The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

e-book แผนการสอน ม.1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krataydh_27184, 2021-03-29 23:32:57

e-book แผนการสอน ม.1

e-book แผนการสอน ม.1

แผนการจดั การเรยี นรู้รายวชิ าวทิ ยาการคำนวณ ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1

จดั ทำโดย
นางสาวสุพรรษา ศรชยั
รหัสนักศึกษา 61131114037

รายงานฉบับน้เี ปน็ สว่ นหนง่ึ ของรายวชิ า การออกแบบการจัดการเรียนร้ทู างเทคโนโลยีการศึกษาและคอมพวิ เตอร์
PTC3601

แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วิชา วิทยาการคำนวณ

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 1 เรือ่ ง การออกแบบและเขียนอัลกอริทมึ ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1

แผนการเรียนรู้ท่ี 1 เรอื่ ง แนวคิดเชิงนามธรรม ภาคเรยี นที่ 2

จำนวน 2 คาบ/สัปดาห์ เวลา 2 ชัว่ โมง

*********************************************************************************************************

1.มาตรฐาน

ว 4.2 เขา้ ใจ และใช้แนวคดิ เชงิ คำนวณในการแก้ปัญหาทพ่ี บในชีวติ จริงอย่างเปน็ ข้ันตอน

และเปน็ ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแกป้ ญั หา

ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทนั และมีจรยิ ธรรม

2.ตัวชีว้ ัด

ตวั ชี้วัดท่ี 1 ออกแบบอัลกอรทิ ึมท่ใี ช้แนวคดิ นามธรรมเพือ่ แก้ปญั หาหรอื อธบิ ายการทำงานท่ีพบในชวี ิตจริง

3.สาระการเรยี นรู้

3.1 แนวคดิ เชงิ นามธรรม เป็นการประเมนิ ความสำคัญของรายละเอียดของปัญหา แยกแยะสว่ นท่เี ป็น

สาระสำคัญออกจากส่วนทไี่ มใ่ ชส่ าระสำคัญ

3.2 ตัวอยา่ งปญั หา เช่น ต้องการปูหญา้ ในสนาม ตามพนื้ ที่ทกี่ ำหนด โดยหญา้ หนง่ึ ผืนมีความกว้าง 50

เซนติเมตร ยาว 50 เซนติเมตร จะใช้หญ้าทั้งหมดกี่ผืน

4.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธบิ ายเกี่ยวกับความหมายของแนวคดิ เชงิ นามธรรมได้

2. อธิบายวิธีการนำแนวคดิ เชิงนามธรรมไปใชใ้ นการแกป้ ัญหาได้

3. ประเมินความสำคัญของปญั หา แยกแยะที่เป็นสาระสำคัญออกจากส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ

4. ออกแบบอัลกอรทิ ึมทใี่ ชแ้ นวคดิ เชงิ นามธรรมเพื่อแก้ปัญหาหรืออธบิ ายการทำงานท่พี บในชีวิตจริง

5.ทักษะของผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี 21

• ทักษะการแก้ปญั หา

• ทักษะการเรยี นรู้ร่วมกัน
6.ความรู้เดมิ ท่ีนกั เรยี นต้องมี

เมื่อผู้เรยี นมีปญั หาหรอื คำถาม ผู้เรยี นมวี ธิ อี ธิบายให้ผู้อ่ืนเขา้ ใจไดอ้ ย่างไร

7.สาระสำคญั

แนวคิดเชงิ นามธรรม (abstraction) เปน็ องคป์ ระกอบหนึง่ ของแนวคิดเชงิ คำนวณ (computational
thinking) ซ่งึ ใช้กระบวนการคดั แยกคุณลักษณะท่ีสำคญั ออกจากรายละเอยี ดปลีกยอ่ ยในปญั หาหรืองานทีก่ ำลงั
พิจารณา เพ่ือใหไ้ ด้ขอ้ มูลท่ีจำเป็นและเพียงพอสำหรับการคดิ ในการแกป้ ญั หา
8.ส่ือและอุปกรณ์

8.1 PowerPoint เรื่อง แนวคดิ เชิงนามธรรม
8.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นรว่ มในชั้นเรยี น
8.3 แบบประเมนิ การทำงานกลมุ่
8.4 หนังสอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ของ
สสวท.

9.แนวทางจัดการเรียนรู้
9.1 การจัดเตรยี ม
9.1.1 จัดเตรียม PowerPoint เรือ่ ง แนวคดิ เชิงนามธรรม
9.1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนรว่ มในชั้นเรยี น
9.1.3 แบบประเมินการทำงานกลมุ่
9.2 ข้ันตอนการดำเนินการ
9.2.1 ผู้สอนเกริ่นให้นกั เรยี นทำความเขา้ ใจเนื้อหาเร่ืองแนวคดิ เชงิ นามธรรม โดยผ้สู อนเปดิ สอ่ื

PowerPoint เรื่อง แนวคิดเชงิ นามธรรม จากนัน้ ผสู้ อนถามคำถามแก่ผเู้ รยี นเกย่ี วกับปญั หาในชวี ิตประจำวนั
9.2.2 ผู้สอนใหผ้ ้เู รียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ 4 คน โดยใหแ้ ต่ละกลมุ่ อภิปรายเกีย่ วกับปญั หาในชีวติ แต่ละ

วนั
9.2.3 ผู้สอนใหผ้ เู้ รียนแต่ละกลุม่ สง่ ตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอเกีย่ วกบั ปัญหาในชวี ิตประจำวัน และ

ใหผ้ ู้เรียนช่วยกันอภปิ รายแกป้ ัญหาของปัญหานัน้ ๆ
9.2.4 ผู้สอนสุ่มถามความเข้าใจของผเู้ รียน เม่ือมผี ู้เรียนไมเ่ ขา้ ใจผ้สู อนจะอธบิ ายซำ้ เพิ่มเติม
9.2.5 ผ้สู อนและผู้เรยี นสรุปแนวคดิ เก่ยี วกับแนวคิดเชงิ นามธรรม

10.การวัดและประเมนิ ผล
- ประเมินแกป้ ญั หาและการเขยี นโปรแกรมจากใบกจิ กรรม
- ประเมนิ การทำงานกลุ่ม
- สงั เกตพฤติกรรมการมสี ่วนรว่ มในชั้นเรยี น

11.สื่อและแหลง่ เรยี นรู้

• PowerPoint เร่ือง แนวคดิ เชิงนามธรรม

• หนงั สือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ของ
สสวท.

12.ขอ้ เสนอแนะ
-

แผนการจัดการเรียนรู้

กลมุ่ สาระ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วชิ า วทิ ยาการคำนวณ

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เร่ือง การออกแบบและเขียนอัลกอริทมึ ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1

แผนการเรียนรูท้ ี่ 2 เรอ่ื ง อัลกอริทมึ เบอ้ื งต้น ภาคเรียนที่ 2

จำนวน 2 คาบ/สปั ดาห์ เวลา 2 ช่ัวโมง

*********************************************************************************************************

1.มาตรฐาน

ว 4.2 เขา้ ใจ และใช้แนวคิดเชงิ คำนวณในการแกป้ ญั หาทพ่ี บในชวี ิตจรงิ อยา่ งเป็นขั้นตอน

และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแกป้ ญั หา

ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ รเู้ ท่าทนั และมีจริยธรรม

2.ตัวช้ีวัด

ตวั ช้วี ดั ท่ี 1 ออกแบบอลั กอรทิ มึ ทใี่ ชแ้ นวคดิ นามธรรมเพ่อื แกป้ ญั หาหรอื อธบิ ายการทำงานท่พี บในชวี ิตจรงิ

ตวั ช้วี ัดท่ี 2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายเพื่อแก้ปัญหาทางคณติ ศาสตร์ หรอื วิทยาศาสตร์

3.สาระการเรยี นรู้

3.1 การออกแบบและเขียนโปรแกรมทม่ี กี ารใช้ตัวแปร เง่อื นไข วนซ้ำ

3.2 การออกแบบอลั กอริทมึ เพอื่ แก้ปญั หา ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์อย่างง่าย อาจใช้แนวคดิ เชงิ

