คำนำ รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย เพื่อให้ทราบถึงรายละเอียดแผนงาน โครงการและกิจกรรมที่ได้ดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 การดำเนินงานที่ได้จากการรายงานไปใช้เป็นข้อมูลเพื่อวางแผนพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลมากขึ้น สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานนี้จะเอื้อประโยชนทั้งในสวนของ ผู้ปฏิบัติงานและแสดงผลการดำเนินงานขององคกรต่อสาธารณชน ตลอดทั้งผู้ที่สนใจ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย และผู้ที่มีสวนเกี่ยวของทุกท่าน ที่อนุเคราะห์ใหข้อมูล และมีสวนร่วมใหรายงานฉบับนี้สมบูรณ และสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี มา ณ โอกาสนี้ จัดทำโดย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ก
สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป 1 ส่วนที่ 2 ผลการดำเนินงาน - กลุ่มนโยบายและแผนงาน 8 - กลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมือนแร่ 20 - กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม 32 - กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม 38 ส่วนที่ 3 กิจกรรมอื่น ๆ 77 ข
ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป 1
2
3
4
ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดเชียงราย ตราประจำจังหวัดเชียงราย : รูปช้างสีขาวใต้เมฆ วิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัดเชียงราย (Vision) “เชียงราย : ประตูทองของวัฒนธรรมล้านนา และการค้าสู่สากล” Chiangrai : Global Golden Gateway of Lanna Culture and International Trade คำขวัญของจังหวัดเชียงราย “เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง” อาณาเขต และ ภูมิประเทศ จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ภาคเหนือของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ 785 ก.ม. มีเนื้อที่ประมาณ 11,678.369 ตร.ก.ม. หรือประมาณ 7,298,981 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับ ประเทศสหภาพพม่า และประเทศสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดลำปาง และจังหวัดพะเยา ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจังหวัดพะเยา ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ประเทศสหภาพพม่า และจังหวัดเชียงใหม่ 18 อำเภอในจังหวัดเชียงราย - อ.เมืองเชียงราย - อ.เชียงของ - อ.เวียงป่าเป้า - อ. เทิง - อ. ป่าแดด - อ. พาน - อ. เวียงชัย - อ. แม่จัน - อ. เชียงแสน - อ. แม่สาย - อ. แม่สรวย - อ. พญาเม็งราย - อ. เวียงแก่น - อ. ขุนตาล - อ. แม่ฟ้าหลวง - อ. แม่ลาว - อ. เวียงเชียงรุ่ง - อ. ดอยหลวง ดอกไม้ประจำจังหวัดเชียงราย : ดอกพวงแสด ต้นไม้ประจำจังหวัดเชียงราย : ต้นกาสะลองคำ 6
การพัฒนาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ – ใต้ ตามกรอบ ความร่วมมือ ลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดเชียงราย รวมทั้งการกำหนดนโยบาย THAILAND ๔.๐ ที่ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีและดิจิทัล ในการเข้ามายกระดับการประกอบธุรกิจและส่งเสริมให้มีนวัตกรรมเพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะมีการ ยกระดับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ นำโดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ภายใต้วิสัยทัศน์ “องค์กรแห่งการขับเคลื่อนพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ ส่งเสริมนวัตกรรม การผลิตเชิงนิเวศน์ คำนึงถึง สิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการให้ยั่งยืน” โดยกำหนดแนวทางการพัฒนาไว้ ๕ ด้าน ได้แก่ ๑) แนวทางการพัฒนาด้านที่ ๑ ยกระดับการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมโดยใช้นวัตกรรม ให้มีศักยภาพสูงขึ้น มีเป้าประสงค์เพื่อใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพิ่มการใช้งานด้านดิจิทัลในการบริหารจัดการการผลิตในกลุ่ม SMEs เพิ่มจำนวนผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม (Innovation Driven Enterprise : IDE) ลดปริมาณของเสียและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จาก ภาคอุตสาหกรรม รวมทั้ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย ๒) แนวทางการพัฒนาด้านที่ ๒ พัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการก้าวไปสู่ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ มีเป้าประสงค์เพื่อ ลดขั้นตอน อำนวยความสะดวกให้ ผู้ประกอบการ และพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ส่งเสริมให้เกิดการเพิ่มมูลค่าการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ๓) แนวทางการพัฒนาด้านที่ ๓ ส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมในพื้นที่กับ เศรษฐกิจในภูมิภาค GMS มีเป้าประสงค์เพื่อ บูรณาการความร่วมมือในด้านอุตสาหกรรมระหว่างหน่วยงานรัฐ และเอกชน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนารูปแบบการผลิตของภาคอุตสาหกรรมที่สามารถตอบสนองต่อความ ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร ๔) แนวทางการพัฒนาด้านที่ ๔ การสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยุค ๔.๐ มีเป้าประสงค์เพื่อ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันและอำนาจการต่อรองด้านการตลาด ส่งเสริมการค้า การลงทุน ร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน ๕) แนวทางการพัฒนาด้านที่ ๕ สร้างกระบวนการรับรู้ และประโยชน์ที่ผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมจะได้รับ มีเป้าประสงค์เพื่อสร้างกระบวนการรับรู้ให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนำไปใช้ ในการตัดสินใจทางธุรกิจ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ 7
ส่วนที่ 2 ผลการดำเนินงาน กลุ่มนโยบายและแผนงาน 8
โครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการและการพัฒนาตลาดเชิงสร้างสรรค์ กิจกรรมหลัก : การพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้า กิจกรรมภายใต้โครงการ กิจกรรมที่ 1 การพัฒนาสินค้าเกษตรสำคัญของจังหวัดเชียงรายด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์สู่ผลิตภัณฑ์ เกษตรแปรรูปมูลค่าสูง แนวคิดและทิศทางการพัฒนาของแผนพัฒนาการเกษตร ในช่วงพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 - 2564) ได้เน้นความต่อเนื่องกับแผนที่ผ่านมา โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรให้เป็นศูนย์กลาง การพัฒนาอย่างสมดุล มีการรวมกลุ่มเป็นสถาบันเกษตรในชุมชนต่างๆ เพื่อสามารถผลักดันให้ดำเนินงานใน รูปแบบของธุรกิจเกษตรที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ทั้งนี้จังหวัดเชียงรายมีปริมาณผลผลิตทางการเกษตรที่ หลากหลายรวมถึงผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปทางการเกษตรที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งผลผลิตเหล่านี้ มักสูญเสีย มูลค่าและเกิดความเสียหายไปมากก่อนเข้าสู่การผลิตหรือแปรรูปโดยไม่ก่อให้เกิดมูลค่า จึงต้องจัดทำโครงการฯ เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตรแปรรูปได้รับการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรและเกษตร แปรรูปที่มีมาตรฐานด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย อีกทั้ง สร้างและเพิ่มโอกาสทางการตลาดแก่สินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย ผลการดำเนินงาน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรมสัมมนา“การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้วย แนวคิดเชิงสร้างสรรค์ตามแนวทาง BCG ECONOMY MODEL”ภายใต้โครงการการเพิ่มขีดความสามารถ ผู้ประกอบการและการพัฒนาตลาดเชิงสร้างสรรค์ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ในวันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน 2565 วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและอาหาร ในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย โดยมี นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และ นางกฤษนันท์ ทะวิชัย อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย เป็นผู้กล่าวรายงาน ผู้เข้าร่วมการอบรม จำนวน 92 ราย แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมอบรม ณ โรงแรมเอ็ม บูทีค รีสอร์ท จังหวัดเชียงราย จำนวน 82 ราย และผู้ประกอบการ เข้าร่วมกิจกรรมผ่านระบบ ZOOM MEETING จำ นวน 10 ราย ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการจัดแสดง และจำหน่าย สินค้าของประกอบการ SMEs กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร จำนวน 16 ราย 9
10
กิจกรรมที่ 2 การพัฒนาศักยภาพการตลาดเชิงรุกของผู้ประกอบการ SMES จังหวัดเชียงราย เพื่อเพิ่ม ช่องทางการจำหน่ายสินค้าด้วยเทคโนโลยีและดิจิทัลมาตรฐานสู่สากล จากการแพร่ระบาดของของเชื้อไวรัสโควิด 2019 ในประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และการดำรงชีวิตรัฐบาลใช้มาตรการ Social distancing มีการปิดสถานที่ สถานการค้า งดกิจกรรมทาง เศรษฐกิจต่างๆ ทำให้เกิดผลกระทบค่อนข้างรุนแรง ธุรกิจจำนวนมากต้องปิดตัวลง แม้ภาครัฐจะมีมาตรการ ช่วยเหลือแต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเพียงพอ ภายใต้วิกฤตนี้กลุ่มที่ได้รับวิกฤตอีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นกลุ่มที่ช่วยให้ระบบเศรษฐกิจเกิดการขับเคลื่อนและหมุนเวียนของรายได้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย จึงได้ดำเนินโครงการฯ เพื่อช่วยประตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาและช่วย เพิ่มศักยภาพให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs จังหวัดเชียงราย ให้มีศักยภาพสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ โดยการสร้างบรรจุภัณฑ์ใหม่และช่องทางในการจำหน่ายสินค้าในตลาดใหม่โดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล มา ประยุกต์ใช้ในการประกอบธุรกิจ และสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้ประกอบการ SMEs ในการปรับตัวธุรกิจ ป้องกันไม่ให้ เกิดปัญหาทางธุรกิจในอนาคต รวมถึงเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์และบริการของผู้ประกอบการ SMEs ให้มีข้อมูลบน เว็บไซต์ที่ได้รับการรับรองและมีมาตรฐานสู่สากลอย่างถูกต้อง กิจกรรมย่อยที่ 2.1 การส่งเสริม และสนับสนุน ให้สถานประกอบการมีการสร้างช่องทางการนำเสนอ สินค้าในตลาดใหม่ ผลการดำเนินงาน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร การสร้างการเรียนรู้แนวทาง และวิธีคิดในการพัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจ จากการใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลรวมทั้งสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อเปิดแนวคิดมุมมองในการปรับเปลี่ยนธุรกิจ ให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน ตามแนวทาง BCG ภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการ และการพัฒนาตลาดเชิงสร้างสรรค์ งบประมาณจังหวัดเชียงรายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในวันอังคารที่ 6 ธันวาคม 2565 โดยมี นางกฤษนันท์ ทะวิชัย อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด และนายเทวัญ บุภักดี หัวหน้ากลุ่ม นโยบายและแผนงาน กล่าวรายงาน มีผู้เข้าร่วมการอบรม จำนวน 104 ราย แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมอบรม ณ โรงแรม เอ็ม บูทีค รีสอร์ท จังหวัดเชียงราย จำนวน 87 ราย และผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมผ่านระบบ ZOOM MEETING จำนวน 17 ราย ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการจัดแสดง และจำหน่ายสินค้าของประกอบการSMEs กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร จำนวน 20 ราย 11
12
กิจกรรมย่อยที่ 2.2 การส่งเสริม และสนับสนุน ให้สถานประกอบการมีการสร้างช่องทางการนำเสนอ สินค้าในตลาดใหม่ ผลการดำเนินงาน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร : การพัฒนาบรรจุภัณฑ์และสื่อ โฆษณาในรูปแบบหลากภาษา (จีน-อังกฤษ) ตามแนวทาง BCG ภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการ และการพัฒนาตลาดเชิงสร้างสรรค์ งบประมาณจังหวัดเชียงราย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในวันอังคารที่ 24 มกราคม 2566 โดยมีนายสมหวัง บุญระยอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด และ นางกฤษนันท์ ทะวิชัย อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวรายงาน มีผู้เข้าร่วมการอบรมทั้งสิ้น จำนวน 61 ราย แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมอบรม ณ ห้องประชุม M DE CHIANGRAI โรงแรมเอ็ม บูทีค รีสอร์ท จังหวัดเชียงราย จำนวน 54 ราย และผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมผ่านระบบ ZOOM MEETING จำนวน 7 ราย ทั้งนี้ภายใน งานได้มีการจัดแสดง และจำหน่ายสินค้าของประกอบการ SMEs กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกร ในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย 13
โครงการเตรียมความพร้อมพื้นที่อุตสาหกรรมสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Pre-EIT) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town : EIT) ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อบรรลุ ตามตัวชี้วัดและเป้าหมายแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 โดยพื้นที่ได้รับการพัฒนาสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จำนวน 15 จังหวัด 18 พื้นที่ (จังหวัดระยอง สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี นครปฐม ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น ราชบุรี สุราษฎร์ธานี และสงขลา) สำนักงาน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้จัดทำโครงการเตรียมความพร้อมพื้นที่อุตสาหกรรมสู่การเป็นเมือง อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Pre-EIT) ขึ้น เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวต่อเนื่องจากโครงการการพัฒนาเมือง อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Center) ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมพื้นที่ เป้าหมาย รองรับมิให้ก่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยสนับสนุนการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เพื่อให้โรงงาน