The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Krubophit, 2020-07-08 11:26:56

หน่วยที่ 1 การวางแผนเป้าหมายชีวิตด้วยวงจรควบคุมคุณภาพ

รวมบทที่ 1 การวางแผนเป้าหมายชีวิตฯ

การวางแผนด้วยวงจรการควบคุมคุณภาพ

การนา PDCA มาใช้ครั้งแรกโดย Walter Shewhart เพ่ือใช้ควบคุมกระบวนการทางสถิติของบริษัท
Bell Laboratory ท่ีสหรฐั อเมริกา ต่อมา W.Edward Deming ได้เผยแพร่ความรู้วงจรเดมิง่ อยา่ งกวา้ งขวาง

วงจร PDCA ได้รับความนิยมมากโดยเฉพาะในประเทศญ่ีปุ่น ซึ่งได้ให้ความสาคัญกับพ้ืนฐานการ
บรหิ ารงานให้เกดิ คณุ ภาพ 2 อย่าง คือ การส่ือสารและความร่วมมือร่วมใจจากทุกคนในหน่วยงานโดยผู้บริหาร
เป็นผูก้ าหนดแผนงาน แตจ่ ะส่อื สารผ่านช่องทางหัวหน้างานตามลาดับขั้นเป้าหมายจะถูกกาหนดข้ันตามความ
เหมาะสมท่เี ป็นไปได้

วงจร PDCA สามารถนามาประยุกต์ใช้ได้กับชีวิตของแต่ละบุคคลได้ทุกเร่ือง เช่น การตั้งเป้าหมาย
การทางานในแต่ละวัน การตัง้ เป้าหมายในวยั เกษยี ณ การตั้งเป้าหมายออมเงนิ สว่ นบุคคล เปน็ ต้น

PDCA คือ วงจรการควบคุมคุณภาพ หรือ วงจรเดมิง่ ประกอบดว้ ย

P = Plan คอื การวางแผนงานจากวัตถปุ ระสงค์ และเปา้ หมายทไ่ี ด้กาหนดข้ึน
D = Do คือ การปฏิบตั ิตามขั้นตอนในแผนงานทีเ่ ขียนไว้อยา่ งเป็นระบบและมีความต่อเนื่อง
C = Check คือ การตรวจสอบผลการดาเนนิ งานแตล่ ะข้นั ตอนของแผนงานว่ามปี ญั หาอะไรเกดิ ข้นึ
ตอ้ งเปลี่ยนแปลงแก้ไขแผนงานในขั้นตอนใด
A = Action คอื การปรบั ปรุงแก้ไขส่วนท่มี ปี ญั หา หรอื ถา้ ไมม่ ีปัญหาใดๆ ก็ยอมรบั แนวทางการปฏบิ ตั ิ
ตามแผนงานท่ีได้ผลสาเรจ็ เพื่อนาไปใชใ้ นการทางานครง้ั ต่อไป

การนา PDCA ไปใช้

วงจรการควบคุมคณุ ภาพสามารถนามาใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ิตให้ประสบความสาเรจ็ ได้ ดังน้ี

1. การวางแผน (Plan) คอื การวางแผนชวี ิต โดยจะต้องทราบว่าตนเองร้ันอยากทาอะไร ตอ้ งการอะไร

แล้วจงึ ตั้งเป้าหมาย และวีการในการดาเนินชีวิตให้ชัดเจนซึ่งเป้าหมายของชีวิตแต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน
ออกไป ท้งั น้ี การวางแผนครอบคลุมถงึ การกาหนดเรื่องที่ต้องการปรับปรุงเปล่ียนแปลงซึ่งรวมถึงการพัฒนาสิ่ง
ใหม่ๆ การแก้ปัญหาที่เกิดข้ึนจากการปฏิบัติงาน ฯลฯ พร้อมกับพิจารณาว่ามีความจาเป็นต้องใช้ข้อมูลใดบ้าง
เพื่อการปรับปรงุ เปลี่ยนแปลงนน้ั โดยระบุวิธีการเก็บข้อมูลให้ชัดเจน จะต้องวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมได้ แล้ว
กาหนดทางเลือกในการปรบั ปรุงเปลี่ยนแปลง การวางแผนช่วยให้คาดการณ์สิ่งท่ีเกิดข้ึนได้ในอนาคต และช่วย
ลดความสูญเสียต่างๆ ท่ีอาจเกิดข้ึนได้ ซ่ึงช่วยให้รับรู้สภาพปัจจุบันพร้อมกับกาหนดสภาพท่ีต้องการให้เกิดข้ึน
ในอนาคต ดว้ ยการผสมผสานประสบการณ์ ความร้แู ละทักษะโดยการวางแผนมีดงั น้ี

