E-book รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง ภูมิศาสตร์ทวีปยุโรป
ลักษณะทางกายภาพ ของทวีปยุโรป 1.ลักษณะทางกายภาพของทวีปยุโรป ยุโรปเป็นทวีปที่มีพื้นที่ทั้งหมดอยู่ในซีกโลกเหนือ มีชายฝั่งทะเลที่เว้าแหว่งมาก ท าให้ ได้รับอิทธิพลทะเลเกือบทั้งหมด จึงเป็นทวีปที่ไม่มีลักษณะแห้งแล้งแบบทะเลทราย ความ เหมาะสมของภูมิอากาศประกอบกับความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรและความขยันหมั่นเพียร ของประชากร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวผิวขาว ท าให้ยุโรปเป็นทวีปที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้าย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสังคมวัฒนธรรมยุคใหม่
ลักษณะทางกายภาพ ของทวีปยุโรป ทต ี ่ ั ง ้ และอาณาเขต ทวีปยุโรป ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทวีปเอเชีย ติดต่อเป็นผืนเดียวกัน และอยู่ในซีกโลกเหนือ ทั้งหมดไม่มีดินแดนส่วนใดของทวีปอยู่ใต้เส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ บริเวณใต้สุดของทวีป อยู่ในแนวเดียวกัน กับตอนกลางของประเทศจีนและตอนใต้ของญี่ปุ่น คือ อยู่ระหว่างละติจูด 36 องศา 1 ลิปดาเหนือ ถึง 71 องศา10ลิปดาเหนือ และระหว่างลองจิจูด 66 องศาตะวันออก ถึง 9องศา30ลิปดาตะวันตก ยุโรปเป็นทวีปที่ มีขนาดเล็ก รองจากทวีปออสเตรเลียซึ่งมีขนาดเล็กที่สุด พื้นดินของทวีปยุโรป ติดต่อเป็นผืนเดียวกันกับทวีป เอเชียจึงมีผู้เรียกทวีปทั้งสองนี้ว่า ยูเรเชีย เส้นกั้นพรมแดนธรรมชาติได้แก่ เทือกเขาอูราล แม่น้ าอูราล ทะเลสาบ แคสเปียน เทือกเขาคอเคซัส ประกอบด้วยประเทศต่าง ๆ ถึง 43 ประเทศโดยกระจายอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ 4 ภูมิภาค คือ ยุโรปเหนือ ยุโรป ใต้ยุโรปตะวันตก และ ยุโรปตะวันออก
ลักษณะทางกายภาพ ของทวีปยุโรป อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ ติดกับมหาสมุทรอาร์กติก น่านน้ าตอนเหนือได้แก่ ทะเลขาว ทะเลแบเรนต์ส ทิศตะวันออก ติดต่อเป็นผืนแผ่นดินเดียวกันกับทวีปเอเชีย โดยมีเทือกเขายูราล แม่น้ ายู ราล ทะเลแคสเปียน ทะเลด า และ เทือกเขาคอเคซัส เป็นแนวเขตแบ่งทวีปท าให้ดินแดน ของประเทศรัสเซีย และตุรกีตั้งอยู่ทั้งในทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย ทิศใต้ ติดกับ ทะเลแคสเปียน เทือกเขาคอเคซัส ทะเลด า ทะเลมาร์มะรา และ ทะเลเมดิ เตอร์เรเนียน ทิศตะวันตก ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก มีทะเลต่าง ๆ คือ ทะเลนอร์วีเจียน ทะเล เหนือ ทะเลไอริช และทะเลบอลติกมีเกาะส าคัญได้แก่ เกาะบริเตนใหญ่ เกาะไอร์แลนด์ เกาะไอซ์
ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิอากาศ และพืชพรรณธรรมชาติ
พิมพ์สมการที่นี่ 2.ลักษณะประชากร
พ.ศ 2560 ทวีปยุโรปมีจ านวนประชากร ประมาณ 745 ล้านคน หรือประมาณร้อย ละ 10 ของจ านวนประชากรโลก (ประมาณ 7536 ล้านคน) ซึ่งมากเป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นทวีปที่มีประชากรค่อนข้างหนาแน่น คือ ประมาณ 84 คน ต่อตารงกิโลเมตร ประเทศที่ มีประชากรมากที่สุด คือ รัสเซีย ประมาน 147 ล้านคน ส่วนประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุด คือ นครรัฐวาติกัน ประมาณ 800 คน
