การปฏิวัติ
อุตสาหกรรม
ค ริ ส ต์ ศ ต ว ร ร ษ ที่ 1 8 - 1 9
ประวัติศาสตร์สากล
ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
จัดทำโดย นางสาวปนัดดา ดีบุญธรรม ม.5/6 เลขที่7
การปฏิวัติอุตสาหกรรม
Industrial Revolution
คือช่วงเวลาตั้งแต่ ค.ศ. 1760 ถึง ค.ศ. 1850 เมื่อการ
เปลี่ยนแปลงในภาคเกษตรกรรม การผลิต การทำเหมืองแร่ การ
คมนาคมขนส่ง และเทคโนโลยี ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อสภาพ
สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมในขณะนั้น การปฏิวัติเริ่มต้นใน
สหราชอาณาจักร จากนั้นจึงแพร่ขยายไปยังยุโรปตะวันตก
อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น จนขยายไปทั่วทั้งโลกในเวลาต่อมา
การปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์
โลก ซึ่งส่งผลกระทบในเกือบทุกแง่มุมของชีวิตประจำวันไม่ทางใด
ก็ทางหนึ่ง ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือการที่รายได้และจำนวนประชากร
โดยเฉลี่ยเริ่มที่จะขยายตัวอย่างยั่งยืนในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ทำให้สองร้อยปีหลังจาก ค.ศ. 1800 ค่าเฉลี่ยรายได้ต่อหัวของโลก
ขยายตัวมากกว่าสิบเท่า ในขณะที่จำนวนประชากรขยายตัว
มากกว่าหกเท่า ผู้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ โรเบิร์ต อี. ลูคัส
จูเนียร์ ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการเปลี่ยนแล้วแปลงในยุค
อุตสาหกรรมว่า : "เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มาตรฐานการ
ดำรงชีวิตของประชาชนธรรมดาส่วนมากเริ่มเติบโตอย่างมั่นคง ซึ่ง
ไม่เคยมีพฤติการณ์ทางเศรษฐกิจเช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน”
สภาพยุโรปก่อนการ
ปฏิวัติอุตสาหกรรม
ตั้งแต่ยุคกลางเป็นต้นมา ชาวยุโรปส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใน
ชนบท ผลิตอาหารและเครื่องนุ่งห่มใช้เองใน ครัวเรือน การ
คมนาคมไม่ดี มีถนนไม่มากนัก ตลาดสินค้าส่วนใหญ่เป็นเพียง
ตลาดประจาท้องถิ่น ช่างฝีมือป
ระจา ท้องถิ่นยังคงมีบทบาทสา
คัญในการผลิตของใช้ที่จาเป็น พลังงานใช้ แรงงานคน สัตว์ และ
พลังงานน้า ปัจจัยการ ผลิตที่สาคัญคือ ที่ดินและแรงงาน อัตรา
การเพิ่มประชากรอยู่ในเกณฑ์สูงมาก
สาเหตุของการ
ปฏิวัติอุตสาหกรรม
1.การขยายตัวทางการค้านับแต่การค้นพบเส้นทางการเดินเรือ
และดินแดนอาณานิคมใหม่ๆ เป็นผลให้เกิดแหล่งวัตถุดิบและ
ระบายสินค้ากระตุ้นให้เกิดการผลิตเครื่องจักรเพื่อใช้ในการผลิต
สินค้าจานวนมากสนองความต้องการของตลาด
2.ความพร้อมด้านเงินทุน พ่อค้าประสบความสาเร็จในการค้ากับ
ดินแดนโพ้นทะเลได้เงินมาลงทุนในอุตสาหกรรมจานวนมาก
3.การเพิ่มขึ้นของประชากรอันเป็นผลมาจากความก้าวหน้าทาง
วิทยาศาสตร์ และการแพทย์ ทำให้สินค้าอุปโภคบริโภค
มีปริมาณความต้องการสูง
อังกฤษมีปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวทางอุตสาหกรรมครบ
ถ้วน คือ ทุน วัตถุดิบ แรงงาน และตลาด การค้า การปฏิวัติ
อุตสาหกรรมครั้งแรกจึงเกิดในประเทศอังกฤษ ในคริสต์ศตวรรษ
ที่ 18 และได้แพร่ขยายไปยัง ประเทศตะวันตกอื่นๆทั่วโลก นับ
เป็นปรากฏการณ์ใหม่ มี่มีผลกระทบต่อการเมือง การปกครอง
สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของมนุษยชาติทั่วโลก
การปฏิวัติ
อุตสาหกรรมครั้งแรก
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งแรกเกิดในประเทศอังกฤษในคริสต์ศตวรรษที่18
และได้แพร่ขยายไปยังประเทศตะวันตกอื่นๆ ทั่วโลก การปฏิวัติอุตสาหกรรมนับ
เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่มีผล กระทบต่อการเมืองการปกครอง สังคมเศรษฐกิจ
และวัฒนธรรมของมนุษยชาติทั่วโลก
อังกฤษเป็นผู้นำการปฏิวัติอุตสาหกรรมการปฏิวัติอุตสาหกรรมเริ่มต้นที่
อังกฤษเพราะอังกฤษมีปัจจัยสนับสนุนการขยายตัวทางอุตสาหกรรมครบถ้วนคือ
มีทุน วัตถุดิบ แรงงาน และตลาดการค้า
อังกฤษเป็นผู้นำในการปฏิวัติเกษตรกรรมโดยนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มา
ปรับปรุงการเกษตรให้พัฒนาขึ้น โดยในคริสต์ศตวรรษที่16 อังกฤษนำระบบ
ล้อมเขตที่ดินมาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตรอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นผลให้
เจ้าของที่ดินรายใหญ่สามารถรวบรวมที่ดินของตนเป็นผืนใหญ่ และสร้างรั้วล้อม
ที่ดินของตนเพื่อ ป้องกันความเสียหายของพืชผลจากการทำลายของคนและสัตว์
นอกจากนี้ยังนำวิทยาการใหม่ๆมาใช้ในการผลิต การปรับปรุงวิธีการทำนาให้มี
ประสิทธิภาพยิ่งขึ้นการปฏิวัติเกษตรกรรมนำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม
การเกษตรกรรมในอังกฤษได้ผลดีขึ้นทำให้การค้าขายเจริญรุ่งเรืองขึ้น
ประเทศมีความ มั่งคั่งขึ้นใน ค.ศ. 1694 รัฐบาลจัดตั้งธนาคารแห่งประเทศ
อังกฤษเพื่อเป็นแหล่งระดมทุนของรัฐทรัพยากรมนุษย์ของอังกฤษก็มีความ
พร้อมสนับสนุนการปฏิวัติอุตสาหกรรมเพราะชาวอังกฤษไม่เคร่งครัดต่อการแบ่ง
แยกชนชั้นเช่น สังคมอื่นๆในยุโรปทั้งยังให้การยอมรับชนทุกชั้นที่สามารถสร้าง
ฐานะเป็นปึกแผ่นดังนั้นขุนนางอังกฤษจึงไม่รังเกียจที่จะทำการค้าเช่นเดียวกับ
คนชั้นกลางที่พยายามยกสถานภาพทางเศรษฐกิจให้เท่าเทียมขุนนาง นอกจากนี้
รัฐยังส่งเสริมให้การค้าขยายตัวเช่นมีการออกพระราชบัญญัติสร้างถนนท่าจอด
เรือและขุดคูคลองต่างๆเป็นจำนวนมากเพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางการค้ามี
การยกเลิกการเก็บภาษีผ่านด่านและมีนโยบายการค้าแบบเสรีซึ่งเป็นการกระตุ้น
ให้มีการขยายตัวของตลาดการค้าภายในอย่างกว้างขวาง
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้
อังกฤษเป็นประเทศ
ผู้นำการปฏิวัติ
อุตสาหกรรม
เนื่องจากในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่17-18
อังกฤษมีอาณานิคมที่อยู่โพ้นทะเลที่เป็นแหล่ง
วัตถุดิบและตลาดทั้งในทวีปเอเชียและอเมริกา
