The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KJST.Foreign.Dept, 2022-03-24 21:49:39

อ31102 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 4

ม.4

แผนการจดั การเรียนรู้

วิชา ภาษาองั กฤษ 2 (อ31102)

โดย
นางสาวสภุ างค์รัตน์ ราชบวร

ตาแหน่ง ครผู ู้ช่วย

โรงเรียนกาญจนาภเิ ษกวทิ ยาลัย สราษฎรธ์ านี
สานกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาสุราษฎรธ์ านี ชุมพร

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13

รายวิชาภาษาองั กฤษ รหสั วิชา 31102 ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 4

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 True stories เวลา 40 ชั่วโมง

เรอื่ ง Civilizations เวลา 1 ชวั่ โมง

ผ้สู อน นางสาวสุภางคร์ ตั น์ ราชบวร โรงเรียนกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สรุ าษฎรธ์ านี

แนวคิดสำคัญ
การรูแ้ ละเขา้ ใจคำศัพท์เก่ียวกับอารยธรรมในยคุ โบราณ การใช้ past simple ชว่ ยใหจ้ ับใจความ

สำคัญและสรปุ เรื่องทอี่ า่ น และเป็นพ้นื ฐานในการค้นคว้า รวบรวมขอ้ มลู ที่เกย่ี วขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรยี นรูอ้ ่นื
จากแหล่งการเรยี นรู้ต่าง ๆ

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด
สาระท่ี 1 ภาษาเพ่อื การสื่อสาร

มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความ
คิดเห็นอย่างมีเหตุผล

ม.4-6/4 จบั ใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรปุ ความ ตีความ และแสดงความคิดเหน็ จากการฟงั และ
อ่านเรอ่ื งทเ่ี ป็นสารคดแี ละบันเทงิ คดี พรอ้ มทง้ั ให้เหตุผลและยกตัวอยา่ งประกอบ

มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ โดย
การพดู และการเขยี น

ม.4-6/2 พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ/แก่นสาระที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง กิจกรรม ข่าว
เหตุการณ์ และสถานการณ์ตามความสนใจ

สาระท่ี ๓ ภาษากบั ความสัมพนั ธ์กบั กล่มุ สาระการเรียนรูอ้ นื่

มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรยี นรูอ้ ืน่ และเปน็

พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน

ม.4-6/1 ค้นควา้ /สืบคน้ บนั ทึก สรุป และแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับขอ้ มูลท่ีเกยี่ วขอ้ งกบั กลุ่มสาระ

การเรียนรู้อนื่ จากแหลง่ เรียนรตู้ า่ งๆ และนำเสนอด้วยการพูดและการเขียน

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- นกั เรียนสามารถอา่ นเพ่อื จบั ใจความสำคญั ได้
- นกั เรยี นสามารถพดู สรปุ เนือ้ เร่อื งที่อ่านได้
- นกั เรยี นสามารถค้นคว้าและนำเสนอขอ้ มูลเก่ียวกับ the Incas ได้

สาระการเรียนรู้

1) Language Features and Functions

Vocabulary: ancient civilisations (built a city, emperor & army, farmers,

craftsmen, merchants, grew vegetables, hunted, went fishing, ate

corn, avocados, chili peppers, made houses from mud & bricks,

built pyramids, used boats to transport goods, went to

school/learned history, myths, religion, played music/danced, the

Spanish conquered them); verbs (rule, stand, control, respect);

nouns (empire, head, avocado, chili pepper, mud, brick, poetry,

disease, smallpox); adjectives (central, southern, powerful)

Pronunciation: -

Grammar: past simple (irregular verbs)

Functions: talking about ancient civilisations

2) Language Skills

Listening: ฟังเพือ่ หาข้อมูลเฉพาะ

Reading: อา่ นเพ่อื จบั ใจความสำคญั

Speaking: พดู สรุปยอ่ เรอ่ื งท่ีอ่าน, พดู นำเสนอเกยี่ วกับ the Incas

Writing: เขยี นนำเสนอเกีย่ วกบั the Incas

3) Culture: the Aztecs

ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์  5. อยูอ่ ย่างพอเพียง
 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  6. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
 2. ซ่อื สัตยส์ ุจรติ  7. รักความเป็นไทย
 3. มีวินยั  8. มีจติ สาธารณะ
 4. ใฝเ่ รียนรู้

เบญจวิถกี าญจนา

 1. เทดิ ทูนสถาบนั  4. มีวนิ ยั

 2. กตญั ญู  5. ใหเ้ กียรติ

 3. บคุ ลกิ ดี

สมรรถนะทส่ี ำคัญของผ้เู รยี น

 1. ความสามารถในการส่ือสาร  4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

 2. ความสามารถในการคดิ  5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

จุดเนน้ สู่การพฒั นาผ้เู รยี น

ความสามารถและทกั ษะทีจ่ ำเปน็ ในการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)

 R1– Reading (อา่ นออก)

 R2– (W)Riting (เขียนได้)

 R3 – (A)Rithmetics (คดิ เลขเปน็ )

 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและ

ทกั ษะในการแกป้ ัญหา)

 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม)

 C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทศั น์)

 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเปน็

ทมี และภาวะผู้นำ)

 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา้ นการสอื่ สาร

สารสนเทศและรู้เท่าทนั สื่อ)

 C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและ

การส่อื สาร)

 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้)

 C8 - Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วนิ ัย คุณธรรม จริยธรรม)

 L1 - Learning (ทกั ษะการเรียนร้)ู

 L2 – Leadership (ทกั ษะความเป็นผนู้ ำ)

การวดั และประเมนิ ผล

ด้านความรู้

ภาระงาน/ชิ้นงาน วธิ ีการวดั เครื่องมือ เกณฑ์ท่ใี ช้

แบบฝึกหดั ตรวจการตอบคำถามจาก หนังสือเรียน หน้า 78 รอ้ ยละ 60

การอ่าน Exs. 2-3, แบบทดสอบ

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ

ภาระงาน/ชน้ิ งาน วิธีการวัด เครือ่ งมือ เกณฑท์ ใ่ี ช้
แบบประเมนิ การพูด ระดับคุณภาพ พอใช้
การพดู สรุป ประเมินการพดู สรุป
แบบประเมนิ ชน้ิ งาน/ ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
เกยี่ วกับเรอ่ื งทอ่ี า่ น เก่ยี วกับเร่ืองทอ่ี ่าน แบบประเมนิ การพดู

การคน้ คว้าและ ประเมนิ การคน้ คว้าและ

นำเสนอข้อมลู นำเสนอขอ้ มูลเก่ยี วกับ the

เกี่ยวกับ the Incas

Incas

ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ภาระงาน/ชิ้นงาน วธิ กี ารวดั เครื่องมือ เกณฑท์ ี่ใช้
ระดับคณุ ภาพ ผา่ น
พฤติกรรมระหว่าง สังเกตพฤติกรรมบง่ ช้ีดา้ นใฝ่ แบบประเมนิ
เรยี น เรยี นร้แู ละมุ่งม่นั ในการ คุณลักษณะ

ทำงาน อนั พึงประสงค์

กิจกรรมการเรยี นรู้
ใช้กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูโ้ ดยใชเ้ กม
ขน้ั นำ

1. นักเรียนออกมาเขียนรูปอดีตของคำกริยาต่อไปน้ี talk, play, watch, visit, walk, listen, call
จากนน้ั แตง่ ประโยคเกยี่ วกบั สิง่ ท่ีนักเรียนทำและไมไ่ ด้ทำเม่ือวานน้ี เช่น Yesterday I talked to Ben.
I didn’t talk to Kong.

2. ครเู ขียนคำวา่ Aztect บนกระดาน และถามนกั เรียนวา่ มใี ครรู้จักบา้ ง จากนน้ั ครอู ธิบายใหน้ ักเรยี นฟงั
ครา่ ว ๆ
a people who lived in Mexico until their civilisation was destroyed in the 1 6 th
century by Hernán Cortés and the Spanish army. The Aztecs are known for their
impressive buildings, gold jewellery, and complicated social and religious customs,
which included human sacrifice (= killing humans for religious reasons).

.
ชาว Aztec จัดเป็นกลุ่มผู้อพยพกลุ่มใหญ่ทอ่ี พยพมาจากทางตอนเหนือของอเมริกา เดินทาง
มาเรอื่ ย ๆ จนมาถงึ บรเิ วณทร่ี าบลมุ่ ใน Central Mexico เมื่อประมาณคริสต์ศกั ราชท่ี 12-13
จึงได้หยุดการอพยพและตัดสินใจตั้งถิ่นฐาน ก่อร่างสร้างเมืองบนเกาะกลางทะเลสาบ
Texcoco (ปัจจุบันอยู่ในเมือง Mexico City) โดยมีเมืองหลวงของอาณาจักรชื่อว่า
Tenochtitlan และมีช่วงอายุของความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมนับตั้งแต่คริสต์ศักราชที่ 14
จนถงึ 16 ชาว Aztec เปน็ กลุ่มอารยชนที่ฉลาด สามารถพลกิ พ้นื แผ่นดินทีไ่ ม่มีใครเหลียวแล
ที่ถูกเรียกว่าเป็น poor land ของชนกลุ่มอื่น ๆ ให้กลายเป็นแผ่นดินทอง เป็นแผ่นดินที่มี
ความอุดมสมบูรณ์ สามารถสร้างเมืองและทำเกษตรกรรม การเลี้ยงสัตว์ และการประมงได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ นอกเหนอื จากความชาญฉลาดแลว้ ชาว Aztec ดเู หมือนว่าจะโหดร้าย
เพราะนิยมการบชู ายันต์ โดยใช้มนษุ ยเ์ ปน็ เครื่องสังเวยตอ่ เทพเจ้า (Human Sacrifices)
จักรวรรดิ Aztec ล่มสลายเพราะพ่ายแพ้ให้กับการรุกรานของกองทพั จากสเปน โดยการนำ
ของ Hernán Cortés แมว้ า่ Cortés จะมกี ำลงั เพียงแค่ 500 คน แต่กไ็ ดพ้ นั ธมติ รจากชนเผ่า
อน่ื ๆ ท่ีอยูภ่ ายใตก้ ารปกครองของชาว Aztec เขา้ ช่วยเหลอื ในการสู้รบ ในขณะท่ชี าว Aztec
ต้องต่อสู้อย่างโดดเดีย่ ว ณ ฐานที่มัน่ บนเกาะกลางน้ำของตน ด้วยกำลังรบของ Cortes บวก
กบั ชนเผ่าต่าง ๆ อีก รวมท้ังส้ิน ประมาณ 150,000 – 200,000 คน ชาว Aztec แทบจะไม่มี
ทางชนะ ซ้ำรา้ ยชาวเมือง Aztec ยงั ประสบปัญหาการขาดแคลนอาหารและเป็นโรคฝีดาษ จึง
ทำใหก้ องกำลงั ออ่ นแอและพ่ายแพใ้ นที่สุด ดังน้นั กองกำลังพนั ธมิตรชาวสเปนจงึ ครอบครอง
Tenochtitlan ได้ในวนั ท่ี 13 สิงหาคม ค.ศ. 1521
ท่ีมา: http://oknation.nationtv.tv/blog/talkwithMetha/2011/06/01/entry-2

ข้นั สอน
1. หนังสอื เรยี น หนา้ 78 Ex. 1 นกั เรียนดูภาพตา่ ง ๆ และอ่านวลีเกยี่ วกับอารยธรรมในสมัยโบราณ
ท่ใี ห้มา นกั เรียนเดาความหมายของวลีเหลา่ น้จี ากภาพประกอบ โดยครอู าจช่วยอธบิ ายความหมาย
ของคำศัพท์บางคำ เช่น
emperor (n) จักรพรรดิ, ผูป้ กครองอาณาจกั ร
craftsman (n) ช่างฝมี ือ
conquer (v) พชิ ติ
จากนั้นนกั เรียนฟงั CD เพ่อื ฝึกการอ่านออกเสียงวลีเหล่าน้ี ครเู ปิด CD และหยุดเป็นระยะเพอ่ื ให้
นกั เรยี นออกเสียงตาม ครสู ังเกตและตรวจสอบว่า นักเรยี นออกเสียงถกู ต้องหรอื ไม่ โดยครอู าจ
สุม่ เรียกนกั เรยี นบางคนให้อ่านออกเสยี ง
2. หนังสอื เรยี น หน้า 78 Ex. 2 นกั เรยี นฝกึ เดาเน้ือเรอ่ื งก่อนการอ่าน ดว้ ยการดูภาพใน Ex. 1 อกี คร้ัง
แลว้ ชว่ ยกันบอกว่าชีวติ ของชาว Aztec เปน็ อยา่ งไร ครรู วบรวมคำตอบจากนกั เรยี นมาเขียนบน
กระดาน จากนั้นครูเปิด CD ให้นกั เรยี นฟงั และอา่ นบทอ่านตามไปด้วย เพือ่ ตรวจคำตอบ

The Aztecs built a city. They had an emperor and an army. They were farmers,
merchants and craftsmen. They grew vegetables, hunted and went fishing. They
ate corn, avocados and chili peppers. They made houses from mud and bricks
and they built pyramids. They used boats to transport goods. They went to school
and learnt history, myths and religion. They played music and danced. The Spanish
conquered them.

