The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Namesupharat Chalaewdee, 2022-10-20 02:13:25

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 1 เรื่อง ความปลอดภัยและทักษะในปฏิบัติการเคมี

รายวิชาเคมีพื้นฐาน รหัสวิชา ว31102 ชั้นมัยธมศึกษาปีที่ 4

26

กจิ กรรมที่ 1.1
เรือ่ ง การทดลองวัดปรมิ าตรโดยใชอ้ ปุ กรณช์ นดิ ต่าง ๆ

และการวัดมวลโดยใช้เคร่อื งช่งั

ชอ่ื - สกุล : ………….……………………………………………..………ห้อง...................เลขที่....................

จุดประสงค์

1. ฝกึ ใช้เครอ่ื งชง่ั และเครือ่ งแกว้ วดั ปริมาตรบางชนิด

2. เปรยี บเทยี บความแม่นในการวดั ปรมิ าตรของกระบอกตวงและปิเปตต์

อุปกรณ์

1.นำ้ 5.ปิเปตต์ขนาด 25 มิลลลิ ติ ร

2.เทอรม์ อมิเตอร์ 6.กระบอกตวงขนาด 25 มิลลลิ ิตร

3.บีกเกอร์ 100 มิลลิลติ ร 7.เครื่องชัง่

4.บกี เกอร์ 250 มิลลลิ ติ ร

วิธกี ารทดลอง

1.เทน้ำกล่นั ปรมิ าตร 200 mL ลงในบีกเกอร์ขนาด 250 mL วัดอุณหภูมขิ องนำ้ แล้วบันทึกผล

2. ช่ังมวลของบกี เกอร์ขนาด 100 mL บันทกึ ผล

3. หามวลของนำ้ 25 mL 3 ครง้ั ดงั น้ี

คร้ังท่ี 1 ปิเปตตน์ ้ำ 25 mL ลงในบีกเกอร์ขนาด 100 mL ช่ัง มวลรวมของนำ้ และบกี เกอร์ บันทึกผล

และคำนวณมวลของน้ำ 25 mL บนั ทึกผล

คร้งั ที่ 2 ปเิ ปตตน์ ้ำ 25 mL ลงในบีกเกอร์ใบเดิม ชงั่ มวลรวมของน้ำ 50 mL และบกี เกอร์ บนั ทกึ ผล

และคำนวณมวลของนำ้ 25 mL ทเ่ี ติมคร้งั ที่ 2 บนั ทกึ ผล

ครงั้ ท่ี 3 ปเิ ปตต์น้ำ 25 mL ลงในบกี เกอร์ใบเดิม ช่ังมวลรวมของน้ำ 75 mL และบกี เกอร์ บันทึกผล

และคำนวณมวลของน้ำ 25 mL ท่เี ติมครัง้ ที่ 3 บนั ทึกผล

4. คํานวณค่ามวลเฉล่ียของนำ้ ทไี่ ด้จากการปเิ ปตต์ 3 ครั้ง บนั ทกึ ผล

5. นาํ ค่ามวลเฉลีย่ ของน้ำในข้อ 4 มาคาํ นวณปรมิ าตรของนำ้ ดว้ ยสูตร d = m/v เม่ือ d เป็นความ

หนาแนน่ ของน้ำ (g/mL) m เปน็ มวลของน้ำ (g) และ V เปน็ ปริมาตรของนำ้ (mL)

6. ทําการทดลองซ้ำในขอ้ 1–5 โดยเปลี่ยนปเิ ปตต์เป็นกระบอกตวงขนาด 25 mL

7. นําค่าปรมิ าตรของนำ้ ทค่ี าํ นวณไดจ้ ากการใชป้ เิ ปตตแ์ ละกระบอกตวง มาเปรียบเทยี บ ความแม่นของ

การวัดจากการใชอ้ ปุ กรณ์ตา่ งชนิดกนั

1.1 การวดั ปรมิ าตรนำ้ ด้วยปเิ ปตต์ 27
มวลน้ำที่ได้ (g)
อุณหภูมขิ องน้ำ คือ.................... °C

ความหนาแนน่ ของน้ำ คอื ...........................g/mL

ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง

รายการ มวลน้ำทชี่ ่ัง (g)

บกี เกอรเ์ ปล่า

ครั้งท่ี 1

ครง้ั ท่ี 2

คร้ังท่ี 3

เฉลีย่

1.2 การวดั น้ำด้วยกระบอกตวง

อุณหภูมิของนำ้ คอื .................... °C

ความหนาแนน่ ของนำ้ คอื ...........................g/mL

ตารางบันทกึ ผลการทดลอง

รายการ มวลน้ำท่ีชั่ง (g) มวลน้ำทไี่ ด้ (g)

บีกเกอร์เปล่า

คร้ังที่ 1

ครั้งท่ี 2

ครั้งท่ี 3

เฉลี่ย

สรุปผลการทดลอง
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

28

ใบงานที่ 2
เรื่อง การบวก ลบ คณู หาร เลขนยั สำคัญ

ข้อ โจทย์ ผลลัพธ์
1 9.01 + 10.12 – 12.034 + 14.324
2 15.321 – 12.875 + 15.726 + 2.5
3 0.0024 + 0.005 + 0.5282 – 0.0851
4 0.314 + 0.21 + 35.5 – 10.224
5 9.873 + 10.23 +15.6 – 14.32
6 12.87 ÷ 14.2 x 12.5
7 15.92 ÷ 12 x 18
8 1.4 x 42.5 x 3.2
9 19.87 ÷ 45.5 x 12.87
10 0.002 x 0.008 ÷ 0.00258

