The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by am.nualpradit, 2022-11-03 00:14:15

วันธรรมสวนะ

วันธรรมสวนะ

วันธรรมสวนะวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา

กรมการศาสนา

วนั สําคัญทางพระพทุ ธศาสนา วันธรรมสวนะ

ผจู ดั พิมพ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
ปท พ่ี ิมพ พ.ศ. ๒๕๖๔
จาํ นวนพมิ พ ๑,๐๐๐ เลม
ทป่ี รึกษา
นายเกรยี งศักดิ์ บญุ ประสทิ ธิ์ อธิบดีกรมการศาสนา ประธานที่ปรกึ ษา
นายมานสั ทารัตนใจ ทปี่ รึกษา
นายชวลติ ศริ ิภริ มย ท่ปี รึกษา ประธานคณะทาํ งาน
คณะทาํ งาน คณะทาํ งาน
นายสาํ รวย นกั การเรียน รองอธิบดกี รมการศาสนา คณะทาํ งาน
นางสาวฐิตมิ า สุภภัค ผอู าํ นวยการสาํ นักพัฒนา คณะทํางาน
คุณธรรมจรยิ ธรรม คณะทาํ งาน
นายพจนาถ ปญ ญาศิลป รักษาราชการแทน คณะทํางาน
ผูอ าํ นวยการกองศาสนปู ถมั ภ คณะทาํ งาน
นางสุรยี  เกาศล เลขานกุ ารกรม คณะทาํ งาน
นายประภาส แกว สวรรค และเลขานกุ าร
รอยตรี วทิ ยาพล รัตนกุล เสรีเรงิ ฤทธิ์ คณะทาํ งาน
นางสาวนนั ทยิ า อายุวฒั นะ และผูชวยเลขานกุ าร
นางสาวอนงคลกั ษณ คะเนแนน คณะทํางาน
และผูชว ยเลขานุการ
นายภรู สี ิชฌ บวั ศิรธิ นารัชต

นางสาวจีรวรรณ สวางเกตุ

ออกแบบปก
นายวทิ ยา กอกุศล

พิมพท ี่
หา งหุนสวนจาํ กดั โรงพิมพอักษรไทย (น.ส.พ. ฟาเมืองไทย)
เลขท่ี ๘๕, ๘๗, ๘๙, ๙๑ ซอยจรัญสนทิ วงศ ๔๐ ถนนจรัญสนทิ วงศ แขวงบางย่ีขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐
โทร. ๐-๒๔๒๔-๔๕๕๗, ๐-๒๔๒๔-๐๖๙๔ โทรสาร ๐-๒๔๓๓-๒๘๕๘
นายไพสิฐ ปวณิ ววิ ฒั น ผูพ มิ พผ โู ฆษณา

คาํ นํา

ประเทศไทยเปนประเทศท่ีประชากรสวนใหญยอมรับนับถือ
พระพทุ ธศาสนา นกิ ายเถรวาท มาอยา งยาวนานสบื เนอ่ื งกนั มา หลกั ธรรม
คําสอนทางพระพุทธศาสนาไดมีสวนกลอมเกลาวิถีชีวิตของคนไทยใหมี
ความเปน อยทู เ่ี รยี บงา ย โอบออ มอารี เออ้ื อาทรตอ กนั รวมทง้ั มพี ฤตกิ รรม
อยใู นทํานองคลองธรรม รวมท้ังจารตี ประเพณอี ันดีงาม และเม่ือยอมรับ
นบั ถอื แลว ยอ มตองประพฤติปฏิบตั ติ ามหลกั การทีพ่ ระพุทธองคไดท รง
สั่งสอนไวดวย ในเรื่องวันสําคัญทางพระพุทธศาสนาก็เปนเรื่องสําคัญ
ลําดับตนท่ีพุทธศาสนิกชนไดยึดถือปฏิบัติสืบมา ในรอบปหน่ึงนั้น
มวี นั สาํ คญั ทางพระพทุ ธศาสนาคอื วนั มาฆบชู าวนั วสิ าขบชู าวนั อฏั ฐมบี ชู า
วันอาสาฬหบูชา วันเขาพรรษา วันออกพรรษา และวันธรรมสวนะ
เมื่อถึงวันสําคัญเหลานี้ พุทธศาสนิกชนตางพากันเขาวัด บําเพ็ญบุญ
บาํ เพ็ญกศุ ล ตามวาระโอกาสทเ่ี หมาะสมกับตนเองและครอบครัว

