The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

- ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชผักทั่วไป
- ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของพืช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kru Phai, 2020-06-07 21:47:12

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชผักทั่วไป

- ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชผักทั่วไป
- ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของพืช

ปจจยั ทีเกียวขอ้ งกับ
การปลกู พชื ผกั ทัวไป

ครูไผ่ ศรณั ย์ กัณทาทรพั ย์

ปจจยั ทีเกียวขอ้ งกับการปลกู พชื ผักทัวไป
การปลกู พชื ใหไ้ ดผ้ ลผลิตทีค้มุ ค่า ต้องคํานงึ ถึงปจจยั ทีเกียวขอ้ งกับการ
ผลิตพชื ดงั นี

ความลาดเอียงของพนื ทีหรอื ระดับความสงู ตําของพนื ที

พนื ทีทีเหมาะสมต่อการปลกู พชื ควรมคี วามลาดเทเล็กนอ้ ย เพอื สะดวกใน
การทดนาํ และการระบายนาํ ออกจากแปลงปลกู พชื แต่ถ้าพนื ทีมคี วามลาดเท
มากก็จะทําใหเ้ กิดปญหาการพงั ทลายของหนา้ ดนิ ได้ ซงึ สามารถแก้ปญหาได้
โดยการปลกู พชื แบบขนั บนั ได ปรบั พนื ทีปลกู พชื ตามแนวระดบั ความสงู ชนั เพอื
ชะลอการไหลของนาํ จากทีสงู ลงสทู่ ีตํา และลดการพงั ทลายของหนา้ ดนิ

สถานทีปลกู พชื

ควรเปนพนื ทีใกล้กับตลาดและชุมชน เพอื ความสะดวกในการขนสง่ ผลผลิต
ออกสตู่ ลาด นอกจากนเี ราต้องทราบดว้ ยวา่ ทีดนิ แปลงนเี คยเพาะปลกู พชื ชนดิ
ใดมาก่อน มโี รคและแมลงชนดิ ใดบา้ งทีเคยระบาดในพนื ทีหรอื บรเิ วณใกล้เคียง
เพอื ทีจะไดห้ าทางปองกันก่อนทําการเพาะปลกู

Kru Phai Saran Kanthasap

ลักษณะของดิน

ลักษณะของดนิ ดหี รอื ไมด่ ี อาจสงั เกตดดู ว้ ยตาเปล่าและประเมนิ คณุ ภาพ
ของดนิ ได้ เชน่ ถ้าดนิ มสี คี ลําดาํ หรอื ค่อนขา้ งดาํ สว่ นใหญจ่ ะเปนดนิ ดี มอี ินทรยี
วตั ถมุ าก หรอื ควรนาํ ตัวอยา่ งดนิ ไปตรวจ วเิ คราะหใ์ นหอ้ งปฏิบตั ิการทาง
ปฐพวี ทิ ยาเพอื หาความอุดมสมบูรณข์ องดนิ และปรมิ าณธาตอุ าหารพชื ในดนิ
ก่อนทีจะลงมอื ปลกู พชื

ขนาดของพนื ที

มคี วามสาํ คัญต่อการเลือกใชเ้ ครอื งมอื ทางการเกษตร ถ้าพนื ทีมขี นาดเล็ก
การใชเ้ ครอื งมอื อาจทําไดไ้ มส่ ะดวก ไมค่ ้มุ ค่าต่อการลงทนุ

Kru Phai Saran Kanthasap

แหล่งนาํ

นาํ มคี วามสาํ คัญต่อการปลกู พชื เปนอยา่ งมาก การเลือกพนื ทีจงึ ต้องคํานงึ
ถึงแหล่งนาํ ดว้ ย โดยทัวไปแหล่งนาํ มาจากแหล่งนาํ ธรรมชาติ เชน่ แมน่ าํ ลําธาร
ลําคลอง แหล่งนาํ ใต้ดนิ อ่างเก็บนาํ เขอื น ฝาย

Kru Phai Saran Kanthasap

ปจจยั ทีมอี ิทธพิ ลต่อการเจรญิ เติบโตของพชื
ปจจยั ทีมอี ิทธพิ ลต่อการเจรญิ เติบโตของพชื มดี งั นี