29

เฉลย ใบงานที่ 2
เรื่อง การบวก ลบ คณู หาร เลขนยั สำคัญ
ข้อ
1 โจทย์ ผลลัพธ์
2 9.01 + 10.12 – 12.034 + 14.324 21.42
3 15.321 – 12.875 + 15.726 + 2.5 20.7
4 0.0024 + 0.005 + 0.5282 – 0.0851 0.451
5 0.314 + 0.21 + 35.5 – 10.224 25.8
6 9.873 + 10.23 +15.6 – 14.32 21.4
7 11.3
8 12.87 ÷ 14.2 x 12.5 24
9 15.92 ÷ 12 x 18 1.9 × 102
10 1.4 x 42.5 x 3.2 5.62
0.006
19.87 ÷ 45.5 x 12.87
0.002 x 0.008 ÷ 0.00258

30

31

32

33

34

35

36

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 4
เวลา 9 ช่ัวโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลา 2 ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความปลอดภยั และทกั ษะในปฏิบัติการเคมี
เร่อื ง หน่วยวัดปรมิ าณของสาร ผ้สู อน นางสาวสภุ ารตั น์ เฉลยี วดี
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

สาระเคมี
3. เขา้ ใจหลักการทำปฏบิ ตั ิการเคมี การวัดปรมิ าณสาร หนว่ ยวัดและการเปลีย่ นหน่วยการคำนวณ

ปรมิ าณของสาร ความเขม้ ขน้ ของสารละลาย รวมทงั้ การบรู ณาการความรแู้ ละทักษะในการอธิบายปรากฎการณ์
ในชีวติ ประจำวันและการแกป้ ัญหาทางเคมี

ผลการเรียนรู้
4. ระบหุ นว่ ยวดั ปรมิ าณต่าง ๆ ของสาร และเปล่ียนหนว่ ยวดั ใหเ้ ป็นหนว่ ยในระบบเอสไอด้วย การใช้

แฟกเตอร์เปลีย่ นหนว่ ย

สาระสำคัญ
การระบหุ น่วยของการวัดปรมิ าณตา่ ง ๆ ในชีวิตประจำวันไมว่ ่าจะเปน็ ความยาว มวล อุณหภูมิ อาจ

แตกต่างกนั ในแต่ละประเทศ เชน่ การระบุน้ำหนักเปน็ กิโลกรมั ปอนด์ หรือการระบุสว่ นสงู เป็นเซนติเมตร ฟุต ซ่ึง
หน่วยทางเคมีเป็นหน่วยที่ใช้บอกขนาดของปริมาณสารเคมีที่ต้องการใช้ ทั้งหน่วยน้ำหนัก หน่วยปริมาตรและ
หน่วยความเขม้ ขน้ ในการคำนวณหาปรมิ าณสารเพื่อเตรยี มเปน็ สารละลายต่างๆ ให้มีความเข้มข้นตามตอ้ งการนั้น
มหี นว่ ยท่ีใชเ้ ป็นมาตรฐานสากล คอื หนว่ ยเอสไอ

สาระการเรียนรู้
การทำปฏิบตั ิการเคมตี ้องมกี ารวดั ปริมาณตา่ ง ๆ ของสาร การบอกปริมาณของสารอาจระบอุ ยใู่ นหนว่ ย

ตา่ ง ๆ ดงั นน้ั เพ่ือให้มมี าตรฐานเดยี วกนั จึงมกี ารกำหนดหน่วยในระบบเอสไอใหเ้ ป็นหน่วยสากล ซง่ึ การเปลย่ี น
หน่วยเพอ่ื ใหเ้ ป็นหน่วยสากลสามารถทำไดด้ ว้ ยการใช้แฟกเตอร์เปลย่ี นหน่วย

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ระบุหน่วยวดั ปริมาณต่าง ๆ ของสารได้ (K)
2. เปลย่ี นหนว่ ยวัดให้เป็นหน่วยในระบบเอสไอด้วยการใชแ้ ฟกเตอร์เปล่ียนหนว่ ยได้ (P)
3. มคี วามใฝ่รู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน และทำงานรว่ มกบั ผอู้ น่ื ได้ (A)

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด

37

กิจกรรมการเรยี นรู้
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ขน้ั กระตุ้นความสนใจ (Engagement)

1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเก่ียวกับความรู้ท่ไี ด้จากการทดลองในห้องปฏบิ ตั ิการเคมี การใช้อุปกรณ์
เครือ่ งมือทางเคมี

2. ครูถามคำถามว่านักเรียนรจู้ กั หน่วยทางเคมอี ะไรบา้ ง และในปฏิบัติการเคมเี ก่ยี วข้องกบั
หนว่ ยอะไรบ้าง เพอ่ื เปน็ การกระตุน้ ใหน้ ักเรียนร่วมกันคิด
(แนวตอบ : หน่วยทางเคมี เช่น หน่วยมวลและนำ้ หนกั หน่วยอุณหภูมิ หน่วยปริมาณของสาร หน่วยปริมาตร เป็น
ต้น สำหรับในปฏิบัตกิ ารเคมีจะเกีย่ วขอ้ งกับการวดั มวลของสารเคมี มกั ใชห้ นว่ ยนำ้ หนักในระบบเมตริก เชน่
กโิ ลกรัม (kg) กรัม (g) หน่วยปรมิ าตร เชน่ ลติ ร (L) เป็นต้น )

