หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๔
สถาบันทางสังคม
ชดุ การเรยี น กลุ่มสาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
รายวิชาหนา้ ทีพ่ ลเมอื ง ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2
จดั ทาโดย
นายธีรวทิ ย์ สารพล ๖๒๔๑๑๐๐๒๐๐๗ ช้นั ปีที่ 3
สาขาวิชาสงั คมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏรอ้ ยเอ็ด
บทบาท ของสถาบันทางสงั คม 1
สถาบันครอบครัว
สงั คมไทยมีการขยายตัวของครอบครัวเดยี่ วเพ่มิ ข้นึ เนื่องจาก
สภาพสังคมและวถิ ีชวี ิตทีเ่ ปลย่ี นแปลงไป
บทบาทสาคญั ของสถาบันครอบครวั
๑. ให้กาเนิดสมาชกิ ใหม่ และเล้ยี งดูสมาชกิ ของครอบครวั ใหเ้ จรญิ เตบิ โต
อย่างมคี ุณภาพ
๒. ทาหนา้ ที่อบรมขดั เกลาสมาชกิ ให้เปน็ คนดี
๓. ถ่ายทอดวฒั นธรรมใหแ้ ก่สมาชกิ ท่กี าเนิดใหม่
๔. กาหนดแนวปฏิบัติเก่ียวกบั ความสัมพันธข์ องสมาชกิ ในครอบครวั
สถาบนั การศกึ ษา
เป็นแบบแผนการคดิ การกระทาทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับการใหก้ ารศกึ ษา
และการฝกึ อบรมในด้านต่างๆ ให้แกส่ มาชิกในสงั คม
บทบาทสาคัญของสถานศึกษา
๑. เสริมสรา้ งความรู้ในดา้ นตา่ งๆ ให้แกส่ มาชกิ ในสังคม เพ่ือใหน้ าความรูท้ ี่
ไดร้ บั ไปประกอบอาชีพ พัฒนาชวี ิต และสงั คมตอ่ ไป
๒. ส่งเสริมใหบ้ คุ คลเป็นคนดี มศี ีลธรรม มคี ่านยิ ม ทด่ี งี าม และรจู้ ัก ระเบียบ
แบบแผนของสงั คม
๓. ส่งเสรมิ ให้บคุ คลรจู้ ักสทิ ธิหน้าทที่ ต่ี นพงึ ปฏิบตั ติ อ่ สงั คมและประเทศชาติ
สถาบันศาสนา 2
เป็นแบบแผนการคดิ การกระทาท่ีกาหนดแนวทางการปฏบิ ตั ขิ อง
สมาชกิ ในสังคม
บทบาทสาคญั ของสถาบันศาสนา
๑. เปน็ ศนู ยร์ วมความศรัทธา
๒. ควบคุมความประพฤติของสมาชิกในสงั คมท่ี นอกเหนือจากการควบคมุ
ของกฎหมาย
๓. ชว่ ยให้สมาชกิ ในสงั คมมคี วามสงบสขุ ในจติ ใจ สามารถแกป้ ญั หาและ
ตดั สินใจ ได้อยา่ งถูกต้อง
๔. ชว่ ยปลกู ฝังคา่ นิยมท่ดี งี ามให้แก่สมาชิกในสังคม
สถาบันเศรษฐกิจ
เปน็ แบบแผนการคิดการกระทาทีเ่ กี่ยวกบั เร่อื งการผลิตและการ
บรกิ าร การแลกเปลีย่ น จาหนา่ ย แจกจา่ ยสินค้า และการ
ใหบ้ รกิ ารตา่ งๆ
บทบาทสาคัญของสถาบนั เศรษฐกจิ
๑. สรา้ งแบบแผนและเกณฑใ์ นการผลติ สินค้าใหไ้ ดม้ าตรฐาน