3.ลักษณะสังคมและวัฒนธรรมของทวีปยุโรป
ภาษาที่ใช้ในทวีปยุโรปส่วนใหญ่เป็นภาษาในตระกูลอินโด-ยูโรเปียน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
ศาสนา ประชากรในทวีปส่วนใหญ่นับถือคริสต์ศาสนา แต่ก็ยังมีการนับถือ ศาสนาอื่นๆ ด้วย ศาสนาในทวีปยุโรปมี ดังนี้
4.ลักษณะเศรษฐกิจของทวีปยุโรป ยุโรปนับว่าเป็นทวีปที่มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจอย่างมาก ทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และพาณิชยกรรม การที่ทวีปยุโรปมีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจมากกว่าทวีปอื่น เนื่องจากมีปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนพร้อมอันได้แก่ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ดิน น้ า ป่าไม้ แร่ พลังงานต่างๆ ซึ่งน ามาใช้ได้ทั้งด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม ความ เจริญก้าวหน้าด้านวิทยาการและเทคโนโลยี การมีประชากรที่มีคุณภาพ มีการศึกษาสูง เป็น ตลาดการค้าใหญ่ มีแหล่งเงินทุนส ารองมาก และการมีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคง
ลักษณะทางเศรษฐกิจของทวีปยุโรป มีลักษณะแตกต่างกัน แบ่งได้ ดังนี้ 1.เกษตรกรรม ยุโรปมีข้อจ ากัดเรื่องขนาดพื้นที่และแรงงานทางภาคเกษตรกรรม แต่มีการใช้วิทยาการสมัยใหม่และ เครื่องจักรกลเข้ามาช่วยมาก มีการคิดค้นเทคนิควิธีต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มผลผลิตโดยที่ไม่ท าลายสิ่งแวดล้อม การเกษตรในทวีป ยุโรปมีลักษณะ ดังนี้ การเพาะปลูก ยุโรปเป็นทวีปที่มีความเจริญก้าวหน้ามากทางด้านการเกษตร ใช้เครื่องมือจักรกลแทนแรงงานคน รวมทั้ง ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาจัดการกับผลผลิตทางการเกษตร และมีการดูแลรักษาดินอย่างมีประสิทธิภาพ พืชที่ปลูกมากอยู่ในกลุ่ม ธัญพืช ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ข้าวไรน์ และมันฝรั่ง แหล่งเพาะปลูกส าคัญ ได้แก่ บริเวณที่ราบด้านตะวันตก ตอนกลางของยุโรป และบางส่วนของยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะบริเวณประเทศสเปน ฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยียม ออสเตรีย โปแลนด์ สหรัฐเช็ก ฮังการี โรมาเนีย ยูเครน และบางส่วนของสหพันธรัฐรัสเซีย นอกจากนี้มีการปลูกไม้ผลกระจายอยู่ทั่วไป ได้แก่ ส้ม มะกอก แอปเปิ้ล และองุ่น ส าหรับท าไวน์ โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ ในเขตภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนมีการปลูกมาก เช่น พื้นที่บางบริเวณของประเทศสเปน โปรตุเกส อิตาลี ฝรั่งเศส กรีซ แอลเบเนีย เป็นต้น
