The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กลุ่ม 3 ปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อที่...

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by medsiam2023, 2023-08-24 03:02:47

กลุ่ม 3 ปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อที่...

กลุ่ม 3 ปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อที่...

รายงานการวิจัย รายวิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ชุมชน ปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อผ้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อที่แผนกอายู ุรกรรม ชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า Factors Affecting Patient Referrals from Network Hospital to Male Ward of Internal Medicine Department at Pranangklao Hospital โดย นายเต็มฟ้า ศรีประเสริฐ รหัสนักศึกษา 5806300007 นางสาวปริยานุช เมธชนัน รหัสนักศึกษา 5806300012 เสนอ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์เฉลิม วราวิทย์ แพทย์หญิงสิริรัตน์ ลิมกุล นายแพทย์ประเสริฐ ประกายร้งทองุ อาจารย์ยุพา สุทธิมนัส ปี การศึกษา 2563 ศูนย์แพทยศาสตร์ชั้นคลินิก โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ก หัวข้อวิจัย ปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อ แผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ ผ้ด าเนินการวิจัยูนายเต็มฟ้า ศรีประเสริฐ รหัสนักศึกษา 5806300007 นางสาวปริยานุช เมธชนัน รหัสนักศึกษา 5806300012 หน่วยงาน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ปี พ.ศ. 2563 บทคัดย่อ ในปั จจุบัน โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าได้มีการรับการส่ งต่อผู้ป่ วยจากโรงพยาบาล ในเครือข่ายเป็ นจ านวนมาก โดยเฉพาะแผนกอายุรกรรม ท าให้การบริ การต่อผู้ป่ วยไม่ทั่วถึง การศึกษาวิจัยครั้งนี้จากที่ได้ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีปัญหาในการส่งต่อจาก เวชปฏิบัติปฐมภูมิและแพทย์เฉพาะทาง การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อทราบปัจจัยที่มีผลต่อ การส่ งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเครื อข่ายมารักษาต่อแผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาล พระนังเกล้า ่ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างจากใบส่งต่อของผู้ป่ วย จ านวน 300 ราย จากการเก็บข้อมูล Case record form ที่ถูกดัดแปลงเป็ น Google form สถิติที่ใช้ในงานวิจัย คือ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิง พรรณนา ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 65 ปี ร้อยละ 38.3 สิทธิการรักษา ของผู้ป่ วยส่วนใหญ่ คือ สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า ร้อยละ 97.7 และสถานพยาบาลที่ส่งต่อ ส่วนใหญ่ คือ โรงพยาบาลบางบัวทอง ร้อยละ 29 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ปัจจัยที่มีผลต่อ การส่ งต่อผู้ป่ วย มีปัจจัยที่มีผลทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่ 1) ปั จจัยด้านสถานพยาบาล พบว่า สถานพยาบาลส่วนใหญ่ยังขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ ร้อยละ 46.7 2) ปัจจัยด้านแพทย์ผู้ส่งต่อ พบว่าแพทย์เพิ่มพูนทักษะ/ใช้ทุน เป็ นผู้ที่ส่งต่อผู้ป่ วยมามากที่สุด ร้อยละ 57 และ 3) ปัจจัยด้านโรค ของผู้ป่ วย พบว่าผู้ป่ วยที่ถูกส่งต่อมา เป็นโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือดมากที่สุด ร้อยละ 29.3 นอกจากนี้ยังพบว่าใบส่งต่อผู้ป่ วยนั้น แพทย์ผู้ส่งต่อไม่ได้ระบุรายละเอียดของโรคที่ชัดเจนมากพอ ในความคิดของผู้ท าวิจัย จึงควรต้องมีการจัดการมาตรฐานในการระบุรายละเอียดที่ส่งต่อ เพื่อให้ สถานพยาบาลปลายทางบริหารจัดการกับผู้ป่ วยได้อย่างเหมาะสม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ข Research Title Factors affectingpatient referrals from network hospital to male ward of Internal Medicine department at Pranangklao hospital Researcher Temfah Sriprasert Student No. 5806300007 Pariyanuch Metchanan Student No. 5806300012 Organization School of Medicine Siam University Year 2020 ABSTRACT In present, Pranangklao hospital received a large amount of referral from network hospital especially in Internal Medicine department which caused inaccessibility of the service for patient. This study, we reviewed associated literatures, found that there was a problem in referrals between primary care physicians and specialists so, the objective of this study is to find factors affecting patient referrals from network hospital to male ward of Internal Medicine department at Pranangklao hospital. Population and sample are from 300 referral forms by using Google form that adapt from Case record form. The method of this study was using descriptive statistic. The result of this study, the majority of sample was more than 65 years-old (38.3 %), used Universal Coverage (97.7%) and referred from Bangbuathong hospital (29%). Factors affecting patient referrals was composed of 3 factors; 1) The referral hospital factor, we found that many of the hospital lack of medical equipment (46.7%) 2) The referral physician factor, we found that patient was referred by the Internist (57%) and 3) The disease of patient factor, we found that many of them have been diagnosed cardiovascular disease (29.3%). Furthermore, we found that referral physician was not give appropriate disease data in referral form and thought that there should ศ made a standard for destination hospital to give appropriate management for the patient. ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ค กิตติกรรมประกาศ ขอขอบพระคุณ นายแพทย์มณเฑียร เพ็งสมบัติผู้อ านวยการโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า พร้อมทั้งบุคลากรโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการเก็บข้อมูลการท า วิทยานิพนธ์ ขอบพระคุณอาจารย์ผู้ควบคุมวิทยานิพนธ์ อ.เฉลิม วราวิทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม และ อ.ยุพา สุทธิมนัส โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ที่กรุณาให้ค าแนะน าที่เป็ น ประโยชน์และให้ความช่วยเหลือในการท าวิทยานิพนธ์ครั้งนี้ นายเต็มฟ้า ศรีประเสริฐ นางสาวปริยานุช เมธชนัน พ.ศ. 2563 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ง สารบัญ หน้า บทคัดย่อภาษาไทย ก บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ข กิตติกรรมประกาศ ค สารบัญ ง สารบัญตาราง ฉ สารบัญภาพ ช บทที่ 1 บทน า 1 ความเป็ นมาและความส าคัญ 1 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1 ขอบเขตการวิจัย 2 นิยามศัพท์เฉพาะ 2 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 6 สถานการณ์ปัจจุบัน โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่6 นิยามการรับส่งต่อผู้ป่ วย 7 สิทธิการรักษาพยาบาล 8 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 9 กรอบแนวคิดในการวิจัย 13 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


จ หน้า บทที่ 3 วิธีด าเนินการวิจัย 14 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 14 เครื่องมือในการวิจัย 15 การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือการวิจัย 15 การเก็บรวบรวมข้อมูล 16 การวิเคราะห์ข้อมูล 16 บทที่ 4 ผลการวิจัย 17 ข้อมูลพื้นฐานการส่งต่อ 17 ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุที่ส่งต่อของใบส่งต่อ 19 ข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์ผู้ส่งต่อของใบส่งต่อ 19 ข้อมูลเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคของใบส่งต่อ 20 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 22 สรุปผลการวิจัย 22 อภิปรายผล 23 ข้อเสนอแนะ 24 บรรณานุกรม 25 บรรณานุกรมภาษาไทย 25 บรรณานุกรมภาษาต่างประเทศ 25 ภาคผนวก ภาคผนวก ก แบบเก็บข้อมูล (Case Record Form) 28 ภาคผนวก ข การค านวณกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตร Taro Yamane (1973) 32 ประวัติผ้วิจัยู34 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ฉ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 1.1 ตารางแสดงระยะเวลาการด าเนินงาน 4 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ช สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า 4.1 อายุของผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนัง่ เกล้า 18 4.2 สิทธิการรักษาของผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนก อายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนัง่ เกล้า 18 4.3 สถานพยาบาลที่ส่งต่อของผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนก อายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ 18 4.4 สาเหตุที่ส่งต่อของผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนก อายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ 19 4.5 แพทย์ผู้ส่งต่อผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ 20 4.6 ข้อมูลเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อ แผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ 20 ก-1 แบบการเก็บข้อมูล ส่วนรายละเอียด ที่ถูกดัดแปลงเป็ น google form 29 ก-2 แบบการเก็บข้อมูล ส่วนที่1ข้อมูลพื้นฐาน ที่ถูกดัดแปลงเป็ น google form 30 ก-3 แบบการเก็บข้อมูล ส่วนที่ 2 รายละเอียดการส่งต่อ ที่ถูกดัดแปลงเป็ น google form 31 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


