พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช องค์ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์พระนามเดิมว่า
ด้วง หรือทองด้วง พระราชบิดาคือพระสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก นามว่าทองดี สืบเช้ือสายมาจากพระ เจ้าพระยา
โกษาธบิ ดี (ปาน) พระราชมารดาพระนามว่า หยก หรือดาวเรือง พระองค์เสด็จพระบรมราชสมภพที่กรุงศรีอยุธยาใน
รัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เมื่อวันพุธท่ี ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๒๗๙ ต่อมาพระองค์ได้ถวายตัวรับราชการเป็น
มหาดเล็กในสมเด็จเจ้าฟ้าอุทุมพร ขณะดารงพระยศสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ จากน้ันทรงพระผนวชที่วัดมหาทลายเป็น
เวลา ๑ พรรษา แลว้ ทรงลาสิกขากลับเข้ารับราชการเป็นมหาดเล็กหลวง ต่อมา พ.ศ.๒๓๐๔ สมเด็จพระเจ้าเอกทัศทรง
พระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เป็นหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี และได้ทรงสมรสกับธิดาของคหบดี ชื่อ นาก หรือ นาค
(ตอ่ มา คือ สมเด็จพระอมรินทราบรมราชนิ ี) ทต่ี าบลอัมพวา แขวงเมืองสมุทรสงคราม
“ยกกระบัตรหรอื ยกุ รบตั ร” เป็นตาแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งจากพระเจ้าแผ่นดิน โดยผู้ที่เป็นขุนนางหรือผู้มีตระกูล
จากราชสานัก และถูกสง่ ไปควบคุมดแู ลหัวเมอื งอย่างใกล้ชิด แม้ว่าจะมีเจ้าเมือง กรมการเมือง ตลอดจนผู้บริหารระดับ
ทอ้ งถิ่นอันประกอบดว้ ย หม่ืนแขวงทาหนา้ ที่ดูแลแขวง (อาเภอ) พัน (กานัน) ทาหน้าที่ดูและตาบล และผู้ใหญ่บ้านทา
หน้าท่ีดูแลหมู่บ้านแล้วก็ตาม จ่าเมืองต้องรายงานราชการทุกอย่างให้ยกกระบัตรทราบ ยกกระบัตรต้องดาเนินการใน
การจัดเกบ็ ส่วยต่างๆ ส่งเมืองหลวง และมหี นา้ ท่ีในการสงั่ การเก่ียวกับศึกสงคราม การก่อสร้าง ปฏิสังขรณ์วัดและกาพง
เมอื ง การขุดคลองฯลฯ
หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ.๒๓๑๐ และเม่ือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกอบกู้เอกราชและ
สถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีแห่งใหม่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอกฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงเสด็จเข้ารับราชการใน
พ.ศ.๒๓๑๑ โดยเป็นท่ีพระราชวรินทร์ในกรมพระตารวจหลวง ทรงเป็นกาลังสาคัญของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ในการก้เู มอื งหลายครัง้ ยังผลใหท้ รงได้รบั พระราชทานบาเหน็จความชอบเล่ือนบรรดาศักดิ์เป็นลาดับมา นับแต่เป็นพระ
ยาอภยั รณฤทธิ์ จางวางกรมพระตารวจหลวง พระยายมราช ว่าที่สมุหนายก เจ้าพระยาจักรี และสมเด็จเจ้าพระยามหา
กษตั รยิ ์ศกึ รบั พระราชทานเครือ่ งยศอยา่ งเจา้ ต่างกรม
ครั้นถึงพ.ศ. ๒๓๒๔ ทรงเปน็ แม่ทัพไปปราบจลาจลที่เมืองเขมร ยังไม่ทันจะจัดการได้สาเร็จเน่ืองจากทรงทราบ
ข่าวว่ากรุงธนบุรีเกิดจลาจล จึงยกทัพกลับมาปราบปรามจนเหตุการณ์สงบเรียบร้อย มุขอามาตย์มนตรีและราษฎรจึง
พร้อมกันกราบทูลเชิญเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ เม่ือวันท่ี ๖ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕ เป็นองค์ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรม
ราชจักรีวงศ์ อีกทั้งโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท สมเด็จพระอนุชาธิราช ให้ทรงดารง
ตาแหนง่ กรมพระราชวงั บวรสถานมงคล (วงั หน้า)
เมื่อพระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราชเสด็จข้ึนครองราชย์สมบัติแล้ว ทรงสถาปนาราชธานีแห่ง
ใหม่ โดยมีราชดารวิ ่า ฝั่งตะวันออกของแม่น้าเจ้าพระยามีลักษณะภูมมิประเทศเป็นชัยภูมิทางยุทธศาสตร์อันมั่นคงกว่า
ฝ่ังตะวันตก สามารถป้องกันข้าศึกและขยายพระนครได้สะดวก โดยถือเอาแม่น้าเจ้าพระยาเป็นคูเมืองทิศตะวันตกและ
ทิศใต้ ทรงประกอบพิธีเสาหลักเมืองวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕ จากนั้นโปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชมณเฑียรด้วย
เครื่องไม้เป็นท่ีประทับช่ัวคราว เม่ือแล้วเสร็จจึงทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกโดยสังเขปเมื่อวันที่ ๑๐
มิถุนายน พ.ศ.๒๓๒๕ จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯให้ก่อสร้างพระมหาราชวัง พระราชวังบวรสถานมงคล (ต่อมา
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้เรียกว่าพระบรมมหาราชวังและพระบวรราชวัง) และพระนคร
เป็นการถาวรตอ่ ไป การก่อสร้างพระนครในคร้ังนน้ั ได้แก่ การก่อสร้างกาแพงพระนคร การสร้างป้อมรอบพระนคร การ
แบ่งสรรพื้นท่ใี ห้ราษฎรทกุ เช่อื ชาตไิ ด้อย่อู าศยั ภายในพระบรมโพธิสมภาร การขุดคูเมอื งดา้ นทิศตะวันออก พระราชทาน
ชื่อว่า คลองรอบกรงุ และโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองใหญ่เหนอื วดั สระเกศ พระราชทานช่ือว่า คลองมหานาค
การก่อสร้างพระบรมมหาราชวังทาตามแบบแผนของพระราช วังหลวงสมัยอยุธยา คือสร้างติดแม่น้า โดยใช้
กาแพงเมืองด้านข้างแม่น้าเป็นกาแพงพระบรมมหาราชวังช้ันนอก และสร้างพระอารามหลวงอยู่ภายใน
พระบรมมหาราชวัง พระราชทานนามว่า วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตามแบบวัดพระศรีสรรเพชญ์ ซ่ึงต้ังอยู่ใน
พระราชวังหลวงของกรุงศรีอยุธยา เม่ือก่อสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามแล้วเสร็จใน พ.ศ.๒๓๒๗ จึงโปรดเกล้าฯ ให้
อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) มาประดิษฐานในพระอุโบสถหลังจากน้ันใน พ.ศ. ๒๓๒๘ จึง
โปรดเกล้าฯให้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกคร้ังท่ี๒ให้สมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี อีกทั้งโปรดให้มีการพิธี
สมโภชเฉลิมฉลองพระนครและพระราช ทานนามพระนครว่า “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุทธยา
มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมณ์ อุดมราชนิเวศน์มหาราชอมริมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธ์ิ ”
ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงแปลงสร้อยคาว่า “บวรรัตนโกสินทร์”เป็น“อมร
