The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สค31003 การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nfesiwilai, 2022-07-02 03:14:52

สค31003 การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม

สค31003 การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม

44

หัวขอ ลักษณะ/รปู แบบ/แนวทางการเขยี น
15. ตัวชว้ี ัดผลสาํ เร็จ 1. ตวั ช้วี ดั ผลผลติ (output) หมายถึง ตวั ช้ีวัดที่แสดงผลงาน
ของโครงการ เปนรปู ธรรมในเชงิ ปริมาณและ / หรอื คณุ ภาพอันเกิดจากงาน
ตามวัตถุประสงคของโครงการ
2. ตัวช้ีวดั ผลลพั ธ (out come) หมายถงึ ตัวชวี้ ัดท่ีแสดงถงึ
ผลประโยชนจ ากผลผลติ ที่มผี ลตอ บุคคล ชมุ ชน สิ่งแวดลอ ม
เศรษฐกจิ และสังคมโดยรวม

เรือ่ งที่ 3 การเผยแพรสกู ารปฏบิ ตั ิ
3.1 การเขียนรายงาน
การเขียนรายงาน คอื การเขยี นรายละเอียดตา ง ๆ เก่ยี วกับการดําเนนิ งาน

ของบุคคลในหนว ยงาน ซงึ่ รายงานแตละประเภทน้ัน ก็จะมวี ธิ กี ารเขียนทีแ่ ตกตางกนั ออกไป
รายงานจึงเปนสิง่ จาํ เปนและสาํ คัญในการบริหารงาน และการท่จี ะเสนอการเขยี นรายงานน้ัน
ใหอ อกมาอยางมีประสทิ ธิภาพ และรวดเรว็ นั้น ควรทีจ่ ะมีการวางแผนกําหนดเวลาเร่ิมตนและ
เวลาสิน้ สุดของแตล ะรายงานไวด วย

3.1.1 วิธกี ารเขยี นรายงาน
1) เขยี นใหส ้ันเอาแตขอ ความท่จี าํ เปน
2) ใจความสําคญั ครบถวนวา ใคร ทําอะไร ทไ่ี หน เม่ือไร อยางไร
3) เขียนแยกเรือ่ งราวออกเปน ประเด็น ๆ
4) เนื้อความทเี่ ขียนตอ งลาํ ดับไมสับสน
5) ขอมลู ตัวเลข หรอื สถิตติ าง ๆ ควรไดม าจากการพบเห็นจริง
6) ถาตองการจะแสดงความคิดเหน็ ประกอบ ควรแยกความคิดออกจากตวั ขาว

หรือเรื่องราวท่เี สนอไปน้ัน
7) การเขียนบนั ทึกรายงาน ถาเปนของทางราชการ ควรเปนรูปแบบที่ใช

แนนอน
8) เมอ่ื บันทกึ เสรจ็ แลว ตอ งทบทวนและตั้งคําถามในใจวา ควรจะเพิ่มเติมหรือ

ตดั ทอนสวนใดท้งิ หรอื ตอนใดเขียนแลวยงั ไมชดั เจน ก็ควรจะแกไ ขใหเ รียบรอ ย

45

3.1.2 วธิ ีการเขียนรายงานจากการคน ควา
1) รายงานคนควาเชงิ รวบรวม เปนการรวบรวมขอมูลจากแหลงตาง ๆ มาเรยี บ

เรียงปะติดปะตอ กันอยา งมีระบบระเบียบ
2) รายงานคนควาเชงิ วิเคราะห เปนการนาํ ขอมูลตา ง ๆ ทีไ่ ดม าวิเคราะห หรือ

คนหาคาํ ตอบในประเด็นใหชัดเจน
3.1.3 วิธกี ารนําเสนอรายงาน
1) รายงานดว ยปากเปลา หรือเสนอดวยวาจา โดยการเสนอแบบบรรยายตอ ที่

ประชุมตอผบู ังคบั บญั ชา ฯลฯ ในกรณพี ิเศษเชนนี้ ควรจัดเตรียมหัวขอ ที่สําคญั ๆ ไวใ หพ รอ ม
โดยการคัดประเด็นเร่ืองที่สําคัญ จัดลาํ ดบั เรือ่ งทีจ่ ะนาํ เสนอกอนหนาหลังไว

2) รายงานเปนลายลักษณอกั ษรมักทําเปนรปู เลม เปนรปู แบบการนาํ เสนอ
อยางเปนทางการ

3.1.4 ลกั ษณะของรายงานที่ดี
1) ปกสวยเรยี บ รปู เลมสวยงาม
2) กระดาษทใ่ี ชม ีคุณภาพดี มีขนาดถูกตอ ง
3) มหี มายเลขแสดงหนา
4) มีสารบัญหรือมีหัวขอ เรื่อง
5) มีบทสรปุ ยอ
6) การเวน ระยะในรายงานมีความเหมาะสม
7) ไมพมิ พขอความใหแนนจนดลู านตาไปหมด
8) ไมม กี ารแก ขูดลบ พมิ พอยา งสะอาดและดูเรียบรอ ย
9) มผี งั หรอื ภาพประกอบตามความเหมาะสม
10) ควรมกี ารสรุปใหเหลอื เพยี งส้ัน ๆ แลว นาํ มาแนบประกอบรายงาน

3.2 การเขยี นโครงงาน
โครงงานเปน กจิ กรรมการเรียนการสอนท่เี นนผเู รียนเปน สาํ คัญอยางแทจริง เพราะ

ผเู รยี นเปน ผูท ่ีสรา งความรูดวยตนเอง เริ่มจากการเลือกหวั ขอหรือปญ หาทม่ี าจากความสนใจ
ความสงสยั หรือความอยากรอู ยากเหน็ ของตนเอง หัวขอของโครงงานควรเปน เร่ืองใหม ท่ี
เฉพาะเจาะจง และที่สําคญั ตอ งเหมาะสมกบั ความรูความสามารถของตน การเขียนโครงงาน
เปน การกาํ หนดกรอบในการทาํ งาน การเขียนโครงงานโดยทว่ั ไปจะมีองคป ระกอบเชนเดียวกบั

46

การเขยี นโครงการ แตโ ครงงานเปนงานท่ที าํ เสร็จแลว จะมีช้ินงานดว ยเมอื่ มีโครงงาน และ
ดําเนนิ การจัดทําโครงงานเสร็จเรียบรอยแลว ชิ้นสดุ ทายคอื การเขยี นรายงานโครงงาน

3.2.1 องคป ระกอบของการเขียนรายงานโครงงาน
รายงานของการจัดทําโครงการมีองคประกอบหรือรายการที่ควรนาํ เสนอ ดังน้ี

1) ช่ือโครงงาน ชือ่ ผูทําโครงงาน
2) คาํ นํา - สารบญั
3) ท่มี าของโครงงาน อธบิ ายเหตผุ ลในการทาํ โครงงานนี้
4) วัตถุประสงคข องการทาํ โครงงาน
5) วิธีดาํ เนินการควรแยกเปน 3 ข้นั ตอน

ขั้นตอนที่ 1 การเตรยี มการ
ขั้นตอนที่ 2 กระบวนการ วธิ ีดําเนินงานโครงงาน
ขั้นตอนที่ 3 ผลงานโครงงาน ประโยชนท ี่ไดร บั
6) สรปุ ผลและขอเสนอแนะ

47

บทท่ี 6
บทบาท หนา ท่ขี องผนู าํ สมาชกิ ท่ีดีของชมุ ชนและสงั คม

เร่ืองที่ 1 ผนู าํ และผตู าม
ในการจัดทําและขับเคลื่อนแผนพัฒนาชุมชน สังคม สิ่งสําคัญท่ีมีผลตอความสําเร็จ

ของการพัฒนาชุมชน และสังคม ก็คือผูนํา เพราะผูนํามีภาระหนาที่และความรับผิดชอบท่ี
จะตองวางแผน สั่งการ ดูแล และควบคุมใหการทํางานใด ๆ สําเร็จ ซ่ึงในการปฏิบัติงาน
ตาง ๆ จะมีการแบงบทบาท หนาท่ี ความรับผิดชอบ เพื่อใหการทํางานเปนไปดวยความ
ราบร่ืน มีปญหา อุปสรรคนอย และงานสําเร็จตามวัตถุประสงคท่ีตั้งไว ซ่ึงการจัดทําและ
ขบั เคลื่อนแผนพัฒนาชุมชน สังคม จะสาํ เรจ็ ไดตองอาศยั การทาํ งานท่มี ผี นู าํ และผตู ามทด่ี ี

1.1 ผูนาํ
ความหมายของผูนาํ
ผูน าํ (Leader) คอื บุคคลทมี่ ีความสามารถในการชักจงู ใหค นอ่นื ทํางานในสวนตาง ๆ
ท่ีตอ งการใหบรรลุเปา หมายและวัตถปุ ระสงคท ี่ต้งั ไว

องคป ระกอบของความเปน ผูน าํ
1. ความรู เชน วิชาการ รรู อบ รตู น รูคน รหู นา ท่ี เปน ตน
2. ความคิดและจิตใจ เชน คิดเชิงบวก คิดเชิงวิเคราะห คิดเชิงระบบ หลักคิด
สมาธิ วิสยั ทศั น คิดริเริม่ สรา งสรรค เปนตน
3. บุคลกิ ภาพ เชน การวางตน ความม่ันใจ เอกลักษณ อารมณ การพูด การเปน
ผูให เปน ตน
4. ความสามารถ เชน รปู แบบการทํางาน การตดั สนิ ใจ เปน ตน