1 บทที่ 1 บทน า 1.1 ความเป็ นมาและความส าคัญ ก ารส่ งต่ อ ผู้ป่ วย จ าก เว ช ศ าส ตร์ป ฐ ม ภู มิ ถึ งแ พ ท ย์เฉ พ าะ ท างแล ะ การส่งก ลับ เป็ นกระบวนการที่มีความส าคัญในระบบบริ การสุ ขภาพ จากการแบ่งระดับสถานบริ การ สาธารณสุขในการส่งต่อผู้ป่ วยออกเป็ น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง เพื่อใช้ ทรัพยากรในเครือข่ายที่มีจ ากัดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หลีกเลี่ยงการลงทุนซ ้าซ้อนและขจัดสภาพ การแข่งขัน โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าจัดเป็ นกลุ่มโรงพยาบาลระดับสูง ประเภทโรงพยาบาลศูนย์ (Advance Level Hospital) หรือระดับ A เป็ นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ รับส่งต่อผู้ป่ วยระดับสูง โดยให้มีครอบคลุมทุกเขตสุขภาพ ขีดความสามารถรองรับผู้ป่ วยที่ต้องการการรักษาที่ยุ่งยาก ซับซ้อนระดับเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีขั้นสูงและมีราคาแพง มีภารกิจด้านแพทยศาสตร์ศึกษาและ งานวิจัยทางการแพทย์ จึงประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งสาขาหลัก สาขารอง และสาขาย่อยครบ ทุกสาขาตามความจ าเป็ น สามารถรองรับผู้ป่ วยส่งต่อจากระดับตติยภูมิ ภายในเขตสุขภาพเดียวกัน และเขตสุขภาพใกล้เคียง การรับและส่งต่อผู้ป่ วยของโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าตามนโยบายของ กระทรวงสาธารณสุขที่ให้โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทัวไป ่จัดตั้งศูนย์ refer ดูแลรับผิดชอบ ลูกข่าย รพช. คือ โรงพยาบาลบางบัวทอง โรงพยาบาลบางใหญ่ โรงพยาบาลบางกรวย โรงพยาบาล ไทรน้อย และโรงพยาบาลปากเกร็ด ในปัจจุบัน โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าได้มีการรับการส่งต่อผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลใน เครือข่ายเป็ นจ านวนมาก โดยเฉพาะแผนกอายุรกรรม ท าให้การบริการต่อผู้ป่ วยไม่ทั่วถึง เช่น จ านวนเตียงไม่เพียงพอจ านวนเครื่องช่วยหายใจไม่เพียงพอ เป็ นต้น และยังเป็ นการเพิ่มภาระหน้าที่ ของบุคคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพ ท าให้ประสิทธิภาพการ รักษาและความปลอดภัยของผู้ป่ วยลดลง การศึกษาวิจัยครั้งนี้จากที่ได้ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง มีปัญหาที่พบในการส่งต่อจาก เวชปฏิบัติปฐมภูมิและแพทย์เฉพาะทางคือ แพทย์ปฐมภูมิซักประวัติและตรวจร่างกายไม่ละเอียด การวินิจฉัยที่ไม่จ าเพาะ ส่งต่อเร็วเกินไป ขาดการตรวจทางห้องปฏิบัติการณ์เพิ่มเติมที่เพียงพอ และ ขาดการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพระหว่างแพทย์ปฐมภูมิและแพทย์เฉพาะทาง ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิด ปัญหาที่กระทบต่อผู้ป่ วยการสิ้นเปลืองทรัพยากร เพิ่มภาระของแพทย์เฉพาะทางอย่างไม่เหมาะสม ผู้ป่ วยเองต้องเสียเวลาที่มากขึ้นในการมาตรวจ ผู้วิจัยจึงต้องการทราบถึงปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


2 ผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลพระนังเกล้า และสาม ่ารถ น าผลของงานวิจัยครั้งนี้ไปต่อยอดเพื่อปรับปรุงหรือแก้ไขปัจจัยต่าง ๆเหล่านี้ต่อไป 1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อทราบปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครื อข่ายมารักษาต่อแผนก อายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนัง่ เกล้า 1.3 ขอบเขตการวิจัย การศึกษานี้เป็นการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อผู้ป่วย โดยเก็บข้อมูลจากใบส่งต่อ ของผู้ป่ วยแผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า จ าน ่วน 300ราย 1.4 นิยามศัพท์เฉพาะ ปัจจัยที่มีผล หมายถึง องค์ประกอบหรือส่วนส าคัญที่คาดว่าน่าจะมีผลในการส่งต่อผู้ป่ วย จากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลพระนังเกล้ ่า การส่งต่อ หมายถึง การส่งต่อผู้ป่ วยไปรักษาต่อที่สถานบริการสุขภาพอื่น เนื่องจากเกิน ศักยภาพของตนหรือด้วยข้อจ ากัดอื่น ๆ ที่จ าเป็ น ซึ่งสามารถให้บริการที่เหมาะสมกว่า เพื่อปรึกษา ชันสูตรวินิจฉัยรักษาต่อหรือเพื่อการรักษา โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือวินิจฉัยที่ทันสมัย ซึ่ง อาจจะเป็ นสถานพยาบาลในระดับเดียวกันหรือสถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า โรงพยาบาลเครือข่าย หมายถึง โรงพยาบาลเครือข่ายของโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ได้แก่ โรงพยาบาลบางบัวทอง โรงพยาบาลบางใหญ่ โรงพยาบาลบางกรวย โรงพยาบาลไทรน้อย และ โรงพยาบาลปากเกร็ด หอผู้ป่ วยใน หมายถึง สถานที่สาหรับผู้ป่ วยที่พักค้างคืนเพื่อรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยจะได้รับ การรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคที่ได้มาตรฐาน และปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมงตามสภาพปัญหา และความเจ็บป่ วยของผู้ป่ วยแต่ละราย และได้รับค าแนะน า ให้ค าปรึกษาผู้ป่ วยและญาติเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการฟื้นฟูสภาพ เพื่อให้กลับไปดูแลตนเองและน าความรู้ที่ได้นี้ไปใช้กับบุคคลอื่น ๆ ใน ครอบครัวและสังคม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


3 อายุรกรรม หมายถึง การรักษาโรคด้วยยา อายุ หมายถึง อายุของกลุ่มตัวอย่างนับเป็ นจ านวนปี เต็ม สิทธิการรักษาพยาบาล หมายถึง การได้รับการคุ้มครองสิทธิการรักษาพยาบาลที่ระบุในเวช ระเบียนของผู้ป่วย 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ได้ทราบปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนก อายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเก่ ล้า 2. สามารถจัดล าดับความส าคัญในการแก้ไขปัญหาในอนาคตเกี่ยวกับการส่งต่อผู้ป่ วย จาก โรงพ ยาบ าล เครื อข่ายม ารัก ษ าต่อแผน ก อายุรกรรมช าย โรงพ ยาบ าลพ ระนั่งเก ล้า ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ตารางที่ 1.1 ตารางแสดงระยะเวลาการด าเนินงาน ล าดับ ที่ ชื่อเรื่อง ปีพ.ศ.2562 ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค1 เขียนโครงร่างวิจัย x 2 ศึกษาความรู้และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง x 3 ตั้งวัตถุประสงค์ x 4 ก าหนดกลุ่มเป้าหมาย x 5 เขียนกรอบแนวคิด x 6 ตั้งสมมติฐาน x 7 เขียนบทที่1 x 8 เขียนบทที่ 2 x 9 เขียนบทที่ 3 x 10 สร้างเครื่องมือ x 11 ปรึกษาอจ.ที่ปรึกษาหาความตรง x 12 น าไปทดสอบ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรคณะแพทยศาส


4 ปี พ.ศ.2563 . ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. x โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า าสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ล าดับ ที่ ชื่อเรื่อง ปีพ.ศ.2562 13 ปรับแก้และหาความเที่ยง 14 น าไปใช้กับกลุ่มเป้าหมาย 15 รวบรวมข้อมูล 16 เขียนบทที่ 4 17 เขียนบทที่ 5 18 ข้อเสนอแนะ 19 บรรณานุกรม 20 ภาคผนวก ศู นย์แพทยศาสตรช์ ัน้ คลิ นิ ก โรคณะแพทยศาส