การเลี้ยงสัตว์ ทวีปยุโรปเป็นดินแดนที่มีการเลี้ยงสัตว์กันอย่างแพร่หลายในทุกประเทศ ลักษณะการเลี้ยงสัตว์มักท า กันเป็นความขนาดใหญ่แบบฟาร์มปิดควบคุมคุณภาพบางส่วนเลี้ยงควบคู่ไปกับการเพาะปลูกในลักษณะการเกษตรแบบผสมผสาน มีการน าเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วย เช่น การคัดเลือกพันธุ์ การผสมเทียม การติดตามอัตราการเจริญเติบโตของสัตว์ การแปรรูป ผลผลิต เป็นต้น สัตว์เลี้ยงที่ส าคัญของทวีปยุโรป ได้แก่ โคเนื้อ และโคนม ผลผลิตจากนมเอามาดื่มและน าไปแปรรูปเป็นนมผง ส าเร็จรูป เนยแข็ง เนยแผ่น สัตว์ที่มีการเลี้ยงกันมากรองลงมา ได้แก่ แกะ สุกร ไก่ ม้า (เลี้ยงไว้ใช้งาน) และกวางเรนเดียร์ (ไว้ใช้ลากเลื่อนเป็นอาหาร) บริเวณเลี้ยงสัตว์มาก ได้แก่ ยุโรปเหนือ (ในเขตประเทศนอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก) ยุโรปตะวันตก(ในเขตสหราช อาณาจักร ประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยียม) ยุโรปตะวันออก (ในเขตประเทศรัสเซีย ยูเครน โรมาเนีย ฮังการี โปแลนด์ เบลารุส) ส่วนบริเวณยุโรปใต้มีเลี้ยงกระจายอยู่ในประเทศสเปน อิตาลี และกรีซ แต่ปริมาณไม่มากเท่า 3 ภูมิภาคแรก
การประมง เป็นอาชีพส าคัญของชาวยุโรป เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออ านวย เช่น มีชายฝั่งทะเลที่ยาว และเว้าแหว่ง มีแหล่งปลาชุกชุม มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย มีความรู้ความช านาญสูง แหล่งปลาชุกชุมของยุโรปอยู่ในเขตดอก เกอร์แบงก์ (Dogger Bank) ที่ทะเลเหนือ ห่างจากฝั่งประมาณ 160 กิโลเมตร เป็นแหล่งที่มีแพลงก์ตอนซึ่งเป็นอาหาร สัตว์น้ าไหลมากับกระแสน้ าชายฝั่ง ปลาที่ส าคัญ ได้แก่ ปลาคอด เฮริง แมคเคอเรล แฮดอก แฮลิบัต และซาร์ดีน ปลาที่จับได้นอกจากจะ จ าหน่ายเป็นปลาสดแล้ว บางส่วนน าส่งเข้าโรงงานแปรรูปเป็นปลากระป๋องและปลาแห้ง ประเทศที่มีการท าประมงอย่างแพร่หลาย ได้แก่ สหราชอาณาจักร นอร์เวย์ สวีเดน เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี สหพันธรัฐรัสเซีย อิตาลี สเปน และกรีซ ปัจจุบันปริมาณสัตว์น้ าในเขตพื้นที่ใกล้ชายฝั่งยุโรปลดจ านวนลงมาก ท าให้ชาวประมงในทวีปยุโรปต้องแล่น เรือออกไปเพื่อจับปลาในพื้นที่ห่างไกลมากขึ้น เช่น กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ตอนเหนือของทะเลนอร์วีเจียน เรือประมงเหล่านี้มีเครื่องมือที่ทันสมัย เช่น เรดาร์ โซนาร์วิทยุ โทรศัพท์ผ่านเครือข่ายดาวเทียม ห้องเย็น เป็นต้น จึงท า ให้สามารถจับปลาอยู่ในกลางทะเลได้ครั้งละเป็นเดือน
การท าป่าไม้ ป่าไม้ในทวีปยุโรปเป็นป่าไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดี มีการลงทุนในกิจการปลูกป่าอย่างแพร่หลาย การ ท าป่าไม้มีมากเฉพาะในยุโรปเหนือเท่านั้น เป็นป่าสนส่วนประเทศรัสเซียถึงแม้มีพื้นที่ป่าไม้มาก ในการท าป่าไม้ก็ยังไม่แพร่หลาย เนื่องจากเส้นทางการขนส่งล าเลียงยังไม่สะดวกและมีต้นทุนสูง การท าป่าไม้ในประเทศฟินแลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน เน้นหนักเพื่อ การค้า มีการปลูกป่าแบบหมุนเวียน เพื่อน าไปท าเยื่อกระดาษ เมื่อมีการตัดไม้จะขนส่งซุงล่องไปตามแม่น้ าล าธารต่างๆ ซึ่งมีอยู่ มากมาย โรงงานแปรรูปไม้และผลิตกระดาษส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ าติดต่อกับชายฝั่งทะเล เช่น บริเวณชายฝั่งอ่าวบอม เนียในเขตประเทศสวีเดน และฟินแลนด์ผลิตภัณฑ์จากไม้มีทั้งไม้แผ่น เยื่อกระดาษ เครื่องเฟอร์นิเจอร์ และบ้านส าเร็จรูป