3. ครแู จ้งจดุ ประสงค์ในการเรยี นวันน้ี (หน่วยวดั ปริมาณของสาร)
ข้นั สำรวจคน้ หา (Exploration)

1. ครใู หน้ ักเรยี นจับฉลากปริศนาหน่วยการวดั
2. ให้นักเรียนตามหากลมุ่ หน่วยวดั ประเภทเดยี วกนั พรอ้ มเขยี นลงในการดาษชารต์ ระบุการใชแ้ ต่ชื่อละ
หนว่ ยการวดั สัญลกั ษณ์ คา่ ทเี่ ทยี บหนว่ ยเอสไอ

ข้นั อธิบายความรู้ (Explanation)
1. ใหแ้ ต่กลมุ่ ละออกมานำเสนอ
2. ครูและนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายลงขอ้ สรปุ เก่ยี วกับหน่วยในระบบเอสไอ หรือหนว่ ยเอสไอ ใช้เป็นหน่วย

กลางทที่ ุกประเทศใชเ้ ป็นมาตรฐานในการระบุหน่วยการวดั ทางวทิ ยาศาสตร์ การใช้หนว่ ยทีแ่ ตกตา่ งกนั ทำให้ยาก
ต่อการสือ่ สารและการเปรยี บเทยี บ จงึ ได้มกี ารกำหนดหนว่ ยของการวัดให้เป็นมาตรฐานสากล หรอื ท่ีเรียกว่า
หน่วยเอสไอ (SI Units) แลว้ ครูแจกใบความรู้ใหน้ กั เรียนศึกษาเพิม่ เติม

3. ครูยกตัวอยา่ งการเปลย่ี นหน่วยวดั ให้เปน็ หน่วยในระบบเอสไอ ด้วยการใช้แฟกเตอร์เปล่ียนหน่วย

เปน็ อตั ราสว่ นระหว่างหนว่ ยท่ีแตกตา่ งกัน 2 หนว่ ย ทม่ี ีปริมาณเท่ากัน

ตวั อยา่ งการหาแฟกเตอรเ์ ปล่ยี นหน่วยเปน็ ดังน้ี

Ex.1 จากความสมั พนั ธ์พลังงาน 1 cal = 4.2 J

เมอื่ ใช้ 1 cal หารทั้งสองขา้ งจะไดเ้ ปน็

1 cal = 4.2J

1 cal 1 cal

1 = 4.2J

1 cal
หรือถ้าใช้ 4.2 J หารทั้งสองข้างจะได้เป็น

1 cal = 4.2J

4.2J 4.2J
1 cal
=1
4.2J

38

ดังนั้น แฟกเตอรเ์ ปล่ียนหน่วยเขียนได้เปน็ 1 cal หรอื 4.2J

4.2J 1 cal

ในทางคณติ ศาสตร์เมอื่ คณู ปรมิ าณดว้ ย “1” จะทำให้คา่ ของปรมิ าณเดมิ ไมเ่ ปล่ียนแปลง และแฟกเตอร์

เปล่ียนหน่วย 1 cal และ 4.2J ก็มีค่าเทา่ กบั 1 ดงั นน้ั จงึ สามารถนำแต่ละแฟกเตอรเ์ ปลยี่ นหน่วย

4.2J 1 cal

ไปใช้ในการเปลี่ยนหนว่ ยของปริมาณท่ีวัดจากหนว่ ยหนึ่งไปเปน็ หนว่ ยอ่นื โดยปริมาณไมเ่ ปลี่ยนแปลง
สำหรบั ตวั อยา่ งแฟกเตอรเ์ ปลยี่ นหนว่ ยนี้ ใชเ้ ปลย่ี นหน่วยจลู ใหเ้ ปน็ แคลอรหี รอื แคลอรีใหเ้ ปน็ จูล ตามลำดับ เช่น
พลงั งาน 20 cal สามารถเปลยี่ นเปน็ หน่วยจูลได้ดังน้ี

พลังงาน = 20 cal x 4.2J

1 cal

= 84 J
ทำได้โดยการคูณปริมาณในหนว่ ยทเี่ รมิ่ ตน้ ดว้ ยแฟกเตอร์เปลย่ี นหนว่ ยท่ีมหี นว่ ยทตี่ ้องการอยดู่ ้านบน ตามสมการ

ปริมาณและหน่วยทต่ี อ้ งการ = ปรมิ าณและหน่วยเริม่ ตน้ x หน่วยท่ีตอ้ งการ
หนว่ ยเริม่ ตน้

Ex. สารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ มวล 20 กรัม ความหนาแน่น 1.18 กรัมต่อลูกบาศกเ์ ซนติเมตรมปี ริมาตรเทา่ ใด

วธิ ที ำ ปริมาตรของกรดไฮโดรคลอรกิ = 20 g solution x 1 cm3solution
1.18 g solution
= 16.95 cm3