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะท่ีเปนหนวยงาน
ท่มี ภี ารกิจเกี่ยวกับการดําเนินงานของรัฐดา นศาสนา โดยการทาํ นบุ ํารงุ
สงเสริมและใหความอุปถัมภคุมครองกิจการดานพระพุทธศาสนา
และศาสนาอ่ืนๆ ท่ีทางราชการรับรอง ตลอดจนสงเสริมพัฒนาความรู
คคู ุณธรรม สง เสริมความเขา ใจอันดี และสรางความสมานฉันทร ะหวา ง
ศาสนิกชนของทกุ ศาสนา รวมทั้งดําเนนิ การเพ่อื ใหค นไทยนาํ หลักธรรม
ทางศาสนามาใชในการพัฒนาคุณภาพชีวิตใหเปนคนดีมีคุณธรรม

ไดพิจารณาเห็นวา ประวัติความเปนมารวมถึงแนวทางในการประพฤติ
ปฏิบัติในวันสําคัญดังกลาวเปนเร่ืองที่พุทธศาสนิกชนควรทราบและ
ทาํ ความเขา ใจใหถ องแท เพ่ือทราบถงึ ความเปน มาและปฏบิ ตั ไิ ดถูกตอง
ชัดเจน จึงไดรวบรวมในเร่ืองที่เกี่ยวกับวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา
จัดพิมพเผยแพร ซึ่งจะเปนประโยชนในการเผยแผพระพุทธศาสนา
ใหแ พรหลายสบื ไป

หวงั เปน อยา งยงิ่ วา หนงั สอื ชดุ วนั สาํ คญั ทางพระพทุ ธศาสนา คอื
วนั มาฆบชู า วันวสิ าขบชู า วนั อัฏฐมีบชู า วันอาสาฬหบชู า วนั เขาพรรษา
วันออกพรรษา และวันธรรมสวนะ ที่ไดจัดพิมพเผยแพรในคร้ังน้ี
จักอํานวยประโยชน สรา งความรูความเขา ใจในเร่อื งพระพุทธศาสนาได
เปน อยางดี พระสัทธรรมคาํ สอนของพระพุทธองคด ํารงมัน่ สถิตสถาพร
บนผืนแผนดินไทยสืบไป

(นายเกรียงศักดิ์ บุญประสทิ ธิ)์
อธบิ ดกี รมการศาสนา

สารบัญ หนา

ความหมาย ๑
ประวตั แิ ละความเปนมา ๖
แนวทางท่พี งึ ปฏิบัติ ๑๐
ประโยชนท ่พี งึ ไดรับ ๑๖
หนงั สืออา งอิง ๑๘



วันธรรมสวนะ 1

วนั ธรรมสวนะ

ความหมาย

คําวา ธรรมสวนะ เปนการรวมของคําวา “ธรรม” กับ
“สวนะ” คาํ วา ธรรม ในทน่ี ้ี หมายถงึ คาํ สง่ั สอนในทางพระพทุ ธศาสนา
ซึ่งกลาวโดยยอมี ๒ ประการ คือ ธรรม และ วินัย ท่ีรวมเรียกวา
ธรรมวนิ ยั ธรรมมหี นา ทคี่ วบคมุ ใจ มวี นิ ยั หนา ทค่ี วบคมุ กายและวาจา
อน่ึง คําส่ังสอนในพระพุทธศาสนานี้ นอกจากจะเรียกโดยยอวา
ธรรมวินัยแลว ยังเรียกอีกประการหนึ่งวา ศีลธรรม ศีล คือ
เครื่องควบคุมกายและวาจา ธรรม คือ ขอแนะนําใหทําความดี
ถาจะกลาวโดยหนาที่ ศีล มีหนาที่หามทําความชั่ว ธรรม มีหนาที่
ใหทาํ ความดี

เหตุการณหรือเร่ืองราวตางๆ ในโลกน้ี มีเปนจํานวนมาก
แตหากยนยอเฉพาะสวนใหญแลว มีเพียง ๒ เร่อื งเทานั้น คอื เร่ืองดี
กับ เรอ่ื งชัว่ หรือท่ีเรยี กกันวา ความดี ความชั่ว ในเรอื่ งดงั กลาวน้ี
หลกั การของพระพทุ ธศาสนามอี ยู ๒ คือ ปหานะ กับ ภาวนา

