The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อช11002 ทักษะการประกอบอาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nfesiwilai, 2022-07-06 05:28:48

อช11002 ทักษะการประกอบอาชีพ

อช11002 ทักษะการประกอบอาชีพ

1

2

เอกสารสรุปเน้อื หาท่ีตองรู

รายวิชาทักษะการประกอบอาชพี
ระดับประถมศึกษา
รหัส อช11002

หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551

สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
สํานักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
กระทรวงศกึ ษาธิการ

หามจาํ หนาย
หนงั สือเรยี นนี้จัดพมิ พด ว ยเงินงบประมาณแผนดนิ เพอื่ การศกึ ษาตลอดชวี ิตสาํ หรับประชาชน
ลขิ สิทธ์เิ ปนของสํานักงาน กศน.สํานักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ



สารบัญ 4

คาํ นาํ หนา
สารบัญ
บทท่ี 1 ทกั ษะในการเขาสูอาชพี 1
กจิ กรรมทา ยบทที่ 1 8
บทท่ี 2 การทาํ แผนธรุ กจิ เพอ่ื การเขาสอู าชีพ 10
กจิ กรรมทา ยบทที่ 2 14
บทที่ 3 การจดั การการผลิตหรือการบรกิ าร 16
กิจกรรมทายบทท่ี 3 22
บทที่ 4 การจดั การการตลาด 24
กจิ กรรมทา ยบทที่ 4 26
บทที่ 5 การขับเคลอ่ื นสรา งธุรกิจเพอื่ เขา สูอาชพี 28
กจิ กรรมทายบทที่ 5 30
บทท่ี 6 โครงการเขาสอู าชพี 31
กิจกรรมทา ยบทที่ 6 33
คณะทํางาน 34



บทที่ 1
ทกั ษะในการเขาสอู าชพี

ความจําเปน ในการฝก ทกั ษะอาชพี กระบวนการผลติ กระบวนการตลาด
ท่ใี ชน วัตกรรมเทคโนโลยี

กระบวนการผลิตกระบวนการตลาดจําเปนตองดาํ เนินกจิ กรรมควบคูกันไปจะผลิตอะไร
ตองมีการนําเสนอผลงานหรือช้ินงานจากนั้นจึงมีการสั่งจองสินคาเพื่อผูผลิตจะไดทราบความ
ตองการทั้งดา นขนาดคุณภาพปรมิ าณและราคาของสินคาท่ีเปนธรรมเพ่ือผูผลิตท่ีจะไดคํานวณ
ตน ทนุ เพือ่ การตกลงในการผลิตสนิ คา นน้ั

ตัวอยา งเชน เกษตรกรจะปลกู พืชชนิดหนึ่งเกษตรกรจะตองไปศึกษาหาความรูของพืช
ชนิดน้ันอยางถูกตองเร่ืองพันธุที่ตองการของตลาดดินฟาอากาศเปนอยางไรชวงฤดูกาลใด
ปรมิ าณผลผลิตตอไรก ารเตรยี มดนิ การปลูกดแู ลรักษาความตอ งการใชปุยหมักเกษตรกรจะตอง
คิดคน สูตรปยุ หมักที่พชื ชนดิ นัน้ มีความตอ งการธาตอุ าหารทถี่ ูกตอ งจึงเปนสตู รปุยหมักใหมทําให
เกิดเปนนวัตกรรมปุยหมักข้ึนชวงแรกอาจจะใชแรงงานคนในการทําปุยหมักเพราะความ
ตอ งการในปรมิ าณไมมากตอมามคี วามตองการปริมาณมากขนึ้ จาํ เปนตองซื้อเครื่องผสมปุยหมัก
เครื่องอดั เม็ดปุยหมักการพรวนดนิ จาํ เปนตอ งใชเคร่ืองพรวนดินเพ่ือลดคาแรงงานทําใหมีการใช
เทคโนโลยีขึน้ ดังนน้ั กระบวนการผลติ กระบวนการตลาดไมสามารถแยกจากกนั ไดจ ะทําใหผูผลิต
สามารถผลิตสนิ คา ไดต ามความตอ งการของตลาด

คณุ ธรรมและคณุ สมบตั ทิ ด่ี ขี องผมู ีอาชพี ในกระบวนการผลติ
1. ซื่อสัตยตอ ผูบรโิ ภค
2. รักษาคณุ ภาพของสินคาใหคงท่แี ละปรับปรุงใหดีข้ึน
3. ไมปลอมปนสนิ คา หรอื ปลอมสนิ คา
4. ไมกักตุนสนิ คา
5. ไมเอาเปรียบแรงงาน
6. มคี วามรูความชาํ นาญในอาชพี ของตนเองเปนอยางดี
7. มคี วามรกั ในอาชีพของตนเองเมื่อเกิดปญหาตองไมท อ ถอย
8. มีความเชอื่ ม่ันในตนเองเพ่อื สามารถตัดสนิ ใจไดทันตอ เหตกุ ารณบ างอยา ง
9. มคี วามคดิ รเิ ร่มิ และมีมนษุ ยส ัมพนั ธท่ีดี



ความหมาย ความสาํ คัญของการจดั การอาชพี

อาชพี หมายถงึ หนา ทก่ี ารงานที่พึงประสงคตอสังคมและสรางผลตอบแทนที่เปนรายได
ตรงตามความตอ งการเพ่ือการดํารงชีวิตโดยเฉพาะอยา งยงิ่ ในปจจบุ นั มกี ารแขง ขนั กันมากอาชีพ
ตางๆจําเปนตองมีความรูความสามารถความชํานาญการท้ังภาคทฤษฎีและปฏิบัติผูที่ประสบ
ผลสําเร็จในอาชีพของตนเองจะตองมีการคนควาหาความรูจากแหลงเรียนรูตางๆเพ่ือเพิ่มพูน
ความรูความสามารถใหส อดคลอ งกับการเปลยี่ นแปลงอยตู ลอดเวลา
ปจจัยทจ่ี ะจัดการอาชพี ใหไดผลสําเร็จจาํ เปน ตองมีปจ จัยหลายดา นเชน

1. การหาขอมูลจากเอกสารในแหลงตา งๆ
2. สอื่ วิทยุโทรทศั นห นังสือพมิ พ
3. ศกึ ษาจากแหลงเรียนรใู นอาชพี นั้นๆ
4. พบผูร ูภูมปิ ญ ญาในชุมชน
5. มกี ารทดลองวิเคราะหเพ่อื จัดการอาชพี น้ัน

การจัดการหมายถงึ กระบวนการในการบริหารงานโดยการอาศัยบุคคลอื่นทาํ งานเพ่ือให
บรรลวุ ัตถุประสงคท ีต่ ้งั ไวอ ยางมีประสิทธภิ าพ

การจัดการอาชีพหมายถึงกระบวนการในการจัดกิจกรรมงานอาชีพนับตั้งแตการวาง
แผนการจัดองคการการตัดสินใจการสั่งการการควบคุมการติดตามผลเพื่อใหไดผลผลิตหรือ
บริการทเ่ี ปน ท่ตี อ งการของลกู คาและไดรบั การยอมรบั จากสังคม

การจัดการอาชีพที่สําคัญคือตองรูวาตนเองมีความรูความสามารถความถนัด ชํานาญ
การและมคี ุณสมบตั เิ หมาะสมกบั อาชีพนัน้

คณุ ลกั ษณะท่สี ําคญั ในการจัดการอาชพี
1. มีความคิดริเร่ิมสรางสรรคซ่ึงเกิดขึ้นไดหากเราเปนคนชางสังเกตและสามารถ

รวบรวมความรูหลายๆดานเขาดวยกันชางคิดรูจักดัดแปลงสิ่งตางๆท่ีเปนสิ่งเกิดขึ้นมาใหมมี
ความแปลกใหม นาสนใจ

2. มคี วามเพียรพยายามเปน ลกั ษณะทส่ี าํ คัญมากทีจ่ ะทาํ ใหก ารประกอบอาชีพประสบ
ความสําเรจ็

3. มีความอดทนผูที่อดทนเปนผูท่ีไมยอมแพอะไรงายๆนั่นคือเปนผูที่จะทําอะไรตอง
เปาหมายถงึ ความสําเรจ็ ไวลวงหนา ปรารถนาอยางแรงกลาท่ีจะไปถึงเปาหมายที่ตั้งไวตั้งใจและ
ปฏบิ ัติจรงิ เมือ่ พบกบั ความลมเหลวกไ็ มยอทอ ฟน ฝาอุปสรรคและนําผลของการลมเหลวมาเปน
บทเรยี นและแกไ ขปรบั ปรงุ ใหดขี ้ึน



4. มีความเช่ือมั่นในตนเอง ในการประกอบอาชีพตองเปนผูมีความเช่ือม่ันในตนเอง
กลาทาํ ในส่ิงทคี่ วรทํา

5. มีความรอบรูและทันสมัย ในการประกอบอาชีพตองเปนผูท่ีมีความรอบรูโดยการ
ตดิ ตามขาวสารและแสวงหาความรอู ยเู สมอ

6. สามารถส่ือสารไดดีมปี ระสิทธภิ าพเพราะการส่ือสารมีความสําคัญตอการเขาใจใน
การติดตอซ่ึงกันและกันการส่ือสารที่มีคุณภาพจะนําไปสูการยอมรับและปฏิบัติตามความ
คาดหวงั ของผูสง สารในทางตรงขา มหากการสื่อสารบกพรองก็จะเกิดการปฏิบัติในสิ่งท่ีผูสงสาร
ไมตองการได

7. มีมนษุ ยสมั พันธท่ดี ีซึ่งเปนคณุ ลักษณะทส่ี ําคญั อกี ประการหน่ึงของผูประกอบอาชีพ
การมีมนุษยสัมพันธทําใหลูกคาสนใจที่จะคาขายดวยหรือทําธุรกิจรวมกันรวมไปถึงผูรวมงาน
เต็มใจท่ีจะทํางานดวยการมีมนุษยสัมพันธจึงเปนโอกาสท่ีจะทําใหการประกอบอาชีพมี
ความสําเร็จมากย่งิ ขึ้น

8. กลาเส่ียงอยางมีเหตุผลผูประกอบอาชีพโดยเฉพาะผูลงทุนประกอบอาชีพของ
ตนเองตองกลาท่ีจะตัดสินใจลงทุนกลาตัดสินใจในการทํางานกลาเสี่ยงแตจะเปนการเสี่ยง
โดยศกึ ษาขอ มลู อยางรอบคอบแลว

9. ความซ่ือสตั ยการประกอบอาชพี ทุกอยางจะตอ งทําดวยความซ่อื สัตยส จุ ริตเพอื่ จะได
เปนท่เี ช่อื ใจแกลกู คา หรอื ผูทม่ี าติดตอธรุ กจิ

10. ความรับผิดชอบการประกอบอาชีพจําเปนอยางยิ่งท่ีจะตองมีความรับผิดชอบ
ทัง้ กบั ลูกคา สังคมและสภาพแวดลอ มซึง่ กห็ มายถงึ การมคี ณุ ธรรมนน่ั เอง

ความสาํ คญั ของการจดั การอาชพี มดี งั น้ี
1. มีรายไดท่ีสามารถตอบสนองความตองการเพ่ือการดํารงชีวิตของตนเองและ