คำตอบต้องมีเลขนัยสำคญั 2 ตวั ดงั นัน้ สารละลายกรดไฮโดรคลอริกมีปรมิ าตร 17 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร

ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)
1. ให้นักเรยี นทำใบงานท่ี 3 เร่ือง หน่วยวดั ปรมิ าณของสาร
2. ครูอธบิ ายเพิม่ เติมวา่ หน่วยท่ใี ชใ้ นหอ้ งปฏิบัตกิ ารเคมี มอี ยู่ 4 หนว่ ย ได้แก่ หน่วย
มวลและนำ้ หนัก หน่วยอณุ หภมู ิ หนว่ ยปรมิ าณของสาร และหน่วยปริมาตร ซึ่ง
• หน่วยมวล (mass; m) สำหรับมวลของอะตอมจะใช้หน่วยทีเ่ รยี กวา่ หนว่ ยมวลอะตอม (atomic

mass unit, amu) ซึง่ ได้จากการเปรยี บเทียบมวลของธาตกุ บั มวลของธาตมุ าตรฐาน ปัจจบุ ันใช้ C-12 โดย
กำหนดให้ 1 อะตอมของ C-12 มมี วลเทา่ กบั 12 หน่วยมวลอะตอม

• หน่วยอณุ หภมู ิ (temperature; T) หน่วยของอณุ หภมู ิในระบบเอสไอ คอื เคลวิน (K) ส่วนหน่วยท่ี
นิยม คือ องศาเซลเซียส (oC) และองศาฟาเรนไฮต์ (oF)

• หนว่ ยปรมิ าณของสาร (amount of substance; n) ในระบบเอสไอมีหนว่ ยเป็นโมล (mol) โดย
1 โมล หมายถึง ปรมิ าณสารท่มี จี ำนวนอนุภาคเทา่ กบั จำนวนอะตอมของ C-12 ทีม่ ีมวล 12 กรัม ซงึ่ มคี า่ 6.02 ×
1023 อะตอม คา่ ตวั เลขนี้ เรียกวา่ เลขอาโวกาโดร (Avogadro’s number)

• หน่วยปรมิ าตร (volume; V) เป็นปริมาณท่นี ยิ มใช้หนว่ ยในระบบเมตริก คือ ลติ ร (L) และ
มลิ ลิลติ ร (mL) ซึง่ เมอ่ื เทียบกบั หน่วยเอสไอจะเท่ากับลกู บาศก์เดซิเมตร (dm3) และลกู บาศกเ์ ซนติเมตร (cm3)
ในการทดลองทางเคมี การวดั ปรมิ าตรสารทมี่ ีสถานะของเหลว จะใชเ้ ครือ่ งมอื วัดปริมาตรไดห้ ลายชนดิ เชน่
กระบอกตวง ขวดวดั ปรมิ าตร บวิ เรต บกี เกอร์ เปน็ ตน้

39

ข้นั ประเมินผล (Evaluation)
1. ครปู ระเมินผลโดยการสังเกตการตอบคำถาม และการร่วมกนั ทำงานของแตล่ ะกลุ่ม
2. ใบงานที่ 3 เรื่อง หน่วยวดั ปริมาณของสาร

ส่ือ/อุปกรณ/์ แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรยี นรายวิชาเคมี ม.4 เลม่ 1
2. ใบความรู้ เรอ่ื ง หนว่ ยวัดปริมาณของสาร
3. ใบงานที่ 3 เร่อื ง หน่วยวัดปรมิ าณของสาร

การวดั และการประเมนิ ผล หลกั ฐานการเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครือ่ งมอื วดั
รายการวดั และประเมนิ

1. ระบหุ น่วยวัดปริมาณต่าง ๆ 1. ใบงานท่ี 3 เร่อื ง หน่วย 1. ตรวจใบงานที่ 3 เร่อื ง 1. แบบประเมนิ
แบบฝึกหดั /ใบงาน/
ของสารได้ (K) วดั ปริมาณของสาร หนว่ ยวดั ปริมาณของสาร ชิ้นงาน
2. แบบสังเกตการตอบ
2. เปลยี่ นหนว่ ยวัดให้เป็นหน่วย 2. คำตอบของนกั เรียน 2. การถามคำถามใน คำถาม
ในระบบเอสไอด้วยการใช้ ห้องเรียน
แฟกเตอร์เปลี่ยนหน่วยได้ (P) 1. ใบงานที่ 3 เรื่อง หน่วย 1. ตรวจใบงานท่ี 3 เรอ่ื ง 1. แบบประเมนิ
วดั ปรมิ าณของสาร หนว่ ยวัดปริมาณของสาร แบบฝกึ หัด/ใบงาน/
ชน้ิ งาน
3. มีความใฝ่รู้ มงุ่ ม่นั ในการ 1. แบบประเมิน 1. สังเกตพฤตกิ รรมของ 1. แบบประเมนิ
คุณลกั ษณะทพ่ี ึง
ทำงาน และทำงานรว่ มกบั ผอู้ ื่นได้ คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ นักเรียน ประสงค์

(A)

เกณฑก์ ารประเมินผล จดุ ประสงค์ (K) สมรรถนะสำคัญ (P) คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
รายการ
ผา่ นเกณฑ์ 70% ขึ้นไป ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล

40

41

ใบความรู้
เรือ่ ง หนว่ ยวัดปริมาณของสาร

1) หน่วยในระบบเอสไอ
เป็นหนว่ ยทดี่ ดั แปลงจากระบบเมทริกซ์ โดยแบง่ เปน็ หน่วยพน้ื ฐาน (SI base units) มี 7 หนว่ ย

ตารางท่ี 1.1 หนว่ ยเอสไอพน้ื ฐาน

ปริมาณ ชือ่ หน่วยวดั สญั ลกั ษณห์ น่วยวดั

มวล กโิ ลกรัม kg

ความยาว เมตร m

เวลา วินาที s

อณุ หภูมิ เคลวนิ K

ปริมาณของสาร โมล mol

กระแสไฟฟา้ แอมแปร์ A

ความเข้มของการสอ่ งสวา่ ง แคนเดลา cd

ตารางท่ี 1.2 ตัวอย่างหนว่ ยเอสไออนพุ ันธ์ ชื่อหน่วย สัญลกั ษณ์ของหน่วย
ปริมาณ m3

ปริมาตร ลูกบาศกเ์ มตร mol/m3
kg/m3
ความเข้มข้น โมลตอ่ ลกู บาศก์เมตร

ความหนาแนน่ กิโลกรมั ต่อลกู บาศก์เมตร

หนว่ ยนอกระบบเอสไอ
ในทางเคมียังหนว่ ยอน่ื ทีไ่ ดร้ ับการยอมรบั และมกี ารใชก้ นั อยา่ งแพร่หลาย ตวั อยา่ งดังตาราง

ตาราง 1.3 ตวั อย่างหนว่ ยนอกระบบเอสไอทใี่ ชใ้ นทางเคมี

ปรมิ าณ ช่ือหนว่ ย สญั ลักษณ์ คา่ ทเ่ี ทยี บกับ
ของหนว่ ย หนว่ ยเอสไอพนื้ ฐาน

ปรมิ าตร ลติ ร L หรือ l 1 L = 10-3 m3

มวล กรมั g 42
ดอลตัน Da
ความดนั หนว่ ยมวลอะตอม u 1 g = 10-3 kg
บาร์ bar 1 Da = 1.66 x 10-27 kg
ความยาว มลิ ลเิ มตรปรอท mmHg
พลังงาน บรรยากาศ atm 1 u = 1 Da
อุณหภูมิ อังสตรอม A 1 bar = 10-5 Pa
แคลอรี cal 1 mmHg = 133.32 Pa
องศาเซลเซียส oC 1 atm = 1.013 x 10-5 Pa
1 A = 10-10 m
1 cal = 4.2 J
OC = K -273

43

ใบงานที่ 3
เรื่อง หนว่ ยวัดปรมิ าณของสาร

1.จงแสดงวธิ ีเปลย่ี นหนว่ ยไปเป็นหน่วยใหม่ท่ตี อ้ งการในแตล่ ะข้อตอ่ ไปนี้
1.1) 59.2 cm เปลย่ี นเปน็ หน่วย dm

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

1.2) 1.8 kg เปล่ียนเป็นหนว่ ย mg
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

1.3) 2,800 mL เปลย่ี นเปน็ หน่วย dm3
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

1.4) 3.2 g / mL เปล่ยี นเปน็ หน่วย kg / dm3
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. น้ำบรสิ ุทธป์ิ รมิ าตร 50.0 ลกู บาศก์เซนติเมตร ที่อณุ หภูมิ 20.5 องศาเซลเซยี สมีมวลเท่าใด เมื่อความหนาแนน่
ของนำ้ ที่อุณหภมู ิ 20.5 องศาเซลเซียส เทา่ กบั 0.998099 กรัมตอ่ ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. สารละลายกรดซลั ฟวิ ริกเข้มขน้ รอ้ ยละ 24 โดยมวล มีความหนาแนน่ 1.2 กรมั ตอ่ ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร ถ้า
สารละลายกรดซลั ฟวิ รกิ 200 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร จะมีกรดซลั ฟวิ รกิ ก่ีกรมั
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ถ้าทองเหลอื ง 12 กรมั ตอ้ งใชท้ องแดง 9.0 กรมั มตี ้นทุนราคาของทองแดงกิโลกรมั ละ 200 บาท หากต้องการ
ทองเหลือง 300 กรัม ตอ้ งซือ้ ทองแดงกบ่ี าท
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

เฉลย 44

ใบงานท่ี 3
เรอ่ื ง หน่วยวดั ปรมิ าณของสาร

1.จงแสดงวธิ เี ปลยี่ นหน่วยไปเป็นหนว่ ยใหมท่ ่ีตอ้ งการในแตล่ ะขอ้ ต่อไปน้ี
1.1) 59.2 cm เปลี่ยนเป็นหนว่ ย dm