จนในที่สุดการค้าได้กลายเป็นนโยบายหลักของประเทศเรือรบของ
อังกฤษทำหน้าที่รักษาเส้นทางทางการค้าทางทะเลและให้ความคุ้มครอง
แก่เรือพาณิชย์ที่เดินทางไปค้าขายทั่วโลกสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยที่ทำให้
ชาวอังกฤษคิดค้นประดิษฐ์เครื่องจักรมาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมอย่าง
ต่อเนื่อง
การปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้น 2ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่1 ระหว่าง ค.ศ.1760-1860 ในประเทศอังกฤษ
ครั้งที่2 ระหว่าง ค.ศ. 1860 เป็นต้นไปมีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่1
มีสาเหตุมาจากการขยายตัวทางการค้าซึ่งเกิดจากการสำรวจดิน
แดนและการล่าอาณานิคม สาเหตุที่ทำให้ประเทศอังกฤษกลายเป็น
ผู้นำในการปฏิวัติอุตสาหกรรมคือ อังกฤษมีฐานะการเงินและเศรษฐกิจ
มั่นคงมีอาณานิคมเกือบทั่วโลกซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรและตลาดรับซื้อ
สินค้าจากอังกฤษมีแรงงานเพียงพอมีวัตถุดิบที่สำคัญได้แก่เหล็กและ
ถ่านหินมีความสามรถในการค้นคว้าสิ่งประดิษฐ์ต่างๆเพราะการศึกษา
ก้าวหน้าการปฏิวัติทางความคิดเกิดจากยุคสมัยแห่งการใช้เหตุผลและยุค
แห่งความสว่างสไวทางปัญญาซึ่งมีผลต่อแนวคิดทางด้านการเมืองการ
ปกครองของโลกปัจจุบัน
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่1
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่1 เริ่มต้นจากการทอผ้าในอังกฤษการ
ปฏิวัติครั้งนี้ ทำให้นักประดิษฐ์จำนวนมากและได้คิดค้นเครื่องจักรกล
ช่วยในการทอผ้าดังนี้
- จอห์น เคย์(John kay) ประดิษฐ์กี่กระตุกช่วยในการทอผ้าได้
เร็วขึ้นเป็น2 เท่า
- เจมส์ ฮาร์กรีฟส์(James Hargreaves) ประดิษฐ์เครื่องปั่ น
ด้ายให้ชื่อว่า“สปินนิงเจนนี”(Spinning Jenny)เป็นเครื่องปั่ นด้าย
มีแกน 8อัน
- ริชาร์ด อาร์กไรต์(Richard Arkwright) ประดิษฐ์เครื่อง
ปั่ นด้ายโดยใช้พลังน้ำมีชื่อว่า“วอเตอร์เฟรม”(Water Frame)
- เจมส์ วัตต์ (James Watt) สามารถนำพลังงานไอน้ำโดยการ
ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลักมาใช้กับเครื่องจักรกลและได้นำไปใช้ใน
อุตสาหกรรมอื่นๆอย่างแพร่หลาย ซึ่งมีผลทำให้วงการอุตสาหกรรมอื่นๆ
เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเช่นจอร์จ สตีเฟนสัน (George
Stephenson) ประดิษฐ์หัวรถจักรไอน้ำ“ร็อกเกต”(Rocket) ทำให้มี
การเปิดเส้นทางรถไฟสายแรกของโลกระหว่างเมืองลิเวอร์พูลและแมน
เชสเตอร์ในประเทศอังกฤษ รอเบิร์ต ฟุลตัน (Robert Fulton)นำ
พลังงานไอน้ำมาใช้กับเรือ แซมมวล คูนาร์ด (Semuel Cunard)
สามารถเดินเรือกลไฟข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้ต่อมาเจมส์ วัตต์ได้
ปรับปรุงเครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรมทอผ้าได้สำเสร้จ จากนั้นวิทยาการ
เกี่ยวกับการทอผ้าก็ได้พัฒนาอย่างต่อเนื้อ เนื่องจากการปฏิวัติ