ประเภทของผูนํา
ผนู ําตามลกั ษณะของการใชอาํ นาจหนา ท่ี แบง ไดเปน 3 ประเภท คอื
1. ผนู าํ แบบเผดจ็ การ หมายถงึ ผูน าํ ทเ่ี นนการบังคับบัญชาและการออกคําส่ัง มักจะ
ทําการตดั สนิ ใจดว ยตนเองเปน สวนใหญ และไมคอยมอบหมายอํานาจหนาที่ใหแกผูตาม หรือ
ผใู ตบังคับบญั ชามากนัก ลกั ษณะของผนู าํ ชนดิ น้ีเปน ลักษณะเจา นาย

48

2. ผูนาํ แบบประชาธปิ ไตย เปน ผนู าํ ท่ใี หค วามสําคญั กับผูตามหรือผูใตบังคับบัญชา ไม
เนน การใชอาํ นาจหนา ที่ หรือกอใหเ กดิ ความเกรงกลัวในตัวผูนํา แตจะใหโอกาสผูตาม ไดแสดง
ความคดิ เห็นในการปฏิบตั งิ านทกุ คน จะมโี อกาสเขารวมพจิ ารณาและรวมตดั สนิ ใจไดดวย

3. ผูนาํ แบบเสรนี ยิ ม ผนู ําชนิดนีจ้ ะใหอสิ ระเตม็ ท่ีกับผูต าม หรอื ใหผ ตู ามสามารถทําการ
ใด ๆ ตามใจชอบ ผูตามจะตัดสินปญหาตาง ๆ ดวยตนเอง และอาจไดรับสิทธิในการจัดทํา
เปาหมายหรอื วัตถุประสงค หรือจัดทาํ แผนงานตา ง ๆ ได

ผูนาํ ตามลักษณะการจัดการแบบมุงงานกบั มงุ คน แบง ได 2 ประเภท คือ
1. ผูนําแบบมุงงาน ผูนําชนิดน้ีใหความสําคัญตองาน โดยถือวาคนเปนปจจัยที่จะ
นํามาใชชว ยใหการทาํ งานประสบความสาํ เร็จ ซ่งึ จะตองควบคุมดูแลอยางใกลชิด และไมควร
มอบอํานาจการตดั สนิ ใจใหกบั ลกู นอง
2. ผนู ําแบบมุงคน ผนู ําชนิดน้ีใหความสําคัญและเห็นคุณคาของคน มีความเชื่อม่ันใน
ตัวลูกนอ งหรือผตู าม จะไมข ดั ขวาง และคอยใหความชวยเหลือสนับสนุน สงเสริมใหลูกนองมี
สว นรวมในการตัดสินใจตาง ๆ
ผนู ําตามลกั ษณะการยอมรับจากกลมุ หรือสังคม แบง ได 5 ประเภท คือ
1. ผนู ําตกทอด คอื ผทู ่กี ลุมหรอื สงั คมใหการยอมรบั ในลักษณะที่เปนการสืบทอด เชน
การไดรบั ตาํ แหนง ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ หรือผูท่ีเปนท่ีเคารพนับถือของกลุมหรือสังคมนั้น
มากอ น

2. ผนู ําอยา งเปนทางการ คอื บุคคลทก่ี ลมุ หรอื สงั คมใหก ารยอมรับในลักษณะที่เปน
ทางการ เชน การไดร บั การแตง ต้งั หรอื ไดร ับการเลือกต้ังอยา งเปนทางการ เนื่องจากมีคุณสมบัติ
เหมาะสมท่ีจะเปน ผนู ํา

3. ผูนําตามธรรมชาติ คอื ผนู ําทกี่ ลุมหรือสังคมยอมรับสภาพการเปน ผนู าํ ของบุคคล
ใดบุคคลหน่ึงใหเปนผูนํากลุมไปสูเปาหมายอยางไมเปนทางการ และผูนําก็ปฏิบัติไปตาม
ธรรมชาติ ไมไดม กี ารตกลงกันแตประการใด

4. ผนู ําลักษณะพิเศษ หรอื ผูนําโดยอํานาจบารมี คือ ผูท่ีไดรับการยอมรับจากกลุม
หรือสงั คมในลักษณะท่ีเปนเพราะความศรทั ธา ทั้งน้ีเนอ่ื งจากมคี วามเคารพ เช่ือถือเพราะบุคคล
นัน้ มีคณุ สมบตั พิ ิเศษท่ีเปน ทย่ี อมรบั ของกลมุ

5. ผนู ําสัญลกั ษณ คือ บุคคลท่ีไดรับการยอมรับในลักษณะท่ีเปนเพราะบุคคลน้ัน
อยใู นตําแหนง หรอื ฐานะอันเปนทเ่ี คารพยกยองของคนทงั้ หลาย

49

ผนู ําทด่ี ี
ผนู าํ ท่ดี ี ควรมคี ุณสมบตั ิ ดังนี้

1. วิสัยทัศน (Vision) ผูนําที่ดีตองมีวิสัยทัศน การมีวิสัยทัศนเปนการมองการณไกล
เพอ่ื กาํ หนดทศิ ทางท่ีควรจะเปน ในอนาคต การมองเห็นกอนคนอ่ืนจะทําใหประสบความสําเร็จ
กอน และเปน แรงขับทนี่ ําไปสูจดุ หมายทต่ี อ งการ และผูนําจะตองสามารถส่ือสารวิสัยทัศนของ
ตนไปยงั ผเู กย่ี วขอ งได และชกั จูงหรือกระตุนใหผตู ามพึงปฏิบตั ไิ ปตามวิสัยทัศนข องผนู าํ น้นั ๆ

2. ความรู (Knowledge) การเปน ผูนํานัน้ ความรเู ปน ส่งิ จาํ เปนท่ีสุด ความรูในที่น้ีมิได
หมายถงึ เฉพาะความรเู ก่ียวกับงานในหนาท่ีเทานั้น หากแตรวมถึงการใฝหาความรูเพ่ิมเติมใน
ดานอ่ืน ๆ ดวยการจะเปนผูนําท่ีดี หัวหนางานจึงตองเปนผูรอบรู ย่ิงรอบรูมากเพียงใด ฐานะ
แหง ความเปนผูน ําก็จะยง่ิ มน่ั คงมากข้ึนเทานั้น

3. ความรเิ ร่ิม (Initiative) ความริเรม่ิ คือ ความสามารถทจี่ ะปฏบิ ัติส่ิงหน่ึงสิง่ ใดใน
ขอบเขตอํานาจหนาท่ีไดดวยตนเอง โดยไมตองคอยคําสัง่ หรอื ความสามารถในการแสดงความ
คิดเห็นท่จี ะแกไข สงิ่ หนึง่ สง่ิ ใดใหดีข้ึน หรือเจรญิ ขึ้นไดดวยตนเอง ความริเร่ิมจะเจริญงอกงาม
ได หัวหนางานจะตองมคี วามกระตอื รอื รน คือมีใจจดจองานดี มีความเอาใจใสตอหนาที่ มีพลัง
ใจที่ตองการความสาํ เร็จอยูเบ้ืองหนา

5. มคี วามกลาหาญและความเดด็ ขาด (Courage and Firmness) ผูนาํ ที่ดจี ะตอ ง
ไมกลัวอันตราย ความยากลําบาก หรือความเจ็บปวดใดๆ ท้ังทางกาย วาจา และใจ ผูนําที่มี
ความกลา หาญ จะชวยใหสามารถเผชิญตองานตางๆ ใหสําเร็จลุลวงไปได นอกจากความกลา
หาญแลว ความเด็ดขาดกเ็ ปน ลักษณะหนงึ่ ทจี่ ะตองทําใหเกิดในตัวของผูนํา

5. การมมี นษุ ยสมั พันธ (Human Relations) ผูนําที่ดีจะตองรูจักประสานความคิด
ประสานประโยชนสามารถทํางานรวมกบั คนทกุ เพศทกุ วัย ทุกระดับการศึกษาได ผูนําที่มีมนุษย
สมั พันธดีจะชวยใหปญ หาใหญก ลายเปนปญหาเล็กได

6. มีความยตุ ิธรรมและซือ่ สตั ยส จุ ริต (Fairness and Honesty) ผูนาํ ท่ีดีจะตองอาศัย
หลักของความถูกตอง หลักแหงเหตุผลและความซ่ือสัตยสุจริตตอตนเองและผูอ่ืน
เปนเครื่องมือในการวินิจฉัย สั่งการ หรือปฏิบัติงานดวยจิตท่ีปราศจากอคติ ปราศจากความ
ลําเอยี ง ไมเ ลน พรรคเลน พวก

7. มีความอดทน (Patience) ความอดทนจะเปนพลังอันหนึ่งท่ีจะผลักดันงานใหไปสู
จุดหมาย ปลายทางไดอ ยา งแทจ รงิ

50

8. มีความตื่นตัว (Alertness) ความต่ืนตัว หมายถึง ความระมัดระวัง ความสุขุม
รอบคอบ ความไมประมาท ไมยืดยาดหรือขาดความกระฉับกระเฉง มีความฉับไวในการ
ปฏิบัติงานทันตอเหตุการณ ความต่ืนตัวเปนลักษณะที่แสดงออกทางกาย และทางจิตใจ
จะตองหยุดคิดไตรตรอตอเหตุการณตาง ๆ ท่ีเกิดขึ้น รูจักใชดุลยพินิจท่ีจะพิจารณาสิ่งตาง ๆ
หรือเหตุการณตาง ๆ ไดอยางถูกตอง คือ ผูนําท่ีดีจะตองรูจักวิธีควบคุมตัวเองน่ันเอง
(Self Control)