5 ปี พ.ศ.2563 x x x x x x x x โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า าสตร์ มหาวทิ ยาลัยสยาม


6 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ผู้ศึกษาได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ ข้อมูลปัจจุบัน เอกสารและงานวิจัย ที่เกี่ยวข้อง เพื่อน ามาเป็ นกรอบแนวคิดและสร้างแบบเก็บข้อมูลในการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการ ส่งต่อผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ดังหัวข้อต่อไปนี้ 2.1 สถานการณ์ปัจจุบัน โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ 2.2 นิยามการรับส่งต่อผู้ป่ วย 2.3 สิทธิการรักษาพยาบาล 2.4 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.5กรอบแนวคิดในการวิจัย 2.1 สถานการณ์ปัจจุบัน โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เดิมชื่อว่าโรงพยาบาลนนทบุรี สังกัดส านักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุข ตั้งอยู่เลขที่91 ถนนนนทบุรี ต าบลบางกระสอ อ าเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี มีเนื้อที่ ทั้งหมด มีพื้นที่ทั้งหมด 24 ไร่ 1 งาน 2.6 ตารางวา เปิ ดให้บริ การวันที่ 24 มิถุนายน 2500 เป็ นโรงพยาบาลประจ าจังหวัดในปี พ.ศ. 2532 ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้เปลี่ยนชื่อ เป็ น “ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ที่พระราชชนนี กรมหลวง พระศรี สุลาลัย เป็ นชาวจังหวัดนนทบุรีมีขอบเขต การให้บริการรักษาพยาบาลในระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิขั้นต้น ในด้านการป้องกัน ส่งเสริม การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพ ด้วยแพทย์เฉพาะทางแก่ประชาชนในจังหวัด นนทบุรีและปริมณฑล โดยปัจจุบันถือเป็ นโรงพยาบาลหลักในการดูแลสุขภาพประชาชนจังหวัดนนทบุรี จังหวัดในเขตปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียงอื่น ๆ ที่อยู่ในฐานะโรงพยาบาลศูนย์ ขนาด 637 เตียง ณ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2563 เตียงจังหวัดนนทบุรี มีการขยายตัวจนกลายเป็ นเมืองใหญ่ ที่มีประชากรมาอาศัยจ านวนมาก โดยมีประชากรตามทะเบียนราษฎร์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 รวม 1,157,999 คน และมีแนวโน้วมากขึ้นเรื่อย ๆ มีประชากรแฝงประมาณ 6 แสนคน เป็ นจังหวัด ที่ มี การหลั่งไหล่ของประชาชนและแรงงานต่างด้าวเข้ามาอยู่อาศัยและท างานในพื้นที่ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


7 เป็ นจ านวนมาก การขยายตัวทางเศรษฐกิจด้านที่พักอาศัย ศูนย์ราชการต่าง ๆ ก็มีการเติบโตขึ้น เรื่อย ๆ รวมถึงการขยายเส้นทางการคมนาคม รถไฟฟ้าสายสี ม่วงและการสร้างมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่ –กาญจนบุรี เพื่อรองรับการคมนาคมขนส่งเชื่อมท่าเรื อน ้าลึกทวาย ส่งผลให้ จังหวัดนนทบุรีมีความแออัดพอๆ กับกรุงเทพฯ ซึ่งมีผลกระทบต่อการให้บริการด้านสาธารณสุข และสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่เป็ นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้จึงท าให้โรงพยาบาลมีภาระงาน ด้านการรักษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2.2 นิยามการรับส่งต่อผ้ป่ วยู ระบบการรับส่งต่อ (Referral system) หมายถึง ระบบบริการสุขภาพที่จัดขึ้น เพื่อให้บริการ รับส่งต่อผู้ป่วยหรือผู้รับบริการได้รับบริการสุขภาพ บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข ระหว่างสถานบริ การสุขภาพ ตั้งแต่ก่อนการส่งต่อ ขณะส่งต่อ หลังส่งต่อ และการส่งต่อทั้งไป และกลับ อย่างมีคุณภาพเหมาะสมกับขีดความสามารถของสถานบริการสุขภาพนั้น ๆ โดยผู้ป่ วย ได้รับบริการสุขภาพที่ต่อเนื่องในแนวทางเดียวกันตั้งแต่สถานบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ และศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูง (Excellent center) ซึ่ งประกอบไปด้วย การส่ งต่อ (Refer out) การรับการส่งต่อ (Refer in) การส่งกลับ (Refer back) การรับกลับ (Refer receive) การขอรับค าปรึกษาในการดูแลรักษาผู้ป่ วย (Consultation) การจัดระบบบริการรับส่งต่อผู้ป่ วย การควบคุมก ากับการปฏิบัติการทางด้านการแพทย์ทางไกลในระบบส่งต่อ (Online Medical Oversight) ระบบติดตามรถพยาบาล (Ambulance tracking) เครือข่ายระดับจังหวัด เครือข่ายระดับ เขตสุขภาพ การส่งต่อ (Refer out) หมายถึง การส่งต่อผู้ป่ วยไปรักษาต่อที่สถานบริการสุขภาพอื่น (เนื่องจากเกินศักยภาพของตนหรือด้วยข้อจ ากัดอื่น ๆ ที่จ าเป็ น ซึ่งสามารถให้บริการที่เหมาะสมกว่า เพื่อปรึกษาชันสูตรวินิจฉัยรักษาต่อหรือเพื่อการรักษา โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือวินิจฉัย ที่ทันสมัย ซึ่งอาจจะเป็ นสถานพยาบาลในระดับเดียวกันหรือสถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า ก ารรับ ส่ งต่ อ (Refer in) ห ม ายถึ ง ก ระบ วน ก ารรับ ผู้ป่วยที่ ได้รับ ก ารส่ งต่ อจาก สถานพยาบาลต้นทาง เพื่อมารับการรักษาต่อหรือรับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม การส่งกลับ (Refer back) หมายถึง การส่งผู้ป่ วยกลับไปรักษาต่อยังสถานพยาบาลขนาดเล็ก ใกล้บ้านเมื่อมีอาการที่พ้นระยะวิกฤตหรือมีอาการที่เหมาะสมกับศักยภาพของสถานพยาบาลขนาด เล็กใกล้บ้าน รวมถึงการส่งกลับไปรับการรักษาตามสิทธิการรักษาด้วย ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


8 การรับกลับ (Refer receive) หมายถึง การจัดระบบบริการ เพื่อไปรับผู้ป่วยที่ได้รับ การส่งต่อไปรับการรักษาหรือตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมจากสถานพยาบาลปลายทาง กลับมารักษาต่อ ยังสถานพยาบาลต้นทาง เมื่อมีอาการที่พ้นระยะวิกฤตหรื อมีความเหมาะสมกับศักยภาพ ของสถานพยาบาลของตน รวมถึงการรับกลับมารักษาต่อตามสิทธิการรักษาด้วย เครือข่ายระดับจังหวัด หมายถึง สถานพยาบาลทุกที่ในพื้นที่เขตจังหวัด โดยมีโรงพยาบาล ระดับจังหวัด (โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทัวไป) เป็ นแม่ข่าย ่ 2.3 สิทธิการรักษาพยาบาล หมายถึง การได้รับการคุ้มครองสิทธิการรักษาพยาบาลจากรัฐบาล ได้แก่ 1) สิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาลของข้าราชการ คุ้มครองบริการรักษาพยาบาลให้กับ ข้าราชการ และบุคคลในครอบครัว (บิดา มารดา คู่สมรสและบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย) เมื่อเจ็บป่ วยสามารถเข้ารับบริการรักษาพยาบาลได้ที่โรงพยาบาลของรัฐโดยมีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ท าหน้าที่ดูแลระบบออกกฎระเบียบและข้อบังคับ 2) สิทธิประกันสังคม คุ้มครองบริการรักษาพยาบาลให้กับผู้ประกันตนตามสิทธิ สามารถ เข้ารับบริการรักษาพยาบาลได้ที่โรงพยาบาลที่เลือกลงทะเบียนโดยสานกับงานประกันสังคม กระทรวง แรงงานและสวัสดิการสังคมท าหน้าที่ดูแลระบบเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล 3) สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือรู้จักกันในนามสิทธิ30 บาทหรือสิทธิบัตรทอง คุ้มครองบุคคลที่มีสัญชาติไทยและเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ที่ไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการข้าราชการ หรือสิทธิประกันสังคมหรือสิทธิสวัสดิการรัฐวิสาหกิจหรือสิทธิอื่น ๆจากรัฐให้ได้รับบริการ สาธารณสุขทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัย การรักษาพยาบาลและการ ฟื้นฟูสมรรถภาพที่จ าเป็ นต่อสุขภาพและการด ารงชีวิต ตามพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 โดยมีสานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ท าหน้าที่บริหารจัดการระบบ เพื่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานอย่างทัวถึง ตามที่คณะก ่รรมการหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติก าหนด(รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็ นประธาน) บุคคลผู้ทีสิทธิหลักประกัน สุขภาพ เช่น - เด็กแรกเกิดที่ไม่มีสิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาลจากพ่อแม่ - บุตรข้าราชการที่บรรลุนิติภาวะ (อายุ20 ปีขึ้นไปหรือสมรส) - บุตรข้าราชการคนที่ 4ขึ้นไป (สิทธิข้าราชการคุ้มครองบุตรเพียง 3คน) ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