2 วันธรรมสวนะ
ปหานะ แปลวา ละ คอื เวน หรือไมท าํ ไดแ ก ละความช่ัว

เวนความช่วั หรอื ไมทําความชั่ว ภาวนา แปลวา เจริญ คอื ทําใหมีขึ้น
เปนข้ึน ไดแก ทําความดีใหมีขึ้นเปนข้ึน หรือสรางความดีนั่นเอง
ปหานะเปนเรื่องของศีล ภาวนาเปนเรื่องของธรรม รวมท้ังศีลและ
ธรรมเปน คําสั่งสอนในพระพุทธศาสนาทเ่ี รียกวา ธรรมหรือพระธรรม

คําวา ธรรมสวนะ แปลวา ฟงธรรม คือ ฟงคําสั่งสอน
ในพระพุทธศาสนา หรือฟงศีลธรรมนั่นเอง ความจริงการฟงธรรมนี้
ถามีโอกาสเม่ือใดก็ควรจะฟงเม่ือน้ัน เพราะการฟงธรรมในโอกาส
ท่ีสมควรเปนมงคลอยางสูงสุดประการหน่ึง เม่ือไดฟงบอยเพียงใด
ยอมไดรับประโยชนมากเพียงนั้น ประโยชนที่เกิดจากการฟงธรรม
ในคัมภีรปญจกนิบาต อังคุตตรนิกาย สุตตันตปฎก แสดงวามี
๕ ประการ คือ

๑. ไดฟ งสงิ่ ทไ่ี มเคยฟง
๒. สิง่ ท่ีเคยฟง แลว แตย ังไมเ ขา ใจชัด ยอ มเขาใจชัด
๓. บรรเทาความสงสยั ได
๔. ทาํ ความเหน็ ใหถ ูก
๕. จิตของผูฟงยอมผองใส

วันธรรมสวนะ 3
วันธรรมสวนะ คือ วันฟงธรรม หรือท่ีชาวพุทธไทยนิยม
เรียกกันวา “วันพระ” ในเดือนหนึ่งๆ มีวันฟงธรรม ๔ วัน คือ
วันขึ้น ๘ คาํ่ วันขึน้ ๑๕ คา่ํ วนั แรม ๘ คํา่ วันแรม ๑๔ หรือ ๑๕ คาํ่
วนั ทั้ง ๔ วนั นี้เปน วนั ธรรมสวนะ
วนั ขน้ึ ๑๕ คา่ํ ของทกุ เดอื น พระสงฆไ ดพ รอ มกนั ทาํ สงั ฆกรรม
ในอุโบสถ คือ การสวดปาติโมกข เพื่อสอบทานพระวินัยและชําระ
อธิกรณ ท้ังน้ี เปนไปตามพุทธานุญาตท่ีใหพระสงฆสวดปาติโมกข
เดอื นละ ๑ ครงั้ การทชี่ าวพทุ ธไทยเหน็ พระสงฆท อี่ ยใู นวดั นนั้ มารวมกนั
ทําสังฆกรรม จงึ เรียกวา วนั พระ และเรียกวนั กอนวนั พระวา วนั โกน
เพราะพระตองโกนผมตามหลักวินัยบัญญัติที่ใหปลงผมและหนวด
ทกุ เดอื น ตอ มา วนั ขนึ้ ๘ คา่ํ วนั แรม ๘ คา่ํ ๑๔ หรอื ๑๕ คา่ํ ไดเ รยี กวา
วนั พระเชน กนั และวนั แรม ๗ คํา่ หรือ ๑๔ ค่าํ ไดเ รยี กวา วันโกนดว ย
แมพระสงฆไ มไดปลงผมก็ตาม

