The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มรณสติกถา
ที่ระลึกงานคุณแม่จันทร์เพ็ญ จันทรางศุ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thammasapa.web, 2022-12-22 04:17:15

มรณาสติกถา

มรณสติกถา
ที่ระลึกงานคุณแม่จันทร์เพ็ญ จันทรางศุ

46 ม ร ณ ส ติ ก ถ า

กาลย่อมลว่ งไป ราตรีย่อมผา่ นไป ขนั� แหง่ วยั ยอ่ มละลาํ ดบั
ไป บคุ คลมาพิจารณาเห็นภยั ในมรณะนี� มงุ่ ตอ่ สนั ติ ควรละโลกามิส
เสีย

(๘๐.๒๓/๑๒๔ หรอื ๔๕.๑๕/๙๑ นนั ทสตู ร)

ถ้าบุคคลจะพึงเศรา้ โศกถึงความตายอันจะไม่เกิดมีแก่สัตว์
ผูเ้ ศรา้ โศกนั�น ก็ควรจะเศรา้ โศกถึงคนซ�ึงจะตอ้ งตกไปสู่อาํ นาจของ
มจั จรุ าชทกุ เม�ือ

สตั วท์ �ียืน น�งั นอน หรอื เดินอยู่ อายสุ งั ขารหาไดเ้ ป็นไปตาม
ดว้ ยไม่ วยั ย่อมเส�ือมไปทกุ ขณะท�ีหลบั ตาและลมื ตา

เพราะวยั เส�ือมไปอยา่ งนนั� แล อตั ภาพย่อมบกพรอ่ งหนทางท�ี
คนเดนิ เม�อื ตอ้ งมคี วามพลดั พรากจากกนั โดยไมต่ อ้ งสงสยั หม่สู ตั ว์
ท�ียงั เหลอื อยู่ ความีเมตตาเอน็ ดกู นั สว่ นท�ีตายไปแลว้ ไมค่ วรจะตอ้ ง
เศรา้ โศกถงึ

(๘๐.๔๒/๒๐๐-๒๐๑ หรอื ๔๕.๑๒๗/๑๔๓ อนนโุ สจิยชาดก)

อายขุ องพวกมนษุ ยน์ อ้ ย บรุ ุษผูใ้ ครค่ วามดี พึงดหู ม�ินอายุ
ท�ีนอ้ ยนี� พงึ รบี ประพฤติใหเ้ หมือนคนถกู ไฟไหมศ้ ีรษะ ฉะนนั� เพราะ
ภาวะความตายจะไม่มาถงึ มิไดม้ ี

วนั คืนยอ่ มล่วงเลยไป ชวี ิตกก็ ระชนั� เขา้ ไปส่คู วามตาย อายุ
ของสตั วท์ งั� หลายย่อมสนิ� ไป เหมือนนา�ํ ในแมน่ าํ� นอ้ ยย่อมสนิ� ไปฉะนนั�

(๘๐.๔๖/๗๐ หรอื ๔๕.๒๙/๔๕ คหุ ฏั ฐกสตุ ตนิเทส)


พระอาจารยด์ ษุ ฎี เมธงั กโุ ร 47

คนพาลย่อมคิดผิดว่า เราจกั อยู่ในท�ีนีต� ลอดฤดฝู น จักอยู่
ในท�ีนีต� ลอดฤดหู นาว และฤดรู อ้ น ดงั นี� ยอ่ มไม่รูอ้ นั ตราย มจั จยุ อ่ ม
พาเอาคนผมู้ วั เมาในบตุ รและปศสุ ตั ว์ มีมนสั ขอ้ งตดิ ในอารมณต์ า่ งๆ
เหมือนหว้ งนาํ� ใหญ่พาเอาชาวบา้ นผหู้ ลบั ไป ฉะนนั�

เม�อื บคุ คลถกู มจั จผุ ทู้ าํ ซง�ึ ท�สี ดุ ครอบงาํ แลว้ บตุ รทงั� หลายย่อม
ไม่มีเพ�ือความตา้ นทาน บิดาย่อมไม่มีเพ�ือความตา้ นทาน ถงึ พวก
พอ้ งทงั� หลายกย็ อ่ มไม่มเี พ�ือความตา้ นทาน ความเป็นผตู้ า้ นทานไมม่ ี
ในพวกญาติทงั� หลาย บณั ฑิตทราบประโยชนน์ ีแ� ลว้ พึงเป็นผสู้ าํ รวม
แลว้ ดว้ ยศลี พึงรบี ชาํ ระทางเป็นท�ีไปสนู่ ิพพานพลนั ทีเดยี ว

(๘๐.๓๘/๖๙ หรอื ๔๕.๒๕/๔๔ คาถาธรรมบท)

ทงั� เด็ก ทงั� ผใู้ หญ่ ทงั� พาล ทงั� บณั ฑิต ทงั� คนม�งั มี ทงั� คน
ยากจน ลว้ นบา่ ยหนา้ ไปหามฤตยทู งั� นนั� ผลไมท้ �ีสกุ แลว้ ก็พลนั แตจ่ ะ
หลน่ ลงเป็นแน่ ฉนั ใด สตั วท์ งั� หลายเกดิ มาแลว้ กพ็ ลนั จะตายเป็นแน่
ฉนั นนั�

(๘๐.๔๓/๔๕๙ หรอื ๔๕.๒๗/๓๐๒ ทสรถชาดก)

คนเหลา่ ใด ทงั� เดก็ ทงั� ผใู้ หญ่ ทงั� พาล ทงั� บณั ฑติ ทงั� ม�งั มี
ทงั� ขดั สน ลว้ นมีความตายเป็นเบือ� งหนา้ ภาชนะดินท�ีนายช่างหมอ้
กระทาํ แลว้ ทงั� เลก็ ทงั� ใหญ่ ทงั� สกุ ทงั� ดิบ ทกุ ชนิด มคี วามแตกเป็น
ท�ีสดุ ฉันใด ชีวิตของสตั วท์ งั� หลายกฉ็ นั นนั�

(๘๐.๑๕/๑๖๖ หรอื ๔๕.๑๐/๑๑๙ มหาปรนิ ิพพานสตู ร)