2.การท าเหมืองแร่ ยุโรปเป็นทวีปแรกที่มีการขุดแร่เพื่อน ามาใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะในยุโรปเหนือ ยุโรปตะวันตก และยุโรป ตะวันออก เหมืองแร่มีการท ากันมากในภูมิภาคลอแรน ใกล้เมืองบริเยร์ในประเทศฝรั่งเศส ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เบลเยียม บริเวณแคว้นรูร์ในประเทศเยอรมนี เมืองคิรูนาในประเทศสวีเดนเมืองบิลเบาในประเทศสเปน เมืองคริวอยรอกใน ประเทศยูเครน เมืองเชเลียบินสค์ในประเทศรัสเซีย เป็นต้น ถ่านหิน มีการท าเหมืองถ่านหินกันมากที่เมืองยอร์กเชียร์ นอตทิงแฮมเชียร์ในสหราชอาณาจักร แคว้นรูร์แคว้นซาร์ และเมืองไลป์ซิกในประเทศเยอรมนี แหล่งโมเซลในประเทศฝรั่งเศส บริเวณลุ่มน้ าซอมเบรอเมิสในประเทศเบลเยียม เมืองตูลา ในประเทศรัสเซีย เมืองคาโตวีตเซ ในประเทศโปแลนด์ เมืองอิดริยาในประเทศโครเอเชีย เป็นต้น นอกจากนี้ มีการท าเหมืองแร่อื่นๆ เช่น เหมืองบ็อกไซต์เหมืองทองแดง กระจายอยู่ในหลายประเทศ โดยเฉพาะ ทางยุโรปตะวันออก ในประเทศยูเครน โปแลนด์ สโลวีเนีย เบลารุส และรัสเซีย การท าเหมืองแร่ในยุโรปมีทั้งประเภทเหมืองเปิด (เหมืองบนดิน) และเหมืองใต้ดิน โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยท าการขุดเจาะและส ารวจสายแร่ อาทิ ดาวเทียม คอมพิวเตอร์ เครื่องมือกล แต่ปริมาณแร่ที่ขุดยังไม่เพียงพอกับความต้องการ เนื่องจากประเทศต่างๆในยุโรปมีการท า อุตสาหกรรมกันมาก และมีการขุดแร่ใช้กันมาเป็นเวลานานแล้ว ท าให้สินแร่มีเหลืออยู่น้อย
3.อุตสาหกรรม ทวีปยุโรปโดยเฉพาะยุโรปตะวันตกมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรมและแพร่หลายมาตั้งแต่สมัย คริสต์ศตวรรษที่ 18 ก่อนดินแดนส่วนอื่นๆของโลกจนกล่าวได้ว่ายุโรปสามารถผลิตสินค้าอุตสาหกรรมได้เกือบทุกชนิด ส่วนใหญ่เป็น สินค้าที่ใช้เทคโนโลยี แหล่งอุตสาหกรรมกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ เกือบทุกประเทศในแต่ละภูมิภาคของทวีป อุตสาหกรรมของยุโรปมีความเจริญก้าวหน้ามากในภูมิภาคยุโรปตะวันตก ยุโรปใต้ ยุโรปเหนือ ขณะที่ยุโรปตะวันออกมี ความเจริญทางอุตสาหกรรมน้อยกว่าภูมิภาคอื่น แต่ก็ได้มีการเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมให้ทันสมัยประเทศอุตสาหกรรมที่ส าคัญในทวีป ยุโรป มีดังนี้
นอกจากอุตสาหกรรมหนักที่กระจายอยู่ทั่วทวีปยุโรปแล้ว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสร้างรายได้เป็นจ านวนมากให้กับ ประเทศต่างๆโดยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเดินทางเข้าไปท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอยในเมืองส าคัญต่างๆ สาเหตุที่ผู้คน นิยมไปท่องเที่ยวในทวีปยุโรปมาจากปัจจัยหลายประการ อาทิ สภาพธรรมชาติที่มีความสวยงาม ซึ่งได้รับการดูแลรักษาไว้อย่างดี สภาพอากาศที่มีความหนาวเย็น มีความปลอดภัยสูง ผู้คนเป็นมิตร มีสิ่งอ านวยความสะดวกรองรับทุกแห่ง การคมนาคมขนส่งที่ทั่วถึง ขั้นตอนในการท่องเที่ยวในยุโรปไม่ยุ่งยาก พื้นที่แต่ละประเทศไม่กว้างใหญ่มาก แหล่งเลือกซื้อสินค้ามีกระจายทุกเมือง แหล่งท่องเที่ยว มีความหลากหลายทางทางธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม เมืองที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวส าคัญๆ เช่น กรุงลอนดอน กรุงปารีส กรุงโรม กรุงเวียนนา กรุงเอเธนส์ เป็นต้น