รตั นโกสินทร์”
พระราชกรณยี กจิ
พระราชสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงประกอบพระราชกรณียกจิ ท่ีสาคัญหลายประการ ดังน้ี
ดา้ นการเมืองการปกครอง
พระราชกรณยี กิจที่สาคญั คือ การปอ้ งกนั พระราชอาณาจกั รให้ดารงอยู่มั่นคง การศึกคร้ังใหญ่ ทรงจัดระเบียบ
การปกครองภายในพระราชอาณาจกั ร โดยยึดแบบอยา่ งแตค่ รง้ั อยุธยา
ดา้ นกฎหมาย
พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย เพื่อใช้
เปน็ หลักในการควบคุมและจัดระเบียบสังคม โดยโปรดให้ข้าราชการท่ีมีความรู้ในราชประเพณีและการบริหารราชการ
แผ่นดิน ร่วมกันชาระและปรับปรุงระเบียบแผนในการปฏิบัติราชการรวมท้ังชาระพระราชกาหนดกฎหมายที่ยึดถือกัน
มาให้ถูกต้อง แล้วจัดหมวดหมู่ให้อาลักษณ์ชุบเส้นหมึกไว้สามชุด แต่ละชุดประทับตรา ๓ ดวง คือ ตราพระราชสีห์
(มหาดไทย) ตราพระคชสหี ์(กลาโหม) และ ตราบัวแก้ว (กรมทา่ ) เรียกวา่ ”กฎหมายตราสามดวง”
ดา้ นขนบธรรมเนยี มประเพณี
พระองคโ์ ปรดเกลา้ ฯให้ฟ้นื ฟูขนบธรรมเนยี มและราชประเพณีต่างๆ แต่คร้ังกรุงศรีอยุธยา เช่น พระราชพิธีบรม
ราชาภเิ ษก พระราชพธิ โี สกนั ต์ และพระราชพิธถี ือนา้ พระพพิ ฒั นส์ ัตยา
ดา้ นศาสนา
พระองค์มีพระราชดาริเร่งฟื้นฟูพระพุทธศาสนาเพ่ือเป็นท่ียึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนจึงทรงสถาปนา
พระเถระที่มั่นคงอยู่ในพระวินัยเป็นพระราชาคณะผู้ใหญ่จนตาแหน่งพระสังฆราช ทรงกวดขันสมณปฏิบัติ อีกทั้งทรง
ตรากฎข้อปฏิบัติสาหรับภิกษุสงฆ์หลายฉบับ นอกจากนี้โปรดเกล้าฯให้มีการสังคายนาพระไตรปิฎก เม่ือ พ.ศ. ๒๓๓๑
อีกท้ังโปรดเกล้าฯ ใหส้ ร้างและปฏสิ งั ขรณ์พระอารามตา่ งๆส่วนวดั ประจารชั กาล คือ วัดพระเชตุพนวมิ ลมังคลาราม
ด้านศลิ ปกรรม
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างปราสาทราชมณเฑียรและพระอารม
ต่างๆ เช่น พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดราชบุรณ วัดพระเชตุพนวิมลลังคลาราม วัดระฆังโฆสิตา
ราม วดั ดสุ ิดาราม เปน็ ตน้ รวมท้งั ศลิ ปวตั ถุต่างๆ ซง่ึ เปน็ สมบตั ิของชาติสบื มาจนปัจจบุ นั
ด้านวรรณกรรม
พระองคโ์ ปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมพงศาวดารและเอกสารสาคัญของบ้านเมืองมาชาระเรียบเรียงใหม่ อีกท้ังทรง
ริเร่ิมสร้างสรรค์วรรณกรรม ดังพระราชนิพนธ์หลายเร่ือง ได้แก่ บทละครเร่ืองรามเกียรติ์ อุณรุท อิเหนา ดาหลัง และ
กลอนเพลงยาวนิราศเร่ืองรบพม่าที่ท่าดินแดง นอกจากนี้พระองค์ทรงส่งเสริมนักปราชญ์ราชบัณฑิตให้สร้างสรรค์
ผลงานต่างๆ
ตลอดรชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช เสดจ็ สวรรคตเม่อื วนั พฤหสั บดที ่ี ๗ กนั ยายน
พ.ศ.๒๓๕๒ พระชนมพรรษา ๗๓ พรรษา ทรงดารงสริ ิราชสมบตั ิ ๒๗ ปีต่อ มาในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้
เจ้าอยูห่ วั รชั กาลที่ ๖ มพี ระบรมราชโองการ โปรดเกลา้ ฯให้สถาปนาวันที่ ๖ เมษายน ของทุกปี เป็นวนั พระบรมราชา