อุตสาหกรรมและชุมชน สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนและให้ชุมชนในพื้นที่เป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารและแนวทางการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในภาพรวมภายในพื้นที่ กิจกรรมภายใต้โครงการ กิจกรรมที่ 1 การส่งเสริมพัฒนาพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ กิจกรรมย่อยที่ 1.1 จัดกิจกรรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อทบทวนแผนปฏิบัติการ ตลอดจนแนวทาง การส่งเสริมพัฒนาพื้นที่ ผลการดำเนินงาน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อทบทวนแผนการปฏิบัติการ ตลอดจนแนวทางการส่งเสริมพัฒนาพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อม สู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Pre-EIT) จังหวัดเชียงราย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566” เมื่อวันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โรงแรมแกรนด์ วิสต้า อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมี นางกฤษนันท์ ทะวิชัย อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย เป็นประธานใน การสัมมนา และนายเทวัญ บุภักดี หัวหน้ากลุ่มนโยบายและแผนงาน เป็นผู้กล่าวรายงาน ทั้งนี้มีผู้เข้าร่วมสัมมนา จำนวน 54 ราย 14
15
กิจกรรมที่ 2 จัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ หรือคณะทำงานขับเคลื่อน เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในระดับจังหวัด จำนวน 2 ครั้ง กิจกรรมย่อยที่ 2.1 จัดประชุมให้แก่คณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ระดับจังหวัด ครั้งที่ 1 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย จัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 1/2566 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 เมื่อวันพุธที่ 1 มีนาคม 2566 ห้องประชุม นารายณ์ สำนักงานอุตสาหกรรม จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 50 ราย 16
กิจกรรมย่อยที่ 2.2 จัดประชุมให้แก่คณะทำงานการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ระดับจังหวัด ครั้งที่ 2 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย จัดประชุมคณะทำงานการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 2/2566 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 เมื่อวันพุธที่ 15 มีนาคม 2566 ห้องประชุมนารายณ์ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 43 ราย 17
กิจกรรมที่ 3 จัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม หรือการป้องกัน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือด้านความปลอดภัยหรือสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือแนวทางการ พัฒนาสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ให้แก่ ผู้ประกอบการ พนักงาน ประชาชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ หน่วยงานภาครัฐ ในรูปแบบหรือวิธีการที่เหมาะสม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย จัดสัมมนาถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือด้านความปลอดภัยสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้ โครงการเตรียมความพร้อมพื้นที่อุตสาหกรรมสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Pre-EIT) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ในวันอังคารที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566 โดยมีนายสมหวัง บุญระยอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด และนางกฤษนันท์ ทะวิชัย อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวรายงาน ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการสัมมนา จำนวนทั้งสิ้น 50 ราย แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมสัมมนา ณ ห้องประชุมนารายณ์ ชั้น 2 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย จำนวน 41 ราย และเข้าร่วมผ่านระบบ Zoom Meeting จำนวน 9 ราย กิจกรรมที่ 4 จัดกิจกรรมเพื่อบูรณาการข้อมูลสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และสัดส่วนพื้นที่สีเขียว กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ในการทบทวนแผนผังสาธารณูปโภค สาธารณูปการและสัดส่วนพื้นที่สีเขียว ตลอดจนสำรวจและรวบรวมผลดำเนินการ การรับรู้ และความพึง พอใจ หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์ประมวลผล และสรุปข้อมูลตามตัวชี้วัดการเป็นเมืองอุตสาหกรรม เชิงนิเวศ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ได้จัดทำแบบสำรวจสรุปผลการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และความพึงพอใจการสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลการจัดการด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และสารเคมีของ โรงงาน ในการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศต่อสาธารณะ พื้นที่ตำบลเวียงชัย ตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย เพื่อสำรวจการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และความ พึงพอใจของของประชาชนในพื้นที่ และสามารถนำข้อมูลที่ได้รับมาช่วยในการปรับปรุงประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานในอนาคตต่อไป 18
19
ผลการดำเนินงาน กลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ 20
โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับ ดูแล และส่งเสริมการประกอบการเหมืองแร่ ตามแนวอุตสาหกรรมวิถีใหม่“เหมืองแร่ดีคู่ชุมชน” การดำเนินการตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มีบทบัญญัติที่กำหนดผู้เกี่ยวข้องไว้หลาย ภาคส่วน เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ประชาชน รวมทั้งเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดใน ฐานะเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้ความรู้ความเข้าใจวัตถุประสงค์ แนวปฏิบัติและเนื้อหาต่าง ๆ ของพระราชบัญญัติจะได้ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ รวมทั้งทำให้มีการเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนรับทราบอย่าง ทั่วถึง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามพระราชบัญญัติดังกล่าว กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดเป็นเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่ มีบทบาทหน้าที่ใน การออกประทานบัตร อาชญาบัตรสำรวจแร่ และมอบหมายให้กำกับดูแลผู้ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยแร่ สอดส่องดูแลเฝ้าระวังในท้องที่ที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมาย และพัฒนา ท้องถิ่น กิจกรรมภายใต้โครงการ กิจกรรมที่ 1 การปฏิบัติราชการตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 การตรวจกำกับดูแลสถาน ประกอบกิจการเหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐาน รวมถึงการเฝ้าระวังเพื่อป้องปรามการกระทำความผิด ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ผลการดำเนินงาน ตรวจสอบผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ ดังนี้ 1. ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ จำนวน 4 ราย 4 แปลง ได้แก่ บริษัท เชียงราย เอส.เอส.พี จำกัด , บริษัท บัญชากิจ จำกัด , บริษัท เชียงรายแลนด์แอสโซซิเอทส์ จำกัด , ห้างหุ้นส่วนจำกัดเชียงรายพัฒนนันท์ 2. ผู้ประกอบกิจการโรงโม่ บด และย่อยหิน จำนวน 6 ราย 7 โรง ได้แก่ เชียงราย เอส.เอส. พี จำกัด , บริษัท บัญชากิจ จำกัด , บริษัท เชียงรายแลนด์แอสโซซิเอทส์ จำกัด (2 โรง) , ห้างหุ้นส่วนจำกัด เชียงรายพัฒนนันท์, บริษัท หาญเจริญเอนเตอร์ไพรส์เชียงราย จำกัด และ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเชียงรายธนะวงศ์ 3. ผู้ประกอบกิจการโรงแต่งแร่ จำนวน 2 ราย 2 โรง ได้แก่ บริษัท ภาคยภูมิเชียงราย จำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัดอภิโชค 4. ผู้ประกอบกิจการซื้อแร่ จำนวน 2 ราย ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนลายคราม อิม – เอ็กซ์ปอร์ต และบริษัท ไพโลคลีนไลฟ์ จำกัด 5. สถานที่เก็บแร่จำนวน 2 แปลง ได้แก่ บริษัท เชียงราย เอส.เอส.พี จำกัด และ บริษัท ภาคยภูมิ เชียงราย จำกัด 21
กิจกรรมที่ 2 การปฏิบัติราชการตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 สำหรับจังหวัดพื้นที่รับผิดชอบ ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา และตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ผลการดำเนินงาน ตรวจสอบผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ในพื้นที่จังหวัดพะเยา จำนวน 5 ราย จำนวน 19 ครั้ง กิจกรรมที่ 3 เสริมสร้างองค์ความรู้และศักยภาพในการปฏิบัติงาน ด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและ การเหมืองแร่ ผลการดำเนินงาน 1. สัมมนาโครงการ “พัฒนาองค์ความรู้และกระบวนงานในการดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยแร่ เข้าร่วมสัมมนาโครงการ “พัฒนาองค์ความรู้และกระบวนงานในการดำเนินคดีตาม กฎหมาย ว่าด้วยแร่” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ สร้างความรู้ความเข้าใจแก่บุคลากรภาครัฐเพื่อ เตรียมความพร้อมในการดำเนินคดี และสร้างแนวทางที่เป็นมาตรฐานในการเตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่กระบวนการ ดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยแร่ ในวันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ณ โรงแรม เบส เวสเทิร์น จตุจักร 22
2. สัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องชี้แจงคู่มือการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเปรียบเทียบ ในคดี ความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ชี้แจงคู่มือการ ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเปรียบเทียบ ในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560” ในวันที่ 25 กันยายน 2566 โดยมี นายเอกภัทร วังสุวรรณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิด นายเตมีย์ พันธุวงค์ราช ผู้อำนวยการกองตรวจราชการ เป็นผู้กล่าวรายงาน นายอดิทัต วะสีนนท์ และนายเศรษฐรัชต์ เลือดสกุล รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ร่วมเป็นเกียรติฯ พร้อมกันนี้นางกฤษนันท์ ทะวิชัย อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายศักดิ์ดา พูนผล หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและ การเหมือง แร่ และนางสาวอำพร ปัญจะศรี นักวิชาการอุตสาหกรรมชำนาญการ เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ณ โรงแรม เซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ 23
กิจกรรมที่ 4 ประชุมชี้แจง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด ตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 ผลการดำเนินงาน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย จัดสัมมนาตามโครงการ "เพิ่มประสิทธิภาพ การกำกับ ดูแล และส่งเสริมการประกอบการเหมืองแร่ ตามแนวอุตสาหกรรมวิถีใหม่ "เหมืองแร่ดีชุมชน" ประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2566 โดยมี นายสมหวัง ระยอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการ สัมมนา และนางกฤษนันท์ ทะวิชัย อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวรายงาน ทั้งนี้ สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 3 เชียงใหม่ ให้เกียรติเป็นวิทยากร นำโดย นายดุสิต จันทรกานต์ ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ , นายผดุงเกียรติ จิ้วฮวด วิศวกรชำนาญการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 3 เชียงใหม่ และมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการเหมืองแร่ในพื้นที่จังหวัด เชียงราย รวม 35 ราย ร่วมประชุม ณ โรงแรมดิอิมพีเรียล ริเวอร์ เฮ้าส์ รีสอร์ท อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัด เชียงราย 24
กิจกรรมที่ 5 กิจกรรมตามภารกิจของกลุ่มกลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ตรวจสอบการใช้และสถานที่เก็บวัตถุระเบิด กลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ร่วมตรวจสอบการ ใช้และสถานที่เก็บวัตถุระเบิด จังหวัดเชียงราย ในวันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 โดยมี นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในการนำตรวจ โดยเข้าตรวจสอบกรณี บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น จำกัด ขออนุญาต ซื้อ มี ใช้ และขนย้ายวัตถุระเบิด เพื่อใช้ในการระเบิดหิน โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ สัญญาที่ 3 ช่วงเชียงราย – เชียงของ ตามสัญญาจ้างเลขที่ กส.12/ทค/2564 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2564 ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย กับบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น จำกัด โดยได้สร้างสถานที่เก็บรักษาวัตถุระเบิดตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 436/2498 ไว้ ณ บ้านเกี๋ยงเหนือ หมู่ที่ 4 ตำบลห้วยซ้อ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ทั้งนี้ ได้ร่วมประชุม พิจารณากลั่นกรองผู้ขออนุญาตซื้อ มี ใช้ สั่ง นำเข้า ค้า วัตถุระเบิด จังหวัดเชียงราย เพื่อให้ การพิจารณาอนุญาตเป็นไปอย่างรอบคอบ ก่อนนำเสนอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยพิจารณา ณ ห้องประชุม อำเภอเชียงของ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย 25
ประชุมคณะกรรมการมวลชนสัมพันธ์ กลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ร่วมประชุม คณะกรรมการมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 1/2566 ของบริษัท เชียงราย เอส.เอส.พี จำกัด ผู้ถือประทานบัตรที่ 31128/16285 ทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง ท้องที่ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ในวันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 โดยมีนางณัฐฐ์จิร จงสุขธนามณี กรรมการ ผู้จัดการ เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีค้ำ , ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใหม่พัฒนา , เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอแม่จัน , เจ้าหน้าที่ เกษตรอำเภอแม่จัน , เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอแม่จัน , เจ้าหน้าที่โรงเรียนบ้านเวียงสา และผู้นำชุมชนรอบ พื้นที่การทำเหมือง เข้าร่วมประชุมดังกล่าว ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 26