นามธรรมในการออกแบบเพื่อให้การแกป้ ญั หามปี ระสิทธิภาพ

3.3 การแกป้ ญั หาอยา่ งเป็นขน้ั ตอนจะช่วยให้แก้ปญั หาได้อยา่ ง

มีประสทิ ธิภาพ

3.4 ซอฟตแ์ วรท์ ใี่ ชใ้ นการเขียนโปรแกรม เชน่ Scratch, python, java, c

3.5 ตวั อยา่ งโปรแกรม เช่น โปรแกรมสมการการเคลอ่ื นท่ีโปรแกรมคำนวณหาพนื้ ท่ี โปรแกรมคำนวณดัชนี

มวลกาย

4.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. มีความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของอลั กอริทึมและการเขยี นอัลกอรทิ ึม
2. สามารถปฏบิ ตั กิ ารเขียนอลั กอรทิ ึมในรูปแบบตา่ ง ๆ ได้
3. ออกแบบอลั กอริทมึ ทใี่ ชแ้ นวคิดเชงิ นามธรรมเพ่ือแกป้ ัญหาหรืออธิบายการทำงานทพ่ี บในชีวิตจริง

5.ทกั ษะของผูเ้ รียนในศตวรรษที่ 21

• ทกั ษะการแก้ปญั หา
• ทกั ษะการเรยี นรูร้ ว่ มกนั
6.ความร้เู ดิมท่นี ักเรยี นต้องมี

• ขั้นตอนการแกป้ ญั หามีอะไรบ้าง
• ทักษะการเรียนรู้รว่ มกัน

7.สาระสำคัญ

กระบวนการแกป้ ญั หาเปน็ สว่ นสำคญั ในการพฒั นาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อแกป้ ัญหาจากการทำงาน หรอื

ชีวิตประจำวัน การพัฒนาโปรแกรมโดยใชภ้ าษาไพทอน สามารถนำไปสร้างโปรแกรมที่มกี ารรับค่าขอ้ มูล ประมวน

ผลขอ้ มูล และแสดงผลขอ้ มลู เพอ่ื ใชใ้ นการแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์หรือวทิ ยาศาสตร์อยา่ งง่ายได้ โดยนำความรู้เร่ือง

ชนดิ ข้อมูล ค่าคงท่ี และตัวแปร มาเปน็ สว่ นประกอบในการวเิ คราะหป์ ระเภทของขอ้ มลู เข้า ข้อมูลออก เพือ่ นำมาปะ

มวลผลไดอ้ ย่างมปี ะสิทธิภาพ

8.สื่อและอปุ กรณ์
8.1. PowerPoint เรือ่ ง อลั กอริทึมเบอ้ื งตน้ อัลกอริทึมเบ้ืองตน้ .pptx
8.3 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนร่วมในชัน้ เรยี น
8.4 แบบประเมินการทำงานกลมุ่
8.5 หนงั สือเรยี นรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ของ
สสวท.

9.แนวทางจดั การเรียนรู้
9.1 การจดั เตรยี ม
9.1.1 จดั ตรียมสอื่ PowerPoint
9.1.2 สังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนรว่ มในชน้ั เรยี น
9.1.3 แบบประเมินการทำงานกลุ่ม
9.2 ขน้ั ตอนการดำเนินการ
9.2.1 ผู้สอนทบทวนความรู้เดิมแก่ผู้เรียนเรอื่ งการแกป้ ัญหาและแนวคดิ เชิงนามธรรม โดยผู้สอนเปดิ

ส่อื วิดโี อ เรอ่ื ง แนวคิดเชิงนามธรรม จากนน้ั ผู้สอนถามคำถามแกผ่ ้เู รียนเก่ียวกับปัญหาในชวี ติ ประจำวัน
9.2.2 ผู้สอนเกร่ินเกีย่ วกบั อัลกอรทิ ึมเองตน้ แลว้ ผู้สอนให้ผู้เรยี นทุกคนเปิดสอ่ื การเรียนรู้

PowerPoint เรอ่ื งอัลกอรทิ มึ เองต้นและอธิบายเก่ียวกบั อัลกอรทิ ึมเบอื้ งตน้
9.2.3 ผู้สอนใหผ้ ูเ้ รยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มสรุปขอ้ มลู ทีส่ บื ค้นได้ลงใน Word แล้วสง่ ใน Google drive
9.2.4 ผู้สอนให้ผูเ้ รียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน รว่ มกันสบื ค้นขอ้ มลู เกยี่ วกับรปู แบบของการเขียน

อัลกอรทิ ึมวา่ สามารถมีได้ก่ีรูปแบบ
9.2.5 ผู้สอนสมุ่ ผเู้ รียนแต่ละกลุ่มอธบิ ายเกยี่ วกับอลั กอรทิ มึ เบือ้ งตน้ โดยผูส้ อนเปน็ ผ้เู สริมอธิบายให้

ถกู ต้อง
9.2.7 ผู้สอนและผู้เรยี นรว่ มกันสรปุ อภปิ รายและแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับอัลกอริทึมเบื้องตน้

10.การวดั และประเมินผล
- ประเมินแกป้ ญั หาและการเขียนโปรแกรมจากใบกิจกรรม
- ประเมนิ การทำงานกลุ่ม
- สังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในชนั้ เรียน

11.สื่อและแหลง่ เรยี นรู้

• PowerPoint เรอื่ ง อัลกอรทิ ึมเบอื้ งตน้ อัลกอริทึมเบ้อื งต้น.pptx

• หนังสอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ของ
สสวท.

12.ขอ้ เสนอแนะ
-

แผนการจดั การเรยี นรู้

กลมุ่ สาระ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

วิชา วิทยาการคำนวณ

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เรอื่ ง การออกแบบและเขยี นโปรแกรมเบื้องตน้ ระดับชั้น มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1

แผนการเรียนร้ทู ี่ 3 เร่อื ง การเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอร์เบ้ืองตน้ ภาคเรยี นท่ี 2

จำนวน 2 คาบ/สปั ดาห์ เวลา 2 ชวั่ โมง

*********************************************************************************************************

1.มาตรฐาน

ว 4.2 เขา้ ใจ และใชแ้ นวคดิ เชงิ คำนวณในการแกป้ ัญหาทพี่ บในชีวิตจรงิ อยา่ งเปน็ ขัน้ ตอน

และเป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแกป้ ัญหา

ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รูเ้ ทา่ ทนั และมจี รยิ ธรรม

2.ตัวชวี้ ัด

ตัวช้ีวัดที่ 2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา่ งง่ายเพือ่ แกป้ ญั หาทางคณิตศาสตร์ หรอื วทิ ยาศาสตร์

3.สาระการเรียนรู้

3.1 การออกแบบและเขยี นโปรแกรมทม่ี ีการใชต้ ัวแปร เงอ่ื นไข วนซำ้

3.2 การออกแบบอัลกอรทิ มึ เพือ่ แก้ปญั หา ทางคณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์อยา่ งง่าย อาจใช้แนวคิดเชิง

นามธรรมในการออกแบบเพ่อื ใหก้ ารแก้ปญั หามีประสิทธิภาพ

3.3 การแกป้ ญั หาอยา่ งเป็นขัน้ ตอนจะชว่ ยใหแ้ ก้ปญั หาได้อย่าง

มปี ระสิทธภิ าพ

3.4 ซอฟต์แวรท์ ่ีใช้ในการเขยี นโปรแกรม เชน่ Scratch, python, java, c

3.5 ตวั อยา่ งโปรแกรม เช่น โปรแกรมสมการการเคลอ่ื นที่โปรแกรมคำนวณหาพ้ืนที่ โปรแกรมคำนวณดชั นี

มวลกาย

4.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. มีความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั ความหมายของอัลกอริทึมและการเขียนอัลกอรทิ ึม

2. อธบิ ายความหมาย ความสำคัญ และประโยชน์ของการเขียนโปรแกรมได้

3. ออกแบบอัลกอริทมึ และเขียนโปรแกรมจากการวิเคราะห์ปัญหา ด้วยข้นั ตอนวธิ ี รหัสจำลอง และผงั งานได้