Advanced classes: นักเรียนปิดหนังสือเรียน แล้วครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังและตรวจคำตอบ
เพอื่ ฝึกการฟงั
3. หนังสอื เรียน หนา้ 78 กรอบ Check these words นกั เรยี นอ่านคำศัพท์ในกรอบตามครู จากนน้ั
ชว่ ยกนั บอกความหมายของคำศพั ท์ โดยเดาความหมายของคำทีไ่ มร่ ้จู ากบริบท หรอื เปิดพจนานกุ รม
เพอื่ หาความหมาย เสรจ็ แลว้ ครเู ขยี นความหมายของคำศัพทแ์ ต่ละคำบนกระดาน

central (adj) in the centre
southern (adj) in the south/lower part
rule (v) govern
empire (n) a group of people (s) over a large territory who had one main ruler
stand (v) be in position
head (n) leader/chief
control (v) be in charge of
powerful (adj) having strength
avocado (n) soft green fruit with a stone in the middle
chili pepper (n) spicy vegetable
mud (n) soft earth
brick (n) rectangular block of baked clay people use to build things
respect (v) have a good opinion of someone/something
poetry (n) a type of literature made up of phrases that often rhyme
disease (n) sickness
smallpox (n) a deadly disease of the past

4. หนังสือเรียน หน้า 78 Ex. 3 นักเรียนฝึกอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ โดยใช้วิธีการที่ครูเคยสอนไว้
แล้วจับคู่หัวข้อ A-I ในหน้า 79 กับย่อหน้า 1-8 ครูให้นักเรียนเปรียบเทียบคำตอบกับเพื่อน แล้วครู
รวบรวมคำตอบจากนกั เรียน และเฉลยคำตอบพรอ้ มกนั

1D 4E 7B
2A 5G 8H
3F 6C

5. ครทู บทวนเกี่ยวกับ past simple โดยเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดาน
The Aztecs grew vegetables and fruits, hunted for animal and went fishing.
They ate corn, avocados, tomatoes, meat, fish and chilli peppers.

นกั เรียนอ่านประโยค และบอกครวู า่ เหตุการณเ์ หลา่ น้ีเกดิ ขึน้ เม่อื ไร และยังเกิดขึน้ อยหู่ รือไม่หรอื จบ
ไปแล้ว เม่อื ไดค้ ำตอบวา่ เป็นเหตุการณ์ทเี่ กิดขน้ึ ในอดีตและจบไปแลว้

จากน้ันนักเรียนช่วยกนั บอกคำกรยิ าของแต่ละประโยค และระบวุ า่ คำกรยิ าอย่ใู นรปู ใด
(grew และ ate เปน็ คำกริยารูปอดีต) เสรจ็ แลว้ ครูสรุปให้นักเรยี นฟังวา่ เราจะใช้ past simple บอก
เล่าถึงเหตกุ ารณ์ทเี่ กิดขนึ้ และจบไปแล้วในอดีต โดยจะใชค้ ำกรยิ ารปู อดตี ซ่งึ มี 2 แบบ คอื

Regular verbs ได้แก่ คำกริยาที่เติม -ed
Irregular verbs ไดแ้ ก่ คำกรยิ าท่ีเปล่ียนรปู ซึ่งคนไทยมกั จะเรียกคำกรยิ าเหลา่ นี้ว่า คำกริยา
ชอ่ งที่ 2
นักเรยี นเปิดหนังสอื เรียน หนา้ 127-128 แล้วอ่านคำกริยารูป base form ในชอ่ งที่ 1 กบั รปู อดีตใน
ชอ่ งท่ี 2 พรอ้ ม ๆ กัน ครูย้ำใหน้ กั เรยี นจดจำและหมน่ั ทบทวนอยา่ งสม่ำเสมอ
6. หนังสือเรียน หน้า 79 Ex. 4a นักเรียนอ่านตัวอย่างประโยคของ past simple ที่ให้มา ครูถาม
นักเรียนวา่ คำกริยารูปอดีตต้องเปลี่ยนรปู ตามประธานหรือไม่ จากนั้นครูอธบิ ายว่า คำกริยารูปอดีต
จะใช้รปู เดียวกันไมว่ ่าประธานจะเปน็ เอกพจนห์ รือพหพู จน์
Extra activities: นักเรียนเปรียบเทียบวิธีการเล่าเหตุการณ์ในอดีตระหว่างภาษาไทยกับ
ภาษาองั กฤษวา่ มคี วามแตกต่างกันทางด้านโครงสรา้ งประโยคอยา่ งไร
7. หนังสือเรียน หน้า 79 Ex. 4b นักเรียนอ่านคำกริยาที่ให้มา จากนั้นนักเรียนฝึกเปลี่ยนคำกริยารูป
base form เป็น past form พร้อมกับระบุด้วยว่า คำกริยาน้ัน ๆ เป็นคำกริยาประเภท regular
verbs หรือ irregular verbs เมื่อนักเรียนทำเสร็จครูสุ่มเรียกนักเรียนหลาย ๆ คน อ่านคำตอบของ
ตนเอง

1 lived (R) 11 used (R)
2 rules (R) 12 travelled (R)
3 was, were (I) 13 learnt (I)
4 built (I) 14 respected (R)
5 control (R) 15 played (R)
6 grew (I) 16 danced (R)
7 hunted (R) 17 wrote (I)
8 went (I) 18 conquered (R)
9 ate (I) 19 killed (R)
10 made (I)

ครอู ธิบายว่า learn มีคำกรยิ ารปู อดตี 2 รูป คือ learned และ learnt

8. หนังสือเรียน หน้า 79 Ex. 4c นกั เรยี นอ่านประโยค 1-8 แล้วช่วยกนั บอกวา่ เปน็ เร่อื งเกีย่ วกับอะไร
(Incan civilization) จากนัน้ ใหน้ กั เรียนนำคำกริยาจาก Ex. 4b ในรปู อดตี มาเติมลงในชอ่ งวา่ งของ
แต่ละประโยคให้สมบูรณ์ ครูให้เวลานกั เรยี นทำสักครู่ แล้วจึงตรวจคำตอบพร้อมกนั กับนกั เรียน

1 lived 3 grew 5 ate 7 went
6 used 8 learnt
2 built/made 4 were

9. หนงั สือเรยี น หน้า 79 Ex. 5 ครอู ธิบายวา่ ใหน้ ักเรยี นพูดสรปุ บทอ่านเร่ือง The Aztecs โดยใช้ภาพ
ใน Ex. 1 ช่วยในการสรุปเรอื่ ง ครใู ห้เวลานกั เรียนเตรียมตวั และเดนิ สงั เกตขณะนักเรยี นทำงาน เพอื่ ให้
คำแนะนำและความชว่ ยเหลอื ทีจ่ ำเปน็ เสร็จแลว้ ครสู มุ่ เรียกนกั เรยี นหลาย ๆ คน อา่ นสรุปของตนเอง
ให้เพอ่ื นฟงั

The Aztecs ruled a large empire. They built a city, the city of Tenochtitlán. They
had an emperor and an army. They were farmers, merchants and craftsmen.
They grew vegetables, hunted and went fishing. They ate corn, avocados and
chili peppers. They made houses of mud and bricks and they built pyramids.
They used boats to transport goods. They went to school and learnt history,
myths and religion. They played music and danced. The Spanish conquered
them.

10. หนังสือเรียน หน้า 79 หัวข้อ Think นักเรียนช่วยกันเปรียบเทียบชีวิตของคนในอารยธรรมยุค
Aztec กับประเทศไทยในปัจจบุ ัน โดยครูทำหน้าทเ่ี ขียนขอ้ มลู ท่นี ักเรยี นบอกบนกระดาน

At school, the Aztec children learnt history, myths and religion, just as we do
today. We also study other subjects like science, maths and geography. The
Aztecs ate corn, chili peppers and avocados. Today we eat these and lots of
other food. The Aztecs grew their own vegetables, went fishing or hunted.
Nowadays most people go to shops and supermarkets to buy food.

11. หนังสือเรียน หน้า 79 หัวข้อ ICT นักเรียนแบ่งกลุ่ม ค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับชาวอินคา
จากแหล่งการเรียนรู้ตา่ ง ๆ โดยใชค้ ำว่า Incas เปน็ คำสำคญั ในการสบื คน้

The Incas
The capital city was Cuzco. The Inca people were great builders, and they
built palaces and houses from stone. The emperor lived in Cuzco in his
palace, but most of the people lived outside of the city.
Artisans lived just outside the city and they worked on temples and palaces
inside the city. Many Incas were farmers. They lived in farming villages. The
Incas worshipped the sun, the moon, rainbows, mountains, stars, planets
etc. Only the children of the rich went to school. People ate two or three
meals a day. They ate corn with chili peppers, thick vegetables soups and
bread made from cornmeal and water.

ขัน้ สรุป
1. นกั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ สาระทไี่ ด้เกย่ี วกับเรือ่ งของ Aztec
2. นักเรยี นชว่ ยกนั สรุปโครงสรา้ งภาษาทีใ่ ชใ้ นการบอกเลา่ เหตุการณ์ท่เี กดิ ขึ้นและจบลงไปแลว้
ในอดตี จากนั้นนกั เรยี นทำงานคู่ ช่วยกนั แตง่ ประโยคเพื่อบอกเล่าเหตุการณใ์ นอดตี ของตนเอง
3. แบบฝกึ หดั (Workbook) นกั เรยี นทำ Exs. 1-3 หน้า 18 และอา่ นทบทวนเร่ือง past simple
(irregular verbs) แลว้ ทำ Ex. 1 หน้า 46 เป็นการบา้ น

ส่อื /แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน Upload 4 ม. 4
2. Claแบบฝึกหดั Upload 4 ม. 4
3. Class Audio CDs ประกอบสอ่ื ฯ ชดุ Upload 4 ม. 4

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 14

รายวิชาภาษาอังกฤษ รหัสวิชา 31102 ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 True stories เวลา 40 ช่วั โมง

เรื่อง In the news เวลา 2 ชวั่ โมง

ผ้สู อน นางสาวสภุ างค์รตั น์ ราชบวร โรงเรยี นกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สรุ าษฎรธ์ านี

แนวคิดสำคัญ
การรู้และเข้าใจคำศัพท์เกี่ยวกับอุบัติเหตุ ภัยพิบัติ และเรื่องที่ศึกษา การใช้ past simple ช่วยให้

จบั ใจความสำคัญและสรุปความจากเรื่องท่ฟี ังและอ่าน พูดเพ่อื บอกและตอบรับข่าวรา้ ย เขียนเล่าประสบการณ์
และให้คำแนะนำ รวมท้ังเปน็ พ้นื ฐานในการคน้ คว้าหาขอ้ มูลจากแหล่งการเรยี นรตู้ ่าง ๆ

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสือ่ สาร

มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความ
คิดเหน็ อย่างมีเหตผุ ล

ม.4-6/4 จับใจความสำคัญ วิเคราะหค์ วาม สรุปความ ตีความ และแสดงความคดิ เห็นจากการฟงั และ
อ่านเรือ่ งทีเ่ ป็นสารคดแี ละบนั เทิงคดี พรอ้ มทงั้ ใหเ้ หตุผลและยกตัวอยา่ งประกอบ

มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก

และความคิดเห็นอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ

ม.4-6/1 สนทนาและเขยี นโตต้ อบขอ้ มลู เก่ยี วกับตนเองและเรอ่ื งตา่ ง ๆ ใกลต้ วั ประสบการณ์
สถานการณ์ ข่าว/เหตกุ ารณ์ ประเดน็ ทอ่ี ย่ใู นความสนใจของสงั คม และสือ่ สารอย่างต่อเน่ืองและเหมาะสม

ม.4-6/2 เลอื กและใช้คำขอรอ้ ง ให้คำแนะนำ คำชแ้ี จง คำอธิบาย อยา่ งคล่องแคลว่

มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอขอ้ มลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรือ่ งตา่ ง ๆ โดย
การพูดและการเขียน

ม.4-6/1 พูดและเขียนนำเสนอข้อมลู เกีย่ วกบั ตนเอง/ประสบการณ์ ขา่ ว/เหตกุ ารณ์ เรื่อง และ
ประเด็นต่าง ๆ ตามความสนใจของสังคม

ม.4-6/2 พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ/แก่นสาระที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง กิจกรรม ข่าว

เหตกุ ารณ์ และสถานการณ์ตามความสนใจ

สาระท่ี 2 ภาษาและวฒั นธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้

ได้อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ
ม.4-6/1 เลือกใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับระดับของบุคคล โอกาสและสถานที่ตาม

มารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
สาระที่ 4 ภาษากับความสมั พนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก

มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ท้ังในสถานศกึ ษา ชุมชน และสังคม
ม.4-6/1 ใชภ้ าษาส่อื สารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณจ์ ำลอง ทเี่ กิดขึ้นใน
ห้องเรียน สถานศึกษา ชมุ ชน และสังคม

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
- นกั เรียนสามารถฟังและอา่ นจบั ใจความสำคัญและหาข้อมูลเฉพาะได้
- นักเรียนสามารถระบุพาดหัวข่าวจากขา่ วทอ่ี ่านได้
- นกั เรยี นสามารถพูดเพอ่ื บอกและตอบรับข่าวร้ายได้
- นกั เรียนสามารถเขียนเลา่ ประสบการณ์ได้
- นักเรียนสามารถเขยี นใหค้ ำแนะนำเพ่อื ใหป้ ลอดภัยจากอุบตั เิ หตุเรอื จมได้

สาระการเรียนรู้

1) Language Features and Functions

Vocabulary: accidents & disasters (boat sinking, river, flood, plane crash, train

accident, explosion); verbs (sink, shock, expect, predict, drowning,

survive); nouns (disaster, novel, luxury liner, iceberg, band leader);

adjectives (icy, major); phrases (hardly anyone, dramatic end)

Pronunciation: -

Grammar: past simple (negative/interrogative)

Functions: giving and reacting to bad news

2) Language Skills

Listening: ฟงั เพอ่ื หาขอ้ มูลเฉพาะ

Speaking: พดู เพือ่ บอกและตอบรับขา่ วร้าย

Reading: อ่านเพอื่ สรปุ ใจความสำคัญและหาข้อมูลเฉพาะ

Writing: เขียนเล่าประสบการณใ์ นอดตี และเขยี นให้คำแนะนำเพื่อใหป้ ลอดภัยจากอบุ ตั ิเหตเุ รือจม

3) Culture: เรือ Titanic

ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
 2. ซ่ือสตั ยส์ ุจริต
 3. มีวนิ ยั
 4. ใฝ่เรียนรู้
 5. อยู่อยา่ งพอเพียง
 6. มุ่งมั่นในการทำงาน
 7. รักความเป็นไทย
 8. มจี ิตสาธารณะ

เบญจวิถีกาญจนา
 1. เทดิ ทนู สถาบัน
 2. กตัญญู
 3. บคุ ลกิ ดี
 4. มวี นิ ัย
 5. ให้เกียรติ

สมรรถนะที่สำคัญของผเู้ รยี น
 1. ความสามารถในการส่อื สาร
 2. ความสามารถในการคดิ
 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