9. มคี วามภักดี (Loyalty) การเปน ผนู าํ หรือหวั หนาที่ดนี ัน้ จาํ เปน ตองมคี วามจงรกั ภักดี
ตอหมูคณะตอสวนรวมและตอองคการ ความภักดีนี้ จะชวยใหผูนําไดรับความไววางใจ และ
ปกปองภัยอนั ตรายในทกุ ทศิ ไดเ ปน อยางดี

10. มีความสงบเสงี่ยมไมถือตัว (Modesty) ผูนําท่ีดีจะตองไมหยิ่งยโส ไมจองหอง
ไมวางอํานาจ และไมภูมิใจในสิ่งที่ไรเหตุผล ความสงบเสง่ียมนี้ถามีอยูในผูนําหรือหัวหนางาน
คนใดแลว กจ็ ะทําใหผ ตู ามหรอื ลูกนอ งมีความนับถอื และใหค วามรว มมือเสมอ

การเสริมสรา งภาวะผูนาํ ชมุ ชน
การเสริมสรา งภาวะผูน ําชุมชน หมายถึง การทาํ ใหผ ูน าํ ชมุ ชนมีภาวะผูนาํ เพมิ่ ขน้ึ หรือ
การทําใหผูนาํ ชุมชนมกี ารปรับปรุงความสามารถในการทําหนาท่ีหรือการเขาไปมีบทบาทในแต
ละดานใหก ับชมุ ชนไดด ีขนึ้ การเสรมิ สรางภาวะผูน ํา ไดแก การพัฒนาบคุ ลิกภาพ การพัฒนา
รูปลักษณ การพัฒนาทักษะในการติดตอส่ือสาร การพัฒนาความทรงจํา และการพัฒนา
ความคดิ ริเริ่มสรางสรรคโ ดยมรี ายละเอียดดงั นี้
1. การพัฒนาบุคลิกภาพของผูนํา ไดแก การเสริมสรางมนุษยสัมพันธ เชน การ
ควบคุมตนเอง การรับฟงผูอ่ืน การมีความซ่ือสัตยตองาน เพื่อนรวมงาน การรูจักถอมตน
การใหความรวมมือกับผูอื่น การถนอมน้ําใจผูอื่นเปนตน การเขาใจความตองการของชุมชน
และการสรา งภาพลักษณ เชน ความม่ันใจในตัวเอง แรงจูงใจในการทํางาน การปรับตัวเขา
กบั ผอู น่ื การแสดงความคิดเหน็ เปนตน
2. การพัฒนารปู ลกั ษณของผนู าํ ไดแ ก การออกกาํ ลังกาย การรับประทานอาหาร
ท่ีเปนประโยชนถูกหลักโภชนาการ การรักษารูปรางและสัดสวน การรูจักการแตงกาย และ
การพัฒนามารยาท เชน มารยาทในการแนะนําตัว มารยาทในโตะอาหาร มารยาทตอคน
รอบขา ง มารยาทในที่ทาํ งาน มารยาทในการประชุม เปน ตน

51

3. การพัฒนาทักษะในการติดตอสื่อสาร ไดแก การพูด การฟง การสื่อสารทาง
โทรศัพท การพดู ในทช่ี มุ ชน การวิเคราะหก ลุมผูฟง การวเิ คราะหเนอ้ื หา การอาน การเขียน
การใหคาํ แนะนาํ คําปรึกษา

4. การพัฒนาความทรงจํา ไดแก การจํารายละเอียดของงาน การจํารายละเอียด
เก่ียวกับบคุ คลการจําเกย่ี วกบั ตวั เลข

5. การพัฒนาความคิดริเริ่มสรา งสรรค เปน การพัฒนาเพื่อหาวิธีการใหม ๆ ทําใหกลา
คิด กลาแสดงออก ทาํ ใหม องโลกกวา ง และมคี วามยืดหยุน สรางผลงานใหม ๆ

ภาวะผูนําของชุมชน
1. ดา นการบรหิ ารตนเอง ผนู าํ ควรเปน ผมู ีความรคู วามสามารถ มีคุณธรรม ศลี ธรรม
จริยธรรมมีวนิ ัยในตนเอง และมีบุคลกิ ภาพดี

2. ดานการบริหารงาน ผูนําควรมีการวางแผน การปรับปรุงแกไขงบประมาณ
การเงิน บัญชี การบริหารงบประมาณ การพัฒนางานอยางตอเน่ือง การควบคุมและ
ประเมนิ ผล การสรางและการพัฒนาทมี งาน และการมคี วามรับผดิ ชอบตอชมุ ชน

3. ดา นการบรหิ ารสังคม ผูน ําควรมมี นษุ ยสมั พนั ธทดี่ ี ความเปนประชาธิปไตย การ
ประสานงานดี และการเปน ทป่ี รึกษาทด่ี ี

หนา ท่ขี องผูนาํ ชุมชน
ในการทําหนาทเี่ ปน ผนู าํ ชมุ ชนนน้ั จะตองเปนผูรกั ษาหรือประสานใหส มาชิกของชุมชน
อยรู ว มกัน คือ ตองอยใู กลชดิ กบั ชมุ ชน มคี วามสมั พันธกบั คนในชุมชน และเปนที่ยอมรับของ
คนในชุมชน อีกท้ังผูนําจะตองเปนผูปฏิบัติภารกิจของชุมชนใหบรรลุวัตถุประสงค คือ
ตองรับผิดชอบในกระบวนการวิธีการทํางานดวยความม่ันคงและเขาใจ และตองทํางานให
บรรลุเปาหมาย นอกจากน้ัน ผูนําชุมชนจะตองมีบทบาทในการสนับสนุนใหเกิดการติดตอ
สัมพนั ธในกลมุ คือ จะตอ งปฏิบัติงานในลักษณะอํานวยความสะดวก ใหสมาชิกในชุมชนเกิด
การตดิ ตอสัมพนั ธและปฏิบตั ติ อ กันดวยดกี ารตดิ ตอ สอื่ สารท่ีดีจึงเปนส่ิงสําคญั และเปน การชวย
ใหห นา ที่ผูนําชุมชนบรรลเุ ปา หมาย
แนวทางในการทําหนา ท่ผี นู าํ ชมุ ชน
1. สรางความสามัคคใี หเ กดิ ข้ึนในชมุ ชน
2. กระตนุ ใหสมาชกิ ทําส่ิงที่เปนประโยชนตอ ชุมชน

52

3. พฒั นาสมาชิกใหเ กิดภาวะผนู าํ
4. รว มกับสมาชิกกาํ หนดเปาหมายของชมุ ชน
5. บรหิ ารงาน และประสานงานในชมุ ชน
6. ใหค ําแนะนาํ และชี้แนวทางใหก บั ชมุ ชน
7. บาํ รงุ ขวญั สมาชิกในชุมชน
8. เปนตวั แทนชุมชนในการติดตอ ประสานงานกบั หนวยงานอ่นื ๆ
9. รบั ผดิ ชอบตอผลการกระทําของชมุ ชน

บทบาทผนู ําชมุ ชน
ดา นเศรษฐกิจ
1. ทาํ ใหค รัวเรอื นสามารถพงึ่ ตนเองได
2. สง เสริมอาชีพทต่ี อบสนองตอ ความตอ งการของชมุ ชน
3. สง เสริมวสิ าหกจิ ชุมชนตามความเหมาะสม
ดานการจัดการทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ มในชมุ ชน
1. บรหิ ารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอยา งเหมาะสม
2. เสริมสรางสภาพแวดลอ มท่ดี ี
3. วางระบบโครงสรา งพน้ื ฐานเพียงพอตอความตอ งการ
ดานสุขภาพอนามัย
1. วางระบบโครงสรา งพน้ื ฐานเพ่อื สขุ ภาพจากการมีสวนรวมของชุมชน
2. จดั การเพื่อเสริมสรา งสขุ ภาพ
3. การปอ งกนั โรค
4. การดแู ลสขุ ภาพดว ยตนเอง
ดานศาสนา วฒั นธรรม และประเพณี
1. การนับถือศาสนาที่ยึดเหนีย่ วจติ ใจ
2. การมีวิถชี วี ิตแบง ปน เอ้ืออาทร
3. การอนุรกั ษสบื สานวฒั นธรรมประเพณีของชุมชน
ดานการพฒั นาคน
1. การจดั การความรู / ภูมปิ ญ ญา
2. การพัฒนาผูนาํ / สมาชกิ ในชมุ ชน

53

ดา นการบริหารจัดการชุมชน
1. การจัดทาํ ระบบขอมูล
2. การจัดทําแผนชมุ ชน
3. การจดั สวสั ดิการชมุ ชน
4. การเสริมสรา งการเมือง การปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตย
ดานความมั่นคงปลอดภยั ในชวี ิตและทรพั ยสิน
1. การปอ งกันรักษาความปลอดภยั ในชีวติ และทรัพยส ินของชมุ ชน
2. การปอ งกนั ภัยธรรมชาติ