5.ทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21

• ทกั ษะการแกป้ ญั หา

• ทักษะการเรียนร้รู ว่ มกนั
6.ความรเู้ ดมิ ทน่ี กั เรยี นตอ้ งมี

• ขน้ั ตอนการแกป้ ัญหามอี ะไรบ้าง

• การเขยี นรหสั ลำลองและผังงานมวี ิธีการอยา่ งไร
7.สาระสำคัญ

การเขยี นโปรแกรม (programming) เปน็ กระบวนการใชภ้ าษาคอมพวิ เตอร์เพือ่ กำหนดโครงสร้างของข้อมูล
และกำหนดขนั้ ตอนวธิ ี เพอ่ื ใชใ้ นการแกป้ ญั หาตามทีอ่ อกแบบไว้ โดยอาศัยหลักการเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอรข์ องแต่
ละภาษา เชน่ ภาษาซี ภาษาจาวา เป็นตน้ ซงึ่ ผเู้ ขยี นโปรแกรมจะต้องเลือกภาษาคอมพวิ เตอร์ที่จะนำมาใช้ชว่ ยงาน
โดยพาจรณาถึงปจั จัยต่าง ๆ เช่น ลักษณะของปัญหา ความถนัดของผู้เขยี นโปรแกรม เปน็ ตน้

8.ส่ือและอุปกรณ์
8.1 ใบกิจกรรมที่ 3.1
8.2 คอมพิวเตอร์
8.3 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนร่วมในชนั้ เรยี น
8.4 หนงั สือเรยี นรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ของ
สสวท.
8.5 PowerPoint เรือ่ ง การเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอรเ์ บือ้ งต้น

9.แนวทางจัดการเรียนรู้
9.1 การจัดเตรยี ม
9.1.1 จัดเตรียมใบกิจกรรม 3.1
9.1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนรว่ มในชัน้ เรยี น
9.1.3 จดั เตรียม PowerPoint เรือ่ ง การเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอรเ์ บื้องตน้
9.2 ขัน้ ตอนการดำเนินการ
9.2.1 ผู้สอนทบทวนความรู้เดิมแก่ผู้เรยี นเรอ่ื งอลั กอรทิ ึมเบือ้ งตน้
9.2.2 ผู้สอนเกร่นิ นำใหผ้ ู้เรียนเขา้ ใจในเนื้อหาเบื้องต้นเก่ยี วกบั การเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอร์

เบื้องต้น
9.2.3 ผูส้ อนใหผ้ เู้ รยี นแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 5 คน ศกึ ษาเกี่ยวกบั โปรแกรมคอมพิวเตอร์เบือ้ งต้นและ

รว่ มกันอภิปรายหลกั การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอรว์ ่าประกอบด้วยก่ขี ั้นตอน อะไรบา้ ง
9.2.4 ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รยี นส่งตวั แทนกลุ่มมาอธิบายหนา้ ช้ันเรียน พร้อมทั้งซกั ถามในประเดน็ ท่ีสงสัย และ

ครูอาจจะช่วยเสรมิ ในประเดน็ ท่ียงั ขาดหายไป จนนักเรียนในชั้นเรยี นทุกคนเกดิ ความเขา้ ใจทีถ่ ูกตอ้ งตรงกนั
9.2.5 ผสู้ อนใหผ้ ู้เรียนทำใบกจิ กรรมที่ 3.1
9.2.6 ผู้สอนและผ้เู รียนรว่ มกันสรปุ อภิปรายและแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับการเขยี นโปรแกรม

เบอื้ งต้น
10.การวดั และประเมินผล

- ตรวจคำตอบในใบกิจกรรม
- ประเมินแก้ปญั หาและการเขียนโปรแกรมจากใบกิจกรรม
- ประเมินการทำงานกลุ่ม
- สงั เกตพฤติกรรมการมีส่วนรว่ มในช้นั เรียน
11.สอื่ และแหล่งเรียนรู้

• ใบกจิ กรรม 3.1

• หนังสือเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ของ
สสวท.

12.ขอ้ เสนอแนะ
-

กิจกรรมท่ี 3.1
เรอ่ื ง อลั กอริทมึ เบ้ืองตน้

คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามต่อไปนี้

1. หลักการเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอรว์ ่าประกอบดว้ ยกีข่ ้ันตอน อะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. จงเขียนอลั กอริทมึ ดว้ ยรหัสจำลองและดว้ ยผงั งาน สำหรับการอา่ นขอ้ มูล ซง่ึ ประกอบดว้ ย เลขประจำตัว ช่อื
อายุ และความสูงของนักเรียนคนหนึง่ แลว้ พิมพ์ทางจอภาพ

แผนการจัดการเรยี นรู้

กลุ่มสาระ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

วิชา วิทยาการคำนวณ

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 เรอื่ ง การออกแบบและเขียนโปรแกรมเบอื้ งตน้ ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1

แผนการเรียนรู้ที่ 4 เร่ือง เรม่ิ ตน้ กบั Scratch ภาคเรียนท่ี 2

จำนวน 2 คาบ/สปั ดาห์ เวลา 2 ช่ัวโมง

*********************************************************************************************************

1.มาตรฐาน

ว 4.2 เข้าใจ และใชแ้ นวคดิ เชงิ คำนวณในการแก้ปญั หาทพี่ บในชวี ิตจริงอยา่ งเปน็ ขนั้ ตอน

และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหา

ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ รเู้ ทา่ ทัน และมจี รยิ ธรรม

2.ตัวชวี้ ัด

ตัวชีว้ ัดที่ 2 ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอย่างง่ายเพ่ือแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ หรอื วทิ ยาศาสตร์

3.สาระการเรยี นรู้

3.1 การออกแบบและเขียนโปรแกรมทม่ี กี ารใชต้ วั แปร เงอื่ นไข วนซ้ำ

3.2 ซอฟต์แวร์ทใ่ี ช้ในการเขยี นโปรแกรม เชน่ Scratch, python, java, c

4.จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. มีความร้คู วามเขา้ ใจเก่ียวกบั ความหมายของอลั กอริทึมและการเขยี นอลั กอรทิ ึม

2. อธบิ ายการทำงานทมี่ ีการวนซำ้ ได้

5.ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21

• ทกั ษะการแกป้ ญั หา

• ทกั ษะการเรยี นรู้ร่วมกนั
6.ความรู้เดมิ ทนี่ ักเรยี นต้องมี

• ขน้ั ตอนการแกป้ ญั หามีอะไรบา้ ง

• การเขยี นรหสั ลำลองและผังงานมวี ธิ ีการอย่างไร
7.สาระสำคัญ

การเขียนโปรแกรม (programming) เป็นกระบวนการใชภ้ าษาคอมพวิ เตอรเ์ พ่ือกำหนดโครงสร้างของข้อมลู
และกำหนดขน้ั ตอนวิธี เพ่ือใชใ้ นการแกป้ ญั หาตามทีอ่ อกแบบไว้ โดยอาศัยหลักการเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของแต่
ละภาษา เชน่ ภาษาซี ภาษาจาวา เปน็ ตน้ ซึ่งผู้เขียนโปรแกรมจะตอ้ งเลือกภาษาคอมพิวเตอร์ที่จะนำมาใช้ช่วยงาน
โดยพาจรณาถึงปจั จัยต่าง ๆ เชน่ ลักษณะของปัญหา ความถนัดของผเู้ ขียนโปรแกรม เปน็ ต้น

8.สื่อและอุปกรณ์
8.1. ใบกจิ กรรมท่ี 4.1
8.2 คอมพวิ เตอร์
8.3 แบบสงั เกตพฤติกรรมการมีสว่ นรว่ มในช้นั เรียน
8.4 หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ของ
สสวท.
8.5 PowerPoint เร่อื ง เร่ิมตน้ กับ Scratch

9.แนวทางจดั การเรยี นรู้

9.1 การจัดเตรยี ม
9.1.1 จดั เตรียมใบกิจกรรม 4.1 ตามจำนวนกลุ่ม
9.1.2 สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนร่วมในช้ันเรียน
9.1.3 จัดเตรยี ม PowerPoint เรอ่ื ง เร่ิมตน้ กบั Scratch