4.พาณิชยกรรม ทวีปยุโรปเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่มีความส าคัญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันส่งผลให้ยุโรปเป็นตลาด การค้าขนาดใหญ่การค้าทั้งภายในและภายนอกทวีปมีมูลค่าสูงทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่ประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปมี ความเจริญก้าวหน้าสูงจึงช่วยส่งเสริมให้การค้ามีเสถียรภาพซึ่งประเทศที่มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศสูงเช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี เนเธอร์แลนด์ โดยสินค้าส่งออกส าคัญของยุโรปเช่น เครื่องจักร รถยนต์ อากาศยาน เหล็กและเหล็กกล้า สิ่งทอ ส่วนสินค้าน าเข้าที่ส าคัญของยุโรปเช่น อาหาร เสื้อผ้า ธัญพืช น้ ามันดิบ นอกจากนี้ ประเทศต่างๆ ในยุโรปได้มีการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ คือ สหภาพยุโรปซึ่งมีเป้าหมายเพื่อ เพิ่มศักยภาพและความเข้มแข็งทางการค้า โดยการเป็นตลาดเดียวที่มีปัจจัยด้านสินค้า บริการ ทรัพยากรมนุษย์ และเงินทุน ที่เคลื่อนย้ายได้อย่างเสรีในกลุ่มประเทศสมาชิกโดยในปัจจุบันขายสินค้าที่กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ผลิตได้ คิดเป็นร้อยละ 35 ของโลก
ทางบก เส้นทางถนนในยุโรป เป็นทางหลวง(super highway) ขนาด 4 และ8 ช่องทางจราจรเป็นส่วนใหญ่ มีโครงข่าย เชื่อมโยงกันระหว่างเมืองต่อเมือง และประเทศต่อประเทศเป็นระบบเดียวกัน สามารถใช้สัญจรได้ตลอดปี ถนนสายหลักที่เชื่อมต่อ กันระหว่างประเทศ เช่น จากประเทศฝรั่งเศสผ่านเบลเยียมไปยังเยอรมนี มีการดูแลให้ใช้งานได้ดีตลอดเวลาบางช่วงที่มีเทือกเขา สูงกั้นขวางที่มีการขุดเจาะอุโมงค์ตัดถนนเข้าไป อาทิ อุโมงค์บล็องซึ่งเชื่อมเส้นทางระหว่างประเทศฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และ อิตาลีเข้าด้วยกัน หรือมีการขุดอุโมงค์ลอดข้ามช่องแคบโดเวอร์ เพื่อตัดถนนเชื่อมระหว่างสหราชอาณาจักรกับฝรั่งเศส ท าให้ เส้นทางถนนระหว่างภาคพื้นยุโรปส่วนที่เป็นแผ่นดินใหญ่เชื่อมต่อเป็นเส้นทางเดียวกันกับหมู่เกาะ รถไฟ ส่วนใหญ่เส้นทางรถไฟของยุโรปเป็นรางมาตรฐานแบบเดียวกันทั้งทวีปท าให้สามารถเดินรถเชื่อมต่อระหว่าง ประเทศต่างๆได้ เช่น เส้นทางสายตะวันตก ตะวันออก จากกรุงปารีส (ฝรั่งเศส) ไปยังเมืองวลาดีวอสต็อก (รัสเซีย) เป็นต้น ชุมทาง รถไฟของทวีปอยู่ที่กรุงปารีส กรุงลอนดอน กรุงเบอร์ลิน กรุงวอร์ซอ และกรุงมอสโก ปัจจุบันหลายประเทศได้มีการน ารถไฟ ความเร็วสูง(Train Grande Vitesse :TGV) ธงประเทศฝรั่งเศส ซึ่งวิ่งด้วยความเร็ว 320 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เข้ามาให้บริการวิ่ง เชื่อมระหว่างเมืองส าคัญๆ และวิ่งข้ามประเทศด้วย 5. การคมนาคมขนส่ง ทวีปยุโรปมีระบบเส้นทางคมนาคมขนส่งกระจายเป็นโครงข่ายกับใยแมงมุมครอบคลุมอยู่ทั่วทั้งทวีป โดยเฉพาะยุโรปตะวันตกและยุโรปใต้ซึ่งระบบการคมนาคมขนส่งของยุโรปได้ชื่อว่ามีประสิทธิภาพมากทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ า ทั้งการติดต่อภายในและภายนอกทวีปจ าแนกได้ดังนี้