9 -ผู้ป ระกันตน ที่ ขาดการส่ งเงิน ส มท บ กองทุ นป ระกันสังคม (ห มดสิท ธิ ประกันสังคม) -ข้าราชการที่เกษียณอายุหรือออกจากราชการโดยมิได้รับบ านาญ -ผู้ประกอบอาชีพอิสระและไม่ได้เป็นผู้ประกันตน กลุ่มคนเหล่านี้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตามกฎหมายและสามารถลงทะเบียน เพื่อเลือก หน่วยบริการประจ าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 4) สิ ทธิสวัส ดิการการรักษาพ ยาบ าลของพ นักงานส่ วนท้องถิ่น คุ้มครองบ ริ การ รักษาพยาบาลให้กับข้าราชการ ข้าราชการการเมือง พนักงานลูกจ้างประจ าขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และบุคคลในครอบครัว เมื่อเจ็บป่ วยสามารถเข้ารับบริ การรักษาพยาบาลได้ ที่โรงพยาบาลของรัฐโดยมี กระทรวงมหาดไทยท าหน้าที่ดูแลระบบออกกฎระเบียบและข้อบังคับ 5) สิทธิหน่วยงานรัฐอื่น ๆ คุ้มครองบริการรักษาพยาบาลให้กับพนักงานหน่วยงานรัฐ ต่าง ๆ เช่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานรัฐที่จัดตั้งตาม พ.ร.บ.เฉพาะ ฯลฯ และ อาจคุ้มครองถึง บุคคลในครอบครัวด้วยทั้งนี้ขึ้นกับระเบียบของแต่ละหน่วยงาน 2.4 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยในประเทศ ปราโมทย์ ถ่างกระโทก (2561) ได้ท าการศึกษากระบวนการหลักของระบบส่งต่อผู้ป่ วย ได้แก่1) สถานบริการระดับต้น 2) สถานบริการรับผู้ป่ วย 3) ปฏิบัติการส่งต่อ และกระบวนการ สนับสนุนของระบบส่งต่อผู้ป่ วย ได้แก่ 1) ระบบสุขภาพ 2) การก ากับดูแลและการเสริมสร้าง ศักยภาพ 3) การปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และวิเคราะห์สถานการณ์การจัดระบบส่งต่อผู้ป่ วย ในบริบทของกระทรวงสาธารณสุขและกรุงเทพมหานคร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประชาชน สามารถเข้าถึงบริการที่ได้มาตรฐาน ครอบคลุม และต่อเนื่อง ผลการศึกษาการจัดบริการระบบส่งต่อ ผู้ป่ วยที่มีประสิทธิภาพ จ าท าให้ประชาชนได้รับบริการดูแลรักษาพยาบาลที่เหมาะสม มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ เกิดความเป็ นธรรมและความต่อเนื่องในการรับบริการ และเป็ นเครื่องมือส าคัญ เพื่อใช้เพิ่มประสิทธิภาพของระบบบริการสุขภาพ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


10 วาสิทธิ์ นงนุช (2560) ได้ท าการวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพื่อศึกษาขั้นตอนการพัฒนาระบบส่งต่อ ผู้ป่ วยฉุกเฉิน ผลของกระบวนการพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ปัจจัยความส าเร็จในการพัฒนา ระบบส่งต่อผู้ป่ วยฉุกเฉินระหว่างสถานพยาบาลของโรงพยาบาลเชียงขวัญจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี กลุ่มเป้าหมายจ านวน 30 คน ประกอบด้วย ตณะกรรมการบริหารโรงพยาบาล แพทย์พยาบาล วิชาชีพเวชกิจฉุ กเฉิ น ผู้ช่วยเหลือคนไข้และพนักงานขับรถพยาบาล ผลการท าวิจัยพบว่า ความไม่เหมาะสมในการส่งต่อลดลง มีแนวทางในระบบส่งต่อที่ชัดเจน บุคลากรมีส่วนร่วม ในการด าเนินโครงการพบปัจจัยแห่งความส าเร็จ ด ารงรัตน์ เลิศรัตนานนท์ (2558) ได้ท าการศึกษาคุณภาพการส่งต่อผู้ป่ วยจากเวชศาสตร์ ครอบครัวถึงแพทย์เฉพาะทาง ในด้านกระบวนการส่งต่อการสื่อสารกันระหว่างแพทย์และการดูแล ต่อเนื่ องที่ผู้ป่ วยได้รับ ในช่วงเวลา 1 ปี โดยรู ปแบบการท าวิจัยเชิงพรรณนาแบบตัดขวาง โดยท าก ารสุ่ ม ตัวอย่างจ าน วน 483 ราย จาก 2,714 ราย โดยวิธี simple random sampling ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการส่งต่อ เช่น การระบุปัญหาที่ส่งไม่ชัดเจน ส่งปรึกษาเร็วเกินไป ขาดการสื่อสารกลับจากแพทย์เฉพาะทาง ควรน าแบบฟอร์มการส่งปรึกษา มาใช้ และสร้างระบบการสื่อสารกลับจากแพทย์เฉพาะทางถึงแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว เกือบ 1 ใน 4ของการส่งต่ออาจจะหลีกเลี่ยงได้ โดยสร้างแนวทางการดูแลรักษาโรคหรือปัญหาที่พบบ่อย และเพิ่มพูนความรู้ของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวผ่านการฝึ กอบรมต่าง ๆ ธษา ศิ ระวัฒ นชัย (2555) ได้ท าพัฒ นาเชิงทดลองในการพัฒ นางานส่ งต่อผู้ป่ วย ศูนย์การแพทย์กาญจนภิเษก เป็ นเวลา 3 เดือน กลุ่มตัวอย่าง คือ งานส่งต่อผู้ป่ วยทั้งหมดในช่วง 1 เดือนก่อนทดลอง 12 ครั้งและในช่วง 1 เดือนหลังทดลอง 12 ครั้ง เก็บข้อมูลจากแบบบันทึก การส่ งต่อผู้ป่ วย แบบสอบถาม แบบสังเกต แบบบันทึกเหตุการณ์ แบบบันทึกการประชุม ผลการทดลองพบว่าลักษณะผู้ป่ วยทั้งก่อนและหลังทดลองไม่แตกต่างกัน หลังการทดลอง อัตราส่วนปริมาณงานเฉลี่ยต่อแรงงานที่ใช้ในการให้บริการเพิ่มขึ้น อัตราส่วนปริมาณงานเฉลี่ย ต่อค่าแรงงานที่ใช้ในการให้บริการเพิ่มขึ้น ความถูกต้องของการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มงาน ประจ าวันเพิ่มขึ้น ความถูกต้องของการปฏิบัติงานตามมาตรฐานเพิ่มขึ้น ความพึงพอใจทั้งของ ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ป่ วย/ญาติเพิ่มขึ้น ระยะเวลาเฉลี่ยในการส่งต่อผู้ป่ วยลดลง ต้นทุน ในการให้บริการลดลง ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


11 วิไลวรรณ กัณฑ์หา (2555) ได้ท าการวิจัยเชิงพรรณนา เพื่อศึกษาคุณภาพบริการ และ เปรียบเทียบคุณภาพบริการจ าแนกตามปัจจัยต่าง ๆของบุคลากร กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพ ที่ปฏิบัติงานที่หอผู้ป่ วยธรรมรักษา กุมาริกา ชวนชม ห้องคลอด ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน ตึกผู้ป่ วยนอก โดยการเลือกแบบเจาะจงจ านวน 68 คน ผลการศึกษาพบว่าความคาดหวังและการรับรู้ต่อคุณภาพ บริการของศูนย์ส่งต่อโรงพยาบาลอุทุมพรพิสัยอยู่ในระดับปานกลาง แสดงให้เห็นว่าควรมีนโยบาย ในการเตรียมความพร้อมของบุคลากร อุปกรณ์ในรถ จัดทีมนิเทศ จัดท ามาตรฐานในการดูแลผู้ป่ วย รายโรคให้เป็ นแนวทางเดียวกัน มีการอบรมและแนะน าเจ้าหน้าที่ใหม่ และเพิ่มทักษะในการดูแล ผู้ป่ วยขณะส่งต่อแก่บุคลากรเก่า งานวิจัยต่างประเทศ ลีวา เนมานีส และคณะ (Ieva Neimanis Et all, 2560) ได้ท าการศึกษากระบวนการส่งต่อ ผู้ป่ วยและระยะเวลาที่ผู้ป่ วยได้ไปตามนัดการส่งตัวผู้ป่ วย โดยใช้รูปแบบงานวิจัยแบบสังเกต โดยใช้ แบบสอบถามทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ท าในแพทย์ที่ยังปฏิบัติงานในแผนกเวชศาสตร์ครอบครัว พบว่ามีการขอปรึกษาทั้งหมด 816 ราย โดยสาขาที่มีความต้องการในการส่งตัวผู้ป่ วยเป็ นส่วนใหญ่ 5 สาขา ได้แก่ ตจวิทยา ศัลยกรรม ทางเดินอาหาร ศัลยกรรมกระดูก และสูตินรีเวช จากทั้งหมด พบว่า 36.4% ของผู้ที่ต้องการปรึกษาไม่ได้รับการตอบสนองจากแพทย์เฉพาะทาง และพบว่า ระยะเวลาเฉลี่ยส าหรับผู้ป่วยที่ได้รับการนัดหมาย คือ 60.1 วัน แ ม รี่ เอ ล เล น บิ ก เก อ ร์ ส ต า ฟ แ ล ะ ค ณ ะ (Mary Ellen Biggerstaff Et all, 2560) ได้ท าการศึกษ าการป ระเมิ นการส่ งต่อผู้ป่ วยไป ยังแพ ท ย์เฉพ าะท างที่ คลินิ กเขตชนบท โดยใช้รูปแบบงานวิจัยการทบทวนข้อมูลแบบย้อนหลัง ในระยะเวลา6เดือน ใช้ข้อมูลจาก 10 ผู้ให้บริการระดับปฐมภูมิ จ านวน 13,601 ราย และมีการส่งต่อผู้ป่ วย 3,814 ราย พบว่า เกือบ 50% ของผู้ป่ วยที่ถูกส่งตัวไม่ไปตามนัดเพื่อพบแพทย์เฉพาะทางและนอกจากการพบการส่งตัวผู้ป่ วย ที่ไม่จ าเป็ นจ านวนมากยังพบอัตราการส่งตัวผู้ป่ วยมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


12 คริสเทล อี. แวน ดิค และคณะ (Christel E. van Dijk Et all, 2559) ได้ท าการศึกษา ความร่วมมือในการส่งต่อผู้ป่ วยไปยังการดูแลของแพทย์เฉพาะทาง โดยใช้รูปแบบการวิจัยสังเกต แบบตัดขวาง ใช้ข้อมูลจากเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์จ านวน 48,784 ราย พบว่า 86.6% ของการ ส่งต่อผู้ป่วยให้ความร่วมมือ และพบว่าผู้ป่ วยที่อาศัยในเขตเมืองและผู้ป่ วยที่อายุระหว่าง 18 - 44 ปี ให้ความร่วมมือน้อยกว่า ในขณะที่ผู้ป่ วยที่อายุมากกว่า 65 ปี ขึ้นไปจะให้ความร่วมมือมากกว่า อะยับ อัคบารี และคณะ (Ayub Akbari Et all, 2554) ได้ท าการศึกษาสิ่งแทรกแซง เพื่อ ท าให้การส่งต่อผู้ป่ วยนอกจากการดูแลระดับปฐมภูมิสู่ระดับทุติยภูมิโดยการใช้รูปแบบวิจัย โดย การทบทวนอย่างเป็ นระบบ มีเกณฑ์คัดเลือกงานวิจัยที่เป็ น Randomised controlled trial, controlled clinical trials, controlled before and after studies แ ละ interrupted time series ที่ เกี่ ย ว กับ ก า ร เปลี่ยนแปลงและการท าให้การส่งต่อผู้ป่ วยนอกดีขึ้นที่ ท าในแพทย์ปฐมภูมิเป็ นหลัก พบว่า สามารถ แบ่งสิ่งแทรกแซงได้เป็ นสามด้าน ได้แก่ ด้านการศึกษาพบว่ากระบวนการส่งต่อจะดีขึ้น เมื่อได้มี การแจกจ่ายแนวทางการส่งต่อผู้ป่ วยและเมื่อบุคคลากรสุขภาพได้เรียนรู้เกี่ยวกับการส่งต่อผู้ป่ วย ด้านการจัดการพบหลักฐานเล็กน้อยว่าการจัดให้มีการให้ความเห็นที่สองก่อนจะมีการส่งตัวผู้ป่ วย หรือการเพิ่มการบริการอาจท าให้กระบวนการส่งต่อผู้ป่ วยดีขึ้น และด้านการเงินยังไม่พบหลักฐาน ที่เพียงพอที่จะสรุปผล อะทีฟ เมห์โรทรา และคณะ (Ateev Mehrotra Et all, 2554) ได้ท าการศึกษากระบวนการ ส่ งต่อผู้ป่ วยไปยังแพทย์เฉพาะทางเพื่อทราบถึงปั ญหาของระบบการส่ งต่อผู้ป่ วยและวิธี การแก้ปัญหาโดยใช้รูปแบบการวิจัยโดยการทบทวนอย่างเป็ นระบบโดยสนใจเฉพาะงานวิจัย เกี่ยวกับการส่งต่อผู้ป่ วยไปยังแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยและรักษาต่อ พบว่าปัญหาได้แก่ การที่มี ข้อมูลไม่เพียงพอต่อการตัดสิ นใจในการจัดการทางการแพทย์ การไม่ที่แพทย์ปฐมภูมิและ แพ ท ย์เฉ พ าะท างจัดก ารผู้ป่ วยร่ วม กัน ไม่ ดี พ อและก ารที่ แพ ท ย์ป ฐม ภูมิ ไม่ เห็ น ด้วยกับ แพทย์เฉพาะทาง ผู้วัยยังเสนอให้มีการประเมินสิ่งเหล่านี้เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนากระบวนการ ส่งต่อผู้ป่ วย ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


13 2.5กรอบแนวคิดในการวิจัย ข้อมูลพื้นฐาน -อายุ - สิทธิการรักษา - สถานพยาบาลที่ส่งต่อ ปัจจัยด้านสถานพยาบาล -ขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ -ขาดบุคลากรทางการแพทย์ -ขาดความพร้อมทางห้องปฏิบัติการ ปัจจัยด้านแพทย์ผ้ส่งต่อู -แพทย์เพิ่มพูนทักษะ/ใช้ทุน -แพทย์อื่นๆ ปัจจัยด้านโรคของผ้ป่ วยู - เพื่อติดตามอาการ - เพื่อการวินิจฉัย -กลุ่มโรคของผู้ป่ วย ปัจจัยด้านบุคคล - ตามสิทธิการรักษา - ตามความประสงค์ของผู้ป่วย การส่งต่อผ้ปู่วย ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