9.2 ขน้ั ตอนการดำเนนิ การ
9.2.1 ผู้สอนทบทวนความรูเ้ ดมิ ช่ัวโมงท่แี ล้วแก่ผเู้ รียนเรอ่ื งการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอรเ์ บือ้ งต้น
9.2.2 ผู้สอนยกตัวอย่างโปรแกรม Scratch แลว้ อธิบายการใชง้ านต่างๆหลังจากนน้ั ใหผ้ ู้เรยี นเปดิ

โปรแกรม แล้วทดลองคลกิ เมนูและส่วนประกอบต่างๆ
9.2.3 ผู้สอนเกร่นิ นำเก่ยี วกับการใชค้ ำส่งั วนซ้ำ โดยการยกตัวอยา่ งการทำงานในชีวิตประจำวันทม่ี ี

การทำงานแบบวนซ้ำ เชน่ ทรี่ า้ นขายน้ำจะขายเคร่ืองดื่มหลายอย่าง อาทิ กาแฟ ชา หรือโกโก้ ผู้ขายจะตอ้ งชงดว้ ย
สูตรเดมิ แบบซำ้ ๆ จงมีแนวคดิ เครอ่ื งชงอตั โนมัติ เป็นตน้

9.2.4 ผู้สอนให้ผู้เรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ศึกษาเนอื้ หาเกยี่ วกับเรือ่ ง คำสั่งวนซำ้ โดยให้ผู้เรียน
ยกตัวอยา่ งการใชค้ ำสัง่ วนซ้ำในชีวิตประจำวัน

9.2.5 ผู้สอนใหผ้ ู้เรยี นสง่ ตวั แทนกลมุ่ มาอธบิ ายหนา้ ช้นั เรียน พรอ้ มทงั้ ซกั ถามในประเด็นท่สี งสัย และ
ครูอาจจะช่วยเสรมิ ในประเดน็ ทยี่ งั ขาดหายไป จนนักเรียนในชัน้ เรียนทุกคนเกิดความเข้าใจที่ถกู ต้องตรงกนั

9.2.6 ผสู้ อนใหผ้ ู้เรยี นทำใบกจิ กรรมท่ี 4.1
9.2.7 ผู้สอนและผู้เรยี นร่วมกันสรปุ อภิปรายและแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับการเขยี นโปรแกรม
Scratch
10.การวัดและประเมนิ ผล
- ตรวจคำตอบในใบกจิ กรรม
- ประเมนิ แกป้ ญั หาและการเขียนโปรแกรมจากใบกิจกรรม
- ประเมินการทำงานกล่มุ
- สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนรว่ มในชน้ั เรยี น
11.ส่ือและแหล่งเรยี นรู้

• หนงั สอื เรียนรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ของ
สสวท.

• http://scratch.mit.edu/
12.ข้อเสนอแนะ

-

กิจกรรมท่ี 4.1
เร่อื ง เริม่ ตน้ กับ Scratch

คำชแี้ จง ใหน้ ักเรียนตอบคำถามตอ่ ไปนี้

1. หมายเลข 2 คอื เครือ่ งมอื อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. บลอ็ ก Motion ใชเ้ พื่อกำหนดอะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. จงยกตัวอย่างการทำงานในชีวิตประจำวันโดยใชค้ ำส่ังวนซ้ำมา 1 เรือ่ ง และเขยี นรหัสลำลองหรอื ผงั งาน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรียนรู้

กลุ่มสาระ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

วิชา วทิ ยาการคำนวณ

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรื่อง การจดั การข้อมูล สารสนเทศ ระดบั ชั้น มธั ยมศึกษาปที ี่ 1

แผนการเรยี นร้ทู ่ี 5 เร่ือง ขอ้ มลู กบั สารสนเทศ ภาคเรยี นท่ี 2

จำนวน 2 คาบ/สปั ดาห์ เวลา 2 ชั่วโมง

*********************************************************************************************************

1.มาตรฐาน

ว 4.2 เขา้ ใจ และใชแ้ นวคดิ เชิงคำนวณในการแก้ปญั หาทพี่ บในชีวิตจริงอยา่ งเป็นข้นั ตอน

และเป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหา

ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รู้เทา่ ทัน และมีจรยิ ธรรม

2.ตวั ชวี้ ดั

ตวั ชวี้ ดั ท่ี 3 รวบรวมขอ้ มูลปฐมภมู ิ ประมวลผล นำเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศตามวตั ถุประสงคโ์ ดย

ใช้ซอฟต์แวร์ หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตทหี่ ลากหลาย

3.สาระการเรียนรู้

3.1 การรวบรวมขอ้ มลู จากแหลง่ ขอ้ มลู ปฐมภูมิ ประมวลผลสรา้ งทางเลอื ก ประเมนิ ผล จะทำใหไ้ ด้

สารสนเทศเพอ่ื ใชใ้ นการแก้ปญั หาหรือการตดั สนิ ใจได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ

3.2 การประมวลผลเป็นการกระทำกบั ขอ้ มูลเพอื่ ให้ไดผ้ ลลัพธท์ ม่ี ีความหมายและมปี ระ โยชน์ตอ่ การนำ ไป

ใชง้ านสามารถทำได้หลายวธิ ี เช่น คำนวณอตั ราสว่ น คำนวณคา่ เฉลี่ยc

3.3 การใช้ซอฟตแ์ วร์หรอื บริการบนอนิ เทอรเ์ นต็ ท่หี ลากหลายในการรวบรวม ประมวลผล สร้างทางเลอื ก

ประเมินผลนำเสนอ จะช่วยใหแ้ ก้ปัญหาไดอ้ ย่างรวดเร็ว ถูกต้องและแมน่ ยำ

3.4 ตวั อย่างปญั หา เนน้ การบูรณาการกบั วชิ าอนื่ เชน่ ตม้ ไขใ่ ห้ตรงกบั พฤติกรรมการบริโภค ค่าดชั นีมวลกาย

ของคนในทอ้ งถนิ่ การสรา้ งกราฟผลการทดลองและวเิ คราะห์แนวโนม้

4.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธบิ ายขัน้ ตอนการรวบรวมข้อมลู ได้

2. เตรยี มและตรวจสอบข้อมูลให้พร้อมสำหรับการประมวลผล

3. บอกความแตกต่างของการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู แบบต่างๆ

5.ทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21

• ทักษะการเรียนรู้รว่ มกนั

• ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์

• ทกั ษะการสอ่ื สาร
6.ความร้เู ดมิ ทีน่ กั เรียนตอ้ งมี

ขอ้ มูลส่วนตัวของนักเรียน ประกอบดว้ ยขอ้ มูลใดบ้าง
7.สาระสำคัญ

การเก็บรวบรวมขอ้ มลู จากแหลง่ ข้อมูลต่างๆตอ้ งวเิ คราะหว์ ัตถปุ ระสงคข์ องการนำข้อมลู ไปใช้ เพ่อื นำไปสู่การ
เลือกวธิ ีการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างเหมาะสม เชน่ การสมั ภาษณ์ การสอบถาม การสำรวจ หลังจากนน้ั จึงออกแบบ
เคร่ืองมือในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล และดำเนนิ การเก็บขอ้ มลู ตามที่ไดว้ างแผนไว้ เมอื่ ไดข้ ้อมูลมาแลว้ ต้องมีการ
ตรวจสอบความถูกต้องและครบถว้ น เพอ่ื ใหไ้ ด้ข้อมูลท่ีเหมาะสมสำหรับการนำไปประมวลผล

8.สอ่ื และอุปกรณ์
8.1. ใบกจิ กรรมท่ี 5.1
8.2 คอมพวิ เตอรท์ เ่ี ช่ือมต่อกบั อนิ เทอรเ์ น็ต
8.3 แบบประเมนิ การทำงานกลมุ่
8.4 หนังสอื เรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ของ
สสวท.
8.5 PowerPoint เรอ่ื ง ข้อมลู กบั สาระสนเทศ

9.แนวทางจดั การเรยี นรู้
9.1 การจดั เตรยี ม
9.1.1 จัดเตรยี มใบกิจกรรม 5.1 ตามจำนวนกลุ่ม
9.1.2 สงั เกตพฤติกรรมการมีสว่ นรว่ มในชัน้ เรยี น
9.1.3 จัดเตรียม PowerPoint เรื่อง ขอ้ มลู กับสาระสนเทศ
9.2 ข้นั ตอนการดำเนินการ
9.2.1 ผสู้ อนถามผเู้ รียนเก่ียวกับข้อมูลสถานการณต์ ่างๆในชีวิตประจำวัน และใหผ้ เู้ รยี นแสดงความ