ทางอากาศ ทวีปยุโรปมีเส้นทางการคมนาคมขนส่งทางอากาศอย่างแพร่หลายทั่วทั้งทวีปเนื่องจากประชากรชาวยุโรปมี ฐานะทางเศรษฐกิจดีรวมทั้งมีการท าธุรกิจอย่างกว้างขวางในแต่ละเมือง ท าให้การเดินทางภายในทวีปสะดวก คนส่วนใหญ่นิยม เดินทางโดยเครื่องบินเพื่อประหยัดเวลา ส่งผลให้ท่าอากาศยานหลายแห่ง เช่น ท่าอากาศยานชาร์ลเดอโกลล์ของประเทศฝรั่งเศส ฮีธ โรว์ของสหราชอาณาจักรมาดริด-บาราฮัสของประเทศสเปน มีการจราจรทางอากาศคับคั่งมากเมืองที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคม ขนส่งทางอากาศ ได้แก่กรุงลอนดอน กรุงปารีส กรุงโคเปนเฮเกน กรุงมอสโก กรุงอัมสเตอร์ดัม กรุงวอร์ซอ กรุงเบอร์ลิน กรุงมาดริด และเมืองมิวนิก ประเทศต่างๆในยุโรปมีสายการบินประจ าชาติบินเชื่อมกับประเทศต่างๆ ทั้งภายในทวีปทวีปทั่วโลกอีกด้วย สายการบิน ของทวีปยุโรปที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี เช่น แอร์ฟรานซ์ของประเทศฝรั่งเศส บริติชแอร์เวย์ ของสารัสอณาจักร ลุฟท์ฮันซาของ ประเทศเยอรมนีอาลิตาเลียของประเทศอิตาลีและสแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ซึ่งเป็นสายการบินร่วมของประเทศสวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก เป็นต้น
ทางน้ า การคมนาคมขนส่งทางน้ าของทวีปยุโรปส่วนใหญ่ใช้ในกิจการค้าและอุตสาหกรรม โดยการบรรทุกสินค้าที่มี ปริมาณน้ าหนักมาก อาทิถ่านหิน แร่ ปูนซีเมนต์ธัญพืช ใส่เรือล าเลียงมาทางแม่น้ าสายหลักที่ไหลผ่านเขตอุตสาหกรรมและเขต พาณิชยกรรม ได้แก่แม่น้ าไรน์แม่น้ าเมิส แม่น้ าเอลเบ แม่น้ าโอเดอร์แม่น้ าดานูบ ซึ่งเป็นแม่น้ าไรน์กับแม่น้ าดานูบเป็นเส้นทางการ คมนาคมภายในทวีปที่มีปริมาณการเดินเรือคับคั่งมาก รวมทั้งยังมีการขุดทองเชื่อมแม่น้ าต่างๆ เพื่อให้สามารถเดินเรือได้สะดวกมาก ขึ้น เช่น คลองเมนดานูบในประเทศเยอรมนีเชื่อมแม่น้ าไรน์กับแม่น้ าดานูบ คลองไรน์-โรน ในประเทศฝรั่งเศส เชื่อมแม่น้ าไรน์กับ แม่น้ าโรน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการเดินเรือพาณิชย์แล่นเชื่อมกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกโดยมีเมืองรอตเทอร์ดาม กรุงสตอกโฮล์ม กลาส โกว์เบอร์มิงแฮม บาร์เซโลนา เนเปิลส์วลาดีวอสตอค เป็นเมืองท่าส าคัญ
5.ภัยพิบัติและแนวทางการจัดการของทวีปยุโรป
อุทกภัย ประเทศในทวีปยุโรปเกิดอุทกภัยขึ้นทุกปี เนื่องจากมีพายุและฝนตก หนักตลอดทั้งปี พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยมักอยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ าขนาดใหญ่และ ปากแม่น้ า