นุสรณ์แหง่ พระบรมราชจักรวี งศเ์ รยี กว่า”วนั จกั รี” ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ในโอกาสท่กี รงุ เทพ มหานครมอี ายุครบ
๒๐๐ ปี คณะรัฐมนตรีมมี ติเมื่อในวนั ที่ ๒๗ กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๒๕ ใหเ้ ทดิ พระเกียรติถวายพระราชสมัญญา
พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช และให้เปลย่ี นช่ือ “วันจกั รี”ในวันท่ี ๖ เมษายนของทุกปีเป็น “วนั
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช และวันท่ีระลึกมหาจักรบี รมราชวงศ์”
พระราชกรณยี กจิ สาคัญทเ่ี ก่ียวข้องกับเมอื งราชบุรี
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงมีพระราชกรณียกิจของท่ีเก่ียวข้องกับเมืองราชบุรี ต้ังแต่เมื่อคร้ัง
ทรงดารงตาแหน่งยกกระบัตรเมืองราชบุรี พระยาจักรี จนกระท่ังพระองค์เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็น
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกพระปฐมบรมกษตั รยิ แ์ ห่งราชวงศจ์ ักรี ดงั ต่อไปนี้
ยกกระบตั รเมอื งราชบุรี
ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ (พ.ศ. ๒๓๐๑-๒๓๑๐) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
มหาราช ทรงเป็นยกกระบัตรเมืองราชบุรี โดย“ยกกระบัตรหรือยุกรบัตร”เป็นตาแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งจากพระเจ้า
แผ่นดิน โดยเลือกจากผู้ที่เป็นขุนนางหรือผู้มีตระกูลจากราชสานัก ในพระไอยการอาญาหลวงระบุไว้ว่า “..ถ้าจะต้ัง
ยกกระบัตรให้ตั้งผู้มีตระกูลอันเป็นราชการรู้ขนบธรรมเนียมในเมืองหลวงไป...” ยกกระบัตรถูกส่งไปควบคุมดูแลหัว
เมืองอย่างใกล้ชิด แม้ว่าเมืองน้ันๆจะมีเจ้าเมือง กรมการเมือง ตลอดจนผู้บริหารระดับท้องถ่ินอันประกอบด้วย หมื่น
แขวงทาหน้าท่ีดูแลแขวง (อาเภอ) พัน (กานัน) ทาหน้าท่ีดูและตาบล และผู้ใหญ่บ้านทาหน้าท่ีดูแลหมู่บ้านแล้วก็ตาม
จ่าเมืองต้องรายงานราชการทุกอย่างให้ยกกระบัตรทราบ ยกกระบัตรต้องดาเนินการในการจัดเก็บส่วยต่างๆ ส่งเมือง
หลวง และมีหน้าที่ในการสั่งการเกี่ยวกับศึกสงคราม การก่อสร้าง ปฏิสังขรณ์วัดและกาแพงเมือง การขุดคลองฯลฯ
นอกจากน้ี ยกกระบัตรยังมีหน้าท่ีในการตัดสินคดีความ ร่วมกับเจ้าเมือง ปลัดเมืองและกรมการ พิจารณาคดีท่ีไม่ใช่
ความอุกฉกรรจ์มหนั ตโทษ สว่ นคดีอุกฉกรรจ์มหนั ตโทษน้ัน เจ้าเมืองจะต้องส่งไปชาระยังกรุงศรีอยุธยา ดังกาหนดไว้
ในพระอัยการอาญาหลวงว่า “...อน่ึงราษฎรจร้องทุกข์ ก็ให้ร้องฟ้องแก่ยุกรบัตร ก็ให้ยุกรบัตรเอาคดีอันเขามาร้องฟ้อง
นั้นให้พิจารณา จงเป็นสัจเปน็ ธรรมใหเ้ หนผิดแลชอบ...”
ศึกนางแกว้
ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน พ.ศ. ๒๓๑๗ เม่ือพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชยังทรง
ดารงตาแหน่งเจ้าพระยาจักรีนั้น เกิดสงครามระหว่างไทยกับพม่าครั้งสาคัญ นับเป็นศึกคร้ังท่ี ๘ ในจานวนทั้งหมด ๑๐
คร้ัง ตั้งแต่หลังเสียกรุงศรีอยุธยาจนถึงส้ินรัชกาลพระกรุงธนบุรี เรียกว่า “ศึกนางแก้ว” พระบาทสมเด็จพระพุทธยอด
ฟา้ จฬุ าโลกมหาราช ได้รับพระมหากรณุ าโปรดเกล้าฯให้เป็นแม่ทัพช่วยรบกับพม่าที่สมรภูมิบ้านนางแก้วนี้ เน่ืองจากอะ
