The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือองค์ความรู้เรื่อง ผ้าพระบฎพระราชทาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nakhonsithammaratculture, 2022-03-02 22:03:24

หนังสือองค์ความรู้เรื่อง ผ้าพระบฎพระราชทาน

หนังสือองค์ความรู้เรื่อง ผ้าพระบฎพระราชทาน

ความหมายของผ้าพระบฏ

ผ้าพระบฏ คือผืนผ้าเขียนรูปพระพุทธเจ้าหรือเรื่องราวเก่ียวกับพระพุทธเจ้า
เชน่ พระพทุ ธประวัตหิ รือชาดก คาว่า "บฏ" มีรากศัพท์ในภาษาบาลีว่า ปฏ (อ่านว่า ปะ-ตะ)
หมายถงึ ผา้ ทอ ผืนผา้

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ และนักวิชาการด้าน
จิตรกรรม ต่างให้ความหมายไปในลักษณะเดียวกันว่า ผ้าพระบฏ คือ ผืนผ้าที่มีรูป
พระพทุ ธเจ้า หรอื พุทธประวัตแิ ขวนไว้บชู าแทนรูปปฏมิ ากรรม

ที่มาภาพ : จารณุ ี อนิ เฉดิ ฉาย. “พระบฏ: พทุ ธศิลป์บนผืนผ้า.” เมอื งโบราณ ๒๘, (ต.ค. - ธ.ค. ๒๕๔๕).

ความเป็นมาของผา้ พระบฏ

ในประเทศอินเดีย มีตานานการเขียนภาพว่า พระเจ้าอชาตศัตรูทูลขอ
พระพุทธฉายจากพระพุทธเจ้า เพ่ือสักการะบูชาแทนพระองค์ ซ่ึงพระพุทธเจ้าได้โปรด
ประทานพระพทุ ธฉาย ประทบั อยู่บนผืนผา้ ผืนหนึ่งพร้อมระบายด้วยสีต่างๆ แล้วสืบต่อ
การทาภาพบนผืนผ้า ไปจนถึงประเทศ ทิเบต จีน ญี่ปุ่น และ เกาหลี ท่ียังนิยมการ
เขียนภาพพระพุทธเจ้าและอื่น ๆ บนผืนผ้า โดยเฉพาะในทิเบตทุกวันน้ีที่เรียกว่า ถังกา
(Thangkha) แพร่หลายไปทั่วทั้งโลก โดยเฉพาะภาพกาลจักร หรือ ปฏิจจสมุปบาท
แสดงถึงพระธรรมที่พระพุทธองคท์ รงตรสั รแู้ ละสั่งสอน

ในชั้นแรกผ้าพระบฏถือเป็นรูปเคารพอย่างหน่ึงของพุทธศาสนิกชน มี
วัตถุประสงค์การผลิตเพื่อเป็นรูปพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เสด็จดับขันธปรินิพพานไป
แลว้ รูปเคารพท่วี าดบนผนื ผ้าน้มี ีหลายขนาด ใหญบ่ า้ งเล็กบ้างตามกาลงั ความสามารถ
ในการทอผ้าและวาดภาพ ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นภาพพระพุทธองค์ประทับยืน เก็บไว้บูชาใน
เคหสถานทั่วไป ในดินแดนท่ีพุทธศาสนาแผ่เข้าไปถึง การวาดภาพพระพุทธองค์ลงบน
ผา้ ดงั กล่าวลงทุนตา่ และใช้เวลานอ้ ยกวา่ ปฏมิ ากรรม หรือการปั้นพระพุทธรูปหลายเท่า
อีกท้ังยังสามารถพกพาติดตัวไปยังถ่ินอื่นได้โดยง่าย การผลิตผ้าพระบฏจึงกลายเป็น
ความนิยมในหมูพ่ ทุ ธศาสนิกชนสมยั แรก ๆ อยมู่ าก