1.2 ผตู าม
ความหมายของผตู าม (Followers) และภาวะผตู าม (Followership)
ผูตาม และภาวะผูตาม หมายถึง ผูปฏิบัติงานในองคการที่มีหนาที่ และความ
รั บ ผิ ด ช อ บ ที่ จ ะ ต อ ง รั บ คํ า ส่ั ง จ า ก ผู นํ า ห รื อ ผู บั ง คั บ บั ญ ช า ม า ป ฏิ บั ติ ใ ห สํ า เ ร็ จ แ ล ะ บ ร ร ลุ
วตั ถุประสงค
พฤติกรรมของผูต าม 5 แบบ ดังนี้
1. ผูตามแบบหา งเหิน มลี ักษณะเปน คนเฉื่อยชา มคี วามเปนอสิ ระ และมีความคิด
สรางสรรคส งู สวนมากเปนผูตามที่มีประสิทธิผล มีประสบการณ และผา นอุปสรรคมากอน
2. ผตู ามแบบปรบั ตาม หรอื เรยี กวา ผตู ามแบบครับผม มลี ักษณะเปนผทู ม่ี ีความ
กระตือรือรน
ในการทํางาน แตขาดความคิดสรางสรรค
3. ผูต ามแบบเอาตวั รอด มีลักษณะเลอื กใชพ ฤตกิ รรมแบบใดข้ึนอยกู ับสถานการณท ี่
จะเอ้ือประโยชนก บั ตวั เองไดม ากทสี่ ดุ และมีความเสีย่ งนอยทีส่ ดุ
4. ผตู ามแบบเฉ่ือยชา มีลักษณะชอบพ่งึ พาผอู ่นื ขาดความอิสระ ไมม คี วามคิดรเิ ริม่
สรา งสรรค
5. ผตู ามแบบมปี ระสทิ ธผิ ล มลี กั ษณะเปนผูทมี่ คี วามตง้ั ใจในการปฏิบัตงิ านสงู มี
ความสามารถในการบริหารจดั การงานไดดวยตนเอง
ลกั ษณะผตู ามที่มีประสิทธผิ ล ดังนี้
1. มคี วามสามารถในการบริหารจัดการตนเองไดดี
2. มคี วามผกู พันตอองคก ารและวัตถุประสงค

54

3. ทํางานเต็มศักยภาพ และสดุ ความสามารถ
4. มีความกลาหาญ ซอื่ สตั ย และนา เช่ือถือ
การพัฒนาศกั ยภาพตนเองของผูต าม
การพัฒนาลักษณะนิสยั ตนเองใหเ ปนผตู ามทมี่ ีประสทิ ธิผล มี 7 ประการ คอื
1. ตองมีนิสัยเชงิ รุก
2. เรม่ิ ตนจากสวนลกึ ในจติ ใจ
3. ลงมือทําสิง่ แรกกอน
4. คดิ แบบชนะทง้ั สองฝา ย
5. เขา ใจคนอ่นื กอนจะใหค นอื่นเขา ใจเรา
6. การรวมพลัง หรือทํางานเปน ทีม
7. ลับเลอ่ื ยใหค ม หรือพฒั นาตนเองอยูเสมอ
แนวทางสง เสรมิ และพฒั นาผตู ามใหม คี ณุ ลกั ษณะผตู ามทพี่ งึ ประสงค มีดงั น้ี
1. การดแู ลเอาใจใส เรอื่ งความตองการข้ันพ้ืนฐานของมนุษยใ หกบั สมาชิกและเปน
ธรรม
2. การจงู ใจดวยการใหรางวลั คําชมเชย
3. การใหค วามรู และพัฒนาความคดิ โดยการจัดโครงการฝก อบรม สัมมนา และ
ศึกษาดูงาน
4. ผนู ําตองปฏิบตั ิตนใหเ ปน แบบอยาง
5. มีการประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ านอยางตอเน่อื ง
6. ควรนาํ หลกั การประเมนิ ผลงานที่เนนผลสมั ฤทธิ์
7. สงเสริมการนาํ หลกั ธรรมมาใชในการทํางาน
8. การสง เสรมิ สนับสนนุ ใหผ ูตามนําหลกั ธรรมาภบิ าลมาใชใ นการปฏบิ ตั งิ านอยา ง
จรงิ จัง

55

เรอ่ื งที่ 2 ผนู ํา ผูต ามในการจัดทาํ แผนพัฒนาชุมชน สงั คม
แผนชุมชน คือ เคร่ืองมือพัฒนาชุมชนท่ีคนในชุมชนรวมตัวกันจัดทําขึ้นเพ่ือใชเปน

แนวทางในการพัฒนาชุมชนของตนเองใหเปนไปตามสภาพปญหาและความตองการที่ชุมชน
ประสบอยูรวมกัน โดยคนในชุมชนรวมกันคิด ตัดสินใจ กําหนดแนวทางและทํากิจกรรม
ก า ร พั ฒ น า ข อ ง ชุ ม ช น ด ว ย ห ลั ก ก า ร พึ่ ง ต น เ อ ง ต า ม ศั ก ย ภ า พ ภู มิ ป ญ ญ า
วิถีชีวติ วฒั นธรรม ทรพั ยากรและสงิ่ แวดลอ ม ในทอ งถิน่ เปน หลัก

การจัดทาํ แผนพฒั นาชุมชนน้ัน ผนู ําชมุ ชนจะตอ งเปน ผรู เิ รมิ่ จัดทําโดยสรางการมีสวน
รว มของคนในชมุ ชน ดงั นี้

2.1 การเตรยี มความพรอมทีมงาน
2.1.1 ทมี งานจดั ทําแผน
ผูนําชุมชนรวมกับทีมงานพัฒนาชุมชนระดับอําเภอเผยแพรความคิด สราง

ความรู ความเขาใจแกสมาชิกในชุมชนเก่ียวกับแผนชุมชนถึงกระบวนการเทคนิคการเปน
วิทยากร บทบาทหนาท่ี ความสําคัญในการจัดทําแผนชุมชนเพื่อคนหา คัดเลือกบุคคลเปน
คณะทาํ งานระดบั หมูบาน/ชุมชน รว มกบั ทกุ ภาคสวนโดยพิจารณาผูท่ีมีคุณสมบัติเหมาะสมกับ
การทํางาน ตองการทํางานเพ่ือชุมชน ชุมชนใหการยอมรับใหเปนคณะทํางาน เชน กํานัน
ผูใหญบาน ผูนําตามธรรมชาติ แกนนําอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบาน (อสม.) อาสา
พัฒนาชุมชน (อช.) ภูมิปญญา ผูเฒาผูแก พระสงฆ นักวิชาการทองถิ่น บุคคลในองคการ
บรหิ ารสว นตําบล (อบต.) สว นราชการและหนว ยงานเอกชน เปน ตน

2.1.2 ทมี งานผสู งเสริมกระบวนการจดั ทําแผน
ทมี งานภาคเี ครือขายในการจดั ทําแผน เปนภาคกี ารพฒั นาซ่ึงมีทง้ั ภาคราชการ
ภาคประชาสงั คม สถาบันวิชาการ และองคกรพฒั นาเอกชน จาํ นวน 19 องคกร ไดแ ก
1) ภาคราชการ จํานวน 11 องคกร คือ กรมการปกครอง กรมสงเสริมการ
ปกครองสวนทองถนิ่ สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย (กศน.)
กรมสงเสริมวิชาการเกษตร กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)
กรมประชาสัมพันธ องคการส่ือสารมวลชนแหงประเทศไทย (อสมท.) ธนาคารเพ่ือการเกษตร
และสหกรณก ารเกษตร (ธกส.) สํานกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหงชาติ
(สศช.) และสาํ นักงานกองบัญชาการทหารสูงสดุ (บก.สงู สุด)

56

2) ภาคประชาสังคม จํานวน 3 องคกร คือ สถาบันพัฒนาองคกรชุมชน (พอช.)
สํานักงานคณะกรรมการกองทุนหมูบานและชุมชนเมืองแหงชาติ (สทบ.) และสํานักงาน
คณะกรรมการกองทุนเพอ่ื การวิจัย (สกว.)