1.1 การวางแผนเพ่ืออนาคต เป็นการวางแผนสาหรับส่ิงที่จะเกิดข้นึ ในอนาคตหรอื กาลังเกดิ ข้นึ บางสง่ิ
บางอยา่ งกไ็ ม่สามารถควบคมุ ได้ แตเ่ พื่อเป็นการเตรียมความพร้อมไว้ลว่ งหน้า

1.2 การวางแผนเพ่ือการปรบั ปรุงเปลยี่ นแปลง เป็นการวางแผนเพ่ือเปลีย่ นแปลงสภาพทเ่ี กิดขึ้นใน
ปัจจุบนั เพื่อสภาพที่ดขี นึ้ ซ่ึงสามารถควบคุมผลทเ่ี กิดข้นึ ได้ดว้ ยการเร่มิ ตน้ เปลี่ยนแปลงต้ังแต่ปจั จบุ ัน

ลาดบั ขั้นตอนในกระบวนการวางแผนประกอบดว้ ย
1. การกาหนดวตั ถุประสงค์
2. การพฒั นาข้อตกลงทีเปน็ ตวั กาหนดขอบเขตในการวางแผน
3. พิจารณาขอ้ จากัดต่างๆ ท่อี าจเกดิ ข้ึนในการวางแผน
4. พัฒนาทางเลือก
5. ประเมินทางเลือก เพ่ือเลอื กส่งิ ทีเ่ ปน็ ไปไดส้ ูงสุด
6. เปลย่ี นแปลงแผนสกู่ ารปฏิบัติ

การวางแผนท่ดี ีนนั้ ต้องวเิ คราะหส์ ถานการณ์ 5W1H ดังน้ี
ใครทา (who)
มีอะไรบา้ งที่ตอ้ งทา (What)
เป้าหมายในการกระทาคร้ังนี้อยูท่ ไ่ี หน (Where)
ระยะเวลาในการทางานแต่ละขัน้ ตอนเป็นเท่าใด (When)
เหตใุ ดจึงต้องทาเป้าหมายน้ี (Why)
การทางานเปน็ อยา่ งไร ควรทาอะไรก่อน อะไรหลงั (How)

ประโยชน์ของการวางแผน
การวางแผนงาน จะชว่ ยทาให้มีการเตรยี มความพรอ้ มเมอื่ ไดป้ ฎิบัติงานจรงิ ดังน้ี
1. การศกึ ษา เป็นการวางแผนศึกษาข้อมูล วธิ ีการในการประกอบอาชพี ธุรกจิ เชน่ ความต้องการ
ของตลาด ข้อมลู วตั ถุดบิ ข้อมูลทรัพยากรท่มี ีอยู่หรอื เงินทุน
2. การเตรียมงานด้านสถานท่ี การออกแบบผลติ ภัณฑ์ ความพรอ้ มของบคุ ลากร อปุ กรณ์ เครือ่ งจักร
วัตถุดิบ
3. การดาเนินงาน เปน็ การวางแนวทางการปฏิบัตงิ านของแต่ละฝ่าย เชน่ ฝ่ายการตลาด ฝ่ายผลิต
ฝา่ ยการเงินและบญั ชี เป็นต้น
4. การประเมนิ ผล เป็นการวางแผนหรือเตรียมการประเมินผลงานอย่างเปน็ ระบบ เชน่ ประเมินจาก
ยอดจาหนา่ ย ประเมินจากการสารวจความคดิ เหน็ ของลูกค้า เปน็ ตน้

2. การปฏบิ ัติตามแผน (DO) คอื การทาตามแผนท่ไี ด้ตงั้ เป้าหมายไวด้ ว้ ยความตงั้ ใจ มุง่ ม่ันพยายาม

