รายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพ
โรงเรียนวัดลาดบัวขาว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2
----------------------------------------------
ชื่อผลงาน : แนวทางการพฒนาทักษะชีวิต ส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน โดยใช้โครงงานเป็นฐานสู่การเรียนรู้
ั
บูรณาการทักษะอาชีพ โครงการ 1 ห้องเรียน 1 โครงงาน (One Class One Project)
ชื่อผู้เสนอผลงาน : นางนวลจันทร์ ฮวดลิ้ม
โรงเรียนวัดลาดบัวขาว อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เครือข่ายที่ 2
1. ความสำคัญของผลงาน
ตามทกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดให้มีการปฏิรูปการศึกษาโดยมีจุดเน้นให้ผู้เรียนได้พฒนา
ี่
ั
ความสามารถ ทักษะและคุณลักษณะ ซึ่งทักษะชีวิตเป็นจุดเน้นด้านความสามารถและทักษะที่เด็กและ
เยาวชนจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะชีวิต อย่างรอบด้าน เป็นภูมิคุ้มกันพื้นฐาน
ที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเผชิญกับปัญหาและความท้าทายในการดำรงชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โรงเรียนวัดลาดบัวขาวเห็นความสำคัญและตระหนักในเรื่องนี้ จึงได้จัดกิจกรรมสร้างความตระหนัก
ด้านอาชีพขึ้น โดยใช้โครงงานเป็นฐาน โดยมีเป้าหมายเขิงคุณภาพให้นักเรียนในแต่ละระดับชั้น
เห็นคุณค่าของการทำงาน เห็นความสำคัญของการประกอบอาชีพมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต
มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่มุ่งเน้นการมีงานทำและความคิดสร้างสรรค์ รักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้ง
รู้ช่องทางการประกอบอาชีพในอนาคต เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนให้รู้จักคิด
เรียนรู้การทำงาน แก้ปัญหา และร่วมมือกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะอาชีพเป็นหนึ่ง
ในทักษะที่มีในแนวคิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่สำคัญและจำเป็นยิ่ง โดยเน้นที่ทักษะให้บุคคล
สามารถวิเคราะห์ตนเอง เลือกอาชีพเพื่อสนองความต้องการของตนเองได้ นอกจากนี้ทักษะการ
ดำรงชีวิตในสังคมและทักษะอาชีพก็เป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญ ทั่วโลกยกให้เป็นทักษะที่สำคัญไม่น้อย
ไปกว่าความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่อาจจะกลายเป็นทักษะที่ผู้ปกครองไทยให้ความสำคัญน้อยกว่า
ทักษะเชิงวิชาการ นักเรียนไทยจึงขาดทักษะในการนำตัวเองไปในทิศทางที่เหมาะสม ทักษะชีวิตและ
ทักษะอาชีพ จึงเป็นการเรียนรู้ที่โรงเรียนต้องจัดให้นักเรียนและครูต้องสอน
2. จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
ั
ั
2.1 เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน ด้วยการพฒนาทักษะชีวิตและทกษะอาชีพ
โดยใช้โครงงานเป็นฐาน ให้แก่นักเรียนตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
2.2 เพื่อปลูกฝังและพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพให้แก่นักเรียนให้เห็นความสำคัญและรู้คุณค่าของ
อาชีพ เพอสามารถนำไปปรับประยุกต์สู่ชีวิตจริง
ื่
2.3 เพื่อส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
อย่างมีประสิทธิภาพ
2.4 เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศกษาของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
ึ
3. กระบวนการผลิตผลงาน / ขั้นตอนการดำเนินงาน
โรงเรียนวัดลาดบัวขาวมีนโยบายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการ
เรียนรู้ ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 จึงได้นำแนวทางดังกล่าวมาใช้เพื่อเป็น
เครื่องมือพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยส่งเสริมให้ครูมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ด้วย
แนวคิดเชิงระบบ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (PLC) และพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย
ออกแบบการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนด้านการคิดวิเคราะห์ ทักษะการทำงาน รู้จักสร้างองค์ความรู้
ด้วยตนเองและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งสอดคล้องกับความคาดหวัง
ของผู้ปกครองและชุมชนที่ต้องการให้โรงเรียนพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดี มีปัญญาและมีความสุข