จุดเนน้ สกู่ ารพฒั นาผูเ้ รียน
ความสามารถและทักษะทจ่ี ำเปน็ ในการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)

 R1– Reading (อ่านออก)
 R2– (W)Riting (เขยี นได้)
 R3 – (A)Rithmetics (คดิ เลขเปน็ )
 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทักษะดา้ นการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณและ
ทกั ษะในการแกป้ ัญหา)
 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม)
 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทัศน์)
 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมอื การทำงานเป็น
ทมี และภาวะผู้นำ)
 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สาร
สารสนเทศและรู้เท่าทนั สอื่ )
 C6 - Computing and ICT Literacy (ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสอ่ื สาร)
 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู)้
 C8 - Compassion (ความมเี มตตากรุณา วนิ ัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)
 L1 - Learning (ทักษะการเรยี นรู้)
 L2 – Leadership (ทักษะความเปน็ ผู้นำ)

การวดั และประเมนิ ผล

ด้านความรู้

ภาระงาน/ชิน้ งาน วธิ ีการวดั เคร่ืองมอื เกณฑ์ทใี่ ช้
ระดับคณุ ภาพ พอใช้
แบบฝกึ หดั ตอบคำถามจากการฟังและ หนังสอื เรียน หนา้ 80-
81
อา่ น Exs. 2a-2b

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ

ภาระงาน/ชน้ิ งาน วิธีการวัด เคร่อื งมือ เกณฑ์ท่ใี ช้

การบอกและตอบ ประเมินการบอกและตอบ แบบประเมนิ การพูด ระดับคุณภาพ พอใช้

รบั ขา่ วร้าย รับข่าวรา้ ย

การเขียนเลา่ ประเมนิ การเขียนเล่า แบบประเมินการเขียน ระดบั คุณภาพ พอใช้

ประสบการณ์ ประสบการณ์

การเขียนพาดหัว ประเมินการเขยี นพาดหัว แบบประเมนิ การเขียน ร้อยละ 60
ข่าวจากรายงาน ขา่ วจากรายงานขา่ วทอ่ี า่ น แบบประเมินช้ินงาน ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
ข่าวท่ีอา่ น
ชน้ิ งานโปสเตอร์ ประเมนิ ชิ้นงานโปสเตอร์
เก่ียวกบั เรอื เก่ียวกับเรือ Titanic และ
Titanic และ คำแนะนำเพ่ือให้ปลอดภัย
คำแนะนำเพื่อให้ จากอบุ ตั ิเหตุเรอื จม
ปลอดภัยจาก
อบุ ัตเิ หตเุ รอื จม

ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

ภาระงาน/ชิ้นงาน วิธกี ารวดั เครื่องมือ เกณฑ์ท่ีใช้
ระดับคุณภาพ ผา่ น
พฤตกิ รรมระหว่าง สังเกตพฤตกิ รรมบ่งช้ีดา้ นใฝ่ แบบประเมนิ
เรียน เรยี นรแู้ ละมุ่งม่ันในการ คุณลกั ษณะ

ทำงาน อันพึงประสงค์

กจิ กรรมการเรียนรู้
ใช้กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรียนรูโ้ ดยใชเ้ กม
ชว่ั โมงท่ี 1
ขัน้ นำ

1. ครใู หน้ กั เรยี นหาข่าวภาษาอังกฤษเกี่ยวกับอุบตั ิเหตุหรือภัยพิบตั ิมาล่วงหน้า จากน้ันสุ่มเรียกนักเรียน
ออกมาอา่ นขา่ วให้เพ่อื นฟัง โดยให้นกั เรียนอธิบายคำศพั ท์ยากในข่าวด้วย

2. นักเรียนแบ่งออกเป็น 2 ทีม เล่นเกม Noughts and Crosses เพื่อทบทวน irregular verbs โดยครู
เขียนคำกรยิ าลงในตาราง 9 ช่องบนกระดาน แล้วแต่ละทีมผลดั กนั ผนั กรยิ าในตารางให้ครบทง้ั 3 ช่อง
ทีมที่ผันคำกริยาได้ถูกต้องจะมีสิทธิ์ทำเครื่องหมายของทีมตนเอง คือ O หรือ X ลงในช่องคำศัพท์
ดังกล่าว ทมี ทที่ ำเครือ่ งหมายได้ครบ 3 ชอ่ งตดิ ต่อกนั ก่อนในแนวใดกไ็ ด้ เป็นทีมทีช่ นะ

eat make speak

have grow write

go take be

ขั้นสอน
1. หนังสอื เรียน หนา้ 80 Ex. 1 นักเรยี นฟัง CD เพอ่ื ฝกึ อา่ นออกเสยี งคำศัพท์ทใี่ หม้ าในแต่ละภาพ
ครเู ปิด CD และหยุดเป็นระยะเพื่อใหน้ กั เรียนออกเสยี งตาม จากน้นั นักเรียนชว่ ยกันอธบิ าย
ความหมาย แล้วครสู มุ่ เรยี กนกั เรียนอา่ นออกเสียง
ต่อมานักเรียนอ่านหวั ข้อข่าว A-E ครูช่วยอธบิ ายความหมายของคำศัพทบ์ างคำ ดว้ ยการยกตวั อยา่ ง
ประโยค เชน่
His car was in collision with another vehicle.
Two drivers were killed in a head-on (= direct) collision between a car and a
taxi last night.
The cyclist was in a collision with a bus.
The idea of a complex structure can be applied to equipment manufactured
by different suppliers, e.g. central heating boilers.
However, the captain and other witnesses on board the Limburg reported
seeing a small boat strike the oil tanker just before it exploded.

เสรจ็ แลว้ ครูสรุปความหมายใหน้ ักเรียนฟงั
collision (n) การชนกัน, การปะทะกัน (คำกริยา คอื collide)
boiler (n) หมอ้ ไอน้ำ
tanker (n) เรือทม่ี กั ใช้ขนสง่ น้ำมันหรอื แกส๊ ปรมิ าณมาก ๆ
ครูอธิบายว่า พาดหวั ข่าวเป็นการเขียนสรุปส้ัน ๆ ของการรายงานข่าว จึงมักเขียนดว้ ยคำนามและละ
คำที่ไม่จำเปน็ เช่น คำนำหน้านาม a/an, the คำกริยาโดยเฉพาะ verb to be ไวยากรณท์ ี่ใชม้ กั จะ
อยู่ในรูป present simple แม้ว่าจะรายงานถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และจะใช้ to infinitive
เพอื่ กล่าวถงึ เหตุการณใ์ นอนาคต
เม่ือเข้าใจแล้ว นกั เรยี นจบั คู่พาดหัวข่าว (A-E) กับภาพ 1-5 ท่ีสมั พันธก์ ัน เสร็จแลว้ ครูรวบรวมคำตอบ
จากนักเรียน นกั เรยี นระบดุ ้วยว่าคำใดพาดหวั ข่าวทชี่ ว่ ยนักเรยี นหาคำตอบทถี่ กู ตอ้ ง

A 4 (train) D 1 (tanker, sinks)
B 5 (explodes) E 2 (flood)
C 3 (aeroplane, crash)

Advanced classes: นกั เรียนชว่ ยกนั เขยี นพาดหวั ขา่ ว Ex. 1 ให้อยใู่ นรปู ประโยคเตม็
50 people were injured in a train collision.
A building boiler exploded.
There are no survivors in an aeroplane crash.
A tanker sank in the Atlantic.
A flood left 200 people homeless.

2. หนงั สือเรยี น หนา้ 80 Ex. 2a นักเรียนดูภาพเรอื ลำใหญ่ด้านบนสุด ครูบอกว่า เรือลำดังกล่าว คือ
เรือ Titanic ครูให้นักเรียนชว่ ยกนั บอกข้อมลู ที่เก่ียวกับเรือลำน้ใี ห้เพ่ือน ๆ ฟงั

The Titanic was a huge luxury liner ship. It sank on its first voyage from England
to the USA when it hit an iceberg.

จากนั้นนักเรียนอ่านประโยค 1-5 รวมทั้งตัวเลือกที่ให้มา และขีดเส้นใต้คำสำคัญ ครูช่วยอธิบาย
คำศัพท์สำคญั ก่อนการฟงั

set sail (for/from) (idm) เร่มิ การเดนิ ทาง (ทางเรอื )

crew member (n) ลกู เรอื

pay attention to (phr) ใสใ่ จ

warning (n) การเตือน

iceberg (n) ภเู ขานำ้ แขง็

ครใู หน้ กั เรยี นลองเดาคำตอบทีถ่ กู ต้องก่อน ครอู ธิบายวา่ จะเปิด CD ให้นกั เรียนฟงั เพ่อื ตรวจคำตอบ

ทน่ี ักเรยี นทำไว้ ซง่ึ การฟงั ลักษณะนจ้ี ะเป็นการฟงั เพ่อื หาขอ้ มลู เฉพาะ

เมอ่ื เปิด CD แล้ว ให้นกั เรยี นฟงั อยา่ งตั้งใจ พยายามฟงั เพือ่ หาคำพอ้ งความหมาย (synonyms) กับ

คำสำคัญที่ขีดเส้นใต้ไว้ หรือประโยค/วลีที่กล่าวซ้ำในรูปแบบที่แตกต่างออกไป (rephrasing) จาก

ประโยค 1-5 ครูอาจเปิด CD ให้นักเรียนฟังอีกครั้ง เสร็จแล้วครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียนและ

เฉลยคำตอบพรอ้ มกนั

1B 2B 3A 4A 5A

3. หนังสอื เรียน หน้า 80 Ex. 2b นักเรียนดภู าพเรอื และอา่ นชอ่ื เร่อื ง Chilling Coincidences ครู

อธิบายคำศพั ท์ แลว้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั อธิบายความหมายของช่อื เร่ือง

chilling (adj) น่ากลัวมาก (= very frightening)

coincidence (n) การบงั เอิญ, การเกดิ ขึน้ พร้อมกัน

จากนน้ั ครอู ธิบายคำศพั ทใ์ ห้นกั เรยี นกอ่ นการอ่าน

sink (v) จม (past form คือ sank)

lose one’s life (idm) ตายอย่างกะทันหันเนือ่ งจากอบุ ัติเหตุหรือเหตุการณ์รุนแรง

predict (v) ทำนาย

voyage (n) การเดินทางดว้ ยเรือ

liner (n) เรอื เดนิ ทางขนาดใหญท่ ีเ่ ดินทางประจำเสน้ ทาง

ครอู ธิบายว่า การอ่านเพ่อื ระบุว่า ประโยคทใ่ี ห้มาถูก (true) ผดิ (false) หรือไม่ได้กลา่ วถงึ (doesn’t

say) เปน็ การฝกึ อ่านเพอื่ หาขอ้ มูลเฉพาะ

ต่อมาครอู ธิบายว่า ให้นกั เรียนใชว้ ธิ กี ารต่อไปน้ใี นการทำแบบฝกึ หัด

- อ่านประโยค 1-6 ท่กี ำหนดให้ และขีดเสน้ ใต้คำสำคญั

- อา่ นบทอา่ นอยา่ งรวดเรว็ เพอื่ หาวา่ ประโยคท่ใี หม้ าเกี่ยวกับเนื้อเรื่องส่วนใด

- เมือ่ พบแล้ว ใหอ้ ่านประโยคท่ีมีคำสำคัญหรอื อาจอ่านขอ้ ความแวดลอ้ มดว้ ย ถ้าประโยคท่ีให้

มามขี ้อมูลเหมือนกบั ทีพ่ บในบทอา่ น ให้เขียน T (true) ถ้าผิดหรือถูกเพยี งบางส่วน ให้เขยี น

F (false) แต่ถ้าไมพ่ บขอ้ มลู ในบทอ่าน ให้เขียน DS (doesn’t say)

เม่อื นักเรยี นเข้าใจแล้ว ครูใหเ้ วลานกั เรยี นทำกจิ กรรมส้นั ๆ เสร็จแลว้ ครรู วบรวมคำตอบจากนักเรียน
และเฉลยคำตอบพร้อมกัน

คำวา่ voyage ออกเสียง /ˈvɔɪɪdʒ/
ทม่ี า: http://dictionary.cambridge.org/dictionary/english/voyage

1 DS 2 T 3 F 4 DS 5F 6T

เมื่อเฉลยคำตอบเสรจ็ แลว้ ครเู ปดิ CD ให้นักเรียนฟงั และฝึกอ่านออกเสียง
Advanced classes: ก่อนอา่ น ครเู ปดิ CD ให้นกั เรยี นฟังและทำ Ex. 2b ก่อน แลว้ จงึ ให้นักเรียน
อ่านเพ่อื ตรวจคำตอบ
4. หนงั สือเรียน หน้า 80 กรอบ Check these words นกั เรียนอ่านออกเสียงคำศัพทใ์ นกรอบ แลว้
ช่วยกนั บอกความหมายของคำศพั ท์ คำใดที่นกั เรยี นไม่ร้คู วามหมาย ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั เปิด
พจนานกุ รม

sink (v) go under water
icy (adj) full of ice, frozen
major (adj) important, huge
disaster (n) terrible, tragic event
shock (v) give a nasty surprise
hardly anyone (phr) not many people
expect (v) believe that sth will happen
predict (v) say that sth will happen before it does
dramatic end (phr) very tragic finish
novel (n) book of fiction
luxury liner (phr) large ship used for cruises
iceberg (n) a large piece of floating ice in the sea or ocean
drowning (v-ing) dying because your lungs fill with water
band leader (n) the person who conducts a group of musicians
survive (v) live through a terrible/dangerous experience

เสร็จแล้วครูแบง่ นกั เรียนเป็นกลมุ่ นกั เรียนช่วยกนั นำคำศพั ท์เหล่านี้มาแต่งประโยค

Morgan Robertson (1861-1915) เปน็ นักเขียนชาวอเมริกนั มอร์แกนแต่งเร่อื งส้นั ไว้
มากมาย แต่นยิ ายเรือ่ ง Futility ท่ีเขาเขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1898 ยงั คงได้รบั ความสนใจจาก
ผคู้ นเป็นจำนวนมาก นยิ ายเร่ือง Futility เป็นเรอื่ งเก่ียวกบั เหตกุ ารณ์โศกนาฏกรรมของเรอื ท่ี
ชอ่ื วา่ Titan พ่งุ ชนภเู ขาน้ำแขง็ และอบั ปางลงสู่ท้องทะเล ซึง่ เหมือนกบั เหตกุ ารณ์
โศกนาฏกรรมของเรือ Titanic ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในปี 1912