คดิ เหน็
9.2.2 ผู้สอนอธบิ ายเนอ้ื หาเรื่อง ขอ้ มูลกับสารสนเทศ
9.2.2 ผู้สอนแบ่งผูเ้ รยี นเปน็ กลุม่ กลุ่มละ 3 คน แล้วให้ผู้เรียนทำใบกิจกรรมท่ี 5.1 โดยผเู้ รยี นลงมือ

ทำตารางสำหรับเก็บรวบรวมขอ้ มูล
9.2.2 ผสู้ อนอธิบายเนื้อหาการสรา้ ง Google Forms สำหรับการสำรวจขอ้ มูลออนไลน์
9.2.3 ผู้สอนแบ่งผ้เู รยี นเปน็ กลุ่ม กล่มุ ละ 3 คน แลว้ ให้ผเู้ รียนทำใบกิจกรรมท่ี 5.1 โดยผ้เู รยี นลงมอื

ทำตารางสำหรับเก็บรวบรวมขอ้ มูลชวี ติ ประจำวันของเพือ่ นในกล่มุ
9.2.4 ผู้สอนสมุ่ ผเู้ รยี น 3-5 กล่มุ นำเสนอหนา้ ชั้นเรยี น และใหเ้ พ่ือนในชน้ั เรียนและผู้สอนพิจารณา

ความถกู ต้อง เหมาะสม พร้อมทั้งใหข้ อ้ เสนอแนะต่างๆแก่กลุม่ นำเสนอ
9.2.5 ผสู้ อนและผู้เรยี นร่วมกนั สรุปอภปิ รายและแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับข้อมลู สารสนเทศและ

การสรา้ งแบบฟอรม์ ออนไลนด์ ้วย Google Forms
10.การวดั และประเมินผล

- ตรวจสอบคำตอบในใบกิจกรรม
- สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนน่วมในชนั้ เรียน
- ประเมนิ การทำงานกลุ่ม
11.สือ่ และแหลง่ เรียนรู้
-
12.ขอ้ เสนอแนะ
-

กจิ กรรมที่ 5.1
เรื่อง ข้อมูลกบั สารสนเทศ

คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้

1. ขอ้ มลู คอื อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ขอ้ มลู แบง่ เปน็ กป่ี ระเภท อะไรบ้าง จงอธิบาย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. การรวบรวมข้อมูล แบง่ เปน็ อะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. สารสนเทศ คอื อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. องคป์ ระกอบของระบบสารสนเทศมีอะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

6. ให้นักเรียนยกตวั อย่างเทคโนโลยีในชวี ติ ประจำวันท่ีพบเห็นว่ามีอะไรบา้ ง อย่างนอ้ ย 5 ตวั อยา่ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

7. ตารางรวบรวมข้อมลู ชวี ิตประจำวนั ของเพือ่ นในกลุ่ม

คนท่ี1
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คนที่ 2
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คนที่ 3
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คนที่ เชา้ กลางวัน เย็น ก่อนนอน

1

2

3

แผนการจดั การเรียนรู้

กลุ่มสาระ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

วชิ า วทิ ยาการคำนวณ

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรือ่ ง การจดั การขอ้ มูล สารสนเทศ ระดบั ชั้น มธั ยมศึกษาปีท่ี 1

แผนการเรียนรู้ที่ 6 เร่อื ง ข้อมลู กบั สารสนเทศ ภาคเรียนที่ 2

จำนวน 2 คาบ/สปั ดาห์ เวลา 2 ชั่วโมง

*********************************************************************************************************

1.มาตรฐาน

ว 4.2 เข้าใจ และใช้แนวคดิ เชิงคำนวณในการแก้ปญั หาทพ่ี บในชวี ิตจรงิ อยา่ งเปน็ ขนั้ ตอน

และเปน็ ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหา

ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ รู้เท่าทัน และมีจรยิ ธรรม

2.ตัวช้วี ัด

ตัวช้ีวัดท่ี 3 รวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ ประมวลผล นำเสนอข้อมลู และสารสนเทศตามวัตถปุ ระสงค์โดย

ใช้ซอฟต์แวร์ หรือบรกิ ารบนอินเทอร์เน็ตทีห่ ลากหลาย

3.สาระการเรยี นรู้

3.1 การรวบรวมขอ้ มลู จากแหลง่ ขอ้ มลู ปฐมภูมิ ประมวลผลสร้างทางเลอื ก ประเมนิ ผล จะทำให้ได้

สารสนเทศเพอื่ ใช้ในการแกป้ ัญหาหรอื การตดั สินใจไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

3.2 การประมวลผลเป็นการกระทำกบั ข้อมูลเพอ่ื ให้ได้ผลลัพธ์ทีม่ คี วามหมายและมีประ โยชน์ตอ่ การนำ ไป

ใช้งานสามารถทำได้หลายวิธี เชน่ คำนวณอตั ราสว่ น คำนวณคา่ เฉลี่ยc

3.3 การใชซ้ อฟต์แวรห์ รอื บริการบนอนิ เทอรเ์ น็ตท่ีหลากหลายในการรวบรวม ประมวลผล สร้างทางเลือก

ประเมนิ ผลนำเสนอ จะช่วยใหแ้ ก้ปัญหาไดอ้ ย่างรวดเรว็ ถกู ต้องและแมน่ ยำ

3.4 ตัวอย่างปัญหา เนน้ การบรู ณาการกบั วิชาอ่นื เชน่ ต้มไขใ่ ห้ตรงกบั พฤตกิ รรมการบริโภค ค่าดัชนมี วลกาย

ของคนในท้องถิ่น การสรา้ งกราฟผลการทดลองและวเิ คราะหแ์ นวโน้ม

4.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธบิ ายลกั ษณะของแบบฟอรม์ ออนไลนไ์ ด้

2. สร้างแบบฟอรม์ ออนไลน์เพอ่ื เก็บรวบรวมข้อมูล

3. เลือกใชร้ ปู แบบคำถามได้เหมาะสมกับลักษณะของคำตอบ

4. ประมวลผลข้อมูลจากแบบฟอร์มออนไลน์

5. ตระหนกั ถงึ สทิ ธสิ ว่ นบุคคลในการจดั เกบ็ ขอ้ มลู

5.ทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21

• ทกั ษะการเรยี นร้รู ่วมกัน
6.ความรู้เดิมท่นี กั เรยี นต้องมี

• การออกแบบตารางเกบ็ ข้อมลู
• การใชง้ าน Gmail หรือ Google Drive มวี ีการอย่างไร

7.สาระสำคัญ

การรวบรวมข้อมลู จากแหลง่ ขอ้ มูลปฐมภมู ิ ด้วยแบบสอบถามออนไลน์ เป็นวิธกี ารหนง่ึ ทท่ี ำใหไ้ ด้ข้อมลู ที่
รวดเร็ว สามารถตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มูลได้ สะดวกต่อการประมวลผลและตัดสินใจทำให้ได้สารสนเทศท่ี
ถกู ต้องและมีประสทิ ธิภาพ

8.สือ่ และอุปกรณ์
8.1. ใบกจิ กรรมท่ี 6.1
8.2 ใบความรทู้ ี่ 6.1 การสรา้ งแบบฟอร์มออนไลนด์ ้วย Google Forms
8.3 คอมพิวเตอรท์ เ่ี ชื่อมต่อกับอินเทอรเ์ นต็
8.4 แบบประเมินการสรา้ งแบบฟอรม์ ออนไลน์ดว้ ย Google Forms
8.5 แบบประเมินการทำงานกลุ่ม
8.6 หนังสอื เรยี นรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ของ
สสวท.
8.7 PowerPoint เรอ่ื ง ข้อมลู กบั สาระสนเทศ