ล่วงมาในยุคท่ีพุทธศาสนิกชนเร่ิมรู้จัก และนิยมทาพระพิมพ์พระเคร่ือง
ด้วยดินดิบบ้าง ดินเผาบ้าง และโลหะสาริดบ้าง ความนิยมทาผ้าพระบฏก็ค่อยลดลง
เพราะพระพิมพ์ พระเคร่ือง เป็นรูปเคารพแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่ีผู้เส่ือมใส
ศรัทธาสามารถผลิตได้คราวละมาก ๆ เก็บรักษาไว้ในศาสนสถานได้นานกว่า รวมท้ัง
สามารถเคล่ือนย้ายได้ง่าย และเร็วกว่าผ้าพระบฏ ด้วยเหตุนี้ผ้าพระบฏจึงเร่ิมมีจานวน
ลดน้อยลงมาตามลาดับ

ในช้นั ต่อมา บทบาทหนา้ ที่ของผ้าพระบฏ ได้เปลย่ี นแปลงไปจากการเป็น
รูปเคารพ กลายมาเป็นเคร่ืองบูชา ท่ีถวายต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพระ
ปฏมิ า ถือกันวา่ เป็นวิธีการบชู าพระพุทธองค์ อย่างใกลช้ ดิ สนิทแนบ

เมื่อพระพุทธศาสนาเผยแผ่เข้ามาในดินแดนสุวรรณภูมิ ความเชื่อเรื่อง
การบูชาพระพุทธเจ้าด้วยผ้าพระบฏแทรกเข้ามาด้วย ทาให้ชาวพุทธในดินแดนแถบนี้
รู้จักทาผ้าพระบฏ โดยการทอประดิดประดอยเป็นผืนกว้างและยาว ตามความคิด
สร้างสรรค์ ใช้สีและวัสดุท่ีหาได้ในถ่ินน้ันเป็นหลัก จนกลายเป็นเครื่องพุทธบูชาที่จัดว่า
มเี อกลักษณเ์ ฉพาะถ่นิ อยา่ งหนงึ่

ความมุ่งหมายของการสรา้ งพระบฏ

การสรา้ งพระบฏแต่โบราณมีความมุ่งหมายหลากหลาย พอสรุปได้ดงั น้ี
๑) สร้างขนึ้ ถวายวัดเพือ่ เปน็ พทุ ธบชู า กราบไหวแ้ ทนองค์พระปฏมิ า
๒) สร้างขึน้ ถวายวดั เพื่ออุทิศสว่ นกศุ ลให้แกผ่ ูท้ ่ลี ่วงลับไปแล้ว
๓) สรา้ งข้นึ ถวายวัดเพ่ือประดบั ตกแต่งศาสนสถาน
๔) สร้างขนึ้ ถวายวดั เพื่อประกอบประเพณีพธิ ีกรรมทางศาสนา เช่น การเทศน์มหาชาติ

งานทอดกฐนิ เป็นต้น
๕) สร้างข้ึนเพ่ือถวายเป็นพุทธบูชา นอกจากได้ความงาม ความมีคุณค่าทางศิลปะแล้ว
ภาพพระบฏยงั มีความหมาย ความเข้าใจในหลักธรรมทางพุทธศาสนา

ภาพและเรอ่ื งราวของผา้ พระบฏ

ในคติดัง้ เดิม ผา้ พระบฏมีสว่ นประกอบสาคัญคอื พระพทุ ธเจา้ ยืนยกพระหตั ถ์
ขวา ต่อมามพี ระอัครสาวกประกอบซา้ ยขวา ชว่ งบนทีม่ ุมซา้ ยและขวามกั มีฤๅษหี รอื นกั สิทธ์ิ
เหาะพนมมือถือดอกบัว ในระยะต่อมา แม้ว่าจะมีภาพเล่าเรื่องเข้ามาประกอบ แต่ส่วน
สาคัญของภาพก็ยังคงเป็นภาพท่ีเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าและพระพุทธศาสนา ภาพและ
เรอ่ื งราวที่เขียนในพระบฏ คือ