48 ม ร ณ ส ติ ก ถ า

สตั วท์ งั� ปวง จกั ตอ้ งทอดทิง� รา่ งกายไวใ้ นโลก แตพ่ ระตถาคต
ผเู้ ป็นศาสดาเช่นนนั� หาบุคคลจะเปรยี บเทียบมิไดใ้ นโลก เป็นพระ
สมั พทุ ธเจา้ ทรงมีพระกาํ ลงั ยงั เสดจ็ ปรนิ ิพพาน

(๘๐.๑๕/๒๐๘ หรอื ๔๕.๑๐/๑๔๙ มหาปรนิ ิพพานสตู ร)

นายโคบาลย่อมตอ้ นฝูงโคไปสู่ท�ีหากินดว้ ยท่อนไม้ ฉันใด
ความแก่และความตาย ยอ่ มตอ้ นอายขุ องสตั วท์ งั� หลายไป ฉนั นนั�

(๘๐.๓๘/๔๒-๔๓ หรอื ๔๕.๒๕/๒๘ คาถาธรรมบท)

บรุ ุษต�ืนแลว้ ย่อมไม่เห็นส�ิงท�ีมาประจวบดว้ ยความฝัน แม้
ฉนั ใด ใคร ๆ ก็ไมเ่ ห็นชนท�ีรกั ซง�ึ ตายจากไปแลว้ แมฉ้ นั นนั�

(๘๐.๔๖/๒๐๔-๒๐๕ หรอื ๔๕.๒๙/๑๓๓ ชราสตุ ตนิเทส)

ชีวิตนีน� ้อยหนอ มนุษย์ย่อมตายภายในรอ้ ยปี แมห้ ากว่า
มนษุ ยใ์ ดยอ่ มเป็นอยเู่ กินไป มนษุ ยน์ นั� ยอ่ มตายเพราะชราโดยแทแ้ ล

(๘๐.๔๖/๑๙๐ หรอื ๔๕.๒๙/๑๒๓ ชราสตุ ตนิเทส)

สัตวท์ �ีเกิดมามีภยั โดยความตายเป็นนิจ เหมือนผลไมท้ �ีสุก
แลว้ มภี ยั โดยการหลน่ ในเวลาเชา้ ฉะนนั�

ภาชนะดินท�ีนายช่างทาํ แลว้ ทุกชนิด มีความแตกเป็นท�ีสดุ
แมฉ้ นั ใด ชีวิตของสตั วท์ งั� หลายก็เป็นฉนั นนั�

มนษุ ยท์ ั�งเด็ก ผใู้ หญ่ โง่ และฉลาด ทั�งหมด ย่อมไปสู่


พระอาจารยด์ ษุ ฎี เมธงั กโุ ร 49

อาํ นาจมจั จุ มีมจั จสุ กดั อยขู่ า้ งหนา้ เม�ือมนษุ ยเ์ หลา่ นนั� ถกู มจั จสุ กดั
ขา้ งหน้าแลว้ ถกู มัจจุครอบงาํ บิดาก็ตา้ นทานไวไ้ ม่ได้ หรือพวก
ญาตกิ ็ตา้ นทานพวกญาตไิ วไ้ ม่ได้

เม�ือพวกญาติกาํ ลงั แลดูอย่นู �ันแหละ กาํ ลงั ราํ พนั อย่เู ป็นอนั
มากวา่ ท่านจงดตู นคนเดียวเทา่ นนั� แห่งสตั วท์ งั� หลาย อนั มรณะนาํ
ไปได้ เหมอื นโคถกู นาํ ไปฆ่า ฉะนนั� สตั วโ์ ลกย่อมเป็นผอู้ นั มจั จแุ ละ
ชราครอบงาํ อยอู่ ยา่ งนี�

(๘๐.๔๖/๑๙๕-๑๙๖ หรอื ๔๕.๒๙/๑๒๖-๑๒๗ ชราสตุ ตนิเทส)

สตั วท์ �ีเกิดมาแลว้ ในโลกนีย� ่อมตายไปทั�งนั�น เพราะสตั วท์ ั�ง
หลายมีอย่างนีเ� ป็นธรรมดา ชีวิตอนั ใดเป็นประโยชนแ์ ก่บรุ ุษเหลา่ อ�นื
ชีวติ นนั� ยอ่ มไมเ่ ป็นประโยชนแ์ กผ่ ทู้ �ีตายไปแลว้

อนั การรอ้ งไหถ้ งึ ผทู้ �ีตายไปแลว้ ยอ่ มไมท่ าํ ใหเ้ กิดผล ไม่ทาํ
ใหเ้ กิดความสรรเสรญิ สมณะและพราหมณไ์ มส่ รรเสรญิ เลย

การร้องไห้ย่อมเบียดเบียนจักษุและร่างกาย ทาํ ให้เสื�อม
วรรณะ กาํ ลงั และความคิด ชนทงั� หลายผเู้ ป็นขา้ ศกึ ย่อมมีจิตยินดี
สว่ นชนผเู้ ป็นมติ ร กพ็ ลอยเป็นทกุ ขไ์ ปดว้ ย

(๘๐.๔๑/๕๐๑ หรอื ๔๕.๒๖/๓๔๔ มหากปั ปินเถรคาถา)

โลกถกู มจั จรุ าช เผาสมุ และถกู ชรารุมลอ้ ม ไมม่ ีส�ิงใดตา้ น
ทานได้ ยอ่ มเดอื ดรอ้ นอย่เู ป็นนิตย์ เหมือนคนกระทาํ ความผิดไดร้ บั
อาชญาเดอื ดรอ้ นอยู่ ฉะนนั�


50 ม ร ณ ส ติ ก ถ า

ชรา พยาธิ และมรณะ ทงั� ๓ เป็นดจุ กองไฟตามไหมห้ มู่
สตั ว์ โลกนี� สตั วโ์ ลกเหล่านนั� ไม่มีกาํ ลงั ตอ่ ตา้ น ไม่มีกาํ ลงั จะหนีไปได้
ควรทาํ วนั และคืนไม่ใหไ้ รป้ ระโยชนด์ ว้ ยมนสิการ นอ้ ยบา้ งมากบา้ ง
เพราะวนั คืนลว่ งไป ๆ เท่าใด ชวี ติ ของสตั วก์ ็ลว่ งไปเท่านนั� เวลาตาย
ก็รุกรนั เขา้ ไปใกลบ้ ุคคลทกุ อิรยิ าบถ คือ เดิน ยืน น�งั หรอื นอน
เพราะฉะนนั� ทา่ นไม่ควรประมาทเวลา