14 บทที่ 3 วิธีด าเนินการวิจัย การศึกษาครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงพรรณนา แบบตัดขวาง (Cross-sectional Descriptive Study) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนก อายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ในช่วงเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 3.1 ประชากรและกล่มตัวอย่างุ การก าหนดประชากร และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษามีดังนี้ ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ครั้งนี้ ได้แก่ใบส่งต่อแผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ในช่วงเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 การก าหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง ใช้ตาราง ก าหนดตัวอย่างของ Yamane (1973) โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างจากใบส่งต่อ แผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่จ านวน 1167 ราย เมื่อน ามาค านวณหาขนาดของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตร ของ Yamane ซึ่งก าหนดความเชื่อมันที่ ่ 95% และความคลาดเคลื่อนไว้ที่ 0.05 ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้ จะได้ขนาดของกลุ่มตัวอย่างขั้นต ่าโดยประมาณ 300 ตัวอย่าง เกณฑ์การคัดเข้า ผู้ป่ วยที่ได้รับการตรวจโดยแพทย์ในโรงพยาบาลเครือข่ายของโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า แล้วแพทย์พิจารณาส่งปรึกษาต่อไปยังแพทย์สาขาอายุรกรรม โดยผู้ป่ วยถูกส่งไปที่หอผู้ป่ วย อายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งผู้ป่ วยเก่าและผู้ป่ วยใหม่ ไม่จ ากัด อายุสิทธิการรักษา ระยะเวลาการส่งต่อผู้ป่ วยตั้งแต่แพทย์ในโรงพยาบาลเครือข่ายตัดสินใจส่งต่อ ผู้ป่ วยมาถึงหอผู้ป่ วยอายุรกรรม โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ เกณฑ์การคัดออก ผู้ป่ วยที่ได้รับการตรวจโดยแพทย์ในโรงพยาบาลเครือข่ายของโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า แล้วแพทย์พิจารณาส่งปรึกษาต่อไปยังแพทย์สาขาอายุรกรรมที่ไม่ใช่หอผู้ป่ วยอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ได้แก่ Intermediate ICU ห้องพักพิเศษ เป็ นต้น รวมถึงแพทย์สาขาอื่น ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


15 ที่ไม่ใช่สาขาอายุกรรม เช่น ศัลยกรรม กุมารเวชกรรม สูตินารีเวชกรรม เวชกรรมฉุกเฉิน เป็ นต้น และผู้ป่ วยที่ได้รับการตรวจแล้วผู้ที่พิจารณาส่งปรึกษาไม่ใช่แพทย์ 3.2 เครื่องมือในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ใช้แบบการเก็บข้อมูล Case record form ที่ถูกดัดแปลงโดยใช้ Google form เป็ นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล ซึ่ งรายละเอียดข้อมูลในแบบการเก็บข้อมูลนั้นได้จากการศึกษา แนวคิด และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อน ามาสร้างกรอบแนวคิด แล้วน ากรอบแนวคิดที่ได้มาสร้าง แบบการเก็บข้อมูลแล้วจึงน ามาสรุปและวิเคราะห์หาปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อผู้ป่ วย นอกจากนี้ ข้อค าถามบางส่วนได้มาจากการปรับปรุงแก้ไขข้อค าถามให้เหมาะสมกับงานวิจัยครั้งนี้ ซึ่ งแบบ การเก็บข้อมูลชุดนี้แบ่งออกเป็ น 2 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1ข้อมูลพื้นฐาน ประกอบด้วย อายุสิทธิการรักษา และสถานพยาบาลที่ส่งต่อ ส่ วนที่ 2 รายละเอียดการส่ งต่อ ประกอบด้วย สาเหตุที่ส่ งต่อ แพทย์ผู้ส่ งต่อ และ การวินิจฉัยโรค 3.3การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือการวิจัย การสร้างแบบการเก็บข้อมูล ผู้วิจัยเป็ นผู้สร้างแบบการเก็บข้อมูล โดยมีการวางแผนการสร้างอย่างเป็ นล าดับ ตั้งแต่ การระบุตัวแปรอิสระที่จ าเป็ น การระบุที่มาที่ดีที่สุ ดของข้อมูล การระบุกรอบเวลา และ ความเป็ นไปได้ในการเก็บข้อมูล จากนั้นจึงน าไปสร้างแบบการเก็บข้อมูล โดยมีรายละเอียด ของเนื้อหาดังต่อไปนี้ ส่วนหัว ประกอบด้วย ชื่อการศึกษา และชื่อแบบการเก็บข้อมูล ส่วนกลาง ประกอบด้วย เนื้อหาข้อมูลที่ต้องการเก็บข้อมูล แบ่งออกได้ 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐาน และส่วนที่ 2รายละเอียดการส่งต่อ ส่วนท้าย ประกอบด้วย เลขหน้าของแบบการเก็บข้อมูล ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


16 การตรวจสอบความตรง (Validity)และความเชื่อมั่น (Reliability) ของเครื่องมือ ผู้วิจัยได้น าแบบเก็บข้อมูลที่สร้างขึ้นมาหาความตรงของเครื่องมือ โดยน าไปปรึกษา ผู้เชี่ ยวชาญด้านงานวิจัย และให้ข้อเส นอแนะ และได้ป รับป รุ งและแก้ไขข้อค าถามใน แบบเก็บข้อมูลอีกครั้ง 3.4การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยขอความร่วมมือและขออนุญาตฝ่ ายเวชระเบียนและสถิติ เพื่อเข้าถึงเวชระเบียนผู้ป่ วย แผนกอายุรกรรม จากนั้นผู้วิจัยจึงใช้แบบเก็บข้อมูลบันทึกข้อมูลที่อยู่ในเวชระเบียนผู้ป่ วย ใช้เวลา ประมาณ 90วัน เมื่อบันทึกแบบเก็บข้อมูล ตรวจสอบ จนได้แบบเก็บข้อมูลที่สมบูรณ์แล้ววิเคราะห์ ข้อมูล จ านวน 300 ฉบับ 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.5.1การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา (Descriptive statistic) ศึกษาลักษณะการกระจายของข้อมูล ได้แก่ได้แก่อายุสิทธิการรักษา สถานพยาบาล ที่ส่งต่อและรายละเอียดการส่งต่อเพื่อใช้อธิบายข้อมูลทัวไปของกลุ่มตัวอย่าง โ ่ดยพิจารณา และ น าเสนอข้อมูลในรูป จ านวน ร้อยละ และแท่งแผนภูมิ ส าหรับอธิบายข้อมูลทัว่ ไปของกลุ่มตัวอย่าง และข้อมูลรายละเอียดการส่งต่อ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


17 บทที่ 4 ผลการวิจัย งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่าย มารักษาต่อแผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ โดยใช้ปัจจัยการส่งต่อต่างๆ ได้แก่ปัจจัย ด้านบุคคล ด้านสถานพยาบาล และด้านโรคของผู้ป่ วย โดยประชากรที่ท าการศึกษา คือใบส่งตัว แผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า ในช่วงเว ่ ลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 งานวิจัยนี้ได้ก าหนดขนาดตัวอย่างที่ต้องการเท่ากับ 300 ตัวอย่าง โดย ในบทที่ 4 นี้ผู้วิจัยได้น าข้อมูลที่รวบรวมได้จากกลุ่มตัวอย่างมาประมวลผล และวิเคราะห์ ค่าทางสถิติ ตามวัตถุประสงค์ของงานวิจัย โดยแบ่งผลการวิเคราะห์ออกเป็ นส่วนต่าง ๆ ดังนี้ การก าหนดประชากร และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษามีดังนี้ ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ครั้งนี้ได้แก่ใบส่งต่อแผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ในช่วงเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563การก าหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างใช้ตาราง ก าหนดตัวอย่างของ Yamane (1973) โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างจากใบส่งต่อ แผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนัง่ เกล้า จ านวน 1167 ราย เมื่อน ามาค านวณหาขนาดของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตร ของ Yamane ซึ่งก าหนดความเชื่อมันที่ ่ 95% และความคลาดเคลื่อนไว้ที่ 0.05 ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้ จะได้ขนาดของกลุ่มตัวอย่างขั้นต ่าโดยประมาณ 300 ตัวอย่าง 4.1 ข้อมูลพื้นฐานของใบส่งต่อ การเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ ผู้วิจัยเลือกใบส่ งต่อจากกลุ่มตัวอย่างจากแผนก อายุรกรรมชาย โดยมีระยะเวลาในการรวบรวมแบบสอบถามประมาณ 3 เดือน (วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ทั้งนี้ผู้วิจัยได้ด าเนิ นการเก็บข้อมูล จ านวน 300 ชุด โดยมีข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่อายุสิทธิการรักษาและสถานพยาบาลที่ส่งต่อ ดังนี้ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


18 ภาพที่4.1อายุของผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาล พระนังเกล้า ่ ภาพที่4.2 สิทธิการรักษาของผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนัง่ เกล้า ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