๑. ภาพพระพุทธเจ้ายืนยกพระหัตถ์ขวา หรือบางคร้ังมีพระอัครสาวกยืน
ประนมมือขนาบขา้ งซ้าย - ขวา หมายถึง พระโมคคัลลานะและพระสารีบุตร ส่วนใหญ่แล้ว
มักเขยี นเป็นภาพพระพุทธเจา้ ยืนภายในกรอบซมุ้ ประตู

๒. ภาพพระพุทธประวัติ นิยมเขียนในตอนมารผจญ ตอนเสด็จไปโปรดพระ
พทุ ธมารดาบนสวรรคช์ ัน้ ดาวดึงส์และตอนเสด็จลงจากดาวดึงส์

๓. พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ในภัทรกัลป์ คือ พระกกุสันธะ พระโกนาคมน์
และพระกสั สปะ พระสมณโคดม และพระศรีอารยิ เมตไตรย

๔. พระมาลัย เป็นวรรณกรรมในพุทธศาสนาที่กล่าวถึง พระอรหันต์นามว่า
พระมาลัย เป็นผู้มีอิทธิฤทธ์ิสามารถเหาะลงไปโปรดสัตว์นรก และข้ึนไปนมัสการพระจุฬา
มณบี นสวรรค์ชน้ั ดาวดงึ ส์ โดยภาพเขยี นพระมาลัยจะเปน็ พระสงฆห์ ม่ จวี รสแี ดง ถือตาลปตั ร
สะพายบาตร อยู่ในท่าเหาะ หรือไมเ่ ชน่ น้ันก็จะนัง่ อยูต่ ่อหนา้ พระเจดียจ์ ุฬามณี

๕. พระเจดีย์จุฬามณี เป็นพระเจดีย์แก้วสีเขียวท่ีพระอินทร์ทรงสร้างไว้บน
สวรรค์ช้ันดาวดึงส์ เป็นท่ีประดิษฐานพระเกศา (เส้นผม) พระเวฏฐนพัสตร์ (ผ้าโพกศีรษะ)
พระทักษิณทันตทาฒธาตุ (เขี้ยวซี่บนซ้าย - ขวา) และพระรากขวัญเบื้องบน (กระดูกไห
ปลารา้ บน) ของพระพุทธเจา้

๖. ทศชาติชาดก คือเรื่องราวของพระพุทธเจ้าคร้ังเสวยพระชาติเป็นพระ
โพธิสัตว์ ทรงบาเพ็ญบารมีอันเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ๑๐ พระชาติสุดท้าย ก่อนท่ีจะ
เสวยพระชาตเิ ปน็ พระโคตมพทุ ธเจา้

๗. เวสสันดรชาดก เป็นเร่ืองท่ีนิยมเขียนกันมาก เพราะเป็นพระชาติท่ี
บาเพ็ญบุญบารมีอันยิ่งใหญ่ ก่อนท่ีจะเสวยพระชาติเป็นพระโคตมพุทธเจ้า จึงเรียกว่า
มหาชาติ

๘. อสุภะ คือภาพพระสงฆ์พิจารณาซากศพท่ีอยู่ในสภาพต่างๆ กัน สาหรับ
เปน็ มรณานสุ ตใิ หแ้ ก่พระภกิ ษุสงฆ์และบคุ คลท้งั หลาย

๙. ภาพอ่ืนๆ นอกจากนี้ยังมีพระบฏที่เขียนเป็นภาพพระพุทธบาทสี่รอย มี
ลายมงคล ๑๐๘ ประการ ภาพพระอดีตพุทธเจ้าประทับน่ังเรียงเป็นแถว หรือภาพเล่าเรื่อง
ในวรรณกรรม เชน่ พระสุธน - มโนห์รา เป็นตน้

