โคลงสสี่ ภุ าพ หลากพันธ์ุ สอื่ ถงึ สตรีไทย กลน่ิ ยวนใจดงั่ คําหวาน
เลศิ หลา้ การเวกกํายาน แผ่ไพศาลอวลระบอื
จะกล่าวถึงดอกไม้ สง่า สีสวยสดเสยี งเล่ืองลือ
งามงดสวยสดครัน กลิ่นฟ้งุ นาสา บานเยน็ แดงงามงด ชบาคือหญงิ อันรา้ ย
ทัง้ พุ่มไมส้ สี ัน รู้แจ้งกนั ในชอ่ื โบราณเช่อื สุขมากมาย
หอมช่ืนรืน่ ท่วั ฟา้ มากสีสันยามนกึ ถงึ มคี วามหมายว่าหลุดพ้น
แสนรําพึงแมแ่ ก้วตา ตน้ โมกหอมระเรื่อ นอ้ ยข้อโทษคุณหลากลน้
กาพยย์ านี ๑๑ สรรพคณุ ยารักษา เปล้ืองทุกขต์ รมทั้งหลาย ของผู้คนจากโรครา
จะนาํ พาความมั่งมี ริมสุดสายร้ัวฝัง่ ขวา
ผกานานาพนั ธุ์ อร่ามตาดอกหลากสี อญั ชันมีประโยชน์ สบื เน่อื งมาในวันครู
อบอวลชวนคะนงึ ช่างสุนทรยี ามได้ยล เสมอื นเกราะกันชน ต้นสูงลิว่ ใหญน่ ่าดู
มียอดอ่อนและดอกผล ใหเ้ ฟ่ืองฟทู ว่ั โลกา
ชงโคกลนิ่ หอมกรนุ่ สว่ นเปลอื กตน้ ใชย้ ้อมผ้า พุ่มเข็มปลูกเรยี งราย กล่ินหอมหื่นปานแก้วตา
อนิ เดยี เชือ่ โหรา ระยา้ ห้อยดุจมาลา ดอกไมใ้ ชบ้ ูชา มเิ ปรียบหนา้ แมค่ นดี
เลื้อยไปมาหลายแขนง จา้ เจดิ จดเสกสรรสี
ต่อมาตน้ เฟอื่ งฟา้ เหลืองอําพนั สะท้อนแสง ต้นหางนกยูงพร้วิ รัศมเี ทียบตะวนั
สมญาราชนิ ี แผแ่ ขนงท่วั กิ่งก้าน แผ่ก่ิงคลา้ ยก้ามปู
ตน้ แซะเมอื งนคร ลมเยน็ โชยโรยร่ืน
ท้ังเปน็ ไมม้ งคล เลบ็ มือนางโสภา
โกเมนเปน็ พวงยอ้ ย ใบแสงจันทรเ์ ขยี วสด
สีสวยกระทบตา ก่งิ ใบแผ่ทวี
ใบเรยี งตรงข้ามกัน
สรอ้ ยทองล่อแมลง
โคลงสี่สภุ าพ
จะกล่าวถงึ ดอกไม้ หลากพนั ธ์ุ
งามงดสวยสดครัน เลิศหล้า
ทง้ั พุ่มไม้สีสัน สงา่
หอมชื่นร่นื ทว่ั ฟ้า กลิน่ ฟ้งุ นาสา
กาพย์ยานี ๑๑
ผกานานาพนั ธุ์ มากสีสันยามนกึ ถงึ
อบอวลชวนคะนงึ แสนราํ พึงแม่แกว้ ตา
สรรพคุณยารักษา
ชงโคกลนิ่ หอมกรุน่ จะนําพาความมั่งมี
อนิ เดยี เช่อื โหรา
โวหารภาพพจนท์ ่ีปรากฎ
นามนยั ได้แก่
"แสนรําพึงแมแ่ กว้ ตา"
ต้นชงโค
ตอ่ มาตน้ เฟอ่ื งฟ้า อรา่ มตาดอกหลากสี
สมญาราชนิ ี ชา่ งสุนทรยี ามไดย้ ล
ตน้ เฟื่องฟ้ า
โวหารภาพพจน์ทปี่ รากฏ
๑.อุปมา ไดแ้ ก่ "สมญาราชนิ ี"
เปรียบดอกเฟอ่ื งฟ้าเปน็ ราชนิ ีแหง่ ดอกไม้
ต้นแซะเมอื งนคร มยี อดออ่ นและดอกผล
ท้งั เปน็ ไม้มงคล สว่ นเปลือกตน้ ใชย้ ้อมผ้า
ตน้ แซะ
โกเมนเปน็ พวงยอ้ ย ระยา้ ห้อยดจุ มาลา
สสี วยกระทบตา เลอ้ื ยไปมาหลายแขนง
โวหารภาพพจน์ทีป่ รากฎ ตน้ พวงโกเมน
๑.อุปมา ไดแ้ ก่
ระยา้ ห้อย“ดุจ”มาลา