1.ดิน
ดนิ มคี วามสาํ คัญต่อการเจรญิ เติบโตของพชื เปนแหล่งอาหารทีจาํ เปนต่อ
การเจรญิ เติบโตและการใหผ้ ลผลิตของพชื เปนแหล่งนาํ และอากาศสาํ หรบั ให้
รากพชื ดดู ไปใชป้ ระโยชน์

สว่ นประกอบของดินทีเหมาะในการปลกู พชื

อากาศ
25%

อนนิ ทรยี วตั ถุ
45%

นาํ
25%

อนทรยี วตั ถุ
5%

แรธ่ าตหุ รอื อนนิ ทรยี วตั ถุ เปนสว่ นของวตั ถทุ ีเกิดจากการยอ่ ยสลาย
ตัวของหนิ และแรธ่ าตตุ ่างๆ ทีผสมคลกุ เคล้าอยูใ่ นเนอื ดนิ เปนแหล่ง
กําเนดิ ธาตอุ าหารพชื และจุลินทรยี ใ์ นดนิ
อินทรยี วตั ถุ เปนสงิ ทีเกิดจากการสลายตัวเนา่ เปอยผพุ งั ของเศษพชื
ซากสตั วท์ ีตายมาทับถมอยูบ่ นดนิ เปนแหล่งกําเนดิ ธาตอุ าหารพชื และ
แหล่งอาหารของจุลินทรยี ใ์ นดนิ
นาํ เปนของเหลวทีอยูต่ ามชอ่ งวา่ งระหวา่ งเมด็ ดนิ มหี นา้ ทีในการ
ละลายธาตอุ าหารต่างๆในดนิ และชว่ ยในการดดู ลําเลียง เคลือนยา้ ย
ธาตอุ าหารพชื จากรากสลู่ ําต้นและใบ ในกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ย
แสงของพชื
อากาศ เปนกล่มุ แก๊สทีอยูใ่ นชอ่ งวา่ งระหวา่ งเมด็ ดนิ ประกอบดว้ ยแก๊ส
ไนโตรเจน ออกซเิ จน และคารบ์ อนไดอ้ อกไซด์ เปนแหล่งแก๊ส
ออกซเิ จนสาํ หรบั รากพชื และจุลินทรยี ใ์ นดนิ เพอื ใชส้ าํ หรบั หายใจ

Kru Phai Saran Kanthasap

ดินทีเหมาะในการเพาะปลกู แบง่ ไดเ้ ปน 3 ประเภท ดงั นี
ดินเหนียว เปนดนิ ทีมเี สน้ ผา่ นศูนยก์ ลางของอนภุ าคดนิ เล็กทีสดุ เล็ก
กวา่ 0.002 มลิ ลิเมตร เปนดนิ ทีมกี ารจบั ตัวกันอยา่ งหนาแนน่ มชี อ่ ง
วา่ งระหวา่ งเมด็ ดนิ นอ้ ย มปี ระสทิ ธภิ าพในการอุ้มนาํ ไวไ้ ดด้ ที ีสดุ
ดินรว่ น เปนดนิ ทีมเี สน้ ผา่ นศูนยก์ ลางของอนภุ าคดนิ ตังแต่ 0.002-
0.05 มลิ ิเมตร ดนิ ชนดิ นมี ชี อ่ งวา่ งระหวา่ งเมด็ ดนิ มาก นาํ และอากาศ
ผา่ นไดง้ ่าย อุ้มนาํ ไดน้ อ้ ยกวา่ ดนิ เหนยี ว
ดินทราย ดนิ ทีมเี สน้ ผา่ นศูนยก์ ลางของอนภุ าคดนิ ตังแต่ 0.05-2.0
มลิ ิเมตร ลักษณะเนอื ดนิ หยาบ เมด็ ดนิ ไมก่ าะตัวกัน มชี อ่ งวา่ งในดนิ
มาก ไมส่ ามารถเก็บกักนาํ ไวไ้ ด้

การปรบั ปรุงดินให้เหมาะสมกับการเจรญิ เติบโตของพชื
ก่อนทําการเลือกพนื ทีใชส้ าํ หรบั การผลิตพชื เราสามารถสงั เกตคณุ ลักษณะ
ดนิ ทีจะใชท้ ําการผลิตพชื ได้ เชน่ มพี ชื ทีปลกู อยูก่ ่อนแล้วเจรญิ เติบโตงอกงามดี
เนอื ดนิ รว่ นซุย่ มกี ารระบายนาํ ไดด้ มี สี คี ลํา เพราะมปี รมิ าณอินทรยี วคั ถใุ นดนิ
มาก เปนต้น
สว่ นดนิ ทีมปี ญหาจะต้องทําการปรบั ปรงุ เพอื ใหส้ ามารทําการเพาะปลกู ได้ ซงึ
มวี ธิ กี าร ดงั นี

