาก 4.17 0.65 มาก 4.16 0.93 มาก

ให้การดแู ลและจดั ประสบการณ์ ทส่ี ุด ทสี่ ดุ

เรยี นรแู้ ละการเล่นเพื่อพัฒนา

เดก็ ปฐมวัย


2.1 การดูแลและพัฒนาเด็ก 4.33 0.55 มาก 4.25 0.62 มาก 4.55 0.51 มาก 4.48 0.54 มาก 4.57 0.52 มาก 4.08 0.69 มาก 4.11 1.06 มาก

อย่างรอบด้าน ทสี่ ดุ ท่สี ุด


2.2 การส่งเสริมพฒั นาการ 4.47 0.53 มาก 4.41 0.60 มาก 4.58 0.52 มาก 4.59 0.53 มาก 4.65 0.47 มาก 4.28 0.64 มาก 4.21 0.89 มาก

ดา้ นรา่ งกายและดแู ลสุขภาพ ท่สี ุด ท่สี ุด ทีส่ ุด


2.3 การส่งเสริมพฒั นาการ 4.37 0.55 มาก 4.27 0.64 มาก 4.58 0.52 มาก 4.54 0.56 มาก 4.65 0.50 มาก 4.19 0.65 มาก 4.16 1.03 มาก

ดา้ นสตปิ ัญญา ภาษา ทสี่ ดุ ที่สุด ท่สี ุด

และการส่อื สาร


2.4 การส่งเสรมิ พัฒนาการ 4.43 0.55 มาก 4.32 0.62 มาก 4.59 0.51 มาก 4.56 0.54 มาก 4.69 0.47 มาก 4.21 0.72 มาก 4.18 0.92 มาก

ด้านอารมณ์ จติ ใจ สงั คม ทสี่ ดุ ทส่ี ดุ ทสี่ ดุ

ปลูกฝังคณุ ธรรม

และความเป็นพลเมอื งด
ี ภ า ค ผ น ว ก
213

ตาราง ก-3 (ตอ่ )
214 รายงานการศกึ ษา แนวทางการยกระดับคณุ ภาพการผลิตและพฒั นาครูปฐมวัยในสถาบนั อดุ มศกึ ษาของไทย



สภาพการบรหิ ารและ สงั กัด


การจดั ประสบการณเ์ รียนร้ ู สพฐ. อปท. สช. กทม. โรงเรยี นสาธติ สถานรบั เลย้ี งเด็ก อ่ืน ๆ


สำหรบั การพัฒนาเด็กปฐมวยั M SD ระดับ M SD ระดบั M SD ระดับ M SD ระดับ M SD ระดับ M SD ระดบั M SD ระดับ


2.5 การส่งเสริมเด็กในระยะ 4.29 0.64 มาก 4.19 0.71 มาก 4.44 0.63 มาก 4.39 0.67 มาก 4.53 0.67 มาก 4.07 0.75 มาก 4.13 0.89 มาก

เปล่ยี นผ่านใหป้ รบั ตวั สู ่ ที่สดุ

การเชอื่ มต่อในขนั้ ถดั ไป


สภาพการบรหิ ารและการจดั 4.29 0.49 มาก 4.17 0.56 มาก 4.49 0.47 มาก 4.43 0.50 มาก 4.54 0.47 มาก 4.13 0.58 มาก 4.12 0.84 มาก

ประสบการณ์เรียนรู ้ ท่ีสุด

สำหรบั การพฒั นาเด็กปฐมวัย

โดยรวม

ภ า ค ผ น ว ก
215

จากตาราง ก-3 พบว่าสภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์เรียนรู้สำหรับการพัฒนา
เด็กปฐมวัยโดยรวมในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (สพฐ.) อยู่ในระดับมาก
(M=4.29 SD=0.49) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อยู่ในระดับมาก (M=4.17 SD=0.56)
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อยู่ในระดับมาก (M=4.49 SD=0.47)
กรงุ เทพมหานคร (กทม.) อยู่ในระดบั มาก (M=4.43 SD=0.50) โรงเรียนสาธิตอยู่ในระดับมากท่สี ุด
(M=4.54 SD=0.47) สถานรับเลี้ยงเด็กอยู่ในระดับมาก (M=4.13 SD=0.58) และอ่ืนๆ อยู่ใน