รปู แบบและลักษณะของผา้ พระบฏ

ผ้าพระบฏในประเทศไทยและประเทศอ่ืนๆ ที่นับถือพระพุทธศาสนา
เท่าที่สารวจพบ มีทั้งการเขียนภาพตามแนวตั้ง และเขียนภาพตามแนวนอน ซ่ึงมี
รูปแบบและลักษณะหลากหลาย พระบฏมีพัฒนาการด้านทัศนศิลป์มาตลอดระยะเวลา
หลายร้อยปี ซึ่งสังเกตได้จากรูปแบบของลวดลายบนพระบฏ กล่าวคือ ลวดลายยุค
ก่อนมักเน้นที่การเขียนรูปพระพุทธเจ้าประทับยืนตรงกลางเพียงองค์เดียว จากนั้นก็
พัฒนาเพมิ่ รายละเอยี ดต่าง ๆ มากข้ึน สามารถจาแนกพระบฏเปน็ ๕ แบบ ดังน้ี

แบบที่หน่ึง – เขียนภาพเต็มพระบฏ เป็นภาพพระพุทธเจ้าประทับยืน หรือประทับยืน
ในซุ้ม พร้อมด้วยพระอัครสาวกซ้าย–ขวา

แบบที่สอง – แบ่งพระบฏเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะเป็นภาพพระพุทธเจ้าประทับยืน
หรือประทับยืนในซุ้ม พร้อมด้วยพระอัครสาวกซ้าย–ขวา ส่วนท่ีสองจะเป็นภาพเล่า
เรื่องพุทธประวัติ พระมาลัย หรือทศชาติ

แบบท่สี าม – แบ่งพระบฏเป็นสามส่วน ส่วนตรงกลางจะเป็นภาพพระพุทธเจ้าประทับ
ยืน หรือประทับยืนในซุ้ม พร้อมด้วยพระอัครสาวกซ้าย–ขวา ส่วนด้านบนและด้านล่าง
จะเปน็ ภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติ พระมาลัย หรอื ทศชาติ

แบบท่ีสี่ – เขียนภาพเต็มพระบฏ เป็นภาพเล่าเร่ืองพุทธประวัติ พระมาลัย ทศชาติ
รอยพระพทุ ธบาท ฯลฯ

แบบทีห่ า้ – ท้งั สี่แบบก่อนหนา้ น้ีจะเปน็ ผา้ ผืนยาว แตแ่ บบที่หา้ นม้ี ีสัดส่วนเป็นส่ีเหลี่ยม
จัตุรัสหรือเกือบจะเป็นเหลี่ยมจัตุรัส เป็นภาพเล่าเรื่องพุทธประวัติ ชาดก และท่ีนิยม
กันมาก คือ เวสสนั ดรชาดก

แบบผา้ พระบฏ

พระบฏเขียนลวดลายเร่ือง เวสสนั ดรชาดก กัณฑท์ ศพร พระบฏกรวุ ดั ดอกเงิน อาเภอฮอด จังหวัดเชยี งใหม่
จาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเดจ็ พระนารายณ์ ลพบรุ ี คือพระบฏทเ่ี กา่ แกท่ ี่สุดในประเทศไทย

ทม่ี า https://www.silpamag.com/culture/article_๒๗๙๖๖ “พระบฏ” : พุทธศิลป์เพื่อพทุ ธบูชา

ความเปน็ มาของประเพณีแห่ผา้ ข้นึ ธาตุ
เมอื งนครศรีธรรมราช

การแห่ผ้าขึ้นธาตุ เป็นการนาผ้าผืนยาวขึ้นไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์
ซ่ึงชาวนครได้ร่วมมือร่วมใจกันบริจาคเงินตามกาลังศรัทธา นาเงินที่ได้ไปซ้ือผ้ามาเย็บต่อ
กันเป็นแถวยาวนบั พนั หลา แล้วจดั เป็นขบวนแหผ่ า้ ขน้ึ ห่มพระบรมธาตุเจดีย์ ผ้าท่ีข้ึนไปห่ม
องคพ์ ระบรมธาตุเจดีย์นีเ้ รียกวา่ “ผา้ พระบฏ” (หรอื พระบต) นิยมใช้สีขาว สีเหลือง สีแดง
สาหรบั ผา้ สขี าวนิยมเขยี นภาพเน้อื หาเก่ียวกบั พทุ ธประวตั ิตัง้ แตป่ ระสตู ิ เสดจ็ ออกบรรพชา
ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเป็นเอกลักษณ์ประจาเมือง
นครศรีธรรมราชซึ่งมีสาระหรือแก่นแท้อยู่ท่ีการได้บูชาพระพุทธเจ้าอย่างใกล้ชิด โดยใช้
องค์พระบรมธาตเุ จดยี ์เป็นตวั แทน