ทง้ั นี้ การปฏบิ ัติเป็นการลงมอื ปรับปรุงเปลีย่ นแปลงตามทางเลอื กท่ีได้กาหนดไว้ในขน้ั ตอนการวาง
แผน ซึ่งต้องตรวจสอบระหว่างการปฏิบัตินั้นว่าได้ดาเนินไปในทิศทางที่ตั้งใจหรือไม่ พร้อมกับส่ือสารให้ผู้ที่
เก่ียวข้องทราบ และติดตามการปฏิบัติน้ันอย่างสม่าเสมอ เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้และหาแนวทางแก้ไข
ปัญหาที่อาจจะเกิดข้ึนได้ในระหว่างการปฏิบัติ เพ่ือจะมั่นใจได้ว่าการปฏิบัติตามแผนที่วางไว้นั้นเกิดความ
ผดิ พลาดน้อยที่สดุ

ประโยชน์ของการปฏิบัติตามแผน ช่วยให้ทราบขั้นตอน วิธีการและสามารถเตรียมงานได้ล่วงหน้า
ดงั นัน้ การปฏิบัติงานก็จะเป็นไปตามเป้าหมายที่กาหนดไว้ โดยไม่มีปญั หาหรืออปุ สรรคเกิดขึน้

3. การตรวจสอบ (Check) คือ การประเมินเป้าหมายชวี ิตทว่ี างแผนไว้ว่าสามารถปฏบิ ัตไิ ดส้ าเร็จหรือ

ไม่ และต้องปรับปรุงหรือแก้ไขอย่างไรบ้างจึงจะทาให้ประสบความสาเร็จในชีวิต ทังนี้ การตรวจสอบเป็นการ
ประเมินผลที่ได้รับจากการปฏิบัติ (DO) โดยการตรวจสอบทาให้ทราบว่าในการปฏิบัติน้ันสามารถบรรลุ
เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ได้กาหนดไว้หรือไม่ ส่ิงสาคัญก็คือ ต้องรู้ว่าจะตรวจสอบอะไรบ้างและมีความ
สม่าเสมอมากนอ้ งเพยี งใด ข้อมลู ทไ่ี ด้จากการตรวจสอบจะเปน็ ประโยชน์ในขนั้ ตอนต่อไป

ประโยชนข์ องการตรวจสอบ ในการตรวจสอบผลการดาเนนิ งาน ควรมหี ลักดังน้ี
1. ตรวจสอบจากเป้าหมายทกี่ าหนด
2. มเี ครื่องมือทเ่ี ช่ือถอื ได้
3. มีเกณฑก์ ารตรวจสอบที่ชดั เจน
4. มีกาหนดเวลาการตรวจสอบท่ีแน่นอนและชดั เจน
5. บุคลากรท่ีตรวจสอบนั้นตอ้ งไดร้ ับการยอมรบั จากทุกฝ่าย จงึ ดาเนนิ งานต่อไปได้

4. การปรบั ปรุงแก้ไข (Act) คือการนาเอาผลการประเมนิ มาปรบั ปรงุ และ/ หรอื พฒั นาวธิ ีการทาใหช้ วี ิต

ประสบความสาเร็จมากขึ้น ท้ังน้ี เป็นการดาเนินงานให้เหมาะสมซ่ึงจะพิจารณาผลที่ได้จากการตรวจสอบซ่ึงมี
2 กรณี คือ ผลทีเ่ กดิ ขึ้นเป็นไปตามแผนที่วางไว้ หรือไม่เป็นไปตามแผนท่ีวางไว้ ถ้าผลท่ีเกิดข้ึนเป็นไปตามแผน
ที่วางไว้ ก็จะนาแนวทางหรือกระบวนการปฏิบัติ (DO) นั้นมาจัดทาให้เป็นมาตรฐานพร้อมทั้งหาวิธีการท่ีจะ
ปรับปรุงให้ดีย่ิงขึ้น ซึ่งอาจจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้เร็วกว่าเดิม และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเดิม รวมท้ังทา
ให้คุณภาพดียิ่งขึ้นก็ได้ ถ้าหากไม่เป็นไปตามแผนท่ีวางไว้ก็ควรจะนาข้อมูลที่รวบรวมไว้มาวิเคราะห์ และ
พจิ ารณาว่าควรจะดาเนินการอยา่ งไรต่อไป เชน่

o มองหาทางเลอื กใหม่ที่น่าจะเปน็ ไปได้
o ใช้ความพยายามใหม้ ากขึ้นกว่าเดิม
o ขอความชว่ ยเหลือจากผู้รู้
o เปลี่ยนเป้าหมายใหม่