ระดบั มาก (M=4.12 SD=0.84) สามารถแสดงเปน็ รายมาตรฐานไดด้ งั น
ี้
มาตรฐานด้านท่ี 1 การบริหารจัดการ พบว่าสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา

ขนั้ พ้ืนฐาน (สพฐ.) อยใู่ นระดบั มาก (M=4.20 SD=0.53) องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ (อปท.) อยใู่ น
ระดับมาก (M=4.06 SD=0.60) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อยู่ใน
ระดับมาก (M=4.42 SD=0.51) กรุงเทพมหานคร (กทม.) อยู่ในระดับมาก (M=4.35 SD=0.54)
โรงเรียนสาธิต อยู่ในระดับมาก (M=4.45 SD=0.52) สถานรับเลี้ยงเด็กอยู่ในระดับมาก (M=4.10
SD=0.57) และอื่น ๆ อยู่ในระดับมาก (M=4.07 SD=0.79) และสามารถพิจารณาเป็นรายข้อ

ไดด้ ังนี

1.1 การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ พบว่าสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (สพฐ.) อยู่ในระดับมาก (M=4.21 SD=0.60) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(อปท.) อยู่ในระดับมาก (M=3.97 SD=0.72) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
(สช.) อยู่ในระดับมาก (M=4.41 SD=0.59) กรุงเทพมหานคร (กทม.) อยู่ในระดับมาก (M=4.38
SD=0.63) โรงเรียนสาธิตอยู่ในระดับมาก (M=4.46 SD=0.61) สถานรับเลี้ยงเด็กอยู่ในระดับมาก
(M=3.98 SD=0.79) และอนื่ ๆ อยู่ในระดับมาก (M=4.10 SD=0.80)

1.2 การบริหารจัดการบุคลากรทุกประเภทตามหน่วยงานที่สังกัด พบว่าสังกัด
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน (สพฐ.) อย่ใู นระดบั มาก (M=4.24 SD=0.63) องค์กร
ปกครอง ส่วนท้องถิ่น (อปท.) อยู่ในระดับมาก (M=4.02 SD=0.69) สำนักงานคณะกรรมการ

ส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อยู่ในระดับมาก (M=4.37 SD=0.60) กรุงเทพมหานคร (กทม.)

อยู่ในระดับมาก (M=4.38 SD=0.64) โรงเรียนสาธิต อยู่ในระดับมาก (M=4.47 SD=0.62)

สถานรบั เลยี้ งเดก็ อยใู่ นระดบั มาก (M=4.06 SD=0.59) และอนื่ ๆ อยใู่ นระดบั มาก (M=4.06 SD=0.93)

1.3 การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมเพื่อความปลอดภัย พบว่าสังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (สพฐ.) อยู่ในระดับมาก (M=4.14 SD=0.61) องคก์ รปกครอง
ส่วนท้องถิ่น (อปท.) อยู่ในระดับมาก (M=4.01 SD=0.70) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม

การศึกษาเอกชน (สช.) อยู่ในระดับมาก (M=4.47 SD=0.55) กรุงเทพมหานคร (กทม.) อยู่ใน

ระดบั มาก (M=4.36 SD=0.59) โรงเรยี นสาธติ อยใู่ นระดบั มาก (M=4.39 SD=0.59) สถานรบั เลย้ี งเดก็

อยูใ่ นระดับมาก (M=4.18 SD=0.57) และอ่ืน ๆ อยใู่ นระดับมาก (M=4.03 SD=0.80)

216 รายงานการศกึ ษา แนวทางการยกระดบั คุณภาพการผลิตและพฒั นาครูปฐมวัยในสถาบนั อุดมศึกษาของไทย