19 ภาพที่4.3 สถานพยาบาลที่ส่งต่อของผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนก อายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้ ่า จากภาพที่4.1ถึง 4.3 พบว่า ลักษณะของประชากรจากกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีอายุมากกว่า 65 ปีคิดเป็ นร้อยละ 38.3 สิทธิการรักษาของผู้ป่ วยส่วนใหญ่ คือ สิทธิประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า คิดเป็นร้อยละ 97.7 และสถานพยาบาลที่ส่งต่อส่วนใหญ่คือ โรงพยาบาลบางบัวทอง คิดเป็นร้อยละ 29 4.2 ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุที่ส่งต่อของใบส่งต่อ ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุที่ส่งต่อของใบส่งต่อ มีดังนี้ ภาพที่4.4 สาเหตุที่ส่งต่อของผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ จากภาพที่ 4.4 สามารถสรุปได้ว่า สาเหตุที่ส่งต่อของผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่าย มารักษาต่อแผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เป็ นอันดับ 1 คือ ขาดบุคลากร ทางการแพทย์ คิดเป็นร้อยละ 46.7 รองลงมา คือ เพื่อการวินิจฉัย คิดเป็นร้อยละ 28.3 และ อันดับสุดท้าย คือ ขาดความพร้อมทางห้องปฏิบัติการคิดเป็นร้อยละ 10.3 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


20 4.3 ข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์ผ้ส่งต่อูของใบส่งต่อ ภาพที่4.5แพทย์ผู้ส่งต่อผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ จากภาพที่ 4.5 สามารถสรุปได้ว่า แพทย์ผู้ส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อ แผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ มากที่สุด คือ แพทย์เพิ่มพูนทักะ/ใช้ทุน คิดเป็ นร้อย ละ 57รองลงมาคือ แพทย์อื่นๆ คิดเป็ นร้อยละ 43 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


21 4.4 ข้อมูลเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคของใบส่งต่อ ภาพที่ 4.6ข้อมูลเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนก อายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ จากภาพที่4.6 สามารถสรุปได้ว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรคของผู้ป่ วยจากโรงพยาบาล เครือข่ายมารักษาต่อแผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า ่ เป็ นอันดับ 1 คือ โรคทางระบบ หัวใจและหลอดเลือด คิดเป็ นร้อยละ 29.3 รองลงมา คือ โรคทางไต คิดเป็ นร้อยละ 22.7และอันดับ สุดท้าย คือ โรคทางโรคติดเชื้อ คิดเป็ นร้อยละ 0.7 ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


22 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อผู้ป่ วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนก อายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อ ประกอบด้วย ปัจจัยด้านบุคคล ปัจจัยด้านสถานพยาบาล ปัจจัยด้านแพทย์ผู้ส่งต่อและปัจจัยด้าน โรคของผู้ป่ วย รวมถึงปั จจัยด้านลักษณ ะข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่ อายุ สิ ทธิการรักษา และ สถานพยาบาลที่ส่งต่อ ซึ่ งกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาคือใบส่งต่อ แผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาล พระนั่งเกล้า ในช่วงเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 หลังจากที่ได้ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องในอดีตและเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง โดยการใช้แบบเก็บข้อมูลออนไลน์ ได้รับข้อมูลรวมทั้งสิ้น 300 ชุด จากนั้นน ามาประมวลผล ทางสถิติตามวัตถุประสงค์ของงานวิจัย ซึ่งสามารถสรุปผลได้ดังนี้ 5.1 สรุปผลการวิจัย 5.1.1 ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง ลักษณะของประชากรจากกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 65 ปี คิดเป็ นร้อยละ 38.3 สิทธิการรักษาของผู้ป่ วยส่วนใหญ่ คือ สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า คิดเป็น ร้อยละ 97.7 และสถานพยาบาลที่ส่งต่อส่วนใหญ่คือ โรงพยาบาลบางบัวทองคิดเป็นร้อยละ 29 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 5.1.2 ข้อมูลปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อผ้ป่ วยจากูโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนกอายุ รกรรมชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ของกล่มตัวอย่างุ จากการเก็บข้อมูลของกลุ่มตัวอย่างพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการส่ งต่อผู้ป่ วย เมื่อพิจารณาตามสาเหตุที่ส่งต่อผู้ป่ วยจะเห็นได้ว่า มีปัจจัยที่มีผลทั้งหมด 3 ด้าน ได้แก่ ปัจจัยด้าน สถานพยาบาล ปัจจัยด้านแพทย์ผู้ส่งต่อ และปัจจัยด้านโรคของผู้ป่วย ในขณะที่ปัจจัยด้านบุคคล ไม่มีผลต่อการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเครือข่ายมารักษาต่อแผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาล พระนังเกล้า ่ของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งอธิบายเพิ่มเติมได้ดังนี้ ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


23 1. ปัจจัยด้านสถานพยาบาล มีผลกับการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเครือข่าย มารักษาต่อ แผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่ งประกอบด้วย การขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ การขาดบุลลากรทางการแพทย์ และการขาดความพร้อมทาง ห้องปฏิบัติการ ของโรงพยาบาลเครือข่าย 2. ปัจจัยด้านแพทย์ผู้ส่งต่อ สถานพยาบาล มีผลกับการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาล เครื อข่ายมารักษาต่อ แผนกอายุรกรรมชาย โรงพ ยาบาลพ ระนั่งเกล้า ของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งประกอบด้วยแพทย์เพิ่มพูนทักษะ/ใช้ทุน และแพทย์อื่น ๆ เป็นผู้เขียนหรือพิมพ์ใบส่งต่อผู้ป่ วย จากโรงพยาบาลเครือข่าย 3. ปัจจัยด้านโรคของผู้ป่ วย มีผลกับการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเครือข่าย มารักษาต่อ แผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่ งประกอบด้วย เพื่อติดตามอาการ เพื่อการวินิจฉัย และโรคของผู้ป่ วย โดยทางผู้วิจัยได้จัดจ าแนกโรคของผู้ป่ วย อ้างอิงตามระบบของร่างกายที่มีความผิดปกติ 5.2 อภิปรายผล จากการเก็บข้อมูลจากใบส่งต่อ แผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า ในช่วงเวลา ่ 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 พบว่าผู้ป่ วยที่อายุมากมีแนวโน้ม ในการถูกส่งต่อ มากกว่ากลุ่มที่มีอายุน้อย โดยเฉพาะในช่วงอายุ มากกว่า 65 ปีโดยการส่งต่อผู้ป่ วย จากโรงพยาบาลเครือข่าย ผู้ป่ วยจะใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า และ ผู้ป่ วยที่ถูกส่งต่อมา เมื่อเปรี ยบเทียบแล้ว พบว่า โรงพยาบาลเครื อข่ายที่ส่งต่อผู้ป่วยมากที่สุด ได้แก่โรงพยาบาล บางบัวทอง จึงท าให้ผู้วิจัยมีแนวคิดว่า โรงพยาบาลบางบัวทอง เป็ นสถานพยาบาลที่ส าคัญที่สุด มากเป็ นอันดับหนึ่ง ส าหรับการพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่ วย จาก ข้อมู ล เกี่ ยวกับ ส าเห ตุที่ ส่ งต่อผู้ป่ วยจากก ารเก็บ ข้อมูล จากใบ ส่ งต่อ แผน ก อายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ในช่วงเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 พบว่าสถานพยาบาลส่วนใหญ่ยังขาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ จึงจ าเป็ นต้อง ส่งต่อผู้ป่ วยมารักษาต่อ ณ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ดังนั้นหากต้องการพัฒนาระบบการส่งต่อ ควรเริ่มจากการกระจายอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอต่อโรงพยาบาลเครือข่าย จากข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์ผู้ส่งต่อผู้ป่ วยจากการเก็บข้อมูลจากใบส่งต่อ แผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ในช่วงเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 พบว่าแพทย์เพิ่มพูนทักษะ/ใช้ทุน เป็ นผู้ที่ส่งต่อผู้ป่ วยมามากที่สุด ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