4 วันธรรมสวนะ
การกําหนดวันและเดือนในปหน่ึงๆ ในทางพระพุทธศาสนา

ใชระบบจันทรคติ คือ กําหนดนับวันโดยถือการเดินของดวงจันทร
เปนหลัก ซึ่งเปนวิธีนับวันแบบโบราณ เชน เดือน ก็ใชเดือนอาย
เดอื นย่ี เดอื น ๓ เดอื น ๔ จนถงึ เดอื น ๑๒ ครบรอบ ๑๒ เดอื นเปน ๑ ป
ในเดอื นหนงึ่ แบง ออกเปน ๒ ปก ษ คอื แบง เปน ๒ สว น สว นทดี่ วงจนั ทร
สวา งมาก คือ สวา งยงิ่ ขึ้นทุกวนั เรียกวา ศุกลปกษ หรอื ชณุ หปกษ
แปลวา ฝายขาว หรือฝายสวา ง ไทยเรยี กวา ขา งขึน้ ปก ษน้ีมี ๑๕ วนั
คือ ตั้งแตวันขึ้น ๑ ค่ํา ไปจนถึงวันขึ้น ๑๕ คํ่า สวนท่ีดวงจันทร
สวางนอย คือลดความสวางลงทุกวันจนกระท่ังมืดไมเห็นดวงจันทร
เรียกวา กาฬปกษ หรือ กัณหปกษ แปลวา ฝายดํา หรือฝายมืด
ไทยเรียกวา ขางแรม ปกษนี้มี ๑๕ วัน คือ ตั้งแตวันแรม ๑ คํ่า
ไปจนถงึ วนั แรม ๑๕ คา่ํ แตถ า เปน เดอื นขาด ปก ษน มี้ ี ๑๔ วนั คอื ตงั้ แต
วนั แรม ๑ คาํ่ ไปจนถึงวนั แรม ๑๔ คํ่า

การที่จะรูวาเดือนไหนเปนเดือนขาดหรือเดือนถวนน้ัน
ใหกาํ หนดดงั นี้ เดือนท่ีเปนเดือนคี่ ไดแ ก เดือนอา ย เดือน ๓ เดือน ๕
เดือน ๗ เดอื น ๙ และเดอื น ๑๑ ทั้ง ๕ เดอื นนเ้ี ปนเดอื นขาด มเี พียง
๒๙ วัน วันแรม ๑๔ ค่าํ เปนวนั ส้นิ เดอื น เดือนที่เปน เดอื นคู ไดแ ก
เดือนย่ี เดอื น ๔ เดอื น ๖ เดือน ๘ เดือน ๑๐ และเดือน ๑๒ ทงั้ ๖
เดอื นนเ้ี ปน เดอื นถว น มวี นั ครบ ๓๐ วนั วนั แรม ๑๕ คาํ่ เปน วนั สน้ิ เดอื น

วันธรรมสวนะ 5
อนึ่ง การที่กําหนดเรียกวา คํ่า เชน ข้ึน ๑ ค่ํา ข้ึน ๒ ค่ํา
แรม ๕ ค่ํา นั้น เปนการกําหนดโดยดวงจันทรน่ันเอง เพราะการ
ที่จะดูดวงจันทรในวันหนึ่งๆ น้ัน ดูไดเฉพาะในเวลาค่ํามืด ดังนั้น
ค่าํ หน่งึ ๆ จึงหมายถึง วันหน่ึงๆ
วันธรรมสวนะน้ี เรยี กอกี อยางหน่ึงวา “วนั อโุ บสถ” ไดดวย

6 วันธรรมสวนะ

ประวัติและความเปนมา

เมื่อครั้งท่ีพระพุทธองคประทับอยู ณ ภูเขาคิชฌกูฏ
เมอื งราชคฤห ครง้ั นน้ั นกั บวชนอกศาสนาไดพ ากนั ประชมุ แสดงธรรม
ทกุ วนั ๘ คาํ่ ๑๔ คาํ่ ๑๕ คา่ํ ทง้ั ขา งขน้ึ ขา งแรม ชาวเมอื งราชคฤหท ราบ
ขาวก็พากันไปฟงธรรมของนักบวชเหลาน้ัน แลวเกิดความเลื่อมใส
ศรทั ธามากขน้ึ ตามลําดับ

ตอ มา พระเจา พมิ พสิ าร กษตั รยิ แ หง แควน มคธ ทรงทราบขา วน้ี
จึงไดนําข้ึนกราบทูลพระพุทธองค พรอมท้ังขอพระพุทธานุญาตให
พระสงฆประชุมแสดงธรรมในวันดังกลาวดังเชนนักบวชนอกศาสนาบาง
พระพุทธองคไดประทานอนญุ าต ดงั พุทธพจนวา

อะนุชานามิ ภิกขะเว จาตุททะเส ปณณะระเส อัฏฐะมิยา
จะ ปก ขัสสะ สนั นปิ ะติตวา ธมั มัง ภาสิตงุ

แปลวา ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตใหประชุมกันแสดงธรรม
ในวัน ๑๔ คาํ่ ๑๕ คาํ่ และ ๘ ค่ํา ของปก ษ