วธิ ปี รบั ปรุงดินทีเปนกรด
ใสป่ ูนขาว หรอื ปูนมารล์ หรอื ขเี ถ้าแกลบลงในดนิ เพอื ปรบั สภาพ
ใหก้ รดเจอื จาง สว่ นอัตรการใสป่ ูนกีกิโลกรมั ต่อไรน่ นั สามารถขอ
คําแนะนาํ ไดจ้ ากศูนยถ์ ่ายทอดเทคโนโ,ยกี ารเกษตร หรอื เจา้ หนา้ ที
เกษตรตําบล เกษตรอําเภอ ใกล้บา้ นไดท้ กุ แหง่

วธิ กี ารปรบั ปรุงดินทีเปนด่าง
ใสป่ ุยอินทรยี ์ ไดแ้ ก่ ปุยหมกั ปุยคอก เพอื ลดปฏิกิรยิ าทางเคมี
ของดนิ และเพอื เพมิ ความอุดมสมบูรณข์ องดนิ
ทดนาํ เขา้ แปลงปลกู พชื แล้วกักนาํ ไว้ เพอื ใหน้ าํ ละลายลดความเจอื
จางของดา่ งใหน้ อ้ ยลงและไหลซมึ ลงสดู่ นิ ชนั ล่างลึกเกินระดบั ของ
รากพชื ทีจะดดู ซมึ ได้
ไถพลิกดนิ ดา้ นบนลงดา้ นล่าง เพอื ลดปฏิกิรยิ าทางเคมใี นดนิ
ใสป่ ุยทีมฤี ทธติ กค้างเปนกรด เชน่ ปุยแอมโมเนยี มซลั เฟต

Kru Phai Saran Kanthasap

2.นํา
นาํ เปนสงิ ทีจาํ เปนต่อการดาํ รงชวี ติ และการเจรญิ เติบโตของพชื ดงั นี
เปนตัวชว่ ยละลายธาตอุ าหารของพชื ทีอยูใ่ นดนิ ใหอ้ ยูใ่ นรปู ของ
สารละลาย ซงึ รากพชื สามารถดดู เอาไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้
เปนวตั ถดุ บิ ในการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื ชว่ ยลําเลียงธาตอุ าหาร
แปง และนาํ ตาลทีไดจ้ ากการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงสง่ ไปยงั สว่ นต่างๆ
ของต้นพชื
ชว่ ยปรบั ระดบั อุณหภมู ภิ ายในต้นพชื ดว้ ยการคายนาํ ซงึ จะเหน็ ไดว้ า่ นาํ
และความชนื ในดนิ มคี วามสาํ คัญต่อพชื มาก ถ้าพชื ขาดนาํ หรอื ไดร้ บั นาํ
ไมเ่ พยี งพอ จะทําใหม้ ผี ลกระทบต่อกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงและ
ปฏิกิรยิ าต่างๆ ภายในต้นพชื ผดิ ปกติ เชน่ เกิดอาการรบิ ใบแหง้ ใบลาย
และเหยี ว ลําต้นแขง็ มเี สยี น ถ้าเปนพชื หวั จะทําใหห้ วั แก่เรว็ ถ้าอยูใ่ น
ชว่ งทีพชื กําลังจะผสมเกสรแล้วขาดนาํ จะทําใหก้ ารผสมพนั ธุไ์ มต่ ิดผล
ดอกรว่ ง เปนต้น
สาํ หรบั ความชนื ในอากาศ หรอื ความชนื สมั พทั ธ์ มผี ลกระทบต่อการคาย
นาํ ของพชื ด้วย ถ้าในอากาศมคี วามชนื ตํา เชน่ ในฤดรู อ้ น อากาศจะแหง้ พชื
จะคายนาํ ออกทางใบมาก ถ้าพชื เสยี นาํ มาก จะทําใหพ้ ชื ชะงักการเจรญิ เติบโตได้
ดงั นนั เราควรใหน้ าํ แก่พชื อยา่ งสมาํ เสมอตามความต้องการของพชื แต่ละชนดิ
อยา่ งเพยี งพอ