1.4 การจัดการเพ่ือส่งเสริมสุขภาพและการเรียนรู้ พบว่าสังกัดสำนักงาน

คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน (สพฐ.) อยู่ในระดบั มาก (M=4.25 SD=0.59) องคก์ รปกครอง
ส่วนท้องถิ่น (อปท.) อยู่ในระดับมาก (M=4.09 SD=0.66) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม

การศึกษาเอกชน (สช.) อยู่ในระดับมาก (M=4.50 SD=0.52) กรุงเทพมหานคร (กทม.) อยู่ใน

ระดบั มาก (M=4.40 SD=0.60) โรงเรยี นสาธติ อยใู่ นระดบั มาก (M=4.50 SD=0.53) สถานรบั เลยี้ งเดก็

อยใู่ นระดบั มาก (M=4.21 SD=0.58) และอน่ื ๆ อยใู่ นระดบั มาก (M=4.11 SD=0.83)

1.5 การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน พบว่าสังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อยู่ในระดบั มาก (M=4.16 SD=0.62) องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน (อปท.) อยู่ในระดับมาก (M=4.19 SD=0.63) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม

การศึกษาเอกชน (สช.) อยู่ในระดับมาก (M=4.38 SD=0.61) กรุงเทพมหานคร (กทม.) อยู่ใน

ระดบั มาก (M=4.25 SD=0.63) โรงเรยี นสาธติ อยใู่ นระดบั มาก (M=4.46 SD=0.57) สถานรบั เลยี้ งเดก็

อยู่ในระดับมาก (M=4.06 SD=0.71) และอน่ื ๆ อย่ใู นระดับมาก (M=4.06 SD=0.92)

มาตรฐานด้านที่ 2 ครู/ผู้ดูแลเด็กให้การดูแลและจัดประสบการณ์เรียนรู้และการเล่น
เพ่ือพัฒนาเด็กปฐมวัย พบว่าสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (สพฐ.) อยู่ใน
ระดับมาก (M=4.38 SD=0.51) องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (อปท.) อยู่ในระดับมาก (M=4.29
SD=0.58) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อยู่ในระดับมาก (M=4.55

SD=0.49) กรุงเทพมหานคร (กทม.) อยู่ในระดับมากที่สุด (M=4.51 SD=0.51) โรงเรียนสาธิต

อยูใ่ นระดบั มากท่ีสดุ (M=4.62 SD=0.46) สถานรบั เลี้ยงเด็กอยูใ่ นระดับมาก (M=4.17 SD=0.65)
และอืน่ ๆ อย่ใู นระดับมาก (M=4.16 SD=0.93) และสามารถพิจารณาเป็นรายขอ้ ได้ดงั น
ี้
2.1 การดูแลและพัฒนาเด็กอย่างรอบด้าน พบว่าสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาข้ันพื้นฐาน (สพฐ.) อยู่ในระดับมาก (M=4.33 SD=0.55) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(อปท.) อยู่ในระดับมาก (M=4.25 SD=0.62) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
(สช.) อยู่ในระดับมากที่สุด (M=4.55 SD=0.51) กรุงเทพมหานคร (กทม.) อยู่ในระดับมาก

(M=4.48 SD=0.54) โรงเรียนสาธิตอยู่ในระดับมาก (M=4.57 SD=0.52) สถานรับเล้ียงเด็กอยู่ใน
ระดับมาก (M=4.08 SD=0.69) และอ่ืน ๆ อยใู่ นระดบั มาก (M=4.11 SD=1.06)

2.2 การส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและดูแลสุขภาพ พบว่าสังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน (สพฐ.) อยู่ในระดับมาก (M=4.47 SD=0.53) องคก์ รปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน (อปท.) อยู่ในระดับมาก (M=4.41 SD=0.60) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม

การศึกษาเอกชน (สช.) อยู่ในระดับมากที่สุด (M=4.58 SD=0.52) กรุงเทพมหานคร (กทม.)