ในครัง้ พุทธกาล ไมมกี ารบนั ทึกคาํ สอนเปนลายลักษณอกั ษร
จงึ ถา ยทอดดว ยคาํ พดู การฟง การทอ งจาํ เปน หลกั การฟง ธรรมจงึ เปน
สิ่งสําคัญท่ีสบื ทอดพระพทุ ธศาสนามาจนถงึ ปจ จบุ ันน้ี

วันธรรมสวนะ 7
เมอื่ พระพทุ ธศาสนาเขา สปู ระเทศไทย การฟง ธรรมมมี าตง้ั แต
สมัยสุโขทัยเปน ราชธานี ในครงั้ นั้น เรยี กวันธรรมสวนะในวันขนึ้ -แรม
๘ ค่ํา วา วันศลี นอย และเรยี กวันขึน้ -แรม ๑๕ ค่าํ วา วันศีลใหญ
ในปพ ทุ ธศกั ราช๒๔๙๙ไดม ปี ระกาศสาํ นกั นายกรฐั มนตรีเรอื่ ง
กําหนดเวลาทํางานและวันหยุดราชการ โดยกําหนดใหหยุดราชการ
ประจําสัปดาหในวันธรรมสวนะและวันอาทิตย โดยใหเหตุผลวา
ประเทศไทยมีพระพุทธศาสนาเปนศาสนาประจําชาติและ
นบั พทุ ธศกั ราชเปน ปท างราชการ จงึ สมควรใหม วี นั หยดุ ในวนั ธรรมสวนะ
เพ่ือใหขา ราชการและประชาชนไดร าํ ลกึ ถึงความสําคญั ของพระพทุ ธ
ศาสนาและยดึ มัน่ ในพระรตั นตรยั อนั จะทาํ ใหประพฤติในทางท่ชี อบ
ทค่ี วร กอ ใหเ กดิ ความเรยี บรอ ยในสงั คม ตอ มา ในปพ ทุ ธศกั ราช ๒๕๐๒
ไดป ระกาศใหว นั หยดุ ราชการเปน วันเสารแ ละวนั อาทติ ย
ดังน้ัน จึงกลาวไดวา วันธรรมสวนะ เปนวันสําคัญทาง
พระพุทธศาสนา สามารถสรุปเปน ประเด็นไดดงั ตอ ไปน้ี
๑. พระพุทธศาสนาดํารงอยูไดตลอดเวลากวา ๒,๕๐๐ ป
ดว ยเหตทุ พ่ี ทุ ธบรษิ ทั ไดพ ากนั สนทนาธรรม แสดงธรรม ฟง ธรรม และ
แลกเปลย่ี นความรคู วามเขา ใจในหลกั ธรรมซง่ึ กนั และกนั อยา งตอ เนอ่ื ง
ไมไดว างเวน ทําใหห ลกั ธรรมคําสอนทางพระพทุ ธศาสนาสบื ทอดมา
ไดอยา งตอเนอ่ื ง

8 วันธรรมสวนะ
๒. การไดฟงธรรมจากพระธรรมกถึกผูทรงความรูใน

พระไตรปฎก สงผลใหพุทธศาสนิกชนมีทักษะในการคิดและปฏิบัติ
ตนอยางถูกตอง สามารถเลือกสรรหลักธรรมคําสอนไปใชในการ
ดาํ เนนิ ชวี ติ เพอื่ พฒั นาตนและสงั คม และการฟง ธรรมนนั้ ไดม กี ารกลา ว
ไวในหัวขอธรรมและในเหตุการณต า งๆ เชน

(๑) พุทธกิจ ๕ ประการ พระพุทธเจาทรงบําเพ็ญเปน
ประจําในแตละวันนั้น ประการที่ ๒ คือ เวลาเย็น พระพุทธเจา
ทรงแสดงธรรมโปรดบรรดาพุทธศาสนิกชนท่ีเขาฟงพระธรรมเทศนา
แสดงใหเห็นวามีการแสดงพระธรรมเทศนาและฟงพระธรรมเทศนา
เปนประจาํ ทกุ วนั

(๒) บญุ กริ ยิ าวตั ถุ ๑๐ ประการ ไดก ลา วถงึ เหตทุ ที่ าํ ใหไ ด
รบั ความสขุ ใจหรอื บญุ วา มาจากการฟง ธรรม หรอื ธมั มสั สวนมยั ซง่ึ เปน
สงิ่ ทคี่ กู นั กบั เหตทุ ท่ี าํ ใหไ ดร บั ความสขุ ใจทม่ี าจากการแสดงธรรมหรอื
ธัมมเทสนามัย แสดงใหเห็นวา การฟงพระธรรมเทศนาเปนหนทาง
ทที่ ําใหเกดิ บุญหรอื ความสุขใจ