59.2 cm = 59.2 cm × 1m × 10dm = 5.92 dm
100cm 1m

1.2) 1.8 kg เปล่ยี นเป็นหน่วย mg

1.8 kg = 1.8 kg × 1000g × =1000mg 1.8 × 10-6 mg
1kg 1g

1.3) 2,800 mL เปลยี่ นเปน็ หนว่ ย dm3

2,800 mL = 2,800 mL × 1L × =1dm3 2.8 dm3
1000mL 1L

1.4) 3.2 g/mL เปล่ียนเปน็ หนว่ ย kg/dm3

3.2 g/mL = 3.2 g× 1kg × 1000mL × 1dm3 = 3.2 kg/dm3
1mL 1000g 1L 1L

2. น้ำบริสทุ ธปิ์ รมิ าตร 50.0 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร ทอ่ี ุณหภมู ิ 20.5 องศาเซลเซยี สมีมวลเท่าใด เม่ือความหนาแนน่
ของนำ้ ทีอ่ ณุ หภมู ิ 20.5 องศาเซลเซยี ส เท่ากับ 0.998099 กรมั ต่อลกู บาศก์เซนติเมตร

มวลของน้ำ = 50 cm3 × 0.998099 g = 49.9 g/cm3
1cm3

3. สารละลายกรดซลั ฟวิ ริกเข้มข้นรอ้ ยละ 24 โดยมวล มีความหนาแนน่ 1.2 กรมั ต่อลูกบาศก์เซนตเิ มตร ถ้า
สารละลายกรดซลั ฟิวรกิ 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร จะมีกรดซัลฟวิ ริกกกี่ รมั

ปรมิ าณกรดซลั ฟิวริก = 24 g acid × 1.2 g solution × 200 cm3 solution = 58 g
100 g solution 1 cm3 solution

4. ถา้ ทองเหลือง 12 กรมั ต้องใชท้ องแดง 9.0 กรมั มตี น้ ทนุ ราคาของทองแดงกโิ ลกรัมละ 200 บาท หากต้องการ
ทองเหลือง 300 กรัม ตอ้ งซือ้ ทองแดงก่บี าท

ตอ้ งซ้ือทองแดง = 9.0 g Cu × 1 kg Cu × 200 Bath × 300 g brass = 45 Baht
12 g brass 1000 g Cu 1 kg Cu

45

46

47

48

49

50

51

52

53

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
เวลา 9 ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความปลอดภัยและทักษะในปฏิบัติการเคมี เวลา 3 ชั่วโมง
เร่ือง การปฏบิ ตั แิ ละเขยี นรายงานการทดลอง ผู้สอน นางสาวสภุ ารตั น์ เฉลียวดี
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565

สาระเคมี
3. เขา้ ใจหลักการทำปฏบิ ัติการเคมี การวดั ปรมิ าณสาร หน่วยวัดและการเปลี่ยนหนว่ ยการคำนวณ

ปรมิ าณของสาร ความเขม้ ขน้ ของสารละลาย รวมทง้ั การบรู ณาการความรแู้ ละทักษะในการอธบิ ายปรากฎการณ์
ในชวี ติ ประจำวนั และการแกป้ ญั หาทางเคมี

ผลการเรยี นรู้
3. นำเสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขยี นรายงานการทดลอง

สาระสำคญั
วิธีการทางวิทยาศาสตร์ คือ การแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างมีกระบวนการที่เป็นแบบแผนมี

ขั้นตอนที่สามารถปฏิบัติตามได้ โดยขั้นตอนวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ที่เป็นเครื่องมือสำคัญของนักวิทยาศาสตร์
ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้ การกำหนดปัญหา การตั้งสมมติฐาน การตรวจสอบสมมติฐาน การวิเคราะห์ข้อมลู
และการสรปุ ผลการทดลอง นอกจากวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ยังมีการเขยี นรายงานการทดลองทเี่ ป็นอีกหนง่ึ สิ่ง
สำคัญ โดยมีหัวข้อดังน้ี ช่ือการทดลอง จดุ ประสงค์ สมมตฐิ านและการกำหนดตวั แปร อปุ กรณแ์ ละสารเคมี วธิ กี าร
ทดลอง ผลการทดลอง อภิปรายและสรุปผลการทดลอง

สาระการเรยี นรู้
การทำปฏิบัติการเคมีต้องมีการวางแผนการทดลอง การทำการทดลอง การบันทึกข้อมูล สรุปและ

วิเคราะห์ นำเสนอขอ้ มูล และการเขยี นรายงาน การทดลองทีถ่ ูกตอ้ ง โดยการทำปฏบิ ัตกิ ารเคมีตอ้ งคำนึงถึงวิธีการ
ทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ และจรยิ ธรรมทางวิทยาศาสตร์

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ระบวุ ิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างเปน็ ข้นั ตอนและถูกต้อง (K)
2. ใชเ้ คร่อื งมือและอปุ กรณท์ างวิทยาศาสตรไ์ ดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสมกับวิธกี ารทดลอง รวมทัง้ ทำ

การทดลอง แปรผล สรุปผล และเสนอผลการทดลองได้อย่างถูกต้องเหมาะสม (P)
3. มคี วามใฝร่ ู้ มุง่ มน่ั ในการทำงาน และทำงานรว่ มกบั ผ้อู น่ื ได้ (A)

54

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด

กิจกรรมการเรยี นรู้
วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ขั้นกระต้นุ ความสนใจ (Engagement)