ตามตานาน ประเพณีแห่ผ้าข้ึนธาตุกล่าวว่าในสมัยที่กษัตริย์ ๓ พี่น้อง คือ
พระเจ้าศรีธรรมโศกราช พระเจ้าจันทรภาณุ และพระเจ้าพงษาสุระ กาลังดาเนินการ
สมโภชพระบรมธาตุเจดีย์อยู่น้ัน คล่ืนได้ซัดผ้าแถบยาวชิ้นหน่ึง ซ่ึงมีลายภาพเขียนเล่า
เรื่องราวพุทธประวัติ ที่เรียกว่าพระบฏ หรือพระบต ข้ึนมาเกยที่ชายหาดปากพนัง
ชาวเมอื งจึงนาผ้าผนื น้นั ไปถวายพระเจ้าศรีธรรมโศกราช พระองค์จึงรับสั่งให้ซักจนสะอาด
แต่ลายภาพเขียนพทุ ธประวตั ิ ก็ไมล่ บเลอื นยังคงสมบูรณ์ดีทุกประการ จงึ รับส่งั ให้ประกาศ
หาเจ้าของ ได้ความว่าชาวพุทธกลุ่มหนึ่งจะเดินทางไปลังกา เพื่อนาพระบฏไปถวายเป็น
พุทธบูชา พระทันตธาตุคือพระเขี้ยวแก้วท่ีประเทศศรีลังกา แต่เรือถูกมรสุมซัดแตกที่
ชายฝั่งเมืองนคร มผี ู้รอดชวี ติ ๑๐ คน สว่ นพระบฏถูกคลื่นซัดขึ้นฝัง่ หาดปากพนัง พระเจ้า
ศรธี รรมโศกราช ทรงพิจารณาเห็นว่าควรจะนาข้ึนไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์ เน่ืองในโอกาส
สมโภชพระบรมธาตุเจดีย์ เจ้าของพระบฏ ที่รอดชีวิตก็ยินดีด้วย จึงโปรดให้ชาวเมืองนคร
จดั เคร่ืองประโคมแห่แหนผ้าห่มโอบฐานพระบรมธาตุเจดยี ์ และต่อจากนั้นพระเจ้าศรีธรรม
โศกราช ก็ได้จัดให้มีสมโภชและแห่แหนผ้าเพ่ือโอบฐานองค์พระบรมธาตุเจดีย์ขึ้นทุกปี จน
กลายเปน็ ประเพณแี หผ่ า้ ขึน้ ห่มพระบรมธาตเุ มอื งนครสืบมาจนถงึ ปจั จุบัน