การแบง่ พชื อออกตามความต้องการนาํ
พชื ทีต้องการนาํ ปรมิ าณมาก เปนพนื ทีทีควรปลกู ในทีล่มุ หรอื ทีทีมนี าํ
ท่วมขงั ตลอดทังปหรอื ต้องใชร้ ะบบชลประทานเขา้ ชว่ ยเพอื ใหม้ นี าํ ใน
การปลกู พชื เหล่านี เชน่ ขา้ ว บวั แหว้ กระจบั เปนต้น สว่ นใหญจ่ ะมกี าร
ปลกู พชื ทีต้องการนาํ มากในภาคกลางเนอื งจากเปนทพนื ทีล่มุ มรี ะบบ
ชลประทานทีดี จงึ จะใหผ้ ลผลิตทีดี
พชื ทีต้องการนาํ ปรมิ าณปานกลาง เปนพชื ทีขนึ ไดด้ ใี นทีดอนทัวไป มี
ทังพชื ไรแ่ ละพชื สวน เชน่ พรกิ มะเขอื แตงกวา ถัวฝกยาว ถัวเหลือง
ขา้ วโพด สม้ เงาะ ทเุ รยี น มงั คดุ มะมว่ ง เปนต้น
พชื ทีต้องการนาํ ปรมิ าณนอ้ ย เปนพชื ทีทนความแหง้ แล้งไดด้ ี เหมาะ
สาํ หรบั ปลกู ในทีทีมปี รมิ าณฝนตกนอ้ ย ขาดแคลนนาํ หรอื ในทีทีเปน
ดนิ รว่ นปนทรายซงึ อุ้มนาํ ไดไ้ มด่ ี เชน่ อ้อย มนั สาํ ปะหลัง เปนต้น

Kru Phai Saran Kanthasap

พชื ทีทนความแห้งแล้ง เปนพชื ทีมรี ะบบรากพเิ ศษ มสี ว่ นประกอบ
บางสว่ นเปลียนแปลงหนา้ ทีไปดดู ซบั ความชนื ในอากาศไปใชป้ ระโยชน์
ได้ ทําใหพ้ ชื สามารถทนความแหง้ แล้งไดด้ ี เชน่ กล้วยไมส้ กลุ ต่างๆ
เปนต้น

3.อุณหภมู ิ
อุณหภมู ิ เปนปจจยั หนงึ ทีมคี วามสาํ คัญต่อการเจรญิ เติบโตและพฒั นาการ

ของพชื และมผี ลต่อกระบวนการต่างๆ ของพชื เชน่ กระบวนการหายใจ

กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง และการคายนาํ ของพชื เปนต้น
พชื แต่ละชนดิ มคี วามต้องการอุณหภมู สิ งู ตําแตกต่างกันออกไป ดงั นี
พชื เมอื งรอ้ น เปนพชื ทีต้องการอุณหภมู ใิ นการเจรญิ เติบโตอยู่

ระหวา่ ง 20-40 องศาเซลเซยี ส เชน่ มะมว่ ง มงั คดุ ขนนุ สม้ มะขาม

ขา้ ว ขา้ วโพด สกั เปนต้น พชื เหล่านถี ้านาํ ไปปลกู ในอุณหภมู ติ ํากวา่ นี

นานๆ จะทําใหพ้ ชื ชะงักการเจรญิ เติบโตหรอื ตายได้ เนอื งจากอุณหภมู ิ

ทีลดลง

พชื เมอื งหนาว เปนพชื ทีต้องการอุณหภมู ใิ นการเจรญิ เติบโตอยู่

ระหวา่ ง 15-20 องศาเซลเซยี ส เชน่ แอปเปล พลับ ท้อ สตรอวเ์ บอรร์ ี

มนั ฝรงั เปนต้น แต่ถ้านาํ พชื เหล่านมี าปลกู ในท้องถินทีมอี ากาศรอ้ น

ทําใหพ้ ชื เกิดอาการใบใหม้ เนอื งจากมกี ารคายนาํ มาก

4.แสงสวา่ ง
แสงสวา่ งทีไดร้ บั จากดวงอาทิตย์ จดั เปนแหล่งพลังงานทีสาํ คัญสาํ หรบั สงิ
มชี วี ติ ทกุ ชนดิ เพราะแสงสวา่ งเปนปจจยั ควบคมุ สภาพแวดล้อมทีสาํ คัญ ไดแ้ ก่
อุณหภมู ิ การหมุนเวยี นของอากาศ การเกิดลมและฝน เปนต้น