5. ครูหาข่าวภาษาอังกฤษ 5-6 ข่าวที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุหรือภัยพิบัติ แต่ตัดส่วนท่ีเป็นพาดหัวข่าว

(headlines) ออก จากนั้นครูแบ่งนักเรียนเปน็ กลุม่ และแจกข่าวภาษาอังกฤษให้นักเรียนแต่ละกลุม่

ช่วยกนั คิดพาดหัวขา่ วของข่าวดังกล่าว ครใู หต้ ัวแทนกลุ่มอ่านพาดหัวข่าวท่กี ลุ่มตนเองคิดขึ้นมา เสร็จ

แล้วครูนำหวั ข้อขา่ วท้ังหมดซึ่งครูถ่ายเอกสารไวแ้ จกให้นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ เพื่อให้แตล่ ะกลุ่มเลือกว่า

หัวขอ้ ขา่ วใดที่ตรงกับข่าวของตนเอง เมอ่ื เฉลยคำตอบแลว้ ครูใหแ้ ตล่ ะกลุม่ เปรียบเทียบว่าหัวข้อข่าว

ของกลุ่มตนเองแตกตา่ งจากหวั ข้อของข่าวจริง ๆ มากน้อยเพียงใด และกลุ่มใดที่เขียนพาดหวั ข่าวได้

ตรงกับหวั ข้อข่าวจริง ๆ มากท่ีสดุ

6. นักเรยี นช่วยกนั หาคำกรยิ ารปู อดีตในบทอา่ นเรอ่ื ง Chilling Coincidences ครเู ขยี นคำทนี่ ักเรียนบอก

บนกระดาน จากนน้ั นกั เรยี นช่วยกันบอกคำกริยารปู base form ของคำกรยิ าเหลา่ นี้

sink - sank lose - lost

is - was shock - shocked

expect - expected predict - predicted

sail - sailed tell - told

write - wrote hit - hit

start - started see - saw

hear - heard die - died

don’t - didn’t are - were

ตอ่ มานกั เรียนชว่ ยกันแยกแยะวา่ คำใดเป็น regular verbs และคำใดเป็น irregular verbs
Regular verbs: shocked, expected, predicted, sailed, started, died
Irregular verbs: sank, lost, was/were, told, wrote, hit, saw, heard, didn’t

ขน้ั สรุป
1. นกั เรยี นสรุปโครงสรา้ งภาษาทใ่ี ช้ในการเล่าเก่ยี วกับเหตกุ ารณ์ในอดตี อีกคร้งั จากนนั้ นักเรียนทำงานคู่
นำคำกริยารูปอดีตจากในบทอา่ นมาแตง่ ประโยค คู่ละ 4-5 ประโยค เสร็จแล้วครสู มุ่ เรยี กนกั เรยี น
ออกมาเขยี นประโยคบนกระดาน ครใู หเ้ พอ่ื น ๆ ในชน้ั ช่วยกนั แกไ้ ข ถา้ ประโยคไม่ถกู ตอ้ ง สดุ ทา้ ย
นกั เรยี นอา่ นออกเสยี งประโยคท่ถี กู ตอ้ งแลว้ พรอ้ ม ๆ กนั
2. แบบฝกึ หดั (Workbook) นักเรียนทำ Ex. 4 หน้า 18 เป็นการบ้าน

ชว่ั โมงที่ 2
ขั้นนำ

1. ทบทวน Irregular verbs ดว้ ยการใหน้ ักเรียนเล่นเกม Noughts and Crosses ครูแบง่ นักเรียน
ออกเป็น 2 ทมี จากนนั้ ครูเขยี นคำกริยาลงในตาราง 9 ช่องบนกระดาน แล้วให้แต่ละทมี ผลัดกนั ผนั
กรยิ าในตารางใหค้ รบทง้ั 3 ช่อง ทีมท่ีผันคำกริยาได้ถูกต้องจะมีสทิ ธิ์ทำเครื่องหมายของทมี ตนเอง คือ
O หรอื X ลงในชอ่ งคำศัพทด์ งั กล่าว ทีมที่ทำเครือ่ งหมายได้ครบ 3 ช่องติดต่อกันก่อนในแนวใดกไ็ ด้
เปน็ ทมี ที่ชนะ

tell hear see

sink lose hit

be leave write

Advanced classes: ครใู ห้นกั เรยี นเกมอีกครั้ง โดยครง้ั นี้ ครเู ขยี นคำกรยิ ารปู อดตี ลงในตาราง แล้ว
ให้นกั เรยี นนำคำกริยาเหล่าน้ีมาแต่งประโยค
2. ครูนำภาพเด็กผู้ชายคนหนึ่งมาติดบนกระดาน และบอกว่า His name is Peter. จากนั้นครูเล่า
เกี่ยวกับสิ่งที่ Peter ทำเมื่อวานนี้ ครูเขียนคำว่า yesterday บนกระดาน ครูพูดเล่าทีละประโยค
และให้นกั เรยี นพดู ตามครู เชน่

Peter woke up at 6 o’clock yesterday.
He took a shower at 6.30.
He had breakfast at 7.00.
He went to school at 7.30.
ครูถามนักเรียนว่า เราใช้ tense อะไรในการบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วในอดีต
เมอ่ื ไดค้ ำตอบวา่ past simple แลว้ ครูนักเรียนชว่ ยกนั บอกโครงสรา้ งประโยค
ประโยคบอกเลา่ : ประธาน + คำกริยารปู อดตี (past form)

ครบู อกนกั เรียนวา่ วันนนี้ ักเรยี นจะไดเ้ รียนรูเ้ กย่ี วกับประโยคปฏิเสธและคำถามของ past simple

ข้นั สอน
1. ครูอธิบายว่า เมื่อเช้านี้ Peter ตื่นสาย ดังนั้นกิจวัตรประจำวันของ Peter จึงมีการเปลี่ยนแปลง
ครูเขียน This morning บนกระดาน และเล่าเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของ Peter เมื่อเช้านี้ให้
นักเรียนฟัง เชน่
Peter didn’t wake up at 6 o’clock this morning. He woke up late.
He didn’t take a shower at 6:30. He took a shower at 6:45.
He didn’t have breakfast at 7:00. He had breakfast at 7:15.
He didn’t go to school at 7:30. He went to school at 7:45.
เมือ่ เลา่ จบ ครเู ขียนประโยคบนกระดาน และใหน้ กั เรียนช่วยกันบอกโครงสร้างของประโยคปฏเิ สธของ
past simple
ประโยคปฏิเสธ: ประธาน + didn’t + คำกรยิ าในรูป base form.
ตอ่ มาครใู ห้เดก็ เก่ง 1 คน ออกมาทำกจิ กรรมร่วมกบั ครู โดยพดู ถาม-ตอบเกย่ี วกบั กจิ วัตรประจำวัน
ของ Peter เม่อื เชา้ น้ี ครอู าจเตรียมข้อมลู ให้นักเรียนกอ่ นล่วงหน้า เช่น
T: Did Peter work up at 6 o’clock this morning?
S1: No, he didn’t. He woke up late.
T: Did Peter take a shower at 6:30 this morning?
S2: No, he didn’t. He took a shower at 6:45.
ครูเขยี นตวั อยา่ งการพูดถาม-ตอบบนกระดาน แล้วใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั บอกโครงสร้างของประโยค
คำถามของ past simple
ประโยคคำถาม: Did + ประธาน + คำกริยาในรปู base form ?
Yes, คำสรรพนาม + did.
No, คำสรรพนาม + didn’t.
เสรจ็ แล้วครสู รุปใหน้ กั เรียนฟงั ว่า ประโยคปฏิเสธและคำถามของ past simple น้ัน จะนำ did เข้ามา
ชว่ ย แลว้ คำกรยิ ารปู อดีตจะเปลี่ยนกลบั มาเปน็ คำกริยาในรูป base form
2. หนังสือเรียน หน้า 81 Ex. 3a นักเรียนศึกษา ในรูปประโยคปฏิเสธและคำถามของ past simple
จากตารางที่ให้มา ครูอาจเขียนประโยคบอกเล่า ปฏิเสธและคำถามให้นักเรียนดูบนกระดาน เพื่อให้
เหน็ การเปลยี่ นแปลงของคำกรยิ าเมอื่ มี did เขา้ มาช่วยในประโยคปฏิเสธและคำถาม
ประโยคบอกเลา่ He went out last night.
ประโยคปฏิเสธ He didn’t go out last night.
ประโยคคำถาม Did he go out last night?
Yes, he did. / No, he didn’t.

ประโยคบอกเลา่ They watched TV last night.
ประโยคปฏิเสธ They didn’t watch TV last night.
ประโยคคำถาม Did they watch TV last night?

Yes, they did. / No, they didn’t.
ครอู าจตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียน ดว้ ยการเขียนประโยคบอกเล่าของ past simple แล้วให้
นกั เรียนเปลย่ี นให้อย่ใู นรูปประโยคปฏเิ สธและคำถาม
Extra activities: นักเรยี นเปรยี บเทยี บโครงสรา้ งประโยคของการเล่าเรอื่ งในอดีตระหว่างภาษาไทย
กับภาษาอังกฤษ
3. หนงั สอื เรียน หนา้ 81 Ex. 3b นกั เรียนอา่ นตวั อยา่ งประโยคคำถามและปฏิเสธท่ีให้มา แลว้ ชว่ ยกัน
บอกคำกริยารปู อดตี ของคำกริยาในประโยค 2-5 เช่น

write - wrote
hit - hit
see - saw
ครูให้เวลานักเรยี นแต่งประโยคคำถาม โดยใช้คำที่ให้มาในข้อ 2-5 พร้อมทั้งตอบคำถามดังกลา่ วด้วย
เสร็จแล้วครูสุ่มเรียกนักเรียนออกมาเขียนประโยคของตนเองบนกระดาน ครูให้นักเรียนคนอื่น ๆ
ช่วยกันตรวจประโยคของเพื่อนและแก้ไขให้ถูกต้องถา้ มปี ระโยคทีผ่ ิด เมื่อได้คำตอบที่ถูกตอ้ งแล้ว ครู
ใหน้ กั เรียนฝกึ พูดถาม-ตอบกัน

2 Did the Titanic sink in the Pacific?
No, it didn’t. It sank in the Atlantic.

3 Did Morgan Robertson write Titanic?
No, he didn’t. He wrote Futility.

4 Did the Titan hit a ship?
No, it didn’t. It hit an iceberg.

5 Did Jessie see people crying?
No, she didn’t. She saw people drowning.

คำกริยา see สามารถนำมาแตง่ ประโยคไดห้ ลากหลายรูปแบบดงั นี้
• see somebody/something + adj

I hate to see you unhappy.
• see somebody/something do something

We saw their car drive past the house yesterday. (see + object + base
form)
• see somebody/something doing something
Did you see the children playing? (see + object + -ing form)

4. หนังสือเรียน หน้า 81 Ex. 4 ครเู ปิด CD ให้นกั เรยี นฟงั บทพดู โตต้ อบทีใ่ ห้มาเป็นตวั อยา่ ง และฝึกอ่าน
ตาม โดยครยู ้ำใหน้ กั เรียนสังเกตการใชน้ ้ำเสยี งในประโยคทีม่ ีเครื่องหมายตกใจ (exclamation mark)
จากนั้นครูอธิบายว่า บทพดู ดังกล่าวเป็นการบอกและตอบรบั ขา่ วรา้ ย ซึง่ ในการตอบรับข่าวร้ายทไ่ี ด้ยิน
นั้น ผู้พดู จะใช้นำ้ เสียงที่แสดงความรสู้ กึ ตกใจหรอื ประหลาดใจด้วย ครูเปดิ CD อกี ครั้ง และกระต้นุ ให้
นักเรียนใช้นำ้ เสียงแสดงความรู้สึก
ต่อมาครูอธบิ ายวา่ นอกจากจะใช้ Did you hear? และ Oh dear! แลว้ ยงั สามารถใชส้ ำนวนภาษา
อน่ื ๆ แล้วใหน้ กั เรยี นอ่านสำนวนภาษาในตารางพรอ้ ม ๆ กัน
ครูสุ่มเรยี กนกั เรียนครั้งละ 2 คน พูดโตต้ อบเกย่ี วกับการบอกและตอบรับข่าวร้าย โดยใช้สำนวนภาษา
ในตารางแทนท่ี Did you hear? กับ Oh dear! ในตวั อย่างทีใ่ ห้มา เช่น
A: You won’t believe what happened. 50 people were injured when two
trains collided.
B: Oh no!
ครใู หน้ กั เรยี นฝกึ พดู กบั เพ่อื นที่นง่ั ข้างซ้ายของตนเอง
เสรจ็ แล้วนกั เรยี นดพู าดหวั ขา่ วใน Ex. 1 อีกครงั้ แล้วจับคกู่ บั เพ่ือนท่นี ง่ั ข้างขวาของตนเอง ผลัดกันพูด
บอกและตอบรบั ขา่ วร้ายจากทีอ่ า่ นในพาดหวั ข่าว ครูเดนิ สังเกตขณะนักเรียนทำกิจกรรม เพอื่ ให้ความ
ช่วยเหลือและคำแนะนำที่จำเป็น รวมทั้งจดบันทึกข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำงานของนักเรียน
เพอ่ื นำมาอธบิ ายให้นกั เรยี นเขา้ ใจ
นักเรียนสลับคู่ฝึกซ้อมกับเพื่อนอีก 2-3 ครั้ง เช่น จับคู่กับเพื่อนที่นั่งข้างหน้าและข้างหลังตนเอง
เม่อื เห็นว่า นกั เรียนฝึกพดู จนคลอ่ งแล้ว ครสู ุ่มเรยี กนักเรยี นหลาย ๆ คู่ ออกมาสนทนาหนา้ ชนั้

A: Listen to this. A building boiler exploded.
B: That’s terrible!
A: You won’t believe what happened. An aeroplane crashed and there are no

survivors.
B: How sad!
A: Did you hear? A tanker sank in the Atlantic.
B: That’s terrible.
A: Listen to this. A flood left 200 people homeless.
B: Oh dear!