9.แนวทางจัดการเรยี นรู้
9.1 การจดั เตรยี ม
9.1.1 จดั เตรยี มใบกจิ กรรม 6.1 ตามจำนวนกลุ่ม
9.1.2 สังเกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ มในชน้ั เรยี น
9.1.3 แบบประเมินการสรา้ งแบบฟอรม์ ออนไลนด์ ว้ ย Google Forms
9.1.4 จดั เตรียม PowerPoint เรือ่ ง ข้อมลู กับสาระสนเทศ
9.2 ข้นั ตอนการดำเนินการ
9.2.1 ผสู้ อนทบทวนความรเู้ ดิมชั่วโมงทแ่ี ล้วแกผ่ เู้ รยี นเรอ่ื งขอ้ มูลสารสนเทศและการกรอกขอ้ มูล

แบบสอบถาม การกรอกข้อมูล Google Forms
9.2.2 ผู้สอนใหผ้ เู้ รยี นพิจารณาและอภิปรายวา่ จากแบบสอบถามข้อมูลชวี ิตประจำวนั ของเพื่อนใน

กลมุ่ มขี อ้ มูลใดท่ีไมส่ มบูรณ์ ใหผ้ เู้ รียนร่วมกนั พจิ ารณาปรบั แก้ไข
9.2.3 ผสู้ อนแบ่งผเู้ รียนเปน็ กลมุ่ กลุม่ ละ 3 คน แลว้ ให้ผู้เรียนศึกษาใบความร้ทู ี่ 6.1 การสรา้ ง

แบบฟอร์มออนไลนด์ ว้ ย Google Forms หลงั จากนน้ั ทำใบกจิ กรรมท่ี 6.1 โดยผเู้ รยี นลงมือสรา้ งแบบฟอรม์ ออนไลน์
โดยใช้แบบสอบถามข้อมูลชีวิตประจำวันของเพอ่ื นในกล่มุ

9.2.4 ผ้สู อนสุ่มผู้เรยี น 3-5 กลุ่มนำเสนอแบบฟอร์มหนา้ ช้ันเรียน และใหเ้ พอื่ นในชนั้ เรียนและผสู้ อน
พจิ ารณาความถกู ต้อง เหมาะสม พร้อมท้งั ให้ขอ้ เสนอแนะตา่ งๆแก่กล่มุ นำเสนอ

9.2.5 ผสู้ อนและผูเ้ รยี นรว่ มกันสรปุ อภปิ รายและแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับการสรา้ งแบบฟอรม์
ออนไลนด์ ้วย Google Forms
10.การวดั และประเมนิ ผล

- ประเมินการสร้างแบบฟอรม์ ออนไลน์
- ประเมนิ การทำงานกลมุ่

11.สอื่ และแหล่งเรียนรู้
- 11.1 Google Forms สำหรบั การสำรวจข้อมลู ออนไลน์

12.ข้อเสนอแนะ
12.1 ผสู้ อนควรให้ผู้เรียนทบทวนการใชง้ าน Google Forms ในส่วนของ Google Drive และเตรียมความ

พรอ้ มให้ผู้เรยี นสามารถลงชอ่ื เข้าใชง้ านไดท้ ุกคน

กิจกรรมที่ 6.1
เร่อื ง ร้จู กั Google Form กับแบบสอบถามออนไลน์

คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามต่อไปนี้

1. Google Form คืออะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ฟอร์มขัน้ พนื้ ฐานมีกีร่ ูปแบบ อะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. วธิ ีการแทรกขอ้ ความลงในแบบฟอรม์ ผใู้ ชง้ านสามารถแทรกขอ้ ความธรรมดาลงในแบบฟอรม์ ได้อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. เพราะเหตุใดจึงตอ้ งติก๊ ถูกที่ “คำถามทีต่ ้องตอบ”
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรยี นรู้

กลุ่มสาระ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

วิชา วทิ ยาการคำนวณ

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 เรอ่ื ง การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ระดับชั้น มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1

แผนการเรยี นร้ทู ่ี 7 เรือ่ ง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ภาคเรยี นท่ี 2

จำนวน 2 คาบ/สปั ดาห์ เวลา 2 ช่ัวโมง

*********************************************************************************************************

1.มาตรฐาน

ว 4.2 เข้าใจ และใชแ้ นวคดิ เชิงคำนวณในการแกป้ ัญหาทพี่ บในชีวติ จรงิ อย่างเป็นข้ันตอน

และเปน็ ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแก้ปญั หา

ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ รู้เท่าทนั และมจี ริยธรรม

2.ตัวชว้ี ดั

ตัวชี้วัดที่ 4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ใชส้ ือ่ และแหลง่ ข้อมูลตามข้อกำหนดและขอ้ ตกลง

3.สาระการเรียนรู้

3.1 ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เชน่ การปกปอ้ งความเปน็ สว่ นตวั และอัตลกั ษณ์

3.2 การจัดการอัตลกั ษณ์ เชน่ การต้ังรหสั ผา่ น การปกป้องขอ้ มูลสว่ นตัว

3.3 การพิจารณาความเหมาะสมของเนอื้ หา เชน่ ละเมดิ ความเปน็ ส่วนตัวผอู้ ื่น อนาจาร วจิ ารณ์ผอู้ นื่ อย่าง

หยาบคาย

3.4 ขอ้ ตกลง ขอ้ กำหนดในการใชส้ ื่อหรอื แหลง่ ขอ้ มลู ต่าง ๆเช่น Creative Commons

4.จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัยได้

2. อภิปรายเกีย่ วกับความปลอดภยั ของระบบสารสนเทศ

3. เห็นความสำคญั ของความปลอดภัยในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ

5.ทกั ษะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21

• ทกั ษะการเรยี นรรู้ ว่ มกัน

• ทกั ษะกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

• ทักษะการสอ่ื สาร
6.ความรู้เดมิ ท่นี กั เรียนต้องมี

• นกั เรยี นมวี ธิ กี ารปอ้ งกนั ให้ใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตใหป้ ลอดภัยอย่างไร

• นกั เรยี นใช้อนิ เทอร์เนต็ ในการทำงานอะไรบ้าง
7.สาระสำคญั

ในปจั จุบนั ด้วยประโยชนท์ ี่หลากหลายของระบบสารสนเทศในการเขา้ ถงึ ขอ้ มลู รวมทงั้ ขา่ วสารตา่ ง ๆ อย่าง
รวดเร็ว ส่ิงสำคญั สง่ิ หน่ึง คือ ความปลอดภัย ซึ่งผูใ้ ชง้ านจะต้องตระหนกั อยู่เสมอ โดยไม่ละเมดิ หรือกระทำการใด ๆ ท่ี
จะส่งผลใหผ้ อู้ นื่ ไดร้ ับความเสยี หาย และต้องใชง้ านสารสนเทศใหเ้ กิดประโยชน์สูงสุด

8.สอ่ื และอปุ กรณ์

8.1. ใบกจิ กรรมที่ 7.1
8.2 คอมพิวเตอรท์ ่ีเชื่อมต่อกับอนิ เทอรเ์ น็ต

8.3 แบบประเมินการทำงานกลุ่ม
8.4 หนงั สอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ของ
สสวท.
8.5 PowerPoint เร่ือง การใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งปลอดภัย
9.แนวทางจดั การเรยี นรู้
9.1 การจดั เตรยี ม

9.1.1 จัดเตรียมใบกจิ กรรม 7.1 ตามจำนวนกลุ่ม
9.1.2 สงั เกตพฤติกรรมการมีส่วนรว่ มในชั้นเรยี น
9.1.3 จดั เตรยี ม PowerPoint เรือ่ ง การใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งปลอดภัย
9.2 ข้ันตอนการดำเนินการ
9.2.1 ผสู้ อนถามคำถามกระตนุ้ เพือ่ เป็นการนำเข้าสู่เนอ้ื หาที่จะเรยี น จากหนังสอื เรียน รายวิชา
วทิ ยาการคำนวณ ม.1 ว่าการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศตอ้ งคำนึงถงึ สิ่งใดเป็นสำคัญ
9.2.2 ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รียนพจิ ารณาและอภปิ รายการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต้องคำนึงถึงส่ิงใดเป็นสำคัญ
9.2.3 ผู้สอนแบง่ ผเู้ รียนเปน็ กลมุ่ กลุ่มละ 3 คน แล้วให้ผ้เู รียนศึกษารว่ มกันศกึ ษาและสืบค้นเกี่ยวกับ
ความปลอดภยั ของระบบสารสนเทศ แล้วทำกจิ กรรม 7.1
9.2.4 ผูส้ อนสมุ่ ผู้เรียนแสดงความคดิ เห็นหนา้ ช้นั เรยี น และใหผ้ เู้ รยี นในชนั้ เรียนและผสู้ อนพจิ ารณา
ความถกู ตอ้ ง เหมาะสม พร้อมทงั้ ใหข้ ้อเสนอแนะตา่ งๆแก่กลุม่ นำเสนอ
9.2.5 ผสู้ อนและผเู้ รยี นร่วมกันสรปุ อภิปรายและแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับการใชเ้ ทคโนโลยี
สารสนเทศ
10.การวดั และประเมินผล
- ประเมินการทำงานกลุม่