ครอบครัว
2. อยใู นสังคมไดเ มื่อมอี าชีพท่ีดแี ละสจุ ริตทาํ ใหส ังคมยกยอ งและใหเกียรติสามารถสราง

ประโยชนใหก บั ครอบครวั และสังคมได
3. มีเวลาในการทํางานอยา งเตม็ ท่ีการมีอาชีพท่ดี ีและสจุ ริตเปนการใชเ วลาทีต่ นเองมีอยู

ใหเกิดประโยชนม ากที่สดุ
4. เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นเมื่อคนมีอาชีพที่สุจริตทําใหเกิดรายไดจึงเปนสวนสําคัญ

ในการพฒั นาประเทศสงผลทําใหร ายไดเฉล่ียของประชากรสูงขน้ึ
5. มคี ุณภาพชวี ติ ดขี นึ้ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง



ประเภทของอาชพี
อาชพี มีอยหู ลากหลายประเภทและมีลกั ษณะงานทแ่ี ตกตางกันการเลอื กอาชีพข้ึนอยูกับ

ความชอบของแตละบุคคลโอกาสและความชํานาญในอาชีพนั้นๆโดยสามารถจําแนกอาชีพ
ประเภทตา งๆดงั น้ี

1. ดา นการผลิตมคี วามหลากหลายในการผลิตของอาชีพน้ันๆมีวิธีการดําเนินการของ
แตล ะอาชพี แตกตา งกนั อาจเปน เจาของกจิ การหรือลูกจางโดยแบงไดดงั นี้

1.1 ผูขายทอ่ี าจจะเปนผูผลิตสินคาหรือเปนผูท่ีไปรับวัตถุดิบจากแหลงผลิตมา
ประกอบเปนสนิ คา ขนึ้ มา

1.2 ผูขายท่ีเปนคนกลางขายสินคาคือคนท่ีมีเงินทุนที่สามารถเปนผูซื้อสินคา
หรอื ผลผลิตสวนใหญจ ะเปน ดานการเกษตรเพอ่ื จําหนายผลผลิตสงใหพ อคาตอ ไป

2. ดานการบริการเปนอาชีพที่มีความตองการของตลาดแรงงานสูงเน่ืองจากสภาวะ
ความเปล่ียนแปลงของโลกปจจุบันที่มีการแขงขันกันตลอดเวลาทําใหบุคคลมีโอกาสและเวลา
ใหกับครอบครัวนอยลงการประกอบอาชีพในการใหบริการจึงเขามาทดแทนการประกอบ
กิจกรรมตางๆในชีวิตประจําวันนอกจากนี้อาชีพดานบริการยังใชเงินลงทุนนอยแตได
คา ตอบแทนสูงและเปนอาชพี ที่สุจรติ เปนท่ียอมรับของสงั คม

3. งานรับราชการและรฐั วสิ าหกจิ เปนอาชีพที่มีความมั่นคงและสรางรายไดสม่ําเสมอ
ตลอดไปหากผปู ระกอบอาชีพรูจักใชจายอยางประหยัดก็สามารถดํารงชีวิตอยูไดขอสําคัญตอง
ซ่ือสตั ยร บั ผิดชอบตออาชีพและรักอาชีพของตนเองไมกอใหเกิดความเส่ือมเสียตอหนวยงานที่
ตนเองสังกดั อยอู าชีพเหลานีไ้ ดแกค รทู หารตาํ รวจพยาบาลแพทยแ ละขาราชการอืน่ ๆท่ีทํางานใน
กระทรวงทบวงและกรมตา งๆที่เปน หนว ยงานราชการโดยรับคาตอบแทนเปนเงินเดือนที่ไดจาก
การชําระภาษีของประชาชนโดยถือวาเปนเงินของแผนดินดังน้ันขาราชการทุกคนจึงมีหนาท่ี
ปฏิบัติงานเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลและบริการประชาชนดวยความเต็มใจเพื่อการศึกษา
พัฒนาบรหิ ารและคุมครองปองกนั ประเทศชาติ

แหลงเรยี นรแู ละสถานทฝ่ี ก อบรม

แหลงเรียนรูหมายถึงแหลงขอมูลขาวสารสารสนเทศและประสบการณท่ีสนับสนุน
สงเสริมใหผ ูเรยี นใฝเรยี นใฝร แู สวงหาความรแู ละเรียนรูดวยตนเองตามอัธยาศัยอยางกวางขวาง
และตอเนื่องเพอื่ เสริมสรางใหผูเรียนเกิดกระบวนการเรียนรูและเปนบุคคลแหงการเรียนรูการ
เรียนรูท่เี นนผเู รยี นเปนศนู ยกลางเปน แนวคิดที่มงุ เนน การเรยี นรูของผูเรยี น



ความสําคัญของแหลงเรียนรู
1. เปน แหลงเสริมสรา งจินตนาการและความคดิ ริเร่ิมสรา งสรรค
2. เปน แหลง ศึกษาตามอธั ยาศยั
3. เปนแหลงเรยี นรตู ลอดชวี ติ
4. เปนแหลงสรางความรูความคิดวิชาการและประสบการณ
5. เปนแหลงปลูกฝงคานิยมรักการอานและแหลงศึกษาคนควาแสวงหาความรูดวย

ตนเอง
6. เปน แหลง สรางความคิดเกิดอาชพี ใหมสคู วามเปน สากล
7. เปน แหลง เสรมิ ประสบการณต รง
8. เปนแหลงสงเสริมมิตรภาพความสัมพันธระหวางคนในชุมชนหรือผูเปนภูมิปญญา

ทองถ่ิน

ประเภทของแหลง เรยี นรู
แหลง เรียนรมู ีทัง้ ภายในและภายนอกชุมชนซึ่งแหลงเรียนรูเหลานี้สามารถแบงออกเปน

2 ประเภทคอื แหลงเรยี นรูท ่ีมีอยูแ ลวตามธรรมชาติและทีม่ นุษยส รางขึ้น
1. แหลงเรียนรูท่ีมีอยูแลวตามธรรมชาติเชนบรรยากาศสิ่งแวดลอมปรากฏการณ

ธรรมชาตสิ ่ิงมีชีวิตปาภเู ขาแหลง น้ําทะเลสัตวและพืชตา งๆฯลฯ
2. แหลงเรียนรูท่ีมนุษยสรางขึ้นเชนชุมชนวิถีชีวิตอาชีพภูมิปญญาประเพณีวัฒนธรรม

สถาบันโบราณสถาน สถานที่สําคัญสถานประกอบการหองสมุดโรงเรียนหองสมุดเคล่ือนที่
หองเรียนหองปฏิบัติการตางๆหองโสตทัศนศึกษาหองมัลติมีเดียเว็บไซตหองอินเทอรเน็ต
หองเรียนสีเขียวพิพิธภัณฑสวนพฤกษศาสตรสวนสุขภาพสวนหินสวนสมุนไพรสวนวรรณคดี
สวนหยอ มสวนผเี สอ้ื บอ เลี้ยงปลาเรือนเพาะชําฯลฯ

การวางแผนในการฝก ทกั ษะอาชพี

ความรูและทกั ษะท่ตี อ งฝกอาชพี โดยการกาํ หนดส่งิ ตา งๆ ดังน้ี
ผูเ รียนจะตองคาํ นึงถงึ ตวั เองกอ นวามีความชอบนิสัยความถนัดสภาพทางสังคมเปนตนที่

จะทําใหตวั เองประสบผลสาํ เรจ็ ในอาชีพนน้ั ๆแยกการวางแผนการฝก อาชพี ดงั นี้
1. ศึกษาเกย่ี วกับอาชีพตางๆการศึกษาหาความรใู นอาชพี ตางๆจะทาํ ใหไ ดร วู า ตนเองมี

ความสนใจในอาชีพอะไรมีใจรักงานดานใดมีความถนัดดานใดผูเรียนจะไดฝกปฏิบัติงานนั้นๆ
ซึ่งจะทําใหเกิดความรูความเขาใจและมีทกั ษะการปฏบิ ัติในอาชีพน้นั ได

2. สรา งลักษณะนสิ ยั ในการทํางานคือมคี วามกระตอื รือรน ขยนั ขันแขง็ มคี วามอดทนใน
การทาํ งานและทาํ งานรวมกับผูอ่ืนไดเมื่อผูเรียนทราบวาคนท่ีประกอบอาชีพตองมีนิสัยเหลานี้
ผเู รยี นจะไดฝ กตนเองในขณะทยี่ ังเรียนอยจู ะทาํ ใหนสิ ยั เหลา นต้ี ิดตวั ผูเ รยี นตลอดไป



3. การฝกปฏิบัติงานตางๆหรือทดลองทํางานชวยใหผูเรียนสามารถนําส่ิงที่ผูเรียน
ปฏิบัติและฝก ฝนไปประกอบอาชพี ในอนาคตไดแ ละผเู รยี นควรทจี่ ะฝกงานหลายๆงานเพื่อจะได
รวู าเราชอบและสนใจงานดา นไหนและเปนการเตรยี มตวั ท่ีจะประกอบอาชพี ดวย

4. การฝก วางแผนการทาํ งานเปนสง่ิ จาํ เปนสําหรับการทํางานทุกอยางมีการกลาวกัน
โดยทัว่ ไปวา “การวางแผนการทํางานทด่ี เี หมือนกบั ทาํ งานนน้ั เสร็จไปคร่ึงหนึ่ง” แสดงใหเห็นวา
ความสําคัญของการวางแผนงานมีคาตอการทํางานถึงรอยละหาสิบของงานท้ังหมดจึงเปน
สิง่ จําเปนมากการฝกในเรื่องการวางแผนทําไดกับงานทุกอยางการเรียนควรมีแผนในการเรียน
แตละวนั แตล ะสัปดาหแ ตละเดือนแตล ะปก ารทํากิจกรรมตางๆก็ตองมีการวางแผนถาฝกทําอยู
เปน ประจําเมอ่ื เราประกอบอาชีพก็จะนําไปใชไดดีเพราะเราทําจนเกิดเปน นสิ ัยแลว

วิธีการฝก
ผูเรียนเมื่อรูจักตัวเองแลวจะเขารับการฝกในอาชีพตางๆตามความตองการของตัวเอง

สวนมากในการฝก อาชีพจะเนนการปฏบิ ัติดังนั้นจะตอ งกลบั มาฝกปฏิบัติทบ่ี า นเพื่อใหเกิดทักษะ
ความชํานาญเพ่มิ ความมั่นใจอาจจะมีการเสริมเพิ่มเติมในสิ่งที่ขาดไปหรือตลาดมีความตองการ
จะไดเปน องคความรขู องตัวเองได

วันเวลาในการฝก
ผูเรียนควรสํารวจหาขอมูลแหลงฝกอาชีพเพ่ือจะไดตัวเลือกท่ีดีท่ีสุดเชนวิชาอาชีพ

เดยี วกันกห็ าระยะการฝก วาแตกตา งกนั อยา งไรบางแหงอาจใชเ วลานานแตมกี ารนาํ ผเู รียนไปฝก
ในสถานประกอบการโดยตรงผเู รยี นสามารถนําขอมูลมาวิเคราะหเพ่ือประโยชนของผูเรียนเอง
เม่ือผูเรียนกําหนดส่ิงตางๆดังกลาวแลวจึงนําขอมูลท่ีไดมาวางแผนการฝกทักษะอาชีพเพ่ือใช
เปนแผนการฝกตอ ไป