Weak classes: นักเรียนแต่งบทสนทนนาร่วมกนั กอ่ น แลว้ จึงให้เวลานกั เรียนฝกึ ซอ้ มพูดสนทนากัน
5. หนงั สอื เรยี น หน้า 81 Ex. 5 นกั เรียนจนิ ตนาการว่า เป็นผู้ทรี่ อดชีวติ จากเหตุการณโ์ ศกนาฏกรรมเรือ

Titanic แล้วเขียนเล่าประสบการณ์ว่า ในวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น เกิดอะไรขึ้นบ้าง และนักเรียนทำ
อะไร โดยใช้วลที ่ีใหม้ า
ครูอาจพูดบรรยายภาพให้นักเรียนเห็นเหตุการณ์ เช่น เรือกำลังจะจมลง ผู้คนตื่นตกใจหวาดกลัว
แต่มีเรือชชู พี ไมก่ ี่ลำ ทุกคนต้องหาทางข้นึ ไปท่ีเรอื ลำดงั กล่าวซง่ึ แน่นอนว่าไมเ่ พียงพอสำหรบั ทุกคน
ตอ่ มาครตู รวจสอบว่า นกั เรียนเขา้ ใจความหมายของแตล่ ะวลที ี่ให้มาหรือไม่ จากน้ันครูถามนกั เรยี นว่า
นักเรียนต้องใช้ tense ใด ในการบรรยายเหตุการณ์ เมื่อได้คำตอบว่า past simple เพราะเป็น
เหตุการณท์ เี่ กดิ ขนึ้ ในปี ค.ศ. 1912
ครูให้เวลานักเรียนในการเขียน เสร็จแล้วสุ่มเรียกนักเรียนหลาย ๆ คน ออกมาอ่านงานเขียนของ
ตนเองให้เพ่อื นฟัง

On 15th April, at 11.40 pm, the ship hit a large iceberg. I woke up when I
heard the sound of the alarm. Everybody ran for the lifeboats and I was
very lucky to get on one of them. The people in the lifeboats watched in
horror as the ship sank. It was awful.

6. ครูถามนักเรียนว่า นักเรียนอยากรู้หรือไม่ว่า เรือ Titanic ในวันนั้น มีผู้โดยสารทั้งหมดกี่คน มีเรือ
ชูชีพกี่ลำสำหรับพวกเขา และถ้าเป็นนักเรียน นักเรียนรู้หรือไม่ว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเกิด
เหตุการณ์เรือจม จากนั้นครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มไปค้นคว้าหาข้อมูลเก่ียวกับ

เรือ Titanic เพมิ่ เตมิ รวมทงั้ ขอ้ มลู เก่ียวกบั วธิ กี ารทำอย่างไรให้ปลอดภยั เมื่อเรือจม แลว้ เขียนนำเสนอ
ข้อมูลในรูปแบบของโปสเตอร์ ครูอาจแนะนำว่า ในการค้นหาข้อมูล ให้นักเรียนใช้วลี Titanic Fact
for Kids และ How to Escape a Sinking Ship
ขน้ั สรุป
1. นักเรียนสรปุ การใช้ past simple และสำนวนภาษาทใี่ ช้ในการบอกและตอบรบั ข่าวร้าย
2. แบบฝึกหัด (Workbook) นกั เรียนทำ Ex. 5 หน้า 19 เป็นการบ้าน

ส่ือ/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสอื เรียน Upload 4 ม. 4
2. Claแบบฝึกหัด Upload 4 ม. 4
3. Class Audio CDs ประกอบสื่อฯ ชุด Upload 4 ม. 4
4. ขา่ วภาษาอังกฤษท่ีตดั หวั ข้อข่าวออก
5. อปุ กรณก์ ารทำโปสเตอร์

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 15

รายวชิ าภาษาอังกฤษ รหัสวิชา 31102 ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4

กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 4 True stories เวลา 40 ช่ัวโมง

เรอ่ื ง Trivia time เวลา 1 ชั่วโมง

ผู้สอน นางสาวสภุ างคร์ ตั น์ ราชบวร โรงเรียนกาญจนาภิเษกวทิ ยาลยั สรุ าษฎรธ์ านี

แนวคิดสำคญั
การรู้และเข้าใจคำศัพท์ คำถามแบบ wh-questions ช่วยให้เข้าใจเรื่องที่ฟังและอ่าน พูดขอและให้

ข้อมูล อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องที่ศึกษา และเป็นพื้นฐานในการค้นคว้า รวบรวม และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ
ประเทศไทย

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด
สาระที่ 1 ภาษาเพอ่ื การส่ือสาร

มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความ
คดิ เห็นอยา่ งมีเหตุผล

ม.4-6/4 จบั ใจความสำคญั วเิ คราะหค์ วาม สรปุ ความ ตคี วาม และแสดงความคดิ เหน็ จากการฟงั และ
อ่านเร่ืองท่เี ป็นสารคดแี ละบันเทงิ คดี พรอ้ มทง้ั ให้เหตผุ ลและยกตัวอยา่ งประกอบ

มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอ้ มลู ขา่ วสาร แสดงความรู้สกึ
และความคิดเหน็ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ

ม.4-6/4 พดู และเขียนเพ่ือขอและให้ขอ้ มูล บรรยาย อธบิ าย เปรียบเทยี บ และแสดงความคิดเห็น
เก่ยี วกับเรอ่ื ง/ประเด็น/ข่าว/เหตุการณท์ ี่ฟงั และอา่ นอย่างเหมาะสม
สาระท่ี ๓ ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรอู้ ื่น

มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชอ่ื มโยงความรู้กับกลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ น่ื และเปน็

พน้ื ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศนข์ องตน

ม.4-6/1 คน้ คว้า/สืบค้น บันทึก สรปุ และแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั ขอ้ มูลท่เี กีย่ วขอ้ งกับกลมุ่ สาระ

การเรยี นร้อู ่ืน จากแหลง่ เรียนรู้ต่างๆ และนำเสนอด้วยการพูดและการเขียน

สาระที่ ๔ ภาษากบั ความสัมพนั ธก์ ับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครือ่ งมือพืน้ ฐานในการศกึ ษาตอ่ การประกอบ

อาชพี และการแลกเปลยี่ นเรยี นรู้กบั สังคมโลก
ม.4-6/2 เผยแพร/่ ประชาสมั พันธ์ ข้อมลู ข่าวสารของโรงเรยี น ชุมชน และท้องถิ่น/ประเทศชาติ

เปน็ ภาษาตา่ งประเทศ

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
- นกั เรียนสามารถฟังและอา่ นเพ่ือหาขอ้ มลู เฉพาะได้
- นักเรยี นสามารถพูดขอและใหข้ ้อมูล รวมทงั้ อภปิ รายเก่ยี วกับเร่ืองท่ีอ่านได้
- นกั เรยี นสามารถเขยี นแบบทดสอบ (quiz) เกี่ยวกับบคุ คลสำคัญในประวตั ิศาสตรข์ องประเทศตนเองได้
- นกั เรียนสามารถเขียนนำเสนอเก่ยี วกบั ประวตั ิของบุคคลทมี่ ชี อื่ เสียงทปี่ ระสบความสำเรจ็ ในอาชีพท่ี

นกั เรียนสนใจได้

สาระการเรยี นรู้

1) Language Features and Functions

Vocabulary: jobs (pilot, explorer, inventor, scientist, queen, writer, astronaut,

physicist)

Pronunciation: falling intonation in wh-questions

Grammar: past simple (wh-questions)

Functions: asking information questions

2) Language Skills

Listening: ฟังเพ่ือหาขอ้ มลู เฉพาะ

Speaking: พูดขอและใหข้ อ้ มูลเกยี่ วกบั อาชพี ของบุคคลสำคัญในอดตี

Reading: อ่านเพ่ือหาขอ้ มลู เฉพาะ

Writing: เขียนแบบทดสอบ (quiz)

3) Culture: ประวัตบิ ุคคลสำคญั ในประวตั ิศาสตร์

ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์  5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  6. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
 2. ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ  7. รักความเปน็ ไทย
 3. มีวินัย  8. มีจิตสาธารณะ
 4. ใฝ่เรียนรู้

เบญจวิถกี าญจนา

 1. เทดิ ทูนสถาบนั  4. มีวนิ ยั

 2. กตญั ญู  5. ใหเ้ กียรติ

 3. บคุ ลกิ ดี

สมรรถนะทส่ี ำคัญของผ้เู รยี น

 1. ความสามารถในการส่ือสาร  4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

 2. ความสามารถในการคดิ  5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา

จุดเนน้ สู่การพฒั นาผ้เู รยี น

ความสามารถและทกั ษะทีจ่ ำเปน็ ในการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)

 R1– Reading (อา่ นออก)

 R2– (W)Riting (เขียนได้)

 R3 – (A)Rithmetics (คดิ เลขเปน็ )

 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและ

ทกั ษะในการแกป้ ัญหา)

 C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม)

 C3 - Cross-cultural Understanding (ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรมตา่ งกระบวนทศั น์)

 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเปน็

ทมี และภาวะผู้นำ)

 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะดา้ นการสอื่ สาร

สารสนเทศและรู้เท่าทนั สื่อ)

 C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและ

การส่อื สาร)

 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้)

 C8 - Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วนิ ัย คุณธรรม จริยธรรม)

 L1 - Learning (ทกั ษะการเรียนร้)ู

 L2 – Leadership (ทกั ษะความเป็นผนู้ ำ)

การวดั และประเมนิ ผล

ดา้ นความรู้

ภาระงาน/ชิ้นงาน วธิ ีการวดั เครอื่ งมอื เกณฑท์ ่ใี ช้
ร้อยละ 60
แบบฝึกหัด ตรวจการตอบคำถามจาก หนังสือเรียน หนา้ 83
Ex. 5 และ แบบฝกึ หัด รอ้ ยละ 60
การฟงั และการอ่าน (Workbook) หนา้ 47
Ex. 2
การเขยี น ตรวจการเขียนแบบทดสอบ แบบประเมินการเขียน
แบบทดสอบ

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ

ภาระงาน/ชิน้ งาน วิธีการวัด เครอ่ื งมือ เกณฑ์ทใ่ี ช้
แบบประเมินการพูด ระดับคณุ ภาพ พอใช้
การพดู ขอและให้ ประเมินการพดู ขอและให้
แบบประเมินการเขียน ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
ขอ้ มูล รวมทง้ั ข้อมูล รวมทั้งอภปิ ราย

อภิปรายเก่ียวกับ เก่ียวกบั เรือ่ งที่อ่าน

เร่อื งที่อ่าน

การเขยี นนำเสนอ ประเมินการเขยี นนำเสนอ

เก่ยี วกบั ประวัติ เกยี่ วกบั ประวตั ิของบุคคลที่

ของบคุ คลทมี่ ี มีชอื่ เสยี งทปี่ ระสบ

ช่อื เสียงท่ปี ระสบ ความสำเร็จในอาชพี ที่

ความสำเรจ็ ใน นักเรยี นสนใจ

อาชีพทีน่ กั เรยี น

สนใจ

ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ภาระงาน/ช้ินงาน วิธีการวัด เครือ่ งมือ เกณฑท์ ่ใี ช้
ระดบั คณุ ภาพ ผ่าน
พฤติกรรมระหว่าง สังเกตพฤตกิ รรมบ่งชด้ี า้ นใฝ่ แบบประเมนิ
เรยี น เรียนรแู้ ละมงุ่ ม่นั ในการ คุณลักษณะ

ทำงาน อนั พึงประสงค์

กจิ กรรมการเรยี นรู้

ใชก้ ระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกม

ข้ันนำ

1. ครูเขียน Trivia time บนกระดาน และอธิบายความหมายของคำว่า trivia แล้วให้นักเรียนช่วยกัน

อธบิ ายช่อื บท

trivia (n) detailed facts about history, sport, famous people etc.

2. ครูแบ่งนักเรยี นเป็นทีม แต่ละทีมผลัดกันส่งตัวแทนมาครั้งละ 1 คน เพื่อเล่มเกมทายปัญหาเก่ียวกบั

บคุ คลสำคัญของโลก โดยให้นักเรียนเขยี นคำตอบใส่กระดาษ และแสดงคำตอบพรอ้ ม ๆ กัน เช่น

Who discovered America? (Christopher Columbus)

Who discovered penicillin? (Alexander Fleming)

Who was the first human to journey into the outer space? (Yuri Gagarin)

Who invented the telephone? (Alexander Graham Bell)

Who invented the light bulb? (Thomas Edison)

Who was the first person to walk on the moon? (Neil Armstrong)

Who freed the slaves in the US? (Abraham Lincoln)

ขัน้ สอน
1. หนังสือเรียน หน้า 82 Ex. 1 นักเรียนดูคำศัพท์เกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ ครูตรวจสอบความเข้าใจ และ
อธบิ ายคำศพั ทท์ น่ี ักเรยี นไม่รู้ จากนัน้ นักเรียนฟัง CD และฝกึ อ่านออกเสียงตาม โดยครหู ยุด CD เป็น
ระยะ ๆ ครูสังเกตและตรวจสอบว่านกั เรียนออกเสียงถูกต้องหรือไม่ โดยครูอาจสุ่มนักเรยี นอา่ นออก
เสียง เมื่ออ่านออกเสียงคล่องแล้ว นักเรียนจับคู่คำศัพท์อาชีพกับภาพบุคคลต่าง ๆ โดยครูแนะนำให้
นกั เรยี นสงั เกตจากสัญลักษณ์ตา่ ง ๆ ในภาพ

a pilot – Amelia Earhart
an explorer – Christopher Columbus
an inventor – Alexander Graham Bell
a scientist – Marie Curie
a queen – Elizabeth I
a writer – Charles Dickens
an astronaut – Yuri Gagarin
a physicist – Albert Einstein

ครอู ธบิ ายเพิ่มเติมเก่ียวกับ Albert Einstein และ Marie Curie ให้นักเรียนฟงั ดงั นี้

Albert Einstein was a US physicist and mathematician who developed the Theory of

Relativity, which completely changed the way that scientists understand space and

time.