(๓) มงคลสตู ร ๓๘ ประการ ขอ ท่ี ๗ ไดก ลา วถงึ ความเปน
พหสู ตู หรอื ความเปน ผไู ดย นิ ไดฟ ง มามาก ถอื เปน ความเจรญิ หรอื มงคล
อนั สูงสดุ ประการหนึง่ และขอที่ ๒๖ ไดกลาววา การไดส นทนาธรรม
ตามกาลเปนมงคลแกชีวิต เพราะทําใหไ ดร บั ฟงขอปฏิบตั ิ เพือ่ พฒั นา
ตนใหม ีสตปิ ญ ญาและจิตใจสูงขน้ึ

วันธรรมสวนะ 9
๓. พทุ ธศาสนกิ ชนเมอ่ื มาประชมุ พรอ มกนั ทวี่ ดั เพอ่ื ฟง ธรรม
ทาํ ใหเ กดิ ความเขา ใจในสง่ิ ทต่ี นเองยงั ไมเ ขา ใจมากขน้ึ เกดิ ความเขา ใจ
ในส่ิงท่ีเขาใจอยูแลว และในสวนที่ยังเคลือบแคลงสงสัยก็จะหาย
ความสงสัย
๔. พุทธศาสนิกชนไดบําเพ็ญบุญกิริยาวัตถุ ๓ ประการ
ครบถวน ไดแก การถวายทานแดพระภิกษุสงฆ การรักษาศีล ๕
ศีล ๘ หรือศีลอุโบสถ เพ่ือควบคุมกายและวาจาใหเปนปกติ และ
การเจรญิ ภาวนาท่ีเกดิ จากการทาํ วตั รสวดมนต

10 วันธรรมสวนะ

แนวทางที่พึงปฏบิ ัติ

วันธรรมสวนะหรือวันพระ เปนวันท่ีพุทธศาสนิกชนทุกกลุม
ตองใหความสําคัญและพรอมใจกันเขารวมปฏิบัติกิจกรรมตางๆ
ตามสมควรแกฐานะของตนเองอยางสมํ่าเสมอ เพื่อทําความเขาใจ
ใหถ กู ตอ ง ฝก ฝนตนเองและนาํ ไปปฏบิ ตั ใิ นชวี ติ ประจาํ วนั อนั จะกอ ให
เกดิ ประโยชนแ กต นเอง ครอบครวั สงั คม แนวทางทพ่ี งึ ปฏบิ ตั สิ าํ หรบั
พทุ ธศาสนกิ ชนทเี่ กยี่ วเนอื่ งกบั วนั ธรรมสวนะหรอื วนั พระ มดี งั ตอ ไปนี้

พุทธศาสนิกชน (อบุ าสก อุบาสิกา)
ใหทาน ถวายภัตตาหารแดพระภิกษุสามเณรในภาคเชา
หรือเพล บริจาคทรัพยชวยเหลือเก้ือกูลผูยากไร และบําเพ็ญ
สาธารณประโยชน
รักษาศีล สํารวมระวังกายและวาจา ดวยการรักษาศีล ๕
หรอื ศีล ๘ หรือศีลอโุ บสถ
เจรญิ ภาวนา ฝก สมาธิ ทาํ จติ ใจใหส งบ รวมทง้ั พัฒนาปญญา
ดว ยการเจรญิ วปิ ส สนาใหเ กดิ ปญ ญาเหน็ สภาพความเปน จรงิ ของชวี ติ
และโลก

วันธรรมสวนะ 11
สถาบนั ตา งๆ ในสังคม
ครอบครัว
(๑) ศึกษาเอกสาร หรือสนทนาเกี่ยวกับความสําคัญของ
วนั ธรรมสวนะ รวมท้ังหลักธรรมที่เออ้ื ตอ การปฏิบตั ขิ องครอบครวั
(๒) ปรึกษาหารือหาแนวทางในการปองกันการแกปญหา
ในครอบครัว โดยใชหลักธรรม และสงเสริมใหเกิดการลด ละ เลิก
อบายมขุ
(๓) นําสมาชิกในครอบครัวไปบําเพ็ญกุศลที่วัด ทําบุญ
ตกั บาตร บรจิ าคทาน
(๔) ปฏบิ ตั ิธรรมทีว่ ัด รกั ษาศีล ๕ หรือศีล ๘ หรอื ศลี อุโบสถ
ไหวพระ สวดมนต ฟงธรรม เวียนเทียน (ในกรณีท่ีวันธรรมสวนะ
ตรงกับวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา) อันไดแก วันมาฆบูชา
วันวสิ าขบูชา วนั อฏั ฐมีบูชา วนั อาสาฬหบูชา