อย่ใู นระดบั มากทส่ี ดุ (M=4.59 SD=0.53) โรงเรียนสาธิตอย่ใู นระดับมากทส่ี ุด (M=4.65 SD=0.47)
สถานรับเลี้ยงเด็กอยู่ในระดับมาก (M=4.28 SD=0.64) และอ่ืน ๆ อยู่ในระดับมาก (M=4.21

SD=0.89)

ภ า ค ผ น ว ก
217

2.3 การส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา ภาษาและการส่ือสาร พบว่าสังกัด
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน (สพฐ.) อย่ใู นระดบั มาก (M=4.37 SD=0.55) องคก์ ร
ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อยู่ในระดับมาก (M=4.27 SD=0.64) สำนักงานคณะกรรมการ

ส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อยู่ในระดับมากที่สุด (M=4.58 SD=0.52) กรุงเทพมหานคร (กทม.)
อย่ใู นระดับมากท่สี ดุ (M=4.54 SD=0.56) โรงเรียนสาธิตอย่ใู นระดับมากที่สุด (M=4.65 SD=0.50)
สถานรับเลี้ยงเด็กอยู่ในระดับมาก (M=4.19 SD=0.65) และอ่ืน ๆ อยู่ในระดับมาก (M=4.16

SD=1.03)

2.4 การส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม ปลูกฝังคุณธรรมและ

ความเป็นพลเมืองดี พบว่าสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (สพฐ.) อยู่ใน

ระดับมาก (M=4.43 SD=0.55) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อยู่ในระดับมาก (M=4.32
SD=0.62) สำนักงานคณะกรรมการสง่ เสริมการศกึ ษาเอกชน (สช.) อยูใ่ นระดบั มากทส่ี ุด (M=4.59
SD=0.51) กรงุ เทพมหานคร (กทม.) อย่ใู นระดับมากทสี่ ดุ (M=4.56 SD=0.54) โรงเรยี นสาธิตอยู่ใน
ระดับมากท่ีสุด (M=4.69 SD=0.47) สถานรับเล้ียงเด็กอยู่ในระดับมาก (M=4.21 SD=0.72)

และอนื่ ๆ อยใู่ นระดับมาก (M=4.18 SD=0.92)

2.5 การส่งเสรมิ เด็กในระยะเปลยี่ นผ่านใหป้ รบั ตัวส่กู ารเชื่อมต่อในขั้นถดั ไป พบวา่
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน (สพฐ.) อยู่ในระดับมาก (M=4.29 SD=0.64)
องคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ (อปท.) อยู่ในระดับมาก (M=4.19 SD=0.71) สำนกั งานคณะกรรมการ
ส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) อยู่ในระดับมาก (M=4.44 SD=0.63) กรุงเทพมหานคร (กทม.)

อยู่ในระดับมาก (M=4.39 SD=0.67) โรงเรียนสาธิตอยู่ในระดับมากท่ีสุด (M=4.53 SD=0.67)
สถานรับเลี้ยงเด็กอยู่ในระดับมาก (M=4.07 SD=0.75) และอ่ืน ๆ อยู่ในระดับมาก (M=4.13

SD=0.89)

1.3.2  ผลการเปรียบเทียบสภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์เรียนรู้สำหรับ

การพฒั นาเดก็ ปฐมวัย จำแนกตามสังกดั

ผู้วิจัยทำการเปรียบเทียบสภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์เรียนรู้สำหรับ

การพฒั นาเดก็ ปฐมวัย จำแนกตามสงั กดั ดงั ตาราง ก-4

218 รายงานการศึกษา แนวทางการยกระดบั คุณภาพการผลติ และพัฒนาครูปฐมวยั ในสถาบนั อดุ มศกึ ษาของไทย


ตาราง ก-4 ผลการเปรียบเทยี บสภาพการบริหารและการจัดประสบการณเ์ รียนร้สู ำหรบั

การพัฒนาเด็กปฐมวยั จำแนกตามสังกดั (n=8,534)