ประเพณีแหผ่ ้าขึ้นธาตเุ มอื งนครศรีธรรมราช

นครศรีธรรมราชเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า
๑,๘๐๐ ปี มีความสาคัญท้ังทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และศาสนา มา
อย่างยาวนาน นครศรีธรรมราชเป็นเมืองที่มีพืน้ ท่ีเหมาะกับการติดต่อค้าขาย ซึ่งเป็น
เหตุผลท่ีว่าทาไมนครศรีธรรมราชจึงรุ่งโรจน์ด้วยอารยธรรมและวัฒนธรรมท่ีสืบ
ทอดกับมานับพัน ๆ ปี นครศรีธรรมราชมีวัฒนธรรมและประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์
มีพระบรมธาตุเจดีย์ ซ่ึงเป็นท่ีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ คือ พระทันตธาตุ
(พระเขี้ยวแก้วเบื้องซ้าย) ของพระพุทธเจ้า ซ่ึงเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นสง่าและ
เป็นสิ่งศักด์ิสิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเป็นศูนย์รวมจิตใจ นครศรีธรรมราชเป็นเมือง
ประวัติศาสตร์ที่สาคญั และย่ิงใหญ่เมอื งหนงึ่ ของไทย ในอดีตนครศรีธรรมราชมีเมือง
บรวิ ารมากถงึ ๑๒ เมือง เรียกกนั ว่า “เมือง ๑๒ นกั ษัตร” และยงั เป็นเมืองศูนย์กลาง
ของพทุ ธศาสนา การแหผ่ ้าขน้ึ ธาตขุ องจงั หวัดนครศรีธรรมราชเป็นประเพณีหนึ่งใน
ประเพณีท่ีสาคัญ ท่ีมีการสืบสานและอนุรักษ์กันมาอย่างต่อเน่ืองและยาวนานใน
สมัยก่อนเรียกกันว่า "แห่พระบฏข้ึนธาตุ" ประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าข้ึนธาตุเป็น
ประเพณี ที่มีคตคิ วามเช่อื แตค่ ร้ังโบราณที่วา่ ....“หากจะทาบุญหรือกราบไหว้บูชาให้
ได้กุศลจริง ๆ จะต้องปฏิบัติหน้าพระพักตร์หรือใกล้ชิดพระพุทธองค์ให้มากท่ีสุด แต่
เมื่อพระพุทธองค์เสด็จเข้าสูป่ รินพิ พานแลว้ การได้ทาบุญกราบไหว้พระพุทธรูป พระ
เจดีย์ ยง่ิ เป็นพระบรมธาตเุ จดยี ท์ ป่ี ระดษิ ฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ก็
เสมอื นวา่ ได้ทาบญุ หรอื กราบไหวบ้ ูชาอยา่ งใกล้ชดิ กับพระพุทธองค์เช่นเดียวกนั ”....

งานประเพณีแห่ผ้าข้ึนธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นงานบุญใหญ่ ที่จัดขึ้น
เพื่อบูชาพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งถือว่าเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ท่ีชาวพุทธพึงได้กระทา
บาเพ็ญ เพ่ือความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและถือเป็นการบูชาสักการะ ต่อองค์พระ

สัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างใกล้ชิด การแห่ผ้า
ข้ึนธาตุเน่ืองในเทศกาลมาฆบูชานี้ ถือ
เป็นอีกหน่ึงการดาเนินวิถีเชิงพุทธที่จะ
น้อมนาเอาหลักธรรมคาสอนของพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้า คือโอวาทปาฏิโมกข์
แหง่ มาฆมาส ละชั่วใฝ่ดี ทาจิตใจให้ขาวใส
บริสทุ ธิ์