Marie Curie was a Polish scientist, who with her French husband Pierre Curie studied

radioactivity and discovered two new radioactive substances, Polonium and Radium.

She won two Nobel prizes, and was the first woman ever to win one.

2. หนงั สอื เรยี น หนา้ 82 Ex. 2a นกั เรยี นดูปี ค.ศ. ในแต่ละภาพ ครูถามนกั เรียนว่า ปี ค.ศ. เหล่าน้ี คือ

อะไร จากน้นั ครอู ธิบายวา่ คอื ปที ่ีเกิดและปีทีเ่ สียชวี ติ แลว้ ครูทบทวนวิธีการอา่ นปี ค.ศ. วา่ ให้นักเรยี น

อา่ นเป็นคู่ เชน่

1897 อ่านวา่ eighteen ninety-seven

1937 อ่านว่า nineteen thirty-seven

เมื่อนักเรียนอ่านปี ค.ศ. ได้คล่องแล้ว ครูเขียนคำถามบนกระดาน แล้วเลือกนักเรียน 2 คน

อ่านบทสนทนาตัวอย่าง เมือ่ อ่านจบ ครถู ามนกั เรยี นว่า คำถามแต่ละประโยคถามเกี่ยวกับอะไร

What did Amelia Earhart do? ทำอาชพี อะไร

When was she born? เกิดเมื่อใด

When did she die? เสียชวี ิตเมอื่ ใด

เสรจ็ แล้วนักเรียนจับคกู่ ันและผลัดกนั ถาม-ตอบตามตวั อย่างทใ่ี ห้มา ครูอาจให้นักเรียนสลับคู่ อีก 1-2

คร้งั แล้วสุ่มเรียกนกั เรยี นหลาย ๆ คู่ ออกมาถาม-ตอบหน้าชนั้ เรียน ครชู ้ีให้นกั เรียนเห็นว่าในประโยค

บอกเลา่ และประโยคคำถามแบบ wh-question จะลงเสียงต่ำท่ที า้ ยประโยค (falling intonation)

A: What did Charles Dickens do? B: He was a writer.
A: When was he born? B: In 1812.
A: When did he die? B: In 1870.

A: What did Marie Curie do? B: She was a scientist.
A: When was she born? B: In 1867.
A: When did she die? B: In 1934.

A: What did Alexander Graham Bell do? B: He was an inventor.
A: When was he born? B: In 1847.
A: When did he die? B: In 1922.

A: What did Christopher Columbus do? B: He was an explorer.
A: When was he born? B: In 1451.
A: When did he die? B: In 1506.

A: What did Yuri Gagarin do? B: He was an astronaut.
A: When was he born? B: In 1934.
A: When did he die? B: In 1968.

A: What did Elizabeth I do? B: She was a queen.
A: When was she born? B: In 1533.
A: When did she die? B: In 1603.

A: What did Albert Einstein do? B: He was a physicist.
A: When was he born? B: In 1879.
A: When did he die? B: In 1955.

3. หนงั สอื เรยี น หนา้ 82 Ex. 2b ครเู ขยี นคำว่า trivia whizz บนกระดาน และอธบิ ายความหมายคำว่า
whizz มคี วามหมายคลา้ ยกบั คำวา่ expert จากนนั้ ครยู กตัวอย่างประโยค เชน่
He’s a computer whizz
He’s a whizz at maths.
คำว่า whizz คนอเมริกันมักจะสะกดเป็น whiz จากนั้นนักเรียนอธิบายว่า trivia whizz หมายความ
ว่าอย่างไร (ผู้ทีเ่ ก่งในการตอบปญั หาความรรู้ อบตวั ) ครูบอกวา่ นักเรียนสามารถทดสอบว่าเป็น trivia
whizz หรือไม่จากการแบบทดสอบที่ให้มา ครูให้เวลานักเรียนทำสักครู่ เมื่อนักเรียนทำเสร็จแล้ว
ครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังเพื่อตรวจคำตอบ แล้วครูสำรวจว่า นักเรียนตอบถูกกี่ข้อ เพื่อหาคนที่ได้
คะแนนสูงสดุ ในชัน้ เรียน

1C 3C 5C 7A 9C
2 B 4 C 6 B 8 B 10 C

Amelia Earhart (1897-1937) เป็นนักบินชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงเพราะเธอเป็นนักบิน
หญิงคนแรกที่บินเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ในช่วงที่เธอพยายามบินไปรอบโลก
เครือ่ งบนิ และตัวเธอหายสาบสญู ไป และเหตุการณน์ ้ียงั คงเปน็ เร่ืองทลี่ กึ ลับในปจั จุบนั
Chales Dickens (1812-1870) เกิดในประเทศอังกฤษ และเป็นนักประพันธ์นวนิยายชาว
องั กฤษทม่ี ชี อ่ื เสยี งมาก งานท่เี ป็นท่รี ู้จักมาก คอื Great Expectations, David Copperfield,
Oliver Twist และ A Christmas Carol แม้ในปัจจุบันงานเขียนของเขาก็ยังคงได้รับความ
นิยม
Marie Curie (1867-1934) เปน็ นักวิทยาศาสตร์ชาวโปแลนด์ที่มีชอ่ื เสียงจากการค้นพบธาตุ
โพโลเนี่ยม และเรเดี่ยม เธอได้รับรางวัลโนเบลสองครั้ง และเป็นผู้หญิงคนแรกที่สอนใน
มหาวิทยาลัยซอรบ์ อน สามี และลูกสาวของเธอก็ไดร้ ับรางวัลโนเบลเช่นเดยี วกัน Alexander
Graham Bell (1847-1922) เกิดที่ประเทศสกอตแลนด์ เขาเป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์และนกั
ประดิษฐ์ เขาประดิษฐ์โทรศัพท์เครื่องแรกขึ้นในปี ค.ศ. 1876 และสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ
อย่างต่อเนื่อง เช่น เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องบินน้ำ และ เครื่องมือวัดและบันทึก
ความสามารถในการฟงั
Christopher Columbus (1451-1506) เกิดท่ปี ระเทศอิตาลี เขาเป็นนักสำรวจ และเป็นผู้
คน้ พบทวปี อเมริกาในปี ค.ศ. 1492 ซ่งึ เป็นการชว่ ยชาวยุโรปได้ค้นพบโลกใหม่ ในปัจจุบันใน
ประเทศสเปน และอเมริกาจัดใหม้ ีการเฉลมิ ฉลองวันโคลัมบัส (Columbus Day) ทุก ๆ เดือน
ตลุ าคมของทกุ ๆ ปี
Yuri Gagarin (1934-1968) เป็นนักบินอวกาศชาวโคลัมเบีย และเป็นมนุษย์คนแรกที่
เดินทางขึ้นไปยังอวกาศ เขาเดินทางไปรอบโลกในวันที่ 12 เมษายน 1961 ซึ่งใช้เวลา 90
นาทีในการโคจรรอบโลกใน 1 คร้งั การเดนิ ทางท่องไปในอวกาศครงั้ น้ีทำให้เขากลายเป็นฮีโร่
ของโลก
Elizabeth I (1533-1603) ไดร้ ับการสถาปนาเปน็ ราชินีแหง่ ประเทศองั กฤษในปี ค.ศ. 1558
เป็นธิดาของพระเจา้ เฮนรี่ท่ี 8 กับพระนางแอนน์ โบลีน พระนางเจา้ อลิซาเบธ็ ครองราชย์เป็น
ระยะเวลานาน 44 ปี และในช่วงของการครองราชย์พระองค์ทรงทำให้ประเทศอังกฤษเปน็
ประเทศมหาอำนาจทม่ี คี วามมง่ั คง่ั มาก
Albert Einstein (1879-1955) เกิดทปี่ ระเทศเยอรมัน เขาเปน็ นกั ฟิสกิ สท์ ่มี ีช่ือเสียงผู้คิดค้น
ทฤษฎีความสัมพันธ์ และสูตร E = mc2 และตีพิมพ์หนังสือทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 300
ฉบบั ไอน์สไตนไ์ ดร้ บั รางวลั โนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี ค.ศ. 1921

4. ครูอธิบายวิธกี ารแตง่ ประโยคคำถามแบบ wh-question ของ past simple ดว้ ยการเขียนประโยค
ตอ่ ไปน้บี นกระดาน
Amelia Earhart was the first female pilot.
She flew solo over the Atlantic.
Charles Dickens worked in a shoe polish factory when he was a child.
Marie Curie was the first female Nobel Prize winner.
Alexander Fleming discovered penicillin in 1928.
จากนั้นครใู หน้ กั เรียนทบทวนเกยี่ วกบั question words หรือ wh-words แล้วนำคำเหล่านี้ไปแทนที่
คำท่ขี ีดเส้นใต้ แล้วสลับตำแหน่งคำในประโยคให้ถูกตอ้ ง ตามโครงสร้าง ดงั นี้
Wh-word + was/were + ประธาน + adj/noun? เชน่
Who was the first female pilot? (Amelia Earhart)
หรือ Wh-word + did + ประธาน + base verb ? เช่น
Which ocean did the first female pilot fly solo over? (the Atlantic)
ครสู รปุ ใหน้ กั เรยี นฟังว่า ถ้าในประโยคมแี ต่คำกรยิ าหลกั ใหน้ ำ did เขา้ มาช่วยทำให้เปน็ ประโยค
คำถาม แตถ่ ้าในประโยคมี verb to be หรอื กรยิ าชว่ ยคำอ่นื เช่น would, could ใหย้ ้าย verb to
be หรือกริยาช่วยเหล่าน้มี าหน้าประธาน/ประโยค
เมอื่ นกั เรยี นเขา้ ใจแล้ว ครูให้นักเรียนเปล่ียนประโยคทีเ่ หลอื ใหเ้ ปน็ ประโยคคำถามดว้ ยตนเอง
• Charles Dickens worked in a shoe polish factory when he was a child.
Where did Charles Dickens work when he was a child?
• Marie Curie was the first female Nobel Prize winner.
Who was the first female Nobel Prize winner?
• Alexander Fleming discovered penicillin in 1928.
When did Alexander Fleming discover penicillin?

Wh-questions เป็นคำถามท่ีตอ้ งการให้ผู้ตอบบอกข้อมูล เรื่องราว ที่ผู้ถามต้องการทราบคำถาม

ประเภทนี้เราเรียกวา่ information questions ส่วนมากจะขน้ึ ตน้ ดว้ ย question words ตอ่ ไปน้ี

what, where, when, why, who, whose, which, how

Wh-questions ยงั สามารถแบ่งออกไดเ้ ป็น 2 ประเภท คือ

1) Subject question คอื ประโยคคำถามที่ question words ทำหนา้ ที่เปน็ ประธานของ

ประโยค จึงสามารถตามด้วยคำกรยิ าไดเ้ ลย โดยไม่ต้องเติม verb to do เชน่

Who won the race? Who took my umbrella?

Who built this house? Who designed this house?

Who discovered America? What stopped the train?

What happened yesterday?

2) Object question คือ ประโยคคำถามท่ี question words ทำหนา้ ท่ีเปน็ กรรมของคำกริยา

ในประโยค ซึ่งจะตา่ งกับแบบแรกคอื จะตอ้ งมี verb to do วางไว้หนา้ ประธาน เช่น

Who do you like? Who did Mandy phone last Monday?

What do you read?

5. หนงั สือเรียน หนา้ 83 Ex. 3a ครูเปดิ CD ใหน้ กั เรยี นฟังและอ่านประโยคคำถามที่ใหม้ าตามไปด้วย
ครูสุ่มเรยี กนักเรยี นหลาย ๆ คน อ่านออกเสยี งทลี ะคน โดยใช้ทำนองเสียงใหถ้ ูกต้อง

1 Which ocean …? 5 Where was …? 9 Who were …?
2 When did …? 6 When did …? 10 How many voyages …?
3 Where did …? 7 Who was …?
4 Who was …? 8 How did …?

Extra activities: นกั เรียนเปรียบเทยี บความแตกต่างของโครงสรา้ งประโยคคำถามระหวา่ งภาษาไทย
กับภาษาอังกฤษ
6. หนังสอื เรยี น หนา้ 83 Ex. 3b นกั เรยี นอ่านประโยคท่ใี หม้ า แล้วเลือก question word ที่สอดคล้อง
กับความหมายของประโยค เมื่อนักเรียนทำเสร็จ ครูตรวจคำตอบพรอ้ มกันกับนักเรียน และสุ่มเรียก
นกั เรยี นหลาย ๆ คน อา่ นประโยคเหล่าน้ี โดยใชท้ ำนองเสียงใหถ้ ูกต้อง

1 What 2 What 3 When 4 What 5 When

7. หนังสือเรียน หน้า 83 Ex. 4a นักเรียนอ่านชื่อเรื่อง Conquering Everest และช่วยกันอธิบาย

ความหมาย จากนั้นครูให้นักเรียนอ่านกวาดสายตาอย่างรวดเร็ว เพื่อหาว่าบุคคลในภาพคือใคร

(Sir Edmund Hillary และ Tenzing Norgay) และนักเรียนจำพวกเขาได้หรือไม่ ครูอาจให้นักเรียน

ยอ้ นไปอ่าน Quiz หน้า 94 Ex. 2a ข้อ 9 เมอื่ ไดค้ ำตอบวา่ บุคคลแรกท่ีพชิ ิตยอดเขา Everest ซึ่งเป็น

ยอดเขาท่สี ูงที่สดุ ในโลกแลว้ ครูช่วยอธบิ ายคำศพั ทก์ ่อนการอ่าน เชน่

beekeeper (n) คนท่ีเปน็ เจ้าของหรอื คนเล้ยี งผึ้ง

genius (n) อัจฉริยะ

motivation (n) แรงจูงใจ, แรงบันดาลใจ

expedition (n) การเดนิ ทาง

come down to (phr v) ปัจจัยหรือประเดน็ ที่สำคัญท่ีสุด (= boil down to)

ครยู กตัวอยา่ งประโยคของ come down to เพอื่ ให้นักเรียนเห็นตวั อย่างการใช้ เชน่

It all comes down to money in the end.