อุตสาหกรรมครั้งที่1 ใช้พลังงานไอน้ำเป็นหลักจึงเรียกการปฏิวัติครั้งนี้ว่า
สมัยแห่งพลังงานไอน้ำ
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่2
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2 เริ่มในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษ
ที่ 19 ในสหรัฐอเมริกาสืบเนื่องมาจากการนำวิธีการค้นคว้าวิจัยทาง
วิทยาศาสตร์มาใช้กับวงการอุตสาหกรรมมีการนำพลังงานใหม่ๆมาใช้
เช่น ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันพลังงานไฟฟ้า และการทำเหล็กให้เป็น
เหล็กกล้านับตั้งแต่ เซอร์เฮนรี เบสซิเมอร์ (Sir Henry Bessemer)
ค้นพบวิธีการแยกแร่อื่นๆออกจากเหล็กโดยทำให้เหล็กมีคุณสมบัติดีขึ้น
เป็นเหล็กกล้า นับตั้งแต่นั้นมาเหล็กกล้าได้เข้ามามีบทบาทที่สำคัญ
อย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมและการคมนาคมทุกประเภท ทำให้มีการเรียก
การปฏิวัติครั้งนี้ว่า ยุคเหล็กกล้า (Age of Steel) เช่น
อะเล็กซานเดอร์ กุสตาฟ ไอเฟล (Alexander Gustave Eiffel)
สร้างหอคอยไอเฟลด้วยเหล็กล้วนสัญลักษณ์สำคัญของกรุงปารีส
ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนั้นยังมีการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้
ในการอุตสาหกรรมอย่างจริงจ้ง ทำให้เกิดการจัดระบบงานในโรงงาน
อุตสาหกรรมแบบใหม่เป็นการจัดแบ่งงานกันแต่ละคนรับผิดชอบงาน
ของตน ทำให้ผลิตได้ครั้งละมากๆเรียกการผลิตจำนวนมาก
(mass production)
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่2
ส่วนการคมนาคมทางน้ำ ใน ค.ศ. 1807 โรเบิร์ต ฟุลตัน
ชาวอเมริกัน ประสบความสำเร็จในการนำพลังไอน้ำมาใช้กับเรือ
เพื่อรับส่งผู้โดยสาร ต่อมา ค.ศ. 1840แซม มวล คูนาร์ด เปิดเดิน
เรือกลไฟแล่นข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้ภายใน 14 วัน และมี
การปรับปรุงเรือกลไฟให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นทางด้านรถยนต์มี
การนำพลังไอน้ำมาใช้กับรถสามล้อ ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 19
ได้มี การประดิษฐ์เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน จนถึง ค.ศ. 1857
คาร์ล เบนซ์ และ กอตต์ลีบ เดมเลอร์ สามารถนำเครื่องยนต์ที่ใช้
น้ำมันเบนซินมาใช้กับรถยนต์ทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์เจริญ
ก้าวหน้าขึ้นในยุคนี้ยังได้มีการประดิษฐ์เครื่องพิมพ์แบบลูกกลิ้งขึ้น
ใช้ใน ค.ศ. 1812 ทำให้การพิมพ์ พัฒนาได้ปริมาณมากขึ้นและเร็ว
ทันเหตุการณ์ หนังสือพิมพ์จึงแพร่หลาย การเผยแพร่ความรู้และ
ข่าวสารก็แพร่หลายในวงกว้างขึ้นนอกจากนี้ยังมีการริเริ่มระบบ
ไปรษณีย์ในอังกฤษ ใน ค.ศ. 1840 ทำให้การสื่อสารสะดวก
รวดเร็วขึ้น ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 แซมมวล มอร์ส ประดิษฐ์
โทรเลขได้สำเร็จเป็นคนแรก ใน ค.ศ. 1837 อเล็กซานเดอร์ เกร
แฮม เบลล์ประดิษฐ์โทรศัพท์ได้สำเร็จใน ค.ศ. 1876 และใน ค.ศ.