ประโยชน์ของการปรบั ปรงุ แกไ้ ข ขอ้ บกพร่องท่ีเกดิ ขน้ึ เมอ่ื มกี ารปรบั ปรุงแกไ้ ขคณุ ภาพก็จะเกิดข้ึน
การปรับปรุงแก้ไขจะนาไปสู่การเร่ิมต้นทางานอย่างมีคุณภาพในรอบใหม่ของวงจร และช่วยให้สามารถ
คาดการณป์ ัญหาหรอื ความเสี่ยงท่อี าจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้

การวางแผนเปา้ หมายชวี ิต

การวางแผน หมายถึง การกาหนดสภาพหรือสถานภาพท่ีคาดหวังว่าจะเกิดข้ึนในอนาคตโดยกาหนด
นาทางปฏบิ ตั เิ พื่อใหบ้ รรลวุ ัตถปุ ระสงค์ที่วางไว้

เป้าหมายในชีวิต (Life Goals) หมายถึง สิ่งที่ตนเองให้ความสาคัญ และปรารถนาจะให้เกิดข้ึนใน
อนาคต และเป็นแรงจูงใจให้ตนเองมีพลังมุ่งไปสู่อนาคต การมีเป้าหมายในชีวิตจะช่วยให้มนุษย์ใช้ชีวิตอย่างมี
ความหมาย มีความหวังและมีทิศทางท่ีจะมุ่งไปสู่อนาคต เพราะการมีเป้าหมายจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าบุคคลน้ัน
ต้องการอะไรบา้ ง จะมีชวี ิตอยู่เพอ่ื อะไร เพอื่ ใคร และเพ่ือทจ่ี ะทาอะไร

การวางแผนเป้าหมายชีวิต หมายถึง การตั้งเป้าหมายชีวิตของบุคคลท่ีได้วางแผนไว้ด้วยวิธีการที่
เหมาะสมเพ่อื นาตนเองไปสู่เป้าหมายของชีวิตในอนาคต เป็นการวางเป้าหมายไว้ว่าจะต้องต้ังตัวสร้างฐานะให้
ได้ โดยเรียนให้จบและประกอบอาชีพที่สุจริต ซ่ึงการวางเป้าหมายในชีวิตของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันไป
เพอื่ ใหก้ ารดาเนนิ ชีวิตมีคณุ ภาพ ไดแ้ ก่ การวางแผนเกีย่ วกับสขุ ภาพอนามัยการวางแผนเก่ียวกับการศึกษา การ
วางแผนเกี่ยวกับอาชีพ เช่น แพทย์ วิศวกร ตารวจ ทหาร นักธุรกิจ เกษตรกรรม ชาวนา ชาวไร่ เป็นต้น การ
วางแผนเก่ียวกับการใช้จ่ายในแต่ละเดือน การวางแผนที่จะปฏิบัติความดี การดาเนินชีวิตให้อยู่ในกรอบ
ศลี ธรรม การวางแผนเก่ียวกบั การสรา้ งครอบครัวในอนาคต เป็นตน้

การวางแผนเป้าหมายชีวิต เป็นส่ิงที่จาเป็นที่บุคคลทุกคนต้องให้ความสาคัญในการรู้จักวางแผนชีวิต
ของตนเองอย่างมีขั้นตอน มีวิธีการท่ีเหมาะสมกับสถานะของบุคคล และพยายามดาเนินการโดยปฏิบัติทุก
วิถีทางที่จะนาพาชีวิตให้ประสบความสาเร็จ แต่เม่ือดาเนินชีวิตที่มีการวางแผนแล้วเกิดปัญหาและอุปสรรค
บุคคลน้ันก็สามารถหาจุดบกพร่องท่ีเกิดขึ้น แล้วนามาพิจารราทบทวนข้ันตอน เพ่ือแก้ไข พัฒนา ปรับปรุงให้
ชีวิตของบุคคลมีคุณภาพ และเกิดประสิทธิภาพในการดาเนินชีวิตให้มีความสุข หากทุกชีวิตมีการวางแผนเพื่อ
เป้าหมายของชวี ติ ก็จะสง่ ผลให้ประสบความสาเร็จในชีวิต

เป้าหมายชีวติ ของบคุ คลแบ่งได้ 3 ระดบั คือ

1. การวางแผนเปา้ หมายชวี ิตขนั้ ตน้ เปน็ การวางแผนตง้ั เป้าหมายของชวี ิตโดยมุ่งมน่ั ฝึกฝนตนเอง ให้