สภาพการบริหารและการจัดประสบการณ์เรยี นรู้

SS df MS F p

สำหรบั การพัฒนาเด็กปฐมวัย

มาตรฐานดา้ นท่ี 1 การบริหารจัดการ

ระหวา่ งกลมุ่ 63.55 6 10.59 36.84* .00

ภายในกลุ่ม 2451.53 8527 0.29

รวม 2515.08 8533


1.1 การบรหิ ารจดั การอยา่ งเป็นระบบ

ระหวา่ งกลุ่ม 96.73 6 16.12 42.24* .00

ภายในกลมุ่ 3254.35 8527 0.38

รวม 3351.07 8533


1.2 การบรหิ ารจัดการบุคลากรทกุ ประเภท

ตามหนว่ ยงานทสี่ ังกัด

ระหว่างกลมุ่ 72.00 6 12.00 29.17* .00

ภายในกลุ่ม 3508.34 8527 0.41

รวม 3580.34 8533


1.3 การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมเพอ่ื

ความปลอดภยั

ระหวา่ งกลมุ่ 100.00 6 16.67 44.03* .00

ภายในกลมุ่ 3227.94 8527 0.38

รวม 3327.94 8533


1.4 การจดั การเพอ่ื สง่ เสรมิ สขุ ภาพและการเรยี นร ู้

ระหวา่ งกลุ่ม 71.85 6 11.98 34.14* .00

ภายในกล่มุ 2991.13 8527 0.35

รวม 3062.98 8533


1.5 การส่งเสริมการมสี ว่ นร่วมของครอบครัว

และชมุ ชน

ระหวา่ งกลุ่ม 32.01 6 5.34 13.62* .00

ภายในกล่มุ 3338.87 8527 0.39

รวม 3370.88 8533

ภ า ค ผ น ว ก
219

ตาราง ก-4 (ตอ่ )


สภาพการบรหิ ารและการจัดประสบการณเ์ รียนร
ู้ SS df MS F p

สำหรับการพัฒนาเด็กปฐมวยั

มาตรฐานดา้ นที่ 2 ครู/ผู้ดแู ลเดก็ ให้การดูแล

และจดั ประสบการณ์เรียนรูแ้ ละการเลน่

เพ่อื พัฒนาเดก็ ปฐมวัย

ระหว่างกลมุ่ 41.13 6 6.86 25.22* .00

ภายในกล่มุ 2317.43 8527 0.27

รวม 2358.56 8533


2.1 การดแู ลและพฒั นาเดก็ อย่างรอบด้าน

ระหว่างกลุม่ 51.81 6 8.63 27.26* .00

ภายในกลุ่ม 2700.74 8527 0.32

รวม 2752.55 8533


2.2 การสง่ เสรมิ พัฒนาการดา้ นร่างกาย

และดแู ลสุขภาพ

ระหวา่ งกลมุ่ 26.18 6 4.36 14.83* .00

ภายในกลุม่ 2509.18 8527 0.29

รวม 2535.36 8533



2.3 การส่งเสรมิ พัฒนาการดา้ นสติปญั ญา
.00

ภาษาและการสื่อสาร

ระหวา่ งกล่มุ 56.30 6 9.38 29.14*

ภายในกลุ่ม 2745.73 8527 0.32

รวม 2802.03 8533 .00



2.4 การส่งเสรมิ พฒั นาการด้านอารมณ์ จติ ใจ

สงั คม ปลกู ฝงั คณุ ธรรมและความเปน็ พลเมอื งด ี
ระหวา่ งกลุ่ม 44.48 6 7.41 24.05*
ภายในกลุ่ม 2628.50 8527 0.31
รวม 2672.98 8533

220 รายงานการศกึ ษา แนวทางการยกระดับคณุ ภาพการผลิตและพัฒนาครูปฐมวัยในสถาบนั อุดมศึกษาของไทย


ตาราง ก-4 (ต่อ)