ประชุมเพื่อรับฟังการชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน จัดตั้งคณะกรรมการมวลชนสัมพันธ์ กลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต 3 เชียงใหม่ ปลัดเทศบาลตำบลสันมะเค็ด รองนายกเทศมนตรีตำบลสันมะเค็ด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกล้วย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลสันมะเค็ด ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลสันมะเค็ด(บ้านกล้วย) กรรมการวัดบ้านกล้วย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 สมาชิกเทศบาลเขต 1 และตัวแทน บริษัท สยาม เค-มาย จำกัด เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังการชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน จัดตั้งคณะกรรมการ มวลชนสัมพันธ์ กองทุนเฝ้าระวังสุขภาพและกองทุนพัฒนาหมู่บ้านรอบพื้นที่เหมืองแร่ และวางแผนการดำเนินงาน สำหรับประทานบัตร 31134/ชร001 โครงการเหมืองแร่ดินอุตสาหกรรมชนิดแร่บอลเคลย์ เพื่อให้เป็นไปตาม เงื่อนไขของมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในวันที่ 18 ตุลาคม 2566 ณ วัดบ้านกล้วย หมู่ที่ 14 ตำบลสันมะเค็ด อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย 27
กิจกรรมการตรวจประเมินสถานประกอบการฯ นายอดิทัต วะสีนนท์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ประธานคณะกรรมการ พิจารณาเหมืองแร่สีเขียว พร้อมด้วย นายยุทธศิลป์ รักญาติ ผู้อำนวยการกองบริหารสิ่งแวดล้อม ประธาน คณะอนุกรรมการพิจารณาคัดเลือกเหมืองแร่สีเขียว และคณะฯ เข้าตรวจประเมินสถานประกอบการอุตสาหกรรม เหมืองแร่และอุตสาหกรรมพื้นฐานที่ขอรับรางวัลเหมืองแร่สีเขียว รางวัลรักษามาตรฐานเหมืองแร่สีเขียวต่อเนื่อง ดีเด่น และรางวัลรักษามาตรฐานเหมืองแร่สีเขียว ประจำปี 2566 พื้นที่จังหวัดเชียงราย ในวันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2566 โดยกลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เชียงราย เข้าร่วมการตรวจประเมินสถานประกอบการของ บริษัท เชียงรายแลนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด ผู้ถือประทานบัตรที่ 16365/15284 และโรงโม่ บด หรือย่อยหิน ทะเบียนโรงงานเลขที่ ธ3-3(1)-1/54ชร ณ ท้องที่ตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย 28
กิจกรรมตรวจสอบพื้นที่เก็บกองแร่ถ่านหินลิกไนต์ กลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ร่วมตรวจสอบพื้นที่ เก็บกองแร่ถ่านหินลิกไนต์ โดยมีนายพีรธัช ฉัตรสุวรรณกิจ หัวหน้ากลุ่มกำกับดูแลการประกอบการ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 3 เชียงใหม่ , นายดนัยวัฒน์ ศรีเมือง ปลัดอำเภอเชียงของ, เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลสถาน และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเวียง ร่วมตรวจสอบพื้นที่ ดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรในพื้นที่ ในวันอังคารที่ 24 มกราคม 2566 โดยเข้าตรวจสอบพื้นที่จำนวน 3 รายดังนี้ 1. บริษัท บุญยวงพืชผล จำกัด หมู่ที่ 3 ตำบลสถาน อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย 2. นายก่ำ ยารังสี พื้นที่นา หมู่ 3 ตำบลสถาน อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย 3. บริษัท พูนทรัพย์ กรุ๊ป เทรดดิ้ง จำกัด หมู่ที่ 9 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย 29
ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองผู้ขออนุญาตซื้อ มี ใช้ สั่ง นำเข้า ค้าวัตถุระเบิด กลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมประชุม คณะกรรมการกลั่นกรองผู้ขออนุญาตซื้อ มี ใช้ สั่ง นำเข้า ค้าวัตถุระเบิด และตรวจสอบสถานที่เก็บรักษาวัตถุ ระเบิด จังหวัดเชียงราย โดยมีนายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิด การประชุมฯ ในวันที่ 11 ตุลาคม 2566 ซึ่งมีผู้ได้รับการพิจารณา จำนวน 2 ราย ได้แก่ 1. ห้างหุ้นส่วนจำกัด เชียงรายธนะวงศ์ ผู้ถือประทานบัตรเลขที่ 31118/15825 ท้องที่ ตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย 2. บริษัท บัญชากิจ จำกัด ผู้ถือประทานบัตร 31130/16423 ท้องที่ตำบลท่าข้าวเปลือก อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 30
กิจกรรมประชุมคณะกรรมการมวลชนสัมพันธ์ นางกฤษนันท์ ทะวิชัย อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและ การเหมืองแร่ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 1/2566 เพื่อจัดตั้งกองทุนเฝ้าระวังสุขภาพ และกองทุนพัฒนาหมู่บ้านรอบเหมืองแร่ สำหรับประทานบัตรที่ 31118/15825 ท้องที่ตำบลผางาม อำเภอ เวียงชัย จังหวัดเชียงราย และมีคณะกรรมการมวลชนสัมพันธ์เข้าร่วมประชุม ในวันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ณ ห้องประชุมห้างหุ้นส่วนจำกัดเชียงรายธนะวงศ์ตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย 31
ผลการดำเนินงาน กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม 32
33
โครงการการบริหารจัดการลุ่มน้ำและพัฒนาระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม โครงการการบริหารจัดการลุ่มน้ำและพัฒนาระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมและพัฒนา ระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยกระดับเป็นระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพมาดำเนินการ กับสถานประกอบการ และการบริหารลุ่มน้ำในจังหวัดเชียงราย และเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเฝ้าระวังการเกิด ผลกระทบด้านมลพิษของสถานประกอบการที่มีต่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่าย ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมของจังหวัด รายเดิมและรายใหม่และผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) และสมาชิก เครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม ให้สามารถบริหารจัดการเครือข่ายอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน รวมทั้งมี ทัศนคติเชิงบวกต่อภาคอุตสาหกรรม กิจกรรมภายใต้โครงการ กิจกรรมการตรวจประเมินสถานประกอบการเพื่อส่งเสริมให้เข้าสู่ระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ผลการดำเนินการ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ดำเนินการจัดอบรมชี้แจงการดำเนินโครงการให้กับ คณะกรรมการ และตรวจประเมินสถานประกอบการ ครั้งที่ 1 โดยการจัดชี้แจงทำความเข้าใจหลักการสร้าง ความยั่งยืนของสถานประกอบการกับชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ ในพื้นที่ด้วยหลักธรรมาภิบาล สิ่งแวดล้อม ในวันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566 มีผู้เข้าร่วม จำนวน 20 คน และตรวจประเมินสถาน ประกอบการ ครั้งที่ 2 ในวันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 ณ บริษัท ธนะวงค์กรุ๊ป จำกัด และ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) มีผู้เข้าร่วม จำนวน 20 คน 34