1901 ก็มีการ ประดิษฐ์วิทยุโทรเลขได้และส่งโทรเลขข้าม
มหาสมุทรแอตแลนติกได้สำเร็จ ธอมัส แอลวา เอดิสัน ชาว
อเมริกันประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า เครื่องเล่นจานเสียงและกล้องถ่าย
ภาพยนตร์ได้
ผลของการปฏิวัติอุตสาหกรรม
1. ประชากรทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะความก้าวหน้าทาง
วิทยาศาสตร์ และการแพทย์ รวมถึงระบบสาธารณสุขและการดูแล
สุขภาพอนามัยเกิดการอพยพจากชนบทมาหางานทำในเมืองทำให้เกิด
ปัญหาความแออัดของประชากรในเขตเมือง
2. เกิดปัญหาสังคมต่างๆมากมาย เช่น ชุมชนแออัด การแพร่
กระจายของเชื้อโรค อาชญากรรม การใช้แรงงานเด็กการเอารัดเอา
เปรียบทำให้เกิดแนวคิดของลัทธิสังคมนิยม ของคาร์ล มาร์กซ์
3. เกิดลัทธิเสรีนิยม อดัม สมิธ ได้เสนอแนวคิดว่าความมั่งคั่งของ
ประเทศเกิดจากระบบการค้าแบบเสรี
4. การปฏิวัติอุตสาหกรรมได้ขยายไปทั่วทุก 3 มิภาคของโลก
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองเศรษฐกิจและ
สังคม และทาให้ประเทศต่างๆ มีวัฒนธรรมร่วมตามตะวันตกไปด้วย
ผลกระทบของการปฏิวัติ
อุตสาหกรรมต่อ
พัฒนาการของมนุษย์
ด้านเศรษฐกิจ
ทำให้ทั้งผลผลิตและแรงงานภาคการเกษตรถูกนำมาใช้ใน
โรงงานอุตสาหกรรม เศรษฐกิจในระบบเงินตราขยายตัว ทำให้เกิดกลไก
ทางการตลาดตามแนวความคิดของ แอดัม สมิท หมายถึงเศรษฐกิจ
ภาครัฐไม่เข้าไปก้าวก่ายกับระบบตลาด ยกเว้นเรื่องการเก็บภาษีเท่านั้น
ด้านสังคม
เกิดชนชั้นนายทุนและกรรมกร การเพิ่มจำนวนประชากร การ
อพยพของชาวชนบทเข้าสู่เมือง เกิดการใช้แรงงานผู้หญิงและเด็ก ใน
อังกฤษมีวรรณกรรมหลายเรื่องทีีสะท้อนสภาพชีวิตของแรงงานที่ถูกกดขี่
และเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง
ความสำเร็จของการปฏิวัติอุตสาหกรรมของอังกฤษทำให้ประเทศอื่น
ในยุโรปให้ความสนใจที่จะพัฒนาการอุตสาหกรรมอย่างจริงจังด้วย ใน
คริสต์ศตวรรษที่ 19 เกิดการขยายตัวของการปฏิวัติอุตสาหกรรมไปถึง
เบลเยียมเยอรมนี ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และขยายไปยังส่วนต่างๆของ
โลกอีกด้วยเช่นเดียวกัน
ด้านสังคม
ผลจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้ประชากรโลกเพิ่มมากขึ้น
อย่างรวดเร็วเกิดการอพยพจากชนบทมาสู่เมือง เมืองอุตสาหกรรม
ต่างๆกลายเป็นเมืองแออัดที่มีปัญหาด้านสุขภาพอนามัยและ
สาธารณสุขเกิดปัญหาสังคมอื่นตามมามากมายพร้อมๆกับความ