การจดบนั ทกึ

การจดบันทึกหมายถึง การมีขอมลู ที่ดีไวชวยในการตดั สนิ ใจเพราะขอมูลที่บันทึกไวจะ
บอกใหท ราบวา กจิ การดาํ เนนิ ไปไดอยางเหมาะสมเพียงใดหากเกิดปญหาก็ยอมหาทางแกไขได
ทันทวงทีและเราสามารถใชขอ มลู เพอื่ การวางแผนในอนาคตได

ประโยชนก ารจดบนั ทกึ
1. เพ่ือปองกันการลมื
2. เปน ขอมลู ในการตดั สนิ ใจ
3. เก็บไวเปนหลักฐาน
4. ไดท ราบขอบกพรองและหาทางแกไ ขไดทนั ทวงที



5. เปน ขอมลู ในการเปรียบเทียบการดาํ เนนิ งานแตล ะครัง้
6. เปนการควบคมุ ตดิ ตามการดาํ เนินงาน
7. เปนขอมลู ในการวางแผนงานในครั้งตอไป

อาชพี ในชมุ ชน แบง ออกเปน 2 ประเภท คือ
1. อาชีพประกอบการเอง เชน อูซอมรถ ปมนํ้ามัน รานตัดผม การทําไร ทํานา

ทาํ สวน เลี้ยงสตั ว รา นขายของชาํ รา นอาหาร เปนตน
2. อาชพี รับจา ง งานใชแรงงาน สวนใหญจะเปน ภาคการเกษตร งานท่ีใชฝมือ ทักษะ

ในการทํางาน เชน รับจา งตามโรงงานตาง ๆ

หลักการบนั ทกึ กจิ กรรมและรายการตางๆ
1. บันทกึ อยา งสมาํ่ เสมอและทันตอ เหตุการณ
2. จดบันทึกอยางมรี ะบบ
3. ขอ ความถกู ตองชัดเจนเขา ใจงา ยและเปน ประโยชนตอการฝก อาชีพ

ขอ แนะนาํ ในการบนั ทึกรายการ
1. การเขียนตวั หนังสือจะตองอา นงา ยสะอาดเรียบรอ ย
2. การบนั ทกึ รายการตองเรียงตามลาํ ดับกอน - หลงั ของเหตุการณท ี่เกิดขน้ึ
3. การบนั ทกึ ท่ีเปนตัวเลขท่ีมีตั้งแต 3 หลักข้ึนไปใหใชเคร่ืองหมายจุลภาค( , ) โดยนับ

จากจดุ ทศนยิ มไปทางซา ยมอื ทกุ 3 ตวั

การบนั ทกึ ขอมลู แบงออกเปน 2 ลกั ษณะ
1. การบนั ทกึ ขอ มูลที่ไมเก่ยี วของกบั เงินเชน การจดบนั ทึกนัดหมายตางๆ
2. การบันทกึ ขอ มูลทเี่ ก่ียวของกบั เงินเชน การบนั ทึกบัญชีรายรบั รายจา ย



กิจกรรมทา ยบทท่ี 1

1. ใหน กั ศกึ ษาบอกถงึ คณุ ธรรมและคณุ สมบตั ิทีด่ ขี องผมู อี าชพี ในกระบวนการผลิตมา 5 ขอ
…………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวตอบ 1. ซื่อสัตยต อผบู ริโภค

2. รกั ษาคุณภาพของสินคาใหค งที่ และปรบั ปรงุ ใหดีขนึ้
3. ไมปลอมปนสนิ คา หรอื ปลอมสนิ คา
4. ไมก กั ตนุ สนิ คา
5. ไมเอาเปรียบแรงงาน

2. การจัดการอาชพี หมายถึง

.................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวตอบ กระบวนการในการจัดกจิ กรรมงานอาชพี นบั ตัง้ แตก ารวางแผน การจัดองคการ การ
ตัดสนิ ใจ การสัง่ การ การควบคมุ การติดตามผล เพ่ือใหไดผลผลิตหรือบริการที่เปนท่ีตองการ
ของลูกคา และไดรับการยอมรบั จากสงั คม

3. แหลงเรียนรู หมายถงึ
.........................................................................................................................................

......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
แนวตอบแหลง ขอมูล ขา วสาร สารสนเทศ และประสบการณที่สนับสนุน สงเสริมใหผูเรียนใฝ
เรยี นใฝรู แสวงหาความรูแ ละเรียนรูดวยตนเองตามอัธยาศัยอยางกวา งขวางและตอเน่ือง
เพอ่ื เสรมิ สรางใหผเู รียนเกิดกระบวนการเรียนรูและเปนบุคคลแหงการเรียนรู การเรียนรูท่ีเนน
ผูเรียนเปนศูนยกลางเปน แนวคดิ ท่ีมุงเนนการเรยี นรขู องผูเรยี น



4. ใหน กั ศึกษาบอกความสาํ คญั ของการวางแผน
...………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวตอบ 1. เปนการคาดการณส ิง่ ที่จะเกิดในอนาคต

2. เปนการกําหนดวิธีการดําเนินงานตาง ๆ อยางเปนข้ันตอน เพ่ือใหบรรลุ
วัตถุประสงค
3. ทาํ ใหบคุ คลรหู นาที่ และความรับผดิ ชอบอยา งชดั เจน
4. ทาํ ใหเกดิ การประสานงานทด่ี ี และเปน ระบบในองคกร

5. ใหนักศึกษาบอกประโยชนข องการจดบนั ทึกกิจกรรมการฝกอาชีพ
...………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวตอบ 1. เพอ่ื ปอ งกันการลืม

2. เปน ขอมลู ในการตัดสนิ ใจ
3. เกบ็ ไวเ ปน หลกั ฐาน
4. ไดท ราบขอบกพรองและหาทางแกไขไดทันทวงที
5. เปน ขอมูลในการเปรียบเทียบการดําเนินงานแตล ะครงั้
6. เปน การควบคุมตดิ ตามการดาํ เนินงาน
7. เปนขอ มูลในการวางแผนงานในครัง้ ตอ ไป

๑๐

บทท่ี 2
การทาํ แผนธุรกจิ เพือ่ การเขา สูอาชพี

การวเิ คราะหชมุ ชน

การดําเนนิ งานอาชีพใหประสบความสาํ เร็จถึงแมวาผทู ี่จะดําเนนิ การประกอบอาชีพไดมี
การตดั สินใจเลือกประกอบอาชีพดวยการวิเคราะหความเปนไปไดรวมทั้งไดมีการศึกษาขอมูล
องคป ระกอบท่ีเกยี่ วขอ งมาแลวกต็ ามในการเขาสูอาชีพไมวาจะเปนอาชีพอะไรจําเปนที่จะตอง
ศึกษาวางานอาชีพดังกลาวมีความเหมาะสมสอดคลองกับสภาพบริบทของพื้นที่ไดแก
ทรัพยากรธรรมชาติลักษณะภูมิอากาศภูมิประเทศศิลปะวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตและ
ทรัพยากรมนุษยดังนั้นเพ่ือเปนการสรางความเชื่อม่ันและสามารถกําหนดเปาหมายในการ
ดําเนนิ งานอาชีพไดอยา งเหมาะสมจงึ ควรไดมีการวิเคราะหชุมชนเก่ียวกับสภาพบริบทของพ้ืนที่
กับงานอาชีพทีต่ ัดสินใจ

การดาํ เนนิ การวิเคราะหชมุ ชนโดยใชเ ทคนคิ SWOT
การดําเนินการวิเคราะหชุมชนโดยท่ัวไปนิยมใชเทคนิค SWOT ในการประเมินเพราะ

เปนเทคนิคสาํ หรับการวเิ คราะหสภาพแวดลอมทีม่ ีผลกระทบวามีผลดีหรือผลเสียอยางไรตอสิ่ง
ท่ีจะกระทาํ

เทคนคิ SWOT ประกอบดวย
S (Strength) จุดแข็งหมายถึงความสามารถหรือสถานการณภายในชุมชนท่ีเปนเชิง

บวกซ่ึงสามารถนํามาใชประโยชนในการทํางานเพ่ือใหงานบรรลุวัตถุประสงคหรือกอใหเกิด
ประโยชนตอการทํางานสง ผลใหง านที่ทําเกิดความเขมแข็ง

W (Weakness) จดุ ออ นหมายถึงสถานการณภายในชุมชนท่ีเปนเชิงลบซึ่งไมสามารถ
นํามาใชเ ปนประโยชนในการทํางานเพือ่ ใหงานบรรลุวตั ถปุ ระสงคหรือไมกอใหเกิดประโยชนตอ
งานอาจสงผลใหงานทที่ าํ เกดิ ความลม เหลวได

O (Oportunity) โอกาสหมายถึงปจจัยและสถานการณภายนอกชุมชนที่เอื้อ
ประโยชนในการทํางานใหบรรลุวัตถุประสงคหรือหมายถึงสภาพแวดลอมภายนอกที่เปน
ประโยชนต อการดําเนินงาน

T (Treat) อุปสรรคหมายถึงปจจัยและสถานการณภายนอกชุมชนที่ขัดขวางหรือไม
สนบั สนนุ ตอการทํางานใหบ รรลวุ ตั ถุประสงคห รอื หมายถงึ สภาพแวดลอมภายนอกที่เปนปญหา
ตอ การดาํ เนนิ งาน

๑๑

การดาํ เนนิ การวิเคราะหชุมชนตามสภาพบรบิ ทของพืน้ ท่ี
ในการดําเนินการวิเคราะหชุมชนตามสภาพบริบทของพื้นที่ไดแกทรัพยากรธรรมชาติ

ลกั ษณะภมู อิ ากาศภมู ปิ ระเทศศิลปะวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตและทรพั ยากรมนุษยกับงาน
อาชพี ท่ตี ัดสนิ ใจเลือกดวยเทคนิค SWOT เพือ่ การเขาสอู าชีพ

ขั้นตอนการดําเนนิ งานการวเิ คราะหชมุ ชนตามสภาพบริบทของพ้ืนที่
1. กําหนดประเดน็ สภาพบรบิ ทของพื้นท่ที ีม่ ีความสัมพันธตองานอาชีพท่ีตัดสินใจเลือก

เพือ่ การนํามาวิเคราะห
2. กาํ หนดรายละเอยี ดยอยทจ่ี ะทําการวิเคราะหในแตละประเด็นของสภาพบรบิ ทแตละ

ดานกบั งานอาชพี ท่ีตดั สนิ ใจเลอื ก
3. เม่อื สามารถกาํ หนดรายละเอียดยอยไดในแตละประเด็นของสภาพบริบทแลวในการ

วเิ คราะหใ หด ําเนินการวิเคราะหในแตล ะดานของการวิเคราะหด ว ยเทคนคิ SWOT
4. ดาํ เนนิ การวิเคราะหระบุขอมูลตามความเปนจริงตามหัวขอของรายละเอียดยอยใน

แตละประเด็นของสภาพบริบทชมุ ชนวา มคี วามสัมพนั ธกบั งานอาชพี ทต่ี ดั สินใจเลอื กอยา งไร
5. เมือ่ ดาํ เนนิ การวิเคราะหระบุขอมูลตามหัวขอของรายละเอียดยอยในแตละประเด็น