1. ครูนำตัวอยา่ งภาพกจิ กรรมการทดลองมาใหน้ ักเรยี นสงั เกต

โดยครูถามคำถามกระตนุ้ ความคิดดงั นี้
- จากภาพผลการทดลองเป็นเรื่องเก่ยี วกับอะไร (การใสป่ ุ๋ยกับการเจรญิ เตบิ โตของพืช)
- นักเรยี นจะตง้ั สมมติฐานการทดลองน้ีวา่ อยา่ งไร (การใสป่ ยุ๋ มผี ลตอ่ การเจริญเตบิ โตของพืช)
- หากจะทำการทดลองดังภาพ จะมวี ธิ ีการดำเนินการทดลองอย่างไรบ้าง
- ออกแบบการทดลอง
- มวี สั ดอุ ปุ กรณอ์ ะไรบา้ ง
- มีวิธกี ารทดลองอยา่ งไร
2. ครูพดู ชี้แจง้ จดุ ประสงคใ์ นการเรยี นวนั น้ี (วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร์และการเขียนรายงานการทดลอง)

ข้ันสำรวจค้นหา (Exploration)
1. ให้นักเรียนแบง่ กล่มุ กลุ่มละ่ 4-5 คน
2. ครูใหค้ วามรเู้ กี่ยวกบั หวั ขอ้ ที่ควรมใี นการเขยี นรายงานการทดลอง จากนั้นใหน้ กั เรียนทำใบกจิ กรรม

1.2 ออกแบบการทดลองและทำการทดลองเพอื่ เปรียบเทียบความแมน่ จากการวัดปริมาตร นำ้ ดว้ ยกระบอกตวง
ที่มขี นาดต่างกนั พรอ้ มทงั้ เขยี นรายงานการทดลอง

ขัน้ อธบิ ายความรู้ (Explanation)
1. ครนู ำนักเรียนอภปิ รายและสรุปเกย่ี วกบั การเขียนรายงานการทดลอง ดังนี้

• ชือ่ การทดลอง

55

• ชื่อผู้ทำการทดลอง พร้อมรายชื่อผู้รว่ มการทดลอง
• วัตถุประสงค์ของการทำการทดลอง
• วิธีการทดลอง โดยอธิบายถึงขน้ั ตอนการทำการทดลองตามความเปน็ จริง
• ผลการทดลอง โดยแสดงข้อมลู ตา่ ง ๆ ทีไ่ ด้จากการทดลอง อาจจดั อยู่ในรูปของตาราง
• วิจารณ์ผลการทดลอง โดยผลการทดลองนั้นสอดคล้องกับทฤษฎีหรือไม่ หากไม่สอดคล้อง

ให้อธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ผลการทดลองคลาดเคลือ่ น
• สรปุ ผลการทดลอง โดยกลา่ วถึงสาระสำคัญที่ไดจ้ ากผลการทดลอง ซึง่ อาจมีคา่ ทางสถิติมา

ช่วยวิเคราะหผ์ ลการทดลอง
• ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพือ่ ใช้ปรับปรุงการทดลองในคร้ังต่อไป
2. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เติมเรอื่ งวิธีทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และจติ วทิ ยาศาสตร์
เพ่มิ เติมวา่ ประกอบไปดว้ ยอะไร มีอะไรบ้างอย่างไร เช่น
วิธีทางวทิ ยาศาสตร์ 5 ข้ันตอน ประกอบไปดว้ ย 1. ระบปุ ญั หา 2. ตั้งสมมติฐาน 3. รวบรวมข้อมลู
4. วิเคราะหข์ อ้ มลู 5. สรุปผล
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง ความชำนาญและความสามารถในการใช้
การคดิ และกระบวนการคิดเพื่อคน้ หาความรู้ รวมทงั้ การแก้ปญั หาตา่ ง ๆ
จิตวิทยาศาสตร์ หมายถึง คุณลักษณะหรือลักษณะนิสัยของบุคคลที่เกิดขึ้นจากการศึกษาหาความรู้โดย
ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ได้แก่ ความสนใจใฝร่ ู้ ความมุง่ ม่ัน อดทน รอบคอบ ควารบั ผิดชอบ
ความซอื่ สตั ย์ ประหยัด การร่วมแสดงความคดิ เหน็ และยอมรับฟงั ความคดิ เห็นของผูอ้ ่ืน ความมเี หตุผล
การทำงานร่วมกบั ผู้อน่ื ได้อย่างสรา้ งสรรค์
ขั้นขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)
1. ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับประโยชน์จากการปฏบิ ัตกิ ารทดลอง และการนำ
ความรทู้ ไ่ี ด้รับไปใช้ในชวี ิตประจำวัน
ขนั้ ประเมินผล (Evaluation)
1. ครูประเมินผลโดยการสังเกตการตอบคำถาม และการร่วมกนั ทำงานของแต่ละกลุม่
2. ใบกจิ กรรม 1.2 ออกแบบการทดลองและทำการทดลองเพอ่ื เปรียบเทยี บความแม่นจากการวัดปริมาตร
นำ้ ด้วยกระบอกตวงทมี่ ีขนาดตา่ งกนั

สอ่ื /อุปกรณ/์ แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าเคมี ม.4 เลม่ 1
2. ใบกจิ กรรม 1.2 ออกแบบการทดลองและทำการทดลองเพอ่ื เปรียบเทียบความแม่นจากการวดั ปรมิ าตร

น้ำด้วยกระบอกตวงทม่ี ขี นาดตา่ งกัน

56

การวดั และการประเมินผล หลกั ฐานการเรยี นรู้ วธิ ีการวดั เคร่ืองมอื วัด
รายการวดั และประเมนิ

1. ระบุวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้ 1. ใบกจิ กรรม 1.2 1. ตรวจใบกจิ กรรม 1.2 1. แบบประเมนิ

อยา่ งเปน็ ข้นั ตอนและถูกต้อง (K) ออกแบบการทดลองและ ออกแบบการทดลองและ แบบฝึกหัด/ใบงาน/

ทำการทดลองเพื่อ ทำการทดลองเพื่อ ชนิ้ งาน

เปรียบเทยี บความแมน่ เปรียบเทียบความแม่น

จากการวัดปริมาตรนำ้ ดว้ ย จากการวดั ปรมิ าตรนำ้ ดว้ ย

กระบอกตวงทีม่ ีขนาด กระบอกตวงที่มขี นาด

ตา่ งกัน ต่างกนั

2. คำตอบของนักเรยี น 2. การถามคำถามใน 2. แบบสงั เกตการตอบ

ห้องเรียน คำถาม

2. ใชเ้ คร่ืองมือและอุปกรณ์ทาง 1. ใบกจิ กรรม 1.2 1. ตรวจใบกจิ กรรม 1.2 1. แบบประเมนิ

วทิ ยาศาสตร์ได้อยา่ งถกู ต้อง ออกแบบการทดลองและ ออกแบบการทดลองและ แบบฝึกหดั /ใบงาน/
เหมาะสมกบั วธิ ีการทดลอง
รวมทง้ั ทำการทดลอง แปรผล ทำการทดลองเพือ่ ทำการทดลองเพื่อ ชิ้นงาน

เปรียบเทียบความแมน่ เปรียบเทียบความแมน่

สรปุ ผล และเสนอผลการทดลอง จากการวัดปรมิ าตรนำ้ ดว้ ย จากการวัดปริมาตรนำ้ ดว้ ย

ไดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสม (P) กระบอกตวงทมี่ ีขนาด กระบอกตวงท่ีมขี นาด

ต่างกัน ต่างกัน

3. มีความใฝ่รู้ มุ่งมนั่ ในการ 1. แบบประเมนิ 1. สังเกตพฤติกรรมของ 1. แบบประเมิน

ทำงาน และทำงานรว่ มกบั ผู้อน่ื ได้ คณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ นักเรียน คุณลกั ษณะทพ่ี ึง

(A) ประสงค์

เกณฑ์การประเมนิ ผล จดุ ประสงค์ (K) สมรรถนะสำคัญ (P) คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
รายการ
ผา่ นเกณฑ์ 70% ข้นึ ไป ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
เกณฑก์ ารประเมินผล

57

58

ใบกิจกรรมที่ 1.2
ออกแบบการทดลองและทำการทดลองเพื่อเปรยี บเทยี บ
ความแมน่ จากการวดั ปริมาตรนำ้ ดว้ ยกระบอกตวงที่มขี นาดตา่ งกัน

จดุ ประสงค์การทดลอง

1. ออกแบบและทดลองเปรยี บเทยี บความแมน่ ในการวดั ปรมิ าตรนำ้ ด้วยกระบอกตวงท่ีมขี นาดต่างกนั

2. นำเสนอการออกแบบการทดลองและเขยี นรายงานการทดลอง

วธิ ที ดลอง

1. ออกแบบและนำเสนอการออกแบบการทดลองเปรียบเทยี บความแมน่ ในการวดั ปรมิ าตรน้ำดว้ ย

กระบอกตวงท่มี ขี นาดตา่ งกัน

2. ทำการทดลองเพอ่ื เปรยี บเทียบความแมน่ ในการวัดปริมาตรน้ำดว้ ยกระบอกตวงท่มี ีขนาดตา่ งกัน

3. เป็นรายงานการทดลอง

1.) ช่อื การทดลอง

................................................................................................................................................................

2.) ชอื่ ผู้รว่ มทำปฏบิ ัติการทดลอง

1 ) ..............................................................เลขที่........... 2 ) ................................................................เลขที.่ ...........

3 ) ..............................................................เลขท.่ี .......... 4 ) ................................................................เลขท.่ี ...........

กลมุ่ ที่ : ……………………ห้อง : ........................ วนั /เดือน/ปี : …………………….. สถานท่ี : ………………………………….

3.) วตั ถุประสงค์ของการทดลอง

3.1............................................................................................................................................................

3.2............................................................................................................................................................

4.) สมมตฐิ านและการกำหนดตวั แปร

4.1...............................................................................................................................................................

4.2................................................................................................................................................................

5.) ตวั แปรในการทำการทดลอง

5.1 ตวั แปรต้น .......................................................................................................................................................

5.2 ตวั แปรตาม .......................................................................................................................................................

5.3 ตวั แปรควบคุม ..................................................................................................................................................

6.) อปุ กรณ์และสารเคมี

1.) …………………………………….....…… 2.) ...........................................................

3.) .................................................... 4.) ...........................................................

7.) วิธกี ารทดลอง

7.1 ...............................................................................................................................................................

7.2 ...............................................................................................................................................................

59

8.) ผลการทดลอง
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
9.) อภิปรายผลการทดลอง
....................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

60

61

62

63

64

65

66

67




Click to View FlipBook Version