แซหวุน่ ก้ียกทัพตามครวั มอญมาถึงเมืองเมาะตะมะเม่อื รูว้ ่าพระยาแจง่ หัวหน้าครัวมอญพาครอบครัวหนีมาไทยทางเจดีย์
สามองค์ จงึ ให้งุยอคงหง่นุ แม่ทัพคราวตีกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.๒๓๑๐ คมุ พลลงมาปลน้ ทรัพย์จับเชลยในแขวงเมืองราชบุรี
สมุทรสงคราม และเพชรบุรี ถึงบ้านนางแก้ว (ปัจจุบันอยู่ในเขตอาเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี) พร้อมท้ังตั้งค่ายข้ึน
สามค่าย ครนั้ น้ันสมเดจ็ พระเจา้ กรุงธนบรุ ีทรงยกทพั เรือไปยังเมืองราชบุรีตั้งค่ายอยู่ทางตะวันตกของแม่น้าแม่กลองเขต
ตาบลเขาพระ โปรดฯ ให้พระเจา้ ลูกยาเธอพระองคเ์ จ้าจุ้ย กับพระธเิ บศบดี ต้งั ค่ายมั่นที่โคกกระต่าย ห่างจากค่ายวัดเขา
พระไปประมาณ ๔๐ เสน้ รกั ษาเมอื งราชบรุ ีไว้ร่วมกับทัพทหารจนี ใหพ้ ระยาอินทรอภัยรกั ษาหนองนา้ เขาช่ัวพราน (เขา
ช่องพรานปัจจุบัน) อันเป็นท่ีเลี้ยงช้างม้าและเส้นทางลาเลียงอาหาร ให้พระยารามัญวงศ์คุมทหารรักษาหนองน้าท่ีเขา
ชะงุ้ม การรบคร้ังน้ีใช้เวลานานกว่าเดือนครึ่ง เม่ือเจ้าพระยาจักรี และเจ้าพระยาสุรสีห์ เสด็จจากทางเหนือ จึงลงมา
ชว่ ยรบพมา่ ทเ่ี มอื งราชบรุ ี ในทส่ี ุดกองทัพพม่ากพ็ า่ ยแพ้ไป การศึกครัง้ นย้ี กทัพเขา้ มาทางด่านเจ้าเขวา้ ดว้ ย
สงครามเก้าทพั
เม่ือพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีวงศ์ ทรงสถาปนากรุง
รตั นโกสนิ ทร์ฯ เป็นราชธานีเมือปี พ.ศ. ๒๓๒๕ และเสด็จครองราชย์ได้เพียง ๓ ปี ก็เกิดสงครามท่ีย่ิงใหญ่ที่สุดคร้ังหนึ่ง
ในประวัติศาสตร์ไทยคือ “สงครามเก้าทัพ” ในสงครามครั้งน้ีพระองค์ทรงเป็นจอมทัพบัญชาการรบร่วมกับสมเด็จพระ
อนุชาธริ าช สงครามเกา้ ทัพครัง้ นี้ พระเจา้ ปดงุ แห่งพมา่ ทรงจัดกองทัพใหญ่รวมเป็น ๙ ทัพ ยกมาตีอาณาจักรไทย โดย
ทัพที่ ๒ ยกเข้ามาทางด้านบ้องต้ี เพื่อมาตีหัวเมืองฝ่ายตะวันตก คร้ังนั้นราชบุรีเป็นสมรภูมิรบท่ีสาคัญอีกคร้ังเมื่อ
เจา้ พระยาธรรมา (บญุ รอด) กับเจ้าพระยายมราชได้รับพระราชโองการให้คุมกาลังพลมาตั้งรบที่เมืองราชบุรี เพื่อรักษา
ทางลาเลยี งของกองทัพกรมพระราชวงั บวรสถานมงคลที่คุมทพั ใหญอ่ ยทู่ ่ีกาญจนบรุ ี แตส่ องแม่ทัพไทยประมาท ทัพพม่า
จึงสามารถล่วงเข้ามาตั้งค่ายอยู่ที่ทุ่งเขางู แล้วลักลอบเก็บผลหมากมะพร้าวของสวนในแขวงเมืองราชบุรีเอาไปส่ง
กองทัพได้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพิโรธและทรงให้ลงพระราชอาชญา เม่ือกรม
พระราชวังบวรสถานมงคลเสร็จสงครามจากกาญจนบุรีแล้ว จึงยกกองทัพมาช่วยรบพม่าที่บริเวณทุ่งเขางู จนทัพพม่า
แตกพ่ายไปในท่สี ดุ
การเขา้ มาต้ังถนิ่ ฐานของกลุม่ ชาติพนั ธุ์ในเมืองราชบุรี
พ.ศ. ๒๓๒๑ ในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงโปรดฯให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
มหาราชเม่ือครั้งดารงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก พร้อมด้วยเจ้าพระยาสุรสีห์ยกทัพไปปราบเมือง