ในขั้นเตรียมการ ได้ศึกษาและวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน เศรษฐกิจ สังคม ค่านิยม ปัญหาและความ
ต้องการ วิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ วางแผนการดำเนินงาน
จัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการให้เหมาะสมกับผู้เรียน โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based
Learning)
การดำเนินการตามขั้นตอน
โรงเรียนวัดลาดบัวขาวได้พัฒนาศักยภาพครูและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในขั้นตอนการ
ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้และการพัฒนา การจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ /แก้ไข / ปรับปรุง และพัฒนา ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวทำให้เกิดนวัตกรรมที่เป็นการปฏิบัติที่
เป็นเลิศ การพัฒนาทักษะชีวิต ส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน โดยใช้โครงงานเป็นฐาน สู่การเรียนรู้
ได้แก ่
3.1 ศึกษาและวิเคราะห์ปัญหา
3.2 วางแผนการดำเนินงานเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้สู่ความเป็นเลิศ
3.3 ดำเนินการตามแผน
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project
Based Learning) พัฒนาทักษะชีวิต ส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน เน้นกระบวนการ
ทำงาน กระบวนการกลุ่ม การคิดวิเคราะห์ เน้นการฝึกปฏิบัติจริง มีคุณธรรม รักการทำงาน
และมีความรับผิดชอบ ซึ่งโรงเรียนวัดลาดบัวขาวได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการ ในรูปแบบ
กิจกรรมบูรณาการแบบสอดแทรก บูรณาการในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ บูรณาการกับกิจกรรม
ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้
3.4 กำหนดวิธีการ ขั้นตอนการปฏิบัติโครงงานอาชีพ โดยมีครูคอยแนะนำและประเมินผลงาน
3.5 จัดทำโครงการ 1 ห้องเรียน 1 โครงงาน (One Class One Project)
การสังเคราะห์ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน มีขั้นตอนการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ 6 ขั้นตอน ดังนี้
1. ให้ความรู้พื้นฐาน (Basically Knowledge) โดยครูเตรียมแหล่งข้อมูล เตรียมสื่อข้อมูล
เกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานที่ต้องการให้นักเรียนรู้ในเบื้องต้น เพอให้ผู้เรียนเห็นขอบเขตของ
ื่
การศึกษาในครั้งนี้ รวมถึงกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน ดึงดูดผู้เรียนให้เกิดความสนใจ
2. เลือกหัวข้อที่สนใจ (Define) ผู้เรียนร่วมกันศึกษาถึงความเป็นไปได้ในหัวข้อที่ตนเอง
สนใจจะศึกษา ค้นคว้า หาข้อสรุป
3. วางแผน (Plan) ผู้เรียนร่วมกันกำหนดขั้นตอนการดำเนินงาน กำหนดระยะเวลาและ
แบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ โดยมีครูคอยให้คำปรึกษา
4. ลงมือปฏิบัติ (Do) โดยการดำเนินการตามแผนที่วางไว้และร่วมกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย โดยมีครูคอยอำนวยความสะดวกในการลงมือปฏิบัติ
5. นำเสนอและอภิปราย (Presentation and Discussion) ให้ผู้เรียนนำเสนอผลงาน
เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
6. การวัดและประเมินผล (Evaluation) เป็นการประเมินผลงานตามสภาพจริง โดยการ
ประเมินตนเอง ประเมินโดยเพื่อนและครู และมีการให้ข้อคิดเห็นสำหรับผลงาน เพื่อนำ
กลับมาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาผลงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นักเรียนฝึกปฏิบัติงานโดยมีครูเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำเพมเติม เพื่อให้ได้ผลงานที่ดียิ่งขึ้น
ิ่
โดยจัดทำโครงงานดังนี้
• ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ชื่อโครงงานเจลล้างมือแอลกอฮอล์
• ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ชื่อโครงงานไข่เค็มแสนอร่อย
• ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ชื่อโครงงานถั่วงอกคอนโด
• ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ชื่อโครงงานเค้กกล้วยหอมจอมซน
• ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ชื่อโครงงานเกษตรพอเพียง
• ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชื่อโครงงานผ้ามัดย้อม
• ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ชื่อโครงงานน้ำสมุนไพร
• ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ชื่อโครงงานผักปลอดสารพิษ
• ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ชื่อโครงงานผักสวนครัว รั้วโรงเรียน
3.6 การนิเทศกำกับติดตามแบบกัลยาณมิตรอย่างต่อเนื่อง
ี
การการนิเทศภายในของโรงเรียนวัดลาดบัวขาว จะมการนิเทศในหลายลักษณะ ได้แก่
▪ นิเทศโดยการประชุมในการประชุมประจำเดือน
▪ นิเทศจากฝ่ายวิชาการ เป็นการนิเทศแบบกัลยาณมิตร มีการร่วมคิด ร่วมแก้ปัญหา
มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (PLC) โดยการอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย
▪ ผู้สอนในช่วงชั้นเดียวกันจะจับกลุ่มนิเทศกันแบบกัลยาณมิตร เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ั
และให้คำปรึกษาซึ่งกันและกน
ในรูปแบบการนิเทศที่มีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน การนิเทศแบบกัลยาณมิตร
เป็นวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ในขั้นตอนการดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้ครู
ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อช่วยเหลือซึ่งกัน
และกัน โดยครูในช่วงชั้นเดียวกัน จะเป็นกลุ่มนิเทศที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการ
สังเกตการสอน ให้ข้อเสนอแนะ ในการปรับปรุงการเรียนการสอน จากผลการดำเนินงาน
ทำให้เกิดบรรยากาศ ในการทำงานที่อบอุ่น จากการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้เกิด
ความรัก ความจริงใจ และความร่วมมือในองค์กร ส่งผลให้โรงเรียนได้พัฒนากระบวนการ
จัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีคุณภาพ ตามมาตรฐานการศึกษาและบรรลุผลตามนโยบาย
เป้าหมาย และทิศทางการจัดการศึกษาของโรงเรียน
3.7 วัดและประเมินผล เพื่อแก้ไขปรับปรุง พัฒนา
3.8 สรุป / รายงานผล นำผลงานที่ได้จากการปฏิบัติจริง ไปจัดนิทรรศการ เผยแพร่ จำหน่าย
4. ผลการดำเนินงาน / ประโยชน์ที่ได้รับ
4.1 จากการที่ครูผู้สอนได้พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ทำให้นักเรียน มีคุณลักษณะ ใฝ่รู้
ใฝ่เรียน สามารถแก้ปัญหา และแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง มีทักษะกระบวนการคิด
มีกระบวนการในการทำงาน มีความสามารถในการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ในการทำงาน
มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่โรงเรียนกำหนด
4.2 ผลการดำเนินงานตามโครงการ 1 ห้องเรียน 1 โครงงาน (One Class One Project)
เกิดผลดี กล่าวคือ
• นักเรียนได้แสวงหาความรู้ในงานอาชีพอิสระที่ตนเองสนใจ โดยศึกษาจากประสบการณ ์
ตรงและได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
• นักเรียนได้ฝึกกระบวนการทำงาน ฝึกความรับผิดชอบ มีวินัย และฝึกการทำงานร่วมกับ
ผู้อื่น สอดคล้องกับมาตรฐาน ในเรื่องนักเรียนมีทักษะในการทำงาน มีเจตคติที่ดีต่อ
อาชีพสุจริต
• ครูเป็นผู้ให้คำแนะนำ ดูแล เป็นที่ปรึกษาและคอยติดตามนักเรียนอย่างใกล้ชิดทำให้เกิด
ปฏิสัมพันธ์อันดีระหว่างครูกับนักเรียน
• ผู้ปกครองเห็นชอบ ให้การสนับสนุน และคอยติดตาม มีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียนรู้ของ
นักเรียน
• คณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชนส่งเสริม สนับสนุน ในด้านต่างๆ เช่น งบประมาณ
วิทยากรท้องถิ่น เป็นต้น และให้ความร่วมมือต่อกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นอย่างดี
5. ปัจจัยความสำเร็จ
โรงเรียนวัดลาดบัวขาว มีการดำเนินกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ โดยมีการบูรณาการ
กิจกรรมทักษะอาชีพโดยใช้โครงงานเป็นฐาน ให้กับนักเรียนในแต่ละระดับชั้น ในโครงการ
1 ห้องเรียน 1 โครงงาน (One Class One Project) เพื่อสร้างอาชีพให้นักเรียน โดยผ่าน
กระบวนการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการดำเนินการการพัฒนา
ทักษะชีวิต ส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียน สู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ครูผู้สอนซึ่ง มีความ
ตระหนัก เห็นความสำคัญ และมีความพยายามที่จะพัฒนาการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยภายนอก ที่ทำให้กิจกรรมต่าง ๆ ประสบผลสำเร็จ ได้แก่