สภาพการบรหิ ารและการจัดประสบการณ์เรยี นร้
ู SS df MS F p

สำหรับการพฒั นาเดก็ ปฐมวยั

2.5 การสง่ เสรมิ เดก็ ในระยะเปลีย่ นผา่ นให้ปรบั ตัว

สกู่ ารเชื่อมต่อในขั้นถดั ไป

ระหวา่ งกลมุ่ 34.18 6 5.70 13.35* .00

ภายในกลมุ่ 3637.87 8527 0.43

รวม 3672.05 8533


สภาพการบรหิ ารและการจัดประสบการณ์เรียนรู้

สำหรบั การพฒั นาเดก็ ปฐมวัยโดยรวม

ระหว่างกลุ่ม 50.96 6 8.49 33.57* .00

ภายในกลุ่ม 2157.47 8527 0.25

รวม 2208.42 8533


*p<.05


จากตาราง ก-4 พบว่า สังกัดท่ีแตกต่างกันมีค่าเฉล่ียสภาพการบริหารและการจัด
ประสบการณ์เรียนรู้สำหรับการพัฒนาเด็กปฐมวัยโดยรวม ทุกมาตรฐานและทุกข้อแตกต่างกัน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 ผู้วิจัยจึงทำการเปรียบเทียบค่าเฉล่ียรายคู่ด้วยวิธีการ

ของบอนโฟโรนี (Bonferroni Method) ดังตาราง ก-5

ภ า ค ผ น ว ก
221

ตาราง ก-5 ผลการเปรยี บเทยี บคา่ เฉลย่ี รายคขู่ องมาตรฐานดา้ นที่ 1 การบรหิ ารจดั การ (n=8,534)



สพฐ. อปท. สช. กทม. โรงเรียน สถานรบั อน่ื ๆ

สงั กดั (M=4.20) (M=4.06) (M=4.42) (M=4.35) สาธิต เล้ยี งเด็ก (M=4.07)

(M=4.45) (M=4.10)


สพฐ. - - - - - - -

(M=4.20)


อปท. 0.14* - - - - - -

(M=4.06)


สช. -0.22* -0.36* - - - - -

(M=4.42)


กทม. -0.15* -0.29* 0.07 - - - -

(M=4.35)


โรงเรียนสาธิต -0.25* -0.39* -0.03 -0.10 - - -

(M=4.45)


สถานรบั 0.10 -0.04 0.10* 0.25* 0.35* - -

เล้ยี งเดก็

(M=4.10)


อน่ื ๆ 0.13 -0.01 0.35* 0.28* 0.38* 0.03 -

(M=4.07)


*p<.05


จากตาราง ก-5 พบว่าสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)
กรงุ เทพมหานคร (กทม.) และโรงเรียนสาธติ มคี า่ เฉลี่ยมาตรฐานดา้ นที่ 1 การบรหิ ารจัดการสูงกว่า
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน (สพฐ.) กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

ส่วนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กรุงเทพมหานคร (กทม.)

และโรงเรียนสาธิตมีค่าเฉลี่ยมาตรฐานด้านท่ี 1 การบริหารจัดการสูงกว่าสถานรับเล้ียงเด็ก

และสงั กดั อื่น ๆ อย่างมนี ัยสำคัญทางสถิตทิ ่รี ะดับ .05

222 รายงานการศึกษา แนวทางการยกระดบั คณุ ภาพการผลติ และพฒั นาครปู ฐมวยั ในสถาบนั อดุ มศกึ ษาของไทย


ตาราง ก-6 ผลการเปรยี บเทียบค่าเฉล่ยี รายคูข่ องการบรหิ ารจดั การอย่างเป็นระบบ (n=8,534)



สงั กัด
สพฐ. อปท. สช. กทม. โรงเรียน สถานรับ อ่นื ๆ

(M=4.21) (M=3.97) (M=4.41) (M=4.38) สาธิต เลีย้ งเด็ก (M=4.10)

(M=4.46) (M=3.98)