11.สอื่ และแหลง่ เรียนรู้
-

12.ข้อเสนอแนะ
12.1 ผ้สู อนควรใหผ้ ูเ้ รยี นทบทวนการใช้งาน Google Forms ในสว่ นของ Google Drive และเตรยี มความ

พร้อมให้ผู้เรียนสามารถลงชือ่ เขา้ ใช้งานได้ทกุ คน

กจิ กรรมที่ 7.1
เรือ่ ง การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั

คำช้แี จง ใหน้ กั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ี

1. นกั เรยี นมวี ธิ กี ารปอ้ งกนั อยา่ งไรให้ใชง้ านอนิ เตอรเ์ นต็ ไดอ้ ยา่ งปลอดภัย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. จงยกตัวอยา่ งประเภทของภัยคกุ คามมัลแวร์ และอธบิ าย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ประตูกล (Backdoor/t rapdoor) เปน็ ไวรสั ประเภทใด และอันตรายอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. หากมีเพ่ือนแชรข์ อ้ มลู ของนักเรยี นในทางเสียหาย และไมเ่ ปน็ ความจริงนักเรยี นคิดว่ามผี ลกระทบกบั ตวั
นกั เรยี นหรือไมอ่ ยา่ งไร และนกั เรยี นจะแกป้ ญั หานอ้ี ยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. ส่ิงทน่ี ักเรยี นควรหลีกเล่ียงในการตั้งรหสั ผา่ นมอี ะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรยี นรู้

กลุ่มสาระ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วชิ า วทิ ยาการคำนวณ

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 เรอ่ื ง การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ระดับชั้น มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1

แผนการเรยี นรทู้ ี่ 8 เรอ่ื ง จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ภาคเรียนที่ 2

จำนวน 2 คาบ/สปั ดาห์ เวลา 2 ชว่ั โมง

*********************************************************************************************************

1.มาตรฐาน

ว 4.2 เข้าใจ และใชแ้ นวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาทพี่ บในชวี ติ จริงอย่างเปน็ ข้นั ตอน

และเปน็ ระบบ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหา

ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ รเู้ ทา่ ทัน และมจี ริยธรรม

2.ตัวชี้วดั

ตัวช้ีวดั ท่ี 4 ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ใชส้ ื่อและแหล่งข้อมูลตามข้อกำหนดและข้อตกลง

3.สาระการเรียนรู้

3.1 ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เช่น การปกปอ้ งความเป็นสว่ นตวั และอัตลักษณ์

3.2 การจดั การอัตลกั ษณ์ เชน่ การตง้ั รหัสผ่าน การปกปอ้ งข้อมลู ส่วนตัว

3.3 การพจิ ารณาความเหมาะสมของเน้อื หา เชน่ ละเมิดความเปน็ สว่ นตัวผอู้ ืน่ อนาจาร วจิ ารณ์ผ้อู ่นื อยา่ ง

หยาบคาย

3.4 ข้อตกลง ข้อกำหนดในการใชส้ อื่ หรอื แหลง่ ขอ้ มลู ต่าง ๆเช่น Creative Commons

4.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายเก่ียวกับขอ้ กำหนด ข้อตกลงในการใชแ้ หลง่ ขอ้ มูลได้

2. อภปิ ราการเลอื กใชส้ ่อื และแหล่งข้อมูลตามขอ้ กำหนดไดอ้ ย่างถูกต้อง

3. เหน็ ความสำคญั ของการใช้สารสนเทศอย่างมีจริยธรรม

5.ทกั ษะของผูเ้ รียนในศตวรรษที่ 21

• ทกั ษะการเรียนรรู้ ว่ มกนั

• ทักษะกระบวนการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ

• ทกั ษะการส่อื สาร
6.ความรู้เดิมท่ีนกั เรยี นตอ้ งมี

• นกั เรยี นมวี ธิ กี ารปอ้ งกนั ใหใ้ ช้งานอินเทอร์เน็ตให้ปลอดภัยอย่างไร

• นกั เรยี นมีแนวทางปฏิบตั ิเพ่อื ใหเ้ กิดคณุ ธรรมและจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างไร
7.สาระสำคญั

ปัจจบุ ันเทคโนโลยีสารสนเทศเขา้ มามีบทบาทต่อการดำรงชวี ิตของมนษุ ย์มากข้นึ และจะเห็นได้วา่ ยง่ิ มี
ประโยชน์มากเพยี งใด กอ็ าจเป็นภยั มากเทา่ กนั หากผใู้ ช้ขาดความรู้ ความรับผิดชอบ และการนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นทาง
สร้างสรรค์ จงึ มีการควบคุมการใช้ และกำหนดแนวทางปฏิบัติเพอื่ ใหเ้ กดิ คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยี
สารสนเทศ

8.ส่อื และอปุ กรณ์

8.1. ใบกจิ กรรมท่ี 8.1

8.2 แบบประเมนิ การทำงานกล่มุ
8.3 หนังสือเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1 ของ
สสวท.
8.4 PowerPoint เร่อื ง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั
9.แนวทางจดั การเรียนรู้
9.1 การจดั เตรยี ม

9.1.1 จัดเตรียมใบกจิ กรรม 8.1 ตามจำนวนกลมุ่
9.1.2 สังเกตพฤติกรรมการมสี ว่ นรว่ มในช้นั เรยี น
9.1.3 แบบประเมนิ การทำงานกลุ่ม
9.1.4 จดั เตรยี ม PowerPoint เรอื่ ง จริยธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
9.2 ขั้นตอนการดำเนนิ การ
9.2.1 ผสู้ อนชกั ชวนผู้เรียนพดู คุย โดยถามนกั เรยี นถงึ การใชง้ าน social media ของนกั เรียนในการ
รับ-สง่ ข้อมลู หรือการพูดคยุ กับเพ่อื น ๆ
9.2.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนพจิ ารณาและอภิปรายการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศต้องคำนงึ ถึงสิ่งใดเป็นสำคญั
9.2.3 ผ้สู อนอธิบายเน้อื หาเกี่ยวกับ จริยธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ และจรรยาบรรณใน
การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ แลว้ ให้ผู้เรียนพจิ ารณาแสดงความคิดเห็น
9.2.4 ผสู้ อนอธิบายถงึ ข้อกำหนด ข้อตกลงในการใชแ้ หลง่ ข้อมลู และเชื่อมโยงไปถึงการจดั ทำสัญญา
อนุญาต (Creative Commons) จากนั้นใหผ้ ู้เรียนศึกษาสญั ญาอนญุ าตและเง่ือนไขของแต่ละแบบจากหนังสอื เรียน
9.2.5 ครสู มุ่ ตวั อยา่ ง Creative Commons ที่เป็นไอคอน แลว้ สุ่มถามนกั เรยี นวา่ ไอคอนสัญญา
อนญุ าตดังกล่าวคอื อะไร มีเงือ่ นไขอยา่ งไร โดยใหน้ กั เรยี นปิดหนังสอื เรยี น
9.2.6 ผูส้ อนแบง่ ผู้เรยี นเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน แลว้ ใหผ้ ู้เรียนศกึ ษารว่ มกันศกึ ษาและสบื คน้ เกย่ี วกับ
จรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ และ Creative Commons แลว้ ทำกิจกรรม 8.1
9.2.5 ผู้สอนส่มุ ผู้เรยี น 3-5 กลมุ่ นำเสนอหนา้ ช้นั เรียน และใหผ้ ูเ้ รยี นในชนั้ เรียนและผู้สอนพจิ ารณา
ความถกู ต้อง เหมาะสม พร้อมท้งั ใหข้ อ้ เสนอแนะตา่ งๆแก่กลมุ่ นำเสนอ
9.2.5 ผู้สอนและผเู้ รยี นร่วมกันสรุปอภิปรายและแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั การใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ จรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ และ Creative Commons
10.การวัดและประเมินผล
- ประเมินการทำงานกลมุ่
11.ส่ือและแหล่งเรียนรู้
11.1 หนงั สือเรียนรายวิชาพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ของ
สสวท.
12.ขอ้ เสนอแนะ
-