คลื่นความร้อน เกิดขึ้นได้เกือบทั่วทุกพื้นที่ของทวีปยุโรป แต่จะเกิดรุนแรงใน บริเวณภูมิภาคยุโรปเหนือและยุโรปตะวันออกส่วนในภูมิภาคยุโรปใต้และยุโรปตะวันตกจะ ประสบภัยคลื่นความร้อนในระดับปานกลาง ส่วนระดับน้อยพบได้ในพื้นที่ทั่วไปทั้งนี้ คลื่น ความร้อนเป็นภัยที่เกิดขึ้นในทวีปยุโรปมากที่สุดเมื่อเทียบกับทวีปอื่น ๆ
แผ่นดินไหว แผ่นดินไหวทวีปยุโรปพบได้ทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งหลายประเทศในยุโรป ต่างเคยประสบกับแผ่นดินไหวมาแล้ว เช่น สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ สเปน เดนมาร์ก ซึ่งมีความรุนแรงที่แตกต่างกันไป
แนวทางการจัดการภัยพิบัติ ท วีปยุโ รปต้องเผชิญกับภัยพิบัติท าง ธรรมชาติรูปแบบต่างๆ และเกิดครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยมีระดับความรุนแรงแตกต่างกันไป แต่ในภาพรวม ทวีปยุโรปมีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติใน ระดับต่ า เนื่องจากหลายประเทศต่างมีแนวทางการ จัดก ารเพื่อป้องกันและ รับมือกับภัยพิบัติท าง ธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการ ภัยพิบัติทางธรรมชาติในทวีปยุโรป มีดังนี้
6.ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และแนวทางการจัดการของทวีปยุโรป
แนวทางการจัดการปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1.การออกระเบียบและกฎหมายสิ่งแวดล้อม ประเทศในทวีปยุโรปตระหนัก และให้ความส าคัญต่อการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก การออกระเบียบ และกฎหมายสิ่งแวดล้อมคือวิธีหนึ่งที่หลายประเทศน ามาใช้ ซึ่งทวีปยุโรปได้ออกระเบียบ และกฎหมายเกี่ยวกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากที่สุดเมื่อเทียบ กับทวีปอื่นๆ 2.การห้ามน าเข้าสินค้าท าลายสิ่งแวดล้อม สหภาพยุโรปมีกฎระเบียบห้าม น าเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่มีกระบวนการผลิตที่ท าลายสิ่งแวดล้อมหรือ ทรัพยากรธรรมชาติมีขั้นตอนการก าจัดวัสดุเหลือใช้ท าได้ยาก และก่อให้เกิดผลเสียต่อ สุขภาพ เช่น เสื้อผ้าที่ผลิตจากขนสัตว์ที่กระบวนการผลิตมีการปล่อยมลพิษสู่อากาศ นอกจากนี้ ยังมีมาตราการการเรียกเก็บค่าปรับสินค้าที่สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม
3.การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน สหภาพยุโรปได้ พยายามผลักดันให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทในการ จัดการและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การรณรงค์และการให้ ความรู้อย่างต่อเนื่องท าให้ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เช่น การลดการ ปล่อยแก๊สเรือนกระจก การปรับเปลี่ยนการผลิตและการใช้สินค้าที่ไม่ท าลาย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การควบคุม ป้องกัน และบ าบัดมลพิษจากการผลิต อย่างถูกต้อง การใช้พลังงานทดแทน 4.การร่วมมือกับองค์กรสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ ทวีปยุโรปมีบทบาท ส าคัญในการเป็นผู้น าสร้างความร่วมมือกับนานาชาติเพื่อก าหนดนโยบาย และข้อตกลง ร่วมกันในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก