The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wau50, 2022-03-18 11:28:50

ปริ้นแผน

ปริ้นแผน

ตัวช้ีวดั และสาระการเรียนรแู้ กนกลาง
วิชาภาษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 6

สาระที่ 1 การอ่าน
มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพื่อนาไปใช้ตดั สนิ ใจ แก้ปัญหา

ในการ ดาเนนิ ชีวติ และมีนิสัยรักการอา่ น

ชัน้ ตวั ชวี้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.6 ท 1.1 ป.6/1 อ่านออกเสยี งบทรอ้ ย แก้วและ การอ่านออกเสียงและการบอกความหมาย ของบท

บทรอ้ ยกรองได้ถูกต้อง ร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรอง ประกอบด้วย

ท 1.1 ป.6/2 อธบิ ายความหมายของ คา ประโยค - คาท่ีมพี ยัญชนะควบกลา้

และข้อความทีเ่ ปน็ โวหาร - คาที่มอี ักษรนา

- คาท่มี ีตวั การันต์

- คาท่ีมาจากภาษาตา่ งประเทศ

- อกั ษรย่อและเคร่ืองหมายวรรคตอน

- วัน เดอื น ปีแบบไทย

- ข้อความทเ่ี ปน็ โวหารต่าง ๆ

- สานวนเปรียบเทียบ

การอา่ นบทรอ้ ยกรองเป็นทานองเสนาะ

ท 1.1 ป.6/3 อา่ นเรอื่ งส้ัน ๆ อยา่ ง หลากหลาย การอา่ นจบั ใจความจากส่อื ตา่ งๆ เช่น - เรื่องส้นั ๆ

โดยจับเวลาแลว้ ถาม เกยี่ วกับเรื่องท่ีอ่าน - นิทานและเพลงพ้นื บา้ น - บทความ

ท 1.1 ป.6/4 แยกข้อเท็จจรงิ และ ข้อคิดเห็นจาก

เรื่องที่อ่าน

ท 1.1 ป.6/5 อธบิ ายการนาความรู้ และความคดิ การอา่ นงานเขียนเชงิ อธบิ าย คาสง่ั ข้อแนะนา และ

จากเร่ืองท่ีอ่านไป ตัดสนิ ใจแก้ปญั หา ในการดาเนิน ปฏบิ ตั ิตาม

ชีวิต - การใชพ้ จนานกุ รม

- การปฏบิ ัติตนในการอยรู่ ่วมกันในสังคม

- ข้อตกลงในการอยู่รว่ มกันในโรงเรยี น และ การใช้

สถานทส่ี าธารณะในชมุ ชนและท้องถ่นิ

ท 1.1 ป.6/7 อธบิ ายความหมายของ ข้อมูล จาก การอา่ นข้อมลู จากแผนผงั แผนที่ แผนภมู ิ และกราฟ

การอ่านแผนผัง แผนที่ แผนภูมิ และกราฟ

ท 1.1 ป.6/8 อ่านหนังสอื ตามความ สนใจ และ การอ่านหนงั สือตามความสนใจ เช่น

อธิบายคณุ ค่าท่ีไดร้ ับ - หนงั สอื ทีน่ ักเรยี นสนใจและเหมาะสมกับวยั

- หนงั สอื อ่านท่คี รูและนักเรียนกาหนดร่วมกัน

ท 1.1 ป.6/9 มีมารยาทในการอ่าน มารยาทในการอ่าน

สาระท่ี 2 การเขยี น
มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี นเขียนส่อื สาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรื่องราวในรปู แบบ
ต่าง ๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

ช้นั ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป.6
ท 2.1 ป.6/1 คัดลายมือตวั การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทดั และ ครึ่งบรรทดั

บรรจงเต็ม บรรทดั และครึ่ง ตามรูปแบบการเขยี นตัวอักษรไทย

บรรทดั

ท 2.1 ป.6/2 เขยี นส่ือสารโดยใช้ การเขยี นส่ือสาร เชน่

คาได้ ถกู ต้องชดั เจน และ - คาขวญั - คาอวยพร

เหมาะสม - ประกาศ

ท 2.1 ป.6/3 เขียนแผนภาพโครง การเขยี นแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพ ความคดิ

เร่ืองและ แผนภาพความคิดเพ่ือ

ใชพ้ ฒั นางานเขียน

ท 2.1 ป.6/4 เขยี นเรยี งความ การเขียนเรียงความ

ท 2.1 ป.6/5 เขียนยอ่ ความจาก การเขยี นยอ่ ความจากส่อื ตา่ งๆ เชน่ นทิ าน ความ

เร่อื งท่ีอา่ น เรียงประเภทต่างๆ ประกาศ แจ้งความ แถลงการณ์

จดหมาย คาสอน โอวาท คาปราศรยั สุนทรพจน์

รายงาน ระเบียบ คาสง่ั

ท 2.1 ป.6/6 เขียนจดหมาย การเขียนจดหมายสว่ นตวั

สว่ นตวั - จดหมายขอโทษ

- จดหมายแสดงความขอบคุณ

- จดหมายแสดงความเห็นใจ

- จดหมายแสดงความยินดี

ท 2.1 ป.6/7 กรอกแบบรายการ การเขียนจดหมายส่วนตัว

ตา่ ง ๆ - จดหมายขอโทษ

- จดหมายแสดงความขอบคุณ

– จดหมายแสดงความเห็นใจ

- จดหมายแสดงความยินดี

ท 2.1 ป.6/7 กรอกแบบรายการ การกรอกแบบรายการ

ต่าง ๆ - แบบคารอ้ งต่าง ๆ

- ใบสมัครศึกษาต่อ

- แบบฝากสง่ พสั ดุและไปรษณียภัณฑ์

ท 2.1 ป.6/8 เขียนเรื่องตาม การเขียนเร่อื งตามจินตนาการและสรา้ งสรรค์

จินตนาการและ สรา้ งสรรค์

ท 2.1 ป.6/9 มมี ารยาทในการ มารยาทในการเขยี น

เขียน

สาระท่ี 3 การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดอู ยา่ งมวี จิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคดิ และความรสู้ กึ ใน
โอกาสตา่ ง ๆอยา่ งมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์

ช้นั ตัวชีว้ ดั สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ป.6 ท 3.1 ป.6/1 พดู แสดงความรู้ ความ เขา้ ใจ การพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจใน จดุ ประสงค์

จดุ ประสงคข์ องเร่ืองท่ีฟงั และดู ของเร่ืองที่ฟงั และดจู ากส่ือตา่ ง ๆ ได้แก่

ท 3.1 ป.6/2 ต้ังคาถามและตอบ คาถามเชงิ เหตผุ ล - สื่อส่ิงพิมพ์

จากเรื่องทีฟ่ งั และดู - สอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส์

ท 3.1 ป.6/3 วเิ คราะหค์ วาม นา่ เชอื่ ถือจากการฟงั การวิเคราะหค์ วามนา่ เชือ่ ถอื จากการฟังและ ดสู ือ่

และดสู ื่อโฆษณา อยา่ งมเี หตผุ ล โฆษณา

ท 3.1 ป.6/4 พูดรายงานเรื่องหรือ ประเดน็ ท่ี การรายงาน เชน่

ศกึ ษาค้นควา้ จากการฟัง การ ดู และการสนทนา - การพดู ลาดบั ขนั้ ตอนการปฏิบตั ิงาน

- การพูดลาดับเหตุการณ

ท 3.1 ป.6/5 พดู โน้มน้าวอย่างมี เหตุผล และ การพูดโน้มน้าวในสถานการณต์ า่ ง ๆ เช่น

นา่ เชือ่ ถอื - การเลือกต้งั กรรมการนักเรียน

- การรณรงค์ด้านตา่ ง ๆ

- การโต้วาที

ท 3.1 ป.6/6 มมี ารยาทในการฟัง การดู และการ มารยาทในการฟงั การดู และการพดู

พูด

สาระท่ี 4 หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิ
ปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ

ชั้น ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.6 ท 4.1 ป.6/1 วเิ คราะหช์ นดิ และหนา้ ท่ี ของคาใน
ชนิดของคา
ประโยค - คานาม – คาสรรพนาม
- คากรยิ า – คาวเิ ศษณ์
ท 4.1 ป.6/2 ใชค้ าไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะและ – คาบุพบท - คาเชอ่ื ม
บคุ คล - คาอทุ าน

ท 4.1 ป.6/3 รวบรวมและบอก ความหมายของคา คาราชาศัพท์
ภาษาต่างประเทศท่ใี ช้ ในภาษาไทย ระดับภาษา
ภาษาถ่ิน

คาที่มาจากภาษาตา่ งประเทศ

ชน้ั ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ท 4.1 ป.6/4 ระบลุ กั ษณะของประโยค
กลุ่มคาหรือวลี
ท 4.1 ป.6/5 แต่งบทร้อยกรอง ประโยคสามัญ
ท 4.1 ป.6/6 วเิ คราะห์และเปรียบเทยี บ สานวน ประโยครวม
ท่ีเป็นคาพังเพย และสภุ าษติ ประโยคซอ้ น

กลอนสภุ าพ

สานวนที่เปน็ คาพงั เพย และสภุ าษิต

สาระท่ี 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท 5.1 เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคณุ ค่าและ
นามาประยุกต์ใช้ในชวี ติ จริง

ชั้น ตัวชวี้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ป.6 ท 5.1 ป.6/1 แสดงความคิดเห็นจาก วรรณคดี วรรณคดแี ละวรรณกรรม เชน่

หรือวรรณกรรมที่อา่ น - นทิ านพน้ื บา้ นท้องถนิ่ ตนเองและท้องถิ่นอนื่

ท 5.1 ป.6/2 เล่านิทานพื้นบ้าน ท้องถิ่นตนเอง - นิทานคติธรรม

และนทิ านพื้นบ้านของ ท้องถิ่นอ่ืน – เพลงพน้ื บ้าน

ท 5.1 ป.6/3 อธบิ ายคณุ ค่าของ วรรณคดี และ - วรรณคดแี ละวรรณกรรมในบทเรยี นและตาม ความ

วรรณกรรมที่อา่ นและ นาไป ประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิต สนใจ

จริง

ท 5.1 ป.6/4 ทอ่ งจาบทอาขยาน ตามท่กี าหนด บทอาขยานและบทร้อยกรองทมี่ ีคณุ ค่า

และบทร้อยกรองท่ีมี คุณค่าตามความสนใจ - บทอาขยานตามที่กาหนด

- บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ

คาอธบิ ายรายวิชา

ท 16101 ภาษาไทย 6 กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย

ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 เวลา 160 ชว่ั โมง

ฝกึ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธบิ ายความหมายของคา ประโยคและข้อความที่ เป็น

โวหาร อา่ นเรือ่ งส้ัน ๆ อย่างหลากหลาย แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรอื่ งทอ่ี ่าน วเิ คราะหแ์ ละ แสดงความ

คิดเหน็ เกย่ี วกับเร่ืองที่อ่านเพ่ือนาไปใช้ในการดาเนนิ ชวี ิต อ่านงานเขียน เชิงอธิบาย คาสัง่ ขอ้ แนะนา และปฏิบตั ติ าม

อธบิ ายความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผงั แผนที่ แผนภูมแิ ละกราฟ เลอื กอ่านหนงั สือตามความสนใจและ

อธบิ ายคณุ ค่าท่ีไดร้ บั มีมารยาทในการอ่าน

ฝกึ คัดลายมือดว้ ยตวั บรรจงเต็มบรรทดั และครง่ึ บรรทัด เขยี นสอื่ สารโดยใช้คาได้ถูกต้อง ชัดเจน และ

เหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรือ่ งและแผนภาพความคิดเพอ่ื ใช้พฒั นางานเขยี น เขียนเรยี งความ เขยี น ยอ่ ความ

จากเร่ืองอ่าน เขียนจดสว่ นตัว กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียนเร่อื งตามจินตนาการและสร้างสรรค์ มมี ารยาทในการ

เขียน

ฝกึ ทักษะการฟงั การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจดุ ประสงค์ของเรื่องท่ฟี ังและดู ตง้ั คาถาม

และตอบคาถามเชงิ เหตุผลจากเร่อื งที่ฟงั และดูวิเคราะหค์ วามน่าเชื่อถือจากเรื่องท่ฟี ังและดสู อ่ื โฆษณาอยา่ งมเี หตุผล

พดู รายงานเรื่องหรือประเด็นทศ่ี กึ ษาคน้ คว้าจากการฟงั การดูและการสนทนา พดู โน้มนา้ วอยา่ งมเี หตุผลและ

น่าเช่ือถือ มีมารยาทในการฟัง การดแู ละการพูด

ฝกึ วเิ คราะหช์ นิดและหนา้ ท่ขี องคาในประโยค ใช้คาได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบคุ คล รวบรวม และบอก

ความหมายของคาภาษาต่างประเทศทใี่ ช้ในภาษาไทย ระบลุ กั ษณะของประโยค แตง่ บทร้อยกรอง วเิ คราะห์

เปรียบเทยี บสานวนท่เี ปน็ คาพังเพยและสุภาษิต

ฝกึ แสดงความคิดเหน็ จากวรรณคดหี รอื วรรณกรรมที่อา่ น เลา่ นทิ านพนื้ บ้านท้องถน่ิ ตนเองและ นทิ าน

พน้ื บา้ นของท้องถน่ิ อ่นื อธิบายคณุ ค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่านและนาไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ จริง ทอ่ งจา

บทอาขยานตามท่กี าหนดและบทร้อย โดยใชก้ ระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการ แสวงหาความรู้

กระบวนการกลมุ่ กระบวนการคดิ วเิ คราะห์และสรุปความ กระบวนการคดิ อย่างมี วจิ ารณญาณ กระบวนการสื่อ

ความ กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการสงั เกต กระบวนกรแยกขอ้ เท็จจรงิ กระบวนการค้นควา้ กระบวนการใช้

เทคโนโลยีในการสอ่ื สาร กระบวนการใช้ทักษะทางภาษา การฝกึ ปฏิบัติ อธบิ าย บันทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม

ใชท้ กั ษะการฟัง การดูและการพดู พูดแสดงความคิดเหน็ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด

เพือ่ ใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารไดถ้ ูกตอ้ ง รกั การเรยี นภาษาไทย เห็นคุณค่าของ การ

อนุรักษ์ภาษาไทย และตวั เลขไทย สามารถนาความรู้ไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนโ์ ดยใชว้ ธิ กี ารของเศรษฐกิจ พอเพยี งและ

สามารถนาไปประยุกต์ใชก้ บั ชีวติ ประจาวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั
ท 1.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
ท 2.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6, ป.6/7, ป.6/8, ป.6/9
ท 3.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ท 4.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4, ป.6/5, ป.6/6
ท 5.1 ป.6/1, ป.6/2, ป.6/3, ป.6/4

รวม 5 มาตรฐาน 34 ตัวช้ีวัด

โครงสรา้ งรายวิชา

ท16101 ภาษาไทย 6 กลุ่มสาระการเรียนรภู าษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 160 ช่ัวโมง

หน่วยที่ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระการเรียน เวลา คะแนน
1 10
ชมรมคนรักวรรณคดี ท 1.1 ป.6/1 ชั่วโมง
2 ท 1.1 ป.6/3 12
ท 2.1 ป.6/1 -การอา่ นออกเสยี งรอ้ ยแกว้ ที่ เป็น 26
ท 2.1 ป.6/2
ท 2.1 ป.6/6 โวหารต่าง ๆ (เร่อื งชมรมคนรัก
ท 2.1 ป.6/7
ท 3.1 ป.6/2 วรรณคด)ี
ท 3.1 ป.6/5
ท 4.1 ป.6/1 -อา่ นจบั ใจความ
ท 4.1 ป.6/3
ท 4.1 ป.6/4 -เขียนประกาศ
ท 5.1 ป.6/3
-การพูดโนม้ นา้ วใน สถานการณต์ ่าง

-การพูด แสดงความรู้ ความเข้าใจและ

วเิ คราะห์ ความน่าเชอ่ื ถือของเรือ่ งที่ฟงั

และดูจากสื่อสังคมออนไลน์

-การกรอกแบบรายการ

-การเขยี นจดหมายส่วนตวั ใน

ชีวติ ประจาวนั

-คาทีม่ าจากภาษาต่างประเทศ

-ชนดิ และหน้าท่ีของคา

-การวเิ คราะห์ส่วนประกอบ ของ

ประโยค

-สานวนไทยท่ีเป็นคาพงั เพย และ

สุภาษติ

-การคดั ลายมือ

นิทานทองอนิ ท 2.1 ป.6/5 -การอ่านออกเสียงอักษรย่อ และ 27
ท 2.1 ป.6/8
ท 3.1 ป.6/1 เคร่อื งหมายวรรคตอน
ท 4.1 ป.6/1
ท 4.1 ป.6/2 -การอธิบายความหมายของ
ท 4.1 ป.6/4
ท 5.1 ป.6/1 คาประโยคและข้อความท่เี ป็น โวหาร
ท 5.1 ป.6/2
ท 5.1 ป.6/4 -การอา่ นจับใจความจาก วรรณคดแี ละ

วรรณกรรม

-การเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง

-การเขยี นย่อความ

-การเขียนเรื่องตาม จนิ ตนาการ

-การพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจและ

วเิ คราะห์ ความนา่ เชื่อถือของเรอ่ื งท่ีฟงั

หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระการเรียน เวลา คะแนน

ช่ัวโมง

-ชนดิ และหน้าท่ีของคา

-การวเิ คราะห์สว่ นประกอบ ของ

ประโยค

–ระดบั ของภาษา

-ทอ่ งจาบทอาขยาน

3 การเดินทางของ ท 1.1 ป.6/1 -การอ่านทานองเสนาะ 27 13

พลายนอ้ ย ท 1.1 ป.6/2 -การอา่ นออกเสยี งร้อยแก้ว

ท 1.1 ป.6/3 -การอา่ นจบั ใจความจาก วรรณคดีและ

ท 1.1 ป.6/4 วรรณกรรม -การเขียนส่ือสาร

ท 1.1 ป.6/5 –ชนิดและหนา้ ทีข่ องคา

ท 2.1 ป.6/2 -คาราชาศัพท์

ท 3.1 ป.6/1 -การวิเคราะหส์ ว่ นประกอบ ของ

ท 3.1 ป.6/4 ประโยค

ท 4.1 ป.6/1 -สานวนไทยทีเ่ ป็นคาพังเพย และ

ท 4.1 ป.6/2 สุภาษิต

ท 4.1 ป.6/4 -การแสดงความคดิ เหน็ จาก วรรณคดี

ท 4.1 ป.6/6 และวรรณกรรม

ท 5.1 ป.6/1 -การพูดแสดงความรคู้ วาม เข้าใจของ

ท 5.1 ป.6/3 เรื่องที่ฟังและดจู าก สอื่ ต่าง ๆ

ท 5.1 ป.6/4 -การพูดนาเสนอรายงาน

4 อย่าชงิ สุกก่อนหา่ ม ท 1.1 ป.6/1 -การอ่านทานองเสนาะ 27 10

ไมง่ ามดี ท 1.1 ป.6/2 -การอธิบายความหมายของ คา

ท 1.1 ป.6/3 ประโยค และข้อความท่ี เปน็ โวหาร

ท 1.1 ป.6/4 จากเร่ือง อยา่ ชิง สุก กอ่ นหา่ มไมง่ ามดี

ท 2.1 ป.6/3 -การอา่ นจับใจความจาก วรรณคดแี ละ

ท 2.1 ป.6/4 วรรณกรรม

ท 3.1 ป.6/1 -การพดู นาเสนอรายงาน การศึกษา

ท 3.1 ป.6/3 คน้ คว้า

ท 3.1 ป.6/4 -อธบิ ายคุณค่าของวรรณคดี และ

ท 3.1 ป.6/5 วรรณกรรม

ท 4.1 ป.6/5 -การพดู แสดงความรคู้ วาม เข้าใจของ

ท 4.1 ป.6/6 เร่ืองที่ฟังและดจู าก ส่ือต่าง ๆ

ท 5.1 ป.6/3 -ทอ่ งจาบทร้อยกรองจาก เรอ่ื งท่ีอา่ น

ท 5.1 ป.6/4 -การเขยี นเรยี งความ

หน่วยที่ ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน สาระการเรียน เวลา คะแนน
ชวั่ โมง

-การพูดโตว้ าที
-การวเิ คราะห์ความน่าเช่อื ถอื จาก
เรอ่ื งท่ีฟังและดูจากส่ือ ตา่ ง ๆ -การ
เขยี นสอื่ สาร(จดหมาย กจิ ธุระใน
ชีวิตประจาวัน)
-กลอนสภุ าพ
-สานวนไทยทเี่ ป็นคาพงั เพย และ
สุภาษติ

5 ศกึ สายเลือด ท 1.1 ป.6/1 -การอธบิ ายความหมายของ คา 27 12

ท 1.1 ป.6/2 ประโยค และข้อความที่ เปน็ โวหาร

ท 1.1 ป.6/3 -การอา่ นจับใจความจาก วรรณคดแี ละ

ท 1.1 ป.6/5 วรรณกรรม

ท 2.1 ป.6/7 -การอา่ นกลอนบทละครเปน็ ทานอง

ท 2.1 ป.6/5 เสนาะ

ท 2.1 ป.6/8 -อธิบายคณุ ค่าของวรรณคดี และ

ท 3.1 ป.6/1 วรรณกรรม

ท 4.1 ป.6/1 -การพูดแสดงความรคู้ วาม เข้าใจของ

ท 4.1 ป.6/2 เร่ืองที่ฟงั และดู จากส่อื ตา่ ง ๆ

ท 4.1 ป.6/3 –การกรอกแบบรายการ

ท 4.1 ป.6/4 -คาราชาศพั ท์

ท 5.1 ป.6/1 –การเขียนย่อความ

ท 5.1 ป.6/2 -ชนดิ และหนา้ ทีข่ องคา

ท 5.1 ป.6/3 -การเขียนโน้มน้าวใจ -คาที่มาจาก

6 สมดุ มิตรภาพ ท 1.1 ป.6/1 -การอา่ นจบั ใจความจาก วรรณคดีและ 26 13

ท 1.1 ป.6/3 วรรณกรรม

ท 1.1 ป.6/5 –การอา่ นออกเสียงร้อยแก้ว

ท 2.1 ป.6/1 -อาขยาน

ท 2.1 ป.6/2 -การพดู แสดงความรู้ ความ เข้าใจของ

ท 2.1 ป.6/6 เร่ืองที่ฟังและดจู าก สอื่ ตา่ ง ๆ

ท 3.1 ป.6/1 -การเขยี นคาขวญั

ท 3.1 ป.6/2 –ชนิดและหนา้ ทีข่ องคา

ท 3.1 ป.6/4 -การคดั ลายมือ

ท 4.1 ป.6/1 -การเขยี นจดหมายส่วนตวั

หนว่ ยท่ี ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน สาระการเรยี น เวลา คะแนน
ชว่ั โมง
ท 5.1 ป.6/3 -การพดู นาเสนอรายงานจาก การ
ท 5.1 ป.6/4 คน้ คว้า 70
30
-คดั ลายมือ 160 100

คะแนนระหวา่ งปี

คะแนนสอบปลายปี

รวม

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1 รหสั วชิ า ท 16101
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ภาคเรียนท่ี 1
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 27 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เรื่อง อยา่ ชิงสุกก่อนหา่ ม ไม่งามดี เวลา 1 ชว่ั โมง
หน่วยย่อย เร่อื ง การเขยี นเรยี งความ

............................................................................................................................. ..........................................
สาระสาคญั

การเขียนเรียงความเป็นการนาความรู้ ความคิด หรอื ความรู้สึกเกยี่ วกบั เร่ืองใดเรื่องหน่งึ มาเรียบเรยี ง
ตามลาดบั เรอื่ งราวและความคดิ ใหเ้ ชือ่ มโยงกันตั้งแตต่ น้ จนจบอยา่ งเป็นระเบยี บและเข้าใจงา่ ย

มาตรฐานการเรียนรู้
ท 2.1 ใชก้ ระบวนการเขยี น เขยี นส่ือสาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี นเรื่องราวในรปู แบบตา่ งๆ

เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศ และรายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมปี ระสิทธภิ าพ

ตัวชีว้ ัด
ท 2.1 ป6/4 เขยี นเรียงความ
ท 2.1 ป6/9 มีมารยาทในการเขียน

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 ด้านความรู้ ความเข้าใจ (K)
- บอกความหมายและลกั ษณะของเขียนเรียงความตามรูปแบบได้ถูกต้อง
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
- เขยี นเรียงความตามรูปแบบได้ถูกตอ้ ง
3.3 ดา้ นคุณลกั ษณะ เจตคติ ค่านยิ ม (A)
- เห็นความสาคญั ของการเขยี นเรยี งความ และมีมารยาทในการเขยี น

สาระการเรยี นรู้
1. การเขยี นเรยี งความ

สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา
- นักเรียนเลน่ เกม เรยี งคาทาความ
ขั้นสอน
- นกั เรียนและครูร่วมกนั สนทนาเพ่อื ทบทวนการเขยี นเรียงความ และแบ่งกล่มุ ให้นกั เรยี นศกึ ษา ใบความรู้

เรอ่ื ง การเขยี นเรียงความท่ีครูแจกให้ แล้วใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มทากิจกรรมตามใบงาน
- ตัวแทนกลุ่มนาเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรียน หวั ขอ้ ละ ๑ กลุม่ เพอ่ื นและครูให้คาแนะนา แกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง

แล้วนาผลงานกลมุ่ ตดิ แสดงท่ีป้ายนิเทศ เพ่อื แลกเปล่ียนการเรยี นรรู้ ะหว่างกลุม่ นกั เรยี นทาใบงานท่ี 1
ขนั้ สรุป

- นักเรยี นและครชู ว่ ยกันสรุปบทเรยี น เรอื่ ง “การเขียนเรยี งความ “ เพอื่ ให้ไดห้ ลักการทว่ี ่า “การเขียน
เรียงความ เป็นการนาถ้อยคามาผูกประโยค เรยี บเรียงเป็นเร่ืองราวเพ่ือแสดงความรู้ความเข้าใจ ความคิดเหน็ และ
ความรู้สกึ ของผู้เขียน ให้ผู้อน่ื เข้าใจเรื่องราวท่ีเขียนดว้ ยสานวนภาษาทสี่ ละสลวย” หลกั ในการเขียนเรียงความ ต้องตั้ง
ชอื่ เร่อื ง วางโครงเรอื่ งใหส้ ัมพันธก์ บั ช่อื เรอ่ื งและลาดบั เรื่องราวก่อนหลงั ควรแบ่งการเขียนเป็นย่อหนา้ คานา เนื้อเรื่อง
และสรุปในสว่ นของเน้อื เร่ือง อาจมยี ่อหนา้ หลายยอ่ หน้าได้ และควรเขยี นย่อหนา้ ใหต้ รงกัน เขียนดว้ ยลายมอื ที่ชัดเจน
อ่านงา่ ยและถูกตอ้ งตามหลกั การเขียน”

สอ่ื / แหล่งการเรียนรู้
เกม เรยี งคาทาความ
ใบความรู้ เรอื่ งการเขยี นเรียงความ

ภาระงาน/ ชิ้นงาน
- ใบงานท่ี 1
- แบบฝกึ ทกั ษะที่ 1

การวดั และประเมนิ ผล
การวัดและประเมนิ ผล
1.วิธกี าร
- สงั เกตพฤติกรรมการมีสว่ นรว่ มในชนั้ เรียน
-แบบประเมินการทางานกลมุ่
2.เครื่องมือ
- แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียน
- แบบบนั ทกึ การตรวจผลงาน
3. เกณฑ์การประเมิน
เทียบคะแนนรอ้ ยละและผา่ นร้อยละ 50

ความคดิ เหน็ ของผู้บรหิ าร
............................................................................................................................. ............................................
............................................................................................................................. ............................................
.........................................................................................................................................................................

ลงช่อื ..........................................................................
(...............................................................)

ผอู้ านวยการโรงเรียน..............................................
.................../................................/.......................

บันทึกหลังการจดั การเรียนรู้
.........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................
............................................................................................................................. ............................................
ปญั หาและอปุ สรรค
.........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................
............................................................................................................................. ............................................
แนวทางแก้ไขปญั หา/ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. ............................................
.........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................

ลงช่อื ................................................................ครูผ้สู อน
(...............................................................)

.................../................................/......................

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม (ในชัน้ เรียน)

คาช้ีแจง ให้ทาเครื่องหมาย / ลงในชอ่ งรายการสงั เกตพฤตกิ รรมทีน่ ักเรียนปฏบิ ัติ

รายการ

เลขท่ี ชื่อ - สกลุ การซกั ถาม ความ สรุปผล
และร่วม การตอบ ร่วมมอื ใน รวม ระดับ การประเมิน
แสดงความ คาถาม การทา
คิดเห็น กิจกรรม

321321321 ไม่
ผ่าน ผา่ น

ลงช่อื ผปู้ ระเมนิ
()

.................../................................/.......................

เกณฑใ์ ห้คะแนน

รายการสังเกต ระดับคะแนน

(3)ดี (2) พอใช้ (1) ปรับปรงุ

1. การซักถามและร่วม มีการซักถามและร่วม มีการซักถามและร่วม ไมก่ ารซักถามและไม่
แสดงความคดิ เห็น แสดงความคดิ เห็น แสดงความคดิ เห็นเปน็ ร่วมแสดงความคดิ เหน็
ครัง้ คราว
อยา่ งสมา่ เสมอ

2.การตอบคาถาม ตอบคาถามอย่าง ตอบคาถามไม่ ไม่มีการตอบคาถาม
สม่าเสมอ สม่าเสมอ

3.ความรว่ มมอื ในการ ให้ความร่วมมือในการ ใหค้ วามรว่ มมือในการ ไมใ่ หค้ วามร่วมมือใน

ทากจิ กรรม ทากิจกรรมท่ีครู ทากจิ กรรมท่คี รู การทากจิ กรรมท่ีครู

กาหนดอยา่ งสมา่ เสมอ กาหนดเปน็ คร้งั คราว กาหนด

ระดบั คณุ ภาพ ระดบั
คะแนนรวม ดี
8-10
5-7 พอใช้
1-4 ปรบั ปรุง

สรุปผลการประเมิน พอใชข้ ึน้ ไป
ผา่ น มรี ะดบั คุณภาพ ปรับปรงุ
ไมผ่ ่าน มรี ะดับคุณภาพ

แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม
คาช้แี จง ใหท้ าเครื่องหมาย / ลงในชอ่ งรายการสงั เกตพฤติกรรมทนี่ ักเรยี นปฏบิ ตั ิ

รายการ

เลขท่ี ชอ่ื - สกลุ การแสดง การใหค้ วาม ความ สรุปผล
และรบั ฟัง ร่วมมอื รับผิดชอบ รวม ระดับ การประเมิน
ความคิดเหน็

321321321 ไม่
ผา่ น ผา่ น

ลงช่อื ผูป้ ระเมิน
()

.................../................................/.......................

เกณฑใ์ หค้ ะแนน ระดบั คะแนน
รายการสงั เกต
(3) ดี (2) พอใช้ (2) ปรับปรุง
1.การแสดงและรับฟัง
ความคิดเหน็ แสดงความคดิ เหน็ และรบั แสดงความคิดเหน็ แตไ่ ม่ ไม่แสดงความคดิ เหน็
2.การให้ความรว่ มมือ ฟงั ความคิดเหน็ ขอผเู้ รยี น รบั ฟงั ความคดิ เหน็ ขอ
ผเู้ รยี น
3.ความรบั ผิดชอบ
ให้ความรว่ มมือและ ใหค้ วามรว่ มมือในการ ไม่ใหค้ วามรว่ มมือและใน
การทางาน
กระตือรอื ร้นในการทางาน ทางานกล่มุ

กลุม่

ทางานที่ได้รับมอบหมาย ทางานท่ีไดร้ บั มอบหมาย ไมท่ างานที่ไดร้ ับ

เสรจ็ ทันเวลา เสร็จไม่ทนั เวลา มอบหมาย

ระดับคณุ ภาพ ระดับ
ดี
คะแนนรวม
8-10 พอใช้
5-7 ปรบั ปรงุ
1-4

สรุปผลการประเมิน
ผ่าน มรี ะดบั คุณภาพ พอใชข้ น้ึ ไป
ไมผ่ ่าน มีระดับคุณภาพ ปรับปรุง

ใบงานท่ี 1

หนว่ ยที่ 4 เรอ่ื ง อยา่ ชงิ สุกก่อนห่าม ไมง่ ามดี
ช่ือกลมุ่ ที่...................................ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6

๑. .....................................ประธาน
๒. .....................................รองประธาน
๓. ......................................กรรมการ
๔. ......................................กรรมการ
๕. ........................................กรรมการและเลขา

คาชี้แจง นกั เรียนเขียนเรื่อง “สถานท่นี า่ ท่องเทย่ี ว” โดยมโี ครงเร่อื งดงั น้ี
คานา ท่ตี ั้ง - ตาบลท่ีตง้ั – อาณาเขตตดิ ตอ่
เนือ้ เรอ่ื ง การเดนิ ทาง – ทางบกหรอื ทางน้า – ยานพาหนะ - คา่ เดินทาง
ส่ิงท่นี ่าชม - สงิ่ กอ่ สร้าง - ธรรมชาติ – ประชาชน
สรปุ ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั - ความเพลิดเพลิน - ความรู้ – ข้อคิดหรอื คติ
สถานทน่ี า่ ท่องเท่ียว

...……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………….……………………………………………………………………………………….……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แบบฝกึ ทกั ษะท่ี 1
คาช้แี จง ให้นักเรียนทาเครือ่ งหมาย √ หนา้ ข้อท่ีถกู และเคร่ืองหมาย × หน้าข้อทีผ่ ดิ

1. เรียงความเปน็ การเรียบเรียงข้อความให้เป็นเร่ืองราวเพ่ือแสดงความคิด โดยใช้ภาษาทส่ี ละสลวย
2. องคป์ ระกอบทสี่ าคัญของเรยี งความมี ๓ สว่ น คือ คานา เนือ้ เรือ่ ง สรุป
3. คานาเป็นการเร่มิ ต้นเพ่ือให้ผอู้ า่ นเกดิ ความประทับใจในเรียงความน้นั
4. จะเขยี นเรยี งความไดด้ ตี ้องมีการวางโครงเรื่องไวล้ ว่ งหน้าเรียงลาดบั เหตกุ ารณ์และความสาคัญ
5. การสรปุ โดยการแทรกขอ้ คิดทีแ่ ปลกใหม่ เปน็ สิ่งที่ไมค่ วามปฏบิ ัติ เพราะจะดึงความสนใจของผู้อ่านไป
6. สว่ นทข่ี ยายความจากคานาเราเรียกว่าสรปุ
7. เร่ืองอาจมีหลายย่อหน้าข้ึนอยู่กับเร่ืองทเี่ ขยี น
8. การเขียนเรยี งความอาจมีการนาสภุ าษิตมาประกอบการเขียนได้
9. การเขียนเรยี งความต้องใชค้ วามสามารถในการเขยี นเปน็ อยา่ งยิ่ง
10. การตัง้ ช่ือเร่ืองต้องเป็นจดุ รวมที่สาคญั ของเรยี งความทจี่ ะเขยี น

ชอ่ื .........................................................................เลขที่ ...................................ชน้ั ......................................

เกม เรียงคาทาความ

จุดประสงค์
เพอื่ ให้นกั เรียนสามารถหรอื รู้จกั นาคา หรือข้อความเรียบเรียงต่อกันเป็นเรื่องราว ซง่ึ อาจ เป็นทม่ี าของ

การเขียนเรียงความ
อปุ กรณ์

บตั รคาเขยี นข้อความ จดั ไว้เป็นชดุ เทา่ กบั จานวนกลมุ่ ผู้เล่น – กระดาษ – ดนิ สอ เทา่ กับจานวนกลมุ่ ผเู้ ลน่
เช่นกัน – นกหวีด – นาฬิกาจับเวลา
วธิ ีเล่น

1. แบ่งผูเ้ ลน่ ออกเปน็ กลุม่ กลุ่มละประมาณ 5 คน
2. ครูอธบิ ายการเล่นใหน้ ักเรียนฟังดงั นี้

- ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ รับบตั รคากลุ่มละ 1 ชุด อย่าเพิง่ เปดิ อ่านดวู ่าเป็นคาอะไรจนกว่าจะใหส้ ญั ญาณ
เพราะจะเป็นการเอาเปรียบกลมุ่ อ่นื

- เมื่อให้สัญญาณนกหวดี แตล่ ะกลมุ่ จะตอ้ งช่วยกันเรียบเรียงขอ้ ความตา่ ง ๆ ในกระดาษนามาเขยี น
เปน็ เน้อื เรือ่ งให้ได้ใจความทถ่ี ูกตอ้ ง

- ครจู ะให้เวลาเพียง 5 นาที เมือ่ ไดย้ ินเสียงนกหวดี ให้รีบหยุดทนั ที
- ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มนาผลงานออกมารายงานเล่าเรื่องราวทีเ่ รียบเรียงได้ให้เพอื่ น ๆ ฟัง
3. เม่อื เขา้ ใจกติกาการเล่นแล้วครูใหส้ ัญญาณนกหวดี เร่ิมเล่น นกั เรียนเล่นเกมหรือเริ่ม กจิ กรรมคือลงมือ
ทันที เม่อื ไดย้ นิ เสยี งนกหวีดอีกครงั้ ใหห้ ยดุ ทนั ที
4. ครเู ฉลยเรอ่ื งให้นักเรยี นฟัง
5. ในการตัดสนิ ใหค้ ะแนนควรดูทกี่ ารลาดับเรียบเรียงใจความว่า มีความถูกต้องเหมาะสมแค่ไหน เพยี งใด

พ่อ ของ ฉัน เปน็ นา
ชาว
หนังสอื เลม่ นี้ ราคา แพง
นอ้ ง สาว ของ ฉนั ใส่
เสอื้ สแี ดง

ใบความรู้
การเขยี นเรยี งความ
เป็นการนาความคดิ เร่ืองใดเร่ืองหนึ่ง ทผี่ ู้เขยี นสนใจนามาเรียบเรยี งอยา่ งชัดเจนให้นา่ สนใจโดยอาศยั
ขอ้ เทจ็ จรงิ ประกอบความคิดเหน็ ของผูเ้ ขียน ให้ผู้อ่านได้เข้าใจตามท่ีผู้เขียนต้องการ
องคป์ ระกอบของเรยี งความ เรียงความมีองค์ประกอบ ๓ ส่วนดว้ ยกัน คอื
๑. คานา (การเปดิ เรื่อง)
๒. เนอื้ เรอื่ ง หรอื เนื้อความ
๓. บทลงทา้ ย (การปิดเร่ือง หรอื บทสรุป)
ขั้นตอนการเขียนเรยี งความ
๑. กาหนดความมุ่งหมาย ของเรยี งความเร่ืองนน้ั
๒. เลือกแบบการเขียน หรอื โวหารการเขยี นให้สอดคล้องกับความ
๓. หารายละเอยี ดประกอบ และขยายความประเดน็ ต่างๆ ของโครงเรื่อง
๔. กาหนดภาคคานา ภาคเน้ือเรือ่ ง และภาคสรุป
ภาคคานาควร มลี ักษณะดังต่อไปน้ี
๑. ทาใหผ้ ้อู า่ นสนใจ
๒. แนะหรือบอกความมุ่งหมายหรือแนวของเรอ่ื ง
๓. ไมต่ ัง้ ตน้ ไกลเกินไป และมีแนวนาเขา้ สู่เรื่อง
๔. ไมย่ าวเกนิ ไป
ภาคเนื้อเรอ่ื ง เปน็ ภาคสาคญั ประกอบด้วย
๑. ขอ้ มลู ในโครงเร่อื ง ซึ่งเรยี งตามลาดับเวลาตามพืน้ ท่ี ตามเหตผุ ล หรอื ตามความสาคญั
๒. ประกอบด้วยยอ่ หน้าแต่ละย่อหน้า ทีส่ อ่ื ความคิดอยา่ งมีประสิทธิผล เหมาะสมตามความสาคญั ของเนื้อเรื่อง
๓. มคี วามสมั พันธร์ ะหว่างแต่ละประโยค แต่ละยอ่ หนา้
๔. มีรายละเอียดท่ีชัดเจน ขยายความ ประกอบความ และสนับสนุนขอ้ มลู สาคัญใหช้ ดั เจนเหมาะสมสอดคล้องกนั


Click to View FlipBook Version