ภาพการตรวจประเมินสถานประกอบการ ครั้งที่ 1 ภาพการตรวจประเมินสถานประกอบการ ครั้งที่ 2 35
โครงการสร้างและพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม โครงการสร้างและพัฒนาศักยภาพเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมขึ้น เพื่อพัฒนาความรู้และ ศักยภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและสมาชิกเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมสู่การเป็นผู้นำในการ ป้องกันและเฝ้าระวังการเกิดปัญหาด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างกลไกการบริหารจัดการเครือข่ายอย่าง เป็นระบบรองรับผลกระทบจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศในอนาคต กิจกรรมภายใต้โครงการ กิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ในเรื่อง พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ศึกษาดู งานเครือข่ายที่ประสบความสำเร็จ และสานสัมพันธ์เครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้โครงการสร้าง และพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ผลการดำเนินการ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ในเรื่อง พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ศึกษาดูงานเครือข่ายที่ประสบความสำเร็จ และ สานสัมพันธ์เครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้โครงการสร้างและพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์ สิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2566 ณ บริษัท ดอยคำ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 117 หมู่ที่ 6 ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ผลอโวคาโดดอยแม่สลอง ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 37 หมู่ที่ 13 ตำบลแม่สลองนอก อำเภอ แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด จำนวน 40 ราย 36
โครงการพัฒนาสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โครงการพัฒนาสถานประกอบการสู่อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) มุ่งเน้นในการส่งเสริมและ พัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้สถานประกอบการ อุตสาหกรรมในพื้นที่ประกอบกิจการได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และสถาน ประกอบการในพื้นที่ เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามเกณฑ์เงื่อนไขที่กำหนดไว้ เพื่อสิทธิประโยชน์ในทาง ธุรกิจ อีกทั้งส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สู่อุตสาหกรรมสีเขียว กิจกรรมอบรมให้ความรู้ เรื่อง อุตสาหกรรมสีเขียวสำหรับผู้ประกอบกิจการโรงงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ผลการดำเนินงาน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย จัดการอบรมให้ความรู้ เรื่อง อุตสาหกรรมสีเขียวสำหรับ ผู้ประกอบกิจการโรงงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในวันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566 โดยมี นางกฤษนันท์ ทะวิชัย อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในการเปิดประชุม และนายกิตติณัฐ โสภา วิศวกรชำนาญการพิเศษ กองส่งเสริมเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมโรงงาน เป็นผู้บรรยาย การอบรมครั้งนี้มีผู้ประกอบ กิจการโรงงานในจังหวัดเชียงราย และเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมฯ จำนวน 30 คน ณ ห้องประชุมนารายณ์ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting จำนวน 38 คน 37
ผลการดำเนินงาน กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม 38
กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุน และให้ความช่วยเหลือ ด้านเงินทุนและเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพปรับตัวเข้าสู่ยุค 4.0 ได้อย่างมี ประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อสนับสนุน การส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการให้มีศักยภาพและขีดความสามารถ สูงขึ้น เพื่อสร้างเอสเอ็มอีที่เข้มแข็งบนฐานนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล และเพื่อสนับสนุนและดำเนินงานอื่น ๆ ที่เป็นการแก้ไขปัญหาและพัฒนาผู้ประกอบการตามที่คณะกรรมการบริหารพิจารณาเห็นสมควร โดยกองทุน เป็นแหล่งเงินทุนในการลดอุปสรรคและเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงสนับสนุน ส่งเสริม และ พัฒนาผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลให้มีศักยภาพและขีดความสามารถสูงขึ้น สามารถต่อยอดพัฒนาธุรกิจได้ อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ผลการดำเนินงาน การตรวจติดตามผู้ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ประจำจังหวัด เชียงราย ประจำปีงบประมาณ 2566 1. สินเชื่อโครงการสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง SME พ.ศ. 2565 (กรอบวงเงิน 500 ล้านบาท) จำนวน 7 ราย 2. สินเชื่อโครงการสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง SME พ.ศ. 2565 (กรอบวงเงิน 500 ล้านบาท) รอบ 2 จำนวน 6 ราย 3. สินเชื่อโครงการเสริมพลัง สร้างอนาคต SME ไทย ประจำปีงบประมาณ 2564 (กรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท) จำนวน 4 ราย 4. สินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ (วงเงิน 20,000 ล้านบาท) จำนวน 4 ราย 5. สินเชื่อโครงการกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ โตไว ไทยยั่งยืน (วงเงิน 3,000 ล้านบาท) จำนวน 1 ราย 6. สินเชื่อกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ (วงเงิน 10,000 ล้านบาท) จำนวน 1 ราย 7. สินเชื่อโครงการกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ โครงการสินเชื่อฟื้นฟู SMEที่เป็นลูกหนี้ กองทุนฯ พ.ศ. 2565 จำนวน 2 ราย 8. สินเชื่อโครงการสินเชื่อ ลดโลกร้อน ให้กับผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงราย ประจำปีงบประมาณ 2566 ลงพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการยื่นขอสินเชื่อ จำนวน 4 ราย 39
โครงการกิจกรรมการจ้างที่ปรึกษาเพื่อวินิจฉัยและให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก รายสถานประกอบการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหรือเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ตามแนวคิด BCG ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 กระทรวงอุตสาหกรรม กองยุทธศาสตร์และแผนงาน ได้ดำเนินการร่วมกับ บริษัท อี เอส โกบอล จำกัด ดำเนินกิจกรรมวินิจฉัยและให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกรายสถานประกอบการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหรือเพิ่ม มูลค่าของผลิตภัณฑ์ตามแนวคิด BCG ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา กระบวนการผลิตอย่างยั่งยืนที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสู่สังคมคาร์บอนต่ำและมีการใช้ทรัพยากรใน ภาคอุตสาหกรรมอย่างเหมาะสม และเพื่อเพิ่มผลิตภาพ การผลิต ลดต้นทุน หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ด้วยการประกอบกิจการ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด BCG ซึ่งจังหวัดเชียงราย มีผู้ประกอบการที่ ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 2 สถานประกอบการ ได้แก่ 1. บริษัท เจ้าข้า กาแฟ จำกัด (success case)*** ประกอบกิจการ ผลิตและจำหน่ายกาแฟ ที่อยู่ ตำบลสถาน อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย หัวข้อการพัฒนา / ปรับปรุงตามแนวคิด BCG การปรับปรุงการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการคั่วเมล็ด กาแฟเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) 40