3) สถาบนั วิชาการ จาํ นวน 2 องคก ร คือ ทบวงมหาวิทยาลัย
และสถาบันราชภัฏ

4) ภาคเอกชน จํานวน 3 องคกร คือ มูลนิธิหมูบาน วิทยาลัยการจัดการทาง
สงั คม (วจส.) และสถาบันชุมชนทอ งถ่ินพฒั นา

2.2 การเตรียมความพรอ มขอ มลู และพ้นื ท่ี
2.2.1 ขอมูล ไดแก ขอมูลความจําเปนพ้ืนฐาน (จปฐ.) ขอมูลพื้นฐานระดับ
หมูบ า น/ชมุ ชน (กชช. 2 ค) คอื ขอมลู พื้นฐานของหมบู านท่ีแสดงใหเหน็ สภาพท่วั ไปและปญหา
ตาง ๆ ของหมูบาน ไดแก โครงสรางพ้ืนฐานเศรษฐกิจ สุขภาพและอนามัย ความรูและ
การศึกษา ความเขมแข็งของชุมชน ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอม สภาพแรงงาน ยาเสพติด
ขอมลู ศักยภาพชุมชน

2.2.2 พ้ืนท่ี คือ ความพรอมของพื้นที่มีดานใดบาง เชน ทุนทางสังคม
ไดแก บุคคล ภูมิปญญา ทุนทางเศรษฐกิจ ไดแก ทรัพยากรในการประกอบอาชีพ ทุนของชุมชนที่
เอ้อื ตอ การวางแผนชมุ ชน

2.3 การดาํ เนินการจัดทาํ แผนชมุ ชน
การจัดทําแผนพัฒนาชุมชนนั้น คณะทํางานซึ่งเปนแกนนําชุมชนในการจัดทําแผน
ใชเ วทีประชาคมในการประชุมเพือ่ วางแนวทางดวยกระบวนการกลมุ ชุมชน ดงั น้ี
2.3.1 การศกึ ษาชุมชน
คณะทํางานของชุมชนนาํ พาสมาชิกชุมชนใหศ กึ ษาเรยี นรูช ุมชนของตนเอง เชน
สภาพการเงินของครัวเรือนเปนอยางไร สภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมในอดีตกับ
ปจ จุบนั แตกตา งกันหรือไม อยางไร เน่ืองจากเหตุใดสภาพสังคมน้ันพฤติกรรมของคนในชุมชน
พึงประสงคเ ปนไปตามจารตี ประเพณี วัฒนธรรมเพียงใด เปนตน
2.3.2 สาํ รวจรวบรวมขอ มลู ชมุ ชน

ผูนําและสมาชิกในชุมชนรวมกันออกแบบเคร่ืองมือสํารวจขอมูลเอง
หรือนาํ แบบสาํ รวจขอ มลู ที่หนวยงานมีอยู เชน กชช. 2ค หรือ จปฐ. มาปรับปรุงเพ่ิมเติมขอมูล
ท่ตี อ งการทราบ แลว นาํ ไปสาํ รวจขอมลู ชุมชน หรอื สํารวจขอมูลโดยการจดั เวทีประชาคม

57

เพอื่ เรยี นรสู ภาพปญ หาและความตอ งการของชมุ ชน ซงึ่ ผูสาํ รวจขอมลู และผูใหขอมูลก็คือคนใน
ชุมชนนัน้ เอง

2.3.3 วิเคราะหข อ มูล/สงั เคราะหข อมูล
คณะทํางานชุมชน ผูนําชุมชน สมาชิกในชุมชนรวมกับทีมงานสงเสริม

กระบวนการจัดทําแผนชุมชนนําขอมูลท่ีเก็บรวบรวมมาแยกแยะตามประเภทของขอมูล เชน
ขอมูลดานครอบครัว ดานเศรษฐกิจ ดานอาชีพ ดานสังคม ดานการคมนาคม ดานการศึกษา
ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ดานการสาธารณสุข ดานการเมืองการปกครอง ดานโครงสราง
พนื้ ฐานทจ่ี าํ เปนตอการดํารงชีวิต ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เปนตน ซึ่งจะทําให
ทราบถึงปญ หาและสาเหตุของปญหาในชมุ ชน

2.3.4 จดั ทาํ แผนชมุ ชน ตามข้นั ตอนดงั น้ี
1) ยกรา งแผนชุมชน คณะทํางานจดั ทาํ แผนเชญิ บุคคลทม่ี ีความรอบรูและมีสวน

เกี่ยวของกับการทําแผนประชาชนในชุมชน ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทํารางเคาโครงของแผน
ชมุ ชน จัดทาํ แผนงาน โครงการกจิ กรรมบนพื้นฐานของขอ มลู ชมุ ชนทสี่ อดคลอ งกบั แนวนโยบาย
ของรฐั ยดึ หลักแนวทางการพ่ึงตนเองอยางยง่ั ยืน

2) ประชาพจิ ารณแผนชุมชน จัดประชมุ ประชาคมสมาชิกชมุ ชนเพอ่ื นําเสนอราง
แผนใหส มาชกิ ในชมุ ชนรว มแสดงความคิดเหน็ รวมกนั พิจารณาตรวจสอบขอ มูล แกไ ข ปรับปรุง
เพ่ิมเตมิ แผนงานโครงการ กิจกรรมใหถูกตองตามความเปนจริงและเปนปจจุบัน สอดคลองกับ
สภาพปญหาและความตองการของชุมชน ประชาชนในชุมชนใหความเห็นชอบ ยอมรับเปน
เจาของรวมกันเพื่อผลักดันแผนชุมชนใหเกิดการใชงานไดจริง แลวจัดทําเอกสารเปนรูปเลมที่
สามารถอางอิง นําไปใชในการประสานงาน การสนับสนุนใหเกิดโครงการ กิจกรรมตามที่
กําหนด ตลอดจนใชเปนเครื่องมือการดําเนินงานพัฒนาชุมชนและประสานความรวมมือ
ยกระดบั คุณภาพชวี ิตที่ดขี ึน้ ของสมาชิกในชมุ ชนและสามารถตรวจสอบระดบั ความกา วหนาของ
การพัฒนากับแนวทางที่วางไวได

2.3.5 การประสานแผนหรือการบูรณาการแผนพัฒนาชุมชน มีขั้นตอน
ดังน้ี

1) คณะทํางานแผนระดับหมูบาน/ชุมชน นําแผนชุมชนตนเองเขารวม
บูรณาการแผนพัฒนาระดับตําบล/เทศบาล โดยคณะทํางานระดับตําบล/เทศบาล
เปนผูอํานวยการบูรณาการ จากนั้นจะมอบแผนพัฒนาของหมูบาน/ชุมชน และแผนพัฒนา

58

ระดับตําบล/เทศบาล ใหแกองคกรปกครองสวนทองถ่ินและหนวยงานภาคีเครือขาย นําไป
บูรณาการกับแผนพัฒนาทองถ่ินและแผนพัฒนาของหนวยงานภาคีตาง ๆ และนําไปสูการ
ปฏิบตั ิ

2) ในระดับอําเภอก็จะนําแผนพัฒนาชุมชนมาบูรณาการเขากับ
แผนพัฒนาระดับอําเภอและแผนพัฒนาของทุก ๆ อําเภอก็จะถูกนํามาบูรณาการเขากับแผน
ระดบั จังหวัด ซงึ่ แผนพฒั นาชมุ ชน สังคมนี้ ภาครฐั จะสามารถนํามากาํ หนดเปนแผนยุทธศาสตร
ในการพฒั นาจงั หวัดไดเ ปน อยางดี เน่ืองดวยแผนน้ันเกิดขึ้นมาจากการมีสวนรวมในการพัฒนา
จากประชาชนในทองถ่นิ

3) ใหคณะทํางานแผนซ่ึงเปนผูนําในการจัดทําแผนตองติดตามผลวา
แผนพัฒนาท่ีไดจัดทาํ ข้นึ เปน อยางไร มีหนวยงานใดบางท่ีแปลงแผนพัฒนาชุมชนไปดําเนินการ
ดําเนนิ การแลว มีผลอยา งไร แกปญ หาไดหรอื ไม แผนใดไมไดรับการนําไปสูการปฏิบัติ แลวสรุป
เปนขอ มูลเพือ่ ใชเ ปนแนวทางในการจัดทาํ แผนพฒั นาหมบู า น/ชมุ ชนในคร้ังตอ ไป

4) ใหค ณะทาํ งานแผนทาํ การทบทวนปรับปรุงแผนพัฒนาอยางตอเนื่อง
ทุกป เพ่ือใหเกิดกระบวนการเรียนรูในการจัดทําแผนพัฒนาชุมชนและสังคมแบบมีสวนรวม
และใชเปนเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพ หรือ ยกระดับคุณภาพของคนในหมูบาน/ชุมชน
ตอ ไป

เรื่องที่ 3 ผูนาํ ผตู ามในการขับเคลือ่ นแผนพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม

เม่ือจัดทําแผนชุมชนเปนรูปเลมเอกสารเรียบรอยแลว ผูนําชุมชน องคกรชุมชน และ
ประชาชนในชุมชนทุกฝายควรมีสวนรวมขับเคล่ือนนําไปสูการปฏิบัติจึงจะมีคุณคาและเกิด
ประโยชนต อชุมชน ซง่ึ แนวทางในการขบั เคลอ่ื นมดี งั น้ี

1. คณะทํางานระดับหมูบาน/ชุมชน และประชาชน ซึ่งเปนสมาชิกของชุมชน
จัดประชุมปรึกษา หารือรวมกันพิจารณาการนําโครงการและกิจกรรมท่ีกําหนดไวในแผนไป
ดาํ เนินการใหบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคโดยใหดาํ เนินการ ดังนี้

1.1 จัดลําดับความสําคัญของโครงการ/กิจกรรม วาโครงการใด มีความสําคัญที่
ตองดําเนนิ การกอ น-หลัง

1.2 จดั ประเภทของแผนงาน ซึ่งแบงออกเปน 3 ประเภท คอื
1.2.1 แผนชมุ ชนท่ชี ุมชนสามารถดําเนนิ การไดเอง