เจริญด้านการก่อสร้างและสถาปัตยกรรมที่สำคัญการปฏิวัติ
อุตสาหกรรมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองและการ
ปกครองความคิดด้านเสรีนิยมขยายตัวมากขึ้นและเกิดการแตกแยก
ด้านความคิดเป็นกลุ่มลัทธิทุนนิยมกับลัทธิสังคมนิยมอย่างชัดเจน
ด้านการเมือง
ทำให้ชนชั้นกลางมีบทบาททางการเมือง ส่วนชนชั้นกรรมกรก็เข้า
มามีบทบาททางการเมืองเพราะมีจำนวนกรรมกรเพิ่มมาขึ้น ได้รวมพลัง
กันเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและสิทธิที่พึ่งจะได้รับการจัดตั้ง
สหภาพแรงงาน (Trade Union) เริ่มในประเทศอังกฤษเป็นแห่งแรก
ในระยะสหภาพแรง งานเหล่านี้ได้รับการต่อต้านและขัดขวางจากรัฐบาล
โดยระบุว่าเป็นเหมืองอาชญากร แต่ในระยะต่อมาได้รับการรับรองจาก
รัฐบาล สหภาพแรงงานใช้วิธีการนัดหยุดงานเป็นอาวุธสำหรับการต่อ
รองกับนายจ้างการเกิดสหภาพแรงงานทำให้ฐานะของกรรมกรปรับปรุง
ดีขึ้น มีการขยายสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทำให้กรรมกรค่อยๆเข้ามามี
บทบาททางการเมือง
บรรณานุกรม
ชาติชาย พณานานนท์. (2553). ประวัติศาสตร์สากล ชั้นมัธยมศึกษาตอน
ปลายปีที่ 4-6. กรุงเทพฯ : บริษัท สานักพิมพ์แม็ค จากัด. ไพฑูรย์ มีกุศล และ
คณะ. (มปป.). คู่มือการสอนประวัติศาสตร์ ม.4-6 เล่ม 2. กรุงเทพฯ : บริษัท
ไทยวัฒนาพานิช จากัด. วงดือน นาราสัจน์และชมพูนุช นาคีรักษ์. (2554).
ประวัติศาสตร์สากล : พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ. กรุงเทพฯ
: สานักพิมพ์ บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จากัด.
สัญชัย สุวังบุตรและคณะ. (2553). ประวัติศาสตร์สากล ม. 4-6. กรุงเทพฯ :
บริษัท อักษรเจริญทัศน์ (อจท.) จากัด. บล็อกสปอร์ตดอทคอม. (2555 ). กา
รสารวจทางทะเล. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2558
จากเว็บไซด์ http://history5-7.blogspot.com/.
เมทริกเวิร์ดเพลสดอทคอม. (2555 ). การปฏิวัติวิทยาศาสตร์. สืบค้นเมื่อวันที่
30 สิงหาคม 2558
http://metricsyst.wordpress.com/2013/02/24/.
เมทริกเวิร์ดเพลสดอทคอม. (2556). การปฏิวัติอุตสาหกรรม. สืบค้นเมื่อวันที่
30 สิงหาคม 2558 จากเว็บไซต์
http://metricsyst.wordpress.com/2013/02/24/
เมทริกเวิร์ดเพลสดอทคอม. (2556 ). การสารวจทางทะเล. สืบค้นเมื่อวันที่ 30
สิงหาคม 2558 จากเว็บไซต์
http://metricsyst.wordpress.com/2013/02/22/.