สพฐ. - - - - - - -

(M=4.21)


อปท. 0.24* - - - - - -

(M=3.97)


สช. -0.20* -0.44* - - - - -

(M=4.41)


กทม. -0.17* -0.41* 0.03 - - - -

(M=4.38)


โรงเรยี นสาธิต -0.25* -0.49* -0.05 -0.08 - - -

(M=4.46)


สถานรบั 0.23 -0.01 0.43* 0.40* 0.48* - -

เล้ียงเดก็

(M=3.98)


อื่น ๆ 0.11 -0.13 0.31* 0.28* 0.36* 0.12 -

(M=4.10)


*p<.05


จากตาราง ก-6 พบว่าสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)
กรุงเทพมหานคร (กทม.) และโรงเรียนสาธิตมีค่าเฉลี่ยการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบสูงกว่า
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (สพฐ.) กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (อปท.)

ส่วนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กรุงเทพมหานคร (กทม.)

และโรงเรียนสาธิตมีค่าเฉลี่ยการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบสูงกว่าสถานรับเล้ียงเด็กและอ่ืนๆ
ส่วนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีค่าเฉลี่ยการบริหารจัดการอย่างเป็น
ระบบสงู กว่าองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ (อปท.) อยา่ งมนี ัยสำคัญทางสถติ ทิ ่รี ะดับ .05

ภ า ค ผ น ว ก
223

ตาราง ก-7 ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยรายคู่ของการบริหารจัดการบุคลากรทุกประเภท

ตามหนว่ ยงานท่ีสังกดั (n=8,534)



สพฐ. อปท. สช. กทม. โรงเรยี น สถานรบั อ่ืน ๆ

สังกดั (M=4.24) (M=4.02) (M=4.37) (M=4.38) สาธิต เลี้ยงเด็ก (M=4.06)

(M=4.47) (M=4.06)


สพฐ. - - - - - - -

(M=4.24)


อปท. 0.22* - - - - - -

(M=4.02)


สช. -0.13* -0.35* - - - - -

(M=4.37)


กทม. -0.14* -0.36* -0.01 - - - -

(M=4.38)


โรงเรียนสาธติ -0.23* -0.45* -0.10 -0.09 - - -

(M=4.47)


สถานรับ 0.18 -0.04 0.31* 0.32* 0.41* - -

เลี้ยงเดก็

(M=4.06)


อ่นื ๆ 0.18 -0.04 0.31* 0.32* 0.41* 0.00 -

(M=4.06)


*p<.05


จากตาราง ก-7 พบว่าสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)
กรุงเทพมหานคร (กทม.) และโรงเรียนสาธิตมีค่าเฉลี่ยการบริหารจัดการบุคลากรทุกประเภท

ตามหน่วยงานที่สังกัดสูงกว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (สพฐ.) กับองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน (อปท.) ส่วนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)
กรุงเทพมหานคร (กทม.) และโรงเรียนสาธิตมีค่าเฉลี่ยการบริหารจัดการบุคลากรทุกประเภท

ตามหน่วยงานที่สังกัด สูงกว่าสถานรับเล้ียงเด็กและอื่น ๆ ส่วนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน (สพฐ.) มีค่าเฉลี่ยการบริหารจัดการบุคลากรทุกประเภทตามหน่วยงานท่ีสังกัดสูงกว่า
องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ (อปท.) อยา่ งมนี ัยสำคัญทางสถิตทิ ร่ี ะดับ .05

224 รายงานการศกึ ษา แนวทางการยกระดบั คุณภาพการผลิตและพัฒนาครูปฐมวยั ในสถาบันอุดมศกึ ษาของไทย


ตาราง ก-8 ผลการเปรียบเทยี บค่าเฉลยี่ รายคูข่ องการบริหารจดั การสภาพแวดล้อม

เพ่อื ความปลอดภัย (n=8,534)