59

1.2.2 แผนชุมชนท่ีชุมชนและหนวยงานภายนอก รว มกันดําเนนิ การ
1.2.3 แผนชมุ ชนทต่ี องประสานหนว ยงานภายนอก เขามาใหก ารสนับสนนุ
2. แบงบทบาทหนาท่ีของคณะทํางาน อาสาสมัคร สมาชิกชุมชน เปนผูรับผิดชอบ
แผนงาน โครงการ/กิจกรรม เพอ่ื ผลกั ดนั ใหม กี ารนําไปปฏิบัติจริงในชุมชน
3. รวมกันดําเนนิ กิจกรรมของโครงการใหบรรลผุ ลตามทตี่ ัง้ ไวใ นแผน
4. ติดตามผลความกาวหนาในการดําเนินงาน ตลอดจนปญหาและอุปสรรคของ
การดาํ เนินโครงการตามแผนงาน เพื่อจะไดชวยกันแกไขปญ หาอุปสรรคท่เี กดิ ขึน้
5. ประเมินผลการดําเนินงาน วาผลท่ีเกิดข้ึนจากการดําเนินโครงการและ
กจิ กรรม เปนไปตามวัตถุประสงคท ่ีต้งั ไวห รือไม เพียงใด

60

กิจกรรมทายเลม

ใหนกั ศึกษาทํากจิ กรรมตอไปนี้
ขอ 1 ใหบ อกความหมายของคาํ ตอไปนี้
- การพฒั นาตนเอง
- การพฒั นาชมุ ชน
- การพัฒนาสังคม
และนกั ศึกษาอธิบายวาจะนาํ ความรเู รอื่ งการพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม ไปประยุกตใช

ในการพฒั นาตนเองในชีวิตประจาํ วันไดอ ยางไร

ขอ 2 ใหน ักศึกษาเกบ็ รวบรวมขอมลู ครอบครวั ของตนเอง ตามแบบสํารวจ ตอ ไปน้ี

แบบสํารวจขอมูลครอบครัว
1. สมาชิกในครอบครวั มีจาํ นวนทง้ั หมด........................คน
2. หวั หนา ครอบครัว

2.1 ชอื่ ................................................อายุ..............ป
2.2 อาชพี หลัก......................................รายไดต อ ป....................บาท
2.3 อาชพี รอง/อาชีพเสริม..............................รายไดตอป. ...........บาท
2.4 รายไดรวมตอป. ................................บาท
2.5 ระดบั การศึกษาสูงสุดของหัวหนา ครอบครวั ..................................................
2.6 โปรดระบบุ ทบาทในชุมชนของหวั หนาครอบครัว (เชน กํานนั , ผใู หญบา น, สมาชิก

อบต. ฯลฯ)
.................................................................................................................................

61

3. โปรดใสรายละเอียดเก่ยี วกบั สมาชิกภายในครอบครวั ทุกคนทีอ่ าศยั อยรู วมกัน ในตาราง

ตอไปนี้

ความสมั พันธ อาชพี อาชีพ รายได การศึกษา กําลัง บทบาท

ช่อื – ชอื่ สกลุ อายุ กบั หวั หนา หลกั รอง/ เฉลย่ี ตอ สงู สุด ศึกษา ในชมุ ชน

ครอบครัว เสรมิ ป ระดบั

62

4. การถือครอง/การใชป ระโยชนของที่ดิน  มี  ไมม ี
การถือครองทด่ี ิน  เปน ของตนเอง  รบั การจดั สรรจากทางราชการ
การใชประโยชนที่ดิน คอื .......................................................................
ปญ หาท่ดี นิ ...........................................................................................

5. การเพาะปลกู พชื /การกระจายผลผลิต.......................................................
จากการขาย................................................................บาท/ป

6. การเลย้ี งสตั ว/การกระจายผลผลิต.............................................................
รายไดจ ากการขาย...................................................บาท/ป

7. รายไดเ งินสด จากการทาํ การเกษตร และนอกเหนือจากการทาํ การเกษตร
รายไดเ งินสดจากการทําการเกษตร...............................................บาท/ป
รายไดเงนิ สดนอกเหนือจากการทําการเกษตร................................บาท/ป

8. รายจา ยหลักในการประกอบอาชีพ................................................บาท/ป
รายจา ยประจาํ เดอื นภายในครวั เรือน............................................บาท/ป
รายจา ยอื่น ๆ..............................................................................บาท/ป

9. ครอบครวั ของทา น มคี วามเชี่ยวชาญ หรอื ความสามารถพิเศษ ในเรื่องใดบาง
........................................................................................................................................

10. ความตองการในการพฒั นาอาชพี /ฝกอาชพี /ประกอบอาชพี
.........................................................................................................................................

ขอ 3 ใหนักศกึ ษาเขียนโครงการเพอื่ ขอรบั งบประมาณการจัดกจิ กรรมดานการพัฒนาอาชีพใน
ชุมชนจากองคก ารปกครองสวนทอ งถิ่น 1 โครงการ

.........................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

63

ขอ 4 ใหนักศกึ ษาบอกลกั ษณะของผนู ําทด่ี ี ตามความคิดเหน็ ของตนเอง
.......................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

........................................................

แนวเฉลยกจิ กรรมทายเลม

ขอ 1. ความหมาย
1. การพัฒนาตนเอง หมายถึง ความตองการของบุคคลในการท่ีจะเพิ่มพูนความรู

ความสามารถของตนจากท่ีเปนอยู ใหมีความรูความสามารถเพิ่มข้ึน ท้ังดานรางกาย จิตใจ
อารมณ สังคม และสตปิ ญญา เพื่อจะไดเปนสมาชิกที่มีคุณภาพของสังคม สามารถดําเนินชีวิต
อยูในชมุ ทชนและสังคมรว มกบั ผอู ืน่ ไดอยางมคี วามสุข

2. การพฒั นาชุมชน หมายถงึ การทาํ ใหชุมชนมีความเปล่ียนแปลงไปในทางที่ดีข้ึน
เจรญิ ขึน้ ทัง้ ในดา นเศรษฐกิจ สงั คม และวัฒนธรรม เพื่อใหคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน
ดีข้ึน โดยประชาชนในชุมชนมีสวนรวมในทุกข้ันตอน และใชทรัพยากรที่มีอยูในชุมชนใหมาก
ทส่ี ดุ

3. การพฒั นาสังคม หมายถึง กระบวนการเปลี่ยนแปลงใหสังคมมีสภาพเศรษฐกิจ
สังคม การเมือง การปกครอง วัฒนธรรม ดียิ่งขึ้น เพื่อประชาชนมีชีวิตความเปนอยูท่ีดีข้ึนใน
ทุกๆ ดา น ทงั้ ดา น ท่ีอยูอาศัย การศึกษา สุขภาพอนามัย การมีงานทํา รายได บนพ้ืนฐานของ
ความเสมอภาคและความยุติธรรม ท้ังน้ี ประชาชนจะตองมีสวนรวมในกระบวนการ
เปลี่ยนแปลงทุกข้นั ตอนอยางมีระบบ

64

ขอ 3 ขั้นตอนการเขยี นโครงการ 9. สถานท่ี
1. ช่ือโครงการ 10. ผรู บั ผดิ ชอบ
2. หลกั การและเหตผุ ล 11. โครงการ/กจิ กรรมที่เกย่ี วขอ ง
3. วัตถุประสงค 12. เครือขาย/หนว ยงานท่ใี หการสนบั สนุน
4. เปาหมาย 13. ผลทค่ี าดวา จะไดร ับ
5. กลมุ เปา หมาย 14. การประเมินโครงการ
6. วิธีดาํ เนนิ การ 15. ตัวช้วี ดั ผลสําเร็จของโครงการ
7. งบประมาณ
8. ระยะเวลาดําเนนิ งาน

ขอ 4 ผนู าํ ทดี่ ี ควรมีคุณสมบตั ิ ดงั น้ี
1. มวี ิสัยทัศน (Vision)
2. มคี วามรู (Knowledge)
3. มคี วามรเิ ร่มิ (Initiative)
4. มีความกลา หาญและความเดด็ ขาด (Courage and Firmness)
5. มีมนษุ ยสัมพันธ (Human Relations)
6. มีความยตุ ธิ รรมและซอ่ื สัตยส ุจริต (Fairness and Honesty)
7. มคี วามอดทน (Patience)
8. มคี วามตื่นตัว ( Alertness )
9. มคี วามภกั ดี (Loyalty)
10. มคี วามสงบเสงีย่ มไมถอื ตวั (Modesty)

.........................................................................

65

บรรณานุกรม

กรรณกิ า ทติ าราม. การเกบ็ รวบรวมขอมลู . เขาถงึ ไดจ าก
http://guru.sanook.com/search/
knowledge_search.php (22/7/2552)

กระบวนการจดั ทําแผนชมุ ชน. เขาถงึ ไดจ าก
http://www.iad.dopa.go.th.subject/cplan/process-cplan.ppt

(25/2/2554)
กระบวนการวางแผน เขาถึงไดจาก http://www.pitajarn.lpru.ac.th/-chitlada/WEB

page/om/3pdf. (8/8/2552)
กองทุนสนับสนนุ การวิจัย (สกว.), สํานักงานภาค. การสนทนากลุม (Focus Group

Discussion). เขา ถงึ ไดจาก http://www.vijai.org/Tool vijai/12/02.asp
(30/1/2549)
กัลยา วานิชยบัญชา. สถติ ิสาํ หรบั งานวิจยั . พิมพครง้ั ที่ 2. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ
มหาวทิ ยาลยั , 2549.
การประเมินประสทิ ธิภาพของภาวะผนู าํ . เขา ถึงไดจ าก http://www.nrru.ac.th/article/
leadership/page1.5.html (16/8/2009)
การพัฒนาสังคม. เขาถงึ ไดจาก http:// www.phetchaburi.m-
society.go.th/p.htm.(5/9/2552)
การพัฒนาสงั คมโดยการมีสว นรว ม. เขาถึงไดจ าก
http://dnfe.5.nfe.go.th/lip/soc2/8031-2_4.htm. (25/8/2552.)
การมสี วนรวม. เขาถึงไดจ าก http://www.thaipoliticsgovernment.org/wiki
(25/8/2552)
การมสี วนรวมของประชาชนในการบรหิ ารจัดการทรพั ยากรธรรมชาตจิ งั หวดั ภเู กต็ . เขาถงึ
ไดจ าก http://www.oknation.net/blog/singh/2009/08/18/entry.
(8/8/2552)
การวางแผน. เขา ถึงไดจ าก http://www.cado.mnre.go.th. (8/08/2552)

66

การศึกษานอกโรงเรียน, กรม. การวเิ คราะหน โยบายกรมการศกึ ษานอกโรงเรียน ประจาํ ป
งบประมาณ 2540-2545. กรงุ เทพฯ: รังสีการพิมพ, 2546.