ประเพณีแหผ่ ้าข้นึ ธาตุเมืองนครศรธี รรมราช

มาฆบูชาแห่ผ้าข้ึนธาตุ เป็นเอกลักษณ์ของชาวนครศรีธรรมราช จัดข้ึนเป็น
ประจาทุกปี ในช่วงวนั มาฆบชู า (ข้ึน ๑๕ ค่า เดอื น ๓) และวิสาขบูชา (ข้ึน ๑๕ ค่า เดือน ๖)
ของทุกปี ปัจจุบันไม่เพียงแต่ชาวเมืองนครศรีธรรมราชเท่านั้น ยังมีพุทธศาสนิกชนจากทั่ว
ประเทศทีม่ ีความศรัทธาตอ่ องค์พระบรมธาตุเจดีย์ เดินทางเข้าร่วมแห่ผ้าพระบฏในโอกาส
มาฆบูชา ที่ถือกันว่าเป็นโอกาสอันเป็นมงคลและมหากุศลยิ่ง นอกจากน้ียังมีพิธีกวนข้าว
มธุปยาสยาคู (ข้าวทิพย์) หน่ึงในกิจกรรมสาคัญของงานมาฆบูชา ซ่ึงเป็นอาหารชนิดหน่ึง
ที่นางสุชาดาถวายข้าวมธุปยาส แด่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เม่ือพระพุทธเจ้าเสวยแล้วทรง
บรรลุอภิสัมโพธิญาณที่ริมฝ่ังแม่น้าเนรัญชรา ซึ่งเช่ือว่าใครได้ทานข้าวมธุปยาสยาคู (ข้าว
ทิพย์ ) แล้วจะมีอายุยืนยาว พลานามัยสมบูรณ์ ผิวพรรณผ่องใส และเป็นยาขนานเอกท่ี
สามารถขจัดโรคร้ายได้ทุกชนิด บุญประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเป็นประเพณีที่สาคัญของ
พุทธศาสนิกชนที่จะได้แสดงออกถึงความศรัทธาเลื่อมใสต่อพระพุทธศาสนา ทั้งยังสร้าง
ความสัมพันธ์อันดีระหว่างคณะศรัทธาต่าง ๆ ที่มาร่วมในพิธี ซ่ึงจะทาให้เกิดความรักความ
ผูกพัน ความเสียสละ ความสามัคคี ตลอดถึงกระตุ้นและเสริมสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ
ให้กับชุมชน และส่งเสริมการท่องเท่ียวจังหวัดนครศรีธรรมราชได้เป็นอย่างดี ประเพณีแห่
ผ้าขึ้นธาตุ ถือว่าเป็นประเพณีท่ีดีงามและมีคุณค่าอีกประเพณีหน่ึง ท่ีพุทธศาสนิกชนควร
ปฏิบัติต่อไป เพราะก่อให้เกิดความสามัคคีในหมู่ชน และเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม
และที่สาคัญเป็นสัญลักษณ์ของชาวเมืองนคร สมควรท่ีอนุชนรุ่นหลังจะได้รักษาสืบสานให้
ย่ังยืนสืบตอ่ ไป

ประเพณีแห่ผา้ ขน้ึ ธาตุเมอื งนครศรธี รรมราช

ความเชอื่ ที่เก่ียวขอ้ งกบั ประเพณแี ห่ผา้ ขึน้ ธาตุ

นครศรีธรรมราชรับพุทธศาสนามาจากอินเดียและลังกา จึงรับความเช่ือ
ของชาวอินเดียและลังกาเข้ามาด้วย ชาวพุทธพุทธศาสนิกชนเหล่าน้ีมีความเช่ือที่ได้รับ
การสบื ต่อกันมาแตโ่ บราณวา่ การไดร้ ่วมประเพณแี หผ่ ้าขึ้นพระบรมธาตุเจดีย์จะได้รับบุญ
กุศลแรง จึงต้องหาโอกาสนาผ้ามาห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ด้วยตนเอง ประกอบกับ
ช่วงเวลาดังกล่าวชาวบ้านได้เก็บเกี่ยวพืชผลเสร็จแล้วจึงชวนกันไปทาบุญ เพ่ือเป็นสิริ
มงคลแกค่ รอบครัว และเพอ่ื การได้ผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์ในปีต่อๆ ไป ตามคตินิยมท่ีมีมา
แต่โบราณดว้ ย

ผา้ พระบฏพระราชทาน

ในการจัดงานประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าข้ึนธาตุ หัวใจสาคัญ คือการนา
ผ้าพระบฏขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ตามประเพณีที่สืบทอดมา
อย่างยาวนาน จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จาก
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
และพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานผ้าพระบฏมาเพื่อประกอบพิธี ต้ังแต่
พทุ ธศกั ราช ๒๕๓๐ จนถึงปัจจบุ ัน จานวน ๕ ผืน