ก่อนการให้คำปรึกษาแนะนำ - ก่อนการปรับปรุงในกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ (Recirculation Hot Air 0%) มีปริมาณใช้แก๊ส LPG การใช้ทั้งหมดในกระบวนการ 62,632.6 Kg และกระบวนการคั่วกาแฟอุณหภูมิของเครื่อง after burner 600 °C ใช้แก๊ส LPG 63,001.10 Kg. คิดเป็นปริมาณการปล่อยก๊าชเรือนกระจกรวมกัน 391,147.96 kgCO2e ต่อปี - ไม่มีการ Set up timeเครื่องจักร จำนวนเมล็ดกาแฟที่คั่วได้ 3,210 กก/วัน หรือ 30 Batches หลังการให้คำปรึกษาแนะนำ - หลังการปรับปรุงในกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ (Recirculation Hot Air 50%) มีปริมาณใช้แก๊ส LPG การใช้ทั้งหมดในกระบวนการ 29,842.62 Kg. และกระบวนการคั่วกาแฟอุณหภูมิของเครื่อง after burner ปรับลดลง 450 °C ใช้แก๊ส LPG 41,632.30 Kg. คิดเป็นปริมาณการปล่อยก๊าชเรือนกระจกรวมกัน 222,530.013 kgCO2e ต่อปี - มีการ Set up timeเครื่องจักร จำนวนเมล็ดกาแฟที่คั่วได้3,638 กก/วัน หรือ 34 Batches 41
ผลที่ได้รับ - ในกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ (Recirculation Hot Air 0%) มีปริมาณใช้แก๊ส LPG การใช้ทั้งหมดใน กระบวนการ 62,632.6 Kg หลังการปรับปรุงปริมาณการใช้แก๊ส LPG ในกระบวนการลดลงเหลือ 29,842.62 Kg. - ก่อนการปรับปรุงไม่มีการ Set up time เครื่องจักร จำนวนเมล็ดกาแฟที่คั่วได้3,210 Kg./วัน หรือ 30 Batches หลังการปรับปรุงจำนวนเมล็ดกาแฟที่คั่วได้3,638 Kg/วัน หรือ 34 Batches การดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบาย MIND ของกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้ง 4 มิติประกอบด้วย 1) มิติที่ 1 ความสำเร็จทางธุรกิจ - การปรับธุรกิจให้เหมาะกับโลกอนาคต โดยการปรับธุรกิจเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้การกำหนดนโยบายการจัดการด้าน สิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรม - การแข่งขันด้านประสิทธิภาพและด้นทุน มีการลงทุนซื้อเครื่องจักรที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อลด การใช้แรงงาน , มีการฝึกอบรม GHPs, HACCP, LEAN, OEE, POKA YOKE, SHINDAN, Productivity, 7Wastes, 5S เป็นต้น - เพิ่มความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรม บริษัทฯ มีความเติบโตทางธุรกิจ โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 90% - เป็นอุตสาหกรรมในกลุ่มเป้าหมาย S Curve เป็น อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูป เนื่องจาก บริษัท เจ้าข้า กาแฟ จำกัด ได้ทำการส่งเสริมการปลูกต้นกาแฟ ทั้งอาราบิก้า และโรบัสต้า การให้ความรู้ในการ ทำการเกษตรให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น และทำการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเพื่อนำมาแปรรูป คัด คุณภาพ และผลิตสินค้าตามกระบวนการที่ได้มาตรฐาน เพื่อจัดจำหน่ายทั้งภายในและภายนอกประเทศ 2) มิติที่ 2 การดูแลสังคมโดยรอบโรงงานอุตสาหกรรม - มีการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ถูกต้อง มีการประชุมร่วมกับชุมชน มีการประชุมร่วมกับหน่วยงาน เทศบาลในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลตำบลสถาน พัฒนาชุมชนอำเภอเชียงของ กรมการปกครองอำเภอ เชียงของ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย และกรมควบคุม มลพิษ มีการเฝ้าระวังร่วมกันป้องกันความเสี่ยงจากการประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลิ่น ควัน และปัญหา สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อม 42
- ช่วยเหลือกันในยามปกติและยามวิกฤต บริษัทฯ มีโครงการแจกเครื่องดื่มและน้ำดื่ม ในวันที่ชุมชนจัด ให้มีการพัฒนา ปรับปรุงภูมิทัศน์ของหมู่บ้าน, โครงการแจกเมล็ดกาแฟคั่ว ช่วงโควิด 19 โครงการแจกเครื่องดื่ม ที่วัดในวันธรรมะสัญจร โครงการแจก เครื่องดื่ม 7 วันอันตราย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ และเทศกาลปีใหม่ 3) มิติที่ 3 การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์ไทยและประชาคมโลก - มีการกำกับ ควบคุม ดูแล ด้านสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายอย่างเข้มงวด เช่น มีระบบกำจัดกลิ่นและ ควัน มีการกำจัดกากอุตสาหกรรมตามกฎหมายกำหนด หรืออื่นๆ - ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อสังคมและปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2 Emission)/ คาร์บอน ฟุตพรินท์ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการ 1. เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ โดยการทดสอบอัตราการปล่อย Air Circulation 2. ลดการใช้แก๊ส LPG ในกระบวนการคั่ว โดยการทดสอบปรับลดอุณหภูมิของเครื่อง after burner 3. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยปรับให้พนักงาน Warm up เครื่องจักรก่อน 1 ชั่วโมง 4. เตรียมความพร้อมในการจัดทำระบบ ISO 14001:2015/Green Industry level 3 - พัฒนานิคมอุตสาหกรรมสีเขียว/เมืองอุตสาหกรรมสีเขียวที่เทียบเคียงได้กับสากล บริษัทฯ มีโครงการปลูกป่า และอยู่ระหว่างการจัดทำระบบ ISO 14001:2015 และจะดำเนินการจัดทำ ISO26000 ในอนาคต - จัดการปัญหามลพิษ ลดการปล่อยฝุ่น PM 2.5 จากโรงงานโดยใช้เครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในการกำจัดควัน ฝุ่น PM 2.5 มีการแยกกากของเสียจากอุตสาหกรรม (เปลือกกาแฟกะลา และ เปลือกของ เมล็ดกาแฟคั่ว) เพื่อนำไปทำปุ๋ยหมัก ลดการปล่อยน้ำเสีย และขยะ รวมทั้งกากอุตสาหกรรม หรืออื่นๆ 4) มิติที่ 4 การกระจายรายได้ให้กับประชาชนและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น - มีการสร้างงาน สร้างอาชีพ พัฒนาธุรกิจและวิสาหกิจอย่างเป็นระบบ บริษัทฯ มีการจ้างแรงงานจากคนในชุมชน เปิดตลาดชุมชน ส่งเสริมการผลิตสินค้าชุมชน โดยการ สนับสนุนเงินทุน หรือวัตถุดิบ - จับคู่ธรุกิจกับผู้ประกอบการ/วิสาหกิจชุมชน มีการซื้อวัตถุดิบในการผลิตจากชุมชนเพื่อนำมา ประกอบอาหารสำหรับเป็นสวัสดิการพนักงานของบริษัท มีการให้กากกาแฟเพื่อนำไปทำปุ๋ยหมัก และมีการรับ ซื้อผลผลิตที่ได้จากการส่งเสริม และสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนฯ - ส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายการผลิตที่มีศักยภาพ มีการสร้างศูนย์การเรียนรู้ มีการเชื่อมโยงเครือข่าย เกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแปรรูปกาแฟและโกโก้ กลุ่มผักปลอดภัย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในหลายๆ พื้นที่ - สนับสนุนเงินทุน และการทำกิจกรรมให้สำเร็จ บริษัทฯ ได้สนับสนุนเงินทุนการศึกษา โครงการให้ นักเรียนเข้ามาเยี่ยมชมโรงงาน สนับสนุนเงินรางวัลในการทำโครงการต่างๆ ทั้งในและนอกโรงงาน โครงการทำ ถ่านอัดแท่งจากกากกาแฟร่วมกับชุมชน เป็นต้น 43