ของสภาพบริบทชุมชนแลว ผวู เิ คราะหขอมูลตองวิเคราะหสรุปขอมูลท้ังหมดเพ่ือใหมองเห็น
สภาพการณท ั้งหมดพรอ มทีจ่ ะนาํ ไปกาํ หนดเปา หมายและทศิ ทางท่ีจะดาํ เนินการอาชีพตอไป
โดยควรสรปุ เปนขอเพือ่ ความชดั เจน

การกาํ หนดวสิ ยั ทัศน พันธกจิ เปาหมาย กลยทุ ธ ในการกาํ หนดแผนธรุ กจิ ชุมชน

วสิ ยั ทศั น
หมายถึงการมองภาพอนาคตของผูนําและสมาชิกในองคกรชุมชนและกําหนดความ

ตอ งการรวมสดุ ทา ยพรอ มเชอื่ มโยงกบั ภารกิจคานิยมและความเช่อื เขาดวยกันแลวมุงสูจุดหมาย
ปลายทางที่ชัดเจนทาทายมีพลงั และความเปนไปไดโดยเปนความตองการของชุมชนและทุกคน
ในชุมชนเห็นพอ งตองกันแลว

พนั ธกจิ
หมายถึงความประสงคหรือความมุงหมายพ้ืนฐานขององคกรชุมชนที่จะตองทําเพื่อให

เกิดผลตามวิสัยทัศนที่กําหนดไวอาจกลาวไดวาเปนขอบเขตในการดําเนินงานขององคกรหรือ
ชุมชนก็ไดพันธกิจที่ดีจะสามารถแยกความแตกตางและคุณคาขององคกรชุมชนแตละแหงได
อยางชัดเจนดังนั้นพันธกิจจะบงบอกวาธุรกิจขององคกรชุมชนคืออะไรอะไรคือส่ิงท่ีองคกร
ชุมชนตองการจะเปนและบางคร้ังอาจแสดงส่ิงท่ีองคกรชุมชนกําลังใหบริการแกลูกคาอยูท้ัง
ผลิตภัณฑและบริการ

๑๒

เปาหมาย
หมายถึง ส่งิ ทเี่ ราตอ งการจะใหเปน อยางนั้นตามขอบง ชค้ี วามสาํ เรจ็ ตามพนั ธกิจจะตอ งมี

ผลออกมาในเชงิ ปรมิ าณคือเปน รูปธรรมสามารถคดิ คํานวณหรือคิดหาเปอรเซน็ ตไ ด

กลยุทธ
หมายถึง ตัวที่ถูกกําหนดขึ้นมาเพื่อเปนกรอบของการจัดการใหดําเนินงานเปนไปตาม

เปาหมายทจ่ี ะชว ยชี้นาํ ถึงกระบวนการในการวางแผนปฏบิ ตั กิ ารตอ ไป

การวางแผนการปฏบิ ตั กิ าร

การจัดทําแผนปฏิบตั กิ ารมี 5 ข้นั ตอน ดงั นี้
1. การวางแผนการวางแผนเปนจุดเร่ิมตนในการดําเนินการโดยกําหนดวัตถุประสงค

และวิธีดาํ เนินงานเพื่อใหบรรลวุ ัตถปุ ระสงคทก่ี าํ หนดอยา งมีประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผล

ความสําคญั ของการวางแผน
1. เปนการคาดการณส งิ่ ทีจ่ ะเกดิ ในอนาคต
2. เปนการกําหนดวิธีการดําเนินงานตางๆอยางเปนขั้นตอนเพื่อใหบรรลุ

วัตถุประสงค
3. ทําใหบ คุ คลรหู นา ท่ีและความรบั ผดิ ชอบอยา งชดั เจน
4. ทําใหเ กิดการประสานงานทด่ี ีและเปนระบบในองคกร

หลักสาํ คญั ในการวางแผน
การศกึ ษาขอ มูลพ้ืนฐานเพื่อการวางแผน
1.1 การวิเคราะหผลตอบแทนของการลงทุนการทํากิจกรรมใดสิ่งที่ตองการคือ

ผลตอบแทนท่ีไดกาํ ไรดังนนั้ การประกอบธรุ กิจจงึ เปนกิจกรรมที่ตอ งการกาํ ไรคือ
1) กําไรท่เี ปนตวั เงิน
2) กําไรท่ีเปน ผลพลอยไดต อ สังคม

1.2 การพจิ ารณาเกย่ี วกับสถานที่ประกอบการศึกษาสถานท่ีประกอบการอยูใกล
แหลงชุมชนวัตถุดิบแรงงานตลอดถึงการขนสงท่ีจะสงผลใหประสบผลสําเร็จในการประกอบ
อาชพี

1.3 ชวงระยะเวลาการผลติ มคี วามจําเปนอยางย่ิงมีการวิเคราะหชวงระยะความ
ตองการของผบู ริโภคตลอดจนใชชว งท่วี กิ ฤตใหเ ปน โอกาสเชนนํ้ามันราคาสูงจะตองปรับเปล่ียน
มาใชแ กส แทนเปน ตน

๑๓

1.4 ความตอ งการของผูบริโภคจะตองสํารวจความตองการของผูบริโภคมีความ
ตองการสินคา แบบใดปรมิ าณมากนอ ยเพียงไร

2. การกําหนดเปา หมายจะตองมีการกําหนดเปา หมาย 2 ลักษณะคือ
2.1 เปา หมายเชิงปรมิ าณจะตอ งมีการกําหนดปริมาณสินคาท่ีจะผลิตเขาสูตลาด

วา มอี ะไรจํานวนเทาไรในแตล ะชว งเวลา
2.2 เปาหมายเชิงคุณภาพมีปจ จยั ทพี่ จิ ารณา คือ
-ลักษณะผลผลิตเขา สูตลาด
-ขนาดผลผลิตและอน่ื

3. การกําหนดกิจกรรมดําเนินการเมื่อกําหนดเปาหมายการผลิตแลวจะตองมีการ
กําหนดกิจกรรมดาํ เนินงานใหส ามารถมีผลผลติ ไดต ามเปาหมายไดแก

3.1 การกําหนดสินคาที่ผลิตตามลักษณะของสินคาซ่ึงจะตองผลิตจํานวนเทาใด
ตอวนั

3.2 การจัดระบบแรงงานวัตถุดิบจํานวนเทาไรในแตละชว ง
3.3 การจัดอุปกรณใ หครบและพรอ มท่จี ะผลติ ไดต ลอดเวลา

4. การตรวจสอบแผนการตรวจสอบแผนทาํ ไดโดยพจิ ารณาความเปน ไปไดดังนี้
4.1 การลงทนุ เงินทุนทจ่ี ะใชต ามแผนมีเพยี งพอหรือไม
4.2 แรงงานทจี่ ะใชตามขั้นตอนการดาํ เนนิ งานเพียงพอหรอื ไม
4.3 ขัน้ ตอนการดําเนินงานจะทําไดทนั ตามเวลาและปรมิ าณงานหรอื ไม
4.4 วัสดอุ ุปกรณเพยี งพอพรอ มใชงานหรือไม
4.5 เมื่อดาํ เนินงานแลว ไมข าดทนุ

5. การปฏบิ ตั ิตามแผนเม่ือพิจารณาตรวจสอบแผนแลววาสามารถดําเนินการไดลงมือ
ปฏิบัติตามขัน้ ตอนตา งๆตามแผนโดยมหี ลกั การดังนี้

5.1 ดาํ เนินงานตามแผน
5.2 ทําการตดิ ตามผลการดําเนินงานอยา งละเอยี ดทุกขั้นตอนศึกษาสภาพปญหา
หาทางแกไ ขจากประสบการณและผูร ตู า งๆ
5.3 ตดิ ตามผลวากจิ กรรมใดท่ีไมประสบผลสาํ เรจ็ ตอ งหากิจกรรมอ่ืนหรือผลผลิต
อน่ื แทนเพอื่ จะไดผ ลผลิตตามแผนทก่ี าํ หนดไว

๑๔

กจิ กรรมทายบทที่ 2

1. S (Strength) จดุ แขง็ หมายถงึ
…………………………………………………………………………………………………………………………

……….……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวตอบ ความสามารถหรือสถานการณภายในชุมชนที่เปนเชิงบวกซึ่งสามารถนํามาใช
ประโยชนในการทํางานเพ่ือใหงานบรรลุวัตถุประสงคหรือกอใหเกิดประโยชนตอการทํางาน
สง ผลใหง านท่ที าํ เกดิ ความเขม แขง็

2. วิสยั ทศั น หมายถึง
…………………………………………………………………………………………………………………………

……….……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวตอบ การมองภาพอนาคตของผนู ําและสมาชิกในองคกรชุมชนและกําหนดความตองการ
รวมสุดทายพรอมเชื่อมโยงกับภารกิจคานิยมและความเช่ือเขาดวยกันแลวมุงสูจุดหมาย
ปลายทางทชี่ ัดเจนทา ทายมีพลงั และความเปนไปไดโดยเปนความตองการของชุมชนและทุกคน
ในชมุ ชนเหน็ พอ งตอ งกันแลว

3. ใหน กั ศกึ ษาบอกความสาํ คญั ของการวางแผน
…………………………………………………………………………………………………………………………

……….……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวตอบ 1. เปนการคาดการณสิง่ ทจ่ี ะเกดิ ในอนาคต

2. เปนการกําหนดวธิ กี ารดําเนินงานตางๆอยางเปนขั้นตอนเพ่อื ใหบรรลุ
วัตถุประสงค
3. ทาํ ใหบ ุคคลรูหนาท่ีและความรบั ผดิ ชอบอยางชัดเจน
4. ทําใหเ กิดการประสานงานท่ดี แี ละเปนระบบในองคก ร

๑๕

4. การกาํ หนดเปาหมายจะตอ งมีการกาํ หนดเปา หมายก่ลี ักษณะอะไรบาง
…………………………………………………………………………………………………………………………

……….……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวตอบการกาํ หนดเปา หมายจะตองมกี ารกําหนดเปา หมาย 2 ลกั ษณะคือ

1. เปา หมายเชงิ ปรมิ าณจะตอ งมีการกาํ หนดปรมิ าณสนิ คาทจี่ ะผลติ เขา สตู ลาดวามอี ะไร
จํานวนเทา ไรในแตล ะชว งเวลา

2. เปาหมายเชงิ คุณภาพมีปจ จยั ท่ีพิจารณาคือลักษณะผลผลิตเขา สตู ลาดขนาดผลผลิต
และอื่น

5. การตรวจสอบแผนทาํ ไดโดยพิจารณาความเปนไปไดข องส่งิ ใดบาง
…………………………………………………………………………………………………………………………

…….………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวตอบ 1. การลงทุนเงนิ ทุนท่ีจะใชต ามแผนมีเพยี งพอหรอื ไม

2. แรงงานทีจ่ ะใชต ามข้ันตอนการดําเนินงานเพยี งพอหรือไม
3. ขน้ั ตอนการดาํ เนินงานจะทําไดทันตามเวลาและปรมิ าณงานหรือไม
4. วสั ดุอุปกรณเพียงพอพรอมใชง านหรือไม
5. เม่อื ดําเนินงานแลว ไมข าดทุน

16

บทที่ 3
การจัดการการผลิตหรอื การบริการ

การจดั การเกย่ี วกบั การควบคมุ คณุ ภาพ

ในการประกอบอาชีพเปนเร่ืองการตัดสินใจเร่ิมตนคิดและนําไปสูการปฏิบัติซึ่งผูริเร่ิม
อาชีพจะตองจัดการเก่ียวกับคุณภาพของสินคาทุกข้ันตอนใหเปนไปตามมาตรฐานขอกําหนด
และมขี อควรปฏิบตั ิดงั นี้