กิจกรรมท่ี 8.1
เรือ่ ง จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ

คำช้แี จง ใหน้ ักเรียนตอบคำถามต่อไปน้ี

1. PAPAประกอบด้วยอะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ความเปน็ สว่ นตวั (Information Privacy) หมายถงึ อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Cyber-Crime) คืออะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. ความหมายของระบบรักษาความปลอดภัย (Computer Security System) มีไวเ้ พือ่ อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

จากรปู คือสัญลักษณ์ใด จงอธบิ าย

………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรียนรู้

กลมุ่ สาระ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

วิชา วิทยาการคำนวณ

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 เรอื่ ง การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ระดับชั้น มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1

แผนการเรียนร้ทู ่ี 9 เร่ือง ภยั คกุ คามทางคอมพิวเตอร์ ภาคเรยี นท่ี 2

จำนวน 2 คาบ/สัปดาห์ เวลา 2 ช่วั โมง

*********************************************************************************************************

1.มาตรฐาน

ว 4.2 เข้าใจ และใช้แนวคิดเชงิ คำนวณในการแกป้ ญั หาทพ่ี บในชีวติ จรงิ อยา่ งเป็นขน้ั ตอน

และเปน็ ระบบ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหา

ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ รู้เท่าทนั และมีจริยธรรม

2.ตัวชีว้ ดั

ตัวชี้วัดที่ 4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั ใช้สอื่ และแหลง่ ข้อมูลตามข้อกำหนดและข้อตกลง

3.สาระการเรียนรู้

3.1 ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เชน่ การปกป้องความเป็นส่วนตัวและอตั ลักษณ์

3.2 การจดั การอัตลกั ษณ์ เชน่ การตงั้ รหัสผ่าน การปกปอ้ งข้อมูลส่วนตัว

3.3 การพิจารณาความเหมาะสมของเนอ้ื หา เชน่ ละเมิดความเปน็ สว่ นตวั ผูอ้ ่นื อนาจาร วจิ ารณ์ผู้อน่ื อยา่ ง

หยาบคาย

3.4 ข้อตกลง ข้อกำหนดในการใช้สอ่ื หรือแหลง่ ข้อมลู ตา่ ง ๆเชน่ Creative Commons

4.จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นรจู้ กั ภยั คกุ คามทางส่อื ออนไลน์

2. เพือ่ ให้ผู้เรียนสามารถปอ้ งกนั ตัวเองจากการถูกคุกคามทางสือ่ ออนไลน์

3. เพื่อให้ผ้เู รยี นได้นำประโยชนจ์ ากการเรียนมาปรบั ใช้ในชีวิตประจำวัน

5.ทกั ษะของผูเ้ รยี นในศตวรรษท่ี 21

• ทักษะการเรียนรู้ร่วมกนั

• ทักษะกระบวนการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ

• ทกั ษะการสื่อสาร
6.ความร้เู ดมิ ทน่ี ักเรียนตอ้ งมี

• นกั เรยี นมวี ธิ กี ารปอ้ งกนั ใหใ้ ช้งานอนิ เทอร์เน็ตใหป้ ลอดภัยอย่างไร

• นกั เรยี นมีแนวทางปฏิบตั เิ พือ่ ใหเ้ กิดคุณธรรมและจริยธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งไร
7.สาระสำคัญ

ในปจั จบุ ันเทคโนโลยีสารสนเทศมีความสำคญั ในชีวิตประจำวันของนักเรยี นเป็นอย่างมาก และสิง่ ท่ีมาพรอ้ ม
กับความสะดวกสบายในการใช้งาน คอื ภัยคกุ คามในรปู แบบตา่ งๆ ท่ีทำให้เกดิ ปญั หาต่อผู้ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ
ดงั นัน้ การเรยี นรู้เก่ียวกับการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั จะช่วยใหน้ กั เรยี นร้เู ทา่ ทนั และสามารถปอ้ งกนั
การถกู คกุ คามในรปู ต่างๆ

8.ส่ือและอุปกรณ์

8.1. ใบกจิ กรรมที่ 9.1

8.2 แบบประเมินการทำงานกลุ่ม
8.3 หนังสอื เรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ของ
สสวท.
8.4 PowerPoint เรื่อง การใช้เทคโนโลยอี ยา่ งปลอดภยั
9.แนวทางจดั การเรยี นรู้
9.1 การจัดเตรยี ม

9.1.1 จดั เตรยี มใบกจิ กรรม 9.1 ตามจำนวนผูเ้ รียน
9.1.2 สงั เกตพฤติกรรมการมีส่วนรว่ มในชน้ั เรียน
9.1.3 แบบประเมนิ การทำงานกลุ่ม
9.1.4 จัดเตรียม PowerPoint เร่ือง การใช้เทคโนโลยีอยา่ งปลอดภยั
9.2 ขน้ั ตอนการดำเนนิ การ
9.2.1 ผสู้ อนชกั ชวนผู้เรียนพูดคุย โดยถามนักเรียนถึงการใชค้ อมพวิ เตอรข์ องนักเรยี นว่ามีความ
ปลอดภัยหรือไม่
9.2.2 ผสู้ อนอธบิ ายเนอื้ หาเรื่องความปลอดภัยนการใช้เทคโนโลยแี ละรปู แบบภัยคกุ คาม
9.2.3 ครสู มุ่ ตวั อยา่ ง ภยั คุกคามคอมพิวเตอร์ และใหผ้ ู้เรยี นรว่ มกันวเิ คราะห์และอภิปรายเกยี่ วกบั
ตัวอยา่ งภัยคกุ คามคอมพิวเตอร์
9.2.4 ผสู้ อนแบง่ ผู้เรียนเปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละ 3 คน แลว้ ใหผ้ เู้ รียนศึกษารว่ มกนั ศกึ ษาและสืบคน้ เกยี่ วกับ
ภยั คุกคามคอมพวิ เตอร์ต่างๆ แลว้ ทำกิจกรรม 9.1
9.2.5 ผู้สอนสุ่มผเู้ รยี น 3-5 กล่มุ นำเสนอหนา้ ช้นั เรยี น และใหผ้ ู้เรียนในชน้ั เรยี นและผู้สอนพิจารณา
ความถกู ตอ้ ง เหมาะสม พร้อมท้งั ใหข้ อ้ เสนอแนะตา่ งๆแกก่ ลมุ่ นำเสนอ
9.2.6 ผ้สู อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปอภิปรายและแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั การใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอยา่ งปลอดภยั และภยั คกุ คามคอมพิวเตอร์
10.การวดั และประเมนิ ผล
- ประเมินการทำงานกลมุ่
- ตรวจคำตอบในใบกิจกรรม

11.ส่อื และแหล่งเรียนรู้
11.1 หนังสอื เรียนรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ของ

สสวท.
12.ข้อเสนอแนะ

-

กิจกรรมท่ี 9.1
เร่อื ง ภยั คกุ คามทางคอมพิวเตอร์

คำชีแ้ จง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปน้ี

1. ภยั คุกคาม (Threat) คืออะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus) อนั ตรายอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. จงอธิบายเกี่ยกบั ฟิชชง่ิ (Phishing)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. จงยกตวั อยา่ งอันตรายของมัลแวร์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. การติดไวรัสคอมพวิ เตอรส์ ามารถไดม้ าจากหลายทาง คือ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


Click to View FlipBook Version