สพฐ. อปท. สช. กทม. โรงเรียน สถานรับ อืน่ ๆ

สงั กดั (M=4.14) (M=4.01) (M=4.47) (M=4.36) สาธติ เลีย้ งเดก็ (M=4.03)

(M=4.39) (M=4.18)


สพฐ. - - - - - - -

(M=4.14)


อปท. 0.13* - - - - - -

(M=4.01)


สช. -0.33* -0.46* - - - - -

(M=4.47)


กทม. -0.22* -0.35* 0.11 - - - -

(M=4.36)


โรงเรียนสาธติ -0.25* -0.38* 0.08 -0.03 - - -

(M=4.39)


สถานรับ -0.04 -0.17 0.29* 0.18 0.21 - -

เล้ยี งเดก็

(M=4.18)


อื่น ๆ 0.11 -0.02 0.44* 0.33* 0.36* 0.15 -

(M=4.03)


*p<.05


จากตาราง ก-8 พบว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (สพฐ.) มีค่าเฉล่ีย

การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมเพ่ือความปลอดภัยสูงกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน (อปท.)
ส่วนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กรุงเทพมหานคร (กทม.)

และโรงเรียนสาธิตมีค่าเฉล่ียการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมเพ่ือความปลอดภัยสูงกว่าสำนักงาน

คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (สพฐ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ส่วนสำนักงาน
คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มีค่าเฉล่ียการบริหารจัดการสภาพแวดล้อม

เพื่อความปลอดภัยสูงกว่าสถานรับเล้ียงเด็กและอ่ืน ๆ ส่วนโรงเรียนสาธิตและสถานรับเลี้ยงเด็ก

มีค่าเฉลี่ยการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมเพ่ือความปลอดภัยสูงกว่าสังกัดอ่ืน ๆ อย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติทรี่ ะดับ .05 

ภ า ค ผ น ว ก
225

ตาราง ก-9 ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยรายคู่ของการจัดการเพื่อส่งเสริมสุขภาพและการเรียนร ู้

(n=8,534)



สพฐ. อปท. สช. กทม. โรงเรยี น สถานรบั อืน่ ๆ

สังกดั (M=4.25) (M=4.09) (M=4.50) (M=4.40) สาธติ เลีย้ งเด็ก (M=4.11)

(M=4.50) (M=4.21)


สพฐ. - - - - - - -

(M=4.25)


อปท. 0.16* - - - - - -

(M=4.09)


สช. -0.25* -0.41* - - - - -

(M=4.50)


กทม. -0.15* -0.31* 0.10 - - - -

(M=4.40)


โรงเรยี นสาธติ -0.25* -0.41* 0.00 -0.10 - - -

(M=4.50)


สถานรบั -0.04 -0.12 0.29* 0.19 0.29 - -

เลีย้ งเดก็

(M=4.21)


อ่ืน ๆ 0.14 -0.02 0.39* 0.29* 0.39* 0.10 -

(M=4.11)


*p<.05


จากตาราง ก-9 พบว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีค่าเฉล่ีย

การจดั การเพอ่ื สง่ เสรมิ สขุ ภาพและการเรยี นรสู้ งู กวา่ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ (อปท.) สว่ นสำนกั งาน

คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และโรงเรียนสาธิต

มีค่าเฉล่ียการจัดการเพ่ือส่งเสริมสุขภาพและการเรียนรู้สูงกว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ส่วนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม

การศกึ ษาเอกชน (สช.) มคี า่ เฉลยี่ การจดั การเพอ่ื สง่ เสรมิ สขุ ภาพและการเรยี นรสู้ งู กวา่ สถานรบั เลย้ี งเดก็

และอน่ื ๆ และกรุงเทพมหานคร (กทม.) และโรงเรยี นสาธติ มีค่าเฉลยี่ การจดั การเพื่อส่งเสริมสขุ ภาพ
และการเรียนรู้สงู กวา่ อน่ื ๆ อย่างมีนยั สำคญั ทางสถิตทิ ี่ระดับ .05


Click to View FlipBook Version