1. การสรางความคิดในการทําผลิตภณั ฑ
การสรา งความคดิ ในการทําผลิตภัณฑเ ปน การคน หาความคดิ ของตนเองในการทําอาชีพ

วา จะเปนไปไดหรอื ไมและมองเห็นชอ งทางท่ีจะขายผลติ ภณั ฑข องตนเองทกี่ าํ หนดไวไ ด
ซง่ึ จะตอ งมเี ทคนคิ การคนหาอาชีพคือ

1.1 ตองดูคุณสมบัติของผลิตภัณฑกลาวคือเมื่อทําผลิตภัณฑข้ึนมาแลวตองมีปริมาณ
ความตองการของลกู คา เกดิ ข้ึน

1.2 ตองกําหนดความตองการและปญหากลาวคือตองรูวาผลิตภัณฑที่จะทําสามารถ
แกปญหาอะไรใหกับผูบริโภคไดบางทั้งในดานการบริการความสะดวกสบายและความสนใจ
ในสนิ คา

2. เลือกผลติ ภณั ฑหรอื อาชพี
เปน การพิจารณาเลอื กความคิดและทําสนิ คาท่ีตนเองคิดวาเหมาะสมและสามารถสราง

กําไรในการดําเนินงานไดซึ่งตองพิจารณาความรูความสามารถของตนเองโอกาสในการสราง
ตลาดสินคา ของตนเองและจดั เตรยี มวสั ดุอุปกรณตางๆใหพรอมในการทําผลติ ภัณฑ

3. การทดสอบผลิตภัณฑ
เปนการพัฒนาแนวความคดิ ของตนเองเกย่ี วกบั ผลิตภัณฑทตี่ นเองสรางขึ้นและพยายาม

สรา งภาพลกั ษณทีด่ ใี นผลิตภณั ฑของตนเองเชนกาํ หนดช่ือสินคาและตราสินคาที่เหมาะสมและ
สอดคลอ งกับผลิตภัณฑและจะตองมีคําถามในการทดสอบผลติ ภณั ฑเ สมอดังนี้

3.1 ผลติ ภณั ฑท ่ีสรางขึ้นนา เชอื่ ถือหรอื ไม
3.2 ผลิตภัณฑเปนท่ีตองการหรือแกปญหาหรือตอบสนองความพอใจของผูบริโภค
หรือไม
3.3 ผใู ดหรือเปา หมายใดท่จี ะเปน คนใชผลติ ภณั ฑข องเราบาง
3.4 ราคาทกี่ าํ หนดไวเ หมาะสมกบั คุณภาพของผลิตภณั ฑห รอื ไม

17

4. มาตรฐานของผลติ ภณั ฑ
มาตรฐานคอื เกณฑในการพิจารณาผลิตภัณฑหรือสินคาเพื่อใหการรับรองวาผลิตภัณฑ

หรอื สินคา น้ันมคี ุณภาพตามทแ่ี จง ไวในฉลากโดยมมี าตรฐานอตุ สาหกรรมที่ใชกันอยทู ่วั ไป
4.1 มาตรฐานระบบคุณภาพ ISO 9000 สวนใหญจะใชกับสินคาหรือผลิตภัณฑที่

ตองการรบั รองคุณภาพ
4.2 มาตรฐานระบบการจัดการส่ิงแวดลอม ISO 14000 เปนการรับรองมาตรฐาน

ส่ิงแวดลอมโดยเฉพาะโรงงานอตุ สาหกรรมทม่ี รี ะบบการกาํ จดั นํา้ เสยี และไมท ําลายส่ิงแวดลอมก็
จะไดก ารรับรองมาตรฐานน้ี

4.3 มาตรฐานขอ กําหนดท่วั ไปวาดวยความสามารถของหองปฏิบัติการสอบเทียบและ
หองปฏิบัติการทดสอบมอก. 1300 – 2537 เปนมาตรฐานท่ีสรางความเช่ือม่ันกลาวคือ
หลังจากมีการทดสอบในหองปฏิบัติการหรือการสอบน้ันแลวจะทําใหเปนท่ียอมรับในผลการ
ทดสอบหรอื สอบเทียบและผลการทดสอบระหวา งประเทศซึ่งจะชวยแกปญหาทางวิกฤตการณ
ในขอตกลงดานการกดี กันทางการคาได

5. ความสาํ คัญและประโยชนข องเครอื่ งหมายมาตรฐาน
5.1 ความสําคัญของเครื่องหมายมาตรฐาน เคร่ืองหมายมาตรฐานท่ัวไปจะพบใน

สินคาหรือผลิตภัณฑประเภทตางๆผลิตภัณฑท่ีแสดงเครื่องหมายมาตรฐานแสดงวาเปน
ผลติ ภัณฑท ใ่ี หค วามมัน่ ใจคือ

1) มีคุณภาพตรงตามมาตรฐาน
2) ปลอดภัยในการบริโภค
3) ราคาเหมาะสมกับคณุ ภาพ
4) ผูซอื้ ไดรับความเปนธรรม
5.2ประโยชนข องเคร่ืองหมายมาตรฐานเครื่องหมายมาตรฐานจะชว ยอํานวย
ประโยชนแ กบ ุคคลหลายๆฝา ยท้ังผผู ลิตและผบู ริโภคโดยการกําหนดมาตรฐานท่ีจะสง ผลตอ
ภาพลกั ษณแ ละเศรษฐกจิ ของชาติโดยสว นรวมคอื
1) ปลอดภัยในการใชง านและการบริโภคสนิ คา
2) สะดวกประหยัดเงินและเวลาในการเลือกซ้ือและเลือกใชสินคาเพราะ
ผลติ ภัณฑม าตรฐานเปนสนิ คาทสี่ ามารถใชท ดแทนกันและมีมาตรฐานใกลเคียงกนั
3) ไดรับความยุติธรรมในการซ้ือสินคาหรือผลิตภัณฑท่ีมีคุณภาพเหมาะสมกับ
ราคาและสามารถเลอื กซอ้ื ไดตามความตอ งการ
4) สามารถซือ้ สนิ คาที่มีคุณภาพและเหมาะสมกบั การใชประโยชนไดอ ยางถกู ตอง
5) สามารถทดแทนช้ินสวนอุปกรณที่ชํารุดไดสะดวกและรวดเร็วไมจําเปนตอง
ปรบั เปล่ยี นอปุ กรณใหมทงั้ ชุดเนื่องจากอุปกรณบ างชนิดสามารถใชท ดแทนกันได

18

6) ซื้อสว นประกอบและอะไหลทต่ี องการปรับเปลยี่ นไดง ายเน่ืองจากอุปกรณมีให
เลอื กใชและมขี ายอยูท่ัวไป

การใชนวัตกรรมเทคโนโลยีในการผลติ

ในปจจุบันมนุษยเราตองการความสะดวกสบายจึงมีความจําเปนท่ีจะตองนําเอา
นวัตกรรมเทคโนโลยีมาใชเพ่ือชวยเหลือหรือประกอบกับงานอาชีพที่มีอยูและอํานวยความ
สะดวกในการดํารงชีวิตประจาํ วันตลอดจนนํามาประยุกตใชใหเกิดประโยชนเพ่ือลดระยะเวลา
แรงงานเพอ่ื จะไดผลผลิตจํานวนมากตามความตองการ
นวตั กรรมเทคโนโลยใี นการผลติ

นวัตกรรมหมายถึงสิ่งประดิษฐที่คิดคนข้ึนมาใหมเพื่อชวยเหลืออํานวยความสะดวก
พฒั นางานใหด ขี ้นึ ทั้งคณุ ภาพและปรมิ าณตรงตามความตองการของตัวเองและผูรับบริการเชน
การทําเครอ่ื งมืออดั ปุย นํ้าใหแกต นพืชในดินทําใหป ระหยัดการใชปุยตนพชื สามารถใชไดเต็มท่ีไม
มีการสญู หายจากการชะลา งและระเหยหายไป

เทคโนโลยีหมายถึงการนําความรูทักษะและทรัพยากรมาสรางวิธีการหรือส่ิงของ
เครื่องใชหรือการนําวิธีการโดยผานกระบวนการเพื่อแกปญหาสนองความตองการหรือเพ่ิม
ความสามารถในการทํางานเชนอดีตใชแ รงงานผสมปุยหมักปจ จุบนั ใชเครือ่ งผสมและอดั เม็ด

หลกั การเลอื กนวัตกรรมเทคโนโลยใี นการผลติ
แนวทางในการตัดสินใจเลือกใชนวัตกรรม/เทคโนโลยีท่ีเหมาะสมเพ่ือนํามาประยุกตใช

ในการผลิตโดยคํานึงถงึ ผลกระทบตอสงั คมและส่งิ แวดลอ ม
1. เลือกขนาดทีพ่ อเหมาะกับงาน
2. ใชงานราคาถูกและมปี ระสิทธิภาพ
3. สามารถใชว ัสดพุ น้ื บานหรอื วัสดทุ อ งถ่ิน
4. ใหผ ลคุมคา
5. มีความสะดวกในการใชงาน
6. ไมเ ปนอันตรายตอผใู ชและธรรมชาติสง่ิ แวดลอม

กระบวนการทางนวัตกรรมเทคโนโลยใี นการผลติ
1. ระบุปญหาความตอ งการ
2. รวบรวมขอมูลหรอื ความรูเ พื่อแสวงหาวิธกี ารการแกปญหา
3. เลือกวธิ กี ารในการแกป ญ หา
4. วางแผนกําหนดวิธกี ารเพ่อื แกปญหา
5. ปฏิบัตงิ านหรือสรา งส่งิ ของเครอ่ื งใช

19

6. ทดสอบนาํ ผลงานมาใชป ระโยชน
7. ปรับปรงุ พฒั นาผลติ ผลงานทีส่ มบูรณ

ประโยชนของนวตั กรรมเทคโนโลยใี นการผลติ
1. ปรบั ปรุงคุณคาทางโภชนาการของอาหารใหส ูงข้นึ
2. ใหพ ืชมีความทนทานตอ โรคและแมลงศตั รูพชื
3. ใหพชื มคี วามทนทานตอ ความแหงแลง และอุณหภูมสิ งู หรอื ตา่ํ
4. ยืดระยะเวลาการสุกของพืชผกั และผลไม
5. ทําใหส ตั วผลิตโปรตนี ทมี่ ีคุณคา สูงข้ึน
6. ปศุสตั วที่ใหเนอื้ มีโปรตีนหรอื ยาปะปนอยู
7. การใหวัคซนี แกม นษุ ยใ นรปู ของผกั ผลไมท ีก่ ินได

การลดตน ทุนการผลติ หรอื การบริการ

การผลติ มคี วามจําเปน ตองลดตน ทนุ ในการผลิตและการบริการก็เชนเดียวกันเพ่ือจะได
ราคาสินคา และบรกิ ารที่เหมาะสมเปนที่พึงพอใจของผูบริโภคตลอดจนมียอดของการจําหนาย
เหมาะสมซ่ึงการลดตนทุนจะไมตองทําใหคุณภาพของผลิตภัณฑดอยลงในการลดตนทุนการ
ผลติ /บริการผปู ระกอบการมคี วามจาํ เปนตอ งปรบั ปรงุ โครงสรา งในการประกอบธรุ กจิ ตางๆ
ท้ังคาแรงงานตนทุนวัตถุดิบที่ส่ังมาจากตางประเทศคานํ้ามันเช้ือเพลิงและคูแขงขันมากขึ้น
ปจจยั ในการลดตนทุนการผลิตหรอื การบรกิ ารมหี ลายประการเชน

