The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อธิบายการเข้าใจถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by khimzaato.225, 2021-10-11 07:13:43

ศาสนพิธี วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

อธิบายการเข้าใจถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

Keywords: Buddhism

ศาสนพิธี
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

ชื่อผู้แต่ง เขมรินทร์ แก้อุดร

1

คำนำ



หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วน
หนี่งของวิชานวัตกรรมเทคโนโลยีและการสื่อสารทางการ
ศึกษา (ED13301) เป็นการศึกษา หนังเล่มนี้มีเนื้อหา
เกี่ยวกับวิชาพระพุทธศาสนา นำมาจัดทำเป็น E-Book
เพื่อใช้ในการศึกษาหาความรู้เรื่องศาสนพิธี และวันสำคัญ
ทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้ทราบถึงวันสำคัญทาง
พระพุทธศาสนา โดยได้ศึกษาผ่านแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
อาทิเช่น แหล่งความรู้จากเว็บไซต์ต่างๆ ผู้จัดทำคาดหวัง
เป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำหนังสือเล่มนี้จะมีข้อมูลที่เป็น
ประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับวันสำคัญทาง
พระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี






ผู้จัดทำ
เขมรินทร์ แก้วอุดร

2

สารบัญ หน้ า
เรื่อง 1
คำนำ 2
สารบัญ 4
ศาสนาพิธี 6
วันมาฆบูชา 6
7
-ความหมายวันมาฆบูชา 8
- ความสำคัญวันมาฆบูชา 9
-ประวัติความเป็ นมาวันมาฆบูชา 11
-มูลเหตุ 12
-โอวาทปาฏิโมก
-สถานที่สำคัญเนื่ องด้วยวันมาฆบูชา 13
13
(พุทธสังเวชนียสถาน) 16
-วัด เวฬุวันมหาวิหาร 17
-วัด เวฬุวันหลังการปรินิพพาน
-จุด แสวงบุญและสภาพของวัดเวฬุวันในปัจจุบัน 19
-จุด ที่เกิดเหตุการณ์สำคัญในวันมาฆบูชา
20
(ลานจาตุรงคสันนิบาต) 20
-กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา 22
22

24
25
วันวิสาขบูชา 26
-ความสำคัญ วันวิสาขบูชา
-ประวัติความเป็ นมาของวันวิสาขบูชาในประเทศไทย
-สำหรับการปฏิบัติพิธีวิสาขบูชาในสมัยสุโขทัยนั้น
-วันวิสาขบูชาเป็ นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติ
- การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา
-หลักธรรมที่สำคัญในวันวิสาขบูชา

3

สารบัญ

วันอาสาฬหบูชา 27
-ประวัติ วันอาสาฬหบูชา 27
-สำหรับใจความสำคัญของการปฐมเทศนา 29
-อริยสัจ 4 31
-กิจกรรมวันอาสาฬหบูชา 32

วันอัฏฐมีบูชา 33
33
-ประวัติวันอัฏฐมีบูชา 34
35
-วันอัฏฐมีบูชา สะท้อนหลักธรรม 36
37
- การปฏิบัติตนในวันอัฏฐมีบูชา 38
40
วันเข้าพรรษา 41
42
-ประวัติวันเข้าพรรษา"เข้าพรรษา 44

-สำหรับข้อยกเว้นให้ภิกษุจำพรรษา 45
46
-ประเพณีหล่อเทียนเข้าพรรษา 47
48
-กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันเข้าพรรษา

-ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน

- พิธีการและขั้นตอนการถวายผ้าอาบน้ำฝน

วันออกพรรษา


-ประวัติวันออกพรรษา

-การทำบุญในวันออกพรรษา

-กิจกรรมที่ควรปฏิบัติในวันออกพรรษา

เอกสารอ้างอิง
ผู้จัด
ทำ

4

ศาสนพิธี
ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา




https://www.onab.go.th/

ศาสนพิธี หมายถึง ระเบียบแบบแผนหรือแบบอย่างที่ถือ
ปฎิบัติในศาสนา เมื่อนำมาใช้ในพระพุทธศาสนา จึง
หมายถึงระเบียบแบบแผนหรือแบบอย่างที่พึงปฎิบัติใน
พระพุทธศาสนา ศาสนพิธีต่างๆ ช่วยทำให้ความศรัทธา
ต่อ พระพุทธศาสนิกชนมีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเป็นสิ่ง
ตอกย้ำใจให้ระลึกถึงคุณของ พระรัตนตรัยได้อย่างดี
เยี่ยม จึงเป็นระเบียบแบบแผนอันดีงามที่ควรรักษาไว้คู่
กับพระพุทธศาสนาตลอดไป

ศาสนพิธี เป็นพิธีกรรมทางศาสนาซึ่งถือปฏิบัติเป็น
แบบอย่าง เป็นธรรมเนียมสืบต่อกันมา เพื่อความเป็น
ระเบียบเรียบร้อยสวยงามเป็นแบบเดียวกัน เหตุให้เกิด
ศาสนพิธีนี้คือความนิยมทำบุญของ พุทธศาสนิกชนซึ่งไม่
ว่าจะปรารภเหตุอะไรทำกัน ก็มักจะให้ตรงและครบตาม
หลักวิธีทำบุญในทางพระพุทธศาสนา ซึ่งพระสัมมาสัม
พุทธเจ้าทรงแนะแนวไว้ 3 หลัก คือ

5

1. ทาน การบริจาควัตถุสิ่งของของตนเพื่อ
ประโยชน์แก่ผู้อื่น

2. ศีล การรักษากายวาจาให้สงบเรียบร้อย
3. ภาวนา การยกระดับจิตให้สูงขึ้นด้วยการ
อบรมให้สงบนิ่งและให้เกิดปัญญา

ดังนั้น ในการทำบุญทุกครั้ง ชาวพุทธจึงถือคติ
ว่าต้องให้เข้าหลัก 3 ประการนี้ โดยเริ่มต้นจะทำข้อ
ไหนก่อนก็ได้ เช่น รับศีลแล้วฟังพระเจริญพระพุทธ
มนต์ (ภาวนา) จบลงด้วยการถวายทาน เป็นต้น
ความนิยมนี้ได้แพร่หลายทั่วไปจนกลายเป็นประเพณี
ทางศาสนาไป พิธีกรรมแบบนี้จึงสมมติเรียกกันต่อมา
ว่า “ศาสนพิธี”




https://www.onab.go.th/

6

ศาสนพิธี
ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา




วันมาฆบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3



https://www.sanook.com/

ความหมายวันมาฆบูชา
วันมาฆบูชาหมายถึง การบูชา ในวันเพ็ญเดือน ๓ เนื่องใน
โอกาสคล้าย วันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์

7

ความสำคัญวันมาฆบูชา
วันมาฆบูชา เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ มีเหตุการณ์
อัศจรรย์ที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน ๑,๒๕๐
รูป มาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้น
มคธ โดยมิได้นัดหมายกันพระสงฆ์ ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์

ผู้ได้อภิญญา ๖ และเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบท โดยตรง
จากพระพุทธเจ้า ในวันนี้พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาท
ปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้น ซึ่งเป็นทั้งหลักการ
อุดมการณ์และวิธีการปฏิบัติที่ นำไปใช้ได้ทุกสังคม มี
เนื้อหา โดยสรุปคือให้ละความชั่วทุกชนิด ทำความดีให้ถึง
พร้อมและทำจิตใจให้ผ่องใส




https://www.sanook.com/

8

ประวัติความเป็นมาวันมาฆบูชา
๑.ส่วนที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้
๙ เดือนขณะนั้นเมื่อเสร็จพุทธกิจแสดงธรรมที่ถ้ำสุกรขาตา
แล้ว เสด็จมาประทับที่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ
ประเทศอินเดียในปัจจุบัน วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ เดือนมาฆะ
หรือเดือน ๓ในเวลาบ่ายพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้า
มาประชุม พร้อมกัน ณ ที่ประทับของพระพุทธเจ้า นับเป็น
เหตุอัศจรรย์ ที่มีองค์ประกอบสำคัญ ๔ ประการ เรียกว่าว่า
วัน จาตุรงคสันนิบาต

คำว่า "จาตุรงค สันนิบาต" แยกศัพท์ได้ดังนี้ คือ
"จาตุร" แปลว่า ๔
"องค์" แปลว่า ส่วน
"สันนิบาต" แปลว่า ประชุมฉะนั้นจาตุรงคสันนิบาตจึง
หมายความว่า "การประชุมด้วยองค์ ๔" กล่าวคือมี
เหตุการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นพร้อมกันในวันนี้ คือ

http://www.brh.go.th

9

1.เป็นวันที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า จำนวน ๑,๒๕๐
รูป มาประชุมพร้อมกันที่เวฬุวันวิหาร
ในกรุงราชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย
2.พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้ล้วน เป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา"
คือเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้าทั้ง
สิ้น
3.พระภิกษุสงฆ์ทุกองค์ที่ได้ มาประชุมในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็น
ผุ้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้วทุก ๆองค์
4.เป็นวันที่พระจันทร์เต็ม ดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ

มูลเหตุ

หลังจากพระสัมมา สัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ในวันขึ้น 15 ค่ำ
เดือน 6 และได้ทรงประกาศพระศาสนาและส่งพระอรหันต
สาวกออกไปจาริกเพื่อเผยแพร่พระพุทธ ศาสนายังสถานที่
ต่าง ๆ ล่วงแล้วได้ 9 เดือน ในวันที่ใกล้พระจันทร์เสวย
มาฆฤกษ์ (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3) พระอรหันต์ทั้งหลาย
เหล่านั้นต่างได้ระลึกว่า วันนี้เป็นวันสำคัญของศาสนา
พราหมณ์ อันเป็นศาสนาของตนอยู่เดิม

10

ก่อนที่จะหันมานับถือพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าและ
ในลัทธิศาสนาเดิมนั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือนมาฆะเหล่าผู้
ศรัทธาพราหมณลัทธินิยมนับถือกันว่าวันนี้เป็นวันศิวา
ราตรีโดยจะทำการบูชาพระศิวะด้วยการลอยบาปหรือล้าง
บาปด้วยน้ำแต่มาบัดนี้ตนได้เลิกลัทธิเดิมหันมานับถือพระ
ธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าแล้วจึงควรเดินทางไปเข้าเฝ้า
บูชาฟังพระสัทธรรมจากพระพุทธเจ้า พระอรหันต์เหล่านั้น
ซึ่งเคยปฏิบัติศิวาราตรีอยู่เดิมจึงพร้อมใจกันไปเข้าเฝ้า
พระพุทธเจ้าโดยมิได้นัดหมายมีผู้กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่
ทำให้พระสาวกทั้ง 1,250 องค์มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้
นัดหมายมาจากในวันเพ็ญเดือน 3 ตามคติพราหมณ์ เป็น
วันพิธีศิวาราตรีพระสาวกเหล่านั้นซึ่งเคยนับถือศาสนา
พราหมณ์มาก่อนจึงได้เปลี่ยนจากการรวมตัวกันทำพิธี
ชำระบาปตามพิธีพราหมณ์ มารวมกันเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
แทน

http://www.brh.go.th

11

โอวาทปาฏิโมกข์
หลักคำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนาหรือคำสอนอัน
เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ พระพุทธพจน์ ๓
คาถากึ่ง ที่พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอรหันต์ ๑,๒๕๐ รูป
ผู้ไปประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ พระเวฬุวนาราม ใน
วันเพ็ญเดือน ๓ ที่เราเรียกกันว่าวันมาฆบูชา (ถรรถกถา
กล่าวว่าพระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์นี้ แก่ที่
ประชุมสงฆ์ตลอดมา เป็นเวลา ๒๐ พรรษาก่อนที่จะ
โปรดให้สวดปาฏิโมกข์อย่างปัจจุบันนี้แทนต่อมา),
คาถาโอวาทปาฏิโมกข์มีดังนี้ (โอวาทปาติโมกข์ ก็เขียน)

สพฺพปาปสฺส อกรณํกุสลสฺสูปสมฺปทา
สจิตฺตปริโยทปนํเอตํ พุทธาน สาสนํฯ
ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา
นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา
น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี
สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโตฯ
อนูปวาโท อนูปฆาโต ปาติโมกฺเข จ สํวโร
มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ ปนฺตญฺจ สยนาสนํ
อธิจิตฺเต จ อาโยโค เอตํ พุทฺธาน สาสนํฯ




http://www.3armyarea-.com/

12

แปล : การไม่ทำความชั่วทั้งปวง ๑ การบำเพ็ญแต่ความ
ดี ๑ การทำจิตของตนให้ผ่องใส ๑ นี้เป็นคำสอนของ
พระพุทธเจ้าทั้งหลายขันติคือความอดกลั้นเป็นตบะอย่าง
ยิ่ง,พระพุทธเจ้าทั้งหลายกล่าวว่านิพพานเป็นบรมธรรม,ผู้
ทำร้ายคนอื่นไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต,ผู้เบียดเบียนคนอื่น
ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะการไม่กล่าวร้าย ๑ การไม่ทำร้าย ๑
ความสำรวมในปาฏิโมกข์ ๑ ความเป็นผู้รู้จักประมาณใน
อาหาร ๑ ที่นั่งนอนอันสงัด ๑ ความเพียรในอธิจิต ๑ นี้
เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่เข้าใจกันโดยทั่วไป
และจำกันได้มากก็คือความในคาถาแรกที่ว่าไม่ทำชั่ว
ทำแต่ความดี ทำจิตใจให้ผ่องใส

สถานที่สำคัญเนื่องด้วยวันมาฆบูชา(พุทธสังเวชนียสถาน)
พระพุทธรูปยืน กลางมณฑลมหาสังฆสันนิบาต ในโบราณ
สถานวัดเวฬุวันมหาวิหาร เมืองราชคฤห์ รัฐพิหาร อินเดีย
(เป็นพระพุทธรูปสร้างใหม่ ปัจจุบันเป็นสถานที่จาริกแสวง
บุญสำคัญของชาวพุทธทั่วโลก)เหตุการณ์สำคัญที่ เกิดในวัน
มาฆบูชา เกิดภายในบริเวณที่ตั้งของ "กลุ่มพุทธสถานโบราณ
วัดเวฬุวันมหาวิหาร" ภายในอาณาบริเวณของวัดเวฬุวันมหา
วิหาร ซึ่งลานจาตุรงคสันนิบาตอันเป็นจุดที่เกิดเหตุการณ์
สำคัญในวันมาฆบูชานั้น ยังคงเป็นที่ถกเถียงและหาข้อสรุูป
ทางโบราณคดีไม่ได้มาจนถึงปัจจุบัน

13

วัด เวฬุวันมหาวิหาร
"วัดเวฬุวันมหาวิหาร"เป็นอาราม(วัด)แห่งแรกใพระพุทธ
ศาสนา ตั้งอยู่ใกล้เชิงเขาเวภารบรรพต บนริมฝั่ งแม่น้ำส
รัสวดีซึ่งมีตโปธาราม(บ่อน้ำร้อนโบราณ)คั่นอยู่ระหว่าง
กลางนอกเขตกำแพงเมืองเก่าราชคฤห์ (อดีตเมืองหลวง
ของแคว้นมคธ)รัฐพิหารประเทศอินเดียในปัจจุบัน
(หรือ แคว้นมคธ ชมพูทวีป ในสมัยพุทธกาล)

วัด เวฬุวันในสมัยพุทธกาล

เดิมวัดเวฬุวันเป็นพระราชอุทยาน สำหรับเสด็จพระพาส
ของพระเจ้าพิมพิสาร เป็นสวนป่าไผ่ร่มรื่นมีรั้วรอบและ
กำแพงเข้าออก เวฬุวันมีอีกชื่อหนึ่งปรากฏในพระสูตรว่า
"พระวิหารเวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน"หรือ "เวฬุวัน
กลันทกนิวาป" (สวนป่าไผ่สถานที่สำหรับให้เหยื่อแก่
กระแต) พระเจ้าพิมพิสารได้ถวายพระราชอุทยานแห่งนี้
เป็นวัดในพระพุทธศาสนาหลังจากได้ สดับพระธรรม
เทศนาอนุปุพพิกถาและจตุราริยสัจจ์ ณ พระราชอุทยา
นลัฏฐิวัน (พระราชอุทยานสวนตาลหนุ่ม) โดยในครั้งนั้น
พระองค์ได้บรรลุพระโสดาบัน เป็นพระอริยบุคคลใน
พระพุทธศาสนา และหลังจากการถวายกลันทกนิวาป
สถานไม่นาน อารามแห่งนี้ก็ได้ใช้เป็นสถานที่สำหรับพระ
สงฆ์ประชุมจาตุรงคสันนิบาตครั้ง ใหญ่ในพระพุทธ
ศาสนา อันเป็นเหตุการณ์สำคัญในวันมาฆบูชา

14

วัด เวฬุวันหลังการปรินิพพาน
หลังพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานวัดเวฬุวันได้รับการดูแล
มาตลอดโดยเฉพาะมูลคันธกุฎีที่มีพระสงฆ์เฝ้าดูแลทำการ
ปัดกวาดเช็ดถูปูลาดอาสนะและปฏิบัติต่อสถานที่ๆ
พระพุทธเจ้าเคยประทับอยู่ทุกๆแห่งเหมือนสมัยที่
พระพุทธองค์ทรงพระชนมชีพอยู่มิได้ขาดโดยมีการปฏิบัติ
เช่นนี้ติดต่อกันกว่าพันปีแต่จากเหตุการณ์ย้ายเมืองหลวง
แห่งแคว้นมคธหลายครั้งในช่วงพ.ศ.70ที่เริ่มจากอำมาตย์
และราษฎรพร้อมใจกันถอดกษัตริย์นาคทัสสก์แห่ง
ราชวงศ์ของพระเจ้าพิมพิสารออกจากพระราชบัลลังก์
และยกสุสูนาคอำมาตย์ซึ่งมีเชื้อสายเจ้าลิจฉวีในกรุงเวสาลี
แห่งแคว้นวัชชี เก่า ให้เป็นกษัตริย์ตั้งราชวงศ์ใหม่แล้ว

พระเจ้าสุสูนาคจึงได้ทำการย้ายเมืองหลวงของแคว้นมคธ
ไปยังเมืองเวสาลีอันเป็น เมืองเดิมของตน และกษัตริย์
พระองค์ต่อมาคือพระเจ้ากาลาโศกราช ผู้เป็นพระ
ราชโอรสของพระเจ้าสุสูนาค ได้ย้ายเมืองหลวงของแคว้น
มคธอีก จากเมืองเวสาลีไปยังเมืองปาตลีบุตร ทำให้เมือง
ราชคฤห์ถูกลดความสำคัญลงและถูกทิ้งร้าง ซึ่งเป็น
สาเหตุสำคัญที่ทำให้วัดเวฬุวันขาดผู้อุปถัมภ์และถูกทิ้งร้าง
อย่าง สิ้นเชิงในช่วงพันปีถัดมา

15

โดยปรากฏหลัก ฐานบันทึกของหลวงจีนฟาเหียน
(Fa-hsien)ที่ได้เข้ามาสืบศาสนาในพุทธภูมิในช่วงปี พ.ศ.
942 - 947 ในช่วงรัชสมัยของพระเจ้าจันทรคุปต์ที่ ๒
(พระเจ้าวิกรมาทิตย์)แห่งราชวงศ์คุปตะ ซึ่งท่านได้บันทึก
ไว้ว่า เมืองราชคฤห์อยู่ในสภาพปรักหักพัง แต่ยังทันได้
เห็นมูลคันธกุฎีวัดเวฬุวันปรากฏอยู่ และยังคงมีพระภิกษุ
หลายรูปช่วยกันดูแลรักษาปัดกวาดอยู่เป็นประจำแต่ไม่
ปรากฏว่ามีการบันทึกถึงสถานที่เกิดเหตุการณ์
จาตุรงคสันนิบาตแต่ประการ ใด

แต่หลังจาก นั้นประมาณ 200 ปี วัดเวฬุวันก็ถูกทิ้งร้าง
ไป ตามบันทึกของพระถังซำจั๋ง (Chinese traveler
Hiuen-Tsang) ซ​ึ่งได้จาริกมาเมืองราชคฤห์ราวปี พ.ศ.
1300 ซึ่งท่านบันทึกไว้แต่เพียงว่า ท่านได้เห็นแต่เพียง
ซากมูลคันธกุฎีซึ่งมีกำแพงและอิฐล้อมรอบอยู่เท่านั้น
(ในสมัยนั้นเมืองราชคฤห์โรยราถึงที่สุดแล้ว พระถังซำจั๋ง
ได้แต่เพียงจดตำแหน่งที่ตั้งทิศทางระยะทางของสถูปและ
โบราณสถาน เก่าแก่อื่น ๆ ในเมืองราชคฤห์ไว้มาก ทำให้
เป็นประโยชน์แก่นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีใน
การค้นหาโบราณสถาน ต่าง ๆ ในเมืองราชคฤห์ใน
ปัจจุบัน)

16

จุด แสวงบุญและสภาพของวัดเวฬุวันในปัจจุบัน
ปัจจุบันหลังถูกทอด ทิ้งเป็นเวลากว่าพันปี และได้รับ
การบูรณะโดยกองโบราณคดีอินเดียในช่วงที่อินเดียยัง
เป็นอาณานิคมของ อังกฤษ วัดเวฬุวัน ยังคงมีเนินดิน
โบราณสถานที่ยังไม่ได้ขุดค้นอีกมากสถานที่สำคัญๆที่
พุทธศาสนิกชนในปัจจุบันนิยมไปนมัสการคือ"พระมูล
คันธกุฎี" ที่ปัจจุบันยังไม่ได้ทำการขุดค้น เนื่องจากมีกุ
โบร์ของชาวมุสลิมสร้างทับไว้ข้างบนเนินดิน,
"สระกลันทกนิวาป" ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลอินเดียได้ทำการ
บูรณะใหม่อย่างสวยงาม,และ "ลานจาตุรงคสันนิบาต"
อันเป็นลานเล็ก ๆ มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปาง
ประทานพรอยู่กลางซุ้ม ลานนี้เป็นจุดสำคัญที่ชาวพุทธ
นิยมมาทำการเวียนเทียนสักการะ(ลานนี้เป็นลานที่กอง
โบราณคดีอินเดียสันนิษฐานว่าพระพุทธองค์ทรงแสดง
โอวาท ปาฏิโมกข์ในจุดนี้)

สภาพของวัดเวฬุวันในปัจจุบัน https://www.tnnthailand.com/

17

จุด ที่เกิดเหตุการณ์สำคัญในวันมาฆบูชา
(ลานจาตุรงคสันนิบาต)
ถึงแม้ว่าเหตุการณ์จาตุรงคสันนิบาตจะเป็น
เหตุการณ์สำคัญยิ่งที่เกิดในบริเวณวัดเวฬุวันมหา
วิหารแต่ทว่าไม่ปรากฏรายละเอียดในบันทึกของ
สมณทูตชาวจีนและในพระไตรปิฎกแต่อย่างใดว่า
เหตุการณ์ใหญ่นี้เกิดขึ้น ณ จุดใดของวัดเวฬุวัน รวม
ทั้งจากการขุดค้นทางโบราณคดีก็ไม่ปรากฏหลัก
ฐานว่ามีการทำเครื่องหมาย (เสาหิน) หรือสถูประบุ
สถานที่ประชุมจาตุรงคสันนิบาตไว้แต่อย่างใด (ตาม
ปกติแล้วบริเวณที่เกิดเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธ
ศาสนามักจะพบสถูปโบราณหรือเสาหินพระเจ้าอโศก
มหาราชสร้างหรือปักไว้เพื่อเป็น เครื่องหมายสำคัญ
สำหรับผู้แสวงบุญ)ทำให้ในปัจจุบันไม่สามารถทราบ
โดยแน่ชัดว่าเหตุการณ์จาตุรงคสันนิบาตเกิดขึ้นใน
จุดใดของวัด

จุดแสวงบุญและสภาพ https://www.tnnthailand.com/
ของวัดเวฬุวันในปั จจุบัน

18

ในปัจจุบันกองโบราณคดีอินเดียได้แต่เพียงสันนิษฐานว่า
"เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดในบริเวณลานด้านทิศตะวันตก
ของสระกลันทกนิวาป"(โดยสันนิษฐานเอาจากเอกสาร
หลักฐานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีพระสงฆ์ประชุมกันมาก
ถึงสองพันกว่ารูปและเกิดในช่วงที่พระพุทธองค์พึ่งได้
ทรงรับถวายอารามแห่งนี้การประชุมครั้งนั้นคงยังต้อง
นั่งประชุมกันตามลานในป่าไผ่เนื่องจากเสนาสนะหรือโรง
ธรรมสภาขนาดใหญ่ยังคงไม่ได้สร้างขึ้นและโดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในปัจจุบันลานด้านทิศตะวันตกของสระกลันท
กนิวาปเป็นลานกว้างลานเดียวในบริเวณวัดที่ไม่มีโบราณ
สถานอื่นตั้งอยู่)โดยได้นำพระพุทธรูปยืนปางประทานพร
ไปประดิษฐานไว้บริเวณซุ้มเล็ก ๆ กลางลาน และเรียกว่า
"ลานจาตุรงคสันนิบาต"ซึ่งในปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อสรุูป
แน่ชัดว่าลานจาตุรงคสันนิบาตที่แท้จริงอยู่ในจุดใดและ
ยังคงมีชาวพุทธบางกลุ่มสร้างซุ้มพระพุทธรูปไว้ใน
บริเวณอื่นของวัดโดยเชื่อว่าจุดที่ตนสร้างนั้นเป็นลาน
จาตุรงคสันนิบาตที่แท้จริงแต่พุทธศาสนิกชนชาวไทย
ส่วนใหญ่ก็เชื่อตามข้อสันนิษฐานของกองโบราณคดี
อินเดียดังกล่าวโดยนิยมนับถือกันว่าซุ้มพระพุทธรูป
กลางลานนี้เป็นจุดสักการะของชาวไทยผู้มาแสวงบุญจุด
สำคัญ 1 ใน 2 แห่งของเมืองราชคฤห์
(อีกจุดหนึ่งคือพระมูลคันธกุฎีบนยอดเขาคิชกูฏ)

19

กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา
การปฎิบัติตนสำหรับพุทธศาสนา ในวันนี้ก็คือ การ
ทำบุญ ตักบาตรในตอนเช้า หรือไม่ก็จัดหาอาหารคาว
หวานไปทำบุญฟังเทศน์ที่วัด ตอนบ่ายฟังพระแสดง
พระธรรมเทศนา ในตอนกลางคืน จะพากันนำดอกไม้
ธูปเทียน ไปที่วัดเพื่อชุมนุมกันทำพิธีเวียนเทียน รอบ
พระอุโบสถ พร้อมกับพระภิกษุสงฆ์โดยเจ้าอาวาสจะ
นำว่า นะโม ๓ จบ จากนั้นกล่าวคำ ถวาย ดอกไม้ธูป
เทียน ทุกคนว่าตาม จบแล้วเดิน เวียนขวา ตลอดเวลา
ให้ระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ
จนครบ ๓ รอบ แล้วนำดอกไม้ ธูปเทียนไปปักบูชา
ตามที่ทางวัด เตรียมไว้ เป็นอันเสร็จพิธี

ขอขอบพระคุณข้อมูลและรูปภาพจาก
: http://www.tlcthai.com

20

วันวิสาขบูชา ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖
วันวิสาขบูชาวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและเป็นวัน
หยุดราชการของไทยซึ่งประวัติวันวิสาขบูชาเป็นวันที่
พระพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานมาบรรจบกัน
ในวันนี้พุทธศาสนิกชนจะไปทำบุญตักบาตร
เวียนเทียนที่วัด

http://www.dhammathai.org/

ความหมาย คำว่า "วิสาขบูชา" หมายถึงการบูชาในวัน
เพ็ญเดือน ๖ วิสาขบูชา ย่อมาจาก " วิสาขปุรณมีบูชา "
แปลว่า " การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ " ถ้าปีใดมี
อธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน ก็เลื่อนไปเป็นกลาง
เดือน ๗
ความสำคัญ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทาง
พระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือ
เกิด ได้ตรัสรู้ คือสำเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ เกิดขึ้น
ตรงกันทั้ง ๓ คราวคือ
๑. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะประสูติที่พระราชอุทยานลุมพินีวัน
ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ เมื่อเช้าวันศุกร์ ขึ้น ๑๕
ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี

21

๒. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้าเมื่อพระ
ชนมายุ ๓๕ พรรษา ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่ งแม่น้ำ
เนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดวันพุธ
ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี
หลังจากออกผนวชได้ ๖ ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้
เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐ
พิหารของอินเดีย

http://www.dhammathai.org/

๓. หลังจากตรัสรู้แล้ว ได้ประกาศพระศาสนา และโปรด
เวไนยสัตว์ ๔๕ ปี พระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ก็เสด็จดับ
ขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปี
มะเส็ง ณ สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา
แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมืองกุสีนคระ แคว้นอุตตร
ประเทศ ประเทศอินเดีย)

22

ประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชาในประเทศไทย

ปรากฏหลักฐานว่า วันวิสาขบูชา เริ่มต้นครั้งแรกใน
ประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี สันนิษฐาน
ว่าได้รับแบบแผนมาจากลังกา นั่นคือ เมื่อประมาณ พ.ศ.
420 พระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกา ได้ประกอบ
พิธีวิสาขบูชาขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา จากนั้นกษัตริย์
ลังกาพระองค์อื่น ๆ ก็ปฏิบัติประเพณีวิสาขบูชานี้สืบทอด
ต่อกันมาส่วนการเผยแผ่เข้ามาในประเทศไทยนั้น น่าจะเป็น
เพราะประเทศไทยในสมัยกรุงสุโขทัยมีความสัมพันธ์ด้าน
พระพุทธศาสนากับประเทศลังกาอย่างใกล้ชิด เห็นได้จากมี
พระสงฆ์จากลังกาหลายรูปเดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธ
ศาสนา และนำการประกอบพิธีวิสาขบูชาเข้ามาปฏิบัติใน
ประเทศไทยด้วย
สำหรับการปฏิบัติพิธีวิสาขบูชาในสมัยสุโขทัยนั้น ได้มีการ
บันทึกไว้ในหนังสือนางนพมาศ สรุปได้ว่า เมื่อถึงวัน
วิสาขบูชา พระเจ้าแผ่นดิน ข้าราชบริพาร ทั้งฝ่ายหน้าและ
ฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัย จะช่วยกันประดับ
ตกแต่งพระนครด้วยดอกไม้ พร้อมกับจุดประทีปโคมไฟให้ดู
สว่างไสวไปทั่วพระนคร เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน เพื่อเป็นการ
บูชาพระรัตนตรัย ขณะที่พระมหากษัตริย์ และพระบรม
วงศานุวงศ์ ก็ทรงศีลและทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ

23

ครั้นตกเวลาเย็นก็เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศา
นุวงศ์ และนางสนองพระโอษฐ์ ตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่าย
หน้าและฝ่ายใน ไปยังพระอารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบ
พระประธาน ส่วนชาวสุโขทัยจะรักษาศีล ฟังธรรม ถวายสลาก
ภัตตาหาร สังฆทาน อาหารบิณฑบาตแด่พระภิกษุสามเณร
บริจาคทานแก่คนยากจน ทำบุญไถ่ชีวิตสัตว์ ฯลฯ
หลังจากสมัยสุโขทัย ประเทศไทยได้รับอิทธิพลของศาสนา
พราหมณ์มากขึ้น ทำให้ในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ธนบุรี และ
รัตนโกสินทร์ตอนต้น ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการประกอบพิธี
วิสาขบูชา จนกระทั่งมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศ
หล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. 2360)
มีพระราชดำริที่จะให้ฟื้ นฟูพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาใหม่ โดยสมเด็จ
พระสังฆราช (มี) สำนักวัดราชบูรณะ ถวายพระพรให้ทรงทำ
ขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ
เดือน 6 พ.ศ. 2360 และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิม
ทุกประการ เพื่อให้ประชาชนได้ทำบุญ ทำกุศล โดยทั่วหน้ากัน
การรื้อฟื้ นพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาในครานี้ จึงถือเป็นแบบอย่างถือ
ปฏิบัติในการประกอบพิธี วันวิสาขบูชา ต่อเนื่องมาจวบจน
กระทั่งปัจจุบัน




https://www.chularat3.com/

24

วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติ
วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญที่สุดทางพระพุทธศาสนา
เนื่องจากล้วนมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถือกำเนิดของ
พระพุทธศาสนา คือ เป็นวันที่พระศาสดา คือ พระสัมมาสัม
พุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ดังนั้น
พุทธศาสนิกชนทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับวันวิสาขบูชานี้
และในวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2542 องค์การสหประชาชาติ
ได้ยอมรับญัตติที่ประชุม กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวัน
สำคัญของโลก โดยเรียกว่า Vesak Day ตามคำเรียกของ
ชาวศรีลังกา ผู้ที่ยื่นเรื่องให้สหประชาชาติพิจารณา และได้
กำหนดให้วันวิสาขบูชานี้ถือเป็นวันหยุดวันหนึ่งของ
สหประชาชาติอีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้ชาวพุทธทั่วโลกได้มีโอกาส
บำเพ็ญบุญเนื่องในวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของ
พระบรมศาสดา
โดยการที่สหประชาชาติได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวัน
สำคัญของโลกนั้น ได้ให้เหตุผลไว้ว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัม
พุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวลมนุษย์
เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนา
เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือ
ศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณ โดย
ไม่คิดค่าตอบแทน

25

การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา
การประกอบพิธีใน วันวิสาขบูชา จะแบ่งออกเป็น 3 พิธี ได้แก่
1. พิธีหลวง คือ พระราชพิธีสำหรับพระมหากษัตริย์ พระบรม
วงศานุวงศ์ ประกอบในวันวิสาขบูชา
2. พิธีราษฎร์ คือ พิธีของประชาชนทั่วไป
3. พิธีของพระสงฆ์ คือ พิธีที่พระสงฆ์ประกอบศาสนกิจ
กิจกรรมในวันวิสาขบูชา
กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติใน วันวิสาขบูชา ได้แก่
1. ทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับ และ
เจ้ากรรมนายเวร
2. จัดสำรับคาว-หวานไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัดและปฏิบัติ
ธรรม ฟังพระธรรมเทศนา
3. ปล่อยนกปล่อยปลา เพื่อสร้างบุญสร้างกุศล
4. ร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถที่วัดในตอนค่ำ เพื่อรำลึกถึง
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
5. ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา
6. จัดแสดงนิทรรศการ ประวัติ หรือเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยว
กับวันวิสาขบูชา ตามโรงเรียน หรือสถานที่ราชการต่าง ๆ เพื่อ
ให้ความรู้ และเป็นการร่วมรำลึกถึงความสำคัญของวัน
วิสาขบูชา
7. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน วัดและสถานที่ราชการ
8. บำเพ็ญสาธารณประโยชน์

https://www.chularat3.com/

26

หลักธรรมที่สำคัญในวันวิสาขบูชา
ที่ควรนำมาปฏิบัติในวันวิสาขบูชา พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย
ควรยึดมั่นในหลักธรรม ซึ่งหลักธรรมที่ควรนำมาปฏิบัติ
ในวันวิสาขบูชา ได้แก่
1. ความกตัญญู คือ การรู้คุณคน เป็นคุณธรรมที่คู่กับความ
กตเวที ซึ่งหมายถึงการตอบแทนคุณที่มีผู้ทำไว้ ความกตัญญู
และความกตเวทีนี้เป็นเครื่องหมายของคนดี ทำให้ครอบครัว
และสังคมมีความสุข ซึ่งความกตัญญูกตเวทีนั้นสามารถเกิด
ขึ้นได้กับทั้งบิดามารดาและลูก ครูอาจารย์กับศิษย์ นายจ้าง
กับลูกจ้าง ฯลฯ
ในพระพุทธศาสนา เปรียบพระพุทธเจ้าเสมือนกับบุพการี ผู้ชี้
ให้เห็นทางหลุดพ้นแห่งความทุกข์ ดังนั้น พุทธศาสนิกชนจึง
ควรตอบแทนความกตัญญูกตเวทีด้วยการทำนุบำรุงพระพุทธ
ศาสนา และดำรงพระพุทธศาสนาให้อยู่สืบไป
2.อริยสัจ 4 คือ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ ที่
พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ใน วันวิสาขบูชา ได้แก่
ทุกข์ คือ ปัญหาของชีวิต สภาวะที่ทนได้ยาก ซึ่งทุกข์ขั้นพื้น
ฐาน คือ การเกิด การแก่ และการตาย ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุก
คนต้องเผชิญ ส่วนทุกข์จร คือ ทุกข์ที่เกิดขึ้นในการดำเนิน
ชีวิตประจำวัน เช่น การพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รัก หรือ
ความยากจน เป็นต้น




https://www.chularat3.com/

27

วันอาสาฬหบูชา ตรงกับ วันเพ็ญ เดือน ๘ ก่อนปุริม
พรรษา (ปุริมพรรษาเริ่ม ตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ใน
ปีที่ไม่มีอธิกมาสเป็นต้นไป ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑)

https://www.m-culture.go.th/

วันอาสาฬหบูชาทั้งนี้ คำว่า "อาสาฬหบูชา" สามารถอ่านได้ 2
แบบ คือ อา-สาน-หะ-บู-ชา หรือ อา-สา-ละ-หะ-บู-ชา ซึ่งจะ
ประกอบด้วยคำ 2 คำ คือ อาสาฬห ที่แปลว่า เดือน 8 ทาง
จันทรคติ กับคำว่า บูชา ที่แปลว่า การบูชา เมื่อนำมารวมกันจึง
แปลว่า การบูชาในเดือน 8 หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์
สำคัญในเดือน 8
ประวัติ วันอาสาฬหบูชา คือ วันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศ
พระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้ได้ 2 เดือน โดย
แสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ได้แก่ พระโกณ
ฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ
ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ จนพระอัญ
ญาโกณฑัญญะได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรก
ในพระพุทธศาสนา จึงถือว่าวันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สาม
บริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระ
สงฆ์ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช 45 ปี

28

สมุทัย คือ ต้นเหตุของปัญหา หรือสาเหตุของการเกิดทุกข์
และสาเหตุส่วนใหญ่ของปัญหาเกิดจาก "ตัณหา" อันได้แก่
ความอยากได้ต่าง ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
นิโรธ คือ ความดับทุกข์ เป็นสภาพที่ความทุกข์หมดไป เพราะ
สามารถดับกิเลส ตัณหา อุปาทาน ออกไปได้
มรรค คือ หนทางที่นำไปสู่การดับทุกข์ เป็นการปฏิบัติเพื่อ
แก้ปัญหา มี 8 ประการ ได้แก่ ความเห็นชอบ ดำริชอบ วาจา
ชอบ กระทำชอบ เลี้ยงชีพชอบ พยายามชอบ ระลึกชอบ ตั้ง
จิตมั่นชอบ
3. ความไม่ประมาท คือการมีสติตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไร
พูดอะไร คิดอะไร ล้วนต้องใช้สติ เพราะสติคือการระลึกได้
การระลึกได้อยู่เสมอจะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ซึ่ง
ความประมาทนั้นจะทำให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมา ดังนั้น ใน
วันนี้พุทธศาสนิกชนจะพากันน้อมระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระ
ธรรม และพระสงฆ์ ด้วยความมีสติ วันวิสาขบูชา นับว่าเป็น
วันที่มีความสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคน เป็นวันที่มี
การทำพิธีพุทธบูชา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณ
พระปัญญาธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ของพระสัมมาสัม
พุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสัตว์ อีกทั้งเพื่อเป็นการ
รำลึกถึงเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ทั้ง 3 ประการ ที่มาบังเกิด
ในวันเดียวกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก
- larnbuddhism.com

29

ทั้งนี้ พระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5
เรียกว่า "ธัมมจักกัปปวัตนสูตร" แปลว่า พระสูตรแห่งการ
หมุนวงล้อธรรม ซึ่งหลังจากปฐมเทศนา หรือเทศนากัณฑ์
แรกที่พระองค์ทรงแสดงจบลง พระอัญญาโกณฑัญญะก็ได้
ดวงตาเห็นธรรม สำเร็จเป็นพระโสดาบัน จึงขออุปสมบทเป็น
พระภิกษุในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าก็ได้ประทาน
อุปสมบทให้ด้วยวิธีที่เรียกว่า "เอหิภิกขุอุปสัมปทา"
พระโกณฑัญญะ จึงได้เป็น พระอริยสงฆ์องค์แรกในพระพุทธ
ศาสนา ต่อมา พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และ
พระอัสสชิ ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม และได้อุปสมบทตามลำดับ

สำหรับใจความสำคัญของการปฐมเทศนา
มีหลักธรรมสำคัญ 2 ประการ คือ

1. มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสาย
กลาง เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นก
ลาง ๆ ถูกต้องและเหมาะสมที่จะให้บรรลุถึงจุดหมายได้ มิใช่
การดำเนินชีวิตที่เอียงสุด 2 อย่าง หรืออย่างหนึ่งอย่างใด คือ
การหมกมุ่นในความสุขทางกาย มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง
รวมความเรียกว่าเป็นการหลงเพลิดเพลินหมกมุ่นในกามสุข
หรือกามสุขัลลิกานุโยค
การสร้างความลำบากแก่ตน ดำเนินชีวิตอย่างเลื่อนลอย เช่น
บำเพ็ญตบะการทรมานตน คอยพึ่งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น
ซึ่งการดำเนินชีวิตแบบที่ก่อความทุกข์ให้ตนเหนื่อยแรงกาย
แรงสมอง แรงความคิด รวมเรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค

30

ดังนั้น เพื่อละเว้นห่างจากการปฏิบัติทางสุดเหล่านี้ ต้องใช้
ทางสายกลาง ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา โดยมี
หลักปฏิบัติเป็นองค์ประกอบ 8 ประการ เรียกว่า อริยอัฏฐัง
คิกมัคค์ หรือ มรรคมีองค์ 8 ได้แก่
1. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ คือ รู้เข้าใจถูกต้อง เห็นตามที่เป็น
จริง
2. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ คือ คิดสุจริตตั้งใจทำสิ่งที่ดีงาม
3. สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือ กล่าวคำสุจริต
4. สัมมากัมมันตะ กระทำชอบ คือ ทำการที่สุจริต
5. สัมมาอาชีวะ อาชีพชอบ คือ ประกอบสัมมาชีพหรืออาชีพ
ที่สุจริต
6. สัมมาวายามะ พยายามชอบ คือ เพียรละชั่วบำเพ็ญดี
7. สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ ทำการด้วยจิตสำนึกเสมอ ไม่
เผลอพลาด
8. สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ คือ คุมจิตให้แน่วแน่มั่นคงไม่
ฟุ้งซ่าน

https://www.tewfree.com

31

2.อริยสัจ 4 แปลว่า ความจริงอันประเสริฐของอริยะ ซึ่งคือ
บุคคลที่ห่างไกลจากกิเลส ได้แก่

1. ทุกข์ ได้แก่ ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ บุคคลต้อง
กำหนดรู้ให้เท่าทันตามความเป็นจริงว่ามันคืออะไร ต้อง
ยอมรับรู้ กล้าสู้หน้าปัญหา กล้าเผชิญความจริง ต้องเข้าใจใน
สภาวะโลกว่าทุกสิ่งไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น
ไม่ยึดติด

2. สมุทัย ได้แก่ เหตุเกิดแห่งทุกข์ หรือสาเหตุของปัญหา
ตัวการสำคัญของทุกข์ คือ ตัณหาหรือเส้นเชือกแห่งความ
อยากซึ่งสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ

3. นิโรธ ได้แก่ ความดับทุกข์ เริ่มด้วยชีวิตที่อิสระ อยู่อย่างรู้
เท่าทันโลกและชีวิต ดำเนินชีวิตด้วยการใช้ปัญญา

4. มรรค ได้แก่ กระบวนวิธีแห่งการแก้ปัญหา อันได้แก่ มรรค
มีองค์ 8 ประการดังกล่าวข้างต้น

https://www.kroobannok.com/

32

กิจกรรมวันอาสาฬหบูชา
พิธีกรรมโดยทั่วไปที่นิยมกระทำในวันนี้ คือ การทำบุญ
ตักบาตร รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา และสวดมนต์ในตอน
ค่ำก็จะมีการเวียนเทียนที่เป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงาม
ของไทยเรา ดังนั้น พุทธศาสนิกชนทั้งหลายควรเข้าวัด เพื่อ
น้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย อีกทั้งยังเป็นการช่วยชะล้าง
จิตใจให้ปลอดโปร่งผ่องใส จะได้มีร่างกายและจิตใจที่พร้อม
สำหรับการดำเนินชีวิตในยุคที่ค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้น

https://hilight.kapook.com/

33

วันอัฏฐมีบูชา




https://www.m-culture.go.th/

วันอัฏฐมีบูชา คือ วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของ
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (หลังเสด็จดับขันธปรินิพพาน
ได้ 8 วัน) ถือเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง ตรง
กับวันแรม 8 ค่ำ เดือนวิสาขะ (เดือน 6 ของไทย)

ประวัติวันอัฏฐมีบูชา ตรงกับวันใด และมีความสําคัญอย่างไร?

วันอัฏฐมีบูชา ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือนวิสาขะ (ตรงกับ
เดือน 6 ของไทย) ประวัติความเป็นมาของวันอัฏฐมีบูชา
เริ่มขึ้นหลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว 8 วัน ใน
ครั้งนั้น มัลลกษัตริย์แห่งนครกุสินารา พร้อมด้วย พระมหา
กัสสปะเถระ พระภิกษุสงฆ์ และชาวพุทธ ต่างรู้สึกโศกเศร้า
เป็นอย่างยิ่ง โดยได้ร่วมกันถวายพระเพลิงพุทธสรีระ ณ
มกุฏพันธนเจดีย์แห่งกรุงกุสินารา ในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6
ทำให้วันนี้ถูกเรียกว่า "วันอัฏฐมีบูชา"

34

ซึ่งเป็นวันที่ชาวพุทธผู้เลื่อมใสระลึกถึงคุณของสมเด็จพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากพระเพลิงเผาไหม้พระพุทธสรีระแล้ว
มัลลกษัตริย์แห่งนครกุสินารา ได้ทำพิธีอัญเชิญพระบรม
สารีริกธาตุไปประดิษฐานยังสถานที่ต่างๆ
สำหรับความสําคัญของวันอัฏฐมีบูชาในประเทศไทย ยังคงมี
ประชาชนในบางจังหวัดที่ประกอบพิธีทางศาสนาในวันอัฏฐมี
บูชา ด้วยการจัดประเพณีการถวายพระเพลิงพระบรมศพ
จำลอง เช่น วัดบรมธาตุทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์,วัดใหม่สุ
คนธาราม อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เป็นต้น

https://www.thairath.co.th

วันอัฏฐมีบูชา สะท้อนหลักธรรมข้อใดบ้าง?
วันอัฏฐมีบูชา เป็นวันสำคัญที่ชาวพุทธควรตระหนักถึง
"ความไม่เที่ยงของชีวิต" การเกิด แก่ เจ็บ และตาย ล้วนเป็น
สิ่งธรรมดาที่คู่กับมนุษย์ ไม่เว้นแม้แต่องค์พระสัมมาสัมพุทธ
เจ้า สัจธรรมเหล่านึ้จึงเป็นสิ่งที่ไม่มีใครหนีพ้น ดังนั้น การใช้
ชีวิตในแต่ละวัน จึงควรยึดหลัก "สุจริต 3" ในการปฏิบัติตน
ได้แก่ กายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริต หมายถึงการ
ประพฤติดีทั้งทางกาย วาจา และใจ อยู่ในทำนองคลอง
ธรรม ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นนั่นเอง

35

การปฏิบัติตนในวันอัฏฐมีบูชา
กิจกรรมวันอัฏฐมีบูชา 2564 จะมีลักษณะคล้ายกับพิธีกรรม
ทางศาสนาในวันวิสาขาบูชา พุทธศาสนิกชนนิยมไปทำบุญ
ตักบาตร สวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ รักษาศีล ฟังพระธรรม
เทศนา ทำจิตใจให้ผ่องใส ซึ่งในบางพื้นที่ก็อาจจัดประเพณี
การถวายพระเพลิงพระบรมศพจำลองให้ประชาชนเข้าสักการะ
บูชา

https://www.thairath.co.th

https://www.thairath.co.th

36

วันเข้าพรรษา

https://hilight.kapook.com

วันเข้าพรรษา 2564 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม หรือ
แรม 1 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหยุด
ราชการและวันหยุดธนาคาร ซึ่งประวัติ ความสำคัญ กิจกรรม
แห่เทียนพรรษา การถวายผ้าอาบน้ำฝน
สำหรับ วันเข้าพรรษา เป็นวันที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่า
จะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มี
กำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้
โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น หรือที่เรียกติดปากกันโดยทั่วไปว่า "จำ
พรรษา" นั่นเอง โดย วันเข้าพรรษา 2564 ตรงกับวันอาทิตย์ที่
25 กรกฎาคม หรือ แรม 1 ค่ำ เดือน 8 ซึ่งประวัติวันเข้า
พรรษา ความสำคัญ กิจกรรม มีดังนี้




https://hilight.kapook.com

37

ประวัติวันเข้าพรรษา"เข้าพรรษา"
แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัด
ใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล
มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอน
แก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ใน
ฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่น ๆ จน
เสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระ
ภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน โดยแบ่งเป็น

- ปุริมพรรษา หรือ วันเข้าพรรษาแรก เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ
เดือน 8 ของทุกปี หรือถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมา
เป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15
ค่ำ เดือน 11
- ปัจฉิมพรรษา หรือ วันเข้าพรรษาหลัง เริ่มตั้งแต่วันแรม 1ค่ำ
เดือน 9 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12

https://hilight.kapook.com

38

สำหรับข้อยกเว้นให้ภิกษุจำพรรษาที่อื่นได้ โดยไม่ถือ
เป็นการขาดพรรษา เว้นแต่เกิน 7 วัน ได้แก่




1. การไปรักษาพยาบาลภิกษุ หรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย
2. การไประงับภิกษุสามเณรที่อยากจะสึกมิให้สึกได้
3. การไปเพื่อกิจธุระของคณะสงฆ์ เช่น การไปหาอุปกรณ์มา
ซ่อมกุฏิที่ชำรุด
4. หากทายกนิมนต์ไปทำบุญ ก็ไปฉลองศรัทธาในการบำเพ็ญ
กุศลของเขาได้

- นอกจากนี้หากระหว่างเดินทางตรงกับวันหยุดเข้าพรรษาพอดี

พระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พัก
พิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พัก
แรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้จึงช่วยกันปลูก
เพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆ องค์ ที่พักดัง
กล่าวนี้เรียกว่า "วิหาร"

แปลว่า ที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจ
ของท่าน ครั้งถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีก เพราะสะดวก
ดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศรัทธาเลื่อมใส
ในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจาก
ชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า "อาราม" ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดัง
เช่นปัจจุบันนี้

39

ทั้งนี้โดยปกติเครื่องใช้สอยของพระตามพุทธานุญาตให้มี
ประจำตัวนั้น มีเพียงอัฐบริขาร อันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ
เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน และกว่าพระ
ท่านจะหาที่พักแรมได้บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมาชาว
บ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้ำฝนสำหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน
และถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันของท่านเป็นพิเศษในวัน
เข้าพรรษานับเป็นเหตุให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้สืบมา...

- อย่างไรก็ตาม แม้การเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของพระภิกษุ แต่

พุทธศาสนิกชนก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำบุญรักษาศีล และ
ชำระจิตใจให้ผ่องใส ก่อนวันเข้าพรรษาชาวบ้านก็จะไปช่วยพระ
ทำความสะอาดเสนาสนะ ซ่อมแซมกุฏิวิหารและอื่น ๆ พอถึง
วันเข้าพรรษาก็จะไปร่วมทำบุญตักบาตร ถวายเครื่องสักการ
บูชา ดอกไม้ ธูปเทียน และเครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น
พร้อมฟังเทศน์ ฟังธรรม และรักษาอุโบสถศีลกันที่วัด บางคน
อาจตั้งใจงดเว้นอบายมุขต่าง ๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดเสพ
สุรา งดฆ่าสัตว์ เป็นต้น อนึ่ง บิดามารดามักจะจัดพิธีอุปสมบท
ให้บุตรหลานของตน โดยถือกันว่าการเข้าบวชเรียนและอยู่จำ
พรรษาในระหว่างนี้จะได้รับอานิสงส์อย่างสูง

40

https://th.wikipedia.org/

"ประเพณีหล่อเทียนเข้าพรรษา"

- นอกจากนี้ยังมีประเพณีสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย คือ "ประเพณี
หล่อเทียนเข้าพรรษา" ประเพณีที่กระทำกันเมื่อใกล้ถึงฤดูเข้า

พรรษา ซึ่งมีมาตั้งแต่โบราณกาล การหล่อเทียนเข้าพรรษานี้มี

อยู่เป็นประจำทุกปี เพราะในระยะเข้าพรรษา พระภิกษุจะต้องมี

การสวดมนต์ทำวัตรทุกเช้า-เย็น และในการนี้จะต้องมีธูป-

เทียนจุดบูชาด้วย พุทธศาสนิกชนทั้งหลายจึงพร้อมใจกันหล่อ

เทียนเข้าพรรษาสำหรับให้พระภิกษุจุดเป็นการกุศลทานอย่าง

หนึ่ง เพราะเชื่อกันว่าในการให้ทานด้วยแสงสว่างจะมีอานิสงส์

เพิ่มพูนปัญญา หูตาสว่างไสวตามชนบทนั้น การหล่อเทียนเข้า

พรรษาทำกันอย่างเอิกเกริกสนุกสนานมาก เมื่อหล่อเสร็จแล้วก็

จะมีการแห่แหนรอบพระอุโบสถ 3 รอบ แล้วนำไปบูชาพระ

ตลอดระยะเวลา 3 เดือน บางแห่งก็มีการประกวดการตกแต่ง

มีการแห่แหนรอบเมืองด้วยริ้วขบวนที่สวยงาม โดยถือว่าเป็น

งานประจำปีเลยทีเดียว

41

https://th.wikipedia.org/

กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันเข้าพรรษา
- 1.ร่วมกิจกรรมถวายผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัย

แก่พระภิกษุสามเณร
2. ร่วมทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรมเทศนา
รักษาอุโบสถศีลอธิษฐานงดเว้นอบายมุขต่าง ๆ

42

ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน



http://www.culture.go.th

ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝนเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัย

- อดีตกาล ในครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ได้ตรัส
ให้พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายแสวงหาผ้าอาบน้ำฝน ตั้งแต่แรม 1

ค่ำ เดือน 7 ไปจนถึงเดือน 8 ขึ้น 15 ค่ำ และทรงอนุญาต

นุ่งหุ่มได้ตั้งแต่ แรม 1 ค่ำเดือน 8 ไป และห้ามมิให้พระภิกษุ

สงฆ์แสวงหาผ้านุ่งห่มเลยไปจากทรงอนุญาตไว้ผ้าอาบน้ำฝน

ถึงแม้ว่าไม่ได้จัดอยู่ในชุดไตรจีวร แต่ก็หมายถึงเครื่องนุ่งห่ม

อันจำเป็นสำหรับพระภิกษุสงฆ์เช่นกัน

43

ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน ก็เพื่อให้ท่านได้ใช้สำหรับอาบน้ำ
ในช่วงฤดูฝนซึ่งจัดเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาเพียงปีละครั้ง
ก่อนเข้าพรรษา คือ ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 7 เป็นต้อนไป
จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 โดยจะเลือกช่วงเวลาไหน วันใด
ก็ได้ในช่วงเวลานี้ ซึ่งขนาดของผ้าอาบน้ำฝนนั้นกำหนด
มาตราฐานไว้ว่า จะต้องมีความยาวของผ้า 4 ศอก กับ 3
กระเบียด กว้างศอกคืบ 4 นิ้ว 1 กระเบียด กับ 2 อนุ
กระเบียด คิดตามประมาณของช่างไม้ จะยาวหรือกว้างหว่า
นั้นไม่ได้ จะเป็นโทษแก่พระภิกษุสงฆ์

-

http://www.culture.go.th

44

พิธีการและขั้นตอนการถวายผ้าอาบน้ำฝน
1 .เมื่อถึงวันกำหนดแล้ว พึงประชุมพร้อมกันตามสถานที่ที่
ได้กำหนดไว้ จะเป็นพระอุโบสถ หรือศาลาการเปรียญ นำ
ผ้าอาบน้ำฝน 1 ผู้นำและของถวายอย่างอื่นเป็นบริวาร เช่น
ร่ม พุ่มเทียน ไม้ขีด สบู่ ยาสีฟัน กระดาษชำระ ฯลฯ
2 . เมื่อพระสงฆ์ลงประชุมเรียบร้อยแล้ว ผู้เป็นหัวหน้ากล่าว
คำถวาย
3 . เมื่อกล่าวคำถวายเสร็จแล้ว เจ้าของผ้าประเคนผ้าแก่
พระภิกษุผู้จับได้ฉลากของตนเป็นราย ๆ ต่อไป
4 . เสร็จการประเมินแล้ว พระสงฆ์อนุโมทนา ทายกกรวด
น้ำ อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับไปแล้ว

-

https://hilight.kapook.com

45

วันออกพรรษา

วันออกพรรษาตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11
ของทุกปี






- https://www.bangkokbiznews.com/
ประวัติวันออกพรรษา หรือ วันปวารณา หรือ วันมหา
ปวารณา ถือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากการจำ
พรรษาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และยังเป็นวันที่เปิดโอกาสให้
พระภิกษุสงฆ์ในทุกระดับชั้นที่ได้จำพรรษาร่วมกันมาตลอด
3 เดือนสามารถว่ากล่าวตักเตือน ชี้ข้อบกพร่องของกันและ
กันได้ แต่ต้องเป็นไปด้วยความเมตตา ความปรารถนาดี และ
ความเสมอภาค หลังจากการทำพิธีออกพรรษาแล้วพระภิกษุ
สงฆ์สามารถทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาได้ตามปกติ
และสามารถค้างแรมในสถานที่ต่างๆ ที่ไปแสดงเทศนาได้
โดยที่ไม่ผิดพระพุทธบัญญัติใดๆ

46

https://www.bangkokbiznews.com/

การทำบุญในวันออกพรรษา
การ ทำบุญวันออกพรรษา นั้นเรียกว่า การทำบุญตักบาตรเทโว
หรือตักบาตรเทโวโรหณะ หรือตักบาตรดาวดึงส์ โดยประเพณีที่
ปฏิบัติกันนั้นคือการนำข้าวต้มมัดและข้าวต้มลูกโยนมาใส่บาตร
ประเพณีนี้สืบเนืองมาจากการเสด็จกลับจากการจำพรรษาที่
สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระพุทธเจ้า ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงมี
ความเชื่อว่าการออกมาตักบาตรในวันออกพรรษานั้นเสมือนการ
ต้อนรับพระพุทธเจ้าที่เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จึงเป็น
เหตุทำให้มีการตักบาตรกันอย่างล้นหลามในวันออกพรรษาหลัง
จากออกพรรษา 1 เดือนจะมีประเพณีเทศน์มหาชาติ ที่เหล่า
พุทธศาสนิกชนจะร่วมกันทอดกฐิน โดยประเพณีเทศน์มหาชาติ
ได้มีการสืบเนืองมาตั้งแต่สมัยโบราณและถือว่าการได้ฟังเทศน์
มหาชาติจนจบนั้นจะได้รับผลบุญอันมหาศาลอีกด้วย

47

https://www.sanook.com

นอกจากนี้ยังมีพิธีทอดกฐิน และทอดผ้าป่าที่มีมาตั้งแต่สมัย
พุทธกาล พิธีทอดกฐินคือการสร้างความสามัคคีระหว่างคณะ
สงฆ์ โดยการอนุเคราะห์ภิกษุที่มีจีวรชำรุด กฐินเป็นชื่อเรียก
ไตรจีวรที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุสงฆ์รับผ้าเหล่า
นั่นมาห่มได้หลังจากการจำพรรษาครบ 3 เดือนแล้ว โดยมี
เรื่องเล่าอยู่ว่าในสมัยพุทธกาล มีภิกษุจำนวน 30 รูปมีความ
ต้องการจะเฝ้าพระพุทธเจ้าแต่ด้วยความที่อยู่ห่างไกลมาก จึง
จำเป็นต้องเข้าพรรษาก่อนที่จะเดินทางไปถึง และหลังจาก
ออกพรรษาเหล่าภิกษุก็เดินทางต่อ ซึ่งต้องผ่านร้อน ผ่าน
หนาว ไปตลอดทางทำให้เมื่อเดินทางถึงสถานที่ที่พระพุทธเจ้า
ประทับอยู่นั้น จีวรที่ภิกษุห่ม ทั้งขาดทั้งเปื้ อน เมื่อพระศาสดา
ทรงเห็นจึงประทานผ้ากฐินให้แก่ภิกษุทั้ง 30 รูป ส่วนการ
ทอดผ้าป่าคือการอุทิศผ้าจีวรโดยไม่เจาะจงให้พระสงฆ์รูปใด
รูปหนึ่ง ผ้าป่าหรือผ้าบังสุกุลจีวร ที่ในสมัยก่อนพระสงฆ์
สามารถห่มผ้าบังสุกุลได้เท่านั้นทำให้การหาผ้ามาทำจีวรจึง
ยากลำบาก จึงต้องหาเศษผ้าที่ทิ้งแล้วหรือผ้าเก่าๆ ตามกอง
ขยะ แม้กระทั่งผ้าห่อศพที่ทิ้งไว้ในป่าช้ามาทำจีวร และก็เป็น
ส่วนที่ทำให้เกิดพิธีการทอดผ้าป่านั่นเอง

48

กิจกรรมที่ควรปฏิบัติในวันออกพรรษา

ทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ
ไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา
ร่วมกิจกรรม "ตักบาตรเทโว" (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11)
ปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ประดับธงชาติตามอาคารบ้าน
เรือนและสถานที่ราชการและประดับธงชาติ และธงธรรมจักร
ตามวัดและสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา
ตามสถานที่ราชการ สถานที่ศึกษาและที่วัด ควรจัดให้มี
นิทรรศการ การบรรยาย หรือ บรรยายธรรม เกี่ยวกับวัน
ออกพรรษา เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้สนใจทั่วไป

https://www.sanook.com

เอกสารอ้างอิง

พระครูวัฒนธรรมคุณ.(2538). พิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา
สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2564.
จากhttp://library.treasury.go.th/opac/index.php/

ศักดิ์สิทธิ์ พันธุ์สัทธ์.(7กุมภาพันธ์ 2020).วันมาฆบูชา
สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2564. จากhttps://www.lcbp.co.th

พระครูกัลป์ยาณสิทธิวัฒน์ (2560).วันวิสาขบูชา
สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2564.จากhttps://kledthai.com

จิรพัชร์ หล่อพินิจ. (2005).วันอาสาฬหบูชา วันอัฐมีบูชา
สำนักพิมพ์ : อักษราพิพัฒน์, บจก
สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2564.จากhttps://www.se-ed.com/

แก้ว อรุณฉาย.(2539).วันเข้าพรรษา
สำนักพิมพ์: อักษรธรรม, สนพ.สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2564
จาก.https://se-ed.com/

ระคอง นิมมานเหมินท์. (2554). ออกพรรษาวัน. ใน มูลนิธิ
สารานุกรมวัฒนธรรมไทยธนาคารไทยพาณิชย์, สารานุกรม
วัฒนธรรมไทย ภาคกลาง (ฉบับเพิ่มเติม) (เล่ม 3, น. 1227).
กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.
สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2564 จากhttps://e-library.siam.edu/


Click to View FlipBook Version