บรรลุเป้าหมายชีวิตว่าจะต้องเรียนให้จบ มีอาชีพ มีฐานะท่ีดีให้ได้ ด้วยองค์ประกอบต่างๆ เช่น การประพฤติ
ตนเปน็ คนดี และตั้งเป้าหมายว่าจะประกอบอาชีพอะไร เชน่ ครู พยาบาล ตารวจ ทหาร ชาวนา หรืออ่ืนๆ ก็ได้
ขอให้เปน็ อาชพี ทีส่ ุจริต

2. การวางแผนเปา้ หมายชวี ติ ข้นั กลาง เปน็ การตั้งเปา้ หมายของชวี ิตว่าตอ้ งพยายามตงั้ ตัวและสร้าง

ฐานะของตนเอง มชี วี ิตคู่ มชี วี ิตครอบครวั ที่ดี ไม่ยอ่ ทอ้ ร้จู ักการสรา้ งคณุ ค่าให้ชีวิตด้วยการขยันต้ังใจทาความดี
เอ้ืออาทร มเี มตตาต่อผู้อื่น ซึง่ เป็นเป้าหมายชวี ติ สงู สดุ

3. การวางแผนเปา้ หมายชีวิตขั้นสงู สดุ เปน็ การตง้ั เปา้ หมายของชีวติ ทเี่ ป็นประโยชน์อย่างยิ่งตอ่
ตนเอง และบุคคลอื่น คือการต้ังใจดาเนินชีวิตให้ประสบความสาเร็จในการศึกษาเล่าเรียนหน้าท่ีการงาน ชีวิต
ครอบครัว และตั้งใจปฏิบัติธรรมโดยการตั้งใจทาความดี หมั่นให้ทาน รักษาศีล ฝึกสมาธิเพื่อให้จิตใจผ่องใส
เกดิ ปญั ญา เพ่อื รกั ษาเป้าหมายของชีวติ ใหม้ น่ั คงทกุ ดา้ น

ถ้าทุกคนได้มีการวางแผนเป้าหมายชีวิตแล้ว ก็ยากที่จะทาให้ตนเองประสบความสาเร็จได้เป้าหมาย
เป็นเครื่องมือชี้ทิศทางเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนในช่วงชีวิตของแต่ละบุคคล ซ่ึงแต่ละบุคคลอาจมีเป้าหมายแตกต่าง
กนั ขน้ึ อยู่กับอาชีพ รายได้ ความรับผิดชอบในครอบครวั แตล่ ะบคุ คล เปา้ หมายของบคุ คลมดี งั นี้

1.1 เปา้ หมายทไี่ มเ่ ป็นตวั เงิน ไดแ้ ก่ วฒั นธรรมประเพณี สังคม การเมือง กฎหมาย ความรู้สึก เปน็ ต้น
1.2 เปา้ หมายทเี่ ปน็ ตวั เงิน เป็นเป้าหมายท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั เงินโดยตรง ซงึ ทาให้แต่ละบคุ คล นน้ั มคี วาม
เปน็ อย่ทู ่ีดีขึน้

ความแตกตา่ งของเป้าหมายทเ่ี ป็นตวั เงินและเปา้ หมายท่ีไม่เปน็ ตัวเงิน

เป้าหมายที่ไม่เป็นตัวเงิน เป้าหมายทเ่ี ปน็ ตัวเงิน

1. ความร้สู กึ ความรัก ความผูก 1. การออม

2. ความสุขท่ีไดร้ บั จากครอบครัว 2. การลงทนุ

3. การชว่ ยเหลือสงั คม 3. การเกดิ รายได้

4. การเมอื ง 4. การความคมุ คา่ ใช้จ่ายในชีวิตประจาวนั ของบุคคล

5. ขนมธรรมเนยี มประเพณี

สิ่งท่ีต้องพจิ ารณาในการกาหนดเปา้ หมายชีวิต

1. ต้ังเป้าหมายที่แนน่ อนและชัดเจน ควรคานึงถงึ ผลท่ีจะได้รบั ว่าเปน็ ไปตามเป้าหมายหรอื
วัตถปุ ระสงค์ท่กี าหนดไว้หรือไม่ เช่นการออมเงนิ จากรายได้สทุ ธิเดือนละ10,000 บาท เพ่ือสาหรับซื้อบ้านอีก 2
ปขี ้างหนา้