24 จากข้อมูลเกี่ยวกับโรคของผู้ป่ วยจากการเก็บข้อมูลจากใบส่งต่อ แผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ในช่วงเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 พบว่าผู้ป่ วยที่ถูกส่งต่อมา เป็ นโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือดมากที่สุด รองลงมา คือโรคทางไต แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณารายละเอียดของการวินิจฉัยโรคของผู้ป่ วย จะมีตั้งแต่ โรคที่ซับซ้อนไปจนถึงโรคที่พบได้ทัวไปในเวชปฏิบัติ ่ ท าให้ไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน ว่าต้อง มุ่งเน้นพัฒนาความรู้ความสามารถของโรงพยาบาลเครือข่ายเกี่ยวกับโรคใด แต่ควรต้องมุ่งเน้นใน การรักษาโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือดก่อน นอกจากนี้ในใบส่งต่อผู้ป่ วย แพทย์ผู้ส่งต่อไม่ได้ ระบุรายละเอียดของโรคที่ชัดเจนมากพอในความคิดของผู้ท าวิจัย จึงควรต้องมีการจัดการมาตรฐาน ในการระบุรายละเอียดที่ส่งต่อ เพื่อให้สถานพยาบาลปลายทางจัดการกับผู้ป่ วยได้อย่างเหมาะสม 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.3.1 ข้อเสนอแนะในการน าผลการวิจัยไปใช้ จากผลการวิจัยในครั้งนี้ท าให้ทราบปัจจัยที่มีผลต่อการส่งต่อจากโรงพยาบาลเครือข่าย มารักษาต่อแผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และท าให้จัดล าดับความส าคัญ ในการแก้ไขปัญหาการส่ งต่อในอนาคต โดยผู้วิจัยเสนอว่าควรต้องปรับ ปรุ งเรื่องการระบุ รายละเอียดในใบส่งต่อผู้ป่ วยให้ครอบขลุมถึงปัญหาของผู้ป่ วย และหาแนวทางในการสนับสนุน โรงพยาบาลเครือข่าย โดยเฉพาะโรงพยาบาลบางบัวทอง ที่ส่งต่อผู้ป่ วยมารักษาต่อมากที่สุด รวมทั้ง ประเมินการสนับสุนทางด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลเครื อข่าย และจัดการหา แนวทางการวินิจฉัย รักษา ป้องกันและฟื้นฟูโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือดเป็ นอันดับแรก 5.3.2 ข้อเสนอแนะในการท าวิจัยครั้งต่อไป การวิจัยในครั้งนี้เป็ นการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ดังนั้นผู้ที่จะน าข้อมูลวิจัยนี้ไปใช้ควรระมัดระวัง การน าข้อมูลต่างๆ ไปประยุกต์ใช้เนื่องจากข้อมูลต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ตามกาลเวลา นอกจากนี้การวิจัยนี้ เป็ นเพียงการวิจัยเชิงพรรณนา ผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอในการท าวิจัยเรื่องถัดไปที่ต่อยอดจากงานวิจัย ฉบับนี้ ให้ศึกษาข้อมูลปัจจัยการส่งต่อผู้ป่ วยโดยการใช้สถิติเชิงวิเคราะห์เพื่อให้สามารถระบุ ถึงความเกี่ยวข้องของปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการส่งต่อได้อย่างถูกต้องและแม่นย าขึ้น ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


25 บรรณานุกรม บรรณานุกรมภาษาไทย ด ารงรัตน์ เลิศรัตนนท์, แสงศุลี ธรรมไกรสร, สายสุนีย์ ทับทิมเทศ, ธราธิป พุ่มก าพล, สาลิกา สมศรี. คุณภาพการส่งปรึ กษาผู้ป่ วยจากเวชศาสตร์ครอบครัวถึงแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย : การสื่อสารและการดูแลต่อเนื่อง. Rama Med J 2015;38:274-283. ธษา ศิระวัฒนชัย, สมชาติ โตรักษา, ก าธร ตันติวิทยาทันต์. การพัฒนางานส่งต่อผู้ป่ วยศูนย์ การแพทย์กาญจนาภิเษก. การประชุมวิชาการประจ าปี ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก.2556 เมษายน 2;1:177-185. ปราโมทย์ ถ่างกระโทก. ระบบส่งต่อผู้ป่ วย: กระบวนการส าคัญในการจัดการบริการสุขภาพ. J Med Health Sci 2018 Dec;3:(25):109-121. วาสิทธิ์ นงนุช, วิศิษฎ์ ทองค า, วัชระ เอี่ยมรัศมีกุล.การพัฒนาคุณภาพระบบผู้ป่ วยฉุกเฉิน ระหว่าง สถานพ ยาบ าลโรงพ ยาบ าลเชี ยงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารส ารวิจัยส าธารณ สุขศาส ตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2017 April;10(2):49-57. วิไลวรรณ กัณฑ์หา. คุณภาพบริการของศูนย์ส่งต่อโรงพยาบาลอุทุมพรพิสัย. 2555 พฤศจิกายน: [24ห น้ า ] . สื บ ค้ น จ า ก http://utp.go.th/index.php/km/km-hos/category/29-research-2555 17 กันยายน 2563. บรรณานุกรมภาษาต่างประเทศ Akbari A, Mayhew A, Al-Alawi MA, Grimshaw J, Winkens R, Glidewell E et al. Interventions to improve outpatient referrals from primary care to secondary care (Review). The Cochrane Library 2011;1:1-58. ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


26 Dijk C, Jong J, Verheij R, Jansen T, Korevaar J, Bakke D. Compliance with referrals to medical specialist care: patient and general practice determinants: a cross-sectional study. BMC Family Practice 2016;17:11-17. Mehrotra A, Forrest C, Lin C. Dropping the Baton: Specialty Referrals in the United States. The Milbank Quarterly 2011;89:(1):39-68. Ellen M, Short N. Evaluation of specialist referrals at a rural health care clinic. Journal of the American Association of Nurse Practitioners 2017;29:410–414. Neimanis L, Gaebel K, Dickson R, Levy R, Goebel C, Zizzo A et al. Referral processes and wait times in primary care. Can Fam Physician 2017;63:619-24. ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


27 ภาคผนวก ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


28 ภาคผนวก ก แบบการเก็บข้อมูล (Case Record Form) ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


29 ภาพที่ ก-1 แบบการเก็บข้อมูล ส่วนรายละเอียด ที่ถูกดัดแปลงเป็ น google form ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


30 ภาพที่ ก-2แบบการเก็บข้อมูล ส่วนที่1ข้อมูลพื้นฐาน ที่ถูกดัดแปลงเป็ น google form ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


31 ภาพที่ ก-3แบบการเก็บข้อมูล ส่วนที่ 2 รายละเอียดการส่งต่อ ที่ถูกดัดแปลงเป็ น google form ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


32 ภาคผนวก ข การค านวณกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตร Taro Yamane (1973) ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


33 การค านวณกล่มตัวอย่างโดยใช้สุ ูตร Taro Yamane (1973) การก าหนดประชากร และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษามีดังนี้ ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ครั้งนี้ ได้แก่ ใบส่งตัว แผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ในช่วงเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 การก าหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง ใช้ตาราง ก าหนดตัวอย่างของ Yamane (1973) โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างจากใบส่งตัว แผนกอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระนังเกล้า จ านวน 1167 ราย เมื่อน ามาค านวณหาขนาดของก ่ลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตร ของ Yamane ซึ่งก าหนดความเชื่อมันที่ 95% และความคลา ่ ดเคลื่อนไว้ที่ 0.05 n = เมื่อ n = จ านวนกลุ่มประชากร N = จ านวนของประชากร e = ความคลาดเคลื่อนระหว่างค่าเฉลี่ยกลุ่มตัวอย่างและค่าเฉลี่ยประชากรที่ยอมรับได้ ซึ่งมีค่าเท่ากับ 0.05 แทนค่า n= = 298 ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้จะได้ขนาดของกลุ่มตัวอย่างขั้นต ่าโดยประมาณ 300 ตัวอย่าง ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


34 ประวัติผู้วิจัย ชื่อ นายเต็มฟ้า ศรีประเสริฐ วันเดือนปี เกิด 17 กันยายน พ.ศ. 2538 วุฒิการศึกษา ก าลังศึกษาปริญญาตรี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ชื่อ นางสาวปริยานุช เมธชนัน วันเดือนปี เกิด 19 มกราคม พ.ศ. 2537 วุฒิการศึกษา ก าลังศึกษาปริญญาตรี คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสยาม ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


ศ ู นย ์ แพทยศาสตรช ์ ั น ้ คล ิ น ิ ก โรงพยาบาลพระน ั ่ งเกล ้ า คณะแพทยศาสตร ์ มหาวท ิ ยาล ั ยสยาม


Click to View FlipBook Version