12 วันธรรมสวนะ
สถานศกึ ษา
(๑) ครูและนักเรียนรวมกันศึกษาถึงความสําคัญของ

วนั ธรรมสวนะ รวมท้ังหลักธรรมทม่ี สี วนสาํ คัญตอ การศึกษาเลา เรยี น
เชน อิทธิบาท ๔ ปธาน ๔

(๒) ประกวดการอาน การเลา ในเรื่องที่เกี่ยวของกับ
วนั ธรรมสวนะ

(๓) ครูใหนักเรียนจัดทําปายนิเทศ หรือจัดนิทรรศการ
ประกวดเรียงความ ทาํ สมุดภาพ ตอบปญหาธรรมะ บรรยายธรรมะ
อภิปรายธรรมะ

(๔) ประกาศเกียรตคิ ุณนักเรียนทีป่ ระพฤติตนเปนแบบอยาง
ที่ดี

(๕) ครพู านกั เรยี นไปรว มกจิ กรรมกบั ชมุ ชนทวี่ ดั บาํ เพญ็ กศุ ล
ทําบุญตักบาตร บริจาคทาน รักษาศีล ฟงธรรม สนทนาธรรม
เจรญิ จติ ภาวนา

สถานท่ที าํ งาน
(๑) ประชาสัมพันธเก่ียวกับความสําคัญของวันธรรมสวนะ
รวมท้งั หลกั ธรรมเพ่อื การครองตน ครองคน และครองงาน
(๒) จดั ปา ยนเิ ทศเกยี่ วกบั หลกั ธรรมเพอื่ การปฏบิ ตั ใิ หป ระสบ
ผลสําเร็จและมปี ระสิทธภิ าพ
(๓) จดั ใหมีการบรรยายธรรมและสนทนาธรรม
(๔) รว มกนั บาํ เพญ็ สาธารณประโยชน เชน ปลกู ตน ไม บรจิ าค
โลหิต
(๕) หัวหนาหนวยงานใหโอกาสผูรวมงานไปบําเพ็ญกุศล
ตามประเพณนี ิยม

วันธรรมสวนะ 13
หนว ยงานอนื่ ในสงั คม (องคก ร สมาคม มลู นธิ ิ สอ่ื มวลชน ฯลฯ)
(๑) ประชาสัมพนั ธเ รอ่ื งวนั ธรรมสวนะ โดยใชสอ่ื ทกุ รูปแบบ
(๒) จัดพิมพเอกสารเก่ียวกับความสําคัญของวันธรรมสวนะ
รวมทง้ั หลกั ธรรมทสี่ ง เสรมิ การครองเรอื นอยา งมคี วามสขุ และแนวทาง
การปฏิบตั ธิ รรม เพือ่ เผยแพรแ กส าธารณชน
(๓) เชิญชวนใหประชาชนทั่วไปเขารวมกิจกรรมปฏิบัติธรรม
และพิธีกรรมทางศาสนา เชน ทําบุญตักบาตร ฟงธรรม รักษาศีล
ไหวพระ สวดมนต สนทนาธรรม เจรญิ ภาวนา
(๔) รณรงคท างสื่อมวลชนทกุ แขนง ใหล ด ละ เลกิ อบายมุข
งดจําหนายสรุ าและสิ่งเสพตดิ ทกุ ชนิด
(๕) ประกาศเกยี รตคิ ณุ สถาบนั หรอื บคุ คลผทู าํ คณุ ประโยชน
ตอ สังคม
(๖) รณรงคใหรักษาสภาพแวดลอมในวัดหรือในที่สาธารณะ
ปลูกตนไม ทาํ ความสะอาดท่ีสาธารณะ