2. เปา้ หมายต้องมคี วามเปน็ ไปได้ ควรมีการศึกษาความเปน็ ไปได้ก่อน หากคิดวา่ เหมาะสมและ

สามารถทาได้ตามเปา้ หมายที่วางไวจ้ ึงลงมอื ปฏบิ ัติ เชน่ ต้องการออมเงนิ เดอื นละ 8,000 บาท ในขณะที่
เงนิ เดอื นทั้งส้นิ ไดร้ ับเดือนละ 10,000 บาท และยังไม่หักค่าใชจ้ ่ายภายในครอบครวั อกี เดือนละ 5,000 บาท
การกาหนดเปา้ หมายในลกั ษณะนี้จงึ ไมม่ ีความเป็นไปได้ คือไมส่ อดคล้องกับความเปน็ จริงได้

3. เปา้ หมายน้นั ควรจดั ลาดบั ก่อนหลงั ใหแ้ นน่ อน เช่น ต้องการออมเงนิ ไวส้ าหรบั ท่องเท่ียวในปีนแ้ี ละ
ออมเงนิ เพื่อซ้ือบา้ นในอีก 3 ปขี ้างหนา้ ในอนาคต

กระบวนการวางแผนชวี ิต มี 4 ข้นั ตอน ดังน้ี
ข้ันที่ 1 การตั้งเป้าหมาชีวิต เป็นแนวทางในการวางแผนการดาเนินชีวิตของตนเองเพื่อให้บรรลุได้
ตามเป้าหมายทต่ี ้องการ เช่น การเรียนให้จบการศึกษาสงู สุดในชีวิต ต้องกาหนดว่าจะจบการศึกษาเม่ือไหร่ จะ
ประกอบอาชีพอะไร จะหารายได้เทา่ ไหร่ และหามาได้อย่างไร เปน็ ต้น

ข้ันท่ี 2 การวางแผนเพ่ือเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เม่ือได้ตั้งเป้าหมายแล้ว ก็ต้องมีการกาหนด
แผนงานเพ่ือระบวุ ิธีทีต่ อ้ งปฏิบตั ติ ามแผน เพื่อให้บรรลเุ ปา้ หมาย เช่น เม่ือจบการศกึ ษาแล้วก็ต้องเลือกอาชีพใด
อาชีพหน่ึง ทจี่ ะสามารถสร้างรายได้

ขั้นที่ 3 ประเมินทางเลือก ควรมีการประเมินว่าควรจะตัดสินใจเลือกอาชีพใดท่ีเหมาะสมกับตนเอง
มากท่ีสุดโดยเนน้ ทีค่ วามสนใจและชอบในอาชพี นั้น

ข้ันที่ 4 การตัดสินใจ หากการวางแผนตามข้ันท่ี 1 ถึงขั้นที่ 3 เป็นไปตามเป้าหมาย ก็สามารถ
ตดั สนิ ใจเลือกประกอบอาชีพได้ แต่หากไม่ประสบความสาเร็จก็ต้องยกเลิกหรือถ้าต้องการที่จะประกอบอาชีพ
อื่นๆ ก็ต้องปรบั เปล่ยี นการวางแนวทางการประกอบอาชพี ใหม่

ช่วงชีวิตในการวางแผนเปา้ หมาย

การวางแผนเปา้ หมายชีวติ จะมกี ารเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ดงั นั้นวงจรชวี ิตของแตล่ ะบุคคลต้ังแตเ่ ด็กจนวยั
ชราก็จะมีอายุแตกต่างกันไป ความตอ้ งการและเปา้ หมายจังเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย บคุ คลส่วนใหญ่จึงตอ้ ง
วางเป้าหมายและวางแผนในแต่ละชว่ งชวี ิตให้สอดคล้องกับรายไดแ้ ละความรับผิดชอบในชว่ งนัน้ เพ่ือปอ้ งกนั
ไมใ่ หเ้ กิดปัญหาในอนาคต ซ่งึ ไดแ้ ก่ การตกงาน การเสยี ชีวิตของบุคคลในครอบครัวการเจ็บปว่ ย ซึง่ เป็น
เหตุการณท์ ี่ไม่อาจทราบลว่ งหน้าได้ ถ้ามีการเตรียมแผนเปา้ หมายชวี ติ ไว้ก่อนกจ็ ะชว่ ยแก้ปญั หาไวไ้ ด้