1. เจาของธุรกิจจะตองมีนโยบายและโครงการเพื่อลดตนทุนการผลิตหรือการบริการ
อยา งจรงิ จงั ชดั เจนและตอเนื่อง

2. สรางจิตสํานึกพนักงานใหมีจิตสํานึกท่ีดีตอโครงการลดตนทุนการผลิตหรือการ
บริการ

3. มีมาตรการเพ่ิมประสิทธภิ าพและคุณภาพของการบริหารจดั การ
3.1 ประสิทธภิ าพการผลติ คอื ดัชนีช้วี ดั ใชเ ปรยี บเทยี บการผลติ ในแตละเดอื นท่ี

ผานมา
3.2 คุณภาพสินคา และบรกิ ารจะตอ งปลกู ฝง ใหพ นักงานมีการควบคมุ คุณภาพ

ใหไ ด
3.3 การสงมอบสินคา/บริการจะตองมอบสินคาตรงตามเวลาตามท่ีลูกคา

ตอ งการโดยไมม ีปญหา
3.4 ตน ทุนการผลิตในสินคาประเภทเดียวกันแตตนทุนไมเทากันการลดตนทุน

มใิ ชส่งิ ท่ที าํ ใหค ณุ ภาพของสนิ คา ลดลงเสมอไป

20

3.5 ความปลอดภัยเปนเร่ืองพนักงานโดยตรงซ่ึงควรกระทําอยางเครงครัดมี
สว นทีใ่ หต น ทุนการผลติ ลดนอยลงรวมทงั้ สรางคณุ ภาพชีวติ ใหกับพนักงานได

3.6 ขวญั กาํ ลังใจเปนวิธที ่ีดที ่สี ดุ คอื เพม่ิ คา จางและเพิ่มสวัสดกิ ารใหกับพนักงาน
จะทาํ ใหพ นักงานทาํ งานอยา งเตม็ ที่

3.7 ส่ิงแวดลอมที่ดีเปนการสรางคุณภาพชีวิตใหกับเจาหนาท่ีบางธุรกิจจะ
เกยี่ วกับมาตรฐานและการจดั การกบั ส่ิงแวดลอมไดดถี ือวาเปน ความรับผดิ ชอบตอ สงั คม

3.8 จรรยาบรรณเมื่อมีการผลิต/บริการที่พลาดจะตองมีการยอมรับผิดและ
ปรบั เปลีย่ นใหกบั ผูร ับบริการ

การลดตนทุนการผลิตหรือการบริการจะตองใชวงจร PDCA (Deming Cycle) ควบคุม
ใหมีการดําเนินไปอยางตอเนื่องเม่ือเกิดปญหาในสวนใดหรือข้ันตอนใดใหมีการปรับปรุงแกไข
และพัฒนาใหมกี ารตรวจสอบทุกข้ันตอนจะทําใหสามารถลดตนทุนการผลิตหรือการบริการได
อยางถูกตอง

การลดตน ทนุ การผลติ หรอื การบริการใชว งจร PDCA Deming Cyc

P (Planning) กิจกรรม/โครงการ
การลดตน ทนุ การผลติ หรอื การบรกิ าร

A (Action) การปรบั ปรงุ แกไ ข D (Doing) การ
ปฏิบตั ิงานและตงั้ มาตรฐานในการดาํ เนินงาน หรอื การ
ดาํ เนนิ งาน

C (Check) การตรวจสอบ
กิจกรรม/โครงการ

21

การจดั ทาํ แผนการจดั การการผลติ หรือการบรกิ าร

ปจ จัยการจัดทาํ แผนการจัดการการผลติ หรอื การบริการไดแก
1.1 การเลือกทําเลท่ีต้ังของโรงงานเพ่ือใหการผลิตดําเนินไปไดอยางมีประสิทธิภาพ

การหาสถานที่ตั้งโครงการทเี่ หมาะสมจงึ มีความจาํ เปนอยา งยง่ิ หากเลือกทําเลท่ีไมเหมาะสมใน
การประกอบกจิ กรรมจะทําใหอ งคกรประสบปญหาตางๆไดเ ชนการขาดแคลนแรงงานคาใชจาย
ในการขนสงขาดแคลนทรัพยากรท่ีจําเปนในการผลิตเปนตน ดังนั้นในการเลือกทําเลที่ต้ังของ
สถานท่ปี ระกอบการควรคาํ นงึ ถึงปจจัยตาง ๆ ดังนี้

1.2 แหลงวตั ถดุ บิ การเลอื กทําเลทีต่ ้งั สถานประกอบการควรคํานึงถึงแหลงวัตถุดิบท่ีใช
ในธุรกิจโดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตตาง ๆ เพ่ือความสะดวกในการจัดหาวัตถุดิบที่มี
คุณภาพดรี าคาถกู และประหยดั คาขนสง

1.3 แรงงาน คือการใชแรงงานคนในการผลิตสินคาหรือบริการซึ่งมี 2 ประเภทคือ
แรงงานที่มีทักษะความชํานาญและแรงงานทั่วไปถาผูประกอบการตองการแรงงานท่ีมีทักษะ
ความชํานาญควรต้ังสถานประกอบการอยูในเมืองใหญหรือบริเวณใกลเคียงแตถาเปนแรงงาน
ทว่ั ไปสามารถจดั ตง้ั สถานประกอบการในตา งจงั หวัดเพราะแรงงานหาไดง าย

1.4 คาขนสงในการเลือกทําเลที่ตั้งสถานประกอบการตองคํานึงถึงคาขนสงในดาน
ตา งๆดังนี้

- คาขนสงวัตถดุ บิ จากแหลง วตั ถดุ ิบไปยังสถานประกอบการ
- คา ขนสงสนิ คาเพื่อจัดเกบ็
- คา ขนสงไปสูผบู รโิ ภค
1.5 สงิ่ อํานวยความสะดวกและสาธารณปู โภคตา งๆเชนนํ้าไฟฟาถนน
การส่ือสารสถานพยาบาลสถานีตํารวจเปน ตน
1.6. กลมุ ลูกคา ชองทางการจําหนา ยสินคา โดยทัว่ ๆไป
1.7 กฎหมายและระเบียบขอบังคับการเลือกทําเลที่ตั้งตองศึกษากฎหมายและ
ระเบยี บขอ บงั คับตา งๆทเ่ี กยี่ วขอ งเพอ่ื ไมใหเ กิดการขัดแยง

เงนิ ทนุ

เงินทุน หมายถึงเงินทอ่ี งคกรจัดหามาเพ่ือใชลงทุนและดําเนินการประกอบกิจการเพ่ือ
หวังผลกําไรจากการลงทุนซึ่งเปนปจจัยสําคัญในการดําเนินธุรกิจต้ังแตเริ่มลงทุนประกอบ
กิจการและใชจายระหวางดําเนินกิจการเพื่อใหการดําเนินการเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและ
ความเจริญเตบิ โตของธุรกิจ

22

ประเภทของเงนิ ทุนแบงออกเปน 2 ประเภทคือ
- เงินทุนคงท่ี คือ เงินท่ีองคกรจัดหามาเพ่ือใชในการจัดหาสินทรัพยถาวรซึ่งหมายถึง

สินทรัพยที่มีอายุการใชงานเกิน 1 ปข้ึนไปเชนคาใชจายเก่ียวกับการเลือกทําเลท่ีตั้งสถาน
ประกอบการไดแกราคาที่ดิน คาแรงงาน คาขนสง คาวัสดุอุปกรณ เครื่องจักรคาโรงงาน
คา ธรรมเนียมและภาษที ี่จะตอ งชําระใหองคกรของรฐั เปน ตน

- เงินทุนหมุนเวียน คือ เปนเงินทุนที่องคกรจัดหาเพ่ือใชในการดําเนินการจัดหา
สินทรัพยหมุนเวียนซ่ึงหมายถึงสินทรัพยที่มีอายุการใชงานตํ่ากวา 1 ปเงินวัตถุดิบในการผลิต
วัสดสุ ้นิ เปลอื งคาแรงงาน คาขนสง คาโฆษณา คา นํา้ คา ไฟฟา คา โทรศพั ท เปนตน

กิจกรรมทายบทที่ 3

1. ใหน กั ศกึ ษาบอกความสําคญั ของเครื่องหมายมาตรฐาน
.........................................................................................................................................

......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
แนวตอบ 1. มคี ุณภาพตรงตามมาตรฐาน

2. ปลอดภยั ในการบริโภค
3. ราคาเหมาะสมกับคุณภาพ
4. ผซู อื้ ไดร บั ความเปนธรรม

2. เทคโนโลยี หมายถงึ
.........................................................................................................................................

......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

แนวตอบ การนําความรู ทักษะ และทรัพยากรมาสรางวิธีการ หรือส่ิงของเคร่ืองใช
หรือการนําวิธีการโดยผานกระบวนการเพ่ือแกปญหา สนองความตองการ หรือเพิ่ม
ความสามารถในการทาํ งาน เชน อดีตใชแ รงงานผสมปุยหมัก ปจจุบันใชเคร่ืองผสมและอัดเม็ด
เปนตน

23

3. จงบอกหลักในการเลอื กนวัตกรรม/เทคโนโลยีในการผลิต
.........................................................................................................................................

......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
แนวตอบ การที่บุคคลกําหนดวัตถุประสงคหรือเปาหมายในชีวิตของตนไวลวงหนา และหาวิธี
พัฒนาใหบ รรลเุ ปา หมายที่วางไว เชน กาํ หนดเปา หมายวา ตอ งการปลูกขา วใหไ ด ไรล ะ 100 ถัง
ดงั น้ัน จะตองหาวธิ ีการดาํ เนินงานใหไ ดต ามเปาหมาย เชน ใชพันธุขาวท่ีใหผลผลิตสูงควบคูกับ
การดูแลรักษาอยา งเอาใจใส
4. ใหนกั ศกึ ษาบอกความหมายของคาํ วา “นวัตกรรม” และ“เทคโนโลย”ี

…………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวตอบนวัตกรรม หมายถึง ความคิด การปฏิบัติ หรือส่ิงประดิษฐใหมท่ียังไมเคยมีใชมา
กอ นหรอื เปน การพฒั นา ดดั แปลง มาจากของเดิมที่มีอยูแลว

เทคโนโลยี หมายถึง สิ่งท่ีมนุษยพัฒนาขึ้นเพ่ือชวยในการทํางานหรือแกปญหาตางๆ
เชน อปุ กรณ เครือ่ งมือ เครือ่ งจักร วัสดุ หรอื แมกระท่ังสิง่ ทไี่ มไดเปนสิ่งของท่ีจบั ตองได หรือ
อาจเปน ระบบหรือกระบวนการตา งๆ

5. เงินทนุ หมายถงึ
.........................................................................................................................................