I think that it comes down to the fact that people do feel very dependent

on their automobile.

ตอ่ มาครูใหเ้ วลานกั เรยี นส้นั ๆ อ่านบทอา่ น พรอ้ มกับเปล่ยี นคำกริยาในวงเล็บใหอ้ ยู่ในรูปอดีตท่ี

ถูกต้อง เสรจ็ แล้วครรู วบรวมคำตอบจากนกั เรียนและเฉลยคำตอบทีถ่ ูกตอ้ งบนกระดาน

1 grew up 4 became 7 said 10 died
2 worked 5 took 8 organized
3 liked 6 survived 9 built

8. หนังสือเรียน หน้า 83 Ex. 4b นักเรียนอา่ นขอ้ ความในกรอบ Study Skills ครูอธิบายว่า หลังการ
อ่าน นักเรียนควรตรวจสอบความเขา้ ใจในการอ่าน ด้วยการต้ังคำถามแบบ wh-questions เพื่อถาม
เกยี่ วกบั รายละเอยี ดของเร่ืองที่อ่าน จากนั้นครเู รยี กนกั เรียน 2 คน อา่ นตวั อย่างคำถามและคำตอบท่ี
ให้มา
ครูให้นักเรียนทำงานคู่ แต่งประโยคคำถามแบบ wh-questions คู่ละ 5-6 ข้อ เกี่ยวกับเรื่อง
Conquering Everest เมื่อครูตรวจความถูกต้องของคำถามแล้ว ให้แต่ละคู่ฝึกพูดถาม-ตอบกัน
ครูอาจให้นกั เรยี นแตล่ ะค่จู ับคู่กบั นกั เรียนคู่อน่ื แลว้ ถาม-ตอบกนั กไ็ ด้

A: What did he work as?
B: He worked as a beekeeper. What did he enjoy doing?
A: Climbing mountains. Who did he climb Mount Everest with?
B: Tenzing Norgay. When did they reach the top of Mount Everest?
A: On 29 May 1953. How long did it take them to get from base camp to the top?
B: Seven weeks. How long did it take them to come down?
A: Three days. What did they survive on?
B: A little food and sweet drinks. Did Hillary organise more mountain climbing
expeditions?

A: Yes, he did. What did he build in Nepal?
B: Clinics, hospitals and 17 schools. When did he die?
A: On 11 January 2008.

9. หนงั สือเรยี น หนา้ 83 Ex. 4c ครถู ามนกั เรยี นวา่ จากบทอา่ นเรอื่ ง Conquering Everest ส่งิ ใดที่
Sir Edmund Hillary คดิ ว่า ทำให้คนประสบความสำเรจ็ ในชีวิต ครูรวบรวมคำตอบจากนกั เรียนมา
เขยี นบนกระดาน
“One doesn’t have to be a genius to succeed in life. I think it all comes down
to motivation. If you really want to do something, you must work hard for it.”
เสร็จแล้วครูถามนักเรียนว่า เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้หรือไม่ ให้นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นของ
ตนเองท่ีมีต่อคำกล่าวน้ี ถ้าไม่เห็นด้วย ให้นักเรียนบอกด้วยว่า ปัจจัยใดที่จะทำให้คนประสบ
ความสำเรจ็ ในชีวติ ได้ เมือ่ ทำเสร็จ นกั เรยี นอา่ นขอ้ ความของตนเองให้เพื่อนฟัง

According to Sir Edmund Hillary, hard work, determination and motivation are all
that’s needed to succeed in life.
I completely agree with this. Life isn’t easy so we need to work hard to succeed.

10. หนงั สือเรียน หน้า 83 Ex. 5a ครูอธิบายวา่ นักเรียนจะไดฟ้ ังประวตั ิส้ัน ๆ ของนักสำรวจท่ีมีชื่อเสียง

จากนนั้ นกั เรยี นอา่ นคำถามและตัวเลือกท่ีใหม้ า แล้วขีดเสน้ ใต้คำสำคญั เมื่อเปดิ CD แล้ว ให้นักเรียน

ฟังอย่างตั้งใจ พยายามฟังเพื่อหาคำพ้องความหมาย (synonyms) หรือประโยค/วลีที่กล่าวซ้ำใน

รูปแบบที่แตกต่างออกไป (rephrasing) ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า คำถามที่กำหนดให้จะเรียงลำดับตาม

ขอ้ มูลทีไ่ ด้ฟงั กอ่ นเปิด CD ให้นักเรียนฟัง ครูชว่ ยอธิบายความหมายของคำศัพทบ์ างคำกอ่ น เชน่

name (v) ตงั้ ชื่อ

compare to (v) เปรยี บเทียบ, เปรยี บเทยี บให้เห็นความคลา้ ยกนั

Spice Islands (n) หม่เู กาะเครื่องเทศ เปน็ ชื่อเรียกของหมเู่ กาะโมลุกกะ

(the Moluccas) ในประเทศอนิ โดนเี ซีย

1A 2 B 3B 4A 5A

เส้นทางการค้าเครือ่ งเทศในสมัยโบราณ มี 2 แหง่ คอื อินเดียกับหมู่เกาะโมลกุ กะ (หมู่เกาะ
เคร่ืองเทศ) ของอนิ โดนีเซยี โดยพริกไทย อบเชย และกระวานมาจากอนิ เดียเป็นหลกั
ส่วนอบเชย กานพลู ลูกจันทน์เทศ และดอกจนั ทน์มาจากโมลุโกะ
ท่มี า: http://www.siamrath.co.th/web/เครอื่ งเทศแห่งชวี ติ

11. หนังสือเรียน หน้า 83 Ex. 5b นักเรียนทำงานคู่ ช่วยกันรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งสำคัญทาง
ประวตั ศิ าสตรข์ องประเทศไทยจากอนิ เทอร์เน็ต หรือแหลง่ การเรยี นรตู้ า่ ง ๆ แลว้ นำข้อมูลเหล่านั้นมา
สร้างเป็นแบบทดสอบคล้าย ๆ กับใน Ex. 2a เมื่อสร้างแบบทดสอบเสร็จแล้ว นักเรียนแลกเปลี่ยน
แบบทดสอบกับเพื่อนคูอ่ ่นื เพอ่ื สลับกนั ทำ

1 Who invented the aeroplane?

A the Wright brothers B Albert Einstein C Benjamin Franklin
C in 1969
2 When did Elvis Prestley die? C George Washington
C the telephone
A in 1977 B in 1979

3 Who was the first president of the United States?

A Thomas Jefferson B Abraham Lincoln

4 What did Thomas Edison invent?

A the basketball B the light bulb

1A 2A 3C 4B

12. นักเรียนทีส่ นใจอาชีพเดียวกนั หรอื ใกล้เคยี งกันมารวมกลุ่มกัน แล้วแต่ละกลุ่มค้นคว้า รวบรวมข้อมูล
เกย่ี วกับประวัติของบุคคลท่ีมชี อ่ื เสียงท่ปี ระสบความสำเรจ็ ในอาชีพท่ีกลุ่มของนักเรยี นสนใจ เชน่ เรยี น
จบจากสาขาใด มีนิสัย งานอดิเรก คติในการทำงานหรือแรงจูงใจในการทำงานอยา่ งไร ทำอย่างไรจึง
ประสบความสำเร็จในชีวิต แล้วเรียงเรียงข้อมูลมาส่งครู โดยครูมอบหมายให้นักเรียนทำงานนี้นอก
เวลาเรียน

ขัน้ สรุป
1. นักเรียนช่วยกันบอกว่า บุคคลสำคัญในหนังสือเรียน หน้า 94 ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรกับ
สงั คมโลก ครูอาจยกตัวอยา่ ง เชน่ Marie Curie เปน็ ผคู้ น้ พบ penicillin ซ่ึงเปน็ ยาปฏชิ ีวนะที่ฆ่าและ
ยับย้งั แบคทีเรีย มีสว่ นสำคญั มากท่ีทำใหก้ ารผ่าตัดมีความปลอดภัยมากข้ึนจากการติดเช้ือขณะผ่าตัด
จากน้นั นักเรยี นอภิปรายเกยี่ วกบั บคุ ลสำคญั คนอืน่ ๆ
2. นกั เรยี นชว่ ยกนั ทบทวนคำศพั ทแ์ ละโครงสรา้ งประโยคทเ่ี รยี นมา จากนนั้ นักเรียนจบั คูก่ ันช่วยกนั แต่ง
ประโยค และออกมาอา่ นประโยคที่แต่งใหเ้ พอื่ นฟัง
3. แบบฝึกหัด (Workbook) นักเรียนทำ Ex. 6 หน้า 19 และอ่านทบทวนเรื่อง past simple
(wh-questions) หน้า 46 แล้วทำ Exs. 2-3 หนา้ 47 เป็นการบา้ น

สื่อ/แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสือเรยี น Upload 4 ม. 4
2. Class แบบฝึกหดั Upload 4 ม. 4
3. Class Audio CDs ประกอบสือ่ ฯ ชดุ Upload 4 ม. 4

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 16

รายวิชาภาษาองั กฤษ รหัสวิชา 31102 ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 True stories เวลา 40 ชั่วโมง

เร่อื ง Are we alone? เวลา 2 ชว่ั โมง

ผสู้ อน นางสาวสภุ างค์รัตน์ ราชบวร โรงเรียนกาญจนาภเิ ษกวทิ ยาลัย สรุ าษฎรธ์ านี

แนวคิดสำคญั
การรู้และเข้าใจคำศัพท์และโครงสรา้ งภาษา ช่วยใหเ้ ขา้ ใจเร่อื งท่ีอ่าน พูดหรือเขยี นบรรยายเหตกุ ารณ์

จากเรอื่ งทอ่ี า่ น และเขียนเรอื่ งเลา่ ได้

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด
สาระที่ 1 ภาษาเพือ่ การสือ่ สาร

มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความ
คิดเห็นอย่างมีเหตุผล

ม.4-6/2 อา่ นออกเสียงข้อความ ขา่ ว ประกาศ โฆษณา บทรอ้ ยกรอง และบทละครสั้น (skit) ถูกต้อง
ตามหลกั การอา่ น

ม.4-6/4 จบั ใจความสำคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตคี วาม และแสดงความคิดเหน็ จากการฟังและ
อา่ นเร่ืองทเี่ ปน็ สารคดแี ละบนั เทงิ คดี พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตุผลและยกตวั อย่างประกอบ

มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความร้สู ึก
และความคดิ เหน็ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

ม.4-6/4 พดู และเขียนเพ่ือขอและให้ขอ้ มลู บรรยาย อธิบาย เปรยี บเทยี บ และแสดงความคิดเหน็
เกี่ยวกบั เร่อื ง/ประเด็น/ข่าว/เหตุการณ์ทีฟ่ ังและอ่านอยา่ งเหมาะสม

มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเร่ืองต่าง ๆ โดย
การพูดและการเขียน

ม.4-6/1 พูดและเขยี นนำเสนอข้อมลู เกี่ยวกับตนเอง/ประสบการณ์ ขา่ ว/เหตุการณ์ เรือ่ ง และ
ประเดน็ ต่าง ๆ ตามความสนใจของสังคม

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- นักเรียนสามารถฟังเพ่อื จบั ใจความสำคญั ได้
- นักเรยี นสามารถเรยี งลำดับเหตกุ ารณ์จากเรอื่ งทีอ่ า่ นได้
- นักเรียนสามารถพดู ขอและให้ข้อมูลเก่ียวกบั เรือ่ งท่ีอา่ นโดยใช้ทำนองเสยี งที่ถกู ตอ้ งได้
- นักเรียนสามารถพดู หรือเขยี นบรรยายเหตกุ ารณ์จากเรอื่ งทีอ่ า่ นได้
- นกั เรยี นสามารถเขยี นเรอ่ื งเลา่ ได้

สาระการเรียนรู้

1) Language Features and Functions

Vocabulary: the supernatural (a couple sitting on their porch, a sheriff, a

flying saucer glowing, an alien, a bright light in the sky, a weather

balloon, pieces of metal scattered)

Pronunciation: intonations in questions

Grammar: past simple

Functions: narrating a story

2) Language Skills

Listening: ฟังเพ่อื จับใจความสำคัญ

Speaking: พดู เลา่ เหตกุ ารณ์จากเร่ืองทอ่ี ่าน

Reading: อา่ นและเรียงลำดับเหตุการณ์

Writing: เขียนเรื่องเลา่ สน้ั ๆ

3) Culture: -

ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์  5. อยู่อยา่ งพอเพียง
 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์  6. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
 2. ซ่อื สัตยส์ ุจรติ  7. รกั ความเปน็ ไทย
 3. มีวนิ ัย  8. มีจิตสาธารณะ
 4. ใฝเ่ รยี นรู้

เบญจวิถีกาญจนา  4. มวี ินยั
 1. เทิดทูนสถาบัน  5. ให้เกยี รติ
 2. กตัญญู
 3. บุคลิกดี

สมรรถนะทีส่ ำคญั ของผ้เู รยี น

 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร  4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

 2. ความสามารถในการคดิ  5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

จดุ เน้นส่กู ารพัฒนาผู้เรยี น

ความสามารถและทักษะทีจ่ ำเปน็ ในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)

 R1– Reading (อา่ นออก)

 R2– (W)Riting (เขียนได)้

 R3 – (A)Rithmetics (คดิ เลขเปน็ )

 C1 - Critical Thinking and Problem Solving (ทกั ษะด้านการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณและ

ทกั ษะในการแก้ปัญหา)

 C2 - Creativity and Innovation (ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวัตกรรม)

 C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน)์

 C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความร่วมมอื การทำงานเปน็

ทีมและภาวะผู้นำ)

 C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทักษะด้านการส่อื สาร

สารสนเทศและรเู้ ท่าทนั ส่ือ)

 C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและ

การสือ่ สาร)

 C7 - Career and Learning Skills (ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้)

 C8 - Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วนิ ัย คุณธรรม จรยิ ธรรม)

 L1 - Learning (ทกั ษะการเรยี นร้)ู

 L2 – Leadership (ทักษะความเปน็ ผูน้ ำ)