14 วันธรรมสวนะ

วันธรรมสวนะ 15
สาํ หรับวัด
กอ นถึงวันธรรมสวนะ
เจาอาวาสแจงแกภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา
ใหทราบวาวันใดเปนวันธรรมสวนะตอไป โดยใชปายแจงเตือน
หรอื แจงทางการกระจายเสียงภายในวดั ก็ได
ในวนั ธรรมสวนะ
(๑) ภิกษุ สามเณร ศิษยวัด คนวัด ชวยกันทําความสะอาด
บริเวณวัด ปูลาดอาสนะ จัดต้ังเคร่ืองสักการะ ตั้งน้ําใชน้ําฉัน และ
ประดับธงธรรมจกั ร (ถา สามารถดาํ เนนิ การได)
(๒) เวลาเชา มีการตักบาตรทําบุญ สวดมนตและฟงธรรม
เวลาบาย มีการฟงธรรม สนทนาธรรม และสวดมนตทําวัตรเย็น
สําหรบั อุบาสก อบุ าสกิ าท่ถี ือศีลอโุ บสถ

16 วันธรรมสวนะ

ประโยชนท่พี งึ ไดร ับ
ประโยชนทเี่ กิดข้นึ แกพ ุทธศาสนกิ ชน

๑. วันธรรมสวนะหรือวันพระ ทําใหพระพุทธศาสนาไดรับ
การสืบทอดตอมาจนถึงปจจุบัน เน่ืองจากพุทธศาสนิกชนไดรับ
ความรูความเขาใจในเรื่องเดียวกับหลักธรรมของพระพุทธเจา
และปฏบิ ตั ิตามหลักธรรมดังกลา ว

๒. พทุ ธศาสนกิ ชนไดใ ชโ อกาสของวนั ธรรมสวนะหรอื วนั พระ
เปนวันรวมกันทํากิจกรรมทางสังคมที่กอใหเกิดประโยชนตอความ
มน่ั คงของชมุ ชน เชน การรวบรวมเงนิ เพ่อื กองทนุ สัจจะออมทรัพย

๓. พทุ ธศาสนกิ ชนไดร บั ประโยชนต อ ตนเองโดยตรงจากการ
ทไี่ ดร บั ฟงธรรม ๕ ประการ คอื

(๑) ไดฟ ง สง่ิ ท่ีไมเ คยฟง
(๒) สิ่งที่เคยฟง แลว แตยงั ไมเ ขา ใจชัด ยอ มเขา ใจชดั
(๓) บรรเทาความสงสัยได
(๔) ทําความเห็นใหถ ูก
(๕) จติ ของผฟู ง ยอ มผองใส

วันธรรมสวนะ 17
ประโยชนทเ่ี กดิ ขนึ้ แกสังคมโลก
เมื่อมีผูนับถือพระพุทธศาสนามากข้ึน และพระพุทธศาสนา
แผไปทั่วโลก ธรรมเนียมปฏิบัติของวันธรรมสวนะยอมจะเปนหลัก
การสําหรับประชาชนผูเล่ือมใสศรัทธาไปดวย กอใหเกิดความคิด
ท่ีอยูในครรลองของหลักธรรม มีความเขาใจท่ีถูกตองตามหลัก
แหง เหตผุ ล ดว ยเหตนุ ี้ จะนาํ ไปสกู ารอยรู ว มกนั ดว ยความสขุ และสนั ติ
แหงมนษุ ยชาติ

18 วันธรรมสวนะ
หนงั สืออางอิง

พศิ าล แชม โสภา. คมู อื การสอนวชิ าศาสนปฏบิ ตั แิ ละวฒั นธรรมไทย ภาค ๑
สําหรับศูนยศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย. พิมพคร้ังท่ี ๒
พทุ ธศกั ราช ๒๕๓๔. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พก ารศาสนา, ๒๕๓๒.

วนั ธรรมสวนะ แนวทางปฏิบัตสิ าํ หรบั พุทธศาสนิกชน. กรุงเทพมหานคร :
โรงพิมพอ งคการรับสง สนิ คาและพสั ดุภณั ฑ (ร.ส.พ.), ๒๕๔๗.

เสฐียรโกเศศ, พระธรรมปฎก (ป.อ. ปยตุ โฺ ต). ความรูเ ก่ียวกบั วันสําคัญไทย.
(ทรี่ ะลกึ ในงานพระราชทานเพลงิ ศพ ศาสตราจารย ดร.อบุ ล เรยี งสวุ รรณ
ป.ช., ป.ม. ณ ฌาปนสถานกองทัพอากาศ วัดพระศรีมหาธาตุ
วรมหาวิหาร ๑๔ มถิ ุนายน ๒๕๔๑). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ
ห.จ.ก. สหประชาพาณิชย, ๒๕๔๑.




Click to View FlipBook Version