เวยี งจันทน์ เมอ่ื ยึดเมืองเวียงจนั ทนไ์ ด้แลว้ จึงได้กวาดต้อนครอบครัวลาวเวียงจันทน์ ทรัพย์สิน อาวุธต่างๆ ลงมาให้รวม
ไวท่สี ระบุรี บางส่วนสง่ มาอยู่ทเี่ มืองราชบุรีด้วย
พ.ศ.๒๓๔๕ พระเจา้ ปดงุ ไดย้ กทัพเขา้ มาตีเมืองเชียงใหม่พระบาท สมเด็จ พระพทุ ธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช
ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้หลวงเทพหริรกั ษ์ พระยายมราช และแม่ทัพนายกองยกกองทัพไปตีค่ายพม่าที่เข้ามาลอ้ ม
เมืองเชียงใหม่แตกพ่ายหนีไปซ่องสุมกาลังพลอยูท่ ่เี มืองเชียงแสน ปี ๒๓๔๖ กองทพั ของวังหลวงยกขึ้นไปตีพม่าทเี่ มือง
เชียงแสน (อาเภอเชยี งแสน จังหวัดเชียงรายในปัจจุบัน) โดยมีกองทัพจากเมืองลาปาง นา่ น เชียงใหม่ และเมือง
เวียงจนั ทน์เขา้ ร่วมตีจนพมา่ แตกพา่ ยไปในเดือน ๕ ปีชวด พ.ศ. ๒๓๔๗ เมอื่ เขา้ เมืองได้แล้ว ได้ทาการรอื้ กาแพงเมอื ง
และบ้านเรือนมใิ ห้เป็นทอี่ าศัย แล้วได้อพยพกวาดต้อนผคู้ นชาวโยนกเชยี งแสน (ไทยยวน) ใหล้ งมาต้งั ถิน่ ฐานลงมาที่
กรงุ เทพฯ สระบุรี ส่วนท่ีเหลอื พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราชทรงโปรดเกล้าให้มาต้ังถิ่นฐานอยทู่ เี่ มือง
ราชบุรี บริเวณบ้านไรน่ ทีรมิ ผ่ังขวา (ตะวนั ตก) ของแมก่ ลองห่างจากตัวเมืองราชบุรีในปจั จุบนั ไปทางตะวนั ออก
ประมาณ ๒ กิโลเมตร (บริเวณวัดศรีชมพูตลอดไปจนถึงวัดเทพอาวาสในปจั จบุ ัน) ซึง่ ต่อมาชาวโยนกเชียงแสน (ไทย
ยวน) เหล่านี้ไดม้ ีการอพยพโยกยา้ ยไปต้ังบา้ นเรอื นอยู่อาศัยกันท่ที ้องท่ตี าบลคูบัว ตาบลอนแร่ อาเภอเมืองราชบรุ ี และ
ในท้องที่อาเภอต่างๆ ของจงั หวดั ราชบรุ ี อกี หลายอาเภอ จนในทีส่ ุดไดก้ ลายเป็นประชากรส่วนหนึ่งของเมอื งราชบุรี
ด้วยเหตุท่ีพระองค์ทรงมีความเก่ียวพันกับอย่างใกล้ชิดกับเมืองราชบุรีมาโดยตลอด ชาวราชบุรีนาโดย ร.ต.ท.
เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกผู้แทนราษฎรในขณะนั้น จึงได้ร่วมใจกันขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลท๙่ี สรา้ งพระบรมราชานสุ าวรียพ์ ระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ข้ึนประดิษฐานไว้ที่เชิงเขาแก่นจันทร์ ริมถนนเพชรเกษม ตาบลหน้าเมือง อาเภอเมืองราชบุรี ในคราวสมโภชน์กรุง
รตั นโกสินทร์ ๒๐๐ ปี พ.ศ.๒๕๒๕ แลว้ ตอ่ มาจึงไดร้ ่วมกรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนข้าราชการพลเรือน
ทหาร ตารวจ พอ่ คา้ และประชาชนดาเนินการบูรณะปรับปรุงแท่นฐานพระบรมราชานุเสาวรีย์ให้สูงขึ้นและมีความสง่า
งามสมพระเกียรติยศดังที่ปรากฏในปัจจุบันจนแล้วเสร็จเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๔๑ ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๒ จังหวัด
ราชบุรีพร้อมด้วยประชาชนจังหวัดราชบุรีได้พร้อมใจกันปรับปรุงบริเวณโดยรอบให้เป็น “สวนสาธารณะจักรีอนุสรณ์
สถาน” เพ่อื เปน็ สถานทีพ่ ักผ่อนหย่อนใจของประชาชนและถวายเป็นราชสักการะเน่ืองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงมีพระชนมายุครบ ๕ รอบ ในวันท่ี ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๒