46
2.3 แก่นขนนุ +นา้ ด่างข้ีเถ้า
47
2.4 แก่นขนุน+จนุ สี
48
2.5 แก่นขนนุ +สนมิ
49
สรุปผลกำรศกึ ษำ
1. สารสม้ จะชว่ ยใหส้ ีสด สวา่ งขน้ึ
2. นา้ ปูนใส จะชว่ ยใหส้ ีสด สวา่ งขึน้
3. น้าดา่ งขีเ้ ถา้ จะช่วยใหส้ สี ด สว่างขนึ้
4. จุนสี ชว่ ยใหส้ ีเข้มขน้ึ
5. สนิม จะชว่ ยใหส้ ตี ิดเส้นดา้ ยและช่วยเปลยี่ นเฉดสธี รรมชาตเิ ดมิ เขม้ ข้นึ เป็นสโี ทน เทา–ดา
50
3. เพกา+สารช่วยย้อม 5 ชนิด
3.1 เพกา+สารส้ม
51
3.2 เพกา+นา้ ปนู ใส
52
3.3 เพกา+นา้ ด่างข้ีเถ้า
53
3.4 เพกา+จนุ สี
54
3.5 เพกา+สนมิ
55
สรุปผลกำรศึกษำ
1. สารส้ม จะช่วยใหส้ สี ด สวา่ งขน้ึ
2. นา้ ปูนใส จะชว่ ยให้สสี วา่ งขึน้
3. นา้ ดา่ งขี้เถา้ จะชว่ ยใหส้ ีสวา่ งข้นึ
4. จุนสี ชว่ ยใหส้ เี ข้มขึน้
5. สนมิ จะช่วยให้สีตดิ เส้นดา้ ยและช่วยเปลยี่ นเฉดสีธรรมชาตเิ ดมิ เข้มขนึ้ เป็นสโี ทน เทา–ดา
56
4. สบเู่ ลือด+สารชว่ ยย้อม 5 ชนิด
4.1 สบเู่ ลือด+สารส้ม
57
4.2 สบเู่ ลอื ด+นา้ ปนู ใส
58
4.3 สบเู่ ลอื ด+นา้ ด่างข้ีเถ้า
59
4.4 สบเู่ ลอื ด+จนุ สี
60
4.5 สบ่เู ลือด+สนิม
61
สรปุ ผลกำรศกึ ษำ
1. สารสม้ จะชว่ ยใหส้ สี วา่ งขน้ึ
2. นา้ ปูนใส จะช่วยให้สสี ด สว่างขึ้น
3. นา้ ดา่ งขเ้ี ถา้ จะช่วยให้สีสวา่ งข้นึ
4. จนุ สี ช่วยใหส้ เี ขม้ ขนึ้
5. สนิม จะช่วยให้สตี ิดเส้นด้ายและช่วยเปลยี่ นเฉดสีธรรมชาตเิ ดมิ เข้มขนึ้ เป็นสโี ทน เทา–ดา
62
5. ประด+ู่ สารช่วยย้อม 5 ชนิด
5.1 ประดู่+สารส้ม
63
5.2 ประด่+ู นา้ ปูนใส
64
5.3 ประด+ู่ นา้ ด่างข้ีเถา้
65
5.4 ประด+ู่ จนุ สี
66
5.5 ประดู่+สนมิ
67
สรุปผลกำรศึกษำ
1. สารส้ม จะช่วยใหส้ สี ด สวา่ งขน้ึ
2. นา้ ปูนใส จะชว่ ยให้สสี วา่ งขึน้
3. นา้ ดา่ งขี้เถา้ จะชว่ ยใหส้ ีสวา่ งข้นึ
4. จุนสี ชว่ ยใหส้ เี ข้มขึน้
5. สนมิ จะช่วยให้สีตดิ เส้นดา้ ยและช่วยเปลยี่ นเฉดสีธรรมชาตเิ ดมิ เข้มขนึ้ เป็นสโี ทน เทา–ดา
68
บทที่ 3
สรปุ ผลกำรศึกษำและข้อเสนอแนะ
สรุปผลกำรศึกษำ
สจี ากธรรมชาตเิ ปน็ สที ไ่ี ด้จากแหลง่ ในธรรมชาติ ได้แก่พืช สัตว์และแร่ธาตุ สีชนิดน้ีเกิดขึ้นมาโดย
กระบวนการตามธรรมชาติ ซึ่งเชื่อกันว่าไม่ก่อให้เกิดภาวะมลพิษใดๆ เมื่อนาไปใช้ย้อม น้าทิ้งที่ได้ก็ประกอบด้วย
สารธรรมชาติทส่ี ลายตวั ไดง้ า่ ยและสารทเ่ี กิดจากการสลายตัวยงั มีความเปน็ พษิ ตา่ หรือไม่มีความเป็นพิษต่อสภาวะ
แวดล้อม มีความเป็นพิษต่าต่อผิวหนังหรือสุขภาพของ ผู้ใช้งาน ข้อด้อยที่สาคัญของสีธรรมชาติ ได้แก่ ปริมาณ
ของตัวสใี นวัสดใุ ห้สีมนี ้อยส่งผลใหย้ ้อมสีได้ไม่เข้ม เม่ือย้อมสิ่งทอไปแล้วสีซีดง่าย โดยเฉพาะเมื่อโดนแสง การย้อม
กลบั มาใหเ้ ปน็ สี เดมิ ทาได้ยากและในกรณที แ่ี หล่งตามธรรมชาตทิ ใ่ี หส้ หี มดไปทาให้ขาดแคลนวสั ดใุ ห้สี
สารช่วยยอ้ ม เปน็ สารทชี่ ่วยให้สีติดกับเส้นฝ้ายดีขึน้ และเปลย่ี นเฉดสีธรรมชาติให้เปล่ียนแปลงไป
จากสเี ดิม ในสมัยโบราณจะใชก้ ารเตมิ มลู หรอื ปสั สาวะสตั ว์ลงไปในถงั ยอ้ ม ปัจจุบนั มกี ารใช้สารท่ีได้จากทั้งสารเคมี