......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
แนวตอบ เงนิ ท่อี งคกรจัดหามาเพอ่ื ใชล งทุน และดาํ เนนิ การประกอบกิจการเพ่ือหวังผลกําไร
จากการลงทนุ ซึ่งเปน ปจ จัยสําคัญในการดําเนินธุรกิจ ต้ังแตเร่ิมลงทุนประกอบกิจการ และใช
จายระหวางดําเนินกิจการ เพื่อใหการดําเนินการเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ และความ
เจริญเตบิ โตของธรุ กจิ ประเภทของเงนิ ทุน

24

บทที่ 4
การจัดการการตลาด

การตลาด
การตลาด หมายถึง การดําเนินกิจกรรมตางๆที่จะทําใหสินคาหรือบริการจากผูผลิต

ไปสูผบู ริโภคหรอื ผูใชโ ดยวัตถปุ ระสงคเ พื่อความพงึ พอใจของผูบรโิ ภค

ชนิดของตลาดในชมุ ชนมอี ะไรบา ง
1. ตลาดทอ งถิ่น
2. ตลาดเชา ในทองถนิ่
3. ตลาดนัดทอ งถิ่น
4. ตลาดสดเทศบาล
5. หางสรรพสนิ คา

การจัดการการตลาด

การจดั การการตลาด หมายถึง การสรางการรับรูระหวางผูขายกับผูซื้อเพื่อกระตุนให
ลกู คาเกดิ ความตอ งการสินคาและตดั สนิ ใจซอ้ื

การจดั การการตลาด ประกอบดวยอะไรบา ง
1. การโฆษณาคอื การสอ่ื สารโดยการใชส ่อื ตางๆ ท่ีไมใชตัวบุคคล และมีคาใชจายใน

การโฆษณา เชน วทิ ยุ โทรทัศน สิ่งพิมพ
2. การประชาสัมพันธ คือ กิจกรรมตางๆที่สรางความนาเชื่อถือ และสามารถเขาถึง

กลุม เปา หมาย
3. การวิจัยการตลาด เปน สอ่ื หรือเคร่ืองมือที่ใชสําหรับคนหาขอมูลที่เก่ียวของกับการ

ตัดสินใจทางการตลาด

ขนั้ ตอนการจดั ทาํ วิจยั การตลาด ประกอบดวยขัน้ ตอนตา ง ๆ อะไรบาง
1) การกําหนดขอมูลท่ีตอ งคนหา
2) กําหนดวธิ กี ารรวบรวมขอ มูล
3) กําหนดแบบฟอรม สําหรบั การเก็บรวบรวมขอ มูล
4) กําหนดระเบียบวธิ กี ารสมุ ตวั อยาง
5) กําหนดขัน้ ตอน วิธดี าํ เนนิ การเก็บขอมลู ตาง ๆ
6) วางแผนพัฒนางานสาํ หรับประมวลขอมลู

25

7) วางแผนพฒั นางานสําหรบั การวเิ คราะหขอมูล
8) กาํ หนดการจดั เตรยี มรายงาน เพอื่ นาํ เสนอผลการวิจัยตอฝา ยจัดการ
4. การสงเสริมการขาย คือ กระบวนการที่เก่ียวของกับการสงเสริมการตลาดใน
ภาพรวม เพื่อใหเหน็ ถงึ สว นของการตลาดที่แตกตา งกนั
5. การทาํ ฐานขอมลู ลกู คา
ประโยชนของการทาํ ฐานขอมูลลกู คา คือ
1) ใชปรับปรุงกลยุทธการตลาดโดยการวิเคราะหและออกแบบกลยุทธได
ถูกตอ งกวา
2) สามารถมกี ลวธิ กี ารเขาพบลกู คากอ นหลงั ดว ยวธิ ีตางกัน
3) สามารถปรับสวนประสมทางการตลาดท่ีถูกตองไดป ระสิทธิภาพหลายแงมุม
ยิ่งขึน้ โดยใชก ลยุทธเชิงรวมจึงไดผ ลกวา
4) สามารถเพ่ิมคณุ ภาพของศิลปะการปฏบิ ัติตามผลการตลาด โดยเฉพาะการ
โนม นาวชักจูงใจ และการสรา งอิทธพิ ลเหนือผูบ รโิ ภค
6.การกระจายสินคา เปนการจัดการเคล่ือนยายสินคาท่ีพรอมขายไปสูผูบริโภค
ผูประกอบการผลิตสินคา เพอื่ จาํ หนาย

การจดั ทาํ แผนการจดั การการตลาด

การวางแผนกลยุทธทางการตลาด
1. การเจาะตลาด คอื พยายามเพิ่มยอดขาย โดยเจาะเขา สูต ลาดใหม ๆ มากขน้ึ
2. การพัฒนาตลาด คือ วิธีการเพิ่มยอดขายของผลิตภัณฑท่ีมีอยูในปจจุบันให

ขยายตัวเขา สูตลาดใหม
3. การพัฒนาผลติ ภณั ฑ คอื การเพิ่มยอดขาย โดยวธิ ีการพัฒนาผลิตภัณฑใหม หรือ

ปรับปรุงผลิตภัณฑเกา
4. การขยายชนิดผลิตภณั ฑ คือ การขยายตัวเขาสูธรุ กจิ ดานใหม ๆ

ขั้นตอนการจดั ทําแผนการตลาด
1. ศกึ ษาสภาพแวดลอ มขององคกรเกีย่ วกับอนาคต
2. การกําหนดวัตถุประสงคจะเปนการกําหนดวาจะทําอะไรเพื่อใครในการกําหนด

วตั ถปุ ระสงคน้ันจะตอ งรดั กุมและครอบคลุมสิ่งท่ตี องการ
3. การสรา งเปาหมายหมายถงึ จํานวนท่รี ะบไุ ว
4. การกาํ หนดแผนการดําเนินงานหมายถึงการกําหนดข้ันตอนในการดําเนินงานตางๆ

บรรลตุ ามวัตถปุ ระสงค ทกี่ าํ หนดไวไ ดอยางมปี ระสิทธภิ าพ
5. แผนปฏบิ ตั งิ านในการดาํ เนินการกิจกรรมตา งๆ

26

กิจกรรมทายบทที่ 4

1. การตลาด หมายถงึ
…………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวตอบ การดําเนินกิจกรรมตางๆท่ีจะทําใหสินคาหรือบริการจากผูผลิตไปสูผูบริโภคหรือ
ผูใชโดยมวี ัตถปุ ระสงคเพือ่ ความพงึ พอใจของผบู ริโภค

2. ชนิดของตลาดในชุมชนมีอะไรบาง
…………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวตอบ 1. ตลาดทอ งถนิ่

2. ตลาดเชาในทอ งถิน่
3. ตลาดนัดทอ งถิ่น
4. ตลาดสดเทศบาล
5. หา งสรรพสินคา

3. ขั้นตอนการจัดทําวจิ ัยการตลาด ประกอบดว ยขนั้ ตอนตาง ๆ อะไรบา ง
…………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวตอบ 1. การกําหนดขอมลู ท่ีตองคน หา

2. กําหนดวิธกี ารรวบรวมขอมลู
3. กําหนดแบบฟอรมสาํ หรบั การเก็บรวบรวมขอมลู
4. กําหนดระเบียบวธิ ีการสุมตัวอยาง
5. กาํ หนดขนั้ ตอน วธิ ดี าํ เนินการเก็บขอมลู ตา ง ๆ
6. วางแผนพฒั นางานสาํ หรับประมวลขอ มลู
7. วางแผนพัฒนางานสาํ หรบั การวเิ คราะหขอมลู
8. กาํ หนดการจัดเตรยี มรายงาน เพือ่ นําเสนอผลการวิจัยตอ ฝา ยจดั การ

27

4. ประโยชนข องการทาํ ฐานขอมลู ลกู คา คอื
…………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวตอบ1. ใชป รับปรุงกลยุทธการตลาดโดยการวิเคราะห และออกแบบกลยุทธไดถูกตองวา

2. สามารถมีกลวธิ กี ารเขาพบลกู คากอนหลงั ดว ยวิธีตา งกนั
3. สามารถปรับสวนประสมทางการตลาดท่ถี กู ตอ งไดประสิทธิภาพหลายแงม มุ
ยง่ิ ขน้ึ โดยใชก ลยุทธเ ชิงรวมจึงไดผ ลกวา
4. สามารถเพิ่มคณุ ภาพของศิลปะการปฏบิ ตั ติ ามผลการตลาด โดยเฉพาะการ
โนม นาว ชักจงู ใจ และการสรางอิทธิพลเหนอื ผบู รโิ ภค

5. การปรับตัวขององคก รธุรกิจเม่อื ประสบปญหาอปุ สรรคในการประกอบธุรกจิ สามารถ
แยกเปน 4 แนวทาง ประกอบดวยอะไรบา ง

…………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวตอบ 1. การเจาะตลาด คือ พยายามเพมิ่ ยอดขาย โดยเจาะเขาสูตลาดใหม ๆ
มากข้นึ

2. การพฒั นาตลาด คือ วิธีการเพ่มิ ยอดขายของผลิตภัณฑท่ีมีอยูในปจจุบันให
ขยายตัวเขาสูตลาดใหม

3. การพฒั นาผลติ ภัณฑ คือ การเพิม่ ยอดขาย โดยวธิ ีการพัฒนาผลิตภัณฑใหม
หรือปรบั ปรุงผลิตภณั ฑเ กา

4. การขยายชนิดผลติ ภณั ฑ คอื การขยายตวั เขาสูธรุ กจิ ดานใหม ๆ

28

บทท่ี 5
การขับเคลอื่ นสรา งธุรกิจเพือ่ เขา สูอ าชพี

การวิเคราะหค วามเปน ไปไดข องแผนปฏบิ ตั ิการ
1. วเิ คราะหความถูกตองนาเช่ือถอื ของขอ มลู พ้ืนฐาน
2. วิเคราะหวตั ถปุ ระสงค
3. วิเคราะหเ ปาหมายที่ไดกาํ หนดไว รวมถงึ พฤติกรรมของผูบ ริโภค
4. วเิ คราะหถ งึ ผลตอบแทนของแผนปฏบิ ัติการ

การพัฒนาแผนปฏบิ ตั ิการ
เปนการนาํ ผลการวิเคราะหความเปนไปไดของแผนปฏิบัติการของผูประกอบการมาตอ
ยอดเพอ่ื พัฒนางานอาชพี ในธุรกจิ ของตนใหด าํ เนินงานไดด ียง่ิ ข้นึ หรอื อาจมีความสัมพันธกับอีก
อาชีพหนึง่ ได ซง่ึ เปน การเช่อื มโยงกันเพอื่ ลดความเสย่ี งของธรุ กจิ หรอื เพ่อื ใหเกดิ รายไดเพมิ่ ข้ึน

การประกอบอาชพี ควบคูเกือ้ กูลกนั
ประกอบอาชีพควบคูเกื้อกูลกัน เชน การเลี้ยงสุกรบนบอปลา เม่ือใหอาหารสุกรเศษ
อาหารรว งหลนลงน้าํ เปน อาหารของปลา ลางคอกสกุ รเศษอาหารรวมท้งั ส่งิ ขับถา ยของสุกรก็จะ
เปน อาหารปลา ดังนน้ั ไมไดลงทนุ ดา นอาหารในการเล้ยี งปลา แตต อ งปรึกษาผูรูกอนวาจะเล้ียง
ปลาอะไรและสกุ ร 1 ตัวตอ การเลี้ยงปลาก่ีตวั จึงจะไดผลตอบแทนท่ดี ีและนา้ํ ไมเ นาเสีย