• ผู้บริหาร ซึ่งให้ความสำคัญ ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางวิชาการทุกด้าน
กำหนดนโยบายให้มีการจัดการเรียนรู้บูรณาการไว้ชัดเจนและจัดกิจกรรมในการพัฒนาครู
และพัฒนานักเรียนอย่างต่อเนื่อง
• นโยบายของโรงเรียน กำหนดให้มีการดำเนินการจัดกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ โดยมี
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการกิจกรรมทักษะอาชีพ อย่างต่อเนื่อง
• ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานภายนอก ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือโรงเรียนในด้านต่าง ๆ
เป็นอย่างดีช่วยเหลือในการระดมทรัพยากรในการจัดการศึกษาให้ความอนุเคราะห์โรงเรียน
ในเรื่องแหล่งเรียนรู้ และเป็นวิทยากรแก่นักเรียน
• การพัฒนาบุคลากรของโรงเรียนวัดลาดบัวขาว โรงเรียนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (PLC)
และจัดประชุมปฏิบัติการทางวิชาการเป็นประจำ ทำให้บุคลากรมีการร่วมคิดร่วมทำ
ร่วมพัฒนางานและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง การทำงานเป็นระบบยิ่งขึ้น งานทุกงานที่ทำ
ได้รับความร่วมมือจากบุคลากรทุกคนของโรงเรียนจนเป็นวัฒนธรรมขององค์กร ทำให้
การพัฒนางานทุก ๆ ฝ่ายมีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย นักเรียนได้รับการพัฒนาด้านความรู้
ความสามารถอย่างเต็มตามศักยภาพ
6. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned)
การพัฒนาทักษะชีวิต ส่งเสริมทักษะอาชีพของนักเรียนสู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการ ในโครงการ 1 ห้องเรียน 1 โครงงาน (One Class
One Project) ทำให้นักเรียนเกิดทักษะกระบวนการทำงาน มีความภาคภูมืใจในผลงานของตนเอง
สามารถเผยแพร่ผลงานไปสู่ครอบครัว นักเรียนมีความรู้ความสามารถในการลงมือทำด้วยตนเอง
มีทักษะชีวิตและทักษะอาชีพที่เหมาะสมตามช่วงวัย มีพื้นฐานในการศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น
ต่อไป จากความพยายามคิดค้นนวัตกรรมการเรียนการสอน และการดำเนินการอย่างต่อเนื่องของ
คณะครูโรงเรียนวัดลาดบัวขาว ตลอดจนการได้รับการนิเทศ กำกับ ติดตามแบบกัลป์ญาณมิตร
อย่างต่อเนื่อง ทำให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จ ส่งผลต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นบทเรียน
ที่ได้รับ ดังนี้
• นักเรียนมีความรู้ มีความสามารถในการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ
มีพื้นฐานในการศกษาต่อและประกอบอาชีพในอนาคต
ึ
• ครูมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีความภาคภูมิใจ และชื่นชมในผลที่เกิดแก่นักเรียน
• ชุมชนมีความภาคภูมิใจที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมส่งเสริมและสนับสนุนในการจัดการศึกษาของ
โรงเรียน
แนวทางการดำเนินงานที่ส่งผลต่อความยั่งยืน โดยการดำเนินงานในรูปแบบรุ่นต่อรุ่นโดยให้
รุ่นพี่ดูแลรุ่นน้องเพื่อให้การฝึกทักษะอาชีพดำเนินอย่างต่อเนื่อง นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้รับ
ึ
ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและสามารถนำไปประกอบอาชีพได้หลังจบการศกษา
ข้อเสนอแนะ
1. นักเรียนยังขาดทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองดังนั้นควรมีการจัดกิจกรรม
ที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง นักเรียนเป็นผู้เลือกแหล่งเรียนรู้เอง
แทนที่จะเป็นครูจัดให้
2. ควรมีการจัดกิจกรรมหรือนำแผนการจัดการเรียนรู้มาบูรณาการในการส่งเสริม
นักเรียนในเรื่องของการมีวินัย และความเสียสละในการทำโครงงานอาชีพต่อไป
ิ่
3. ควรมีการพัฒนาต่อยอด เพื่อเป็นการเพมมูลค่าสินค้าและส่งเสริมการมีรายได้ให้กับ
ครอบครัวและชุมชน
7. การเผยแพร่ / การได้รับการยอมรับ
7.1 ทางเพจของโรงเรียนวัดลาดบัวขาว
7.2 ทางจดหมายข่าวประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนวัดลาดบัวขาว
7.3 ทาง Line กลุ่มห้องเรียนและกลุ่มโรงเรียน
7.4 ทางแผ่นพับประชาสัมพันธ์
การได้รับการยอมรับ
• ได้รับการยอมรับจากผู้ปกครองและชุมชนในการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนมีทักษะชีวิตและ
ทักษะอาชีพ โดยการให้งบประมาณสนับสนุนในด้านต่างๆ
• ได้รับการยอมรับจากโรงเรียนในการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน
ภาพประกอบ โครงการ 1 ห้องเรียน 1 โครงงาน (One Class One Project)