(๘๐.๔๑/๔๗๘-๔๗๙ หรอื ๔๕.๒๖/๓๒๙-๓๓๐ สิริมณั ฑเถรคาถา)

ความตายนีม� ีแนน่ อนในสองคราว คือ ในเวลาแก่ หรอื ใน
เวลาหน่มุ ท�ีจะไม่ตายเลย ย่อมไม่มี เพราะฉะนนั� ทา่ นทงั� หลายจง
บาํ เพ็ญแต่สัมมาปฏิบัติเถิด ขอจงอย่าไดป้ ฏิบัติผิดพินาศเสียเลย
ขณะอย่าไดล้ ่วงเลยท่านทัง� หลายไปเสีย เพราะผูม้ ีขณะอนั ล่วงเลย
ไปเสียแลว้ ตอ้ งพากนั ไปเศรา้ โศก ยดั เยียดอย่ใู นนรก

(๘๐.๔๑/๕๘๙-๕๙๐ หรอื ๔๕.๒๖/๔๐๑-๔๐๒ สารปี ตุ ตเถรคาถา)

ถึงท่านจะติความแก่อันเลวทราม ถึงท่านจะติความแก่อนั
ทาํ ใหผ้ ิวพรรณทรามไป รูปอนั น่าพึงใจก็คงถูกความแก่ย�าํ ยีอยู่น�ัน
เอง

แมผ้ ูใ้ ดพึงมีชีวิตอยู่ไดร้ อ้ ยปี (ผู้นัน� ก็ไม่พน้ ความตายไปได)้
สตั วท์ งั� ปวงมีความตายเป็นเบอื� งหนา้ ความตายย่อมไมล่ ะเวน้ อะไรๆ
ยอ่ มย�าํ ยีทงั� หมดทีเดียว

(๘๐.๒๙/๓๖๕ หรอื ๔๕.๑๙/๒๗๑-๒๗๒ ชราสตู ร)


พระอาจารยด์ ษุ ฎี เมธงั กโุ ร 51

ชีวิตนีน� อ้ ยนกั สตั วย์ อ่ มตายแมภ้ ายใน ๑๐๐ ปี ถา้ แมส้ ตั ว์
เป็นอย่เู กิน (๑๐๐ ปี) ไปไซร้ สตั วน์ นั� ก็ย่อมตาย แมเ้ พราะชรา
โดยแทแ้ ล

ชนทงั� หลาย ย่อมเศรา้ โศก เพราะส�ิงท�ีตนยึดถอื วา่ เป็นของ
เรา สง�ิ ทเ�ี คยหวงแหนเป็นของเทย�ี งไมม่ ีเลย บคุ คลเหน็ วา่ สงิ� นมี� คี วาม
เป็นไปต่าง ๆ มีอยู่ ดงั นีแ� ลว้ ไมพ่ งึ อยคู่ รองเรอื น บรุ ุษย่อมสาํ คญั
ส�ิงใดว่า ส�ิงนีเ� ป็นของเรา จาํ ตอ้ งละสิ�งนนั� ไป แมเ้ พราะความตาย
บณั ฑติ ผนู้ บั ถือพระพทุ ธเจา้ ว่าเป็นของเรา ทราบขอ้ นีแ� ลว้ ไม่พงึ นอ้ ม
ไปในความเป็นผถู้ ือวา่ ส�ิงนนั� ๆ เป็นของเรา

บคุ คลผูต้ �ืนแลว้ ย่อมไม่เห็นอารมณอ์ นั ประกอบดว้ ยความ
ฝัน แมฉ้ นั ใด บคุ คลย่อมเห็นบคุ คลผทู้ �ีตนรกั ทาํ กาละลว่ งไปแลว้
แมฉ้ นั นนั�

บคุ คลยอ่ มกลา่ วขวญั กนั ถงึ ขอ้ นี� ของคนทงั� หลายผอู้ นั ตนได้
เห็นแลว้ บา้ ง ไดฟ้ ังแลว้ บา้ ง ช�ือเทา่ นนั� ท�ีควรกลา่ วขวญั ถงึ ของบคุ คล
ผลู้ ่วงลบั ไปแลว้ จกั ยงั คงเหลืออยู่

ชนทงั� หลายผยู้ ินดีแลว้ ในส�ิงท�ีตนถือว่าเป็นของเรา ยอ่ มละ
ความโศก ความร�าํ ไร และความตระหน�ีไม่ได้

เพราะเหตนุ นั� มนุ ีทงั� หลาย ผเู้ ห็นนิพพานเป็นแดนเกษม ละ
อารมณท์ �ีเคยหวงแหนได้ เท�ียวไปแลว้ บณั ฑิตทั�งหลายกล่าวการ
ไม่แสดงตนในภพอนั ตา่ งดว้ ยนรก เป็นตน้ ของภิกษุผปู้ ระพฤตหิ ลีก
เรน้ อยู่ ผเู้ สพท�ีน�งั อนั สงดั กวา่ เป็นการสมควร

(๘๐.๓๙/๖๕๘-๖๖๐ หรอื ๔๕.๒๕/๔๓๘-๔๓๙ ชราสตู ร)


52 ม ร ณ ส ติ ก ถ า

ชีวติ นีถ� กู ชรานาํ เขา้ ไป เป็นของนอ้ ย ดจุ นาํ� ในโคลน ฉะนนั�
เม�ือชีวติ เป็นของนอ้ ยเหลอื เกินอยา่ งนี� เวลานีไ� มใ่ ช่เวลาท�ีจะประมาท
เลย เราเขา้ ใจว่าชีวิตนีถ� ูกชราเขา้ ไปเป็นของนอ้ ย ดุจนาํ� ในโคลน
ฉะนนั�

เม�ือชีวิตเป็นของนอ้ ยเหลือเกินอย่างนี� แต่พวกคนพาลย่อม
พากันประมาท คนพาลเหล่านั�นอันเคร�ืองผูกคือตัณหาผูกไว้แลว้
ย่อมยงั นรก กาํ เนิดสตั วเ์ ดรจั ฉาน เปรตวสิ ยั และอสรุ กายใหเ้ จรญิ

(๘๐.๔๓/๘๑๓ หรือ ๔๕.๒๗/๕๐๙-๕๑๐ จุลลสตุ โสมชาดก)

วันคืนย่อมผ่านพ้นไป ชีวิตย่อมรุกรน้ ไป อายุของสัตวท์ ั�ง
หลายยอ่ มสิน� เปลอื งไป ดจุ นาํ� แห่งแม่นาํ� นอ้ ย ฉะนนั�

(๘๐.๒๓/๒๑๖ หรอื ๔๕.๑๕/๑๕๔ ทตุ ิยาอายสุ ตู ร)

นรชนผู้ประกอบดว้ ยกาํ ลังกายหรือกาํ ลงั ทหารก็ตาม จะสู้
รบกบั ชราและมรณะแลว้ ไมแ่ ก่ ไมต่ าย ไม่มเี ลย เพราะว่าชีวติ ของ
สตั วน์ ีท� งั� มวล ถกู ความเกดิ และความแก่เบยี ดเบยี น

(๘๐.๔๓/๖๘๓ หรอื ๔๕.๒๗/๔๓๔ อโยฆรชาดก)

ชีวติ ของสตั วท์ งั� หลาย ถกู ชรานาํ เขา้ ไปสคู่ วามตาย อายขุ อง
สัตวท์ ั�งหลายเป็นของนอ้ ย เม�ือนรชนถูกชรานาํ เข้าไปสู่ความตาย
ย่อมไม่มผี ตู้ า้ นทาน

(๘๐.๔๓/๖๐๗ หรอื ๔๕.๒๗/๓๙๐ จิตตสมั ภูตชาดก)


พระอาจารยด์ ษุ ฎี เมธงั กโุ ร 53

ชีวิตของสตั วท์ งั� หลายในโลกนี� ไมม่ ีเคร�อื งหมาย ใคร ๆ รู้
ไมไ่ ด้ ทงั� ลาํ บาก ทงั� นอ้ ย และประกอบดว้ ยทกุ ข์ สตั วท์ งั� หลายผเู้ กิด
แลว้ จะไม่ตายดว้ ยความพยายามอนั ใด ความพยายามอนั นนั� ไมม่ ี
เลย แมอ้ ยู่ไดถ้ ึงชราก็ตอ้ งตาย เพราะสัตวท์ ั�งหลายมีอย่างนีเ� ป็น
ธรรมดา

ผลไมส้ กุ งอมแลว้ ช�ือวา่ ย่อมมภี ยั เพราะจะตอ้ งรว่ งหลน่ ลง
ไปในเวลาเชา้ ฉันใด สตั วท์ งั� หลายผเู้ กิดแลว้ ช�ือวา่ ย่อมมภี ยั เพราะ
จะตอ้ งตายเป็นนิตย์ ฉันนนั�

ภาชนะดินท�ีนายชา่ งทาํ แลว้ ทกุ ชนิด มีความแตกเป็นท�ีสดุ แม้
ฉนั ใด ชวี ติ ของสตั วท์ งั� หลาย ก็ฉนั นนั� ทงั� เด็ก ทงั� ผใู้ หญ่ ทงั� คนเขลา
ทั�งคนฉลาด ลว้ นไปสู่อาํ นาจของมฤตยู มีมฤตยูเป็นท�ีไปในเบือ� ง
หนา้ ดว้ ยกนั ทงั� หมด

เม�ือสตั วเ์ หลา่ นนั� ถกู มฤตยคู รอบงาํ แลว้ ตอ้ งไปปรโลก บิดา
จะป้องกนั บตุ รไวก้ ็ไมไ่ ด้ หรอื พวกญาติจะป้องกนั พวกญาตไิ วก้ ็ไม่ได้
ท่านจงเหน็ เหมือนหมญู่ าติของสตั วท์ งั� หลาย ผจู้ ะตอ้ งตายกาํ ลงั แลดู
ราํ พนั อยู่โดยประการต่าง ๆ สตั วผ์ ู้จะตอ้ งตายผูเ้ ดียวเท่านั�น ถูก
มฤตยนู าํ ไป เหมอื นโคท�ีบคุ คลจะพงึ ฆา่ ถกู นาํ ไปตวั เดยี ว

ความตายและความแก่กาํ จดั สตั วโ์ ลกอย่อู ย่างนี� เพราะเหตุ
นนั� นกั ปราชญท์ งั� หลายทราบชดั สภาพของโลกแลว้ ยอ่ มไมเ่ ศรา้ โศก

ท่านย่อมไม่รูท้ างของผมู้ าหรอื ผไู้ ป ไม่เห็นท�ีสดุ ทงั� สองอย่าง
ถึงจะครา�ํ ครวญไปก็ไรป้ ระโยชน์ ถา้ ผูค้ ร�าํ ครวญหลงเบียดเบียนตน
อยู่ จะยงั ประโยชนอ์ ะไร ๆ ใหเ้ กิดขนึ� ไดไ้ ซร้ บณั ฑิตผเู้ หน็ แจง้ กพ็ งึ


54 ม ร ณ ส ติ ก ถ า

กระทาํ ความครา�ํ ครวญนนั�
บคุ คลจะถงึ ความสงบใจได้ เพราะการรอ้ งไห้ เพราะความ

เศรา้ โศกกห็ าไม่ ทกุ ขย์ ่อมเกิดแกผ่ นู้ นั� ย�ิงขนึ� และสรรี ะของผนู้ นั� กจ็ ะ
ซบู ซีด บุคคลผู้เบียดเบียนตนเอง ย่อมเป็นผู้ซูบผอม มีผิวพรรณ
เศรา้ หมอง สตั วท์ งั� หลายผลู้ ะไปแลว้ ย่อมรกั ษาตนไม่ไดด้ ว้ ยความ
ราํ พนั นนั� การราํ พนั ไรป้ ระโยชน์ คนผทู้ อดถอนถงึ บุคคลผูท้ าํ กาละ
แลว้ ยงั ละความเศรา้ โศกไม่ได้ ตกอย่ใู นอาํ นาจแห่งความเศรา้ โศก
ย่อมถงึ ทกุ ขย์ �ิงขนึ�

ทา่ นจงเห็นคนแมเ้ หลา่ อน�ื ผเู้ ตรยี มจะดาํ เนนิ ไปตามยถากรรม
(และ) สตั วท์ งั� หลายในโลกนี� ผมู้ าถงึ อาํ นาจแห่งมจั จแุ ลว้ กาํ ลงั พา
กนั ดนิ� รนอย่ทู เี ดยี ว กส็ ตั วท์ งั� หลายยอ่ มสาํ คญั ดว้ ยอาการใด ๆ อาการ
นนั� ๆ ยอ่ มแปลเป็นอย่างอ�นื ไปในภายหลงั ความพลดั พรากจากกนั
เช่นนี� ยอ่ มมไี ด้

ท่านจงดสู ภาพแห่งโลกนีเ� ถิด มาณพแมจ้ ะพึงเป็นอย่รู อ้ ยปี
หรอื ย�ิงกวา่ นนั� ก็ตอ้ งพลดั พรากจากหม่ญู าติ ตอ้ งละทิง� ชีวติ ในโลกนี�
เพราะเหตนุ นั� บคุ คลฟังธรรมเทศนาของพระอรหันตแ์ ลว้ เหน็ คนผู้
ลว่ งลบั ทาํ กาละแลว้ กาํ หนดอยวู่ า่ บคุ คลผลู้ ว่ งลบั ทาํ กาละแลว้ นนั�
เราไม่พึงไดว้ ่า จงเป็นอยู่อีกเถิด ดงั นี� พึงกาํ จัดความราํ พันเสีย
บคุ คลพงึ ดบั ไฟท�ีไหมล้ กุ ลามไปดว้ ยนา�ํ ฉนั ใด นรชนผเู้ ป็นนกั ปราชญ์
มีปัญญาเฉลียวฉลาด พึงกาํ จดั ความเศรา้ โศกท�ีเกิดขึน� เสียโดยฉบั
พลนั เหมือนลมพดั น่นุ ฉะนนั�


พระอาจารยด์ ษุ ฎี เมธงั กโุ ร 55

คนผูแ้ สวงหาความสขุ เพ�ือตน พึงกาํ จัดความราํ พนั ความ
ทะยานอยากและความโทมนสั ของตน พงึ ถอนลกู ศร คอื กิเลสของ
ตนเสีย เป็นผมู้ ีลกู ศร คือ กิเลสอนั ถอนขนึ� แลว้ อนั ตณั หาและทิฏฐิ
ไม่อาศยั แลว้ ถงึ ความสงบใจ กา้ วลว่ งความเศรา้ โศกไดท้ งั� หมด เป็น
ผไู้ มม่ ีความเศรา้ โศก เยือกเย็น ฉะนีแ� ล

(๘๐.๓๙/๕๙๙-๖๐๒ หรอื ๔๕.๒๕/๔๐๐-๔๐๒ สลั ลสตู ร)

ภเู ขาใหญแ่ ลว้ ดว้ ยศิลา จดทอ้ งฟ้า กลิง� บดสตั วม์ าโดยรอบ
ทงั� ๔ ทิศ แมฉ้ นั ใด ชราและมจั จกุ ็ฉันนนั� ยอ่ มครอบงาํ สตั วท์ งั� หลาย
คือ พวกกษัตรยิ ์ พวกพราหมณ์ พวกแพศย์ พวกศทู ร พวกจณั ฑาล
และคนเทมลู ฝอย ไม่เวน้ ใคร ๆ ไวเ้ ลย ย่อมย�าํ ยีเสียสิน� ณ ท�ีนนั�
ไม่มยี ทุ ธภมู ิสาํ หรบั พลชา้ ง พลมา้ ไม่มยี ทุ ธภมู สิ าํ หรบั พลรถ ไม่มี
ยทุ ธภมู ิสาํ หรบั พลราบ และไม่อาจจะเอาชนะ แมด้ ว้ ยการรบ ดว้ ย
มนต์ หรอื ดว้ ยทรพั ย์

เพราะฉะนั�น บุรุษผู้เป็นบัณฑิต มีปัญญา เม�ือเล็งเห็น
ประโยชน์ พงึ ตงั� ศรทั ธาไวใ้ นพระพทุ ธเจา้ ในพระธรรม และในพระ
สงฆ์ ผมู้ ปี รกตปิ ระพฤตธิ รรมดว้ ยกาย ดว้ ยวาจา หรอื ดว้ ยใจ บณั ฑติ
ทงั� หลายยอ่ มสรรเสรญิ ผนู้ นั� ในโลกนีน� �นั เทยี ว ผนู้ นั� ละโลกนีไ� ป ยอ่ ม
บนั เทิงในสวรรค์

(๘๐.๒๒/๒๐๑-๒๐๒ หรอื ๔๕.๑๕/๑๔๔ ปัพพโตสตู ร)


56 ม ร ณ ส ติ ก ถ า

สัตวโ์ ลกอันความตายครอบงาํ ไว้ อันความแก่ห้อมลอ้ มไว้
วนั คืนช�ือว่าส�ิงไม่เป็นประโยชนเ์ ป็นไป

ดา้ ยท�ีเขากาํ ลงั ทอ ชา่ งหกู ทอไปไดเ้ ท่าใด สว่ นท�ีจะตอ้ งทอ
ก็ยงั เหลือนอ้ ยอยเู่ ทา่ นนั� แมฉ้ นั ใด ชีวติ ของสตั วท์ งั� หลายก็ฉนั นนั�

แมน่ าํ� ท�ีเต็มฝ�ัง ย่อมไม่ไหลไปสทู่ �ีสงู ฉนั ใด อายขุ องมนษุ ย์
ทงั� หลาย ย่อมไมก่ ลบั มาสคู่ วามเป็นเด็กอกี ฉนั นนั�

แม่นาํ� ท�ีเต็มฝ�ัง ย่อมพดั พาเอาตน้ ไมท้ �ีเกิดอยรู่ มิ ฝ�ังใหห้ กั โคน่
ไป ฉนั ใด สตั วท์ งั� ปวงยอ่ มถกู ชราและมรณะพดั พาไป ฉนั นนั�

(๘๐.๔๔/๒๒๘ หรอื ๔๕.๒๘/๑๓๙ เตมยิ ชาดก)

นักปราชญท์ ั�งหลายกล่าวชีวิตนัน� วา่ เป็นของนอ้ ยนัก เรา
เห็นหมู่สตั วน์ ี� ผเู้ ป็นไปในอาํ นาจความอยากในภพทัง� หลาย กาํ ลงั
ดนิ� รนอย่ใู นโลก

นรชนทั�งหลายผู้เลวทราม ย่อมบ่นเพอ้ อยู่ในปากมัจจุราช
นรชนเหลา่ นนั� ยงั ไมป่ ราศจากความอยากในภพและมใิ ช่ภพทงั� หลาย
เลย

(๘๐.๓๙/๖๕๐ หรอื ๔๕.๒๕/๔๓๓ คหุ ฏั ฐกสตู ร)

พระพทุ ธเจา้ ผเู้ ป็นเผา่ พนั ธแุ์ ห่งพระอาทิตย์ ทรงแสดงแลว้ วา่
รูปอปุ มาดว้ ยกล่มุ ฟองนาํ� เวทนาอปุ มาดว้ ยฟองนา�ํ สญั ญาอปุ มา
ดว้ ยพยบั แดด สงั ขารอปุ มาดว้ ยตน้ กลว้ ย และวิญญาณอปุ มาดว้ ย
กล ภิกษุย่อมเพ่งพิจารณาเห็นเบญจขันธ์นั�นโดยแยบคาย ด้วย


พระอาจารยด์ ษุ ฎี เมธงั กโุ ร 57

ประการใด ๆ เบญจขนั ธย์ ่อมปรากฏเป็นของวา่ ง เป็นของเปลา่ ดว้ ย
ประการนนั� ๆ

กก็ ารละธรรม ๓ อยา่ ง (ราคะ โทสะ โมหะ) อนั พระพทุ ธ
เจา้ ผมู้ ีปัญญาดงั แผ่นดนิ ปรารภกายนี� ทรงแสดงแลว้ ทา่ นทงั� หลาย
จงดรู ูปอนั บคุ คลทิง� แลว้ อายุ ไออุ่น และวิญญาณย่อมละกายนี�
เม�ือใด เม�ือนนั� กายนีอ� นั เขาทอดทิง� แลว้ ยอ่ มเป็นเหย�ือแหง่ สตั วอ์ �ืน
หาเจตนามิได้ นอนทบั ถมแผ่นดนิ นีเ� ป็นความสบื ตอ่ เช่นนี� เป็นกล
สาํ หรบั หลอกลวงคนโง่

เบญจขนั ธเ์ พียงดงั ว่าเพชฌฆาตผหู้ น�ึง เราบอกแลว้ สาระ
ย่อมไม่มีในเบญจขนั ธ์ ภิกษุผูม้ ีความเพียรอนั ปรารภแลว้ มีสมั ป-
ชัญญะ มีสติ พึงพิจารณาขนั ธท์ งั� หลายอย่างนี� ทัง� กลางวนั ทั�ง
กลางคืน ภิกษุเม�ือปรารถนาบทอนั ไมจ่ ตุ ิ (นิพพาน) พงึ ละสงั โยชน์
ทงั� ปวง พงึ กระทาํ ท�ีพ�ึงแก่ตน พึงประพฤติดจุ บคุ คลผูม้ ศี ีรษะอนั ไฟ
ไหม้ ดงั นี�

(๘๐.๒๖/๒๑๒-๒๑๓ หรอื ๔๕.๑๗/๑๕๑-๑๕๒ เผณปิณฑสตู ร)

สงั ขารทงั� หลายไม่เท�ียงหนอ มีความเกิดขนึ� และเส�ือมไปเป็น
ธรรมดา เกิดขนึ� แลว้ ยอ่ มดบั ไป ความท�ีสงั ขารเหลา่ นนั� สงบระงบั
เป็นสขุ

(๘๐.๔๒/๓๙ หรือ ๔๕.๒๗/๓๐ มหาสทุ สั สนชาดก)


58 ม ร ณ ส ติ ก ถ า

หนทางชนะตาย

ลองอยากตาย ใจสบาย บอกไม่ถกู
ไมต่ อ้ งหนาว ถงึ กระดกู นะสหาย
มีแตค่ รนื� เครงใจ อยไู่ ม่วาย
ไม่เหน็ เป็น ภยั รา้ ย ในมรณา
ย�ิงสบาย ไปกวา่ นนั�
สมคั รตาย หาเหลือ เป็นเชือ� ผวา
ไมม่ ปี ัญ- หรอื จะตาย คลา้ ยกนั น�ี หวา่
การจะอยู่ หรอื เจบ็ ไข้ ไม่อาจรอ
ความชรา ย�ิงสบาย ไปกวา่ อีก
“ก”ู สลาย ไม่เหลือหรอ
ตายกอ่ นตาย ไม่อาจเกิด ประเสรฐิ พอ
เป็นการฉีก ไมม่ ีใคร ท�ีตายเอย ฯ
ทงั� “ของก”ู
ต่อนนั� หนอ

พุ ท ธ ท า ส ภิ ก ขุ


พระอาจารยด์ ษุ ฎี เมธงั กโุ ร 59

ดบั สงั ขาร

อนิจจา วต สงั ขารา
ส�ิงท�ีเหตุ ปรุงขนึ� มา ไม่เท�ียงหนอ !
อปุ าท วยธมมฺ โิ น พอ
เกดิ แลว้ ก็ แปรไป เป็นธรรมดา
นิรุชฺฌนฺติ
อปุ ปฺ ชฺชิตฺวา แลว้ กด็ บั ลบั ต่อหนา้
มนั เกิด ผลิ เวียนวฏั ฏ์ อย่อู ตั รา
เป็นเชน่ นี� วอนอย่างไร ไม่ฟังกนั
ใครจะวา่ วปู สโม สโุ ข แปล
คือสงบการ ปรุงแต่งน�นั
เตสํ ตวั ตนอะไร สกั ส�ิงอนั
วา่ สขุ แท้ หรอื ไม่นนั� ไมเ่ ป็นประมาณ ฯ
ไม่ปรุงแตง่
ชีวิต ดบั

พุ ท ธ ท า ส ภิ ก ขุ


60 ม ร ณ ส ติ ก ถ า

คาถาดบั สงั ขาร

ส�ิงปรุงแตง่ ทงั� หลาย ไมเ่ ท�ียงหนอ
มนั เกิดก่อ ตามหนา้ ท�ี มีสงั ขาร
แลว้ ก็ดบั เป็นธรรมดา ตามอาการ
ไม่อย่นู าน มนั เป็น เช่นนีแ� ล
นีห� นอ ก็เหมอื นกนั
สงั ขารกลมุ่ ลงในวนั นีเ� ป็นแน่
จะสิน� สดุ เกิดหรอื ตาย มไี ดแ้ ต่
ไมม่ ีใคร มนั จะดบั โดยธรรมดา
สงั ขารแท้ ๆ มเี พราะดบั แห่งสงั ขาร
เป็นนพิ พาน สิน� สงั สาร์
ความสงบ ดบั วนั นี� เป็นกิรยิ า
มนั ดบั เยน็ กลบั มา เกิดอกี แล ฯ
นามรูปนี�
ไมม่ ีเชือ�

พุ ท ธ ท า ส ภิ ก ขุ


พระอาจารยด์ ษุ ฎี เมธงั กโุ ร 61

อย่กู นั นิรนั ดร

“ทาํ กบั ฉนั อยา่ งกะฉนั นนั� ยงั อยู่
อยเู่ ป็นคู่ กนั ช�วั ฟา้ ดนิ สลาย
ทาํ กบั ฉนั อย่างกะฉนั นนั� ไม่ตาย
ทา่ นทงั� หลาย กอ็ ย่กู นั นริ นั ดร”
จงึ จะเป็น เชน่ นนั� เลา่
ทาํ ฉนั ใด เขา้ เคา้ พระองคส์ อน
คือทาํ ให้ ถงึ ใหไ้ ด้ ทกุ ขนั� ตอน
ส�ิงไมต่ าย กท็ ิง� มนั น�นั แลหนา
ส�ิงมว้ ยมรณ์ ใดใด ในโลกนี�
ยดึ ม�นั แหละทา่ นขา
ส�ิงปรุงแตง่ ไร้ “ตวั ก”ู ไม่จ่มู า
ไม่ยินดี อะไรกนั ท�ีมนั ตาย
จิตว่างไป
ไม่เห็นว่า

พุ ท ธ ท า ส ภิ ก ขุ


62 ม ร ณ ส ติ ก ถ า

ปรญิ ญาจากสวนโมกข์

ปรญิ ญา ตายก่อนตาย ใครไดร้ บั
เป็นอนั นบั วา่ จบสิน� การศกึ ษา
เป็นโลกตุ ตร์ หลดุ พน้ เหนือโลกา
หยดุ เวียนวา่ ย สิน� สงั สา- รวฏั ฏว์ น
แสนสงวน จากสวนโมกข์
ปรญิ ญา เยกโยก ไม่เหน็ หน
คนเขาวา่ ท�ีตรงไหน ใครสปั รดน
ไมเ่ ห็นดี ด่าป่ น กนั ทงั� เมือง
รบั เอามา ปริญญา “ตายก่อนตาย”
มองดู ไม่รูเ้ ร�อื ง
น�ีแหละหนา ใหเ้ ดน่ ดงั มลงั เมลือง
คนทงั� หลาย วา่ เราชวน ใหด้ ว่ นตาย ฯ
เขาอยากอยู่
เขาเลยเคือง

พุ ท ธ ท า ส ภิ ก ขุ


พระอาจารยด์ ษุ ฎี เมธงั กโุ ร 63

ปณิธานของธรรมสภาและสถาบันบันลือธรรม

ธรรมสภาก่อตั�งขนึ� เมอ�ื ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ มีปณิธานในการเผยแพรพ่ ระพทุ ธศาสนาของ
พระบรมศาสดา ตามเจตนารมณข์ องท่านเจา้ คณุ พระสธุ รรมเมธี (นายบรรลือ สขุ ธรรม ป.ธ.๘)
อดีตเจา้ คณะจังหวดั อตุ รดิตถ์ ผกู้ ่อสรา้ งธรรมสภา อนั เป็นธรรมสภาแหง่ แรกของประเทศไทย สมยั
จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรฐั มนตรี ไดร้ บั พระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจา้
ราํ ไพพรรณี พระบรมราชินีในรชั กาลท�ี ๗ ทรงปิดทองลกู นิมิตเอก ในวนั ท�ี ๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๒

สืบเนื�องตามกาลเวลา ในยุคก่อนปีพุทธศกั ราช ๒๕๓๐ หนงั สือธรรมะท�ีไดจ้ ดั พิมพ์
จาํ หน่ายในทอ้ งตลาด ส่วนมากมีเนือ� หาสาระและมีคณุ คา่ เป็นอย่างมาก แตไ่ ม่มีผูค้ นสนใจเท่า
ที�ควร เป็นเพราะรูปเล่มสว่ นใหญ่ ไม่มีความสวยงาม ไม่มีคณุ สมบตั ิพอท�ีจะดึงดดู ประชาชนให้
สนใจหนงั สือ ทาํ ใหใ้ นอดตี หนงั สอื ธรรมะไมไ่ ดร้ บั ความนิยมเป็นท�ีแพรห่ ลาย

ดว้ ยเหตผุ ลดงั กลา่ ว ธรรมสภาและสถาบนั บนั ลอื ธรรม ไดต้ งั� ปณิธานวา่ ภายใน ๑๐ ปี
จะตอ้ งเปลีย� นวฒั นธรรมการเผยแพรห่ นงั สอื ธรรมะ ใหม้ รี ูปแบบสวยงาม น่าจบั ตอ้ ง เป็นท�ีสนใจ
ของประชาชน และจะทาํ ใหห้ นงั สอื ธรรมะขนึ� ชน�ั โชวต์ ามรา้ นหนงั สอื ชนั� นาํ ติดอนั ดบั Best Seller
เหมือนหนงั สือชนิดอ�ืนท�ัว ๆ ไปที�วางจาํ หน่ายอยู่ จึงไดพ้ ฒั นารูปแบบปกและรูปเลม่ ใหม้ ีความ
น่าสนใจอย่างตอ่ เน�ือง เป็นระยะเวลาถึง ๑๐ ปี และตงั� แตป่ ีพทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ เป็นตน้ ไป ทาํ ให้
ประชาชนเปลี�ยนวฒั นธรรมการอ่านมาสนใจหนงั สือธรรมะเพ�ิมมากขึน� ธรรมสภามีความภูมิใจที�
ไดน้ าํ เสนอและพฒั นาการอา่ นหนงั สือธรรมะของประชาชน ดงั ท�ีท่านจะเห็นไดใ้ นปัจจบุ นั

ตั�งแต่ปี พทุ ธศักราช ๒๕๔๐ ทผี� ่านมา ธรรมสภาไดต้ งั� ปณิธานใหห้ นงั สือธรรมะเป็น
หนงั สือท�ีมีคณุ ภาพดีและราคาถูก เพื�อสนองความตอ้ งการของประชาชนใหม้ ากที�สดุ จะพฒั นา
หนงั สือและสื�อธรรมะใหป้ ระชาชนส่วนใหญ่ของประเทศพดู เป็นเสียงเดียวกนั วา่ “หนังสือธรรมะ
ทงั� สวย ทงั� ดี มคี ุณภาพ และราคาไม่แพง”