การศกึ ษานอกโรงเรียน, กรม. ความหมายของคาํ เกี่ยวกบั แผนงาน โครงการ. กรงุ เทพฯ:
ศนู ยเ ทคโนโลยีทางการศึกษา, 2545.

การศกึ ษานอกโรงเรยี น, กรม. เอกสารการอบรมการวางแผนการศกึ ษานอกโรงเรยี น.
กรุงเทพฯ : ชมุ นมุ สหกรณก ารเกษตรแหงประเทศไทย, 2540.

การศกึ ษาและพฒั นาตอ เนือ่ งสิรินธร, สถาบัน. เอกสารประกอบการฝก อบรมกลุมขาราชการ
ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา. นครราชสมี า : มติ รภาพการพมิ พ, 2551.

การเสริมสรา งภาวะผูนําชมุ ชน. เขา ถึงไดจาก http://www.uinthai.com/index.
php?lay=
show&ac=article&Id=538667754&Ntype=119 (14/8/2009)

เกรยี งศักดิ์ เขยี วย่ิง. การบรหิ ารทรพั ยากรมนุษยแ ละบคุ คล. ขอนแกน : ภาควิชา
สงั คมศาสตร คณะมนุษยศาสตรแ ละสังคมศาสตร มหาวิทยาลยั ขอนแกน , 2539.

ขอ มูลดา นภมู ศิ าสตรแ ละการปกครอง. เขา ถงึ ไดจ าก http://www.spb3.obec.go.th_
geo.htm (18/8/2552)

ขั้นตอนการดําเนนิ การจัดทําแผนหมบู าน/ชมุ ชน (เครอื่ งมือการเรยี นรูของชมุ ชนทองถิ่น).
เขา ถึงไดจาก http://www.pattanalocal.com/n/52/13.pdf (18/ 3/2554)

คนเกบ็ ขยะ (การมสี ว นรวมของประชาชน) เขา ถงึ ไดจาก
http://gotoknow.org/blog/rubbish/73541. (28/8/2552)

คลงั ปญญาไทย. การนําเสนอขอ มลู . เขาถงึ ไดจ าก http://www.panyathai.or.th
(1/7/2552)

ความรพู นื้ ฐานการพัฒนาชมุ ชน. เขาถึงไดจ าก http://royalprojects.kku.ac.th/king/files.
(29/8/2552)

ความหมายของผนู ํา. เขาถึงไดจ าก
http://www.nrru.ac.th/article/leadership/page1.1.html (16/8/2009)

ความหมายของแผนชุมชน. เขาถึงไดจาก http://www.thailocaladmin.go.th
(5/4/2554)
ความหมายแผนงาน. เขาถึงไดจาก http://www.3.cdd.go.th/phichit/b03.html
(5/4/2554)

67

ความหมาย “แผนแมบ ทชุมชนพึ่งตนเอง”. เขาถึงไดจาก
http://www.thailocaladmin.90.th/ workle_book/eb3/5p8_1.pdf (5/4/2554)
เครอื ขายครอบครวั , มลู นิธ.ิ ตวั ตนของหน.ู ..ตอ งชวยสงเสรมิ . เขาถึงไดจาก http://www.

familynetwork.or.th/node/15673 (15/7/2552)
จิตติ มงคลชัยอรญั ญา. แนวทางการพฒั นาสังคม (ทีเ่ หมาะสม) เขาถงึ ไดจาก http://

socadmin.tu.ac.th/kanabady (5/9/2552)
จติ ราภา กณุ ฑลบตุ ร. การจัดระบบขอ มลู และสารสนเทศทางการศึกษา. เขาถงึ ไดจ าก

http://www.chittrapa.net/index.php?option=com_content&task=view&
id=35&Itemid=mid=36 (10/7/2552)
เฉลมิ ขวญั สตรี, โรงเรยี น. หนา ทพ่ี ลเมอื งและวฒั นธรรมไทย. เขา ถึงไดจ าก
http://nucha.chs.ac.th/1.1htm (18/8/2552)
ชาญชยั อาจนิ สมาจาร. พฒั นาตนเองสคู วามเปน ผบู ริหาร. กรุงเทพฯ : พมิ พทอง, ม.ป.ป.
ชูเกียรติ ลีสวุ รรณ. การวางแผนและบริหารโครงการ. จติ วัฒนาการพมิ พ, 2545.
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ, ศูนยการศกึ ษานอกโรงเรียนภาค. คูมอื การอบรมกระบวนการวางแผน
แบบมสี ว นรวม. อุดรธานี : ศริ ิธรรมออฟเซท็ , 2542.
ใต, ศูนยการศึกษานอกโรงเรียนภาค. รายงานการวจิ ัยปฏบิ ตั กิ ารแบบมีสวนรว มในการ
พฒั นากระบวนการจดั ทําแผนชุมชนตามโครงการบรู ณาการแผนชุมชนเพอ่ื
ความเขมแขง็ ของชุมชนและเอาชนะความยากจนในภาคใต. สงขลา, 2547.
(อัดสาํ เนา)
ธงชยั สันติวงษ. หลกั การจดั การ. กรุงเทพมหานคร : ไทยวัฒนาพานชิ , 2540.
ธนู อนญั ญพร. กระบวนการพฒั นาชุมชน., 2549 (อดั สาํ เนา)
นเรศวร, มหาวทิ ยาลยั . ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอม. โครงการเครือขา ยเฝา
ระวงั ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม ลุมน้าํ วังทอง. เขาถึงไดจาก
http://conf.agi.nu.ac.th/nrs-new/wangtong/hist.php. (7/7/2552)
แนวคดิ ผนู าํ ยคุ ใหม. เขา ถงึ ไดจ าก
http://sa.sa.ku.ac.th/index.php?option=com_content&
task=view&id=75&Itemid=107 (16/8/2552)
แนวคดิ และความเขาใจเก่ยี วกับการพฒั นาสังคมไทย. เขา ถึงไดจาก
http://dnfe5.nfe.go.th/

68

ilp/so02/so20_5.html (1/7/2552)
แนวทางการพฒั นาคณุ ภาพแผนชมุ ชน. เขา ถึงไดจาก

http://Kaewpany.rmutl.ac.th/2552/attachments/1475_ dev-plan.pdf
(25/2/2554)
บทความอาหารสมองเรอ่ื ง : การสนทนากลุม (Focus Group Discussion). เขา ถึงไดจาก

http://www.vijai.org/articles data/show
topic.asp?Topicid=98(30/1/2549)
บทบาท หนาที่ และลกั ษณะผูนาํ ชมุ ชนทด่ี .ี เขาถึงไดจาก
http://www.uinthai.com/index.
php?lay=show&ac=article&Id=538667753&Ntype=119 (14/8/2009)
บรหิ ารงานการศกึ ษานอกโรงเรยี น, สํานัก. คาํ ชแ้ี จงการจดั ทาํ แผนปฏิบตั กิ ารประจาํ ป
งบประมาณ 2551. (อดั สําเนา)
ปราชญา กลาผจญั และพอตา บตุ รสุทธวิ งศ. การบรหิ ารทรพั ยากรมนษุ ย. กรงุ เทพฯ : ธนะ
การพมิ พ, 2550.
ปราณี รามสูต และจํารัส ดว งสวุ รรณ. พฤติกรรมมนษุ ยก บั การพฒั นาตน. พิมพค รงั้ ที่ 3
กรุงเทพมหานคร :ธนะการพมิ พ, 2545.
ปองทิพย เทพอารยี . การศกึ ษาการพฒั นาตนเองของครูในโรงเรยี นอนบุ าลเอกชน กรุงเทพ
มหานคร. สารนิพนธ กรงุ เทพฯ: บัณฑิตวทิ ยาลัยมหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ, 2551.
แผนการทํางานและการมีสวนรว มโดยการแกป ญ หาเอดสใ นชุมชน เขา ถงึ ไดจ าก
http://www.phayaocitil.net/joomla/index.php?. (26/8/2552)
แผนชุมชนประจําป พ.ศ. 2553. เขา ถงึ ไดจาก http://payakhan.go.th/document/
1298599706.doc (8/4/2554)
พรชัย ธรณธรรม. สารานุกรมไทยฉบบั เยาวชน. เขา ถงึ ไดจาก http://www.guru.sanook.
com/search/knowledge_search.php?q...1 (15/7/2552)
พัฒน บณุ ยรัตพันธ.ุ ปรัชญาพฒั นาชมุ ชน. เขา ถึงไดจาก
http://royalprojects.kku.ac.th/king/
files/(29/8/2552)
พฒั นาชมุ ชนจังหวดั มหาสารคาม, สาํ นักงาน. เอกสารประกอบการประชมุ การประชมุ เชงิ
ปฏิบัตกิ ารภาคีพ่ีเลีย้ งระดบั ตาํ บลและแกนนําระดบั ตําบล เพ่อื เพม่ิ