การวดั และประเมินผล

ด้านความรู้

ภาระงาน/ชน้ิ งาน วธิ กี ารวัด เครอ่ื งมือ เกณฑ์ทีใ่ ช้
ร้อยละ 60
แบบฝกึ หดั ตอบคำถามจากการฟงั และ หนงั สือเรียน หน้า 84
Exs. 2a-2b
อ่าน

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ

ภาระงาน/ช้ินงาน วธิ ีการวัด เครอ่ื งมอื เกณฑท์ ี่ใช้
ประเมินการพูด ระดับคุณภาพ พอใช้
การพูดขอและให้ ประเมนิ การพูดขอและให้
แบบประเมินการพูด ระดับคุณภาพ พอใช้
ข้อมลู เก่ียวกับเร่อื ง ข้อมลู เก่ียวกบั เร่อื งทอี่ า่ น แบบประเมนิ การเขียน ระดับคณุ ภาพ พอใช้

ท่ีอ่านโดยใช้ โดยใช้ทำนองเสยี งทีถ่ ูกต้อง

ทำนองเสียงที่

ถกู ตอ้ ง

การพูดบรรยาย ประเมินการพูดบรรยาย

เหตกุ ารณจ์ ากเรื่อง เหตกุ ารณ์จากเร่อื งทอ่ี า่ น

ท่ีอ่าน

การเขียนเรือ่ งเล่า ประเมินการเขยี นเร่อื งเลา่

ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

ภาระงาน/ชน้ิ งาน วธิ กี ารวัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์ท่ีใช้
ระดับคณุ ภาพ ผ่าน
พฤติกรรมระหวา่ ง สงั เกตพฤตกิ รรมบง่ ชดี้ า้ นใฝ่ แบบประเมิน
เรยี น เรยี นร้แู ละม่งุ มน่ั ในการ คุณลกั ษณะ

ทำงาน อนั พงึ ประสงค์

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ใชก้ ระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรโู้ ดยใชเ้ กม
ชว่ั โมงที่ 1
ขั้นนำ

1. ครูเขียนคำว่า supernatural บนกระดานแล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกความหมาย supernatural
ครูอธิบายว่า super- เป็น prefix มีความหมายว่า เหนือ, มากกว่า, เกินปกติ เมื่อนำมารวมกับคำว่า
natural คำว่า super natural จึงมีความหมายวา่ เหนือธรรมชาติ, นอกเหนอื หลกั ธรรมชาติ
Ghosts and evil spirits are supernatural.
I need facts, not stories of the supernatural.
I don’t believe in the supernatural.

2. ครูถามคำถามเกย่ี วกับนักเรยี นเพือ่ นำเขา้ สบู่ ทเรียน ดังน้ี
Do you believe in the supernatural?

ขนั้ สอน

1. หนังสอื เรียน หน้า 84 Ex. 1 นกั เรียนอ่านคำ/วลี 1-7 ครอู ธิบายความหมายของคำศัพท์ท่ีนักเรียนไม่

รู้ เช่น

couple (n) คสู่ ามีภรรยา

porch (n) ระเบยี งหนา้ บ้านท่ีมีหลงั คาคลุม

sheriff (n) นายอำเภอ

flying saucer (n) จานบนิ

glow (v) เปล่งแสง, เรืองรอง

scattered (adj) กระจัดกระจาย

จากนั้นครูยกตัวอย่างประโยค โดยใช้โครงสร้าง see somebody/something doing something

หรอื see somebody/something + adj. เชน่

I saw a couple sitting on the porch.

I saw a sheriff riding on a horse.

I saw a flying saucer glowing in the sky last night.

I saw a broken glass scattered on the floor.

เสร็จแล้วนักเรียนจับคู่ภาพ A-D กับคำ/วลี 1-7 เมื่อนักเรียนทำเสร็จ ครูตรวจคำตอบพร้อมกันกับ

นักเรียน แล้วนักเรียนชว่ ยกนั บรรยายรูปภาพโดยใชข้ ้อความเหล่าน้ี

1A 3A 5A 7B
2C 4D 6D

Picture A shows a couple sitting on their porch. They are looking at a bright light
in the sky
where there is a flying saucer glowing.
Picture B shows a man on a horse looking at pieces of metal scattered in the desert.
Picture C shows a sheriff talking to the man who saw the pieces of metal.
Picture D shows a man reading a newspaper with a picture of an alien on its cover.
There is a weather balloon next to him.

2. หนงั สอื เรยี น หนา้ 84 Ex. 2a นักเรียนฝกึ ฟงั เพื่อจบั ใจความ โดยก่อนฟัง ครูช่วยสอนคำศัพท์ เชน่
ranch (n) ฟารม์ ปศสุ ัตว์
announce (v) ประกาศ
army (n) กองทพั
major (n) พนั ตรี

จากนั้นนักเรียนดูภาพ A-D กับข้อความใน Ex. 1 รวมทั้งคำศัพท์ที่ครูเพิ่งสอนไป แล้วช่วยกันเดาว่า
เร่อื งท่จี ะได้ฟังเป็นเรือ่ งเกีย่ วกับอะไร ครรู วบรวมคำตอบจากนกั เรียนหลาย ๆ คน ต่อมาครูอธิบายว่า
ให้นักเรียนฟังเพื่อจับใจความสำคัญ ซึ่งนักเรียนไม่จำเป็นต้องฟังออกหรือฟังทันทุกคำ แต่ให้สนใจ
เฉพาะความหมายโดยรวมของเรื่องที่ได้ฟังนั้นเกี่ยวกับอะไร เมื่อนักเรียนเข้าใจแล้ว ครูเปิด CD ให้
นักเรียนฟัง 1-2 ครั้ง เพ่อื ตรวจวา่ คำตอบที่นกั เรียนเดาไวต้ อนต้นถกู ต้องหรอื ไม่ เสร็จแล้วครูรวบรวม
คำตอบจากนักเรยี น

It’s about Roswell, a town in the USA where people say they saw a flying saucer.

3. หนงั สอื เรยี น หนา้ 84 Ex. 2b นักเรยี นอา่ นประโยค a-h ครอู ธิบายวา่ ประโยคเหล่านคี้ อื เหตกุ ารณ์ที่
เกิดขึ้นในเรื่อง ROSWELL: CASE NOT CLOSED จากนั้นนักเรยี นอา่ นเรื่องน้ีอกี ครัง้ เพื่อเรียงลำดับ
ประโยค a-h ตามเหตุการณ์ทีเ่ กิดขึ้นในเรือ่ งทีอ่ ่าน ครูแนะนำให้จดบันทึกขณะที่อา่ นเพ่ือเรียงลำดับ
เหตุการณ์ในเนื้อเรื่องก่อนหรือหลังขณะที่อ่านด้วย เมื่อนักเรียนทำเสร็จ ครูรวบรวมคำตอบจาก
นักเรยี นและเฉลยคำตอบท่ีถูกตอ้ งบนกระดาน

2 f 4d 6g 8e
3a 5b 7h

4. หนังสือเรียน หน้า 84 กรอบ Check these words นักเรียนอ่านคำศัพท์ในกรอบ แล้วช่วยกัน
อธิบายความหมายของคำศัพท์ ครูแนะนำนักเรียนให้เดาความหมายของคำศัพท์ที่ไม่รู้จากข้อความ
หรือบริบทที่แวดล้อมคำศัพท์น้ัน ๆ ในกรณีที่เดาไมไ่ ด้จริง ๆ ให้นักเรียนช่วยกันเปิดพจนานกุ รมเพ่ือ
หาความหมาย

quiet (adj) not noisy, peaceful

area (n) a part of a town, country or region

change (v) become different

light (n) brightness

move (v) travel

ranch (n) a large farm for cattle or sheep

check on (phr v) make sure sth is alright

thunderstorm (n) a period of heavy rain with thunder and lightning

metal (n) hard substance such as steel, iron

scatter (v) spread across a wide area

collect (v) gather up together

report (v) tell people through the news

crash (n) collision, accident when sth hits sth else with force

announce (v) make an official statement through the news, radio, tv, etc.

dead (adj) not alive

alien (n) a creature from another planet

5. หนังสือเรียน หน้า 84 Ex. 2c นักเรียนอ่านคุณศัพท์ที่ให้มา ครูถามนักเรียนว่า รู้ความหมายของ

คำศพั ท์คำใดบา้ ง แลว้ ครูช่วยกนั อธิบายบอกความหมายของคำศพั ทท์ ี่นักเรียนไมร่ ู้

surprised (adj) ประหลาดใจ shocked (adj) ตกใจกลัว

embarrassed (adj) อบั อาย relieved (adj) ผ่อนคลาย

scared (adj) กลวั

ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกว่า คำคุณศัพท์ต้องตามหลังคำชนิดใด เมื่อได้คำตอบว่า verb to be แล้ว

ครูอธิบายเพม่ิ ว่า ยงั ตามหลัง linking verb เชน่ feel, look, seem, sound, get, become ได้ เชน่

She felt surprised when I told her.

I felt shocked when I saw a man with a weapon.

I felt embarrassed about how untidy the house was.
จากนั้นนักเรียนอ่านคำถาม How did the Wilmots/Mr Brazel feel? Why? แล้วเขียนคำตอบลง
ในสมุด เสร็จแล้วนกั เรียนอา่ นคำตอบของตนเองใหเ้ พื่อนฟงั

The Wilmots probably felt shocked and scared when they saw the bright light
moving across the sky.
Mr Brazel probably felt surprised when he found the strange pieces of metal.
Mr Brazel probably felt embarrassed when the Air Force General announced
that the pieces he found were actually from a weather balloon and not a flying
saucer while the Wilmots probably felt relieved.

6. หนงั สือเรยี น หน้า 84 Ex. 3a ครูเขยี นคำถามบนกระดาน และใหน้ ักเรียนอา่ นออกเสยี งตามครู
Who sang that song?
When did you start playing the saxophone?
Why did you leave?
Did you see a flying saucer?
Did you hear?

จากน้นั ครูถามนกั เรียนว่า คำถามแบบใดที่ข้นึ เสียงสงู ท่ีท้ายประโยค และคำถามแบบใดที่ลงท้ายด้วย
เสียงต่ำที่ท้ายประโยค ครูรวบรวมคำตอบจากนักเรียน แล้วอธิบายให้นักเรียนฟังวา่ ประโยคคำถาม
แบบ wh-question มักจะลงท้ายดว้ ยเสยี งต่ำทีท่ า้ ยประโยค โดยจะลงเสยี งตำ่ ทีพ่ ยางค์สุดทา้ ยท่ีได้รับ
การลงเสียงหนักในประโยค ครูอาจทบทวนว่า คำบอกเนื้อหา คือ คำที่มักได้รับการลงเสียงหนักใน
ประโยค เชน่ คำนาม คำกริยา คำคณุ ศพั ท์ คำวเิ ศษณ์ จากนั้นครูให้นักเรยี นชว่ ยกันหาคำที่ได้รับการ
ลงเสียงหนักคำสุดท้ายในแต่ละประโยค เมื่อได้คำตอบว่า song, saxophone, leave แล้ว ครูบอก
ว่า คำเหลา่ นค้ี ือจุดทีล่ งเสียงต่ำใน แตล่ ะประโยค โดยคำว่า saxophone ท่มี ีหลายพยางค์ ให้ลงเสียง
ต่ำทพ่ี ยางคท์ ีไ่ ด้รบั การลงเสียงหนกั ในคำ ไดแ้ ก่ พยางค์แรก

Who sang that song?
When did you start playing the saxophone?
Why did you leave?
ต่อมาครทู ำกิจกรรมเช่นเดยี วกันน้ีกบั ประโยคคำถามแบบ yes/no question โดยจะขึน้ เสียงสงู ท่ที ้าย
ประโยคท่พี ยางคส์ ุดท้ายทไี่ ด้รบั การลงเสียงหนกั ไดแ้ ก่ พยางค์แรกของคำว่า saucer และคำวา่ hear
Did you see a flying saucer?
Did you see it?

เสร็จแล้วครูให้นกั เรยี นอ่านข้อความใน Ex. 3a แล้วครูเปิด CD ให้นักเรียนฟงั และอา่ นออกเสียงตาม
หลาย ๆ คร้ัง
Extra activities: นกั เรียนเปรยี บเทยี บการออกเสียงประโยคคำถามในภาษาไทยกบั ภาษาอังกฤษ
7. หนงั สือเรยี น หน้า 85 Ex. 3b ครเู ลอื กนกั เรยี น 2 คน อ่านตัวอย่างประโยคถาม-ตอบทใี่ ห้มา จากน้ัน
นักเรียนจับคู่กัน แล้วผลัดกันถาม-ตอบโดยใช้คำถามเหล่าน้ี โดยใช้ข้อมูลจากบทอ่านในการตอบ
ครูย้ำให้นักเรียนใช้ทำนองเสียงให้ถูกต้องกับคำถามแต่ละประเภท ครูเดินสังเกตขณะนักเรียนทำ
กิจกรรม เพื่อให้คำแนะนำทีจ่ ำเปน็ เมื่อนักเรยี นฝึกฝนจนคล่องแล้ว ครูเลือกนักเรียน 4-5 คู่ ออกมา
ถาม-ตอบหนา้ ชน้ั เรียน

2 A: Were they with friends?
B: No, they weren’t.

3 A: What did they see?
B: They saw a light moving very fast across the night sky.

4 A: What was it?
B: It was a round object that looked like a flying saucer with light shining out
from the inside.

5 A: Did they take a picture of it?
B: No, they didn’t.

6 A: What did Mr Brazel find in the fields?
B: He found pieces of strange metal.

7 A: Did he tell anyone?
B: Yes, he told the sheriff.

8 A: Who did the sheriff call?
B: He called the army.

9 A: What did the local newspaper state?
B: It stated that it was a flying saucer.

10 A: Did they find bodies of dead aliens?
B: There were stories that they found bodies of dead aliens.

8. หนังสือเรียน หน้า 85 Ex. 4a นักเรียนดูแผนผังความคิดที่ให้มา ครูให้นักเรียนอธิบายหัวข้อแต่ละ
หัวขอ้ จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นจินตนาการว่า เปน็ Mr Brazel แลว้ บันทึกขอ้ มลู จากเรอื่ งที่อา่ นลงในแผนผัง


Click to View FlipBook Version