๒. กาหนดกลไกราคาท่ีเหมาะสม
๓. ผลติ เครื่องอุปโภคบรโิ ภค เทคโนโลยี และการบริการตา่ งๆ
๔. กระจายสนิ คา้ และบริการแก่สงั คม
๕. เปน็ ตวั บ่งชฐ้ี านะทางเศรษฐกจิ ของสมาชิกในสงั คม
3
สถาบนั การเมอื งการปกครอง
เป็นแบบแผนการคิดการกระทาทีก่ าหนดระบบอานาจในการจัด
ระเบยี บภายในสังคม และอานาจในการปกปอ้ งความมั่นคงจาก
สงั คม หรือศตั รภู ายนอก
บทบาทสาคัญของสถาบนั การเมอื งการปกครอง
๑. สร้างความมัน่ คงให้แก่สงั คม
๒. รักษาความปลอดภัยให้แกป่ ระเทศชาติ
๓. ใหบ้ ริการสาธารณะตา่ งๆ แก่ประชาชน
สถาบันนนั ทนาการ
เปน็ แบบแผนการคิดการกระทาท่เี กี่ยวกบั เรือ่ งการผลติ และการ
บรกิ าร การแลกเปลยี่ น จาหนา่ ย แจกจ่ายสนิ คา้ และการ
ใหบ้ ริการตา่ งๆ
บทบาทสาคัญของสถาบนั นันทนาการ
๑. ทาใหค้ นในสงั คมใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชนใ์ นทางสร้างสรรค์
๒. ช่วยผอ่ นคลายความตึงเครียดให้คนในสังคม
๓. ช่วยตอบสนองความต้องการทางสงั คมในรูปแบบความบนั เทงิ ต่างๆ ซึ่ง
ก่อให้เกดิ ความเพลดิ เพลนิ และเกดิ การคิดคน้ รปู แบบการแสดงใหม่ๆ
ข้ึนมา
4
สถาบันส่อื สารมวลชน
เป็นแบบแผนการคิดการกระทาในเรื่องการติดต่อ หรือส่งขา่ วสาร
ขอ้ มลู ประสบการณ์ บทบาทของสงั คมในด้านต่างๆ ไปสู่ประชาชน
รวมทงั้ ใหค้ วามรูแ้ ละความบันเทิงแก่คนในสังคม
บทบาทสาคญั ของสถาบันส่ือสารมวลชน
๑. สง่ ข่าวสารในดา้ นตา่ งๆ ใหค้ นในสังคมรับรู้
๒. นาเสนอความคดิ ของประชาชนออกไปสู่สาธารณชน
๓. ถา่ ยทอดความรู้ วฒั นธรรม และความบันเทงิ แกป่ ระชาชน
ความสมั พนั ธ์ของสถาบนั ทางสงั คม
ความสมั พันธ์ทางตรง ความสัมพันธ์ทางอ้อม
ความสมั พนั ธ์ทางตรง เปน็ ความสัมพนั ธ์ท่ี ความสมั พันธ์ทางอ้อม เปน็ ความสัมพันธท์ ี่
มลี กั ษณะเกยี่ วข้องกนั โดยตรง ไมไ่ ดเ้ กีย่ วขอ้ งกนั โดยตรง ปจั จบุ ัน
ความสัมพนั ธ์ของคนในสังคมจะเก่ยี วพัน ความก้าวหนา้ ด้านการคมนาคมขนสง่ และ
กนั เปน็ ลูกโซ่ เปน็ ตาข่ายครอบคลมุ ไปท่ัว การสือ่ สาร ทาให้สงั คมแคบลง คนทไ่ี ม่
ทงั้ สังคม โดยไม่แยกสถาบนั ออกเป็นสว่ นๆ ร้จู กั กันสามารถตดิ ต่อสัมพันธ์กนั ไดใ้ น
ทาให้สามารถมองเหน็ สงั คมเปน็ องคร์ วม สงั คมออนไลน์ จนเกิดเป็นความสัมพันธ์
ในรปู แบบต่างๆ ตามมา