69

ประสิทธิภาพแผนชุมชน. มหาสารคาม : สํานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด
มหาสารคาม, 2550. (อัดสําเนา)
ไพโรจน ชลารักษ. ทักษะการจดั การความรู. เขาถึงไดจ าก
http://lib.kru.ac.th/eBook/4000111/
doc1-2. html (10/7/2552)
ไพโรจน ทิพมาตร. หลักการจดั การ. นนทบุรี : ไทยรมเกลา , 2548.
ไพศาล ไกรสทิ ธิ.์ เอกสารคาํ สอนรายวิชาการพฒั นาตน. ราชบรุ ี : คณะครุศาสตร สถาบันราช
ภฏั หมบู านจอมบงึ , 2541.
ยนื ภูวรรณ. การนําเสนอขอ มลู . เขาถึงไดจาก
http://www.school.net.th/library/snet2/
knowledge_math/pre_dat.htm (22 /7/2552)
ยุวัฒน วุฒเิ มธี. ปรัชญาของการพัฒนาชมุ ชน. เขา ถึงไดจาก http://royalprojects.kku.ac.
th/king/files/(29/8/2552)
ราชบัณฑติ ยสถาน. พจนานกุ รม ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2525. พมิ พคร้งั ท่ี 6.
กรงุ เทพฯ : อักษรเจริญทัศน, 2539.
ราชภัฏเทพสตร,ี มหาวิทยาลยั . การรูสารสนเทศ. เขา ถงึ ไดจ าก
http://human.tru.ac.th/elearning/tec_ban/tinfo01/info06.html
ราชภฏั นครศรธี รรมราช, มหาวิทยาลยั . เทคโนโลยกี ารศกึ ษา. เขา ถงึ ไดจาก
http://www.nrru.ac.th/preeteam/rungrot/page13004asp (1/7/2552)
ลกั ษณะภาวะผนู าํ . เขา ถงึ ไดจาก
http://www.nrru.ac.th/article/leadership/page1.4.html (16/8/2009)
วรชั ยา ศิรวิ ัฒน. ลักษณะผูต ามทมี่ ปี ระสิทธิผลกบั แนวทางการพฒั นาผูตามในยคุ ปฏริ ูประบบ
ราชการ. วารสารพฒั นาชุมชน. (กุมภาพันธ 2547) : 27-34.
วราภรณ นกั พณิ พาทย. ความคดิ เหน็ ของขา ราชการมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒทม่ี ตี อ
การพฒั นาบคุ ลากรของมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ. ปริญญานพิ นธ กศ.ม.,
2545. (อดั สาํ เนา)
วเิ ลขา ลสี วุ รรณ. ศูนยก ารเรียนชมุ ชน : ชุมชนเขมแขง็ สสู ังคมแหง การเรยี นร.ู กรงุ เทพฯ :
บริษัทสวุ ิตา เอน็ เตอรไ พรส จาํ กดั , 2550.

70

ศศธิ ร พรมสงฆ. Web site เพอื่ การเรยี นการสอนรายวชิ าสถติ วิ เิ คราะห. เขาถึงไดจาก
http://student.nu.ac.th/429/12.htm (10/7/2552)

ศิรพิ งษ ศรีชยั รมยร ตั น. ผนู าํ ที่ดคี วรมคี ณุ สมบตั อิ ยา งไร. เขาถึงไดจาก
http://www.sombatlegal.
com/index.php?lay=show&ac=article&Id=421796 (25/8/2552)

สงเสริมสวัสดกิ ารสงั คมแหง ชาต,ิ คณะกรรมการ. แผนพฒั นาสวัสดกิ ารสังคมและสงั คม
สงเคราะหแ หง ชาติ ฉบบั ท่ี 4 (พ.ศ. 2545-2549) (อดั สาํ เนา)

สถติ แิ หงชาต,ิ สํานักงาน. การเกบ็ รวบรวมขอมลู . เขา ถงึ ไดจ าก http://service.nso.go.th/
nso/knowledge/estat/esta1_6.html (22 /7/2552)

สนธยา พลศรี. ทฤษฎแี ละหลกั การพัฒนาชุมชน. พมิ พค ร้งั ท่ี 4 กรุงเทพฯ : โอเดยี นสโตร,
2545.

สมจิตร เกดิ ปรางค และนุตประวณี  เลิศกาญจนวัต. การสมั มนา. กรุงเทพฯ : สํานักพมิ พ
สงเสริมวชิ าการ, 2545.

สญั ญา สญั ญาววิ ฒั น. การพฒั นาชุมชน. พมิ พคร้ังท่ี 2. กรงุ เทพฯ : โอเดียนสโตร, 2525.
สัญญา สัญญาวิวัฒน. การพฒั นาชมุ ชนหลกั การและวิธีปฏบิ ตั ิ. กรุงเทพฯ : แพรพ ิทยา,

2515.
สญั ญา สัญญาวิวัฒน. ทฤษฎแี ละกลยทุ ธก ารพัฒนาสังคม. พมิ พค รัง้ ที่ 2. กรงุ เทพฯ :

สํานกั พมิ พจ ุฬาลงกรณมหาวิทยาลยั , 2540.
สโุ ขทัยธรรมาธิราช, มหาวิทยาลัย. บณั ฑติ ศึกษา สาขาวิชาศกึ ษาศาสตร. ประมวลสาระชดุ วิชา

บรบิ ททางการบริหารการศึกษา หนว ยท่ี 11-15 กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลัย,
2546.
สพุ ล พลธีระ. การประชุม. สารเทคนคิ การแพทยจ ฬุ าฯ 4, 2533.
สุวิมล ตริ กานันท. การประเมนิ โครงการ : แนวทางสกู ารปฏิบตั ิ. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยั
รามคาํ แหง, 2544.
หนวยที่ 5 การเขียนรายงาน เขา ถึงไดจ าก http://www.tice.ac.th/Online/Online2-
2549/bussiness/.../n5.htm (17/7/2552)
อรพนิ ท สพโชคชยั . การมสี ว นรว มของประชาชนในการพฒั นาระบบราชการ. เขา ถงึ ได
จาก http://www.plan.ru.ac.th/newweb/opdc/data/participatory.pdf.
(28/8/2552)

71

Administrator. การสนทนากลุม แบบเรยี น -learning. ภาควชิ าพฒั นาชมุ ชน คณะสังคม
สงเคราะหศาสตร มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร : กรงุ เทพฯ, 2547.

IT Destination Tech Archive [00005]. ความหมายของขอมูล. เขาถงึ ไดจาก
http://www.itdestination.com/resources/tech/showtech.php?00005
(1/7/2552)

Judith Sharken Simon. How to Conduct a Focus Group. เขา ถงึ ไดจาก
http://www.tgci.com/magazine/99fall/focus1.asp (30/1/2549)

Noina koku GEO. ความหมายของขอ มูลสารสนเทศ สารสนเทศภูมศิ าสตร ฐานขอ มลู .
เขา ถงึ ไดจาก http://www.noinazung-06blogspot.com
2009/06geographic-information-system-gis.html (10/7/2552)

UNESCO / APPEAL. HandBook : Non-formal Adult Education Facilitator,
Module 4 Participatory Learning. Bangkok, 2001.

UNESCO / APPEAL. Monitoring and Evaluation of literacy and continuing
education programmer. Bangkok, 1999.

72

คณะผูจดั ทาํ

ท่ปี รกึ ษา เลขาธกิ าร กศน.
นายสุรพงษ จําจด รองเลขาธิการ กศน.
นายประเสริฐ หอมดี ผูอ าํ นวยการกลุมพฒั นาการศึกษานอกระบบ
นางตรนี ุช สขุ สเุ ดช และการศกึ ษาตามอธั ยาศัย
ผอู าํ นวยการ สถาบัน กศน.ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
นายวิเชยี รโชติ โสอบุ ล รองผอู ํานวยการ สถาบัน กศน.
นายทรงเดช โคตรสิน ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื

ผูส รปุ เนอ้ื หา ครู ชาํ นาญการ กศน.อาํ เภอหนองววั ซอ
นางพวงเพชร ชมมี ครู กศน.อําเภอหนองแสง
นางนงลกั ษณ แกวนามเมอื ง ครู กศน.อาํ เภอเพญ็
นายเทพพร เตม็ ตาวงษ ครู กศน.อําเภอหนองหาน
นายเสกสรร สงวนนาม
ครู ชํานาญการ กศน.อําเภอหนองวัวซอ
ผตู รวจและบรรณาธกิ าร ครู กศน.อําเภอหนองแสง
นางพวงเพชร ชมมี ครู กศน.อาํ เภอเพญ็
นางนงลักษณ แกว นามเมือง ครู กศน.อําเภอหนองหาน
นายเทพพร เตม็ ตาวงษ
นายเสกสรร สงวนนาม

ผอู อกแบบปก กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกระบบ
นายศุภโชค ศรีรตั นศลิ ป และการศกึ ษาตามอัธยาศยั

73


Click to View FlipBook Version