ขน้ั ตอนการขบั เคลอื่ นการสรางธุรกจิ
1.การทาํ ผลิตภัณฑห รืออาชีพ
2.การทดสอบผลติ ภณั ฑ
3.การพฒั นาการตลาด
4.การประเมินและวเิ คราะหผลติ ภัณฑ
5. การพฒั นาผลิตภัณฑห รืออาชพี ใหเจริญกา วหนา

ปญ หา อปุ สรรค และแนวทางแกไ ข
ปญหาอปุ สรรค

ในการปฏิบัติงานมักจะมีปญหาและอุปสรรคเขามาเก่ียวของ ทําใหธุรกิจไมสามารถ
ดาํ เนนิ งานไปตามแผนท่ีวางไว สว นใหญป ญหาจะเกิดจากสง่ิ ท่เี ราไมสามารถควบคมุ ได เชน

29

1. ปญ หาจากภยั ธรรมชาติ
1.1 ภัยแลง
1.2 อทุ กภัย (ภัยน้าํ ทวม)
1.3 วาตภยั (ภัยลม)
1.4 อคั คีภยั (ภยั ไฟไหม)
1.5 ศตั รูพืช

2. ปญหาการตลาด
3. ปญหาแหลงเงนิ ทนุ
4. ปญ หาการขาดการควบคมุ การผลิต

แนวทางแกไข
1. ปญ หาจากภยั ธรรมชาติ

เกษตรกรควรนําเอาการเกษตรผสมผสานตามแนวทางทฤษฎีใหมของพระบาทสมเด็จ
พระเจา อยหู ัวมาใช โดยใหแบงพื้นท่ีออกเปน 4 สวน ตามโครงการสวน 30 : 30 : 30 :
10 คอื

สวนแรก รอ ยละ 30 ใหข ดุ สระกกั เกบ็ น้ํา
สว นทีส่ อง รอยละ 30 ใหทาํ นาขา ว
สวนที่สาม รอยละ 30 ใหปลูกไมผล ไมยนื ตน ไมใ ชสอย
สวนท่ีสี่ รอยละ 10 ใหเปน ท่ีอยอู าศยั และอืน่ ๆ
2. ปญ หาการตลาด
การแกปญหาเกี่ยวกับแหลงเงินทุน และการขาดการควบคุม ควรยึดหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจาอยหู วั มาปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
ความพอเพียง
1. ความพอประมาณ
2. ความมเี หตผุ ล
3. การมีภูมกิ ันในตวั ทีด่ ี

การใชค ณุ ธรรมกาํ กับความรู
1. เงือ่ นไขคุณธรรม
2. เง่อื นไขความรู

30

กิจกรรมทา ยบทท่ี 5

1. ใหน กั ศกึ ษายกตัวอยางการประกอบอาชีพควบคเู กือ้ กูลกัน
..........................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

แนวตอบ ประกอบอาชีพควบคูเก้อื กลู กนั เชน การเล้ียงสุกรบนบอปลา เม่ือใหอาหารสุกรเศษ
อาหารลวงหลนลงน้ําเปน อาหารของปลา ลา งคอกสุกรเศษอาหารรวมทัง้ สง่ิ ขับถา ยของสุกรก็จะ
เปน อาหารปลา ดงั นน้ั ไมไ ดลงทุน ดานอาหารในการเล้ียงปลา แตตองปรึกษาผูรูกอนวาจะ
เลยี้ งปลาอะไรและสุกร 1 ตัวตอการเลย้ี งปลากตี่ ัว จงึ จะไดผลตอบแทนทด่ี แี ละน้ําไมเนาเสยี

2. ใหน กั ศกึ ษาบอกขัน้ ตอนการขัน้ ตอนการขับเคลื่อนการสรางธุรกิจ
..........................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวตอบ 1.การทาํ ผลติ ภณั ฑห รืออาชีพ

2.การทดสอบผลติ ภัณฑ
3.การพฒั นาการตลาด
4.การประเมนิ และวิเคราะหผลิตภัณฑ
5. การพัฒนาผลิตภณั ฑหรอื อาชีพใหเจรญิ กา วหนา

3.ปญหาจากภัยธรรมชาติทําใหธุรกิจไมสามารถดําเนินงานไปตามแผนปฏิบัติการท่ีวางไวมี
อะไรบา ง

..........................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

แนวตอบ 1. ภัยแลง
2. อทุ กภัย (ภยั นา้ํ ทวม)
3. วาตภยั (ภยั ลม)
4. อัคคภี ัย (ภัยไฟไหม)
5. ศัตรพู ชื

31

บทที่ 6
โครงการเขาสอู าชีพ

ความสําคญั ของการทําโครงการประกอบอาชพี

โครงการประกอบอาชีพเปนการทํางานเพ่ือนําไปสูอาชีพและการมีรายไดโดยกําหนด
วิธีการทํางานและระยะเวลาลวงหนาเชน โครงการปลูกผักปลอดสารพิษ โครงการทําชุด
รบั แขกจากไมยางพารา

ประเภทของโครงการประกอบอาชพี
1. ประเภทอนุรกั ษศลิ ปวฒั นธรรมไทย
2. ประเภทรวบรวมเอกสาร
3. ประเภททดลอง
4. ประเภทพฒั นาจากงานเดมิ

ข้นั ตอนการเขยี นโครงการ

การเขียนโครงการ ควรมกี จิ กรรมดังน้ี

1. การรว มกนั ศกึ ษาตัวอยางโครงการประเภทตางๆ

2. การรวมกลุมคนทมี่ ีความสนใจตรงกัน

3. การสาํ รวจความสนใจ

4. การตดั สนิ ใจ

5. การประชุมกลมุ

6. ผูใหคาํ ปรกึ ษา

7. การประสานงาน

ขนั้ ตอนการเขียนโครงการ

1. ช่ือโครงการ ทําอะไร

2. ช่ือผูดําเนินโครงการ ใครเปนผูทาํ

3. ครูท่ีปรึกษาโครงการ ใครเปนผูคอยชวยเหลือใหคาํ ปรกึ ษา

4. หลักการเหตุผล ทําไมจึงเลอื กประกอบอาชีพน้ี

5. วตั ถปุ ระสงค ทําแลว จะไดอะไรหรือเกดิ ประโยชนอยางไร

6. เปาหมาย ทําแลวมีผลงานอะไรมากนอ ยเพียงใด

7. ระยะเวลาดาํ เนนิ การ ทาํ เมื่อใด

8. สถานท่ี ทาํ ทีไ่ หน

32

9. งบประมาณ ใชท รัพยากรอะไรบา งจํานวนเทา ใด
10. ขั้นตอนการดาํ เนนิ งาน ทําอยางไรมขี ้ันตอนทําอยางไร
11. ผลทค่ี าดวา จะไดร ับ สิง่ ที่คิดวา จะเกดิ ขึน้

การเขยี นแผนปฏบิ ตั กิ าร

การเขียนแผนปฏิบัติการ เปนการนํากิจกรรมตางๆ ในโครงการมาเขียนเพ่ือนําเขาสู
การปฏิบัติ โดยมีการกําหนดงาน ระยะเวลา และผูปฏิบัติ หรือผูรับผิดขอบ ซึ่งการ
ปฏิบัติงานโครงการตามแผนที่กําหนดไว จะตองระบุใหชัดเจนวา ทําเร่ืองอะไร มีใครทําบาง
และกําหนดระยะเวลาเสร็จส้ินโครงการดวย

การตรวจสอบโครงการ
การตรวจสอบโครงการ

หมายถงึ การตรวจสอบความคบื หนาของโครงการ ตลอดอายขุ องโครงการ
การตรวจสอบโครงการ แบง เปน 2 ประเภท

1. การตรวจสอบโครงการในระหวา งการดําเนนิ การ เพอ่ื ปรับปรุง เปลยี่ นแปลง แกไข
ในกรณีทีป่ จ จัยตางๆ เปลี่ยนแปลงไปจากเดมิ

2. การตรวจสอบโครงการหลังการดําเนินงาน เพื่อปรับปรุงการบริหารโครงการใน
อนาคต

33

กจิ กรรมทายบทท่ี 6

1. ประเภทของโครงการประกอบอาชพี ไดแ กอ ะไรบาง
..........................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวตอบ 1. ประเภทอนุรักษศ ิลปวฒั นธรรมไทย

2. ประเภทรวบรวมเอกสาร
3. ประเภททดลอง
4. ประเภทพฒั นาจากงานเดิม

2. ข้นั ตอนการเขยี นโครงการประกอบดวยอะไรบา ง

..........................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

แนวตอบ 1. ช่อื โครงการ
2. ช่อื ผูดําเนินโครงการ
3. ครทู ี่ปรกึ ษาโครงการ

4. หลักการเหตุผล
5. วัตถปุ ระสงค

6. เปา หมาย
7. ระยะเวลาดาํ เนนิ การ
8. สถานท่ี
9. งบประมาณ
10. ข้นั ตอนการดําเนินงาน

11. ผลทคี่ าดวา จะไดร บั

3. ในการดาํ เนนิ โครงการเราควรมกี ารตรวจสอบโครงการในระยะใด
..........................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
แนวตอบ 1. ตรวจสอบโครงการในระหวางดําเนนิ การ

2. ตรวจสอบโครงการหลังดาํ เนนิ งาน

34

คณะทํางาน

ทปี่ รกึ ษา จําจด เลขาธกิ าร กศน.
นายสรุ พงษ หอมดี รองเลขาธิการ กศน.
นายประเสริฐ สุขสุเดช ผูอ ํานวยการกลุม พัฒนาการศกึ ษานอกระบบ
นางตรีนุช และการศึกษาตามอัธยาศัย
ผอู ํานวยการ สถาบัน กศน.ภาคใต
นายอรัญ คงนวลใย

ผสู รปุ เนื้อหา ครู กศน.อาํ เภอควนขนนุ จังหวัดพทั ลงุ
นางละอองดาว แกวกลบั ครู กศน.อําเภอปา พะยอม จงั หวดั พทั ลุง
นางสาวศศมิ ณี สุพิทยพนั ธ ครู กศน.อาํ เภอเขาชัยสน จังหวดั พทั ลงุ
นางศศิธร คงเควจ็ ครู กศน.อาํ เภอปา บอน จงั หวดั พัทลุง
นางสาวอาภรณ ตนั ติสิทธกิ ร ครู กศน.อําเภอเมอื ง จงั หวัดพัทลุง
นางอรญั ญา สวัสดปี ระเสรฐิ ครู กศน.อําเภอศรบี รรพต จงั หวดั พัทลงุ
นางสาวสุวรรณา ดว งทอง

ผตู รวจและบรรณาธกิ าร ครู สถาบัน กศน.ภาคใต
นางนฏั ยา ชูประดิษฐ ครู สถาบนั กศน.ภาคใต
นางอรอนงค จนั ทรมณี ครู สถาบัน กศน.ภาคใต
นางสาวปทมาภรณ ปนทอง

ผพู ิมพต น ฉบบั เจา หนา ที่ สถาบัน กศน.ภาคใต
นางสาวก่ิงกาญจน ประสมสขุ

ผอู อกแบบปก กลมุ พัฒนาการศกึ ษานอกระบบ
นายศุภโชค ศรีรตั นศิลป และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั

35


Click to View FlipBook Version