และสารธรรมชาติดงั น้ี
1. สารส้ม จะช่วยจับยึดสีกับเส้นด้ายและ ช่วยให้สีสด สว่างข้ึน มักใช้กับการย้อมสีน้าตาล-
เหลอื ง-เขยี ว
2. จุนสี ช่วยให้สีติดและเข้มข้ึน ใช้กับการย้อม สีเขียวน้าตาลข้อแนะนาสาหรับการใช้ จุนสี
คือไม่ควรใช้ในปรมิ าณที่มากเกินไปเพราะ จะทาใหเ้ กดิ การตกคา้ งของทองแดงในน้าท้ิงหลงั การยอ้ มได้
3. สนมิ จะชว่ ยใหส้ ีตดิ เส้นฝ้ายและช่วยเปลี่ยนเฉดสีธรรมชาติเดิมจากพืชเป็นสีโทน เทา–ดา ซ่ึง
สนมิ มีข้อดี คือ สามารถควบคุมปริมาณการใช้ได้แต่มีข้อควรระวัง คือไม่ควรใช้ในปริมาณท่ีมากเกินไปเพราะสนิม
จะทาให้เส้นฝ้ายเปื่อย
4. น้าปูนใส ได้จากปูนขาวที่ใช้กินกับหมาก หรือทาจากปูนจากการเผาเปลือกหอย โดยละลาย
ปนู ขาวในนา้ สะอาด ทง้ิ ไวใ้ หต้ กตะกอนจะได้นา้ ปนู ใสมาใช้เปน็ สารชว่ ยย้อม
5. น้าด่างขเ้ี ถา้ ได้จากขเี้ ถ้า เลือกพชื ชนดิ ใดชนดิ หนึง่ ที่ยังสดๆนามาผึ่ง แดดให้หมาด จากนั้นเผา
ให้เป็นข้ีเถ้าสขี าว นาขเี้ ถา้ ไปใส่ในอา่ งทมี่ นี า้ อยูก่ วนใหท้ ่วั ทิ้งไว้ 4 – 5 ช่วั โมง ขี้เถ้าจะตกตะกอน นาน้าที่ได้ไปกรอง
ใหส้ ะอาดแล้วจงึ นาไปใช้งาน
69
จากการศึกษาเทคนิคการยอ้ มผ้าด้วยสีธรรมชาติ พบว่า เม่ือนาวัตถุดิบทั้ง 5 ชนิด มาต้ม เพ่ือให้
ได้สารตั้งต้น จากน้ันจะทาการเตรียมสารช่วยย้อมลงไปในสารตั้งต้น ซึ่งเมื่อเติมสารช่วยย้อมลงไปในสารตั้งต้น
จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน คือ เกิดความหลากหลายของสี ได้เฉดสีใหม่ๆ เพิ่มมากข้ึน ซึ่งจาก
การปฏิบัตงิ าน จะเห็นไดว้ ่า ยังมีข้อจากัดของอุณหภูมิ ซึ่งในการเติมสารตั้งต้นระดับอุณหภูมิในการต้มสารตั้งต้น
จะต้องมจี ดุ เดือดท่ี 100 องสาเซลเซียส สารตง้ั ต้นท่ีไดจ้ งึ จะมคี วามเขม้ ขน้ ทส่ี ุด
การเตมิ สารช่วยย้อมท้ัง 5 ชนดิ ในสารต้ังต้น เม่ือทาปฏิกิริยาต่อกัน จึงเกิดสีสันและความหลากหลาย
ของสี ทั้งหมด 30 เฉดสี ดงั ตารางรายละเอยี ดข้อมลู
สธี รรมชาติ เตมิ สารส้ม เตมิ น้าปูนใส เติมน้าด่างข้ีเถ้า เตมิ จนุ สี เติมสนมิ
ครง่ั
แก่นขนนุ
เพกา
สบู่เลอื ด
ประดู่
70
ขอ้ เสนอแนะ
1. การย้อมสีธรรมชาติสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองเป็นความรู้ที่เพ่ิมพูนข้ึนตามประสบการณ์
สามารถถ่ายทอดให้แกค่ นรุ่นหลงั เป็นภูมปิ ัญญาของทอ้ งถิ่น
2. การยอ้ มสีธรรมชาตทิ าให้เหน็ คณุ คา่ และรู้จักใช้ประโยชนข์ องทรัพยากรธรรมชาติ
3. ความสัมพันธ์ระหว่างคนย้อมสีกับต้นไม้ย่อมก่อให้เกิดความรัก ความหวงแหนและเรียนรู้
ท่ีจะอนุรกั ษ์ และปลูกทดแทนเพอื่ การผลิตท่ยี ง่ั ยืน
4. คุณภาพการย้อมสีธรรมชาติข้ึนอยู่กับปัจจัยหลายประการ ซ่ึงควบคุมได้ยาก การย้อมสีให้
เหมือนเดมิ จึงทาไดย้ าก
5. ในการย้อมสีธรรมชาติถ้าไม่มีวิธีการและจิตสานึกในการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
ย่อมจะกลายเปน็ การทาลายสิ่งแวดลอ้ มได้