1. ชว่ งวัยเดก็ อายใุ นวัยเดก็ จนถึงประมาณ 20 ปี เปน็ วยั ท่ีอยใู่ นความดูแลรับผดิ ชอบของบดิ า

มารดาที่ต้องเลีย้ งดู และเปน็ ชว่ งการศกึ ษาหาความรู้ จึงยังไม่มรี ายได้ท่ีจะนามาจุนเจือครอบครวั

2. ชว่ งวยั หลงั จบการศึกษา อายุประมาณ 21-30 ปี เป็นวัยท่ีอยรู่ ะหวา่ งการเริม่ สรา้ งครอบครวั เริม่

ทางาน บางคนก็แต่งงานและสรา้ งฐานะ รายไดใ้ นชว่ งนีจ้ ะค่อยเปน็ ค่อยไป และเพมิ่ ขน้ึ เรอื่ ยๆ บางครอบครัวก็
เรมิ่ มีบตุ รและเก็บเงินบางส่วนไวใ้ ช้จ่ายภายในครอบครวั เช่น ซ้อื บ้าน ซื้อรถยนต์ เป็นต้น

3. ช่วงวยั ทางานเต็มที่ อายุประมาณ 31-45 ปี เป็นช่วงระยะเวลาท่ีกาลงั ขยายครอบครวั และมี

หน้าท่กี ารงานมัน่ คง มีรายได้แน่นอน แต่เป็นชว่ งทีม่ ีความรับผิดชอบและค่าใชจ้ า่ ยค่อนข้างสงู เนอื่ งจากตอ้ ง
จ่ายคา่ เล่าเรียนบุตร คา่ อาหาร คา่ รักษาพยาบาล เครื่องนงุ่ หม่ เปน็ ต้น

4. ชว่ งกอ่ นวยั เกษียณอายุ อายุประมาณ 46-50 ปี เป็นช่วงที่มีรายไดแ้ ละมีหนา้ ที่การงานสงู สดุ

ในชว่ งระยะเวลาหนงึ่ ในระยะนีส้ าหรบั ผมู้ ีบุตรก็จะจบการศกึ ษาและทางานหรือสรา้ งครอบครัวของตนเองได้
แลว้ ค่าใชจ้ า่ ยก็จะลดลง เงินออมกจ็ ะมเี พ่มิ ข้นึ

5. วัยเกษียณอายุ อายุตั้งแต่ 60 ปขี นึ้ ไป เปน็ ชว่ งท่รี ายไดจ้ ะลดลงเร่อื ยๆ เนอ่ื งจากรายไดป้ ระจาไม่มี

เพราะออกจากงานแล้ว แหล่งรายได้มาจากเงินบาเหน็จ บานาญ เงนิ ประกันสงั คม ดอกเบ้ยี เปน็ ตน้

หลกั การวางแผนเปา้ หมายชวี ติ

ก่อนจะเรมิ่ ต้นทาส่ิงใดกค็ วรจะกาหนดเป้าหมายท่ีต้องการไว้ล่วงหน้าเสมอ เพราะเปา้ หมายเปน็ เครื่องมือที่
กาหนดทิศทางให้ทราบว่าสง่ิ ที่คาดหวังและตอ้ งการทาใหส้ าเร็จได้นน้ั มีเพยี งใด การวางแผนเปา้ หมายในชวี ติ จึง
ควรจะตอ้ งกาหนดเป้าหมายทีต่ อ้ งการใหบ้ รรลผุ ลสาเรจ็ อาจจะเปน็ เหมายระยะสั้น หรือเป้าหมายระยะยาวก็
ได้ แต่เปา้ หมายที่ดีน้ันควรจะกาหนดตามหลัก SMART ดงั นี้

S = Specific คอื จะต้องมีความชดั เจน และเฉพาะเจาะจง เชน่ กาหนดเป้ าหมายวา่ อีก 3 ปี ถ้าหากเรียนจบระดบั
ปริญญาตรีแล้วจะทางานเพ่อื หารายได้เลยี ้ งตนเองและครอบครัว