ในปี พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ เป็ นตน้ ไป เปา้ หมายของสาํ นกั พมิ พธ์ รรมสภาและสถาบนั
บนั ลือธรรม คือ การเผยแพรธ่ รรมะที�ส่งเสรมิ ใหป้ ระชาชน ลด ละ เลิก อบายมุข และสิ�งเสพติด
ทงั� หลาย เพื�อการดาํ เนินชีวติ ท�ีถกู ตอ้ งดงี ามและการนาํ มาซง�ึ ความสขุ ของมนษุ ยชาติ

ธรรมสภาไดต้ ง�ั ปณธิ านไวว้ า่ ในปี พุทธศักราช ๒๕๖๐ ประชาชนชาวไทย จกั มีอิสระ
ปราศจากความงมงาย ปราศจากสิ�งเหลวไหล และจะส่งเสรมิ ใหอ้ บายมุขหมดไปจากประเทศไทย
ซงึ� อาจจะเป็นไปไมไ่ ด้ แตข่ อใหล้ ดลง ๆ เรอ�ื ย ๆ รวมถึงการสนบั สนนุ ใหป้ ระชาชนมศี ลี มีธรรม มี
วฒั นธรรมของชาวพทุ ธ และมีความปีตใิ นการปฏิบตั ิธรรม เพ�อื ความสขุ ของชีวิตและเพื�อความสขุ
ของสงั คมโดยท�วั กนั

ดว้ ยความสุจริต หวงั ดี ธรรมสภาปรารถนาใหโ้ ลกพบกับความสงบสุข


64 ม ร ณ ส ติ ก ถ า
สถาบันบันลอื ธรรม เป็นองคก์ รเอกชนท�ีกอ่ ตงั� ขนึ� เพ�ือสืบทอดและเผยแพรพ่ ระพทุ ธศาสนาให้
ดาํ รงอย่มู �นั คง อนั เป็นการสานตอ่ เจตนารมณข์ อง หลวงพอ่ พุทธทาสภกิ ขุ แหง่ สวนโมกข
พลาราม สรุ าษฎรธ์ านี หลวงพ่อปัญญานันทภกิ ขุ องคป์ ระธานสถาบนั บนั ลือธรรม และ
ท่านเจ้าคุณพระสุธรรมเมธี ป.ธ. ๘ ประโยค (นายบรรลือ สขุ ธรรม) อดตี เจา้ คณะจงั หวดั
อตุ รดติ ถผ์ ใู้ หก้ าํ เนดิ ธรรมสภา สถาบนั บนั ลือธรรม และ ศนู ยห์ นงั สือพระพทุ ธศาสนา
กจิ กรรมของสถาบันบันลือธรรม
๑. โครงการ พบพระ พบธรรม พระเถระแสดงธรรม ณ ศนู ยห์ นงั สือพระพทุ ธศาสนา
ทกุ วนั เสาร์ ๑๕.๐๐-๑๗.๐๐ น. สอบถามองคบ์ รรยายธรรมท�ี ๐๘๖-๐๐๓๕๔๗๘
๒. โครงการ ศีลธรรมของยุวชนคือสันติภาพของโลก โครงการสาํ หรบั เด็กและ
เยาวชน จดั ท�ีสวนมทุ ติ าธรรมาราม
๓. โครงการ อยกู่ ันด้วยความรัก จดั กิจกรรมเพ�ือสาธารณกศุ ล ชว่ ยเหลือผปู้ ระสบ
ภยั พิบตั ิ และชว่ ยเหลือชมุ ชนในถ�ินทรุ กนั ดาร
๔. ธรรมสถาน “สวนมุทิตาธรรมาราม” อบรมการเรยี นรูช้ ีวิตตามธรรมใน ๑ วนั
ทกุ วนั พธุ ตน้ เดอื น ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. ตดิ ตอ่ รว่ มกิจกรรม โทร.๐๘๖-๐๐๓๕๔๗๘
๕. กองทนุ “คลังธรรมทาน” บรจิ าคหนงั สือเป็นสาธารณกศุ ล เพ�ือประโยชนแ์ ก่
สาธารณชน โดยแจง้ ความจาํ นงเป็นจดหมายขอรบั บรจิ าคไดท้ �ีธรรมสภา
๖. หอสมุดธรรมสมาธิ หอ้ งสมดุ ธรรมะและน�งั สมาธิภาวนา พรอ้ มกบั ฟังธรรมะใน
สวนใตร้ ่มเงาไมต้ ามธรรมชาติ สถานท�ีร�ืนรมย์ ติดกับพุทธมณฑล เปิดบริการ
ตงั� แตเ่ วลา ๐๙.๐๐-๑๕.๐๐ น. สอบถามขอ้ มลู โทร. ๐๒-๔๘๒-๑๑๙๖

การพิมพห์ นงั สือธรรมเป็นอนสุ รณ์ นอกจากเป็นการจดั ทาํ ส�ิงซง�ึ มปี ระโยชนท์ �ีคงอยยู่ ืนนานแลว้
ยงั เป็นการบาํ เพญ็ ธรรมทานท�ีพระพทุ ธเจา้ ตรสั วา่ เป็นทานอนั ยอดเย�ียมอีกดว้ ย ผูป้ ฏิบตั เิ ชน่ นี�
ช�ือวา่ ไดม้ ีสว่ นรว่ มในการเผยแพรธ่ รรมอนั จะอาํ นวยประโยชนท์ แ�ี ทจ้ รงิ แก่ประชาชน
ทา่ นท�ีประสงคจ์ ัดพิมพห์ นงั สือธรรมะท�ีดีมีคณุ ภาพ เพ�ือมอบเป็นท�ีระลึกในทุกโอกาสของงาน
ประเพณี อนั เป็นการใชจ้ ่ายเงนิ อยา่ งมีคณุ คา่ และเกิดประโยชนส์ งู สุด โปรดตดิ ตอ่ ท�ี ธรรมสภา
ศูนยห์ นังสือพระพทุ ธศาสนา ๑/๔-๕ ถ.บรมราชชนนี ๑๑๙ เขตทววี ฒั นา กรุงเทพมหานคร
๑๐๑๗๐ โทรศพั ท.์ (๐๒) ๔๔๑๑๕๘๘ โทรสาร. (๐๒) ๔๔๑๑๔๖๔ www.thammasapa.com


Click to View FlipBook Version