2. บริษัท บ้านผลไม้ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการ ผลิตและจำหน่ายผลไม้อบแห้ง ที่อยู่ ตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย หัวข้อการพัฒนา / ปรับปรุงตามแนวคิด BCG การปรับปรุงการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการอบแห้ง ผลไม้ (ลดอัตราการใช้แก๊ส LPG) เป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ก่อนการให้คำปรึกษาแนะนำ - หัวเตาที่ใช้ในการกระบวนการอบแห้งผลไม้ในตู้อบเป็นหัวเตาชนิดฟู่ (KBS) มีอัตราการสิ้นเปลืองแก๊ส LPG อยู่ที่ 1.55 กก. ต่อ 1 Batches หัวเตาที่ใช้ในการกระบวนการอบแห้งผลไม้ในตู้อบเป็นหัวเตาชนิด อินฟาเรด มีอัตราการสิ้นเปลืองแก๊ส LPG อยู่ที่ 0.9 กก. ต่อ 1 Batches - ก่อนการปรับปรุงในกระบวนการพิมพ์ ปริมาณการปล่อยก๊าชเรือนกระจกรวมกันท่ากับ 46,327.392 kgCO2e ต่อปี หลังการปรับปรุง 19,427.616 kgCO2e ต่อปี 44
หลังการให้คำปรึกษาแนะนำ - หลังการเปลี่ยนแปลงจากหัวเตาที่ใช้ในการกระบวนการอบแห้งผลไม้ในตู้อบเป็นหัวเตาชนิดฟู่ (KBS) มีอัตราการสิ้นเปลืองแก๊ส LPG อยู่ที่ 1.55 กก. ต่อ 1 Batches หัวเตาที่ใช้ในการกระบวนการอบแห้งผลไม้ใน ตู้อบเป็นหัวเตาชนิดอินฟาเรด มีอัตราการสิ้นเปลืองแก๊ส LPG อยู่ที่ 0.9 กก. ต่อ 1 Batches - หลังการปรับปรุงในของกระบวนการอบแห้งผลไม้ มีปริมาณการใช้แก๊ส LPG ในกระบวนการจำนวน 46,240.392 kg. คิดเป็นปริมาณการปล่อยก๊าชเรือนกระจก 19,427.616 kgCO2e ต่อปี ผลที่ได้รับ - ลดการปล่อยค่า Carbon Emission ในกระบวนการที่ดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพ ลงร้อยละ 58 - ปริมาณการใช้แก๊ส LPG ทั้งหมดในกระบวนการ ลดลงร้อยละ 58 หรือจำนวน 8,640 กก. คิดเป็น มูลค่า 231,293 บาท ต่อปี(ราคาแก๊ส 26.77 บาท ต่อ กก. หรือ 1,285.05 บาท ต่อถังขนาด 48 กก.) รวมมูลค่าผลลัพธ์ทั้งหมดที่สามารถลดได้ 231,293 บาท ต่อปี 45
การดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบาย MIND ของกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้ง 4 มิติประกอบด้วย 1) มิติที่ 1 ความสำเร็จทางธุรกิจ - การปรับธุรกิจให้เหมาะกับโลกอนาคต ประกอบธุรกิจตามเทรนด์สุขภาพ และ customize เป็นอาหาร functional food เฉพาะสำหรับผู้บริโภคได้ - การแข่งขันด้านประสิทธิภาพและต้นทุน สร้างเครื่องจักรการผลิตที่สามารถแบ่งยูนิตย่อยได้ เพื่อมี ความยืดหยุ่นในการผลิตให้หลากหลาย ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสินค้าเฉพาะกับลูกค้า โดยลดจำนวนขั้นต่ำ เพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย - เพิ่มความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรม มีการขยายและพัฒนามาตรฐานในช่วง 3 ปีนี้ เพิ่มกำลัง การผลิตได้ 2 เท่า และสามารถขยายตลาดจากการขายปลีกเป็นการผลิตขายแบบ bulk ให้กับกลุ่ม B2B ในอุตสาหกรรมอาหารมากขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น 50% ภายใน 3 ปี 2564 - 2566 - เป็นอุตสาหกรรมในกลุ่มเป้าหมาย S Curve โดยเป็นกลุ่มเกษตรและอาหารแปรรูป 2) มิติที่ 2 การดูแลสังคมโดยรอบโรงงานอุตสาหกรรม - มีการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ถูกต้อง มีการติดต่อสื่อสารกับหัวหน้าชุมชนอย่างสม่ำเสมอ มีประกาศและจุดรับฟังความคิดเห็นชุมชนที่ชาวบ้านในชุมชนเข้าถึงได้ - ช่วยเหลือกันในยามปกติและยามวิกฤต เข้าร่วมในกิจกรรมพัฒนาและช่วยเหลือชุมชน มีการเปิดเป็น ที่เรียนรู้ และแบ่งปันวัตถุดิบที่เหลือจากผลิตส่งต่อให้คนในชุมชนใช้ประโยชน์ เช่น เปลือก และเศษผลไม้ตัด แต่งไปเป็นอาหารสัตว์ น้ำหมักผลไม้เป็นปุ๋ยในการเพาะปลูกพืชอินทรีย์ 3) มิติที่ 3 การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์ไทยและประชาคมโลก - มีการกำกับ ควบคุม ดูแล ด้านสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมายอย่างเข้มงวด มีการบำบัดน้ำที่ตรวจสอบ คุณภาพน้ำเป็นประจำ และรายงานผลให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอย่างสม่ำเสมอ และน้ำหลังจากการ บำบัดไม่ปล่อยสู่แหล่งน้ำสาธารณะ โดยเก็บไว้ใช้ในบริเวณโรงงาน และให้ชาวบ้านในชุมชนใช้ประโยชน์เมื่อ ต้องการ และเข้าร่วมโครงการธรรมาภิบาลของกระทรวงอุตสาหกรรม และได้รับการรับรองในปี 2565 - 2566 - ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อสังคม และปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2 Emission)/ คาร์บอน ฟุตพรินท์ มีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดการใช้พลังงานแก๊ส ได้มากถึง 50% และมีการปรับปรุง เครื่องจักรที่ได้ผลสำเร็จในการลดการใช้แก๊สในส่วนที่จำเป็นต้องใช้ถึง 40% และอบรมพนักงาน และมี นโยบายประหยัดพลังงานการใช้ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ - พัฒนานิคมอุตสาหกรรมสีเขียว/เมืองอุตสาหกรรมสีเขียวที่เทียบเคียงได้กับสากล ได้รับการรับรองใน โครงการธรรมาภิบาลลุ่มแม่น้ำภาคเหนือ ในปี 2565 - 2566 และเข้าร่วมโครงการ BCG ของกระทรวง อุตสาหกรรม - จัดการปัญหามลพิษ เพิ่มปริมาณการเพิ่มมูลค่าของเสียจากกระบวนการผลิต ส่งต่อให้เกิดประโยชน์ ในการสร้างรายได้ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น เปลือกและเศษผลไม้ตัดแต่งไปเป็นอาหารสัตว์ น้ำหมักผลไม้ เป็นปุ๋ยในการเพาะปลูกพืชอินทรีย์ 46
4) มิติที่ 4 การกระจายรายได้ให้กับประชาชนและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น - มีการสร้างงาน สร้างอาชีพ พัฒนาธุรกิจและวิสาหกิจอย่างเป็นระบบ จากแรงงานคนในชุมชน ทั้งแบบประจำและแบบเหมา โดยเปิดรับและฝึกเพิ่มทักษะในการตัดแต่งผลไม้ให้คนในชุนชมก่อน - จับคู่ธรุกิจกับผู้ประกอบการ/วิสาหกิจชุมชน มีการซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรท้องถิ่นในชุมชน แลกเปลี่ยนความรู้ในการปลูกพร้อมกับให้ความรู้ในการทำเกษตรอุตสาหกรรม - ส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายการผลิตที่มีศักยภาพ เข้าร่วมในกิจกรรมพัฒนาและช่วยเหลือชุมชน มีการ เปิดเป็นที่เรียนรู้ และแบ่งปันวัตถุดิบที่เหลือจากผลิตส่งต่อให้คนในชุมชนใช้ประโยชน์ เช่น เปลือกและเศษ ผลไม้ตัดแต่งไปเป็นอาหารสัตว์ น้ำหมักผลไม้เป็นปุ๋ยในการเพาะปลูกพืชอินทรีย์ - สนับสนุนเงินทุนการทำกิจกรรม และสนับสนุนเงินทุนการศึกษาบุตรของพนักงาน ในระดับ มหาวิทยาลัย จำนวน 1 อัตรา และจัดอบรมการแปรรูป เพื่อเป็นการอาชีพ และสร้างรายได้ให้ผู้ที่สนใจ 47
ผู้ประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน Carbon footprint ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 - 2566 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ให้การส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน Carbon footprint ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 - 2566 ได้แก่บริษัท เดอะคอฟฟี่ แฟ็คทอรี่ จำกัด ประกอบกิจการ ผลิตและจำหน่ายกาแฟ ที่ตั้ง 47 หมู่ 10 ตำบลเมืองชุม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ได้รับมาตรฐาน Carbon footprint of Products จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กาแฟคั่วเข้ม ขนาด 250 กรัม , กาแฟคั่วกลาง ขนาด 250 กรัม , กาแฟคั่วอ่อน ขนาด 250 กรัม กาแฟคั่วเข้ม ขนาด 250 กรัม 48