สาํ หรบั พชื แสงสวา่ งจดั เปนแหล่งพลังงานมราพชื นาํ ไปใชใ้ นกระบวนการ
สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง เพอื สรา้ งแปงและนาํ ตาล แสงสวา่ งจงึ มคี วามสาํ คัญต่อ
การเจรญิ เติบโตของพชื ดงั นี

มคี วามสาํ คัญต่อพชื ทีขยายพนั ธุด์ ้วยเมล็ด เพราะแสงจากดวง
อาทิตยจ์ ะชว่ ยสง่ เสรมิ การงอกของเมล็ด การเจรญิ เติบโตของต้นกล้า
และการแตกตา ออกดอก พชื แต่ละชนดิ มคี วามต้องการแสงสวา่ งทีใช้
ในการงอกของเมล็ดต่างกัน

Kru Phai Saran Kanthasap

เมล็ดทีต้องการแสงในการงอก เมล็ดพชื ประเภทนถี ้าขาดแสง
จะไมง่ อก เชน่ กล้วยไม้
เมล็ดทีชอบแสง เปนเมล็ดพชื ทีงอกไดด้ เี มอื มแี สงสวา่ ง แต่ถ้า
ไมม่ แี สงจะงอกไดไ้ มด่ ี เชน่ เมล็ดผกั กาดหอม เปนต้น
เมล็ดทีไมต่ ้องการแสง ถ้ามแี สงในขณะเพาะเมล็ดจะไมง่ อก เชน่
หอม กระเทียม เปนต้น
เมล็ดทีแสงไมม่ ผี ลต่อการงอก เปนเมล็ดพชื ทีสามารถงอกได้
ทกุ สถานที ไมว่ า่ จะมแี สงหรอื ไมม่ แี สงก็สามารถงอกได้ เชน่ เมล็ด
ผกั พชื ตระกลู หญา้ เปนต้น
มอี ิทธพิ ลต่อการสรา้ งผลผลิตพชื สามารถจดั แบง่ พชื ตามการตอบ
สนองของชว่ งแสงได้ 3 ประเภท ดงั นี
พชื วนั สนั พชื ทีต้องการชว่ งแสงสวา่ งในการออกดอกแต่ละวนั
ประมาณ 10-14 ชวั โมงต่อวนั หรอื นอ้ ยกวา่ นจี งึ จะออกดอก แต่
ถ้าพชื ไดร้ บั แสงต่อวนั มากกวา่ นี พชื จะไมอ่ อกดอก เชน่ ยาสบู
เบญจมาศ สตรอวเ์ บอรร์ ใี นชว่ งฤดรู อ้ นซงึ มกี ลางวนั ยาว พชื เหล่า
นจี ะเจรญิ เติบโตทางใบและลําต้นเท่านนั
พชื วนั ยาว พชื ทีต้องการชว่ งแสงสวา่ งในการออกดอกและติดผล
เปนเวลา 14-16 ชวั โมงต่อวนั หรอื มากกวา่ นี ถ้าพชื ไดร้ บั ชว่ งแสง
นอ้ ยกวา่ นจี ะไมอ่ อกดอก เชน่ ดาวเรอื ง ผกั กาดหอม
พชื ทีไมม่ ปี ฏิกิรยิ าต่อชว่ งแสง พชื ทีความยาวของชว่ งแสงไมม่ ี
ผลต่อการออกดอก ก็จะออกดอกไดไ้ มว่ า่ จะอยูใ่ นระยะชว่ งแสงใด
เชน่ มะเขอื เทศ แตงกวา กระเจยี บ เปนต้น
ความเขม้ ของแสงมอี ิทธพิ ลต่อการสงั เคราะห์ด้วยแสงของพชื
เพราะพชื แต่ละชนดิ มคี วามต้องการความเขม้ ของแสงไมเ่ ท่ากัน เชน่
พชื ในรม่ ต้องการความเขม้ ของแสงตํา จะทําใหพ้ ชื มกี ารสงั เคราะห์
ดว้ ยแสงไดด้ ี อยา่ ใหถ้ กู แดดจดั จะทําใหใ้ บไหมแ้ ละตายได้ เชน่ เฟรน์
บอนสี สว่ นพชื กลางแจง้ เปนพชื ทีต้องการความเขม้ ของแสงสงู จงึ จะ
ทําใหก้ ระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื ทําไดด้ ี จงึ ต้องปลกู กลาง
แจง้ ถกู แดดจดั ตลอดทังวนั เชน่ กหุ ลาบ ดาวกระจาย เปนต้น
คณุ ภาพของแสง มอี ิทธพิ ลต่อการงอกและเจรญิ เติบโตของพชื ดงั นี
แสงสแี ดง จะชว่ ยสง่ เสรมิ ใหเ้ มล็ดพชื งอกไดเ้ รว็ ขนึ รวมทังการ
เจรญิ เติบโตของต้นกล้าและการผลิตดอก
แสงสนี าํ เงิน ทําใหเ้ ซลล์พชื แก่เรว็ และชว่ ยขยายใหเ้ กิดคลอโร
ฟลล์ในพชื มากยงิ ขนึ