M = Measurable คอื สามารถวดั ผลและประเมนิ ผลได้ เช่น กาหนดเป้ าหมายไว้วา่ จะเข้าอบรมหลกั สตู รระยะ
สนั้ “การเป็ นผ้ปู ระกอบการ” ภายใน 3 เดอื น

A = Acceptable คอื สามารถยอมรับได้ เช่น ต้องการจะสร้างธุรกิจร้านขายกาแฟภายใน 1 ปี โดยศกึ ษาความ
เป็ นไปได้ของตนเอง และสภาพแวดล้อมตา่ งๆ ทเ่ี กี่ยวข้อง

R = Realistic คอื เป้ าหมายนนั้ ต้องอยบู่ นพนื ้ ฐานของความเป็นจริง เชน่ ต้องการจะออกกาลงั กายทกุ เช้าและ
เย็น หรือต้องการจะไปพกั ผอ่ นในวนั หยดุ

T = Timely คือ เป้ าหมายนนั้ ต้องมกี ารกาหนดเวลาแนน่ อน ถ้าไมม่ ีกรอบเวลาก็จะทาให้ความมงุ่ มนั่ ลดลง และ

อาจจะใทนาปใหัจ้เจปุ้บาันหมอาายจนจนั้ ะลมดกีลางรเพม่ิ การวางแผนเป้าหมายชีวิตข้นึ มาอีก 2 ชนิด เรยี กว่า SMARTER ดังนี้

E-Extending คอื เป้าหมายนั้นควรจะเปน็ สิ่งทท่ี ้าทายความสามารถ และเพม่ิ ศกั ยภาพของผปู้ ฏบิ ตั ิ

R-Rewarding คือ เป้าหมายท่ีกาหนดน้นั ควรจะคุ้มคา่ กบั การปฏิบตั ิซึ่งเป็นเปา้ หมายท่ีทาแล้วจะเกิด
ประโยชน์ คุม้ คา่ กับแรงงานและเวลา

การวางแผนเป้าหมายชีวติ ดว้ ยวงจรควบคุมคุณภาพ

วงจรการควบคุมคุณภาพ หรือวงจรเดมิ่ง โดยวงจรการควบคุมคุณภาพนี้สามารถนามาใช้ในการ
ดาเนินชวี ติ ใหป้ ระสบความสาเรจ็ ได้ โดยเมอื่ นามาใช้ในการดาเนนิ ชีวติ แลว้ จะแบ่งออกได้ดงั นี้

การวางแผน (P = Plan) คือ การวางแผนชีวิต ซ่ึงจะต้องมีวัตถุประสงค์ เป้าหมายและระยะเวลา
ดาเนินการ โดยจะต้องทราบว่าตนเองน้ันอยากทาอะไร ต้องการอะไร แล้วจึงต้ังเป้าหมาย และวิธีการดาเนิน
ชีวิตใหช้ ัดเจน ซ่งึ เป้าหมายแตล่ ะคนจะแตกตา่ งกนั

การปฏิบัติงานตามแผน คือ การดาเนินงานตามข้ันตอนในแผนงานอย่างเป็นระบบและต่อเน่ืองเป็น
การทาตามแผนทไี่ ด้ตง้ั เปา้ หมายไวด้ ว้ ยความตัง้ ใจและมุ่งม่ันพยายาม

การตรวจสอบการปฏิบัติตามแผน (C = Check) คือ การตรวจสอบและรายงานผลการดาเนินงานตาม
แผน ว่าเม่ือดาเนินงานตามแผนแล้วมีปัญหาอะไรเกิดข้ึน จาเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขแผนงานในขั้นตอนใดเป็น
การประเมินเป้าหมายชีวิตท่ีวางแผนไว้ โดยสอบถามตนดองว่าเป้าหมายชีวิตที่ต้ังเป้าหมายไว้น้ันมีข้อใดที่ทา
สาเรจ็ ลุล่วงแล้ว หรอื ต้องแก้ไขปรบั ปรงุ วิธกี ารทจี่ ะทาใหป้ ระสบความสาเร็จใหร้ วดเร็วย่ิงขึ้น

การปรับปรุงแก้ไข (A = Action) คือการนาปัญหามาปรับปรุงแก้ไขการดาเนินงานโดยนาผลการ
ประเมนิ มาปรบั ปรุง หรือพฒั นาวธิ ีการทาใหช้ ีวติ ประสบความสาเรจ็ มากย่งิ ข้ึน


Click to View FlipBook Version