พ.ศ.๒๕๓๐ จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นผ้าพระบฏพระราชทานผืนแรกของ
จั ง ห วั ด น ค ร ศ รี ธ ร ร ม ร า ช พ . ศ . ๒ ๕ ๕ ๕ จ า ก ส ม เ ด็ จ พ ร ะ น า ง เ จ้ า สิ ริ กิ ต์ิ
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พ.ศ.๒๕๕๖ จากพระบาทสมเด็จ
พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
พ.ศ.๒๕๕๗ จากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราช
กมุ ารี กรมพระศรสี วางควัฒน วรขตั ตยิ ราชนารี

จังหวัดนครศรีธรรมราชได้อัญเชิญผ้าพระบฏพระราชทาน จานวน ๕
ผืน บูชาองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช เพ่ือถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระ
สมั มาสัมพุทธเจา้ ในงานประเพณมี าฆบชู าแห่ผา้ ข้นึ ธาตุเปน็ ประจาทกุ ปี

ผ้าพระบฏพระราชทาน

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร

ทม่ี า : รองศาสตราจารยว์ มิ ล ดาศรี, ผา้ พระบฏพระราชทาน ปัจจัยและสอ่ื ส่งเสรมิ สบื สานประเพณแี หผ่ ้าขน้ึ ธาตุ
เมอื งนครศรธี รรมราช (นครศรธี รรมราช : ศูนยศ์ ลิ ปวัฒนธรรม มหาวทิ ยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช, ๒๕๕๗)

ผา้ พระบฏพระราชทาน

สมเดจ็ พระนางเจา้ สริ ิกติ ์ิพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ที่มา : รองศาสตราจารย์วมิ ล ดาศรี, ผ้าพระบฏพระราชทาน ปัจจัยและส่อื สง่ เสรมิ สืบสานประเพณแี หผ่ า้ ขึน้ ธาตุ
เมืองนครศรีธรรมราช (นครศรีธรรมราช : ศนู ย์ศลิ ปวฒั นธรรม มหาวทิ ยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช, ๒๕๕๗)

ผา้ พระบฏพระราชทาน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธบิ ดีศรีสินทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชิรเกล้าเจา้ อยหู่ ัว

ที่มา : รองศาสตราจารย์วมิ ล ดาศรี, ผา้ พระบฏพระราชทาน ปัจจัยและส่อื สง่ เสริมสืบสานประเพณแี หผ่ ้าขน้ึ ธาตุ
เมอื งนครศรีธรรมราช (นครศรธี รรมราช : ศนู ยศ์ ลิ ปวฒั นธรรม มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎนครศรธี รรมราช, ๒๕๕๗)

ผา้ พระบฏพระราชทาน

สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจ้ากรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา เจา้ ฟา้ มหาจกั รสี ิรนิ ธร
มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพรี ยพัฒน รฐั สีมาคุณากรปิยชาติ สยาม
บรมราชกุมารี

ที่มา : รองศาสตราจารย์วมิ ล ดาศรี, ผ้าพระบฏพระราชทาน ปัจจัยและสื่อสง่ เสรมิ สบื สานประเพณแี ห่ผา้ ขึน้ ธาตุ
เมอื งนครศรีธรรมราช (นครศรธี รรมราช : ศนู ยศ์ ิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช, ๒๕๕๗)

ผ้าพระบฏพระราชทาน

สมเดจ็ พระเจา้ น้องนางเธอ เจา้ ฟา้ จุฬาภรณวลัยลกั ษณ์อคั รราชกมุ ารี กรมพระศรสี วางควัฒน
วรขตั ติยราชนารี

ท่มี า : รองศาสตราจารย์วิมล ดาศรี, ผ้าพระบฏพระราชทาน ปจั จยั และส่ือสง่ เสริมสืบสานประเพณแี ห่ผ้าขน้ึ ธาตุ
เมอื งนครศรธี รรมราช (นครศรีธรรมราช : ศนู ย์ศลิ ปวัฒนธรรม มหาวทิ ยาลัยราชภัฎนครศรธี รรมราช, ๒๕๕๗)


Click to View FlipBook Version