Kru Phai Saran Kanthasap

5.อากาศ
อากาศมอี ิทธพิ ลต่อการเจรญิ เติบโตของพชื ซงึ พชื ใชแ้ ก๊สออกซเิ จนใน
กระบวนการหายใจ และใชแ้ ก๊สคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นกระบวนการสงั เคราะห์
ดว้ ยแสงหรอื การปรงุ อาหารของพชื และในขณะทีลมพดั โมเลกลุ ของแก๊ส
ออกซเิ จน คารบ์ อนไดออกไซด์ และโมเลกลุ ของนาํ จะเคลือนทีเขา้ และออกทาง
ปากใบพชื ทําใหเ้ กิดกระบวนการและปฏิกิรยิ าต่างๆในพชื เชน่ การหายใจ การ
คายนาํ การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื ทําใหพ้ ชื เจรญิ เติบโตไดด้ กี วา่ พชื ทีปลกู
อยูใ่ นทีลมสงบ

นอกจากนี ลมยงั ชว่ ยเรอื งการผสมเกสรของพชื ไดเ้ ปนอยา่ งดี และชว่ ย
ทําใหเ้ มล็ดปลิวกระจายไปกับสายลม เปนวธิ กี ารหนงึ ทีทําใหม้ กี ารกระจายพนั ธุ์
พชื ไดเ้ ปนอยา่ งดี

6.ธาตอุ าหาร

พชื มคี วามจาํ เปนต้องอาศัยธาตอุ าหารต่างๆ ในการเจรญิ เติบโตและ
ออกดอก สรา้ งผลผลิต ธาตอุ าหารพชื ทีจาํ เปนต้องใชส้ รา้ งความเจรญิ เติบโต
มดี งั นี

ไนโตรเจน (N) เพอื ชว่ ยในการสรา้ งสเี ขยี วของพชื สรา้ งความเจรญิ
เติบโตใหก้ ับต้นและเมล็ด ทําใหพ้ ชื แตกกอดี มเี มล็ดมาก ถ้าหากพชื ขาด
ธาตนุ จี ะทําใหใ้ บเหลือง ต้นแคระ ผลผลิตตํา
ฟอสฟอรสั (P) เพอื ชว่ ยในการสรา้ งความเจรญิ เติบโต ชว่ ยใหร้ ากและ
ลําต้นแขง็ แรง ไมล่ ้มง่าย ดอกดก ผลผลิตมคี ณุ ภาพ
โพแทสเซยี ม (K) มหี นา้ ทีในการสรา้ งนาํ ตาล แปง และเซลลโู ลส ชว่ ยให้
รากของพชื ดดู นาํ ไดด้ ยี งิ ขนึ

Kru Phai Saran Kanthasap

Kru Phai
Saran Kanthasap

เอกสารอ้างอิง

สวุ ฏั สอนจนั ทร.์ //รายวชิ าเพมิ เติม งานเกษตร (พชื ).//พมิ พค์ รงั
ที 6.//บรษิ ัท อักษรเจรญิ ทัศน์ อจท. จาํ กัด,2555


Click to View FlipBook Version