ใบเรยี งตรงข้ามกัน เหลอื งอําพันสะทอ้ นแสง
สร้อยทองลอ่ แมลง แผ่แขนงท่ัวก่ิงกา้ น
โวหารภาพพจน์ที่ปรากฎ ตน้ ทองอุไร
๑.อตพิ จน์ ได้แก่ "เหลืองอาํ พันสะทอ้ นแสง"
สีเหลอื งของดอกทองอไุ รไม่สามารถสะท้อนแสงได้
๒.นามนัย ไดแ้ ก่ "สร้อยทองลอ่ แมลง"
สรอ้ ยทองเป็นอีกชอื่ หนึง่ ของต้นทองอุไร
สอ่ื ถึงสตรีไทย กลนิ่ ยวนใจด่งั คําหวาน
การเวกกาํ ยาน แผ่ไพศาลอวลระบอื
ต้ นการเวก
โวหารภาพพจนท์ ีป่ รากฏ
๑.อปุ มา ไดแ้ ก่ กลิน่ ยวนใจ"ดง่ั "คําหวาน
เป็นการเปรียบกล่ินของดอกไมเ้ หมือนด่งั คาํ พดู ของผ้หู ญิง
บานเย็นแดงงามงด สสี วยสดเสยี งเลือ่ งลือ
ร้แู จ้งกนั ในช่ือ ชบาคือหญิงอันรา้ ย
ตน้ ชบา
โวหารภาพพจน์ท่ปี รากฏ
๑.อุปมา ได้แก่ ชบา"คอื "หญงิ รา้ ย
เป็นการเปรียบวา่ ชบาคือผู้หญิงร้าย
ตน้ โมกหอมระเรือ่ โบราณเชื่อสขุ มากมาย
เปลื้องทกุ ขต์ รมทง้ั หลาย มีความหมายวา่ หลดุ พ้น
ต้นโมก
โวหารภาพพจน์ทปี่ รากฏ
๑.อตพิ จน์ ได้แก่ เปลอ้ื งทุกข์ตรมทง้ั หลาย
เปน็ การกล่าวเกนิ ความจรงิ เพือ่ ใหผ้ ูอ้ ่านรบั รู้ไดถ้ ึงหมดทุกข์
อญั ชนั มปี ระโยชน์ นอ้ ยขอ้ โทษคณุ หลากลน้
เสมอื นเกราะกันชน ของผู้คนจากโรครา
ดอกอญั ชนั
โวหารภาพพจนท์ ่ีปรากฏ
๑.อุปมา ไดแ้ ก่ "เสมอื น"เกราะกนั ชน ของผคู้ นจากโรครา
เปน็ การเปรียบว่าอัญชันเสมอื นเกราะกันผู้คนจากโรค
พุ่มเข็มปลูกเรยี งราย ริมสุดสายรัว้ ฝงั่ ขวา
ดอกไมใ้ ช้บูชา สืบเน่ืองมาในวันครู
ตน้ เขม็
ตน้ หางนกยงู พร้ิว ตน้ สูงลวิ่ ใหญน่ า่ ดู
แผก่ งิ่ คลา้ ยกา้ มปู ให้เฟ่อื งฟูท่ัวโลกา
ต้นหางนกยูง
โวหารภาพพจนท์ ี่ปรากฏ
๑.อปุ มา ไดแ้ ก่ แผ่กง่ิ คล้ายกา้ มปู โดยใช้คาํ วา่ คล้าย ในการเปรยี บการแผก่ ่ิงของต้นหางนกยงู วา่ คลา้ ยก้ามปู
ลมเย็นโชยโรยรนื่ กลน่ิ หอมหน่ื ปานแกว้ ตา
เล็บมือนางโสภา มิเปรียบหนา้ แมค่ นดี
ดอกเลบ็ มอื นาง
โวหารภาพพจน์ที่ปรากฏ
๑.นามนยั ได้แก่ กลิ่นหอมหืน่ ปานแกว้ ตา โดยใช้คาํ ว่า แก้วตา แทน ผู้หญิง
๒.อปุ มา ได้แก่ กล่ินหอมห่นื ปานแก้วตา โดยใชค้ าํ วา่ ปาน เปรียบว่ากล่นิ ของเลบ็ มอื นางหอมเหมือนกบั ผหู้ ญิง
ใบแสงจันทรเ์ ขียวสด จา้ เจิดจดเสกสรรสี
กิ่งใบแผท่ วี รศั มีเทยี บตะวนั
ต้ นแสงจนั ทร์
โวหารภาพพจน์ทปี่ รากฏ
๑.อปุ มา ได้แกร่ ัศมเี ทยี บตะวัน
โดยเปรยี บใหใ้ บแสงจนั ทรม์ แี สงสว่างเทียบเทา่ กบั ดวงอาทิตย์
จบการนําเสนอ
ขอบคณุ สําหรับการรบั ชม